รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ
วันจันทร์ที่ ๑๕ และวันอังคารที่ ๑๖ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในหมู่บ้านผาด่าน หมู่บ้านโป์งผาง หมู่บ้านแม่สะแงะ ตําบลทากาศ ซึ่งเปึนหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลชนบทเขาไม่มีไฟฟัาใช้ ๓ หมู่บ้านทําให้ได้รับความเดือดร้อน และอยากจะฝากไปยังรัฐบาลได้ช่วยขยายไฟฟัา เพื่อการเกษตร ขยายไฟฟัาเพื่อที่อยู่อาศัยให้กับชาวบ้าน แต่ว่าคงมีปัญหาในเรื่องของที่ดิน เนื่องจากว่าที่ดินอยู่ในเขตป์าสงวนทําอย่างไรที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในเขตพื้นที่ ๓ หมู่บ้านในตําบลทากาศให้มีไฟฟัาใช้ และถนนเข้าไปก็ค่อนข้างลําบาก พี่น้องเล่าให้ผม ฟังว่าเวลาเขาเจ็บป์วยเขามาโรงพยาบาลบางทีต้องมาตายกลางไหล่เขานะครับ ถ้าหากสามารถที่จะทําถนนให้เขาสามารถเข้า-ออกสะดวกก็จะเปึนการดีนะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม
ด้วยกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดนครพนมเปึนจํานวนมากโดยเฉพาะอําเภอโพนสวรรค์ อําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง และอําเภอนาทมของจังหวัดนครพนมด้วยปัญหาความเดือดร้อนเรื่อง การกู้ยืมเงินจากธนาคาร ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ได้คิด ดอกเบี้ยเริ่มต้นถึง ๙.๗๕ บาทต่อป้ และถ้าใครผ่อนส่งไม่ตรงเวลาก็ต้องเสียดอกเบี้ยถึง ๑๒.๗๕ บาทต่อป้ จึงอยากจะขอให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกร พี่น้องคนยากคนจน เพราะว่าปัจจุบัน ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากก็เพียงแค่ร้อยละ ๗๕ สตางค์ ซึ่งมีผลต่างกันถึง ๙ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๙ บาทต่อป้ พี่น้องเกษตรกรจึงขอความช่วยเหลือมาจากทางรัฐบาลถ้าเปึนไปได้ ธนาคาร ธ.ก.ส. จะช่วยลดดอกเบี้ยของพี่น้องเกษตรกรหรือคนยากคนจนได้ลดลงเหลือ เพียงร้อยละ ๓ บาทต่อป้ก็มีกําไรเพียงพอแล้ว
ปัญหาต่อมาที่โรงเรียนบ้านพะทาย ตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ปัจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง ๔ เครื่อง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเรียน ของนักเรียนซึ่งมีเฉลี่ยแล้ว ๓๕ คนต่อห้อง จึงอยากจะขอเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มอีก ๔๐ เครื่อง
และปัญหาต่อมา เกี่ยวกับพี่น้องชาวอําเภอโพนสวรรค์ในพื้นที่ของ อําเภอโพนสวรรค์ส่วนมากประกาศเปึนเขตป์าสงวน จึงอยากจะขอรบกวน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ คุณกิตติ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ได้ประกาศหรือออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ โฉนดให้พี่น้องชาวอําเภอโพนสวรรค์ ด้วย ขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
เชิญคุณอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก คงจะเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนในเขตตําบลเพนียด อําเภอโคกสําโรง ซึ่งในขณะนี้มีนักหลอกลวงและต้มตุ๋นให้นําโฉนดและ น.ส. ๓ ไปประกันตัวผู้ต้องหา จํานวนผู้เสียหายทั้งหมดประมาณ ๕๐ กว่าราย ได้รับความเดือดร้อน ผู้ต้องหาหนี ก็ทําให้ ศาลได้ยึดที่ดินขายทอดตลาด ทําให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นเดือดร้อนมาก ก็อยากจะ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทําผิด มาดําเนินคดีนะครับ และอีกส่วนหนึ่งให้เร่งตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีให้กับ พี่น้องประชาชนในส่วนนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการผันน้ําจากเขื่อนป์าสัก ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ในขณะนี้ได้ล่วงเลยสัญญาไปตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ แล้วครับ ท่านประธาน แต่ในขณะนี้โครงการยังไม่แล้วเสร็จ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ โครงการวางท่อระบบคลองด่านคอนกรีตที่บ้านมหาโพธิ อําเภอสระโบสถ์ ในขณะนี้ทางกรมชลประทานได้ให้ผู้รับจ้างไปดําเนินการ แต่ว่าพื้นที่ยัง ไม่ได้เวนคืนที่ดินให้กับพี่น้องชาวบ้าน พี่น้องชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดําเนินการค่าเวนคืนให้กับ พี่น้องชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณอรรถพร พลบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ หารือท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
การเปลี่ยนระบบเลือกตั้งกํานันซึ่งขณะนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คมช.(คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ที่ให้การเลือกตั้งกํานันนั้น ผู้ใหญ่บ้านในตําบลเลือกกันเอง ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่ให้พี่น้องประชาชนในตําบล เลือกผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในตําบลนั้นเปึนกํานัน โดยระบบใหม่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือตําแหน่ง กํานัน ซึ่งรัฐบาล คมช. ต้องการให้มีการแยกตัวเองออกไปจากระบบการปกครองส่วน ท้องถิ่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการแยกออกจากชาวบ้านไปด้วย ผมได้มีโอกาสหารือกับ ส.ส. หลายภูมิภาค ขณะนี้ตําแหน่งกํานันกับพี่น้องประชาชนไม่ได้เปึนหนึ่งเปึนเนื้อเดียวกัน เหมือนในอดีต ทางภาคเหนือบางครั้งมีการรดน้ําดําหัว ไม่มีใครไปรดน้ําดําหัวกํานัน นะครับ ผมจึงขอเสนอให้กระทรวงมหาดไทยซึ่งภายใต้การดําริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งท่านได้ให้ความเห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขระเบียบของ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการคัดเลือกกํานัน ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้กลับมาเลือก กํานันโดยพี่น้องประชาชนโดยตรง เลือกผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในตําบลแห่งนั้นเปึนกํานัน เพื่อให้เกิดการรวบจิตรวมใจรวมพลังพัฒนาชุมชนของเราต่อไป กราบเรียนผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโปรดได้แก้ไขระเบียบตรงนี้ เปึนการเร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ
คุณสถาพร มณีรัตน์ ไม่อยู่ นะครับ คุณบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่ง เรื่องไปถึงรัฐบาลนะครับ กระทรวงสาธารณสุข ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลปรับปรุงสถานีอนามัยที่มีความขาดแคลนพื้นที่ ซึ่งเปึนสถานีอนามัยก่อสร้างมานาน เปึนแปลนเดิม ๑ ชั้นปรับเปึน ๒ ชั้นในจังหวัดระยอง ทั้งหมด ๑๓ แห่งครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลก่อสร้างบ้านพักสถานีอนามัยที่ขาดแคลนบ้านพัก ในเขตจังหวัดระยอง จํานวน ๑๔ แห่ง ๑๖ หลัง
เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐบาลก่อสร้างสถานีอนามัยเพิ่มเติมในพื้นที่ที่ขาดแคลน และห่างไกลจากสถานีอนามัยใกล้เคียง จํานวน ๓ แห่ง ซึ่งรายละเอียดถ้าหากว่ามีเวลา ผมจะได้นําเสนอนะครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องของการปรับปรุงสถานีอนามัยชั้นเดียวนั้น จํานวน ๑๓ แห่ง ดังนี้ครับ เขตอําเภอบ้านค่ายมี ๑ แห่ง คือ อนามัยละหารไร่ อําเภอเมือง จังหวัดระยอง มีทั้งหมด ๓ แห่งคือ อนามัยบ้านดอน อนามัยมาบตาพุด อนามัยเกาะเสม็ด อําเภอวังจันทร์ จํานวน ๑ แห่ง คือ เขาตาอิ๋น อนามัยในเขตปลวกแดงมีทั้งหมด ๓ แห่งคือ หนองบอน หนองไร่ และบ้านคลองน้ําแดง อําเภอแกลง จํานวน ๓ แห่งคือ วัดบุญนาค เนินหย่อง และเขาหินแท่น อําเภอบ้านฉาง จํานวน ๒ แห่ง คือ คลองบางไผ่และ คลองน้ําเย็น สําหรับบ้านพักสถานีอนามัย จํานวน ๑๔ แห่ง ๑๖ หลังนั้น ที่อําเภอแกลง จํานวน ๕ แห่งด้วยกัน คือ เนินหย่อง เขาดิน ชากพง เขาหินแท่น บ้านนา อําเภอบ้านค่าย จํานวน ๔ แห่งด้วยกัน คือ หมู่บ้านตัวอย่าง อนามัยหมู่บ้านตัวอย่าง อนามัยหนองพะวา อนามัยเนินสว่าง อนามัยสัตบัน อําเภอปลวกแดง จํานวน ๒ แห่ง คือ มาบยางพร ดอกกราย อําเภอวังจันทร์ ๑ แห่ง คือ คลองเขต อําเภอบ้านฉาง ๑ แห่ง คือ คลองบางไผ่
ส่งเอกสารครับ
อีก ๑ แห่งคือ เขาน้อย ครับ เดี๋ยวผม จะได้ส่งเอกสารให้ท่านประธานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไป คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร สละสิทธินะครับ คุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ ผ่านนะครับ คุณทศพล เพ็งส้ม อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่าน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของการออกแบบที่ท่านประกาศประกวดออกแบบรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเดินทางผ่านในห้องที่ท่านบอกว่าจะให้อย่างโปร่งใส ผมเลยเดินเข้าไปดู ไปจับใบประกาศนิดเดียวครับ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นั่นบอกว่า ยังแจกไม่ได้ ผมก็เลยงง ผมแค่เดินเข้าไปดูจับเฉย ๆ บอกว่ายังผิดอยู่ ยังแจกไม่ได้ ผมไม่เข้าใจครับทําไม ผมว่าประกาศ แล้วท่านประกาศตั้ง ๒๐๐ วัน ท่านแจก ไปให้หมดครับ ให้มันโปร่งใสครับ ผมดูแล้วเจ้าหน้าที่รู้สึกจะปกปัองการให้ประชาชน ได้รับรู้มาก มันจะเสียหายนะครับท่านประธาน
ผมเพิ่งทราบครับ
ผมเปึนผู้แทนราษฎรนะครับ เดินเข้าไปหยิบแค่นั้น เขาบอกยังแจกไม่ได้ ผมเปึนผู้แทนนะครับ เปึน ส.ส. เดินเข้าไป บอกแจกไม่ได้ แปลกมากท่านประธาน ท่านลงไปดูหน่อยครับ แต่ผมไม่ได้ดู ผมไม่อยาก หาเรื่องครับ
คือประกาศตั้งแต่ วันที่ ๔ ครับ
นั่นละครับ วันนั้นผมเดินเข้าไป ท่านประธาน ผมเลยแปลกใจ ผมแปลกใจมากแค่ไปจับเฉย ๆ บอกว่ายังแจกไม่ได้ เปึน ส.ส. แจกเลยครับ แจกเลยครับ ส.ส. ทําไมครับ แค่ประกาศเฉย ๆ นั่นเรื่องหนึ่งครับ
เรื่องที่ ๒ ผมแปลกใจกระทรวงสาธารณสุขมาก ผมเคยเตือนนะครับ เมื่อวานผมก็กลับจากต่างประเทศก็ยังไม่แจกแมสค์ (Mask) กัน ท่านประธานครับ ผมทํานายเลยเดือนหน้าเปึนพัน อีกไม่นานจะเปึนหมื่นครับ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เอเอชวันเอ็นวัน (AH1N1) การดูแลของท่านนี่ล้มเหลวนะครับ ตัวเทอร์โมสแกน (Thermoscan) นี่มันไม่ได้มีคุณค่าเท่ากับแมสค์อันหนึ่งครับ อันนี้เจ้าหน้าที่เมื่อคืน ผมผ่าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ป่ดปัองกันเลย มันน่ากลัวนะครับท่านประธาน ฝากท่านนายกรัฐมนตรีเตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ ผมพาลูกชายผม ท่านประธาน เขาเปึนหวัด เขาอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบ ไปตรวจโรงพยาบาลราชวิถี เขาบอกว่าอย่างไร ตรวจยาก ทํายาก ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไม
ก็ท่านเปึนหมอ ตรวจเอง ก็แล้วกัน
ก็นี่ครับ เดี๋ยวผมจะทําหนังสือถึง รัฐมนตรี ขนาดผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนะครับ ผมพาไปเอง นะครับ เขาบอกเอกซเรย์ก็พอ เขาเปึนหวัด แค่ไปตรวจสวอร์ด (Sword) อย่างเดียว ท่านประธาน ยังเรื่องมากขนาดนี้ ถ้ามีหมอแบบนี้ท่านประธาน คุมโรคไม่อยู่ละครับ ผมจะได้ทําเรื่องนี้ถึงท่านรัฐมนตรีวิทยานะครับว่าไปดูหน่อยกรมการแพทย์ ขนาดผมพา ลูกชายยังดุ ถูกปฏิเสธขนาดนี้ ท่านประธาน แล้วชาวบ้านจะขนาดไหนครับ ผมเปึน ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนะครับ โทรบอกว่าตรวจไม่ได้ ตรวจยาก ต้องเตรียมหมอ ผมฟังดูแล้วผมไม่เข้าใจ ผมจะทําหนังสือถึงท่านวิทยา ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ คุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณมานะ โลหะวณิชย์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณสุวโรช พะลัง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมกราบเรียนผ่านท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ครับ เปึนผู้แทนราษฎรมา ๖ สมัย ๑๗ ป้ ก็เพิ่งเห็น รัฐบาลชุดนี้ครับที่อนุมัติในหลักการในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้นะครับ ตอนนี้ไม่ต้องพูดแล้วครับ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ เปึนประธานผ่านเงินที่จะไป ช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ของภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมานะครับ ต้องมาพูดอยู่ในสภาเสมอแต่เที่ยวนี้ไม่ต้องพูดแล้ว กราบขอบพระคุณครับ แล้วก็โครงการนี้ จะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเดือนหน้านี้เปึนต้นไป ๓ เดือนด้วยกัน งบประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานในเรื่องนี้ไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ก็คือ การประชาสัมพันธ์ทําความเข้าใจให้พี่น้องในพื้นที่ ภาคใต้ในแดนผลไม้ได้เข้าใจถึงการช่วยเหลือของรัฐบาลชุดนี้ ในส่วนของ ส.ส. นี้ก็ทําไป ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนตอนนี้ก็คือ เงินที่ได้ผ่าน คชก. (คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร) นั่นละครับ ควรจะเร่งรีบในการ พิจารณาแล้วก็โอนเงินไปที่จังหวัดต่าง ๆ อย่างช้ากระผมเข้าใจว่าปลายเดือนนี้ต้องถึง หมดแล้วทุกจังหวัดนะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การดําเนินการในเรื่องของการประกาศประกวดราคา หากล่องที่จะบรรจุผลไม้ที่จะกระจายออกสู่จากพื้นที่แหล่งผลิต ตรงนี้ต้องรีบทําครับ เพราะว่าที่จังหวัดต่าง ๆ เขาก็มีคณะทํางาน กําลังเร่งรีบในเรื่องดังกล่าวนี้อยู่ เพียงแต่ว่า ถ้าเงินไปช้า กระบวนการในการดําเนินการตรงนี้ก็อาจจะออกช้า เพราะฉะนั้นถ้าหาก รัฐบาลจะได้เร่งรีบตรงนี้เติมอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ความสมบูรณ์ในโครงการก็คงจะ เกิดขึ้น คงไม่ต้องรบกวนท่านนายกรัฐมนตรีมาเปึนพ่อค้าผลไม้ด้วยความยากลําบาก เหมือนที่ผ่านมา แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทําให้กับพี่น้อง ภาคตะวันออกตรงนั้น พวกเราซึ่งอยู่ในพื้นที่ผลไม้ก็ขออนุญาตแสดงความชื่นชมและก็ ขอให้ท่านใช้มาตรการตรงนี้ในภาคใต้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณศักดา คงเพชร อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณรังสิมา รอดรัศมี ไม่อยู่นะครับ คุณทศพร เทพบุตร ไม่อยู่นะครับ คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลเรื่องโครงการ ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีนโยบายเป่ดประมูลข้าวให้กับเอกชน จนในขณะนี้ก็ยังไม่เปึน ที่สุดครับ จากการที่ได้มอบหมายเปลี่ยนแปลงจาก อคส. (องค์การคลังสินค้า) มาเปึน กรมการค้าต่างประเทศเพื่อพิจารณา แล้วก็กําลังยื่นให้อัยการพิจารณาว่าจะยกเลิก การประมูลข้าวครั้งนี้ได้หรือไม่ โครงการดังกล่าวนั้นก็ยังไม่เปึนที่สุด แต่แปลกเหลือเกินขณะนี้ได้มีผู้ประมูลข้าวไปขนข้าวที่คลังของเบญจรุ่งเรือง หลังที่ ๒ เปึนข้าวหอมปทุมธานี ซึ่งราคาประมูล ประมูลไปเพียงตันละ ๑๖,๓๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ราคา ท้องตลาดตันหนึ่ง ๒๔,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาท รัฐต้องเสียหายจากส่วนต่างของราคา ท้องตลาดในปัจจุบัน เวลานี้ขนกันจนจะหมดโกดังอยู่แล้วนะครับ ผมได้ยื่นหนังสือ แถลงต่อที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่ก็ไม่เคยมีหน่วยงานของรัฐมารับผิดชอบ เพราะว่ากระบวนการ นี้ยังไม่เปึนที่สุด ใช้อํานาจตรงไหนมาเกินกว่าคณะรัฐมนตรี เมื่อเคยมีมติไปแล้วนะครับว่า กรณีที่สินค้าเกษตรราคาต่ํากว่าท้องตลาดมาก จะต้องผ่านความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีเสียก่อน เวลานี้หน่วยงานนั้นก็คือผู้อํานวยการองค์การตลาด อ.ต.ก (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร). ปล่อยสินค้าตรงนี้ออกไป ทําให้รัฐได้รับความเสียหาย กระผมถึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องนะครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอันวาร์ สาและ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ครั้งก่อนที่ผมได้ยื่นซึ่งเปึนส่วนที่ตกค้างนะครับ ปรึกษาหารือในเรื่องของเกี่ยวกับการ ทํานุบํารุงสถานที่ประกอบการทางด้านศาสนานะครับ ไม่ว่าจะเปึนวัด มัสยิด แล้วก็สุเหร่า รวมทั้งบาราเซาะนะครับ ในวันนั้นผมได้เสนอผมก็ไม่นึกว่าวันนี้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ วันนั้นผมพยายามจะนําเสนอกับท่านว่า เราควรจะ เข้าไปดูแลในสถานที่ประกอบการเหล่านั้นในเรื่องของความพร้อมที่เขายังขาดอยู่ ไม่ว่าจะเปึนหลายมัสยิดในเขตพื้นที่ผม ยังต้องการความช่วยเหลือที่จะเข้าไปพัฒนา ทํานุบํารุงในพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งผมได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านหลายต่อหลายครั้ง แล้วก็ รวมทั้งมีชาวบ้านหลายคนเข้ามาขอบริจาค แล้วก็วันนี้นะครับท่านประธานก็มีกลุ่มของ คนที่ไปเรี่ยไรและก็ขอบริจาคจากชาวบ้านทั่วไป ผมเกรงว่าถ้ามีคนที่คิดไม่ดีนะครับ ท่านประธาน แล้วก็เอาในรูปของการบริจาคเพื่อทํานุบํารุงในสถานประกอบกิจของ ศาสนาอิสลามไปใช้แล้วก็เอาเงินไปใช้ในด้านอื่น ผมว่าวันนี้รัฐบาลต้องให้ความดูแล และก็ให้ความสนใจกับเรื่องตรงนี้ครับ ยิ่งเฉพาะตอนเหตุการณ์ที่เมื่อไม่กี่วันที่มีการยิง ในพื้นที่ของมัสยิด แล้วก็ทําให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ซึ่งวันนั้นก็มีผู้เสียชีวิต ๑๑ ราย ท่านประธานครับ วันนี้ความต้องการอันนั้นผมก็คิดว่ายังมีความสําคัญอยู่ แล้วก็จําเปึน อย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้การดูแล โดยเฉพาะในวันนี้จะต้องลงด้วยความเร่งด่วน เพื่อที่ว่าอย่างน้อยที่สุดให้เขารู้สึกว่ารัฐบาลเองมีความเข้าใจ มีการใส่ใจดูแลในพื้นที่ นะครับ ผมก็ขอฝากท่านประธานว่าอย่างไรก็ฝากท่านประธานฝากไปทางรัฐบาลด้วย นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณค่ะที่ท่านให้โอกาสดิฉันได้หารือในวันนี้
เรื่องแรกที่อยากจะหารือท่านประธานก็คือ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ทางนักเรียนแล้วก็คณาจารย์ของโรงเรียนในเขตจังหวัดชัยภูมิหลายโรงเรียนทุกอําเภอเลย นะคะว่า ตอนนี้โรงเรียนมีสภาพอาคารเรียนที่ค่อนข้างเก่าทรุดโทรม บางแห่งอยู่ใต้ถุนค่ะ ท่านประธานเปึนไม้ก็มีการโดนปลวกกัดบ้างมีอะไรบ้างอย่างนี้นะคะ มันทําให้ไม่มี ความมั่นคงในอาคารสถานที่ที่เด็กจะต้องเข้าไปศึกษาค่ะ เขาก็บอกว่าอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยพิจารณาหางบไป พัฒนาซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับเด็กนักเรียนด้วยค่ะ เนื่องจากตอนนี้หน้าฝนด้วยนะคะท่านประธาน ฝนตกลงมา บางครั้งน้ําท่วมข้างล่าง มันเจิ่งนอง เด็กก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปเรียนบางโรงเรียนได้ ซึ่งอําเภอที่ดิฉันไปเห็นมา เยอะที่สุดก็คืออยู่ที่อําเภอบ้านเขว้าค่ะ โรงเรียนบ้านเขว้าศึกษา บริเวณตรงนั้น อาคารเรียนเขาค่อนข้างต่ํา ฝนตกมาก็จะมีน้ําท่วมขังบริเวณอาคารเรียน ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยพิจารณาหางบไป ซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับโรงเรียนในเขตจังหวัดชัยภูมิด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ช่วงนี้เปึนช่วงเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวงามค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานประชาสัมพันธ์ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนคนไทยว่า อยากจะ เชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิค่ะ เพราะว่าตอนนี้ดอกกระเจียวที่จังหวัดชัยภูมิ เริ่มบานมากเต็มทุ่งแล้วค่ะ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องทุก ๆ ท่านว่า อยากจะให้ช่วยเชิญชวน แล้วก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ด้วยค่ะ ให้ช่วยหางบไปสนับสนุนการท่องเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปคุณเทียนชัย สุวรรณเพ็ญ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณพิกิฏ ศรีชนะ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณพจนารถ แก้วผลึก ไม่อยู่นะครับ
อยู่ค่ะ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี เรื่องที่ดิฉันจะปรึกษาหารือท่านประธาน ซึ่งดิฉันได้เคยปรึกษาไปครั้งหนึ่งแล้วเกี่ยวกับ นโยบายของทางรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนนโยบายเกี่ยวกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุข ประจําหมู่บ้าน) เบี้ยผู้สูงอายุ หรือนโยบายเรียนฟรี หรือเช็คช่วยชาติ ซึ่งนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันก็ยังได้รับการร้องเรียนเปึนระยะหรือ ต่อเนื่องว่าไม่ได้รับกัน หรือว่าไม่ได้รับตามเงื่อนไข อย่างเช่น เบี้ยผู้สูงอายุ บางที่ได้รับ แค่เดือนเดียว บางที่ได้รับทั้ง ๒ เดือนหรือ ๓ เดือน หรือว่านโยบายการเรียนฟรี บางองค์กรก็ยังไม่ได้รับตามเงื่อนไขของทางรัฐบาล ซึ่งดิฉันเห็นว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเปึนเงินภาษีของประชาชน แล้วก็เปึนประโยชน์ของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลเห็น ความสําคัญของพี่น้องประชาชน ก็ได้นําคืนสู่ประชาชน แต่ก็ยังได้รับการร้องเรียน ทั่วประเทศ ซึ่งดิฉันได้สอบถาม ส.ส. หลายท่าน จากนั้นดิฉันก็ได้สอบถามทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้รับคําชี้แจงว่างบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศแล้วหรือว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ดิฉันก็อยากฝากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือว่าฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ลงไปตรวจสอบดูว่าหน่วยงานไหนซึ่งยังไม่ได้ จัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ขอฝากท่านประธานด้วยค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอนันต์ ผลอํานวย เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ขอหารือประธานเรื่องเดียวครับ เปึนเรื่องผลพวงที่ท่านประธานได้กรุณาให้ผู้นําองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้มามีการสัมมนากันที่รัฐสภาเปึนรุ่น ๆ นับว่าเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แล้ว ก็เราได้รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากท้องถิ่นจํานวนมาก
เรื่องที่จะหารือท่านวันนี้บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย กระผมก็คิดว่าท่าน จะได้รับทราบไป เรื่องระเบียบของการจ่ายเงินของผู้สูงอายุ ซึ่งระเบียบนี้มีอยู่ ๒ ระเบียบ ของกระทรวงมหาดไทยก็ออกระเบียบหนึ่ง แล้วก็ของรัฐบาลซึ่งออกโดยคณะกรรมการประธาน ชมรมผู้สูงอายุนี่ครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานคณะกรรมการอยู่ สิ่งที่ท้องถิ่นเขาเปึน ปัญหามีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ว่ารัฐบาลจะใช้ระเบียบไหน จะใช้ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมันหยุมหยิมจุกจิก มีตั้ง ๑๑ ข้อ สรุปว่า ๑๑ ข้อนี่คนเกือบจะไม่ได้เงินเลย กับของ คณะกรรมการผู้สูงอายุมีเพียง ๒ ข้อ คือ ไม่เปึนข้าราชการบํานาญ แล้วก็มีอายุ ๖๐ ป้ ขึ้นไปก็ได้รับเงินเหล่านี้ไปเลย เรื่องที่เขากังวลก็คือ ๑. จะใช้ระเบียบไหน ๒. เงินที่ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายให้กับผู้สูงอายุ รัฐบาลจะให้ท้องถิ่นรับภาระหรือ รัฐบาลจะจ่าย ผ่านท้องถิ่นไปทั้งหมด ถ้าสมมุติว่าให้ท้องถิ่นต้องไปรับภาระแทนรัฐบาลตามระเบียบของ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ของกระผมมีอยู่ตําบลหนึ่งมีคนแก่ ๙๐๐ คน ถ้าต้องจ่าย ทั้งป้เลยนี่รับภาระแทนรัฐบาลไปต้องใช้เงินถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเขาเหลือเงิน พัฒนาใน อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) เขาเพียง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าจ่ายให้ ผู้สูงอายุไป ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็จะเหลืองบพัฒนาเพียง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือเปึนความกังวลของท้องถิ่น กระผมคาดว่าไม่ใช่เฉพาะกําแพงเพชร กระผมว่าในทุก จังหวัดของประเทศไทยนี่ก็คงมีความกังวลเหมือนกัน ก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าจะปรับระเบียบนี่จะเอา ระเบียบไหน เอาเสียระเบียบเดียวท้องถิ่นจะได้ไม่ต้องสับสน เพราะ สตง. (สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน) นี่เขาตรวจเข้ม ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ผ่านนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมมีประเด็น หารือสั้น ๆ นะครับว่า ขณะนี้นั้นในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้เกิดการแพร่ระบาดของ โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) นะครับ ซึ่งเกิดจากไข้เลือดออก ผมก็ทราบดีนะครับว่า ทางรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยระดมทรัพยากรจากกระทรวงสาธารณสุขลงไป แก้ปัญหา แต่เท่าที่ลงไปในพื้นที่แล้วนี่สถานการณ์ค่อนข้างที่จะร้ายแรงเกินกว่าที่เรากําลัง ปฏิบัติอยู่นะครับ อยากจะให้ใช้มาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้ อยากจะให้มีการฉีดพ่นใช้ เครื่องบินแล้วก็ฉีดพ่นยาลงไปในพื้นที่ที่ระบาดเพื่อจะได้สกัดกั้นนะครับ เพราะว่า ในเดือนตุลาคมนี้เราก็จะมีการประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต อยากจะให้การแก้ไขปัญหานี้ได้ ลุล่วงเสร็จไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อเปึนผลต่อสุขภาพพลานามัยของพี่น้องทั่วทั้งประเทศ นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คุณนัจมุดดีน อูมา คนสุดท้ายแค่นี้ละครับ แล้วครบองค์ประชุมแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ผมขอหารือสั้น ๆ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทางภาคใต้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านไป ต่อกรณีที่เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ ได้เกิดการสังหารหมู่ที่มัสยิดในพื้นที่อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเหตุการณ์นี้เปึนเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยว่าในขณะที่พี่น้อง กําลังประกอบศาสนกิจก็ได้มีกลุ่มคนร้ายได้มาทําร้ายจนเสียชีวิตไป ๑๑ คน และบาดเจ็บ อีกจํานวนหนึ่ง ผมก็อยากจะฝากข้อเสนอแนะไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสั้น ๆ ๓ ข้อ ก็คือ
ข้อที่ ๑ ประชาชนฝากผมมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ลําพังแค่ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหาร ตํารวจ ปกครอง จะทําการตรวจสอบสถานการณ์ ฝ์ายเดียวนั้นไม่พอแล้ว รัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระที่เปึนกลางขึ้นมา ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เสมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีกรือเซะและกรณี ที่ตากใบ ซึ่งผมได้ไปในที่เหตุการณ์ ๒-๓ ครั้งมาแล้ว คนก็ฝากมาทํานองนี้นะครับ
ข้อที่ ๒ เรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
เรื่องสุดท้าย ก็คือกรณีที่รัฐบาลนี้เคยประกาศว่า รัฐบาลที่แล้วล้มเหลว เพราะมีการยุบ ศอ.บต. (ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) และถ้ารัฐบาลนี้ ขึ้นมามีอํานาจเมื่อไรจะได้รีบจัดตั้งสํานักงานบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือว่า สบ.ชต. (สํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้) ตามที่ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ว่าท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ได้เคยเสนอไว้ ขอฝากท่านว่า
หมดเวลาครับ
ขอให้ท่านรีบเข้าสภา ขอบคุณมากครับ
ส่วนที่ค้างอยู่ที่ใหม่ ๆ นี่นะครับ ขอความกรุณาเปึนวันพรุ่งนี้ครับ
ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๖๐ คน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอเป่ด ดําเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระนะครับ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกทั้งหมด ๔๗๔ คน ๒๓๗ คน คือกึ่งหนึ่ง ขณะนี้เกินแล้วนะครับ ๒๖๐ คนถือว่าครบองค์ประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบพระบรมราชโองการ เชิญท่านสมาชิกยืนขึ้นเพื่อรับทราบ พระบรมราชโองการ เชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๕๒
____________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เปึนป้ที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ทรงพระราชดําริว่า มีความจําเปึนเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะ เรียกประชุมรัฐสภาเปึนการประชุมสมัยวิสามัญ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี”
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งรัฐมนตรี
_______
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตําแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตําแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายศุภชัย โพธิ์สุ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ เปึนป้ที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ระเบียบวาระต่อไป
๒.๓ รับทราบคําสั่งศาลฎีกาจํานวน ๒ ฉบับ
ด้วยศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งคําสั่งศาลฎีกา กรณีคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ยื่นคําร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ ที่จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนคุณไชยยศ จิราเมธากร และเขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนคุณวิเชียร ขาวขํา และคุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ซึ่งศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้ยกคําร้อง เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ จึงเปึนผลให้สมาชิกทั้งสามท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ดังนั้นจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ในปัจจุบันมีจํานวน ๔๗๗ ท่าน
๒.๔ รับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ตามที่กระผมได้ส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๕ กรณีพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสองหรือไม่นั้น
บัดนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมี มติเอกฉันท์ว่า พระราชกําหนดดังกล่าวตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่ง และเปึนกรณี ฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง ซึ่งรายละเอียดของคําวินิจฉัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกที่แฟัม ทุกท่านแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
๒.๕ รับทราบประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง
ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีหนังสือแจ้งว่า พรรคราษฎร ได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคราษฎร ในรายชื่อพรรคเปึน พรรคมาตุภูมิ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณาตอบ รับทราบเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้ว โดยประกาศ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
๒.๖ รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์
ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ และร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ในวันนี้ นอกจากมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานี วิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว กระผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้น การประชุมด้วย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน
๑. พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ขอเชิญคณะรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้มีการตรา พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ และต่อมาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระมหากรุณาทรงลงปรมาภิไธยในพระราชกําหนด ดังกล่าว เพื่อประกาศใช้บังคับเปึนกฎหมายและภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
มาตรา ๑๘๔ ได้กําหนดให้การตราพระราชกําหนดให้กระทําได้ เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ และในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอ พระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ประกอบกับพระราชกําหนดให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ ได้บัญญัติว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการ เพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอ กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจึงขอชี้แจงเกี่ยวกับพระราชกําหนดให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ดังนี้
นับตั้งแต่ที่ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ําทั่วโลก อันเนื่องมาจากสาเหตุ สําคัญจากปัญหาวิกฤติของระบบสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งปรากฏว่า ประเทศคู่ค้าของไทยหลายประเทศได้รับผลกระทบเปึนอันมากจากกรณีดังกล่าว และได้ ส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยอย่างยิ่งในเวลาต่อมา เนื่องจากโครงสร้างของเศรษฐกิจของไทย ในปัจจุบันพึ่งพาการส่งออกสินค้าและบริการในสัดส่วนที่สูงมาก คือมากกว่าร้อยละ ๗๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของ ไทยได้หดตัวลงในช่วงประมาณปลายป้ ๒๕๕๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และยุโรปตะวันตกจึงส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าไทยหดตัว อย่างรวดเร็วจากที่เคยขยายตัวในอัตราร้อยละ ๒๖.๑ ต่อป้ในไตรมาสที่ ๓ ของป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาเปึนหดตัวที่ร้อยละ ๑๐.๖ ในไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ และหดตัวมาก ถึงร้อยละ ๒๐.๖ ในไตรมาสที่ ๑ ของป้ปัจจุบัน นอกจากผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ โลกที่เกิดขึ้น แล้วเศรษฐกิจของไทยยังได้ถูกซ้ําเติมจากปัญหาวิกฤติทางการเมือง ในประเทศด้วย ซึ่งเปึนประเด็นปัญหาหลักที่สําคัญที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคและนักลงทุน เศรษฐกิจของไทยจึงประสบภาวะตกต่ําที่รุนแรงเมื่อเปรียบเทียบ กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน สิ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของไทยประสบสภาวะตกต่ํา อย่างรุนแรงก็คือ การที่ภาคธุรกิจมีการป่ดยุบเลิกกิจการมากขึ้น โดยในไตรมาสที่ ๔ ของ ป้ ๒๕๕๑ และไตรมาสที่ ๑ ของป้ ๒๕๕๒ ผู้ประกอบการได้ทยอยป่ดกิจการไปรวมทั้งสิ้น เปึนจํานวน ๑๒,๑๘๓ ราย และคาดว่าจะมีจํานวนเพิ่มขึ้น และมีการว่างงานที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วเนื่องจากภาคการผลิตเลิกจ้างหรือลดการจ้างงาน จากเดิมที่มีจํานวน คนว่างงานประมาณ ๔๓๐,๐๐๐ คน ณ สิ้นไตรมาสที่ ๓ ของป้ ๒๕๕๑ มาอยู่ที่ ๕๔๐,๐๐๐ คน ณ สิ้นไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ ๗๑๐,๐๐๐ คน ณ สิ้นไตรมาสที่ ๑ ของป้ปัจจุบัน ซึ่งการว่างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ได้ส่งผลให้การใช้จ่ายและการบริโภคในภาคเอกชนลดลงอย่างมากตามไปด้วย หากปล่อยให้เศรษฐกิจหดตัวและมีการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งจะส่งผลให้กําลังซื้อ และการบริโภคของประชาชนภายในประเทศหดตัวมากขึ้น และในที่สุดหากไม่มี การดําเนินการมาตรการใด ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวอย่างทันท่วงทีย่อมอาจ ส่งผลต่อเนื่องในทุกภาคส่วน เช่น อาจทําให้หนี้เสียในระบบสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราหนี้เสียเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๕.๒๖ ของสินเชื่อรวมสุทธิ ณ สิ้นไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ เปึนร้อยละ ๕.๔๘ ณ สิ้นไตรมาสที่ ๑ ของป้ปัจจุบัน ซึ่งอาจจะทําให้ประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ทางการเงินอีกครั้งหนึ่งก็ได้ นอกจากนี้ รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเปึนรายได้หลักอันหนึ่งในการนําเงินตรา ต่างประเทศเข้าประเทศได้ลดลงอย่างมาก สาเหตุเนื่องจากนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ขาดความมั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งสะท้อนได้จากจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยลดลงถึงร้อยละ ๑๘.๐ และ ๑๕.๘ ในไตรมาสที่ ๔ และไตรมาสที่ ๑ ของป้ปัจจุบัน
ในขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากเหตุปัจจัยที่มาจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่ จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ) ในช่วง ๓ ไตรมาสแรกของป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเคยขยายตัวได้ร้อยละ ๖.๐ ๕.๓ และ ๓.๙ ต่อป้ ตามลําดับ เปึนหดตัวลงถึงร้อยละ ๔.๒ ในไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ และหดตัวร้อยละ ๗.๑ ต่อป้ในไตรมาสที่ ๑ ของป้ปัจจุบัน ปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น ยังส่งผลกระทบต่อ ฐานะการคลังของรัฐบาลด้วย เนื่องจากในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ได้มีการ ประมาณการรายได้ไว้เปึนจํานวน ๑.๖ ล้านล้านบาท แต่ปรากฏว่ารายได้ที่จัดเก็บได้จริง น้อยกว่าประมาณการที่ตั้งเปัาหมายไว้ โดยในช่วง ๗ เดือนแรกของป้งบประมาณต่ํากว่า ประมาณการไว้แต่เดิมในขณะที่มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจํางบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง ๑๒๘,๙๓๓ ล้านบาท และได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าเมื่อสิ้นป้งบประมาณนี้ รายได้ที่จัดเก็บได้จะต่ํากว่าที่ประมาณการไว้เปึนจํานวนเงินประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเนื่องจากภาวะ เศรษฐกิจได้มีสัญญาณบ่งชี้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น จึงได้มีการดําเนินการออกมาตรการ ในด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาตามลําดับ ทั้งนี้ มาตรการที่ได้มี การดําเนินการไปแล้วสรุปได้ ดังนี้
มาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ มาตรการเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง มาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก มาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ของประชาชน และมาตรการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ วงเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้มีการใช้มาตรการอื่น ๆ สนับสนุนมาตรการ หลักดังกล่าว เช่น ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ให้กับระบบเศรษฐกิจ การแทรกแซงและประกันราคาพืชผลผลิตทางการเกษตร การเสริม สภาพคล่องให้แก่ระบบการเงินของประเทศผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อกระตุ้น และรองรับการขยายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และผู้ส่งออก รวมถึงภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะได้มีการดําเนินการมาตรการ ดังกล่าวข้างต้นเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไปแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทําให้ เศรษฐกิจฟุ๋นตัวได้ ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งยังเกิดปัจจัยปัญหาอื่น ๆ ในเวลาต่อมา เช่น การชุมนุมขัดขวางการประชุมผู้นําอาเซียนที่เมืองพัทยาต่อเนื่องไปถึงการชุมนุมในช่วง เทศกาลสงกรานต์ การแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ทําให้การบริโภคและการลงทุน ภาคเอกชนหยุดชะงักลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสหดตัว ถึง๔-๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ หรือทําให้รายได้ของประชาชาติลดลงประมาณป้ละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ เมื่อเปึนเช่นนี้ประเทศไทยจําเปึนต้องรีบดําเนินการตาม มาตรการแก้ไขวิกฤติในการผลิตและการบริการโดยเร่งด่วน เพื่อปัองกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม กลายเปึนลูกโซ่และไปสู่การประกอบธุรกิจด้านอื่น ๆ มิฉะนั้นความร้ายแรงของปัญหา ความมั่นคงทางเศรษฐกิจย่อมลุกลามยายออกไป และต่อเนื่องไปถึงปัญหาฐานะทาง โดยให้ปรับลดกรอบวงเงินงบประมาณลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่ตั้งไว้เดิม ๑.๙ ล้านล้านบาท คงเหลือเปึนงบประมาณรายจ่าย ๑.๗ ล้านล้านบาท เนื่องจากประมาณการรายได้ จะลดลงอย่างมาก แล้วถึงแม้ว่ารัฐบาลจะจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้ขาดดุล สําหรับป้งบประมาณถัดไปอีกอย่างน้อย ๓ ป้ รัฐบาลก็ไม่สามารถจัดสรรเปึนงบลงทุน ในแผนงานและโครงการต่าง ๆ ได้มากนัก เนื่องจากโดยปกติรายได้ที่ประมาณการไว้ว่า จะจัดเก็บได้จําเปึนต้องนําไปจัดสรรสําหรับงบประมาณที่เปึนรายจ่ายประจําเสียก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ อํานาจการกู้เงิน ของรัฐบาลมีข้อจํากัดบางประการ กล่าวคือ รัฐบาลจะสามารถทําการกู้เงินเพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณได้ แต่ก็มีข้อจํากัดในส่วนของเพดานการกู้เงิน ซึ่งกําหนดไว้ว่าต้อง ไม่เกินวงเงินร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร้อยละ ๘๐ ของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สําหรับ การชําระคืนเงินต้น ส่วนการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรัฐบาลก็มีข้อจํากัด ในเรื่องเพดานเงินกู้ด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยสาเหตุของปัญหาที่เปึนที่ประจักษ์โดยทั่วไป ประกอบกับข้อเท็จจริงดังกล่าวที่กล่าวมา แม้ว่ารัฐบาลจะได้พยายามผลักดันและกระตุ้น ให้รัฐวิสาหกิจและเอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลแล้วก็ตาม แต่ก็ยัง ปรากฏว่าโครงการของรัฐบาลยังมีความจําเปึนต้องหาเงินลงทุนอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ปัญหาการจัดเก็บรายได้แผ่นดินที่ไม่เปึนไป ตามเปัาหมายทั้ง ๆ ที่ได้มีการเร่งรัดการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานของรัฐด้วยแล้วก็ตาม ทําให้รัฐบาลต้องเตรียมแผนการเงินการคลังรองรับเพิ่มขึ้น เพราะในขณะที่รายได้ของ แผ่นดินลดลงนั้นรายจ่ายของรัฐต่าง ๆ ก็จําเปึนต้องจ่ายออกไปตามกําหนดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายจ่ายประจําและรายจ่ายตามโครงการและแผนงานที่กําหนดไว้แล้ว ตามงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งถูกกําหนดไว้ก่อนที่รัฐบาล ชุดนี้จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน จึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีเงินจํานวนหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสํารองในบัญชีเงินคงคลังเพื่อรองรับรายจ่ายดังกล่าวไว้ด้วยเหตุผล และความจําเปึนดังที่กล่าวมา รัฐบาลจึงเห็นว่าเพื่อดําเนินมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและ เพื่อให้จัดเงินสํารองในบัญชีเงินคงคลังเพื่อรองรับรายจ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นก่อน สิ้นป้งบประมาณ รัฐบาลสมควรทําการกู้เงินเปึนจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ สภาวะการเงินในระบบสถาบันการเงินของประเทศมีสภาพคล่องสูง เพื่ออํานวยให้รัฐบาล สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้คล่องตัวในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําไม่เปึนภาระทางการคลังแก่รัฐมากนัก ดังนั้นจึงมีความจําเปึนจะต้องมีการตรากฎหมายพิเศษเพื่อให้มีการกู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่กฎหมายปัจจุบันได้กําหนดไว้ และเมื่อคํานึงถึงความฉุกเฉินและความ จําเปึนเร่งด่วนตามวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินเปึนสําคัญแล้ว รัฐบาลเห็นว่าสมควรแยก ดําเนินการโดยตราเปึนพระราชกําหนดเพื่อให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเปึน จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเสนอเปึนร่างพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่งต่อรัฐสภา เพื่อให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามีความจําเปึนต้องทําการกู้เงินเปึนจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการตรากฎหมายพิเศษเพื่อให้มีการกู้เงินเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ที่กฎหมายปัจจุบันกําหนดไว้ และเมื่อคํานึงถึงความฉุกเฉินและความจําเปึนเร่งด่วนตาม วัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินเปึนสําคัญดังที่ได้ชี้แจงแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงได้ดําเนินการ เพื่อให้มีการตราพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินเปึนเงินบาท ในนามของรัฐบาลเปึนจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๔ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้นํามาใช้จ่ายเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ที่ตกต่ําให้กลับคืนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสริมสภาพคล่องของเงินคงคลังเพื่อมิให้การ จ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้หยุดชะงักลงหรือเกิดปัญหา จึงเปึนไปเพื่อ ประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และคณะรัฐมนตรี พิจารณาแล้วเห็นว่าเปึนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จําเปึนต้องตราเปึนพระราชกําหนดขึ้นใช้บังคับดังปรากฏเหตุผล ดังต่อไปนี้
โดยที่เกิดวิกฤตการณ์ของระบบสถาบันการเงินในต่างประเทศซึ่งส่งผลให้ เศรษฐกิจตกต่ําไปทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของไทยอย่างรุนแรง แม้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ดําเนินการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลายประการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่เพียงพอ ประกอบกับการจัดเก็บรายได้ ของรัฐต่ํากว่าที่ประมาณการไว้อย่างมาก ทําให้การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดทํา บริการสาธารณะของรัฐไม่อาจดําเนินการให้บรรลุผลได้ ดังนั้น เพื่อเปึนการฟุ๋นฟู เศรษฐกิจของประเทศให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลจึงมีความจําเปึนต้องใช้เงิน ตามมาตรการเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง แต่เนื่องจากการกู้เงินของรัฐบาลตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีข้อจํากัด บางประการ ฉะนั้นเพื่อให้กระทรวงการคลังมีอํานาจกู้เงินในนามของรัฐบาลเพื่อนํามาใช้จ่าย หรือลงทุน หรือเพื่อดําเนินมาตรการที่สําคัญและจําเปึนต่อการฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และโดยที่เปึนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปึนต้องตราพระราชกําหนดนี้
ส่วนสาระสําคัญของกฎหมายผมขออนุญาตชี้แจงว่า
(๑) ให้กระทรวงการคลังโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงิน ในนามรัฐบาลเพื่อนําไปใช้ดําเนินมาตรการฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศ ในวงเงินไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้กู้เปึนเงินบาทและกู้เงินได้ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และคณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการด้วย
(๒) เงินที่ได้จากการกู้ให้นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้ โดยไม่ต้อง นําส่งคลัง เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้สมทบเปึนเงินคงคลัง โดยกระทรวงการคลังอาจ นําเงินกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในการกํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ เพื่อใช้จ่ายหรือลงทุนเพื่อฟุ๋นฟูหรือ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้
(๓) กระทรวงการคลังต้องรายงานการกู้เงินให้รัฐสภาทราบภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันสิ้นป้งบประมาณ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของ การกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายการกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ หรือคาดว่าจะได้รับ
(๔) เมื่อหนี้เงินกู้ถึงกําหนดชําระ กระทรวงการคลังมีอํานาจกู้เงินเพื่อปรับ โครงสร้างหนี้ได้ และต้องไม่เกินจํานวนเงินกู้ที่ยังค้างชําระ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอาจ ทยอยกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะเปึนการล่วงหน้าได้แต่ไม่เกิน ๑๒ เดือน ก่อนวันที่หนี้ถึงกําหนดชําระ หากหนี้ที่จะปรับโครงสร้างหนี้มีจํานวนมากและไม่อาจกู้เงิน ภายในคราวเดียวกันได้
(๕) นอกจากกรณีที่ได้กําหนดไว้แล้วในพระราชกําหนด ให้นํากฎหมาย ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ได้มีการนําหลักการที่ใช้ บังคับกับการกู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาเทียบเคียงโดยอนุโลม และเพิ่มหลักการเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ โดยกําหนดให้คณะรัฐมนตรีต้อง เสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ก่อนเริ่มดําเนินการต่อรัฐสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของประโยชน์ที่จะได้รับเราคาดว่า พ.ร.ก. (พระราชกําหนด) ฉบับนี้จะทําให้รัฐบาลมีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้จ่ายเพื่อการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจและจัดทําบริการสาธารณะของรัฐได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และทําให้ฐานะการคลังของประเทศมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพในระยะยาว และการ ดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ภายใต้กรอบวงเงินกู้ตามกฎหมาย ดังกล่าวจะทําให้เศรษฐกิจของประเทศฟุ๋นตัวจากภาวะที่ถดถอยอย่างรุนแรงโดย คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มกลับมาเปึนบวกตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๓ และจะเริ่มทยอยกลับสู่สภาวะปกติตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นไป
อนึ่ง เพื่อให้การดําเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เปึนไปด้วยความเรียบร้อยและได้ผลสมบูรณ์ กระทรวงการคลังจะจัดวางระบบ การเงินและการเบิกจ่ายให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพรัก ทุกท่านนะครับ ต่อไปก็เปึนการอภิปรายแต่ผมจะให้มีการสลับระหว่างฝ์ายค้านและ ฝ์ายรัฐบาลสลับกันไป โดยทางวิป (Whip : คณะกรรมการประสานงานในสภา ผู้แทนราษฎร) ได้ตกลงกันแล้ว แล้วก็ได้ส่งรายชื่อมาให้ผมแล้วนะครับทั้งฝ์ายค้านและ ฝ์ายรัฐบาล เรื่องพระราชกําหนดนี้เอกสารก็อยู่หน้าท่านหมดแล้วนะครับที่มีการยื่นคําร้อง อะไรต่าง ๆ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่าให้อยู่ในกรอบด้วยจะเปึนพระคุณนะครับ ท่านแรกคือ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ทางวิปฝ์ายค้านเสนอมา ๕๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ นิดหนึ่งครับสัก ๒ นาที
ไม่ครับ นั่งลงก่อนเถอะครับ
เปึนประโยชน์ต่อสภาท่านประธานครับ
ไม่ครับผมไม่ให้ยืน ขอความกรุณาไปตามขั้นตอนเถอะครับท่านสุชาติครับ
ท่านประธานครับจะให้ยืนไว้อาลัย กับพี่น้องชาวใต้สักนิดหนึ่ง
ขอความกรุณาเถอะครับ เพราะผมก็ให้เกียรติที่สุดแล้วนะครับ
คือมันเปึนประโยชน์กับสภาครับ ท่านประธาน
ถูกครับ มันถูกต้อง ทุกอย่างประโยชน์ทุกฝ์ายล่ะครับ
ผมจะให้ได้ยืนไว้อาลัยกับพี่น้องชาวใต้ สัก ๑ นาที
ไม่ต้องครับ ไว้อาลัยกัน ทุกคนแล้วครับอยู่ในหัวใจครับ
เปึนเรื่องใหญ่ของประเทศนะครับ ท่านประธานครับ
ครับ ผมขอความกรุณา เถอะครับ นั่งลงเถอะครับ ขอบพระคุณครับ ที่ท่านมีเจตนาบริสุทธิ์ เชิญคุณสุรพงษ์ครับ ๕๐ นาที อย่าให้เกินให้ขาด ถ้าขาดได้ดีครับ ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปราย ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมจะมีแผ่น ตัวเลขทั้งนั้นเลยนะครับที่จะนําเสนอ
ที่จริงควรจะแจ้งล่วงหน้า ให้ทางเลขา เจ้าหน้าที่ เขานี่นะครับให้มันถูกตามระเบียบ ไม่ใช่จู่ ๆ ท่านมาขออนุญาต ในห้องประชุมนะครับ
พอดีภาพมันใหญ่มาก เปึนตัวเลขทั้งนั้นเลยครับ ไม่มีภาพโป็ครับ
อนุญาต เฉพาะตัวเลข นะครับ
ท่านประธานครับ วันนี้ผม ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ที่อนุญาตให้มีการถ่ายทอด เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบครับว่า หนี้สินที่รัฐบาลกําลังจะกู้มานั้น พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระร่วมกัน รายละเอียดต่าง ๆ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นสมควร ครับที่เจ้าของประเทศพี่น้องประชาชนควรจะได้รับรู้ ต้องกราบขอบพระคุณในความใจ กว้างของรัฐบาลและของประธานสภาเปึนอย่างยิ่ง ฝ์ายค้านตั้งใจที่จะอภิปรายพระราช กําหนดฉบับนี้ด้วยข้อมูล ด้วยหลักฐาน เพื่อเสนอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ถึงแม้ว่า พระราชกําหนดฉบับนี้ ฝ์ายค้านจะมีเสียงข้างน้อย ไม่สามารถที่จะเอาชนะฝ์ายรัฐบาลได้ แต่ก็จะนําเสนอข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินได้รับทราบ วันนี้ครับ เราแบ่งทีมอภิปรายไว้เปึน ๔ ทีม เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้ติดตามฝ์ายค้านทําหน้าที่ ได้อย่างไร
ทีมแรกครับ เราจะพูดถึงพระราชกําหนดขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในมุมมองของฝ์ายค้าน ซึ่งปรากฏว่าในพระราชกําหนดมีงบลงทุนฝากไว้ จําเปึนต้องกู้ แบบฉุกเฉินและเร่งด่วนหรือไม่ รัฐบาลขาดสภาพคล่องจริงหรือไม่ มีทางหลีกเลี่ยงด้วยวิธีอื่น อย่างไร การกู้เปึนทางออกที่ถูกต้องจริงหรือ หนี้สินที่รัฐบาลนี้กู้แล้วจํานวนเท่าไร อันนี้ จะเปึนทีมที่ ๑
สําหรับทีมที่ ๒ เราจะอภิปรายในงบลงทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ ๒ หรือไทยเข้มแข็งภายใต้พระราชกําหนดฉบับนี้ ว่าจะล้มเหลวเหมือนในระยะที่ ๑ หรือไม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามครับ เพราะรัฐบาลได้ทําการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ ๑ ล้มเหลว แม้กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันยังออกมาต่อว่านะครับ ปัญหา ปากท้องพี่น้องประชาชนแก้ไขได้หรือไม่ ทีมที่ ๒ จะเปึนคนอภิปราย ปัญหาด้านสังคม ไม่ว่าจะเปึนคนตกงาน ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยวก็จะอภิปรายโดยทีมที่ ๒
ทีมที่ ๓ จะพูดถึงความโปร่งใส การทุจริตในงบลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะ งบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง เพราะว่าไม่มีรายละเอียด การฉ้อราษฎร์บังหลวง การทุจริต เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะเราไม่ต้องการที่จะให้รัฐบาลนี้ได้เช็คเปล่า ๆ ไปโดยปราศจาก การตรวจสอบ ไม่เหมือนตอนสมัยที่ผ่านมา รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ต้องขออนุญาต ที่เอ่ยถึงท่าน ตอนนั้นมีโครงการมิยาซาวามีการตรวจสอบอย่างถูกต้องนะครับ ถึงแม้ว่า จะเปึนโครงการที่ล้มเหลวก็ตาม แต่ก็ยังมีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ
ทีมที่ ๔ รัฐบาลจะใช้วิธีการอย่างไรในการใช้หนี้สินคืน หาเงินเข้าประเทศ ด้วยวิธีการเช่นไร การดําเนินการออกพระราชกําหนดผิดวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง และผิดข้อกฎหมายอื่น ๆ อีกหรือไม่ ข้อสรุปในภาพรวมต่าง ๆ ก็จะถูกนําเสนอโดยทีมที่ ๔
ท่านประธานครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตามนะครับ ผมอยู่ในทีมที่ ๑ ผมจะอภิปรายพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดย ๕ ข้อใหญ่ ๆ ๕ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก จะชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าฝ์ายค้านขัดขวางพระราชกําหนด จริงหรือไม่ ฝ์ายค้านเองกราบเรียนเลยว่าไม่ได้ขัดขวางนะครับ
ประเด็นที่สอง ผมจะชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้โกหกประชาชนในการออก พระราชกําหนดนี้อย่างไร
ประเด็นที่สาม กร อบการใช้เงินกู้ที่ส่งให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ตามมาตรา ๓ เปึนเอกสารที่โกหก ทําให้การเบิกความของผมในศาลรัฐธรรมนูญผิดจากข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลพยายามจะชี้แจง เดี๋ยวผมจะนําเสนอครับ
ประเด็นที่สี่ พฤติกรรมไม่โปร่งใส เอื้อให้มีการทุจริต โครงการลงทุนจะเกิด ช่องโหว่ในการโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวง โครงการถูกแบ่งสันปันส่วนให้พรรคร่วมรัฐบาล อย่างไร ปราศจากการตรวจสอบในโครงการไม่ผ่านวิธีการงบประมาณเฉกเช่น งบประมาณประจําแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดินในทุก ๆ ป้ เหมือนกับสภาตีเช็คเปล่า อันนี้จะเปึนประเด็นที่ ๔
ประเด็นที่ห้า ความเสียหายที่รัฐบาลนี้กระทําต่อประเทศ จนจําเปึนต้อง ออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครควรรับผิดชอบและจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะเอาแผ่นชาร์ท (Chart) ขึ้นนะครับ เปึนตัวเลขครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจตรงกัน เพราะเมื่อสักครู่พี่น้องประชาชนอาจจะฟัง รัฐมนตรีคลังแล้วก็หลับไป เพราะเรื่องเศรษฐกิจถ้าจะพูดให้ยากมันก็ยาก แต่ถ้าจะพูด ให้ง่ายมันง่ายครับ แล้วพี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจ ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่ฟัง การอภิปรายนี้ตามผมให้ทันนะครับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ด้วย ผมจะนําเสนอ ที่มาที่ไปว่าทําไมรัฐบาลต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ
ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าเท้าความไปสักเล็กน้อยครับ ในสมัยที่ รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ท่านได้จัดตั้งงบประมาณประจําป้ ไว้ครับ เพราะว่าจะได้มาใช้ป้ ๒๕๕๒ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะเริ่มเดือนตุลาคม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ จนถึงกันยายน ๒๕๕๒ วันที่ ๓๐ กันยายนนี้ละครับ พี่น้องประชาชน ถ้าได้ฟังนะครับ รัฐบาลสมัครตั้งรายจ่ายของรัฐบาลป้ ๒๕๕๒ ไว้ เปึนเงินเดือนประจํา เปึนโครงการลงทุนต่าง ๆ ตามกระทรวง ทบวง กรม ตั้งไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คาดการณ์ครับ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีสรรพากร สรรพสามิต ศุลกากร รัฐบาล คาดการณ์ไว้ว่าจะเก็บได้ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ครับว่า รายได้น้อยกว่า รายจ่าย เพราะฉะนั้นงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ขาดดุลครับ อันนี้คือความหมายคําว่า ขาดดุลงบประมาณ รัฐบาลท่านสมัครทํางบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๕๒ ขาดดุลไป ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขง่าย ๆ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ ปรากฏว่ารัฐบาล ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ามาบริหารงาน เตรียมการที่จะต้องจัดรายจ่ายเพิ่มเติม เพราะว่าตอนนั้นเริ่มเกิดปัญหาวิกฤติขึ้นแล้ว ก็จะจัดรายจ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้เปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ๓ เดือน เตรียมงานไว้เรียบร้อย ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แต่บังเอิญ โชคไม่ดีครับ ไม่ได้เข้าไปทํางานบ้านเมืองวุ่นวายไปหน่อย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยท่านกรณ์ จาติกวณิช นี่ละครับ ทั้งสองท่านเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็นํางบประมาณ อันนี้มาผ่านสภา จําได้นะครับตัวเลข ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ ก็ขาดดุล หมายความว่า มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา แต่รายได้ยังคงเดิม ก็เอาตัวเลขกลม ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนงบขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลชุดนี้พยายามจะกล่าวอ้างว่าที่ทําขาดดุลก็เพราะนายสมัคร สุนทรเวช นี่แหละ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นี่แหละ ตัวเองเข้ามาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็เลยทําให้บ้านเมืองขาดรายได้ ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ บังเอิญมันมีอย่างนี้ครับ หนี้สาธารณะ ที่กฎหมายกําหนดไว้ว่ารัฐบาลสามารถที่จะกู้มาชดเชยงบประมาณแผ่นดินที่ขาดดุลนั้น ได้จํานวนเท่าไร ซึ่งเมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็บอกสูตรมาแล้วครับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้ บวกงบประมาณเพิ่มเติม บวกอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบที่ใช้คืนคลัง ใช้คืนต้นเงินกู้ เบ็ดเสร็จ คํานวณเบ็ดเสร็จนะครับ เอาง่าย ๆ มัน ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายความว่าวงเงิน ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลกู้มาชดเชย ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ ก็ยังเหลือครับ เหลือวงเงินกู้อยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ชัดเจนนะครับ เอา ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ด้วยรายจ่าย ๒ ยอดนี้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าตั้งใจว่าจะเก็บภาษีได้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเก็บไม่ได้ครับ มันเก็บได้ ขาดไป นายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ว่าขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีคลังก็เอาตัวเลขมาพูดในวันเดียวกันให้สัมภาษณ์บอกว่าเก็บภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ล้านบาท รัฐมนตรี รัฐบาลชุดเดียวกันพูดกันคนละอย่างท่านประธาน พูดใน วันเดียวกัน ให้สัมภาษณ์วันเดียวกัน แต่ตัวเลขต่างกัน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาละครับ นี่ละครับ คือที่มาที่ว่ารัฐบาลถังแตก เพราะว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้ภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะหาเงินมาจากไหนละครับ ภาษีบาปอย่างนี่ครับ ที่ออก พระราชกําหนดไป เก็บภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ภาษียาสูบ แล้วอ้างว่าเปึนภาษีบาป บางครั้ง ก็คิดที่จะเอางบ เอาเงินหวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว ที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ทําไว้ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ มาใช้ในวงเงินนี้ล่ะครับที่ขาดไปตามเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลขท่านรัฐมนตรีคลังเปึนตัวเลขตั้งไว้ก่อน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แต่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ล่ะครับ ปรากฏว่าวงเงินกู้ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มันเหลืออีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ เหลืออีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปลบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ขาดเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะไปป่ดหีบนั่นล่ะครับ ท่านประธาน ประชาชนฟังแล้วงงว่าไปป่ดหีบอะไร ป้ ๒๕๕๒ ต้องอธิบายเล็กน้อยครับว่า การป่ดหีบนั้นคืองบประมาณรายจ่ายในแต่ละป้มีงบลงทุน มีเงินเดือนข้าราชการ มีค่าน้ํามัน ค่าไฟฟัา ค่าใช้จ่ายในกระบวนการกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มันขาดไป ขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงเปึนที่มาของการกู้เงินพระราชกําหนดฉบับนี้ แหละ เพื่อจะเอาไปป่ดหีบ เพื่อเอาไปเปึนค่าใช้จ่ายของป้ ๒๕๕๒ ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือที่มาของ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งที่ เกิดขึ้นต้องยอมรับว่ารัฐบาลถังแตก เก็บเงินไม่เข้าเปัา เก็บรายได้ภาษีไม่ได้ ขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่กระทรวงการคลังก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ดี ให้สัมภาษณ์มันแกว่งตลอดท่านประธาน ท่านดูง่าย ๆ อย่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าเก็บเงินไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันเดียวกันนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกขาด ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้วมา วันหนึ่งท่านกรณ์ จาติกวณิช นี่ล่ะครับ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม หนังสือพิมพ์เดลินิวส์บอกว่าต่ํากว่าเปัา ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมตัวเลขในการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ที่ขึ้นมานี่นะครับ เพื่อจะมาลบในส่วนนี้บางส่วน เอาไปตัดออกจากบางส่วน ตัวเลข มันแกว่งท่านประธาน ตัวเลขมันยังไม่นิ่งครับ ตัวเลขจะนิ่งก็เมื่อใกล้วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ อีก ๓ เดือนนี่ละครับ ตัวเลขมันถึงจะชัดเจนว่าจะป่ดหีบไม่ลงเท่าไร แต่สิ่งที่ รัฐบาลชุดนี้ทําท่านประธาน ท่านไม่เคยไปดูเลยว่างบรายจ่ายที่ใช้ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ วันนี้ใช้ไปแล้วเท่าไร จาก ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ครับสํานักงบประมาณมาชี้แจงให้ผม ใช้งบประมาณ แผ่นดินไปแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่นะครับ เหลืออีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้ใช้ แสดงว่ายังมีโอกาสที่จะหาเงินเข้ามา ถ้าตัด ออกไปท่านประธาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คือ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็คือใกล้เคียงกับวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเปึนการเร่งด่วนไหม ที่จะต้องกู้เงิน สภาพคล่องยังมีครับ แล้วกรมบัญชีกลางออกมาให้สัมภาษณ์ เปึนตุเปึนตะ มีเงินคงคลังเหลืออยู่ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินกู้ที่เหลือเพิ่งจะผ่านสภาไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ผ่านสภาไปสด ๆ ร้อน ๆ นี่ครับ ๙.๔ หมื่นล้านบาท กู้เต็มเพดาน ลงหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายนนี้เอง เงินก้อนนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นเงินลงทุนตามโครงการ ต่าง ๆ ในป้ ๒๕๕๒ ยังมีอยู่ครับท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่ผมดูแล้วที่ไปที่มาของ พระราชกําหนดทําไมต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันนี้ชี้แจงให้ฟัง
ทีนี้สิ่งที่รัฐบาลโกหกประชาชน โกหกอย่างไรครับ โกหกว่าป้หน้า เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็พูด ป้ ๒๕๕๓ รายได้จัดเก็บไม่ดี เพราะฉะนั้น งบประมาณรายจ่ายต้องลดลง ตั้งไว้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ลดลงเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท ดูแล้วน่าสงสารนะ ดูแล้วรัฐบาลก็ออกมาบอกว่าข้าราชการป้หน้าต้องช่วยกันประหยัด อย่าเดินทางไปต่างประเทศนะ เงินโบนัสก็จะไม่ขึ้น งบลงทุนกระทรวงต่าง ๆ ก็ลดน้อยลง ไปดูตัวเลขครับ งบลงทุนป้หน้าเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่เอาความจริงมาบอก ประชาชนว่าได้เอางบลงทุนไปฝากไว้ในพระราชกําหนด เพราะพระราชกําหนดวันนี้เราจะกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุน เดี๋ยวผมจะแฉต่อไปครับว่างบลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําในป้ไหน มาโกหก ประชาชนบอกว่าจะทําป้ ๒๕๕๒ เพื่อให้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิด การจ้างงาน เดี๋ยวผมจะแฉให้ดูว่ามีการโกหกมดเท็จอย่างไรบ้าง ประชาชนไม่รู้ความจริงครับ ถ้าวันนี้รัฐบาลเอาความจริงมาบอกประชาชน ประชาชนเขารับได้ เขาเข้าใจครับ มันเปึนวิกฤติเศรษฐกิจโลก ยิ่งวันนี้มีไข้หวัดนก ไข้หวัดเม็กซิโก การท่องเที่ยวย่อยสลาย แต่อย่าไปอ้าง ไปอ้างว่าเปึนเพราะการประท้วง การประท้วงมันเริ่มตั้งแต่เสื้อเหลืองมา จนถึงเสื้อแดงแล้ว อย่าไปอ้างเลยครับ ท่านเข้ามารับหน้าที่ท่านต้องรู้อยู่แล้วว่าจะหาเงิน อย่างไร ท่านต้องทราบปัญหาว่าปัญหาเศรษฐกิจมันเปึนอย่างไร ท่านโม้โอ้อวดมาตลอด ครับว่าปัญหาเศรษฐกิจตอนมาใหม่ ๆ ท่านประธานรับตําแหน่งบอก จีดีพี จะโตประมาณ ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านโอฬาร ไชยประวัติ ทีดีอาร์ไอ (TDRI : Thailand Development Reserch Institute : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ออกมาบอกว่าติดลบ ไปด่า เขาหมด มูดี้ส์ออกมาติดลบ ไปด่าเขาหมด วันนี้เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ออกมาตอบครับว่าป้หน้าป้นี้เศรษฐกิจจะติดลบ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ดีใจครับที่กล้าพูดความจริงสักครั้งหนึ่ง ถึงจะได้รู้ตัวเองว่าวันนี้ปัญหามันแก้อย่างไร ฝ์ายค้านตั้งใจครับที่จะเสนอแนวทางวิธีการแก้ไขให้ ฝ์ายค้านไม่ได้เล่นการเมือง ฝ์ายค้าน เห็นว่าประชาชน ประเทศชาติเดือดร้อน เราต้องมาช่วยกันครับ ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่ เรื่องยาก แต่ความแม่นยําในตัวเลขเปึนสิ่งสําคัญ ท่านไม่มีความแม่นยําในตัวเลข ท่านรู้ หรือไม่ครับว่าเอกสารที่ส่งมาให้ผมพิจารณาในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร เอกสารพวกนี้ใช้ไม่ได้ ตัวเลขไม่แม่นยําครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูท่านประธาน ถ้าเราไปเชื่อตัวเลขเหล่านี้ มิน่าประเทศชาติมันถึงได้ล่มจม แก้ไขปัญหาไม่เปึน เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่ เกิดขึ้นครับ นอกจากกู้มาป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นผมไม่ว่าครับท่านประธาน พรรคฝ์ายค้านไม่เคยว่าเลย แต่มีข้อติงอยู่นิดเดียวว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจริงหรือไม่ ตัวเลขแม่นยําหรือไม่ แต่อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาลงทุนในไทยเข้มแข็ง อันนี้สิครับ เปึนการเอาเงินกู้นอกงบประมาณมาใช้จ่ายในการลงทุน ไม่มีการตรวจสอบเหมือนเช่น งบประมาณประจําป้ที่มีกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบทุกโครงการ รายละเอียดมีหมด ถนนยาวเท่าไร กว้างเท่าไร ทําเปึนคอนกรีต (Concrete) หรือแอสฟัลติก (Asphaltic) มันมีหมดท่านประธาน แต่โครงการไทยเข้มแข็งมันไม่มีรายละเอียด มันมีแต่ชื่อ ท่านประธาน บอกว่าโครงการนี้จะทําทั่วประเทศ เอาไปลงจังหวัดไหนก็ไม่รู้ จะลงแต่ ทางใต้ที่เดียว อีสานที่เดียว แถวบุรีรัมย์ที่เดียว เราก็ไม่รู้ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แหละครับเราในฐานะฝ์ายค้านเราต้องตรวจสอบ เพราะเราถือว่าเงินภาษีราษฎรเปึน เงินหลวง เปึนเงินแผ่นดิน ตกน้ําไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ท่านประธาน ผมอยากจะพูดต่อ อีกครับว่า การกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมาป่ดหีบ รัฐบาลเตรียมออกเปึนพันธบัตร โดยอ้างว่าจะเปึนการดูดซับสภาพคล่อง เพราะวันนี้ประชาชนมีเงินฝากในประเทศเกือบ ๙ ,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะดูดซับสภาพคล่อง ออกพันธบัตร ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผอ. หนี้สาธารณะออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว จะขายเปึน บัตรออมทรัพย์ พันธบัตรออมทรัพย์ ราคา ๑๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ระยะ ๕ ป้ ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากหน่อย ก็จะได้มีพี่น้องมาซื้อพันธบัตร จะได้ดีกว่าได้ดอกเบี้ย จากแบงก์ แต่ที่น่าเอะใจ น่าสงสัย ก็คือการออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือภาษาฝรั่ง พีเอ็น (PN : Promissory Note) นี่ละครับ เปึนระยะยาวให้สถาบันการเงินเอาไปทํา คือไปปล่อย ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินโดยวิธีการประมูล ใครให้ดอกเบี้ยต่ําคนนั้นก็ชนะ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ละครับ ผมก็ไม่ทราบ ผมต้องฝากถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มันมีข่าวลือว่ามีเงินปากถุงหรือไม่ เพราะว่าแบงก์พาณิชย์ที่ได้งานประมูล ยกตัวอย่าง อย่างเช็คช่วยชาตินี่ แบงก์พาณิชย์ที่เปึนของเอกชนได้ไป ในขณะที่แบงก์รัฐ ไม่ได้เลย ท่านประธานรู้ไหมครับว่าต้นทุนในการกู้เงินของแบงก์ อินเตอร์แบงก์ (Inter bank) มันเท่าไร แล้วเขาเอามาปล่อยให้รัฐบาลกู้นี่เขากําไรเท่าไร เอาไว้ไปคิดเอง เดี๋ยวจะมีคนอื่นอภิปรายต่อนะครับท่านประธาน
รัฐบาลโกหกสภา อันนี้ประเด็นที่ ๓ นําข้อมูลผิด ๆ ส่งมาให้ ส.ส. พิจารณา ท่านประธานครับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ที่เราจะพิจารณาพระราชกําหนด เอกสารนี้ครับ แนบมากับหนังสือเชิญของท่านประธาน แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ระยะที่ ๑ รีบร้อนครับ พิมพ์ผิด ทําโดยกระทรวงการคลัง และเจ้าของงานนี้ยอมรับกับผมแล้วครับ คือหนี้สาธารณะเปึนคนทําร่วมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา แต่บังเอิญ ผอ. หนี้สาธารณะเปึนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง ท่านประธาน ผมก็อ่านครับ ผมเปึนคนที่อ่านละเอียด ผมอ่านเอกสารฉบับนี้ งบลงทุนนะ ท่านประธาน ขออนุญาตนะครับ โครงการที่รัฐบาลรับภาระการลงทุนและยังไม่มี แหล่งเงินในป้งบประมาณ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ มีวงเงินทั้งสิ้น ๒๘๙,๐๗๐ ล้านบาท รัฐบาล จะต้องจัดหาแหล่งเงินลงทุนเพิ่มเติมโดยการกู้เงินตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ก็คือ พระราชกําหนดฉบับนี้ละท่านประธาน อันนี้ผมคิดเปึนอย่างอื่นไม่ได้ คือกรอบการกู้เงิน การใช้เงิน ผมก็คิดแบบนักคณิตศาสตร์ ผมก็เอา ๔๐๐,๐๐๐ ตั้ง ลบ ๒๘๙,๐๐๐ แสดงว่า รัฐบาลจะป่ดหีบ ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เอาข้อมูลนี้ ละครับไปเบิกความในศาล ผมเบิกเปึนคนแรกท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีขึ้นมาอ่าน สคริพท์ (Script : เอกสารต้นฉบับ) เหมือนเมื่อสักครู่นะครับ ก็ยืนยันต่อศาลรัฐธรรมนูญ ครับว่าจะไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ข้อมูลที่ให้สภา ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปลงทุน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปป่ดหีบ ทําไมต้องโกหกกัน อย่างนี้ครับ ผมถึงได้แพ้ในศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถามว่าหลักการในการกู้เปึนอํานาจของ ฝ์ายบริหารไหม เปึน เรายอมรับครับว่า เปึนครับ แต่ถ้าตัวเลขท่าน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ผมก็เห็นว่ามันแตกต่างกับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่างกันตั้ง ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้ ผมจะปล่อยให้ไปกู้ได้อย่างไร เด็กประถมมาอ่านเห็นก็หัวเราะรัฐบาลชุดนี้ หัวเราะใส่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวเราะใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดเลขได้อย่างไร และ ผอ. หนี้สาธารณะมายอมรับกับผมนะครับว่า เอกสารฉบับนี้ได้เตรียมไว้ให้รัฐบาล จริง ๆ แล้วส่งมาในสภา และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน อันนี้ล่าสุดแล้ว คณะกรรมการ กลั่นกรองโครงการ เอสพี ๒ (SP2) คือระยะที่ ๒ นี่ส่งมาใหม่มาให้ผมก่อนที่จะเข้ามา อภิปรายในห้องนี้ละครับ ปรากฏว่าอย่างไรครับ งบลงทุนท่านประธาน ระยะที่ ๒ ที่ว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลนี้นะครับ สรุปมาให้ผมอย่างนี้ครับ ป้ ๒๕๕๒ จะเอามา ลงทุน พี่น้องประชาชนนักธุรกิจฟังนะครับ ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ล้านบาทอย่างที่ฝันกัน นักวิชาการออกมาต่อว่า ฝ์ายค้านดึงเกมแทนที่ประเทศชาติจะได้เดินต่อไปได้ เศรษฐกิจ จะได้ฟุ๋น ความมั่นคงจะได้กลับมาทําไมไม่เอาความจริงมาพูดประชาชนว่าในป้ ๒๕๕๒ งบกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไทยแข็งนี่นะครับจะใช้แค่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทเอง นี่ตัวเลขอยู่นี่ครับ ที่เหลือจะไปใช้ป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานตามให้ดีนะครับ ป้ ๒๕๕๓ ใช้ ๒๑๖,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง แต่ส่งมาให้ผมครั้งแรก ๒๘๙,๐๐๐ ส่งมาครั้งที่ ๒ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมจะไปยึดตัวเลขไหนละครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องบอกผมสิว่าผมยึดตัวเลขไหน ท่านโกหกสภาทําไม ท่านต้องบอก เดี๋ยวท่านต้องบอก นะครับ อย่างนี้เสียหายเลยท่านประธาน นี่คือเหตุผลที่ฝ์ายค้านไม่สามารถที่จะผ่าน พระราชกําหนดก็เลยส่งไปตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากตัวเลขยังแกว่ง ยังไม่นิ่ง ความเร่งด่วนก็ไม่จําเปึน เพราะอะไรครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ถ้ารัฐบาลยึด เอกสารฉบับนี้ ที่ให้ ส.ส. เอามาอ่าน กู้เพื่อไปป่ดหีบแค่ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็มองว่ามันไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วนเลย เพราะอะไร เพราะรัฐบาลสามารถชะลอการจ่ายโครงการป้ ๒๕๕๒ ได้ ยกตัวอย่างครับ โครงการทหารนี่แหละ กองทัพ ผมเอามาบวกแล้วป้ ๒๕๕๒ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน แล้วบางโครงการยังไม่ได้ซื้อเลย ก็ดึงกลับมาก่อนสิครับ เอามาใช้ก่อน ทําไมไม่กล้าทํา ในเมื่อจะมาเปึนผู้บริหาร เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมันต้องใจกล้า กล้าตัดสินใจครับ เห็นว่างบไหนที่มันชะลอไว้ได้ดึงไว้ก่อน เอามาทําส่วนอื่นก่อนได้ แล้ว ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ที่ท่านจะเอามาป่ดหีบ ท่านรอได้จนกว่าตัวเลขจะนิ่ง มันไม่ได้สายเกินแก้หรอกครับ ที่สําคัญที่สุด ตอนที่ผมไปเบิกความเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม กรมบัญชีกลางมาให้ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม บอกว่าเงินคงคลังมี ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ก่อนที่ผมจะไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ มติชนครับ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ออกมาให้สัมภาษณ์อีกเมษายนเก็บเงินรายได้ได้ดี มีเงินคงคลังเหลืออยู่ ๑๑๔,๗๐๐ ล้านบาท มติ ครม. อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ผมบอก ๑๗ เมษายน อนุมัติให้กู้เต็ม วงเงิน พ.ร.บ. หนี้สาธารณะที่ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ เหลือแสนหนึ่ง ก็ยังใช้ได้อยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วน สภาพคล่องท่านยังมีอยู่ แล้วท่านรอไปใกล้ ๆ เอาสักเดือนสิงหาคม ก็เอาพระราชกําหนดกู้เงินเข้ามาใช่ไหมครับ ผมคิดถูกไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ มันเปึนอย่างนี้ ตัวเลขต้องแม่นยํา นั่งอยู่คลังตัวเลขผิดพลาดอย่างนี้มันถึงวิเคราะห์ คาดการณ์ผิดหมดเลยท่านประธาน ทีนี้นอกจากนั้นนะครับ ผมก็ไปเบิกความต่ออีกครับ เพราะผมไม่เชื่อว่าประเทศชาติขาดสภาพคล่อง นายกอร์ปศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่าสภาพคล่องยังดีอยู่ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ไทยรัฐ หน้า ๘ อีกฉบับหนึ่งนะครับ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ยังออกมาให้สัมภาษณ์อีกเมื่อวันที่ ๒๕ ว่าหาก พระราชกําหนดไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีหลายวิธีที่จะบริหารจัดการสภาพคล่องได้ นี่แหละครับ มาตรา ๑๘๕ ท่านประธาน การจะออกพระราชกําหนดต้องเปึนเรื่องเร่งด่วน ฉุกเฉิน ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ อันนี้มันยังหลีกเลี่ยงได้อยู่ เพราะท่านยังบอกเลย ถ้า พ.ร.ก. ไม่ผ่าน นี่ท่านต้องไปไล่เอาเองนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อย่าไปถอดถอนอธิบดี กรมบัญชีกลางนะท่านไม่รู้ ท่านให้สัมภาษณ์ตามข้อเท็จจริงครับ อย่าไล่ท่านออกนะครับ ท่านทําถูกแล้วนะครับ ท่านเอาข้อเท็จจริงมาเป่ดเผย
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานจะเอาง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ โครงการลงทุน ที่เปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยแข็งนี่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเลข ๒๘๙,๐๐๐ หรือ ๒๔๙,๐๐๐ หรือ ๒๐๐,๐๐๐ ตามที่ท่านเสนอมานี่นะครับ มั่วซั่วไปหมด มันปราศจากการตรวจสอบ เพราะโครงการนี่นะครับ ท่านประธาน ท่านประธานเป่ดเอกสารนี้ดูเลย ผมไม่รู้ว่า ท่านแจกแล้วท่านดูเอง ท่านอ่านบ้างหรือไม่นะครับ แต่ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของ ท่านประธาน ท่านต้อง
ผมอ่านหมดครับ
อ่านหมดดีแล้วครับ มันจะมี แต่โครงการท่านประธาน มันมีแต่ชื่อ มันไม่มีรายละเอียด เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะมาแฉกัน ให้หมดละครับ การโยกย้ายโครงการทําได้ง่ายเลยครับ ขนาดป้ ๒๕๕๒ นี่ครับงบที่ผ่าน สภาไปในพื้นที่ผม ปรากฏว่า อบต. เขาได้กัน วันนี้เขาร้องมาแล้ว วันนั้นเขามาประชุม ร่วมกับนายกรัฐมนตรีที่ห้องนี้ เขาบอกว่างบไม่ลงเลย งบปกครองท้องถิ่น โยกไปหมด มันโยกจริงไหม ขนาดงบปกติยังโยก แล้วงบไทยแข็งนี้จะไม่โยกกันวุ่นวายไปหมดหรือ ฝากท่านประธานไว้ แล้วก็เปึนงบหาเสียงไหม เพราะผมเป่ดในรายละเอียดท่านประธาน ตอนแรก ๆ ตอนที่ งบป้ ๒๕๕๓ ลดจาก ๑.๙ ล้านล้านบาท มาเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท แล้วงบลงทุนเหลือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรรคร่วมรัฐบาลออกมาโวยวายกันใหญ่เลย แม้กระทั่งทหารครับ บอกจะเลิกซื้ออาวุธได้อย่างไร ความมั่นคงมันไม่เหลือแล้ว แต่พอมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ก้อนนี้ออกมาเงียบหมดเลยท่านประธาน เงียบฉี่เลยครับ จนไม่รู้ว่าเงียบ ขนาดไหนนะครับ เงียบฉี่ ท่านประธาน โครงการแต่ละโครงการอย่างที่บอกไม่ได้ระบุ เลยว่าจะจ้างงานได้กี่คน ท่านบอกมาปาว ๆ ปาว เมื่อสักครู่บอกว่าป้นี้จะตกงาน ตัวเลขท่าน ๗๐๐,๐๐๐ คน และโครงการของท่านเองมากระตุ้นป้นี้ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานตัวเลขสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะให้ผมมา มันจะกระตุ้นการจ้างงานได้ กี่คน ถามจริง ๆ นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตอบผมนะ ท่านต้องแม่น ตัวเลข ถ้าตัวเลขท่านไม่เก่งท่านต้องลาออก ใช้ไม่ได้ อันนี้มันต้องแม่นยําครับ อย่างเช็ค ช่วยชาติ ต้นกล้าอาชีพ โครงการเรียนฟรีระยะที่ ๑ ท่านประธานต้องยอมรับ นี่ครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านให้สัมภาษณ์เลยลงหนังสือพิมพ์มติชน ว่าโครงการพวกนี้ รัฐบาลทําล้มเหลว ใช้ไม่ได้ แม้กระทั่งการแทรกแซงข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ล้มระเนระนาดหมด ไปตรวจจับเขาเละเทะไปหมด อะไรกันนักกันหนาครับ บ้านเมือง มันจะไปไม่ได้ เกษตรกรจะล้มตายกัน ท่านต้องคิดให้หนัก บางเรื่องถ้ามันจําเปึนพี่น้อง เกษตรกรอยู่ได้ท่านต้องยอม ต้องกลืนเลือดก็ต้องยอมให้พี่น้องเกษตรกรผู้ยากจนได้มี โอกาสอ้าปากลืมตาหายใจเช็ค ๒,๐๐๐ บาทนั่นนะครับ คนด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง ต้นกล้า อาชีพทํามา ๖,๙๐๐ ล้านบาทวันนี้ใช้ไปแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท โครงการนี้ล้มเหลว อย่างสิ้นเชิง ท่านลองไปดูตัวเลขครับ ไม่อยากจะลงรายละเอียดมาก ฝากท่านไว้ว่า ขาดการติดตามประเมินผล ท่านจําได้นะท่านอภิสิทธิ์กับผมสมัยนั้นอยู่ด้วยกัน โครงการ มิยาซาวา รัฐบาลจ้างบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จํากัด มาประเมินผล หลังจากปฏิบัติงาน เสร็จ เสียเงินให้ทริส เท่าไรไม่ว่าล่ะครับ ประเมินมาเสร็จล้มเหลวหมด มีการโกงมีการ อะไรหมด ฝากไว้ครับอย่าให้เกิดประเด็นอย่างนั้น ถ้าท่านไม่เข้าใจผมยินดีช่วยท่าน นะ เพื่อบ้านเพื่อเมืองครับที่น่าเปึนห่วง โครงการทั้งหมดที่น่าเปึนห่วงคือ ถนนไร้ฝุ์น ท่านประธาน โครงการแหล่งน้ําชลประทานเพื่อการเกษตร ซึ่งปกติก็อยู่งบปกติอยู่แล้วใน งบประมาณแต่ละป้ แต่วันนี้ลงมาไทยเข้มแข็ง อันนี้อันตรายครับท่านนายกรัฐมนตรี ดูอย่างกรณีรถเมล์เอ็นจีวี (NGV) ๔,๐๐๐ คัน ขนาดตรวจสอบกันรอบคอบสภาพัฒน์ (สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) เข้ารอบหนึ่ง กระทรวง คมนาคมดูแล้ว ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ดูแล้ว เข้ามาคณะรัฐมนตรียังเด้ง ออกไปเลย อันนี้โครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมด ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วหยิบมาใช้ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ตามพระราชกําหนด ๒๘๙,๐๐๐ หรือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องดูให้ดีครับ ยิ่งการตรวจสอบไม่มีการทุจริตเกิดแน่นอนท่านประธาน
ประเด็นสุดท้าย เรื่องความเสียหายที่รัฐบาลนี้กระทําต่อประเทศ ถามว่า การออกพระราชกําหนดกู้เพื่อเอาไปลงทุนตามแผนงานงบประมาณ คือแทนที่ท่านจะเปึน งบโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการฟุ๋นฟูสภาวะเศรษฐกิจ แต่ท่านไป หยิบเอางบลงทุนในแต่ละป้ ๆ เอามาทําของแต่ละกระทรวง มันเปึนการทําผิดวินัย การเงินการคลังอย่างร้ายแรง นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ผู้อํานวยการสํานักบริหารหนี้สาธารณะ ที่ผมพูดถึงนี้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ หนังสือพิมพ์มติชน ยืนยันชัดเจนครับว่า เปึนการเอาเงินไปลงทุนในโครงการที่อยู่ในแต่ละป้งบประมาณไม่ใช่เปึนการลงทุนใหม่ เพราะฉะนั้นการเอาเงินกู้นอกงบประมาณมาใช้ในงบประมาณและหลีกเลี่ยงการ ตรวจสอบโครงการลงทุนจากรัฐสภาวันนี้ผ่าน ส.ส. อาทิตย์หน้าผ่าน ส.ว. ท่านทําได้ อย่างไรครับ ท่านต้องไปคิดดูให้หนักนะครับ อย่างที่เมื่อสักครู่ผมได้บอกไปว่า การออก พระราชกําหนดนี้เปึนเพราะ
๑. รัฐบาลคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจผิดพลาด ประมาท เลินเล่อ ขาด ประสบการณ์ บริหารงานไม่เปึน ท่านจํานะครับเมื่อสักครู่ผมพูดไปว่า ตอนรับหน้าที่ ใหม่ ๆ รัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจประเทศขยายตัว ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าท่านจําได้ ใครเตือนไม่ฟัง พรรคพลังประชาชนโดยท่านโอฬารบอก ๔ เปอร์เซ็นต์ติดลบ หัวเราะเยาะ ท่าน ด่าท่านเปึนตุเปึนตะหาว่าท่านไม่อย่างโน้นอย่างนี้ แล้ววันนี้เปึนอย่างไร นายกรณ์ จาติกวณิช ยอมรับอย่างนี้เมื่อสักครู่นี้นะครับ วันที่ ๗ ก็ให้สัมภาษณ์ไปรอบหนึ่งลงมติชน ท่านกรณ์ จาติกวณิช นี่ละครับ บอกว่า เศรษฐกิจติดลบ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสักครู่ท่านก็ รับสารภาพตอนที่ท่านเป่ดการอภิปราย เศรษฐกิจติดลบ รายได้ไม่เข้าเปัาแน่นอน รายได้ ภาษีในการจัดเก็บภาษีบาปถึงได้เกิดขึ้น วันนี้กําลังจะเอาภาษีที่ดิน แล้วท่านไปให้ สัมภาษณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่า ท่านรู้ครับ ท่านลองทําการคํานวณดู ว่าท่านต้องจ่ายภาษีเท่าไรผมอ่านเจอเมื่อวาน ท่านบอกว่าท่านนี่คํานวณเบ็ดเสร็จต้อง จ่ายภาษีเพิ่ม ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าตัวเลขไม่ผิด แล้วท่านก็บอกว่าบังเอิญ ท่านไปเจอที่ดินของท่านอยู่แปลงหนึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ก็พูดหมายความว่าก็ยินดีที่จะ เสียภาษีที่ดิน แต่ใครที่ไม่มีเงินเสียภาษีที่ดินก็ขายมันเสีย คิดอย่างนี้ คิดได้แค่นี้หรือครับ นอกจากกู้แล้วขายของเก่ากิน ท่านไม่คิดจะหาเงินเลยหรือครับ นี่ตัวท่านเองยังคิดแค่นี้ ท่านประธาน ประชาชนหวังอะไรไม่ได้ครับ ผมสงสารประชาชนคนไทย เสียดายที่เขา เลือกพรรคผม พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนมาเปึนรัฐบาล แต่บังเอิญโดนแย่งไป โดนขโมยไป ไม่อย่างนั้นผมแก้ได้หมดแล้วครับ
ท่านประธาน ผมอยากจะชี้แนะอีกประเด็นหนึ่ง งบประมาณรายจ่ายกลางป้ ที่รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทําไว้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ใช้ท่านก็ประณามเขา ว่าเปึนเพราะรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทําให้ขาดดุลเพิ่มอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กล่าวหาคนอื่นตลอด ถ้าวันนั้นเมื่อมกราคม ๒๕๕๒ ตอนงบประมาณกลางป้ที่เข้าสภาโดย รัฐบาลนี้ใจถึงหน่อยนะครับ เอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกวงเงินกู้อีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําแทนที่จะทํา ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ทํามัน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยเพราะเหลือวงเงินกู้ อีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกระตุ้นเศรษฐกิจกลางป้ได้เลย ท่านคิดไม่เปึน ท่านต้องใช้ สมองหน่อยครับ ตัวเลขมันมีอยู่แล้ว ท่านเข้ามานั่งท่านต้องรู้สภาพเศรษฐกิจอย่างไร ประเทศชาติกําลังเดินไปทิศทางไหน ต้องตัดสินใจวันนั้นมันไม่ได้ช้าเกินรอครับ วันนี้ไม่ต้องมากู้หนี้พระราชกําหนดแบบเร่งด่วนอย่างนี้ ท่านต้องคิดครับ ผมไม่อยากจะ สอนท่านมาก เดี๋ยวท่านเอาไปทําหมดแล้วพวกผมเวลามาเปึนรัฐบาลจะไม่มีอะไรทํา วันนี้ครับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าท่านประธานนั่งอยู่ในบริษัทใหญ่ ๆ หรือบริษัท ทั่วไปนี่ละครับ ถ้าผู้บริหารสิ้นป้งบประมาณทําบริษัทขาดทุน วันนี้ขาดทุนแน่นอนต้องไป กู้หนี้ยืมสินจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา แสดงความรับผิดชอบครับ ผมเชื่อว่าบริษัทเหล่านั้น ผู้บริหารชุดนั้นอยู่ไม่ได้ละครับ วันนี้รัฐบาลยังไม่สายนะครับพิจารณาตัวเอง ลาออกเถอะครับ เพราะท่านทําไม่ได้แล้ว ผมอยากจะฝากไว้แล้วอย่าไปอวดรวย ไปช่วยบริษัทจีเอ็ม-ฟอร์ด ว่าจะไปสนับสนุนเขา บริษัทแม่เขาอยู่เมืองนอกเขาช่วย เขาช่วยจากทางโน้นมา เอาเงินกู้ ของประชาชนไปช่วยฝรั่ง คิดได้อย่างไรครับท่านประธาน
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากจะแสดงกราฟสุดท้ายเลย นี่ครับท่านประธาน ชาร์ทสุดท้ายเอาแค่ป้ ๒๕๕๒ สมมุติพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ถูกต้องนะครับ ไม่ใช่ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๒๐๐,๐๐๐ล้านบาท กู้เพื่อ ชดเชยขาดดุลหนี้สาธารณะ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาแค่รัฐบาลท่านนะ ตั้งแต่มานี่ รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ทํางบไว้จริงแต่ไม่ทันได้ใช้ ใช้ไปแค่ ๒-๓ เดือน ถือว่าให้อภัย ถ้าเทียบกับตัวเลขแล้วท่านใช้มากกว่า แล้วงบประมาณแผ่นดินวันนี้ก็ใช้แค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เอง แสดงว่ารัฐบาลท่านสมัครใช้ไปนิดเดียว อย่าไปโจมตีว่าใช้หมดแล้ว ๆ ฟังไม่ขึ้น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท กู้ภายในประเทศครับ ๖๔๑,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้กู้ไปแล้วนะครับ แล้วกําลังจะกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ด้วย หนี้ต่างประเทศท่านประธานที่เข้าสภานี้เลยครับ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม กู้ฟุ๋นฟู เสริมสร้างความมั่นคงไทย มั่นคงทางการเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ที่ผ่านสภานี่ละครับ อันนั้นเปึนยอดง่าย ๆ ยอดแรก ยอดที่ ๒ กู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่านประธานจําได้ไหมครับที่ทําประปา ทําสะพานข้าม ทํา ๔ ช่องจราจรที่เข้าสภาไปเมื่อ วันที่ ๖ พฤษภาคม และปรากฏว่ารัฐบาลนี้ยัดไส้เข้ามาอีก รถไฟสายสีน้ําเงินหัวลําโพง- บางแค ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท บางซื่อ-ท่าพระอีก ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท รายการที่ ๓ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปประเทศญี่ปุ์น ไปกู้อีก ๖,๓๐๐ ล้านเยน คิดเปึนเงินไทย ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมรวมเบ็ดเสร็จ รวมกู้ต่างประเทศในป้ ๒๕๕๒ เกือบ เต็มวงเงินแล้วครับ พระราชบัญญัติหนี้สาธารณะบอกว่า กู้เปึนเงินเหรียญ เงินฝรั่ง เงินต่างประเทศ เงินจีน เงินญี่ปุ์น ได้ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านเอาโครงการพวกนี้ไปแล้ว ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ เอาตัวเลขกลม ๆ วันนี้ท่านทําให้ประเทศชาติเปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว นี่ยังไม่รวมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะพิจารณาพรุ่งนี้นะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านใช้เงินเก่งมาก พี่น้องประชาชนฟังไว้นะครับ ผมเอา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตั้ง เอา ๖๐ ไปหาร พูดง่าย ๆ รัฐบาลนี้ทําหนี้ให้ต่อหัวเพิ่มเปึน ๑๒,๐๐๐ บาทต่อหัว เด็กเกิดมาอุแว้ ๆ แบบช่อง ๗ เปึนหนี้แล้ว ๑๒,๐๐๐ บาท เพราะ รัฐบาลชุดนี้ บวกหนี้เก่าอีก ๓๐,๐๐๐ บาท ณ วันนี้คนไทยมีหนี้ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อหัว เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าหนี้สาธารณะเข้าอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็จะนําเสนออีกว่าหนี้คนไทย มันจะเพิ่มเปึน ๘๐,๐๐๐ บาทต่อหัว โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ทําหนี้ให้กับลูกหลานไทย เบ็ดเสร็จ ๒ วัน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อหัว เพิ่มจากเดิมนะครับ เดิมมี ๔๐,๐๐๐ บาทต่อหัว ท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรณ์ จาติกวณิช ที่ได้ยอมให้มีการถ่ายทอด วันนี้ผมนําเสนอใน ข้อมูลที่พรรคฝ์ายค้านมั่นใจครับว่าเราไม่ได้พิจารณาตัวเลขผิด เปึนหลักฐานทั้งหมดที่เรา จําเปึนต้องไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะตัวเลขไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนตามตัวเลขที่ เรามีนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่ผมได้อภิปรายไปอาจจะกระทบบ้างต้องกราบขออภัย เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนฟังการอภิปรายจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของการกู้เงินของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่แต่เพียงลูกหลานท่าน ตัวท่าน ตัวผม ลูกหลานผม ลูกเมียผม เปึนหนี้ทั่วถึงกันหมดครับ ประชาชนก็เปึนหนี้ทั่วถึงกัน เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบในอนาคตถ้าท่านไม่ได้เปึนรัฐบาล ภาระหนักก็จะมาตกอยู่ พวกผมครับ ผมพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนแก้ปัญหาที่ท่านหมักหมมไว้ ขอบคุณ ครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ดีมาก ต่อไปคุณสรรเสริญ สมะลาภา ครับ ๒๐ นาที ท่านตอบเลยหรือครับ เชิญครับ
ขออภัย ท่านสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ความจริงเดี๋ยวผมจะขออนุญาตรอการอภิปราย แล้วก็ตอบคําถาม หลาย ๆ คําถามที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไว้ แต่ผมอยากเรียนเปึนข้อมูลนะครับ เพราะท่านสมาชิกก็ได้ทวงถามถึงรายละเอียดโครงการว่าสุดท้ายแล้วจะจัดสรรลงไป ในจังหวัดใดบ้าง เม็ดเงินเท่าไรนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าจากคําชี้แจงของผมก่อน หน้านี้นะครับ ก็ได้อ้างถึงความพร้อมในการที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ในส่วนของระดับ ความโปร่งใสในการออกพระราชกําหนดฉบับนี้ เราก็ได้มีบทบัญญัติ มาตรา ๓ ในตัว พ.ร.ก. ที่พูดถึงการรายงานกรอบการใช้เงินต่อรัฐสภา ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีก็ได้พิจารณา แล้วก็ได้เห็นชอบกรอบการใช้เงินแล้วนะครับ แล้วก็ได้นําเสนอบรรจุเปึนวาระต่อไปเพื่อ การพิจารณาของทางสภา เพราะฉะนั้นในกรอบการใช้เงินนั้นก็จะมีความชัดเจนว่า เม็ดเงินที่กู้ยืมมานั้นจะไปใช้ดําเนินการในโครงการใด ๆ บ้าง เราก็จะมีเอกสารประกอบ อีกต่างหาก นอกเหนือจากกรอบว่าในแต่ละกระทรวงจะมีเม็ดเงินเท่าไร ในแต่ละจังหวัด จะได้รับเม็ดเงินงบประมาณการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเท่าไร เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีการพิจารณาพระราชกําหนดแล้วเสร็จ เราก็สามารถที่จะหยิบยก วาระเรื่องของกรอบการใช้เงินมาพิจารณาต่อไปได้ แล้วท่านก็จะได้รับรายละเอียด ณ โอกาสนั้น ส่วนประเด็นข้อมูลอื่น ๆ นะครับ ก็ตามที่ผมเรียน ผมจะขออนุญาตชี้แจงอีก ทีหนึ่ง ขอฝากไว้นิดเดียวครับว่าก่อนที่ท่านสมาชิกจะอ้างถึงการที่รัฐบาล หรือโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีโกหกสภาเรื่องของตัวเลข ผมก็อยากที่จะให้ท่านได้ทบทวนที่มา แล้วก็ ความถูกต้องของตัวเลขที่ท่านหยิบมาอ้างอิงในสภาก่อนนะครับ ผมจะชี้แจงในภายหลัง ว่าท่านเข้าใจผิดอย่างไร แล้วผมก็พร้อมที่จะชี้แจงให้ทางท่านและทางประชาชนเข้าใจนะครับ แต่ขอกรุณาระมัดระวังครับ การใช้คําว่า โกหกต่อสภา นะครับ ต่อนายกรัฐมนตรี หรือท่านใดก็แล้วแต่ในสภาแห่งนี้ ท่านควรจะต้องพิจารณาให้ครบถ้วนก่อนนะครับ ว่าตัวเลขของท่านเองนั้นถูกต้องหรือไม่ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ กรอบนี้ จะส่งสภาได้เมื่อไร จะเสนอตรงนี้เลยใช่ไหมครับ
ครับ
เมื่อรัฐบาลส่งมา ผมจะได้ สั่งให้เจ้าหน้าที่แจกในที่ประชุมเลยครับ
ได้เลยครับ
เพื่อให้มันโปร่งใสครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ จะจัดการให้เลยครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ที่ผมเริ่มเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ผมก็ผ่านการอภิปรายทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือแม้ว่าจะเปึน ในเรื่องการอภิปรายงบประมาณของรัฐบาลมาหลายต่อหลายครั้ง สิ่งที่ผมสังเกตเห็น ก็คือว่าดูเหมือนจะเปึนธรรมเนียมในการปฏิบัติครับ ดูเหมือนจะเปึนธรรมเนียมในการ ปฏิบัติในการอภิปรายการบริหารราชการแผ่นดินทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ดี การอภิปรายในเรื่องของงบประมาณก็ดี หรือการอภิปรายในเรื่องพระราชกําหนด พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับเงินกู้ก็ดี ธรรมเนียมปฏิบัตินั้นก็คือฝ์ายค้านมักจะไม่เห็นด้วย กับการกู้เงิน เหตุผลหลักที่หลายต่อหลายครั้งยกขึ้นมาก็จะเปึนเหตุผลในเรื่องของการ สร้างหนี้ กล่าวด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมเองก็ไม่ได้มีเจตจํานงจะเสียดสีเพื่อนสมาชิก ทางด้านฝ์ายค้าน เพราะว่าสมัยที่ผมเปึนฝ์ายค้านผมก็อภิปรายในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน สมัยนี้ครับเพื่อนสมาชิกในฝ์ายค้านก็มีท่าทีหลายต่อหลายครั้งที่จะบอกว่าไม่เห็นด้วย ในเรื่องของการกู้เงิน ผมคิดว่าการอภิปรายในลักษณะนี้จะนําไปสู่ความสับสนต่อ พี่น้องประชาชนที่รับฟังข่าวสารอยู่ เพราะอะไรครับ สถานการณ์ในสมัยนั้นกับสมัยนี้มัน แตกต่างกันแต่ก่อนที่ผมจะไปถึงตรงนั้นผมจะต้องขอเริ่มจากระบบเศรษฐกิจก่อน ผมคิด ว่าเพื่อนสมาชิกแล้วก็พวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ทราบกันดีครับเศรษฐกิจไทยเดินได้ ด้วย ๓ ภาคหลัก ภาคประชาชน ภาคเอกชน แล้วก็ภาครัฐบาล ผมคิดว่า ๒ ส่วนแรก คือ ภาคประชาชนและภาคเอกชนคิดว่าเปึนส่วนหลักของระบบเศรษฐกิจ เพราะว่ามีสัดส่วน ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ จีดีพี เปึนอัตราที่สูง ส่วนรัฐบาลนั้นผมคิดว่าเปึน เพียงภาคเสริมเท่านั้น รัฐบาลที่ดีจะต้องทําหน้าที่สลับกับภาคประชาชนและเอกชน ก็คือว่าเวลาเศรษฐกิจดีรัฐบาลเก็บเงินครับ เก็บเงินเพื่อปัองกันฟองสบู่เพื่อที่จะนําเงินนั้น มาปลดเปลื้องภาระหนี้สินของรัฐบาลที่ทํามาในอดีต ส่วนในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ในขณะที่ภาคเอกชนและภาคประชาชนชะลอการใช้จ่ายซึ่งเปึนภาวะขณะนี้ แน่นอนที่สุด ครับรัฐบาลจะต้องเร่งใช้เงินพยุงสถานะทางเศรษฐกิจและจุดประสงค์สําคัญก็คือปัองกัน การตกงานของพี่น้องประชาชน ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้เพราะผมจะนําท่านประธานไปสู่ เหตุการณ์ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้กับตอนนั้นแตกต่างกัน เกิดอะไรขึ้นในอดีตครับ ในครั้งนั้นที่ผมแล้วก็ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนอภิปรายไม่เห็นด้วย กับการกู้เงินในสถานการณ์ตอนนั้นแตกต่างจากตอนนี้ ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๕๑ ผมขอเรียนท่านประธานว่าสถานะทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นพอไปได้ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเฉลี่ยในช่วงขณะนั้น คือตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔-๒๕๕๑ อยู่ที่ ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วเรามาดูในเรื่องของวินัยการใช้เงินของรัฐบาลว่าเปึนอย่างไร ตัวเลขที่ ชัดเจนที่สุดก็จะต้องดูจากหนี้สาธารณะ เกิดอะไรขึ้นกับหนี้สาธารณะครับ หนี้สาธารณะ ปรับตัวสูงขึ้น แต่อันนั้นยังชี้ไม่ชัด เพราะว่าองค์ประกอบในหนี้สาธารณะถ้าท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกดูจะมีด้วยกันหลากหลายองค์ประกอบ มีตั้งแต่หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หนี้ของสถาบันการเงินรัฐ หนี้ของหน่วยงานอื่น ของรัฐ และสุดท้ายก็คือหนี้ของกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ที่ผมต้อง เรียนท่านประธานถึงองค์ประกอบของหนี้สาธารณะ เพราะผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า การที่จะดูว่ารัฐบาลมีวินัยในการใช้เงินหรือไม่จะต้องดูจากยอดหนี้สาธารณะมาหักลบ ด้วยยอดหนี้ที่เกิดจากกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ทําไมครับ อย่างที่พวกเราก็ทราบกันอยู่ เมื่อป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลสมัยนั้นได้โอนหนี้ส่วนหนึ่งของกองทุน เพื่อการฟุ๋นฟูพัฒนาระบบสถาบันการเงินมาเปึนของรัฐบาลเอง การชําระหนี้ก้อนนี้ก็ไม่มี ปัญหาครับ มีระเบียบแบบแผนแล้วก็มีสูตรชัดเจนว่าเงินต้นใครจะเปึนคนชําระ ดอกเบี้ย ใครเปึนคนชําระ แล้วก็ยังมีหนี้ส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเปึนส่วนน้อยครับ ยังติดอยู่กับกองทุน เพื่อการฟุ๋นฟูเอง บทบาทของกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูในปัจจุบันก็ลดลงครับ เพราะว่า โอนหน้าที่หลักไปให้กับสถาบันค้ําประกันเงินฝาก แล้วก็บทบาทในอนาคตถ้าไม่เกิดวิกฤติ ทางด้านสถาบันการเงินนะครับ กองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ก็จะต้องป่ดตัวลงในที่สุด หนี้ที่อยู่ที่กองทุนฟุ๋นฟูนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงวินัยการใช้เงินของ รัฐบาล เพราะฉะนั้นการจะดูวินัยในการใช้เงินของรัฐบาลจะต้องดูจากยอดหนี้สาธารณะ มาหักลบกับหนี้ของกองทุนฟุ๋นฟูที่ผมได้กล่าวไป เกิดอะไรขึ้นครับ ยอดหนี้สาธารณะ เมื่อมาหักลบกับหนี้ของกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ จนถึงป้ ๒๕๕๑ เพิ่มขึ้น เท่าไรทราบไหมครับท่านประธาน ๗๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในกรณีที่ จีดีพี ในช่วงนั้น ขยายตัวเฉลี่ย ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ การกู้เงิน ๗๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ จําเปึนหรือไม่ นี่เปึน คําถาม รัฐบาลในสมัยนั้นกู้เงินประมาณ ๗๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สมควรหรือไม่ จริง ๆ ในสมัยนั้นก็มีอยู่ช่วงหนึ่งนะครับที่ยอดหนี้ที่ผมได้กล่าวถึงก็เพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มขึ้นในลักษณะ ที่น้อย ก็คือในป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่าเปึนรัฐบาลของใคร รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเข้าใจว่ารัฐบาลในชุดนั้น ก็ค่อนข้างจะกระเบียดกระเสียร เพราะว่าวงเงินกู้ที่รัฐบาลท่านได้รับมีมากกว่านั้น แต่ท่าน ก็ใช้ไปเพียงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น คําถามก็คืออยู่ที่ว่าปัจจุบันยอดหนี้ สาธารณะอยู่ที่ ๓.๗ ล้านล้านบาท ๔๒ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี หากในช่วง ๒๕๔๕-๒๕๕๑ รัฐบาลกู้เพียงครึ่งเดียว ครึ่งเดียวของที่เพิ่งกู้มาจะทําให้ยอดหนี้สาธารณะในตอนนี้ลดลง ทันทีครับ เหลือ ๓.๔ ล้านล้านบาท หรือ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ไม่ใช่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ การกู้เงินถึง ๗๔๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วงนั้นสมควรหรือไม่ พอมาถึงสถานการณ์ ในปัจจุบันเกิดอะไรขึ้น ไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ เศรษฐกิจหดตัว ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ต่อมา ไตรมาสที่ ๑ ของป้นี้หดตัวซ้ําลงไปอีก ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ข้างหน้าก็ยังไม่ แน่นอน แม้ว่าสําหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารทางด้านเศรษฐกิจของในประเทศและ ต่างประเทศก็ดี ตัวเลขของเศรษฐกิจในต่างประเทศอาจจะดีขึ้นบ้าง แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ ก็ยังไม่เปึนหลักประกันว่าจะดีตลอดไป และล่าสุดในเรื่องของดัชนีความเชื่อมั่นที่ทํา ออกมาเมื่อ ๒-๓ วันนี้โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก็ลดลงทุกตัว รัฐบาลมี ความจําเปึนต้องใช้เงินเพื่อพยุงสถานะทางเศรษฐกิจและเพื่อปัองกันการตกงานของ พี่น้องประชาชน ก็มีความเปึนห่วงอีกครับว่าเราจะใช้หนี้ก้อนนี้ที่เราจะกู้กันได้อย่างไร ผมลองคํานวณมาเปึนตุ๊กตานะครับ แล้วก็ผมคิดว่า การคํานวณของกระทรวงการคลัง จะไม่แตกต่างจากนี้สักเท่าไร หนี้สาธารณะในอนาคต หลังจากเกิดการกู้ของรัฐบาล เพื่อพยุงสถานะทางด้านเศรษฐกิจ ผมเอากรณีเลวร้ายที่สุดครับ คือให้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจ ลากยาวไปถึงป้ ๒๕๕๕ ยอดหนี้สาธารณะของเราจะเปึนเท่าไร ปัจจุบันอยู่ที่ ๓.๗ ล้านล้านบาท นะครับ รวมกับ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. พ.ร.ก. ที่พิจารณาในวันนี้ พ.ร.บ. ที่พิจารณาพรุ่งนี้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณป้ ๒๕๕๓ อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเหลือ ป้ ๒๕๕๔ กับป้ ๒๕๕๕ ให้ขาดดุลเต็มที่เลยครับ เต็มเพดานอีกป้ละ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนยอดหนี้ทั้งหมด ๕.๗ ล้านล้านบาทครับ นั่นคือฝัืงหนึ่ง อีกฝัืงหนึ่งคือการขยายตัว ทางด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเปึนภาวะในป้ ๒๕๕๒ ก็คือประมาณ ๘.๘ ล้านล้านบาท คือมูลค่าของ จีดีพี ให้ไปเลยครับ ขยายป้ละ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เงินเฟัอ ๒.๒๕ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่เลื่อนลอยนะครับ เปึนตัวเลขของทางธนาคาร แห่งประเทศไทยที่ให้การประเมินออกมา ขยายตัวเช่นนี้ไปตลอดจนถึงป้ ๒๕๕๕ จีดีพีของ เราจะไปอยู่ที่ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ยอดหนี้สาธารณะคิดเปึนสัดส่วนของจีดีพี ๕๗ เปอร์เซ็นต์ครับ อยู่ในวิสัยทัศน์ที่รับได้ กระผมคิดว่าการประเมินของกระทรวงการคลัง ก็อาจจะมีการแตกต่างจากนี้แต่ว่าไม่มาก หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจผ่านพ้นไปนะครับ อย่างที่ผมเรียนให้ท่านประธานทราบ ผมประเมินในสถานะที่เลวร้ายที่สุดคือ รัฐบาลไม่ใช้ หนี้เลย ไม่ใช้หนี้เลยสักบาทเดียว จะถามว่าหนี้สาธารณะอีกกี่ป้จะกลับมาอยู่ที่ระดับเดิม คือระดับประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี คําตอบก็คืออีก ๔ ป้เท่านั้น ๔ ป้ที่ผมให้การ ขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ หลังจากนั้นคือประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เงินเฟัอ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ได้ดีเด่นอะไรครับ เปึนภาวะเศรษฐกิจระดับปานกลาง เท่านั้น รัฐบาลไม่ใช้หนี้เลย เปึนภาวการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ป้ ๒๕๕๙ เหลืออีก ๔ ป้หลังจาก วิกฤติยอดหนี้สาธารณะจะลงมาอยู่ที่ ๔๑ เปอร์เซ็นต์
คําถามต่อมาก็คือว่า แล้วรัฐบาลกู้เงินแล้วนําเงินไปใช้อะไร เหมาะสม หรือไม่ ผมก็ได้ดูในเรื่องของแผนปฏิบัติไทยเข้มแข็ง เปึนเรื่องของแผนปฏิบัติการนะครับ มีไปตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ ส่วนใหญ่ครับ ก็เปึนในเรื่องของการลงทุน เหมาะสม ที่สุดแล้วครับ ทุกวันนี้ภาคเศรษฐกิจก็มีปัญหาในทุกส่วน ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการ บริโภคของประชาชน การลงทุนและการส่งออก แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเปึนปัญหามากที่สุดก็คือ การลงทุนของภาคเอกชน
หมดเวลาครับ
สักครู่ครับ อีกสักประมาณ ๒-๓ นาที ก็จบแล้วครับท่านประธาน
ก็อย่ากินเวลาคนอื่น เขาครับ เพราะว่าวิปเขียนมาอย่างไร ผมปฏิบัติอย่างนั้นครับ ก็ให้ท่าน ๑๕ นาที
การบริโภคของประชาชน ก็ทรงตัวในระดับที่ต่ํานะครับ แล้วก็มาติดลบในไตรมาสที่ ๑ ของป้ ๒๕๕๒ แต่ผมคิดว่า สิ่งที่เปึนปัญหาที่สุดก็คือ ในเรื่องของการลงทุนของภาคเอกชน เพราะการลงทุนนี้ ไม่ฟุ๋นเลยตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ การที่จะกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน รัฐบาลสามารถทํา ด้วยกัน ๓ เรื่อง ๑. ก็คือสร้างอุปสงค์รวมในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทําอยู่ ๒. ก็คือสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ ส่วนสิ่งที่ ๓ เปึนในเรื่องของการลงทุนเพื่อชักนําให้ การลงทุนของเอกชน
ก็ได้เนื้อหาสาระ พอสมควรแล้วครับ ขอบคุณครับ
มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยทั้งในเรื่องของการใช้เงินแล้วก็การกู้เงิน สนับสนุนครับ
คุณสรรเสริญครับ ขอบคุณครับ อย่ากินเวลาคนอื่นเขาครับ เชิญคุณประเกียรติ นาสิมมา ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่จริงกระผม ได้รับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ได้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทําไม ศาลรัฐธรรมนูญถึงวินิจฉัยออกมาเช่นนั้น ที่จริงการที่เราเสนอศาลรัฐธรรมนูญไปนั้น นะครับ ก็ด้วยเหตุที่เราเห็นว่าการออกพระราชกําหนดกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนไปในทิศทางที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทีนี้การที่ได้ไปพิจารณาว่าไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญนั้น ก็ได้พยานหลักฐานจากการเสนอของฝ์ายรัฐบาล ทีนี้เมื่อหลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกพระราชกําหนดชอบด้วยรัฐธรรมนูญจึงได้เชิญ ผู้อํานวยการสํานักงานหนี้สาธารณะมาชี้แจง จึงได้ทราบว่าข้อมูลและข้อเท็จจริงที่รัฐบาล เสนอออกมาเพื่อที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบเปึนข้อเท็จจริงที่เปึนข้อมูลที่ บิดเบือนความจริง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ทราบความจริงจึงได้วินิจฉัยออกมาเช่นนั้น กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าการตรวจสอบความชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายของ พระราชกําหนดนั้น มีขั้นตอนหลัก ๆ อยู่ประมาณ ๔ ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ ๑ ก็คือ ครม. ครม. ท่านจะมีหน้าที่ตรวจสอบก่อน
ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพอผ่านเข้ามาท่านสมาชิก รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดเห็นว่าไม่ชอบก็เสนอให้ศาล รัฐธรรมนูญตรวจสอบ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเสร็จแล้ว
ขั้นตอนที่ ๓ ก็คือรัฐสภานี่แหละจะตรวจสอบต่อไป แล้ววันนี้ที่ขอให้ ถ่ายทอดสดก็ไป
ขั้นตอนที่ ๔ คือประชาชนต้องรับทราบ แล้วเพื่อที่จะได้ติดตามตรวจสอบ กันอีกต่อไป
เพราะฉะนั้นการตราพระราชกําหนดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกู้เงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอพรุ่งนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่เรื่องปกติ แล้วเมื่อสักครู่ได้ฟังฝ์ายรัฐบาลบอกว่า ฝ์ายค้านขัดขวางการกู้ยืมเงิน และเปึนประเพณีที่ฝ์ายค้านจะต้องคัดค้านเสมอ ความจริง ฝ์ายค้านมีเหตุผลในการที่จะคัดค้าน และการกู้ยืมเงินครั้งนี้มันเปึนเรื่องผิดปกติ เมื่อครั้งที่ ได้ก่องบประมาณเพิ่มเติม ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ไม่เห็นมี อะไรกระเตื้อง เพราะฉะนั้นการกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ มันเปึนเงินก้อนมหึมา ที่จะต้องตรวจสอบ ติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่ามันชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ ชอบด้วย กฎหมายหรือเปล่า ซึ่งหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้วนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ฝ์ายค้านไม่ได้คัดค้าน พอพูดถึงเรื่องในการกู้เงินนี่นะครับ จริง ๆ แล้วการกู้เงินของรัฐ มี ๒ ประเภท
ประเภทที่ ๑ ก็กู้มาในงบประมาณรายจ่าย งบประมาณประจําป้ ซึ่งถ้าหากว่าตั้งงบประมาณไว้แล้วรายได้ไม่พอก็สามารถที่จะกู้เข้ามาเสริมงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ได้ นี่คืออันที่ ๑
ส่วนการกู้เงินอันที่ ๒ นั้นก็คือการกู้เงินนอกงบประมาณ การกู้เงิน นอกงบประมาณรายจ่าย ซึ่งตรงนี้ก็เปึนปัญหาที่จะต้องคุยกันมากทีเดียว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการกู้เงินนอกงบประมาณตามพระราชกําหนดและร่างพระราชบัญญัติ รวม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีมาตรา ๓ ซึ่งกําหนดไว้ทั้งสองพระราชกําหนดและ ร่างพระราชบัญญัติกําหนดไว้เช่นเดียวกันว่าเปึนเงินนอกงบประมาณ
ทีนี้เงินกู้ถามว่าเปึนเงินของแผ่นดินไหม เงินกู้หรือรายได้ของรัฐทุกบาท ทุกสตางค์เปึนเงินของแผ่นดิน เงินของแผ่นดินก็คือเงินของประชาชน ทีนี้การใช้เงินของ ประชาชน คือการใช้เงินของแผ่นดินมีกฎหมายกําหนดไหม มีครับ รัฐธรรมนูญกําหนดว่า การใช้เงินของแผ่นดินจะต้องดําเนินการอย่างไร ต้องเป่ดไปดูที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ มีไว้ชัดเจน ผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าสาระสําคัญที่รัฐบาล กู้เงินตามพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ สาระสําคัญของผมจะต่างจาก สาระสําคัญของท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ที่แถลงต่อสภาไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ๖ ข้อ ผมจดเอาไว้ สาระสําคัญของผมก็มี ๖ ประการด้วยเหมือนกัน สาระสําคัญการกู้เงินครั้งนี้ นี่นะครับ การกู้เงินครั้งนี้เปึนการออกพระราชกําหนด ซึ่งมันก็แปลกที่ว่าทําไมถึงต้องมา ออกเปึนพระราชกําหนด ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่นี้ฟังท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้กราบเรียน ต่อท่านประธานแล้วว่าเงินนี้มันไม่จําเปึนเลยที่จะต้องมาออกเปึนพระราชกําหนดทั้งหมด ออกเปึนพระราชบัญญัติก็ไม่สายเกินไป และถ้าหากว่าจะออกเปึนพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ครั้งที่ ๒ อีก ก็ยังไม่สายจนเกินไปที่จะทําได้ เพราะยังเหลือ เวลาที่จะใช้งบประมาณอีกถึงเดือนกันยายน อันนี้ก็เปึนสาเหตุหนึ่ง ปัญหาก็คือสาระสําคัญ ว่าทําไมถึงออกพระราชกําหนด ซึ่งมันผิดปกติและเปึนตัวเลขที่สูงจนเกินไปนะครับ
อันที่ ๒ เงินที่ได้จากการกู้ยืมเปึนเงินของแผ่นดิน แต่ในพระราชกําหนด บอกว่าไม่ต้องเข้าคลัง ตรงนี้ต้องคิดดูให้ดี ๆ เพราะตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง เงินทุกบาททุกสตางค์ของรัฐของแผ่นดินต้องเข้าคลัง แต่เมื่อกําหนดไว้ว่าเงินทั้งหลาย ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องเข้าคลัง คําถามของประชาชนและคําถามของผมด้วย ในฐานะตัวแทนประชาชน ท่านจะเอาไปเก็บไว้ไหน เก็บไว้ที่ธนาคารพาณิชย์หรือ เพื่อประโยชน์ของใคร อันนี้จะต้องติดตามครับ
อันที่ ๓ คือการได้มาซึ่งเงินของแผ่นดิน ซึ่งผมได้กล่าวไปบ้างแล้วนะครับ เงินของแผ่นดินอันแรกก็คือได้มาโดยไม่มีเงื่อนไข เช่น เงินภาษี อย่างนี้ได้มาโดยไม่มี เงื่อนไข อันที่ ๒ ก็คือได้มาโดยมีเงื่อนไข เช่น เงินกู้ มีภาระนะครับ
อันที่ ๔ ก็คือ เงินกู้ของรัฐที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็มาชดเชยเงินที่ขาดดุลงบประมาณ อันที่ ๒ ก็คือใช้ นอกงบประมาณ ซึ่งการใช้เงินนอกงบประมาณในพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะมีบัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๒ และ มาตรา ๒๓ การกู้เงินนอกงบประมาณนี่นะครับ จริง ๆ แล้ว ในมาตรา ๒๒ เขียนว่า การกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้เมื่อมีความ จําเปึนและต้องการใช้เงินนอกงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องเปึนการกู้เงินตรา ต่างประเทศ รัฐบาลชี้แจงเหตุผลขอกู้เงินนี้ก็เพื่อที่จะเอามาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และพัฒนาเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็กู้เงินบาท ถามว่าสามารถจะกู้ได้ไหม มันก็มีกฎหมายเหมือนกันนะครับ กฎหมายก็บอกว่า การกู้เงินในประเทศจะต้องมีสภาพ สถานะเอื้ออํานวยและเปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการเงิน การคลัง และตลาดทุน ของประเทศ ถามว่าขณะนี้เงื่อนไขของประเทศนี่มันเข้าอย่างนั้นหรือไม่ ทีนี้การพัฒนา ระบบทุนของประเทศ แน่นอนตลาดทุนกับตลาดธนาคารคงจะแตกต่างกัน ผมจะไม่ลง รายละเอียดตรงนั้น แต่ผมว่าการกู้เงินครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ตามมาตรา ๒๓ ของพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะดังที่ผมกราบเรียนไป
สาระสําคัญอันต่อไปนะครับ วิธีการใช้งบประมาณกับการใช้เงินกู้ ตรงนี้ สําคัญ ซึ่งผมจะลงรายละเอียดบ้างเล็กน้อย และ
อันที่ ๔ สุดท้ายผมอยากจะสรุปนะครับ ผมอยากจะขอพูดในเรื่องข้อที่ ๕ สาระสําคัญที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน คือการใช้เงินกู้ครั้งนี้ ในพระราชกําหนดเขียน ไว้ชัดเจนว่า เปึนเงินนอกงบประมาณ อํานาจการใช้จ่ายอยู่ที่คณะรัฐมนตรี อํานาจในการ กําหนดโครงการและการพิจารณาโครงการอยู่ในอํานาจของคณะรัฐมนตรีผู้ใช้เงิน คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตรงนี้สําคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้จ่าย งบประมาณของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณแล้ว ซึ่งมันเปึนกฎหมาย โครงการทุกอย่าง รายจ่ายทุกอย่าง เงินทุกก้อนเปึนกฎหมายทั้งสิ้น หากใครก็ตามทําผิด งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินจะต้องติดคุกนะครับ แต่กรณีที่จะ ใช้จ่ายเงินตามพระราชกําหนดเงินกู้จะใช้ถูกใช้ผิดอย่างไรถ้า ครม. อนุมัติก็ถือว่าใช้ได้ ความโปร่งใสมีไหม อันนี้คือสําคัญ แต่สําคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือการโยกงบประมาณ ถ้าเปึนงบประมาณปกติแล้วการโยกงบประมาณจะกระทํามิได้นะครับ จะต้องเปึนไปตาม กฎหมายการโอนงบประมาณใช้จ่ายเท่านั้น แต่การโยกงบประมาณ การโยกเงินกู้ที่ใช้ใน โครงการนี้แล้วเห็นว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ จะเอาไปใช้ในโครงการต่อไป ไม่ใช่อํานาจ ที่จะต้องมาดําเนินการตามการโอนงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณ แต่เปึน คณะรัฐมนตรีซึ่งไม่ใช่กฎหมาย ตรงนี้การทุจริตจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็จะต้องติดตาม เพราะฉะนั้นเงินงบประมาณรายจ่ายประจําป้ซึ่งต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ มีความ เคร่งครัดในวินัยการเงินการคลัง มีความเคร่งครัดในการที่จะใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ที่ประชาชนไว้ใจและให้ดําเนินการอย่างนั้นมาโดยตลอด ส่วนรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ณ วันนี้ท่านขอใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อพัฒนา ประเทศนอกงบประมาณ อํานาจการใช้จ่ายเปึนอํานาจของท่าน อํานาจการตัดสินโยก งบประมาณเปึนอํานาจของท่าน ซึ่งตรงนี้ละครับจึงนําไปสู่ข้อสรุปที่ผมอยากจะขอสรุปว่า การดําเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ในการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตามพระราชกําหนดนี้ มีเจตนาชัดเจนที่จะหลีกเลี่ยงในการกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะตามพระราชบัญญัติ บริหารหนี้สาธารณะเงินที่จะใช้จ่ายนอกงบประมาณต้องกู้เปึนเงินตราต่างประเทศ แต่ท่านเลี่ยงมาออกพระราชกําหนดเพื่อให้พระราชกําหนดไปยกเว้นพระราชบัญญัติหนี้ บริหารหนี้สาธารณะ การหลีกเลี่ยงเช่นนี้เปึนการหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญที่ เปึนปัญหาที่สุดก็คือมาตรา ๑๙๐ ซึ่งจะต้องขออนุญาตรัฐสภาเสียก่อนจึงจะดําเนินการได้ และการหลีกเลี่ยงอันที่ ๒ ก็คือ การหลีกเลี่ยงการโยกย้ายงบประมาณซึ่งจะต้องทําตาม พระราชบัญญัติวิธีโอนงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน เพราะฉะนั้นนโยบายของรัฐบาล ในการกู้เงินครั้งนี้จึงมีนัยสําคัญที่กระผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ประชาชนผู้ที่ตั้งตาคอยฟังเรื่องนี้อยู่ทางบ้านนะครับ การกู้เงินครั้งนี้มีนัยสําคัญอยู่ ๓ ประการด้วยกัน
ประการที่ ๑ คือนัยทางการเมือง นัยทางการเมืองทําอย่างไรรู้ไหมครับ ถ้าเอาเงินก้อน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไปไว้ในงบประมาณปกติ กระผมเชื่อว่ารัฐบาลนี่คุมพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงเอางบประมาณก้อนนี้เอาเงินก้อนนี้ที่กู้ยืมมานี่มาอยู่นอกงบประมาณเสียเพื่อที่จะจัด โครงการหลอกหรือไม่หลอกก็ไม่รู้ จะจัดจริงให้มันเปึนไปตามนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ และจะโยกภายหลังหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราเห็นตอนนี้กระทรวง คมนาคม กระทรวงอื่น ๆ ที่มีรายละเอียดในงบประมาณนี้มีงบประมาณมากเลยครับ ดึงใจพรรคร่วมฝ์ายค้านได้แล้ว แต่เมื่อผ่านสภานี้ไปแล้วนี่นะครับ รัฐบาลจะโยกจะย้าย งบประมาณก้อนนี้ไปใช้อย่างอื่น การตรวจสอบ ตรวจสอบไม่ได้ครับ เพราะเปึนอํานาจ ของ ครม. ตรงนี้แหละเปึนนัยทางการเมืองซึ่งมีความสําคัญ
ประการที่ ๒ คือนัยทางผลประโยชน์ เงินก้อนนี้เปึนเงินของแผ่นดิน ซึ่งตาม กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังแล้วนี่เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะต้องเข้าคลังแผ่นดินต้องเข้าคลังของประเทศเพราะเปึนเงิน ของประชาชน แต่ตอนนี้จะเก็บไว้นอกคลัง นอกคลังมีที่ไหนครับ ก็มีธนาคารพาณิชย์ มีธนาคารอื่น ๆ ซึ่งตรงนั้นจะมีผลประโยชน์ในเรื่องการจัดการเอาเงินไปฝาก อาจจะได้ ผลประโยชน์ตอบแทนจากธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ก็จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจาก การจัดการของรัฐบาล ตรงนี้เปึนผลประโยชน์ เปึนนัยทางผลประโยชน์ จะเปึน ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่กระผมเชื่อและกระผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้จะมีผลประโยชน์ ทับซ้อนในเชิงนโยบาย
ประการที่ ๓ เปึนนัยการตรวจสอบ เปึนนัยทางทุจริต เรื่องนี้กระผมขอ กราบเรียนเลยว่าเปึนเรื่องที่จะนําไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนและเปึนเรื่องที่จะนําไปสู่การ ทุจริตเชิงนโยบายรอบใหม่ ซึ่งเราทั้งหลายได้พูดกันเสมอว่าผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริตเชิงนโยบายนี้ต้องขจัด แต่นวัตกรรมความคิดของรัฐบาลนี้ไม่ทราบคิดจากอะไร ถึงได้นําเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และกระผมขอยืนยันว่าโครงการที่รัฐบาลบอกว่าจะให้ ประเทศไทยเข้มแข็งด้วยเศรษฐกิจที่จะนําเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปลง ผมฟันธงได้เลยครับว่า คนไทยไม่มีโอกาสได้เข้มแข็ง แต่ความเข้มแข็งอาจจะไปอยู่ที่กลุ่ม บุคคล กลุ่มพรรคการเมือง คนไทยทั้งชาติ ทั้งประเทศ สิ่งที่จะได้รับต่อไปใน ๓ ป้ข้างหน้า นี้ ถึงป้ ๒๕๕๕ นี้ นอกจากความไม่เข้มแข็งแล้ว ยังจะต้องเอากระดูกแขวนคอ เนื้อก็ไม่ได้ กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่ต้องมาใช้หนี้ที่รัฐบาลนี้ก่อ ผมจึงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับการ ออกพระราชกําหนดกู้เงินครั้งนี้ และผมขอเติมสุดท้ายนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้พูดถึงหนี้ สาธารณะกับ จีดีพี
สรุป เถอะครับ หมดเวลา
ผมขอนิดเดียวครับ คือ จีดีพี เมื่อ ๓-๔ ป้ที่ผ่านมานี้ คือเงินหมุนเวียนในประเทศมีประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท จีดีพี นะครับ แต่เพราะการบริหารประเทศชาติที่มีปัญหา มันตกลงมาป้นี้ แบงก์ชาติบอกว่าเหลือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่าการพัฒนาประเทศนี้ย่อหย่อนลงไป ถดถอยลงไป ความสามารถในการบริหารประเทศไม่มี แต่หนี้สาธารณะคงมีอยู่ ๓ จุดกว่าล้าน ๆ และคงจะต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ และเมื่อสักครู่นี้ที่คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะที่คงอยู่ และการบริหารประเทศเพิ่มขึ้น และ จีดีพี จะเพิ่มขึ้น ทําให้สัดส่วนกับหนี้สาธารณะลดลง ผมประกันให้ได้เลยว่าไม่มีทางเปึนไปได้ และเปึนเรื่องที่เดากันทั้งนั้น และผลประโยชน์ ทับซ้อนที่จะเกิดขึ้น เกิดขึ้นแน่ ๆ ผมขอกราบเรียน และผมไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. กู้เงิน ครั้งนี้ ผมจะขอโหวตคัดค้านครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ท่านมีเวลาอภิปราย ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านได้พูดถึงรายละเอียด เกี่ยวกับการให้อํานาจของกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจที่กําลังเสนอเข้าสู่สภานั้นนะครับ สําหรับตัวผมเองก็ขออนุญาตที่จะไม่พูดถึง ในเรื่องของตัวเลข ไม่ว่าจะเปึนการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ดี หนี้สาธารณะก็ดี แต่ผมจะพูด ถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในการดํารงชีพที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเราจะศึกษา ว่ารัฐบาลกับการกู้เงินมาเพื่อแก้ไขปัญหาใด ๆ ก็ตามแต่นั้น ก็ไม่ใช่ว่าครั้งนี้เปึนครั้งแรก ครับ ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาทางด้านความคล่อง ทางด้านเศรษฐกิจ ก็กู้มา หลายครั้งหลายหนเกือบจะทุกรัฐบาล แต่ที่ผ่านมานี้ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดให้ นําเสนอต่อสภา ก็ทําให้พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้มีส่วนที่จะรับรู้มากนัก การบริหารงานของ รัฐบาลในปัจจุบันครับ ถามว่าที่ผ่านมานั้นได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไปได้มากน้อยเพียงใด ถ้าเราจะสอบถามจากบรรดาพี่น้องประชาชนจากรากหญ้าเลยก็จะพบว่า ในส่วนหนึ่ง ปัญหาเศรษฐกิจของบรรดาพี่น้องประชาชนก็ได้รับการแก้ไขไปในระดับหนึ่ง ถ้าเราจะไป สัมผัสกับบรรดาพี่น้องประชาชนในวันนี้ ถามว่ามาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ดําเนินการไป แล้ว ไม่ว่าจะเปึนการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ป้ ไม่ว่าจะเปึนเงินกองทุนเลี้ยงชีพ ผู้สูงอายุ ซึ่งเราเปลี่ยนว่าเปึนเบี้ยกตัญ็ู ไม่ว่าจะเปึนเงินตอบแทนของพี่น้อง อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) ไม่ว่าจะเปึนการจ่ายเช็คช่วยชาติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบรรดาพี่น้องที่มีรายได้ น้อย สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งหนึ่งครับที่รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง วันนี้เมื่อมาดู รายละเอียด รายละเอียดในการที่สภาแห่งนี้จะให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ถ้าจะเป่ดดูในรายละเอียดที่ได้นําเสนอต่อสภา แห่งนี้ ผมก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยครับว่าเปึนการจัดสรรงบประมาณที่ค่อนข้างจะ เหมาะสม ไม่ว่าจะเปึนงบประมาณเพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนการขนส่ง การคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วในสัดส่วนของกระทรวงคมนาคม ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนกําลังรออยู่ นั่นก็คือโครงการถนนไร้ฝุ์น ซึ่งวันนี้ถ้าเราจะดูแล้วปัญหาการคมนาคมของบรรดา พี่น้องประชาชนตามหมู่บ้าน ในตําบล ในหมู่บ้านต่าง ๆ นั้นมีปัญหามาก และวันนี้ เขาก็กําลังรอโครงการนี้ ถ้าหากว่าเรามีเม็ดเงินในส่วนนี้มาเพื่อที่จะดําเนินการ เพื่อที่จะ พัฒนาให้มันเปึนไปตามโครงการที่ได้นําเสนอต่อสภา ผมว่าอันนี้จะเปึนประโยชน์ ต่อบรรดาพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ในส่วนของการติดตามที่จะติดตามว่าโครงการนี้ไป ทําอะไรที่ไหนนั้นก็เปึนหน้าที่ของสภาจะช่วยกันตรวจสอบ ผมว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นเรา มีเจตนาที่บริสุทธิ์ที่จะดําเนินการเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่บรรดาพี่น้องประชาชน อยู่แล้วนะครับ อันนี้ผมคาดหวังเปึนเช่นนั้น
สําหรับโครงการอื่น ๆ ครับ จะเปึนโครงการด้านฟุ๋นฟูระบบชลประทาน อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งครับ ปัญหาเรื่องน้ํานี่เปึนปัญหาที่มีความจําเปึนอย่างยิ่งสําหรับ บรรดาพี่น้องประชาชนในชนบทโดยทั่วไป เพราะน้ําคือชีวิตครับ ถ้าหากว่าเราสามารถ เร่งรัดการดําเนินการโครงการเหล่านี้ให้ไปถึงมือพี่น้องประชาชนในชนบทได้นั้นผมว่าก็จะ เปึนประโยชน์เปึนอย่างยิ่ง สิ่งหนึ่งที่จะฝากให้รัฐบาลได้ตระหนักก็คือว่าการนําเม็ดเงิน งบประมาณมาใช้จ่ายในครั้งนี้เปึนงบประมาณที่เราต้องกู้มา จะเปึนกู้จากต่างประเทศ จะเปึนกู้จากในประเทศก็ตามแต่ เปึนเงินกู้และภาระที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนครับ ก็คือภาระที่ประชาชนจะต้องแบกรับร่วมกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อเปึนเช่นนี้ผมก็อยากจะขอ ฝากไปทางรัฐบาลว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินในโครงการต่าง ๆ นั้นก็ขอให้มีที่มาที่ไป สามารถ ตรวจสอบได้ มีความโปร่งใส ให้สมกับที่ประชาชนนั้นจะต้องรับภาระร่วมกับพวกเรา ทุกคน สิ่งนี้ต่างหากครับที่ผมจะขออนุญาตฝากเอาไว้ และถ้าหากว่าสามารถนําเงิน งบประมาณมาดําเนินการตามโครงการต่าง ๆ ที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมมั่นใจว่าประโยชน์ สูงสุดจะเกิดขึ้นกับบรรดาพี่น้องประชาชน ตัวผมเองขอให้การสนับสนุนพระราชกําหนด ในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของรัฐบาลที่นําเสนอต่อสภา แห่งนี้ เพราะเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ต่อบรรดาพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณมากครับ
เชิญ ท่านฐิติมา ฉายแสง มีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจนั้นหลายคนจะบ่นว่ามันเปึนเรื่องที่เข้าใจยาก ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่ใช้ในแวดวงเศรษฐกิจในการวิเคราะห์เศรษฐกิจนั้น เปึนศัพท์แสง ที่หลายคนบ่นไม่เข้าใจ เช่น คําว่า จีดีพี หลายคนก็บ่นว่าไม่รู้คืออะไร ถึงแม้ว่าจะแปลเปึนภาษาไทยแล้วว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแล้วก็ตาม ประชาชนหลายคนก็ยังบ่นว่าไม่รู้เรื่องอยู่ดี แต่ท่านประธานคะ ปัญหาของเศรษฐกิจนั้นเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทุก ๆ คน เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งจากเด็กแรกคลอดแบเบาะไปจนถึงกระทั่งคนแก่คนเฒ่า เกี่ยวข้องกับคน ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเปึนนักธุรกิจ เปึนเกษตรกร เปึนชาวประมง เปึนครู เปึนนักเรียน ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบหรือได้รับประโยชน์จากการบริหารงานทางเศรษฐกิจของ รัฐบาลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นประชาชนจึงต้องรู้และเข้าใจแล้วก็รู้เท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องรู้เท่าทันรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้นํา จําเปึนต้องรู้ว่ารัฐบาลนี้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น คิดอะไร วางแผนอะไร แล้วก็กําลังจะทําอะไรคะท่านประธาน ต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาทํา โครงการต่าง ๆ ที่เขากําลังจะให้มันเกิดขึ้นนั้นมันมีประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติหรือไม่ อย่างไร ประชาชนต้องรู้ค่ะ พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันก็ควรจะรู้ถึงการทํางานของ พรรคฝ์ายค้านว่า ทําไมถึงค้าน ค้านอะไร แล้วก็เราพรรคฝ์ายค้านเราก็อยากจะชี้แจง ท้วงติงว่าการทํางานของรัฐบาลนั้นกําลังทําไปแบบถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือว่า รัฐบาลกําลังจะทําให้ประเทศนั้นฟุ๋นฟูเศรษฐกิจไปอย่างถูกทิศถูกทางหรือเปล่า หรือว่า รัฐบาลนั้นใช้กลเม็ดเด็ดพราย เล่นเล่ห์เพทุบายอยู่หรือเปล่า ประชาชนจึงต้องรู้นะคะ ท่านประธาน ทีนี้ในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจวัน ๒ วันนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับเงินมหาศาลจริง ๆ หลายคนพูดแล้วว่าเงินจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก พ.ร.ก. และอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก พ.ร.บ. รวมแล้วเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนเงินมหาศาลจริง ๆ มันนับเปึน ประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่จะมีการกู้เงินโดยพระราชกําหนดนี่ หรือพระราชบัญญัตินี้เยอะมาก เยอะมากจนถือว่ารองลงมาจากท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ในป้ ๒๕๔๑ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเปึนทายาทนักกู้เงินมหาศาล รุ่นที่ ๒ ของพรรคประชาธิปัตย์ ทีนี้พระราชกําหนดในการ ให้อํานาจการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติให้อํานาจการกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรากําลังพิจารณาในวันนี้พรุ่งนี้นั้น ถามว่าเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันเยอะไหมคะ ดิฉันลงพื้นที่ไปพบปะประชาชน ก็ถามเขาว่า เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเยอะไหม ประชาชนบอกว่าเยอะมาก เยอะจน จินตนาการไม่ออกว่ามันเยอะขนาดไหน วันนี้ดิฉันต้องการที่จะชวนท่านประธานเองก็ดี หรือพี่น้องประชาชนที่ดูโทรทัศน์อยู่ทางบ้านหรือฟังวิทยุอยู่ มาจินตนาการร่วมกับดิฉัน ลองนึกกันไปว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังจะกู้นั้นมันเยอะ ขนาดไหน ท่านประธานลองดูนะคะว่า ในห้องประชุมของเราขณะนี้มีเก้าอี้อยู่ประมาณ ๕๐๐ ตัว แต่เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป๊กเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๘ ป๊กด้วยกันเปึน ๑ กอง สมมุติว่า ๑ กอง ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะคะ ไม่ใช่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ บาท เราเอา มาวางบนเก้าอี้ ๑ ตัว ๑ ตัว ๑ ตัว ถามว่าต้องใช้เก้าอี้กี่ตัวคะท่านประธาน คําตอบคือต้องใช้เก้าอี้ถึง ๑ ล้านตัว เยอะไหมคะ เยอะมาก ตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง สําหรับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดิฉันต้องการให้ประชาชนนั้นเข้าใจว่ามันเยอะขนาดไหน ก็ต้องลองเปรียบเทียบกับผู้ที่มาชุมนุมทางการเมืองก็ได้ ที่แน่นขนัดอยู่บนท้องสนามหลวง แล้วก็ไหลเลื้อยไปจนกระทั่งถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็ได้ เรามักจะพูดว่ามีคนเยอะ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเราให้แต่ละคน มือซ้ายถือ ๔๐๐,๐๐๐ บาท มือขวาถืออีก ๔๐๐,๐๐๐ บาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ต้องใช้คนกี่คนคะ ก็ต้องใช้คน ๑ ล้านคน ก็จึงถามว่าคนถือเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพร้อมกัน จากท้องสนามหลวง ไหลเลื้อยไปบนถนนราชดําเนินไกลขนาดไหนไม่รู้ และเงินจํานวนมากขนาดนี้ค่ะที่ดิฉัน ต้องการที่จะให้ประชาชนนั้นได้ติดตาม ได้รู้ ได้เข้าใจ เข้าใจถึงว่ารัฐบาลนั้นจะเอามาทํา อะไร และเปึนประโยชน์สักแค่ไหน เขาจะได้รับความเดือดร้อนหรือเปล่า อาจจะเปึน อย่างนั้นก็ได้ เงินจํานวนมากนี้ที่ดิฉันเข้าใจอยู่แล้วว่ารัฐบาลนั้นจะเอามาป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังที่รัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้พูดไป ซึ่งการป่ดหีบก็หมายความว่า เอาไปเสริมสภาพคล่องของเงินคงคลัง เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อันนี้ภาษาทาง เศรษฐกิจเราเข้าใจอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อีก ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลือล่ะคะ โน่น เอาไปทําโครงการต่าง ๆ เต็มไปหมด ซึ่งโครงการต่าง ๆ พวกนี้คนไทยทุกคนต้องรู้ หนี้ทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนไทยทุกคนต้องรู้ว่าเขากําลังจะเปึนหนี้เท่า ๆ กัน พร้อม ๆ กันทุกคน เอาละนะคะดิฉันเห็นว่ามันเปึนเรื่องที่สําคัญที่ประชาชนควรจะรู้ วิกฤติเศรษฐกิจประเทศ ไทยขณะนี้มันต่างกับวิกฤติเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ ค่ะท่านประธาน ป้ ๒๕๔๐ เราเรียกว่า เปึนวิกฤติต้มยํากุ้ง ซึ่งเปึนปัญหาของสถาบันการเงินภายในประเทศ แต่วิกฤติเศรษฐกิจ ขณะนี้ในป้ ๒๕๕๒ นั้น เปึนวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากผลกระทบที่ประเทศไทย ได้รับมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก พวกเราก็รู้อีกเช่นกัน ผลกระทบครั้งนี้ทําให้เรารู้ว่า ต่างชาติเขามีวิกฤติด้วยเช่นกัน เขาจึงไม่มีเงินมาซื้อสินค้าส่งออกจากประเทศไทยได้ดี เช่นเดิม เราจึงต้องหันมาให้ความสนใจต่อการจับจ่ายใช้สอยหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายในประเทศ เมื่อเราหันมาสู่การกระตุ้นภายในประเทศนั้น เราก็ต้องมาสนใจว่า โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเปึนโครงการที่จะนําพาไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม หรือไม่สําหรับประเทศไทย โดยฝ้มือของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะที่ดิฉันเปึนฝ์ายค้าน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา เปึนวันที่เรา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ หรือเรียกว่า งบประมาณกลางป้นั่นเอง จํานวนเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท หลายคนก็พูดอยู่ ครั้งนั้น ดิฉันเองท้วงติงถึงการจัดทํางบประมาณว่าไม่สมควรทํา ไม่สมควรทําด้วยเหตุผลที่ว่า ณ ขณะนั้นมีข้อมูลปรากฏเด่นชัดจากสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง บอกว่าประเทศไทย หรือรัฐบาลเองนั้นจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา และมีแนวโน้มว่าจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา มากขึ้นไปอีก ดิฉันจึงบอกว่า ท่านรัฐมนตรีกรณ์ ท่านอาจจะมีปัญหาทางด้านกฎหมายได้นะ และถ้าเกิดว่าท่านยังขืนที่จะทํางบประมาณกลางป้อีก มันจะเปึนแรงกดดันค่ะ กดดันต่อ สถานะการคลังของประเทศอย่างแรงเลย ประกอบกับโครงการต่าง ๆ ที่ดิฉันดู ณ วันนั้น แล้วของรัฐบาล มันเปึนโครงการที่ถือว่าไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งแต่หาเสียง มุ่งทํา ประชานิยม จึงไม่น่าจะมีประโยชน์ ดิฉันจึงอภิปรายท้วงติงว่ารัฐบาลอาจจะมีปัญหา กฎหมาย โดยเฉพาะการกู้เงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ เพราะรัฐบาลเก็บเงินไม่เข้าเปัานั่นเอง แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช นั้น ก็ได้ตอบชี้แจงกลับมาให้ดิฉันว่า ท่านพูดว่าถ้าถามว่ารายได้ต่ํากว่าเปัา มีปัญหาในแง่การบริหารจัดการไหม ผมยืนยันว่า มี แต่ถ้าถามว่ามีปัญหาต่อกฎหมาย หรือไม่ ผมยืนยันว่า ไม่มี ท่านตอบแบบนั้น อ้าว แล้วทําไมคะท่านประธาน ทําไมวันนี้ เราจึงต้องมาพิจารณากัน พรุ่งนี้ต้องมาพิจารณากันถึงพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติกู้ เงินรวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมล่ะคะ ทําไมในเนื้อหาของทั้ง ๒ ฉบับนี้ต่างก็ กําหนดไว้ว่าการกู้เงินนั้นไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณและ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ทําไมถึงต้องเลี่ยงกฎหมายพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ทําไมต้องเลี่ยงพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทําไมต้อง เลี่ยงพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินคงคลัง ก็เพราะว่ามันมีปัญหาด้านกฎหมายตามที่ดิฉัน เคยพูดเอาไว้ และที่สําคัญการทําแบบนี้มันเปึนการกระทําที่ถือว่าขัดต่อหลักการจ่ายเงิน แผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ซึ่งสักครู่ที่ผ่านมาท่าน ส.ส. ประเกียรติ จากพรรคเพื่อไทยก็พูด แล้วก็ขัดต่อหลักกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๖ ซึ่งประเด็นนี้หลังจากนี้ต่อไปก็จะมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยมาพูดในรายละเอียดต่อไปนะคะ แต่ว่าการขอออกกฎหมายทั้งงบกลางป้ที่ผ่านมาก็ดี หรือว่าครั้งนี้ก็ดี มันแสดงให้เห็นว่า อะไร แสดงให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบ ในแง่กฎหมาย ไม่ได้ตระหนักในแง่สถานะทางการคลังของประเทศอย่างรอบคอบ เพียงพอ เพียงแต่มุ่งจะหาเงินมาเพื่อจะบริหารเท่านั้นเอง ถ้ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเชื่อที่ดิฉันท้วงติงในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เพราะท่านไม่สมควร ออกพระราชบัญญัติงบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพราะว่าท่านเก็บรายได้ ไม่เข้าเปัาแล้วก็มีแนวโน้มจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัาอีก ประกอบกับถ้าหากโครงการที่ท่าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันไม่ได้กระตุ้นล่ะ มันยิ่งเปึนการทําให้รัฐบาลนั้นขาดดุล งบประมาณมากขึ้นเข้าไปอีก แต่ถ้าท่านเชื่อแล้วก็ตัวเลขมันควรจะเปึน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คํานวณออกมาด้วยความงงว่ารัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช นั้นแม่นตัวเลขหรือเปล่า ถ้าตัวเลขของการขาดดุลอยู่ที่เลข ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ป์านนี้รัฐบาลไม่ต้องมากู้เงินจํานวนถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับกลายเปึนว่าไม่ต้องมา กู้ป่ดหีบ ณ ขณะนี้ด้วยซ้ําถ้าทุกอย่างเปึนไปตามที่ดิฉันท้วงติง ทีนี้โครงการต่าง ๆ ของ งบกลางป้เรามาดูกันว่ามันมีผลต่อเศรษฐกิจของชาติสักแค่ไหนท่านประธานคะ โครงการ ที่โด่งดังมาก ๆ ที่เรารู้จักกันอยู่ก็คือโครงการเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท โครงการนี้ดิฉันคิดว่า มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐมนตรีท่านพูดหรือ ฝ์ายรัฐบาลมักจะพูด ดิฉันมีข้อมูลค่ะ มีข้อมูลว่านับตั้งแต่เริ่มดําเนินการออกเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาทไป เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ นั้น จนถึงขณะนี้ ๒ เดือนเศษนั้น แม้ว่า รัฐบาลจะป์าวประกาศว่าประสบความสําเร็จเหลือเกินแต่หากดูตัวเลขภาวะเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังซึ่งดิฉันถืออยู่ในมือนี่นะคะท่านประธานคะ เปึนตัวเลขจากแมคโคร วีคลี รีวิว (Macro Weekly Review) ของกระทรวงการคลังเขาก็ชี้ให้เห็นถึงภาวะของ ตัวเลขทางเศรษฐกิจว่าในเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ จะเห็นว่าตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจ แทบทุกตัวของประเทศไทยนี้นะคะมันไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย มันไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากจํานวนการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะหลังจากใช้ไปนะคะภาษีมูลค่าเพิ่ม การบริโภคของประชาชนตัวชี้วัดนั้นลดลงลดลง ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับตัวเลขดัชนี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ลดลงของเดือนเมษายนลดลงจากเดือนมีนาคมเข้าไปอีก เดือนมีนาคม ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เดือนเมษายน ๖๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าเปึนเพราะ ท่านนั้นเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปให้กับคนที่ไม่ได้เดือดร้อนมากมายอย่างแท้จริง แต่คนที่ ตกงานอยู่ล่ะคะท่านประธาน คนที่หาเช้ากินค่ําล่ะคะ หรือว่าเกษตรกรที่ขายสินค้าไม่ได้ ราคาล่ะ คนจน ๆ ล่ะทําไมไม่ให้เขา การที่ให้คนอย่างผิดทางแบบนี้และไม่ทั่วถึง ก็หมายความว่า รัฐบาลไม่แยแสกับคนกลุ่มนี้คนผู้ยากจนจริง ๆ คนกลุ่มนี้เปึนคนที่จะใช้ เงินแน่ ๆ ใช้ทันทีด้วยแต่ไม่ให้ เพราะฉะนั้นพวกเราจะไว้ใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะทําได้ ถูกที่ถูกทาง ตัวเลขชี้วัดนี้มันบอกถ้าเกิดว่าท่านใช้อย่างถูกต้องทําอย่างถูกต้องตัวเลขชี้วัด มันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าให้คนจน ๆ อย่างที่ดิฉันได้กล่าว เพราะฉะนั้นพวกเรารู้กันอยู่แล้ว ว่าประเทศไทยนั้นเปึนประเทศเกษตรกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสนใจบ้าง หรือเปล่าคะกับพี่น้องเกษตรกร ดัชนีรายได้เกษตรกรที่แท้จริงก็บ่งบอกอีกค่ะจากรายงาน เศรษฐกิจการคลังบอกว่า ข้อมูลล่าสุดรายได้เกษตรกรที่แท้จริงนั้นตัวชี้วัดบอกว่าตัวเลข ติดลบจาก ๑๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมีนาคมเปึนลบ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายนแสดงว่า อะไรคะ แสดงว่าเกษตรกรไทยนั้นเขากําลังจนลงเรื่อย ๆ เขาจะตายกันอยู่แล้ว รัฐบาลนี้ สนใจพี่น้องเกษตรกรบ้างหรือเปล่า สนใจที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่าง แท้จริงบ้างหรือเปล่า เพราะว่าดูจากโครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาทนั้น ไม่เห็น มีโครงการใดที่จะช่วยให้เกษตรกรนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นมา แต่กลับกลายเปึนช่วยผู้รับเหมา รายใหญ่ ๆ บางบริษัทเท่านั้นเอง ซ้ําร้ายไปกว่านั้นรัฐบาลไม่ช่วยผู้ยากจนแล้วยังซ้ําเติม อีกค่ะ ลงโทษเขาอีกค่ะ ลงโทษด้วยการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันซึ่งเรารู้อยู่ทุกคนต้องใช้ น้ํามันทั้งสิ้น ถึงแม้อยากจะมีถนนหนทางเยอะแยะ แต่เขาก็ใช้น้ํามันแล้วทําไม มันเปึน ประเทศเดียวในโลกจริง ๆ นะคะประเทศไทยเปึนประเทศเดียวในโลกเลยที่ต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจแต่ขึ้นภาษีน้ํามัน แล้วอย่างนี้พวกเราเองพี่น้องประชาชนนั้นจะไว้ใจหรือ เชื่อมั่นในการที่จะใช้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร จะเชื่อใจว่ารัฐบาลนั้นจะนําพา ประเทศหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของชาติได้ รัฐบาลนั้นไม่คํานึงถึงกฎหมาย ไม่คํานึงถึงวินัย ทางการคลัง ไม่คํานึงถึงการออกโครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจหรือว่ามีประสิทธิภาพเลย ดิฉันว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นอยู่เฉย ๆ ดีกว่าค่ะ อยู่เฉย ๆ อาจจะช่วยชาติ มากกว่าด้วยซ้ํา หยุดทําร้ายประเทศไทยแล้วหยุดซ้ําเติมประเทศไทยเสียที พวกเสื้อขาวที่ ขอร้องให้คนหยุดทําร้ายประเทศไทยต้องหันมาขอร้องรัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าหยุดทําร้ายประเทศไทยเสีย ดังนั้นถ้าจําเปึนจะต้องกู้ใน พ.ร.ก. กู้ป่ดหีบเท่าที่จําเปึน เพียงพอแต่กู้มาทําโครงการต่าง ๆ นั้นดิฉันไม่เห็นด้วยและถือว่าผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผิดต่อ มาตรา ๑๖๙ และมาตรา ๖ ที่เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ตรงเวลาดีมาก เชิญท่านต่อไปครับ ท่านอลงกต มณีกาศ เชิญครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่ดู การถ่ายทอดสดในช่วงนี้จะเข้าใจผิดว่าจะมีเฉพาะแต่รัฐบาลไทยที่กู้เงินมาเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ จริง ๆ แล้วผมมีข้อมูลนะครับว่าในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มาตรการ ดําเนินการอยู่นั้นมิใช่เฉพาะแต่ประเทศไทยที่กําลังดําเนินการอยู่นะครับ ในส่วนของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน หรือประเทศออสเตรเลีย หรือ ประเทศเยอรมัน แม้ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ประเทศมาเลเซีย หรือว่าประเทศสิงคโปร์ ก็ดําเนินการอยู่เช่นกันนะครับ ผมมีข้อมูลจากเพื่อนที่ทําธุรกิจอยู่นะครับว่า ประเทศจีน ใช้เงินอัดฉีดลงไปในระบบ ถ้าคํานวณเปึนเงินไทยประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าตอนนี้เศรษฐกิจของจีนเริ่มที่จะฟุ๋นตัว ภาคส่งออกเริ่มที่จะขายสินค้าส่งออกได้ดี เหมือนเก่า แต่ขณะเดียวกันที่สหรัฐอเมริกาผมก็เจอเพื่อนที่สนามบินก็ได้ถามว่าเศรษฐกิจ ของสหรัฐอเมริกาฟุ๋นตัวบ้างหรือยังหลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่เช่นกัน ผมก็ได้รับคําตอบ จากเพื่อนเก่าที่ไปทําธุรกิจอยู่สหรัฐอเมริกา เขาบอกว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้ ก็ยังซบเซาเหมือนเดิม คนก็ยังว่างงานเหมือนเดิมนะครับ อันนั้นบ่งถึงอย่างไรครับ บ่งถึงว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเองมีปัญหาวิกฤติในเรื่องของสถาบันทางการเงิน ปัญหาด้านเดียว แต่ของเมืองไทยเราผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกด้วย ผลกระทบจากวิกฤติทางการเมือง ด้วย ผมคิดว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นคงยากกว่าประเทศในสหรัฐอเมริกาหรือใน ยุโรปเพิ่มเปึน ๒ เท่า ผมเห็นด้วยนะครับแล้วก็สนับสนุนอย่างยิ่งในการที่รัฐบาลชุดนี้จะ ออก พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งการกู้เงินในครั้งนี้นั้นก็จะนําเงินที่ได้ไปทําโครงการที่เปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนในชนบท มีการจ้างงาน มีการสร้างงานให้กับพี่น้องหลาย ๆ อย่างนะครับ แต่ในเมื่อผมมาดูในรายละเอียดของโครงการ ท่านประธานครับ รายละเอียดของโครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ กลับพบว่าหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของ เศรษฐกิจโดยตรง อย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบที่เปึนสัดส่วนที่น้อยลงท่าน ประธานครับ ไม่ว่าจะเปึน บีโอไอ (BOI : Board of Invesment คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) หรือว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ได้รับงบที่น้อยลง ซึ่งนักลงทุนต่างชาติก่อนที่จะมาลงทุนในเมืองไทยเขาก็คง ต้องดูเรื่องของเม็ดเงินในโครงการที่จะดูว่ารัฐบาลจะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมมากน้อย แค่ไหนอย่างไรนะครับ ผมมีตัวอย่างจากในส่วนของประเทศแถบยุโรปนะครับ อย่างประเทศฝรั่งเศสก็มีการเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ เอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprise ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง) โดยมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วก็ที่ประเทศฝรั่งเศสเองก็มีการอุดหนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ โดยการที่ สนับสนุนเงิน ๑,๐๐๐ ยูโร ให้กับบรรดาผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนรถยนต์ที่มีอายุเกิน ๒๐ ป้ขึ้นไป หรือแม้แต่ประเทศออสเตรเลียเองก็มีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น มีการสร้างงานแล้วก็สนับสนุนในเรื่องของธุรกิจ เอสเอ็มอี นะครับ ส่วนโครงการระยะยาว ของประเทศออสเตรเลียก็คล้าย ๆ กับเมืองไทย เช่น การสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล การสร้างบ้านแบบประหยัดพลังงาน แล้วก็การสร้างถนนต่าง ๆ ที่ประเทศออสเตรเลีย เช่นเดียวกับประเทศไทยที่เรามีโครงการถนนปลอดฝุ์นหรือถนนไร้ฝุ์นอยู่นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า กระทรวง อุตสาหกรรมนั้นผมคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะเปึนพื้นฐานในการที่จะสร้าง เศรษฐกิจ ผมมีตัวเลขข้อมูลจากทาง บีโอไอ ในการลงทุนในอุตสาหกรรมระหว่างเดือน มกราคมถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานะครับ ก็พบว่าการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมในช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ มูลค่าทั้งหมด ๑๖๖,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบ กับช่วงเดียวกันของป้ที่แล้วนะครับ ลดลงแค่ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์เอง หรือร้อยละ ๙ ซึ่งการที่ตัวเลขมาขอรับการส่งเสริมลดลงแค่ร้อยละ ๙ ในท่ามกลางวิกฤติ เศรษฐกิจโลกอย่างนี้ ผมเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติเขาให้ความมั่นใจกับตัว ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจกับคณะรัฐบาลชุดนี้ว่าในเรื่องของการลงทุนในเมืองไทยเสถียรภาพของ รัฐบาลเอง หรือว่าการที่รัฐบาลจะช่วยในเรื่องของภาคอุตสาหกรรมคงจะช่วยในระยะยาว แต่บังเอิญว่าผมมาดูในรายละเอียดของโครงการแล้วมันยังเห็นไม่ชัดนะครับ แล้วก็ต้อง ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ท่าน ทํางานเชิงรุก สามารถเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติได้มาลงทุนในเมืองไทยค่อนข้างจะเปึน สัดส่วนที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศญี่ปุ์นมาลงทุนมาก ท่ามกลางวิกฤติทาง การเมือง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ําไปทั่วโลก แต่ว่าภาพการลงทุนของเราลดลงแค่ ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์เองนะครับ นอกจากนั้นผมมีตัวเลขครับท่านประธานครับว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมป้นี้นะครับ อุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจมาขอรับการ ส่งเสริมการลงทุนมากเปึนอันดับหนึ่ง ก็คืออุตสาหกรรมบริการ และก็อุตสาหกรรม สาธารณูปโภค ซึ่งถ้าเทียบกับป้ที่ผ่านมาสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเปึนการยื่นขอรับ โครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟัาจากแก๊สธรรมชาติ หรือว่าโครงการผลิตไฟฟัาจากพลังลม หรือว่าโครงการขนถ่ายสินค้าสําหรับเรือเดินทะเล อันที่รองลงมาอันดับ ๒ ก็คือ อุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร ตรงนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง รัฐบาลนะครับ อยากจะให้ช่วยเน้นย้ําในเรื่องของอุตสาหกรรมเกษตร เพราะคิดว่าน่าจะ ไปได้ดีกว่าเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ณ เวลานี้ สืบเนื่องจากหลาย ๆ ประเทศ ณ เวลานี้ต่างต้องรัดเข็มขัด เนื่องจากว่าเจอวิกฤติเศรษฐกิจเช่นกันนะครับ การที่เราลงทุน ในส่วนของอุตสาหกรรมเกษตรหรือแปรรูปทางการเกษตรเปึนสิ่งที่มีความจําเปึน ทาง ยุโรปหรือทางสหรัฐอเมริกาก็คงต้องจําเปึนอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกิจการผลิตอาหาร สัตว์ กิจการผลิตเครื่องดื่มจากผัก จากผลไม้ นอกจากนั้นข้อมูลจาก บีโอไอ ก็จะพบว่า สัดส่วนของการลงทุนธุรกิจ เอสเอ็มอี หรือขนาดกลาง ขนาดเล็ก มีผู้สนใจลงทุนมากเกินกว่า ร้อยละ ๘๐ แต่ว่าข้อมูลตามโครงการหรือแผนงานไทยเข้มแข็งของทางรัฐบาล ผมก็ยัง มองว่ายังไม่ปรากฏเปึนรูปธรรม นามธรรมที่ชัดเจนที่จะมาสนับสนุนในโครงการ เอสเอ็มอี ในกลุ่มนี้นะครับ
ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมก็ยังเห็นด้วยกับทางรัฐบาลที่จะนําเงินมา ช่วยการกระจายการลงทุนในด้านบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานสู่ชนบท การพัฒนา โดยสร้างพื้นฐานที่จําเปึนต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในชนบทและ ก็พี่น้องเกษตรกรซึ่งถือว่าเปึนประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่าที่อําเภอวังยาง จังหวัดนครพนม พี่น้องอําเภอวังยางรอคอย มานานแล้วที่จะมีโรงพยาบาล อันนี้ก็เปึนอานิสงส์จากการที่รัฐบาลจะได้นํางบ พ.ร.ก. ฉบับนี้ไปสร้างโรงพยาบาลให้กับพี่น้องชาวอําเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ซึ่งถือว่าเปึน อําเภอเดียวของจังหวัดนครพนมที่ยังไม่มีโรงพยาบาลนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็ทราบ จากทางสํานักบริหารหนี้ว่าจะไปสร้างโรงพยาบาลเพิ่มเติมในส่วนของโรงพยาบาล นครพนมในการที่จะขยายเตียงของผู้ป์วยประมาณ ๒๐๐ เตียง และที่โรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ประมาณ ๑๑๔ เตียง เปึนตึกผู้ป์วยใน นอกจากนั้นแล้วพี่น้อง ในจังหวัดนครพนมก็ยังจะได้รับอานิสงส์จากเงินก้อนนี้อีก ไม่ว่าจะเปึนเครื่องฟอกไตที่จะ ไปลงที่อําเภอปลาปาก อําเภอศรีสงคราม อําเภอธาตุพนม และก็ในส่วนของโรงพยาบาล จังหวัดนครพนมก็จะมีการเพิ่มศักยภาพในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต มีการเสนอซื้อ เครื่องเอคโคคาร์ดิโอแกรม (Echocardiogram) หรือตรวจคลื่นไฟฟัาหัวใจ ตรวจสภาพ กล้ามเนื้อของหัวใจ และมีเครื่องเดินสายพานหรือสเตรทช์ เอ็กเซอร์ไซส์ เทสท์ (Stretch exercise test) เปึนการตรวจหลอดเลือดหัวใจว่ามีการตีบตันของเส้นเลือดหัวใจหรือเปล่า ซึ่งแต่ก่อนนั้นการตรวจพิเศษเหล่านี้ต้องไปตรวจไกลถึงขอนแก่นหรืออุบลราชธานี ถ้าได้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่านจริงนะครับ ก็จะทําให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมดีขึ้น
นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของถนนปลอดฝุ์น ถนนไร้ฝุ์นในหลาย ๆ สายของ จังหวัดนครพนมก็ยังไม่ได้ลาดยาง ก็ถือว่าเปึนอานิสงส์อีกอย่างหนึ่งสําหรับงบประมาณ ในส่วนนี้
สุดท้ายครับ ผมฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเงินเดือน ของ อสม. ว่าค่อนข้างจะล่าช้าจากการที่ผมไปเยี่ยมพี่น้อง อสม. ทุกอําเภอนะครับ ถ้าเปึนไปได้ผมเสนอว่าน่าจะโอนตรงไปยังที่สถานีอนามัยเลยนะครับ เพราะว่าทุกสถานี อนามัยมีเลขบัญชีอยู่แล้วพร้อมที่จะโอนนะครับ แล้วถ้าเปึนไปได้มีงบเหลือจ่ายก็น่าจะ เพิ่มเงินค่าตอบแทนให้ อสม. อย่างน้อยก็สักประมาณ ๑,๐๐๐ บาทเปึนอย่างน้อย แล้วก็ อย่าลืมในส่วนของอาสาสมัครประเภทอื่นด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเปึน อปพร. (อาสาสมัคร ปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) หรือตํารวจชุมชน หรืออาสาสมัครประเภทอื่นนะครับ เพราะถือ ว่าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งครับ กราบขอบคุณท่านประธานอย่างมากครับ สวัสดีครับ
เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านสุนัย จุลพงศธร ๒๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การอภิปรายของฝ์ายค้านหรือของพรรคเพื่อไทย ในวันนี้เพื่อทําความเข้าใจกับพี่น้องที่ฟังทางโทรทัศน์อยู่นี่นะครับ เราแบ่งเปึนหัวข้อ ๆ
หัวข้อแรกเปึนเรื่องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าการดําเนินการของรัฐบาลในเรื่องกู้ เงินนี้ผิดเรื่องหลักกฎหมาย ผมรับภาระในหัวข้อที่ ๒ ให้มาเป่ดประเด็นก่อนในเรื่องของ ความไร้ประสิทธิภาพ ความขาดความสามารถในผลงานของรัฐบาลที่จะดําเนินการ บริหารจัดการเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้นะครับ
ในหัวข้อที่ ๒ นี้ก็จะมีผู้อภิปรายกันหลายคน ท่านหนึ่งที่จะต่อจากกระผม ไปนี้ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่าน ส.ส. เงินนะครับ ชาวบ้านจะรู้จักอย่างนั้นจากจังหวัด กาฬสินธุ์ จะมาพูดเรื่องปัญหาแรงงาน ปัญหาเรื่องการเกษตรที่ราคาตกต่ํา ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จากจังหวัดชัยนาท ก็จะมาพูดถึงปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน เกี่ยวกับเรื่องพืชผลราคาเกษตรตกต่ําทั้งหมด โดยเฉพาะราคาข้าว
ท่านประธานครับ กระผมเองก็ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะว่าดูข้อมูลแล้ว เราก็คงไว้วางใจรัฐบาลนี้ไม่ได้ที่จะใช้เงินตัวนี้ แต่ก็ยังพยายามทําใจให้กับรัฐบาล แต่พอ มาเริ่มเข้าสภาป่ดสภาไปเสียหลายวันครับ พอเริ่มเป่ดรายการมันย้ําความรู้สึกของกระผม อีกว่า กระผมคงไว้วางใจให้ผ่านกฎหมายนี้ไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลไม่มี วุฒิภาวะเลย เริ่มต้นก็สะท้อนออกที่ไหนครับ สะท้อนออกที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคือคุณกรณ์ จาติกวณิช คุณกรณ์ จาติกวณิช วันนี้ก็ตัวสูงขนาดนี้แล้วเปึน ผู้หลักผู้ใหญ่นี่นะครับ เปึนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว แต่ยังทําตัวเปึนเด็กอยู่ ครับ วันนี้เปึนรัฐบาลแล้วเราก็รู้ว่าเรามีรอยบาดแผลกันอย่างไรบ้างในทางสังคมที่ผ่านมา แต่แทนที่ท่านกรณ์ จาติกวณิช จะได้แสดงว่าเปึนผู้ใหญ่ให้มาประนีประนอมกัน คุณกรณ์ จาติกวณิช ก็เริ่มก่อนเลยครับ ด่าเสื้อแดงก่อนเลยครับ หาว่าวิกฤติวันนี้ที่เกิดขึ้นเพราะเสื้อแดง ไปชุมนุมกันที่พัทยา ท่านประธานครับ ถ้าเราเริ่มต้นอย่างนี้มันจะไปแก้ปัญหาอย่างไร ท่านทําไมไม่ดูความจริงละครับ ท่านอยากจะเปึนรัฐบาลเหลือกําลัง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากจะเปึนนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ท่านเดินมาทั้งหมดนี่ร่องรอยมันแยกไม่ออกจากการยึด สนามบิน จากการยึดทําเนียบรัฐบาล กระผมก็ไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนี้ครับท่านประธาน แต่ว่าทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องพูดเรื่องนี้ก่อน และวันนี้ท่านก็ทํา ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นที่คนเขาเจ็บปวดกันทั้งบ้านทั้งเมือง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พูดไป วัน ๆ บอกว่าไม่มี ๒ มาตรฐาน แต่ ๒-๓ เดือนแล้วที่ท่านพูดไปนั้นวันนี้ยังไม่มี การดําเนินคดีกับคนยึดสนามบินเลย ล่าสุดรายงานคดีสําคัญ ๆ ขึ้นสู่รองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคง คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่มีเรื่องการยึดสนามบิน อย่างนี้จะพูดได้ อย่างไรว่าท่านแก้ปัญหาแล้วจริง มันไม่ได้แก้ปัญหา และวันนี้คนเสื้อแดงเขาประกาศ ชัดเจน เหตุการณ์มันก็ชัดเจนแล้วว่าเรื่องที่พัทยาที่กระผมต้องขออนุญาตท่านประธาน พูด ว่าจริง ๆ เขาไปยื่นหนังสือแล้วจบกัน แต่มีกองกําลังเสื้อน้ําเงินไม่รู้ใครนะท่าน ของพวกท่านนั่นแหละ ดําเนินการก่อกวนจนกระทั่งเกิดเหตุปะทะกันแล้วเรื่องก็บานปลาย ไป จะด้วยเหตุผลอะไร ด้วยเจตนาอะไรไม่ทราบ และล่าสุดการประชุมซัมมิท (Summit) ที่ภูเก็ต ก็ชัดเจนว่าฝ์ายเสื้อแดงเขาก็แถลงแล้วว่าเขาไม่ขัดข้องเลย สนับสนุนหมด แต่แล้ว ต่างประเทศก็ยังไม่เชื่อถือท่าน ดังนั้นวันนี้ผมว่าถ้าเราจะพูดอย่างนี้ ผมต้องกราบขออภัย ท่านประธานจริง ๆ นะครับที่ต้องมาพูดอย่างนี้ เพราะว่ารู้สึกได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านกรณ์ จาติกวณิช นี้ไม่เปึนผู้ใหญ่เลย มีผู้ใหญ่ทางการเมืองคนหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ โทรศัพท์มาบอกผมบอกว่า ฝากหน่อยเถอะ บอกความจริงกับประชาชนหน่อยเถอะครับ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านกรณ์ จาติกวณิช ยังเปึนเด็กอยู่จริง ๆ เด็กคืออะไรครับ เวลาเกิดปัญหาทําอย่างอื่นไม่ได้ ทําได้ ๒ อย่างคือขอเงินพ่อกับยืมเงินเพื่อนเท่านั้นเอง วันนี้มันชัดครับ ไม่มีสตางค์ก็ยืมเงินพ่อ พ่อคือใคร พ่อคือประชาชน ก็คือเก็บภาษี ขอเงิน พ่อ เสร็จแล้วไม่มีเงินทําอย่างไรครับ ก็ขอยืมเงินเพื่อน คือกู้เงินครับ ท่านประธานครับ เรายังไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอะไรใหม่ ๆ จากรัฐบาลนี้เลย ท่านประธานครับ วิกฤติ เศรษฐกิจในขณะนี้ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจธรรมดา เปึนภาวะการปรับตัวของโลกทุนนิยม ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มีหนังสือเยอะแยะครับขณะนี้ออกวางขาย นักเศรษฐศาสตร์นักคิด ทั้งหลายได้นําเสนอแนวคิดมากมายว่า มันไม่ใช่วิกฤติปกติอย่างที่เคยเปึน ผมเองก็ ออกเดินหาหนังสืออ่านเหมือนกัน มีหนังสือหลายเล่มที่ซื้อมา แต่บังเอิญวันนี้ติดมา เล่มหนึ่ง น่าสนใจมากครับ ของอาจารย์สมภพ มานะรังสรรค์ พูดถึงชื่อเรื่อง เดอะ เกรท ดีเปรสชั่น (The Great Depression) สู่วิกฤติแฮมเบอเกอร์ (Hamburger) วันนี้นักคิดเขาเสนอชัดเจนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เปึนวิกฤติธรรมดา แต่เปึนวิกฤติ ขนาดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เปึนการปรับตัวของโลกทุนนิยม วิกฤติซับไพรม (Subprime : รูปแบบสินเชื่อในสหรัฐอเมริกา) ล่ม ระบบการเงินโลกล้ม เขาชี้ให้เห็นถึงว่า ความผิดปกติของระบบทุนนิยมในช่วง ๗ ป้ที่ผ่านมานี้ตลาดหุ้นมันขยายตัวอย่างมโหฬาร เหลือเกิน ราคาน้ํามันนี่ขึ้นเอา ๆ เปึนความผิดปกติอย่างหนึ่งที่ทําให้ทุกประเทศต้องได้ รับภาระ แล้ววันนี้มันก็เกิดกรณีเรื่องซับไพรม ก็คือเรื่องกลุ่มกู้เงินที่ต่ํากว่ามาตรฐานใน อเมริกาแล้วก็ไล่เลียงกันจนกระทั่งเกิดวิกฤติ เขาชี้ให้เห็นถึงว่าแนวคิดจะต้องเกิดขึ้น แนวคิดใหม่ ๆ ท่านประธานครับ แต่วันนี้รัฐบาลนี้ไม่เคยเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ใด ๆ เลย ในการแก้ปัญหา แล้วซ้ําร้ายที่สุดคืออะไรครับท่านประธานครับ ผมไม่ใช่มาตําหนิติเตียน ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะต้องนําหนังสือพิมพ์บางฉบับ ซึ่งเห็นได้ทุกวันครับ นั่นก็คือการหาเสียงทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีสร้างภาพไปวัน ๆ เท่านั้นเอง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวานนี้ก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีทําอะไรครับ เดินตรวจ ประตูน้ํา โถ ท่านครับ เวลาว่างมากขนาดนั้นหรือครับ ผมไม่เคยเปึนรัฐมนตรีครับ แต่เคยเปึน เลขานุการรัฐมนตรีและเราได้เห็นความเปึนจริงว่า ภารกิจของคณะรัฐมนตรีนั้นมาก เหลือเกินครับในการแก้ปัญหา และยิ่งขณะนี้เปึนภาวะวิกฤติเศรษฐกิจท่านต้องทุ่มเทให้ นี่เดินหาเสียงครับเดินตรวจประตูน้ํา เดินประตูน้ํานี่ความจริงมันหน้าที่ของใครครับ ส.ส. ธรรมดาก็ได้ครับ ส.จ. ก็ได้ อบต. เขาก็ทํากัน ทําไมต้องเอาคนขนาดนายกรัฐมนตรีไปทํา ท่านประธาน ดูภาพครับ หนังสือพิมพ์มติชนวันนี้ครับ โอ้โฮ ท่านนายกรัฐมนตรีชะโงกดูเลย นะ ดูอะไรครับขึ้นหน้า ๑ เลย ดูเครื่องอุ่นข้าวเหนียว ผมก็ดูว่า เอ๊ะ เครื่องอุ่นข้าวเหนียวอะไร อ๋อ เอากระติ๊บไปใส่กระติ๊กน้ําแข็งเท่านั้นเองครับ นี่หรือครับงานนายกรัฐมนตรี ไฟใต้ว่า อย่างไรครับ โรคไข้หวัดนกว่าอย่างไรครับ ระบาดไปทั่วหมดแล้ว นี่ไม่ใช่เฉพาะวิกฤติ เศรษฐกิจเท่านั้นนะครับที่ยิ่งใหญ่ เหตุการณ์อื่นก็มากมาย แต่นายกรัฐมนตรีใช้วิธีการ แบบโบราณดีเหลือเกินท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ประชาชนทั่วประเทศก็มีความ มั่นใจกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วว่าใครก็เปึนนายกรัฐมนตรีได้เพราะไม่ต้องทําอะไร เลยครับ เดินหาเสียงกันไปอย่างนั้น ท่านประธานครับ ลองให้ใครไปหาซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่าน ดูบ้างเถอะครับแล้วจะรู้ วิกฤติเศรษฐกิจในโลกนี้ ในระบบทุนนิยมนี้มันปรับตัวทีละรอบ ๆ ประมาณ ๑๐๐ ป้ บวก ลบ ๑๐ มันจะเกิดครั้งหนึ่ง เกรท ดีเปรสชั่น (Great Depression) ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงที่สุดที่มนุษย์ยังจําความได้คือ ป้ ค.ศ. ๑๙๒๙ หรือประมาณป้ พ.ศ. ๒๔๗๒ รุนแรงถึงขนาดทําให้โลกปรับกระบวนการทั้งโลกเลยครับ เฉพาะประเทศไทย ก็ได้รับผลกระทบอันนั้นในป้ ๒๔๗๒ นําไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง บ้านเมือง ท่านประธานครับ ในวันนั้นโลกยังไม่รู้ว่าค่าเงินนั้นเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ไม่มี ประสบการณ์เรื่องแบงก์ แบงก์สยามกัมมาจล หรือไทยพาณิชย์ในวันนี้เมื่อ ๗๐ กว่าป้ ๘๐ ป้ก่อนนั้น ซื้อเงินปอนด์เก็บไว้เต็มไปหมดครับ ด้วยคิดว่าเงินปอนด์นั้นมั่นคง อังกฤษ มันมั่นคง แต่พอเกิดสงครามโลก ครั้งที่ ๑ เกิดเกรท ดีเปรสชั่นในอเมริกา ส่งผลกระทบ ทั้งโลก ทําให้เงินปอนด์ทรุดลงครับ พอเงินปอนด์ทรุดลง ระบบธนาคารพังทันที ระบบ ธนาคารพัง ความเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่าวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ข้าวของราคาลดลง หมด ชาวบ้านเดือดร้อนหมด ผมขออนุญาตนําหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่เคยตีพิมพ์ไว้อยู่ใน หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ข่าวหนังสือพิมพ์ เรื่องแบงก์ ชาวบ้านโอดโอยกันว่าล่ม ในขณะนั้น นะครับราคา ๑๐-๑๒ บาท แต่ต้องรีบขายเพราะไม่มีสตางค์ ขายแค่ ๒-๓ บาท รองเท้า ๑๕ บาท ปล่อยขายเพียง ๓ บาทเท่านั้นเอง ผ้าม่วงเซี่ยงไฮ้ราคาผืนละ ๙ บาท ขาย ๔ ผืน ๕ บาท โรงสีบางโรงขายข้าวสารกระสอบละ ๒ บาทเท่านั้นเองครับ ชาวบ้านร้องกันว่า เจ้าของร้าน นี่หนังสือพิมพ์ลงนะครับ เจ้าของร้านบางแห่งร้องว่าถ้าเปึนเช่นนี้เขาจะพลอย ฉิบหายไปด้วย เพราะของของเขาขายราคาต่ําเช่นนั้นไม่ได้ และใครเลยจะซื้อของของเขา เพราะยืนราคาเดิมอยู่ ครั้นจะลดตามคนอื่นเล่าก็จะขาดทุนมากเกินไป หนังสือเล่มนี้ที่ผม อ้างอิงก็รู้สึกดอกเตอร์สุนัย จุลพงศธร เขียนครับ ผมทําวิจัยเรื่องนี้ ชื่อเรื่อง ถอดรหัส กลุ่มทุนผูกขาดธนาคารพาณิชย์ไทย อยากจะไปให้ท่านรัฐมนตรีดูสักหน่อย แต่ว่าบังเอิญ ไปซื้อเถอะครับ เล่มละ ๒๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ วันนี้ท่านเสนอเรื่องการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนดวันนี้ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาท พรุ่งนี้จะพูดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เงินในตลาดหมด ท่านประธานครับ ก็วันนี้เงินมันอยู่ในธนาคาร เยอะ ท่านก็ยอมรับเอง และท่านก็ยอมรับเองว่าท่านสั่งให้ธนาคารนี้ปล่อยกู้ไม่ได้ เขาไม่ยอม เปึนข้อถกเถียงกัน ท่านเลยกู้หมด พอกู้หมดรัฐบาลเครดิตดีนี่ครับ แบงก์สบาย เลยครับ จะปล่อยให้เอกชนกู้ก็เสี่ยง ปรากฏว่ารัฐบาลเข้าไปช่วยอุ้มให้เรียบร้อย แบงก์สบายแล้วครับ ดังนั้นเมื่อแบงก์สบาย รัฐบาลมีเครดิตดี ประชาชนไม่มีเครดิต ละครับ เงินออมของประชาชนถูกรัฐบาลเอาไปหมดแล้ว แล้วชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนไป ลงทุนละครับ แบงก์ไม่ให้ปล่อยแน่นอนถ้าอย่างนี้ เพราะแบงก์สบายแล้วครับ รอดตัวแล้ว ป้นี้ ท่านประธานครับ เอาไปทําอะไรครับ รัฐบาลไปลงทุน ดําเนินการลงทุนเอง ทําถนนไร้ฝุ์น ก็ยากจนจนขนาดนี้นะครับ การกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มา ไม่เคยมีนะครับ ดังนั้นการที่ท่านกู้ขนาดนี้เอาไปทําอะไร ทําถนนไร้ฝุ์น ไปลงทุนเรื่องนั้น เรื่องนี้ อดสักเดี๋ยวไม่ได้หรือครับ แนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเอามาใช้สิครับ อดทนก่อน เอาเงินนี้ไปแก้ปัญหาอื่น ๆ ก่อน ใช้วิธีการคิดใหม่ ๆ ก่อน แล้วยังไม่รู้ว่าเงินที่ท่านเอาไปนี้นอกจากไปทําแล้วไม่เกิดดอกผลแล้ว หรือเกิดดอกผลในทางที่ไม่จําเปึนแล้วปรากฏว่ายังมีเงินทอนกันอีก ข่าวคราวการทุจริต ของรัฐบาลนี้หนาหูไปหมดครับท่านประธาน เรื่องรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน เดิมก็สู้กันบอกไม่มี ปัญหา ไม่ทุจริต ท่านไม่แปลกใจหรือครับเริ่มตั้งเข้ามาก็ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ถูกสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ชาวบ้านด่ามากเข้าลดทันที ๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าไม่ได้ตั้งเตรียมไว้กิน ทําไมลดได้ตั้ง ๕,๐๐๐ ล้านบาทละครับ แล้วสุดท้ายท่านก็ไปเกี๊ยเซี๊ยะกันอีก เจ็บปวด ที่สุดก็พรรคภูมิใจไทยครับ พวกเขกหัวด้วยขอแบ่งอีกครับ สุดท้ายได้แบ่งด้วย เขกหัวด้วย เอาคะแนนจากเพื่อนอีก ข่าวคราวการทุจริตก็เกิดขึ้นไปทั่วและเปึนอย่างนี้ผมถามหน่อย สิครับว่า การคิดโครงการอย่างนี้ก็ช่วยแบงก์ธรรมดาครับ หรือว่าแบงก์ช่วยท่านมาก่อนล่ะ ระบบอมาตยาธิปไตยหรือที่ว่าทุนนิยมขุนนางนี้มันชัดเจน หรือเปึนเพราะว่ามีข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่มีประโยชน์กับแบงก์นั่งเปึนที่ปรึกษากันอยู่ทุกแบงก์ เวลาเกิดปัญหาก็ใช้แนวคิด จากแบงก์มา ผมถามหน่อยเถอะครับเอาเงินมาหมดแล้วนี่เงินออมของประชาชนไม่มี แล้วแบงก์ไม่ปล่อยเงินแน่ครับ เพราะปล่อยให้รัฐบาลตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว สบายแล้ว จะปล่อยให้ใครครับ แล้วชาวบ้านร้านตลาดจะทํามาหากินกันอย่างไรครับ ผมไม่อยากพูดคํานี้เลยจริง ๆ วันนี้ชาวบ้านเขาพูดกันไปทั่วหมดแล้วว่า รัฐบาลนี้เปึน รัฐบาล ๔ ก
๑. แก้ตัวครับ ก แรก เป่ดรายการมาก็แก้ตัวแล้วว่าวิกฤติเศรษฐกิจเกิดจาก คนเสื้อแดง โอ้โฮ พูดได้ง่ายอย่างนั้นหรือรัฐมนตรี
ก ที่ ๒ คือกู้ครับ ท่านครับ คราวที่แล้วท่านไม่ใช่หรือครับที่บอกว่ากู้ไป ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทที่มาขอสภาเอาไปแจกกันอีเหละเขละขละไปหมด แล้วดําเนินการ ก็ไม่มีประสิทธิภาพ บอกว่าคน ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา ใครได้เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทลงมาจะได้เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท แล้วทําไม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. ที่นี่ถึงได้เช็คของท่านด้วยเล่า การแจกของท่านก็เละเทะไปหมด ผมยังพูดสัพยอกว่า สู้ปอเต็กตึ๊งยังไม่ได้ ปอเต็กตึ๊งนี่เขาแจกงานเทกระจาดทุกป้ไม่มี ปัญหาอย่างนี้ แค่ความสามารถในการแจกเงินอย่างเดียวท่านยังทําไม่ได้ แล้วท่าน บอกว่าหลังจากออกไปแล้วเงินแสนกว่าล้านบาทนั้นเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น แต่วันนี้ ทําไมต้องมากู้อีกละครับตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันชัดแล้วครับ ไม่ใช่เรื่องกู้ธรรมดา แต่เปึนเรื่องถังแตกแล้วท่านไม่มีปัญญาจะไปแล้ว
ก ที่ ๓ ครับ เก็บภาษี
ก ที่ ๔ โกงกินกัน เข้ามาเดือนแรกมกราคมก็เจอปลากระปิองเน่า กุมภาพันธ์ มีนาคม เจอประมูลข้าวโพดอื้อฉาว ตามด้วยข้าวอื้อฉาว เดี๋ยวท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จะมาพูดให้ดูว่าทําอย่างไรความสามารถอย่างนี้ทําให้ราคาข้าวจากเดิม สมัยของท่านสมัคร สุนทรเวช ๑๔,๐๐๐ ครับ ผมไม่ได้พูดยกเมฆท่านประธานครับ ชาวบ้านต้องนอนกอดป๋นเพื่อจะเฝัาข้าว เพราะกลัวจะมีรถมาลักเกี่ยวข้าวกลางคืนครับ ข้าวเปึนทองคําวันนั้น แต่วันนี้กลายเปึนทองคําเก๊แล้ว เหลือ ๗,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ การโกงกินที่เกิดขึ้นกันนี่ตั้งแต่ปลากระปิองเน่า ประมูลข้าวอื้อฉาว ประมูลข้าวโพดอื้อฉาว แล้วก็มาเจอเรื่องรถเมล์ แล้วจะได้ข่าวเรื่องค่าปากถุงจากการกู้เงินนี้ด้วยครับ
สภาวะอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าชาวบ้านเขารับไม่ไหว คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บอกว่าให้ลาออกไว ๆ ผมอาจจะอยู่พรรคเดียวกันแต่มี ความเห็นต่างกันบ้างนะครับ อย่าลาออกเลยครับอยู่ไปนาน ๆ เถอะครับ ให้ชาวบ้านเขา สิ้นสงสัยเลยครับว่าประชาธิปัตย์ไม่มีปัญญาแก้วิกฤติเศรษฐกิจ มีแต่ปัญญา ๔ ก นี้แหละครับ แก้ตัว กู้เงิน เก็บภาษี และโกงกินเท่านั้น ให้เหมือนกับป้ ๒๕๔๐ ครับที่ไปชิง อํานาจมาจาก พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เจ็บปวดมากรัฐบาลงูเห่านั่น สั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคความหวังใหม่ลาออกทั้งหมด ไม่ให้มีฝ์ายค้าน ด้วยหวังว่ารัฐบาลขณะนั้นจะอาย แต่ไม่อายครับ อยู่ได้ครับ ทั้ง ๆ ที่โฆษณาว่าเปึนรัฐบาลประชาธิปไตย อยู่กันจน ๔ ป้ ครบถ้วนเลยครับ เสร็จแล้ว ประชาชนสิ้นสงสัยจึงไม่ให้คะแนนเลยครับ ทักษิณถึงมา แล้ววันนี้ท่านก็ปล้นไปจาก อํานาจของทักษิณเขาอีก ปล้นไปจากสมัครอีก อยู่จนให้สิ้นสงสัยเถอะครับ เรียบร้อย แต่ผมกลัวอย่างเดียวว่าการสิ้นสงสัยของประชาชนนั้นมันจะลามไปเหมือน เดอะ เกรท ดีเปรสชั่น ป้ ๒๔๗๒ ครับ บ้านเมืองอยู่ในภาวะอันตรายที่สุดขณะนี้ เพราะท่านไม่มี ความสามารถในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจนี่ชัดเจนแล้ว แต่ท่านมีความสามารถสูงสุด คือมีความสามารถในการยื้อที่จะมีอํานาจอยู่นาน ๆ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนอดอยาก กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ
ท่านประธานครับ
ประท้วงหรือครับ
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ
พาดพิง เชิญสั้น ๆ เสียหายตรงไหนครับ เชิญชี้แจงสั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกสักครู่ ได้กล่าวถึง ส.ส. ในพื้นที่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่มาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กราบเรียนท่านประธานว่าพื้นที่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปลง ท่านไม่ได้ไปหาเสียงนะครับ แต่ท่านไปดูความพร้อมถึงโครงการไทยเข้มแข็งนะครับ ซึ่งที่เราจะมาพิจารณากันในวันนี้ครับ คลองนี้นะครับท่านประธานครับ เปึนคลองที่มีความสําคัญมากครับ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕
ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่าน ผู้ประท้วงผมครับ
เดี๋ยวครับ ท่านสุนัยครับ ให้ท่านจบก่อนครับ
เปล่าครับ มันจะเสียเวลา การอภิปราย เพราะผมไม่ได้บอกว่าจังหวัดไหนเลย นี่ท่านกําลังจะเล่นหาเสียง นี่เรียกว่า มั่วนิ่ม อีกแล้วครับ ผมไม่ได้บอกจังหวัดไหนเลยครับ
ให้เวลาท่านนิดเดียวครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เนื่องจากว่าท่านบอกว่าตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงครับ พี่น้องประชาชนอ่านครับ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็ทราบดีว่ามันอยู่ในพื้นที่เขตของจังหวัดสมุทรสาครของกระผม ประตูระบายน้ําบางยางครับ อยู่ที่อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ประตูนี้มี ความสําคัญครับ เพราะว่าสร้างมานานมากครับ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ๑๐๐ ป้เศษครับ ท่านประธาน ไม่ได้รับงบประมาณในการดูแลปรับปรุงซ่อมแซมแต่อย่างใด เส้นทางนี้ ประตูระบายน้ําและคลองดําเนินสะดวกนี่ครับมีความสําคัญ เพราะว่ามีพื้นที่ที่รับน้ําถึง ๔ จังหวัดครับ เขตเกษตรกรรมประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูไปดูความพร้อมของโครงการ ไปดูว่าพร้อมทําหรือไม่ และที่สําคัญ ครับ ท่านบอกว่าพี่น้องประชาชนต้องได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ประโยชน์ในด้านการ เกษตรกรรม ด้านการท่องเที่ยวและชีวิตความเปึนอยู่ ผมเรียนว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปดู นี่นะครับ ท่านไปดูและท่านได้กําชับ ที่สําคัญที่สุดนะครับท่านกําชับว่าท่านไม่เลือกปฏิบัติ ท่านจะปฏิบัติเสมอกันไม่ว่าจะพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนั้นจะเลือกพรรคใด
เอาละครับ ท่านได้ชี้แจงแล้วครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปราชการไปดูเขื่อนนะครับ พอแล้วครับท่านสุนัยครับจะได้อภิปรายต่อ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษ ผมกราบเรียนท่านประธาน กลัวเสียดายเวลาที่สุด อย่างนี้ก็หาเสียงกันธรรมดา ทําไมไม่ พูดด้วยล่ะครับว่าแล้วไปดูกระติ๊บหม้อข้าวใส่ในกระติกน้ําแข็งนี่เปึนอย่างไรครับ ช่วยชี้ ด้วยสิครับ
เอาละครับ ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวนะครับ ข้อเท็จจริงท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกพาดพิงอยู่ ตรงนี้แล้วครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงก็ไม่ประสงค์จะต้องชี้แจงประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็เรียนท่านสมาชิกว่า ที่ท่านพูดถึงภารกิจผมทั้งหมดนี่ก็เปึนวันหยุดราชการ ผมก็คิดว่าผมก็บริหารราชการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ประชุมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไป ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์นั้นผมก็หาโอกาสในการที่จะไปเยี่ยมเยียนประชาชน แล้วก็จริง ๆ ก็ทําประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเปึนกําลังใจให้กับผู้คนเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เปึนเรื่องที่ จะต้องมาต่อว่าต่อขานอะไร
ส่วนที่ท่านสอบถามเรื่องของเครื่องอุ่นข้าวเหนียว ก็เรียนให้ทราบว่าผมไป งานถนนเทคโนโลยี ซึ่งเปึนงานที่เป่ดโอกาสให้เด็กมัธยมศึกษา เด็กที่เรียนอยู่ใน มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษานี่เขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ แล้วก็มาประกวดแข่งขันกัน บังเอิญรายนี้เปึนรายที่ได้รับรางวัลครับ ผมก็ไปดูเปึนกําลังใจให้เด็ก ผมก็คิดว่าเราก็ควร จะเปึนกําลังใจให้เด็กและเยาวชนที่เขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ แล้วเขาได้รางวัล แล้วมันก็เปึนงานเทคโนโลยี ถนนเทคโนโลยี ผมก็คิดว่าเปึนประโยชน์กับบ้านเมือง เพราะว่าเราก็สนับสนุนให้นําเรื่องของเทคโนโลยีมาแล้วก็กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหัด คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจเท่านั้นเองครับ
ท่านสุนัย พอแล้วครับ
คืออย่างนี้ครับ
เดี๋ยว มันจะยืดยาวต่อ
ด้วยความเคารพไม่ยืดยาว เดี๋ยวจะ เข้าใจผิดว่าผมไปตําหนิท่าน ผมไม่ได้ไปตําหนิท่านที่ไปวันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่ามา หาเสียงกันอย่างนี้ครับ ผมกําลังตําหนิท่าน ท่านไม่ได้ทุ่มเทเวลาให้แก่การค้นคิดเรื่อง แนวคิดใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และหนังสือพิมพ์ไม่ใช่เฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้นครับ วันธรรมดาก็มีภาพถ่ายสร้างภาพอย่างนี้เปึนประจําครับ เอาเวลาไปเดิน
เอาละครับ พอแล้วครับ ขอบคุณครับ นั่งเลยครับ ท่านสุนัยครับ ขอความกรุณาครับ ก็อภิปรายกันต่อนะครับ ท่านสมาชิกท่านต่อไปครับ เชิญท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ นะครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๒๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตกล่าวถึง พ.ร.ก. การกู้เงินของรัฐบาลในฉบับนี้ โดยภาพรวม ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมนะครับ กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่มี ความใส่ใจ แล้วมีความห่วงใยในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ ก็คือว่า เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. กู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เกิดจากปัญหาที่จะไปสู่เงินคงคลังที่ ก็คืองบประมาณในป้ ๒๕๕๒ นั้น ในการจัดเก็บใน ไตรมาส ๒ นี้มีปัญหา และเชื่อว่าไตรมาส ๓ ไตรมาส ๔ นั้นด้านภาษีก็จะมีปัญหา สิ่งที่ผม อยากจะฝากรัฐบาลก็คือว่า ในโครงการต่าง ๆ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้มีกรอบในการดําเนินงานถึง ป้ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดําเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจไปหลายอย่าง อาทิเช่น แจก ๒,๐๐๐ บาท แต่นั่นมันเปึนพื้นฐานระดับล่าง พื้นฐานระดับล่างซึ่งบุคคลที่ได้เงินไป นั้น เขาก็จะใช้เงินต่อไป แต่มันไม่ได้กลับมาในฐานะรูปแบบภาษี แต่โครงการต่าง ๆ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ หรือ พ.ร.บ. ฉบับหน้าที่กําลังจะเข้าสู่สภา มีโครงงานต่าง ๆ มากมาย ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายครับ สิ่งที่สําคัญคือการเบิกจ่าย ผมเปึนห่วงอยู่ในระบบของราชการครับ วันนี้ผมเชื่อมือทีมงานเศรษฐกิจของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ผมยังไม่เชื่อฝ้มือการทํางาน ของระบบราชการ หลังจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ถ้าผ่านสภาไปแล้ว อย่างน้อยต้องมี ๖ เดือน ครับ โครงการต่าง ๆ เงินต่าง ๆ นั้นที่จะลงไปเรียกว่า เงินงวดแรกที่จะไปสู่มือประชาชน เพราะว่าทั้งนี้เปึนการแก้วิกฤติเศรษฐกิจในเรื่องของผู้ประกอบการ เพราะว่าผู้ประกอบนั้น จะทําให้เกิดภาษีครับ ถ้าเงินตรงนี้ลงไปช้า ปัญหาจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในการจัดเก็บ ภาษี ป้ ๒๕๕๓ แน่นอน มีปัญหากับป้ ๒๕๕๓ วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๐ นั้นยังไม่ถือ ว่ากระทบกับรายได้ของรัฐมากขนาดนี้นะครับ เราต้องยอมรับความเปึนจริงอย่างหนึ่ง แต่ในป้วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้เปึนวิกฤติที่เกิดขึ้นกับการไม่ลงทุน แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝาก บอกก็คือว่า ธนาคารของเอกชนทุกธนาคารในประเทศไทย ไม่ได้ให้การเอื้อกับรัฐบาลเลย ก็คือหยุดการปล่อยเงิน หยุดการลงทุนของเอกชนหลาย ๆ โครงการ เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีไปเลยครับ เพราะวันนี้ธนาคารนั้นได้ประโยชน์ จากค่าธรรมเนียมมากเกินเหตุจนไม่ปล่อยเงิน ผมจะยกตัวอย่างในเรื่องของงบประมาณ ของรัฐที่ลงไปในภาคของก่อสร้างหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีการประมูล มีการดําเนินการนั้น ต้องเสียให้กับแบงก์ทุกแบงก์ในประเทศไทย ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ อย่างการประกันสัญญา เหมือนกันนะครับ ใช้เวลา ๒ ป้ วันนี้ผู้รับผิดชอบต้องมาคิดแล้วครับ ให้รับผิดชอบ ๒ ป้ แต่เสียค่าธรรมเนียมป้เดียว ถ้าไม่อย่างนั้นเงินเข้าจะไปสู่แบงก์อย่างเดียว แบงก์จะได้แต่กําไรแล้วไม่สนับสนุน การลงทุนภายในประเทศ แล้ววันนี้เรามีเอกชนที่กล้าหาญมากมายที่จะลงทุนโครงการ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ติดอยู่ที่ไหนไหมครับท่าน ติดอยู่ที่ สผ. (สํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ที่ สผ. ท่านไปดูครับมีโครงการราคา ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทที่เอกชน คนไทยจะลงทุน ผมไม่ใช่ว่า สผ. ทํางานไม่ดีนะครับ ผมได้มีโอกาสได้ไปเห็นการทํางาน ต้องยอมรับว่า สผ. มีความตั้งใจ แต่กรรมการนั้นก็มาจากหลายกระทรวงหลายทบวง กรม แล้วปัญหาคือกรอบในการพิจารณาไม่มีครับ มันกว้างเกินไป บางทีตําหนิหรือติเตียน ในเรื่องที่ไม่ได้มากมาย ท่านไปดูสิครับ ไปดูเรื่องค้างอยู่ที่ สผ. นั้นมากมายกับโครงการ ที่จะลงทุนในขนาดใหญ่ วันนี้ถ้ามีการสร้างคอนโดมิเนียมแท่งหนึ่งเงินจะหมุนถึง ๑๐ รอบ นะครับท่าน เงินในระบบเศรษฐศาสตร์นั้น ๓-๔ รอบ แต่ถ้าสร้างคอนโดมิเนียมนั่น หมายถึงมีการซื้อแอร์ ซื้อปูน ซื้อเหล็ก ซื้อเครื่องสุขภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย วงจรของเงินนั้น จะประมาณ ๑๐ รอบ มันจะมีแรงกระเพื่อมไปทั่วประเทศไปทั่วทุกองค์กร วันนี้รัฐต้องเร่ง การเบิกจ่ายนะครับ วันนี้ระบบราชการต้องเปึนกลไกที่สําคัญให้กับรัฐนะครับ ผมฝากไว้ด้วย แล้วก็กรณีพิจารณาเรื่อง ๒ ป้หรือ ๑ ป้ คือให้ค้ําประกัน ๒ ป้ แต่เสียค่าธรรมเนียม แค่ป้เดียว ถ้าไม่อย่างนั้นตั้งแต่ยื่นซองครั้งแรกจนไปถึงประกันสัญญา ธนาคารได้ ค่าธรรมเนียมมากเกินเหตุครับ วันนี้มากเกินเหตุ มากจนไม่มองว่าประเทศกําลังอยู่ใน ภาวะใดนะครับ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝากบอกก็คือว่า การเก็บ ภาษีครับ วันนี้เรากู้เงินแต่เราก็ต้องรู้จักหาเงินด้วยครับ แล้วผมเชื่อว่ามีวิธีการหนึ่งซึ่งง่ายมาก ผมเห็นกรมสรรพากรได้ทําเรื่องอยู่ระยะหนึ่งเรื่องใบเสร็จส่งไปชิงโชค แต่นั่นเราไม่ต้องทํา แล้วครับ อย่างนั้นเปึนการแก้ปลายเหตุ แต่วันนี้รัฐต้องออกภาษีโดยใช้บิล (Bill : ใบเสร็จ) ครับ บิลทุกบิลโดยการที่ว่าเอาไปขูดเปึนแบบเหมือนหวยลอตโต (Lotto) เลยครับ ใน ประเทศจีนเขาทําแล้วและประสบความสําเร็จ ร้านค้าที่จะต้องใช้บิล เสียบิล เสียภาษี มาซื้อคูปองไปเลยครับ มาซื้อคูปองจากกรมสรรพากรไปเลย รัฐจะได้เงินล่วงหน้าด้วย ครับ แล้วคูปองนั้นใบเสร็จนั้นท่านขูดได้เงิน ถ้าขูดแล้วเจอเลขนี้ได้เงิน แล้วรัฐจะได้เงิน ก่อนด้วยครับ ท่านจะได้ภาษีมาก่อน ทุกร้านค้ามาซื้อใบเสร็จจากกรมสรรพากร ใบเสร็จ ก็จะมีราคาต่าง ๆ กันไป ท่านได้เงินมาก่อนแล้วไม่มีการรั่วไหล วิธีการง่าย ๆ ครับ ประเทศจีนที่ผมไปมาผมไปเห็นผมยังชื่นชมว่าวิธีคิดเขาง่ายมาก ได้ใบเสร็จมาก็ขูดเลยครับ ขูดว่าเปึนเงินเท่าไร ถูกหวยเท่าไร ถูกตัวเลขเท่าไร แล้วท่านไม่ต้องไปบอกเลยครับพี่น้อง คนไทยจะไปร้านไหนจะต้องขอใบเสร็จแน่นอน แล้วรัฐบาลจะได้เงินไปล่วงหน้าด้วยครับ ใครที่ทําการค้าก็ไปซื้อใบเสร็จจากรัฐบาลจากกรมสรรพากร วิธีการนี้จะหาเงินได้แบบง่าย แล้วสบายมาก ผมฝากท่าน ผมเชื่อแล้วก็ผมถือว่าท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช นั้นเปึน ความภาคภูมิใจของนักการเมืองทุกพรรคทุกคน เพราะว่าในอดีตนั้นคําว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ตั้งรัฐบาลกี่รัฐบาลก็มีดอกเตอร์นั่น หม่อมนี่ อะไรกันไม่รู้วุ่นวายหมด นักการเมืองที่จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีไม่กี่คนครับ เราต้องยอมรับ ความจริงนะครับ มีไม่กี่คน ผมถือว่าผมเปึนกําลังใจให้ท่าน แต่วันนี้ท่านต้องดูระบบ ราชการครับ ระบบราชการนั้นต้องสํานึกอยู่ตลอดเวลาว่าปัญหาของประเทศชาตินั้นอยู่ ในมือท่านด้วย ผมฝากท่านรัฐมนตรี
แล้วก็อีกประการหนึ่งครับ ผมเห็นโครงการต่าง ๆ นั้นมากมายก็ต้องขอชื่นชม แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะน้อยไปนิดหนึ่งครับ เพราะว่าไปฝากอยู่กับระบบ ต่าง ๆ ไม่ว่าการลงทุนในระยะยาว วันนี้เราต้องพูดถึงกันว่าแก้ปัญหาภายใน ๖ เดือน ๑ ป้ ๑ ป้ยังช้าเกินไปครับ วันนี้ป้ ๒๕๕๒ โครงการต่าง ๆ ยังไม่ได้เบิกเงินไปผมเชื่อว่าไม่ต่ํากว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ถึงจะทําสัญญาไปแล้วแต่เงินยังไม่สู่ตลาดนั้น ไม่สู่ระบบนั้นต้องมีถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ในงบพัฒนา ผมฝากท่านกรณ์ จาติกวณิช ไว้ตรงนี้ด้วยว่านี่คือเรื่องสําคัญ กับวิธีการใช้ใบเสร็จภาษีนั้นเปึนเรื่องง่ายมากครับ และเปึนเรื่องที่รัฐได้เงินก่อน ผมฝาก ตรงนี้ไว้
อีกประการหนึ่งที่อยากจะฝากในเรื่องโครงการก็คือ วันนี้ผมเชื่อว่า ๘๗,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านในประเทศไทยยังไม่มีน้ําประปาครบทุกหมู่บ้าน วันนี้ผมเคยไปใน บางแห่ง ยังมีคนไปไสน้ําตามบ่ออยู่ ภาพแบบนี้ยังไม่เห็น ผมอยากเห็นรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกลงไปเลยว่า ทุกหมู่บ้านต้องมีน้ําประปา เพราะว่าบาง หมู่บ้านมีแต่มีแห่งเดียว ที่มีแล้วก็ไม่เปึนไรจะพอหรือไม่พอ แต่อย่างน้อยทุกหมู่บ้านใน ประเทศไทยต้องมีระบบน้ําประปา ซึ่งผมเชื่อว่าเปึนเรื่องที่ไม่ยากมากมาย ประปา แห่งหนึ่งปัจจุบันนี้ก็ราคาไม่กี่สตางค์ แล้วจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกคุณภาพชีวิต ของคนไทยให้ดีขึ้น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้ให้โอกาสผมได้ขึ้นมา พูดใน พ.ร.ก. เงินกู้ครั้งนี้ แล้วผมหวังว่าเราอย่าลืมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้เรา พบภาวะวิกฤติ และเปึนวิกฤติที่น่ากลัว แต่เรื่องการเมือง เรื่องบางเรื่องมันตกไปจน กลายเปึนคนไทยอาจจะลืม ส่วนต่าง ๆ อาจจะลืม แต่ผมฝากกับท่านนายกรัฐมนตรีกับ ท่านรัฐมนตรีว่า ท่านต้องกระตุ้นคนไทยครับ สําคัญที่สุด กลไก ผมเปึนห่วงท่านรัฐมนตรี อย่างเดียวว่า ท่านจะรบกับกลไกระบบรัฐไม่ไหว เพราะว่าวันนี้ทุกคนไม่กล้าผิดระเบียบ เพื่อประโยชน์ประชาชน แต่ทุกคนกล้าผิดระเบียบเพื่อประโยชน์ของตัวเองนะครับ ผมฝาก ไว้เลยครับว่าตรงนี้ท่านต้องเข้มหน่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป เชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล มีเวลา ๑๕ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเคยพูดในสภา เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเปึนมือสมัครเล่น ตัวเลขผ่านมา ๖ เดือน ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่าเปึนมือสมัครเล่นอยู่ ตัวเลข จีดีพี ติดลบ ๗.๑ อัตราเงินเฟัอติดลบ ๔ เดือน การลงทุนต่างประเทศ ผลผลิตภาคเกษตร กําลังผลิต ภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับธุรกิจ เอสเอ็มอี ดัชนีความเชื่อมั่น ตกทุกตัวเลยครับ ถ้ายัง ดําเนินการอย่างนี้อยู่ประเทศล้มละลายแน่นอน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง ภาคใต้เหมือนเดิม ฆ่ารายวัน สังคมตัวหนึ่งที่หนักที่สุดก็คือด้าน ยาเสพติด แล้วการตัดงบประมาณออก โดยเฉพาะป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่ท่านจัดเก็บภาษี ไม่ได้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้กระทบประชาชนภาคเกษตร ภาครากหญ้ามากที่สุด ท่านตัดงบ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรคออกถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันกระทบคนจนครับตรงนี้ งบป้ ๒๕๕๓ เอสเอ็มแอล ป้ ๒๕๕๒ ตัดออก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ตัดออกอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนรับไม่ได้ตรงนี้ ผมคิดว่าแนวทางการบริหารของท่านมัน เปึนการเลียนแบบ แล้วก็อ้างอิงต่างประเทศในหลาย ๆ จุดเพื่อเอาตัวรอดไป ท่านอาจจะ เลียนแบบเห็นพรรคไทยรักไทยดําเนินการด้านประชานิยม คิดว่าประสบผลสําเร็จแล้วจะ ทําได้ ตรงนั้นจริง ๆ ความแตกต่างกันสูง ตอนนั้นตัวกําลังซื้อต่างประเทศมี เดี๋ยวนี้กําลัง ซื้อต่างประเทศหดหายไป การบริหารงานแบบท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ต้องหา เงินเก่ง ไม่ใช่กู้เงินเก่ง การกู้เงินมาทําประชานิยมหรือเลียนแบบโดยไม่มีปรัชญาของการ บริหารตรงนี้ ตรงนี้เปึนจุดที่น่าหนักใจที่สุด การแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ผมชี้ให้เห็นความ แตกต่างระหว่างการทําประชานิยม เงินล้านอยู่ในหมู่บ้านหมดเลย ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เปึนเงินถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอสเอ็มแอล (SML) มีประโยชน์ในหมู่บ้าน เปึนการสร้างกําลังซื้อ สร้างแรงงาน โอทอป (OTOP) พักหนี้เกษตรกร อันนี้มันไม่ได้ใช้เงิน แต่เปึนการสร้างกําลังซื้อ แล้วก็ให้โอกาสกับ ประชาชน ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรค เราไม่ได้ไปแจกเงิน เราสร้างกําลังซื้อ สร้างโอกาสด้าน สังคมให้พี่น้องประชาชน มาตรการต่าง ๆ ที่เปึนจุดบอด จุดอ่อนในการสร้าง ความล้มเหลวของท่านในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขึ้นภาษีน้ํามัน ดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ ฟันธงลงไปว่าตรงนี้เปึนการผิดพลาดมากที่สุดในมาตรการ ตรงนี้ เพราะว่าเปึนการทําลายกําลังซื้อของประเทศ กําลังขายของประเทศ เอสเอ็มอี พังทั้งระบบ เอสเอ็มอี มีแรงงานไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคน ภาคท่องเที่ยว ผมเห็นมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมามันก็คล้าย ๆ กันกับต่างประเทศ แต่จุดหนึ่งที่ความไม่มั่นใจในการมาท่องเที่ยว เกิดขึ้น ก็คือเขากลัวจะเกิดการป่ดสนามบินอีก อันนั้นมันพังไปทั้งระบบ ปัญหาตรงนี้พัง ไปทั้งระบบ เพราะฉะนั้นมาตรการของท่านที่จะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะกู้อีก ต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตรงนี้ท่านกําลังแย่งเงินภาคเอกชนไปลงทุน มุมหนึ่งธนาคาร ชอบมาก เกิดความมั่นคง ดอกเบี้ย ๐.๒๕ บาท ถึง ๑ บาทเศษ มาปล่อย ๓ – ๔ บาท เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทปล่อยมาทางภาครัฐหมด เงินอยู่ในสถาบันการเงินประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมุนเวียน ธนาคารไม่มีความจําเปึนต้องปล่อยภาคเอกชนแล้ว อีกมุมหนึ่งของการดําเนินการนโยบายในแนวนี้มันหมายถึงการฆ่าธุรกิจ เอสเอ็มอี ทั้งระบบ ครับ ธุรกิจ เอสเอ็มอี มีถึง ๒.๕ ล้านบาท แรงงาน ๑๐ กว่าล้านบาท เปึนการสร้างกําลัง ผลิต กําลังซื้อให้ประเทศ อนาคตจะเก็บภาษีไม่ได้ ปัญหาจะติดตามมาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในเมื่อท่านวางมาตรการผิดมาตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มแรก ย้อนหลังไปเกี่ยวกับการกู้ เงินธนาคารคิดว่าผิดพลาด เปึนการแย่งกําลังซื้อ เปึนการทําลาย เอสเอ็มอี ทั้งระบบ
อันที่ ๒ ขึ้นน้ํามันเปึนการทําลายกําลังซื้อของประเทศ ย้อนหลังไป ตั้งแต่ช่วงแรก ท่านอาจจะพูดเล่นว่า จีดีพี ป้หน้าไม่ต่ํากว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ความผิดพลาดในการประเมิน จีดีพี ที่ผมบอกว่าอันนี้มันเปึนมือสมัครเล่น กระดูกไม่ถึง จีดีพี เปอร์เซ็นต์หนึ่งมันเปรียบเทียบได้เท่ากับความผิดพลาดถึงประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าติดลบ ๓ อนาคตข้างหน้าไตรมาสที่ ๔ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่าน ประเมินว่าบวก ๓ บวกแล้วมันติดลบ ๖ มันผิดพลาดไปถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ แล้วเครดิต (Credit) ของรัฐบาลเขาให้เรามาสร้างความสุขให้ มาหาเงินให้เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้กระจายให้เกิดความสมดุลกันในทุก ๆ ด้าน ถ้าท่านพูดอย่างนี้ มันพังมาตั้งแต่แรก แล้วพังมาตั้งแต่การคาดการณ์ จีดีพี พังมาตั้งแต่การขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีปุิย ควบคุมการทุจริตไม่ได้ ราคาข้าว ราคามันสําปะหลังตกต่ํา แล้วมาใช้มาตรการ กู้เงินอีกแบบนี้ ผมคิดว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยลําบาก มันจะโยงใยไปถึงปัญหา หนี้สินของพี่น้องประชาชนระดับกลาง ระดับล่าง ถ้าไม่มีเงินชําระหนี้ท่านครับ อนาคต ชาวบ้านแล้วก็คนระดับกลางจะถูกยึดที่ไร่ ที่นา ที่อยู่อาศัย แล้วจะลามไปถึงปัญหาด้าน สังคม ไม่ว่ายาเสพติดหรืออะไรก็ตาม คนหมด ทรัพย์สินหมดครับ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ขอเตือนทางรัฐบาลว่าให้วิเคราะห์ละเอียดมากกว่านี้ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมสื่อภาษาชาวบ้านนิดหนึ่งว่าเขาบอกว่าดูไปนาน ๆ ท่านตอบโต้ ด้านสื่อค่อนข้างเก่ง แต่ดูไปนาน ๆ เขาบอกว่าเหมือนกับนักพากย์หนัง แก้ตัวไปเปึนวัน ๆ แบบที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้อภิปรายไว้ตั้งแต่ช่วงแรกว่ามีอยู่ ๓ ก ๔ ก ท่านประธานครับ นโยบายที่จะผิดพลาดเกิดขึ้นในช่วงนี้ ผมคิดว่าอยากให้ภาครัฐบาลไปทบทวน ชาวบ้าน พูดเล่นเหมือนกับพูดจริง พูดเล่นเหมือนกับพูดจริงอย่างไรครับท่าน ทําอย่างนี้อนาคต ข้างหน้าถ้าเงินไม่มีจะไม่ขอเงินล้านคืนหรือ เงินกองทุนหมู่บ้านนี่จะไม่ขอให้ชาวบ้านเอา เงินกองทุนหมู่บ้านมาคืนรัฐหรือ มันจะถึงตรงนั้นหรือเปล่า ทําไมมันลามมาถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นแนวคิดปรัชญาแนวทางของรัฐบาลผมคิดว่าท่านอย่าเลียนแบบพรรค ไทยรักไทยสภาวะมันไม่ใช่ อย่าเลียนแบบต่างประเทศ ท่านควรจะหาแนวทางในการ ผ่าตัดด้านเศรษฐกิจทําโครงสร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ ลองคิดลองใช้วิสัยทัศน์ขึ้นมาดู ลองตั้งสมมุติฐานสิว่าทําอย่างไรจะหาเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่คิดแต่ว่าทําอย่างไรถึงจะกู้เงิน ทําอย่างไรถึงจะรีดภาษีกับพี่น้องประชาชน แล้วโครงสร้างในลักษณะนี้ถ้าแก้ได้สั้น กลาง ยาว หรือเร็ว ช้าก็ช่าง ทําอย่างไรความยั่งยืนมันถึงจะเกิด ทําไมเศรษฐกิจมันถึงเกิดขึ้น ซ้ําซาก ช่วงทศวรรษหนึ่งจากป้ ๒๕๔๐ มาป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้นอีก แล้วเดี๋ยวไปป้ ๒๕๕๕ แล้วก็ไปป้ ๒๕๖๐ จะให้มันเกิดขึ้นอีก ทําไมไม่ลองปรับโครงสร้างดู วิสัยทัศน์มีหรือเปล่า แนวคิดมีไหม การหารากฐานเศรษฐกิจที่แท้จริงเกิดขึ้นหรือเปล่า หรือว่ากู้เงินกระจาย ออกไปให้พรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้หมดเวลาเกี๊ยเซี๊ยะกันให้เกิดประโยชน์ แต่ทําลายสังคมทั้งระบบ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ฝากทาง ภาครัฐบาลช่วยไตร่ตรองอย่างละเอียดกว่านี้ครับ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่น่าเปึนห่วงมาก ในด้านราคาอ้อย ราคามันสําปะหลัง แม้แต่วัวหู แล้วก็ราคาปุิย อันนี้ก็แพงมากครับ ท่านครับ ประเมินราคาดูแล้วแทบทํานาไม่ได้เลย น้ํามันก็ราคาประมาณ ๕๐ กว่าเหรียญ สมัยพรรคพลังประชาชน ๑๔๐ กว่าเหรียญยังประคองสถานการณ์ไปได้ ราคาข้าวยังตก ๑๓,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท ราคามันสําปะหลังยังอยู่ ๑.๘๐ บาท ๒ บาทกว่า อันนี้ราคา น้ํามันลดลงมา ทําไมราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย ราคาปุิย มันถึงแตกต่างกัน ทําไมมันไม่ลดลงไปด้วย หรือหวังส่วนต่าง หรือหวังเงินทอน ช่วยชี้แจงให้พี่น้องประชาชน มีความเข้าใจตรงนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านมีเวลา ๑๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าดูแล้วเหมือนกับว่าความกลัว เปึนวิกฤติในการที่จะปกคลุมสภาแห่งนี้อยู่ครับ ใน พ.ร.บ. เงินกู้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๒ ฉบับนี้ นะครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเวลานี้ไม่ใช่วิกฤติแห่งการกลัวครับ แต่เปึนโอกาสที่ ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้า ขนาดแพนด้านําเข้ามาในประเทศนานแล้วนะครับ ยังเลือกเกิดในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์เลยครับท่านประธาน เอาละครับ ผมคิดว่า ประเด็นต่าง ๆ ในส่วนที่ฝ์ายค้านได้พูดมาในตอนต้นนะครับ ผมคิดว่าการค้านก็เปึน ความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่ผมอดพูดไม่ได้ว่าเมื่อสักครู่มีการกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านใช้วันว่างวันหยุดของท่านไปดูนวัตกรรมเด็ก เด็กก็สร้างนวัตกรรม ขึ้นใหม่ ท่านก็เสียดสีท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ได้ไปชอปปุ่งดูไบนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีการกล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีก ครับ เรื่องของตัวเลขที่บิดไปบิดมาอันไหนเปึนตัวเลขที่แท้จริงกันแน่ ผมเรียนนะครับว่าผม ฟังมาตั้งแต่เช้าครับ มันอยู่ที่ท่านหยิบตัวเลขไหนมาครับ การเปลี่ยนแปลงของสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะ สํานักงบประมาณตัวเลขมันเปลี่ยนตลอดทุกเดือนละครับ เพราะฉะนั้นจะหยิบตัวเลขนี้มาบอกว่าตัวเลขที่รัฐบาลบอกเท็จมันไม่ได้ละครับ แต่ผมเชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านเตรียมข้อมูลนี้ไว้แล้วคงจะได้พูดต่อไป เอาละครับ ท่านประธาน ในส่วนของผมเองนั้นต้องบอกว่าคงต้องมาเล่าว่าที่กลัวกันนักกลัวกันหนาในการ กู้เงินครั้งนี้นั้นทําไมถึงกลัวครับ ผมคิดว่าต้องอยู่บนฐานของข้อมูล วันนี้ตัวพระราชกําหนดนั้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกจะนําไปใช้กับเงินชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังจะเอาไปใช้ในแผนป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่จะต้องทํานี่แหละครับ ป้นี้ละครับเร่งด่วน ในเรื่องของแผนไทยเข้มแข็ง และในส่วนของ พ.ร.บ. ที่จะมีพูดต่อไปใน อนาคตอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ยังอยู่ในไทยเข้มแข็งเหมือนกันครับ ไทยเข้มแข็งนั้นเปึน เรื่องที่ใช้งบประมาณถึง ๑.๔๓ ล้านบาท แล้วที่มาของเงินก็มีหลากหลายครับ ตั้งแต่เงิน ในงบประมาณ ตั้งแต่เงินที่มาจากการร่วมลงทุนของภาคเอกชน แล้วก็เงินกู้ ๒ ฉบับนี้ละครับ มาดูสักนิดเถอะครับว่าที่บอกกันนักกันหนาว่าวินัยทางการคลังเขาห้ามทําหนี้ให้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ จีดีพี ก็จริงครับ ก็เปึนวินัยการคลังที่ผมเรียนหนังสือมาก็รู้เรื่องแบบนี้ครับ แต่ครั้งนี้เปึนเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ไม่ใช่ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เปัาหมายที่ต้องตั้งว่า ต้องดํารงอย่างนั้นครับ เพราะไม่ใช่กฎหมายครับ ท่านประธานครับ ในต่างประเทศ ต้องบอกว่าทุกประเทศหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์หมดทั้งนั้นละครับ ต่อ จีดีพี ครับ ประเทศญี่ปุ์นหนี้ต่อ จีดีพี อยู่ที่ ๒๑๗ เปอร์เซ็นต์ อิตาลีอยู่ที่ ๑๐๙ เปอร์เซ็นต์ อินเดียอยู่ที่ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกาอยู่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ แคนาดา อยู่ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศสอยู่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เยอรมันอยู่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ อังกฤษอยู่ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยหลังจากเงินตัวนี้ผ่าน ผมเชื่อเลยครับ และผมไม่โม้ครับ ผมพูดแบบเอาตัวที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๕ หนี้สาธารณะจะ ขึ้นไปที่ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ผมถามท่านเถอะครับ หลักฐานอยู่นี่นะครับ ข้อมูลมีครับ ไปดูกันได้ นะครับ ผมว่านาทีนี้ต้องสู้กันด้วยข้อมูลครับ หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหนี้สาธารณะของทุก ประเทศที่มีนโยบายในการแก้ไขเศรษฐกิจเปึนอย่างนี้หมดครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่อง แปลกครับ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกลัวด้วยว่าหนี้ต่อ จีดีพี จะเปึนเท่าไร ถ้าเราคุมมันอยู่ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินคงคลังนั้นถ้าเปรียบเทียบกับการทําบริษัทก็เหมือนกับ เงินสดในมือละครับ เงินในมือนะครับ ผมใช้คํานี้ แต่ไม่ได้แปลว่าสถานะบริษัทไม่ดีครับ วันนี้ประเทศไทยมีเงินทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ที่ ๑.๒ แสนล้านเหรียญสหรัฐครับ ง่าย ๆ ก็คือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ระบบของเรานั้นแตกต่างจากประเทศที่ผมพูดมา เมื่อสักครู่นี้ครับ บางประเทศเขาไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติในการที่จะเอามาแบ็ค (Back : สนับสนุน) หรือสนับสนุนการพิมพ์ธนบัตรครับ ประเทศไทยเรายังเปึนระบบคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) ระบบอนุรักษ์นิยมอยู่ครับ เรามีเงินทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศ ถ้าคิดเปึนบาทกลับมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ประเทศไทยไม่ได้ถังแตกครับ เงินคง คลังที่ต้องกู้มาชดเชยเปึนเพียงเงินสดในมือเท่านั้นครับท่านประธาน คนละเรื่องครับ นี่เปึนข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราไม่ได้มาพูดกันในนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ กลัวเหลือเกินว่ารัฐบาลนี้หมกเม็ดครับ เพราะอะไรครับ เพราะปกตินั้นเคยชินกับที่ว่าจะมีรายจ่าย รายรับนั้นต้องใช้วิธีการตามงบประมาณปกติ ผมก็บอกอีกครับว่าครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติครับ ครั้งนี้เปึนเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจท่านประธาน ปกตินี่นะครับ อธิบายให้ง่ายกฎหมาย การเงินช่องว่างระหว่างรายรับรายจ่ายนี่นะครับ ก็คือช่วงที่ขาดดุลนี่ ปกติแล้วจะต้องมี การกู้มาชดเชยในส่วนที่ขาดดุล คําตอบคือตอนนี้สภาวะไม่ปกติเราต้องการกระตุ้น เศรษฐกิจ ช่องของกฎหมายปกติในเรื่องของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะป้ ๒๕๔๘ นั้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์ที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นจึงต้อง ออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงินเปึนกฎหมายพิเศษแบบนี้ละครับ ไม่ใช่เรื่องแปลก ประหลาดท่านประธานครับ แต่เรากําลังพูดแล้วเรารังเกียจมันครับ ท่านประธานครับ ต้องพูดต่อครับว่า แล้วที่บอกว่าหมกเม็ดนั้นแปลว่า ตรวจสอบไม่ได้ใช่หรือไม่ คําตอบ ก็ไม่ใช่อีกครับ ผมว่าครั้งนี้ละครับเปึนครั้งที่รัฐบาลนี้ต้องชมท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ครับ ท่านจัดไว้ได้ดีมาก ระบบการตรวจสอบ ปกติแล้วกรมบัญชีกลางเงินค้างท่อ งบประมาณตรงไหนเขามี จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS : Government Fiscal Management Information System) อยู่ เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ก็ยังใช้โปรแกรมนี้ในการที่จะดูว่าข้อมูลนี้ มันวิ่งไปที่ไหนคาท่อหรือเปล่า ผลสําเร็จมีหรือเปล่า พอมาดูในเรื่องของสํานักงบประมาณ ครับ เขามีระบบที่เรียกว่า อี-บัดเจ็ทติ้ง (e-Budgeting) เขามาตรวจสอบแล้วว่าใช้เงิน ถูกต้องหรือเปล่า ไปมาอย่างไรครับ ก็ใช้ อี-บัดเจ็ทติ้ง ครับ วันนี้ไปดูไปถามสํานัก งบประมาณฝ์ายค้านครับ เขาเตรียมรองรับข้อมูลซอฟท์แวร์ (Software) เพื่อสอดรับกับ อี-บัดเจ็ทติ้ง แล้วเรียบร้อยครับ นี่เปึนความเตรียมพร้อมของรัฐบาลชุดนี้ครับ ท่านประธาน สตง. ตรวจสอบได้ปกติครับ ไม่แตกต่างอะไรเลยกับงบประมาณประจําป้ใน งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครับ เราจะรังเกียจมันทําไมครับ แล้วเราจะกลัวมันทําไม ท่านประธาน
ต่อมาครับ เราก็ไม่กลัวอีกในข้อครหาที่ว่า รัฐบาลนี้ขึ้นมาทุกครั้งหนี้เยอะ ทุกครั้ง ไม่กลัวครับ เพราะอํานาจมาพร้อมกับหน้าที่เสมอ ในครั้งรัฐบาลชวน หลีกภัย ก็รับมรดกครับ รับมรดกหนี้มาต่อจากรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ครั้งนี้ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ใช้เงินไม่ครบเต็มวงเงินครับ ทําให้รัฐบาลต่อมาคืนเงินได้ แต่ที่บอกว่าคืนเร็ว เพราะคนกู้คนใช้ใช้ไม่หมดนี่ครับ ผมว่าทุกอย่างเปึนหลักการและเหตุผล เพียงแต่ว่า ข้อมูลนั้นจะต้องฟังให้ครบ วันนี้ถ่ายทอดสดก็มีโอกาสดีครับที่จะเล่าเรื่องนี้ต่อพี่น้อง ประชาชน
(SP 1 : Stimulus Package 1 แผนการกระตุ้น เศรษฐกิจระยะที่ 1) แผนระยะสั้น เงิน ๒,๐๐๐ บาท เช็คช่วยชาติ เรียนฟรี อสม. ๖๐๐ บาท คนชรา ๕๐๐ บาท เงินพวกนี้คือเงินที่ต้องการให้ถึงมือประชาชนเร็วที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาล คิดในแผน เอสพี ๑ แล้วจะบอกว่า เอสพี ๑ ล้มเหลวครับ ไม่ใช่ครับ ยังไม่ล้มเหลวครับ แต่เปึนการกระตุ้นระยะสั้น ฝ์ายค้านจําได้ไหมครับ ท่านเคยพูดในที่นี้ว่า ทําไมเอาเงินไป แจกแบบนี้ ทําไมไม่เอาไปทําถนนไร้ฝุ์น ทําไมไม่ไปสร้างถนน ทําไมไม่ไปสร้างระบบ ประปาขั้นพื้นฐาน คําตอบคือทฤษฎี เอสพี ๑ ที่ได้ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งแรกเปึนแผน ระยะสั้น แต่ครั้งนี้เปึนแผนระยะกลาง ระยะยาว ที่รัฐบาลนี้ต้องการจะเห็นครับ ท่านประธานครับ เราจะรังเกียจไหมครับว่าแผนนี้ เอสพี ๒ หรือแผนไทยเข้มแข็ง โครงการเฟส (Phase) ๒ ที่เปึนแผนระยะกลาง ระยะยาว จะรังเกียจไหมต้องใช้เงินกู้ ผมว่าที่ผมพูดมาแล้ว ในตอนต้น ทุกประเทศทําแบบนี้หมดครับ เรารังเกียจไหมครับที่วันนี้คนกรุงเทพมหานคร จะมีรถไฟฟัาภายใน ๔ ป้นี้โยงใยแบบใยแมงมุมด้วยเงินกู้นี้ เรารังเกียจไหมครับ ที่คนกรุงเทพมหานคร อย่างเขตมีนบุรีที่มี ส.ส. อยู่นี่นะครับยังไม่มีน้ําประปา จะมี น้ําประปาก็เพราะเงินกู้ครั้งนี้ เรารังเกียจไหมครับน้ําประปาจะไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศไทย เรารังเกียจไหมครับที่เราจะมีถนนไร้ฝุ์น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีสาน และเหนือ เรารังเกียจไหมครับที่วันนี้จะเพิ่มมาตรฐานของการรักษาพยาบาลของคนให้ดีขึ้น หนีไม่พ้นครับว่าโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ในรัฐบาลอดีตเปึนเรื่องที่ดี แต่ปลายอุโมงค์มันปรากฏวันนี้นะครับ หมอเกิดสมองไหล โรงพยาบาลเสื่อมโทรม ยาด้อยคุณภาพ ถ้าไม่ได้เงินกู้นี้เข้ามาในการพัฒนา ให้ทุนการศึกษาหมอ พัฒนาศูนย์ อนามัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ มันจะเปึนอย่างไรท่านประธาน เรารังเกียจหรือเปล่าครับ เรากลัวหรือเปล่าครับ ที่เราจะได้รับการรักษาเยียวยาที่ดีขึ้นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนี้ ท่านประธานครับ มาดูต่อมาครับ ว่ากลัวหรือเปล่าว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้จะเหมือน วิกฤติเศรษฐกิจป้ ๒๕๔๐ ของไทย คําตอบก็ไม่ใช่อีกครับ ป้ ๒๕๔๐ เราเจอ ๓ ปัญหา พร้อมกัน ปัญหาวิกฤติค่าเงิน เงินบาทต้องบอกว่าจากแลกได้ ๒๕ บาท กลายเปึน ๕๐ บาทกว่า ๆ โน่น เราเจอวิกฤติสถาบันการเงิน ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) บวกกับแบงก์อีกครับ ป่ดกันระนาว เราเจอวิกฤติเงินในระบบหายไปหมด เพราะว่าไปจมอยู่ใน เอ็นพีเอ (NPA) นอน เปอร์ฟอร์มมิ่ง แอสเซท (Non Performing Asset : สินทรัพย์รอการขายหรือสินทรัพย์ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้) ไปสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ ก็จมอยู่ในนั้น ละครับ เห็นไหมครับ ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้ไม่มีวิกฤติแบบนั้นสักอย่างเลย ครั้งนี้มีเงินอยู่ใน ระบบเหลือเฟ๋อ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ธนาคารพาณิชย์จะต้องแบกรับดอกเบี้ยจ่าย ก็คือเขาปล่อยกู้เอกชนไม่ได้ ทําไมครับ เพราะมีบริษัทข้อมูลเครดิต บางคนติดเครดิตบูโร (Credit Bureau : บริษัทที่ทําหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินที่เปึนสมาชิก) บ้าง ติดแบลคลิสท์ (Blacklist : รายชื่อคนทําผิด) บ้าง ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย สร้างเกณฑ์ใหม่ บาเซิล ทู (Basel 2 : ร่างหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุน) สอดรับ กับมาตรฐานโลก การปล่อยสินเชื่อมันยากขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลก็เปึนตัวแทน เอกชนกู้ ไม่ได้ รัฐบาลกู้ได้ รัฐบาลก็จะออกพันธบัตรในอนาคตที่จะมีขึ้น ซึ่งเปึนการกู้ในประเทศ ทั้งสิ้น ย้ําอีกครั้งหนึ่ง เอกชนกู้ไม่ได้ รัฐกู้ให้ แล้วเอาเงินมาสร้างงาน สร้างอาชีพ อย่างที่ผมได้ บอกไปแล้วครับ ถ้าเราไม่รังเกียจในเรื่องของรถไฟฟัาให้คนกรุงเทพฯ ระบบประปา ระบบ แหล่งน้ําขนาดกลาง ขนาดย่อยทั่วทั้งประเทศไทย เราไม่รับเกียจเรื่องการพัฒนาคุณภาพ การรักษาพยาบาล ไม่รังเกียจเรื่องการเรียนฟรีว่าจะมาจากแหล่งเงินกู้ ก็ยอมสิครับ ยอมให้ พระราชบัญญัติเงินกู้ พระราชกําหนดเงินกู้นี้ผ่านสภา ท่านประธานครับ ผมเองต้อง อธิบายด้วยเวลาที่เหลือน้อยแบบนี้อีกสักนิดเถอะครับว่า ครั้งนี้การกู้เงินเพื่อแผนเกี่ยวโยง กับไทยเข้มแข็ง ต้องใช้ว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้เงินคงคลัง มันเปึนเพียงวงเงินเท่านั้น มันไม่ใช่ต้องกู้เต็ม จํานวน มันเปึนแผนต้องใช้ในป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ถ้าป้ ๒๕๕๔ มีช่องว่างของ การขาดดุลลดลง แต่ว่าเรามีรายรับเพิ่มมากขึ้น รายจ่ายเราน้อยลง ก็ไม่ต้องกู้วงเงินนี้เต็ม วันนี้รัฐบาลขอเผื่อไว้ในอนาคตให้เห็นแค่นั้นเอง ใช้ไม่เต็ม ต้องบอกและสร้างความเข้าใจ ในสภานี้ร่วมกัน ผมว่าครั้งนี้เปึนเรื่องที่ดีเสียอีก ว่าเราจะเห็นว่าสุดปลายอุโมงค์แล้ว เศรษฐกิจไทยจะเปึนอย่างไร นักลงทุนต่างประเทศมีความมั่นใจ ถ้าได้อ่านแผนไทย เข้มแข็งฉบับนี้ ถ้าท่านอ่านลึกลงไปอีกนิดหนึ่งครับ จะเจอในเรื่องของแหล่งที่มาของ โครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านบาทนี่นะครับ นอกจากงบประมาณแล้ว นอกจากเงินกู้ ฉบับนี้แล้ว จะมีส่วนหนึ่งที่เขาเรียกว่า การร่วมทุนกันระหว่างเอกชนกับรัฐ หรือ พีพีพี (PPP) ปัจจุบันนี้เราจะเห็นอยู่ครับว่าการร่วมทุนกับเอกชนนั้นมีนิดเดียว เพราะอะไร เพราะมีแค่โครงการเดียว แต่วันนี้ถ้าเอกชนเห็นแผนไทยเข้มแข็งว่าอีก ๓ ป้จะเปึนแบบนี้ รถไฟฟัารัฐบาลตั้งรอไว้แล้ว คุณไม่มาร่วมกับผมใช่ไหม ไม่เปึนไร ผมเอาเงินกู้ผมทําเอง แต่สิ่งที่เอกชนเขาคิดครับ แสดงว่ารถไฟฟัาเกิดแน่ รัฐบาลเอาจริง แผนมี เพราะฉะนั้น ผมเชื่อเลยครับ ต่อจากนี้เปึนต้นไปจะมีเอกชนเริ่มสนใจโครงการ พีพีพี หรือร่วมลงทุนเข้า มาอีก แล้วทําไมครับ จะทําให้สิ่งที่เปึนกรอบเงินกู้ครั้งนี้แคบลงอีกครับ อาจจะไม่ถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกครับ เห็นไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าเราสู้กันด้วยข้อมูล สู้กัน ด้วยเหตุผลครับ อย่าใช้วาทกรรมทางการเมืองครับ ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ
สุดท้ายผมต้องบอกให้พวกเราออกจากความกลัว แล้วอยู่ด้วยความหวัง วันนี้ผมเชื่อในเส้นทางสู่หวังของนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ชื่อกรณ์ จาติกวณิช ท่านเปึนความหวังของผมและคนไทยทั้งประเทศ ผมฝากความหวังไว้ที่ท่านครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง มีเวลา ๑๕ นาทีนะครับ ท่านประเสริฐตามรายชื่อที่วิปส่งมา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างกฎหมายพระราชกําหนดฉบับนี้ จริง ๆ แล้วผมต้อง กราบเรียนว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นแท้จริงแล้วเปึนเรื่องสําคัญเรายอมรับนะครับ แต่เมื่อได้ดูสาระสําคัญของร่างพระราชกําหนดฉบับนี้แล้ว ต้องกราบเรียนว่าไม่สามารถ เปึนเรื่องที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ผมเรียนว่าเรื่องเหล่านี้เปึนความผิดพลาด แล้วก็ความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ตามรายงานของ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยบอกว่า คาดว่าหลังจากที่รัฐบาล ได้ออกพระราชบัญญัติและพระราชกําหนด ๒ ฉบับนี้แล้วจะส่งผลให้พี่น้องคนไทยของเรา มีหนี้สินจาก ๖๐,๐๐๐ บาทต่อคน จะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเปึน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ในระยะเวลาไม่เกินป้ ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุที่ทีมเศรษฐกิจของ รัฐบาลนั้นขาดซึ่งความเปึนเอกภาพ มาจากต่างพรรค มาจากต่างนโยบาย กระทรวง สําคัญ ๆ ซึ่งพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์นั้นน่าจะได้มาดูแล เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรมกลับปล่อยให้พรรคร่วม รัฐบาลได้มากําหนดทิศทางในการพัฒนาแทน ผมเรียนว่าเรื่องเหล่านี้เปึนอุปสรรค อย่างยิ่งในการที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เปึนปัญหาในปัจจุบัน ตัวอย่างในการขาย ข้าวโพดในคลังสินค้าของ อคส. นโยบายของกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการก็ขัดกับ รองนายกรัฐมนตรีในเรื่องการขายข้าวโพดสต็อก (Stock) สุดท้ายท่านประธานที่เคารพ ครับ เอารองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมาช่วยดูแลซึ่งเปึนคนละเรื่องกันเลย ผมต้อง กราบเรียนเรื่องนี้ก็เนื่องจากว่าตลอดระยะเวลา ๕ เดือนที่ผ่านมาของการบริหารประเทศ นั้น ภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นขาดความชัดเจนอย่างสิ้นเชิง นโยบายหลาย ๆ อย่างที่เรียกว่า เอสพี ๑ หรือมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ นั้นกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ได้ผลแต่อย่างใด ไปดูที่โครงการเช็คช่วยชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่าเช็คช่วยชาติจะช่วยกระตุ้น จีดีพี ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่ามีการจ่ายเช็คช่วยชาติ จํานวน ๘,๔๘๐,๐๐๐ ฉบับ มีคนรับเช็คไปแล้ว ๔ รอบ มีพี่น้องประชาชนไม่มารับเช็ค ๖๔๒,๐๐๐ ราย คิดเปึนวงเงินทั้งสิ้น ๑,๒๘๕ ล้านบาท เงินจํานวนนี้ผมเคยอภิปรายเมื่อคราวไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าแทนที่ผลประโยชน์ของเงินจะ ตกอยู่ในธนาคารของรัฐกลับไปตกอยู่ที่ธนาคารเอกชนหรือธนาคารกรุงเทพแล้วก็เปึน เช่นนั้นจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ และการจ่ายเงินในเช็คช่วยชาตินั้น จ่ายแบบ อีลุ่ยฉุยแฉก คิดจะจ่ายใครก็จ่าย วันนี้ทหารเกณฑ์ก็ได้ เจ้าหน้าที่ที่ทํางานในรัฐวิสาหกิจ ก็ได้ คนยากคนจน พี่น้องเกษตรกร และคนอีกเปึนจํานวนมากกลับถูกละเลยในเรื่องของ การช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว
ไปดูโครงการต้นกล้าอาชีพ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการต้นกล้า อาชีพนั้นตอนแรกใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น ๖,๙๐๐ ล้านบาท หวังที่จะช่วยแก้ไขในเรื่อง ปัญหาการว่างงาน ๕๐๐,๐๐๐ คน ปรากฏว่า ณ วันนี้ช่วยเหลือปัญหาการว่างงานไปได้ ไม่เกิน ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คน มีการเบิกจ่ายเงินในโครงการนี้เพียง ๑,๔๔๐ ล้านบาท ที่น่าแปลกใจท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลยังเดินหน้าโครงการนี้ในระยะที่ ๒ อีก ด้วยการเตรียมเงินอีก ๗,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะมาทําการต้นกล้าอาชีพ ทั้ง ๆ ที่ โครงการที่ ๑ ยังไม่มีการวัดผลแล้วก็ยังไม่มีการประสบความสําเร็จแต่อย่างใดเลย เตรียมที่จะมาใช้อีก ๗,๐๐๐ ล้านบาทในการดําเนินการดังกล่าว วันนี้หลายคน มีความรู้สึกครับ ว่ารัฐบาลนอกจากจะไม่มีความสามารถในการหารายได้ให้กับประเทศแล้ว ยังมีการใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ไปดูเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้เขารายงานมาว่า เศรษฐกิจนั้นติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศมีแนวทิศทางที่แย่ลงเรื่อย ๆ ทั้งป้ คาดว่า จีดีพี นั้นจะติดลบประมาณ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ เปึนเศรษฐกิจที่แย่ที่สุดในรอบสิบป้ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ การเก็บภาษีในป้ ๒๕๕๒ นั้นก็เปึนการเก็บภาษีที่ไม่เข้าเปัา แต่อย่างใด ตัวเลข ๗ เดือนแรกของการเก็บภาษี สิ้นสุดประมาณเดือนพฤษภาคม เก็บขาดกว่าเปัา ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการค้าขายในประเทศและ ต่างประเทศของประเทศเรานั้นซบเซาแล้วก็แย่อย่างมาก
สถาบันการเงิน ผมเรียนว่าวันนี้สถาบันการเงินนั้นไม่ได้ปล่อยเงินกู้ให้ เอกชนแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่มีเงินอยู่ในระบบเงินฝากเปึนจํานวนมาก สาเหตุหนึ่งเพราะว่า รัฐบาลนั้นปล่อยให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น ต่างกันถึง ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าธนาคารพาณิชย์รับเงินฝาก ๑๐๐ ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อ ๒๐ ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ก็สามารถอยู่ได้ จึงไม่มีเหตุผลและแรงจูงใจให้ ธนาคารพาณิชย์นั้นไปปล่อยเงินกู้ให้กับเอกชนแต่อย่างใด ซ้ําร้ายท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลกําลังจะกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์อีกหลายแสนล้านบาท วันนี้ธนาคารพาณิชย์ ต่าง ๆ เขาคอยไปเอาเงินเหล่านั้นไปให้ธนาคารพาณิชย์ ไปให้รัฐบาลกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ สูงกว่า ผมต้องเรียนว่าอย่างนี้เศรษฐกิจจะเดินหน้าอย่างไร ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่ ข้างบนท่านส่ายหน้าอยู่ เดี๋ยวท่านต้องตอบคําถามนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายเรื่องหลายอย่าง วันนี้สถานการณ์การเงินของประเทศนั้นเปึนอย่างไร วันนี้ท่านต้อง ตอบชี้แจงให้ชัดเจน เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านชอบพูดอยู่เสมอ ประเทศนี้ต้องรักษา วินัยทางด้านการเงินและการคลัง แต่การออกกฎหมาย ๒ ฉบับที่กําลังจะเกิดขึ้นในวันนี้ นั้น มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า จีดีพี จะเกิดขึ้นจากร้อยละ ๔๐ เปึนร้อยละ ๖๐ ในป้ ๒๕๕๖ ในอนาคต เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ดี ต้องตอบคําถามนะครับว่าวันนี้ประเทศมีหนี้สินทั้งหมดอยู่เท่าไร ทั้งในและต่างประเทศ และหลังจากร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาของสภา และวุฒิสภาแล้ว จะส่งผลให้ประเทศของเรานั้นมีหนี้สินอยู่ ณ วันนี้เปึนจํานวนเงินเท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นโดยรวมจะต้องมีการปรับ โครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจก่อน เพื่อให้เห็นทิศทางของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน จากนั้นแล้ว จึงค่อย ๆ วางแผนในการกู้เงิน แต่สิ่งที่น่าแปลกครับ การวางแผนก็ไม่มี มีแต่เรื่อง การกู้เงินก่อน แล้วเอาเงินนั้นค่อยมาคิดทําประโยชน์ ผมเลยมีคําถามซึ่งอยากจะตั้งเปึน ข้อสังเกตว่า วันนี้นั้นรัฐบาลมีความจําเปึนมากน้อยขนาดไหนในการที่จะไปกู้เงินโดยการ ออกพระราชบัญญัติและพระราชกําหนด ๒ ฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังมีวิธีอื่นอีกมากมายในการ แก้ไขปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีชอบพูดอยู่เสมอนะครับ บอกว่าร่างกายนั้น มีทั้งไขมันส่วนที่ดี มีทั้งไขมันส่วนที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นแล้วท่านกล้าไหมครับ ตัดไขมัน ส่วนที่ไม่ดีออก ผมได้นําเรียนในเบื้องต้นว่ามีวิธีอื่นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูตรคาถาในสมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรื่องการ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการขยายโอกาส
ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะถามรัฐบาลว่าท่านกล้าตัดงบประมาณ ในส่วนเกินของกระทรวงกลาโหมในเรื่องของการจัดซื้ออาวุธหรือไม่
กองทัพบก ในป้ ๒๕๔๙ ยุคที่เกิดจากการยึดอํานาจจากรัฐบาลของ ประชาชน มีโครงการผูกพันตามสัญญา ๒๐ โครงการในการจัดซื้ออาวุธ เข้าใจว่าเปึนการ ซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน แล้วก็ซื้อเฮลิคอปเตอร์จากรัสเซีย งบผูกพันงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เปึนเงิน ๓,๔๖๒ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณป้ ๒๕๕๔ เปึนเงิน ๑,๑๒๘ ล้านบาท โครงการเริ่มผูกพันป้ ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒ โครงการ ผูกพันงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ๗,๕๒๒ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ๗,๕๒๒ ล้านบาท
กองทัพเรือป้งบประมาณ ๒๕๔๙ ผูกพันตามสัญญา ๑๑ รายการ แล้วก็ ผูกพันในป้ ๒๕๕๒ อีกจํานวน ๖ โครงการ
กองทัพอากาศ ในป้งบประมาณ ๒๕๔๙ มีโครงการผูกพันตามสัญญา ๘ โครงการ ผูกพันป้ ๒๕๕๓ ๕,๖๐๘ ล้านบาท ผูกพันป้ ๒๕๕๔ ถึง ป้ ๒๕๕๕ ๔,๖๐๓ ล้านบาท เข้าใจว่าเอาไปซื้อเครื่องบินกริพเพน (Gripen) ๑๐ กว่าลํานะครับ รวมเงินผูกพันตามงบประมาณของ ๓ เหล่าทัพ ในป้ ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้ประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผูกพันป้ ๒๕๕๔ เงินไม่น้อยกว่า ๑๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่า รัฐบาลกล้าตัดไขมันส่วนเกินในส่วนนี้ออกหรือไม่ที่ไม่มีความจําเปึน แล้วก็ประเทศเรานั้น ไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามแต่อย่างใด
ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่ยังไม่เร่งด่วนก็สามารถลด รายจ่ายได้ นอกจากนั้นแล้วงบประชานิยมที่ไร้ขอบเขตที่ท่านกําลังทําอยู่นะครับ ไม่ว่าจะ เปึนการจ่ายเงินเช็คช่วยชาติ ขาดหลักเกณฑ์ อยากจ่ายใครนึกออกมายังไม่ได้จ่ายกลุ่มนี้ก็ เอามติ ครม. เข้า แล้วก็จ่าย ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ แล้วก็ไม่ได้มีหลักการในการที่จะทําให้เงิน เกิดประโยชน์สูงสุดแต่อย่างใด
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการเพิ่มรายได้ วันนี้รัฐบาลใช้เฉพาะ นโยบายการคลังในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจคือการเพิ่มค่าใช้จ่ายภาครัฐ รัฐบาลนั้น ไม่ได้สนใจในเรื่องของนโยบายการเงินแต่อย่างใด ถ้าเอาทฤษฎีของเคนส์ มาเปึนตัวจับในเรื่องของรายได้ประชาชาติเทียบเท่ากับการบริโภคในประเทศบวก การลงทุน บวกด้วยค่าใช้จ่ายภาครัฐ บวกด้วยผลต่างระหว่างการส่งออกและลบด้วยการ นําเข้า จะเห็นได้ว่ารัฐบาลนั้นเพิ่มเฉพาะค่าใช้จ่ายภาครัฐแต่อย่างเดียว ไม่ได้สนใจใน เรื่องของการลงทุน ไม่ได้สนใจในเรื่องของการท่องเที่ยวและการบริโภคที่ก่อให้เกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่สนใจนโยบายการเงินในเรื่อง ของการทําให้ค่าเงินบาทนั้นอ่อนตัวลงแต่อย่างใดเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก การช่วยเหลือ ผู้ส่งออกนั้นก็คือการเพิ่มราคาพืชผลทางด้านการเกษตร จากการที่อัตราค่าเงินบาทนั้นมี อัตราเปลี่ยนแปลงไปก็ไม่ได้สนใจตัวนี้นะครับ
ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้นั้นนอกจากท่านจะไม่ลดรายจ่ายแล้วท่านยัง ไม่เพิ่มรายได้แล้วก็ไม่ให้โอกาสกับพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียนว่าวันนี้พระราชกําหนด เงินกู้ฉบับนี้จะพาประเทศของเรานั้นไปสู่ปากเหว ประชาชนในประเทศจะต้องเปึนหนี้สิน เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยนั้นจะต้องเกิดการห่างขึ้น เกษตรกรจะไม่ได้รับประโยชน์จากการกู้เงินแต่จะต้องมารับภาระหนี้สิน เพราะท่านไม่มี โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า จากการเป่ดดูโครงการเอสพี ๑ หรือแม้กระทั่งโครงการเอสพี ๒ ถามว่าทําไมท่านไม่ต่อยอดโครงการกองทุนหมู่บ้านที่ ประชาชนนั้นกําลังได้รับความเข้มแข็งแล้วก็กําลังก้าวหน้า ทําไมท่านไม่ต่อยอดในเรื่อง ของโครงการ เอสเอ็มแอล ซึ่งพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้ามีอํานาจในการตัดสินใจ ทําไมท่านไม่ดูแลในเรื่องของโครงการ โอทอป หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้นั้น ประชาชนกลุ่มสตรีแม่บ้านเขาพัฒนาถึงระดับที่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เขากล่าวไว้ว่าทุกครั้งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ออกมาบริหาร ประเทศ มีแต่อุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจน แล้วก็ในอนาคต ผมมีความเชื่อว่าไม่อยากเห็น ประเทศนี้ได้ไปกู้เงิน ไอเอ็มเอฟ ในอนาคตอีกต่อไปและแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจะพา ประเทศเข้าสู่วิกฤติอีกครั้งหนึ่ง จึงกราบเรียนว่ารัฐบาลนี้มีโอกาสแล้ว แต่ท่านทําไม่ได้ ขอกราบขอบคุณครับ
ต่อไปครับ เชิญท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ เชิญครับ ท่านมีเวลา ๙ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม สิ่งที่ผมเองอยากจะนําเรียนเกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.บ. เงินกู้ในครั้งนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เพื่อที่จะมากระตุ้นเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจบ้านเมืองเราในปัจจุบันนั้น มันไม่เปึนที่น่าพอใจ ผมเห็นด้วยนะครับในการที่รัฐบาลจะได้หาแหล่งเงินมาทําโครงการ เพื่อที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ดีกว่าปล่อยอยู่เฉย ๆ ไม่มีการหารายได้หรือว่าไม่มีการนํา เม็ดเงินมาลงทุนเพิ่ม จะเปึนการทําให้พี่น้องประชาชนได้สามารถลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการต่าง ๆ หรือนโยบายต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอต่อสภา แห่งนี้ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการดูแลเรื่องน้ําเพื่อการเกษตร ซึ่งทางรัฐบาลได้วางแผน ดูแลเรื่องแหล่งน้ําเพื่อการเกษตรไว้เปึนสําคัญ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศยัง ได้รับความเดือดร้อน ปัญหาน้ําแล้ง ปัญหาน้ําท่วม เหล่านี้เปึนต้น ถ้าเรามีการควบคุมน้ํา ที่ดีแล้ว มันก็จะสามารถที่จะทําให้ผลผลิตทางการเกษตรนั้นได้ออกมาได้เปึนอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ํา เหล่านี้เปึนต้น โดยผมเองหวังเปึน อย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลเองได้พยายามที่จะนําเม็ดเงินต่าง ๆ เหล่านี้มาลงทุนในด้านนี้ เพื่อที่จะมาดูแลโครงข่ายหรือว่าการจัดบริหารน้ําให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกวันนี้ การวางแผนต่าง ๆ นั้น ผมเองคิดว่าน่าจะไม่ถูกต้องตามระเบียบ หรือว่าไม่ถูกต้องตาม หลักชลศาสตร์เท่าที่ควรนัก เพราะว่าสะเปะสะปะไปตามความต้องการของ พี่น้องประชาชนแต่ละพื้นที่ ก็ควรจะให้รัฐบาลได้ตระหนักตรงนี้เพื่อที่จะให้มีการจัดการน้ํา ได้อย่างถูกระเบียบ ถูกวิธี อีกทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีนั้นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน ในเรื่องของถนนหนทาง การก่อสร้างถนนนั้นก็เปึนสิ่งที่ดีในการที่จะมาดูแลเรื่องการขนส่ง ทางบก ซึ่งเปึนการขนส่งที่พี่น้องประชาชนหรือประเทศไทยของเราใช้อยู่ประจํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งระหว่างประเทศกําลังจะเกิดขึ้น อีสท์ เวสท์ คอริดอร์ (East West Corridor) ที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกเองมีความปรารถนาหรืออยากจะเห็น เพราะว่าการที่มีการขนส่งระหว่างประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตก หรือ ตะวันตกสู่ตะวันออก หรือตั้งแต่ใต้จรดเหนือ ทางเหล่านี้จะเปึนเส้นทางที่สามารถสร้าง เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าไม่มีรถคันไหนละครับที่จะวิ่ง ระยะทางเปึน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ กิโลเมตรแล้วไม่มีการเติมน้ํามัน ไม่มีการพักจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเหล่านี้ก็จะเปึนแนวทางหนึ่งที่จะช่วยในการที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งการ ท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้เปึนที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวนั้นลดลง เนื่องมาจากภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนไข้หวัด ๒๐๐๙ หรือว่าไม่ว่าจะเปึนเรื่องการไม่ชัดเจนในเรื่องของการเมือง หรือว่าการเมืองไม่มีเสถียรภาพ เหล่านี้ก็เปึนปัจจัยหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมเองอยากจะเสนอ ความคิดว่าการท่องเที่ยวนั้นเปึนสิ่งสําคัญที่เราลงทุนเพียงครั้งเดียว และสามารถที่จะ กอบโกยสิ่งที่ได้ตอบสนองกลับมายังประเทศไทยก็คือเม็ดเงินจากต่างประเทศ เพราะว่าสภาพทั่วไปนั้นไม่ว่าจะเปึนอุทยานต่าง ๆ ที่มีสภาพอยู่ในปัจจุบันนั้นบางแห่งที่ ได้ไปสัมผัสมาก็มีสภาพที่เสื่อมโทรมไม่มีการปรับปรุงให้สามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ได้เปึนอย่างดี เหล่านี้เปึนต้น ดังนั้นจึงขอฝากกับทางรัฐบาลว่าให้คํานึงถึงสิ่งเหล่านี้
ในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการสาธารณสุขหรือการศึกษา ทางรัฐบาลนี้ ก็พยายามที่จะมาลงทุนในเรื่องของการพัฒนาสังคม แต่สิ่งที่ผมเองได้กราบเรียนไปแล้ว นะครับ เปึนสิ่งที่สําคัญที่จะช่วยในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการที่เราเองนั้นได้มีส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภา วันนี้ทางรัฐมนตรีโดยคณะรัฐบาล ผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มานําเสนอต่อสภาแห่งนี้ ก็หวังเปึนอย่างยิ่ง ว่าจะได้นําเม็ดเงินต่าง ๆ ไปใช้ให้คุ้มกับที่พี่น้องประชาชนได้ให้ความไว้วางใจ อีกทั้งขอให้ ใช้อย่างระมัดระวัง สิ่งที่ผมเองอยากจะเสนอแนะหรือติติงสักนิดหนึ่งในเรื่องของ การคมนาคม การขนส่ง การขนส่งภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ นี่นะครับ การขนส่งโดยลงทุนในรถไฟระบบราง ซึ่งจากที่ผ่านมานั้นการทํางานต่าง ๆ หรือการ บริหารกิจการของรถไฟเปึนที่ทราบกันดีว่าขาดทุนมาโดยตลอด ขาดทุนซึ่งเปึนสิ่งที่ ผมเกรงว่าเมื่อลงทุนมากไปแล้วมันจะทําให้เกิดความเสียหายหรือมีช่องรั่ว ดังนั้นจึงฝาก รัฐบาลได้ช่วยในการที่จะไปตรวจสอบให้มีการทํางานที่รัดกุมเพิ่มมากขึ้น มิฉะนั้นแล้ว รถไฟมันเปึนการเหมือนเอาไฟมาจุดรถให้มันไหม้ต่อไป ก็ขอฝากรัฐบาลไว้
ท้ายสุดนี้ผมเองก็ขอฝากรัฐบาลว่าสิ่งต่าง ๆ นี้พี่น้องประชาชนได้รับภาระ เปึนผู้ที่รับภาระ ดังนั้นจึงขอฝากรัฐบาลว่าให้คํานึงเสมอว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จะ นํามาลงทุนมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเปึนเงินที่พี่น้องประชาชนต้องมาแบกรับภาระ ก็ขอให้ ทางรัฐบาลได้ใช้เงินอย่างระมัดระวังและใช้ให้สมประโยชน์ และมีการตรวจสอบอย่าง เคร่งครัดเพื่อที่จะทําให้พี่น้องประชาชนได้หายเคลือบแคลงสงสัย และขอฝากกับ ท่านรัฐมนตรีขอให้ท่านได้ช่วยชี้แจงถึงความสามารถในการที่จะมาชําระหนี้เงินกู้ให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาและก็พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะไม่ทําให้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอบคุณครับ
ต่อไป ครับ เชิญท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่ให้โอกาสผมได้นําเสนอ ต้องขออนุญาต ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเปึนเพื่อนในกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินด้วยกัน ผมเองก็ต้องบอกว่าดีใจกับท่าน ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ท่านได้เปึนรัฐมนตรีว่าการในครั้งก่อนแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะนํากราบเรียน และก็อยากจะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีเพื่อให้การทํางานนั้นบรรลุ เปัาหมาย บรรลุจุดประสงค์ตามที่พวกเรานั้นมุ่งหวังและก็เจตนารมณ์ของการที่พวกเรา ทั้งหลายอาสาพี่น้องประชาชนมาเปึนตัวแทนทําหน้าที่ในฐานะสภานิติบัญญัติและก็ ในฝ์ายของบริหาร ผมเองนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ก่อนที่จะนําเสนอนั้นผมเองไม่ได้เปึนรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นบางข้อมูลนั้นอาจจะเรียกว่ายัง ไม่ถึงขนาดเรียกว่าใกล้ชิดมากนัก ในฐานะท่านเปึนรัฐมนตรีก็คงจะต้องนําเรียนชี้แจงว่า เหตุใดถึงได้ตัดสินใจในทํานองนั้นหรือในลักษณะอย่างนั้น อยากจะกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นถ้าเปึนผมนี่ถามคําถามว่า ประเทศไทยเราต้องกระตุ้นไหม ก็คือประเทศไทยเรามีปัญหาเราต้องกระตุ้น เราต้องทํา เพื่อแก้ไขปัญหา พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเมื่อเราได้รับผลกระทบแล้วก็มีปัญหาต่อร่างกาย เมื่อร่างกายของเรานั้นอ่อนล้าได้รับการบาดเจ็บ เราก็ต้องเยียวยาแล้วก็ต้องฟุ๋นฟูแก้ไข ผมอุปมาอุปไมยอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องแน่นอนที่สุดก็ต้องทํา แต่ว่าการกระทํานั้น อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่าผมเองอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เราต้องวิเคราะห์ก่อนว่าจุดที่จะทําคือจุดใดบ้าง แน่นอนที่สุดคือการฟุ๋นฟูทั้งหมดถ้าทําได้ มันจะดี แต่คําถามก็คือเรามีเม็ดเงินเพียงพอหรือไม่ แล้วก็เม็ดเงินที่เราจะใช้มันจะเปึน ปัญหาเปึนภาระต่อพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติของเราหรือไม่อย่างไร ตรงนั้นคือ สิ่งที่สําคัญมากเลยครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า วันนี้ถ้าผมเปรียบอุปมาอุปไมยไปเพื่อให้เห็นภาพนะท่านประธาน เมื่อฝนมันแล้งเราคง ต้องรู้ก่อนว่าภาคไหนมันแล้ง แล้วภาคไหนมันมีน้ําอยู่แล้ว ภาคที่มันมีน้ํานะครับ มันไม่เหมือนสตางค์นะครับ ไม่เหมือนเงิน ถ้าเปึนน้ํานะครับท่านประธาน ถ้ามีอยู่แล้วเอา ไปเติมอีกมันท่วมเขาไม่เอาแน่ อันนี้พอเงินเมื่อมันมีอยู่แล้วเอาไปเติมอีกเขาเอาครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมที่เปรียบอย่างนั้นเพราะว่าถ้าเกิดว่าพื้นที่ใด ก็ตามแต่ที่มันขาดเม็ดเงิน ขาดความแห้งแล้งของน้ํา ไม่มีน้ําก็แน่นอนที่สุดเราต้องใส่ไป ตรงนั้นครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าเราต้องเอาเม็ดเงินใส่ไปตรงนั้นหรือเอาน้ําเข้าไปเติมเต็ม ตรงนั้น เช่น ทําฝนเทียม อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับว่า ตรงนี้ต้องวิเคราะห์ครับ ต้องวิเคราะห์ว่าจุดใดบ้างในส่วนของปัญหาที่เราเกิดมันปัญหาอยู่ในภาคใดของ อุตสาหกรรม อยู่ในภาคใดของพี่น้องประชาชน อยู่ในภาคใดของสังคม ไม่ใช่ใส่ไปทั้งหมด อย่างนี้ครับ ถ้าใส่ไปหมดอย่างนี้บอกได้เลยครับว่าเม็ดเงินเท่าไรก็ไม่พอครับท่านประธาน แล้วคนที่อยากได้ก็อยากได้อีกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าท้ายที่สุด มันจะเปึนผลเสียมากกว่าผลดีที่เราไปกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ แต่ว่าถามบอกว่าไม่เหลือ ผลดีเลยคงไม่ใช่ครับ มันต้องมีบ้างในผลดี ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ มันมีบางเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า เช่น ในเรื่องของการที่หลายท่านได้พูดถึง เรื่องการที่จะไปกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว อย่างนี้เปึนต้น การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยวิธีการลดแลกแจกแถมเปึนวิธีการที่ผิด ถ้าพูดถึงตามศาสตร์ตามหลักวิชาศึกษามานี่ บอกได้เลยว่าใช้ไม่ได้ แบบนี้เปึนวิธีการที่แก้ปัญหาโดยตีฆ้องร้องป์าว คําถามถ้าอุปมา อุปไมยอยากจะเปรียบเปรยให้ท่านประธานฟังก็อย่างนี้ครับว่า เหมือนครอบครัวครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างครอบครัวให้เห็นนะครับ เราพ่อแม่หรือพี่น้องก็ตามแต่ เมื่อวันหนึ่งไม่สามารถขายขนมออกไปนอกบ้านได้ ทําขนมแล้วไม่สามารถขายขนม ออกไปนอกบ้านได้ ก็ขายกันพี่น้องกันเองขายในครอบครัวกันเอง ท้ายที่สุดคําถามที่ถาม กลับก็คือ พูดง่าย ๆ คนกิน กินจนเรียกว่าท้องนี่เรียกว่าอย่างไร จนเบื่อ แต่คนทํา ทําจน เหนื่อย คือพูดง่าย ๆ เรามาเล่นกันเองแล้วถามคําถามกลับว่า ในครอบครัวเราเหลืออะไร คนกินก็กินจนเรียกว่าจนเอียน เผลอ ๆ ไม่สบายด้วยซ้ํา เพราะว่ากินไม่รู้จะกินอย่างไร เพราะโดนแค่นกิน เพราะซื้อกินอะไรก็ทําแต่จากญาติพี่น้องจากอะไรก็ตามแต่ใน ครอบครัวเดียวกัน แต่ส่วนคนทํานั้นทําจนเหนื่อย เพราะท้ายที่สุดมันก็คือไม่เหลืออะไร เลย นี่คือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในครอบครัวของเรากันเอง นี่ในขณะนี้ก็คือบ้านของเรากันเอง แล้วท้ายที่สุดเราบอกว่า เรากําลังจะทําแบบนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเราจะทําอย่างนั้นต้องมีแผนงาน โครงการที่ดีไปกว่านั้น ผมยกตัวอย่างเช่น คนที่ไม่ได้เที่ยว ไม่ได้ไปไหนมาไหน ไม่ได้เป่ดหูเป่ดตา ไม่ว่าจะเปึนผู้สูงอายุก็ดี เด็กเล็กก็ตามแต่อยู่ในชั้นการศึกษาใด ก็ตามแต่ ภาคใดก็ตามแต่ ตรงนี้มันต้องมีเม็ดเงินส่งเข้าไปให้เขาได้มีโอกาสไปท่องเที่ยว ด้วยการเป่ดหูเป่ดตาหรือศึกษาสิ่งอื่น ๆ ขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุ่มเม็ดเงินไปแล้ว ใครจะตักตวงเม็ดเงินได้อย่างไรก็ตามแต่แล้วจะเอาไปท่องเที่ยวกันอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นผิด ครับท่านประธาน อย่างนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า การใช้เม็ดเงินนั้นเปึนเรื่องของความสําคัญอย่างใหญ่ยิ่งว่า จะใช้ไปตรงไหนอย่างไรให้มีความเหมาะสม เรียนกับท่านประธานว่าผมเองนั้นค่อนข้างจะ ไม่เห็นด้วย และก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับในเรื่องของภาคการเกษตร เมื่อสักครู่นี้ยกตัวอย่างไปนั้นภาคการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างให้เห็นว่าเราควรจะใช้เม็ดเงิน ไปอย่างไร โดยเฉพาะภาคการเกษตรครับท่านประธาน ซึ่งถือว่าเปึนภาคที่มี พี่น้องประชาชนมากที่สุดในสังคมในประเทศไทยของเรา ถ้าเมื่อใดก็ตามแต่ ภาคการเกษตรของเราได้รับผลกระทบ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ ภาคอื่นจะต้อง ได้รับผลกระทบด้วย ภาคอุตสาหกรรมอื่นไม่ว่าเรื่องใดก็ตามแต่จะต้องได้รับผลกระทบด้วย แม้แต่คนที่รับราชการอยู่ก็ยังได้รับผลกระทบเลยท่านประธาน เพราะอะไร เพราะเขาเปึน ปู์ย่าตายาย เปึนพี่เปึนน้อง เมื่อขาดเม็ดเงินก็ต้องไปขอหยิบขอยืมกัน หรือต้องให้พึ่งพากัน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ภาคการเกษตรถือว่าเปึนหัวใจ เพราะฉะนั้นประเทศไทยของเรานี่เราต้องเอา ภาคการเกษตรไว้ก่อน เมื่อภาคการเกษตรดีทุกอย่างมันจะดีหมดท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นเสียดายว่าเม็ดเงิน เมื่อคราวที่แล้วแสนกว่าล้านบาททุ่มไปตรงนั้นน้อยมาก แล้วก็เอาไปทําในภาคของการ ที่เรียกว่า ไปทํารถไฟบ้าง ไปทําอะไรต่ออะไรบ้าง หรือทําถนนหนทางที่ใหญ่โตมโหฬาร กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองถ้าให้คะแนนก็คือ ผิดเลยท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าเปึนผมผมไม่ทําครับ ผมจะให้ความสําคัญต่อภาคการเกษตร และเม็ดเงิน อยากจะให้ลงไปตรงนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า การที่จะทําให้ราคา พืชผลการเกษตรดี ไม่ใช่ว่าเรา ๑ เปึน ๑ ๒ เปึน ๒ แต่ภาคจิตวิทยาต้องทําด้วย เราต้อง ทําในเรื่องของภาคจิตวิทยาด้วยท่านประธานครับ การกระตุ้นหรือการจํานําการเกษตร เมื่อคราวที่แล้วที่ผ่านมาต้องบอกครับท่านประธานว่ารัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องของ การที่อาจจะเรียกว่าไม่แน่ใจว่าทําดีหรือไม่ดี อาจจะเปลี่ยนโครงการ ไม่เปลี่ยนโครงการ เลยเหมือนกับจะเปลี่ยนม้ากลางศึก อย่างนั้นเปึนต้น เพราะฉะนั้นสองจิตสองใจ ผมพูด อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องท่านประธานครับ ก็อยากจะฟังคําชี้แจงเหมือนกันว่าจริง หรือไม่อย่างไร ทีนี้เมื่อจําเปึนต้องทําก็เลยต้องทําต่อไปอีก ผมอยากจะกราบเรียนที่ผมชี้ อย่างนั้นเพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าตัวเลขของการที่จะมารับจํานําพืชผล การเกษตรคราวที่แล้วนี่น้อยเกินไป จํานวนมันไม่เปึนจิตวิทยา ไม่เปึนจิตวิทยาในการที่จะ ผลักดันให้พืชผลการเกษตรให้ราคาตรึงราคาอยู่ได้ ในท้องตลาดของพืชผลการเกษตร การจํานําขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราจํานําประมาณไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ส่วนของการจํานํา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันเปึนส่วนหนึ่งที่เปึนทางจิตวิทยาที่ทําให้ราคามันตรึง หรือดึงขึ้นไป แต่ถามว่าถ้าเราไม่สามารถทําราคาตรึงขึ้นไป หรือดึงขึ้นไปได้นั้น แน่นอน ที่สุดครับ ข้าวของที่มีอยู่ทั้งตลาด อีกประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน มันจะหลั่งไหลเข้ามาในระบบ ถามคําถามวันนี้ถามว่าเวลาเราจํานําข้าว หรือจํานํา ข้าวโพดก็ดี จํานํามันสําปะหลังก็ตามแต่ โดยเฉพาะข้าวกับข้าวโพด คําถามบอก เอ๊ะ แล้วทําไมหลั่งไหลกันมาเยอะมากมายมหาศาล ท้ายที่สุดรัฐบาลต้องมาเปึนผู้ที่แบก รับภาระทั้งหมดเลยเพราะอะไร ก็เพราะว่าราคาตรงนั้นในตลาดด้านนอกกับตลาดใน ราคาตรึงมันไม่เปึนไปด้วยกัน ถ้าเราผลักราคาเดินในการรับจํานําหรือราคาที่เราตรึง เอาไว้ให้ได้หรือให้มันนําหน้าไปได้เรื่อย ๆ ราคาข้างนอกมันก็จะจูงใจไปเรื่อย ๆ ราคาข้างนอกมันก็จะจูงใจไปเรื่อย ๆ แล้วมันก็จะไม่ทําให้ราคาพืชผลการเกษตร ตลาดด้านนอกที่มีอยู่ไม่เข้ามาจํานํา ซึ่งเปึนตลาดในประเทศเราเอง ไม่ใช่นอกประเทศ แล้วไม่หลั่งไหลเข้ามาในระบบของการจํานํา ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้มันก็จะเปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้ราคามันดีขึ้น แล้วก็ไม่มีพืชผลการเกษตรนอกการ จํานําเข้ามาอีกเพิ่มเติม ทําให้รัฐนี้ไม่สามารถแบกรับภาระได้ ที่เปึนอย่างนั้น เพราะอย่างไรครับท่านประธานครับ อย่างดูเรื่องของข้าวอย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดรัฐต้องเป่ดเพิ่มรับการจํานําอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ข้าวโพดก็เหมือนกันจํานําเพิ่ม เปึน ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เปึนล้านตัน อย่างนี้ขอกราบเรียนท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่ ไม่น่าจะเหมาะสม ไม่น่าจะถูกต้อง ถามว่าต้องรับจํานําเพิ่มไหม ต้อง เพราะอะไร แต่ว่า ตอนแรกเราประกาศน้อยไป เราประกาศน้อยไป เรามีเม็ดเงินน้อยไป เขาเห็นหน้าตักครับ ท่านประธาน เขาเห็นหน้าตักเรา เมื่อเขาเห็นหน้าตักเรา เขารู้แล้วว่าเราสู้ได้แค่ไหน ถ้าเปึนระบบการแลกเงินในต่างประเทศที่เขาไปซื้อระบบเงิน มันเหมือนกันครับ ท่านประธาน อัตราแลกเปลี่ยนเขารู้ แน่นอนที่สุด ท้ายที่สุดเราถูกกินแน่นอน อันนี้ ก็เหมือนกันท่านประธาน เราถูกรุมกินท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ แก้ใหม่ครับ วิธีจํานําเปึนวิธีที่ไม่ผิดละครับ ผมได้ศึกษาครับ บางท่านอาจจะใช้วิธีที่เรียกว่า ประกันสินค้า ยกภาระไปให้ พี่น้องเกษตรกร ซึ่งป้หน้าไม่แน่ใจว่าจะใช้ไหม แต่เห็นบอกว่าศึกษากันอีกประมาณ ๒-๓ ป้ข้างหน้าจะใช้ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ถ้าจะทําให้ทําร่วมกัน ให้ดูก่อนว่า แบบใดแบบหนึ่งมันจะดีกว่ากัน แต่ถ้าถอนวิธีที่จะจํานําเลย ไปใช้วิธีประกันเลย ผมบอก ได้เลยครับท่านประธานว่า แน่นอนที่สุดปัญหาเกิดแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้าหากเปึนไปได้ ถ้าเปึนไปได้ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าวิธีจํานํานั้นยังมีความเหมาะสมกับสังคมเรา กับประเทศ ของเรา แต่ว่าท้ายที่สุดต้องเข้าควบคุม เข้าดูแล แล้วก็ทําด้านจิตวิทยาให้มันดี โดยเฉพาะ เม็ดเงินในการที่เราจะดําเนินการ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าผมเองนั้นมีเวลาไม่มากนัก ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าในส่วนของปัญหาในเรื่องของ การขาย ผมเห็นว่ามีบริษัททั้งหมด ๑๗ บริษัทเข้ามาซื้อ แล้วซื้อจํานวนทั้งหมด ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน อะไรก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมไม่อยากเห็นการ ฟัองร้องครับท่านประธาน ผู้ส่งออกมีทั้งหมดไม่กี่รายท่านประธาน เราเปึนรัฐบาล ถ้าเกิด มีปัญหาต่อผู้ประกอบการมาก ๆ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าถ้าเกิดว่าเขาไม่ให้ความร่วมมือ สักระยะหนึ่ง รัฐบาลจะทําอย่างไร เขาไม่ให้ความร่วมมือในการส่งออก สัก ๓ เดือน ๕ เดือน หรือ ๒ เดือนอย่างนี้ ถามว่าแล้วรัฐบาลจะทําอย่างไร ราคายิ่งตกใหญ่ พี่น้องประชาชนจะเปึนปัญหามากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนครับท่านประธานครับ ในส่วนที่พอจะไปกันได้ขอให้ดําเนินการ แล้วอะไรที่จะแก้ไขก็ขอให้แก้ไขต่อไป แต่อย่างไร ที่สุดครับท่านประธานครับ ขอให้คํานึงถึงผลประโยชน์พี่น้องประชาชนเปึนที่ตั้งนะครับ ผมเองต้องขอกราบเรียนต่อท่านประธานดังนี้ครับ มิเช่นนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ป้ ๒๕๕๓ ที่จะเกิดขึ้น อีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกประมาณ ๕–๖ เดือน นี่ครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าปัญหาใหญ่หลวงจะตามมา ถ้าหากว่าการประมูลข้าวครั้งนี้แล้วเกิดความ ผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ส่งมอบให้เขา เขาก็ได้รับความเสียหาย รัฐบาลก็ต้องถูกฟัองร้อง กลับคืนมา นี่คือปัญหาของเราทั้งนั้น ขออนุญาตกราบเรียนครับ อย่าเอาพี่น้องประชาชน เปึนตัวประกันเลยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านทัศนียา รัตนเศรษฐ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นใจรัฐบาลอย่างมาก ๆ ที่เปึนรัฐบาลในยามยาก ในยามที่ ประเทศก็อ่อนล้า ประชาชนก็อ่อนแรง โดยพิษจากเศรษฐกิจที่ตกต่ําสุด ๆ สังคมก็ แตกแยกอย่างรุนแรง การเมืองไม่ต้องพูดถึง ไล่บี้มะรุมมะตุ้มกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้จึงเปึนสิ่งที่ยุ่งยาก แล้วก็สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ไหนจะเสี่ยงต่อกฎหมายจนต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไหนจะเสี่ยงต่อความมั่นคง ของประเทศในสายตาของต่างชาติที่อาจจะมองว่าการกู้คือการก่อหนี้ให้กับประเทศ การกู้คือการล้มเหลวของการบริหาร การกู้คือความยากจนของประเทศ ท่านประธานคะ แต่ที่สําคัญคือเสี่ยงต่อความรู้สึกของคนในชาติเองที่ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่ารัฐบาลเอาแต่ ใช้เงิน เอาแต่กู้เงินแล้วก็ขึ้นภาษี แม้ว่ารัฐบาลแล้วก็ตัวดิฉันเองพยายามที่จะอธิบายถึง เหตุผลความจําเปึนที่บอกว่ารัฐบาลจําเปึนต้องกู้นะ เพราะรัฐบาลต้องชดใช้เงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บภาษีท่านไม่ได้ รัฐบาลจําเปึนต้องกู้เพื่อช่วยโรงงานไม่ให้ป่ด ลูกหลานท่านจะได้ไม่ต้องตกงาน รัฐบาลจําเปึนต้องกู้เพื่อให้ อสม. ให้กับปู์ย่าตายาย ได้มีรายได้ แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้กู้มาเพื่อที่จะมาทํารถไฟฟัา ๕ สาย วงเงินเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้กู้มาเพื่อที่จะมาเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ที่ราคาเช่าสูงถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ราคาซื้อเพียง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลกู้ครั้งนี้กู้มาเพื่อที่จะมาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริม การลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศมีรายได้ แล้วที่สําคัญก็คือส่งเสริมโครงสร้าง พื้นฐาน น้ํา ถนน ให้กับคนชนบทแล้วก็ต่างจังหวัด ก็พยายามอธิบายนะท่านประธาน แต่เมื่อดิฉันได้มาดูโครงการในวงเงินกู้โดยเฉพาะโครงการถนนไร้ฝุ์นที่จัดไว้ในงบประมาณนี้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ กับพื้นที่ที่ต้องดําเนินการทั้งหมด ๗๖ จังหวัด หรือ ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน ชาวบ้านเขาก็คิดเปึนค่ะท่านประธาน เขาบอกว่า เงินเพียง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทกับหมู่บ้านตั้ง ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน มันจะได้หมู่บ้านละสักกี่บาท แล้วจะทําอะไรได้ แล้วเมื่อมาดูการบริหารจัดการน้ําก็เช่นกันค่ะท่านประธาน จัดไว้ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งให้เอาไปปรับปรุงน้ําธรรมชาติ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ให้ไปขุด ลอกบ่อ หนอง คลอง บึง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ให้ ไปปรับปรุงระบบชลประทานอีก ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านเขาก็เปรียบเทียบได้อีกละค่ะ ท่านประธาน เขาบอกว่าเงินเพียง ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทกับการที่จะต้องบริหารน้ํา ทั้งประเทศ ๗๖ จังหวัด มันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของวงเงินที่จะทํารถไฟฟัาเพียงสายเดียวเลย ที่จะต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะทําชนบทให้ ปลอดฝุ์นปลอดโคลน แล้วไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะสร้างเมืองไทยให้เปึนเมืองอู่ข้าวอู่น้ํา ก็ไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะทําประเทศไทยให้เปึนครัวโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้น้ํา ทั้งนั้นไม่ว่าจะเปึนภาคการเกษตรหรือภาคอุตสาหกรรมที่ดิฉันพูดนี้ไม่ใช่ดิฉันอิจฉา กรุงเทพฯ นะคะ แต่ดิฉันเปึนห่วงมากกว่า ดิฉันรู้ดีกว่ากรุงเทพฯ เปึนเมืองหลวง เปึนหน้าตาของประเทศเปึนศูนย์กลางความเจริญทุกด้าน แล้วก็เปึนศูนย์บัญชาการ ทุกเรื่องแต่ที่ห่วงห่วงที่ว่าหากจัดงบประมาณที่มันแตกต่างกันราวฟัากับดินระหว่างชนบท กับเมืองเช่นนี้มันก็จะเกิดการหลั่งไหลจากคนชนบทมาสู่เมือง จนในที่สุดก็ทําให้เกิด ปัญหามากมายตามมาให้กับกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเปึนปัญหารถติด มลภาวะเปึนพิษ ปัญหา อาชญากรรม ตลอดจนปัญหาที่อยู่อาศัยจนทําให้คนกรุงเทพฯ เองอยู่ไม่ได้ต้องไปซื้อที่ ทางในต่างจังหวัดเหมือนเช่นทุกวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่ทราบนะคะว่าได้ใช้หลัก อะไรในการจัดเงินงบประมาณเช่นนี้ โดยเฉพาะเปึนเงินกู้ที่ทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบ จะว่าใช้หลักของคณิตศาสตร์ที่คิดจากสัดส่วนพื้นที่หรือจํานวนประชากรก็ไม่ใช่ เพราะ อีสานก็กว้างใหญ่ แผ่นดินมากมาย ประชากรก็มากมายกว่าหลายสิบเท่า หรือจะว่าด้วย หลักของการกระจายอํานาจ กระจายความเจริญก็ไม่ใช่ใหญ่ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่ มันก็ยังกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ครั้นจะว่าด้วยหลักของการบริหารจัดการเพื่อให้เกิด ความสมานฉันท์ก็ยังเปึนไปไม่ได้ เพราะถ้าหากว่าจัดงบประมาณให้ช่องว่างระหว่างเมือง กับชนบทห่างกันเท่าไร ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมันก็ยิ่งกว้างไปมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะวอนรัฐบาลให้ท่านได้ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณเช่นนี้ ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ในคณะรัฐบาล ของท่าน ถ้ามันปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้ภาพลักษณ์ประเทศดูดีขึ้นต่างชาติเชื่อมั่น เชื่อถือก็ปรับไปเลยค่ะ ถ้าปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้การทํางานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เปึนมืออาชีพที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศมากยิ่งขึ้นก็รีบเปลี่ยนเลยค่ะ หรือ ปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้นก็ขอให้รีบทํา เพราะท่านเปึน ความหวังอย่างมากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ท่านกล่าว สุนทรพจน์ แล้วท่านชูแหวนยายเนียม ท่านได้สร้างความหวังอย่างมากให้กับพี่น้อง คนอีสานที่เขาคาดหวังว่าเขาจะมีนายกรัฐมนตรีที่ใจซื่อมือสะอาด รักใคร่ห่วงใย ที่จะแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเรื่องน้ํา เรื่องถนนให้กับคนอีสาน เขาคาดหวังที่จะมี รัฐบาลที่มีความเข้มแข็งแล้วก็เด็ดขาด ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใครหรือพรรคใด เขาคาดหวังที่จะมีรัฐมนตรีที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติแล้วก็ส่วนรวมมากกว่าจะ เอาประโยชน์ใส่ตนเองแล้วก็พรรคพวก นี่คือความคาดหวังค่ะท่าน แล้วความคาดหวังนี้ มันจะเปึนได้หรือไม่ก็อยู่ที่พฤติกรรมของรัฐบาล อยู่ที่การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณซึ่งจะ ใช้ในการแก้ไขปัญหา ก็ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติในยามยากเถอะค่ะ เห็นแก่ประชาชน ในยามทุกข์เถอะค่ะ เพราะประเทศเรานั้นบอบช้ํามามากแล้ว ท่านประธานคะ หลายป้ ผ่านมาเกิดเรื่องมากมายในประเทศเรา ซ้ําร้ายขณะนี้ก็โดนไข้หวัดรุมเร้า แล้วแถมทุกภาคส่วน ล้วนแต่เปึนโรคทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐบาลเองก็เปึนโรคไส้กลวงที่เปรียบเสมือนส้มโอ ที่โตแต่เปลือก ขาดงบประมาณที่จะมาดูแลบริหารจัดการประเทศ รัฐสภาเราเองก็เถอะ ก็เปึนโรคไส้เลื่อนที่ระเบียบวาระก็เลื่อนไปเลื่อนมา ภาคประชาชนก็เปึนโรคไส้แห้งที่ ลําบากยากแค้นแทบไม่มีจะกิน เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ไหน ๆ จะต้องกู้เพื่อที่จะให้ ประเทศพ้นวิกฤติ แล้วก็ให้ประเทศเราพ้นหลุมดํา ดิฉันก็จึงอยากจะฝากท่านประธาน ถึงรัฐบาลให้ช่วยตอบคําถามประชาชนสัก ๒ ประเด็น เพื่อให้ประชาชนเขาได้สบายใจ หายข้องใจ
ประเด็นที่ ๑ รัฐบาลมีมาตรการในการที่จะบริหารเงินกู้ครั้งนี้อย่างไรจึงจะ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชน ไม่ให้เงินกู้ครั้งนี้รั่วไหล ทุจริต แล้วก็ ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ รัฐบาลวางกรอบระยะเวลาที่จะใช้เงินกู้นี้นานแค่ไหน แล้วท่านจะใช้อย่างไร ก็ขอให้ท่านได้ช่วยบอกเพื่อให้ประชาชนเขาจะได้สบายใจ พร้อมกับเขาจะได้ทําใจว่าเขาจะต้องเปึนหนี้อีกนานเท่าไร และเมื่องบประมาณประจําป้เข้า ดิฉันจะอภิปรายในรายละเอียดของโครงการในแต่ละกระทรวงต่อไปค่ะ ก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณประชา ประสพดี ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพเปึนอย่างยิ่งว่าวันนี้นับเปึนความโชคดี ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่จะได้รับชมรับฟังการอภิปราย พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่กว่าที่พี่น้องประชาชน คนไทยจะได้รับชมการถ่ายทอดสดก็ต้องมีการอารยะขัดขืนกันบ้างพอสมควร แต่ในทาง กลับกันก็เปึนความโชคร้ายของคนไทยทั้งแผ่นดินเช่นเดียวกัน หรือที่เราจะเรียกอีกทางหนึ่งว่า เปึนความซวยของคนไทยทั้งชาติก็ว่าได้ เหตุที่ผมกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้บริหาร เศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าท่านจะได้ดําเนินการในเรื่องการกู้ ๔๐๐,๐๐๐ บวก ๔๐๐,๐๐๐ เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปปรากฏอยู่ในแผน งบประมาณใช้จ่าย จะเปึนเรื่องถนนหนทาง เรื่องรถเมล์เรื่องอะไรก็สุดแท้แต่ ล้มเหลว อย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ท่านผู้ชมและท่านผู้ฟังที่รับชมรับฟังอยู่ทางบ้านครับ ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านยังจําได้อยู่หรือไม่ครับว่า เมื่อรัฐบาลของท่านเข้ามารับตําแหน่งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลายฝ์ายหลายองค์กรทุกภาคส่วนออกมาชื่นชมยินดี ออกมาเคาะไม้ดีอกดีใจจนเนื้อตัว เต้นนะครับว่าจะได้รัฐบาลที่มีความรู้ มีผู้นําเปึนคนหล่อ แต่ในอดีตท่านค้านทุกเรื่อง เห็น ต่างทุกครั้ง ถนัดในเรื่อง วอล์คเอาท์ (Walkout : การประท้วงโดยเดินออกจากที่ประชุม) วอล์คอิน (Walk-in : ชัยชนะที่แน่นอนจากการเลือกตั้งหรือแข่งขัน) บอยคอตท์ (Boycott : รวมหัวต่อต้าน) โอ้อวดสรรพคุณ ปัจจุบันนี้โอ้อวดสรรพคุณว่ามีฝ้ไม้ลายมือเก่งกาจ มีชุดดรีมทีม (Dream Team) เศรษฐกิจที่มีความชํานาญที่จะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ท่านกล้าหาญชาญชัยที่ได้นําหลักการในเรื่องรัฐสวัสดิการขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์นะครับ คนเหล่านั้นเขาคาดหวังว่าจะได้รัฐบาลในฝันเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ คาดหวังได้ไม่ทันไรนะครับ หม้อที่ใช้หุงข้าวต้มปลายังไม่ทันดํา เวลาผ่านไปเพียง ไม่กี่เดือน ตอนนี้ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมที่เขาเคยสนับสนุนแล้วออกมายินดีจน เนื้อตัวเต้น วันนี้เขาเริ่มออกมาส่งเสียงโหวกเหวก โวยวาย ก่นด่ากันมากขึ้น ๆ แนวทางการบริหารเศรษฐกิจและการนําทํางานโดยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ผมชี้ได้ เลยว่า ขาดความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างถ่องแท้ ผู้ลงทุน ผู้ประกอบการเขาขาดความเชื่อมั่น ในตอนแรก ๆ เขามีความคาดหวังเขาเชื่อมั่น เขานิยมชมชอบ ปัจจุบันเขาก็เริ่มเปลี่ยนใจ เริ่มขาดความเชื่อมั่นขึ้นเรื่อย ๆ ดังจะเห็นได้ จากเศรษฐกิจที่มีการป่ดตัว เลิกกิจการ ก่อภาระหนี้ทรัพย์สินที่หดหายไปมากขึ้น บุคคล และกลุ่มเหล่านั้นเขาเริ่มรู้ชะตากรรมของเขาว่า วันนี้เขากําลังจะได้ประสบกับปัญหาอะไร กับรัฐบาลชุดนี้ที่เขาคาดหวัง นี่ยังไม่รวมถึงพี่น้องประชาชนนะครับ ข้าราชการ มนุษย์เงินเดือนอีกมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ที่สําคัญอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุคคลที่มีส่วนร่วมในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเคยเปึนอดีตรัฐมนตรีมาหลายยุค หลายสมัย มีความเจนจัดในเรื่องการเมือง มีความเก๋า มีความคมชัดในเรื่องเศรษฐกิจ เขายอมอดรนทนรอนไม่ไหว ต้องออกมาให้สัมภาษณ์แล้วออกมาส่งเสียงทักท้วง ทักเตือน ท่านว่า รัฐบาลของท่านไร้แผนในการแก้ไขปัญหา อยู่มาเพียงแค่ ๕ เดือนไม่มีผลงาน นโยบายเช็คช่วยชาติ เรียนฟรี ๑๕ ป้ ต้นกล้าอาชีพ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ที่เปึนรูปธรรมที่ชัดเจน พรรคของท่านก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านปกป่ดความล้มเหลวของ ตัวเอง นี่เปึนคํากล่าวเพื่อนร่วมชะตากรรมในเรือลําเดียวกับรัฐบาลของท่าน เปึนอย่างไร ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่ถ้าผมอภิปรายแล้วคนอื่นเขาพูดท่านก็จะไม่เชื่อ ท่านก็จะไม่ฟัง ท่านก็จะเอาสีข้างเข้าถู เอาด้านหน้าเข้ากระแทก พวกเดียวกันออกมา ทักท้วงอย่างนี้ท่านจะว่าอย่างไรครับ
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ําอยู่ในปัจจุบันนี้ รัฐบาลไม่คิดที่จะหาเงิน เข้าประเทศก่อให้เกิดรายได้ ก่อให้เกิดรายรับ แต่ท่านคิดแต่ที่จะกู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายมาก ขึ้น ๆ หรือที่เรียกว่า แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวัน ๆ หนึ่ง และคิดเรื่องการขึ้นภาษีในยุคสภาวะ ที่เศรษฐกิจมันตกต่ํา จิตใจของพี่น้องประชาชนก็กําลังได้รับความทุกข์นะครับ หรือที่เรา เรียกว่า ข้าวยากหมากแพง มันเกิดขึ้นแล้วที่ประเทศไทย ณ วันนี้ มันก็ไม่ต่างและ เปรียบเสมือนได้ว่า เปรียบเสมือนเด็กที่ขาดประสบการณ์ในการนําพาและในการบริหาร ประเทศ เด็ก ๒ คนที่มาช่วยกันแก้ปัญหา เมื่อคิดอะไรไม่ออกหาทางออกไม่ได้ก็ขอยืมเงิน เพื่อนเขามาใช้มาจ่าย หนักเข้าก็เอาสถานะของประเทศ เอาชะตากรรมของคนไทย ทั้งประเทศไปก่อหนี้สาธารณะ ไปผูกพันหนี้กับสถาบันการเงินทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ เหตุที่ผมต้องกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าวันนี้การออก พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะได้มีสมาชิกอีกหลายท่านจะได้ขึ้นมาอภิปราย การจัดทํางบประมาณเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ ในจํานวนเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท โดยอ้างว่า เพื่อเพิ่มกําลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจ เปึนการบริโภคในประเทศ โดยจัดงบประมาณในส่วน ของโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ ด้วยงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษ โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน อสม. เชิงรุก งบประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ด้านการศึกษา ท่านเคยเอียงหูฟังไหม ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนในชนบท ในต่างจังหวัดและเขตปริมณฑลยังไม่รวมถึงในเขตใจกลาง พระนคร เขาดีใจตีป้กจนเนื้อตัวเต้น ถ้าเปึนนก มีสัตว์ป้กมีขนก็ขนหลุด เขาตีป้กกันผับ ผับ ผับ เขาดีใจ รัฐบาลชุดนี้ให้ความหวังและความฝันกับเขาว่าบุตรและลูกของเขาจะได้เรียน ฟรี คําว่า ฟรี หมายความว่า ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ฟรี มาแต่ตัวกับใจ แล้วเข้ามาที่ โรงเรียนคือได้เรียนฟรี แต่การหาเปึนเช่นนั้นไม่ ท่านได้ยินไหมครับ หรือว่าท่านได้ยินแล้วท่าน ไม่กล้าออกมาแสดงความคิดความเห็น วันนี้โรงเรียนเป่ดการศึกษา โรงรับจํานํา ก็ลดลงไปบ้าง ที่ลดลงไปนี่ไม่ใช่หมายความว่าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะกู้ เพราะเขาไม่มี หลักทรัพย์ ไม่มีทรัพย์ใดที่จะไปจํานอง ไปตึ๊งกับโรงรับจํานํา ทีวี ตู้เย็น ข้าวของ เพชรนิลจินดานี่มันขายกันจนสิ้นหมด เป่ดเทอมครั้งแรกก็ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ปรับพื้นฐาน เสียค่าเรียนคอมพิวเตอร์ ค่าสันทนาการจิปาถะ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท ชุดที่ว่าได้ ๑ ชุด ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน โต๊ะเด้งร้อยละ ๒๐-๓๐ เอามาก่อน ไปลงทุนซื้อ ชุดนักเรียนมา ๑ ชุด เอาใบเสร็จไปเบิกที่โรงเรียน ท่านคิดได้อย่างไรครับ เรียนฟรี ๑๕ ป้ ท่านไม่เคยนึกถึงปัญหาขั้นมูลฐาน วันนี้ท่านจัดการศึกษาเรียนฟรี ๑๕ ป้ โรงเรียน ความพร้อมในเรื่องบุคลากร ครูบาอาจารย์ก็ไม่มี นักการภารโรง ภาระที่จะต้องเพิ่มขึ้นกับ โรงเรียน ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าซ่อมแซม ค่าสึกหรอ โต๊ะเรียน เก้าอี้ ชอล์ค สมุด เครื่องเขียน ดินสอ ท่านมีให้เขาหรือเปล่า ที่สําคัญอย่างยิ่งเมื่อท่านประกาศนโยบายเรียนฟรีที่จะ นิยมชมชอบหรือจะเปึนการหาเสียงก็สุดแท้แต่ อาคารเรียนก็มีไม่เพียงพอ บางแห่งอาคารเรียน ไม่มีเด็ก แห่แหนกันไปเข้าไม่มีที่รองรับ ไม่มีที่เรียนให้เด็ก เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นทางสังคม เพราะคนคาดหวังว่าจะเรียนฟรี ก็ตั้งหน้าดั้นด้นมา มาสมัครกัน โรงเรียนที่เปึนโรงเรียน ดัง ๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตาที่จะเรียกเก็บแป็ะเจี๊ยะ เก๋าเจี๊ยะกัน ๓๕๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทสุดแท้แต่ มือยาวสาวได้สาวเอา คนที่มี กําลังซื้อกําลังทรัพย์ก็เสียแป็ะเจี๊ยะบริจาคผ่านสมาคมผู้ปกครอง แต่โรงเรียนในชนบท ในต่างจังหวัด ในอําเภอ ในตําบลต่าง ๆ ท่านไปดูเขาบ้าง โรงเรียนมัธยมท่านไม่ได้วาง มาตรการรองรับ แล้วท่านจัดงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษลงไป มันเปึนการใช้ งบประมาณที่กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นอย่างไร นี่แหละครับมันเปึนนโยบายทางอ้อมที่เป่ด ช่องโหว่ มีการร้องเรียนเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการหลายคณะที่มีการตรวจสอบเรื่อง แป็ะเจี๊ยะ โรงเรียนที่ไม่มีแป็ะเจี๊ยะก็ต้องอดรนทนรอน หน้าชื่นอกตรม เพราะ ผอ. ผู้อํานวยการ ครูใหญ่ไม่กล้าโหวกเหวกโวยวาย เพราะเขากลัว ก็ต้องบอกท่านว่า นี่คือความล้มเหลวในด้านการศึกษา ทําไมท่านไม่คิดที่จะกระตุ้นในเรื่องของอาคารเรียน เรื่องครูบาอาจารย์ บุคลากร เทคโนโลยีทางการศึกษา แล้วนี่ยังไม่รวมถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนจังหวัด เปึนต้น ที่มีการจัดซื้อหนังสือ กระเปิาเรียน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือการประมูล หรือระบบ ให้มีการแข่งขัน มีการร้องเรียนผ่านไปยังสํานักงาน สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) สตง. สรุปว่าเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือกีดกันแข่งขันทางการค้า เรื่องไปคาอยู่ที่ ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) อันนั้นก็คือส่วนหนึ่ง นั่นคือ เรื่องทางการศึกษาที่เห็นได้ชัด ซื้อด้วยงบประมาณของท้องถิ่นรวมถึงเงินอุดหนุนเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แค่จังหวัดเดียว แล้วมันเกิดเหตุการณ์เช่นว่านี้เกือบหลาย ๆ จังหวัด ในประเทศ ท่านลองไปดู ท่านควรจะเอาเวลาเหล่านี้ไปคิดที่จะสร้างขยายอาคาร สร้างบุคลากร สร้างขวัญกําลังใจให้กับบุคลากร ครูบาอาจารย์เขาบ้าง ท่านไปให้เรียนฟรี เรียนอย่างไรล่ะครับ เดี๋ยวท่านตอบผมหน่อย เสีย ๕๐๐ บาท เสีย ๓,๐๐๐ บาท คนหนึ่งเสีย ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท คนหนึ่งเสีย ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท หรือว่าท่านไม่จริง ถ้าท่านไม่จริงพรุ่งนี้ผมจะชักชวนให้พี่น้องผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เขาเสียเงินให้กับ โรงเรียนไป ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทนี่ละ ในนโยบายเรียนฟรีกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้เงินที่ ท่านไปกู้เขามานี่มาพร้อมกันที่หน้ารัฐสภา ท่านก็จะได้เห็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในด้าน การศึกษานะครับ
ส่วนในเรื่องของสาธารณสุขครับท่านประธานครับ งบประมาณที่ท่านจัด ให้กับสาธารณสุขต่าง ๆ ในเรื่องของการกระตุ้นในกิจกรรมต่าง ๆ ในเชิงรุกเปึน งบประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรู้ไหมครับว่าท่านจัดลงไปแล้วนี่มันเกิดประโยชน์ เพียงพอหรือไม่ งบประมาณที่ท่านให้ไปมันคันที่สะดือแต่ไปเกาที่ตาตุ่ม มันแก้ปัญหา ไม่ถูกทิศไม่ถูกทาง ที่จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านเห็นแล้วใช่ไหมครับว่ามีการจัดไปทัศนศึกษาดูงานเรื่องยาเสพติดโดยใช้งบท้องถิ่น หรืองบ อบจ. ไปเกิดอุบัติเหตุโดย อสม. มีความสูญเสียเกิดขึ้น เสียทั้งชีวิต เสียทั้งร่างกาย บาดเจ็บ ผู้คนล้มตายไม่ต่ํากว่า ๑๕ ราย กระทรวงสาธารณสุขท่านเคยลงไปดูแล ประการใดบ้าง แต่ผมเห็นว่าท่านได้ส่งพวงหรีดไปนะครับ นั่นคือปัญหาอีกปัญหาหนึ่ง ในเรื่องของสาธารณสุข และที่สําคัญอย่างยิ่งเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัด ๒๐๐๙ ท่านคุยนักคุยหนา คุยโขมงโฉงเฉงว่าประเทศไทยมีมาตรการปัองกันที่เข้มแข็ง รัดกุม ทั้งด้านวิชาการ ด้านความพร้อม แล้วเปึนอย่างไรล่ะครับ ไข้หวัด ๒๐๐๙ มันผ่านด่านตรวจ คนเข้าเมือง แล้วลุกลามไปแหล่งท่องเที่ยวที่ภูเก็ต โรงเรียนหลายแห่งป่ดการสอน ป่ดการเรียน แล้วนับวันก็จะเพิ่มขึ้น ๆ คิดไม่ถึงว่าการแก้ปัญหาในเชิงรุกของรัฐบาลจะมีประสิทธิภาพ ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน เพราะบุคคลที่เกิดและติดไข้หวัดก็จะแพร่และลามต่อไปยัง ศูนย์การค้า สถานที่ชุมชนขนาดใหญ่ ก็จะลามต่อกันไปเรื่อย ๆ การท่องเที่ยววันนี้ประเทศ จีน ประเทศญี่ปุ์นเขาก็ประกาศที่จะงดเข้ามาสู่การท่องเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะเขาไม่ มั่นใจในมาตรการการปัองกันและการกํากับดูแลของรัฐบาล ซึ่งมันอยู่ในภาพส่วนหนึ่ง ของการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ พ.ร.ก. ที่ท่านกู้เงินมันไปกระจุกมันไม่ได้กระจาย ถนนหนทาง แหล่งน้ําต่าง ๆ มีความจําเปึนทั้งสิ้น แต่หากท่านจะยึดหลักในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็เคยมีนักปราชญ์แล้วมีผู้ที่มีความชํานาญ เขาก็ได้กล่าวไว้ในบทว่า การที่ท่านไปกู้เงิน ที่จริงแล้วมันมีมาตรการทางอื่นอีกถ้าท่านมี ความสามารถ มีความรู้ และมีชุดดรีมทีมเศรษฐกิจที่มีความรู้ความเข้าใจในด้าน เศรษฐกิจอย่างถ่องแท้ ท่านไม่จําเปึนต้องไปกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านกู้ ท่านกู้มาเพื่อมาป่ด มาปะ งบประมาณที่มันเกิดปัญหา แล้ววันนี้ถ้าท่านกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเสร็จ แล้ว พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทรวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันข้างหน้าท่านบริหารชาติ บ้านเมืองไปไม่รอด ท่านจะทําอย่างไร ท่านจะไปหยิบยืมเงินจากที่ไหนต่อ วันนี้กรอบ เพดานการกู้มันก็เต็มกรอบ เต็มเพดาน หรือท่านจะโทษเสื้อแดงเปึนผู้สร้างวิกฤติ ให้เกิดขึ้น หรือท่านจะโทษรัฐบาลที่ผ่านมา ทําไมท่านไม่สํารวจตรวจตราตัวเองดูว่าท่านมี ความพร้อมแค่ไหน มีความสามารถมือถึงไหมที่จะปรับและจะแก้เศรษฐกิจให้เกิดความ เชื่อมั่น แค่ความปรองดอง ความสามัคคีในชาติบ้านเมืองท่านยังไม่สามารถทําให้เกิดขึ้น ได้ ท่านคิดไปโยกย้ายข้าราชการระดับสูงต่าง ๆ มันก็เปึนกรรมเปึนเวรของประเทศ สุดท้ายเมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมมีโอกาสได้ไปเดินที่ห้างเกสรพลาซ่า ก็ได้เข้าห้องน้ํา โดยที่ไม่รู้ ว่าจะมีคนตามหลังผมเข้ามาอีก เขาก็พูดคุยกันว่าเขาเปึนพ่อค้าเหล็กรายใหญ่ เขาเคย ขายเหล็กให้เครดิตแค่ ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วัน เขาบอกมันเปึนกรรมของประเทศที่ไม่เคย พบเคยเจอ เขาให้เครดิตขายเหล็กให้กับเอเย่นต์ ให้เครดิต ๑๒ เดือน ไม่มีเอเย่นต์รายไหน กล้ารับออเดอร์ (Order) จากเขา เขาบอกมันเปึนกรรมจริง ๆ ของประเทศและรัฐบาลชุดนี้ ท่านรับฟังเสียงนี้ไว้นะครับ และท่านก็ลองไปไตร่ตรอง สิ่งที่ผมได้อภิปรายก็เปึนการ สะท้อนส่วนหนึ่ง เพราะท่านเปึนคนที่มีความเชื่อมั่นสูง ไม่เคยรับฟังความคิด ไม่เคย ยอมรับความจริง นี่ไม่ใช่การถ่ายหนัง ไม่ใช่การถ่ายละคร ถ้าท่านจะทําให้เศรษฐกิจของ ประเทศต้องไปล่มจมทางเศรษฐกิจอีก
คุณประชาใช้เวลาเกินไป ๔ นาทีแล้วนะครับ
เอาละครับ ท่านประธานที่เคารพ ก็ต้องขอขอบคุณครับ ผมจบลงเพียงเท่านี้ครับ
ต้องขอความกรุณาสมาชิกนะครับ ขอให้บริหารเวลาตามที่วิปได้กําหนดนะครับ เพราะว่า มิฉะนั้นก็จะเกินเวลา กินเวลาผู้อื่นไป คุณมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ก็คงจะพูดคุยเกี่ยวกับ ประเด็น พ.ร.ก. พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เปึนที่แน่นอนว่าวันนี้เรามาร่วมกัน พิจารณาในการที่จะของบในการกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนแบ่งออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอาไปโปะเพื่อชดเชยดุลการคลังของป้ ๒๕๕๒ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในการเก็บภาษีมีตั้ง ๓ ทางครับ ก็คือทางกรมศุลกากร ทางกรมสรรพสามิต ทางกรมสรรพากร ทั้ง ๓ กรมนี้ยังมีการจัดเก็บไม่ครบของ ป้งบประมาณรายจ่าย ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะดูเหมือนว่ารายจ่ายที่ว่า รัฐบาลนั้นจะต้องไปกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเพื่อที่จะมาโปะตรงนี้ อาจจะไม่ได้ครบถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าถ้าดูจากตารางของเดือนพฤษภาคมนั้น รัฐบาลมีการ จัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถือว่ารัฐบาลอาจจะมีการส่ง เงินเพื่อที่จะไปโปะงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ นั้นไม่ต้องถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะแค่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าดูจาก พ.ร.ก. ที่ให้อํานาจการคลังในการกู้เงิน แล้วที่เปึนเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มันก็ต้องแยกออกเปึน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก กับประเด็นที่ ๒ นั้นรัฐบาลจะต้องทําอย่างไรในการกู้เงิน เพราะว่าถ้าดูจากตารางแล้ว จะเห็นว่าโครงการทั้ง ๒ โครงการนั้น ก็คือโครงการที่รัฐบาลนั้นรับภาระการลงทุน จะเห็นแล้วว่าการกู้เงินในประเทศตามกฎหมายปกตินั้นรัฐบาลกู้ของป้ ๒๕๕๒ ถึง ป้ ๒๕๕๓ นั้น จํานวน ๓,๐๕๔ ล้านบาท ถ้ากู้ต่างประเทศตามกฎหมายปกตินั้นจะกู้เปึนเงิน ถึง ๒๖,๑๙๘ ล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลขที่เปึนตามปกติในการกู้เงินในประเทศและ ต่างประเทศ แต่ เอสพี ๒ ถือว่าเปึนแผนภายใต้การลงทุนเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ รัฐบาล จําเปึนที่จะต้องกู้เงินเพื่อเอามาชดใช้ตรงนี้ถึง ๒๘๙,๐๗๐ ล้านบาท แบ่งออกเปึนรายละ มาตราของกระทรวงต่าง ๆ ของหน่วยงานนั้น ๆ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงจําเปึนที่จะต้อง หาทางว่าจะกู้แบบไหน จะกู้ภายในประเทศไหม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น อาจจะเปึนการ ออกตั๋วเงินหรืออาจจะออกเปึนตั๋วพันธบัตร อาจจะสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเอาเงินของธนาคารนั้น ๆ เอาออกมาใช้ ถ้าเราจะเห็นว่าวันนี้เงินหายไปไหน เท่าที่ ผมได้สอบถามมาวันนี้เงินอยู่ในธนาคารเปึนจํานวนมหาศาล ทําอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะเอา เงินก้อนนั้นออกมาใช้จ่าย วันนี้การปล่อยกู้ของธนาคารต่าง ๆ นั้นเปึนไปอย่างด้วยความ เข้มงวด เพราะว่าเปึนที่น่าเห็นใจว่ารัฐบาลนั้นเจอภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนภาวะทาง การเมือง ภาวะทางวิกฤติของเศรษฐกิจที่มันถดถอยอย่างรุนแรง จึงจําเปึนอย่างเร่งด่วน ที่จะต้องเอาเงินตัวนี้ออกมา แต่จะเอามาอย่างไรนั่นก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลอาจจะต้อง มีคําตอบให้กับทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ชาวบ้านผู้ชมทางบ้านที่ได้รับฟังข้อมูล จากตัวนี้ ส่วนอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้านหลังแน่นอนว่าจะต้องเปึนการใช้จ่ายใน โครงการไทยเข้มแข็งป้ ๒๕๕๓ จนไปถึงป้ ๒๕๕๕ หรือ เอสพี ๒ ซึ่งแผนในการเบิกจ่าย วงเงินนั้นอยู่ประมาณ ๒๘๙,๐๗๐ ล้านบาท อย่างที่ผมได้บอกไปอย่างตอนต้น โดยแยก ออกเปึน ๒ โครงการของการลงทุน แล้วก็ ๑๑ สาขาในการลงทุนต่าง ๆ ของโครงการโดย เฉลี่ยในทุก ๆ หน่วยงานของกระทรวงต่าง ๆ แต่ถ้าดูจากตามตารางแล้วจะเห็นว่า ทุกโครงการนั้นก็จะมีประโยชน์ในการที่ว่าจะมาฟุ๋นฟูพัฒนาประเทศของเรา ไม่ว่าจะเปึน การสร้างแรงงานจํานวนมหาศาลในกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงต่าง ๆ วันนี้กระทรวง คมนาคมอย่างที่ได้อ่านในฉบับนี้ ไม่ว่าจะเปึนการขนส่งในระบบของรถไฟฟัา ไม่ว่าจะเปึน ระบบราง ไม่ว่าจะเปึนการบูรณาการของถนนทางหลวงสายหลัก ถนนไร้ฝุ์น การปรับปรุง ท่าอากาศยานทั้ง ๔ แห่ง แล้วก็ที่สนามบินอู่ตะเภา ตรงนี้ใช้งบประมาณ หลายหมื่นล้านบาท แต่ผมถือว่างบประมาณตัวนี้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการสร้าง แรงงานเกิดขึ้น บางท่านอาจจะบอกว่า เอ๊ะ โครงการนี้มันอยู่ในเฉพาะ กทม. และ ปริมณฑลหรือเปล่า ผมในฐานะที่เปึน ส.ส. จังหวัดนนทบุรี แน่นอนที่สุดผมก็ต้องเห็นด้วย เพราะว่าการสร้างแรงงานนั้น การขยายของการบริการจะมีส่วนจําเปึนมากที่จะมีการลด รายจ่ายตัวอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะน้ํามัน ถ้าวันนี้เรามีระบบขนส่งอย่างเครือข่ายถ้ามัน พร้อมมูลที่สุดผมเชื่อว่าจะเปึนการลดปริมาณของรถยนต์ที่จะวิ่งเข้าสายหลักไปยังสู่ กรุงเทพมหานคร ตรงนี้ถือว่าเปึนปัจจัยที่สําคัญ ท่านประธานครับ และถ้าลองดูจาก รายละเอียดของหน่วยงานของสาธารณสุขแล้วก็จะเห็นว่าโครงการของการปรับปรุง การขยายเตียงตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนโรงพยาบาลทางชุมชนเองก็ดี จะมีงบ ลงทุนถึง ๓,๙๔๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนาปรับปรุงขยายเตียงโรงพยาบาลชุมชน แน่นอน นนทบุรีก็เปึนพื้นที่ของโครงการ อย่างที่ผมเคยเสนอไปว่าโรงพยาบาลบางใหญ่นั้นมีการ ของบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเปึนงบ ซีอีโอ (CEO) แบบ บูรณาการของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งตามที่ผมได้ติดตามมาจังหวัดนั้นได้มีการที่ว่า จะสนับสนุนให้ประมาณ ๓๐ ล้านบาท เพราะว่าเขาของบประมาณมา ๑๘๕ ล้านบาท แต่วันนี้จังหวัดถูกตัดออกจากงบประมาณแบบบูรณาการ เหลืออยู่แค่ ๓๒ ล้านบาท เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ โรงพยาบาลจึงจําเปึนที่จะต้องขอ งบสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข ตรงนี้ผมเชื่อว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีการคิดแล้วก็มี การพิจารณาเพื่อสุขภาพของคนไทยทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะคนจังหวัดนนทบุรีนั้นให้มีการที่ ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง หรือว่าให้มีโรงพยาบาลที่ครบครันสมบูรณ์แบบ ผมเชื่อว่า งบประมาณตรงนี้ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ก็คงจะเพียงพอในการสร้างโรงพยาบาลตรงนี้ของ โรงพยาบาลอําเภอบางใหญ่ ท่านประธานครับ วงเงินกู้ที่รัฐบาลกู้นั้นมันใกล้เต็มเพดานเต็มทีแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าแผน เอสพี ๒ ซึ่งเปึนแผนอย่างต่อเนื่องของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ และ ๒๕๕๕ นั้น ท่านคํานวณไหมว่า ถ้าเกิดป้งบประมาณของป้ ๒๕๕๓ แล้วการ จัดเก็บภาษีนั้นไม่เข้าเปัา ท่านจะหาเงินมาจากไหนอีก ป้นี้ท่านจัดเก็บมาได้และ มีงบประมาณเหลืออยู่แค่ ๑.๑ ล้านล้านบาท ท่านจําเปึนที่จะต้องกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกท่านเอาไปโปะป้ที่แล้วก็คือป้นี้ อีก ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปรวมยอดกับป้ ๒๕๕๓ ถ้าเกิดปลายป้ ๒๕๕๓ ท่านยัง จัดเก็บไม่เข้าเปัา เพราะเกิดเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ จะทําอย่างไร นั่นคือท่านจะต้องหา คําตอบให้ได้ ผมเชื่อได้ว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจ แน่นอนว่าวันนี้มีความจริงใจที่จะ ช่วยเหลือประชาชน มีความจริงใจที่จะหามาตรการใด ๆ ก็แล้วแต่เพื่อมาเยียวยาและ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีแต่ความรุ่งเรือง ผมก็ขอสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ที่ว่า ในการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก พ.ร.ก. ก็เห็นว่าตรงนี้เปึนอันสมควรแล้ว
ขออีกนิดหนึ่งท่านประธาน รถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คันนั้นไม่ได้อยู่ในตัวกู้ ตัวนี้ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในงบประมาณของป้ ๒๕๕๓ รถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คันนั้นเปึนการทํา สัญญาระหว่างรัฐกับหน่วยงานเอกชน หรือว่ารัฐกับรัฐ เพราะฉะนั้นถ้าโครงการนี้เกิด ขึ้นมา แน่นอนว่ารถเมล์นั้นพอเอาเข้ามาเสร็จนี่จะมีการจัดเก็บรายได้จากคนที่มาใช้ บริการ ส่วนหนึ่งเอาไปตัดและเอาไปจ่ายค่าเช่า ส่วนต่างของกําไรนั้นเอาไปจ่ายหนี้ที่ ขสมก. นั้นมีหนี้มหาศาลอยู่ ถ้าเราคํานวณ พรรคภูมิใจไทยคํานวณไม่ผิด จะใช้ระยะเวลา ประมาณ ๑๐ ป้ ถึงจะใช้หนี้เสร็จจาก เอ็นจีวี ตัวนี้ ก็ขอให้ประชาชนที่อยู่ในบ้าน หรือว่าดู ตามโทรทัศน์ต่าง ๆ ก็ดี ได้เข้าใจและพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ คุณสถาพร มณีรัตน์ ๒๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเองนั้นมีความวิตกกังวลเหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ตกอกตกใจ กับการที่รัฐบาลจะกู้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนที่สุดครับว่าการกู้เงินในครั้งนี้ ผู้คนทั้ง ๖๓ ล้านคนทั่วประเทศก็ต้องมาแบกรับภาระหนี้ แต่เมื่อดูเนื้อในของแต่ละ โครงการจริง ๆ นั้น ท่านทั้งหลายไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี จะบอกว่าเปึนการกู้เงินเพื่อนํามาสร้างงาน เพื่อนํามาพัฒนาประเทศ ตรงนี้ นั้นผมเองก็ยังแปลกใจว่าในขณะที่พี่น้องประชาชนยากจนข้นแค้น ทุกประเทศทั่วโลก ประสบสภาวะวิกฤติ ไม่ว่าสถาบันการเงินหรือไม่ว่าผู้คนของโลกมีการประสบปัญหา ทุกอย่าง แต่ก็เห็นมีประเทศไทยประเทศเดียวนี่แหละครับที่พยายามดิ้นรนสร้างเงิน หาเงินโดยการกู้ ไม่พยายามที่จะสร้างตลาดใหม่ ๆ ไม่พยายามที่จะหาความหวังให้กับ พี่น้องประชาชนในการเสาะแสวงหากําลังอกกําลังใจในการจะเป่ดตลาดใหม่ ๆ แสวงหา สินค้าใหม่ ๆ เข้าไปเยียวยาจุดที่เราพลั้งพลาด ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ผมจะ นําเสนอในครั้งนี้มีอยู่ ๒ กรอบใหญ่ ๆ กรอบที่ ๑ ก็คือเรื่องของภาคเกษตร กรอบที่ ๒ เรื่อง ของความล้มเหลวในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่ ๑ เรื่องของต้นกล้าอาชีพ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่จะลงลึกถึงรายละเอียด ผมขออนุญาตใช้แผนผังซึ่งเปึน ตัวเลขนิดหนึ่งครับ นี่คือข้อเปรียบเทียบเรื่องของสินค้าเกษตร ในป้ ๒๕๕๑ นั้น ข้าวนะครับท่านประธาน ที่เคารพ ข้าวของพี่น้องชาวนาเราทั่วประเทศนั้นประกาศรับจํานําเกวียนละประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาท ข้าวเหนียวประมาณ ๘,๐๐๐ บาท แต่พอเข้ามาป้ ๒๕๕๒ ครับท่าน พี่น้อง ชาวนาสับสนอลหม่าน ท่านบอกว่าวิธีการรับจํานํานั้นทําให้รัฐเสียประโยชน์ มีการทุจริต คอร์รัปชัน บิดเบือนตลาด ท่านก็จะประกาศประกันราคาข้าว เอาระบบประกันมาใช้ ในเรื่องของสินค้าเกษตร ปรากฏว่าพี่น้องชาวไร่ชาวนาตกใจหมด โรงสีทั้งหลายซึ่งจ้อง อยู่แล้วก็มีความสุข เพราะเขาเตรียมเงื้อดาบที่จะรับซื้อข้าวราคาถูกจากพี่น้องชาวนา ก็กลายเปึนเหยื่อครับ ผมมองว่าการประกาศเปลี่ยนม้ากลางศึกในครั้งนี้นั้นมีเลศนัย ความไม่พร้อม ท่านประกาศนโยบายได้อย่างไร คนรับกรรมก็คือชาวนา ต้องรีบเอาข้าว ไปขายให้โรงสี ท่านไม่แปลกใจหรือครับว่าสิ่งผิดปกติพอท่านกลับมารับจํานํา เหมือนเดิมอีกโรงสีโควตาเต็มผิดปกติ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ครับ ท่านไม่แปลกใจหรือครับ ท่านประกาศประกันราคาข้าวไม่มี เงื่อนเวลารับจํานํา บอกว่าหยุดรับจํานํา ประกันราคาข้าว แล้วพอบอกว่ามารับจํานํา ปรากฏว่าท่านไปดูสิครับ โรงสีโควตาเต็ม ชาวนาจริง ๆ ไม่ได้แล้ว เขาแลกบัตรประชาชน กรอกแบบฟอร์มตั้งแต่วันที่ท่านประกาศจะประกันราคาข้าวแล้ว ท่านถึงไม่แปลกใจหรือ ครับว่าโควตาโรงสีต่าง ๆ เต็มหมด ผมไม่อยากกล่าวหาว่าท่านรู้กับขบวนการค้าข้าวของ ประเทศ ผมไม่อยากกล่าวหา แต่ผมสงสัยครับว่าท่านทําได้อย่างไร
สินค้าเกษตรอีกตัวหนึ่งครับ พี่น้องประชาชนกําลังโอดครวญอยู่วันนี้ มะม่วงครับ ป้ ๒๕๕๑ นี่ มะม่วงกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ๑๕ บาท ป้ ๒๕๕๒ มะม่วงกําลัง ออกสู่ตลาดกิโลกรัมละ ๓ บาท เงินจากเกษตรกรนี่นะครับ ข้าวก็เงินหายแล้ว พอหวัง มะม่วงราคาตกครับ ทําอย่างไรถึงจะให้มะม่วงราคาเท่ากับป้ ๒๕๕๑ ครับ ท่านอย่า นิ่งเฉยนะครับ มะม่วงจะไม่สนุกแล้ว ตลาดล่างไม่เดินครับ ท่านตลาดสินค้าระดับล่าง ไม่เดิน พ่อค้ารายย่อยประเภทกองทัพมดหายหัวไปหมดครับ เขาบอกว่าเขาไม่คุ้มในการ ซื้อขายโดยใส่รถป่กอัพแล้วมาขายไม่มีกําลังซื้อ เศรษฐกิจระดับล่างเงินฝ๋ดครับท่าน ราคา มะม่วงป้ที่แล้ว ๑๐ บาท ๑๕ บาท ป้นี้เหลือ ๓ บาท แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร ค่าปุิยก็ไม่ลด ค่าน้ํามันก็กลับขึ้น สินค้าทุกตัวไม่ลดครับ ต้นทุนการผลิตของเกษตรไม่ลด
ทีนี้มาเรื่องลําไย เปึนปัญหาใหญ่ของคนภาคเหนือ ป้ที่แล้วมีความสุข เกษตรกรชาวสวนลําไยจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ๘ จังหวัดภาคเหนือมีความสุข กิโลกรัมละ ๒๐-๒๕ บาทโดยเฉลี่ย ผลผลิตประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ป้ที่แล้วเขามี ความสุข เขาก็มีต้นทุน เขามีกําไร เขาก็ซื้อปุิย ซื้อยามาบํารุงรักษาลําไยป้ ๒๕๕๒ ผลผลิต ก็เติบโต ก็มีอนาคตก็คิดว่าจะเท่ากับป้ที่แล้ว แต่วันนี้สัญญาณส่งออก สัญญาณตลาด สัญญาณที่ท่านส่งออกไปนั้นมันจะเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง ๑๐ บาท มันจะเหลือกิโลกรัม ไม่ถึง ๑๐ บาท เงียบกริบหมด ปกติเมื่อเปึนรัฐบาลป้ ๒๕๕๑ เดือนนี้ต้องรู้แล้วว่าประเทศจีน ต้องการลําไยกี่ตัน อบแห้งกี่ตัน อบเนื้อสีทองกี่ตัน จะกินสดภายในประเทศกี่ตัน ต้องรู้ แล้ว ชาวสวนลําไยเขาต้องรู้แล้วว่าเขาจะต้องขายลําไยได้เท่าไร เขาจะไปอบแห้ง อบเนื้อ สีทอง หรือจะไปบริโภคสด วันนี้เงียบกริบ ไหนว่ามีมือที่จะไปประสานกับประเทศจีน เห็นบอกว่าเดินทางไปเมื่อเดือนที่แล้วแล้ว ชาวสวนลําไยเขาก็ตั้งความหวัง เขาก็รออยู่ มีแต่ประกาศ คชก. ว่าจะให้เงินอุดหนุนโน่นอุดหนุนนี่ ก็ไม่เห็นเปึนรูปธรรม เขาก็หมด กําลังใจ เขาก็คิดว่าวันนี้ถ้าได้กิโลกรัมละ ๑๐ บาท เขาก็จําเปึนที่จะต้องเรียกร้องกับ รัฐบาลโดยตรงอีก ในที่สุดรัฐบาลเมื่อจับต้นชนปลายไม่ถูกในระบบการรับจํานําก็จะกลับมา ก็จะกลับมาอีก ระบบการแทรกแซงตลาดก็จะกลับมาอีก เพราะฉะนั้นท่านเตรียมตัวอย่างไรกับลําไย ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ๗๐๐,๐๐๐ ตันที่จะออกในอีก ๑๔ วันข้างหน้า เงิน คชก. ที่จะอุดหนุน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่พอครับ ท่านจะต้องส่งเสริมตลาดภายนอกประเทศ ท่านต้องจับมือกับรัฐบาลจีน อย่างน้อยให้รัฐบาลกลางเขารับรู้ว่าเรามีลําไยอยู่ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน วันนี้ท่านไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ให้กับเกษตรกรเลยครับ เขากําลังรอ ความหวังอยู่ พอมาพูดถึงเรื่องเงินกู้เขาก็บอกว่า ท่านช่วยเชื่อมโยงหน่อยสิว่าเกษตรกรจะ ได้อะไรกับการกู้เงิน นอกจากจะรับภาระหนี้อุแว้มา ๘๐,๐๐๐ บาท ท่านลองบอกเขา หน่อย วันนี้ปากท้องชาวบ้านมันจะวิกฤติอยู่แล้วเขาก็ไต่อยู่บนเส้นลวด เหมือนกับสถานะ ของรัฐบาลวันนี้ ท่านก็ไต่อยู่บนเส้นลวดเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะล่มเมื่อไร สถาบันเกษตรกร วันนี้ก็ไต่อยู่บนเส้นลวดเหมือนกัน
ทีนี้มาหอม กระเทียม ป้ ๒๕๕๑ หอม กระเทียมได้รับการแทรกแซง ช่วยเหลือเรื่องราคาโดยงบประมาณ คชก. อยู่ ๒๔๐ ล้านบาท ก็มีการรับจํานําประกัน ราคาหอม กระเทียม แต่ป้นี้ตลาดล่างตายหมดครับ หอม กระเทียมไปไม่ได้ยังค้างอยู่ใน โกดังอยู่ครับ
แล้วทีนี้มาเรื่องลิ้นจี่ ลิ้นจี่นี่ท่านบอกว่าท่านให้เงินไป ๒๐๐ ล้านบาท ไม่มีครับ ชาวสวนลิ้นจี่โอดครวญบอกว่า เชื่อ ปรากฏว่าเงินก็หาย ลิ้นจี่ก็หล่น เจ๊งอีกครับ
พอมาถึงภาษี ภาษีป้ ๒๕๕๑ ปกติครับ มีความสุขไม่ได้ยุ่งเลย พอป้ ๒๕๕๒ ท่านกลับขึ้นภาษีคนรากหญ้าที่ว่าภาษีบาป ที่สุดมันกระทบคนรากหญ้า ภาษีน้ํามัน ภาษีบุหรี่ ภาษีเหล้าขาว ภาษีเหล้า เบียร์ บุหรี่ ท่านขึ้นหมด นี่คือภาพรวม ของการบริหารที่ท่านจะมาขอกู้เงินจากพี่น้องประชาชนโดยใช้สภาแห่งนี้ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนเรื่องเกษตรกร ผมต้องฝากครับ แล้วก็ฝากให้ท่านทั้ง ๒ ท่าน นี่ละช่วยทุบโต๊ะหน่อย ช่วยบอกหน่อย ช่วยส่งสัญญาณให้พี่น้องเกษตรกรหน่อยว่าจะเอา กันอย่างไรในเรื่องของสินค้าเกษตร แล้วท่านถึงจะมาบอกว่ากู้เงินต่อไปถ้าเกษตรกรตลาด ไม่ไปต่อให้มีน้ํา ต่อให้มีเอกสารสิทธิมันก็ขายครับ เขาก็ขายที่ดินเขาแล้วก็มาเปึนลูกจ้าง อยู่ในโรงงาน ยิ่งท่านจะกู้เงินมาสร้างรถไฟฟัาบอกว่าจะจ้างงานได้เปึน ๒ ล้านที่กรุงเทพฯ พี่น้องของผมก็ต้องแบกข้าว แบกกระสอบข้าวเข้ากรุงเทพฯ อีกแล้ว ก็พลัดลูกพลัดเมียอีก ก็กลับมาอีหรอบเดิมอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะฝากในเบื้องต้นก่อนที่ท่านจะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องตอบคําถามให้ชัดว่า เกษตรกรของพวกกระผมนี่จะได้อะไร จากการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนกรุงเทพฯ ได้ครับ สีเหลือง สีฟัา สีเขียว รถเมล์ เอ็นจีวี ประปาสะอาดดื่มได้ ท่องเปึนวรรคเปึนเวรท่องได้หมด แต่คนต่างจังหวัด โอ้โฮ กว่าจะได้ถนนไร้ฝุ์นนี่เถียงกันไปเถียงกันมาจะต้องให้กู้เงินอีก ไม่รู้ว่าจะไร้ฝุ์นหรือไร้อะไร แน่ ผมก็ต้องให้ว่ามันน่าจะไร้น้ําใจกันละในการจัดสรรงบประมาณ ปักษ์ใต้ตูมหนึ่ง ก็ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตูมหนึ่งก็ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคนภาคอื่นก็มองตาปริบ ปริบ ๆ ปริบ ๆ จะเอาอย่างไรกันแน่ หรือท่านจะแก้ปัญหาภาคใต้โดยการใช้งบประมาณแผ่นดิน ไปอุด ๆ อุด ๆ อย่างนั้นหรือครับ ผมว่ามันไม่ใช่นะ มีข่าวอยู่เสมอ พอตูม ครั้งที่แล้วที่ระเบิดมัสยิด ๑๐ ศพ ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวเราจะเอาเงินไปแก้ ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติโครงการ โดยใช้โครงการนําหน้าการพัฒนา ท่านพูดอย่างนี้ครับ ตูมที่ ๒ มา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวเราจะจัดการพัฒนา เอาอีกแล้วครับ หรือจะให้ภาคอื่นมันตูม ๆ แล้วท่านจะมาพูดอย่างนี้
เรื่องต้นกล้าอาชีพ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ครับ ผมเอง นั้นคําว่า ต้นกล้าอาชีพ ชื่อสวยงามครับ แต่เนื้อของการวัดผลประเมินผลนั้นเสียใจด้วย ครับ ผมเองนั้นมาจากผู้แทนกรรมกร ผู้แทนสหภาพ สิ่งที่ผมเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่แรก ก็คือเรื่องของการใช้งบประชาสัมพันธ์ ๑๐๐ กว่าล้านบาท หมดไปแล้วกระมังครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปที่เมืองทองธานี ได้ข่าวว่า อีเวนท์ (Event : เหตุการณ์) นั้นหมด ไป ๒๑ ล้านบาท ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีคนมาสนใจมากมายเท่ากับเงินประชาสัมพันธ์ ที่ลงทุนไป ท่านต้องให้คําตอบกับประชาชนนะครับ งบต้นกล้าอาชีพแค่คลอดก็ผิดฝา ผิดตัวแล้วครับ ไปไว้ได้อย่างไรครับที่สํานักนายกรัฐมนตรี กลไกมันไม่รองรับครับ ต้นกล้า อาชีพช่วยเหลือคนตกงานก็ต้องไปไว้ที่กระทรวงแรงงาน ท่านเอาไปไว้ที่สํานัก นายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็มีหน้าที่รับแขก แจกผ้าเย็น เปึนประธาน คอยต้อนรับแขก ภารกิจที่จะมายุ่งเรื่องอย่างนี้มันไม่มีกลไก ท่านก็ต้องใช้กระทรวง แรงงานเปึนเจ้าภาพ เขามีประกันสังคม เขามีคนรับผิดชอบ แต่ท่านก็ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา ใช้เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท บอกว่าเปึนต้นกล้าอาชีพ มีท่านกรรมการเยอะแยะครับ มีแบบฟอร์มให้กรอก แล้วท่านก็วิจารณ์กันเอง ท่านก็วิจารณ์กันเองครับ ต้นกล้าอาชีพนี่ ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ท่านก็บอกไว้ว่า ต้นกล้าอาชีพนี่ท่านบอกว่า วัดผลประเมินผล แล้วได้ ๔๐ คะแนนจากคะแนนเต็ม ๑๐๐ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างนี้จริง ๆ ให้ต้นกล้าอาชีพ ๔๐ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐๐ แสดงว่า ๖๐ คะแนนนั้นไม่ได้หวังผล แล้วงบประมาณของ พวกเรา ๖,๙๐๐ ล้านบาทที่ท่านว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมันกระตุ้นจริงหรือเปล่า หรือกระตุ้นเฉพาะเอกสาร แล้ววันนี้ท่านตั้งเปัาต้นกล้าอาชีพของท่าน ๕๐๐,๐๐๐ คน จะฝ๊กอบรมคน ๕๐๐,๐๐๐ คน ให้ค่าตอบแทนคนละ ๕,๐๐๐ บาท ค่าวิทยากร ค่าอะไร ต่าง ๆ อีกกรอบละ ๕,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าตัวเลขล่าสุดคนไปร่วมโครงการของท่าน เมื่อล่าสุดประมาณเดือนมีนาคม ยังไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ คนเลย แล้วกําลังสมัครรออยู่ ก็ประมาณอีก ๗๐,๐๐๐ คน นั่นก็หมายความว่านี่ก็ใกล้จะหมดแล้ว ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คน ทั้งอบรม ไม่อบรมนะครับ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของท่านนั้นล้มเหลวแล้วรอบที่ ๑ เรื่องต้นกล้าอาชีพ ท่านคิดว่าเรื่องอย่างนี้ท่านบริหาร จัดการกันได้ดีท่านก็ต้องมีตัวเลขมาโชว์ว่าบริหารจัดการได้อย่างไร งบ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถามว่าเบิกกันไปเท่าไร เบิกงบอะไรไปบ้าง แล้วทําไมถึงต้องใช้สํานักนายกรัฐมนตรี มาเปึนผู้บริหารจัดการโครงการนี้ ทําไมไม่ใช้กระทรวงแรงงาน ชื่อก็บอกแล้วว่ากระทรวง แรงงาน แล้วก็วัตถุประสงค์ของต้นกล้าอาชีพ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ช่วยเหลือคนตกงาน ซึ่งจากศูนย์วิจัยกสิกร ศูนย์วิจัยกสิกรบอกชัดเจนว่า ป้ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ คนจะตกงาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน รุนแรง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนใน ๕ เดือนแรก และอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ใน ๕ เดือนให้หลัง นี่คือศูนย์วิจัยกสิกรที่เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ปรากฏว่า ท่านบอกว่าจะเอาต้นกล้าอาชีพใช้งบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาท งบประชาสัมพันธ์ ๑๒๑ ล้านบาท อบรมคนจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วไม่รู้ว่าการประเมินผลคน ๑๐๐,๐๐๐ คนนั้นเขาได้งานทําจริง ๆหรือเปล่า หรือเปึนตัวเลขหลอก ๆ ไปอบรมกันที่ไหน ต่างจังหวัด ได้อบรมไหม หรือได้อบรมที่ดินแดงอย่างเดียว ที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว นี่คือสิ่งที่เราจะต้อง ตรวจสอบ นี่ขนาด ๖,๙๐๐ ล้านบาท ยังไม่เกี่ยวกับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ยังไม่เกี่ยวกับ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังบกพร่องกันถึงขนาดนี้ แล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนพระราชกฤษฎีกา หลบเลี่ยงการตรวจสอบในระบบรัฐสภามันไม่ผิดพลาดหรือครับ เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ที่กระผมได้วิพากษ์วิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับการจะกู้เงิน แล้วถามว่าแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมา ท่านจําแผนโมเดิร์นไนซ์ (Modernize) ประเทศไทย ได้ไหมครับ เราต้องการให้ต่างชาติมาลงทุน รถไฟฟัา ๕ สายท่านก็ บีโอที (BOT) สร้าง เก็บ แล้วก็ส่งเงินให้เขา ไม่ต้องไปกู้เราก็ได้ งานก็มี ต่างชาติก็มาลงทุน โรงงานก็เป่ดใน ประเทศไทย ท่านก็เปึนคนมีความรู้ความสามารถ แต่พอมากู้นี่เรียบร้อยครับ เปึนหนี้ เสร็จจากการเปึนหนี้เรายังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีการวัดผลประเมินผลอย่างไร ตัวชี้วัดใน การกู้เงิน๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาอะไรมาชี้วัด หรือเอาความรู้สึกของท่านพอมีเงิน แล้วมีความสุขแล้ว เราได้กู้แล้ว สําเร็จแล้ว ไปจับมือประเทศนั้นก็ให้กู้ ประเทศนี้ก็ นี่คือการวัดผลประเมินผลความสําเร็จ ของการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนั้นหรือครับ ตัวเลขที่ท่านวัดผลประเมินผลท่าน เอาอะไรมาวัด บอกว่าแหล่งน้ํา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านว่าวัดผลประเมินผลด้วยวิธีการ อย่างไร แล้วคนเปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มี มีแต่กระดาษมาอย่างนี้หรือครับ มันต้องมีตัววัดผลประเมินผล ตัวชี้วัด กรอบของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขาตั้งข้อสังเกตอย่างไร ทีรถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ท่านยังให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติไปพิจารณา ที ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเงียบกริบหมดเลย ไม่มีใครโผล่หัวมาวิพากษ์วิจารณ์เลย ต้องประทานอภัยครับ ที่ต้องใช้ประโยคอย่างนี้ เงียบไปหมด นักวิชาการ นักวิชาเกินเงียบหมด เพราะคิดว่า ตัวเองคงจะได้มีส่วนร่วมในการได้เขียนโครงการสอดรับเงินกู้ตัวนี้ เพราะเห็นหลายตัว ที่นักวิชาการจะเข้ามาสวาปาม ต้องวิพากษ์กันตรง ๆ ที่จะเขียนโครงการเปึนที่ปรึกษา หลายตัว ถึงเงียบกันหมดอย่างไรครับ สื่อก็หลายสํานักที่เตรียมที่จะเบรก ๑ เบรก ๒ อีเวนท์ (Event) โน้น อีเวนท์นี้ สํานักสื่อที่เปึนธุรกิจก็เตรียมจะมาแล้ว ถึงไม่มีใครในสังคม นี้กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีนัยแห่งความเปึน นักตรวจสอบอย่างแท้จริง ก็จะมีแต่ฝ์ายค้านนี่ละครับ ที่ใช้เสียงส่วนน้อยได้ตะโกนบอก กว่าจะได้ถ่ายทอดก็ต้องใช้กลไกหลายอย่าง แต่ผมก็หมดความหวังกับสื่อ หมดความหวัง กับนักวิชาการ เพราะเนื้อในแล้วมีหลายตัวที่คนกลุ่มนี้จะได้เข้ามาแสวงประโยชน์
ท้ายสุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมหวังไว้ว่าการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้น ถือว่าคน ๖๓ ล้านคนเปึนหนี้ ผมยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ไว้วางใจ จะไม่รับประกัน จะไม่ ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น จะไม่ยกมือให้ผ่าน ถึงแม้จะเปึนเสียงส่วนน้อย ผมเองก็ยืนยันว่า เปึนการท้วงติงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน รักษาผลประโยชน์ของ ลูกหลานในแผ่นดินนี้ที่ให้เปึนหนี้น้อยที่สุด และคิดถึงอนาคตข้างหน้า ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้เวลาผม ๒๐ นาที ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีประเด็นที่มีความสําคัญมากอยู่ ๒ ประเด็น ด้วยกัน แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจนิดหนึ่งว่าท่านสมาชิกยังไม่ได้ฟังผมชี้แจงเลยก็จะไม่ให้ ความไว้วางใจเสียแล้วนะครับ แต่ผมคิดว่าก็จะพยายามที่จะให้ท่านเปลี่ยนใจนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือประเด็นเรื่องของความห่วงใยพี่น้องเกษตรกร ซึ่งท่านใช้ คําว่า เกษตรกร ของพวกท่าน ความจริงก็เปึนเกษตรกรของพวกเรานะครับ พวกเราก็มี ความเปึนห่วงด้วยกันทั้งสิ้น ผมคิดว่าคงอาจจะเปึนเรื่องของการเข้าใจผิดอยู่บ้างนะครับ เพราะว่ารัฐบาลยังไม่ได้มีแนวความคิดตกผลึกร้อยเปอร์เซ็นต์ในเรื่องการประกันราคาข้าว ผมเรียนย้ําแล้วไปหลายครั้ง สิ่งที่รัฐบาลอยากจะทําในขณะนี้แล้วเริ่มต้นไปแล้วนะครับ คือในเรื่องของการประกันรายได้ขั้นต่ํา เราใช้คําว่า รายได้ขั้นต่ําของพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่มันสําปะหลังครับ เหตุผลที่เริ่มที่เรื่องมันสําปะหลังก่อน เพราะคิดว่าเปึนเรื่องที่ทํา ได้ง่ายกว่านะครับ ขั้นตอนก็คือได้มีการประชุมหารือกับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ มันสําปะหลังที่เปึนตัวแทน ไปช่วยกันดูว่าต้นทุนของพี่น้องเหล่านั้นจะอยู่ประมาณ สักเท่าไรในเรื่องการทําไร่มันสําปะหลัง เมื่อได้ตัวเลขออกมาแล้วเราก็บวกผลกําไรให้ แล้วเราก็บอกว่า จากนี้ไปรัฐบาลก็จะประกันรายได้ขั้นต่ําของพี่น้องชาวไร่มันสําปะหลัง ซึ่งก็ตกลงกันไว้ที่ราคา ๑.๗๐ บาท แต่ว่ากระบวนการและขั้นตอนมันมีอีกมากครับ เพื่อปัองกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเปึนเสียงตอบรับที่ถือว่าน่าจะใช้ได้นะครับ คือเกษตรกรชาวไร่มันสําปะหลัง จริง ๆ เขาก็ชอบระบบจํานํานะครับ แต่เขารู้และเข้าใจว่า ระบบจํานํานั้นราคาจํานํามันสูงเกินไป ทําให้พวกเขาไม่ได้กันทุกคนหรอกครับ เกษตรกร ชาวไร่มันสําปะหลังจะมีจํานวนเท่าไรก็แล้วแต่ แต่ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ได้ได้ทุกคน ได้เพียงประมาณ เท่าที่ผมดูตัวเลขประมาณเพียงไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ําครับ แต่ว่าวิธีการที่เราจะบอกว่าเราจะประกันโดยลักษณะที่เรียกว่า ประกันรายได้ขั้นต่ําของ เกษตรกรชาวไร่มันสําปะหลัง จะได้ทุกคนครับที่มาลงทะเบียน ที่มาจดทะเบียนไว้กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ ธ.ก.ส. ครับ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนเพื่อให้เกิด ความเข้าใจ ทีนี้เมื่อ ครม. มีมติที่จะใช้ระบบเรียกว่า ประกันรายได้ขั้นต่ําของพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่มันสําปะหลัง ก็เกิดความเข้าใจผิดครับ เกิดความเข้าใจผิดว่าพี่น้อง ที่ทํานาก็คงจะมีการประกันเช่นกัน แล้วก็เกิดความเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ําตอนที่ รัฐบาลมติ ครม. บอกให้เริ่มทํานําร่องไปก่อน ข้าวก็จํานวนประมาณเพียง ๒๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็เปึนข้าวเฉพาะข้าวหอมมะลิเท่านั้นเองนะครับในแถวทุ่งกุลาร้องไห้ ตรงนี้ ก็เกิดความเข้าใจผิดกัน กอปรกับในช่วงนั้นโควตาเดิมที่ได้เคยขยายมาแล้ว ๑ ครั้ง จาก ๒ ล้าน ๕ แสนตัน เพิ่มไปอีก ๑.๕ ล้านตัน เปึน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตันนะครับ ก็ปรากฏ ว่าก็เกือบเต็มประมาณ ๓ ล้าน ๘ แสนตัน ผมก็เรียนตรง ๆ ว่าผมก็กลุ้มใจเหมือนกับที่ ท่านกลุ้มใจครับ เพราะอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีชาวนาของพวกผมจะไปถึงโรงสีจะเอาข้าวไป จํานํา เขาหยุดหยุดเสียเฉย ๆ ผมยอมรับครับ ผมยอมรับจริง ๆ ว่าเปึนข้อผิดพลาดที่ ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยนะครับ แต่ว่าพวกเราก็พยายามแก้ไขโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึน ห่วงก็รีบประชุมคณะกรรมการ กขช. (คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ) โดยเร็วครับ โดยเร็วและโดยทันทีนะครับ เดิมกําหนดว่าประชุมวันศุกร์ก็เลื่อนมาเปึนวันพฤหัสบดีแล้ว ก็มีมติออกมาว่ากําหนดวันนั้นเหมือนเดิมแต่จํานวนนั้นก็ให้มีเพิ่มขึ้น จริง ๆ แล้วผมเห็น ด้วยกับท่านเลยนะครับที่ท่านพูดถึงสินค้าตัวอื่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเปึนลิ้นจี่ ไม่ว่าจะเปึน ลําไยนะครับที่ป้ที่แล้วได้ราคาดี ป้ที่แล้วมันเปึนอุบัติเหตุนะครับท่านครับ ท่านก็คงทราบ เหมือนกับผมทราบว่าของทุกอย่างมันก็ราคาดี พี่น้องเกษตรกรก็เหมือนกับเปึนคนที่มี แต่ความทุกข์ พอเห็นข้าวราคาสูง เห็นสินค้าเกษตรกรสินค้าที่เปึนอาชีพตัวเองราคาสูงก็ ลงทุนลงแรงไม่ต้องห่วงเรื่องทุนเลยเพราะคิดว่าราคามันจะเหมือนเดิม แต่ท้ายที่สุดราคา มันตกฮวบลงมาครับ เพราะว่าเศรษฐกิจทั่วประเทศมันเสียหายตรงนั้นเราก็เปึนทุกข์แทน ผมว่าท่านก็เปึนทุกข์ ผมก็เปึนทุกข์ครับ เปึนเหมือน ๆ กัน ทีนี้สิ่งที่พวกเราพยายามจะทํา ในวันนี้ก็คือกลับมาสู่โลกแห่งความเปึนจริงครับ โลกแห่งความเปึนจริงก็คือทําอย่างไร ให้เกษตรกรของเราทุกคนไม่ว่าเขาจะทําพืชไร่ชนิดไหน ทําสวน ทํานา อย่าให้เขาขาดทุน อีกเลยครับ เราจึงมีอีกแนวความคิดว่าเราจะต้องใช้ระบบที่เรียกว่า ประกันรายได้ขั้นต่ํา นะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ย้ํากับผมว่าเราไม่ได้พูดถึงการประกันรายได้สินค้าตัวหนึ่ง ตัวใด เราพูดถึงการประกันรายได้ขั้นต่ําแล้วเราก็เริ่มที่มันสําปะหลังก่อน วันนี้ก็ต้องรีบทํา เรื่องข้าวโพดครับ เพราะข้าวโพดใหม่จะออกมาแล้ว การประกันรายได้ขั้นต่ํามีข้อดีก็คือ หมายความว่าโดยเฉพาะอย่างมันสําปะหลังเราก็ทํากันตอนนี้เลยไม่ต้องรอให้ขุด หัวมันสดขึ้นมาก่อน ถ้าทําตอนนี้แล้วก็จะมีการลงทะเบียนที่ชัดเจน เมื่อมีการลงทะเบียน ที่ชัดเจนเราก็ไม่มีการสวมกันนะครับ แล้วก็ขณะนี้แม้กระทั่งเกษตรกรเองก็มาบอกผมว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีเมื่อรู้แล้วว่าใครปลูกมันสําปะหลังเท่าไรอยากจะให้ติดชื่อไว้ที่ ศาลากลางบ้านในหมู่บ้านด้วยซ้ําจะได้ช่วยเช็กกันเองว่าปลูกจริงไหม จํานวนเท่านี้ไร่ เท่านี้ไร่ อันนี้ก็เปึนความร่วมมือของพี่น้องเกษตรกร มันก็มาผูกพันถึงเรื่องต้นกล้าอาชีพ ครับ ก็พอดีเปึนโครงการที่ท่านฟังดูแล้วท่านก็ไม่พอใจ แล้วก็ผิดหวังกับโครงการนี้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับอาจจะเปึนความเข้าใจผิดเหมือนกัน เพราะว่าโครงการ ที่เราจะใช้เงินมันเปึนโครงการระยะยาว เปัาหมายทั้งหมดใช้เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท เปัาหมายก็ประมาณครึ่งหนึ่งคือ ๒๔๐,๐๐๐ คน ๒๕๐,๐๐๐ คน แต่เปึนรายเดือนครับ หมายถึงว่าเริ่มต้นที่เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม แล้วก็ทั้ง ๖ เดือนนี้ครับหารออกไปเดือนหนึ่งก็ตกประมาณ ๔๐,๐๐๐ คนครับ ไม่ได้ หมายความว่าทําครั้งเดียวแล้วก็จะต้องเปึนไปตามเปัาหมาย เพราะเราฝ๊กไม่ทันหรอก ครับ ความสามารถของทางราชการเองที่จะฝ๊กผู้ที่ตกงานหรือว่างงานในจํานวนมาก ๆ ภายในเวลาเดียวกันหลาย ๆ วิชาชีพมันทําไม่ได้ครับ ทํายากมาก ๆ เลย แล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คืองบประชาสัมพันธ์ที่ทํา เพราะเราอยากที่จะให้โครงการนี้พี่น้องได้รับรู้กันทั่วแล้วก็ ได้ผลนะครับ เพราะว่าเมื่อมีประชาสัมพันธ์ออกไปแล้วปรากฏว่ามีพี่น้องที่สนใจสมัคร เข้ามาถึง ๑๔๐,๐๐๐ คน ในขณะที่เราไม่มีปัญญาที่จะรับครับ พูดกันตรง ๆ เลยสมัครมา ๑๔๐,๐๐๐ คนวันนี้ พรุ่งนี้เราฝ๊ก ๑๔๐,๐๐๐ คน ทําไม่ได้ ทําไม่ทันนะครับ ก็เปึน ข้อบกพร่องที่ก็ต้องยอมรับผิดครับว่าเดือนแรกมีปัญหาจริง ๆ ก็ทําได้ ๑๙,๐๐๐ กว่าคนครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าหลังจากนั้นแล้วเดือนพฤษภาคมเราฝ๊กได้อีก ๕๙,๖๖๓ คน แล้วก็เดือนมิถุนายนนี้ก็จะประมาณใกล้เคียงกัน อาจจะถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าคน แต่มันมี โครงการที่เพิ่มขึ้นแตกกิ่งก้านสาขาออกไปครับ ยกตัวอย่างเช่น โครงการคืนคุณครู ให้นักเรียน ตรงนี้เราก็รับสมัคร ปรากฏว่ามีผู้สนใจ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน เรารับสมัครได้ เพียง ๑๔,๐๐๐ คน ตอนนี้ก็เข้าไปฝ๊กงานที่โรงเรียนเลยครับ แล้วก็เมื่อเขาฝ๊กไปแล้ว ถึงเดือนกันยายนถ้าหากหน่วยก้านเขาใช้ได้ ผ่านนะครับ เดือนตุลาคมนี้ก็จะได้รับบรรจุ ตรงนี้ก็เห็นชัดเจนว่ามันได้ผล
อีกประเด็นหนึ่ง ก็กลับไปถึงเรื่องเกษตร เรื่องเกษตรนี้ก็มีปัญหาเยอะ เชื่อผมไหมครับว่าเราเปึนประเทศเกษตรกรรมแต่เราไม่มีทะเบียนเกษตรกรที่อัพเดท (Update) ที่ทันสมัยเลยครับ มีก็ประมาณ ๓-๔ ป้มาแล้ว พี่น้องเกษตรกรท่านก็เปลี่ยน อาชีพของท่าน ปลูกอย่างหนึ่งป้นี้ อีกป้หนึ่งก็ปลูกอีกอย่างหนึ่ง แต่ไม่มีการทําสํารวจกัน อย่างชัดเจน งบประมาณที่รัฐบาลในอดีตที่จัดมา แม้กระทั่งรัฐบาลที่เปึนอยู่ปัจจุบันนี้สิ่งที่ พยายามจะทําก็คือต้องเอางบต้นกล้าอาชีพเข้าไปช่วยประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทครับ เราจะจ้างคนประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าคน ทํางาน ๔ เดือน ออกไปสํารวจทะเบียนของ เกษตรกรทั่วประเทศ ทุกตัวเลยครับ แม้กระทั่งเรื่องของประมง ตรงนี้เราก็จะมีข้อมูล ชัดเจนเวลาที่รัฐบาล ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐบาลหรอกครับ เมื่อต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา เกษตรกรจะรู้ชัด และโดยเฉพาะป้หน้า ต้นป้นี่ครับ สินค้าเกษตรจะทะลักเข้ามาจาก ชายแดน จากเพื่อนบ้านในระบบอาเซียนที่เราพูดถึงนี่นะครับ ถ้าเราไม่มีทะเบียนตรงนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปสู่เกษตรกรที่เปึนคนไทย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่เราวางแผนไว้เปึนขั้นเปึนตอนครับ ตรงนี้ต้นกล้าอาชีพก็กําลังจะเริ่มฝ๊กอีก ประมาณ ๘,๐๐๐ คน ฝ๊กเพียง ๑๐ วัน แล้วส่งไปทํางานเลย ตรงนี้ก็เปึนอีกโครงการหนึ่ง ในเรื่องต้นกล้าอาชีพ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับที่เปึนข่าวในหนังสือพิมพ์เขามา สัมภาษณ์ผมว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีประเมินอย่างไร แล้วสําเร็จไหม ผมบอกผมให้ เพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทางนักข่าวก็บอกผมว่า อ้าวแสดงว่าสอบตกสิ ผมก็บอก ผมเรียน ตรง ๆ เลยนะ ต้นกล้าอาชีพถ้าหากจะประเมินว่าประสบผลสําเร็จหรือไม่นี่ ต้องประเมิน ว่าเสร็จแล้วคนของเรามีศักยภาพ ทํางานได้หรือเปล่า เก่งขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งให้มา ประเมินตอนนี้ผมยังประเมินไม่ได้ ผมก็ต้องประเมินต่ําไว้ก่อน เพราะผมยังไม่สามารถจะ ตามได้ เนื่องจากส่วนหนึ่งยังเพิ่งเริ่มฝ๊กเท่านั้น เมื่อฝ๊กไปแล้วมีงานทําจริงหรือไม่ เด็ก นักเรียนทั้งหลายที่ฝ๊กเพื่อจะไปทํางานตามโรงเรียน ตามต่างจังหวัด เราก็ยังไม่รู้ว่าเวลา ฝ๊กงานไปแล้วอีก ๓-๔ เดือน เขาสามารถได้รับการบรรจุหรือเปล่า แล้วตรงนั้นก็อาจจะ เปึนความเข้าใจผิดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งผมเข้าใจในความปรารถนาดีของท่าน นะครับในส่วนอื่น ๆ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตเรียนตอบรวมกันไปในภายหลังนะครับ แต่เปึน ๒ ประเด็นที่สําคัญซึ่งท่านให้ความกรุณา แล้วผมก็น้อมรับครับ แล้วจะนําไปปฏิบัติ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งที่ ๒ จากจังหวัด สุรินทร์ วันนี้ก็ขอบคุณที่ท่านประธานได้ให้โอกาสในการอภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้นะครับ ซึ่งถ้าเราพิจารณาแล้ว ณ สถานการณ์ขณะนี้เนื่องจากว่าภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจาก ประเทศรอบนอก จากทั่วโลกและส่งผลถึงประเทศเรา ดังนั้นเองรัฐบาลต้องการที่จะ แก้ปัญหา และต้องการเม็ดเงินเพื่อที่จะเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าพิจารณาทั้งอาทิตย์นี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรของเราจะมีเรื่องพิจารณากฎหมายอยู่ ๓ ฉบับ ซึ่งเปึนกฎหมายที่ เกี่ยวกับการเงินแล้วก็ถือว่าสําคัญกับประเทศไทยเราขณะนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. แล้วก็ พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ ที่รวมเม็ดเงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็รวมถึง พ.ร.บ. งบประมาณที่จะเข้าในวันพุธนี้อีก ๑.๗ ล้านบาท แต่ดูในรายละเอียดแล้ววันนี้ที่ตาม วัตถุประสงค์ของรัฐบาลต้องการเสริมสร้างเศรษฐกิจ แล้วก็ต้องการให้ประเทศแข็งแรง ซึ่งเม็ดเงินที่สําคัญก็คือเม็ดเงินที่จะใช้ในการลงทุนหรือเม็ดเงินที่เราเรียกว่า งบลงทุน ตรงนี้นะครับ ถ้าพิจารณาแล้วโดยคร่าว ๆ จาก พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ จํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีงบประมาณที่จะนําไปใช้ในการลงทุนประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในส่วนของ พ.ร.บ. งบประมาณที่จะเข้าในวันพุธนี้ก็มีเม็ดเงินที่จะใช้ในการลงทุน ประมาณอีกเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือเม็ดเงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะมีเม็ดเงิน ที่จะใช้ในการลงทุนนะครับ หรือจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนเม็ดเงินที่มากพอสมควรนะครับ ถ้าเทียบกับในแต่ละป้ที่มีการจัดทํา งบประมาณเกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. งบประมาณแล้วนะครับ ในส่วนของผมที่จะถามนะครับ จะฝากคําถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรีที่จะช่วยตอบ เนื่องจากว่าการออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงินตรงนี้ก็ถือว่ามีความสําคัญนะครับ เนื่องจากเปึนการกู้เงินแล้วก็เปึนการใช้เงินนอกงบประมาณนะครับ จะถามด้วยความ ห่วงใย แต่ไม่ได้เกิดจากความกลัวที่เกิดขึ้นนะครับ
อย่างแรกก็คือ จะถามถึงปัญหาเรื่องของสภาพคล่องที่รัฐบาลจะกู้ นะครับ ก็เนื่องจากว่าจะถามถึงแผนที่รัฐบาลจะกู้เงินจากต่างประเทศแล้วก็ในประเทศ ด้วยนะครับ ถึงรัฐบาลจะกู้อย่างไร โดยเฉพาะการกู้ในประเทศซึ่งจะกระทบกับ สภาพคล่องในประเทศที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากทราบว่าขณะนี้เองสภาพคล่องในประเทศนี่ มีเม็ดเงินก็อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า คือ โดยหลักทางการเงินแล้วเวลาเงิน ศัพท์ทางการเงินก็จะเปรียบเงินเหมือนกระแสน้ํา นะครับ ก็คือมันไหลไปแล้วก็ไหลมา ไม่อยู่ในกระเปิาท่านก็อยู่ในกระเปิาผม เปึนสสาร ต้องการที่อยู่อาศัย ก็คือถ้ามีการกู้เงินในประเทศจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้จะมี ผลอย่างไร กระทบอย่างไรกับสภาพคล่องในประเทศ เพราะถ้าเกิดว่าสภาพคล่อง ในประเทศนี่หายไป ๑. ส่งผลที่กระทบจะเกิดขึ้นก็คือ เรื่องของดอกเบี้ยที่น่าจะสูงขึ้น แน่นอน แล้ว ๒. ก็คือ เรื่องของธุรกิจ เอสเอ็มอีที่ต้องการกู้เงินอยู่ขณะนี้ด้วยนะครับ
และในคําถามที่ ๒ ก็คือว่า ในการที่อนุมัติกู้เงินตรงนี้ที่ให้ทําโครงการใน แต่ละกระทรวงที่เกิดขึ้นนะครับ ยกตัวอย่างเช่น กรมทางหลวงชนบทที่ต้องการโครงการ ทําถนนไร้ฝุ์น ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การอนุมัตินี่อนุมัติเปึนรายโครงการหรือว่าท่านจะ ให้เม็ดเงินเปึนจํานวนทีเดียวไปเลยนะครับ แล้วก็ทางกระทรวงหรือแต่ละหน่วยงานไป จัดสรรแล้วก็ทํางบประมาณตรงนี้เอง ๒. เปึนคําถามต่อเนื่องนะครับ ถ้าเงินที่เหลือจาก การจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อยแล้วนะครับ เม็ดเงินตรงนี้ในแต่ละกระทรวงหรือหน่วยราชการ จะสามารถทํางบประมาณ ทําโครงการเข้ามาเสียบได้เลย หรือว่าทําเข้ามาใช้ได้เลย หรือว่าต้องคืนเม็ดเงินตรงนี้กลับมาที่กระทรวงการคลังหรือสํานักบริหารหนี้เพื่อจะนํา เม็ดเงินตรงนี้ต่อไปเพื่อที่จะไปใช้อนุมัติโครงการต่อหรือรัฐบาลจะนําเม็ดเงินที่เหลือจาก การประมูลจัดซื้อจัดจ้าง หรือจากโครงการที่กู้ตรงนี้กลับไปใช้คืนในการใช้หนี้กู้เงินที่ได้กู้ มานะครับ ก็ฝากถามนะครับ
ต่อไปก็เนื่องจากว่าในการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน แล้วก็พระราชกําหนด กู้เงินตรงนี้นะครับ ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรนี่มีส่วนร่วมในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้น้อยมาก ในการที่จะนําเสนอถึงปัญหาของความเดือดร้อนนะครับ เนื่องจากเท่าที่ทราบมา ขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ให้สํานักบริหารหนี้สาธารณะนะครับ และแต่ละกระทรวง แต่ละ หน่วยงาน แต่ละกรม ทําโครงการเพื่อที่จะมาขอที่สํานักบริหารหนี้ และเพื่อที่จะให้สํานัก บริหารหนี้สาธารณะ แล้วก็สํานักงบประมาณในการอนุมัติแล้วก็พิจารณาโครงการ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะอธิบายว่ามีคณะกรรมการหรืออะไรที่จะในการอนุมัติ โครงการตรงนี้ขึ้นมา แต่จากที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียนในเขตเลือกตั้งของผมที่เปึนปัญหา คาราคาซังมานาน ผมก็จะร้องแล้วก็จะส่งเรื่องผ่านตรงนี้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาโครงการตรงนี้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ เนื่องจากว่าในเขตเลือกตั้งของผมนี่ในเขตอําเภอชุมพลบุรี ท่าตูม แล้วก็รัตนบุรีมีเขตพื้นที่ ที่ติดกับลําแม่น้ํามูล ซึ่งในแต่ละป้ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมซึ่งเปึนฤดูน้ําหลาก และเปึนช่วงเดียวที่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในเขตเลือกตั้งตรงนี้ได้ทํานา ซึ่งการทํานาของ พ่อแม่พี่น้องในเขตนี้จะทํานาป้ละ ๑ ครั้ง ก็คือปลูกข้าวหอมมะลิ ฉะนั้นเองพอน้ําหลากมา ก็ทําให้น้ําท่วม แล้วก็ทําให้พื้นที่เกษตรกรตรงนี้เสียหายในทุก ๆ ป้ แล้วก็ได้รับความ เดือดร้อน ซึ่งเกษตรกรนี้ทุก ๆ ป้ก็แทบจะต้องดําน้ําเกี่ยวข้าวกันในทุก ๆ ป้นะครับ ซึ่งผมก็ ได้รับเรื่องร้องเรียน แล้วก็ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องในเขตพื้นที่ตรงนี้ที่ได้พูดมา ซึ่งผมก็ได้ สอบถามถึงการแก้ปัญหาไปทั้งทางพ่อแม่พี่น้องในเขตเลือกตั้งตรงนี้ แล้วก็ทาง กรมชลประทานที่ดูแลตรงนี้อยู่ ทางกรมชลประทานก็เคยมีแนวคิดที่จะเสนอในการก่อสร้างพนังกั้นน้ําเพื่อปัองกัน น้ําทะลักจากลําแม่น้ํามูลตรงนี้เข้ามานะครับ ซึ่งระยะทางถ้าเอาจริง ๆ ในเขตที่ได้รับ ผลกระทบนี้จากหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือโครงการมูลล่างตรงนี้ก็จากร้อยเอ็ด สุรินทร์ จนถึงศรีสะเกษ ระยะทางก็ ๑๒๐ กิโลเมตรในข้างหนึ่ง ๒ ข้างก็ ๒๔๐ กิโลเมตร ซึ่งเม็ดเงิน ที่ประเมินไว้ก็ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ก็คือทําเปึนพนังกั้นแม่น้ําสูง ๓ เมตร แล้วก็กว้าง ๕ เมตร แล้วก็มีการทําโรงสูบน้ําด้วยกระแสไฟฟัาอีก ๔ จุด ก็ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็แล้วแต่ว่าทางคณะรัฐมนตรีหรือว่าทางผู้ที่จะอนุมัติ งบประมาณที่จะกู้เงินตรงนี้ ถ้าเห็นถึงความสําคัญก็จะลองพิจารณาดูว่าจากเม็ดเงิน ทั้งหมดถ้าท่านจะพิจารณาว่าจะช่วยได้เท่าไร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมนี้ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งตีเปึนพื้นที่ทํานา รวมถึงข้าวที่จะได้รับในแต่ละป้ก็ประมาณ ๒๔ ล้านกิโลกรัม หรือเปึนเงิน ๓๖๐ ล้านบาท ที่พี่น้องจะต้องสูญหายไป ก็ถือว่าเปึน ความเดือดร้อนจริง ๆ ซึ่งถ้าเทียบกับงบประมาณบางเรื่องที่ผมดูในงบประมาณที่อยู่ใน เล่มนี้ อย่างหน้า ๑๔ ที่มีการอาจจะไม่รู้ว่าอนุมัติไปหรือยัง อย่างเรื่องของงานอํานวย ความปลอดภัยของทางหลวง ๓,๓๐๐ ล้านบาท ติดตั้งไฟฟัาแสงสว่างตรงนี้นะครับ แล้วก็ ไฟจราจร แล้วก็ตีเส้น ผมก็ยังคิดว่าถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ยังสําคัญกว่างานติดตั้งไฟนะครับ ถ้าเปึนไปได้ก็จะฝากฝังกับทางท่านนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านก็เคยเปึนอดีตอธิบดีกรมชลประทานนะครับ ท่านก็จะทราบเรื่องนี้ดี แต่ถ้าผมถามที่ในหน่วยงานมาทางเจ้าหน้าที่บอกว่าแผนยังไม่เคยทํามาเลย ดังนั้นเองยัง ไม่เคยมีแผนหรือทํามาเลยก็จะฝากทางท่านด้วย
สุดท้ายนะครับ อยากจะฝากผ่านทางสภาแห่งนี้ถึงพ่อแม่พี่น้องที่รับฟังการ ออกอากาศอยู่ในเขตเลือกตั้งของผมอยู่ ผมก็ทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้เลือกตั้งมาถึงการแก้ปัญหาบางเรื่องที่ผมว่าน่าจะช่วยท่านได้แก้ปัญหาน้ําท่วม ตรงนี้ได้ ก็จะฝากถึงท่านไป แต่ว่าถ้าโครงการที่ผมได้นําเสนอหรือแก้ปัญหาไปแล้ว ถ้าเกิดว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติหรือว่าในการแก้ปัญหา ก็จะฝากว่าผมก็ได้ทําเต็มที่ แต่ว่าถ้าในป้ที่จะถึงนี้ถ้าเกิดปัญหาอีกนะครับ ก็อยากจะฝากทางท่านที่มีอํานาจ ทางท่าน รัฐบาล ทางท่านรัฐมนตรีก็ฝากช่วยพิจารณา ถ้าไม่ทันในโครงการกู้เงินตรงนี้ สุดท้าย ก็ฝากนะครับ สุดท้ายก็ฝากถึงความห่วงใยถึงทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทางท่านธีระ วงศ์สมุทร ก็ได้รับทราบข่าวว่าภรรยาท่านก็กําลังป์วยเปึน มะเร็งตับอยู่ ก็อยากจะให้ภรรยาท่านหายไว ๆ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณซูการ์โน มะทา ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้อนุญาตให้สภา แล้วก็ได้อนุญาตให้หน่วยงาน ของรัฐโดยเฉพาะสื่อได้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เพื่อ พิจารณาพระราชกําหนดเงินกู้ และผมคิดว่ามีพี่น้องประชาชนที่สนใจที่ติดตามเกี่ยวกับ การอภิปรายพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และร่างพระราชบัญญัติเงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนจํานวนมากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะลงใน รายละเอียดของพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมต้องขอเรียนตามตรง ต่อท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมคนหนึ่งมีความรู้สึกไม่สบายใจมาก ภายหลังจากที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้เรียกเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทําพระราชกําหนดในครั้งนี้มาชี้แจง เราได้รับการยืนยันและทราบว่า เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ ฉบับนั้นเปึนเงินแผ่นดิน ถ้าหากว่าเปึนเงินแผ่นดิน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ ได้เขียนไว้ว่า ถ้าเปึนเงินของแผ่นดินแล้วจะต้องเปึนไปตามกฎหมายอยู่ ๔ ฉบับด้วยกัน ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดในประเด็นนี้ แต่ขอเรียนว่าผมรู้สึกไม่สบายใจในประเด็นนี้ เปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อน สมาชิกที่อยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้และพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังการ ถ่ายทอดสดการประชุมวันนี้จะต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะวันนี้ประเทศไทย สามารถอยู่อย่างมีเอกราชได้เพราะประชาชนคนไทยไม่ลืมประวัติศาสตร์ของชาติไทย เช่นเดียวกันท่านประธานที่เคารพ นอกจากประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว พี่น้องประชาชน ก็จะต้องไม่ลืมว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจนั้นเคยปรากฏและเคย เกิดขึ้นแล้ว ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายก่อนหน้านี้ แต่ผมขอเรียนผ่าน ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนให้ทราบว่า ในการพิจารณางบประมาณพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่าเงิน จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ไม่แยกคนรวย คนจน ชาวไร่ ชาวนา ตาสี ตาสา หรือนายดํา นายแดง ถ้าหากว่ามาตรการการดําเนินนโยบาย ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ประสบ ความล้มเหลว ผมเกรงว่าประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจรอบ ๒ ของประเทศไทย จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ประวัติศาสตร์ที่พวกเราไม่น่าจะลืม เพราะว่า มันเกิดขึ้นผ่านมาแค่ ๑๐ กว่าป้เท่านั้น นั่นคือวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งป้ ๒๕๔๐ ช่วงนั้น พี่น้องประชาชนทุกคน ๖๓ ล้านคนต้องตกเปึนทาสของสถาบันการเงิน ไอเอ็มเอฟ (IMF) ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ต้องแบกภาระหนี้สินของประเทศที่มีผลมาจากการบริหารผิดพลาด ของรัฐบาลที่ผ่านมา ๖๗,๐๐๐ บาทต่อคนที่จะต้องมาแบกภาระในช่วงนั้น หลายคนที่เปึน พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชนบทรู้สึกไม่สบายใจ เช่นเดียวกันวันนี้ผมลุกขึ้นมาอภิปราย พระราชกําหนดวันนี้ก็ไม่ได้ต้องการที่จะอภิปรายว่าผมไม่เห็นด้วยกับความเร่งด่วนหรือ ความจําเปึนของรัฐบาลต่อการกู้เงิน แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ผมต้องการชี้ให้เห็นว่า วิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งนั้นมันส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร และถ้าหากวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งแล้ว พี่น้องประชาชนจะต้อง ประสบกับอะไรนะครับ ท่านประธานที่เคารพ จากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งนั้น ผมเชื่อว่า มันมีหลักฐานปรากฏชัดต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ติดตามรับฟังการอภิปรายว่า มันเปึนวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดของการบริหารราชการของประเทศ แต่ใน ครั้งนั้นพี่น้องประชาชนก็โชคดีเพราะว่าภายหลังจากเกิดวิกฤติต้มยํากุ้งแล้ว ประเทศไทย ได้มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในป้ ๒๕๔๔ และได้เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศได้ตัดสินใจเลือกผู้นําประเทศของเขาเพื่อมาแก้วิกฤติเศรษฐกิจของเขาให้เขา รอดพ้นจากการตกเปึนทาสของ ไอเอ็มเอฟ ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่าการตัดสินใจใน ป้ ๒๕๔๔ นั้นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็ได้มอบความไว้วางใจให้กับอดีต ท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย แล้วก็สามารถใช้ภาวะผู้นํา ความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นําพาประเทศไทย นําพาพี่น้องประชาชนรอดพ้นจากการตกเปึนทาสเศรษฐกิจ หรือเปึนทาสของสถาบัน การเงิน ไอเอ็มเอฟ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายถึงผู้ที่ผมคิดว่ามีบุญคุณต่อพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้ง แต่วันนี้อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องระเหเร่ร่อนด้วยเกมการเมือง ด้วยระบบ ๒ มาตรฐานของประเทศ ไทย แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าวันนี้ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติของอดีต นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ นั้นยังมีอยู่ และคิดว่าสักวันหนึ่งท่านต้องกลับมากู้วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ สําหรับร่างพระราชกําหนดกู้เงินของรัฐบาล ที่เสนอเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบอนุมัติหรือไม่อนุมัติวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่าผมมีความจําเปึนที่จะต้องตั้งข้อสังเกตเพื่อเปึน ข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ผมไม่เชื่อมั่นว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ของรัฐบาลชุดนี้จะสามารถประสบผลสําเร็จได้ด้วยตัวชี้วัดที่ผม จําเปึนที่จะต้องหยิบยกและอธิบายให้สภาแห่งนี้ทราบว่า ปัญหาที่เราไม่มั่นใจก็คือการ แก้ปัญหาต่าง ๆ ของที่ผ่านมานั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ ๑ ที่ต้องใช้เงินงบประมาณถึง ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านใช้มาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจไม่เปึนไปตามหลักเศรษฐศาสตร์สากล โดยท่านได้ทุ่มให้กับการจัดรัฐสวัสดิการ มากกว่าการไปกระตุ้นการขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ผมจึงไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนผู้ยากจน มีอาชีพในเรื่องของการเกษตรและพืช การเกษตรที่มีปัจจัยหรือมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนคือยางพารา วิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีกับวิกฤติเศรษฐกิจในวันนี้ ก็ใกล้เคียงกัน แต่ในช่วงของรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ราคายางพารานั้นกิโลกรัม มากกว่า ๑๐๐ บาท พี่น้องประชาชนขายขี้ยางหรือที่ภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า ยางขี้ครกนั้น ก็สามารถที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่วันนี้ลักษณะปัญหาของวิกฤติเศรษฐกิจก็เปึน เช่นเดียวกันกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่ราคายางนั้นถูกกว่าเปึนจํานวนมาก และวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้บอกผมว่า ขายยางขี้ครก ๑ กิโลกรัม ไม่สามารถ ที่จะซื้อเคยได้ ขอฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคใต้นั้นยากจน ปัญหาเรื่องยางพารา ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นั้นมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชน อย่ามัวแต่สร้างภาพครับ ลงมือปฏิบัติให้เปึน รูปธรรมด้วยครับ ผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงจะลงไปดูในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราให้กับพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ทุกคน นะครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาส พูดในวันนี้นะครับ สําหรับเรื่องในวันนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒
อันดับแรกที่ผมอยากจะกล่าวในวันนี้ก็คือ ต้องขอชมเชยความกล้าหาญ ของรัฐบาลที่นําพระราชกําหนดนี้เข้าในสภาอย่างที่ทุกท่านทราบครับว่า ในสถานการณ์ วิกฤติทั้งทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านการเมืองขณะนี้หากรัฐบาลจะประคองตัวโดย การที่จะไม่ทําอะไรแล้วจัดงบโดยปกติก็ทําได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลได้มองเห็นความสําคัญ แล้วก็ความจําเปึนเร่งด่วนว่าประเทศไทยเรานั้นน่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน จึงนํา พ.ร.ก. ฉบับนี้เข้ามา ซึ่งทําให้เห็นนะครับว่ารัฐบาลนั้นมองเห็นความมั่นคงของรัฐ ของประชาชนมากกว่าความมั่นคงของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะนําเรียนก็คือ ความจําเปึนครับ อย่างที่หลายท่าน ที่ติดตามข่าวจะทราบดีนะครับว่า ความจําเปึนที่ต้องใช้เงินจํานวนมากขนาดนี้เพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยประเทศเดียวนะครับ หากทุกท่านนั้นได้ ติดตามแล้วก็ข่าวสารทางทีวีจะเห็นนะครับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เปึนวิกฤติที่เกิดขึ้นทั่วโลก แล้วก็ลามไปทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว ประเทศไทยเรานั้นก็อยู่ในวงจรของธุรกิจ วิกฤติเหมือนกันนะครับ การทําเศรษฐกิจเสรีนั้นเมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งกระทบมันจะ ส่งผลกระทบโดยรวมกับทุกประเทศทั่วโลก สําหรับประเทศไทยนั้นอย่างที่ท่านทราบ นะครับว่าประเทศไทยเรานั้นการส่งออกนั้นถือว่าเปึนปัจจัยหลักสําคัญที่นํารายได้เข้าสู่ ประเทศ เมื่อประเทศอื่นนั้นประสบภาวะวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจเขาไม่สั่งเข้าสินค้า ประเทศไทยเราเองเปึนผู้ส่งสินค้าก็ไม่สามารถจะมีรายได้เพิ่มขึ้นนะครับ นั่นคือเรื่องที่ผม อยากจะกล่าวให้เห็นว่านั่นเปึนความจําเปึนอย่างหนึ่งที่รัฐบาลต้องใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้เพื่อ นํามากระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ
เรื่องต่อมาเปึนเรื่องที่หลายคนสงสัยนะครับ แล้วก็อยากจะทราบคําตอบ ว่าเปึนอย่างไรบ้าง ผมได้ยินนะครับตามสื่อในช่วง ๒–๓ อาทิตย์มาตลอดว่าส่วนใหญ่ พูดกันแต่ในเรื่องของเงินกู้นะครับว่า กู้มาแล้วมีแต่กู้ ๆ นะครับ ทําไมไม่ทําอย่างอื่น แต่ผม คิดว่าเราคงไม่มองทุกอย่างภายในด้านเดียวนะครับ ข้อดีของการที่รัฐบาลต้องกู้เงินมานั้น ส่งผลโดยตรงกับประชาชน แล้วก็พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ มีประโยชน์หลายเรื่องที่ผม ไม่อาจจะมากล่าวในที่นี้ได้หมดนะครับ แต่ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างบางเรื่องให้ พี่น้องประชาชนที่รับฟังรายการอยู่หรือดูทีวีอยู่ได้ทราบนะครับ
อันดับแรกนะครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เคยกล่าวไว้ครับว่า เงินกู้ทั้งหมดนี้นํามาจากในประเทศ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าระบบ เงินฝากปัจจุบันนี้ หลายคนคงทราบนะครับว่ามีเงินที่มาฝากไว้กับธนาคารเฉย ๆ ในระบบ นี้เปึนจํานวนเปึนเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่ได้มีการนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ หากรัฐบาลนั้นกู้เงินจากเงินในส่วนนี้ ซึ่งเปึนเงินของคนไทยด้วยกันนํามาเพื่อก่อประโยชน์ ให้กับประเทศไทยด้วยกันเองผมคิดว่านั่นเปึนเรื่องที่ดี นั่นคือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องต่อมาก็คือ โครงการต่าง ๆ พี่น้องทุกท่านนะครับ ผมเองนั้นเปึน ส.ส. นะครับ ก็ลงพื้นที่ตลอดหลายคนก็บอกว่าบางโครงการนั้นขอกันมาเปึน ๕ ป้ ๑๐ ป้แล้ว ก็ยังไม่ได้เพราะว่าติดขัดเรื่องงบประมาณ ในครั้งนี้ผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการติดตาม งบประมาณ ซึ่งเปึนกรรมาธิการสามัญอยู่นะครับมีโอกาสได้สอบถามต่อหน่วยงานต่าง ๆ ก็ทราบครับว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังนะครับ ท่านได้เรียกโครงการต่าง ๆ ที่ค้าง อยู่ในระบบทั้งหมดนั้นเอามาพิจารณาครับ แล้วก็อันไหนเปึนสิ่งที่เร่งด่วนนั้นท่านก็บรรจุ เข้าไปโดยไม่ได้ดูนะครับว่าโครงการนั้นริเริ่มขึ้นโดยสมัยของท่านใดหรือรัฐบาลใด อันไหน ที่เปึนประโยชน์กับรัฐท่านก็ใส่เข้ามา นั่นคือสิ่งที่ผมได้พบมานะครับ แล้วก็โครงการที่ พวกเราจะได้อย่างที่เห็นเปึนรูปธรรมครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องชลประทาน ผมคิดว่าการนําเงินมาแล้วก็มาสร้าง ชลประทานขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ อันนี้ประโยชน์ไม่ได้ตกเฉพาะป้นี้ป้เดียว นะครับ แต่อาจจะส่งผลเปึนนับสิบ ๆ ป้ เพราะว่าพื้นที่ใดที่มีน้ําที่ดีนั่นชาวบ้านก็จะได้อาศัย น้ํานั้นทํานาทําไร่ แล้วก็ได้ประโยชน์จากอันนั้นทุก ๆ ป้ต่อไปนะครับ
เรื่องอื่นที่ผมเห็นว่าเปึนประโยชน์มากก็คือ เรื่องการขนส่งและโลจิสติกส์ (Logistics) อย่างที่ทุกท่านได้อ่านได้เห็นนะครับว่าประเทศไทยมีปัญหามากเรื่อง ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ หลายประเทศถ้ามาศึกษาประเทศไทยก็จะ บอกว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยนั้นสูงเกินกว่ามาตรฐานของประเทศรอบข้าง ฉะนั้นการที่รัฐบาลทุ่มทุนและทุ่มเงินมา งบประมาณมาจัดทําแล้วก็มาถนนโครงข่าย ใหม่ ๆ ขึ้นมา สร้างระบบขนส่งมวลชนขึ้นมา จะทําให้ต้นทุนของการขนส่งลดลง อันนี้ ก็เปึนผลประโยชน์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวด้วยครับ เอาใกล้ตัวนิดหนึ่งนะครับ โครงการ ถนนไร้ฝุ์น อันนี้ผมคิดว่าพี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดนี่จะได้เต็ม ๆ นะครับ เพราะว่าในหน้าฝน นี่ครับ อย่างที่คนรู้ครับว่า การเดินทางในบ้านนอกลําบากมากนะครับ แต่ถ้าเรามีโครงการ ถนนไร้ฝุ์นเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว พี่น้องเวลาออกไปเรียนส่งลูกไปเรียนหนังสือ ขี่จักรยานไปก็สะดวกสบายครับ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ผมอยากจะฝากก็คือ เรื่องของสาธารณสุขและ การศึกษาครับ ผมคิดว่าการสาธารณสุขกับการศึกษานั้น ประเทศเราละเลยมานานครับ รัฐบาลนี้ผมคิดว่าเปึนรัฐบาลแรก ๆ นะครับ ที่ทุ่มทุนให้กับการศึกษาแล้วก็สาธารณสุข มากเปึนพิเศษ ผมคิดว่าผลอันนี้นะครับ จะเปึนผลดีระยะยาวแน่นอนนะครับ เพราะว่า การศึกษาอย่างที่หลายคนทราบครับว่า การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนเพื่อการศึกษา ครับ
สุดท้ายนะครับ ที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ก็คือว่า เมื่อรัฐบาลนํา เงินมาลงทุนนะครับ กู้เงินจากในประเทศแล้วก็มาลงทุนสร้างโครงการใหม่ ๆ ผลประโยชน์ ที่เกิดโดยชัดเจนก็คือว่าจะเปึนการสร้างงานใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วก็สินค้าต่าง ๆ ก็จะมี การเคลื่อนไหวนะครับ โรงงานต่าง ๆ ก็จะมีออเดอร์เพิ่มขึ้น สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ สุดท้ายก็มาตกที่ว่ารัฐบาลก็จะได้เก็บภาษีกลับเข้ามามากขึ้นอีก เปึนวงจรที่ครบวงจร พอดีครับ ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาล ผมคิดว่าเปึนความกล้าหาญของท่าน ที่นํา พ.ร.ก. ฉบับนี้เข้ามานะครับ ผมคงใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณบุญเลิศ ครุฑขุนทด ครับ ๑๐ นาทีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมมีข้อคิดเห็นจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจเกี่ยวกับ พระราชกําหนดที่นําขอแสดงความเห็นชอบจากสภาในวันนี้นะครับ ก็นับเปึนหนที่ ๓ ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ที่ได้นําเรื่องของการกู้เงินเข้ามาขอความเห็นชอบ ในสภาแห่งนี้ แล้วก็อีก ๒ วัน วันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ ก็จะเข้ามาอีกพระราชบัญญัติขอกู้ เพิ่มเติม ก็เปึนความจําเปึนครับ ในเรื่องของการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ เงินคืออาวุธสําคัญที่ต้องใช้สอยในการแก้ปัญหา ถือว่าเปึนเรื่องที่จะต้องฟุ๋นฟูนะครับ ไม่ใช่กระตุ้น เพราะวันนี้เศรษฐกิจไม่ใช่ชะลอตัว แต่เศรษฐกิจมันฟุบไปแล้ว หากเปึนคนไข้ ก็เปรียบเสมือนคนไข้ที่ให้น้ําเกลืออยู่ในห้องไอซียู (ICU) แล้วครับ เพราะฉะนั้นจะต้อง ใช้หมอ ใช้ยา มีคุณภาพหมอที่มีความเปึนมืออาชีพ แล้วอย่าลืมว่าเงินที่ท่านขอกู้นั้น ก็เปรียบเสมือนอาวุธที่ยืมเขามาใช้ เพราะฉะนั้นการใช้ขอใช้ให้มีประสิทธิภาพ ใช้ให้ตรง กับปัญหาสมเหตุสมผล โดยเฉพาะกลไกของภาครัฐคือส่วนภาคราชการนั้น เปึนผู้ที่จะนํา นโยบายไปปฏิบัติจะต้องมีวินัยทางการเงินที่ชัดเจน ผมขอยกตัวอย่างที่ผ่านมา ซึ่งเปึน ฐานที่ทําให้พรรคฝ์ายค้านมีความเห็นว่าการกู้นั้นไม่เห็นชอบด้วย เพราะการกู้ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ที่รัฐบาลได้นําพระราชบัญญัติขอเพิ่มเติมงบประมาณกลางป้ เข้ามา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น การนําเงินไปใช้ครั้งนั้นเห็นชัดเจนครับว่าล้มเหลว มีเพื่อน สมาชิกหลายคนหลายท่านได้อภิปรายถึงในเรื่องการนําเงินไปแจก กู้ไปแจก การกู้ไปแจก มันก็ไม่มีทางที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะเรื่องเช็ค บุคคลกลุ่มเปัาหมายนั้นไม่มี ข้อมูลในเรื่องของกลุ่มบุคคล ก็มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งที่ได้กล่าวถึงท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านเปึนข้าราชการบํานาญ ท่านก็ได้รับเหมือนกันเช็ค แล้วพี่น้อง ประชาชนที่เปึนเกษตรกรไม่มีข้อมูลเรื่องรายรับรายเดือนนี่เขาไม่ได้รับ มันจึงเกิดความ เหลื่อมล้ํา และเงินที่นําไปใช้นี่บางทีก็ใช้กันอย่างสะเปะสะปะอย่างที่เรียนไปแล้ว แล้วก็ อยากจะเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับว่า การเรียนฟรี ๑๕ ป้นี่ โดยการซื้อตําราแจก แจกแม้กระทั่งโรงเรียนเอกชนที่มีลูกคนร่ําคนรวยไปเรียน แจกชุดที่เขาไม่ต้องการ แต่การแจกตําราที่ให้ไปเรียนนั้น ให้เรียนต่อเนื่อง ๓ ป้ แล้วจะ พัฒนาอย่างมีคุณภาพ ๑๕ ป้อย่างไรในเมื่อแจกตําราให้ไปเรียนซ้ําซ้อนถึง ๓ ป้ มันก็ หยุดชะงัก แล้วที่สําคัญนักเรียนจะรับตํารานี่ต้องให้ผู้ปกครองนําเงินไปประกันรายละ ๓,๐๐๐ บาท เมื่อเปึนอย่างนี้มันจะเปึนเรียนฟรีได้อย่างไรครับ ๓,๐๐๐ บาทกว่าจะได้รับคืน ก็ต้องสิ้นป้การศึกษา ถ้าตําราชํารุดสูญหายก็ถูกหัก บางโรงเรียนมีนักเรียนเปึนพันคน ลองคูณด้วย ๓,๐๐๐ สิครับ กว่าจะสิ้นป้การศึกษากว่าจะได้รับคืนมันก็เปึนผลลัพธ์เรื่อง ดอกเบี้ยที่โรงเรียนจะได้รับไป
ส่วนเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจครับ ความมั่นคงทาง เศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้นั้นการเมืองต้องมั่นคงเสียก่อน การเมืองจะมั่นคงคือการเมืองที่ ประชาชนให้ความศรัทธาเชื่อมั่น ต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ได้รับความเชื่อมั่น แล้วต้อง เปึนการเมืองที่ไม่เกิดความแตกแยกเหมือนอย่างทุกวันนี้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันรัฐบาล หลายครั้งมีตัวแทนออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเพื่อจะแสดงให้เห็นว่ามีการตามบี้อดีต นายกรัฐมนตรีคนเก่า ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านต้องทราบสิครับว่าท่านเคย สร้างคุณงามความดีมา ท่านย่อมมีพวก ท่านย่อมมีประชาชนที่ให้ความรักความศรัทธา เมื่อมีการออกข่าวเช่นนั้นก็เหมือนว่าย้ํารอยความแตกแยกให้มากขึ้น เพราะฉะนั้น การเมืองมันก็เลยกลายเปึนการเมืองที่แตกแยก ขาดความศรัทธาความเชื่อมั่นจาก ประชาชน เมื่อการเมืองไม่มีความมั่นคงแล้วนี่ก็ไม่สามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจให้มั่นคงได้ จึงขอฝากเรียนไว้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะขอเรียนผ่านไปในเรื่องของการจะฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ ไม่ใช่กู้เงินมามาเพียงแต่มาสร้างโครงสร้างพื้นฐานเสียเปึนส่วนใหญ่ แล้วเศรษฐกิจมันจะฟุ๋นฟูกลับมาได้อย่างไร อยากจะให้รัฐบาลไปเน้นในเรื่องของการหา รายได้ สร้างรายได้ สร้างอาชีพ โดยเฉพาะกระตุ้นให้มีการผลิต ไม่ว่าผลิตด้านเกษตร ผลิตด้านอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้มีการส่งออกให้เกิดรายได้ ท่านอาจจะคิดว่าวันนี้ ประเทศคู่ค้าอย่างประเทศอเมริกาก็ดี ในยุโรปก็ดี เขาก็แย่เศรษฐกิจ ไม่รู้จะส่งออกเขาจะ รับซื้อหรือเปล่า เราก็หันมามองสิครับบ้านเราเปึนเมืองเกษตรกรรม สินค้าเกษตรกรรมยัง มีหลายประเทศในโลกที่เราสามารถจะเปึนคู่ค้าใหม่ได้ อย่างในประเทศรัสเซียนะครับ ประเทศรัสเซียพึ่งสินค้าในการบริโภคเข้าประเทศถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาผลิตเองได้ แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะประเทศเขาเปึนเมืองหนาว ก็ลองใช้ความเปึนมืออาชีพในทาง เปึนพ่อค้าเหมือนอย่างท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร สิครับ ท่านเดินทาง เพื่อที่จะไปขายสินค้าของประเทศ ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเขาว่าได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ มีแต่เดินสายออกไปกู้ ไม่มีความเปึนมืออาชีพในการค้าขาย โดยเฉพาะปัจจุบันนี่ครับ สินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชนที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป ราคาตกต่ํา ทําไมไม่ผลักดัน ไปสู่ประเทศที่เขาต้องการที่จะรับสินค้าเกษตรจากเรา โดยเฉพาะเรื่องของวัวนะครับ วัวนี่ ติดมืออยู่ในพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมาก ในขณะที่เขาซื้อไว้เมื่อ ๒-๓ ป้ที่แล้วนี่ราคา มันสูง แต่ปัจจุบันราคาตกต่ํา และมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจอย่างนี้เขาก็ต้องขนไปขายตลาด นัด ท่านเชื่อไหมครับว่าทุกอาทิตย์ ๆ จะมีพ่อค้า ตัวแทนของพ่อค้ามาดักซื้อวัวตามตลาด นัดเพื่อส่งเวียดนาม เขมร และมาเลเซีย ทําไมทางรัฐบาลไม่ไปแทรกแซงเพื่อให้ราคาวัว มันสูงขึ้น ไม่ไปแทรกแซงในเรื่องการค้าระหว่างประเทศเพื่อให้มันเกิดเปึนระบบเกิดเปึน รายได้และให้ความมั่นใจและความมั่นคงให้พ่อค้าผู้เลี้ยงวัวทั้งหลาย ให้เขาได้มีโอกาส ขายได้กําไรหรือมีโอกาสขายได้ทุนคืนมา นี่ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง
และอีกประการหนึ่งครับ ต้องสนับสนุนให้มีการลงทุน ไม่ว่าในภาค การลงทุนจากต่างประเทศหรือในประเทศ อาจจะคิดว่าคนต่างประเทศเขาไม่กล้ามา ลงทุนในประเทศไทยเสียแล้ว เพราะว่าความมั่นคงทางการเมืองนั้นเขาไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจ รัฐบาล ส่วนการลงทุนในประเทศนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือในเรื่องของการท่องเที่ยวซึ่งเปึน รายได้หลัก แต่อาจจะคิดว่าวันนี้คนต่างประเทศเขาไม่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยแล้ว หลังจากม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง มาสู่ในเรื่องของวิกฤติโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ก็ไม่เปึนไรครับ กระตุ้นในเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างไทยเที่ยวไทยก็ได้ กระตุ้นให้ มันเกิดรายได้ในการลงทุน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ละครับมันจะเปึนรายรับมาสู่การจับจ่าย ของรัฐบาลได้ ในสิ่งที่ผ่านมานั้นมีเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนว่าตั้งแต่ พรรคประชาธิปัตย์เข้ามามีแต่กู้ กู้ กู้ พอกู้เสร็จแล้วไม่เพียงพอเท่านั้นนะครับ ในกู้ครั้งแรก ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่ก็ไปขึ้นภาษีสรรพสามิต โยนภาระให้กับประชาชนครับ พี่น้อง เกษตรกรต้องบริโภคสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น เพราะแหล่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่เปึนสินค้าหลักนั้น ปัจจัยหลักก็คือน้ํามัน มันมีการ ขนถ่าย มีการขนส่ง มันก็ไปบวกกับราคา เมื่อบวกราคาประชาชนที่เปึนผู้บริโภคก็ รับผิดชอบทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงเปึนเรื่องที่โยนบาปให้กับประชาชนที่เขาไม่ได้มีส่วนรับ ในการดูแลในการจ่ายแจกในการกู้ครั้งที่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเกรงว่าทางรัฐบาลจะ เดินผิดลู่ทางอีกครั้งหนึ่ง ในการล้มเหลวในการกู้ครั้งที่แล้วนั้นมันจึงเปึนพื้นฐานแห่ง ความคิดว่า จะเกิดขึ้นในการกู้ในครั้งนี้อีกหรือเปล่า ถ้ากู้ไปแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มัน ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจไม่ได้ เศรษฐกิจยังฟุบอยู่อย่างนี้ล่ะ ไม่มีรายรับเข้าประเทศจะทําอย่างไร ตอนนี้หนี้สาธารณะมันเกินกว่ารายรับรายได้ จีดีพี ไป ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีท่านสมาชิก ท่านหนึ่งพูดว่าไปเปรียบเทียบกับญี่ปุ์น อเมริกา ต้องมาดูฐานทางเศรษฐกิจมันต่างกัน ฐานเศรษฐกิจของญี่ปุ์น ของอเมริกา เขามีฐานทางเศรษฐกิจที่แข็ง แต่ประเทศไทย มีเท่าไร จนปัจจุบันนี้เราก็มองเห็นแล้วว่ามันฟุบแล้ว รายรับที่จะรับเข้ามาเอาเปึน งบประมาณจับจ่ายใช้สอยหาไม่ได้จึงต้องกู้แล้วกู้อีกอย่างนี้แล้วนี่ เพราะฉะนั้นหากกู้ไป แล้วมันไม่สามารถสัมฤทธิผล มันไม่บรรลุเปัาหมาย มันไม่สามารถที่จะฟุ๋นเศรษฐกิจตรงนี้ ให้กลับคืนมาได้แล้วจะทําอย่างไรต่อไป แล้วผมก็ไม่เชื่อว่าหากรัฐบาลบริหารต่อไปแล้ว การกู้จะมีขึ้นอีกหรือไม่ มันจะเพียงพออยู่แค่ในพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้างหน้านี้หรือเปล่า จะมีการกู้เพิ่มเติมอีกหรือเปล่า จะเอาประเทศไทยไปผูกติดอยู่กับ ภาระหนี้สินอีกสักเท่าไร ผมจึงมีความคิดโดยสรุปว่าวันนี้การที่รัฐบาลมุ่งกู้เงินมาสร้าง โครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่ทิศทางในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจต้องไปดูในเรื่องคุณภาพชีวิตของ ประชาชนเปึนหลัก ให้เขามีอยู่ มีกิน ให้เขามีอาชีพ มีรายได้ ให้มีสุขภาพร่างกายดี นั่นละครับ คือคุณภาพชีวิตที่ประชาชนต้องการ ผมจึงถือว่าการบริหารของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดนี้ นั้นไม่เปึนมืออาชีพ เปึนการกู้เงินโดยปราศจากแผนทางการเงินที่ดี ไม่มีกึ๋นในการที่จะ บริหารบ้านเมืองในทางเศรษฐกิจต่อไป ผมเห็นแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๒ ของ กระทรวงการคลังแล้วครับ ถ้ามันเปึนอย่างนั้นผมกลัวว่าจะเปึนแผนปฏิบัติการไทยแช่แข็ง นะครับ ไทยแช่แข็งเหมือนศพมันไม่สามารถที่จะฟุ๋นสุขภาพขึ้นมาได้ แล้วก็ต้องเอาใส่โลงเย็น อย่างเดียวละครับ ขอขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๘ นาทีครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เปึนวันที่มีความสําคัญยิ่งที่พวกเรา ในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสพิจารณาพระราชกําหนดซึ่งเปึน ความเกี่ยวเนื่องอย่างที่พี่น้องประชาชนได้ทราบดีว่าผ่านกระบวนการขั้นตอน ค่อนข้างมาก ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ พระราชกําหนดฉบับนี้เปึนพระราชกําหนดที่ให้อํานาจกับกระทรวงการคลัง ในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ คําถามที่ พี่น้องประชาชนรวมถึงเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีขึ้นในใจขณะนี้อาจจะมีคําถาม สําคัญที่กระผมได้รับทราบอยู่ ๒ คําถาม คําถามแรกก็คือว่า สถานการณ์ในปัจจุบันของ ประเทศต้องฟุ๋นฟูหรือไม่ คําถามที่สองก็คือว่า สภาพการณ์หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันมีความมั่นคงหรือไม่ ๒ คําถามนี้เปึนคําถามที่พวกเราในสภาแห่งนี้ได้พยายาม อธิบายและให้คําตอบ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ใน ๒ คําถามนี้กระผมค่อนข้าง มั่นใจว่าวิญ็ูชนคนไทยที่รักชาติ คนไทยที่มุ่งการแก้ไขปัญหาไม่หนีปัญหามีคําตอบ ตรงกัน คําตอบตรงกันในความเห็นของกระผมก็คือว่า วันนี้เปึนความจําเปึน เปึนความ จําเปึนที่เราจะต้องเร่งฟุ๋นฟูประเทศ ในขณะเดียวกันก็เปึนความจําเปึนที่เราต้องสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและต้องเปึนการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ขออนุญาตท่านประธานขีดเส้นใต้คําว่า แบบยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ มีคําถามต่อมาว่า เราจะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอย่างไร เราจะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืนอย่างไร ในขณะที่สถานการณ์โลกใน ปัจจุบันพวกเราทราบดีว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้เปึนวิกฤติทั่วทั้งโลก ในขณะที่เปึนวิกฤติ ทั่วทั้งโลกภายในประเทศของเราเองก็มีปัญหาอย่างที่พี่น้องประชาชนและเราทราบกันดี ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ความร่วมมือเพื่อการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในครั้งนี้จะ ผลักภาระให้ใครฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องเปึนความร่วมมือของพวกเราทั้งประเทศ ร่วมกัน ภาคส่วนต่าง ๆ มีความสําคัญยิ่งครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ภาคส่วนที่มีความสําคัญต่อการฟุ๋นฟูและการสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจในวันนี้ นอกจากภาคราชการแล้วยังมีภาคเอกชน ในขณะที่ภาคเอกชนในวันนี้ เพื่อนผมหลายท่านได้ให้ความคิดความเห็นว่าภาคเอกชนวันนี้ต้องทําตัวเสมือนกบ ทําตัว เสมือนกบอย่างไร ผมขอคําอธิบายจากเหล่านักธุรกิจเหล่านั้น เพื่อนผมบอกว่าต้องอยู่ นิ่ง ๆ ต้องจําศีล รอให้บรรยากาศเอื้ออํานวย รอให้สถานการณ์เอื้ออํานวย กบเหล่านั้นถึง จะมาแพร่พันธุ์ มาขยายพันธุ์ นั่นคือการออกมาสร้างฐานะทางเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ บรรยากาศอย่างนี้จึงเปึนบรรยากาศที่รัฐบาลจะต้องรับภาระใน การลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ รัฐบาลจึงต้องรับภาระในการสร้างบรรยากาศเพื่อให้ เอื้ออํานวยต่อกบที่จะออกมาขยายพันธุ์ ออกมาจากที่จําศีล ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เปึนความกล้าหาญของรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง รัฐบาลกล้าที่จะวางรากฐานสําคัญ ๕ รากฐานด้วยกัน เท่าที่ผมได้พิจารณาจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ที่อยู่ ในมือของกระผมในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ๕ รากฐานที่รัฐบาลนี้วางไว้เปึน ๕ รากฐานที่จะต้องวางเพื่อคนไทยในอนาคต ๕ รากฐานอย่างที่ผมกราบเรียนประกอบ ไปด้วย ๕ เสาหลักอย่างนี้ครับ จากเรื่องของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เสาเอก เสาแรกที่รัฐบาลนี้วางไว้ซึ่งเราพิจารณากันอยู่ในขณะนี้นั่นคือเสาเอกเรื่องการพัฒนาคน นั่นคือเสาเอกเรื่องการปฏิรูปการศึกษาระยะที่ ๒ ท่านประธานคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงที่ ผ่านมามีอาคารหลังใด มีตึกหลังใด มีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ใด มีห้องสมุดแห่งใด ที่รัฐบาลผ่าน ๆ มาตลอดระยะเวลา ๔-๕ ป้ ลงทุนในเรื่องเหล่านี้มาก ผมมั่นใจว่าวันนี้ คําตอบอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนว่าการลงทุนในเรื่องเหล่านี้ในช่วงที่ผ่านมาน้อยมาก เสาเอกเสาแรกที่ รัฐบาลนี้วางจึงเปึนเรื่องของการพัฒนาคน นั่นคือหนึ่งในนโยบายสําคัญ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เสาโทหรือเสาที่ ๒ ที่วางในขณะนี้นั่นคือการ วางเรื่องของการสาธารณสุข การให้บริการที่เปึนธรรมต่อพี่น้องประชาชนในทั่วทุกพื้นที่มี ความจําเปึน โรงพยาบาลประจําตําบลเพื่อให้พี่น้องได้เข้าถึงการบริการเปึนเสาโทหรือ เปึนเสาที่ ๒ ที่รัฐบาลวางไว้ภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ รวมถึงเสาบริวารเสาที่ ๓ นั่นคือเรื่องน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ อีสานบ้านผมขาดพื้นที่ชลประทานมาติดต่อกันหลายสิบป้ หลายรัฐบาลกล่าวอ้างว่าจะมุ่งที่จะพัฒนาอีสาน แต่ผมยังไม่ปรากฏว่ามีรัฐบาลใดจริงใจ ในเรื่องชลประทานของพี่น้องชาวอีสาน ท่านครับ วันนี้พี่น้องชาวอีสานหวังพึ่งนะครับ หวังพึ่งแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นแผนปฏิบัติการฉบับนี้ ผมมองว่าเสาที่ ๓ มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแน่นอน เสาที่ ๔ เปึนเรื่องของถนนไร้ฝุ์น นั่นคือถนนที่เชื่อมโยงระหว่างตําบลสู่ตําบล ท่านครับชนบทก็เปึนคนไทยครับ ทําไมเราจะ ไม่ให้โอกาสกับเขาในการสัญจรไปมาอย่างสะดวกสบาย เงินจํานวนไม่มากไม่น้อยครับ ถ้าเราจะทําให้ถนนเหล่านั้นเปึนถนนลาดยาง พี่น้องผมเจ็บป์วยไม่สบายมาที่โรงพยาบาล ด้วยความสะดวก พี่น้องผมจะลําเลียงผลิตผลทางการเกษตร ก็ขอให้เขามีถนนลาดยาง ที่สามารถลําเลียงได้เถอะครับภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ และสุดท้ายครับท่านประธาน ที่เคารพครับ นั่นคือ เสาที่ ๕ ที่จะนําความเข้มแข็งมาสู่ประเทศไทยนั่นคือเรื่องของการ ท่องเที่ยว ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ถ้าเราเร่งเรื่องนี้เราเตรียมการรองรับความ เปลี่ยนแปลงของโลกที่กําลังจะมีขึ้นในอนาคต เศรษฐกิจไม่ซบเซาตลอดไปหรอกครับ มีแต่วันจะดีขึ้น ๆ ถ้าเราเตรียมการวันนี้ เราย่อตัวลงหน่อยหนึ่งเพื่อที่จะกระโดดให้สูงขึ้น นั่นคืออนาคตของชาติ ผมมั่นใจว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเปึนกําลังแรงใจให้กับรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่าน เพื่อให้ไทยเดินไปข้างหน้า ด้วยความเข้มแข็งในป้ ๒๕๕๕ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี ดอกเตอร์พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องขออนุญาตตําหนิรัฐบาลอย่างมาก ๆ ทีเดียว เพราะว่าในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองนั้นมีแนวทางในการบริหารมากมาย เหลือเกิน สิ่งที่รัฐบาลกําลังทําอยู่ในขณะนี้ผมต้องกราบเรียนว่ากําลังทําร้ายประชาชน กําลังทําบาปกับประชาชน สิ่งที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่าตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลชุดนี้ ได้เข้ามาทําหน้าที่ในการบริหารประเทศชาติ ๕-๖ เดือนที่ผ่านไป งบประมาณที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจในระยะที่ ๑ สร้างความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ผมจะขออนุญาตกราบเรียนความ ล้มเหลวก่อนที่จะไปถึงการกู้ การสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชนอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตที่จะนําเรียนในเรื่องของความล้มเหลวของรัฐบาลให้เห็นเปึนเบื้องต้นก่อน ว่าล้มเหลวในเรื่องอะไรบ้าง
เรื่องแรก ในเรื่องของปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน รัฐบาลไม่ได้สนใจ ปากท้องของคนรากหญ้า การนําเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับคนที่มีรายได้ การที่จะไปสร้าง ต้นกล้าอาชีพก็ดี อสม. ก็ดี รัฐบาลลืมไปว่ารัฐบาลกําลังทําในสิ่งที่ประชาชนกําลัง เดือดร้อน นั่นก็คือการขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ ซึ่งเปึนสิ่งที่จําเปึนต้องใช้สําหรับ พี่น้องประชาชนในชีวิตประจําวัน โดยเฉพาะเรื่องน้ํามัน เรื่องปุิย ประชาชนรากหญ้าไม่ได้ รับประโยชน์อะไรเลย มีแต่ที่จะขึ้นราคาไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ปากท้องประชาชนที่ได้รับความ เดือดร้อน รัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ปัญหาด้านสังคม ปัญหาเรื่องการว่างงาน โรงงาน ต่าง ๆ ถูกป่ด เอสเอ็มอี ไม่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ และหนําซ้ําที่ผมจะกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลกําลังจะแย่งเงินที่มีอยู่เพียงจํากัดในการลงทุน รัฐบาลกําลังจะแย่งประชาชนไป แย่งผู้ประกอบการไป
ปัญหาในเรื่องด้านการเกษตร เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง เรื่องลําไย ลิ้นจี่มีปัญหา
ปัญหาเรื่องการศึกษาต้องกราบเรียน บังเอิญท่านรัฐมนตรีมานั่งอยู่ ตรงนี้ด้วย เรียนฟรีมีคนฝากมาว่า เรียนฟรีจริงหรือเปล่า บางโรงเรียนยังเก็บค่าเล่าเรียน อยู่ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ท่านรัฐมนตรีจะได้ไปตรวจสอบดูว่ามันจริงหรือเปล่า ที่ ส.ส. พูดมามันจริงไหมนะครับ ท่านไปตรวจสอบที่โรงเรียนอนุบาลจังหวัดขอนแก่นว่า มีการเก็บเงินสําหรับผู้ที่จะเข้าเรียน แม้แต่ชั้น ป. ๑ ชั้น ป. ๑ ท่านครับ ค่าบํารุงการศึกษา เขาต้องจ่ายไปถึง ๑๗,๐๐๐ บาท เปึนค่าเทอม ๑๗,๕๐๐ บาท แล้วยังไปจ่ายค่า อีพี (EP) อีพีนี่ก็คงหมายถึง อิงลิช โปรแกรม (English Program) อีก ๔๐,๐๐๐ บาท ท่านตรวจสอบด้วยนะครับว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนมานี้จริงหรือเปล่า แล้วก็มีร้องเรียนขึ้นมา อีกเยอะแยะ เรื่องหนังสือหนังหาที่ยังไม่ครบก็มีนะครับ อันนี้ก็เรื่องการศึกษาที่เปึนความ ล้มเหลวของรัฐบาลที่บอกว่าจัดให้ฟรี บางโรงเรียนไม่ฟรีจริงหรอกครับ ต้องตรวจสอบนะครับ
ปัญหาด้านสาธารณสุข เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้ว ท่านอย่าประมาท ในเรื่องของไข้หวัดหมู ไข้หวัดอะไร ๒๐๐๙ ท่านอย่าประมาท ขณะนี้แพร่กระจายอย่าง รวดเร็วเหลือเกิน รวดเร็วมาก วันนี้โรงเรียนหลายโรงเรียนสั่งป่ดอีกแล้ว เพราะมันระบาด เข้าไปในโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า มันกระจายกันได้ เราลืมมองไปว่ามันมาจากคําว่า ไข้หวัดหมู เราตรวจสอบดูสิว่า หมูเรากินทุกวันนี้มันมีการแพร่ตรงนี้หรือเปล่า เราไม่ได้ตรวจสอบ เรามองข้ามไปเลยว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเปึนเรื่องของการไม่รุนแรงเท่ากับไข้หวัดใหญ่ ไม่รุนแรง ท่านตรวจสอบดูด้วยนะครับ ตรงนี้ก็ทําให้ประเทศไทยเรานี่ได้ถูกมองไปว่าเราละเลยไป หรือเปล่าในเรื่องของการเอาใจใส่ แม้แต่เรื่องของโรคเอดส์สายพันธุ์ใหม่ก็ดีเปึนแป็บเดียว แล้วก็เงียบไปเลยหายเงียบไปเลย ปัญหาเรื่องของภาคใต้ ปัญหาเรื่องความรุนแรง ไม่ลดละเลยตลอดระยะเวลา ๕–๖ เดือนที่ผ่านมาไม่ลดละเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือว่าจะ ล้มเหลวหรือประสบความสําเร็จในสายตาของท่านก็ลองเปรียบเทียบกันดูกับรัฐบาล ชุดที่ผ่านมานะครับ
สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านกําลังจะขอกู้ที่เข้ามาในสภาไม่มี รายละเอียดของโครงการเท่าที่ควร ท่านบอกว่าจะทําตรงโน้นตรงนี้ไม่มี มีแต่บอกว่าทําทั้ง ประเทศไทย ทําในจังหวัดโน้น จังหวัดนี้ โครงการละเท่าไรไม่มีรายละเอียดเลย เวลาเรา จะไปกู้ธนาคาร ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะต้องมีแหล่งที่มาของเงินที่จะมาใช้หนี้ นี่ไม่มีเลยว่าเราจะได้เงินรายได้มาจากไหนที่จะมาขอกู้ในสภา มาให้สภาอนุมัติไม่มีแหล่ง ตรงนี้ ผมอยากจะกราบฝากเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่กู้มานี้นะครับเปึนห่วงในเรื่องของการใช้ และกู้ในส่วนที่ไม่จําเปึนเท่าที่ควร ผมอยากจะฝากว่าโครงการที่ผมจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ อย่างเช่นเรื่องของโลจิสติกส์ของกระทรวงคมนาคม ท่านบอกว่ามันมีเรื่องของระบบ รถไฟฟัาเส้นสีแดง สีม่วง สีเขียว สีชมพู สีน้ําตาล ระบบรถราง ระบบจัดหาโบกี้ แล้วก็ รถไฟรางคู่ ทางพิเศษ แล้วก็ถนนไร้ฝุ์น เรื่องของเงินกู้นี่นะครับอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีที่กําลังนั่งอยู่ตรงนี้ว่าเราทําอย่างนี้ ได้ไหม ในส่วนที่จําเปึนต้องกู้ที่มันไม่ก่อให้เกิดรายได้จําเปึนต้องกู้ก็คือกู้ แต่ในส่วนที่ สามารถที่จะให้เอกชนมาลงทุน ไม่ว่าจะเปึนเอกชนในประเทศหรือต่างประเทศมาลงทุน เราสามารถให้เขามาลงทุนได้ไหม เราไม่ต้องสร้างภาระหนี้สินให้กับประชาชน อย่างเช่น ในเรื่องของถนนไร้ฝุ์น ไม่เปึนไร ถ้าเรากู้ก็กู้ทําได้ เพราะว่าตรงนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ แต่ในเรื่องของรถไฟรางคู่ก็ดี รถไฟฟัาก็ดี แล้วก็ทางพิเศษก็ดี จากระบบทางพิเศษบางปะอิน สระบุรี โคราช เราใช้ระบบเงินที่ให้เอกชนมาลงทุนได้ไหม เราไม่จําเปึนต้องไปใช้เงินกู้ เพราะตรงนี้สามารถเก็บเปึนคันรถได้อยู่แล้ว แล้วมีเกิดรายได้แต่ถนนไร้ฝุ์นนี่ประชาชน เดือดร้อนต้องจัดให้เขากู้ได้
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านมองภาพในของถนนไร้ฝุ์นตรงนี้นะครับนิดเดียวว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่จะไปแฝงอยู่ในเฉพาะของทางหลวงชนบทอย่างเดียว อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องของระบบ โลจิสติกส์ทั้งหมด ถนนที่เปึนลูกรัง ๗๐ เปอร์เซ็นต์จะไปอยู่ในส่วนของดูแลของ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยู่ทางหลวงชนบท เพราะฉะนั้นจะ ให้มันปลอดฝุ์นจริง ๆ ท่านจะต้องไปดูแลในส่วนของที่อยู่ในกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน อบต. ใน อบจ. ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเพราะงบประมาณไม่พอ งบประมาณไม่มี นะครับ ก็ไปทุ่มเฉพาะในส่วนของทางหลวงชนบท ทางหลวงชนบทก็มีอยู่ในความดูแล เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นี่เปึนส่วนที่หนึ่ง อยากจะฝากถามท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนความห่วงใยในเรื่องของเงินผู้สูงอายุเช่นกัน ขณะนี้ อบต. เขาเริ่มที่จะมีความหวั่นไหว เพราะท่านกําหนดให้ ๖ เดือน เดือนละ ๕๐๐ บาททุกคน ทุกคนได้รับหมด แต่บาง อบต. ก็เขาทําล่วงหน้าไปแล้วละมันร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว บาง อบต. ก็เพิ่ม งบประมาณเข้าไป เปึนห่วงอยู่ว่าหลังจากครบ ๖ เดือนไปแล้วงบประมาณอยู่ที่ไหน ปัญหา อบต. จะไม่มีเงินจ่าย เพราะลําพังงบประมาณที่ใช้สําหรับการพัฒนาก็ดี ดูแลใน เรื่องของส่วนอื่น ๆ อบต. ก็หนัก ตรงนี้เปึนปัญหา เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ อบต. จะดูบางส่วน เท่านั้นเอง และอีกส่วนหนึ่งที่มีความจําเปึนทาง อบจ. ก็ได้เข้าไปสนับสนุน แต่ว่าในส่วนที่ จําเปึนที่รัฐบาลจะต้องดูแล นั่นก็คือในเรื่องของผู้สูงอายุที่ไม่ใช่ข้าราชการบํานาญนะครับ อันนี้เห็นด้วย แต่เปึนห่วงว่าหลังจาก ๖ เดือนไปแล้วท่านจะดูแลอย่างไรนะครับ นี่ก็เปึน เรื่องห่วงใย เพราะฉะนั้นในส่วนที่ผมขออภิปรายวันนี้นั้นเราจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการกู้ เพราะว่าประชาชนบอบช้ํามาก บอบช้ํามากจริง ๆ เราหลีกเลี่ยงได้นะครับ ไม่จําเปึนต้องกู้ ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ออก พ.ร.ก. มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ไม่จําเปึนนะครับ ถ้าตัดได้ตัดบางส่วน สร้างภาระให้กับประชาชนนี้ทําบาปนะครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล ขอบคุณมากครับ
ดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ด้วยผมได้อ่านและศึกษาพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะโครงการการลงทุนภายใต้แผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง สาขาที่ ๑ การบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ด้วยวงเงินกู้ป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ด้วยงบประมาณถึง ๖๗,๑๑๓ ล้านบาท ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวเกษตรกรเปึนอย่างมาก แล้วก็เปึน โครงการที่ยั่งยืนถาวรและเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะ พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกรในการขุดลอกหนอง คลอง บึง และได้แก้ไขการขาดแคลนน้ําในหน้าแล้ง ใน ๓ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะทางท่านนายกรัฐมนตรี ผมได้เรียนท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าพี่น้องชาวอีสานมีปัญหาการขาดแคลนน้ําในหน้าแล้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ใส่ใจเปึนพิเศษ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องชาวเกษตรกร และนอกจากนั้นยังไม่พอ หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในจังหวัดนครพนมได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะชลประทาน จังหวัดนครพนมได้นําเครื่องสูบน้ําไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทุกอําเภอ และนอกจากนี้ ยังมีโครงการต่าง ๆ ที่จะก่อสร้างระบบชลประทานที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวจังหวัด นครพนมและจังหวัดใกล้เคียง ได้แก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรได้อย่างยั่งยืน อาทิ โครงการก่อสร้างประตูน้ําห้วยทวย ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ด้วยงบประมาณถึง ๔๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งชาวบ้านได้รอมานานหลายสิบป้และเปึนจริง ในรัฐบาลชุดนี้ และเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมและจังหวัดสกลนคร และโครงการต่อมาคือ โครงการฝายโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ตําบลนาขมิ้น อําเภอ โพนสวรรค์ ด้วยเงินงบประมาณถึง ๑๖๘ ล้านบาท ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวอําเภอ โพนสวรรค์และอําเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องเกษตรกรและจัดสร้างชีวิตพี่น้องเกษตรกรได้มั่นคงขึ้น คือโครงการอ่างเก็บน้ํา เสริมทฤษฎีใหม่ของหนองหวาย ตําบลนาขมิ้น อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ด้วยงบประมาณถึง ๒๘ ล้านบาท และโครงการอ่างเก็บน้ําเสริมทฤษฎีใหม่หนองกุดแค่ ตําบลนาขมิ้น อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ๒๙ ล้านบาท โครงการต่อมาคือ โครงการอ่างเก็บน้ําเสริมทฤษฎีใหม่ของหนองนาแซง หมู่ ๔ บ้านโพนสวรรค์ ตําบล โพนสวรรค์ อําเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ด้วยเงินงบประมาณ ๒๘ ล้านบาท และโครงการต่อมาคือโครงการระบบส่งน้ํา สถานีสูบน้ําบ้านแพงกลาง ตําบลบ้านแพง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ด้วยเงินงบประมาณถึง ๑๓ ล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการ พี่น้องเกษตรกรก็ดีใจ แล้วก็โทรศัพท์มาขอขอบพระคุณทางด้านกรมชลประทานเปึน อย่างมาก ส่วนโครงการที่ยังมีประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมากที่ทางรัฐบาลนี้ ยังไม่บรรจุในเงินงบประมาณป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ ซึ่งจะขอฝากทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและรัฐมนตรีช่วยได้ช่วยพิจารณาถึงโครงการก่อสร้าง สถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาบ้านหาดกวน ตําบลไชยบุรี อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม และก็ สถานีสูบน้ําด้วยไฟฟัาบ้านพะนอมเหนือ ตําบลพะนอม อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ที่เหลือ ๒ โครงการที่จะมีประโยชน์ต่อพี่น้องประชากร พี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมาก นะครับ
ส่วนโครงการต่อมาก็คือ เกี่ยวกับสาขาที่ ๒ สาขาขนส่ง โลจิสติกส์ ของ กระทรวงคมนาคมเปึนวงเงินกู้ถึง ๖๕,๕๓๑ ล้านบาท ซึ่งรับผิดชอบโดยท่านรัฐมนตรี โสภณ ซารัมย์ และท่านได้ลงนามอนุมัติก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ ที่จังหวัดนครพนม ด้วยเงินงบประมาณ ๑,๖๔๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง จังหวัดใกล้เคียง เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวไทย พี่น้องชาวลาวและชาวเวียดนาม แล้วก็ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๔ ที่เชียงของ จังหวัดเชียงราย ด้วยเงิน งบประมาณถึง ๑,๖๐๐ ล้านบาท นั่นคือโครงการที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเปึน จํานวนมาก ซึ่งจะทําให้การท่องเที่ยวและก็เศรษฐกิจดีขึ้น และถ้าเปึนไปได้ ผมอยากจะ ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีวิสัยทัศน์เพิ่มเติม ความเจริญต่อไปที่จะ ตามมาก็คือ จะขอสะพานแห่งที่ ๕ ที่อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพราะว่าที่อําเภอ บ้านแพงนี้จะอยู่ห่างจากจังหวัดหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ ๒๒๐ กิโลเมตร ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๒ จังหวัดมุกดาหาร ๒๐๐ กิโลเมตร และห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ ที่จังหวัดนครพนม ๑๐๐ กิโลเมตร ถ้าสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๕ นี้จะเปึนเส้นทางเส้นตรง หมายเลข ๘ และอยู่ใกล้เวียดนาม เมืองวินห์เพียง ๑๔๘ กิโลเมตร ซึ่งไปกลับจาก เมืองไทยไปเวียดนาม ไปเช้า เย็นกลับได้ และถ้าจะไปจีน เมืองกวางตุ้ง กวางสี จังหวัดหนานหนิง จังหวัดกวางโจว ก็ไปเพียงแค่ ๗๐๐ กิโลเมตร ทีนี้นอกจากจุดที่จะสร้าง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๕ ที่ผมได้ขอเสนอเรื่องก่อสร้างไป ยังจะมีประโยชน์กับ ทางที่รัฐบาลได้สร้างด่านท่าเทียบเรือน้ําลึกด้วยเงินงบประมาณถึง ๔๓,๖๐๑,๐๐๐ บาท แล้วก็กําลังจะเป่ดเปึนด่านถาวรเพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และสินค้าข้ามไปประเทศ ลาว เวียดนาม และจีน และต่อไปที่ทั้ง ๓ ประเทศนี้จะเปึนแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่และ เปึนเส้นทางที่จะส่งสินค้าไปทั้ง ๓ ประเทศ เปึนเส้นทางที่ใกล้ที่สุด และแนวโน้มต่อไปก็จะ มีสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด
ต่อไปสาขาที่ ๔ โครงสร้างพื้นฐานพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเงินงบประมาณ ๕๓,๒๗๐ ล้านบาท ผมจะขออนุญาต เสนอแนะเฉพาะทางด้านของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนในต่างจังหวัด ยังขาดแคลนคอมพิวเตอร์เปึนจํานวนมาก ในห้องเรียน ชั้นเรียนที่จะเรียนคอมพิวเตอร์ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ๑ เครื่องต่อ ๑๐ คน อยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนต่างจังหวัด โดยเฉพาะ ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้โรงเรียนของ กทม. เขาได้มีนโยบายไปแล้วว่า ๑ คนต่อ ๑ เครื่อง ถ้าเปึนไปได้ทางท่านรัฐมนตรีจะได้ช่วยแก้ไขในเรื่องนี้ จะเปึนเรื่องที่ดี แล้วก็เกี่ยวกับ ปัญหาเกี่ยวกับการฝากเด็กเข้าเรียนหรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเปึนปัญหาเรื้อรัง มานาน ผมอยากให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ถ่ายวีซีดีจากโรงเรียน ดัง ๆ ที่อาจารย์ดี ๆ สอน อาจจะยกตัวอย่าง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาไปแจกให้กับนักเรียนในต่างจังหวัดทุก โรงเรียน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาเด็กต่างจังหวัดมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย สอบเอเน็ต (A-Net) โอเน็ต (O-Net) แล้วสอบไม่ได้ ต้องไปทํานาหรือตกงาน ถ้าเปึนไปได้ ท่านรัฐมนตรีช่วยถ่ายวีซีดีไปแจกนักเรียนทุกโรงเรียนนะครับ แล้วก็ปัญหาเด็กต้องมา เรียนกวดวิชา ทางรัฐบาลเราน่าจะแก้ไขให้มหาวิทยาลัยช่วยออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ให้ออกตามตําราเรียนหรือตามแบบฝ๊กหัดที่นักเรียนได้เรียนไป อย่าไปออกให้มันยากหรือ ออกเกินตําราเรียน ไม่อย่างนั้นแล้วนักเรียนต้องไปเสียเงิน ต้องไปเข้าโรงเรียนดัง ๆ ถึงจะ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วเด็กต่างจังหวัดก็โอกาสที่จะสอบแข่งกับจังหวัดใหญ่ ๆ หรือ กรุงเทพฯ นี่ยากนะครับ อย่างมากก็ได้เปึนแค่ครู อาจารย์ เปึนพยาบาล
ทีนี้ต่อไปเปึนสาขาที่ ๙ การพัฒนาการท่องเที่ยว ผมก็อยากจะเสริม เพิ่มเติมนอกจากเงินงบประมาณที่จัดไปแล้ว ๓,๑๗๙ ล้านบาท อยากจะขอให้ได้เล็งเห็น การพัฒนาการท่องเที่ยวไปทางภาคอีสานให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวจาก ต่างประเทศที่ไปทางภาคอีสานยังจํานวนน้อย โดยเฉพาะที่อําเภอบ้านแพง จังหวัด นครพนม ที่ผมกล่าวไป ปัจจุบันมีฝรั่งหรือยุโรป อเมริกาได้มาเที่ยวมากขึ้น เพราะเปึน เส้นทางเส้นใหม่ที่จะเดินทางไปเวียดนาม ไปจีน เปึนแหล่งท่องเที่ยวที่แบบธรรมชาติ มีภูเขา ถ้ํา น้ําตกสวยงาม ขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
ท่านสมาชิกครับ คณะรัฐมนตรีได้ทําหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎรนะครับ จะขออนุญาต แจกเอกสารกรอบการใช้เงินกู้ตามพระราชกําหนด เดี๋ยวสภาผู้แทนราษฎรจะแจกให้กับ พวกเราพร้อมกับระเบียบวาระการประชุมในวันพรุ่งนี้นะครับ แล้วก็จะแนบลงไปในแฟัม ระเบียบวาระการประชุมด้วย ขอให้ท่านได้โปรดอ่านดูด้วยนะครับ ต่อไปคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมรู้สึกเสียใจต่อการกู้เงินของรัฐบาล เสียใจ ต่อการแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศด้วยเงิน ต้องยอมรับครับ กู้แล้วก็กู้อีก เดี๋ยวก็กู้อีก แล้วบอกว่ากู้แล้วประเทศไทยเข้มแข็ง ท่านประธานครับ เงินไม่ใช่พระเจ้าอย่างเดียว การที่จะแก้วิกฤติต่าง ๆ นั้น กําลังสมอง กําลังของปัญญาสําคัญเท่า ๆ กับเงิน ท่านประธานครับ อันดับแรกที่กระผมพูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้อยู่ตลอดเวลาว่า สิ่งสําคัญที่สุดของประเทศไทย ณ วันนี้ขอความยุติธรรม ขอความยุติธรรมกลับมาสู่ ประเทศไทย แค่นี้คนไทยก็จะมีกําลังใจ ขยันขันแข็งต่อสู้กับวิกฤติของประเทศได้ แต่วันนี้ ๒ มาตรฐานก็ยังมีอยู่ แม้แต่เด็กลูกครึ่งที่ตามหาพ่อ พอมีกระแสก็ทําไป แต่พอกระแส หายไปก็ละทิ้ง วันนี้เด็กที่ตามหาพ่อแม่มีอีกเปึนร้อย ๆ คนยากลําบาก แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ ใส่ใจ อันไหนเปึนกระแสก็จับมา แล้วก็หาคะแนน ท่านประธานที่เคารพ ความยุติธรรม ไม่มี ความเชื่อมั่นก็ไม่มา รัฐบาลชุดนี้ถือว่าเปึนรัฐบาลที่มีวินัยการเงินการคลังที่ถดถอย กระผมคิดว่าการบริหารจัดการจําเปึนที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องเอามาใช้ ท่านไม่ได้พูดถึง เรื่องอื่นเลย พูดถึงแต่เรื่องการกู้ขาดประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะถึงมือพี่น้องประชาชนสักเท่าไร ตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด วันนี้ เพิ่มเปึน ๕ จังหวัด มีคณะรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยเฉพาะแต่ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคมมาจนถึง วันนี้ฆ่ากันทุกวัน ผมเจ็บช้ําน้ําใจ เจ็บแทนคนไทย ครูท้องแก่ใกล้จะคลอดต้องเสียชีวิต รัฐบาลน่าจะให้ความสําคัญมากกว่านี้ แรก ๆ ก็ใส่ใจตอนที่ครูจูหลิงถูกทุบจนตาย ท่านกุลีกุจอท่านใส่ใจแต่อาจจะไม่ใช่รัฐบาลนี้ ยกย่องส่งเสริมให้เกียรติเปึนวีรสตรี แต่ครู ท้องแก่ซึ่งเสียชีวิตไปนั้นท่านทําไม่สมเกียรติ ท่านจะต้องให้ความสําคัญมากกว่านี้ ภายใน วันที่ ๒ มาจนถึงวันนี้ นอกจากครูท้องแก่แล้วก็ยังมีคาร์บอมซึ่งเปึนครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเริ่มใช้คาร์บอม ท่านประธานครับ ท่านก็ยังเฉย จับใจความ ไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีนั้นได้พูดเปึนสาระว่าอย่างไร สุดท้ายพี่น้องมุสลิมซึ่งหันหลังให้กับ กระบอกป๋นจะต้องมาล้มตายบาดเจ็บเปึนจํานวนมาก จริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีหรือว่า รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะต้องบินภายใน ๒๔ ชั่วโมง จะต้องไปตรวจ ไปให้กําลังใจ ท่านให้ความสําคัญน้อยมาก ท่านประธานครับ สุดท้ายเขา ก็ฆ่าพระซึ่งกําลังบิณฑบาต ท่านก็ยังเฉย จับประเด็นไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีจะเอาอย่างไร พูดแก้ตัวไปวัน ๆ เมื่อวานนี้ก็ยังมีอีก แล้วจะยังมีอีกต่อ ๆ ไป แล้วท่านจะเอาเงินไปถมอีก สักเท่าไร งบประมาณประจําป้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดว่าเอาไปแบ่ง ๕ จังหวัด จังหวัดละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามันจะแก้ปัญหาได้มากกว่าเอาทหารเปึนหมื่น ๆ คน ไปอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้น้ํามันเบนซิน ๓๙ บาท ท่านขึ้นภาษีน้ํามัน น้ํามัน ดีเซล ๑๗ บาท ท่านเก็บภาษีไป ๑๐ กว่าบาท น้ํามันเบนซิน ถ้าท่านไม่เก็บภาษีน้ํามันนี่ น้ํามันจะลิตรละ ๒๔ บาทเอง และน้ํามันเบนซินจะลิตรละ ๑๐ บาทเอง อันนี้แหละพี่น้อง ชาวเกษตรกรต้องการและโหยหา เดี๋ยวเขามีคําถามมาถามท่าน ท่านประมาณการ เศรษฐกิจผิดพลาด จีดีพี ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์นั้น ท่านรัฐมนตรีก็ยังนิ่ง ข่าวว่ายุคนี้การเงิน การคลังของประเทศตกต่ําสุดขีด เพราะการเมืองครอบงําสั่งการ วันนี้ละครับพี่น้อง เกษตรกรไม่ใช่คนค้าขายนะครับ คนค้าขายธรรมดากู้ดอกเบี้ย ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ดอกเบี้ย เงินฝาก ๑ เปอร์เซ็นต์ ต่างกันตั้ง ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พี่น้องเกษตรกรกู้จากสหกรณ์และ สถาบันการเงิน ๙ เปอร์เซ็นต์ครับ เกษตรกรผู้ยากไร้ต่างจากคนธรรมดาตั้ง ๒ เปอร์เซ็นต์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปึนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เปึนคนที่กู้มาก ที่สุดในประเทศไทยในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๓ นั้นรัฐบาล ชุดนี้จะใช้เงินบริหารประเทศถึง ๒,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินงบประมาณอีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะใช้ ไม่ทราบว่าท่านจะอยู่ถึง ปลายป้ ๒๕๕๓ หรือเปล่า ถ้ารัฐบาลของท่านอยู่ไม่ถึง แล้วการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไม่ได้ ใครจะมารับผิดชอบ วันนี้พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ประเทศไทยเปึนหนี้ ๓,๖๙๐,๐๐ ล้านล้านบาท เกิดมาก็เปึนหนี้อยู่ ๕๗,๐๐๐ บาทต่อหัว แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้กู้ไทยเข้มแข็งเสร็จสิ้น ในป้ ๒๕๕๓ แล้วนี่ พี่น้องประชาชนจะเปึนหนี้คนละ ๗๘,๐๐๐ บาทต่อหัว ท่านไม่ได้ทํา อะไรนะครับ เงิน ๒,๐๐๐ บาทก็ไม่ได้ แต่ท่านต้องมาแบกภาระหนี้ตั้ง ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ถ้าเอามาลงสู่หมู่บ้าน ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านและชุมชน จะได้หมู่บ้านละ ๑๐ ล้านบาทครับพี่น้อง นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ให้พี่น้องหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้มีมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เก็บดอกเบี้ยได้ แล้วยังเอาเงินไป บริจาคให้คนพิการ ให้คนยากไร้ได้ ถ้ารัฐบาลชุดนี้กู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาลง ไปในหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑๐ ล้านบาท เงินก็จะหมุนหลายรอบ นี่คือวิธีคิดของคนเพื่อไทย ผมไม่อยากเห็นว่าคนไทยนั้นจะต้องมาเสียค่าโง่ จะต้องหายใจเปึนเงินโดยขาดปัญญา ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องในพื้นที่ถามว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะมีเงิน ๒,๐๐๐ บาทไหม ๒,๐๐๐ บาทที่แจกให้คนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ที่แจกให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น วันนี้ เกษตรกรผู้ใช้แรงงานจะมีโอกาสได้เงิน ๒,๐๐๐ บาทไหมจากการกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๒ มาตรฐานยังมีอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินอีก ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุโขทัย กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ให้ โอกาสผมได้อภิปรายเกี่ยวกับกรอบพระราชกําหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในป้ ๒๕๕๒ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันนี้ในสถานการณ์ตอนนี้ว่าสภาวะเศรษฐกิจของโลกนั้น เปึนอย่างไร สภาวะเศรษฐกิจในครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะว่าเหตุที่เกิด เกิดจากภายนอกเข้านํามาสู่ภายในประเทศ ก็เนื่องจากว่าสหรัฐอเมริกา สภาวะเศรษฐกิจ ของทางด้านอเมริกาเกิดปัญหา แล้วลามมาสู่ทางยุโรป และเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งจะต้องรับผลกรรมอันนี้ด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นในความจําเปึนของทางรัฐบาลที่ได้พูดมา อยู่เสมอว่า มีความจําเปึนที่จะต้องหาเงินมากอบกู้เศรษฐกิจของประเทศไทยให้ได้ ไม่ว่า จะทางใดทางหนึ่ง แต่ทางที่ดีที่สุดซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี หรือว่าแม้กระทั่งทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวมาตลอดว่า ก็คือระบบการกู้เงิน และการกู้เงิน ครั้งนี้รัฐบาลเองนั้นบอกว่า กู้เงินภายในประเทศ ไม่ใช่กู้เงินต่างประเทศอย่างที่ฝ์ายอื่น ๆ พยายามกล่าวหามาตลอดนะครับ ฉะนั้นผมเห็นว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ที่จะ เกิดขึ้นเปึนประโยชน์กับพี่น้องชาวไทยเปึนอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความจําเปึน เพราะว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการ เข้มแข็งของทางรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้มีความจําเปึน เพราะว่าที่จะต้องมาออกเปึนพระราชกําหนด พระราชกําหนดนั้นจะเห็นว่าเปึนโครงการ ที่เฉียบไวและทันต่อเหตุการณ์กว่าพระราชบัญญัติที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นในการที่ รัฐบาลได้ออกเปึนพระราชกําหนดในครั้งนี้ผมเห็นว่าเปึนความจําเปึน เพราะว่าถ้าหากว่า วันนี้ทางสภาได้ผ่านความเห็นชอบในวันนี้ไป ไม่ว่าจะเปึนเดือนหน้า เดือนต่อไปโครงการ ต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นในท้องถิ่นเปึนจํานวนมากหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนระดับ หมู่บ้าน ระดับตําบล ระดับอําเภอ โครงการที่ประชาชนต้องการรอคอยก็จะเกิดขึ้น หลาย ๆ โครงการ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร พี่น้องประชาชนในประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ ภาคอีสาน ต่างก็รอคอยในเรื่อง โครงการการเกษตรที่รอที่จะให้รัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขยายระบบ ชลประทานไปสู่ชนบท ที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเปึนผู้แทนคนไหนเวลาพูดอภิปรายในสภา ทุกคนจะบ่นกันมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องโครงการการเกษตร ซึ่งมีความจําเปึนที่จะต้องขยาย ระบบชลประทานไปหลาย ๆ พื้นที่ แม้กระทั่งที่บ้านกระผมเองที่จังหวัดสุโขทัยก็มีปัญหา เปึนอย่างมาก ก็รอคอยที่จะรองบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้เหมือนกันที่จะไปพัฒนาใน แหล่งน้ําลุ่มน้ํายม จะรอคอยในการที่จะได้งบประมาณนั้นไปขุดอ่างเก็บน้ําทําแก้มลิงใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลก็คงจะได้ฟุ๋นฟูบูรณะทําให้เกิด ประโยชน์ในเรื่องของการเกษตร เพราะว่าพี่น้องประชาชนหรือว่าโรงงานต่าง ๆ ที่ป่ดลง ก็ทําให้คนงานนั้นตกงานต้องกลับไปสู่ถิ่นเดิม แล้วคนงานที่กลับไปสู่ถิ่นเดิมบ้านเดิมนั้น นอกจากทําการเกษตรเท่านั้นคือหัวใจหลักของเขา ฉะนั้นการเกษตรสิ่งสําคัญที่สุดก็ต้องมีน้ํา
และอีกโครงการหนึ่งที่ประชาชนรอคอยก็คือ เรื่องของโครงการทางด้าน คมนาคม ไม่ว่าจะเปึนอีสาน ภาคเหนือ ถนนที่ยังเปึนฝุ์นยังมีอีกมาก ถนนที่ยังเปึนดินก็ยัง มีอีกมาก รอคอยที่จะให้ทางรัฐบาลนั้นไปฟุ๋นฟูไปปรับปรุงดําเนินการที่จะสร้างถนนให้ เปึนถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีต หลาย ๆ เส้น หลาย ๆ สายเพื่อสะดวกในด้าน คมนาคม ในด้านขนพืชไร่การเกษตรต่าง ๆ ของพี่น้อง เพราะอาชีพหลักของพี่น้องใน ประเทศไทยส่วนใหญ่จะทําด้านการเกษตรเปึนหลัก ฉะนั้นความสําคัญในเรื่องของการที่ มีถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต จึงมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง
และอีกโครงการหนึ่งที่ผมเห็นในแผนโครงการลงทุนในโครงการนี้ก็คือ เรื่องด้านการศึกษา ที่ผ่านมาผมเองนั้นได้พบผู้บริหารสถานศึกษาเปึนจํานวนมากก็บ่น เปึนเสียงเดียวกันว่าไม่เคยได้งบที่จะไปพัฒนาด้านการศึกษาให้อย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะ เปึนงบซ่อมแซม ไม่ว่าจะเปึนงบสร้าง หรือไม่ว่าจะเปึนงบที่จะไปพัฒนาทางด้านบุคลากร ทางด้านการศึกษา แต่ครั้งนี้ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีโครงการที่จะลงทุน ทางด้านการศึกษาเปึนจํานวนมากเพื่อที่จะผลักดันงบประมาณในเรื่องของเงินกู้ในครั้งนี้ ไปทําประโยชน์เกี่ยวกับด้านการศึกษาในแต่ละโรงเรียน
อีกโครงการหนึ่งที่มีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการก็คือเรื่องของโครงการ การท่องเที่ยวและโครงการที่จะบูรณะอุทยานประวัติศาสตร์หลาย ๆ แห่ง แม้กระทั่งที่ จังหวัดสุโขทัยบ้านผมนั้นไม่เคยได้รับงบประมาณในเรื่องการที่จะไปซ่อมแซมบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์ แต่ครั้งนี้ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าก็คงจะได้งบประมาณในงบกระตุ้น เศรษฐกิจครั้งนี้ไปดําเนินการเพื่อที่จะไปบูรณะเปึนแหล่งท่องเที่ยวให้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้ เชิญชวนชาวต่างชาติไปเที่ยวให้มากขึ้น
และอีกโครงการหนึ่งที่มีความจําเปึนก็คือทางด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึน เรื่องการปรับปรุงสถานีอนามัยให้เปึนโรงพยาบาลเสริมสร้างสุขภาพระดับตําบล พี่น้องประชาชนในระดับตําบลก็รอคอย หวังที่จะให้สถานีอนามัยที่ห่างไกลและที่ตําบล ใหญ่ ๆ ได้เปึนโรงพยาบาลสักครั้งหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือทาง การแพทย์ก็มีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง ที่ทางด้านสาธารณสุขนั้นรอคอยที่อยากจะให้ สถานีอนามัยก็ดี โรงพยาบาลระดับอําเภอก็ดี ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยในการที่ จะไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป์วย ฉะนั้นในครั้งนี้ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าการที่ ทางรัฐบาลได้จัดโครงการงบกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ในครั้งที่ ๒ เพื่อที่จะไปแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตระดับพื้นราบ ระดับตําบล ระดับหมู่บ้าน คงเปึนประโยชน์ มหาศาลอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาโครงการงบกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะแรกก็ได้ผลมาแล้ว ไม่ว่าจะเปึนโครงการผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท ฉะนั้นผู้สูงอายุทุกคนที่ได้รับ ต่างบอกว่าเปึนประโยชน์สําหรับในชีวิตบั้นปลายของเขา แม้กระทั่งเรื่องของการเรียนฟรี ๑๕ ป้ที่ผ่านมาก็เปึนประโยชน์ และโครงการ อสม. อะไรต่าง ๆ ฉะนั้นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ ๒ ที่พี่น้องเขารอคอยกันอยู่ แล้วมาเปึนโครงการที่เฉียบไว้และทันต่อเหตุการณ์ อย่างแน่นอน ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลและทางสภาแห่งนี้จะได้ผ่านโครงการนี้ใน วันนี้เพื่อนําไปสู่ประชาชนต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณนฤมล ธารดํารงค์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันจะมาพูดถึงพระราชกําหนดเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยดิฉัน ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เลยนะคะ เพราะว่าในส่วนหนึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อ ๖ เดือนที่แล้วนะคะ มีการออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ มาแล้ว ๑ ครั้ง ระยะที่ ๑ ก็ยังไม่ได้ดําเนินการไปถึงไหนเลย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องหลาย ๆ โครงการ ในส่วน ตรงนี้ดิฉันมองว่าเงินงบประมาณของเดิมท่านยังเบิกจ่ายใช้ได้ไม่หมดเลยนะคะ บางโครงการใช้ไปแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และบางโครงการแทบจะไม่ได้มีการเบิกใช้เลย ก็ว่าได้ แล้วนี่ท่านมาขอเบิกใช้เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ดิฉันกลับมองว่า มันน่าจะเปึนการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ แล้วมันเปึนการที่รอได้นะคะ อย่าง ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่เขตอุตสาหกรรมโดยรอบกรุงเทพมหานคร หรือเขต ปริมณฑลตรงนี้นะคะ หรือผลกระทบโดยทั่วไปในประเทศ เรื่องของคนตกงานคนว่างงาน ปัญหาคนตกงานเปึนปัญหาที่ใหญ่กระทบเศรษฐกิจโดยตรงและสําคัญอย่างมากนะคะ ที่ว่ากระทบอย่างมากเพราะอะไร เพราะว่า ๑ คนในครอบครัว ๑ ชีวิตที่เขาตกงาน มันหมายถึงการกระทบคนทั้งครอบครัวของเขาเลย มันไม่ใช่แค่เพียงคนคนเดียว แล้วดิฉัน ได้อ่านรายงานจากสํานักงานสถิติแห่งชาติมีการรายงานว่าจะมีผู้ตกงานเพิ่มขึ้นอีกใน เดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ ๘๒๐,๐๐๐ คน อย่างที่ท่านกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้บอกเมื่อเช้าว่ามีคนตกงานอยู่ ๗๑๐,๐๐๐ คน แต่สถิติล่าสุดที่ดิฉันดูนี้คือเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ตกงานอยู่ ๘๒๐,๐๐๐ คน ในเดือนเดียวกันของป้ที่แล้วมีคนตกงานอยู่ ๕๕๐,๐๐๐ คน เท่ากับว่า ๑ ป้ที่ผ่านมามีคนตกงานทั้งหมด ๒๗๐,๐๐๐ คน ในส่วนตรงนี้ไม่ทราบว่า รัฐบาลได้เข้าใจปัญหาตรงนี้ว่าเปึนปัญหาเร่งด่วนหรือไม่ เดี๋ยวดิฉันจะลองไล่ดูนะคะ ปัญหาเหล่านี้คนตกงานปัญหาที่มันเกิดตามมาจากคนตกงาน สิ่งแรกเลยมันเปึนเหมือน วงจรเลยเมื่อคนตกงาน เด็กจบใหม่ก็ไม่มีงานทํา เมื่อเขาไม่มีงานทําพ่อแม่เขาหาเงินมา ส่งให้ลูกเรียนหนังสือใช่ไหมคะ ก็หวังว่าเมื่อลูกจบการศึกษาจะมีงานทําและเอาเงิน เหล่านั้นไปใช้หนี้ที่ได้กู้หนี้ยืมสินมาทั้งในระบบและนอกระบบก็ว่าได้ แต่เมื่อลูกเรียนจบ การศึกษามาไม่มีงานทําพ่อแม่ก็ไม่มีเงินใช้ก็ต้องหันไปกู้เงินนอกระบบอีก มันก็เกิดคดี อาชญากรรมขึ้นมา เห็นไหมคะตามหน้าหนังสือพิมพ์ปัจจุบันนี้จะมีทั้งคดีปล้นปัูมน้ํามัน ปล้น มินิมาร์ท (Minimart) จี้แม้กระทั่งคนแก่คนชราที่เดินริมถนน หรือแม้แต่ยาเสพติด ท่านสงสัยไหมคะว่าปัจจุบันนี้คดียาเสพติดปัญหาด้านสังคมทําไมมันเกิดขึ้นมากมาย เกิดขึ้นยิ่งกว่าแบคทีเรียอีกก็ว่าได้ เรียกว่าระบาดไปทุกตรอกซอกซอยเลยนะคะ เพราะ อะไรคะ เพราะคนตกงาน คนก็อยากมีรายได้ เมื่อไม่มีรายได้ก็ต้องฉกชิงวิ่งราวหรืออะไร เล็ก ๆ อะไรน้อย ๆ ที่พอจะหาเงินมาช่วยค้ําจุนครอบครัวได้ก็ต้องทํานะคะ ซึ่งยาเสพติด เหล่านี้มันได้หายไปนานหลายป้แล้วนะคะ เท่าที่ดิฉันอ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และ ในส่วนเหล่านี้ดิฉันอยากจะฝากว่า ทําไมรัฐบาลน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจแผนที่ท่านร่างขึ้น มานะคะ ทําเกี่ยวกับเรื่องของโครงการต้นกล้าอาชีพ ซึ่งดิฉันได้อ่านตามโครงการต่าง ๆ ของท่านในระยะที่ ๑ รัฐบาลได้ตั้งวงเงินไว้ถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็มาดูว่า ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านเบิกใช้จริง ๆ แค่ ๑,๔๔๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าโครงการนี้ถ้าสําเร็จ สามารถช่วยคนตกงาน คนที่กําลังถูกเลิกจ้างงานและคนที่จบใหม่ได้ถึง ๕,๐๐๐ คน แต่ดิฉันลองอ่านดู ติดตามข่าวตามโครงการนี้ดูนะคะ มีคนมาใช้ร่วมโครงการกับท่านอยู่ แค่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง นี่คือระยะแรกนะคะ แล้วดิฉันก็จะดูว่ารัฐบาลจะมา อธิบายเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ก็ได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศ ไทยว่า กําลังวางแผนแก้ไข ดิฉันก็งงว่าเงินมหาศาลขนาดนี้ทําไมท่านไม่วางแผนเสียแต่ เริ่มแรกก่อนการใช้เงิน นี่เอาเงินมาใช้แล้วค่อยวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างนั้นหรือคะ มันเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณแบบโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า ท่านน่าจะไปลอง ทบทวนระยะที่ ๑ ก่อนจะดีไหมนะคะ ดิฉันคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีวิสัยทัศน์หรือมี ความคิดให้เปึนผู้ใหญ่มากกว่านี้อีกสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าการบริหารประเทศแบบนี้ มันไม่ใช่การบริหารประเทศแบบเด็กเล่นขายของนะคะ อยากให้ท่านทบทวนสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าโครงการที่กําลังทําอยู่ ณ ปัจจุบันยังไม่เดินหน้าไปถึงไหนเลย ท่านก็จะกู้มา เพิ่มเติมอีกแล้ว อย่างในระยะที่ ๒ ท่านก็จะกู้อีกนะคะ โดยบอกว่าโครงการนี้อีก ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็บอกว่าโครงการนี้ที่ท่านร่างมาในโครงการไทยเข้มแข็งป้ ๒๕๕๓ ท่านบอกว่าถ้าโครงการนี้สําเร็จจะสามารถนําพาประเทศให้ประเทศมีเศรษฐกิจดีขึ้น และก็รองรับสร้างงานให้คนได้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ดิฉันอ่านเอกสารดูแล้วนะคะ กว่า ท่านจะกู้จนครบโครงการทั้งหมดจนถึงสิ้นป้ ๒๕๕๕ เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นจริงอย่างที่ท่าน บอกนะคะ อาจจะมีการจ้างงานได้ครบถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนอย่างที่ท่านว่า แล้วในช่วง ก่อนที่จะถึงป้ ๒๕๕๕ ระยะเวลา ๓ ป้รัฐบาลคิดไหมคะว่าชาวบ้านจะทําอย่างไรกัน รัฐบาลมีโครงการจะสร้างงานให้คนตกงานคนเหล่านั้นอย่างไร และคิดว่าจะหาโครงการ อะไรมาทําให้เขาเหล่านั้นได้มีงานทํากันสักกี่คนละคะ
ส่วนในเรื่องของการกู้หนี้ที่ท่านบอกว่า จะนํามากระตุ้นเศรษฐกิจ ดิฉันมอง ว่ารัฐบาลนี้ท่านชอบพูดแต่เรื่องของอนาคต เวลาที่มีปัญหาในปัจจุบันแต่สิ่งที่ควรจะทํา สําหรับอนาคตท่านกลับไม่ทํา ชอบทําแต่เรื่องที่เปึนปัจจุบัน อย่างเช่นว่า มีคนเขาบอกว่า ดิฉันก็ฟังเขามาอีกทีหนึ่ง ชาวบ้านนะคะเขาฝากมาบอกว่าที่เห็นผลงานเปึนรูปธรรมจริง ๆ ของรัฐบาลนี้ก็คือการหาพ่อให้เคอิโงะ ดิฉันก็เอ๊ะจริงหรือเปล่า แต่ฟัง ๆ ดูก็เริ่มชักจะ คล้อยตามเขาแล้วนะคะ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่ารัฐบาลนี้โชคดี โชคดีในเรื่องของอะไรคะ คือโชคดีที่หมีแพนด้าหลินฮุ่ยออกลูกในรัฐบาลท่าน นั่นก็คือว่าท่านสามารถประสบ ความสําเร็จที่ทําให้หลินฮุ่ยออกลูกในรัฐบาลของท่านได้ ก็ถือว่าเปึนความโชคดีของรัฐบาล นี้ แล้วก็อย่างที่ดิฉันบอกนะคะ รัฐบาลนี้ชอบพูดแต่เรื่องของอนาคตเวลาที่มีปัญหา ในปัจจุบัน แต่พอเรื่องในอนาคตกลับไม่แก้ปัญหากลับชอบทําแต่เรื่องที่เกิดในปัจจุบันนี้ เท่านั้น
สุดท้ายนี้นะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากรัฐบาลไป ๑ ข้อนะคะว่า ท่านจะ แก้ปัญหาคนตกงานได้อย่างไร เพราะในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มว่าปัญหาคนตกงานจะ เพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นกลางป้นี้ถึงประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน และบริษัทต่าง ๆ จะเลิกกิจการกัน นะคะ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๒๗๐ กว่าแห่ง ก็ต้องขอฝากรัฐบาลนี้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณ ค่ะ
เชิญคุณนคร มาฉิม ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลแทนคนไทยทั้งประเทศที่ท่าน ได้ตัดสินใจที่จะวางรากฐานทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม แล้วก็การพัฒนาประเทศ ให้มั่นคงแล้วก็ยั่งยืน เราจะไม่มองแบบฉาบฉวยว่าเอาเงินมาให้ชาวบ้าน เอาเงินไปให้กู้ แล้วก็เอาเงินไปให้หมู่บ้านต่าง ๆ แล้วนี่นะครับ แล้วก็ได้รับความนิยม แต่ที่ต้องชื่นชมก็คือ ท่านวางรากฐานให้กับประเทศอย่างแท้จริง แล้วก็ผมเองก็ขอที่จะเปึนผู้หนึ่งในการที่จะ สนับสนุนการออก พ.ร.ก. เงินกู้จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมไปถึง พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันพรุ่งนี้ ท่านประธานที่เคารพ ครับ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเรามีอยู่หลายอย่าง เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว ก็ได้อภิปรายไปก่อนแล้ว
เรื่องที่ ๑ ก็คือ เรื่องทางหลวงชนบท เท่าที่สํารวจแล้วก็เปึนข้อมูลทาง วิชาการของกรมทางหลวงชนบท ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร ที่ยังไม่ได้ลาดยาง ทั่วประเทศ ที่พี่น้องประชาชนในหลายหมู่บ้าน หลายพันหมู่บ้านนะครับที่การเดินทาง ค่อนข้างที่จะลําบากค่อนข้างที่จะเดือดร้อน จังหวัดพิษณุโลกก็ไม่ต่างกัน หรือจังหวัด อื่น ๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือตอนบนก็ไม่ต่างกัน ยังมีถนนที่ยังเปึนฝุ์นเปึน โคลนตมแล้วก็ยากต่อการเดินทางไปมาหาสู่ของราษฎรในการที่จะไปทําปฏิบัติหน้าที่ใน อําเภอ ในตําบลที่ตนเองอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร แต่เสียดายที่ข้อจํากัดด้าน งบประมาณรัฐบาลสามารถที่จะทําได้จํานวนแค่เพียงยังไม่ครบทั้ง ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร ถ้าเกิดว่าลาดผิวถนนที่ดีหน่อยก็ประมาณกิโลเมตรละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตรก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดว่ารัฐบาลที่นําโดยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ สามารถที่จะทําถนนทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอ ใน ทุกภาคทั่วประเทศให้เปึนถนนปลอดฝุ์นจริง ๆ ชาวบ้านจะไม่ลืมท่านนะครับ แล้วก็จะมี ความมั่นคงให้กับรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องแหล่งน้ํา ผมเองได้พยายามติดตามเรื่อง การพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อที่จะเดินไปสู่เปัาหมายที่จะให้ประเทศของเราเปึนอู่ข้าวอู่น้ํา สร้างความมั่นคง ยั่งยืน แล้วก็มั่งคั่งให้เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ผมดูเปัาหมายและ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้ง ๘ ภารกิจหลักที่เปึนยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลที่จะนําไปสู่ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งแล้ว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๓ ป้ รัฐบาลที่นําโดย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ให้ความสําคัญกับภาคชนบทค่อนข้างสูง มาก พัฒนาแหล่งน้ําเปึนอันดับที่ ๑ ท่านประธาน อันดับที่ ๒ ก็คือ วางเครือข่ายระบบ การคมนาคมทั้งประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเสริมท่านประธานครับ ก็คือ โครงการทาง หลวงเชื่อมเมืองใหญ่ ๆ แล้วก็ภาคต่อภาค ยังไม่มีระบบการวางระบบถนน ๔ ช่อง การจราจรครบถ้วน ซึ่งอันที่จริงในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ท่านเปึน ผู้ริเริ่มแล้วก็เปึนผู้สร้างถนน ๔ ช่องจราจรต่อเนื่องเชื่อมทุกภาค ภาคอีสาน ภาคเหนือ ได้รับอานิสงส์ตั้งแต่สมัยที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ แล้วตอนนี้คนก็ยังนึกถึงท่านว่า สัญลักษณ์ของท่านก็คือ เปึนผู้ริเริ่มในการสร้างถนน ๔ ช่องจราจร แต่ในช่วง ๗ ป้ ในช่วง ของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เปึนต้นมา แผนในการสร้างถนน ๔ ช่องการจราจรแทบ หยุดชะงักเลยท่านประธานครับ พอมาเดินในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมอยากจะนําเรื่องนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญ แล้วก็วาง ยุทธศาสตร์เพื่อวางโครงข่ายทั้งในภูมิภาค ในประเทศ แล้วก็เชื่อมกับภูมิภาคทั่วประเทศ แล้วก็ในภูมิภาคอินโดจีนของเรา เพื่อให้ประเทศของเราเปึนศูนย์กลางของอินโดจีนอย่าง แท้จริงในระบบโลจิสติกส์
ที่อยากจะเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ที่ผมยังเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะเพิ่ม แล้วก็ให้ความสําคัญก็คือ การขนส่งระบบราง ท่านประธานที่เคารพครับ เราทราบว่า กลไกราคาน้ํามันของตลาดโลกนั้นสูงมากที่มีความผันผวน และประเทศของเรา ผมเคย อภิปรายไว้ครั้งหนึ่ง ประเทศของเราขาดดุลจากการนําเงินทั้งงบประมาณ ทั้งเงินภาษี แล้วก็รายได้ของประชาชนที่เปึนรายได้รวมของประชาชาติเรานะครับ ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราจะต้องไปซื้อป่โตรเลียมจากทุกภูมิภาคทั่วโลก เปึนสิ่งที่ น่าเสียดาย รัฐบาลจะต้องให้ความสําคัญกับการพัฒนาพลังงานสีเขียว พัฒนาพลังงาน ทดแทนให้ความสําคัญกับการที่จะนําเอาสินค้าทางภาคเกษตรมาผลิตเปึนพลังงาน ทดแทนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีความสมดุลในด้านการใช้พลังงาน เช่นเดียวกันที่ผมต้อง พูดถึงการพัฒนาการขนส่งระบบรางนี่นะครับ อย่างเช่น การสร้างรถไฟรางคู่ ตอนนี้เราทํา ได้น้อยมาก แค่เพียงไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของเส้นทางรถไฟที่มีอยู่ ทั้ง ๆ ที่การรถไฟมีแผน ในการที่จะพัฒนาก่อสร้างรถไฟรางคู่ไว้ทั่วประเทศ ๘๓๒ กิโลเมตร ท่านประธานครับ สายเหนือ ๔๑๘ กิโลเมตร สายอีสาน ๗๘ กิโลเมตร สายใต้อีก ๓๓๖ กิโลเมตร ที่เปึน ระบบเครือข่ายโลจิสติกส์ของระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินงบประมาณประมาณ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมว่า เราทําอย่างไรที่จะวางความเข้มแข็งในระบบการขนส่งทั้งใน ประเทศ ในระดับภาคเพื่อเชื่อมต่อถึงกัน ผลดีเปึนอย่างไรครับท่านประธานครับ ผลดีก็คือถ้าเกิดว่าเรามีระบบขนส่งระบบราง แล้วก็ต่อไปจะพัฒนาเปึนระบบรถไฟ ความเร็วสูงแบบที่อารยประเทศ อย่างเช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ์น จีน ที่เขาพัฒนาระบบ รางดีแล้ว ๑. ลดการขนส่ง ลดค่าใช้จ่ายต้นทุนในการขนส่ง ลดความเสี่ยง มีความ ปลอดภัยสูง ตรงเวลา ลดภาระในการขาดทุนที่เราจะต้องใช้เงินงบประมาณจํานวน มหาศาลในการซื้อน้ํามันจากต่างประเทศป้ละนับล้านล้านบาท แล้วเงินต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะ หมุนเวียนอยู่ในระบบในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นที่ผมจําเปึน ที่จะต้องพูดถึงก็คือ หลายท่านก็บอกว่า ถ้าเกิดว่ากู้มาแล้วเอาไปทําอะไร ก็กู้มาสร้างงาน ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง การสร้างงานก็คือการกระจายรายได้เข้าไปถึงทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ คนก็จะมีงานทํา สถิติชัดเจนถ้าเกิดว่ารัฐบาลไม่กู้วิกฤติ เศรษฐกิจด้านต่าง ๆ จะยิ่งหนักหน่วงยิ่งขึ้น คนงานอาจจะตกงานไปถึงล้าน ๒ ล้านคน แต่ตอนนี้ได้ชะลอการเลิกจ้าง ได้พยุงกิจการของผู้ประกอบการให้ยังคงสถานะอยู่ หลังจากนั้นนักศึกษาที่จบใหม่ป้ละประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเกิดว่ารัฐบาลไม่เริ่มนับ ๑ ณ ตั้งแต่วันนี้ในการที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แล้วก็กระจายออกไปทุก ภูมิภาคทั่วประเทศ นักศึกษาที่จบซึ่งก็เปึนลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศป้ละ ๗๐๐,๐๐๐ คน เขาจะเอางานที่ไหนทํา ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อคนมีงานทํา มีรายได้ มีอาชีพ และเรามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ยั่งยืน ความมั่งคั่งจะ ตามมา และประเทศไทยก็พร้อมที่จะสู้กับทุกประเทศทั่วโลก เราเดินมาถึงจุดนี้ถือว่า รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วครับ อย่าไปกังวลอย่างอื่น ขอให้กําลังใจรัฐบาลที่จะเดินไป อย่างเข้มแข็ง มั่นคง และนําพาประเทศของเราและประชาชนของเราให้ฟันฝ์าวิกฤติใน ทุก ๆ ด้าน ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขออย่าเพิ่งให้คิดเวลาเพราะว่าเพื่อนฝากเอกสารมาเพิ่งได้ เอกสารตอนประมาณเกือบ ๕ โมงเย็น กรอบการใช้เงินกู้ค่ะ
อย่าเสียเวลาครับ คุณอภิปรายเลย
ท่านฝากมาว่ารายละเอียดเพิ่งจะมา ว่า พ.ร.ก. นี้สรุปแล้วว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนี่ก็เพื่อที่จะป่ดหีบเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี้ก็เพื่อที่จะทําแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ พอมาดู รายละเอียดแล้วงบประมาณไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วนนะคะ มันเปึน ๒๓๕,๗๒๐ ล้านบาท ท่านก็บอกว่าที่ส่วนเกินมา ๓๕,๗๒๐ ล้านบาทนี้ทางรัฐบาลจะเอา เงินตรงไหนมาปฏิบัติ ส่วนเรื่องของตัวดิฉันก็เกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ที่เกิดปัญหาที่ทางรัฐบาลขาดเงินงบประมาณ
พระราชกําหนด ไม่ใช่ พระราชบัญญัติ
ค่ะ พระราชกําหนด ในการที่จะนํา เงินมาเพื่อที่จะมาใช้จ่ายในการบริหารประเทศชาติ เพราะว่าเกิดปัญหาทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ จึงทําให้ทางรัฐบาลมีมาตรการในการที่จะใช้วงเงินตรงนี้ ซึ่งทางรัฐบาล ได้ใส่เอกสารมาว่า เปรียบเสมือนทางรัฐบาลเปึนพ่อ เปึนหัวหน้าครอบครัว เมื่อมีไฟไหม้ บ้านแล้ว ทางหัวหน้าครอบครัวจําเปึนที่จะต้องช่วยเหลือคนในครอบครัว
ทางมาตรการแรกของทางรัฐบาลบอกว่าเปึนมาตรการเร่งด่วนในการที่จะ นําคนออกจากบ้านมาและเร่งดับไฟโดยใช้งบประมาณทั้งหมด ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเพื่อการใช้จ่ายและลงทุนของภาครัฐ เริ่มแรกที่มีปัญหามากคือ เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มี เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็เปึนคนที่ประกันสังคมอยู่ และได้ทราบข่าวมาว่า ท่านยังจะอนุมัติเงินอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยพี่น้องประชาชนอีก จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวดิฉันว่าในครอบครัวของท่านนะคะ ประเทศไทยมีทั้งหมด ๖๓ ล้านคน ไม่ใช่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๙,๕๐๐,๐๐๐ คนนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทาง รัฐบาลช่วยให้เงินหรืองบประมาณนี้ช่วยเหลือคนที่เปึนจํานวนมากของคนในประเทศไทย นะคะ
และมาตรการเรียนฟรี ๑๕ ป้ก็เช่นเดียวกันซึ่งมีปัญหามาก ทางโรงเรียนมี ปัญหาที่มากมายเกี่ยวกับเรื่องโครงการนี้นะคะ ตัวดิฉันก็เลยคิดว่ามาตรการนี้ก็ควรที่จะ เปึน เอารวมว่าการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพของทางรัฐบาลก็น่าจะเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเปึนการช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนฟรีหรือเรื่องเสื้อผ้าอย่างใดอย่างหนึ่งให้ครบ เต็มเม็ดเต็มหน่วยของผู้ปกครองดีกว่าที่จะรวมไปหลาย ๆ อย่างแล้วก็ช่วยอย่างละครึ่ง ๆ ก็มีปัญหากับผู้ปกครอง
ต่อไปนะคะ เกี่ยวกับเรื่องต้นกล้าอาชีพก็เช่นเดียวกันนะคะ โครงการนี้ก็ถือ ว่าล้มเหลว ไม่มีสิ่งบอกว่าสามารถที่จะช่วยคนตกงานมากน้อยแค่ไหน แล้วคนที่ถ้าได้งาน แล้วจะก่อให้เกิดรายได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ
ส่วนเกี่ยวกับเรื่องการประกันราคาพืชไร่ก็เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ทาง รัฐบาลช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการรับจํานําก็มีปัญหาการรั่วไหลเปึนจํานวนมาก รัฐบาล บอกไม่เอาแล้วฉันจะมาเปลี่ยนเปึนการประกันราคาพืชไร่ ตัวดิฉันก็เปรียบเสมือนว่าทาง รัฐบาลเปลี่ยนม้ากลางศึกนะคะ เพราะว่าทางพี่น้องประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการ รับจํานําข้าวโพดนะคะ เกี่ยวกับการรับจํานําแต่อยู่ดี ๆ ท่านบอกว่าท่านจะมาประกัน ราคาพืชไร่ ทีนี้ตัว ส.ส. เองก็ต้องไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่าข้อดีข้อเสียเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นก็คิดเห็นว่าทางรัฐบาลก็น่าจะทําความเข้าใจหาตัวแทนของเกษตรกรมาทํา ความเข้าใจเรื่องนี้หรือหาแนวทางในการอุดรูรั่วเกี่ยวกับเรื่องการรับจํานําจะดีหรือไม่นะคะ
เกี่ยวกับเรื่องชุมชนพอเพียงก็เหมือนกัน ก็แก้ไขมาจากโครงการ เอสเอ็มแอล ของรัฐบาลเดิมนะคะ แต่ทีนี้ได้ทราบข่าวมาว่าทางรัฐบาลจะลดวงเงินตรงนี้ของป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และป้ พ.ศ. ๒๕๕๓ อีก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการนี้เปึนสิ่งที่ดีนะคะ สร้างความเปึนประชาธิปไตยให้กับคนในชุมชนในหมู่บ้าน เพราะว่ากว่าจะได้เปึนโครงการแต่ละโครงการต้องใช้ความเปึนประชาธิปไตยแล้วก็ตกลง กั น ใ น ห มู่ บ้ำ น ก็ ข อ ว่ำ อ ย่ำ ตั ด เ ล ย เ ปึ น สิ่ ง ที่ ดี โ ค ร ง กำ ร นี้ น ะ ค ะ
ส่วนเกี่ยวกับเรื่องโครงการ เอสเอ็มแอล ก็เช่นเดียวกันซึ่งนักธุรกิจ ระดับกลางมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินทุนมาก เพราะฉะนั้นทางนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ควรที่จะหามาตรการเด็ดขาดเข้มงวดเกี่ยวกับทาง ธนาคารเอกชนในการให้ปล่อยกู้ เพราะว่าตอนนี้ภาคธุรกิจระดับกลางนี้แย่แล้วนะคะ ก็อยากให้ช่วยเหลือ นี่คือโครงการเดิมที่ท่านบอกว่าเปึนการกระตุ้นช่วยเหลือในระยะแรก ส่วนงบเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่นะคะ ทางรัฐบาลก็พยายามว่าเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ถ้าได้กู้แล้วก็สามารถที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศชาติมากมาย แต่แท้จริงแล้วโครงการเหล่านี้เปึนโครงการเดิม เปึนระบบเศรษฐกิจระยะยาวซึ่งเปึนงบ ผูกพันตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ มาแล้ว แทนที่ทางรัฐบาลจะเสนอลงไปในพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ แต่ทางรัฐบาลกลับเอามาใส่ค่าใช้จ่ายในพระราชกําหนด ทําให้ดิฉันคาดคิดไปว่าท่านหลีกเลี่ยงไม่ผ่านกระบวนการกฎหมายของงบประมาณ ทําให้ การใช้เงินเกินตัวและก่อหนี้จํานวนมากในอนาคตนะคะ เพราะว่าป้ พ.ศ. ๒๕๕๕ จะทําให้ เกิดการใช้จ่ายเงิน รัฐบาลจะก่อหนี้ จีดีพี ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้ป้ ๒๕๕๒ มีแค่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่รัฐบาลมีรายได้ต่ําเพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี จะทําให้ ฐานะและความน่าเชื่อถือของประเทศลดน้อยลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ที่ดิฉันดูตามโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ก็ดูแล้วส่วนมากจะเปึนโครงการ เกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างเสียส่วนมาก โครงการที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ํา เพื่อการเกษตรก็ดูแล้วก็จะเปึนการเก็บกักน้ํา แต่การแก้ไขปัญหาน้ํามี ๒ อย่างนะคะ ๑. มีแหล่งน้ํากับไม่มีแหล่งน้ํานะคะ ส่วนมากที่ท่านคุณหมอบอกว่าก่อสร้างฝายอ่างเก็บ น้ําขนาดเล็ก กลาง ก็เปึนแหล่งที่มีน้ําแต่ไม่สามารถเก็บกักได้ แต่บางแห่งมีน้ําอยู่ ตลอดเวลานะคะ ก็ไม่สามารถที่จะนําน้ํามาใช้ เพราะว่าอาจจะเปึนพื้นที่สูงมันไม่สามารถ ไหลไปได้ ก็อยากให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสถานีสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟัา แล้วก็สร้าง คลองซอยหรือคลองไส้ไก่ให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ
ส่วนโครงการที่ ๒ ของท่านเกี่ยวกับเรื่องขนส่ง ก็อยากให้คิดเห็นถึง ไม่ต้อง พูดถึงเรื่องไฟฟัารางคู่ รางเดี่ยว หรือรถไฟฟัานะคะ เอาแค่รถไฟธรรมดานี่ค่ะ บางจังหวัด อีกหลายจังหวัดไม่มีรถไฟไปถึงจังหวัดเขา อย่างเช่น จังหวัดหนองบัวลําภูและจังหวัดเลย ทําให้พี่น้องประชาชนที่เขาเสียภาษีให้กับทางรัฐบาลเสียโอกาสหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่า เกี่ยวกับเรื่องการขนส่ง เกี่ยวกับเรื่องพืชไร่ การท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการคมนาคมของ พี่น้องประชาชน ก็อยากฝากทางรัฐบาลช่วยเหลือสิ่งนี้ด้วยนะคะ
ดิฉันถือว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะสร้างงาน จ้างงาน ทําให้ประชนชนขาย สินค้าและบริการ ดูแลความเจ็บป์วยของพี่น้องประชาชนในขณะที่มีรายได้น้อย ไม่ใช่ รัฐบาลมาลดการจ้างงาน ลดโอกาสในการขายสินค้าและบริการ ลดการรักษาพยาบาล ประชาชนลง ทําให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลไทยจะไม่เข้าใจวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ํา และจะทําให้เกิดปัญหาขยายตัวออกไปวงกว้างนะคะ ดิฉันจึงอยากเรียนท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านเปึนผู้ที่เกิดใน ชนชั้นสูงหรือคนชั้นกลางนะคะ ท่านไม่รู้จักความลําบาก ท่านอาจจะไม่เคยมีหนี้มีสิน เพราะฉะนั้นท่านจะไม่รู้หรอกว่าปัญหาหรือการแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงเกี่ยวกับเรื่อง การเปึนหนี้มันเปึนทุกข์กับพี่น้องประชาชนขนาดไหน โดยเฉพาะการเปึนหนี้ที่ตนเองไม่ได้ ก่อเกิดขึ้นมา ผู้ที่เปึนหนี้อยู่ดี ๆ เขาจะมีหนี้ถึง ๗๐,๐๐๐ บาทต่อคนในป้ ๒๕๕๓ นี้นะคะ เขาก็บอกว่าเวลาเขาจะกู้หนี้กับธนาคาร เขาจะไปถามลูกถามเมียเขาว่าเขาจะเอามา ลงทุนทําอะไรนี่เขายังถามลูกถามเมียเขา แล้วท่านจะมากู้ตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มแรกท่านจะไม่ถ่ายทอดท่านบอกว่ายุติธรรมกับพี่น้องประชาชนที่จะเปึนหนี้ที่ท่านจะ ก่อเกิดนี้หรือไม่นะคะ ก็อยากจะฝาก และเขาก็ถามมาด้วยว่าเวลาเขาหิวเขาจะถามลูก ถามเมียเขาว่าวันนี้เราจะไปหาอะไรกินกันดี แต่พวกท่านคนชั้นสูง คนระดับชั้นกลาง ท่านบอกว่า เวลาเราหิวเราจะไปหาอะไรกินกันดี มันต่างกันนะคะท่าน เพราะฉะนั้น ขณะนี้พี่น้องประชาชนเฝัาดูทีวีโทรทัศน์อยู่ลุ้นว่าการกู้ยืมเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่า จะเปึน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. นี้จะผ่านไป และทางรัฐบาลจะชี้แจงอย่างไรกับพี่น้อง ประชาชนนะคะ ฉะนั้นอยากให้ท่านช่วยชี้แจงพี่น้องประชาชนให้เข้าใจด้วย ฝากอีก นิดหนึ่งนะคะท่าน
ไม่ต้องฝากหรอก
ขอเวลาส่วนที่เพื่อนฝากนิดหนึ่งค่ะ หนูจะสรุปแล้วนะคะว่า
เพื่อนฝากไม่ได้
ฝ์ายค้านนะคะ ไม่ได้กลัวว่ารัฐบาล จะกู้ไปมากน้อยแค่ไหน แต่กลัวว่ารัฐบาลกู้ไปแล้วจะนําไปลงทุนก่อให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศหรือไม่ และจะสร้างอนาคตให้กับประเทศไทยอย่างไร และ ท่านสามารถที่จะหาเงินจากก้อนไหนมาชําระคืนในอนาคตและจะจ้างงานให้กับพี่น้อง คนที่ตกงานในปัจจุบันมากน้อยแค่ไหนนะคะ กราบขอบคุณค่ะ
หมดเวลา ขอบคุณครับ หมดเวลา เกินเวลานิดหน่อยนะครับ ก็ไม่เปึนไรสุภาพสตรีอภัยให้ ต่อไป คุณฮอชาลี ม่าเหร็ม เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทําไมชอบเปลี่ยน รัฐบาล ผมว่าเอาไปตามเดิมดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ผมแทนเลยครับ เพราะ อยู่ในสัดส่วน
แทนไม่ได้ครับ วิปเขา เขียนมาให้คุณลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ
ท่านก็ไม่อยู่เหมือนกันนะครับ ผมต่อครับ พอดีเลื่อนจาก
ถ้าอย่างนั้นก็เอา ตามลําดับไปครับ ไม่มาก็ยกเว้นไปครับ ต่อไป คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ครับ พอดี
ไปไหนล่ะ
ไม่ใช่ไปไหน ทราบจากทางวิปว่า ให้มาพูด
ขึ้นรถด่วนมาใช่ไหม
เขาบอกว่าเดิมคือ ฮอชาลี ม่าเหร็ม จะเปึนคนอภิปราย ผมก็ต้องต่อจาก ฮอชาลี ม่าเหร็ม แต่เมื่อสักครู่ทางวิปบอกว่า ขอให้ผมเลื่อนขึ้นมาพูดก่อน เลยเมื่อสักครู่เข้าห้องน้ํา เดินมาจนหอบ เลยต้องขออนุญาต ท่านประธาน ถ้าท่านอนุญาตผมก็จะพูดในคิวต่อไปเลยครับ
ท่าน ๑๐ นาทีครับ ท่านจะ พูดหรือไม่พูดละครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็ได้
ค่อย ๆ พูดครับ ไม่เปึนไร ค่อย ๆ พูด อย่าใจร้อนครับ
ผมเองก็ได้ติดตามเรื่อง พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เปึนจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้า จนถึงปัจจุบันหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดแล้ว ก็คงจะทํานองเดียวกันทั้งนั้น นั่นก็คือกู้มา ส่วนหนึ่งเพื่อชดใช้เงินคงคลัง อีกส่วนหนึ่งก็ใช้มาเพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมี กรอบทั้งหมด ๕-๖ กรอบ ไม่ว่าจะเปึนกรอบในการยกระดับสถานีอนามัยให้เปึน โรงพยาบาลระดับตําบล การศึกษา นั่นคือเรียนฟรี ๑๕ ป้ การคมนาคม นั่นก็คือถนนไร้ฝุ์น แล้วก็การพัฒนาแหล่งน้ํา รวมทั้งการให้งบกระตุ้นการพัฒนา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ดูตามกรอบเหล่านี้แล้ว การที่รัฐบาลได้กู้มานี้คิดว่า จําเปึนครับ ไม่ว่าผมจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล มองแล้ว อ่านแล้ว ดูแล้ว ฟังแล้ว เห็นว่าจําเปึนทั้งนั้น เพราะด้วยเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจของโลก ลามมาถึงประเทศไทย เรา จนทําให้เงินคงคลังของเราก็ลดน้อย เหลือน้อย ประกอบกับวิกฤติทางด้านการเมือง เปัาหมายที่จะเก็บรายได้ก็ลดลงไปด้วย น่าเห็นใจรัฐบาลมากครับ มาช่วงที่เหตุการณ์ไม่ ค่อยปกติ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องชมเชยทางคณะรัฐบาลที่กล้าที่จะออกพระราชกําหนด ฉบับนี้ เพื่อต้องการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงใจ ท่านประธานครับ กรอบที่ว่า ยื่นมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ถ้าพูดตามตรงแล้วมันก็ดีเหมือนกันที่พรรคฝ์ายค้านนําเข้าสู่ กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะต้องยอมรับครับ ระบอบประชาธิปไตยเปึนสิทธิของฝ์ายค้านที่จะนํามาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่างไร ก็ตามในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดเปึนเอกฉันท์แล้ว ผมคิดว่าพวกเรา ผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนต้องช่วยกันครับ ช่วยประเทศชาติ นั่นก็คือมา อภิปรายเพื่อให้เปึนประโยชน์กับทางรัฐบาล อย่างไรก็ตามของผมนี้ที่จะมาพูดถ้าเรามา ชมเชยแต่รัฐบาลแล้วก็คงจะไม่ถูกต้องนัก ก็คงจะมีบางเรื่องที่จะต้องตั้งข้อสังเกตให้ รัฐบาลพึงคํานึง อย่างไรก็ตามก่อนที่จะไปนั้น ผมก็อยากเรียนให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทาง บ้านรับทราบ การกู้เงินก้อนนี้ก็ต้องชมครับ รัฐบาลพูดชัดเจน จะกู้เงินภายในประเทศ นั่นก็คือมีเงินที่อยู่ในธนาคารล้นมามาก ถ้าเรากู้เงินภายในประเทศ มันก็ไม่ได้ออกไปนอก ประเทศ แล้วก็จากกระเปิาซ้ายมาสู่กระเปิาขวา ก็คงจะไม่ผิด แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด รัฐบาลวันนี้ผมก็ได้รับเอกสารมาแล้ว นั่นก็คือการกระจายงานต่าง ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาโปะป่ดบัญชี ส่วนอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคือการลงทุน ในด้านการลงทุนนี้ก็ต้องฝากรัฐบาลด้วยครับ อย่าเลือกปฏิบัตินะครับ แต่ผมดูแล้วทุกจังหวัดได้ นั่นก็คือรัฐบาลไม่เลือกปฏิบัติ อย่าเหมือนแต่ก่อนนะครับ ไม่เลือกเราไม่ให้งบ แบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมเลยว่า รัฐบาลใจกว้าง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล นั่นก็คือประเทศไทยทั้งนั้น ท่านต้องให้ งบที่ใกล้เคียงกับให้ทั่วถึงกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดผมว่ารัฐบาล ต้องใจกว้าง นั่นก็คือต้องให้ตรวจสอบ รัฐบาลต้องทํางบอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่สําคัญนั่นก็คือท่านต้องทํา โดยเฉพาะผมว่าการเกิดการประมูลต่าง ๆ นี้ให้ใช้ระบบ เว็บไซต์ (Web site) นะครับ เพื่อให้ทุกคนที่เข้าไปเว็บไซต์สามารถรู้ว่าโครงการนี้มีอยู่ เท่าไร มีกี่โครงการ เงินเท่าไร แล้วจะได้เปรียบเทียบถ้าเกิดมีการคอร์รัปชัน หรืออาจจะ เกินทํางบตบแต่งมากขึ้น ประชาชนทั่วไปก็สามารถตรวจสอบได้ ไม่เฉพาะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมเลยก็ต้องฝากรัฐบาลในเรื่องความโปร่งใส แต่เชื่อครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดอยู่ตลอด แล้วก็มีกฎเหล็ก ๙ ข้อ ผมว่ารัฐบาล ชุดนี้ก็ต้องทําตามกฎ ประชาชนก็ให้ความไว้วางใจกับท่านนายกรัฐมนตรีมาก โพล (Poll) ทุกครั้งที่ออกมาก็เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปตลอด นั่นคือทุกคนเชื่อถือในความโปร่งใส ก็อย่าให้ความโปร่งใสนี้มาทําลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของรัฐบาลอีกต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฝากบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงบ ไม่ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นก็คือทรัพยากรธรรมชาติและเรื่องการท่องเที่ยว สิ่งที่ผมอยากจะพูดนั่นก็คือเรื่อง ทะเลสาบสงขลา ซึ่งแม้ผมจะอยู่ทางนั้นอาจจะไม่เกี่ยว ท่านไม่มีหรือครับงบนี้ ไม่ได้ลงเลย ผมจําได้ที่ประชุมแห่งนี้ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ส.ส. พัทลุง ก็ได้มาตั้ง กระทู้ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็ตอบ ขณะนี้กําลังเสื่อมโทรม มีผู้ที่รับผิดชอบ รองนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบันผมยังไม่ทราบว่าได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว ผมเองก็ตั้ง กระทู้ถามเรื่องนี้แต่ยังไม่ถึง จึงจะฝากว่าอย่างน้อยที่สุดในเมื่อเปึนนโยบายรัฐบาลจะดู แหล่งน้ําทั่วประเทศ นี่ก็เปึนส่วนหนึ่งของแหล่งน้ําซึ่งโยงไปถึงกับการท่องเที่ยว กับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งพวกเรารู้แล้วว่ามีปลาโลมาอิรวดีซึ่งหายากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องรัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูแลบ้าง ท่านอาจจะคิดไม่ถึง อาจจะลืม อาจจะเผลอไปก็ได้ แต่ไม่เปึนไร ท่านอาจจะมีงบอื่นที่มา เสริม แม้แต่ผมเคยพูดแล้วตั้งกระทู้ด้วย นั่นคือด่านศุลกากรระหว่างชายแดน ไม่ว่าจะเปึน ทางใต้ ทางเหนือ ทางอีสาน หรือทางตะวันออกก็แล้วแต่ โดยเฉพาะทางใต้แหล่งทําเงิน ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ป้หนึ่ง ๆ สินค้าเข้าออก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่การพัฒนาน้อยมาก โชคดีครับท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็ได้เอาใจใส่เข้าไปดู ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ก่อน ก็เข้าไปดู ผมดีใจ แม้แต่ท่านรัฐมนตรีช่วยประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก็เคยให้ความหวัง เพราะฉะนั้นแหล่งที่ทําเงินท่านไม่มีงบที่จะไปกระตุ้นทางด้านนี้เลย อย่างน้อยที่สุด ผมก็เชื่อว่าอาจจะมี ท่านต้องมีแล้ว นั่นก็คือการก่อสร้างด่าน แต่ปัจจุบันด่านที่เปึนอยู่ กําลังแออัด ท่านต้องให้งบนิดหน่อย งบกระตุ้นในการปรับปรุงสถานที่ ปรับปรุงภูมิทัศน์ แล้วก็ปรับปรุงทางเข้าออก อย่างน้อยผมว่าก็ใช้ไม่กี่สิบล้านบาท เพื่อให้ทันกาล อย่างน้อย ก็ได้ระบายคนเข้าเมือง ไม่ต้องให้ผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศต้องรอถึง ๒-๓ ชั่วโมง แม้แต่ การพัฒนาสนามบินซึ่งผมก็เคยตั้งกระทู้ถาม ก็ยังไม่ได้รับอะไรเปึนชิ้นเปึนอันเลยครับ
ท่านประธานครับ สิ่งสุดท้ายก็วอนรัฐบาลว่า ทุกอย่างท่านต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอย่าเลือกปฏิบัติ คนไทยด้วยกันทุกจังหวัดก็คือประเทศไทย ถึงจะเปึน จังหวัดที่ไม่เลือกท่าน ท่านก็ต้องช่วยเข้าไปพัฒนา แต่ด้วยความเปึนสุภาพบุรุษของท่าน นายกรัฐมนตรีผมเชื่อ ท่านจะไม่เลือกปฏิบัติ ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเกริ่นไว้ก่อนเผื่อไม่ อยากให้พรรคฝ์ายอื่น ๆ ที่คิดว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติพูดแล้วหรือแม้แต่มี ๒ มาตรฐาน ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่าท่านไม่มี ๒ มาตรฐาน ถ้ามี ๒ มาตรฐานท่านก็อยู่ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่ ยินดีและคงจะไม่ให้โอกาสท่าน เพราะฉะนั้นผมมั่นใจในตัวรัฐบาลมาก พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็ต้องขอบคุณครับที่ท่านออกมาพระราชบัญญัติ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน พ.ร.บ. นี้ก็แสดงว่ารัฐบาลตั้งใจออกมาให้เพื่อให้ตรวจสอบครับ
หมดเวลาครับ
เพื่อให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพราะฉะนั้นผมเองต้องขอบคุณท่านประธานครับที่ให้ผมมาแซงคิวเขาไปก่อนครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณชลน่าน ศรีแก้ว ๑๕ นาที
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาต ท่านประธาน ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เข้าสู่สภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติพระราชกําหนดนี้ หรือไม่ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยเหตุและผล กราบเรียนฝากไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เงินกู้ที่ออกเปึนพระราชกําหนดในวงเงินทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ที่เคารพครับ การอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสาม รัฐบาลต้องได้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาแห่งนี้เท่าที่มีอยู่ของจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ท่านมีเสียงข้างมากผมไม่ห่วงละครับ ท่านก็คง จะให้สมาชิกฝ์ายเสียงข้างมากสามารถออกสิทธิออกเสียงให้ท่านได้ แต่ฐานะที่ผมเปึน ฝ์ายเสียงข้างน้อยเปึนฝ์ายตรวจสอบ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยเหตุและ ผลที่ผมจะกราบเรียนดังต่อไปนี้ มันอาจจะเปึนข้อตัดสินใจที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่อาจให้ความเห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผล ที่สําคัญที่ผมเองไม่สามารถที่จะให้ความเห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ในวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เหตุผลประการที่ ๑ ครับ เปึนเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังบอกกับสภาแห่งนี้เองครับว่า ท่านจําเปึนต้องออกกฎหมายพิเศษเพื่อให้ได้มา ซึ่งเงินกู้ที่จะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ดี สร้างความมั่นคงกับเศรษฐกิจก็ดีตามที่ท่านได้ แถลงต่อสภา เปึนกฎหมายพิเศษครับ ซึ่งกฎหมายปกตินั้นหมายถึงพระราชบัญญัติ บริหารหนี้สาธารณะที่ให้อํานาจท่านไว้ไม่สามารถรองรับท่านได้ เพราะท่านคิดว่ากู้ ท่านก็ เลยจําเปึนที่จะต้องออกพระราชกําหนดที่จะออกมากู้เงิน ผมจะไม่แตะพระราชบัญญัติ ครับเพราะมีอีกวันหนึ่งพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ ถ้ามองประเด็นนี้ถามว่ามีวิธีการอื่นอีก หรือไม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติบ้านเมือง กู้ไม่ผิด หรอกครับ ผมก็ไม่ได้เถียงว่ากู้ไม่ดี ก็ไม่ได้กริ่งเกรงด้วย เพราะว่าสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ การกู้เงินก็เปึนการชดเชยการขาดดุล เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย แต่สิ่งที่จําเปึนต้อง กราบเรียนท่านประธานก็คือความเหมาะสมครับ ความเหมาะสมในการออกพระราช กําหนด ผมไม่เถียงครับว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยแล้วใน ๒ ประเด็นว่ามีความจําเปึน เร่งด่วนหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่ หรือมีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองด้วยความมั่นคงด้านเศรษฐกิจหรือไม่ นั่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่สิ่งสําคัญ ที่สุดท่านประธานครับ รัฐบาลน่าจะมีมาตรการที่ดีกว่านี้แล้วก็ใช้เงินกู้ให้น้อยกว่านี้ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ มาตรการทางด้านการคลังที่รัฐบาลใช้กระตุ้นรายจ่าย ภาครัฐลงไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่านบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยการจัดเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเปัาของ รัฐบาลหรือป่ดหีบงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองไม่เชื่อครับว่าจะเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจริงหรือไม่ ก็เปึนคําถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า แท้ที่จริงท่าน จะต้องใช้เงินไปชดเชยรายได้ที่จะต้องป่ดหีบงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เท่าไร และที่เหลือ เท่าไรที่จะเข้าสู่โครงการไทยเข้มแข็งครับท่าน ผมดูตัวเลขไทยเข้มแข็งของท่านอยู่ที่ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารที่แนบมา และผมก็ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่แนบมานี้เปึน เอกสารที่สภาจัดให้หรือเปึนฝ์ายรัฐบาลเสนอมาตามมาตรา ๓ ที่รัฐบาลจะต้องเสนอ กรอบการใช้เงินกู้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนที่ท่านจะไปดําเนินการ เพราะผมรู้สึกเปึนห่วง ครับ เราเป่ดวิสามัญถึงวันที่ ๒๕ ถ้าวุฒิสภาเห็นชอบในวันที่ ๒๒ ท่านจะมีเวลาแค่ ๓ วัน ที่จะเป่ดสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเสนอกรอบ เพราะฉะนั้นผมทวงถามท่านนะครับว่า ท่านเสนอ พ.ร.ก. ฉบับนี้มาให้สภาอนุมัติ ท่านไม่ได้แนบกรอบมาด้วย แต่เปึนกรอบที่ เข้าใจว่าเปึนฝ์ายของสภาทํามาให้กับสมาชิก ผมไม่แน่ใจว่านี่คือกรอบของท่านหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเหตุผลข้อที่ ๑ ถ้าท่านใช้วิธีการอย่างอื่น ผมยกตัวอย่างเช่น ภาคเอกชนครับ รายจ่ายภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนท่านไม่ให้ ความสําคัญเลย หลายท่านพูดมาเยอะครับ เงินเรามีเยอะครับในสถาบันการเงิน แต่ท่าน ไม่สามารถที่จะผลักดันหรือเปึนหลักประกันให้เขาเอาเงินเหล่านั้นเข้ามาสู่ภาคเศรษฐกิจได้ ไม่เข้าสู่ภาคการลงทุน อาศัยภาครัฐอย่างเดียว ซึ่งแน่นอนครับ รายได้ของเรา จีดีพีของเรา ร้อยละมากกว่า ๗๐ ด้วยซ้ําไป คิดเปึนเม็ดเงินจากเรื่องของการส่งออก เมื่อท่านไม่กระตุ้น ภาคเอกชนเลย สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ รายจ่ายภาครัฐที่ท่านคิดว่าท่านจะถมลงไป ผมเชื่อว่า ช่วยท่านได้ไม่เยอะ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพครับ ความไว้เนื้อเชื่อใจและ ความสามารถหรือประสิทธิภาพในการใช้เม็ดเงินของรัฐบาล ผมใช้คําว่า รัฐบาล นะครับ หมายถึงคณะรัฐมนตรีและองคาพยพที่ทํางานตอบสนองต่อรัฐบาลทั้งหมด สมาชิก หลายท่านได้พูดกับท่านประธานไปแล้ว กราบเรียนท่านประธานไปแล้วครับว่ามีความ ล้มเหลว ไม่ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ ของงบกลางป้ ผมจะไม่ลง รายละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ความไม่มี ประสิทธิภาพหรือความกริ่งเกรงของการใช้เม็ดเงินตามศักยภาพความสามารถในการ บริหารงานของคณะรัฐมนตรีเปึนประเด็นหนึ่งที่ต้องกราบเรียนไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนภาคเอกชนท่านประธานครับ การที่ท่านจัดเก็บเงินไม่ได้ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนิ่งนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีเปึนคนแถลงต่อสภาเอง จัดเก็บไม่ได้ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอยู่ในภาคเอกชนครับท่านประธานครับ เขาบอกว่า คณะผู้บริหารชุดนี้ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถดําเนินการให้เข้าเปัาเข้าตามวัตถุประสงค์ ที่ท่านตั้งไว้ได้ ไร้ประสิทธิภาพเปึนอย่างไรครับท่านประธานครับ ถ้าเปึนเอกชน บริษัท ก็เจ๊ง ต้องขออนุญาตใช้คําพูดสามัญโดยทั่วไป บริษัทขาดทุน แต่ที่สําคัญท่านประธาน ครับ ผู้บริหารชุดนี้กลับบอกว่า ขอโอกาสแก้ตัวเถอะ ขอโอกาสแก้ตัว ถึงแม้บริษัทมันจะ เจ๊งไปแล้ว จะขอแก้ตัว แก้อย่างไรครับ ขอไปกู้เงินมาเพิ่มเพื่อจะมาพัฒนา มาลงทุนต่อ ท่านประธานครับ มาตรการที่รัฐบาลขอต่อสภาวันนี้ ถ้าเปึนบริษัทเอกชน เปรียบเทียบ ให้เห็นชัด ๆ นี่ โดยเฉพาะบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เปึนบริษัทมหาชน ผู้ถือหุ้นเขามี ๒ มาตรการเอง ท่านประธานครับ ๑. ไล่ออก ๒. เปลี่ยนตัวผู้บริหาร นั่นคือ เปึนภาคเอกชน แต่นี่เปึนภาครัฐครับ เรามีเสียงข้างมากอยู่ ผมไม่อาจเอื้อมไปแตะ ตรงนั้นได้ ไม่สามารถจะไล่ท่านออกได้ เพราะมือเราก็มีไม่เยอะ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ ท่านประธานครับ ตัวที่ท่านมาขอโอกาสกับสภาแห่งนี้โดยการขอกู้เงิน ความกริ่งเกรง ที่ผมเองในฐานะเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า โครงการ แผนงานที่ท่านเสนอมานะครับ มันเสมือนกับเปึนการเขียนเช็คเปล่าไว้ จริงอยู่มีวงเงินครับ คนที่จะรับเช็ค คนที่จะรับเงิน พื้นที่จะรับเช็ค พื้นที่จะรับเงิน พื้นที่ที่จะรับประโยชน์ท่านไม่ได้ระบุไว้ ตรวจสอบยาก เพราะฉะนั้นความกริ่งเกรงตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เปึน สิ่งที่เราเปึนห่วงอย่างที่สุด เปึนห่วงครับ โดยเฉพาะมีข่าวคราวตามสื่อสารมวลชน หลายเรื่องที่เปึนประเด็นเปึนข้อสงสัย โดยเฉพาะมาตรการที่ท่านเขียนไว้ในรายการตรงนี้ นะครับว่า ท่านจะสนับสนุนธนาคารซึ่งเปึนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐนะครับ ในวงเงิน ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท โครงการนี้เปึนสิ่งที่ถ้าผมไม่พูดในวันนี้ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่เปึนข้อกริ่งเกรง สิ่งที่เปึนข้อเปึนห่วงนี่ พวกเรารู้สึกลําบากใจ เปึนโครงการที่ ๑๒ นะครับ แผนการเพิ่มทุนให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ๕ แห่ง บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ธ.ก.ส. ธพว. (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) ตัวย่อ ทั้งนั้นครับ ธสน. (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย) ที่เปึนแบงก์ของรัฐ ทั้งหมด ธนาคารของรัฐทั้งหมด โดยการเพิ่มทุนให้ ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท แต่ประเด็นที่เปึน ข้อสังเกต ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกลับจะให้ธนาคารของรัฐเหล่านี้โดยเฉพาะ ธนาคารนําเข้าและส่งออก ธสน. ไปให้ความช่วยเหลือกับภาคเอกชนที่หลายท่านกริ่งเกรง ว่าทําไมต้องเปึนเฉพาะสหรัฐอเมริกา ตรงภาคเอกชนเขาออกมาติติงเลยครับในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนกับท่านประธาน โดยเฉพาะมีข่าวมีคราวว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะแก้กฎหมายเรื่องของ เอสเอ็มอี ที่จะสนับสนุน ผู้ประกอบการที่เปึนชาวต่างประเทศ เพราะฉะนั้นความกริ่งเกรงตรงนี้เองนะครับ ท่านต้องทํารายการให้ปรากฏว่า ท่านมีความเชื่อมั่นอย่างไรครับที่ท่านที่เลือกที่จะอุ้มหรือ อุดหนุนผู้ประกอบการที่เปึนชาวต่างชาติ แทนที่จะช่วยคนไทยเราก่อน ท่านจําไม่ได้หรือ ครับ สมัย ปรส. (คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ที่ถูก กล่าวหามาจนถึงปัจจุบันนี้ มีคนบางกลุ่มมีคนบางส่วนที่ได้ประโยชน์จากการที่ท่านไป ออก พ.ร.ก. เข้ามาแก้หนี้ของสถาบันการเงินที่ล้มไปทั้ง ๕๖ แห่ง มีสัดส่วนผลต่างของ รายได้อย่างมหาศาล โดยใช้กลไกและวิธีการที่ไม่ชอบมาพากลทั้งหลายทั้งปวง เช่น ซื้อหนี้เน่า เจ้าของหนี้เดิมที่เปึนเจ้าหนี้อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซื้อหนี้เน่าร้อยละ ๕๐ จากที่ ท่านให้เครดิตไปที่ร้อยละ ๓๓ ผลต่างร้อยละ ๑๗ ท่านประธานครับ มีผลการสอบอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เปึนข้อกริ่งเกรงที่ผมต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไว้ นะครับว่า ท่านจะทําอย่างไรให้ความโปร่งใส ทําให้ตรวจสอบได้เปึนที่ปรากฏอย่างชัดเจน
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลอีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่สามารถที่จะให้ความ เห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ก็คือ ตัวแผนงาน โครงการ ผมมีคําถามไปนะครับ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเปึน ๒ ระยะ ไทยเข้มแข็งตามพระราชกําหนดคือป้ ๒๕๕๓ ท่านบอกจะกู้เงินภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ผมไม่แน่ใจว่าท่านใช้เท่าไร เอสพี ๒ หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ในกลุ่มที่ ๑ ๒๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และอีก ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการกลุ่มที่ ๒ ซึ่งท่านบอกว่ายังไม่มีความชัดเจนเรื่อง แผนงาน โครงการ นี่แหละครับที่ผมบอกว่าเหมือนกับเช็คเปล่าที่ยังไม่กําหนดพื้นที่ ยังไม่ กําหนดผู้รับ ท่านจะให้ใครก็ได้ อันนี้เปึนข้อกริ่งเกรงที่พี่น้องประชาชนเขาเปึนห่วง และที่ สําคัญท่านประธานครับ ตรวจสอบโครงการดูทั้งหมดนี่เรื่องของโอกาสการกระจายความ เปึนธรรมนี่ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับในเอกสารฉบับที่ทางสภาทําให้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โครงการของชลประทานประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมตีว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่องหมายเหตุมีจังหวัดที่รับผลประโยชน์อยู่ ๓-๔ จังหวัดครับ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง แต่เอกสารฉบับนี้ไม่เขียนท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่เขียน เหมือนกัน แต่เอกสารฉบับนี้เขียน ผมไม่แน่ใจเจ้าหน้าที่สภาได้ข้อมูลมาจากไหน ถ้าไม่ จริงท่านรัฐมนตรีคงต้องตอบและชี้แจง เพราะว่าความเข้าถึง เปึนธรรม เท่าเทียมของเม็ด เงินที่ท่านจะกู้มานะครับ ไม่ว่าจะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ต้องให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชน เกษตรกรเขาถาม นะครับ เขาได้อะไร จริงอยู่ผมจะไม่เจาะเรื่องลําไย จะไม่เจาะเรื่องลิ้นจี่อะไร เพราะว่า มันไม่อยู่ในตัวนี้ แต่เขาบอกเขาน้อยใจครับ บางทีรัฐบาลไปช่วยพี่น้องเกษตรกร ช่วย ผู้ประกอบการครับ ลําไยก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ ฝากไปท่านรองนายกรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ให้เงินชดเชยผู้ประกอบการเปึนค่าขนส่ง ชาวบ้านถามว่าเขาได้อะไร เขาก็ได้ขายกิโลกรัม ละ ๖ บาทอยู่เหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมต้องทวงถามท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถนนไร้ฝุ์น ถนนทางหลวงแผ่นดินสายหลักนะครับ แพร่-น่าน น่าน-แพร่ ก็ยังเปึน ๒ เลนอยู่เหมือนเดิมครับ ไม่อยู่ในโครงการ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ที่ทางหลวงชนบทได้ไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าครอบคลุมได้ขนาดไหน เพราะ ผมไปตรวจสอบตัวเลขล่าสุดที่มีแผนงานโครงการเสนอเข้ามา จังหวัดน่านได้ ๒๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ผมถือว่าน้อยมากครับกับเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลอีกข้อหนึ่ง เรื่องแผนงานโครงการที่ผมไม่ อาจจะให้ความเห็นชอบได้ก็คือว่า รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะแก้ปัญหาคนว่างงาน บอกว่า โครงการนี้สําเร็จแล้วนี่จะมีแรงงานเข้าสู่การจ้างงานไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ผมไม่เถียงครับว่าขณะที่งานลงนี่ถึงป้ ๒๕๕๕ นะครับ แรงงานมีงานทําอย่างจริงจัง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า มันเปึนมุม กลับครับ ท่านไปดึงแรงงานออกมาจากภาคเอกชน ที่ท่านควรจะส่งเสริมเขาให้เขามา ทํางานตรงนี้ พอหมดวาระแล้วนี่ท่านจะให้เขาเหล่านั้นไปอยู่ตรงไหน หรือท่านคิดว่า แรงงานที่มีอยู่ตามพื้นที่คือแรงงานเปัาหมายของท่าน แรงงานที่ตกงานจากภาคการ ส่งออก จากภาคการผลิตที่เปึนภาคเอกชนนี่ท่านไม่สนใจ ผมไม่แน่ใจว่ากลุ่มเปัาหมาย ท่านเปึนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และที่สําคัญท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปครับ อัตราการเจริญเติบโต จีดีพี ของประเทศไทยเรานี่ร้อยละ ๗๐ มากกว่าร้อยละ ๗๐ ด้วยซ้ําไปอยู่ที่การส่งออก แผนงานโครงการทั้งหมด ท่านต้องตอบให้ได้นะครับ ท่านประธาน กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ในระยะยาวนี่ท่านจะปรับโครงสร้างด้าน เศรษฐกิจอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่ให้พึ่งพิงการส่งออก การบริโภคภายใน การลงทุนของ ภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐที่เหมาะสม ภาคการผลิตที่แท้จริงควรจะขึ้นมาได้ อย่างไร ผมว่าตรงนี้เองนะครับ ผมตรวจสอบโครงการทั้งหมดแล้วไม่ได้ตอบคําถาม เพราะฉะนั้นผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ผมไม่สามารถที่จะให้ ความไว้วางใจในการที่จะให้อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียน มาแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ท่านชลน่านครับ ที่ท่านพูดเมื่อกี้ว่าเอกสารเรื่องกรอบนั้นว่าสภาทําหรือรัฐบาลทํา รัฐบาลเปึนคนทําครับ แล้วก็รัฐบาลก็ดําเนินการตามมาตรา ๓ คือ คําว่า แจ้งเพื่อทราบ ให้สภาทราบ เดี๋ยวทาง รัฐบาล ทางรัฐมนตรีก็จะได้ชี้แจงเปึนเปลาะ ๆ ไปนะครับ ผมเรียนให้ทราบนะครับ คือผม ขออีกสัก ๒ ท่าน แล้วก็จะให้รัฐมนตรีตอบนะครับ ท่านต่อไป ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ เชิญครับ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในป้ ๒๕๕๒ นะครับ แล้วก็ขออภิปรายสนับสนุนมาตรการนี้ของรัฐบาล ซึ่งถือว่าเปึนมาตรการที่ได้มี การกระตุ้นเศรษฐกิจเปึนมาตรการที่ ๒ หลังจากที่มาตรการแรกท่านได้วางเอาไว้แล้วก็ เห็นผลขึ้นมาในระดับหนึ่ง จะเห็นได้จากว่ายอดการจัดเก็บภาษี แล้วก็ตัวเลขต่าง ๆ เริ่ม ดีขึ้น และก็ทางองค์กรของภาคประชาชน นักวิชาการเอง อย่างองค์กรของ ทีดีอาร์ไอ ก็ได้ ให้ความเห็นว่ามาตรการโครงการเมืองไทยเข้มแข็ง ซึ่งเกิดจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ และก็ พ.ร.บ. ซึ่งเราจะอภิปรายพรุ่งนี้นั้น จะส่งผลทําให้ จีดีพี ของประเทศมีการเพิ่มขึ้นในระดับ หนึ่งนะครับ ก็ถือว่าเปึนมาตรการทางด้านการคลัง ซึ่งในหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ก็ได้ดําเนินนโยบายในทํานองนี้ในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหา และเท่าที่กระผม ได้มีการติดตามในหลาย ๆ ประเทศนะครับ ที่เปึนประเทศเพื่อนบ้านของเรา หรือแม้ ประเทศมหาอํานาจอย่างประเทศจีน อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็ในอาเซียนก็ใช้ มาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้มาตรการทางด้านทั้งการเงินและการคลังเข้าไป กระตุ้น แล้วก็มาชั่วโมงนี้ ณ ขณะนี้นั้นหลาย ๆ ประเทศก็ได้เริ่มมีการขยับตัวเลขที่ดีขึ้น และก็ส่ง สัญญาณว่าแนวโน้มในปลายป้นี้เท่าที่ผมได้ติดตามจากนักวิชาการเองแล้วก็จากตัวเลข ต่าง ๆ ปลายป้นี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาล ภายใต้การนํา ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเห็นในมาตรการต่าง ๆ โครงการต่าง ๆ แผนงานต่าง ๆ นั้นให้ความครอบคลุมไป ทั่วทุกสาขาทุกด้านเปึนมาตรการที่ให้ความสําคัญทั้งในเชิงของเศรษฐกิจในเรื่องของการ ลงทุนและในเรื่องของทางด้านสังคม การศึกษา ทางด้านการสาธารณสุข ผมเองสนใจใน มาตรการที่เข้าไปทําในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปึนพื้นที่ที่พี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศให้ความเปึนห่วงเปึนใยในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมเองก็คงจะไม่ไป ย้อนไปพูดถึงเรื่องของสาเหตุ เรื่องของปัญหาต่าง ๆ แต่มาตรการที่ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ ที่จะลงไปในพื้นที่ตรงนั้นผมสนใจใน ๒ เรื่องนะครับท่านประธานครับ ประการแรกก็คือ การพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม แล้วก็มาตรการที่ ๒ คือ การพัฒนาระบบ สะพานเศรษฐกิจหรือว่า แลนด์บริดจ์ (Land bridge) ซึ่งเปึนแผนงานที่จะอยู่ในมาตรการ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเกิดขึ้นในวันนี้แล้วก็พรุ่งนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ แนวทางที่ผมเองแล้วก็เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็พี่น้องเพื่อน ส.ส. หลายท่านได้เคยเสนอ และก็ได้เคยเสนอแนะในที่ผ่าน ๆ มาในหลายรัฐบาลแล้วก็รัฐบาลนี้ก็คือว่า การแก้ไข ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจําเปึนจะต้องมีการแก้ไขปัญหาโดยยืนระยะเวลา ที่ยาว เราไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าภายใน ๑ เดือน ๒ เดือนเหตุการณ์จะจบ เพราะปม และก็สาเหตุของปัญหานั้นมีความเรื้อรังมาหลายสิบป้หลายร้อยป้ทีเดียว แต่เพียงแต่ว่า มันเกิดความไม่เปึนธรรมในบางช่วง ในบางยุค ในบางเหตุการณ์ ก็เลยทําให้เหตุการณ์ ต่าง ๆ มันก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเองก็ ติดตามการทํางานของท่านแล้วก็คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านก็เดินมาถูกทาง นั่นก็คือ ใช้วิธีสันติวิธีแล้วก็เน้นการสร้างงาน การสร้างอาชีพ แล้วก็พัฒนาการศึกษา ซึ่งเปึนการ แก้ไขปัญหาต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน มาตรการที่จะเกิดขึ้นจาก พ.ร.ก. ฉบับนี้นั้นก็คือ มาตรการในการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปึนสิ่งที่ผู้นํา เปึนสิ่งที่ท่านผู้รู้ และเปึนสิ่งที่อุสตาดแล้วก็โต๊ะครูในพื้นที่ได้เรียกร้องผ่านกระผมและก็เพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลจะต้องลง ไปส่งเสริมในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ ขยายความนิดหนึ่งว่า โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม นั่นก็คือโรงเรียนที่สอน ม. ๑ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๑) ม. ๒ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๒) ม. ๓ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๓) ม. ๔ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๔) ม. ๕(มัธยมศึกษาป้ที่ ๕) และ ม. ๖ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๖) เหมือนกับ โรงเรียนเอกชนของทั่วไปที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ โรงเรียนเอกชนทั่วไปของทั่วประเทศนั้นเขา บริหารได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลก้อนหนึ่งแล้วก็นําไปบริหาร นําไปเปึนค่าเงินเดือนครู เปึนค่าใช้จ่าย ค่าอุปกรณ์ ค่าพัฒนาการเรียนการสอนได้ แต่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลามจะต้องแบกภาระ ๒ ส่วนก็คือ แบกภาระครูที่เปึนครูสามัญซึ่งสอน ๘ สาระ และก็ มาแบกภาระของค่าเงินเดือนของบุคลากรครูที่สอนศาสนาด้วย เด็กในพื้นที่ต้องเรียน ประมาณ ๑๐ สาระต่อวัน เรียนสามัญ ๘ สาระแล้วก็มาเรียนศาสนาอีกประมาณ ๗-๘ สาระ นั่นคือสิ่งที่ทําให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามนั้นเมื่อเอามาตรฐานของ กระทรวงศึกษาธิการมาจับมันก็ไม่สามารถที่จะเดินไปได้เหมือนกับโรงเรียนเอกชนที่อยู่ใน กทม. อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็อยู่ในประเทศไทยทั่วประเทศ ดังนั้นการที่ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้ทุ่มเทงบประมาณลงมาเพื่อพัฒนาโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลามนั้นถือว่าเปึนการแก้ไขที่ถูกต้อง เพราะการแก้ไขมาตรการระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็คือ ให้คนได้มีการเรียนรู้ ได้มีการศึกษา และได้มีโอกาสได้ไปเรียนในต่างจังหวัด ได้มีโอกาสได้มาเรียนที่กรุงเทพมหานคร ได้มี โอกาสไปเรียนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้เห็นว่าประเทศชาติประเทศไทยนั้นมีความหลากหลาย ทางด้านชาติพันธุ์ แล้วก็มีความหลากหลายในเรื่องของวัฒนธรรม มีความหลากหลาย ในเรื่องศาสนา ดังนั้นมีความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องทุ่มเทงบประมาณลงไปในการที่จะ ดูแลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งจะให้กระทรวงศึกษาธิการเปึนผู้ที่ดูแล นี่คือ เปึนแนวทางหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจทําให้เกิดการจ้างงาน ทําให้เกิดการพัฒนาในเชิง สังคม เปึนเรื่องที่ผมขอให้การสนับสนุน
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ซึ่งผมขออภิปรายก็คือว่า การที่ได้เขียนเอาไว้ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ที่มีการพูดถึงการพัฒนาระบบ แลนด์บริดจ์ หรือว่าสะพานเศรษฐกิจเปึน สิ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดเอาไว้ แล้วก็ในคราวที่ท่านลงไปในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านก็จะชูประเด็นในเรื่องของ แลนด์บริดจ์ เรื่องของสะพานเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนการเชื่อมโยงระหว่าง ๒ ฝัืงทะเล ก็คือฝัืงอ่าวไทยที่จังหวัดสงขลาแล้วก็ฝัืงอันดามัน ที่จังหวัดสตูล ไม่ใช่เปึนการเชื่อมระหว่าง ๒ จังหวัด แต่เปึนการเชื่อมระหว่าง ๒ ภูมิภาค ของโลก นั่นก็คือภูมิภาคของโลกที่อยู่ในซีกของตะวันออก อย่างญี่ปุ์น จีน ฮ่องกง แล้วก็ ในหลาย ๆ ประเทศที่อยู่ตะวันออก แล้วก็ในภูมิภาคซึ่งอยู่ในโลกตะวันตก อย่างยุโรป อย่างซาอุดิอาระเบีย อย่างประเทศซึ่งอยู่ในตะวันออกกลาง แล้วก็ในเอเชียกลาง นั่นคือ วิสัยทัศน์ของผู้นําซึ่งต้องการที่จะให้เกิดโครงการนี้ ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเรา ที่สุดอย่างมาเลเซียนั้นเขามีโครงการที่จะพัฒนาในทั้ง ๒ ฝัืงประเทศ ขณะนี้การขนส่ง สินค้า ท่านประธานครับ ของนักธุรกิจไทยนั้นถ้าจะส่งไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ฝัืงอันดามันแล้วก็ ออกไปทางยุโรปนั้นเขาต้องลงไปที่เมืองกลัง (Klang) ของเมืองป้นัง ท่าเรือกลังของเมือง ป้นังแห่งเดียวเท่านั้น การขนส่งยางพารา การขนส่งปาล์มน้ํามัน การขนส่งสินค้าไปยังโลก ที่อยู่ในของซีกฝัืงยุโรปนั้นต้องใช้บริการของมาเลเซียก็คือที่ป้นัง แต่ในขณะซึ่งเราได้มีการ สํารวจมียุทธศาสตร์แล้วก็มีแผนงานอยู่แล้วทําไมรัฐบาลจึงไม่ทําตรงนี้ ดังนั้นเมื่อรัฐบาล เขียนเอาไว้ว่า มีการพัฒนาระบบ แลนด์บริดจ์ เชื่อมระหว่าง ๒ พื้นที่นั้นผมเองซึ่งเปึน ผู้แทนในพื้นที่ก็เห็นด้วย แล้วก็ขอสนับสนุน และบอกว่านี่มันไม่ใช่เฉพาะการแก้ไขปัญหา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่เปึนการเพิ่มรายได้ของประเทศ เพิ่มการจ้างงาน ทําให้คนไทยมีรายได้แล้วก็เปึนการพัฒนาการศึกษา แล้วก็จะมีการเชื่อมโยงกันตลอดไป แล้วก็เด็กในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีงานทําแล้วก็จะไม่มีการว่างงาน ปลอด จากในเรื่องของปัญหายาเสพติด แล้วทุกคนก็จะได้ช่วยกันพัฒนาประเทศ นี่คือสิ่งที่ มาตรการที่รัฐบาลเดินได้มาถูกทาง แต่เพียงแต่ว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คงจะไม่มีใครจะบอกว่าฉันจะได้แก้ภายใน ๓ เดือน ๖ เดือนโดยใช้วิธีแบบที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งเปึนการสะสมปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นขอให้กําลังใจรัฐบาล แล้วก็ขอให้กําลังใจ ท่านรัฐมนตรีและ ครม. ทุกท่านในการที่จะนําเม็ดเงินตรงนี้ใส่ลงไปเพื่อจะให้ประเทศชาติ ของเราได้นั้นมีการพัฒนา
แล้วก็สิ่งสุดท้ายก็คือ อยากจะฝากไว้ว่า งบค้างท่อ งบป้ ๒๕๕๒ ที่ยังค้าง อยู่ซึ่งส่วนราชการยังมีปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้าง การทําสัญญานั้นอยากจะให้ท่านลงไป เร่งรัด ไปดูแลใช้โซดาไฟฉีดลงไปในท่อว่ามันค้างตรงไหน ใช้มาตรการที่แรงแล้วก็จะมีเงิน ที่จะมาช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ครับขอบคุณครับ รักษา เวลาดีมากครับ ต่อไปท่านวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ๒๐ นาทีครับ เชิญครับ
ขอบคุณมากครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย ผมขอขอบคุณมากที่ท่านให้โอกาสผมได้อภิปรายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับพระราชกําหนด ซึ่งได้ผ่านทางศาลเพื่อกําหนดค่าใช้จ่ายที่มีอยู่เพื่อไปกระตุ้น เศรษฐกิจในขณะนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ในส่วนตัวผม ผมรู้สึกว่าเหตุผล ที่ว่าฉุกเฉินนั้น เพราะว่าจะต้องไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ นั้น ผมเห็นว่ายังไม่บังควร ผมว่าพระราชกําหนดอันนี้เปึนเรื่องพิเศษก็จริง แต่ถ้ามาดูเศรษฐกิจโดยรอบแล้วก็ความ แข็งแรงแข็งแกร่งของรัฐบาลระบบการคลังในขณะนี้เอง ซึ่งมันมีหลายอย่างที่ยังสามารถ ที่ทําได้ เช่น เรื่องของการมีทุนสํารองระหว่างประเทศ ซึ่งมีถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็ระบบสภาพคล่องของเงินในธนาคารพาณิชย์ก็มีถึง ๑.๑ ล้านล้านบาท อีก ๒ สิ่งนี้ ผมเข้าใจว่าสามารถที่จะทําได้โดยไม่ต้องอาศัยพระราชกําหนดอันนี้
สิ่งที่ผมเปึนห่วงต่อไปก็คือว่า พระราชกําหนดอันนี้บอกว่าไปกระตุ้น เศรษฐกิจ ซึ่งผมเห็นว่าประเทศไทยในขณะนี้เองถ้าพูดโดยเท็จจริงแล้วเศรษฐกิจก็ยังมี ความแข็งแกร่งในตัวของเขาเอง เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเศรษฐกิจวิกฤติเปึนเศรษฐกิจวิกฤติ ของโลก ซึ่งโดยทางสหรัฐอเมริกาเองซึ่งเปึนประเทศที่ทําปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะการ บริหารจัดการการเงินที่ยอกย้อน ไม่โปร่งใสในอสังหาริมทรัพย์ หรือเปึน ซับไพรม ก็หมายถึงว่า ราคาของที่ดินของที่นั่นแพงเกินเหตุ แต่เมื่อมาเช็กเรียบร้อยแล้วปรากฏว่า ค่าที่ดินนั้นต่ํากว่าที่ได้ไปกู้มา ก็เกิดปัญหาขึ้นมา แต่เมืองไทยเรานี้เมื่อผ่านมาจากป้ที่แล้ว ตลอดทั้งป้ มีเพียงปลายป้เท่านั้นเองที่การส่งออกของเรากระทบเพราะว่าเกิดเรื่อง เศรษฐกิจโลกทําให้ตกไป แต่เมื่อมาต้นป้นี้ ๓ เดือนแล้วที่มีคนพูดว่าเศรษฐกิจไทยนั้น กระทบจากปัญหาของการเมืองและกระทบจากผู้ที่มาเดินขบวนต่าง ๆ ซึ่ง ๓ เดือนที่ผ่าน มานั้นสิ่งเหล่านี้ได้สงบลงแล้ว แต่ผลผลิตมวลรวมที่พิสูจน์ออกมาแล้วติดลบถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีคนคาดกันไว้ว่าถึงปลายป้แล้วอาจจะติดลบถึง ๔ หรือ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเปึนเรื่องจําเปึน ผมก็เห็นใจรัฐบาลว่าจะต้องกระตุ้น เศรษฐกิจให้ถูกทาง ที่ผมกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทํารู้สึกจะสวนทางใน หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มภาษีต่าง ๆ แล้วก็รายจ่ายที่มีสู่ระบบนั้นยังล่าช้า พร้อมกันนั้นผมยังเห็นว่าเงินบาทกับเงินตราต่างประเทศของเรานั้น เพราะว่าประเทศไทย เรานี้เปึนประเทศที่พึ่งการส่งออก อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติหลายคนกล่าวไว้ว่า รายได้ จีดีพี ทั้งหมดถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ส่งออก แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาแล้วตกไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่สามารถที่จะทําให้เศรษฐกิจของไทยเราพยุงตัวได้ ก็คือเศรษฐกิจ ที่จะต้องมีเงินตราที่รักษาเงินตราที่ค่อนข้างจะอ่อน ในความคิดของผมต้องอยู่ที่ ๓๘ บาท การส่งออกของเราจะคล่องตัว และสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่อง ไม่ใช่เปึนวินัยการคลังที่ประเทศอื่น ไม่ได้ทํา ในประเทศจีนเองก็ทํา ประเทศเกาหลีใต้ก็ทํา สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องควรทํา เพราะถ้า เราสามารถส่งออกได้เพิ่มจากที่ลดไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เพิ่มมาแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ช่วย ประเทศชาติได้อีกมากมาย ในเวลาเดียวกันนั้นภาษีอีกตัวหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องกระทบ ประชาชนมวลรวมทั้งประเทศก็คือ ภาษีน้ํามันสรรพสามิต ซึ่งผมคิดว่าเวลาอันนี้ผมว่า ท่านควรจะต้องพยุงราคาให้มันพอสมควร เพราะต้นทุนต่าง ๆ ผลผลิตต่าง ๆ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เปึนค่าพลังงาน ค่าโลจิสติกส์ต่าง ๆ ถ้าเราสามารถรักษาระดับค่า พลังงานก็จะทําให้ทางอุตสาหกรรม คล่องตัวขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นน้ํามันนี่ไม่ใช่เฉพาะแต่ อุตสาหกรรมเท่านั้น ยังรวมไปถึงเกษตรกรต่าง ๆ ไม่ว่าปุิย น้ํามันที่จะต้องใช้ในเกษตร หรือค่าบรรทุกสินค้าต่าง ๆ ก็รวมอยู่ในนั้นเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าต้นทุนอันนี้เปึนเรื่อง สําคัญ และสิ่งสําคัญไปกว่านั้นอีก ผมเห็นด้วยกับขึ้นภาษี ซินแทกซ์ (Sin tax) หรือภาษีบาป อันนั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องทํา แต่ผมก็ยังสงสัยว่า ซินแทกซ์ ที่เก็บเข้ามากับภาษีสรรพสามิต เข้ามา กับการที่รัฐบาลชุดนี้ได้ให้เงินสนับสนุนแก่ประชาชนที่ยากไร้ หรือประชาชนที่กินเงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็คนที่เปึนชรา อีก ๕๐๐ บาท ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดขัดอะไร แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นปัญหามีอยู่ว่าผู้บริโภค จะต้องมีเงินอยู่ในมือให้มากไว้เพื่อจะมีกําลังซื้อ แต่ผมเห็นว่าการที่เอาเงินมาแจกแล้ว บอกว่าเปึนการแจกกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันสวนทาง เพราะว่ารายได้ที่เปึน ภาษีสรรพสามิตทุกครัวเรือนต้องโดนกระทบ ฉะนั้นรายจ่ายที่รัฐบาลออกไปนั้นมีเพียง น้อยนิด ถ้าเปรียบเทียบกับเงินสรรพสามิตที่ได้มา ฉะนั้นเงินที่อยู่ในระบบเพื่อทําให้กําลังซื้อ มีมากขึ้นก็ไม่ได้เปึนดังนั้น ถึงบอกว่ามันสวนทาง
และอีกประการหนึ่ง ผมก็เปึนห่วง ห่วงเรื่องกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของพระราชกําหนด และ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของพระราชบัญญัติ ซึ่งเงินจํานวนนี้บอก ว่าไม่ไปกู้เงินจากต่างประเทศ แต่จะออกพันธบัตรรัฐบาล และผู้ที่จะซื้อเปัาหมายก็คือจาก ธนาคาร ที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้กล่าวไว้แล้วว่ามีเงินถึง ๑.๑ ล้านล้านบาท มาซื้อธนบัตรของ รัฐบาล ดูเผิน ๆ ก็รู้สึกว่าภาระของจากต่างประเทศ ไม่ได้กู้จากต่างประเทศเปึนเรื่องดี แต่ผมกลับมองเห็นว่าเปึนการเอาเปรียบผู้ประกอบการในประเทศ เพราะว่า ผู้ประกอบการในประเทศนั้นก็ต้องพึ่งเงินจํานวนนี้เพื่อไปปรับปรุง ไปลงทุน เมื่อรัฐบาล เอาเงินจํานวนนี้ออกจากระบบไปแล้ว ก็เหลือน้อยเต็มทีที่ให้กับผู้ประกอบการได้ไป หมุนเวียนสภาพคล่องของการค้าของเขา และผมเห็นว่าสิ่งที่เสียเปรียบอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่า ในขณะนี้ผู้ประกอบการหรือผู้มีเงินฝากต่าง ๆ นั้น เงินฝากมีแค่เปอร์เซ็นต์เดียว แต่เงินกู้ ๕–๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าธนาคารพาณิชย์ก็ได้โอกาสนี้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลก็กําไร เหนาะ ๆ เห็นชัดเจน สิ่งเหล่านี้ผมว่าสร้างความลักลั่นในสังคมเปึนอย่างมาก
อีกประการหนึ่ง การที่รัฐบาลจะดําเนินการอะไรก็ตาม ซึ่งหลาย ๆ คนผู้มี เกียรติทั้งหลายก็บอกว่าไม่มีเอกสาร หรือไม่มีอะไร ผมได้ไปอ่าน เวิลด์ อีโคโนมี เอาท์ลุค (World Economy Outlook) ซึ่งของ ไอเอ็มเอฟ ได้บอกไว้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นต้อง มี ทาร์เก็ตเท็ด (Targeted) หรือมีเปัาหมายที่ชัดเจนและแน่นอน อันที่ ๒ จะต้องบอกว่า มี ไทม์ลี่ (Timely) หรือต้องมีเวลาอันควร เวลาที่เหมาะสม และสุดท้ายต้อง เทมโพรารี่ (Temporary) นั่นก็หมายถึงว่า ไม่ใช่ทํากระตุ้นเศรษฐกิจตลอดไป แต่กระตุ้น เศรษฐกิจตามความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ถาวร ๓ เรื่องนี้ผมเห็นว่าทางรัฐบาลที่บอกว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นผมว่ายังไม่เพียงพอ คุณสมบัติยังไม่ได้พอ ต้องให้มีความชัดเจน กว่านี้ เพราะว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่นั้นเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบระยะยาว แต่ระยะสั้นนั้น ท่านคิดว่ายังบกพร่อง เพราะว่าเศรษฐกิจในขณะนี้ต้องการความรวดเร็วอย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติหลายคนบอกว่าเบิกจ่ายยังล่าช้า ทั้ง ๆ ที่มีงบแล้วยังมีการจ่ายที่ล่าช้า ซึ่งนั่นก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล่าช้าลงไป พร้อมกับท่านยังบอกว่าช่วยการศึกษา ๑๕ ป้ สิ่งเหล่านี้เปึนรัฐบาลสวัสดิภาพ ทําให้เปึนการลงทุนระยะยาว ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าต้องทํา แต่ว่าสิ่งสําคัญที่สุดตั้งแต่ต้นป้และถึงปลายป้นี้เปึนเรื่องที่ สําคัญที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ผล ให้ได้เพียงพอ และให้ตรงเปัาหมาย หลาย รัฐบาลในเกาหลีเองเขาจะลดภาษีแล้วก็ทําให้เงินของเขาอ่อนตัว แล้วก็จะเพิ่มค่าใช้จ่าย ของรัฐบาลเปึนเรื่องสําคัญมาก ซึ่งผมคิดว่าเปัาหมายสําคัญที่สุดก็คือจะต้องให้มีเม็ดเงิน อยู่ในมือผู้บริโภคให้มาก เพราะผู้บริโภคมากก็จะมีกําลังซื้อ เมื่อกําลังซื้อมาก ผู้ที่ประกอบการก็สามารถที่จะกล้าลงทุน เพราะว่าการตลาดดีขึ้น แล้วก็ในเวลาเดียวกัน ถ้าสามารถที่จะให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงเงิน ซึ่งในขณะนี้ที่บอกว่าสภาพคล่องมีมากนั้น ก็เพราะว่าผู้ประกอบการทั้งหลายยังรอดูและไม่มั่นใจในเหตุการณ์ว่ารัฐจะทําอย่างไร และสิ่งสําคัญไปกว่านั้นที่ท่านบอกว่าต้องทําให้ไทยแข็งแรง ผมก็เชื่ออย่างนั้น แต่ผมคิดว่า ประชาชนแข็งแรงจะไม่ดีกว่าหรือครับ ที่จะให้ประชาชนแข็งแรงก็หมายถึงว่ารัฐอย่าเอา โครงการทั้งหลายมาทําเสียเองทั้งหมด ผมคิดว่าถ้าเราสามารถเปึนพี่เลี้ยงทําให้ ผู้ประกอบการทั้งหลายมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินและมีความมั่นใจในอัตราเงินบาทที่ ผ่อนปรนที่ไม่แข็งจนเกินไปเหมือนในขณะนี้ ๓๔ บาท ถ้าสามารถทําได้ถึง ๓๘ บาท ผมคิดว่าปัญหาเศรษฐกิจที่มีอยู่ในการกระตุ้นก็จะทันทีและรวดเร็ว
และอีกประการหนึ่ง ท่องเที่ยวก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะท่องเที่ยวมีถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้มวลรวมในประเทศ ถ้าเงินบาทอ่อนตัวก็จะทําให้ผู้ที่เดินทาง เข้ามามากขึ้น เพราะเขาสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะ เราจะต้องดูถึงต้นทุนของเรา ความเปึนศักยภาพของเราว่าประเทศเราเก่งเรื่องอะไรบ้าง ต้องส่งเสริม หลายอย่างที่มีปัญหาผมคิดว่าท่านต้องเข้าถึง อย่างอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม หรือแรงงานก็ตามในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีโครงการฝ๊กฝนต้นกล้า ซึ่งผมคิดว่าคนที่จะมา ฝ๊กฝนนั้นก็จะต้องเปึนผู้ที่ตกงาน แต่ว่าการตกงานนี้ก็เพราะว่าโรงงานทั้งหลายมีผลผลิต ที่ส่งออกไม่ได้ ฉะนั้นทางที่ดีไม่ดีกว่าหรือที่ทําให้โรงงานทั้งหลายยืนได้แล้วก็ไม่ต้องไปเสีย งบเพื่อที่จะไปฝ๊กฝนอาชีพใหม่ให้กับแรงงาน เพราะแรงงานนั้นส่วนมากเองถึงแม้ว่า เขาอยากจะเปลี่ยนเปึนแรงงานที่เปึนอาชีพอื่นนั้นก็ไม่ได้ทําง่าย อย่างที่พวกเราเอง ถ้าเรา จะเปลี่ยนอาชีพจากหนึ่งไปอีกหนึ่งต้องใช้เวลาแล้วก็ต้องสมัครใจด้วย สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่ อยากให้ข้อคิดว่าเราต้องช่วยตัวแม่ให้รอดเสียก่อนถึงจะไปช่วยตัวลูก ถ้าตัวแม่รอดตัวลูก รอดแน่นอนนะครับ ลูกจ้างเอย แรงงานเอย จะรอด แล้วเวลานี้เองผมก็เห็นว่าอุตสาหกรรม ของเรานั้นผลผลิตมีแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ คะแพซิตี้ (Capacity) หรือของความสามารถ ในการผลิต แต่ถ้าเราคิดโดยตรงกันข้ามแล้วถ้าเราให้โรงงานทั้งหลายสามารถผลิตได้ถึง ๗๐–๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขายในราคาในลักษณะที่ว่าผลผลิตเรามีมากขึ้นต้นทุนก็ถูกลง แรงงานก็จะสามารถทํางานได้และโรงงานก็สามารถที่จะอยู่ได้แทนที่จะไปหดตัว ควรจะส่งเสริมและผ่อนปรนให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นมีโอกาสได้ใช้วัตถุเครื่องจักร ของเขาให้เต็มภาคภูมิได้ยิ่งดี สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องเรียกว่า บูรณาการต่าง ๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้ เรียงลําดับ แต่ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็อยู่นี่ ท่านเปึนผู้ที่มี ความรู้แล้วก็มีความเฉลียวฉลาด ผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ผมเตือนสติคงทําให้ท่านเกิด ปัญญาในการที่จะทําให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างหนักแน่น มั่นคง และถูกเปัาหมาย อันนี้ ก็เปึนเรื่องที่ผมฝากไว้ว่ารัฐบาลเมื่อต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างฉุกเฉินขอให้ทําได้ จริง ๆ อย่าไปเอาโปรเจคต์ (Project) ใหญ่ ๆ แล้วเปึนโปรเจคต์ระยะยาวอันนั้นไม่ว่ากัน แต่ต้องลงน้ําหนักอยู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๕ เดือน ๖ เดือนนี้เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็ สิ่งสําคัญที่สุดคือสร้างให้มีศรัทธานะครับ ทั้งชาวต่างประเทศแล้วก็คนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ต่าง ๆ ผมเข้าใจว่า เอสเอ็มอี ของเรานี้เวลานี้ หดตัวป่ดล้มหายตายจากไปเยอะ ทําให้ฐานภาษีของเรานี่เล็กลงนะครับ แทนที่จะทําให้ เก็บภาษี เอสเอ็มอี หรือว่าผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้มีความแข็งแรง กลับกลายเปึนว่า ไปทําในสิ่งที่ระยะยาว ผมคิดว่าทํางานระยะยาวอย่างนี้ถึงได้ผล แต่คนที่อยู่ตรงกลาง เอสเอ็มอี ทั้งหลายจะกลับบ้านเก่าเสียก่อนนะครับ ผมก็ฝากไว้แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่า รัฐบาลสามารถแก้ไขเศรษฐกิจที่รุมเร้าไม่ว่าทั้งนอกประเทศ ในประเทศ แล้วก็ต้องสร้าง ศรัทธา และสิ่งสําคัญไปกว่านั้นคือต้องทําให้การเสี่ยง ซึ่งการค้าทุกชนิดกลัวความเสี่ยง มาก ขอให้มีความเสี่ยงผู้ประกอบการให้น้อยที่สุด ก็หมายถึงว่าต้องมีข้อมูลจากรัฐบาล ที่ไม่แกว่งซ้าย แกว่งขวา ให้ข้อเท็จจริงเขาจะได้เอาข้อมูลนั้นไปประกอบการพิจารณา การค้า ไม่ใช่ต้นป้บอกว่าจะมี จีดีพี เพิ่มขึ้น ๓ เปอร์เซ็นต์ และอีกค่ายหนึ่งก็บอกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ติดลบ มีบางคนบอกถึง ๙ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เลยไม่รู้จะเชื่อใคร ผมสงสาร ผู้ประกอบการที่ไม่มีความชัดเจนในสิ่งเหล่านี้ ก็ฝากท่านประธานช่วยเรียนกับผู้บริหาร ครม. ด้วย ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ รักษา เวลาได้ดีมาก เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ๓๓ ท่านที่ได้อภิปราย เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนที่ ผมจะชี้แจงต่อคําถามของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓๓ ท่านที่ได้ให้เกียรติอภิปราย พระราชกําหนดที่มีความสําคัญอย่างยิ่งของเราในวันนี้ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงถึงกรอบ การใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ อย่างเปึนทางการครับ กระผมขอ กราบเรียนว่าตามที่พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ ได้บัญญัติว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจกู้เงินในนามรัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรไทย เพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชกําหนดต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ เพื่อให้การดําเนินการกู้เงินของ รัฐบาลเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนไปตามนัย มาตรา ๓ แห่งพระราชกําหนด ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ รัฐบาลจึงต้องเสนอกรอบการใช้ จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ โดยได้แบ่งเปึน ๒ กรณีดังต่อไปนี้
กรณีที่ ๑ กรณีจํานวนเงินที่ต้องกู้เพื่อนําไปสมทบเงินคงคลัง จากการ ที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เปึนงบประมาณขาดดุล โดยมียอดขาดดุลจํานวน ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท และต่อมาใน เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ รัฐบาลปัจจุบันได้มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม กลางป้งบประมาณ ๒๕๕๒ โดยมีส่วนที่ต้องกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีก จํานวน ๙๗,๕๖๐ ล้านบาท รวมเปึนยอดงบประมาณขาดดุลในป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ จํานวน ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาท และจากการที่การจัดเก็บรายได้จนถึง ไตรมาสที่ ๒ ของป้งบประมาณไม่เปึนไปตามจํานวนประมาณการไว้แต่เดิม ประกอบกับ การคาดการณ์ว่าตลอดป้งบประมาณ ๒๕๕๒ การจัดเก็บรายได้ของรัฐทั้งหมดอาจจะ ต่ํากว่าเปัาหมายที่เคยประมาณการไว้เปึนจํานวนถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้ ยอดรวมการขาดดุลงบประมาณและยอดรวมของรายได้ที่ขาดหายไปที่ประมาณการไว้ว่า อาจจะเกิดขึ้นในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มีจํานวนทั้งสิ้น ๖๒๗,๐๖๐ ล้านบาท แต่เมื่อปรากฏว่าตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ๒๕๐๒ ประกอบกับ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ๒๕๔๘ รัฐบาลมีอํานาจกู้เงินในกรณีดังกล่าว รวมกันคิดเปึนจํานวนเงินได้เพียง ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้ยังขาดเงินที่จะนํามารองรับ กับงบประมาณรายจ่ายในป้ ๒๕๕๒ อีกประมาณ ๑๘๖,๐๖๐ ล้านบาท กรณีจึงเปึนความ จําเปึนอย่างรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องดําเนินการกู้เงินภายในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ดังนั้นกรอบวงเงินของกระทรวงการคลังภายใต้พระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่จะนําเงินกู้ไปใช้จ่ายสําหรับกรณีจํานวนเงินที่ต้องกู้เพื่อนําไปสมทบเงินคงคลังวงเงิน ประมาณไม่เกินจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
กรณีที่ ๒ คือกรณีการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดําเนินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ที่มีความพร้อมที่จะดําเนินการได้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ วงเงินลงทุนรวม ประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท โดยมีโครงการที่มีความพร้อมที่จะสามารถเริ่มดําเนินการได้ ทันทีในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ ในวงเงิน ๓๗๗,๕๗๙ ล้านบาท และมี แหล่งเงินแล้วส่วนหนึ่ง โดยจะต้องเสนอขอใช้วงเงินกู้ภายใต้กรอบพระราชกําหนดให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ๒๕๕๒ ทั้งนี้ โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในช่วงป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ มีวงเงิน ที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก ๒๓๕,๗๒๐ ล้านบาท ซึ่งจะเสนอขอใช้วงเงินกู้ภายใต้กรอบ พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในส่วนที่เหลือจากกรณีนําไปใช้สมทบเงินคงคลัง รัฐบาล ขอให้ความเชื่อมั่นต่อสภาผู้แทนราษฎรอันเปึนองค์ที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดินว่า จะดําเนินการกู้เงินและใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนด ให้อํานาจ กระทรวงการคลังเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริงต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราก็ได้มีโอกาสที่จะได้อภิปรายแสดงความ คิดเห็นในเรื่องของการเสนอกรอบการใช้เงินกู้ตามพระราชกําหนดที่ให้อํานาจ กระทรวงการคลังตามที่ได้มีการชี้แจงไปแล้วโดยกระผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ผมคงจะไม่ขอใช้เวลาของทางสภาของเรามากเกินไป แต่ก็อยากที่จะชี้ถึง ที่มาของตัวพระราชกําหนด เพราะตัวพระราชกําหนดนี้ที่มาสืบเนื่องมาจากประเด็น ปัญหาทางเศรษฐกิจซึ่งเพื่อนสมาชิกล้วนแล้วแต่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงและอภิปรายกัน ไปแล้ว ตัว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลจะสามารถกู้ยืมผ่านพระราชกําหนดนี้ได้ถือว่า เปึนแหล่งเงินสําคัญที่จะมารองรับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งซึ่งเปึนการลงทุนครั้ง ประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเปึนนโยบายที่จะนํามาซึ่งการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของ ประเทศ นํามาซึ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนและเปึนการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนไปพร้อมกัน นอกจากนั้นการที่รัฐบาลนําเสนอ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในช่วงจังหวะนี้ถือว่าเปึนการนําเสนอบทบาทของทางรัฐบาล ในช่วงที่ภาคเอกชนมีความอ่อนแอ ความอ่อนแอของภาคเอกชนหมายถึงสภาพคล่อง ที่ล้นเหลือ พูดง่าย ๆ ก็คือมีเงินเหลืออยู่ในระบบที่ไม่มีผู้ใดมีความพร้อมที่จะหยิบยกไปใช้ เพื่อเปึนประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นรัฐบาลจึงมีความเชื่อว่าบทบาทของ รัฐบาลยิ่งมีความจําเปึนที่จะต้องมีความสําคัญในการที่จะหยิบยกเม็ดเงินที่เหลืออยู่ใน ระบบนี้เพื่อมาลงทุนสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนโดยรวม มีเพื่อน สมาชิกท่านหนึ่งได้อภิปรายว่าความจริงรัฐบาลเข้ามาในสภาวะเช่นปัจจุบันเพียงแค่ สามารถประคองตัวก็ได้ แล้วก็โทษการทํางานอาจจะของรัฐบาลในอดีต โทษสภาวะ เศรษฐกิจของประเทศ ของต่างประเทศว่าทําให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีปัญหาไปด้วย แต่ผมและคณะรัฐมนตรีก็มีความเชื่อว่าเมื่อมีอํานาจก็ต้องมีความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงมี ความจําเปึนที่รัฐบาลต้องตัดสินใจที่จะนําเสนอแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งครั้งนี้ ด้วยความเชื่อว่าแผนนี้จะช่วยให้พวกเราชาวไทยสามารถที่จะยืนหยัดและช่วยเหลือ ตัวเองได้ไม่ต้องพึ่งพาต่างประเทศ อย่างเช่นในอดีต วันนี้เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายถึง ความต้องการของพี่น้องประชาชนที่หลากหลาย เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงความต้องการของ พี่น้องเกษตรกรที่รอความช่วยเหลือ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงความต้องการของ ลูกหลานในส่วนของคุณภาพการศึกษา ได้อภิปรายถึงคุณภาพการดูแลรักษาทาง สาธารณสุขของพี่น้องประชาชน ได้พูดถึงความต้องการของพี่น้องตามพื้นที่ชนบทที่จะ เข้าถึงเส้นทางถนนที่มีการลาดยาง ไร้ฝุ์น ได้พูดถึงความต้องการของเกษตรกรที่จะเข้าถึง แหล่งน้ํา พูดถึงความต้องการของเศรษฐกิจโดยรวมในโครงการลงทุนยกระดับมาตรฐาน สาธารณูปโภคของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนระบบรถไฟรางคู่ ไม่ว่าจะเปึนระบบขนส่งมวลชน คือรถไฟฟัาในเมือง เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดย่อม เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหมดก็คือโครงการกว่า ๖,๐๐๐ โครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่รัฐบาลปัจจุบันนําเสนอ และตามที่ผมได้เรียนเม็ดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเรากําลังพิจารณาอยู่ ก็คือแหล่งทุนส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะนําไปใช้ ในการลงทุนในโครงการ ๖,๐๐๐ โครงการทั่วประเทศ ในหมวดต่าง ๆ ตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ดังเช่นที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อตักเตือนรัฐบาล วันนี้ก็ได้มี การวิเคราะห์ถึงตัวเลขข้อเสนอของทางรัฐบาลนะครับ แล้วก็ถึงขั้นบางช่วงที่มีการอ้างว่า ทางรัฐบาลได้นําข้อมูลเท็จมาชี้แจงต่อรัฐสภานะครับ ซึ่งผมมีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจง เพื่อให้มีความชัดเจน มีความสับสนในส่วนของข้อมูลที่มีการอ้างว่ารัฐบาลมีความ ต้องการที่จะลงทุนในเม็ดเงิน ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าหักจากเม็ดเงินรวม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าจะหมายถึงตัวเลขเม็ดเงินที่จะมาชดเชยงบประมาณเพียงแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้อเท็จจริงตามกรอบการลงทุนที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภาใน วันนี้ก็จะปรากฏตัวเลขที่ชัดเจนว่า ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนตัวเลขจริง แต่เปึน ตัวเลขที่รวมถึงหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลมองว่าอาจจะยังไม่พร้อมที่จะมีการเริ่ม ดําเนินการในช่วงป้ ๒๕๕๒ หรือต้นป้ ๒๕๕๓ โครงการที่ยังไม่พร้อมก็จะถูกจับไปอยู่ใน ส่วนของพระราชบัญญัติซึ่งจะมีการพิจารณาโดยสภาในวันพรุ่งนี้ ส่วนโครงการที่คัดแล้วมีความพร้อมที่จะเริ่มดําเนินการได้ทันที ภายใต้สภาวะฉุกเฉินเช่น ปัจจุบัน มีมูลค่าโดยรวมก็คือ ๒๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตรงกับตัวเลขที่นําเสนอในกรอบ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขการลงทุนทั้งหมดในส่วนของป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ นั้น เปึน เม็ดเงินรวมเกือบ ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งบางส่วนก็คือ รายได้หรือที่มาของแหล่งทุนที่เปึนแหล่งอื่นนอกเหนือจากการกู้ยืมภายใต้พระราชกําหนด นั่นก็คือโอกาสที่กระผมจะชี้แจงในแง่ของความถูกต้องของตัวเลขนะครับที่รัฐบาลได้ นําเสนอ นอกจากนั้นประเด็นที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านได้หยิบยกขึ้นมาอภิปราย ซึ่งผม คิดว่าเปึนประเด็นที่มีความสําคัญแล้วก็รัฐบาลได้ให้น้ําหนักในการพิจารณากระบวนการ ก็คือเรื่องของความโปร่งใสในการดําเนินการโครงการ ต้องยอมรับนะครับว่าโครงการ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้นตามที่ผมได้เรียน เปึนการลงทุนขั้นประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทยเลยทีเดียว ไม่เคยมีการลงทุนพร้อมกันในเม็ดเงินรวมถึงขนาดนี้ ๑.๔ ล้านล้านบาทนะครับ เปึนเม็ดเงินเทียบเท่ากับขนาดของเศรษฐกิจก็ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี เพราะฉะนั้นเรื่องของความโปร่งใสเปึนเรื่องสําคัญ
ในอันดับแรกผมขอเรียนนะครับว่าพระราชกําหนดฉบับนี้มีความแตกต่าง จากพระราชกําหนดให้อํานาจรัฐบาลในลักษณะคล้ายเคียงกันในอดีตที่มีนัยสําคัญ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการเสนอกรอบการลงทุนที่ผ่านการ พิจารณาของคณะรัฐมนตรีที่ผมได้นําเสนอไปเมื่อสักครู่นี้ ก็เปึนครั้งแรกที่การออก พระราชกําหนดในลักษณะนี้มีบทบัญญัติว่าเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ตรงนี้ก็คือเพื่อความ โปร่งใสเพิ่มเติมให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนมีโอกาสได้ติดตามการทํางานของ รัฐบาลภายใต้พระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ได้เคยมีการออกพระราชกําหนดฉุกเฉิน ในลักษณะนี้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๑ มา ๓ ฉบับ ในป้ ๒๕๔๕ ก็มีการออก พระราชกําหนดฉุกเฉินมาอีก ๑ ฉบับ ไม่มีฉบับใดที่มีการเสนอกรอบการลงทุนดังเช่น พระราชกําหนดฉบับปัจจุบัน นั่นก็คือมาตรา ๓ ส่วนในมาตรา ๗ ก็ยังบังคับให้ทางรัฐบาล ต้องกลับมาชี้แจงผลของการกู้ยืมและประเมินผลของการลงทุนของรัฐบาลภายใน ๖๐ วัน หลังจากที่ได้มีการดําเนินการแล้วเสร็จ นั่นก็คือในชั้นแรกในส่วนของการเพิ่มความมั่นใจ ในเรื่องของความโปร่งใสของการดําเนินโครงการ นอกจากนั้นที่มาของโครงการเอง โครงการทั้ง ๖,๐๐๐ โครงการล้วนแล้วแต่เปึนโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองของทาง สภาพัฒน์นําส่งมาที่คณะกรรมการกลั่นกรองของทางกระทรวงการคลัง ที่มีปลัดและ ข้าราชการ มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และข้าราชการระดับสูงอื่น ๆ ปฏิบัติหน้าที่ ในการกลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการ นอกจากนั้นทางคณะรัฐมนตรีก็ได้มีการ แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลขึ้นมาอีก ๑ ชุด โดยผมขออนุญาตเอ่ยนาม มีท่านอดีตปลัดกระทรวงการคลัง ท่านพนัส สิมะเสถียร ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรี ท่านโฆษิต ปัุนเป้ืยมรัษฎ์ และท่านอื่น ๆ ที่มี ประสบการณ์ มีความรู้ลึกซึ้งถึงระบบราชการการเบิกจ่ายและขั้นตอนการดําเนินการของ โครงการลักษณะนี้เปึนอย่างดี หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ตามนิยามก็คือติดตาม ประเมินผล และจะมีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุก ๆ อาทิตย์ถึงความคืบหน้า การดําเนินการโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นอกจากนั้นในแง่ของความชอบธรรม ทางกฎหมาย พวกเราก็รับทราบแล้วถึงผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญยืนยัน ความชอบธรรมของพระราชกําหนดฉบับนี้ในแง่ของความฉุกเฉินและความสําคัญต่อการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนในรายละเอียดของโครงการก็จะมีการพิจารณาระดับชั้น กรรมาธิการ ซึ่งก็จะมีเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคมีส่วนร่วมอยู่ด้วยในส่วนของกรรมาธิการ พระราชบัญญัติที่จะพิจารณาวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็มีสิทธิและจะมีโอกาสในการที่จะพิจารณา รายละเอียดโครงการภายใต้พระราชกําหนดด้วย นอกจากนั้นทางรัฐบาลก็ได้จัดเตรียม ตรงกับข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ข้อมูลทั้งหมดจะหยิบยกขึ้นไปบรรจุ ในเว็บไซต์ของโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านจะสามารถเข้าไปดูได้นะครับว่าในแต่ละจังหวัด มีโครงการอะไรบ้าง เม็ดเงินเท่าไร ดําเนินการลุล่วงไปแล้วอย่างไร พี่น้องประชาชน ในแต่ละจังหวัดพื้นที่ก็สมควรที่จะคอยติดตามเพื่อยืนยันความโปร่งใสของโครงการด้วย ก็มีข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกทั้ง ๓๓ ท่านที่ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์กับการทํางานของ กระผมและทีมงาน ในเรื่องของความจําเปึนที่จะต้องขันน็อตขับเคลื่อนกลไกระบบ ราชการนั้น ผมถือว่าเปึนประเด็นที่จําเปึนและท้าทายอย่างยิ่ง ประเทศไทยเคยมีแผนการ ลงทุนมาเยอะครับ เม็กกะโปรเจ็กต์ (Megaproject) ต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายก็สะดุดในเรื่องของ การขับเคลื่อน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็เปึนประเด็นที่ผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก นะครับที่ให้ความสําคัญ และเช่นเดียวกันคณะทํางานของทางรัฐบาลนี้ก็จะติดตามอย่าง ใกล้ชิดเพื่อที่จะกําหนดให้โครงการเหล่านี้บรรลุล่วงตามเปัาหมายที่กําหนดไว้ในแง่ของ ระยะเวลา
ก็มีประเด็นที่ซักถามนะครับเกี่ยวกับเรื่องของนโยบาย อย่างเช่น นโยบาย ที่ทางรัฐบาลจะเพิ่มทุนให้กับทางสถาบันการเงินของรัฐ เม็ดเงินรวมประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งนโยบายนี้รัฐบาลถือว่าเปึน นโยบายสําคัญ เพราะสถาบันการเงินของรัฐมีบทบาทที่สําคัญในการที่จะอัดฉีดสินเชื่อ และสภาพคล่องเข้าไปในระบบตามปัญหาที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้วิเคราะห์เอาไว้ แต่ประเด็นที่ท่านหยิบยกขึ้นมาว่ารัฐบาลสมควรหรือไม่ที่จะช่วยผู้ประกอบการที่มีผู้ถือหุ้น เปึนต่างชาติ ผมขออนุญาตเรียนไว้เลยเพื่อความชัดเจน รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วย ผู้ประกอบการที่เปึนคนไทยอย่างเต็มร้อยอยู่แล้ว และจะให้โอกาสและให้สิทธิการเข้าถึง แหล่งเงินทุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการคนไทยก่อน แต่ผมขออนุญาตฝากข้อคิดไว้ นิดหนึ่งครับว่า การที่เราเลือกที่จะช่วยนายทุนคนไทยที่อาจจะมีบริษัท มีลูกจ้าง ล้วนแล้วแต่เปึนคนต่างชาติ ๕-๖ คนหรือมากกว่านั้น เปรียบเทียบกับบริษัทที่มีนายทุนเปึน ต่างชาติ แต่มีลูกจ้างเปึนประชาชนคนไทยนับพันนับหมื่น ถามว่ามีความยุติธรรมหรือไม่ที่เรา จะเลือกปฏิบัติในการที่จะช่วยเหลือกลุ่มนายทุนโดยไม่เห็นถึงความสําคัญของลูกจ้างของ บริษัทที่อาจจะมีนายทุนเปึนต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องมีความใจกว้าง และเราก็ต้องพร้อมที่จะพิจารณาในวงกว้างต่อผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยไม่ เพียงแต่พิจารณาถึงผลประโยชน์ของนายทุนที่อาจจะเปึนคนไทย นอกจากนั้นก็มีการ วิพากษ์กันค่อนข้างมากถึงผลของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน ระยะสั้นที่รัฐบาลได้ผลักดันภายใต้มาตรการงบประมาณกลางป้ โดยเฉพาะ ผลต่อเศรษฐกิจของนโยบายที่มีความตั้งใจในการที่จะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ เพราะว่าตัวเลขที่นําเสนอก็มีความหลากหลาย หลาย ๆ กรณี ผมต้องขออนุญาตเรียนว่าไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ผมเองกลับมองนะครับว่าอันดับแรก นโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นช่วงแรกของรัฐบาลที่ออกไป ในแง่ของการเบิกจ่าย ชถือว่าประสบความสําเร็จสูงมาก ภายในช่วงระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเปึนกรณีเช็คช่วย
า หรือจะเปึนกรณีเรื่องของการติ ไม่ว่าจะเปึนกรณีเบี้ยผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเปึนกรณีเบี้ย อสม. เรียนฟรีที่แท้จริงตามนโยบายของทางรัฐบาล ล้วนแล้วมีผลในแง่ของการเบิกจ่าย ที่รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ส่วนผลในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตเรียน เปึนตัวเลขเลยนะครับ ที่จะวัดในแง่ของการบริโภคภายในประเทศ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ดูภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็คือวีเอที (VAT) ที่รัฐบาลเก็บได้ ในช่วงเดือนมีนาคมมูลค่าภาษี มูลค่าเพิ่มที่เก็บได้เทียบกับมีนาคมป้ก่อนหน้านั้น ติดลบ ๘.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านอย่าลืม นะครับว่าการเบิกจ่ายตามงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเริ่มต้นปลายเดือนมีนาคม ต้นเดือนเมษายน ปรากฏว่าในช่วงเดือนเมษายน มูลค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บได้ปรับลด เทียบกับป้ที่แล้ว แต่ในอัตราที่ลดลง ก็คือลบ ๕ เปอร์เซ็นต์ และในเดือนพฤษภาคมที่เพิ่ง ผ่านไป ติดลบเพียงแค่ ๓.๙ เปอร์เซ็นต์ แนวโน้มชัดเจนครับว่า การบริโภคดีขึ้น และผม มั่นใจครับว่าส่วนหนึ่งที่ดีขึ้นก็เพราะว่าเม็ดเงินจากนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ระยะสั้นของทางรัฐบาล
สุดท้ายครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกได้ฝากคําถามไว้ว่าเม็ดเงิน โดยรวม พระราชกําหนดและพระราชบัญญัติรวมกัน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทางรัฐบาลคาดว่าจะถึงมือประชาชนสักเท่าไร ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่ารัฐบาล มีความตั้งใจว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ประชาชนจะได้รับภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นั้นไม่ใช่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่ ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่จะเปึนโครงการ การลงทุนที่สร้างคุณค่าให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และนอกจากนั้นผมขออนุญาต ยืนยันแทนรัฐบาลอีกชั้นหนึ่งด้วยว่า รัฐบาลจะดําเนินการการลงทุนโดยไม่มีการเลือก ปฏิบัติ มาตรฐานเดียวครับ และเม็ดเงินการลงทุนจะกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ขอบพระคุณครับ
ผมว่าก็เกือบจะพอสมควร แต่ว่าขออีกสัก ๑๑ ท่านครับ มีแต่รายใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ๑๑ ท่านที่จะได้พูดต่อไป แล้วก็จบ แล้วก็จะได้โหวตกันนะครับ ต่อไปคุณอันวาร์ สาและ ๑๐ นาที อยู่ไหมครับ อยู่ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติหลายต่อหลายด้าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับว่า วันนี้ประเทศไทยก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เรายืนอยู่โดดเดี่ยว เมื่อประเทศอื่นที่เขามีผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีภาวะวิกฤติ ในเรื่องของซับไพร์มเราเองก็หลีกหนีไม่พ้น ที่ผ่านมานี่สมาชิกทุกท่านก็คงได้รับทราบ ข่าวสารนะครับว่าประเทศหลายประเทศนี่ได้มีการทุ่มเททรัพยากรเพื่อจะช่วยเหลือหรือ กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ประชากรของเขาได้มีความเปึนอยู่ให้รับกับสภาพ ปัญหาให้ได้ แม้แต่ประเทศอเมริกาเอง หรือประเทศในฝัืงยุโรป หรือผู้นําทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น ญี่ปุ์น ประเทศเหล่านี้ก็มีการกู้ยืมเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ของเขา ประเทศไทยเองนะครับถ้าดูจากเม็ดเงินที่จะใช้จ่ายนี่ถือว่าเปึนจํานวนเงินที่ เล็กน้อยมาก พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งยวดต่อประชากร ชาวไทย รวมทั้งคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมเองด้วย เราจะสังเกตนะครับ ว่า เม็ดเงินที่จะลงไปตามโครงการต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะลงไปในโครงการของสาธารณูปโภค พื้นฐาน ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลได้ทําถูกต้องแล้วครับ ประเทศเราเปึนประเทศที่ทําเกษตรกรรม การจัดการเกี่ยวกับแหล่งน้ําในเรื่องของโลจิสติกส์ ในเรื่องของการขนส่ง หรือว่าอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ที่เปึนหลักของเรา อย่างเช่น การท่องเที่ยวที่จะนําเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามา เพราะฉะนั้นการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ของเราเองมีความสําคัญมาก ท่านประธานครับ ในกรณีที่เจอภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้หลายประเทศเขาลุยก่อสร้างใน เรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพราะอะไรท่านทราบไหมครับ
๑. ต้นทุนในการก่อสร้างจะต่ํากว่าทุกป้ เพราะว่าในอนาคตนี่ไม่สร้างวันนี้ อนาคตก็ต้องสร้างครับ แต่วันนี้ต้นทุนจะถูกกว่า วันนี้อาจจะราคาของสิ่งก่อสร้างอะไร สักอย่างอาจจะอยู่ในราคาแค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่อีก ๔-๕ ป้ข้างหน้าเราก็ต้องก่อสร้าง แต่วันนั้นอาจจะเปึนราคาอีกเท่าหนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลได้ลงมาแล้วเม็ดเงินตรงนี้ ไม่ได้ไปไหนครับ การกู้ยืมเงินก็กู้ยืมภายในประเทศ ถามว่าเงินนี้จากไหนก็จากพี่น้อง ที่เปึนเงินฝากในสถาบันการเงิน รัฐบาลก็เอาเงินเหล่านั้นที่อยู่เฉย ๆ นี่ ซึ่งปกติแล้วภาวะ ทุกวันนี้การกู้เอามาใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจก็ไม่ได้ทําอยู่แล้ว รัฐบาลก็ใช้เม็ดเงินตรงนั้น อัดฉีดอยู่ในระบบในพื้นที่ ผมเองนะครับท่านประธาน ผมเคยทําธุรกิจมาเมื่อป้ ๒๕๔๐ และผมเองก็เคยเจอวิกฤติที่ค่อนข้างสาหัสกับความเปึนอยู่ของผมมาก วันนั้นผมทําธุรกิจ รับเหมาก่อสร้าง ท่านทราบไหมครับว่าวันนั้นถ้าผมมีเงินก้อนก้อนหนึ่งมาช่วยเหลือธุรกิจของผมซึ่งใช้เงิน ไม่เยอะเลย ในสเกล (Scale) ของผมวันนั้นที่ผมรับงานเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ในต่างจังหวัดก็ถือว่าเปึนสเกลที่ค่อนข้างจะพอสมควร แต่วันนั้นผมขาดเงินไม่มากครับ แล้วก็ทําให้ธุรกิจของผมต้องล้มละลายลงไป วันนี้การทํางานของรัฐบาลเองผมต้องขอ ชมเชยนะครับว่ารัฐบาลให้ความจริงใจกับคนที่อยู่ในระดับรากหญ้าจริง ๆ นําเม็ดเงิน ตรงนั้นเพื่อกระจายลงในพื้นที่จริง ๆ อย่างพื้นที่ของผมเอง หลายครั้งนะครับที่พี่น้อง ประชาชนไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งทุนได้ ทั้ง ๆ ที่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือ แต่ว่าที่นั่นถ้าไม่มีความเข้าใจในเรื่องหลักการ เขาไม่สามารถที่จะรับได้ในเรื่องของ การกู้ยืมเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจของเขา แต่ถ้ามีดอกเบี้ยเขาก็ไม่สามารถที่จะรับเงิน ก้อนนั้นได้ แต่ครั้งนี้ก็เปึนมิติใหม่นะครับทางรัฐบาลเองผมก็คงต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ วันนั้นผมได้ปรารภกับท่านว่า ในพื้นที่ของ ผมอย่างน้อยที่สุดซอฟท์ โลน (Soft loan) ที่พื้นที่ของผมจําเปึนต้องใช้ เพราะว่านักธุรกิจ ในพื้นที่วันนี้ต้องยอมรับว่าวันนี้ภาวะของการต้องรองรับกับสภาพปัญหาของความไม่สงบ อย่างเดียวก็สาหัสอยู่แล้วครับ แล้วยังมีภาวะเรื่องของเศรษฐกิจที่เปึนอยู่ด้วย ผมถามวันนี้ เขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวของเขาเองด้วยความอดกลั้น ผมว่าก็ต้องชมเชยเขานะครับ แต่สิ่งที่ดีกว่านั้นก็คือว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอง หรือคณะรัฐมนตรี ทุกท่านโดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีเอง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ให้ความสําคัญกับ พื้นที่มาก ท่านก็เอาเงินก้อนหนึ่งมาใส่ไว้ในส่วนของแบงก์อิสลาม แบงก์อิสลามกับคน ในพื้นที่วันนี้ได้รับความไว้วางใจจากพื้นที่มาก เพราะต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ที่มี ปัญหาไม่มีแบงก์ไหนครับที่เขาปล่อยสินเชื่อในพื้นที่ตรงนั้น คนบ้านผมแม้จะซื้อ มอเตอร์ไซค์สักคันหนึ่งยังไม่มีไฟแนนซ์ที่กล้ารองรับเลยครับ แต่วันนี้แบงก์อิสลามเขากล้า ลงไปให้สินเชื่อ วันนี้ถ้าชาวบ้านต้องการจะประกอบธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท แบงก์อิสลามสามารถเข้าไปรองรับตรงนั้นได้ แล้วก็ ช่วยเหลือให้สภาพความเปึนอยู่ของท่าน ท่านอาจจะทํางานแล้วก็สามารถผ่อนได้ แต่ไม่มี เงินก้อนทําอะไรทางนั้นก็จะรองรับตรงนี้ได้ นี่แหละครับท่านประธาน ผมคิดว่าหลาย ความเห็นของเพื่อนสมาชิกเองไม่ว่าจะมีความกังวลในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ แต่ผมมอง ในมุมอีกมุมหนึ่งมันก็เปึนข้อดีต่อประเทศชาติ แล้วก็เปึนข้อดีต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง ของเรา ท่านเห็นไหมครับว่าวันนี้เหตุการณ์ในภาคใต้มีความรุนแรงอย่างมาก ถามผมว่า สาเหตุมาจากอะไร มีหลายประเด็นครับ หลายประเด็นเหล่านั้นถ้าคิดว่าการแก้ปัญหา ต้องไปในทิศทางของมิติของความมั่นคงอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ รัฐบาลเอง ผมคิดว่า ทุกคนทางคณะรัฐมนตรีได้มองเห็นทะลุปรุโปร่งว่าวันนี้นอกจากปัญหาความไม่สงบเรายัง ทําสงครามกับความยากจนในพื้นที่ด้วยครับ ถ้าสมมุติว่าเราปล่อยปละในเรื่องของภาวะ เศรษฐกิจให้เขาเปึนอยู่อย่างที่เปึนอยู่ทุกวนนี้ ไม่มีแหล่งทุนอันไหนที่เปึนทางเลือกให้กับ เขา รับรองเลยครับจากปัญหาความเปึนอยู่ของปากท้องกลายเปึนปัญหาอาชญากรรมใน ไม่ช้านี้ แล้ววันนั้นทางรัฐบาลหรือใครก็แล้วแต่ที่เข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขในพื้นที่ ไม่สามารถจะแยกแยะได้ เพราะว่าความซับซ้อนของปัญหามันซับซ้อนแล้วก็ทับถม ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ตรงนั้น หลายท่านสมาชิกก็บอกว่าเวลาเกิดเหตุก็จะมีเงินลงไปทีทุกที จนรู้สึกว่าพื้นที่ของผมได้รับเงินสนับสนุนในการทําโครงการหรืออะไรกับพื้นที่ตรงนั้น หรือชาวบ้านได้รับเปึนจํานวนมากมายต่างจากพี่น้องที่อื่น ผมขอบอกได้เลยครับว่าชาวบ้าน ผมยังรู้สึกว่าวันนี้ไม่ว่าจะเปึนอะไรหลาย ๆ อย่าง ก่อนหน้านี้นะครับไม่ถึงเขา แต่วันนี้เปึน มิติใหม่ที่รัฐบาลเองสนใจยกระดับความเปึนอยู่ของเขาให้ดีขึ้น ด้วยความชัดเจนของ นโยบายก็บอกด้วยครับว่าจะยกระดับของความเปึนอยู่เรื่องรายได้ของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นกว่า ที่เปึนอยู่ นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงว่าวันนี้ถ้าเขาได้รายได้เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เขาจะได้มากกว่านั้น การตกงานในพื้นที่ ท่านเห็นไหมครับในพื้นที่ของประเทศไทยในส่วนอื่น ในมือผมเปึนตัวเลขของการว่างงาน มีจํานวนเพิ่มขึ้นตลอดตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ แล้วนะครับ ถ้าไม่มีการลงไปใช้เงินในการกระตุ้น เศรษฐกิจตัวเลขอาจจะไม่ใช่จํานวนเท่านี้ครับ จากที่ท่านได้รับรู้ไว้ มันอาจจะมากกว่านี้ หลายเท่าครับ แต่เนื่องจากว่าเม็ดเงินที่ลงไปในพื้นที่มันทําให้ปัญหาหลาย ๆ อย่าง ผ่อนคลายได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสมมุติว่าชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เขารู้สึกว่าทางรัฐ มีความจริงใจกับเขา แล้วเขาสัมผัสได้ ปัญหาภาคใต้แก้ได้ครับ เขาต้องการความยุติธรรม ในวันนี้รัฐก็ให้ความสําคัญกับเขา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางท่านนายกรัฐมนตรีเองและ ก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสําคัญ ผมก็ให้ความมั่นใจกับพี่น้องที่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับว่าวันนี้การตรวจสอบ การจะให้การไต่สวนในเรื่องของเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น พวกเราไม่ว่าจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเปึนมุสลิม หรือว่าคนที่ ไม่ใช่มุสลิมในสภา ผมคิดว่าจุดมุ่งหมายเดียวกัน อยากให้เห็นประเทศไทยโดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถแก้ปัญหาลุล่วงไปได้ และผมคิดว่าแนวทางอันนี้ก็จะ เปึนแนวทางที่ถูกต้อง และผมก็ขอสนับสนุนทางรัฐบาลนะครับว่าท่านได้เดินทางมา ถูกต้องแล้วครับ และผมก็ขอให้เปึนกําลังใจกับท่าน และทุกรัฐมนตรี และก็นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีที่ให้การดูแลในพื้นที่ของผมอย่างดียิ่ง ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณแวมาฮาดี แวดาโอะ เชิญครับ ๑๕ นาทีนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส. นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ผมเปึนหมอ ครับ เปึนนายแพทย์ และก็ได้ทราบถึงคุณค่าของน้ําตาลดี แต่ในช่วงเวลาที่ผู้ป์วยเปึน โรคเบาหวานนั้นแม้ดูน้ําตาลจะมีประโยชน์แต่ถ้าให้ไม่ถูกเวลา ไม่ถูกช่วงเวลามันก็จะเกิด โทษได้ เช่นเดียวกันเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ดูเสมือนรัฐบาลพยายาม ที่จะกําหนดเปึนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และก็ได้กําหนดแผนงานพัฒนาฉบับสมบูรณ์ ที่อยู่ในมือผมที่ถ่ายเอกสารมาจาก ศอ.บต. ครับ กําหนดแผนงานทั้งหมดตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๔ ครับ มันคาบเกี่ยวกับแผนงานไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะมีไปสิ้นสุดในป้ ๒๕๕๕ งบประมาณที่บรรจุไว้ในแผนนี้มีทั้งหมดตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ แล้วก็ป้ ๒๕๕๔ นั้น ทั้งหมด ๗๐,๗๗๐ ล้านบาท และก็จะไปอยู่ในป้ ๒๕๕๓ นั้น ๓๐,๘๐๐ ล้านบาทครับ อันนี้คือข้อมูลที่ได้รับจากเอกสารที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะไปชี้แจง ต่อประชาชนในพื้นที่ตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นใน พ.ร.ก. ฉบับนี้นะครับ ก็ได้กําหนด แผนงานส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเขตพิเศษเฉพาะกิจป้ ๒๕๕๓ เปึนจํานวนเงินทั้งหมด ๑๔,๕๔๓.๐๖ ล้านบาท หมายความว่าประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่ต้องใช้ทั้งหมด ซึ่งผมเข้าใจว่าอีกครึ่งหนึ่งนั้นจะไปบรรจุใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ที่จะพิจารณาในวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเห็นด้วย โดยภาพรวมที่รัฐบาลบอกว่ากําลังจะเปลี่ยนทิศทางการแก้ปัญหา นั่นก็คือจะให้ ความสําคัญเกี่ยวกับการพัฒนา แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมก็เปึนห่วง เพราะว่าที่นั่นมันเปึน พื้นที่เฉพาะ เปึนพื้นที่ที่มีปัญหา ถ้าเปรียบเสมือนมนุษย์ก็กําลังอยู่ในสภาพที่เปึนไข้ นะครับ ในขณะเดียวกันรัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ดําเนินการตาม วิธีคิดเดิมตอนที่หาเสียง ที่บอกว่ากุญแจสําคัญที่จะไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นจะต้องมีองค์กรหนึ่งไปรองรับครับ ไม่ใช่เปึนองค์กร ศอ.บต. เหมือนที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ผมจึงต้องขออนุญาตจาก ท่านประธานว่า หากไม่มีกฎหมายรองรับองค์กรที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศมาตลอด นั้น งบประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะลงไป ๓ ป้หลังจากนี้นั้น มันจะเกิดประสิทธิภาพ หรือไม่อย่างไร เอกสารที่อยู่ในมือผมครับเปึนเอกสารชิ้นหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ รณรงค์หาเสียงบอกว่า การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใต้สันตินั้นหรือ ที่เรียกว่า สลาตัน ดารุสซาลาม ในภาษามาลายู อันนี้นะครับ สลาตัน ดารุสซาลาม นี่เปึน เอกสารสีฟัาที่บอกว่า การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใต้สันตินั้นต้องมี ๒ ยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือ ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงเพื่อนําความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินคืนสู่พี่น้องโดย ข้อที่ ๑ เลยครับ ต้องมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมารองรับ การแก้ปัญหาความไม่เปึนเอกภาพโดยการออกกฎหมายรองรับจัดตั้งองค์กรให้เสร็จ ภายใน ๓๐ วันที่ชื่อว่า สบ.ชต. สํานักงานบริหารกิจการชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเปึนองค์กร ที่จะดูแลโดยภาพรวมครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ ศอ.บต. ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ผมจึงเกรงว่าหากไม่มีองค์กรเหมือนที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้น งบประมาณที่มีอยู่ในขณะนี้ ที่กําลังจะลงอีก ๓ ป้ข้างหน้า ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ มันจะเกิดผลหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมาประชุมสภาในครั้งนี้มีโอกาสไปเยี่ยม มัสยิดไอปาแย และก่อนหน้านั้นมีโอกาสไปดูเหตุการณ์ยิงครูที่บ้านเจ๊ะเก แล้วก็ในช่วง เย็นก็มีการยิงกราดร้านกาแฟที่บ้านเจ๊ะเกเช่นกัน ก่อนหน้าจะมีการยิงมัสยิดตายไป ๑๑ ศพ บาดเจ็บ ๑๓ คนนั้น ปรากฏว่ามีการยิงเกษตรกรที่เปึนพี่น้องไทยพุทธที่บ้านป์าไผ่ เหตุการณ์มันจะสลับอยู่อย่างนี้ละครับ จึงเปึนที่มาประชาชนได้ฝากข้อความให้ผมอ่านใน สภาแห่งนี้ครับ จึงขออนุญาตครับ เหตุการณ์กลุ่มคนร้ายกราดยิงพี่น้องชาวมุสลิม ในขณะที่กําลังทําพิธีละหมาดในมัสยิดไอปาแย อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส จนเปึนเหตุให้ชาวบ้านเสียชีวิต ๑๑ ศพ บาดเจ็บ ๑๒ ราย รุนแรงที่สุดในรอบ ๕ป้นับแต่ มีการยิงมัสยิดกรือเซะและเหตุการณ์ตากใบ ครั้งนี้รุนแรงและท้าทายมากที่สุด ถือเปึนการ ประจานนโยบายดับไฟใต้ของพรรคประชาธิปัตย์เจ้าของพื้นที่ชนิดหมดรูป ทุกคนต่าง คาดหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ปัญหาความรุนแรง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จะคลี่คลายในทางที่ดี ในฐานะที่เปึนเจ้าของพื้นที่ และมี ส.ส.มากที่สุด มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับประชาชนอย่าง แนบแน่น เมื่อได้เปึนรัฐบาลมาแก้ปัญหาใต้ถือว่าเข้าทางแล้ว แต่ในที่สุดความคาดหวัง อันนี้ครับ ประชาชนมีความคาดหวังมากกว่าการแก้วิกฤติเศรษฐกิจเสียอีก ผลลัพธ์ที่ได้มา หักกลบลบกันกับเม็ดเงินงบประมาณที่ใส่ลงไปพัฒนาพื้นที่พิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่จะมีขึ้นข้างหน้าและมีมาแล้ว ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ยังไม่รวม งบประมาณด้านความมั่นคงอีก ๗,๕๐๐ ล้านบาท ในแง่การลงทุนนับว่าล้มเหลวอย่าง สิ้นเชิง คนในพื้นที่จึงฝากถามว่า เม็ดเงินที่จะใส่ลงไปนั้นเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือมันจะกลายเปึนเค้กก้อนใหม่ของกลุ่มผู้มีอํานาจบางท่านหรือไม่อย่างไร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ศรีสมภพ อาจารย์ มอ. ปัตตานี ได้กล่าวว่า เม็ดเงินที่ ละลายลงไปกับการลดเหตุการณ์หนึ่งครั้งต้องใช้เงินถึง ๘๘.๒๘ ล้านบาทครับ คงถามต่อว่า งบประมาณที่จัดสรรลงไปแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นมันผิดเพี้ยนหรือไม่ อย่างไร ซึ่งผมจะชี้ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ ถึงขนาดมีเสียงร่ําลือกันว่ารัฐบาลไม่ไว้วางใจ ชาวบ้าน จะทําอะไรไม่เคยถาม แต่ให้ความไว้วางใจฝ์ายความมั่นคงอย่างเดียว ถึงขนาด ใส่เช็คที่ไม่ระบุวงเงินเบิกจ่ายกันแบบชนิดที่ไม่ต้องมีการตรวจสอบ เกิดการทุจริต งบประมาณกันอย่างเอิกเกริก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้จึงกลายเปึนแดนสนธยาของผู้มีอํานาจที่เปึนเจ้าหน้าที่รัฐบางคนบางกลุ่ม สภาพ การทํางานของเจ้าหน้าที่รัฐจริง ๆ ในขณะนี้ ลูกน้องต้องเสี่ยงตายอยู่แนวหน้า แต่หัวหน้า กลับเสวยสุขอยู่แนวหลังแถว ๆ หาดใหญ่บ้าง กรุงเทพฯ บ้าง รอคอยต้อนรับผู้รับเหมา เข้าพบเจรจาธุรกิจกัน เม็ดเงินเพื่อการพัฒนาที่ใส่ลงไปไม่ตกมือชาวบ้าน และไม่ถามสัก นิดว่าเขาอยากจะได้อะไร ทุกวันนี้เหตุการณ์ภาคใต้พี่น้องมุสลิมเดือดร้อนหวาดผวา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แต่งบประมาณที่ใส่ลงไปมหาศาลกําลังกลายเปึนธุรกิจใหม่ที่คน กลุ่มหนึ่งกําลังแสวงหาผลประโยชน์ มีคําถามจากคนในพื้นที่ว่า เม็ดเงินที่ลงไปมากถึง ขนาดนี้จะมีการเลี้ยงไข้หรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์รู้เรื่องนี้ดี อยู่ที่ว่าจะทํารู้หรือไม่ และ หากรู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากอยากรู้ว่าใครเปึนใคร มีพฤติกรรมอย่างไร นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลองไปถามชาวบ้านดูสิ แต่ถ้ารู้แล้วกล้า จะทําอะไรหรือเปล่า หรือจะปล่อยให้มันหลงทางอย่างนี้ตลอดไป ตอนนี้คนในพื้นที่ นอกจากไม่เชื่อมั่นแล้วเริ่มข้องใจต่อรัฐบาลประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน อันนี้คือสิ่งที่ฝาก ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ เนื่องจากว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้มันต้องมีองค์กรเฉพาะที่เปึน สบ.ชต. ผมเองครับโดยคณะได้ยื่นกฎหมายฉบับนี้ให้กับสภาแล้ว และยืนยันว่าต้องมี กฎหมาย สบ.ชต. ในการแก้ปัญหาภาคใต้ เหตุไฉนรัฐบาลจึงไม่เสนอ มีเอกสารชัดเจน บอกว่าจะนําเสนอภายใน ๙๐ วัน ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เปึนผู้ที่ดีเบท (Debate : การ อภิปราย) ในเวทีตลอดการเลือกตั้งที่ผมหาเสียงตอนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ที่ไหน ครับ ท่านถาวร เสนเนียม รัฐมนตรี มท. ๓ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) ตอบ ได้ไหม และท่านนายกรัฐมนตรีตอบได้หรือเปล่า ท่านประธานครับ สบ.ชต. เขาพูดว่า อย่างนี้ครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ว่าจะออกเครื่องมือที่เปึนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาใต้ให้ถูกจุด และจะทําได้ให้สันติสุขกลับคืนมาในพื้นที่ อีกครั้งหนึ่ง เครื่องมือดังกล่าวคือ การจัดตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมารับผิดชอบเรียกว่า สํานักงานบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ เดือนเศษแล้ว กฎหมายจัดตั้ง สบ.ชต. ถูกดองเค็มไม่เสนอต่อที่ประชุม ครม. ผู้จัดการรัฐบาล สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมีความเกรงใจต่อบิ๊กสีเขียวหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาล เทพประทานรู้กันอยู่แล้วว่า กองทัพเปึนผู้อยู่แบคอัพ (Backup) เวลานี้นะครับ กองอํานวยการรักษาความมั่นคง กอ.รมน. จึงเปึนพระเอกในพื้นที่ มีทหารรวมอยู่ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ นาย และมีงบประมาณการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ป้ ป้ ๒๕๔๗ ใช้ไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ใช้ไป๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ใช้ไป ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๐ พุ่งขึ้นไป๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ขึ้นไปอีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท และป้ถัดไปจะขึ้นเปึนอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท รวมทั้งงบประมาณที่จะลงไปอีกในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจอีก ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในอุ้งมือของ กระทรวงกลาโหมและ กอ.รมน. ดูชัดเจนครับในเอกสารที่ท่านแจกเมื่อสักครู่นะครับ พูดง่าย ๆ เฉพาะ กอ.รมน. มีงบประมาณคร่าว ๆ ๗,๕๐๐ ล้านบาทอยู่ในมือ โดยไม่ต้องชี้แจง อะไร พูดง่าย ๆ ก็คือเอาเงินไปก่อนค่อยคิดโครงการทีหลังก็ได้ จึงถูกตั้งคําถามว่าตลอดถึง ประสิทธิภาพการใช้จ่ายว่าตอบสนองต่อการแก้ปัญหาจริงหรือไม่อย่างไร เหลียวไปดูงบประมาณ ศอ.บต. ครับ คือศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปึนหน่วยงานพัฒนาที่ท่านโฆษณานักโฆษณาหนา ได้รับงบประมาณไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒.๗ หมื่นล้านบาทครับ อันนี้คือสาระสําคัญที่ผมอยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตอบให้ชัดเจนสิครับ ว่า หากปราศจาก สบ.ชต. ท่านจะบริหารงบประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะลงไป ๓ ป้นี้ อย่างไร แล้วมั่นใจอย่างไรว่ามันจะเกิดประสิทธิภาพครับ หากงบประมาณนี้ต้องไปใช้ใน รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในนี้มีงบการดูแลความปลอดภัยของครู ท่านมั่นใจไหมครับว่าจะไม่มีการยิงครูไทย-พุทธ ที่อยู่บนถนนในหมู่บ้าน ในขณะที่ ปัอมตรวจห่างจากนั้นไม่เกิน ๑ กิโลเมตร ซึ่งผมไปดูในเหตุการณ์ครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล ต้องตอบ ถ้าไม่เช่นนั้นครับผมเกรงว่าเปรียบเสมือนคนเปึนเบาหวานครับ การเปึน เบาหวานนั้นหากใส่น้ําตาลไปมาก ๆ ครับมันจะทําให้โรคโคมา (COMA : ไม่รู้สึกตัว) ขึ้นมาได้ ผมไม่อยากจะเปรียบเทียบที่จะโยนกระดูกให้กับสุนัขซึ่งมันจะกัดกันก็ได้ครับ ซึ่งถ้าเปึนลักษณะอย่างนั้นงบประมาณที่ลงไป ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากจะไม่ได้ผล แล้วประชาชนมีความรู้สึกว่าทุกคนไปหากินกับเหตุการณ์บนกองเลือดของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากจะฝากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยตอบประเด็นเหล่านี้ ให้กับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และผู้ฟังทางบ้านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ตอบท่านสมาชิกนะครับ เพราะมี สมาชิกที่อภิปรายถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒ ท่านติดต่อกัน เรียนสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ
ประเด็นแรก เรื่องขององค์กร ความจริงผมเคยตอบกระทู้ท่านสมาชิกที่เพิ่ง อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ว่าแนวคิดเรื่องของการปรับองค์กรนั้นยังมีอยู่ แล้วก็สิ่งที่รัฐบาล ได้ทําในช่วงของสมัยประชุมที่ผ่านมา เนื่องจากประเมินว่าการผ่านกฎหมายยังขาดความ พร้อมอยู่ ก็จึงได้มีการตั้งคณะรัฐมนตรีที่มาดูแลในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนการเฉพาะ แล้วก็จัดทําแผนในเรื่องของการพัฒนาขึ้นมา ซึ่งก็เปึนที่มาของฐานของ โครงการทั้งหลาย ซึ่งบรรจุอยู่ในงบประมาณประจําป้ และในส่วนของ พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งมา ขอความเห็นชอบจากสภาในวันนี้ เรียนให้ทราบว่าล่าสุดผมก็ได้เชิญทางฝ์ายความมั่นคง มาพูดคุยอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ยืนยันว่าในสิ่งที่ทางฝ์ายความมั่นคงขอไปศึกษาในเรื่องของ โครงสร้างใหม่มันมีความจําเปึนเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะได้เร่งรัดในเรื่องนี้ นะครับ โดยในขณะนี้ก็ให้ทางคณะกรรมการรัฐมนตรีที่มาดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทํางานในด้านของการบูรณาการ แล้วก็จะขยายในแง่ของขอบเขตของงานนอกเหนือ ไปจากเรื่องของโครงการพัฒนา ไปประสานงานกับฝ์ายความมั่นคงมากขึ้นก่อนจะปูทาง ไปสู่การมีองค์กรตามที่ได้มีการแถลงเปึนนโยบายเอาไว้ อันนั้นคือเรื่องขององค์กร ซึ่งความจริงผมเคยชี้แจงไปแล้วในช่วงสมัยประชุมที่แล้ว
สําหรับประเด็นงบประมาณก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า จริงอยู่ ที่ผ่านมามีการทุ่มงบประมาณไปมาก แล้วเราก็ได้รับเสียงสะท้อนกลับมาว่างบประมาณ เหล่านั้นไปไม่ถึงประชาชน หรือตรงกับความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร ในการจัดทํา แผนครั้งนี้จึงเปึนเหตุผลว่าทําไมเราไปเริ่มต้นที่ตัวคณะรัฐมนตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องของการที่ปล่อยให้แต่ละหน่วยราชการดําเนินการตามปกติ แล้วก็ครั้งนี้จะตั้ง โจทย์ตั้งแต่เรื่องที่ว่าเราจะเพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ขึ้นมาทัดเทียมกับที่อื่น ในประเทศไทยเปึนเปัาหมาย ตั้งเปัาว่าจะต้องมีการสร้างงาน สร้างอาชีพให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ได้กี่คน เพราะฉะนั้นได้กําชับกันมากครับว่าการจัดงบประมาณซึ่งเปึน งบประมาณประจําป้ก็ดี หรือเงินกู้ก็ดีลงไปครั้งนี้จะต้องสอดคล้องกับเปัาหมายที่กําหนด ไปจากฝ์ายการเมืองร่วมกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง ถามว่าทําไม กอ.รมน. จึงยังมี บทบาทค่อนข้างมาก ก็อยากจะเรียนชี้แจงว่า
ประการแรก กอ.รมน. นั้นที่จริงแล้วไม่ใช่ข้าราชการฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง แต่เปึนรูปแบบของการบูรณาการในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ท่านสมาชิกอาจจะนึกออกว่าช่วงที่มี การเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ศอ.บต. ครั้งที่แล้ว คือสมัย คมช. ที่ในที่สุดไม่สามารถ ผ่านออกมาได้ เพราะไปเกิดความซ้ําซ้อนกับกฎหมายความมั่นคงซึ่งเปึนที่มาของ กอ.รมน. นั่นเอง ซึ่งมีแนวคิดในลักษณะการบูรณาการเหมือนกันแต่มีความแตกต่างกันใน สาระสําคัญซึ่งเราต้องปรับในส่วนของการตั้งสํานักงานหรือองค์กรพิเศษขึ้นมาที่ว่าต่อไป
ประการที่ ๒ ต้องยอมรับครับว่า การจัดทํางบประมาณหรือการเข้าไป พัฒนานั้นฝ์ายความมั่นคงคงต้องเข้าไปมีบทบาทด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วจะมีปัญหา สําหรับหลายหน่วยงานในการที่จะเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ฝ์ายความมั่นคงจะต้อง เข้าไปช่วยอํานวยการให้สามารถที่จะเข้าไปถึงพี่น้องประชาชน ทั้งรับฟังความคิดเห็น ทั้งเป่ดโอกาสให้มีส่วนร่วมแล้วก็ดําเนินการในการพัฒนา เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางที่เรา จะแก้ไขและขอยืนยันนะครับ ผมก็ได้เคยเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก มาแล้วว่าผมจะวัดความสําเร็จของงานด้วยความสามารถของเราในการที่จะลดกําลังพล ในการที่เราจะสามารถปรับระบบเรื่องงบประมาณต่าง ๆ เข้ามาสู่ภาวะปกติได้มากที่สุด ไม่ได้คิดว่าการเพิ่มคนเพิ่มเงินไปไม่รู้จบจะเปึนแนวทางการแก้ปัญหา อันนี้ผมขอยืนยันว่า เปึนแนวทางที่เราจะดําเนินการต่อไป
สุดท้ายครับ ก็อยากจะกราบเรียนนอย่างนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมเชื่อครับว่าไม่มีใครมีความสบายใจกับสภาพที่เปึนอยู่ แต่ขอ ยืนยันว่าท่านต้องให้ความเปึนธรรมกับการปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงนี้ เพราะว่าจะเปึน เรื่องของงบประมาณหรืออะไรก็ดีต้องยอมรับนะครับว่า ขณะนี้คือเรามาบริหารจัดการ ยังไม่ใช่ภายใต้งบประมาณก้อนใหม่ที่มีการกําหนดยุทธศาสตร์ลงไป นอกจากนั้นแล้ว นโยบายที่ผมได้ยืนยันในการปรับเปลี่ยนก็คือ การเอาการพัฒนาเปึนตัวนํา ซึ่งมันจะ เริ่มต้นได้ความจริงก็คือเงินก้อนแรกจริง ๆ ก็คือก้อนนี้ครับที่ท่านจะต้องอนุมัติเพื่อที่จะให้ สามารถดําเนินการได้มิฉะนั้นก็ยังดําเนินการไม่ได้ ก็ยังไม่ได้มีการเริ่มต้นอย่างแท้จริง แต่ผมยืนยันว่าเราจะไม่หวนกลับไปใช้นโยบายที่ใช้ความรุนแรง และผมรู้ว่าการที่จะ ยึดมั่นในแนวทางนี้จะต้องถูกบางฝ์ายท้าทาย บางฝ์ายทดสอบ ผมไปร่วมกับเพื่อนสมาชิก ทุกพรรคที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญทําเรื่องนี้ผมว่าเราเห็นตรงกัน รัฐบาลยืนยันแนวทาง นั้นครับ และขณะนี้คือจุดที่จะทดสอบพวกเราทุกคนว่าเรายังจะยืนยันแนวทางนั้นหรือไม่ รัฐบาลยืนยัน ผมจะยินดีมากถ้าท่านสมาชิกยืนยันว่าเห็นกับรัฐบาลว่าจะยืนยันในเรื่อง ของการนําการพัฒนาเปึนตัวนํา เอาการเมืองเปึนตัวนําและไม่หันกลับไปใช้ความรุนแรง และที่สําคัญที่สุดครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายผมได้กําชับผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ความยุติธรรมคือหัวใจของการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะเปึนผู้ก่อเหตุก็ตาม รัฐบาลต้องดําเนินการตรงไปตรงมาเพื่อให้ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ท่านไม่อยู่ ไม่อยู่ก็ขอท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ คือมันก็พอสมควรแก่เวลา พอสมควรนะครับ เชิญครับคุณวิชาญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพทมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเปึนอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ของชาติที่ได้มีการกู้ยืมเงิน เพื่อที่จะมาใช้ในการบริหารประเทศ ซึ่งทุกท่านเองนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนเอง คงให้ความสําคัญและให้ความสนใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับวันนี้ พระราชกําหนดที่สภาแห่งนี้กําลังพิจารณาอยู่เพื่อให้ความเห็นชอบหลังจากที่ได้ผ่าน คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แล้วก็ได้มีกรอบต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเปึนกรอบ วิธีการที่จะนําเงินงบประมาณมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าการที่ประเทศจําเปึนที่จะต้องหาเงินเพื่อที่จะมาดําเนินการใน เรื่องของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นเปึนเรื่องสําคัญ แต่ขณะเดียวกันนั้นการที่จะดําเนินการ ในเรื่องต่าง ๆ นั้น ต้องคํานึงถึงข้อกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมมีข้อสงสัยทั้ง ๆ ที่เพื่อน สมาชิกเองหลายท่าน รวมถึงการนําเรื่องเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็อนุญาตนะครับว่าเปึนความถูกต้องในการที่จะตราพระราชกําหนดฉบับนี้ขึ้นมา แต่ใน มาตรา ๓ ยังมีความสงสัยว่า ในมาตรา ๓ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินบาทในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนําไปใช้ในการดําเนิน มาตรการการฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อน เริ่มดําเนินการ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แล้วก็ได้มีการหยิบยกว่า เอกสารซึ่งเปึนเอกสารเพิ่มเติมที่แทรกมานั้นเปึนกรอบการใช้จ่ายงบประมาณ ส่วนหนึ่ง นั้นก็ยังมีข้อที่ผมยังสงสัยอยู่ครับท่านประธานว่า มันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๙ หรือเปล่า เพราะการกู้เงินนั้นรัฐธรรมนูญให้ครับ ในส่วนของพระราชกําหนดฉบับนี้นั้นให้ แล้วก็ตีความตามศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ส่วนวิธีการใช้นี่แหละครับ มันจะต้องด้วย รัฐธรรมนูญหรือเปล่า ในมาตรา ๑๖๙ นั้น การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทําได้ก็เฉพาะที่ได้ อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ท่านประธาน ครับ ตรงนี้แหละครับ ผมอ่านไม่หมดนะครับ เปึนเรื่องที่จะต้องมาตีความว่าการกําหนด กรอบการใช้จ่ายหลังจากผ่านตรงนี้ไปแล้ว จะสามารถใช้จ่ายโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในส่วนของมาตรา ๑๖๙ หรือเปล่า ผมมีข้อสงสัยไปอีกส่วนหนึ่งนะครับ
อีกส่วนหนึ่งในส่วนของมาตรา ๔ เงินที่ได้จากการกู้ในมาตรา ๓ ให้ นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้โดยไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังนะครับ ถามว่าในมาตรา ๔ ยิ่งสงสัยครับว่า ทุกส่วนที่มีการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.บ. เงินคงคลังจะต้องนําเงินกู้หรือเงินที่ใช้จ่ายต่าง ๆ คืนให้กับกระทรวงการคลัง ซึ่งคิดว่าในส่วนนี้ถ้าตราออกมาอย่างนี้เงินเหล่านี้จะไปอยู่ ที่ไหนครับ จะไปอยู่ที่แบงก์ในส่วนของแบงก์ต่าง ๆ หรือเปล่า หรือไปฝากไว้ตามธนาคาร ต่าง ๆ ในส่วนที่ไปกู้เงินเขามา อันนี้เปึนข้อสงสัยนะครับ และในมาตรา ๑๒ นอกจากกรณี ที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติในพระราชกําหนดนี้ ให้นําบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับโดยอนุโลม ท่านประธานครับ ยิ่งดูยิ่งสับสน ครับ เพราะในกฎหมายในมาตรา ๑๒ นี้ มันจะขัดกับพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะหรือเปล่า เพราะในส่วนของมาตรา ๒๑ มันเกี่ยวข้องกับการที่จะกู้เงินหรือ ชดเชยการขาดดุลในส่วนต่าง ๆ ที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงินว่าไม่เกินเท่าไร แต่ผมเข้าใจว่า ขณะนี้มันเกินในวงเงินที่จะไปกู้ต่างประเทศแล้ว ถ้ากู้ต่างประเทศไม่ได้ ก็ต้องมากู้ใน ประเทศ แต่การกู้ในประเทศนั้น ท่านประธาน มันจะไปขัดต่อมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ หรือเปล่า มาตรา ๒๒ เขาบอกว่า การกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้ เมื่อมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องใช้ เปึนเงินตราต่างประเทศ หรือจําเปึนต้องกู้เพื่อสร้างเสริมความมั่นคงทางการเงินของ ประเทศ โดยให้กระทรวงการคลังเปึนผู้กู้นะครับ อันนี้เงินในส่วนนี้กู้ต่างประเทศนั้นตัดไปแล้วครับ เพราะเพดานมันยันหมดแล้ว ขณะนี้เหลืออย่างเดียวครับในมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓ เขาบอกว่า ในการกู้เงินตามมาตรา ๒๒ ถ้าภาวะตลาดการเงินในประเทศเอื้ออํานวยและ จะเปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการเงินการคลังและตลาดทุน กระทรวงการคลังได้ อนุมัติคณะรัฐมนตรีอาจกู้เปึนเงินบาทแทนการกู้เงินต่างประเทศได้ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลมั่นใจหรือเปล่าว่าสถานะความมั่นคงของตลาดการเงินในประเทศซึ่งเขาบอก ว่าจะไปกู้เงินออกพันธบัตร แล้วก็ไปดูดซับเงินจากพี่น้องประชาชนซึ่งมีเงินเหลืออยู่ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของระบบในประเทศ พอเอาตัวนี้ใส่เข้าไปปุ็บ นะครับ เงินมันก็จะถูกดูดซับไป ผมถามว่าวันนี้เงินที่จะกู้นั้นมีปัญหา เพราะว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจนั้นวันนี้รัฐบาลใช้จ่ายเงินตั้งแต่จุดแรกครับ ตั้งแต่เงินงบกลางที่ใช้ไป ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็บอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจเบื้องต้น เอาไปใช้จ่าย ๒,๐๐๐ บาท แจกไปครับ แล้วสุดท้ายก็บอกว่า เอามาซื้อเครื่องแบบนักเรียน เอาไปใช้จ่ายในเรื่องของ กลุ่มคนชราต่าง ๆ ซึ่งผมว่าในส่วนนั้นก็ใช้ไปแล้ว แต่ขณะนี้มันมีปัญหาว่าสภาพคล่อง ในประเทศจะเหลืออยู่หรือเปล่า ถ้าไม่เหลือมันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าครับ เขายืนยัน ได้หรือเปล่าครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลชุดนี้ได้กรุณายืนยันในส่วนนี้เพื่อที่จะแสดงให้เห็น ความมั่นใจในการพิจารณาพระราชกําหนดฉบับนี้กับสภาแห่งนี้ แล้วยังจะต้องไปให้ ความเห็นชอบในการที่จะใช้จ่ายเงินในส่วนของรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ว. อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งนี้นั้นเปึนสิ่งที่จะต้องทํา แต่วันนี้ผมขออนุญาตว่า ประเทศของเราอยู่ในยามยากจริง ๆ ครับ คนตกงานว่างงานเปึนจํานวนมาก ผมได้สถิติ มานะครับในส่วนของการล้มละลายจากหน่วยงานการจดทะเบียนนิติบุคคล ยกเลิกและ การล้มละลาย ท่านเชื่อไหมครับว่า ในส่วนตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๑ ปลายป้ ๒๕๕๒ มีสถิติ ของการล้มละลายสูงขึ้นตลอด แล้วก็สูงขึ้นเปึนรายเดือน เช่น ในการจดทะเบียนการ ล้มละลายในป้ ๒๕๕๒ ณ วันนี้เดือนเมษายนล้มละลายไป ๗,๓๑๔ ราย คือในส่วนนี้มี ส่วนของการยกเลิกการจดทะเบียนอยู่ด้วย และยังมองเห็นว่าส่วนเงินต่าง ๆ ที่จะเพิ่มมาก ขึ้นทั้งในภูมิภาคและต่างจังหวัดนั้นเริ่มมีปัญหา ที่ผมบอกอย่างนี้ เนื่องจากว่าผลที่สํารวจ ออกมาคนตกงานว่างงานถึงแม้ว่ารัฐบาลพยายามบอกว่า โครงการต่าง ๆ ที่นําร่องลงไป ไม่ว่าเปึนต้นกล้าอาชีพที่บอกว่าทําแล้วคนจะตกงานว่างงานลดน้อยลงไป แต่ตัวเลขนั้น มันยังอยู่ที่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ถึง ๑.๔ ล้านคน เนื่องจากอะไรครับ ผมชี้ให้เห็น ว่าตัวเลขดังกล่าวเปึนตัวเลขที่ผมได้มาจากการส่งรายงานของคนตกงานว่างงานของ คณะกรรมการจัดหางาน ซึ่งมีตัวเลขที่เขาบอกว่ามีคนว่างงานในขณะนี้ทั้งที่จบที่ไม่เคย ทํางานเลยนี่อยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็ยังมีคนที่ทํางานมาแล้วว่างงานอีกจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ยังมีกลุ่มพี่น้องเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตต่าง ๆ กลุ่มผู้ให้บริการ ย่อมแสดงให้เห็นว่าในลักษณะของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเกิดปัญหาแน่นอน ท่านประธานครับ เขายังพูดต่อไปว่า แนวโน้มการเลิกจ้างงานในเดือนมกราคมถึงเดือน พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เขาบอกว่าอันดับแรก ๆ นะครับ ประเภท กิจการที่มีการเลิกจ้าง ๕ อันดับ ได้แก่ การผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย ฟอกหนังนะครับ รองเท้า การผลิตยานยนต์ อุปกรณ์ขนส่ง และการผลิต เครื่องจักรสาน การผลิตเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ อันนี้คือ ๕ อันดับ ที่ผมกล่าวมานี้คือ ๕ อันดับที่มีปัญหา แล้วกําลังที่จะมีแนวโน้มเลิกจ้างเพิ่มขึ้นอีก เช่น ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ โลหะ อโลหะ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ เครื่องจักรยนต์ ผลิตยานยนต์ขนส่ง และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากที่มีอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่บ่งบอกว่า การใช้จ่ายเงินนั้นมีความรู้สึกตรงกันว่าอะไรควร อะไรไม่ควรที่จะนําเม็ดเงินในกระเปิา ของตัวเองนั้นมาใช้จ่าย แต่รัฐบาลบอกว่าสร้างความเชื่อมั่น ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าวันนี้เปึนเรื่องแปลกครับ เมื่อวันศุกร์ตลาดหลักทรัพย์ ๒ สัปดาห์ผ่านมานี่ บวกหมดครับ เปึนเรื่องแปลกครับ หรือเขาบอกว่าพักกระดานไว้ก่อน พักเล่นหุ้นไว้ก่อน มาฟังอภิปราย หรือเปล่าไม่ทราบ ไม่แน่ใจ แต่ลบ ๑๖ จุดครับ ลบ ๑๖ จุด ซื้อขายอยู่ในทั้งหมด ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเรื่องแปลกครับ เรื่องนี้ก็คงเปึนเรื่องที่จะต้องลงมาดูครับว่าอะไร มันเกิดขึ้น ผมดูในรายละเอียดแล้วนี่ ปรากฏว่ารัฐบาลไปลงทุนกับเรื่องที่หนัก ๆ ทั้งนั้น ตอนแรกก็บอกว่าต้องเอาเงินไปฟุ๋นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหา แต่มาดูเข้าแล้วนี่ กลายเปึนว่าไปจัดทําระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเปึนสายสีแดง สีน้ําเงิน สีชมพู สีน้ําตาล สารพัดสี สีม่วง สีเขียว ก็ดีครับ ซึ่งเปึนโครงการที่ต่อยอดจากสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมไม่เถียงหรอกครับ เพราะว่าเปึนโครงการที่เรียกขึ้นมาแล้วสามารถใส่ลงไปได้ แต่สถานการณ์อย่างนี้การลงทุนในการเอาเงิน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ ส่วนหนึ่งที่งบดุลไม่ลงตัวเหลืออยู่ ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วบอกว่ามาลงทุนเหล่านี้ ผมมองว่ามันเปึนเรื่องไม่น่าเชื่อ แล้วก็ยังมองว่าส่วนของรถที่ไปซื้อนี่ครับนําเข้าจาก ต่างประเทศทั้งนั้น ทําไมรัฐบาลเองไม่คิดที่จะเอาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ําตาม ฤดูกาลติดต่อล่วงหน้า ไม่มีการทํา บาร์เตอร์ เทรด (Barter trade : การค้าแบบ แลกเปลี่ยน) ไม่มีการทําระบบ จีทูจี (G to G) ระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่มีการพูดคุยกันหรือ อย่างไรครับว่ากระทรวงพาณิชย์ทราบมาว่ารัฐบาลชุดนี้เองอาจจะมีปัญหากับพรรคร่วม รัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ก็คงไม่อยากให้ประเทศชาติโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคน ไทยเปึนหนี้มาก โดยรัฐบาลเองไม่ได้ดูแลกระบวนการเหล่านี้เสียก่อนที่จะมานําเม็ดเงิน งบประมาณนั้นมาลงสู่การดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วสิ่งหนึ่งนั้นมันส่อเค้าตั้งแต่ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ซึ่งบอกแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้องโปร่งใส ต้องดูแลให้ดี แต่การกระทํานั้นดูเสมือนว่าการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ได้หยุดยั้งครับ ก็มีการโยน ประเด็นไปต่าง ๆ ให้สภาพัฒน์ลงไปดู ผมเชื่อว่าสภาพัฒน์ก็คงจะออกลูกคล้ายคลึงกัน ก็คงจะจัดซื้อหรือจัดหา สิ่งหนึ่งเรื่องถนนไร้ฝุ์น ผมเห็นด้วยนะครับ ชนบทต้องมี แต่การ แบ่งแยกนํามาคล้าย ๆ กับความคิด เขาบอกว่าของรัฐบาลประชาชนเขาชื่นชมครับ แต่ละ รายจังหวัดมีงบประมาณไปลงเยอะมากเลย แต่ ส.ส. ในส่วนของป้กฝ์ายค้านก็ถูก ประชาชนถามครับบอกว่า เอ๊ะทําไมโครงการต่าง ๆ จังหวัดนี้ใกล้เคียงกับจังหวัดนี้ทําไม มันไม่ได้ หรือเขตพื้นที่มันติดกัน มีความสําคัญที่ต่างกัน แม้กระทั่งแหล่งน้ําต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้พี่น้องเกษตรกรเองนะครับ ดีนะครับ โชคดี ฝนฟัามันตก ถ้าฝนไม่ตกนี่ ป์านนี้ยัง แล้งอยู่ ร่องน้ํา แหล่งน้ําต่าง ๆ ลุ่มน้ําต่าง ๆ ไปดูหรือเปล่า ถ้าดูแล้วก็จัดให้ดีครับ ให้เหมาะสมกับคนที่เขาจะดําเนินการในเรื่องของการเพาะปลูก ท่านประธานครับ ผมมอง สิ่งหนึ่งพอดีท่านนายกรัฐมนตรีเองนั่งอยู่นะครับ หนังสือเล่มนี้ สนข. (สํานักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร) เขาทําขึ้นมา รถไฟอยากจะได้ครับ แต่การศึกษาคล้ายกับว่า เหมือนกับว่าดูอะไรไปแล้วก็ทําไปตามส่วน ไม่ลงดินก็ใต้ดิน หรือในอากาศ วิ่งไปตามแนวถนน ไม่เคยคิดนอกกรอบเลย ท่านประธานครับ การประหยัดงบประมาณเปึนเรื่องสําคัญ สิ่งหนึ่งวันนี้ผมถามว่าทําไม ไม่เอาแนวคลองแสนแสบ นี่ผมยกตัวอย่างให้นะครับ คลองแสนแสบจากถนนสุขุมวิท วิ่งออกนานา รถลอดใต้ดินแล้ววิ่งออกคลองแสนแสบ สองข้างทางทั้งถนนสุขุมวิทกับในส่วน ของถนนเพชรบุรีตัดใหม่ลงวิ่งผ่านหน้ารามซึ่งรถติดมากนะครับ กับอีกฝัืงหนึ่งก็คือถนน ลาดพร้าววิ่งออกรามคําแหง เสรีไทย ท่านได้กี่ถนนครับ ออกหนองจอก ออกมีนบุรีได้ ๒ ข้าง นี่คือตัวอย่าง แนวรถอย่างนี้ทําไมไม่ทํา แต่ทําออกไปเปึน ๒ ข้าง ทําออกเปึน ๒ ข้างก็ ๒ สาย แทนที่จะเอาลงไปข้างใต้แล้วก็มีการพัฒนาในเรื่องของที่ดินอสังหาริมทรัพย์ ริมคลอง นี่คือตัวอย่างนะครับ แต่ทําไมรัฐบาลชุดนี้คิดแต่ว่าจะลอกดึงออกมาแล้วก็มาใส่ หรือเห็นว่าสิ่งที่กระทําไปขณะนั้นเหมาะสม แต่วันนี้มันคนละส่วนนะครับ ท่านต้องคิด ก่อนว่าขณะนี้นั้นเม็ดเงินงบประมาณเรากู้มา ถ้าเราไม่กู้เรามีเงินเราจะเอาใจเขาเราทําได้
ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษาใช้เงินไปเท่าไรครับ ๕๓,๒๗๐ ล้านบาท ดูตั้งแต่เครื่องแบบนักเรียน เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกก็จะมาพูดต่อครับ จัดซื้อจนเกิดปัญหา หนังสือเรียนเสียหายมากครับในการจัดซื้อ ไม่รู้ว่ามีการพิมพ์กันโรงพิมพ์ที่ไหน พิมพ์มา ท่านประธานทราบไหมครับว่ากระดาษที่ติดหน้าปกของหนังสือยังหลุดเลยครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งบ่งบอกครับว่ามีการเตรียมการอย่างไรหรือเปล่า นมโรงเรียนที่เปึนเรื่อง อื้อฉาววันนี้เงียบไปแล้วครับ หรือจะมีการเตรียมการอะไรอีกล่ะครับในเรื่องต่าง ๆ แม้กระทั่งบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ ทุกวันนี้ไปถามดูสิครับว่าพี่น้องประชาชนพ่อแม่เก็บเงิน ต้องไปจ่ายเงินครับ ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท ตามหมวดวิชาที่เขาสามารถเรียกเก็บได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าไปประกาศเลยครับว่าเรียนฟรี มันไม่ได้ฟรีจริง แล้วมัน เกิดปัญหากับผู้เรียน แล้วเกิดปัญหากับครูบาอาจารย์ต้องมานั่งชี้แจง รวมถึงใบเสร็จ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา มันเปึนปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้พูดไปแล้วไม่ตรงกับความเปึนจริง สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้นะครับ พืชไร่ราคาตกต่ํา ผมเรียนชี้แจงว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านทราบไหม ครับว่าทําไมมันตกต่ํา ก็ท่านเล่นไปประกันราคาส่วนหนึ่งและไปเอารายชื่อต่าง ๆ ของ พี่น้องเกษตรกรที่ไม่จริงคือมีพวกเอามาใส่ พอราคาจะปล่อยไปจริง ยกตัวอย่าง มันสําปะหลัง แถวส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านชลบุรีลงไประยองเขามาร้องเรียนบอก ว่าเอารายชื่อมาลงก่อน พอส่งไปถึงเขาบอกว่าเต็มแล้วครับ ก็บีบราคาตกต่ําลงมา แล้วท้ายที่สุดราคาที่ได้ไปนั้นก็เปึนราคาที่ต่ํา เพราะรับซื้อแล้วมันเก็บเกี่ยวมาหมดแล้ว พืชผลคล้ายกันครับ ทุกอย่าง มีสต็อกการเก็บในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ อยากจะให้ลงไปดูว่า จะแก้ไขได้อย่างไร ท่านไม่ต้องมาบอกหรอกครับว่าขณะนี้การท่องเที่ยวที่ท่านบอกว่า กําลังมีปัญหา และก็ท่านมักจะกล่าวเสมอครับว่าเกิดขึ้นเพราะว่าทางการเมือง เกิดขึ้น เพราะว่าสมัยชุมนุมวันที่ ๘ นะครับ วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ ท่านอย่าโกหกสิครับ วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ มันเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นมันก่อนหน้าครับ เพราะความเชื่อมั่นนั้นมันเกิดตั้งแต่สมัยป่ดสนามบิน ท่านอย่ามาบอกครับเพราะผม สอบถามการท่องเที่ยว สอบถามอะไรแล้ว มันไม่จริงครับ สิ่งหนึ่งนั้นท่านกําลังทําให้เกิด ความไม่เปึนมาตรฐานในเรื่องต่าง ๆ แล้วสิ่งนี้จะทําให้ขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะ ในเรื่องของที่ท่านบอกเสมอครับบอกว่า การลงทุนในประเทศนั้นต้องได้รับการตอบสนอง จากทางการเมือง แต่วันนี้การเมืองดูเหมือนตอบสนองท่าน แต่การทํางานวันนี้รัฐบาลเอง ก็ไม่ได้ดูแลสิ่งต่าง ๆ ที่น่าจะดําเนินการได้ กลุ่ม เอสเอ็มอี ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย กําลังจะล่ม สลาย ท่านไปดูครับ กลุ่มเหล่านี้ถ้าคูณด้วยจํานวนคนต่อ ๑ หน่วยนะครับ ๑ โรงงานหรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คูณด้วย ๑๐ หรือ ๒๐ ถ้าคูณด้วย ๑๐ ก็เท่ากับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน อาจจะ ตกงานว่างงานภายใน ๘ เดือน ท่านไปดูเถอะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้มีการลงทุน ตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐ ล้านบาท แต่เราไม่เคยลงไปดูแลเขาเลย ที่ผมอ่านให้ฟัง ที่เมื่อสักครู่นี้ครับ ------------ ทั้งหมดนี้อยู่ในส่วนของกลุ่มที่กําลังจะล้มละลาย และจะป่ดโรงงาน ถ้ากลุ่มเหล่านี้เปึน กลุ่มที่จะเพิ่มเงินตราต่าง ๆ เพราะเงินบาทตอนนี้แข็ง ท่านจะซื้อรถจักร หัวรถจักรต่าง ๆ ซื้อในตอนนี้แหละครับ แต่ท่านไม่ได้คํานึงถึงการส่งออกว่าเงินบาทแข็งตัวเกินไปนั้นการ ส่งออกจะทําอย่างไร ตรงนี้ เอสเอ็มอี มีปัญหา ถ้าเงินที่ท่านขอมายังไม่ได้ลงไปให้เขา ผมไม่มีทุกรายการในส่วนของการที่จะช่วยแก้ไขในประเด็นนี้
ท่านประธานครับ มีอีกส่วนหนึ่งซึ่งวันนี้กระทรวงสาธารณสุข ผมจริง ๆ ไม่อยากจะพูดกระทรวงนี้ เพราะว่าเคยไปทํางานอยู่ตรงนั้น แต่เขาบอกให้พูดให้หน่อย หนึ่ง เพราะเจ้าหน้าที่เขาทนความอึดอัดไม่ได้ ที่ไม่ได้เพราะว่ามีการป่ดบังโครงการ เยอะแยะมากมายในเรื่องการขอเงิน การจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ วันนี้ รายการต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เปึนการลงทุนเอาเงินกู้ในประเทศแล้วไปซื้อต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขเปึนกระทรวงหนึ่งที่ต้องซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ แต่ให้พิจารณาให้ดี ก่อนครับว่า จําเปึนไหมในยามนี้ แล้วถ้าจะเพิ่มจริง ๆ ดูความเหมาะสมให้เต็มที่ครับ เขาติงมานะครับ ทั้ง ๆ ที่ระบบในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ยังขาดอยู่เยอะ เงิน ต่าง ๆ ที่จะไปช่วยเหลือเขาในเรื่องอัตรากรอบกําลังแก้ไขให้เขาหรือยัง บรรจุได้หรือยังใน ส่วนต่าง ๆ รวมถึงอย่าป่ดบังครับว่า หวัด ๒๐๐๙ นี่ผมเมื่อวานซืนมาพูดบอกว่า มี ๑๖๙ ราย วันนี้มี ๒๐๐ กว่ารายแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่ามันมีส่วนที่จะ เพิ่มขึ้นมา แต่วันแรกทําไมไม่บอกละครับว่าคนโน้นติด บอกชื่อนาย ก นาย ข นาย ค สิ่งที่ท่านบอกนี่มันเปึนเรื่องที่ประชาชนต้องทราบ เขาจะได้ระวังตัวว่ามีจํานวนคนที่ติด เยอะ แล้วก็บอกอย่างเดียวครับว่าโรคเหล่านี้ ดันไปบอกเขาบอกว่าเปึนได้หายได้ ไม่ตาย และต่างประเทศที่มันตายกัน เมื่อวานนี้ วันนี้ก็ตาย ท่านมั่นใจหรือครับ แล้วถ้าเกิด มันตายขึ้นมาในประเทศนี่ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบหรือเปล่า ผมเห็นท่านรัฐมนตรี วิทยา แก้วภราดัย บอกว่า แล้วจะให้รับผิดชอบอย่างไร ก็รับผิดชอบชีวิตเขาแหละครับ เพราะเราไม่มีการเตรียมการที่ดี กลัวเปึนห่วงในเรื่องของการท่องเที่ยว ท้ายที่สุดคนที่มา ท่องเที่ยวในประเทศติดหวัดออกไปนอกประเทศจึงมีปัญหา ท่านไม่เคยบอกเลยบอกว่า เตรียมปัองกันอย่างไร เตรียมดูแลคนเหล่านี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ในการปัองกันไม่ให้ โรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย มีอย่างเดียวครับจะไปซื้อเครื่องสแกน คน ๖๔ ล้านคนนี่ ท่านสแกนได้หมดหรือเปล่า มันเปึนปัญหานะครับ และท่านเคยใช้ อสม. อสส. ลงไปดู หรือเปล่า ท่านบอกว่าพยักหน้าว่าใช้ แต่ผมเห็นว่าเพิ่งจะใช้ ผมไปสอบถามทางกระทรวง นะครับ กระทรวงสาธารณสุข ไปสอบถามทางจังหวัด ไปสอบถามทางกลุ่มงาน กระทรวงศึกษาธิการ พอมีเรื่องมีปัญหาแล้วค่อยมาพูด ค่อยมาแนะนํา เช่น ยกตัวอย่าง นะครับ ชิคุนกุนยา พี่สมคิด บาลไธสง ท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เขาบอก ในสภา รัฐมนตรีเองบอกว่ายังไม่เคยได้ยิน สิ่งเหล่านี้มันเปึนไปได้หรือครับบอกว่าไม่เคย ได้ยิน จนกระทั่งมันแพร่ระบาดเต็มไปทางภาคใต้ แล้วก็ติดออกไปสู่หญิงที่มีครรภ์ ลงไปสู่ เด็ก อันตรายไหมครับ สิ่งนี้มันไม่ควรที่จะมาป่ดบัง สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเองนะครับเปึนห่วง อีกอันหนึ่งซึ่งน่ากลัวมากครับ วันก่อนท่านขึ้นภาษี พ.ร.ก. ในเรื่องของภาษีสรรพสามิต ท่านทราบไหมครับว่าราคาน้ํามันวันนี้มันอยู่ที่ไหนครับ ตัวเลขจริง ๆ เบนซิน ๙๕ ผมยกตัวอย่างนะครับ ที่โรงกลั่น ๑๗ บาท ราคาที่โรงกลั่น ๑๗ บาท ท่านฟังให้ดีนะครับ ท่านไปเก็บสรรพสามิตที่ท่านบอกว่าให้เพดานจาก ๕ เปึน ๑๐ บาท นี่ ๗ บาท ท่านไปเก็บ ภาษีเทศบาลอีก ๗๐ สตางค์ กองทุนน้ํามันอีก ๕ บาท ๒๐ สตางค์ กองทุนอุดหนุน พลังงานอีก ๗๕ สตางค์ มูลค่าเพิ่มนะครับอีก ๒ บาท ๑๕ สตางค์นะครับ บวกเข้าไปแล้วนี่ค่าการตลาดอีก ๕ บาท ๗๔ สตางค์นะครับ เอาเปึนว่าเรื่องภาษีอย่างเดียว ๑๕ บาท ๘ สตางค์ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ๑๕ บาท ๘ สตางค์นี่จากต้นทุน ๑๗ บาทนี่ เจ๊งแล้วครับคนบริโภค นักเรียนต่างจังหวัดเขาวิ่งไปกลับนี่เติมน้ํามันครับ วิ่งไป ๑๐ กิโลเมตร กลับ ๑๐ กิโลเมตร เติมน้ํามันไป ๒ ลิตรนี่ เสียไหมครับมอเตอร์ไซค์ ๑๕ บาท ๘ สตางค์ แล้วท่านดูดีเซลก็คล้ายกันครับ ภาษีเข้าไป ๘ บาทนะครับ ภาษีเข้าไป ๘ บาท ต้นทุน จริง ๆ ๑๖ บาท แล้วถามว่าเงินกองทุนที่เอามานี่ กองทุนน้ํามันไปสนับสนุนอะไรครับ ไม่เคยใช้ตรงนี้เลยครับ เอาไปสนับสนุนในเรื่องของ แอลพีจี (LPG) แล้วท่านประธานครับ แอลพีจี นี่นะครับเปึนต้นทุนตัวหนึ่ง แล้วก็มีการส่งออก มีการนําเม็ดเงินตรงนี้ไปใช้เรื่อง อะไรครับ แอลพีจี เขาบอกว่าไปทําในเรื่องของครัวเรือน ครัวเรือนใช้แค่ป้ ๒๕๕๑ นะครับ ใช้ไปแค่ ๒,๑๒๔ ตัน ไปอุตสาหกรรมเสีย ๖๕๘ ตัน เปึนรถยนต์ ๗๗๖ ตัน เปึนอุตสาหกรรมป่โตรเคมีอีก ๙๐๓ ตัน ใช้เองอีก ๓๒๘ ตัน ไปส่งออกอีกเปึนร้อย ๒๗๘ ตัน ถามว่าเหล่านี้มีการไปดูและควบคุมหรือเปล่า ท่านไปเก็บกองทุนน้ํามันแต่ไป อุดหนุน แอลพีจี มันคนละเรื่องกันเลยครับ อย่างนี้ประชาชนเขาถึงมองบอกว่า เอ๊ะ และ กองทุนนี้มันช่วยตรึงราคาจริงหรือเปล่า มันไม่ได้แทรกแซงครับ รายงานฉบับนี้เปึน สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย เสนอโดยคณะกรรมาธิการพลังงาน วันที่ ๑๐ มิถุนายน ยังหมาด ๆ อยู่นะครับ ราคาที่ผมมาเสนอที่บอกถึงต้นทุนราคานี่เปึนน้ํามันดิบ ที่ราคา ๕๙ เหรียญต่อบาร์เรล แต่สิ่งหนึ่งในรัฐบาลชุดทักษิณนี่ราคาน้ํามันอยู่ที่ ๑๔๗ เขาไม่เก็บครับ เบนซินอยู่ที่ ๔๙ นะครับ ภาษี ๗๔ อย่างอื่นไม่เก็บแล้วครับ แต่วันนี้น้ํามัน อยู่ที่ ๗๒ เบนซินอยู่ที่ ๓๙ บาท ๔๔ สตางค์ ภาษี ๑๕ บาท ๘ สตางค์ ดีเซลสมัยรัฐบาล ท่านทักษิณ ชินวัตร ๔๕ บาท ๕๐ สตางค์ เก็บภาษี ๓ บาท ของท่านนี่ ๒๗ บาท ๗๙ สตางค์ เก็บภาษี ๘ บาท แล้วถามว่ามันจะไปรอดหรือ ท่านไปส่งตัวเลขจากการ จัดเก็บจนกระทั่งเกิดปัญหา แล้วปัญหาวันนี้มันกระทบกับผู้บริโภคเพราะต้นทุนมันสูง อีกทางหนึ่งท่านไปเก็บแล้วท่านก็ไปแจกประชานิยม ประชาสังคม คนรับกระเปิาซ้ายไป จ่ายกระเปิาขวา ซ้ายนี่รับน้อยแต่จ่ายขวาหนัก มันคุ้มกันหรือครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ สิ่งหนึ่งงบประมาณวันนี้ราคาต้นทุนเมื่อมันสูงนี่ทั้งค่าเคที่จะต้องจ่าย ทั้งเงินงบประมาณ ที่จะต้องตั้งสูงขึ้น แต่เงินที่เอาไปทําจริง ๆ แล้วนี่ครับมันก็มีปัญหาอยู่ตลอด ฉะนั้นผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีปัญหาถึงแม้ว่าจะให้เงินผ่าน วันนี้ รัฐบาลมั่นใจหรือเปล่าว่าจะใช้เงินได้ มันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าส่วนหนึ่ง และสิ่งที่ ผมได้นําเรียนทั้งในเรื่องของการใช้จ่ายเงินนั้นท่านดูให้ดีครับ ใช้เต็มที่หรือเปล่า มีการ ติดต่อการค้าแลกเปลี่ยนของหรือเปล่า แล้วก็เรื่องน้ํามันนี่ท่านอย่าทําให้คนไทยมี ความรู้สึกที่ไม่ดีเลยครับว่าไปเก็บเงินเขาเสียจนเขาทนไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ ๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาในการอภิปรายเกี่ยวกับ ประเด็นของพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในประเด็นสําคัญดังนี้นะครับ
เหตุผลและที่มาของปัญหาที่ทําให้รัฐบาลต้องเสนอพระราชกําหนดเงินกู้ ฉบับนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในประเด็นเรื่องที่มาของปัญหา หากเราวิเคราะห์ด้วย ใจที่เปึนกลางแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เศรษฐกิจโลกหดตัว ไทยได้รับผลกระทบ อันนี้คงเปึนความจริงที่ยอมรับโดยทั่วไป คงปฏิเสธยากครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ การเก็บภาษีไม่เปึนไปตามเปัาหมาย อันนี้ก็มีตัวเลข ยืนยันจากหน่วยงานที่จัดเก็บ ซึ่งไม่ใช่มาจากฝ์ายรัฐบาลนะครับว่า การจัดเก็บภาษีนั้น ลดลงต่ํากว่าเปัาหมายเปึนจํานวนมาก มีหลายท่านกล่าวว่าถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ
ประเด็นต่อไปครับ การส่งออกลดลงอย่างมาก กระทบรายได้เข้าประเทศ ซึ่งอันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลยืนยัน แต่ว่าเปึนสภาอุตสาหกรรม นั้นยืนยันว่าการส่งออกนั้นลดลง กระทบรายได้เข้าประเทศเปึนอย่างมากนะครับ แล้วก็ยัง มีปัญหาอย่างอื่นอีกมาก เช่น การว่างงาน ประชาชนรายได้ไม่เพียงพอ เดือดร้อนกัน โดยทั่วไป ซ้ํากับมีเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เลวร้ายซ้ําเติมเข้ามานะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ เหตุการณ์จังหวัดภาคใต้ เหตุการณ์ ความวุ่นวายเดือนเมษายนซึ่งกระทบต่อการเลื่อนประชุมสุดยอดที่พัทยา ซึ่งทําให้ ข้อตกลงในเรื่องการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกนั้นก็ต้องเนิ่นช้าออกไป สิ่งเหล่านี้ครับเปึนความจริงที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ทีนี้ในเรื่องของเหตุผลความจําเปึนใน การที่รัฐบาลต้องกู้เงินนะครับ ทางรัฐบาลบอกว่า ใน ๖ เดือนที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ ดําเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็บรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชนไปบ้างแล้ว แต่ว่ารัฐบาลบอกว่ายังไม่เพียงพอ เพราะว่าเศรษฐกิจโลกนั้น หดตัวมากกว่าที่คิด อีกทั้งมีเหตุการณ์ความวุ่นวาย การระบาดของเชื้อโรคซ้ําเติม การฟุ๋น ตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามมา จึงต้องมีมาตรการเพิ่มเติมในรูปของโครงการ เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง เน้นการลงทุนที่จําเปึนและดําเนินการได้ทันที เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างทางสังคมที่เปึนพื้นฐาน ที่จําเปึน ซึ่งหากหยุดชะงักประชาชนก็จะเดือดร้อนมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลบอกว่ามีปัญหาว่า งบประมาณไม่เพียงพอ รัฐบาลจําเปึนต้องหาแหล่งเงินมาช่วยเพิ่มเติมโดยการกู้มาดําเนิน โครงการต่าง ๆ เพื่อให้อัตราความเจริญเติบโตกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ คําถามของผมก็คือว่า
ประการที่ ๑ นะครับ มาตรการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนใน ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น รัฐบาลบอกว่ายังไม่ เพียงพอนั้นจริงหรือไม่ ผมคิดว่าคําตอบนี้คงอยู่ที่ประชาชนทุกคนนะครับ และคําตอบ อยู่ที่ตัวเลข เศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมาด้วยว่าเปึนเช่นไรนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ คําถามว่า รัฐบาลมีงบไม่เพียงพอจนจําเปึนต้องกู้เงิน จริงหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่าคําตอบก็คือ ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ภาษี ตัวเลขเงินคงคลัง สถานะทางการเงินการคลังของประเทศคงพอบอกได้อย่างชัดเจนนะครับ ตามถ้อยแถลง ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
คําถามต่อมาก็คือว่า ถ้าต้องกู้ แหล่งเงินกู้คือที่ใด ก็ทราบว่าเปึนการกู้เงิน ในประเทศ ซึ่งอันนี้เปึนสิ่งที่ดีครับ เพราะว่าผลพลอยได้อีกทางหนึ่งก็คือ ทําให้เกิดเงินทุน หมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในภาคของสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการทั้งขนาดย่อม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นะครับท่านประธานครับ ผมใช้เวลาอีก นิดเดียวครับ กระผมจึงรู้สึกว่าดีใจครับที่รัฐบาลให้เหตุผลในการที่จะกู้เงินตามพระราช กําหนดฉบับนี้ และให้ความสําคัญกับโครงการต่าง ๆ ที่ลงไปในพื้นที่ เท่าที่ผมทราบและ อ่านตามเอกสารที่รัฐบาลแนบมานะครับก็คือ ให้ความสําคัญกับโครงการอนุรักษ์ โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา โดยจัดงบประมาณเปึนเงินถึง ๑๔๑ ล้านบาท เพราะว่ามีความเร่งด่วนที่จะบูรณะซ่อมแซม ดีใจครับที่เห็นโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบลทุกจังหวัดทั่ว ประเทศถึง ๔,๔๔๙ ล้านบาท ดีใจที่มีการผลิตแพทย์และพยาบาลเพิ่มเติม จัดหาครุภัณฑ์ การแพทย์ รถพยาบาลเพิ่มเติม ซึ่งก็ล้วนเปึนสิ่งที่สําคัญครับ ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ก็กระจายลงสู่พื้นที่โดยเท่าเทียมกัน แม้ว่าจะเปึนโครงการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น ความจริงก็เปึนพื้นที่ของท่านประธานวิปนะครับ รัฐบาลก็ใจ กว้างที่จะให้งบประมาณนี้ลงไป
ท่านประธานครับ เรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยวในโครงการต่าง ๆ รัฐบาลก็จัด งบประมาณเฉพาะในพระราชกําหนดฉบับนี้นะครับ ถึง ๓,๑๗๙ ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้รวม ที่แทรกอยู่ในโครงการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกระทรวงอื่น ๆ อีก ก็นับว่าไม่น้อยเพื่อ กระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยว
โดยสรุปครับ ท่านประธานครับ แม้ว่ากระผมไม่อยากจะให้รัฐบาลและ ประเทศต้องเปึนลูกหนี้ ประชาชนต้องแบกภาระ แต่เมื่อพิจารณาจากเหตุผลความจําเปึน ในเชิงตรรกจากการตั้งคําถามและหาคําตอบดังที่ผมได้อภิปรายแล้ว กระผมจึงเห็นด้วย กับการกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับคืนมา และเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สังคมที่จําเปึน ซึ่งหากหยุดชะงักประชาชนก็จะเดือดร้อนมากขึ้น จึงขอสนับสนุนพระราช กําหนดฉบับนี้นะครับ เพราะเปึนสิ่งที่น่าจะหลีกเลี่ยงได้ยากครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม ขึ้นเวลาผม ๑๕ นาทีนะครับ ตรงนั้นขึ้น ๑๐ นาทีนะครับ คนที่ทําเวลาทําให้ถูก ด้วยนะครับ
ท่านวิปพิษณุเพิ่งเดินมาเปลี่ยนข้อมูลก็เลยคลาดเคลื่อน ตกลง ๑๐ นาทีนะครับ
เอา ๕ นาทีดีไหมนี่ ท่านประธาน ครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมได้ฟังทางรัฐบาลให้เหตุผลในการออกพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ก่อนที่ท่านจะบอกว่าท่านจะมากู้เงินท่านให้เหตุผลอยู่ข้อหนึ่งครับ ฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ท่านให้เหตุผลบอกว่า รัฐบาลจะพยายามเร่งรัด งบประมาณที่ค้างอยู่ออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้เม็ดเงินไปสู่พื้นที่ ในสภาแห่งนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีรับปากผมนะครับ ว่างบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. จะเร่งไป โดยเร็วนี่ ๓ เดือนผ่านมาแล้วนะครับท่านยังทําไม่ได้ ผมทวงท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ว่า เขตเลือกตั้งผมหรือว่าเขตเลือกตั้งฝ์ายค้าน งบประมาณนี้ยังไม่ลงเลยครับ ขอคําตอบจาก ท่านนายกรัฐมนตรีในมาตรการอันนี้ว่าทํากันได้ไหมหรือไม่ทํากัน
ต่อไปผมพูดถึงเรื่องพระราชกําหนดนะครับ ในพระราชกําหนดที่จะขอให้ กระทรวงการคลังกู้เงิน ผมเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่า ผมไม่เห็นด้วย ที่ไม่เห็นด้วย นี่ผมมีเหตุผลครับ
เหตุผลของผมข้อที่ ๑ ก็คือว่า ในพระราชกําหนดจะกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ท่านจะกู้เงินผมเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎรผ่านไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วกระมัง แล้วนี่อีก ๔ พรุ่งนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าผมดูประเทศต่าง ๆ ที่เขาจะฟุ๋นฟู เศรษฐกิจในขณะที่เขากู้เงินเอาหนี้มารับอยู่บนบ่าของประชาชน เขามีความเคารพ ประชาชนเขาไม่ได้ขึ้นภาษีในขณะเดียวกัน ยกตัวอย่าง ประเทศเกาหลีใต้อย่างนี้เขา แก้ปัญหาได้ เขาไม่มีหรอกครับ ในขณะเดียวกันเอาหนี้มาทับบนบ่าประชาชนแล้ว ทุกข์ ยากแสนสาหัสต้องมาเปึนหนี้กับรัฐบาลแล้วท่านก็ยังไปขูดรีดภาษีเขา ยกตัวอย่างชัด ๆ คือภาษีน้ํามันที่ท่านวิชาญพูดไปเมื่อสักครู่นี้ก็ลิตรละ ๑๕ บาทแล้ว ทุกลิตรที่เติมก็จ่าย ภาษีหรือจ่ายค่าอื่น ๆ ๑๕ บาท ๑๕ บาท ผมจึงไม่เห็นด้วยในมาตรการการกู้เงิน ในขณะเดียวกันท่านก็รีดภาษีจากประชาชนด้วย แล้วพี่น้องประชาชนผมจะอยู่อย่างไร
ประการที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ การกู้เงินของท่านผมดูหมดแล้ว ทุกหน้า ท่านเอาไปใช้ในงบปกติเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นในวิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะนี้ท่านบอกว่าหนักหน่วงแสนสาหัส มาตรการทั่วโลกเขาต้องแรง เร็ว ตรงจุด นี้พี่น้องผมตกงานหลั่งไหลไปสู่ชนบทไปอยู่ภาคเกษตร วันนี้ผลผลิตภาคเกษตรเต็มไปทั้ง บ้านเมือง ทั้งผลไม้ ทั้งข้าว ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งอ้อย ทั้งยางพารา ราคาตก ทําไมท่านไม่ พลิกวิกฤติให้เปึนโอกาสละครับ ถ้าท่านกู้เงินถ้าท่านเอามาทําโครงการต่าง ๆ ที่ท่านจะทํา อยู่ อย่างยกตัวอย่างชัด ๆ มีเวลาน้อย โครงการเดียว อย่างโครงการตั้งแต่กู้มานี่นะครับ โครงการรถไฟฟัาสีแดงเข้มนี่ก็เกือบแสนล้านบาท นี่ทําไปก่อนแล้ว สีแดงอ่อนก็ แสนล้านกว่าบาท สีม่วงอีกแสนกว่าล้านบาท วันนี้จะมาขอสีชมพูกับสีน้ําตาล นี่ผมยังไม่ รวมกับสายสีน้ําเงิน สีส้ม สีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน ซึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะผมจะเห็นด้วยอย่างยิ่งถ้าหากท่านกู้แล้วพลิกวิกฤติให้เปึน โอกาสเอาเงินไปให้ชาวบ้านผมครับ ผมไม่เอาฟรีหรอกครับ แต่ว่าใช้เงินประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกับผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรผมได้ไหมครับ ไปซื้อข้าวจากชาวนาให้มันราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ประกันไปเลยซื้อไป ๑๐ ล้านตัน หมดแค่ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ชาวนาผมจะได้สบาย ไปซื้อยางพาราอีกให้มันกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ๕๐ บาท หมดไปไม่เกินแสนล้านบาท อ้อยอีกซื้อตันละ ๑,๐๐๐ กว่าบาทขึ้นไป ไม่ใช่เหมือนอย่างนี้นะครับ ก็ไม่หมดเกินแสนล้านบาทครับ แล้วพืชอย่างอื่น ผลไม้รวมกัน ที่ตกแล้วก็เอามาเทตามถนนอยู่วันนี้ ถ้าท่านใช้ประกันราคาไม่ถึงแสนล้านบาทครับ ทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใส่ลงไปในมือพี่น้องผมที่ทํางานหยาดเหงื่อแรงงานของ เกษตรกรอย่างนี้ผมจะเห็นด้วย ถ้าท่านบอกว่าไปทําถนนปลอดฝุ์นไม่ใช่มาทํา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านเอาเปึนแสนล้านบาทลงไปเลยได้ไหมครับ ทุกหมู่บ้านให้มัน ปลอดฝุ์น มันไม่ใช่จําเปึนแบบนี้ รถไฟฟัาสายต่าง ๆ นี่มันจําเปึนที่ไหนล่ะ ไม่มีก็ได้ แต่คน ที่กินฝุ์นพี่น้องผมอยู่ในชนบท กินฝุ์นอยู่ทุกวัน วันนี้ท่านให้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยแล้ว ได้หมู่บ้านละ ๒ ๐๐,๐๐๐ บาท มันจะได้กี่เมตรละ มันแก้ปัญหาไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ที่ผมจะเห็นด้วยก็ต้อง ๒-๓ อย่างที่ผมพูดมานี้ ผมเหลือเวลาอีก ประมาณ ๕ นาทีครับให้ท่านชวลิตครับ ไม่ต้องตัดของผมถึง ๑๐ นาทีผมพูดแค่นี้ละครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ ต่อไปนะครับเชิญท่านฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ ครับ ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายเรื่องความจําเปึนในการกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ เข้าใจถึงความจําเปึนในการ กู้เงินทั้งหมดภายในประเทศครั้งนี้ คนไทยกู้เงินไทยให้คนไทยใช้ ไทยเจริญครับ ก่อนอื่น ผมขออภิปรายหลักการง่าย ๆ ถึงความสัมพันธ์ของกฎต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงิน ดังนี้ กฎของดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) หรืออุปสงค์ อุปทาน อุปสงค์หรือ ดีมานด์คือความต้องการซื้อ อุปทานหรือซัพพลายคือความต้องการขาย เมื่อต้องการซื้อ ผู้ขายก็จะขายได้ เกิดการหมุนเวียน ซื้อมาขายไปเงินก็สะพัดหมุนไปมา ทําให้เกิด สภาพคล่องในการค้าขาย ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอยคล่องมือ กฎนีด (Needs : ความ จําเปึน) กับ วอนท์ (Want : ต้องการ) หรือความจําเปึนขั้นพื้นฐานกับความต้องการ ที่มากกว่าความจําเปึน เช่น เสื้อผ้าราคา ๑๙๙ บาทก็ใส่ได้ แต่ต้องการใส่เสื้อผ้า แบรนด์ เนม (Brand name) ราคาเปึนพัน เปึนหมื่น ถ้าเศรษฐกิจดีมีเงินเหลือใช้ก็จะทําตามใจที่ ปรารถนาได้ กฎของเงินเฟัอ เงินฝ๋ด เงินเฟัอหมายถึง เงินในท้องตลาดที่มีมากเกินความ จําเปึนก็จะทําให้ของแพง เช่น ข้าวราดแกง ปกติราคาจานละ ๒๐ บาท เมื่อเกิดภาวะ เงินเฟัอมาก ๆ ราคาก็จะแพงขึ้นเปึน ๒๕-๓๐ บาท ทั้งที่ข้าวราดแกงเท่าเดิม ค่าแรงก็เท่าเดิม เพราะค่าเงินที่มีอยู่ลดลง เงินฝ๋ดหมายถึงเงิน ในท้องตลาดมีน้อยเกินไป เช่น เคยมีรายได้จากการทํามาค้าขายเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็อาจจะลดลงเหลือ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท เพราะการจับจ่ายใช้สอยทําให้ขาดสภาพ คล่องทางการเงิน เนื่องจากสภาพคล่องลดลง กฎของการเงินการคลัง การใช้นโยบาย การเงินการคลัง เช่น เมื่อเกิดภาวะเงินเฟัอก็ต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ขายพันธบัตรรัฐบาล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการออม เพราะได้ดอกเบี้ยสูง เงินในท้องตลาดก็จะลดลง ภาวะเงินเฟัอ ก็จะลดลง ทําให้เกิดเสถียรภาพทางการเงิน หรือเมื่อเกิดภาวะเงินฝ๋ดก็ต้องลดเงินสํารอง ธนาคาร ลดดอกเบี้ยเงินฝาก ซื้อพันธบัตรรัฐบาลคืน เพื่อจูงใจให้ถอนเงินมาลงทุนใน ท้องตลาด ทําให้เงินหมุนเวียนในตลาดที่มีความสมดุล รายรับรายจ่ายของประเทศก็มา จากการค้าขายกับต่างประเทศ และการค้าขายภายในประเทศ เมื่อรวมกันแล้วก็เกิด รายได้ต่อคนต่อครัวเรือน หรือรายได้ประชาชาติ หรือ จีดีพี เพราะฉะนั้นการกู้เงินจึงมีเหตุ จําเปึนดังนี้ สมมุติว่าประเทศไทยมีรายได้จากการค้าขายหมุนเวียนเดือนละ ๑๐ ล้านบาท โดยมีรายได้จากการค้าขายกับต่างประเทศ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากการค้าขาย ภายในประเทศ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สมมุติว่ามีประชากรภายในประเทศ ๑,๐๐๐ คน เท่ากับว่าประชากรที่มีรายได้เฉลี่ยหมุนเวียนคนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน และถ้า ประชากรแต่ละคนมีรายจ่ายจําเปึนขั้นพื้นฐานเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค การศึกษา เหลือเงินอีก ๒,๐๐๐ บาทเปึน เงินเก็บ เงินใช้จ่ายฟุ์มเฟ๋อย หรือ วอนท์ ประชาชนทั้งประเทศก็จะอยู่อย่างปกติสุข เพราะ เศรษฐกิจดีมีเงินจับจ่ายใช้สอยคล่องมือครับ แต่วันนี้ก็ไม่ได้เปึนเช่นนั้น อย่างที่ทุกคนก็รู้ ๆ ดี ประเทศของเราและทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว คู่ค้า จากต่างประเทศขาดสภาพคล่องไม่มีเงินซื้อสินค้าของไทย คู่ค้าจากต่างประเทศก็ขาด สภาพคล่องกันไปทั่วทุกมุมโลก เงินหมุนเวียนจากการค้าขายกับต่างประเทศก็ลดลง สมมุติเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ทําให้เงินหมุนเวียนในประเทศ ลดลงเหลือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ประชากรก็จะมีรายได้ลดลงเหลือ ๖,๐๐๐ บาท ทั้งที่ รายจ่ายที่จําเปึนต้องใช้มีถึง ๘,๐๐๐ บาท ไม่ว่าจะหยุดฝาก หยุดใช้จ่ายฟุ์มเฟ๋อยแล้วก็ยัง ติดลบอีก ๒,๐๐๐ บาท ถ้าปล่อยไว้นานไม่รีบแก้ไขเงินที่ติดลบอยู่ทุกเดือนก็จะทวีคูณ สมทบมากขึ้น ๆ จนต้องล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวกันไปทุกคน ในฐานะที่ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล และดูแลกระทรวงการคลังที่มีหน้าที่ หลักต้องแก้ปัญหานี้ให้กับประชาชนทั้งประเทศอย่างเต็มความสามารถ ให้สมกับที่ พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามาเปึนฝ์ายบริหาร เพื่อบริหารประเทศชาติ และ ทางแก้ก็ต้องหาเงินมาเสริมสภาพคล่อง การหาเงินก็มีอยู่ ๓ วิธีหลัก ๆ วิธีที่ ๑ คือการขึ้น ภาษีมาก ๆ ก็เปรียบเสมือนเราขาดสภาพคล่อง รายได้ลดลง เงินไม่พอใช้ ต้องไปรบกวน เคี่ยวเข็ญ ขู่เข็ญ พ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงขอเงินมาใช้จ่ายทุก ๆ เดือน ทั้งที่ทุก ๆ คน ก็เจอปัญหาเหมือน ๆ กัน ขืนเลือกวิธีนี้มีหวังถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูล ถูกตัดหางปล่อย วัด หรือถูกรุมประชาทัณฑ์แน่ ๆ วิธีที่ ๒ ก็คือการขายสมบัติของชาติ ก็เปรียบเสมือนเรา กําลังสร้างบ้านสร้างเรือน หรือมีบ้านมีเรือนอยู่แล้ว แต่ต้องขายบ้านขายเรือนอันเปึนสิ่งที่ รักและจําเปึนยิ่งออกไป ที่บ่งบอกถึงความเปึนคนมีหลักมีแหล่งมั่นคงเมื่อต้องขายไป และ เร่ร่อนเช่าหรืออาศัยผู้อื่นอยู่ หรืออาจต้องเช่าบ้านของตนเองอยู่อย่างไม่มีอนาคต เหมือน สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน บรรพบุรุษและลูกหลานต้องสาปแช่งเปึนแน่แท้ วิธีที่ ๓ ก็คือการกู้เงิน มาเสริมสภาพคล่อง แล้วประหยัด รู้จักเก็บออมผ่อนใช้ ก็เปรียบเสมือนการรีไฟแนนช์ (Refinance) ทรัพย์สินของเราเพื่อนํามาเสริมสภาพคล่องลงทุนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ยืดเวลาผ่อนส่ง ทรัพย์สิน บ้าน ที่ดินก็ยังคงเปึนของเราอยู่ ไม่เสียเอกราชให้ใคร แล้วก็ไม่ ต้องอายใคร เพราะเปึนเหมือน ๆ กันทุกคน และเปึนเหมือนกันทั้งโลก ควรพึงพอใจที่ได้ รักษาบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานในอนาคตได้ สําหรับคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่เห็นว่าวิธีนี้เปึน วิธีแก้ปัญหา เปึนทางออกที่ดีกว่าก็อยากให้ร่วมด้วยช่วยกัน รักษาบ้านเรือนเอาไว้เพื่อ รักษาเอกราชและความเปึนเจ้าของทรัพย์สินของเราเอาไว้ร่วมกัน สรุปถ้าเลือกวิธีหาเงิน มากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขึ้นภาษีมาก ๆ ก็จะเปึนการซ้ําเติมประชาชน ต้องเดือดร้อน เพิ่มขึ้น ถ้าเลือกวิธีหาเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขายสมบัติของชาติ ประชาชน คนไทยทั้งประเทศก็จะสูญเสียเอกราชที่บรรพบุรุษของเราต้องสละชีวิตและเลือดเนื้อ ปกปัองไว้ให้เราได้อยู่อย่างมีเกียรติจนถึงปัจจุบันนี้ เพียงแค่การตัดสินใจผิดพลาดต้องตก ไปเปึนทาส และเปึนของนายทุนต่างชาติ แล้วเราจะบอกลูกหลานเราในอนาคตได้อย่างไร ครับ เพราะฉะนั้นการเลือกวิธีกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ถึงแม้รัฐบาลจะมีหนี้ เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ทําให้ประชาชนคนทั้งประเทศต้องเดือดร้อนจากขึ้นภาษีมาก ๆ และไม่ทํา ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องเสียเอกราชให้กับนายทุนต่างชาติ เราคนไทยจะได้ร้อง เพลงชาติไทยให้คนไทยได้ฟังอย่างภาคภูมิใจตลอดไป ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้การรับรองตามมาตรา ๑๘๔ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้คัดค้านการกู้เงินเพื่อมาป่ดหีบงบประมาณ กลับเห็น เปึนความจําเปึน เพราะรัฐเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา หากไม่กู้เงินมาป่ดหีบก็อาจจะถึงขั้นไม่มี เงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการก็เปึนได้ แต่ที่ผมวิตกกังวลมากกว่าก็คือ การกู้เงินในส่วนที่ เกินจากการป่ดหีบงบประมาณ แล้วมิได้ดําเนินการตามกระบวนการวิธีจัดทํางบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะเปึนการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบวิธีการจัดทํา งบประมาณ ซึ่งจัดระบบไว้ดีแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่า เปึนเจ้าหลักการ ผมไม่อยากจะให้หลักการสําคัญในการใช้เงินงบประมาณจํานวนมาก ๆ หลายแสนล้านบาท ที่ต้องทําเปึนพระราชบัญญัติงบประมาณมาถูกลบล้างในสมัยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะดูปฏิทินการจัดทํางบประมาณประจําป้ ก็เหลือเวลาอีกเล็กน้อยเท่านั้น จะออกพระราชกําหนดเฉพาะป่ดหีบงบประมาณไม่ได้หรือ นอกนั้นให้ผ่านกระบวนการตามวิธีงบประมาณปกติ ประชาชนก็จะได้คลาย ความเคลือบแคลงใจ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน ในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมมีประเด็นต่าง ๆ อีก ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่จะขอให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้
ประการแรก ประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณและบริหารโครงการ
ประการที่ ๒ ประสิทธิภาพในการใช้เงินของรัฐบาล
ประการที่ ๓ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ
ประการที่ ๔ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารบุคคลซึ่งจะต้องเปึน ผู้บริหารงบประมาณ
และประการที่ ๕ ประการสุดท้ายหัวใจสําคัญของการแก้ไขปัญหาของ ประเทศ ต้องทราบหัวใจของปัญหาก่อนถึงจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นแรก ประสิทธิภาพในการบริหารเงินกู้ การบริหารงบประมาณ และบริหารโครงการที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเพื่อน สมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นย้ําอีกครั้งหนึ่งก็คือว่า แหล่งเงินกู้จะมา จากที่ไหน ถ้ากู้ในประเทศกระผมเห็นว่าจะเปึนการตัดโอกาสภาคเอกชนในอันที่จะกู้ ภายในประเทศเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมิฉะนั้นเอกชนจะหาแหล่งเงินจาก ไหน แน่นอนธนาคารรับฝากจากประชาชน ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ําแล้วมาปล่อยกู้ใน อัตราที่ดอกเบี้ยที่สูง ได้ส่วนต่างสูง ไม่มีอัตราเสี่ยง ธนาคารได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง ทําไมรัฐไม่ ออกพันธบัตรให้ประชาชนซื้อพันธบัตร ให้ผลตอบแทนแก่ประชาชนในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจะเปึนการกระจายโอกาสให้กับประชาชน เพราะว่าขณะนี้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ ในอัตราที่ต่ํามาก ชาวบ้านก็ไม่นิยมที่จะฝาก ขณะนี้มีข่าวว่ารัฐบาลจะออกพันธบัตรเพียง ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยมากนะครับ ก็จะกลายเปึนว่าธนาคารเปึน เสือนอนกินรับส่วนต่างสบาย ๆ ไม่มีอัตราเสี่ยง หากทําเช่นนี้ก็เท่ากับรัฐบาลเอื้อเอกชน บางส่วน ไม่ได้มองประชาชนเปึนหลัก ดูตัวอย่างประเทศที่เขาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน ขณะนี้ ยกตัวอย่าง ประเทศจีน จีนเขาให้ความสําคัญกับ เอสเอ็มอี โดยมีนโยบายให้ ธนาคารปล่อยเงินกู้อย่าง เอสเอ็มอี ขณะนี้เศรษฐกิจเขาฟุ๋นไปสู่บวกแล้วเราน่าจะเอามา เปึนตัวอย่าง นี่ในประเด็นที่ผมเห็นว่าการบริหารเงินกู้ การบริหารงบประมาณ ที่จะใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจนี้เปึนเรื่องสําคัญยิ่ง
ประเด็นที่ ๒ ประสิทธิภาพในการใช้เงินของรัฐบาล หากใช้เงินกู้อย่างไม่มี ประสิทธิภาพเงินที่กู้มาก็จะหายไปจากการที่ไม่มีผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่าง งบกลางป้ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเมื่อตอนเช้า ไม่ว่าจะเปึนเช็คช่วยชาติหรือ โครงการต้นกล้าอาชีพ ผมจะข้าม ๒ ประเด็นนี้ไป เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปมากแล้ว นะครับ ในภาคของการส่งออกของเราขณะนี้ติดลบอย่างต่อเนื่อง การขอรับการลงทุนจาก บีโอไอ ลดลงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายนป้นี้ เทียบเท่ากับระยะเดียวกันของป้ก่อน ท่านประธานที่เคารพ ประการสําคัญทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเองไม่สามารถทํางาน ด้วยกันได้อย่างมีเอกภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาขัดแย้งกันในหลายเรื่อง ทําให้ประสิทธิผลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเปึนไปได้อย่างยากยิ่ง ยกตัวอย่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พูดด้วยความน้อยใจที่โครงการในส่วนของกระทรวง พาณิชย์ที่ตนเองรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้รับการปฏิบัติ ๒ มาตรฐานในรัฐบาลเดียวกัน นี่ฝ์ายรัฐบาลด้วยกันเองพูด หรือในกรณีของแกนนํากลุ่ม มัชฌิมาซึ่งเปึนซุ้มหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปึนพรรคร่วมรัฐบาลออกมาโจมตีรัฐบาล ด้วยกันเองว่า ๕ เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีผลงาน มีแต่คอยดักจับโครงการของ พรรคร่วมรัฐบาล ผมมองว่าตรงนี้คือความไม่เปึนเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ จริงอยู่สิ่งที่ ตรวจสอบซึ่งกันและกันนั้นเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แต่ทําอย่างไรถึงจะทําให้การทํางาน เกิดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนของต่างประเทศ ก็คือทีมเศรษฐกิจจะต้องไปด้วยกันได้
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมารับปากต่อสภาแห่งนี้ว่า งบอุดหนุนเฉพาะกิจของ องค์การปกครองท้องถิ่น งบ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องลงไปยังท้องถิ่นภายในสิ้นเดือน พฤษภาคม แต่นี่เข้ากลางเดือนมิถุนายน เมื่อตอนเย็นนี้เองผมโทรเช็ค งบยังลงไป ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ งบป้ ๒๕๕๒ นะครับ แล้วอย่างนี้จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้อย่างไร แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พวกกระผมเปึนห่วงการใช้จ่ายเงินอย่างไร เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ ท่านตอบต่อสภานี้ว่า ท่านให้ ความสําคัญกับความโปร่งใสของโครงการ มีระบบในการตรวจสอบทั้งของ สํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ของสํานักนายกรัฐมนตรี ของกระทรวงการคลัง ผมฟัง แล้วก็ชื่นใจครับ ท่านประธาน แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ใช่อย่างนั้น ขณะนี้มีการเลือกปฏิบัติ ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยมา ๒๗ ป้ มีหู มีตา ท่านประธาน กรรมาธิการงบประมาณของ ป้ ๒๕๕๒ ผมเปึนเลขานุการของคณะอนุกรรมาธิการติดตามผลการใช้งบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการประสานจากเพื่อนสมาชิกว่า โครงการ ต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นได้ทําขึ้นมาจากการไปประชาคม จากการทํางานร่วมกับส่วนราชการ แน่นอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทําโครงการได้ เพราะผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มี ส.ส. คนใดที่จะไม่ประสานงานกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านกับ อบต. เขาประสานงานกันอย่างนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง ตรงนี้ผมกล้ายืนยันว่ามีการเลือกปฏิบัติ อยากจะระบุและมีการบันทึกลงไปในการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และประธานคณะทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มีการเลือกปฏิบัติจริง ถ้าสามารถมายืนยันต่อสภาแห่งนี้ หรือเอา แค่กล้าไปสาบานที่วัดพระแก้วว่า ๒ ท่านนั้นไม่ได้เลือกปฏิบัติ ทั้ง ๒ ท่านนั้นอายุน้อยกว่า ผม ผมยินดีจะไปยกมือไหว้น้อมด้วยความเคารพ นี่พูดด้วยความสัตย์จริง ในฐานะที่ เคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน นี่ในส่วนของความโปร่งใสในเรื่องของการบริหาร งบประมาณ แล้วโครงการต่าง ๆ ที่จะทําต่อไปในอนาคต จะให้พวกกระผมเชื่อโดยความ สะดวกใจ สนิทใจได้อย่างไร
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นความโปร่งใสในเรื่องการบริหารงานบุคคลในระบบ ราชการ เพื่อบริการประชาชน และบริหารงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ สําคัญไม่แพ้กับเรื่องเงิน เรื่องคนนี่ หลักของการบริหาร คน เงิน งบประมาณ และการ บริหารจัดการ จะต้องไปด้วยกัน นายอําเภอเปึนตําแหน่งข้าราชการระดับสูงใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย รวมทั้งการ ประสานงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ การช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลงบ จังหวัดบูรณาการ ท่านประธานทราบไหมครับว่า การคัดเลือกนักเรียนนายอําเภอในป้นี้ จังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดเดียวได้ไปมากที่สุดของประเทศคือ ได้ถึง ๑๗ คน จังหวัดหนึ่งได้ คนหนึ่งยังยากท่านประธาน แต่นี่จังหวัดเดียวได้ ๑๗ คน ไม่รวมพวกที่ขอตัวมาช่วย ราชการที่สํานักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกต่างหาก ขณะนี้มี การกล่าวกันว่า นายอําเภอรุ่นนี้เปึนรุ่นพิเศษ เรียกว่า รุ่นคุณห้อย ไม่รู้ว่าห้อยพระอะไรดี จังหวัดบุรีรัมย์ถึงได้นักเรียนนายอําเภอมากที่สุดของประเทศ แต่ผมกลับมองไปว่า เปึนการตกต่ําอย่างสุด ๆ ของกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ ผมอยากจะให้กําลังใจ ท่านอธิบดีกรมการปกครอง แล้วก็ขอเรียกร้องไปยัง พันโท กมล ประจวบเหมาะ สมาชิก วุฒิสภาและในฐานะนายกสมาคมของพวกกระผม ได้ออกมาช่วยปกปัองสถาบัน เหมือนที่ผมกําลังทําอยู่ในขณะนี้ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองของเราไปไม่ได้ครับ ไปไม่ได้ นี่นายอําเภอ ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนตําแหน่งสําคัญมากของ กระทรวงมหาดไทย ในสมัยเก่าเรียกว่า ข้าหลวง ดูแลว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ท่านประธานผมขอเน้นย้ํา ดูแลว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ แต่ปัจจุบันผู้ว่าของผม เหมือนตุ๊กตาครับท่านประธาน จะหยิบจะจับจะเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่ผู้มีอํานาจ การเมืองจะบัญชา เกียรติยศศักดิ์ศรีของข้าราชการประจําสลายไปสิ้น หลักเกณฑ์ ไม่ต้องมีแล้ว ความเหมาะสมไม่ต้องมีแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าฝ์ายการเมืองจะชี้ลงมา อย่าตอบ นะครับว่าเปึนเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมรู้จักปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้ดี เปึนผู้บังคับบัญชาเก่าของผมเอง เปึนเรื่องที่การเมืองบีบอย่างสุด ๆ ผมมีตัวอย่าง ท่านประธาน มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ แต่งตั้ง ข้าราชการระดับ ๑๐ ของกระทรวงมหาดไทย จํานวน ๖๑ ราย ไม่น่าเชื่อท่านประธาน หลังจากนั้นเพียง ๔ เดือน มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ แต่งตั้งข้าราชการระดับ ๑๐ ๒๘ ราย ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเพียง ๔ เดือนที่ผ่านมา หลายรายถูกโยกย้าย ซึ่งเปึนเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง กล่าวคือ การย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งทําหน้าที่เพียง ๔ เดือน ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติ แค่ลงตรวจพื้นที่ยัง ไม่ทั่วถึงเลย ไม่ต้องไปคิดเรื่องนโยบายอื่น ๆ แล้วงานพัฒนาจังหวัดจะมีประสิทธิภาพได้ อย่างไร มีย้ายแบบนี้หลายคนท่านประธาน ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อให้เสียหาย ถ้าเขาทํา ไม่ดี โดยระบบนี่ก็จะต้องถูกลงโทษ ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน เอาอย่างนี้เขา บอกว่าเขาจะดีใจกว่า ไม่ใช่นึกจะย้ายก็ย้ายเมื่อไรก็ได้ ไม่ถูกใจนักการเมืองก็ย้ายเสีย นี่กรณีถูกย้ายไม่ดีหรือถูกลดชั้นลง แต่ส่วนน้อยครับท่านประธาน มีบางคนย้ายได้ดี จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดเล็ก ๆ เพียง ๔ เดือน ๔ เดือนเองได้ ย้ายแล้ว ไปอยู่จังหวัดที่ใหญ่มากทางภาคอีสาน ไม่ทราบว่าเพียง ๔ เดือน ทําความดี ความชอบอะไรถึงเจริญก้าวหน้าเกินรุ่นพี่ ที่เขากว่าจะก้าวหน้าขึ้นมา เขาต้องไต่เต้าขึ้น เปึนลําดับขั้นเปึนลําดับตอน ระบบมันหายไปไหนหมด มีคนเขาบอกว่า
คุณชวลิตครับมีผู้ประท้วงครับ เชิญ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านที่กําลังอภิปรายครับ วันนี้ขณะนี้เรากําลังประชุมในเรื่องของ การเสนอพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจครับ ผมเห็นพูดพาดพิงถึงจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งแต่เข้าโรงเรียน นายอําเภอ การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ผมอยาก ให้ไปดูจังหวัดบุรีรัมย์ครับ ช่วงของ คมช. ๑๖ เดือน
เอาละครับ เอาอย่างนี้นะครับ ผมทราบแล้วที่ท่านประท้วง คืออยากให้ผู้อภิปรายอยู่ใน ประเด็นเกี่ยวกับพระราชกําหนดนะครับ ผมขอวินิจฉัยคือท่านผู้อภิปรายก็กําลังยกถึง ปัญหาการบริหารงานบุคคลมาประกอบเหตุผลของท่าน ซึ่งเดี๋ยวสักครู่คงจะจบแล้วครับ ขอความกรุณาท่านชวลิตรวบรัด แล้วก็ท่านเหลืออีก ๒ นาทีนะครับ อะไรที่พาดพิงไปถึง บุคคลอื่นก็ขอละเว้นด้วยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมั่นใจ ว่าผมอยู่ในประเด็น แล้วเปึนประเด็นที่สําคัญด้วย เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเปึน ข้าราชการชั้นสูงที่ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาในการที่จะพัฒนาจังหวัด โดยใช้ งบประมาณที่พวกเราอนุมัตินี้ไป พูดเท่านี้คงจะเข้าใจ คุณขจิตร ชัยนิคม ให้ผมอีก ๕ นาที นะครับ ผมคิดว่ารวมเปึน ๗ นาทีจากนี้ไป หรือว่าถ้าทางฝ์ายค้านจะให้ผมต่อถ้าประเด็น ผมยังไม่หมดนะครับ ผมก็คงจะขอเพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วย เพราะผมเหลืออีกเล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ
เมื่อสักครู่ได้บวกเข้าไว้ในเวลาของท่านแล้วนะครับ เชิญให้ภายในกําหนดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงมหาดไทยในยุคนี้มีการดําเนินการที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทําผิดกฎหมาย อาจจะคิดว่าทําอะไรก็ได้ เพราะถ้าพูดภาษาอย่างที่การเมืองเขาว่ากัน ก็คือขี่คอเขา อยู่ อย่างไรเขาก็เกรงใจ ไม่พึ่งเขา รัฐบาลก็ล้ม เปึนอย่างนี้หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ มีการกล่าว อย่างนั้นนะครับ เรียลิตี้ โชว์ (Reality show) ที่สกลนคร อ้างว่าจัดนอกเขตเลือกตั้งที่ อําเภอพรรณานิคม ผมอยากจะทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เปึนผู้ว่าเฉพาะ อําเภอพรรณานิคมหรือ ไม่ได้เปึนผู้ว่าทั้งจังหวัดสกลนครอย่างนั้นหรือ ไม่ได้ดูแล อําเภอสว่างแดนดิน อําเภอส่องดาว อําเภอเจริญศิลปี อําเภอคําตากล้าหรือ มีเพียง นายอําเภอพรรณนานิคมไปต้อนรับขับสู้ มท. ๑ เท่านั้นหรือ ผู้ว่าสกลนคร นายอําเภอ ทุกอําเภอ ไม่ได้ต้อนรับขับสู้หรือดูแล มท. ๑ กับคณะที่ไปเรียลิตี้ โชว์ อย่างนั้นหรือ เรียลิตี้ โชว์ ครั้งนี้ประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลไปถึงการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดสกลนคร
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ
มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายครับ เนื่องจากไม่อยู่ในประเด็นที่กําลังหารือกันอยู่ครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานให้กําชับผู้ที่อภิปรายนั้นได้อยู่ในประเด็นครับผม
เชิญนั่งลงครับ ท่านชวลิตครับ ขอความกรุณาให้ตรงประเด็นเรื่องพระราชกําหนดหน่อย นะครับ เพราะว่าเรื่องของการเลือกตั้งหรืออะไรต่อมิอะไร มันก็อาจจะไกลประเด็น ไปหน่อยนะครับ แล้วก็ขอความกรุณาสรุป เพราะเหลือเวลาอีกนิดหน่อย เชิญครับ
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ครับ
เอาอย่างนี้ครับ นั่งลงครับ ผมได้กําชับผู้อภิปรายแล้วนะครับ
แต่ท่านประธานกําชับแล้ว
ท่านกําลังจะพูดว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ และมันก็ โยงมาถึงเรื่องการบริหารงานบุคคลที่ท่านกําลังยกตัวอย่าง ฉะนั้นเดี๋ยวท่านก็จะจบ ประเด็นนี้แล้วนะครับ ขอท่านชวลิตรวบรัดหน่อยครับ ที่ท่านเกินเวลาเพราะว่าท่านไพจิต ท่านสละสิทธิไม่อภิปรายก็ให้เวลาท่านชวลิตนะครับ รวบรัดหน่อยครับ ขอความกรุณา เถอะครับ ข้ามประเด็นที่มันจะเปึนปัญหาไปเลยครับ ท่านชวลิตครับ เอาเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับพระราชกําหนดโดยตรงเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่อง ของบุคคลยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะครับท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องการบริหารงบประมาณ ยังมีมนุษย์มหัศจรรย์ซึ่งมีความสามารถจริง ๆ ต้องยอมรับท่านประธาน
ประการแรก มุดดินก็ได้ มีความเชี่ยวชาญในการปลูกยางพารา รับผิดชอบในเรื่องกล้ายางพารา เปึนประธานกรรมการบริหารและจัดการปัจจัยตรงนี้ สําคัญนะครับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องงบครับ
ท่านประธานขออนุญาตประท้วง
เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งประท้วงเลยครับ ยังไม่ทันพูดอะไรเลยครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ ยังไม่ได้ พาดพิงถึงใครให้เสียหายท่านอย่าเพิ่งไปประท้วงเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้มุดดินได้ นะครับ
ประการที่ ๒ ดําน้ําได้ คนเดียวกันนี่นะครับท่านประธาน เปึนประธาน กรรมการการประปาส่วนภูมิภาค มีความรอบรู้ด้านน้ําสะอาดจนได้รับเลือก เปึนประธานกรรมการประปาส่วนภูมิภาค คนเดียวกันนี่ครับท่านประธาน มีความสามารถบินได้เปึนบอร์ด (Board : คณะ) ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยหรือ ทอท. ท่านประธานครับ เพื่อให้เกียรติครับ เขาเปึนบุคคลภายนอกผมไม่เอ่ยชื่อ ไปสืบกันเอาเอง ว่ามุดดินได้ ดําน้ําได้และบินได้นี่เปึนใคร แต่ตรงนี้ท่านประธานเปึนบอร์ดเกี่ยวข้องกับ การใช้งบ แล้วจะให้พวกผมเชื่อใจได้อย่างไรว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะผ่านไปยังพรรคร่วม รัฐบาลมันจะโปร่งใส นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน
ประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ รัฐบาลยังไม่ได้แสดงความสามารถ ให้เห็นว่าจะหาเงินเข้าประเทศได้อย่างไรเพื่อชดใช้เงินกู้ ขณะนี้รัฐบาลก็ได้แต่กู้และขึ้น ภาษี แล้วเมื่อไรเราจะมีเงินใช้หนี้เงินกู้ ภาระก็จะตกแก่ลูกหลานอย่างไม่ต้องสงสัย ผมเคย แสดงความเห็นว่า บ้านเมืองของเราเปึนเมืองเกษตร มีสินค้าเกษตรที่สําคัญที่ต่างประเทศ ผลิตไม่ได้ แต่เราผลิตได้ ทําไมเราไม่แลกสินค้ากัน เช่น เรามีข้าวเอาไปแลกน้ํามัน หรือการรณรงค์ให้ใช้สินค้าของไทย ไทยทํา ไทยใช้ ไทยเจริญ โครงการเหล่านี้ทําไม ไม่เกิดขึ้น เพื่อให้เม็ดเงินบาทอยู่ในประเทศของเรา
ประการสําคัญครับท่านประธาน เมื่อผมมีโอกาสอภิปรายในสภา ผมจะ แสดงความเห็นทุกครั้งว่า ประเทศไทยขณะนี้มีปัญหามากมาย ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ผมมีความเห็นว่าเราจะแก้ปัญหาได้ ต้องทราบหัวใจของปัญหา ผมมองว่าหัวใจของปัญหาคือปัญหาการเมือง หากการเมืองมีเสถียรภาพ การแก้ปัญหา เศรษฐกิจซึ่งจะต้องทําควบคู่กันก็จะเกิดประสิทธิผล การเมืองจะมีเสถียรภาพได้ ผมเคย กราบเรียนหลายครั้งว่า กติกาต้องเปึนประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีต้องให้ความสําคัญ กับคณะกรรมการ ๒ คณะ ที่ท่านประธานรัฐสภาได้ตั้ง อย่ายื้อ อย่าดึงหรือถ่วงเวลา ดังที่ มีคนเขาวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมยังมั่นใจในสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความคิดเห็น ได้เสนอเรื่องนี้ต่อสภาไว้ การเมืองนิ่ง บ้านเมืองถึงจะไปได้ การเมืองโปร่งใสบ้านเมืองถึงจะไปได้ แต่ขณะนี้ มันไม่เปึนอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีให้เขาขี่คออยู่ ถ้าขี่ไปเรื่อย ๆ เรือมันจม รัฐนาวามันจม ตรงนั้นเปึนเรื่องของรัฐบาล แต่ผมคงไม่ยอมที่จะให้ประเทศชาติของเราล่มจมไปด้วย ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แล้วก็เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล ก็คงจะใช้เวลาสั้น ๆ ชี้แจงบางประเด็น นะครับ
ประเด็นแรกเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนชัดเจนแน่นอนก็คือว่า รัฐบาลนี้ไม่เคยมีนโยบาย และไม่มีแนวคิด ที่จะป่ดบังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เลย ที่ต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่า ที่จริงแล้วต้องยอมรับว่า มีบางฝ์ายพยายามที่จะเสนอว่าการเสนอข่าวเรื่องนี้จะ กระทบกับการท่องเที่ยว ผมเองเปึนผู้ที่ให้นโยบายในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า สาธารณสุขไทยได้รับการยอมรับในการแก้ปัญหาหลายปัญหาตั้งแต่สมัยโรคเอดส์ มาจนถึงปัจจุบันก็คือเรื่องของการที่ใช้นโยบายที่เป่ดเผย โปร่งใส เพราะฉะนั้นก็ได้กําชับ กันตั้งแต่ต้นครับว่า เรื่องนี้ต้องเป่ดเผย ตัวอย่างที่ดีที่สุดเลยครับก็คือว่า เมื่อทางไต้หวัน มีคนเดินทางมาแล้วกลับไป แล้วก็พบว่าติดเชื้อ แล้วก็บอกว่า ๒ คนนั้นมาที่พัทยา เราก็ไม่ได้เพิกเฉยนะครับ ถ้าเราคิดป่ดบังเราก็อาจจะบอกว่าเราปฏิเสธ เขาอาจจะติดมา จากที่อื่นก็ได้ แล้วเราก็ปล่อยให้สถานการณ์ผ่านไป แต่ว่าสิ่งที่เราทําตรงกันข้ามเลย ก็คือว่าส่งทางเจ้าหน้าที่ไปพยายามตรวจให้ได้ ว่ามีคนของเราที่นั่นที่ติดเชื้ออยู่หรือไม่ ก็จึงไปพบ ถ้าผมจําไม่ผิดก็คือ ๑๗ ราย ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ตัวเลขก็พุ่งขึ้นมา ผมก็ บอกว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องที่เราต้องดําเนินการและรายงานไปตามขั้นตอน เพราะว่าต้องการ ที่จะใช้นโยบายที่เป่ดเผยนะครับ ทีนี้ประเด็นว่าทําไมเราสกัดกั้นไม่ได้ ก็ต้องกราบเรียน นะครับว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่หลักจริง ๆ ก็คือมาจากการเดินทาง ซึ่งมาตรการที่ทุกประเทศใช้ก็คือการตรวจอุณหภูมิในขณะที่เข้าสนามบิน ซึ่งก็ทํากันเกือบ ทุกประเทศนะครับ ปัญหาก็มีอยู่ว่าคนที่ติดเชื้อนี้ไม่จําเปึนจะต้องมีไข้ อย่างน้อยก็คือ ในช่วงแรก เพราะฉะนั้นก็จะมีคนจํานวนหนึ่งซึ่งติดเชื้อเดินทางเข้ามา ไม่ใช่เฉพาะ ประเทศไทยครับ หลายประเทศ แล้วก็ไม่สามารถตรวจพบได้ ณ วันที่เข้าเมือง
ประการที่ ๒ ก็คือ มีผู้โดยสารบางคนซึ่งไม่สบายก็ใช้วิธีกินยาลดไข้ แล้วก็สามารถผ่านการตรวจได้ อันนี้ก็เกิดขึ้นในหลายประเทศ เพราะฉะนั้นก็ต้อง กราบเรียนอย่างตรงไปตรงมานะครับว่า มาตรการการสกัดกั้นที่ทุกประเทศใช้ก็คือ การใช้ เครื่องตัวนี้ไม่สามารถที่จะเปึนหลักประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามครับ ผมต้อง กราบเรียนย้ําว่า ผมไม่เคยพูดนะครับว่าโรคนี้เปึนแล้วไม่เสียชีวิต แต่ให้ข้อเท็จจริงเพื่อ ไม่ให้ตื่นตระหนกว่า อัตราการเสียชีวิตนี่ต่ํากว่าไข้หวัดใหญ่ปกติ ซึ่งอันนี้จะทําให้พี่น้อง ประชาชนได้เข้าใจถึงสภาพของปัญหาตรงไปตรงมา ไม่ตื่นตระหนก แต่ขณะเดียวกัน แน่นอนการประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นสามารถปัองกันตัวได้ เปึนสิ่งที่ผมก็ได้ กําชับทางกระทรวงสาธารณสุขให้มีการเร่งรัด แต่ว่าที่ต้องย้ําก็คือว่า ไม่มีการป่ดบัง แน่นอน และผมเองก็พูดตรงไปตรงมาถึงขั้นที่ว่า เขามาสอบถามผมเมื่อวันสองวันก่อนว่า ตัวเลขจะหยุดเท่านี้ไหม ผมก็ตอบตรงไปตรงมาเลยว่า ผมคิดว่าไม่หยุด ผมคิดว่าในช่วง อีกหลายวันข้างหน้าจะมีเพิ่มขึ้น แล้วมาตรการก็คือต้องสกัดกั้นให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้ เช่น กรณีการป่ดโรงเรียน หรือการป่ดชั้นเรียน แล้วแต่ความจําเปึน อันนี้คือเรื่องของ สาธารณสุขนะครับ
ถัดมาก็มีเรื่องของปัญหาเกี่ยวกับการใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะดูว่า จะไม่ต้องใช้วิธีในการที่จะกู้เงินหรือว่าร่วมทุนในรูปแบบต่าง ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะที่มี การเสนอก็คือการค้าต่างตอบแทนที่เรียกว่า บาร์เตอร์ เทรด หรือ เคาน์เตอร์ เทรด (Counter trade : การค้าต่างตอบแทน) ก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าความจริงมันก็มี แนวปฏิบัติมติ ครม. เดิมอยู่แล้วซึ่งยังยึดถืออยู่ แต่การที่จะไปดําเนินการในการเจรจา ลักษณะนี้ ขณะนี้กําลังส่งเรื่องให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความด้วยว่าจะเข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ วรรคสองหรือไม่ ซึ่งจะต้องมาเปึนกรอบในการเจรจาในการนําเสนอต่อสภา ด้วยนะครับ โดยเฉพาะการทําสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐหรือที่เรียกว่า จีทูจี
ประเด็นถัดมาคือเรื่องน้ํามันนะครับ ซึ่งพูดกันมาก ผมขอยืนยันอย่างนี้ ครับ และเมื่อสักครู่ก็ได้สอบถามกับทางกระทรวงพลังงานเพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่ง ก็คือว่า ภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้น ๒ บาท คือ ๗ บาทนี่นะครับ เดิมนี่ ๕ บาท มายกเว้น ในช่วง ๖ มาตรการ ๖ เดือน ซึ่งเปึนเรื่องชั่วคราวในภาวะที่ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกสูง ผิดปกติ ๒ บาทนี้ นโยบายของรัฐบาลก็คือให้กองทุนน้ํามันดําเนินการไม่ให้ส่งต่อไปยัง ผู้บริโภค ซึ่งทางกระทรวงพลังงานก็เพิ่งยืนยันกับผมเมื่อสักครู่ว่าเปึนเช่นนั้น แต่ว่าราคา น้ํามันเพิ่มขึ้นในขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่า การเคลื่อนไหวของราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก ในวันที่รัฐบาล ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ วันที่รัฐบาลเพิ่มภาษีตัวนี้ ราคาน้ํามันดิบน่าจะอยู่ ประมาณ ๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล วันนี้มันขึ้นไป ๗๐ นะครับ เพราะฉะนั้นการเพิ่มขึ้นมานี่ มันเปึนไปตามภาวะในตลาดโลก ผมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ถึงขั้นให้เขารายงาน มาด้วยซ้ําว่า ณ ราคาน้ํามันดิบที่เท่ากันเมื่อครั้งสุดท้ายที่เปึนอย่างนี้ ราคาที่ ขายในประเทศเปรียบเทียบแล้วเปึนอย่างไร กระทรวงพลังงานก็ตอบผมมาเปึน ลายลักษณ์อักษรนะครับว่า ณ ราคาน้ํามันดิบเดียวกันขณะนี้ราคาที่ขายต่อประชาชนนี่ ถูกกว่า ความจริงเขาก็ไม่อยากให้เปรียบเทียบอันนี้เพราะมันมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ราคาน้ํามันดิบมาจนถึงราคาที่ขายให้กับพี่น้องประชาชน แต่เนื่องจากว่ามักจะเปึน ความรู้สึกว่าควรจะเปรียบเทียบตรงนั้นก็ให้เขาไปทํามาดู เขาก็ยืนยันว่าขณะนี้ถูกกว่า ถ้าเทียบกับราคาน้ํามันดิบที่เคยขึ้นมาถึงระดับนี้อาจจะป้ สองป้ก่อนหน้านี้นะครับ อันนี้ก็ เปึนเครื่องยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้นโยบายในลักษณะที่จะไปเพิ่มภาระให้ประชาชนเพื่อ ประโยชน์ในการจัดเก็บรายได้เข้ามาสู่รัฐบาลในขณะนี้นะครับ
ประเด็นเรื่องท่องเที่ยว ความจริงผมไม่อยากจะพูดนะครับ เดี๋ยวจะ กลายเปึนเรื่องของการตอบโต้ แต่บังเอิญท่านบอกว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในช่วงที่แถลงนี่ไปพูดถึงเรื่องเหตุการณ์การชุมนุม ก็อยากจะกราบเรียน อย่างนี้ครับว่า ที่จริงผมก็ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ ท่านก็เพียงพูดเปึน หนึ่งในปัจจัยเท่านั้นเองที่มีผลกระทบในทางเศรษฐกิจ ผมก็ต้องเรียนตรงไปตรงมาละครับ ว่า ใช่ครับ มันกระทบมาตั้งแต่ป้ที่แล้ว จากเหตุการณ์การชุมนุมป้ที่แล้วก็กระทบ แต่ว่า ตัวเลขหลายอย่างโดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ทํามาช่วงมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม มันก็ ดีขึ้น มันก็มากระทบช่วงเหตุการณ์ในช่วงเดือนเมษายน และขณะนี้ก็ค่อย ๆ ปรับดีขึ้นมา หลังจากเหตุการณ์นะครับ ก็เปึนเพียงปัจจัยที่เข้ามากระทบก็เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็พูดตรงไปตรงมา ส่วนผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนนี่ก็ต้อง กราบเรียนว่ามีจริง เพราะผมก็พบกับนักลงทุนจากต่างประเทศ และเวลาเดินทางไป ต่างประเทศก็มีโอกาสพบกับนักลงทุนที่ประเทศต่าง ๆ คําถามในเรื่องของปัญหาทาง การเมืองยังคงเปึนคําถามซึ่งพวกเราทุกคนถูกถามอยู่นะครับ รัฐมนตรีหลายท่านที่ เดินทางไปประชุมในต่างประเทศมีโอกาสพบปะหารือกับรัฐมนตรีของประเทศอื่น ๆ หรือภาคเอกชนของประเทศอื่น ๆ ก็ยังมีคําถามนี้ ก็เปึนปัจจัยที่เราก็คงต้องช่วยกันแก้ไข
สุดท้ายครับ ก็มีประเด็นปัญหาซึ่งมีการทวงถามเรื่องของงบประมาณของ ท้องถิ่น กราบเรียนว่าครั้งสุดท้ายที่ผมมาตอบในสภาแห่งนี้ก็มาจากการที่ผมประชุม คณะกรรมการกระจายอํานาจ แล้วก็ปรากฏว่าสอบถามว่าจะเร่งรัดตัวนี้ให้เสร็จเมื่อไร คณะกรรมการก็ตอบผมว่าสิ้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นมามันก็จะมีงบ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งที่เปึนไปตามเกณฑ์ของคณะกรรมการที่เขาไปกําหนดมา กับส่วนหนึ่งที่ไม่เปึนไป ตามเกณฑ์ต้องได้รับการยกเว้น ยอดแรกนี่ผมกราบเรียนว่าผมจะติดตามให้ ส่วนยอดที่ไม่เปึนไปตามเกณฑ์ เสนอมาที่ผม ขณะนี้ ผมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไป เพราะว่าต้องการให้แน่ใจว่าเมื่อไม่เปึนไปตาม เกณฑ์แล้วยังเปึนสิ่งที่พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในพื้นที่ด้วยกันนี่เห็นพ้อง เพราะว่าไม่อย่างนั้น จะมีปัญหาในเรื่องของการกระจุกตัว ฉะนั้นในส่วนหลังนี่ผมก็กําลังให้ทาง กระทรวงมหาดไทยทําข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ผม ส่วนในส่วนแรกนี่ก็กราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า ก็มีเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านมาร้องเรียนกับผมอยู่ ซึ่งผมก็ได้รับทราบ แล้วก็กําลัง ติดตามว่าข้อเท็จจริงปัญหาเปึนอย่างไร ก็ขออนุญาตไม่พูดนะครับ เพราะมีสมาชิก หลายท่านมาบอกกับผม ร้องเรียนเรื่องนี้แล้วผมก็กําลังติดตามให้อยู่ แล้วกระผมคิดว่า ในการพิจารณางบประมาณที่กําลังจะมีขึ้นในวันพุธ-วันพฤหัสบดีนี้ก็เปึนโอกาสดี ที่ท่าน จะได้ทวงถามจากผู้รับผิดชอบโดยตรงว่าเปึนอย่างไร สุดท้ายก็คงต้องกราบเรียนสั้น ๆ นะครับ ที่ท่านเปึนห่วงว่าใครจะมาขี่คอ ไม่มีหรอกครับ ถ้ามีนี่ก็คงจะไม่มีประเด็นที่ บางครั้งก็มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีไม่ตัดสินใจตามที่ เสนอมาทุกครั้ง ซึ่งผมก็กราบเรียนว่าเปึนเรื่องปกติ เพราะผมได้พูดชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรีและผมก็มีหน้าที่ในการกลั่นกรอง แล้วก็เข้าใจ จึงเปึนที่มาว่าทําไมท่านถึง ได้หยิบยกคําสัมภาษณ์ของแกนนําหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาลที่แสดงความ ไม่พอใจผม ซึ่งก็เปึนตัวสะท้อนว่าบางครั้งบางเรื่องก็อาจจะยังเห็นไม่ตรงกันอยู่ ซึ่งเราก็ พยายามที่จะหาคําตอบด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี แล้วก็ไม่ได้มี ปัญหาว่าทะเลาะกันหรือจะต้องขี่คอกัน ยกตัวอย่างว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมก็จะปรึกษาหารือกับผมอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มีความเข้าใจกันดีในความคิดเห็นที่ แตกต่าง แล้วก็ยอมรับกระบวนการในการที่จะแก้ไขปัญหากันต่อไป เพราะฉะนั้นในที่สุด แล้วอย่างไรก็ตามผมก็ต้องยึดประโยชน์ของประเทศ แล้วผมมั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีก็ต้อง ยึดประโยชน์ของประเทศเปึนตัวตั้งในการทํางานต่อไป ก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงเพียง เท่านี้ครับ
กระผมขออนุญาตอ่านรายชื่อท่านที่วิปส่งมาเปึนผู้อภิปรายนะครับ จากนี้จะเปึน ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี แล้วต่อด้วย ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แล้วก็ไปท่านอรรถพร พลบุตร แล้วท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นะครับ เชิญท่านไตรรงค์เลยครับ เชิญเลยครับ มีอะไรครับ ท่านชวลิตครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ
พาดพิงไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ
ท่านประธานกรุณาฟังผมนิดหนึ่งครับ
เอาสั้น ๆ ครับ
ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณาได้ ตอบในสิ่งที่ผมได้เสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของ งบท้องถิ่นที่ท่านได้กรุณาบอกว่าจะติดตามเรื่องนี้ให้ แต่จากการที่พวกผมได้ทํางานเรื่องนี้มา อย่างใกล้ชิดนะครับ ขอเรียนยืนยันว่ามีการเลือกปฏิบัติจริง ผมถึงขั้นกล้าที่จะเสนอให้มี การไปสาบานที่วัดพระแก้ว นี่คือสิ่งที่ เพราะผมอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมานาน มีหูมีตา พอสมควร นอกจากนั้น คุณเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งเปึนประธานติดตามงบประมาณ ก็มีเรื่อง ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะว่ามีการแปลงงบจังหวัดบูรณาการในจังหวัดเดียว ๕๐ กว่าโครงการ เรื่องเหลือเชื่อจริง ๆ เดี๋ยวท่านเจริญ ก็คงจะใช้สิทธิพาดพิงตรงนี้ที่จะ ดําเนินการได้ต่อ ในส่วนของที่ท่าน
เดี๋ยวนะครับ ท่านชวลิต มีผู้ประท้วงอยู่ข้างหลัง เชิญผู้ประท้วงก่อนครับ ประท้วงเรื่อง อะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธาน ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ข้อบังคับที่ ๘ ท่านประธานช่วยกรุณา ควบคุมการประชุมให้อยู่ในระเบียบวาระครับ วันนี้เราอยู่ในระเบียบวาระในการประชุม พระราชกําหนดเกี่ยวกับเรื่องการให้อํานาจของกระทรวงการคลัง ถ้าท่านยังอนุญาตให้ ผู้อภิปราย
ก็เอาอย่างนี้นะครับ ผมเข้าใจแล้วครับ คือขณะนี้ผมให้สิทธิเรื่องพาดพิง ท่านผู้อภิปราย ขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงก็ให้เวลาให้ท่านรวบรัดนะครับ เดี๋ยวก็จบ ท่านนั่งลงเถอะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะยาว ท่านชวลิต ก็จะจบอยู่แล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เราได้เฝัาดูการอภิปรายมาโดยตลอดนะครับว่า พยายามที่จะโยงออกนอกประเด็นมา โดยตลอดนะครับ ให้ท่านประธานช่วยกรุณาควบคุมด้วยครับ
ครับ ผมควบคุมอยู่ครับ ท่านชวลิตครับ พอแล้วนะครับ เรื่องใช้สิทธิพาดพิงของท่าน กรุณานั่งเถอะครับ
ยังไม่จบนะครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ผมอยากจะอธิบายให้ผู้ประท้วงได้เข้าใจว่าการใช้งบประมาณในอดีต
ไม่เปึนไรครับ ไม่ต้องอธิบายผู้ประท้วงหรอกครับ เอาที่เกี่ยวข้องกับท่านที่พาดพิง ท่านชี้แจงจบก็ขอความกรุณานั่งลงละครับ
ท่านประธานครับ เหลืออีกประเด็นหนึ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงว่าไม่มีใครขี่คอท่าน ตรงนี้ผมขอประทานอภัยและขอถอน แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องติดตามอยู่เหมือนกันว่า ในอนาคตมีการขี่กันจริงหรือเปล่านะครับ ก็ต้องติดตามต่อนะครับ แต่สิ่งที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่ผมขอถอน แต่ขออนุญาตที่จะต้องติดตาม ว่าข้อเท็จจริงจะเปึนอย่างนี้หรือไม่ ขอบคุณครับ
ท่านวิชาญครับ พอแล้วครับ
ขออนุญาตครับ เรื่องท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงว่าท่านไม่ได้พูดนะครับเกี่ยวกับ
เดี๋ยวครับ ท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ พาดพิงหรืออย่างไรครับ
สั้น ๆ ครับ สั้น ๆ เดี๋ยวจะให้ เอกสารด้วยครับ
พาดพิงให้ท่านเสียหายหรือเปล่าครับ
คือผมบอกว่าข้อมูลต่าง ๆ ถูกป่ดบังซ่อนเร้นนะครับเกี่ยวกับเรื่องหวัด ๒๐๐๙ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่มี แต่ประเด็นจริง ๆ มันเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาโดยตลอด แต่ไม่มีการบอกชื่อ ไม่มีการบอกสถานที่ ป่ดบังหมดครับ ประเด็นแรก ก็ขอตรงนี้เพราะว่าข่าวมันออกไปนะครับ
ส่วนที่ ๒ คือเรื่องพลังงาน ผมมีเอกสารที่จะมอบให้ครับ จะได้ไม่ต้องชี้แจง ครับ ขอบคุณครับ
เอาละครับ นั่งเถอะครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไรนะครับ เพียงแต่ท่านขยายความเดี๋ยวจะมอบ เอกสารให้ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเด็นที่เรื่องการป่ดบังเรื่องชื่อ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ที่จริงกระทรวงสาธารณสุขก็ระมัดระวัง เหตุผลก็คือผม จําได้ว่า วันที่เราพบรายแรกนี่ครับ ก็มีการปรึกษากันว่าจะเป่ดเผยชื่อหรือไม่ แล้วก็ผู้ที่เขา ติดเชื้อเขาบอกว่าเขาถือว่าถ้าเราเป่ดเผยชื่อนี่ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเขา เราก็ ระมัดระวังว่า ผมก็คุยกับท่านรัฐมนตรีครับผมจําได้ บอกว่าถ้าเช่นนั้นถ้าเรามั่นใจว่า ตัวเขาอยู่ในความดูแลของเรา พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเราไม่ได้ปล่อยให้เขาไปปะปนกับใคร ในขณะที่ติดเชื้อ การที่ไม่เป่ดเผยชื่อเขาไม่ได้กระทบต่อการระบาด ก็เคารพสิทธิของเขา ในการไม่เป่ดเผยชื่อเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตที่จะชี้แจงทําความเข้าใจนะครับ ถ้าเฉพาะพาดพิงตัวผมซึ่งเปึนการเมือง ไม่น่าจะมีปัญหาครับ แต่เพราะพาดพิงเพื่อนสมาชิกในบางเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลเรื่อง ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ อาจจะไปกระทบกระเทือนการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการซึ่งได้ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และเชื่อว่าเปึนการปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุดนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมได้รับรายงานจากข้าราชการในกระทรวง สาธารณสุข ตั้งแต่ประมาณวันที่ ๒๖ เมษายนที่ผ่านมา ว่าได้มีการประกาศว่ามีการ ระบาดของไข้หวัด ซึ่งครั้งแรกครับมีการระบุว่าเปึนไข้หวัดหมู และจากการติดตามของ หน่วยของข้าราชการเองครับ ก็ได้ยืนยันต่อผมครับว่าไข้หวัดดังกล่าวไม่ได้ระบาดจากหมู มาสู่คน แต่เปึนการระบาดจากคนสู่คน เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะเปลี่ยนชื่อครับจาก ไข้หวัดหมูเปึนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก หลังจากมีข้อ วิพากษ์วิจารณ์นะครับว่าใช้คําว่าเม็กซิโกอาจจะคลาดเคลื่อน และประเทศเม็กซิโกเอง อยากจะให้ใช้คําว่า ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดอยู่ในอเมริกาเหนือ ก็มีการเปลี่ยนชื่อครับ เปึนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ นับตั้งแต่วันนั้นครับ ทุกอย่างก็ได้เริ่มสู่กระบวนการของ ระบบ ซึ่งต้องยอมรับครับว่าแพทย์ของไทยมีความเชี่ยวชาญมาอย่างเพียงพอครับ และเปึนที่ยอมรับครับ โดยเฉพาะประสบการณ์เกี่ยวกับไข้หวัดนกและโรคซาร์ส (SARS) ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มตั้งตั้งแต่วันแรก และได้เริ่มปฏิบัติการ ตั้งแต่การตรวจสอบเช่นที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกครับ การติดตั้งเครื่อง เทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer : เครื่องวัดอุณหภูมิ) ที่สนามบินสุวรรณภูมิเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายนและดําเนินการมาโดยตลอด ข้อเท็จจริงที่เพื่อนสมาชิกอาจจะกล่าวอ้างว่า มีการป่ดบังซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนไปแล้วนั้น ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงใน รายละเอียด วันที่ผมและคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขได้ไปรับนักเรียนไทยชุดแรก ครับ ที่เดินทางกลับมาจากเม็กซิโก เรามีข้อกังวลครับว่าการแพร่ระบาดในเม็กซิโกตาม รายงานที่ติดตามอย่างใกล้ชิดได้มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและรวดเร็วเต็มทั้งเมือง ครับ เพราะฉะนั้นโอกาสที่นักเรียนไทยเดินทางกลับจากนั่นมีโอกาสที่จะติดเชื้อเปึนไปได้ สูงมาก คณะแพทย์ทั้งหมดจึงได้ไปรับนักเรียนไทยชุดแรกครับ และหลังจากรับตัวนักเรียน เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข เราก็ได้รับคําร้องขอจากคณะ ผู้ปกครองครับว่า เขาพร้อมที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุขจนถึง ระยะเวลาที่ทุกคนมั่นใจ แต่ขอร้องสิทธิของผู้ป์วยครับ ที่จะต้องได้รับการปกปัองสิทธิ ผมก็ถือว่าเปึนสิทธิที่ผู้ป์วยพึงจะได้รับ เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันแรกครับไม่มีการเป่ดเผย จริง ๆ ครับว่าเด็กที่ได้รับเชื้อมาจากประเทศเม็กซิโกชื่อเสียงอะไรนะครับ จนเดี๋ยวนี้ก็ไม่มี การเป่ดเผย และเราได้มอบตัวเด็กกลับสู่ครอบครัวในสภาพที่ไม่มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้ อีกต่อไป กระบวนการทางสาธารณสุขไทยครับ ทางแพทย์ไทยได้เริ่มกระบวนการในการ เฝัาระวังครับ ตั้งแต่เริ่มมาตรการในการปัองกันและตั้งใจว่าจะยืดมาตรการในการปัองกัน ให้ยาวนานที่สุด เพื่ออะไรครับ เพื่ออย่างน้อย ๆ ประชาชนภายในประเทศได้เตรียม ความพร้อมครับว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่คืออะไรกันแน่ ผมกับเพื่อนสมาชิกในสภา ครับเราไม่ใช่แพทย์ แต่ท่ามกลางการดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ผมก็ติดตามและ ร่วมปฏิบัติหน้าที่กับทางการแพทย์มาโดยตลอดครับ เขาได้เตรียมมาตรการปัองกันครับ และวันที่เราไปรายงานต่อองค์การอนามัยโลก ประเทศไทยถือว่าเปึนประเทศที่ได้รับการ ยกย่องครับว่ามีมาตรการในการปัองกันไข้หวัดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ เรายืด ระยะเวลาของการปัองกันการแพร่ระบาดถึง ๑ เดือนกับ ๒ สัปดาห์ครับ และหลังจาก มาตรการปัองกันครับ ถ้าขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน แน่นอนครับมาตรการ ปัองกันไม่สามารถที่ระวังได้ครับ การที่จะให้ประชาชนเดินทางจากต่างประเทศแสดงตัว ว่ามีอาการไข้หวัดหรือไม่ไข้หวัด หรือผ่านประเทศไหนบ้างที่จําเปึนต้องระวัง ถ้าขาดความ ร่วมมือครับ โอกาสที่แนวระวังแนวแรกจะรั่วเกิดขึ้นไปได้สูง แนวที่ ๒ ที่กระทรวงเขา เตรียมการครับ คือเตรียมการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนภายในประเทศ กระทรวง สาธารณสุขโดยคณะแพทย์นักระบาดวิทยาติดตามโดยตลอดครับ จนรู้ข้อเท็จจริงครับว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าถึงเวลาหนึ่งครับอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ได้แตกต่างกันครับ มีความใกล้เคียงกัน และจนบัดนี้องค์การอนามัยโลกก็ออกมา ยืนยันแล้วครับว่า การสูญเสียชีวิตผู้ป์วยในอัตราโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อยู่ในระดับ .๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดา มาตรการที่ ๒ ที่กระทรวงเตรียมการก็คือ การให้การศึกษากับประชาชน และเราได้ใช้บุคลากรที่มาก ที่สุดของกระทรวง คือ อสม. เพื่อนสมาชิกบอกว่าไม่มีเตรียมการ แต่โดยข้อเท็จจริง อสม. ทั่วประเทศได้รับการถ่ายทอดข้อมูลเรื่องการสาธารณสุขไทยและเรื่องการปัองกันไข้หวัด ไปยังพี่น้องประชาชนนะครับ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทย์ได้ยืนยันข้อเท็จจริงกับ พี่น้องประชาชนตลอดครับว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ กระทรวงมียารักษาได้ครับ และยาก็ได้สร้างสต็อกไว้เพียงพอสําหรับผู้ป์วยพร้อมกันถึง ๕๐๐,๐๐๐ ราย ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขก็ยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เปึนไข้หวัด ที่ปัองกันได้ครับ เราได้ให้การศึกษาประชาชนไปพร้อม ๆ กับการเตรียมความพร้อมของ ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศครับ หมายถึงด่านสุดท้าย ถ้าเราปัองกันแนวแรกรั่ว แนวที่ ๒ ก็คือการเฝัาระวังภาคประชาชน แนวที่ ๓ ก็คือการรักษาผู้ป์วย วันนี้ต้องยอมรับความจริง ครับว่า หลังจากที่คณะแพทย์ได้
ท่านรัฐมนตรีครับ ประทานโทษครับ เหลือผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ขอความกรุณา ท่านสรุปหน่อยนะครับ
ผมขอ อนุญาตสรุปสั้น ๆ ว่า ข้อติดใจที่เพื่อนสมาชิกติดใจ ๒ ประการก็คือ ๑. เปึนการป่ดบัง ข้อเท็จจริง ๒. ไม่มีการให้ความรู้กับประชาชน ทั้ง ๒ ประการ คณะแพทย์ในกระทรวง สาธารณสุขได้ทําอย่างครบถ้วนแล้วครับ
เชิญท่านไตรรงค์ครับ ท่านวิชาญประท้วงอะไรครับ
นิดหนึ่งครับ
ท่านวิชาญ ขอความกรุณาเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ไปไหน จะเรื่องไข้หวัดอยู่นี่ละครับ พอแล้วครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ผมฟังอยู่ตลอดไม่ได้กล่าวหานะครับท่านวิชาญ นั่งเถอะครับ ขอความกรุณานั่งลงครับ ผมฟังอยู่ตลอดท่านก็ชี้แจงมาตรการ การปัองกัน แก้ไขปัญหา คือท่านวิชาญครับ เรากําลังพิจารณาพระราชกําหนด แล้วถ้าตอบโต้กันไป มาอยู่อย่างนี้มันไม่จบนะครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ เชิญท่านไตรรงค์อภิปราย
(นายเจริญ จรรย์โกมล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเจริญก็นั่งลงครับ เชิญท่านไตรรงค์อภิปรายครับ ท่านเจริญมีอะไรครับ
ถูกพาดพิง
ท่านไตรรงค์ครับ เดี๋ยวให้ท่านเจริญ ใช้สิทธิพาดพิง อย่ายาวนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาเรา ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พาดพิงถึงผมในเรื่องเกี่ยวกับงบ ซีอีโอ ของจังหวัด ขอนแก่น มันเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านเองเปึนรัฐมนตรีรักษาการ ท่านปล่อยไปได้อย่างไรให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยกเลิก ๕๕ โครงการ ซึ่งถือว่ามันผิด กฎหมาย ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้สอบสวนในเรื่องนี้ เปึนเรื่องจริง วันพุธเจอกันครับใน สภาแห่งนี้ ผมจะอธิบายให้ฟัง ถ้าผมพูดอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรี รักษาการ ท่านจะปล่อยไปอย่างนี้หรือครับ ในฐานะรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ เมื่อรู้ จากที่ผมพูดแล้วในคณะกรรมาธิการเขาสอบสวนแล้ว ท่านอย่าปล่อยนะครับ ท่าน ส.ส. ท่านพูดถูก ท่านเปึนห่วงในเรื่องของการใช้งบ
เอาละครับท่านเจริญ เดี๋ยวเราจะมีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นะครับ ตอนนั้นก็ว่ากันเต็มที่ เชิญท่านไตรรงค์ครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๒๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมไตรรงค์ สุวรรณคีรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเวลาให้ ๒๐ นาที แต่ว่าทางด้านวิป รัฐบาลได้ให้ความกรุณาให้ความเอ็นดูผมเยอะ เพราะท่านบอกว่ามีคนโทรมาเยอะว่าผม พูดเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อมันเกินไปนิดหน่อยท่านประธานกรุณาตัดเวลาของคนอื่นที่เปึน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รายการนี้เปึนรายการใหญ่ เพราะว่ามีการ เสนอกฎหมายเพื่อกู้เงินประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงขอร่วมการแสดงความคิดเห็น ในครั้งนี้ด้วย เปึนที่ทราบกันแล้วนะครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็ทราบว่าอะไรเกิดขึ้น ในโลกนี้ วิกฤตการณ์มันเกิดขึ้นในอเมริกาแล้วมันก็ลามไปทั่วทั้งโลก กระทบถึงประเทศไทย ที่กระทบถึงประเทศไทยก็เพราะว่าเมื่อทั้งโลกยากจนลงมา รายได้ตกต่ําหมดทั้งโลก ความต้องการที่จะซื้อสินค้าจากประเทศไทยก็ต้องต่ําลงไปทั้งโลก มีเพื่อนสมาชิกพูดเยอะ แล้วว่า ประเทศไทยขึ้นอยู่กับการส่งสินค้าออกจํานวนมาก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ป้นี้ทั้งป้ เราคาดกันว่าไม่ต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งออกของเราจะลดลงกว่าป้ที่แล้ว นั่นก็หมายความว่ามาดูทางด้านอุตสาหกรรมที่ทําการผลิตเพื่อส่งสินค้าออกไปขาย ทั้งโลก ก็ต้องลดการผลิตลงมา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คิดง่าย ๆ เขาซื้อลดลงมา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องผลิตลดลงมา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ขืนดันทุรังผลิตเท่าเดิมก็เจ๊งเท่านั้นเอง เพราะมัน ขายไม่ออก เมื่อลดการผลิตลงมา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องไล่คนงานออกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คิดง่าย ๆ อาจจะไม่ตรงเป็ะ แต่คิดง่าย ๆ คนว่างงานก็ไปกองอยู่จํานวนหนึ่ง มาดูภาคการเกษตร ภาคการเกษตรป้ ๒๕๕๐ ราคาดีมาก เพราะเกิดวิกฤตการณ์ทาง อากาศทั้งโลก ทําให้ราคาผลิตผลตกต่ํา ผลิตผลที่มันลามมาผลผลิตมาออกป้ ๒๕๕๑ มันก็น้อยลงมา ราคาผลิตผลทางด้านการเกษตรถึงพุ่งขึ้นไปเกือบทุกอย่าง เราได้ผ่านตรงนั้น มาแล้ว แต่ว่าพี่น้องประชาชนซึ่งเปึนชาวไร่ ชาวนา เมื่อเห็นราคาผลิตผลดีก็ปลูกกันทั้งโลกเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทั้งโลกเลยที่เปึนประเทศกสิกรรมทั้งโลกเพิ่มการผลิตหมด ผมเอารายงานของ เอฟเอโอ (FAO) คือองค์การอาหารโลกมานั่งอ่าน แล้วก็ไปบรีฟ (Brief) ให้คณะรัฐมนตรีเงาเมื่อสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเปึนหัวหน้าฝ์ายค้านแล้วก็ เปึนประธานที่ประชุม ครม. เงาของพรรคประชาธิปัตย์ เขาบอกเลยว่าป้ ๒๕๕๒ จะมีสินค้าเกษตรอะไรบ้าง เขาบอกทุกชนิดนะครับทั้งโลก เขาคํานวณทั้งโลก แล้วก็บอก เลยครับว่าเนื่องจากทุกคนผลิตเพิ่มพร้อมกันหมด เพราะฉะนั้นราคาสินค้าเกษตรเกือบ ทุกชนิดในป้ ๒๕๕๒ ตกต่ําหมด ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ทั้งโลกตกต่ํา มีอยู่อย่างเดียว ที่เขาบอกจะไม่ตกต่ําคือราคาไก่ เพราะเมื่อหมูแพง เนื้อแพง คนก็จะหันมาบริโภคไก่ เพราะว่าราคามันถูก ราคาไก่อย่างเดียวในโลกนี้ที่จะไม่ตกต่ํา นอกนั้นตกต่ําหมด พี่น้อง เกษตรกรของเราก็เหมือนกัน เมื่อเจอเข้าแบบนี้ก็ต้องมีรายได้ลดลงครับ เมื่อรายได้ลดลง พี่น้องเกษตรกรก็จะเตรียมการปลูกในป้นี้จะน้อยลงกว่าป้ที่แล้ว เพราะถ้าจะปลูกตอนนี้ พอฝนตกก็ปลูกนะ ผมลูกชาวนา ผมรู้ว่าควรจะไถตอนไหน ควรจะปลูกตอนไหน ผลิตผล ป้หน้าจะน้อยกว่าป้นี้แน่นอน ด้วยธรรมชาติทั้งโลก เพราะฉะนั้นพี่น้องที่เปึนชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ก็อาจจะต้องว่างงานจํานวนหนึ่ง เพราะว่ามีการผลิตต่ําลง นี่ว่างงานจํานวนหนึ่ง นะครับ บวกกับของอุตสาหกรรมที่พูดให้ฟังง่าย ๆ เมื่อสักครู่นี้ มาดูภาคบริการครับ ภาคบริการในการท่องเที่ยวลดลงมา ผมไปเช็กดูก็คิดว่าทั้งป้ไม่ต่ํากว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ป้ที่แล้ว ๑๒ ล้านบาท ป้นี้คงเหลือสัก ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวานผมไปสอนหนังสือที่ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้ไปคุย ต้องย้ายโรงแรม ๒ ครั้ง เพราะอยากคุยกับเจ้าของโรงแรม ทั้ง ๒ โรงแรมตรงกันหรือเปล่า เพราะไปสอนอยู่ ๒ วัน ก็เลยต้องนอน ๒ โรงแรม ไม่เปึนไร เพราะว่ามหาวิทยาลัยเปึนคนจ่ายค่านอนให้ผม ผมไม่เกี่ยว เจ้าของโรงแรมเขาบอกว่า ของเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่เขาประชุมกันในระดับเจ้าของโรงแรมเขาบอกว่า คิดว่า จํานวนห้องที่เขาเรียกว่า ออคคิวเพ็นซี (Occupancy) คือว่าที่คนจะนอนของเขาในป้นี้ จะเหลือประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของป้ที่แล้ว ผมไปตรวจสอบที่ภูเก็ต ที่ภูเก็ตบอกของเขาจะเหลือประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อคนนอน น้อยลงมา เจ้าของโรงแรมทําอย่างไรครับ ก็ต้องลดการจ้างงานคน ถ้าไปแบกมันอยู่ มันก็ขาดทุน คนว่างงานไปกองอยู่อีกจํานวนหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่พูดกัน ว่าตอนนี้ ๘๒๐,๐๐๐ คน ใช่ไหม ๘๒๐,๐๐๐ คน มีคนว่างงาน แล้วมันจะต้องว่างขึ้นไป อีก ถ้าเราไม่ทําอะไร ไปเปึนล้าน นี่คือปัญหาที่เราเผชิญอยู่ เราไม่ได้สร้างปัญหา แต่เรารับ ปัญหา วิกฤตการณ์เกิดที่อื่น แต่เราเปึนฝ์ายรับ เพราะเราเปึนประเทศเล็ก ๆ อะไรเกิดขึ้น ในโลกนี้ รับเต็ม ๆ หนีไม่พ้น เราก็ต้องแก้แค่นั้นแหละครับปัญหานี่ ใครเปึนรัฐบาลก็ต้อง แก้ วิธีแก้รัฐบาลก็มี ๒ มาตรการแค่นั้น คือมาตรการทางการเงินกับมาตรการทางการคลัง นโยบายทางการเงินหรือนโยบายทางการคลัง ๒ อย่างนี้ไม่มีปัญญาวิธีอื่นหรอกครับ แต่ว่าไม่ใช่แก้วิกฤติ เพราะฉะนั้นที่เพื่อน ส.ส. บางคนพูดบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่มีปัญญาจะ แก้วิกฤติ ไม่มีใครมีปัญญาหรอกครับ แก้วิกฤติ เอาโอบามามาเปึนนายกรัฐมนตรีประเทศ นี้มันก็แก้ไม่ได้ ท่านก็แก้ไม่ได้ขอโทษ เพราะมันเปึนผลพวงของวิกฤติชาวโลกที่เกิดขึ้นใน โลกเรารับ เราแก้วิกฤติไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลถ้ามาอยู่ในตอนนี้ สิ่งที่ต้องทําคือว่า บรรเทาผลของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทําอยู่นี้บรรเทา เราอย่ามานึกว่าเราจะต้องรวยขึ้นสิครับ ในเมื่อเขาจนกันทั้งโลก เราเก่งอย่างไรเราถึงจะต้องรวย ในเมื่อเพื่อนจน มันต้องจน ด้วยกัน มันก็จนกันทั้งโลกละครับ แต่ว่าเราทําอย่างไรถึงจะให้มันจนน้อยหน่อย ให้มันจนน้อย พยายามฝ๋นเอาไว้ มันจะลากเราไป เราฝ๋นเอาไว้ อย่าให้มันจนมาก ก็มี ๒ มาตรการ มาตรการทางการเงินและมาตรการทางการคลัง รัฐบาลนี้เข้ามาก็พยายามจะใช้มาตรการทางการคลังไปครั้งหนึ่งคืองบกลางป้แสนกว่า ล้านบาท ๑๐๑,๖๐๐ ล้านบาทที่เราพูด ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ นะครับ ต้องพูดกันตรง ๆ พี่น้องกันทั้งนั้นที่นั่งนี่ก็พูดกันตรง ๆ ว่าที่ใช้ไปบางอย่างก็อาจจะ ได้ผลไม่เต็มที่ก็ต้องยอมรับถ้ามันได้ผลไม่เต็มที่ แต่ว่าจะบอกไม่ได้ผลเลยพูดอย่างนั้น ไม่ได้นะครับ เอาอะไรมาพูดว่ามันไม่ได้ผลเลย เหมือนอย่างเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทแจกคน นี่ผมจะมายืนยันว่ามันได้ผลเต็มที่ผมก็ไม่กล้ายืนยันละครับ เพราะว่าตามทฤษฎีแล้วคือ ว่าจะต้องเอาเงินไปแจกกับคนที่จน ๆ คนจน ๆ เมื่อได้รับเงินก็จะได้เอาไปใช้จ่าย มันจะได้ เพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าภายในประเทศ ในเมื่อชาวต่างประเทศเขาซื้อน้อยลงมาคนใน ประเทศช่วยกันซื้อก็เอาเงินแจก แต่ว่าตามทฤษฎีคือต้องแจกคนที่จน คนจนได้รับเงินมัน จ่ายทันที เพราะว่าเขาไม่มีสตางค์ แต่ว่าเราแจกคนที่มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทุกคนก็นินทาว่าเราเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปแจกคนที่ไม่จนจริง เขาพูดถูกไหม เขาพูดถูก เขาพูดถูกครับ ทําไมเราถึงทําอย่างนั้นครับ เพราะไม่มีทางอื่นที่จะทํา เพราะคนจนจริงใน ประเทศนี้คือคนที่อยู่ที่ภายใต้เส้นความยากจน คือมีรายได้เดือนหนึ่ง ๑,๔๐๐ บาทลงมา นั่นคือคนยากจน นี่นักวิชาการในประเทศไทยนี่ละครับเขาศึกษามา ๑,๔๐๐ บาทต่อเดือน แล้วนั่นจนจริง แต่เราไม่มีตัวเลขว่าเขาอยู่ที่ไหน ๑,๔๐๐ บาท ตัวเลขไม่มี ดาต้า เบส (Data base) โชคดีเรามีนายกรัฐมนตรีนี่ไม่ใช่ว่ามาชม คือว่ารู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ เพราะว่าจบเศรษฐศาสตร์มาจึงได้ปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ อยากจะแจกกับคนที่มี เงินเดือน ๑,๔๐๐ บาท พวก ๑,๔๐๐ บาทที่รายได้ให้ไป ๒,๐๐๐ บาทมันจ่ายเกลี้ยงแน่ เพราะว่าเขาต้องการข้าวสาร เขาต้องการน้ําปลา เขาต้องการน้ําตาล แต่ไม่มีตัวเลข ไม่รู้ จะไปแจกที่ไหน ถ้าแจกไม่ทั่วถึงก็โดนด่าอีก ข้อมูลที่มีก็คือพวก ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะเอา ข้อมูลจากประกันสังคมใช่ไหมล่ะท่านกอร์ปศักดิ์ ถึงต้องทําอย่างนี้ เพราะฉะนั้นอย่าไป คาดหวังว่าคนที่มีรายได้สัก ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๘,๐๐๐ บาท เมื่อได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาจะไปจ่าย เหมือนคนมีรายได้เดือนละ ๑,๔๐๐ บาท อย่าไปคาดหวัง นักปราชญ์ ทางเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาเคยพูดเอาไว้ว่า เรานี่นักเศรษฐศาสตร์เราสามารถที่จะ จูงม้าไปที่ลําธารได้ แต่เราไม่สามารถจะบังคับให้ม้ากินน้ําได้ตามที่เราปรารถนา คนมี รายได้ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท เราเอาเงินให้ไป ๒,๐๐๐ บาท เราจะบังคับให้ เขายังไม่ได้ หิวเราจะไปบังคับเขาจ่ายตั้ง ๒,๐๐๐ บาท มันเปึนไปไม่ได้ ถ้าเปึนม้าก็อาจจะดื่มน้ําสักอึก สองอึก แต่ถ้าเผื่อเราเอาม้าที่หิวจริง ๆ มันกินทีเดียว ๓๐-๔๐ อึก อย่างนั้นนโยบายมันจึง จะได้ผล แต่ว่าจะบอกว่าไม่ได้ผลเลยก็ไม่จริงครับมันต้องมีบ้างมันต้องได้ผลบ้าง นี่รัฐบาล พยายามทําแล้ว แต่ว่าได้ระดับหนึ่งครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่พอจะแก้ปัญหา หรอก เราใช้นโยบายการเงินไหมครับ เราใช้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่มีอํานาจ ละครับแล้วก็ไม่ควรจะทําที่จะไปสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะเขาต้องมีเสรีภาพ อิสรภาพ ทั่วโลกก็เปึนอย่างนั้น คือเขาจะต้องรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจเขาถึงต้องมีให้ เสรีภาพเขา อิสรภาพเขาในการบริหารนโยบายการเงิน แล้วเขาทําไหม เขาทํา ธนาคาร แห่งประเทศไทยใช้นโยบายการเงินเต็มที่เลยเพื่อจะช่วยพยุงฐานะของประเทศไว้ไม่ให้มัน ไหลไปตามกระแสวิกฤตการณ์ของโลก เขาทําอย่างไร เขาก็ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เขาลดลงมาจาก ๓.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้เหลือ ๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขาลดลงไป ๒.๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อัตราดอกเบี้ยนโยบายคืออัตราดอกเบี้ยที่พวกธนาคารเขากู้กันเอง หรือธนาคารชาติกู้กับธนาคารพาณิชย์ เขาเรียกตลาดอาร์พี (RP) หรือตลาดซื้อคืน พันธบัตร เมื่อลดอัตราดอกเบี้ยมาธนาคารพาณิชย์ก็สามารถที่จะกู้ในอัตราที่ถูกลงมา ต้นทุนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ได้ไปถูกลงมา เขาสามารถจะปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านนั้นจึงกู้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําลงมา ได้ผลไหมครับที่ธนาคาร ที่คณะกรรมการเขาเรียก กนง. คือ คณะกรรมการนโยบายการเงินเขาลดลงไป ๓.๗๕ เปอร์เซ็นต์ จนเหลือ ๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันนี้ได้ผลไหมครับ ได้นะครับ ไม่ใช่ไม่ได้ ทําไมถึงผมบอกว่าได้ ได้หรือไม่ได้ เพราะวันศุกร์นี้ผมไปดูตัวเลขจาก ๔ ธนาคารใหญ่ ปรากฏว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธนาคารใหญ่ลดลงมา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือลดลงมา ๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินให้กู้ของธนาคารพาณิชย์ลดลงมาตามนโยบายของ กนง. ลดลงมา ๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือเท่าไรครับตอนนี้ อัตราดอกเบี้ยผู้กู้ชั้นดีที่เขาเรียกว่าเอ็มแอลอาร์ (MLR) ตอนนี้เหลือ ๕.๘ เปอร์เซ็นต์ นี่สําหรับชั้นดีเลยนะ คือไม่มีการเสี่ยงเลย ถ้ามีการเสี่ยงคุณ ต้องบวกอัตราเสี่ยงเข้าไป ถ้าเปึน เอสเอ็มอี ก็บวกเข้าไปอีก ๓ ก็เปึน ๘ กว่า ถ้ามั่นคงก็ บวกเข้าไปอีก ๑ เขาเรียกว่า ลิส พรีเมียม แต่ว่าสรุปว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร มันลดลงมา มันเปึนประโยชน์สําหรับคนที่จะไปลงทุนจะขยายการลงทุนต้นทุนต่ํา ก็สามารถตัดสินใจในการลงทุนได้ และมีผลทําให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมันลดลงไปด้วย ปัจจุบันนี้เหลือ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยของ ๔ ธนาคารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ผลระดับหนึ่งครับ เมื่อไปดูว่าในช่วงที่ผ่านมาจนถึงวันศุกร์ที่แล้ว ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ที่เขาปล่อยกู้ไปเพิ่มขึ้นเท่ากับเท่าไรท่านประธานครับ เพิ่มขึ้นประมาณ ๕.๖ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ทั้งระบบ ป้นี้ทั้งป้ผมปรึกษากับผู้รู้ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เขา ชํานาญเรื่องนี้ เขาบอกว่าทั้งป้คงอยู่ประมาณนี้ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบของป้ที่แล้ว ประมาณ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ ป้ก่อนหน้านั้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ลดลงมาเกือบครึ่ง แสดงว่า นโยบายการเงินได้ผลไหมครับ ได้ผลแต่ได้ไม่เต็มที่ ได้นิดหน่อย เหตุที่ได้นิดหน่อยเพราะ เหตุผลอะไร เหตุผล ๒ ประการ ๑. ลูกค้าชั้นดีบริษัทใหญ่ ๆ เขาไม่กล้ากู้ เพราะเขาไม่มั่นใจ ในสภาพเศรษฐกิจ กู้ไปเดี๋ยวเจ๊ง เขาไม่ลงทุน คนที่ธนาคารอยากให้กู้มันไม่กู้ แต่คนที่มากู้ คือพวกที่เขาไม่อยากให้กู้คือร่อแร่ ๆ มาแล้ว ธนาคารเขาก็ดูว่าถ้าให้กู้ไปโอกาสเปึน เอ็นพีแอล (NPL) สูง คือเปึนหนี้ที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้ เขาก็ไม่ค่อยให้กู้ ผมไปดูยอดที่ปล่อยกู้ ทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ปรากฏว่าทุกยอดเลยมันเพิ่มในอัตราที่ต่ําลงกว่า ป้ที่แล้วหมดเลย ไม่ว่าจะเปึนพวก เอสเอ็มอี ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมทั้ง สินเชื่อเพื่อการบริโภคลดหมด ที่เราหวังจะพึ่งนโยบายทางการเงินเพื่อว่าที่จะให้คนมีเงิน มีการสร้างงานเพิ่มขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น เศรษฐกิจที่พอที่จะคึกคักขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง ก็พึ่งไม่ค่อยได้อีก เห็นไหม เราจะให้คณะกรรมการนโยบายการเงินลดอัตราดอกเบี้ยจากนี้ ลงไปอีกเอาไหมครับ เหลืออยู่ ๑.๒๕ ถ้าลดลงไปอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีนี้เพราะตอนนี้มันเหลือ ๐.๘ แล้ว ยุติธรรมไหมครับ ถ้าให้คนฝากเงินใน ธนาคารแล้วก็ไม่ได้ดอกเบี้ยเลยสักบาท คิดว่า กนง. คงไม่ทําหรอกครับ ถ้าผมเปึน กนง. ผมก็ไม่ทํา ผมเปึนธนาคารชาติผมก็ไม่ทํา เพราะว่าไม่ใช่คิดเฉพาะแต่ผู้จะกู้เงิน ต้องคิดผู้ ฝากเงินด้วย ประเทศต้องอยู่ด้วยความยุติธรรม นี่ยังไม่ถึงกับเรียกว่า ลีควิดิตี้ เทรด (Liquidity trade) นะครับ ที่ภาษาเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า กับดักสภาพคล่องที่เกิดขึ้น ในประเทศญี่ปุ์นเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว นั่นอัตราดอกเบี้ยถึง ๐ นะครับ ยอดเงินกู้ไม่เพิ่มเลย แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียวของเรายังเพิ่มตั้ง ๕ เปอร์เซ็นต์กว่า แต่เราใกล้แล้วครับ ใกล้ ทําอย่างไรครับ ทีนี้หมดแล้วมาตรการ ก็มันต้องกลับมาหากระทรวงการคลัง มาหา นโยบายการคลังอีกแหละครับ ไม่อย่างนั้นประเทศไปไม่รอดหรอกครับ ก็ต้องกู้เพื่อที่จะ มาอัดฉีดเข้าไปสู่ระบบ ปัจจุบันนี้สภาพคล่องอยู่ในธนาคารที่ผมชี้เช็คเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตัวเลขเอากลม ๆ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลืออยู่ ก็หมุนอยู่ใน ธนาคารชาตินั่นแหละ เพราะว่าต้องเอามารอให้เพื่อน ๆ ซึ่งเปึนธนาคารด้วยกันกู้ในตลาด อาร์บี (RB) เผื่อว่าจะได้เงินคืนบ้างอัตราดอกเบี้ย เพราะว่าต้องจ่าย ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ สําหรับเงินฝาก แต่นั่นไม่สําคัญ สําคัญคือว่าเงินมันกองอยู่นั่นคือความมั่งคั่งของประเทศ ถ้าเผื่อมันไม่ลงมาสู่ภาคการผลิตมันไม่มีประโยชน์ เหมือนสมัยก่อนเขาเก็บทองคํากัน จําได้ไหมเมื่อสมัย โน่นรุ่นพระเจ้าเหา มีความเชื่อว่าประเทศใดมีทองคํามากว่าคนนั้น ร่ํารวย เมอร์แคนไทลิซึม (Mercantilism) พาณิชย์นิยม ไม่มีประโยชน์ครับ มีเงินแล้วกอง อยู่ในธนาคาร มันจะมีประโยชน์ก็เมื่อมันลงมาทําการผลิต เกิดผลผลิตจากการจ้างงาน เงินมันถึงจะมีประโยชน์ กองอยู่อย่างนั้นไม่มีประโยชน์ จึงต้องเอาเงินนี้มาใช้ให้เปึน ประโยชน์ นี่รัฐบาลตัดสินใจกู้ดีแล้ว เพราะเปึนทางออกทางเดียว แล้วที่สปรินท์ (Sprint : วิ่งเต็มฝ้เท้า) ออกเปึน๒ พระราชบัญญัติ เปึนพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ เปึนพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี ถ้าเผื่อกู้ทั้งหมดจะมีปัญหาผมอาจจะ ไม่เห็นด้วย เพราะว่าตามพระราชกําหนดที่กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เปึนเรื่องเร่งด่วนที่ ผมวิเคราะห์มาให้ฟังทั้งหมดคือว่าตลาดมันซบเซามาก ในปัจจุบันนี้คนว่างงานเยอะเลย ไม่มีที่พึ่งว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจมันฟุ๋นกว่านี้หน่อย การใช้พระราชกําหนดนี่มันดีตรงที่ว่าต้องเร่งทํา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ต้องเร่งทําให้ทัน ภายในป้สองป้นี้ เพื่อให้เศรษฐกิจมันฟุ๋นขึ้นมาได้ ถ้าเราอนุมัติผ่านไปเราก็ไปกู้เลย กู้ก็ไม่ได้กู้ที่ไหนครับ ก็ไปกู้ในตลาด อาร์บี นั่นแหละ หรือไม่ก็ประกาศให้พี่น้องประชาชนที่ เก็บเงินฝากไว้แล้วคุณได้อัตราดอกเบี้ย ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ๑๐๐ บาทได้ ๘๐ สตางค์นี่ ไปถอนมาซื้อพันธบัตรรัฐบาล รัฐบาลจะขายให้กับภาคเอกชน ใครก็ได้ซื้อได้ทั้งนั้น อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลที่หลังจากเราอนุมัติแล้วนี่ ถ้าเผื่ออายุ ๕ ป้ อัตราดอกเบี้ยจะประมาณ ๓.๕๖ เปอร์เซ็นต์ ถ้าอายุ ๑๐ ป้ อัตราดอกเบี้ย ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ผมไปดูมาแล้วเขาจะมี อย่าพูดภาษาอังกฤษเลย เกรงใจท่านเฉลิม เพื่อนผม มันก็จะทําให้เงินที่มันค้างอยู่ที่ไม่มีประโยชน์ มันกลายเปึนประโยชน์ แต่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องรีบทํานะครับ เอามา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็ตั้งหลัก รัฐบาลตั้งหลักว่าจะเอาไปชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ถึงหรอกครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะที่เราคิดชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเราคิดว่าการเก็บภาษีไม่เข้าเปัาประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มองด้านเดียวไม่ได้ ต้องมองการใช้จ่ายของรัฐบาลด้วย ถ้าโครงการต่าง ๆ มันใช้เงิน ไม่หมด เงินไม่ไปไหนตามกฎหมาย เงินที่เหลือต้องอยู่ในเงินคงคลังทั้งนั้น เพราะใช้จริง ๆ ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้จริง ๆ ประมาณแสนล้านบาท อีกแสนล้านบาทที่เหลือเอามา กระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะฉะนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และต้องเร็ว เพราะที่รัฐบาลตั้งหลักมาเท่าที่ผมทราบก็คือว่า ให้ทําเฉพาะโครงการที่หน่วยราชการมีแบบอยู่แล้ว พร้อมจะปฏิบัติได้ทันที นี่ถูกต้อง เปึนการแก้วิกฤติการณ์ในป้นี้และป้หน้า ถูกต้องแล้วละครับ มันไม่มีทางออกหรอกครับ ท่านเพื่อน ส.ส. ที่เคารพ พี่น้องประชาชนที่เคารพ นี่เปึนทางออกทางเดียวจริง ๆ ผมไม่ได้ เข้าใครออกใคร ผมสอนหนังสืออยู่ ผมพูดผิดไม่ได้ ลูกศิษย์ผมฟังทั้งประเทศ แล้วข้อนี้ ผมจะออกสอบด้วย ถ้าเกิดใครไม่ฟังวันนี้มึงสอบตก บอกข้อสอบกลางสภาเลย แต่ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง พ.ร.บ. ยังไม่เข้า แต่ผมขอพูดเลย เพราะเวลา พ.ร.บ. เข้าผมไม่พูดแล้ว ผมพูดทีเดียวพอ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังจะรีบด่วนอย่าง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกไม่ได้ ผมอยากให้ทํา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง คือว่าอย่างที่ใคร ทางฝ์ายค้านพูดเมื่อสักครู่ผมถูกใจมาก จําชื่อ ไม่ได้เสียแล้ว พลิกวิกฤติการณ์เปึนโอกาส เวลาฝ์ายค้านพูดเราต้องฟังนะครับ หน้าที่เขา เขาต้องค้านอยู่แล้ว ตอนประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลเราก็ค้านรัฐบาลตะบันแหลกเหมือนกัน แต่ว่ามันเปึนประโยชน์นะครับ คือว่าไม่ใช่พูดแห่ตามกันทั้งพรรค ไม่อย่างนั้นก็เหลิงสิ รัฐบาล มันต้องมีคนค้านไว้บ้างเราจะได้รอบคอบ เวลาลงมติเดี๋ยวเขาก็ต้องไม่เห็นด้วย ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลต้องเห็นด้วย มันจะได้ผ่านอย่างไร ก็แค่นี้ละครับ อ้าย พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่ท่านครับจะต้องพลิกวิกฤติการณ์เปึนโอกาส จะต้องลงทุนในสิ่งที่เปึนโครงสร้างของบ้านเมือง เมื่อเศรษฐกิจฟุ๋นขึ้นมานี่ ที่เราลงทุนไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังมันต้องสามารถที่จะโกยเงินจากชาวโลกกลับเข้าประเทศได้ มันต้องคิดอย่างนั้น เราต้องมาดูเช่นว่ารถไฟรางคู่นี่มันต้องทํามากกว่าที่เตรียมเอาไว้ ผมดูละเอียดนะครับ ผมเรียกผู้อํานวยการ ไม่ได้ เดี๋ยวผิดรัฐธรรมนูญอย่าพูดดีกว่า เดี๋ยวว่าไปยุ่งเขา จะเอาข้อมูลเขา รถไฟรางคู่มันจะลดการใช้น้ํามันของรถบรรทุกมันจะ เปึนการประหยัดต้นทุนของประเทศ มันเปึนการเพิ่ม เขาเรียกว่า คอมแพเรทีฟ แอดแวนเทจ (Comparative advantage) คือความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ หลังจาก เศรษฐกิจโลกฟุ๋นแล้ว เราต้องทํามากกว่านี้นะครับ แล้วไม่จําเปึนต้องใช้เงินกู้ทั้งหมด อ้าย พีพีพี นี่หมายความว่าเอาเอกชนมาร่วมกับรัฐบาลแล้วให้เอกชนไปรัน ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบที่ว่า: (Run จัดการ) ใช่ไหม ให้สัมปทานไป ๓๐ ป้ ๒๕ ป้เอาคืนมาให้รัฐบาล เอกชน รางน่ะรัฐบาลต้องทํา แต่ว่าเอกชนเอารถมาวิ่งแล้วให้เขาบริหารงาน ๒๕ ป้ ๓๐ ป้ ยกให้กับรัฐบาล มันมีก็ ๒ วิธี ให้เขาเก็บสตางค์ หรือว่าให้เราเก็บสตางค์ รัฐบาลก็มี ๒ วิธี ก็ไม่อยากพูดภาษาอังกฤษอีก มันเปึนภาษาอังกฤษเขาใช้กันในโลกมี ๒ ระบบ ทําเยอะ ๆ เถอะครับ เราจะได้ไม่ต้องเปึนหนี้มาก แล้วจะได้มีประสิทธิภาพ ผมนั่งรถไฟจาก สวิตเซอร์แลนด์เข้าฝรั่งเศส จากฝรั่งเศสผมนั่งเข้าอังกฤษ จากอังกฤษผมนั่งไปนั่งมารอบ ประเทศอังกฤษ มันสะดวกสบายที่สุดเลยรถของเขา การขนส่งสินค้าก็สะดวกสบายต้นทุนต่ํา พวกเราก็ไปเรียนเมืองนอกมานานก็ไปเห็นมาแล้วก็เอามาทําบ้างสิครับ เอามาทําบ้าง ยกตัวอย่างรถไฟรางคู่ต้องทํา ท่าเรือน้ําลึกก็ควรจะทําเพราะเปึนทางออกของประเทศ ในอนาคต เราต้องมีวิชั่น (Vision : สายตาไกล) อย่างนั้น ประเทศเราต้องเปึนศูนย์กลาง การค้าขาย เพราะสิงคโปร์ไปไม่รอดแล้วครับ ผมก็ไปสิงคโปร์มา ไปไม่รอดแล้ว เพราะไม่มี ที่จะจอดเรือมันเต็มหมด เมื่อก่อนสิงคโปร์เขาค้าน เดี๋ยวนี้เขาไม่ค้านแล้ว เขาอยากให้เรา ทํา ท่าเรือน้ําลึกนี่ เพราะเขารับไม่ไหว อันนี้ก็ต้องทํา ผมคิดว่าพรรค์อย่างนี้ เอาทางด้าน การเกษตรอะไรบ้างที่จะต้องทํา ผมเปึนกรรมาธิการในสภานี้เลือกไป คณะกรรมาธิการน้ํา นี่นั่งกันเปึนแถว ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล พูดเกือบตายไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย บ้านเมืองนี้ คนก็ยังขาดแคลนน้ําอยู่อย่างนั้นละครับ เกษตรเขาต้องการน้ํา ผมต้องชอบ อิสราเอลเมืองมันอยู่ในทะเลทราย ผมไปมา ๔ หนแล้ว เพื่อไปดูน้ํา ไปยืนกดก๊อกน้ําแล้วมี ความสุข ว่ามันฉลาดจริงประเทศนี้ มันอยู่ในทะเลทราย แต่น้ํามันไม่เคยขาดแคลนเลย ทําการเกษตรขายพวกเราอีก ขายทั่วโลก ทั้งมะเขือเทศ ทั้งส้ม ทั้งพืช ผักทุกชนิด ผมบิน ไปซินเกียง ไปดู ซินเกียงเปึนจังหวัดของจีนที่อยู่ทางทิศตะวันตก กลางทะเลทราย เขาทํา เหมือนอิสราเอลครับ ปลูกฝัาย ปลูกมะเขือเทศ ส่งไปขายรัสเซียประเทศใหม่ที่เกิดใน รัสเซียกินมะเขือเทศของซินเกียงทั้งนั้น เขาจริงจังกับการทําแหล่งน้ําให้กับเกษตรกรรม เราต้องทํานะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่ต้องมากกว่าที่คิดจะทํา การท่องเที่ยว เอาไปลงทุนในการท่องเที่ยวเลยครับ พัฒนาแหล่งการท่องเที่ยวทั้งประเทศ ไม่ว่า ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้มีเยอะในประเทศไทยนี่ แต่มันทรุดโทรมเพราะเราไม่ค่อย ดูแลกัน พอเศรษฐกิจโลกมันดีมา ชุดแรกนี่กลับมาเที่ยวเมืองไทย ให้เขามาเห็นแล้วเขา กลับไป โอ้โฮเมืองไทยไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างมันนิ้งหมด ห้องน้ําก็นิ้ง ถนนก็นิ้ง อะไรดี หมด อันนี้ของเก่า ส่วนของใหม่ก็ไปค้นหามาแล้วก็ไปพัฒนาใหม่ เขาจะได้บอกพรรคพวก มันจะทะลักกันมา เพราะเมืองไทยมันมีของสวยงามอยู่แล้ว แต่การบริการของเราไม่ค่อย ดีเท่าที่ควร เพราะเราไม่กล้าลงทุน เอามัน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่ละครับ ทําเรื่อง พวกนี้ละครับ พี่น้องประชาชนจะต้องเห็นด้วยที่ฟังผมพูด เพราะพี่น้องประชาชนก็อยาก ให้เปึนอย่างนี้ ท่านผู้แทนราษฎรทุกพรรค ไม่ว่าเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล รักชาติ รักบ้านเมือง ก็อยากให้บ้านเมืองไปให้ถูกทิศ ที่พูดผมนั่งฟังแม้แต่ฝ์ายค้านก็พูดไปใน ทํานองนี้ทั้งนั้นละครับ เพราะกลัวจะเอาเงินไปทําเจ๊งแค่นั้นเอง เอาไปทําในสิ่งที่ไม่ควรทํา นี่เขากลัวกัน แต่ไม่ต้องกลัวนะครับว่าปริมาณเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นึกว่าจะ เปึนหนี้มาก ผมขอร้องอย่างหนึ่งครับ คือผมไปฟังการอภิปรายที่ประเทศแคนาดามา สมัยไปกับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผมเคยไปฟังคําอภิปรายในสหรัฐอเมริกามา เคยไปฟังการอภิปรายในอังกฤษมา เคยไปฟังการอภิปรายในญี่ปุ์นมา แล้วเคยไปฟังการ อภิปรายในออสเตรเลียมา เขาใช้เวลาไม่มากเหมือนพวกเราพูดกัน พวกเราพูดกันมาก เกิน เขาพูดสั้น ๆ เอาแต่เนื้อความ และที่สําคัญอีกอย่างคือว่าผมศึกษามานี่ มันไม่มีใคร เลยที่จะเอาหนี้ของประเทศของตนเองแล้วหารด้วยจํานวนประชากร มันไม่ได้บอกเลย ครับ เขาไม่ทํากันในประเทศโน้น คือเราชอบพูดเรื่องนี้ มันไม่มีปัญหาหรอกครับจํานวนหนี้ เขาไม่เอาไปหารด้วยประชากร ยกตัวอย่างนะครับ สหรัฐอเมริกาปัจจุบันนี้หนี้สาธารณะ ของสหรัฐอเมริกา ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาติ ของอังกฤษ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาติ ของญี่ปุ์น ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาติ ของมาเลเซีย เพื่อนบ้านเรา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาติ ของเราเพิ่ง ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เอง กู้มาอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา ท่านคํานวณให้ดูแล้ว
มีผู้ประท้วงครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ด้วยความ เกรงใจและเคารพท่านอาจารย์ เพราะว่าเวลาที่ท่านใช้นี้มัน ๓๗ นาทีแล้วครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ พอดีได้รับแจ้งจากวิปรัฐบาลว่าท่านตัดท่านผู้อภิปรายอื่น แล้วก็มอบ เวลาให้ท่านไตรรงค์นะครับ เดี๋ยวท่านก็จะสรุปแล้วครับ ขอบคุณครับ
ขอโทษครับ น้องพิเชษฐ์ครับ แป็บเดียว เดี๋ยวจบแล้ว แป็บเดียว เดี๋ยวพี่จบแล้ว
เชิญต่อครับ
ไม่ ก็ผมเตรียมมาแค่นี้ละครับ จริง ๆ ไม่ต้องประท้วง ผมกําลังจะจบแล้ว เพราะเตรียมมาแค่นี้ ก็ชัดเจนแล้วนะครับ ก็คือ ว่าผมต้องการฝากรัฐบาลว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังขอให้ทําอย่างที่เพื่อน ส.ส. และผม ต้องการให้ทํา เรื่องหลัก ๆ พอเศรษฐกิจโลกมันฟุ๋นขึ้นมา เราจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ได้ อย่าทําเร่งรีบแบบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนี้เราต้องรีบทํา เพราะว่าการว่างงานมันเพิ่มขึ้นทุกวัน มันต้องรีบเพิ่มอํานาจซื้อของประชาชน จึงต้องไป ลงทุนในโครงการที่พร้อมแล้ว แล้วทําได้เลย แล้วจะต้องเปึนการก่อสร้างเยอะ ๆ สร้างถนน สร้างโรงพยาบาล สร้างอะไรต้องทําพวกนี้นะครับ เพราะเขาทําวิจัยกันมาแล้ว ทั้งโลกนะครับ คอนสตรัคชั่น อินดัสทรี (Construction Industry) คืออุตสาหกรรมที่มีการก่อสร้างจะเปึน ตัวเร่งทําให้เศรษฐกิจฟุ๋นไวที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหมด เพราะว่าอิฐ หิน ปูน ทราย มันต้องซื้อ แล้วกระจายไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกจังหวัด ต้องให้แฟร์ ๆ แล้วมันจะ ฟุ๋นหมด ที่สําคัญคือ เอสเอ็มอี เอสเอ็มอี คืออะไรพี่น้อง เอ๊ย ไม่ใช่พี่น้อง ท่านที่เคารพ ท่านประธานที่เคารพ เอสเอ็มอี คือธุรกิจ ถ้าไม่มีใครรู้จัก เอสเอ็มอี มีคนถามผมเยอะ เอสเอ็มอี คืออะไร เอสเอ็มอี ก็คือธุรกิจห้องแถว ห้องแถวทั้งหมดคือ เอสเอ็มอี มันจะอยู่ทุกอําเภอ อยู่ทุกตําบล จะมีห้องแถวขายของ นี่ถ้าเผื่อเราดําเนินนโยบายอย่างนี้ เอาเงินออกไปให้ทั่วทุกตําบล ทุกอําเภอ เอสเอ็มอี เราจะฟุ๋นก่อนเพื่อน แต่ที่จะเพิ่มใน ธนาคาร เอสเอ็มอี เข้าไปนั่นก็ดีครับที่ทําไปนั่น เพิ่มยังน้อยไป ผมอยากให้เพิ่มมากกว่า นั้นด้วยซ้ําจะได้ดูแลทั่วถึง เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้แค่นี้แหละครับ คือรัฐบาลถ้าตัดสินใจ ศึกษาเรียบร้อยแล้ว นโยบายการเงิน การคลังเรียบร้อย อย่าเอาแต่พูด มีเหตุผลสมบูรณ์ แล้วก็ต้องเดินหน้า สมาชิกทั้งหลายก็ต้องเดินหน้า ฝ์ายค้านก็ค้านบ้าง ก็อย่าไปไม่สบาย ใจหรืออย่าตกใจ เพราะเขาก็ต้องค้านเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ผมยกตัวอย่างสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อ ๗๐ ป้ที่แล้ว เสนอพระราชบัญญัติเพื่อสร้าง เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ฝ์ายค้านฮั้วเขาไม่ร่วมประชุมด้วย เพราะบอกว่าไม่เห็นด้วย ไปกู้เงินมาสร้างเขื่อนไม่เห็นมีความจําเปึนต้องสร้าง แต่ จอมพล ป. ก็ไม่ยอม ก็ดัน กฎหมายออกมาได้ เขื่อนภูมิพลจึงมีในปัจจุบัน ถ้าไม่เฉียบขาด จอมพล ป. และไม่สร้าง ป์านนี้ประเทศไทยมืดไปครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้เราต้องขอบคุณ คือเมื่อศึกษาแล้วตัดสินใจแล้ว ต้องเดินหน้า แล้วผมก็ไม่เคยตําหนิฝ์ายค้านที่ช่วยกันแสดงความเห็นในทางด้านลบ ผมถือว่าเปึนการช่วยให้เกิดความรอบคอบต้องกราบขอบคุณเขา แต่ว่าเรื่องนี้ต้องทําต่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วย แล้วก็ผมไม่นึกว่าท่านจะได้ใช้นะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังนี่เพราะผมไม่มั่นใจ เพราะว่าเราวางแผนจะใช้ป้ ๒๕๕๔ รู้ได้อย่างไรเราอยู่ถึง เพราะฉะนั้นที่ทําไว้ทําเพื่อชาติ ใครขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี ใครขึ้นเปึนรัฐบาลก็ได้ใช้ ก้อนนี้ครับ ถ้าเผื่อรัฐบาลใหม่เขาไม่เห็นด้วย มนุษย์เขียนกฎหมาย มนุษย์ก็ยกเลิก กฎหมายสิครับถ้าท่านไม่เห็นด้วย เพราะว่าป้ ๒๕๕๔ อาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้รัฐบาลใครจะ ไปรู้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ฝากไว้แค่นี้นะครับ คิดว่ารอบคอบแล้วที่รัฐบาลทําด้วย เหตุผลที่ผมกราบเรียนให้ท่านทราบทั้งหลายพอจะเข้าใจว่าทําไมรัฐบาลต้องทําอย่างนี้ มันไม่มีทางอื่นจริง ๆ ครับ แล้วก็ขอให้รอบคอบในการใช้เงิน กราบขอบพระคุณท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ครับ เชิญครับ ท่านก็ไม่จํากัดเวลาเหมือนกันนะครับ เพราะว่าท่านอื่น ๆ ก็มอบเวลาให้ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดคุยเรื่องวงเงินพระราชบัญญัติ พระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องบอกความรู้สึก เบื้องต้นก่อนนะครับ การพูดของผมวันนี้หนักใจครับ เพราะมาพูดต่อจากอาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ต้องบอกว่าเปึนครูทางเศรษฐศาสตร์นะครับ บังเอิญผมรู้จักกับท่านตั้งแต่ เด็ก ๆ ใส่กางเกงขาสั้นไปโรงเรียนท่านก็เปึนอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้ว แต่ผมก็สบายใจ อยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ท่านไตรรงค์หรืออาจารย์ไตรรงค์จะมาพูดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ แต่สิ่งที่ผมได้รับมอบหมายให้มาพูดในวันนี้ ผมมีหน้าที่มาพูด อันนี้ผมต้องกราบเรียน นะครับ ผมเตรียมมาอย่างนี้จริง ๆ ครับ ทางพรรคบอกว่าท่านมิ่งขวัญพูดอย่างไรก็ได้ ที่มันง่ายต่อการเข้าใจ พูดอย่างไรก็ได้ที่ประชาชนทั้งประเทศผ่านท่านประธานไปนี่ ได้รับฟังข้อเท็จจริงแล้วจะเข้าใจว่าวันนี้เศรษฐกิจของประเทศ การกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเงินอื่น ๆ สถานภาพของเขาเปึนอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้น ผมจะพยายามอธิบายอย่างง่ายที่สุดที่ประชาชนจะเข้าใจนะครับ เนื้อหาบางตอน ผมมีความจําเปึนที่จะต้องเท้าความหรือเกี่ยวเนื่องไปบางประเด็น เพราะว่าผมคิดว่า สําหรับการพูดในวันนี้ผมอยากให้ประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดนี้ได้เข้าใจเรื่องราว ทั้งหมด ผมขอเริ่มต้นเรื่องราวดังต่อไปนี้นะครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เมื่อป้ ๒๕๒๑ ได้ทําวงเงินงบประมาณเปึนพระราชบัญญัติค่าใช้จ่าย ประจําป้ ๒๕๒๒ เอาไว้ ป้ ๒๕๕๒ นะครับ ขอประทานโทษนะครับ ๑.๘ ล้านล้านบาทความจริง ๑.๘๓๕ ตัดเศษทิ้งเปึน ๑.๘ ล้านล้านบาท ถามว่าวันนั้นท่านสมัคร สุนทรเวชและทางรัฐบาลเตรียมการไว้อย่างไร นะครับ เรามองเศรษฐกิจ ถามว่าเราเห็นเค้าลางของปัญหาที่จะเกิดขึ้นทั่วโลกไหมนะครับ ขอยืนยันว่าเห็น แต่มันยังไม่เกิดวิกฤติที่รุนแรงถึงขนาดที่ฝรั่งเขาเรียก แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger crisis) หรือแฮมเบอร์เกอร์ไหม้ เพราะฉะนั้นอเมริกาก็ดี ยุโรปก็ดี ญี่ปุ์น ก็ดี หรือหลายประเทศยังไม่วุ่นวายจนเหมือนเช่นปัจจุบัน คราวนี้ก็มาโยง ผมจะขออนุญาต นะครับ ถ้าผมจะเอ่ยชื่อถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บ่อย ๆ ก็คงจะไม่มีปัญหานะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รู้ตัวว่าจะได้เปึนนายกรัฐมนตรี ผมว่าประมาณแถว ๆ ตอนโหวต ในสภานี้ก็ประมาณสักช่วงกลาง ๆ ถึงปลายเดือนธันวาคมนะครับ ถ้าจําไม่ผิดอีก เหมือนกันวันที่ที่ท่านแถลงนโยบายที่ว่ามีปัญหากันต้องไปแถลงที่กระทรวง การต่างประเทศหรือที่นี่ วันที่ ๓๐ ธันวาคม การที่ท่านอภิสิทธิ์รู้ตัวว่าจะเปึนนายกรัฐมนตรี นั้นนะครับ ผมอยากขอติงท่านไว้ตรงนี้นะครับ ส่วนท่านจะฟังหรือไม่ฟังแล้วแต่ท่านนะครับ อันนี้เปึนความปรารถนาดีที่จะบอกว่า ความจริงท่านไม่ได้พิจารณาทบทวนงบประมาณเลย วันนั้นท่านรู้แล้วท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศท่านต้องรับผิดชอบงบประมาณ รายจ่ายซึ่งจะเกิดขึ้นเกือบทั้งป้นะครับ ท่านเห็นปัญหา เห็นวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ตรงหน้าแล้ว ไฟกําลังไหม้อยู่ตรงนั้นแล้วนะครับ สิ่งที่ผมอยากท้วงติงว่า ๑. การตัดทอนงบประมาณ การทบทวนงบประมาณ การโยกงบประมาณ หรือการจัดลําดับการใช้งบประมาณ จริงอยู่ นะครับต้องบอกไว้ก่อนบอกว่าท่านอาจจะคิดก็มันออกเปึนพระราชบัญญัติไปแล้วนี่ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าการบริหารงานในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและครั้งสําคัญของโลก ผมว่าท่านมาขอทําอะไรก็ได้ทั้งนั้น สภานี้ผมว่าไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลทุกคนพร้อมที่จะ ฟังแล้วก็ยินดีที่จะฟังท่าน ดังเช่นเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นในวันนี้นะครับ ท่านใช้เงินยังคง ยืนยันว่าจะใช้เงินเต็มจํานวน ๑.๘ ล้านล้านบาท ในวงเล็บหมายเหตุไว้นิดหนึ่งนะครับ ถึงแม้ว่าภายหลังท่านจะมีการตัดงบประมาณลงบ้าง ต่อมาอีกไม่กี่เดือนต่อมาท่านก็มา ต่อเนื่องงบประมาณนี้เปึนงบประมาณกลางป้ที่มีการขอไว้ตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านมาของบประมาณกลางป้เพิ่มเติมอีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จําง่าย ๆ นะครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้วนะครับถ้าไม่หักเลยไม่ลดทอนเลย ท่านมีเงินใช้อยู่มือ ๑.๙ ล้านล้านบาท ก็เกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นของมันอยู่ ตรงนี้ครับ งบกลางป้ท่านมาเปึนรัฐบาลแล้วต้องเต็มภาคภูมิแล้ว มีทั้งความผิด รับผิดรับชอบ ท่านบอกกับสภานี้บอกว่าท่านจะเอางบประมาณนี้ไปใช้อยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ท่านบอกว่าจะเอาไปแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประเด็นที่ ๒ ท่านบอกว่าจะเอาไป กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจ อันนี้คือ ๒ วัตถุประสงค์หลัก ในสภานี้ ก็ช่วยกันยกมือว่าผ่าน ท่านได้ไป ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าในบทสัมภาษณ์ของท่าน ที่มีบอกว่าท่านจะเอาเงินนี้ มีการคุยกันบอกว่า ก็ไฟมันไหม้อยู่จะต้องเอาน้ําไปดับไฟ แต่ความจริงผมนั่งนึกดูนะครับ เผลอ ๆ ไฟไหม้สุขุมวิทท่านเอาน้ําไปฉีดที่บางลําพู หรือเปล่า อันนี้ผมต้องพูดอย่างนั้น ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้นนะครับ ท่านบอกแก้วิกฤติ เศรษฐกิจเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่ามีการเสนอการใช้เงินแสนกว่าล้านบาท ๑๘ โครงการ ๑๘ โครงการที่จะเอาไปใช้ ผมจะไม่ยกทั้งหมดนะครับ ผมจะยกบางอันที่มัน ดูว่าขัดแย้งและโต้แย้งกันอยู่ในทีว่า ตรงนี้ท่านคิดอย่างไร ความจริงครั้งที่แล้วผมก็ อยากจะพูดเวลาไม่อํานวยไม่ได้พูด วันนี้มีโอกาสก็อยากจะสื่อสารผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี โครงการแรกก่อนนะครับ โครงการเรื่องการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตรงนี้ท่านบอกว่าจะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เรียนฟรี ๑๕ ป้ แล้วก็ในเอกสารของการ ใช้จ่ายก็บอกจะมีหนังสือ ปากกา ไม้บรรทัด ดินสอ ยางลบ อะไรก็ว่ากันไป ท่านใช้เงินอยู่ ตรงนี้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นของมัน อยู่ตรงไหนรู้ไหมครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ภาคเอกชนนี่ปกติ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลนี่ถือเปึนเรื่องสําคัญ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจ แล้วผม ต้องท้วงติงและชี้ประเด็นให้ประชาชนได้เห็นก็คือว่า งบตรงนี้มันเปึนการลงทุนระยะยาว สมมุติเด็กเข้าไปเรียนชั้นประถมป้ที่ ๑ อนุบาล ๑ ป้นี้กว่าจะเห็นผลได้อีก ๑๕ ป้นะครับ มันขัดแย้งกับสิ่งที่ท่านบอกแล้ว เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจกับวิกฤติเศรษฐกิจ อันนี้มันน่าจะเปึน ปัญหาที่เกิดอยู่ตรงหน้า ท่านเอาไปใช้อยู่ทั้งหมดนี่เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเปึนไปได้ นะครับ ถ้าผมท้วงติงได้แล้วผมกําหนด สมมุติผมเปึนรัฐบาล งบนี้น่าจะอยู่ในงบปกติ อันนี้คือข้อที่ ๑ ที่ผมอยากชี้ ผมเห็นด้วยนะครับ พัฒนาเด็กเยาวชน แต่งบนี้น่าจะอยู่ใน งบปกติแล้วอยู่ในงบของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจะไปโยกย้ายอย่างไรเรื่องของท่าน
อันที่ ๒ อันนี้เปึนสิ่งที่ต้องบอกว่าเปึนผลงานที่โด่งดังของรัฐบาลชุดนี้คือ เรื่องเช็คช่วยชาติ ท่านใช้เงินตรงนี้ไปอีกเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ผมเตรียมอยากจะพูดกับท่านนะครับ อยากจะบอกว่าถ้าสมมุติว่าการกระตุ้น การใช้จ่าย ผมเข้าใจว่าท่านคงดูหลักการของ จีดีพี จีดีพี แล้วก็เท่ากับตัวซี (C) บวกตัวไอ (I) บวกตัวอะไรตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ผมพูดนี่อาจารย์ไตรรงค์สังเกตไหมครับ เงี่ยหู มาฟังผมโดยตรงเลย สูตรผมไม่ผิดนะอาจารย์นะครับ คราวนี้ผมกําลังจะบอกว่ากระตุ้น ให้ประชาชนใช้จ่าย ประเด็นของเรื่องก็คืออะไร ก็คือว่า ถ้าสมมุติว่าการใช้เช็คช่วยชาติ กระตุ้นประชาชนใช้จ่าย แจกเงินคนละ ๒,๐๐๐ บาท แจกเพียงครั้งเดียวเปึนสิ่งที่ถูก แต่ผมกําลังจะตั้งคําถามนะครับ อันนี้มันเปึนเรื่องย้อนไปเหมือนกัน ทําไมถึงต้องพูดอย่างนี้ ท่านเอาเช็คนี่ไปแจกคนที่มีรายได้หรือมีเงินเดือนหรือมีผู้ประกันตน เปึนข้าราชการ เปึน พนักงานรัฐวิสาหกิจนี่อยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาทลบไป ๑ บาท หลวม ๆ ก็คือ ๑๕,๐๐๐ บาท มันมีคําถามครับ เมื่อสักครู่ท่านไตรรงค์บอกว่าคนยากจนมีรายได้เดือนเท่าไรนะครับ ๑,๔๐๐ บาท ๑,๔๐๐ บาทนะครับ บางคนบอกว่า คําจํากัดความเขาบอกว่า ๑,๖๐๐ บาท ๑,๔๐๐ กว่าบาทอะไรก็แล้วแต่ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่ว่า ในประเทศนี้มีคนที่มีรายได้อยู่ประมาณแถว ๑,๔๐๐ กว่าบาทที่เปึนรูปจับต้องได้นะครับ อยู่ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ผมถามท่านง่าย ๆ นะครับ ถูกต้องใช่ไหมอาจารย์ อาจารย์ต้อง ชี้นิ้วเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าถูกแล้วก็หันมาบอกผมนะครับ เพราะเราแอบส่งซิกกันอยู่นะครับ ประเด็นคือผมจะตั้งคําถามผ่านท่านประธาน ผ่านท่านนายกรัฐมนตรี แล้วผ่านไปยัง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ ถ้าท่านต้องแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับคนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทโดยประมาณ กับ ๑,๔๐๐ บาทโดยประมาณ แล้วปริมาณเท่า ๆ กันด้วย นะครับ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนกับ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ผมถามจริง ๆ ว่าใครเดือดร้อน มากกว่ากัน คน ๗ ล้านกว่าคน ที่ ๑,๔๐๐ บาทต่างหากที่เดือดร้อน แต่อันนี้สมมุติว่า ผ่านไปนะ ถ้าเปึนภาษาเอกชนเขาเรียกทาร์เก็ต กรุ๊ป (Target group) หรือกลุ่มเปัาหมายนี้ มันผิดมันคลาดเคลื่อนไปแล้ว เพราะ ๒,๐๐๐ บาทสําหรับ ๑,๔๐๐ บาทต่อเดือนนี้ผมว่า มีค่ามหาศาลนะครับ แต่มันไปอยู่ตรงที่วิธีการแจกอีกนะครับ ตรงนี้ก่อนจะผ่าน คน ๑,๖๐๐ กว่าบาทนี้คือใครครับ ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร กรรมกรเยอะแยะไปหมด นะครับ นอกจากผมคิดว่าช่วยคนผิดประเภทแล้วมันก็มาถึงเรื่องการจ่ายเงินผ่านอีกบัญชี ความจริงท่านทําเรื่องง่ายให้เปึนเรื่องยาก เรื่องยากให้เปึนเรื่องง่ายนะครับ ท่านดูว่า มันสลับกันอย่างไรนะครับ ปกติคนเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท สมมุติถ้าท่านแจก คนเหล่านั้นเขามีบัตรประกันตน มีผู้ประกันตนเปึนเงินเดือน สมัยนี้มันศตวรรษที่ ๒๑ แล้วครับ เพราะฉะนั้นการจ่ายเงินตรงนี้นะครับ แน่นอนที่สุดผ่านสลิปเงินเดือน แล้วก็มีบัญชี ธนาคารอยู่เรียบร้อย ถ้าเอาดีที่สุดนะครับ ปราศจากข้อครหา จริง ๆ ต้องจ่ายเข้าบัญชี ตรงนั้นเลย แต่นี่ท่านเปล่านะครับ ท่านไปใช้อีกวิธีการหนึ่ง ผมอยากตั้งคําถามแล้วตั้ง ข้อสังเกตเอาไว้ ประเด็นคืออะไรครับ การเปึนข้าราชการหรือว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจ สมมุติว่าผมจะขึ้นเครื่องบินไปประชุมต่างประเทศ ผมต้องนั่งการบินไทยเท่านั้น ถึงแม้ สายการบินไทยจะแพงกว่าสายการบินอื่นนะครับ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใช้ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติผมไม่ใช้การบินไทยนะครับ ผมต้องมีคําอธิบายว่าเหตุผลทําไมถึง ไม่นั่งการบินไทย ด้วยเหตุผลนี้นะครับ มันจะมาเรื่องเดียวกัน คําถามทําไมไม่ผ่าน ธนาคารของรัฐ ถ้าท่านเลือกจะทําเช็ค ๒,๐๐๐ บาท นี่จ่าย แบงก์กรุงไทยก็มี แบงก์อื่น ๆ อะไรก็มีตั้งเยอะแยะที่เปึนธนาคารของรัฐ ท่านไปผ่านธนาคารเอกชน ตรงนี้เปึนคําถามอีก เหมือนกัน อันนี้ผมพูดนะครับ ในระหว่างที่ผมพูด ผมก็ชําเลืองตาไปดูที่ท่านกรณ์ด้วย ท่านกรณ์กับผมก็จะสนิทกัน ท่านอภิสิทธิ์ก็เหมือนกันนะครับ อันนี้เปึนคําถามจริง ๆ ผ่าน นะครับ เรื่องนี้เรื่องเช็คช่วยชาติ คราวนี้กลับมาอีกว่าเฉพาะ ๒ โครงการนี่ท่านใช้เงินไป ทั้งหมดเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดภาพกลับไปนะครับ ใน ๑๘ โครงการ ถามว่า รายได้หลักของประเทศอันดับหนึ่งคืออะไร ถ้าเปึนสมัยเราเด็ก ๆ เราจะท่องบอกว่า รายได้หลักมาจากการส่งออกข้าว ไม้สัก ยางพารา ดีบุก แต่ตอนนี้ไม่ใช่นะครับ รายได้หลัก จะมาจากการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวเปึนรายได้สุทธิ ในขณะเดียวกันการส่งออกก็เปึน รายได้หลัก อุตสาหกรรมและ เอสเอ็มอี ก็ใช่นะครับ ถ้าถามว่าท่องเที่ยว ส่งออก ซึ่งขึ้นอยู่กับ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม ๓ อันนี่เปึนเหมือนเส้นเลือดใหญ่ในหัวใจ ที่จะนํารายได้เข้าประเทศนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าปรากฏในการพิจารณาเอกสารนั้น ท่านให้งบกับการท่องเที่ยว ๑,๐๐๐ ล้านบาท ส่งออก ๑,๐๐๐ ล้านบาท อุตสาหกรรม ๕๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่า ๓ กระทรวงที่จะนํารายได้มหาศาลนี่เข้ามาประเทศ ท่านให้แค่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท คํานวณสะระตะแล้วนะครับ อยู่ที่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ๒ จุดเศษ ๆ ท่านลองคิดดูนะครับ ท่านขอเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจและวิกฤติเศรษฐกิจ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านใช้เพื่อการนี้ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ท่านมีพรรคร่วมอยู่นะครับ ถ้าผมเปึนรัฐบาลเอาง่าย ๆ เลยครับ ท่องเที่ยวเอาไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์เอาไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมเอาไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าผมคิด ผมคิดอย่างนี้ วิธีคิดแต่ละคนอาจจะคิดต่าง ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะคิดอย่างหนึ่ง ผมอาจจะคิดอย่างหนึ่ง อันนี้ผมผ่าน ผมจะชี้ประเด็นเพียงแต่ว่านะครับ งบกระตุ้นที่ท่าน เอาไปใช้กลางป้ ผลมันเปึนอย่างไร
คราวนี้มาดูข้อ ๒ นะครับ การดูความแตกต่างจากข้อเท็จจริงนะครับ ที่ผม หยุดไม่มีอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าผมได้ยินเสียงดังเหลือเกินครับท่านประธาน มีคนคุยกัน เสียงดังเหลือเกิน แล้วก็ขออนุญาตทานน้ําด้วยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ แล้วผมอยากให้ได้ยินกันชัด ๆ ผมย้ํานะครับ ตลอด ๖ เดือนมา ผมไม่เคยลุกขึ้นมายืนพูด อะไรกับท่านนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. เลย ผมตระหนักถึงความรู้สึกวันที่ผมนั่งอยู่บนตรงนั้น ตรงเก้าอี้แถว ๆ ท่านนั่ง ผมถูกตั้งกระทู้ทุกอาทิตย์ครับ ทุกอาทิตย์ทุกสัปดาห์ ผมต้อง เตรียมทําการบ้านเพื่อจะมาตอบคําถาม อย่างน้อย ๆ ผมเสียเวลา ๑-๒ วัน ท่านเชื่อ ไหมครับ ผมยอมนะครับ ยอมที่จะไม่ทําปัญหาให้ท่านอย่างนั้น ๖ เดือนที่ผมไม่พูด ผมพูด ด้วยความจริงใจนะครับ ท่านมาเปึนรัฐบาลผมสนับสนุนให้ได้ทํางานอย่างเต็มที่ วันนี้ท่าน ทํางานมาเกือบประมาณ ๖ เดือนแล้ว เท่า ๆ กับระยะเวลาที่ผมทํางานเช่นกัน เพราะฉะนั้นนาน ๆ ผมจะพูดทีหนึ่ง ผมก็อยากจะให้ท่านได้รับฟังให้ชัดเจน แล้วผมก็มี สมาธิในการพูดด้วยนะครับ
อีกข้อหนึ่งที่ผมต้องการท้วงติง เพราะผมมาพูดภาพรวม การประมาณการ ทางเศรษฐกิจของท่าน ผมอยากจะเรียนนะครับ บางครั้งมันต่างกับข้อเท็จจริงมาก เรื่องนี้ ไม่ใช่เปึนการตําหนิติเตียนนะครับ แต่อยากจะบอกว่าตอนท่านขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี ใหม่ ๆ ท่านให้สัมภาษณ์ว่า จีดีพี ของประเทศไทยจะโต ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ บวก อันนี้คือสิ่งที่ ท่านพูดอยู่ ผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะได้ข้อมูลมาแล้วก็ประมาณนี้ แต่ในช่วงนั้น เวลาใกล้ ๆ กันนะครับ ดอกเตอร์โอฬาร ชัยประวัติ มาบอกว่า จีดีพี ป้นี้จะติดลบ ๔ สถาบันการเงินมูดี้ส์ (Moody’s) เครดิตมูดี้ส์บอกว่าลบ ๔ แต่ตัวที่น่าตกใจที่สุดนะครับ และเดี๋ยวผมจะบอกว่าทําไมมันน่าตกใจที่สุด คือสถาบัน เครดิต ลียองไนส์หรือลียองเนส์ของฝรั่งเศสบอกว่า จีดีพี ประเทศไทยจะติดลบ ๙ ถามผมว่า ทําไมผมตกใจทราบไหมครับ ถ้าหลายท่านยังจําได้ดีนะครับ ป้ ๒๕๔๐ เครดิต ลียองไนส์ ซึ่งเปึนสถาบันการเงินลําดับต้น ๆ ของฝรั่งเศสและของโลกนะครับ เปึนคนออกมา พยากรณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟองสบู่แตกและจะเกิดวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของชาติไทย ตอนนั้นอย่าลืมนะครับเราเปึนต้นกําเนิดของโรคต้มยํากุ้ง หลายคนไม่เชื่อครับ ไม่มีใครเชื่อ เพราะฉะนั้นวันนี้ ๑๒ ป้ผ่านไปครับ เครดิต ลียองไนส์ ลุกขึ้นมาพูดอีกว่าจะลบ ๙ ผมรู้สึกอย่างไรนะครับ ผมบอกตรง ๆ วันนั้นผมฟังแล้วผม กังวลใจ ผมก็นั่งนึกว่า เอ๊ะ แล้วตกลงประเทศจะเผชิญอะไรนะครับ จะบอกว่าอะไรก็ แล้วแต่ จะลบ ๔ ลบ ๙ สิ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้เราไม่ต้องมา นั่งเถียงกันแล้ว ผลประกอบการออกมาแล้วครับ สภาพัฒน์ออกมาบอกว่าเฉพาะ จีดีพี ไตรมาสแรกของป้ปฏิทินนะครับ ลบไป ๗.๑ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่แน่ว่าไตรมาสต่อไป ไตรมาสต่อไปมันจะผงกหัวขึ้นหรือเปล่า จะเปึนยูเชฟ จะเปึนวีเชฟ จะเปึนเชฟอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ นะครับ ผมลุ้นเอาใจช่วย แต่สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่าถ้าท่านประเมินตัวเลขตรงนี้ ถ้าเปึนไปได้นะครับ ด้วยความปรารถนาดีอยากให้ท่านฟัง ฟังให้รอบด้าน แล้วก็นํามา ใคร่ครวญไตร่ตรอง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ถ้าการประเมินสถานการณ์ตรงนี้ผิด เยอะ ๆ นะครับ การแก้ปัญหาจะผิดไปด้วย อันนี้ก็เปึนอีกข้อหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดกับท่านก็คือว่า ผมติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ มาตลอด สิ่งที่ผมได้ยินผมเข้าใจว่าเศรษฐกิจจะต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่อันหนึ่ง ซึ่งฟังแล้วนะครับ ผมได้ยินมาบ่อย ถี่ แล้วตัวเลขมันแตกต่างกันมากก็คือเรื่องการกู้เงิน ช่วงแรก ๆ ผมได้ยินว่าจะกู้ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอะไรประมาณนี้ ต่อมา อันนี้เปึนตัวเลขจริง ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศญี่ปุ์น ท่านไปกู้เงินจากเจบิก (JBIC : ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น) ออกมา ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเยน เขาคิดเปึนเงินไทยประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อมาก่อนสภาจะป่ดท่านนําเรื่อง เข้ามากู้เงินที่นี่ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็อาจจะบวกด้วยอีก ๓-๔ โครงการ ซึ่งจะ กลายเปึน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอะไรก็แล้วแต่ แต่วันนี้ครับ วันนี้ท่านนํา พ.ร.ก. เข้ามากู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้ท่านจะเอา พ.ร.บ. เข้ามากู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าผมจะเปรียบเทียบผ่านท่านประธานสภาเพื่อให้ท่านผู้ชมทางบ้านหรือพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา มันเปรียบได้กับความรู้สึกอย่างนี้ครับ เช้านี้ท่านไปทํางาน ๙ โมงเช้า ๘ โมงเช้าไปทํางาน เย็นกลับมาบ้านเปึนหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว พรุ่งนี้เช้า ๙ โมงเช้า ๘ โมงเช้าออกไปทํางานทําไร่ไถนาอะไรก็แล้วแต่กลับมาตอนเย็นเปึนหนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเยอะไหมนะครับ ต้องบอกอภิมหาศาล เมื่อเช้าถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เขียน โดยแม่ลูกจันทร์บอกว่า ถ้ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กู้เงินแล้วผ่านสภา ซึ่งเขาเขียนไว้เขาประมาณการว่าจะผ่านสภาฉลุยด้วย เขาใช้คําพูดนั้นนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่จะเปึนการก่อหนี้ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบ ๗๗ ป้ อันนั้น เขาบอกว่าอย่างนั้นนะครับ แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขล่าสุด ผมถือโอกาสจะได้ยืนยันกับ ท่านให้ตรง ผมได้ยินว่าทั้งหมดท่านมีโครงการที่จะกู้เงินทั้งหมด ๑.๔๓ ล้านล้านบาท อันนี้คิดว่าถูกต้องนะครับ ไม่ถูกต้อง ถูกต้องหรืออย่างไรเดี๋ยวท่านก็อธิบายได้เพราะท่าน พูดหลังผมอยู่แล้วนะครับ
ประการต่อไปที่ผมอยากพูด ผมย้ํานะครับ การพูดของผมจะไม่มีการ กระทบกระเทียบเสียดสีหรือเปรียบเปรย แต่ผมมีความจําเปึนต้องพูดประเด็นนี้ บารัค โอบามา ขึ้นดํารงตําแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รับตําแหน่งเปึนทางการ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงนโยบายต่อ รัฐสภาวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ผมบอกว่าไม่ได้เสียดสีนี่เดี๋ยวท่านจะนึกว่าผมไปพูด อะไร หนังสือพิมพ์เรียกท่านว่า โอบามาร์ค มันมีโอบามาแล้วก็มีโอบามาร์ค ผมฟังดูก็ชื่นชม นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เทียบเท่าบุคคลระดับโลกท่านก็เปึนคน ระดับประเทศแล้วก็ระดับภูมิภาคแล้วก็กําลังสู่ระดับโลก จุดเหมือนกับจุดต่าง มันเกิดขึ้นตรงนี้ครับ โอบามาขึ้นมาปุ็บนะครับ แน่นอนเขาสร้างประวัติศาสตร์เปึน ประธานาธิบดีผิวสีคนแรก แต่สิ่งที่โอบามาชัดเจนนะครับ ทุบโต๊ะเปรี้ยงเลยเพราะว่า คะแนนเขามาถล่มทลายจากการเลือกตั้ง เขาบอกว่าอย่างไรครับ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญอเมริกันนะครับ ตรงนี้คือจุดสําคัญ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเดาเอานะครับที่เขาเรียก โอบามาร์ค ก็คงจะเปึนอย่างนี้กระมัง ท่านก็มีนโยบายท่านก็ทุบโต๊ะเปรี้ยงเหมือนกัน อัดฉีดเม็ดเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกไป ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว แล้วตอนนี้จะมาอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทั้งหมดจะมาเปึน ๑.๔ ล้านล้านบาท แต่ประเด็นของเรื่อง ทั้งโอบามาและโอบามาร์คต่างกันตรงไหนทราบไหมครับ เรื่องหล่อนี่ท่านหล่อกว่าอยู่แล้ว นะครับ แต่ผมเรียนเลยนะครับ จุดที่ต่างคือที่มาของเงินที่เอามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่างกันครับ ผมอยากจะเรียนว่าโอบามา อเมริกาคือเมืองหลวงของเศรษฐกิจโลก เปึนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ มวลรวมรายได้ประชาชาติสูงสุดเปึนอันดับหนึ่ง สกุลเงิน ดอลลาร์ที่เขาพิมพ์ใช้เองคือสกุลเงินกลางที่คนทั้งโลกต้องใช้ รัฐบาลกลางมีเงินมหาศาล พร้อมที่จะอัดฉีดเท่าไร เขาจะอัดฉีดอีกกี่แสนกี่ล้านก็ได้ แต่ตรงนี้ต่างครับ ที่มาของเงิน ท่านไม่มีเงินครับ รัฐบาลนี้ไม่มีเงินที่จะอัดฉีดนะครับ บางครั้งมันอาจจะต้องกลับมา ทบทวนว่า เงินที่ท่านจะอัดฉีดที่ท่านจะบอกว่ากู้นี่ผมฟัง ผมนั่งฟังตั้งแต่เช้าเลยจนกระทั่งถึง ณ บัดนี้ สิ่งที่ผมรู้สึกได้ก็คือเข้าใจ รัฐบาลมีความจําเปึนในการกู้เงินเพื่อจะเอาไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เข้าใจนะครับ ผมยืนยัน ผมไม่ขัดขวางการกู้เงิน ผมเห็นด้วย แต่คําถามนะครับ กู้แล้วเอามาทําอะไร คุ้มค่าที่จะกู้หรือเปล่า แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงนี้ ถ้าท่านกู้แล้วท่านมาใช้แล้วไม่เกิดผลหรือไม่สัมฤทธิผลอันนั้นมีประเด็นแน่นอนนะครับ สิ่งที่ก่อนจะผ่านผมอยากจะพูดความหมายสั้น ๆ ว่า ถ้าคิดว่าท่านจะใช้เงิน ความจริงถ้าดู ตามลักษณะของการทําการรณรงค์หรือโครงการต่าง ๆ ท่านใช้เงินเยอะนะครับ ผมได้ยิน ท่านกรณ์ จาติกวณิช บอกว่าจะเอาไปทําโครงการต่าง ๆ ๖,๐๐๐ กว่าโครงการ โครงการที่แล้ว ๑๘ โครงการ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เที่ยวนี้จะมาทํา ๖,๐๐๐ กว่าโครงการ การทําเปึน พ.ร.ก. กู้เงินเข้ามานี่นะครับ ความน่ากังวลนะครับ คณะรัฐมนตรีลงมติ ออกเปึนพระราชกําหนดมาให้สภานี้รับรอง ถ้าถามผมนะครับ ถ้าผมพูดได้นะครับ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผมจะบอกว่า ท่านใจเย็นก่อนอย่าเพิ่ง มันเยอะไป มันต้อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือ แล้วต้องวันนี้หรือ ท่านมาทีละจํานวนไม่ดีหรือ ป่ดหีบก่อนแล้วค่อยกลับมาทวน ผมต้องขออภัยนะครับที่ผมต้องพูดถึงอดีตของผมด้วย ผมเคยทํางานเอกชน ผมเปึนคนวางยุทธศาสตร์นะครับ ป้หนึ่งผมค้าขายหลายแสนล้านบาท เฉพาะเบส (Base) ประเทศไทยนะครับบางป้ถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ผมมองเรื่อง พวกนี้ออก สิ่งที่ผมเปึนห่วงนะครับ การที่จะคิดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการเรื่องนี้เปึน เรื่องจําเปึน ถ้าท่านพายุทธศาสตร์นี้ผิดนะครับ ในที่สุดเวลาจะเปึนเครื่องพิสูจน์ครับ คนไทยทั้งประเทศก็จะจดจําแล้วแต่เขาจะจําท่านว่าอย่างไร ผมอยากจะเตือนเพียงสั้น ๆ ว่า ถ้าท่านหาเงินเก่งนะครับ แล้วท่านใช้เงินเก่ง ไม่มีปัญหา แต่ถ้าท่านใช้เงินเยอะแล้วท่าน ยังหาเงินไม่ได้นะครับอันนี้มีปัญหา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนจะผ่านประเด็นโอบามา โอบามาร์คนี่ผมอยากจะบอกว่า มันต่างกันตรงท่านไปกู้เงินมหาศาลแล้วเอามาทําประชานิยม เรื่องนี้เดี๋ยวต้องพูดกันครับ
ข้อต่อไปอีกนะครับ ท่านบอกว่าท่านกําลังออกโครงการแผนการเมืองไทย เข้มแข็งในระยะ ๓ ป้ มี ๖,๐๐๐ กว่าโครงการ คําถาม สิ่งที่ผมเปึนห่วง คือตัวพระราชกําหนด สิ่งที่จะทํา พอผ่านแล้วมันผ่านเลยนะครับ ท่านมาบอกเขาตามหลัง มาตรวจสอบสิ ความจริงผมเปึนห่วงครับ ผมเปึนห่วงอยู่ว่าก็มันทําไปแล้ว มันใช้ไปแล้ว มันจบไปแล้ว และที่สําคัญมันเปึนหนี้ไปแล้ว แล้วตรงนั้นมาตรวจสอบทําไมครับ มานั่งเสียใจกันทีหลัง นะครับ แล้วหนี้ที่แบกภาระอยู่ทั้งประเทศล่ะ คนไทยจะทําอย่างไรครับ จากวันนี้หนี้เท่านี้ ขึ้นไปเท่านี้ ผมฟังตัวเลขนะครับ แล้วมีการโฟแคส (Forecast : การคาดคะเน) ตัวเลขด้วย หรือวิเคราะห์ตัวเลขด้วย เผลอ ๆ อาจจะ ๘๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อหัว อาจจะทะลุถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อหัว เพราะว่ามันเปึนเรื่องของอนาคตถ้าหาเงินไม่ได้ สิ่งที่ผมเห็นใน ตลอด ๖ เดือนที่ท่านเปึนรัฐบาลมา คงไม่ไปพูดถึงเรื่องประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องปลากระปิอง อันนั้นผมตัดประเด็นทิ้งนะครับ แล้วผมยืนยันนะครับ ผมให้เกียรติท่าน ผมพยายามจะพูดถึงเรื่องความโปร่งใสน้อยที่สุด แต่บางครั้งเพื่อการบริหารงานที่มี ประสิทธิภาพ ผมว่าข้อมูล ความจริง ตัวเลข เมื่อท่านชัดเจนแล้วนะครับ บางครั้งการเปึน ผู้บริหารที่ดีต้องตัดสินใจ และการตัดสินใจบางครั้งอาจจะต้องโช๊ะทีเดียวขาดแล้วจบ ผมกราบเรียนท่านนะครับ รถเมล์เข้า ออก เข้า ออก ศึกษา เข้า ออก ศึกษา อันนี้ผมขออภัย นะครับ ถ้าผมเปึนท่าน บังเอิญผมยังไม่เคยเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ผมบอกเลย นะครับ ถ้าเกิดดูแล้วมันไม่ใช่ จบครับ ทีเดียว ท่านเอาสมองไปคิดอย่างอื่น แต่ถ้ามันใช่ ก็ว่ากันไป บางครั้งเรื่องการตัดสินใจ แต่ท่านก็บอก ก็นี่อย่างไรผมตัดสินใจแล้ววันนี้ ผมกําลังจะเอา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้า ก็ถ้ามันใช่ ในอนาคตคนก็จะจดจําท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เก่งจริง ๆ กู้วิกฤติเศรษฐกิจได้ แต่ถ้ามันไม่ใช่ นะครับ คนก็จะจดจําท่านไปอีกอย่างหนึ่ง ผมกลับมาต่อนะครับ ปัญหาที่ผมอยากพูด มาก ๆ เลย เรื่องการบริหารจัดการ บางครั้งโดยไม่ตั้งใจท่านทราบไหมครับว่ามันก่อให้เกิด อะไรขึ้น ประเด็นนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ วันนี้ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร นอนหลับกันหมดหรือยัง เพราะตามกําหนดการเดิมผมจะได้ลุกขึ้นพูดตอนประมาณ ๓ ทุ่ม ตอนนี้มัน ๔ ทุ่มครึ่ง ก็มีคนเตือนผมบอกว่า ท่านมิ่งขวัญ ถ้าท่านพูดตอนนี้ชาวไร่ ชาวนาเขาหลับหมดแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาไปทําไร่ไถนากัน ถ้าท่านยังฟังอยู่นะครับ ผมอยากฝากผ่านท่านประธานสภา ไปยังพี่น้องชาวนาทั้งหมด ผมกําลังจะชี้ประเด็นเรื่องนี้นะครับ ท่านจะบอกว่า เอ๊ะ แล้วมัน อย่างไรหรือ ทําไมมาพูดเรื่องนี้ ผมกําลังจะพูดเรื่องสินค้าเกษตรกับข้าว ท่านลองฟังดี ๆ นะครับ เรื่องข้าว ประเทศไทยมีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน ชาวนาปลูกข้าวประมาณ ๒๐ กว่าล้านคน ถ้าท่านจําได้หรือประชาชนจําได้ ผมหาเสียง ผมจะทําเปึนรูปสามเหลี่ยม โครงสร้างประชาชน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ คือประชาชนซึ่งมีฐานะปานกลางลงมายากจน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมีฐานะปานกลางขึ้นไปเชิงบวก ๕ เปอร์เซ็นต์ และเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนสุดยอดที่สูงที่สุด ชาวนาปลูกข้าวอยู่ ๒๐ กว่าล้านคน ชีวิตเขาทั้งชีวิต ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาตินะครับ เขาจะมีรายได้หลักอยู่ที่นาปรังกับนาป้ ท่านรู้ไหมครับผมกําลังจะบอกว่าอะไร การบริหารจัดการตรงนี้กําลังเปึนเรื่องสําคัญ อยู่ ๆ ป้ที่แล้วบังเอิญผมเปึนรองนายกรัฐมนตรี และเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อยู่ช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ แถว ๆ ๖ กุมภาพันธ์ไล่มาเรื่อย ๆ ถึงเดือนแถวนี้แล้วก็เลย เดือนนี้ไปอีกหน่อยนะครับ ท่านคงจําได้ พ่อแม่พี่น้องชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรคงจําได้ มีปรากฏการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น ตอนนั้นถามว่าอะไรครับ ท่านนึกถึงภาพไหมครับ มีคนไปขโมยเกี่ยวข้าวของชาวนา ชาวนาต้องถือป๋นไปนอนเฝัานา คําปรารภที่บอกว่า ขายข้าว ๑ เกวียนยังซื้อทองไม่ได้ ๑ บาท ถูกลบออกไปจากอดีต พ่อค้าไปออกค่าเกี่ยวข้าว ค่าขนส่งให้ ลูกหลานกลับไปเยี่ยมบ้าน พ่อแม่บอกว่าเดี๋ยวอดข้าว กลับไปทํางาน กรุงเทพฯ แบกข้าวกลับไป สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ป้ที่แล้วขายข้าวเปลือก ข้าวเจ้าราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน มาตรฐานอยู่ที่ ๑๔,๐๐๐ บาทต่อเกวียน แต่พอมาป้นี้มันเกิด อะไรขึ้นครับ ข้าวเหลือ ๗,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ๑๔,๐๐๐ บาท เหลือ ๗,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ท่านรู้ไหมชาวนารับกรรมอะไร ๒ อย่าง ๑. ขายข้าวได้ต่ํากว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ๑๐๐ บาทเหลือ ๕๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท เหลือ ๗,๐๐๐ บาท แต่ข้อ ๒ เขาต้องช้ําหนักขึ้นไปอีกเพราะอะไร เพราะมันไปโยงเกี่ยวกับเรื่องน้ํามันดิบ ปุิย เขาแบกต้นทุนอีกมหาศาล ปุิยขึ้น ไม่กี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ลงทุนหนักขึ้นแต่ขายได้ถูกลง แต่ประเด็นมันไปอยู่ตรงนี้ครับ ยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการตรงนี้ผิดพลาด ผมย้ําเลยว่าถ้าผมอยู่กระทรวงพาณิชย์ ผมจะไม่ทําอย่างนี้เด็ดขาด ตอนนี้ผมออกมาบอกว่าพ่อแม่พี่น้องข้าวสารจะทะลุ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมหมายถึงข้าวหอมมะลินะครับ ปรากฏข้าวหอมมะลิป้ที่แล้วทะลุ ๔๐,๐๐๐ บาท ข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ทะลุ ๓๓,๕๐๐ บาท ตอนช่วงที่ผมออกมาบอก ผมโดนคนก่นด่าเต็มไปหมดเลย แล้วผมไปบอกพี่น้องชาวนาว่าอย่างไร พี่น้องชาวนา อย่าเพิ่งขายข้าว ข้าวเปลือกนาปรังที่กําลังสุกอยู่กําลังจะเหลือง เหลืองอร่ามไปหมดให้ ท่านเก็บไว้ก่อน แล้วคนที่เพิ่งปลูกอย่าให้เขาตกเขียว ผมโดนด่า แต่ในท้ายที่สุดเวลาก็เปึน เครื่องพิสูจน์ แต่ท่านทราบไหมที่ผมพูดตรงนี้ผมต้องการจะบอกว่ารัฐไม่ควรจะเสียเงิน มหาศาลขนาดนี้คืออะไร ปรากฏป้นี้เมื่อสักประมาณ ๒ เดือนโดยประมาณรัฐบาลของ ท่านโดยกระทรวงพาณิชย์ออกมาบอกว่า จะเอาข้าวในสต็อกรัฐ ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตันออกมา ประมูลขาย ข้าวสาร ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าย้อนกลับไปเปึนข้าวเปลือก ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ข้าวเปลือก ท่านคิดดูดี ๆ นะครับ ทฤษฎีการตลาด ข้าวนาปรังชาวนาปลูกมาเกือบตาย กําลังจะสุก กําลังจะเกี่ยวแล้วจะขาย อยู่ ๆ มีคนมาบอกตัดหน้าโดยรัฐบาลตัดราคาเอง บอกว่าผมจะทุ่มของออกมา ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตันข้าวเปลือกท่านว่า ราคาจะตกไหมครับ สมใจปรารถนาราคาข้าวเปลือกตกฮวบ ๆ ถึงขนาดท่านตอนนั้นผมได้ยิน ข่าว ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประชุมอยู่ใน ครม. กับรัฐมนตรีพาณิชย์ บอกว่าจะรับจํานําข้าวอยู่ที่ ๑๑,๗๐๐ บาท ท่านยังเอาไม่อยู่เลย ราคามันยังรูดทะล่าลง ไปเลย ผมบอกเลยนะครับ ปรากฏว่าผมมาได้ข่าวอีกทีหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องใช้เงินไม่รู้กี่หมื่นล้านบาท ชาวนาออกมาประท้วงรับจํานําอีก นี่ขยาย โควตาออกไปอีก อีก ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทหรืออีกเท่าไร แล้วผมก็ได้ยินแว่ว ๆ ออกมาอีก ตัวเลขอาจจะคลาดเคลื่อนท่านอย่ามายึดติดอยู่นะ เพราะว่าผมมีหน้าที่พูดให้ชาวบ้านเข้าใจ มากที่สุด ท่านใช้เงินตรงนี้ไปหมดหลายหมื่นล้านบาทหรือเปึนแสนล้านบาท ป้ที่แล้วสําหรับผม ผมกอดข้าวในสต็อกรัฐ ๒,๑๐๐,๐๐๐ ตันไว้จนถึงที่สุด ผมจะถามคําถามนิดเดียวว่า ถ้าขายช้า หุบปากนิ่ง ๆ รอให้ชาวนาขายข้าวนาปรัง ข้าวเปลือกนาปรังให้หมดก่อนหมด ฤดูกาล ขายช้าไปอีกสัก ๓-๔ เดือนแล้วมันจะเปึนอะไรครับ ผมบอกให้เลย ที่ผมต้องการชี้ประเด็นข้าวเพราะมันกระทบกระเทือนชาวนาจํานวน ๒๐ กว่าล้านคนครับ ป้หนึ่งเขามีรายได้หลักจากนาปรังกับนาป้ ท่านน่าจะไปขายในระหว่างฤดูกาล และอีกเรื่องหนึ่งก่อนที่ผมจะลืม ผมฝากกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ท่านมี ความคิดแนวใหม่ที่ดีบอกว่าจะประกันราคา ขอเตือนท่านนะครับ ตอนช่วงอยู่ในระหว่าง กําลังออกผลิตผลศึกษาให้ดีให้รอบคอบก่อน ท่านอย่าผลีผลามออกมาทําตลาดจะ ปัืนป์วนหมด ผมยืนยันผมพูดด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ เรื่องนี้จะใช้เดี๋ยวค่อยว่ากัน อาจจะเปึนฤดูกาลหน้าหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ผมชี้ประเด็นนี้สิ่งที่ผมต้องการชี้เรื่องสําคัญ ก็คือว่า บางครั้งยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทําให้ท่านต้องไปเปลืองเงินงบประมาณชาติ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับที่อยากจะกราบเรียนเอาไว้ ผมอยากให้ใน ๓–๔ วันนี้ ท่านมี ๓ ประเด็นหลักสําคัญนะครับ การกู้เงินโดย พ.ร.ก. กู้เงินโดย พ.ร.บ. ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบประมาณประจําป้ สิ่งที่ผมอยากเห็นอยากให้ท่านเอาใจใส่มากที่สุด ก็คือ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา เพราะผมเห็นราคาแล้วเรียนตรง ๆ นะครับ ตกใจ เศร้าใจ แล้วก็ เปึนห่วง เช่น ป้ที่แล้วราคายางสูงสุดอยู่ที่ประมาณ ๑๑๕ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม ป้นี้บวกลบ อยู่แถว ๔๕ บาทกระมังประมาณ ผมไม่รู้ราคาเด้งขึ้นเด้งลงอย่างไร
อันที่สอง ปาล์มน้ํามันอยู่ที่ประมาณ ๖ บาท ๕๐ สตางค์ อันนี้ผมย้ํา นะครับราคาสูงสุดแล้วก็ลงมาต่ําอีกเหลือเท่าไรครับ ๓ บาท ไม่เปึนไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องกังวลใจนะครับ ผมพูดให้ฟังเฉย ๆ ท่านยัง ไม่ต้องไปถามเขาละครับ เดี๋ยวท่านมีเวลาตอบได้เต็มที่ครับ
ข้อต่อไปอีกนะครับ มันสําปะหลังป้ที่แล้ว ๒ บาท ๘๐ สตางค์ครับ ป้นี้ ๘๐ สตางค์ ๑ บาท หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่จะบอกนะครับไม่ต้องถึงขนาดว่า มาเอาเปึนเอาตายกันตัวเลขเป็ะ เป็ะ เป็ะ เท่านี้ แต่สิ่งที่ผมกําลังจะบอกก็คือว่าอยากให้ ลงไปดูเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น คนเกือบ ๔๐ ล้านคน คือ ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ทั้งหมดนี่เรา ต้องสํานึกอย่างหนึ่งนะครับ วันนี้คุณจะบอกว่าคุณเจริญทางด้านอุตสาหกรรมทางด้าน อะไรก็แล้วแต่ แต่ในท้ายที่สุดวิถีชีวิตคนไทยก็คือเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาครับ
อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะพูดนะครับ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับปุิยกับเรื่องราคา น้ํามัน เรื่องนี้เปึนเรื่องเหมือนกันครับท่าน ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีลงไปดูทีหนึ่งนะครับ ถึงแม้จะมีสมาชิกอภิปรายมาแล้วแต่ผมคิดว่าผมอยากชี้ประเด็นนี้แล้วเปึนประเด็นสําคัญครับ ขออนุญาตย้อนไปเปรียบเทียบป้ที่แล้วกับป้นี้ บังเอิญนะครับตอนผมอยู่ในตําแหน่งกับ ท่านอยู่ในตําแหน่งมันเปึนช่วงระยะเวลาเดียวกันพอดี ตอนผมเข้ามารับงานปรากฏว่า น้ํามันดิบของโลกพุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าตกใจ ถ้าพวกท่านตามอยู่นะครับ ป้ที่แล้วราคา น้ํามันขึ้นไปแตะจุดสูงสุด ๑๔๗ เหรียญอเมริกันดอลลาร์ต่อ ๑ บาร์เรล น้ํามันดิบนะครับ แต่ปรากฏพอท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มา ผมก็ไม่รู้นะครับดวงท่านดี เหลือเกินน้ํามันลงมาแตะจุดต่ําสุด ๓๒ เหรียญอเมริกันดอลลาร์ แล้วก็มาค้างอยู่ตรง ๓๕ ตั้งนาน ๓๕ เหรียญต่อบาร์เรล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะบอกคืออะไรครับ ๑๔๗ กับ ๓๕ ผมเอาแค่ ๓๕ เท่านั้นนะครับ คราวนี้สิ่งที่ผมอยากจะเห็นผมอยากจะพูดตรงนี้ผมฝาก นะครับ ผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงต้องลงไปดู และเรื่องนี้ขอละเอียดเลย ประเด็น อยู่ตรงไหนนะครับ น้ํามัน ๑๔๗ เหรียญต่อ ๑ บาร์เรล น้ํามันดิบนี่ปรากฏว่าหลังจาก การกลั่นแล้วผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ เรามาเปึนน้ํามันอะไรครับ น้ํามัน ๙๕ น้ํามัน ๙๕ แก๊สโซฮอล์ น้ํามัน ๙๑ น้ํามัน ๙๑ แก๊สโซฮอล์ ก็ไล่ลงมาตามลําดับจนกระทั่งถึง น้ํามันดีเซล บี ๒ บี ๕ สิ่งที่ผมจะชี้ก็คือราคา ๙๕ ผมจะเอาตัวท็อป (Top) เปึนตัว เปรียบเทียบให้ดูนะครับ ๑๔๗ เหรียญ กลายเปึนน้ํามันที่เติมให้รถอยู่ประมาณ ๔๒ บาท บวกลบ ๑๔๗ เหรียญ ดูตัวเลขดี ๆ นะครับอยู่ที่ ๔๒ บาท ๓๕ เหรียญปรากฏน้ํามันอยู่ เท่าไรครับ ๒๐ กว่าถึง ๓๐ บาทบวกลบ วันนี้น้ํามันทะยานขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ ๗๐-๗๗ เหรียญ มันแล้วแต่จะดูตลาดไนเม็กซ์ (NYMEX : New York Mercantile Exchange) ตลาดอะไรแล้วแต่ท่านไปดูนะครับไม่ต้องมานั่งจี้ผมบอกแล้วผมมีหน้าที่พูด เรื่องยากให้เปึนเรื่องง่าย ปรากฏว่าสมมุติน้ํามัน ๗๐ กว่าเหรียญ ๑๔๗ เหรียญก็ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏน้ํามัน ๙๕ ปาเข้าไป ๔๐ บาทแล้วครับ แล้วขึ้นน้ํามันทีหนึ่ง ๖๐ สตางค์ ๘๐ สตางค์ หรือบาทกว่า คราวนี้บังเอิญมันมีข้อมูลที่น่าสนใจนะครับ ตรงน้ํามัน ผมจะตัดตัวเลขย่อย ๆ ออกไปนะครับ ผมจะพูดถึง ๓ องค์ประกอบสําคัญ ที่ทําให้ราคาน้ํามันเปลี่ยนแปลง ถ้าผมคิดตามบัญญัติไตรยางศ์นะครับผมเรียนท่าน นิดหนึ่งนะครับ น้ํามัน ๓๕ เหรียญต่อบาร์เรล ผมฝันจะเห็นคนไทยได้เติมน้ํามันอยู่ที่ ลิตรละ ๘-๑๒ บาท เพราะในเมื่อ ๑๔๗ เหรียญมันยังเท่ากับ ๔๒ บาทได้ เพราะฉะนั้นถ้า ๓๕ มันจะต้องมาอยู่ที่ ๘-๑๒ บาท แต่ปรากฏมันไม่เปึนอย่างนั้นมันออกมาอย่างที่เห็น นะครับ ออกมาประมาณ ๒๐ บาท ปลาย ๆ ถึง ๓๐ บาทต้น ๆ คําถามว่าตัวแปรคืออะไร ผมไปดูองค์ประกอบราคาน้ํามันนะครับ หลายตัวแปรผมจะเอา เฉพาะ ๓ ตัวแปรมาพูด ตัวแปรที่ ๑ คือ ภาษีและภาษีสรรพสามิต ตัวแปรตัวที่ ๒ คือ การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ตัวแปรตัวที่ ๓ คือ ค่าส่วนต่างของการตลาด บังเอิญครั้งที่แล้ว ทางวิปฝ์ายค้านเชิญกรมสรรพสามิตมานั่งคุย ผมก็ได้มีโอกาสไปนั่งอยู่ด้วยผมก็ถามเขา ผมก็ถามว่ากรมสรรพสามิตตอนนี้เปลี่ยนการเก็บอัตราภาษีน้ํามันหรือเปล่านะครับ จากที่ เปึนน้ํามันดิบแล้วเอามากลั่น กลั่น กลั่นนี่ กรมสรรพสามิตบอกเปล่า ท่านไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอะไรเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นใน ๓ องค์ประกอบที่ทําให้ราคาเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นภาษีสรรพสามิตตอนนั้นยังไม่ขึ้นท่านตัดทิ้งเลย แต่ตอนนี้ท่านมาขึ้น อันนี้มัน ทีหลังแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นมาตัวที่ ๒ ครับ การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชื่อไหมครับ นี่ด้วยมิตรไมตรีที่ดีนะครับ ท่านเคยบอกไว้ท่านหาเสียงบอกว่า ถ้าผมเปึนรัฐบาลผมจะไม่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเด็ดขาด แต่ด้วยความเปึนมิตรไมตรีที่ดี ผมเรียนยืนยันนะครับ ผมอนุโลมครับ ผมเข้าใจว่าตอนนี้มันเกิดสภาวะตึงตัวทาง เศรษฐกิจ ท่านเกิดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ตัวนี้เปึนตัวแปรที่ทําให้ราคาน้ํามัน บัญญัติไตรยางศ์ที่ผมเทียบให้ดู ๘-๑๒ บาทมันไม่เกิดขึ้น แต่ตัวที่ ๓ นะครับ ผมพูดเรื่องนี้ ผมรู้ ผมเข้าใจ มีวุฒิภาวะพอที่จะไป ที่จะรู้สึกได้ล่วงหน้านะครับ มันจะเกิดผลกระทบกับ คนหลายคน แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ ท่านลองไปตรวจ แล้วให้คนออกมาชี้แจงให้ชัด ๆ ถ้าส่วนต่างของการตลาดมันเกิดอะไรขึ้น ในวันนั้น ในห้องประชุมมี ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่า ค่าการตลาดหรือยังเหมือนเดิม ครอบครัวผมทํา ธุรกิจน้ํามันอยู่ รับมาพอเขาใส่แท็งก์แล้วเติมลงไปในรถยังคงได้ลิตรละ ๖๕ สตางค์ เท่าเดิมถูกไหม ผมบอกถูก แต่นั่นคือ เอ็น ยูสเซอร์ (End user) เปึนคนใช้ ท่านขับรถเข้าไป ที่ปัูมเขาเติมให้ท่าน เขาขายเขาก็ได้ ๖๕ สตางค์ต่อลิตร แต่ผมกําลังหมายถึงตั้งแต่ ระยะเวลาย้อนไปก่อนจะเข้ามาสู่ที่แท็งก์ (Tank) นี่ครับ แล้วย้อนไปจนถึงการกลั่นน้ํามัน ตรงนั้นผมยืนยันว่า ผมกําลังดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใจเย็นครับท่าน ใจเย็น เถอะครับ เดี๋ยวมันยังมีอีกหลายประเด็นครับ ผมเชื่อมั่นนะครับ ผมเห็นท่านอภิสิทธิ์พยัก หน้าผมกราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับ ผมรู้สึกสบายใจว่าท่านรับ แล้วเดี๋ยวจะไปดู ให้ ๆ ผมสบายใจที่ท่านส่งสัญญาณอย่างนั้นนะครับ ถ้าท่านส่ายหน้าเมื่อไรละก็ผมกลุ้มใจ นะครับ ผมขออนุญาตจิบน้ําชาอีกทีหนึ่งครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดมาเรื่องน้ํามัน มันเกิดตัวแปรอย่างนี้นะครับ ในเมื่อราคาน้ํามันกลายเปึนอย่างนั้น ผมถามนิดหนึ่ง นะครับ ป้ที่แล้วน้ํามัน ๑๔๗ เหรียญ ก็ลิตรละ ๔๐ กว่าบาท รุ่น ๙๕ ป้นี้น้ํามัน ๗๗ เหรียญก็ ๔๐ บาท แล้วมันต่างตรงไหน ก็เปึนอย่างที่อธิบาย แต่คราวนี้ผลมันไปเกิดอะไร ครับ ผลปรากฏมันไปกระทบอย่างนี้นะครับ ข้อ ๑ เลยประชาชนไทยทั้งประเทศแทนที่จะ มีความสุขอยู่ในช่วงที่น้ํามันราคาของโลกต่ําลงเขาไม่ได้ครับ ตรงนี้คือข้อ ๑ นะครับ กลายเปึนภาระของประชาชน แต่ตัวข้อ ๒ สิครับ ตัวนี้ตัวสําคัญ ทุกอย่างมีต้นทุนหมด กาแฟ ๑ ถ้วย อาหาร ๑ จาน ทุกอย่างต้องไปเกี่ยวกับค่าขนส่งกับค่าน้ํามัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไปโยงหมดเลย แล้วที่มันน่ากลัวยิ่งกว่านั้นมันไปโยงยังกระทรวงพาณิชย์ครับ ตอนผมอยู่ น้ํามัน ๑๔๗ เหรียญต่อ ๑ บาร์เรล มันก็ขึ้นไปอุตลุดเลย สิ่งที่เราต้องทําตอนนั้น คืออะไรครับ ต้องเชิญผู้ประกอบการเปึนร้อย ๆ บริษัทเข้ามาประชุม แล้วขอดูต้นทุนแล้ว คุยกับเขาบอกว่า ใจเย็น ๆ นะครับ เราคนไทยด้วยกันช่วยกันหน่อย สินค้าอุปโภคบริโภค เปึนพัน ๆ รายการครับ ถ้าท่านมีต้นทุนเก่าอยู่ น้ํามันกําลังขึ้น ๒ เดือนประวิงอย่าเพิ่งขึ้น ๔ เดือนประวิงอย่าเพิ่งขึ้น ๖ เดือนประวิงอย่าเพิ่งขึ้น หรือถ้าเปึนไปได้นะครับ ถ้าลดมาร์จิน (Margin) ของท่านก็มี คนยอมลดราคาให้ แต่นี่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเห็นท่านไปเยี่ยมกระทรวงพาณิชย์หนหนึ่งแล้ว ไปเยี่ยม อีกครับ จริง ๆ ครับ ท่านไปเยี่ยมอีกเถอะครับ แล้วเรื่องนี้ต้องคุยกับเขา แต่ผมก็เข้าใจ นะครับ บริษัทผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ ถ้าน้ํามันถูกกําหนดฐานค่า ขอโทษนะครับที่ใช้ ภาษาอังกฤษ คือ ไพรซ์ โพซีทชันนิ่ง (Price Positioning) เปึนอย่างนี้ปุ็บมันจะมี ผลกระทบกับสินค้าอุปโภคบริโภคเปึนพัน ๆ หมื่น ๆ รายการครับ ตรงนี้ผมย้ํานะครับ ถ้าค่าพลังงานถูกกําหนดตรงนี้ผิดพลาดมีผลกระทบในเชิงลบกับสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งประเทศ และนั่นคือคนไทยทั้งประเทศต้องรับเคราะห์ตรงนี้ครับ อันนี้อยากจะฝากไว้นะครับ สิ่งต่อไปที่ผมอยากจะพูดอีกก็คือเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการรัฐและประชานิยม อันนี้อยากฝาก อันนี้มันเปึนเรื่องสําคัญครับ ค่ารักษาพยาบาลนะครับ ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคต่าง ๆ พวกนี้ถือเปึนสวัสดิการรัฐ ถามว่าสวัสดิการรัฐในบางประเทศให้อย่างยอดเยี่ยม เช่น บางประเทศผมจําผิดหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ประเทศบรูไนหรือประเทศในตะวันออกกลาง เขามีเงินเยอะ ถ้ามีปัญญาเรียนหนังสือจะจบมหาวิทยาลัยระดับไหนเรียนฟรีหมดตลอด นั่นคือสวัสดิการรัฐที่ยอดเยี่ยม อย่างที่เราทํากันเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เรื่องบัตรทอง เรื่องอะไรก็แล้วแต่ อันนี้เปึนสวัสดิการรัฐ สวัสดิการรัฐกับประชานิยมอยู่ใกล้เคียงกันนะครับ แต่ถ้าประชานิยมใช้มันจะมีประเด็นตรงนี้ครับ ๑. เหมาะสมกับเวลาหรือเปล่า ๒. ท่านหาเงิน ได้เพียงพอไหม พอที่จะให้สวัสดิการเพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ตรงนี้ผมไม่ได้รู้สึกต่อต้านแต่ผมเปึน ห่วงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจขึ้นเงินเดือนข้าราชการหรือบุคคลหลายตําแหน่ง ๒ เท่า ข้าราชการจะแจกโบนัส มีการแจกเช็คช่วยชาติ ท่านทําอะไรไม่รู้ เยอะ ถามว่าดี ไหมนะครับ ดี มันมีแต่ครับ ดีมันมีแต่ว่า คําถามก็คือว่า ตรงนี้นะครับ ผมเข้าใจนะครับว่า มันจะเปึนผลทางเศรษฐกิจหรือผลการเมือง แล้วข้อสําคัญนะครับ ถ้าใช้เงินขนาดนี้ ท่านต้องหาเงินเก่งครับ แล้วข้อสําคัญนะครับ ในเศรษฐกิจขาลงที่ถดถอยมากที่สุดขณะนี้ อย่างอเมริกาเขาบอกเลยครับ อเมริกาเศรษฐกิจถดถอยมากที่สุดในรอบ ๗๐ ป้ ลีกวนยู ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์อาจจะฟุ๋น ต้องใช้เวลาอาจจะประมาณถึง ๑๐ ป้ ตรงนี้นะครับผมกําลังบอกว่า ท่านจะเรียกว่าประชานิยมหรือไม่ประชานิยมหรืออะไรก็ไม่รู้ ผมเข้าใจว่าเจตนาดีคือจะให้สวัสดิการกับประชาชนนะครับ แต่ผมกําลังจะย้ําว่า แหล่งที่มาของเงิน ไม่อย่างนั้นท่านจะต้องกู้มหาศาลอย่างที่กําลังจะเกิดขึ้นนะครับ ก่อน จะผ่านนะครับ ผมได้มีอีกบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกบอกว่า การกู้เงินครั้งนี้ท่านกําลังจะกู้เงิน อันนี้เปึนประเด็นสําคัญนะครับ มันไปเกี่ยวกับนักธุรกิจอุตสาหกรรมด้วย ท่านจะกู้ทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๒ วัน วันนี้กับพรุ่งนี้ เปึนการกู้ท่านขอกรอบเพื่อจะกู้นะครับ ผมเข้าใจว่าไม่ได้กู้จริง ๆ แต่ผมพูดเพื่อให้เห็นภาพว่าท่านกําลังจะกู้อยู่นะครับ แต่ประเด็น คือ การกู้ครั้งนี้เปึนการกู้เงินโดยแหล่งเงินภายในประเทศ ตรงนี้มีสาระสําคัญแล้วจะมี กระทบ ถ้าท่านคิดยุทธศาสตร์นี้ผิดนะครับ มันจะไปเหมือนกับเรื่องราคาข้าวครับ ผม อยากจะพาดหัวถ้าเปึนหนังสือพิมพ์บอกว่า เงินจะหายไปจากตลาดทั้งหมด คนที่ทําธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ธุรกิจเอกชนจะหากู้เงินลําบากเลือดตาแทบกระเด็น ทําไมผมถึง พูดอย่างนั้นครับ เพราะปกติเวลาไปฝากเงินธนาคารท่านจะได้ดอกเบี้ย สมมุติ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านมีส่วนต่างของการกู้อยู่ที่ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าถ้าสมมุติ อย่างนั้นก็แปลว่าเวลาไปกู้ท่านก็ต้องกู้ประมาณ ๗-๘ หรือ ๙ บวกขึ้นแล้วแต่ครับ คราวนี้ การกู้ครั้งนี้เปึนการกู้แหล่งเงินภายในประเทศทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกไหมครับ ประเด็นมันมีข้อที่น่าคิดหลาย ๆ อย่างนะครับ
เรื่องแรกก็คือว่าท่านจะไปกู้ธนาคารอะไร มันจะมีเครื่องหมายคําถาม เหมือนกันนะครับ เดี๋ยวจะเหมือนกับการทําเช็คช่วยชาติ มันไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร หรือเปล่า อันนี้เปึนเรื่องที่ต้องคิดเหมือนกันนะครับ แต่สิ่งที่สําคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าผม เปึนเจ้าของธนาคาร สมมุตินะครับ ผมเปึนเจ้าของธนาคาร ผมรับฝากมา เสียดอกเบี้ย ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ ผมไปปล่อยกู้ได้ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้สภาพไม่ดีนี่ครับ กู้ไปไม่รู้เจ้านี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ไม่รู้จะเจ๊งหรือเปล่า แต่อยู่ ๆ มาวันดีคืนดีรัฐบาลโดย กระทรวงการคลังมาบอกว่า ตกลงผมจะมากู้คุณนะ ถ้าเปึนผมนะครับ ผมลดให้อุตลุด เลยครับ เพราะอะไรครับ แล้วผมก็จะให้รัฐบาลกู้แน่นอน ถ้าเลือกระหว่างเอกชนกับ รัฐบาล ผมให้รัฐบาลกู้แน่นอน เพราะอย่างน้อยนะ มีประเทศทั้งประเทศ มีคน ๖๔ ล้านคน ๖๕ ล้านคนเปึนตัวประกันอยู่ แล้วอย่างไรประเทศไทยก็ไม่ล่มสลาย เพียงแต่จะได้คืน เมื่อไร ตรงนี้สิ่งที่ผมกําลังจะบอกก็คือโดยไม่ตั้งใจนะครับ ท่านจะทําให้สภาพคล่องหรือ เงินที่ท่านคิดว่ามีอยู่แล้วนี่ ถ้าท่านคํานวณถูกนะครับ ไม่เปึนไร แต่ถ้าท่านคํานวณผิด นะครับ สภาพคล่องของประเทศ คนที่จะไปกู้เงินเขาจะหาเงิน ๑. กู้ลําบาก หาไม่ได้ ธุรกิจ ที่จะเจ๊ง ไม่เจ๊งแหล่ แทนที่จะรอดเขาจะเจ๊งจริง ๆ แล้วตรงนั้นท่านก็เก็บภาษีไม่ได้ อันต่อมาอีกนะครับ ดอกเบี้ยก็จะแพงอุตลุด เพราะว่าถ้าคุณอยากได้ ของมีน้อย มันจะต้องเกิดอย่างนี้ขึ้น แล้วก็ผมฝากด้วยความปรารถนาดีอีกเช่นกันนะครับ ระวังจะ เกิดข้อครหาครับ ว่าไปเอื้อกับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง แล้วโดยเฉพาะเปึนธนาคารของ เอกชนด้วย ความจริงผมบังเอิญเมื่อวันก่อน เมื่อวานกระมังครับ ได้ยินท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช บอกว่านี่เราจะกู้เงินก้อนแรกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะ แล้วเราจะออกเปึนพันธบัตร ผมฟังท่านนะครับ ผมพูดจริง ๆ นะครับ ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วผมก็รู้สึกก็ดี นี่เปึนสิ่งที่ควรจะทํา เพราะอะไรครับ ถ้าผมเปึนประชาชน ผมเอาเงินไป ฝากธนาคารได้ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ อยู่ ๆ ถ้ารัฐออกมาบอกว่าผมให้คุณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็อยู่ระหว่างกลาง ก็ดีกว่าท่านเอาไปให้ธนาคาร ธนาคารเขารวยแล้ว ท่านไม่ต้องไปห่วงเขา แล้วก็หลายครั้ง ทุกครั้งของรัฐบาลนี้ ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็ดี ท่านพูดอยู่เสมอบอก สถาบันการเงิน ธนาคารของเราเข้มแข็ง ไม่ต้องห่วง เพราะฉะนั้นถ้าไม่ต้องห่วง ก็ไม่ต้อง ไปอุ้ม ไม่ต้องไปช่วย ถ้าผมจะพูดอะไร อาจจะดูบ้านะครับ แล้วก็ไม่ควรจะพูด ผมไม่รู้ท่าน คิดอยู่ในใจอย่างไรนะครับ ถ้าสมมุติด้วยเหตุผลใดก็ตาม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผ่าน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต้องกู้ในประเทศนะครับ รู้แล้ว รู้รอดไปเลยนะครับ ถ้ามันผ่านจริง ๆ นะครับ เอาออกมาเปึนพันธบัตรให้ประชาชน ทั้งประเทศ ตรงนี้จะไม่มีใครครหาท่านใดแม้แต่คําเดียวเลยว่าเอาไปเอื้อธนาคารใด ธนาคารหนึ่งที่เปึนนายทุนหนุนพรรคหรืออะไรอย่างนี้ อันนี้ผมขอยืนยันนะครับ ด้วยความ บริสุทธิ์ใจจริง ๆ ครับ
ข้อต่อไปอีกนะครับ ประเด็นนี้ก็สําคัญ ตอนนี้เรากู้ในประเทศ แต่ในที่สุด เราต้องกู้ต่างประเทศ เรื่องการกู้ต่างประเทศนะครับ มีประเด็นที่น่าสนใจ กู้ในประเทศ ผมคงไม่พูดแล้ว เรื่องหนี้สาธารณะ เรื่อง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ผมไม่พูด ผมจะพูดถึงเรื่องสถานภาพความเปึนประเทศไทย ในสังคมโลกและการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลกมีข้อแนะนําบอกว่า ประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยเราถูกจัดลําดับให้อยู่ในประเทศที่กําลังพัฒนาทางเศรษฐกิจ เราอาจจะไม่ใช่ยาจกเข็ญใจที่ยากจนข้นแค้นนะครับ เราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนาทาง เศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ใช่ประเทศอภิมหาอํานาจ จี (G) ๗ จี ๘ ผมเรียนท่านนิดหนึ่งนะครับ ข้อแนะนําของธนาคารโลกที่มีต่อประเทศไทยก็คือ ควรจะมี หนี้สาธารณะเมื่อเทียบต่อ จีดีพี หรือรายได้มวลรวมประชาชาติอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าสมมุติจะอนุโลม ท่านจะขึ้นไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็เปึนได้ แต่มีบางท่านบอกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้นี่ไม่เห็นเปึนไร ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ไม่เห็นเปึนไร รายชื่อประเทศที่ ท่านเอามากล่าวนะครับ ท่านต้องไปดูดี ๆ นะครับ มันมีลักษณะโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ ไม่เหมือนกันนะครับ เช่น บางประเทศเปึนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ อย่างญี่ปุ์น มวลรวมอันดับ ๒ กระมัง อยู่ในจี ๗ ด้วย อเมริกา มวลรวมยังคงอันดับ ๑ อยู่ กระมัง หลายประเทศนะครับ แล้วโดยเฉพาะฐานภาษี การเก็บภาษีของเขาไม่ได้น้อย เหมือนเมืองไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเกิดท่านทํามันจะเกิดผลอะไรขึ้นนะครับ ถ้าท่าน คํานวณไว้ว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรายได้มวลรวมประชาชาติ ผมพูดเผื่อไว้เฉย ๆ นะครับ ไม่รู้ว่าอาจารย์ไตรรงค์ไปตรงไหนแล้ว จีดีพี เท่ากับอะไรครับ จีดีพีมีสูตรเท่ากับ ตัวซี บวกตัวไอ บวกตัวจี บวก (เอ็กซ์-เอ็ม) (X-M) ถ้าพูดภาษาง่าย ๆ ผมพูดเศรษฐศาสตร์ อย่างนั้นคนฟังงงทั้งประเทศ พูดง่าย ๆ นะครับ คน ๖๔ ล้านคนที่เปึนอยู่กันนี่ ทํามาหากิน อะไรก็แล้วแต่ กินอยู่หลับนอนอย่างไรก็แล้วแต่ ในที่สุดประชาชนบริโภคอย่างไรตัวซีนะครับ เงินลงทุนระหว่างประเทศ เงินลงทุนในประเทศตัวไอเปึนอย่างไร รัฐบาลจ่ายเงิน ออกมาเท่าไร และแน่นอนที่สุดนะครับ ส่งออกลบด้วยนําเข้าเปึนเท่าไร นั่นคือรายได้ มวลรวมประชาชาติหรือ จีดีพี ตรงนี้มีประเด็นที่น่าสําคัญที่ผมอยากจะฝากไว้ว่ามันจะ ก่อให้เกิดเสถียรภาพกับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยดังต่อไปนี้นะครับ ถ้าท่านคํานวณว่านะครับ ท่านต้องการที่จะมีหนี้สาธารณะขึ้นไปปริ่มอยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี นั่นก็คือต่อ ๑๐๐ นะครับ แล้วถ้าเกิดรายได้มวลรวมประชาชาติมันไม่ถึงล่ะครับ มันตกลงมาล่ะครับ ๖๐ ก็จะเกยเลยเส้นเพดานขึ้นไป ตรงนั้นจะเกิดผลอะไรขึ้นมาบ้างนะครับ ความน่าเชื่อถือของไทยจะถูกพิจารณาเมื่อไปเทียบกับสถานภาพการเงินของประเทศอื่น ๆ ข้อ ๑ สถานภาพทางการเงินของเราจะไม่น่าเชื่อถือ ข้อ ๒ การหาแหล่งเงินกู้จะลําบาก มากขึ้น ข้อ ๓ อัตราดอกเบี้ยที่เรากู้จะแพงขึ้นกว่าปกติ ข้อ ๔ ถ้าเราหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทัน ตามกําหนด ตรงนี้ผมไม่อยากพูดเลย ตรงนี้คือของแสลง มันเปึนท่อนท้าย ๆ ที่ผม อยากจะพูดนะครับก็คือว่ามันจะเข้าไปวนเวียน และดีไม่ดีถึงบอกว่านะครับไม่เหมือนกัน แต่ผมยืนยัน ตอนจบพระเอกตายเหมือนกัน ละครเรื่องนี้พระเอกตายเหมือนกัน เหตุการณ์มันจะวนไปวนมามันจะเหมือนป้ ๒๕๔๐ ผมตัดภาพกลับนะครับ ท่านบอกว่า เรื่องกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกู้สถาบันการเงินในประเทศ ถ้าท่านทําอย่างนั้นนะครับ แค่ข่าวนี้ออกไปนะครับ ผมไม่แน่ใจ ตรงนี้ท่านกรณ์ จาติกวณิช อาจจะทราบดี สถาบัน มูดี้ส์ออกมาแล้วบอกว่า จะลดเครดิตความน่าเชื่อถือธนาคารในประเทศและแหล่งการเงิน ในประเทศ ๑๑ แห่ง ผมไม่รู้ลดไปแล้วหรือยังผมไม่ได้ตามรายละเอียดนะครับ ท่านรู้ไหมครับว่าถ้าเขาคิดอย่างนั้นหนึ่งในองค์ประกอบที่คิดคืออะไร รัฐบาลกําลังจะไป เอาเงินเขาออกมา เขาแข็งแรงอยู่ดี ๆ ท่านไปกู้เงินเขาออกมา อันนี้จริงหรือเปล่าท่านก็คง มีเหตุผลในการคิดของท่าน ท่านอาจจะคิดถูกก็ได้ เหตุผลท่านอาจจะต่างก็ได้นะครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าโปรดระวังนะครับ เรื่องหนี้สาธารณะที่จะเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ จีดีพี สถานภาพการเงินของประเทศในสังคมโลก ในธนาคารโลก ในที่แหล่ง ต่าง ๆ ของโลกมันจะยุ่ง ถ้าพอถึงจุด ๆ หนึ่งนะครับ ดีไม่ดีถ้าเราหลวมตัวหลุดเข้าไปอยู่ เปึนลูกหนี้ของสถาบันการเงินในประเทศหรือระหว่างประเทศ ไอเอ็มเอฟ ตัวอักษร ๓ ตัวที่ คนไทยฟังเมื่อไรแล้วก็ขนลุก ท่านจําได้ไหมครับ ตอนนั้นเราไปกู้เงินเขามาครับ เราไปกู้เขามา ปุ๊ง เกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นปัญหาผมเข้าใจนะครับ ผมมองตาไปที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านบอกว่า มันคนละรากฐาน ตอนนั้นป้ ๒๕๔๐ สถาบันการเงินมันพังก่อน แล้วก็ทับ ทับ ทับลงมาแล้วรากหญ้าถึงตาย แต่ป้นี้มันไม่ใช่ เศรษฐกิจมันเลวร้ายทั้งโลก แล้วเราถึงได้รับผล ผมยืนยันว่าใช่ ผมเข้าใจ ป้ ๒๕๔๐ เราเปึนโรคต้มยํากุ้ง เราเริ่มป์วยเปึนแห่งแรกของโลกและของภูมิภาคนี้ และเราแพร่ ระบาดโรคนี้ออกไปติดต่อไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ต่าง ๆ ไปยังเกาหลี ตรงนี้ผมอยากแตก ประเด็นไปเกาหลีสัก ๓ นาทีให้ท่านเห็นนะครับว่า ตรงนี้มันจะเปึนบทเรียนบางอย่าง ๑๒ ป้ที่แล้วครับ ปรากฏว่า ถ้าพูดภาษาง่าย ๆ เกาหลีเจ๊งนะครับ ถามว่าเปึนอย่างไร เกาหลีเจ๊ง แต่ปรากฏวันนี้เปึนอย่างไรครับ เกมที่เด็กเล่น เกาหลีอันดับหนึ่งของโลกครับ โทรทัศน์จอแบนครับ ญี่ปุ์นเผลอแป็บเดียวเกาหลีแซงขึ้นมา ไม่ใช่อันดับหนึ่งก็ใกล้เคียงครับ ต่อมาเปึนอะไรครับ โทรศัพท์มือถือ วันนี้เกาหลีแซงขึ้นอันดับหนึ่งของโลกแล้ว ตัวเลขกับโนเกีย (Nokia) ขึ้นไปแล้ว ทุกอย่างเขามาหมด เอนเตอร์เทน (Entertain : ทําให้ สนุกสนาน) เขามาหมด คราวนี้ผมกําลังจะบอกว่าพลิกวิกฤติเปึนโอกาส ตรงนี้กลับมา คิดใหม่ครับ เรากําลังมาคิดว่า ๑๒ ป้ต่อมาประเทศไทยกําลังเผชิญอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ผม กลัวคืออะไรครับ การกู้หนี้ยืมสินครั้งมโหฬารและสร้างประวัติศาสตร์นี่นะครับ ผมยืนยัน อีกครั้งหนึ่งนะครับว่าการกู้ครั้งนี้เปึนการกู้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ และแน่นอนที่สุด มันจะก่อให้เกิดอะไร ถ้าการตัดสินใจนี้ไม่ก่อให้เกิดการจ้างงาน เกิดผลผลิต เกิดรายได้ มวลรวมประชาชาติที่ดีขึ้น ไม่เกิดสะท้อนกลับในเชิงบวก ตรงนั้นสิ่งที่จะตามมาคืออะไรครับ มันจะวนครับ วนไปวนมา ในที่สุดโดยไม่ตั้งใจนะครับเราจะถูกดึงเข้าไปสู่เหตุการณ์ เหมือนป้ ๒๕๔๐ สถาบันการเงินอาจจะต้องมีปัญหาตามเข้ามาด้วยก็ได้ สิ่งที่ผมอยากจะ เตือนแค่เพียงว่าป้ ๒๕๔๐ เราไปกู้เขามานะครับ ๑ เหรียญ ๒๕ บาท ผลสุดท้ายเปึน อย่างไรครับ ความเปึนเจ้าหนี้ของ ไอเอ็มเอฟ เข้ามาเหมือนยาตราทัพเข้ามายึดประเทศนี้ เราเสียเอกราชทางเศรษฐกิจนะครับตอนนั้น เกิดอะไรขึ้นครับ พอจะคืนเขาบอก คุณลอยตัวค่าเงินคุณก็ต้องคืนเขา ๑ เหรียญเหมือนกัน แต่ ๕๘ บาทไม่มีใครทําธุรกิจจาก ๒๕๐ กลายเปึน ๕๘๐ เพราะฉะนั้นชื่อธนาคารต่อมิอะไรหายไปหมด ผมทวนอีกทีหนึ่งนะครับ ท่านจําชื่อธนาคารเหล่าได้ไหมครับ สหธนาคาร ธนาคารรัตนสิน ธนาคารศรีนคร ของท่าน วิรุฬที่เพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ธนาคารมหานครกรุงเทพพาณิชยการ ๕๖ ไฟแนนซ์ถูกป่ด ข้อสําคัญคืออะไรครับ คนที่เอาเงินไปฝากไฟแนนซ์ต่าง ๆ ถูกฟรีซ (Freeze) เงินไว้ ๕ ป้เต็ม ตรงนี้ผมคิดว่าปัญหาอย่างนี้ ๒๕๔๐ ๑๒ ป้ ผ่านไปนะครับถ้าท่านบริหารจัดการตรงนี้ไม่ดี ดีไม่ดีมันจะย้อนกลับมาอีกในป้สองป้นี้
สิ่งที่ผมอยากพูดกับท่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับก็คือว่า ประเด็นเรื่องการกู้เงิน เรื่องเปึนพระราชกําหนด คุณหมอชลน่านพยายามบอกว่าท่านต้องพูดประเด็นนี้ จริง ๆ ถึงท่านจะพูดเรื่องยากเปึนเรื่องง่าย แต่ท่านต้องอ่านมาตรานี้เพื่อจะเตือนสติใครทุกคน ที่กําลังจะกดโหวตในอีกไม่กี่นาทีไม่กี่เท่าไรนี่นะครับบอกว่า ในมาตรา ๗ ที่เขียนไว้ที่ ประกาศออกมาเปึนกฎหมาย ตรงนี้เขาบอกว่า ภายในหกสิบวันนับตั้งแต่สิ้นป้งบประมาณ ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชกําหนด สมมุติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผ่านนะครับ ที่กระทําในป้งบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภารับทราบ โดยรายงาน ดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงิน รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับและคาดว่าจะได้รับ วันนี้นะครับสมมุติเราเอากัน ลวก ๆ ครม. ตัดสินใจออกเปึน พ.ร.ก. ให้สภานี้รับรอง มีโครงการโดยคร่าว ๆ แล้วผ่าน ออกไปทํานะครับ ในที่สุดอย่างไรก็ต้องกลับมาอยู่ดี แต่ถามผมนะครับในแง่ความรู้สึกนะครับ กู้ไปก่อนแล้วมาตรวจสอบทีหลัง ถามผมนะครับในฐานะที่ผมทํางานภาคเอกชนมานะครับ เปึนผมผมไม่ทําละครับ แล้วตรวจสอบอีกทําไม เสียไปแล้วจบแล้วช้ําใจครับ เปึนหนี้เขา ไปหมดแล้ว โบ๋เบ๋แล้วไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้วกลับมานั่งตรวจสอบอีก แล้วตรงนั้นก็มานั่ง ด่ากันทีหลังหรือครับ ผมบอกว่าคงไม่ใช่นะครับ คราวนี้ผมคงจะกลับมาถึงสิ่งที่ผมอยาก ฝากอยากจะบอกท่าน ผมอยากจะฝากชี้บางประเด็น ผมขอสรุปดังต่อไปนี้นะครับ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ผมอยากให้ท่านทบทวนพระราชกําหนด พระราชบัญญัติเงินกู้ ไม่จําเปึนต้องเร่งรีบทําวันนี้พรุ่งนี้ให้จบหมด คนไทยทั้งประเทศจะเปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ร่วมกับท่านจากการตัดสินใจของท่าน ก้อนแรก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยืนยันนะครับ ต้องใช้คําเดียวสั้น ๆ นะครับ มหาศาลครับ แล้วยังจะตามมาด้วยอีกเปึน ๑.๔๓ ล้านล้านบาทครับ
ข้อต่อไปนะครับ ถ้าท่านตัดสินใจให้ผ่านกันในวันนี้ ประวัติศาสตร์การเงิน และประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจะบันทึกไว้ว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตัดสินใจกู้เงินครั้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
ข้อต่อไปนะครับ ท่านคิดว่าท่านกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ มันมีคําถามสั้น ๆ ง่าย ๆ แบบพื้น ๆ นะครับ ถ้ากู้มาแล้วแล้วเอาไปทําแล้วไม่สําเร็จนี่คนไทยทั้งประเทศเปึน หนี้แล้วเราจะทําอย่างไรกันครับ
ข้อต่อมานะครับ อันนี้เปึนกึ่งคําแนะนําบอกว่าทําไมไม่ทําทีละจํานวน ทําไมต้องกู้ทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําเท่าที่จําเปึนไปป่ดหีบและอะไรอีกนิดหน่อย ไม่ดีหรือ ก็กลางป้ท่านก็ได้งบไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าตรง ๆ สําเร็จ ไม่สําเร็จ ท่านรู้อยู่แก่ใจดีและเดี๋ยวท่านก็ต้องประเมินผลอยู่แล้ว ทําไมท่าน ไม่ทําอีกสัก ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็บวกป่ดหีบกู้เงิน ทําไมท่านต้องรีบทํา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมันมหาศาลขนาดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันมีหลายคนพูด ปกติผมไม่อยากใช้คําพูดอย่างนี้แต่มีคนฝากมาบอกบอกว่า มันอีลุ่ยฉุยแฉก มันไม่เกิดผล ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านไปเป่ดปทานุกรม ผมว่าเข้าใจดีอีลุ่ยฉุยแฉก ผมก็เข้าใจ ถามว่า ถ้ากู้มาอีกแล้วมันไม่เกิดผลอีกล่ะ มันก็ต้องกลับมาคิดต่อ แล้วก็ข้อเมื่อสักครู่ครับเปึนข้อ สําคัญที่บอกมาตรา ๗ บอกว่า กู้ไปก่อนแล้วค่อยมาตรวจสอบหรือ มันพลาดไปแล้ว มันเสีย ไปแล้วนะครับ ข้อที่จะย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ กู้ในประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านระวัง นะครับท่านจะไปแย่งเม็ดเงินของภาคเอกชนในการทําธุรกิจ ในที่สุดแทนที่จะไปช่วยเขา นะครับ ปรากฏท่านไปล้มทับเขาแบนแต๊ดแต๋ตายเลยครับ เพราะว่าเขาไม่มีสภาพคล่อง ในการกู้เงินมาทําธุรกิจ อันนี้ผมย้ํานะครับ แล้วท่านโปรดระวังเรื่องความโปร่งใสด้วย ถ้ารู้แล้วรู้รอดไปผมย้ํานะครับ ทําพันธบัตรประชาชน ขายให้ประชาชนรู้แล้วรู้รอดทั้งหมดเลย อย่างน้อยจบตรงนี้ท่านสะอาดแล้วครับ ท่านไม่ต้องคิดอะไรมากนะครับ
ข้อต่อไปนะครับ อันนี้เปึนคําถามที่สําคัญแล้วคนทุกคนอยากรู้หมด ท่านจําได้ไหมครับว่าเราคุยกันว่า ถ่ายทอด ไม่ถ่ายทอด ทําไมอยากถ่ายทอด ปกติผมไม่เคย ออกมาเลยนะครับ วันนั้นพอผมเดินลงมานะครับ น้อง ๆ ผู้สื่อข่าวบอกว่า ท่านมิ่งขวัญ ลงมาทําไม ท่านไม่เคยออกมาเลย ๕-๖ เดือนท่านยังเงียบกริบอยู่ ผมบอกสิ่งที่ผมอยากเห็น ผมอยากให้ถ่ายทอด บังเอิญผมเหลือบไปเห็นท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พอดีแล้วยิ้มให้ กันนะครับท่านครับ เราเปึนเพื่อนกันใช่ไหมครับ ใช่นะครับ ผมบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ผมต้อง พูดเอง แล้วต้องถ่ายทอดด้วย เพราะว่าถ้าไม่ถ่ายทอดไม่ได้ ทําไมครับ เพราะว่า คนทั้งประเทศเขาจะเปึนหนี้ร่วมกับท่าน วันนี้เขาเปึนหนี้อยู่เท่าไร ๕๐,๐๐๐ ๖๐,๐๐๐ ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ ท่านต้องอธิบายให้ชัดเจน แล้วให้เขารู้ตัวก่อนที่จะตื่น ขึ้นมาในวันมะรืนนี้ อ้าว เปึนหนี้ ๘๐,๐๐๐ แล้วหรือ เปึนหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วหรือ ต่อหัว ๘๐,๐๐๐ บาทแล้วหรือ ต่อหัว ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้วหรือ อันนี้ผมย้ํานะครับว่า เรื่องนี้สําคัญมาก เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบว่าคนไทยจะเปึนหนี้ต่อหัว ต่อคนเพิ่มขึ้นเท่าไร แนวโน้มเท่าไร แล้วหนี้มันจะผูกพันเราไปนานขนาดไหน ท่านจะใช้ คืนได้เมื่อไร แต่อันนี้ผมยกประโยชน์ให้ท่านนะครับ ผมอนุโลม มันต้องถามตัวเองว่า ท่านจะอยู่เปึนรัฐบาลอีกนานเท่าไรด้วยนะครับ ไม่ใช่ท่านเปึนรัฐบาลอยู่ปู๊บ จบปุ็บเสร็จ พรรคอะไรนะครับ พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเปึนรัฐบาลต่อ ทีนี้ใช้หนี้กันอ้วกแตกอ้วกแตน อันนี้ก็ต้องพูดกันตรง ๆ นะครับ ท่านต้องคิดอย่างนี้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ท่านมีความสุข ตอนนี้ โอ้ กู้มาจ่าย จ่าย จ่าย กู้มาจ่าย จ่าย จ่าย แล้วพวกนี้ว่ากันไป อันนี้ผมไม่เห็นด้วย นะครับ ถึงอย่างไรเราอยู่ด้วยกันอยู่ดีนะครับ เราต้องเจอหน้ากันในสภานี้ตลอดนะครับ ข้อแนะนํา ถ้าเปึนไปได้นะครับ อยากให้ค่อย ๆ กู้ครับ ค่อย ๆ กระตุ้น ค่อย ๆ กู้ ทุกอย่าง ค่อยเปึนค่อยไป ทําไมต้องหักโหมขนาดนี้ ไม่อยากให้หักโหมครับ ผมเข้าใจนะครับ ยืนยัน อีกครั้งไม่ได้ต่อต้านการกู้เพื่อมาป่ดหีบงบประมาณ แต่ที่สําคัญนะครับ พูดด้วยความ จริงใจครับมันเยอะเกินไปครับ แล้วโดยเฉพาะพระราชกําหนดนี่ตรวจสอบยาก แล้วท่านจะ สร้างบรรทัดฐานใหม่ เมื่อสักครู่ตอนที่ก่อนผมจะอภิปรายครับ มีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่ง ขึ้นมาประเด็นนี้ตรงเป็ะกับข้อนี้เลยครับท่านบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนแกนนํา ในการจัดตั้งรัฐบาลเปึนเจ้าแห่งหลักการ นี่ผมเอาเขามาพูดซ้ํานะครับ ผมไม่เคยคิดจะพูด อย่างนี้ แต่เขาพูดได้ดีครับ เปึนเจ้าแห่งหลักการ เปึนเจ้าแห่งเหตุผล เพราะฉะนั้นเรื่องพระราชกําหนดนี่ครับ แล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ โดยหลักการท่าน กําลังจะสร้างบรรทัดฐานอีกรูปแบบหนึ่งให้สภานี้ ให้กับการบริหารประเทศ ผมยืนยันนะครับ ถ้ามันไม่ใช่ มันไม่จําเปึนต้องรีบร้อนถึงขนาดนั้นนะครับ
อันต่อไปอีกครับ ท้ายแล้วครับ ผมห่วงท่านเรื่องสภาพคล่อง ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง นะครับ กาดอกจัน ๓ ดอก ระวังท่านจะไปแย่งสภาพคล่องจากเอกชนนะครับ แล้วก็สิ่งที่ ผมได้ยินจากท่าน เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกของพรรครัฐบาลบอกว่า รัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แนวนโยบายเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นข้อ ๑ กู้เงิน ข้อ ๒ ถ้ามี ความจําเปึนก็ขึ้นภาษี ตอนนี้ท่านมาทยอยขึ้นภาษี มีภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ภาษีอะไร แล้วก็ล่าสุดผลกระทบกําลังจะออกมาชัดเจนแบบเปึนรูปธรรม ภาษีน้ํามัน ท่านไม่ขาย สมบัติชาติ ผมเห็นด้วย ๓ ข้อนี้ โดยหลักการเห็นด้วย แต่ผมก็ยังมีข้อหนึ่ง ข้อ ๔ ครับ ข้อ ๔ นี้อยากนัก ย้ําด้วยความหนักแน่นนะครับ ผมอยากให้เห็นครับ ผมย้ํานะครับท่าน ๖ เดือนที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐบาลมา ผมยังไม่ได้ยินชัด ๆ มีเสียงข้าง ๆ บอก ยังไม่ครบ ๖ เดือนดี ขาดอีกกี่วัน ๆ เขาพูดอยู่นี่ครับ ผมประเภทหูกาง แล้วผมได้ยินชัด ครับว่ากําลังพูดอะไรอยู่ จริงอยู่ อนุโลมว่าประมาณ ๖ เดือนบวก ลบ ผมอยากให้ท่านพูด ข้อ ๔ ครับ แล้วผมอยากได้ยิน ผมจะชื่นใจมากถ้าท่านออกมาว่า บัดนี้นโยบายการหาเงิน เข้าประเทศเราทําอย่างนี้ เราไปทําอย่างนี้เราได้เงินเข้าประเทศ (อย่านับเรื่องกู้ อย่านับ เรื่องขึ้นภาษีนะครับ) หาเงินเข้ามาครับ ถ้าท่านคิดจะจ่ายเงินเก่ง ท่านต้องหาเงินเก่งด้วย นะครับ
ท้ายที่สุดเรื่องทางออก ผมอยากขออนุญาตแนะนําท่านครับ นอกจาก การหารายได้เข้าประเทศอย่างเปึนรูปธรรมนะครับ ผมอยากให้ท่านใช้น้ําหนักไปอยู่ตรงนั้น นะครับ ข้อนี้เปึนข้อสําคัญที่สุดครับ ผมข้าใจนะครับ เพื่อคนทางบ้านจะเข้าใจด้วย สมมุติว่า การลงทุนเท่ากับ ๑๐๐ รัฐบาลลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ ในโครงการต่าง ๆ ๕๐ เอกชนลงทุน ๕๐ วันหนึ่งเอกชนรู้สึกเศรษฐกิจมันไม่ดี เขาลงทุนหายไป ๓๐ เขาลงทุน ๒๐ วันนี้รัฐบาลกําลังตัดสินใจนะครับ บอกว่าไม่ได้มันต้อง ๑๐๐ เท่าเดิม เดี๋ยวเกิดปัญหา เศรษฐกิจขึ้นมา เดี๋ยวไปกันใหญ่ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลตัดสินใจไปแบก รับภาระเลยครับ ลงทุนไปทั้งหมด ๘๐ ตรงนี้ผมต้องบอกนะครับ ข้อนี้สําคัญนะครับ ท่านกําลังจะรับเอาความเสี่ยงในการลงทุนโครงการยักษ์ต่าง ๆ สาธารณูปโภคต่าง ๆ มา โดยรัฐบาลเปึนของตัวเอง แล้วโดยการกู้เงินก้อนมหาศาล ซึ่งถามผมนะครับ อันนี้ ด้วยความปรารถนาดีนะครับ แล้วความเปึนมิตร ผมอยากจะบอกว่ามันยังพอมีทางออกทาง อื่น เช่น สมมุติมีใครสักท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องรถไฟฟัา บอกจะมีรถไฟฟัาใต้ดิน ๙ สาย ถามว่าถ้าสมมุติสายหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นอยู่กับใช้เงินตั้ง ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไร ก็แล้วแต่นะครับ ตรงนี้ผมกําลังจะบอกว่าถ้าเกิดรัฐบาลลงเองหรือรัฐบาลลงไปเยอะ ๆ ความจริงมันมีวิธีที่จะลดความเสี่ยงครับ เอกชนมีการลดความเสี่ยงแล้วบริหารความเสี่ยง นั่นก็คือไม่แบกรับความเสี่ยงมาเปึนของตัวเองทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น สาธารณูปโภคบางอย่าง ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีแยกเปึน ๒ ก้อนนะครับ ก้อนหนึ่ง อย่างไรก็ไม่ได้ รัฐบาลต้องลงเอง แต่อีกก้อนหนึ่งนะครับ ผมว่าสําคัญ ถ้าลดความเสี่ยงได้ นะครับ ก็ในเมื่อธนาคาร สถาบันการเงินทุกคนมีเต็มไปหมดเลย ปล่อยให้เขามาลงทุน ครับ เราจะดูความรักชาติหรือไม่รักชาติ จะรักชาติเพียงแต่ปากหรือเปล่า จะได้เห็นกันครับ ทุกคนออก คอร์เปอเรท แคมเพน (Corporate campaign) ออกโฆษณา เต็มไปหมด ผมรักชาติ ผมอยากทําเพื่อชาติ ก็วันนี้ถ้าเกิดประเทศไม่มีเงิน คุณที่มีเงิน มหาศาล คุณจะควักเงินออกมาไหม ผมอยากเห็น ผมยินดีที่จะปรบมือ แล้ววันหนึ่ง ผมบอกเลยนะครับ ถ้าบรรดาคนมีเงินเหล่านั้น สถาบันการเงินเหล่านั้น ธนาคารเหล่านั้น ซึ่งมีเงินเยอะเหลือเฟ๋อจนไม่รู้จะทําอะไรแล้วเขามาลงทุน ท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้เขา ทําตรงนี้ครับ อย่าไปกู้เงินเอามาทําแทนเขาหมด ผมยินดีนะครับ แล้วผมจะช่วยท่าน อีกคนหนึ่งสดุดีทั้งท่านแล้วก็ผู้ที่มาลงทุนนะครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงเรื่องสินค้าเกษตรหาตลาดใหม่หน่อยครับ อย่าปล่อยให้สินค้าเกษตร ตกต่ําอย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่ เพราะว่าคนเกือบ ๔๐ ล้านคนหากินอยู่บนสิ่งเหล่านี้นะครับ เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทุกคนอยู่อย่างนั้น แล้วการลงทุนท่านโปรโมท (Promote) ให้ครับ สถาบันการเงินกับคนในประเทศลงทุน ถ้าคนไทยด้วยกันนะครับ ถึงเวลาเลือดตกยางออก ถึงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้เขายังไม่เชื่อมั่นแผ่นดินเกิดเขา เขามีเงินและเขายังไม่ยอมลงทุนนะครับ ผมว่าพอถึงตรงนั้นนะครับ ต่างประเทศเขาไม่มา ลงทุน แต่สิ่งหนึ่งท่านต้องทําครับ เป่ดข้อมูลออกมาเลย ให้ต่างประเทศเข้ามา ท่านบอก อย่างนี้นะจะไม่มีใครด่าอะไรท่านเลย ทุกคนจะยินดีหมด
ท้ายที่สุดนี้นะครับ ผมอยากจะฝากบอกผ่านท่านประธาน ผมต้องการจะ จบของผมเพียงว่าทบทวนให้ดี ๆ เรา ๓๐๐-๔๐๐ คน ๔๐๐-๕๐๐ คนอยู่ในสภานะครับ จากสภานี้ก็ต้องเข้าสู่วุฒิสมาชิกอีก วุฒิสภาเขาต้องพิจารณาอีก แล้วผมว่าสมาชิก วุฒิสภาหลายคนก็กําลังฟังเรื่องนี้อยู่ ผมย้ํานะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องที่ผมต้องการ เอาชนะคะคานทางการเมืองนะครับ แต่ผมกําลังเปึนห่วงประเทศ แล้วก็เปึนห่วงรัฐบาล รัฐบาลทํางานสําเร็จ ๓๐ กว่าคนที่นั่งประชุมอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรี ประเทศนี้ก็สําเร็จ คนไทยทั้งประเทศก็จะพลอยรอดไปด้วยนะครับ สิ่งที่สําคัญครับ ผมอยากให้ท่านตั้งหน้า ตั้งตาบริหารประเทศ ทําให้เศรษฐกิจรอดปากเหยี่ยวปากกา ป้นี้เราป์วย อเมริกาป์วย ยุโรปป์วย ทั่วโลกป์วย เศรษฐกิจหนักหนาสาหัสสากรรจ์ สิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ ถ้าท่าน ทําเศรษฐกิจรอดท่านจะถูกจารึกไว้เปึนประวัติศาสตร์ของประเทศ อนาคตท่านอีกยาวไกล ป้นี้ท่านเท่าไรครับ ๔๕ หรือ ๔๖ ๔๔ ป้หรือครับ ๔๕ นะครับ ท่านเกิดป้มะโรงใช่ไหมครับ ผมถามผ่านท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีเกิดป้มะโรงหรือเปล่าครับ ป้อะไรนะครับ ป้มะโรงนะครับ
จะไปดูหมอดูหรือครับ
บังเอิญอย่างนี้ครับ ที่ผมถาม เพราะว่ามันมีหมอดูเยอะเหลือเกิน ผมนั่งอ่านผมก็ถึงรู้ดวงท่านอภิสิทธิ์อย่างไรครับ คนเขียนดวงไว้ให้ท่านเยอะแล้ว ถ้าว่าง ๆ ท่านไปดูดวงหน่อยนะครับ สิ่งที่ผมจะบอกก็คือว่า ผมอยากให้ท่านทําทุกสิ่งทุกอย่างสําเร็จครับ
สุดท้ายที่สุด ประโยคสุดท้ายที่จะพูดก็คือ ถ้าท่านทําเศรษฐกิจสําเร็จ คนไทยมีความสุข ประชาชนมีความสุข สิ่งที่ผมอยากเห็นนะครับ เมื่อพสกนิกรทั้งประเทศ มีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะทรงมีความสุขด้วย อันนี้คือความสุขที่ผม อยากเห็นคนไทยมี ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ไม่ทราบว่า มีผู้อภิปรายเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ วิปว่าไม่มีนะครับ
ก็คงไม่มีผู้อภิปรายนะครับ ยังมีคุณวรวัจน์หรือครับ เพราะเห็นวิปส่งสัญญาณว่า ไม่อภิปรายต่อแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงการอภิปรายวันนี้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๑๓ ชั่วโมง ก็มีประเด็นที่หลากหลาย ซึ่งรัฐบาลคงไม่สามารถที่จะตอบได้ทุกประเด็น นะครับ แต่ในแง่ของนโยบายของรัฐบาลบางเรื่องที่มีการกล่าวถึงกระผมกับรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องก็ได้ใช้โอกาสชี้แจงไปคิดว่าคงจะไม่จําเปึนที่จะต้องพูดซ้ําในประเด็นเหล่านั้น ก็คงจะเหลือเพียงในแง่ของการขมวดประเด็นในเรื่องของวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลมาขอให้ ท่านทั้งหลายซึ่งเปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทยให้การสนับสนุนพระราชกําหนดเพื่อให้ รัฐบาลกู้เงินเพื่อไปลงทุนแล้วก็ดําเนินการสิ่งที่เราเรียกว่าปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง บังเอิญว่าท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้ายก็ได้พูดครอบคลุมถึงประเด็นต่าง ๆ ก็คงจะใช้ โอกาสนี้ในการชี้แจง แล้วก็บางเรื่องก็เรียนว่ามีข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์ รัฐบาลก็จะรับไป ประกอบการทํางานต่อไป บางเรื่องก็เปึนข้อท้วงติงซึ่งกราบเรียนว่ารัฐบาลก็ได้พิจารณา แล้ว และอาจจะมีมุมมองความเห็นที่แตกต่างจึงได้ตัดสินใจอย่างที่เราได้ดําเนินการไป ก็ขอใช้เวลาไม่มากนักในการชี้แจงโดยสังเขปดังนี้
ขอเริ่มต้นที่ประเด็นที่มีการพูดพาดพิงถึงที่มาที่ไปของการแก้ปัญหา เศรษฐกิจของรัฐบาล และโดยเฉพาะการทํางานในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา กราบเรียนอย่างนี้ ครับว่ามีการพูดกันมากว่า วันที่รัฐบาลเข้ามากระผมได้พูดถึงเรื่องของประมาณการ เศรษฐกิจหรือกระผมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดถึงประมาณการ เศรษฐกิจ ประมาณการจัดเก็บรายได้อะไรต่าง ๆ ซึ่งคลาดเคลื่อนบ้าง หรือว่าไม่มั่นคง แน่นอนบ้าง ร้ายที่สุดบางท่านก็ไปไกลถึงขั้นว่าเหมือนกับจะกล่าวเท็จหรืออะไรทํานองนั้น ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า
ประการแรก ในภาวะเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ในขณะนี้ ต้องยอมรับ ก่อนว่าการทํานายหรือการพยากรณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่มีที่ไหนในโลกครับไม่ปรับประมาณการเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้กระทั่ง องค์กรที่ทุกประเทศต้องใช้ยึดถือในการตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก เช่น กองทุน การเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ หรือธนาคารโลกหรือใครต่อใครก็ปรับตัวเลข เศรษฐกิจหลายครั้งในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา แต่วันที่กระผมพูดตัวเลขการเติบโตทาง เศรษฐกิจว่า ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ กระผมทวนความจํานิดหนึ่งนะครับ วันนั้นกระผมบอก นั่นคือตัวเลขที่หน่วยงานราชการได้ประมาณการเศรษฐกิจไว้ล่าสุด ณ วันที่กระผม เข้ามา ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ กระผมก็เพียงทําหน้าที่ในการรายงานว่า นี่คือการประเมินของ หน่วยงานราชการต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว และกระผมก็ได้พูดครับว่ากระผมเชื่อว่า จะมีการแกว่งตัวและกระผมจะไม่ประมาท ระหว่าง ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ กระผมทราบตั้งแต่ต้นว่า น่าจะใกล้เคียง ๐ มากกว่าใกล้เคียง ๓ กระผมถึงพยายามบอกว่า เปัาหมายอันดับแรก คือทําอย่างไร พยายามอย่าให้เศรษฐกิจติดลบ ต่อมาเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจของป้ที่แล้ว ก่อนที่กระผมเข้ามา ๓ เดือนสุดท้ายป้ที่แล้วบอกว่า ติดลบเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านจําได้ กระผมยังให้สัมภาษณ์เลยว่า กระผมเชื่อว่า ๓ เดือนแรกป้นี้ติดลบใกล้เคียงหรือหนักกว่า แล้วสุดท้ายก็ออกมาเปึนลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ก็คือหนักกว่า เพราะกระผมก็คาดการณ์ว่า สภาพการณ์จะต้องเปึนเช่นนั้น วันที่คุณโอฬาร ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ออกมาพูด ว่าเศรษฐกิจจะติดลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ กระผมก็ทวนความจํานะครับ วันนั้นสิ่งที่ถ้าบอกว่า เปึนการตอบโต้ กระผมไม่ได้ตอบโต้เรื่องลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ครับ วันนั้นที่เปึนข่าวก็คือว่า คุณโอฬารพูดว่า นอกจากจะติดลบ ๔ เปอร์เซ็นต์แล้ว จะเปึนอัตราการติดลบที่สูงที่สุดในโลก กระผมจึงให้สัมภาษณ์ว่าลบ ๔ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่กระผมมั่นใจว่าเราจะ ไม่ติดลบมากที่สุดในโลก แล้ววันนี้แม้ตัวเลขเรา ๓ เดือนแรกติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรากฏว่ามีหลายประเทศในภูมิภาคนี้ติดลบมากกว่า ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ เลวร้ายสุดไปถึง ๑๑-๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าที่หลายท่านพยายามว่า กระผมเคย ยืนยันเอาตัวเลข ๐-๓ เปอร์เซ็นต์มาจากไหน กระผมไปตอบโต้คุณโอฬารในวันนั้นก็ต้อง ทวนความจําว่าคําพูดเปึนอย่างนี้ แล้วกระผมก็ได้ยอมรับมาโดยตลอดว่าปัญหาสําคัญที่สุด คือทําอย่างไรให้การเจริญเติบโตกลับมาเปึนบวกให้ได้ ซึ่งขณะนี้ก็ยังตั้งเปัาว่า ไตรมาส สุดท้ายคือ ๓ เดือนสุดท้ายของป้นี้จะพยายามทําให้เปึนตัวเลขที่เปึนบวก ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ก็มีคําถามต่อว่า ในขณะนั้นทําไมรัฐบาลผลักดันงบประมาณ กลางป้ไม่ทบทวนงบประมาณ วันนี้ท่านก็บอกว่าที่จริงถ้ามีโครงการอะไรซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมอยากจะยกเลิก อยากจะ อะไร ก็เข้ามาเปลี่ยนแปลงเปึนกฎหมายก็ให้มาเสนอกฎหมายในนี้ ฝ์ายค้านก็ยินดีที่จะให้ ความร่วมมือ ต้องกราบเรียนตามความเปึนจริงนะครับ กระผมคิดว่าวันนั้นรัฐบาลคง ไม่อยู่ในฐานะที่จะไปทบทวนงบประมาณมากนัก
ประการที่ ๑ เปึนการส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ผิดครับ เพราะการ ทบทวนงบประมาณอย่างที่ท่านเสนอ จะทําให้คนเข้าใจว่ารัฐบาลจะปรับนโยบาย การคลังไปเปึนลักษณะซึ่งขาดดุลน้อยลง ซึ่งสวนทางกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะ กว่าจะมาเพิ่มได้ต้องไปปรับลดก่อนตามข้อเสนอของท่าน เราทําไม่ได้ครับ ส่งสัญญาณที่ สับสนในทางเศรษฐกิจแน่นอนในเรื่องของทิศทางนโยบายการคลัง
ประการที่ ๒ ส่งสัญญาณผิดทางการเมืองด้วย เพราะถ้ารัฐบาลนี้เข้ามา บอกว่าต้องการสร้างความสมานฉันท์ สิ่งแรกคือมารื้อโครงการซึ่งรัฐบาลก่อนได้ผ่านสภา ไปแล้ว ก็จะทําให้เกิดความรู้สึกอีกว่า เมื่อไรที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ต้องมารื้อ โครงการ ต้องมาโละทิ้งสิ่งที่รัฐบาลชุดก่อนทําไว้ ซึ่งไม่ใช่ความปรารถนาของกระผม ฉะนั้นในเรื่องสัญญาณเปึนไปไม่ได้
ประการถัดมาก็คือว่า ถ้าไปทําเช่นนั้นมันจะยุ่งยากมากและเสียเวลามาก กระผมจําได้ว่าการปรับลดงบประมาณเคยทํากันในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่แล้วใครที่ คิดว่าง่าย ไม่ง่ายเลยครับ แล้วรัฐบาลจะเสียเวลามาก หน่วยราชการจะเสียเวลามาก ข้าราชการจะเสียเวลามากกับเรื่องของการไปดูรายละเอียดว่าจะยกเลิกโครงการไหน ลดโครงการไหนเท่าไร ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น ภาพใหญ่นโยบายจะเสีย นั่นคือเหตุผลว่า ทําไมไม่ได้ทํา แล้วพูดก็พูดเถอะครับ ไม่ง่ายหรอกครับที่ท่านบอกว่า เอามาเถอะมาผ่าน สภาแห่งนี้ เราก็ทราบการประชุมสภาสมัยที่แล้วขลุกขลักพอสมควร แล้วแม้แต่งบกลางป้ ที่รัฐบาลมาเสนอก็ต้องยอมรับนะครับว่าฝ์ายค้านก็ไม่ได้ยกมือสนับสนุนให้ อันนี้ก็เปึน เรื่องที่เราต้องเคารพซึ่งกันและกัน แต่ว่าจะบอกว่าวันนั้นถ้ารัฐบาลปรับลดงบประมาณ เปลี่ยนโครงการเข้ามา ฝ์ายค้านยกมือให้ กระผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเปึนเช่นนั้นจริง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเปึนเช่นนั้นเราก็บอกว่าเราทําอะไร งบกลางป้กระตุ้น เศรษฐกิจรอบแรก กับที่มาขอกระตุ้นในวันนี้หลักมันต่างกัน กระผมพูดเรื่องไฟไหม้ ใช่ครับ แล้วกระผมแจงละเอียดลงไปด้วยว่า ไฟไหม้นี่สิ่งแรกช่วยคน ๒. ดับไฟ แล้ว ๓. ก็คือมาปฏิรูปในเรื่องของโครงสร้างอาคารอะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป เพื่อปัองกันภัยสําหรับ อนาคต ช่วยคนนี่คือการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกก็คือบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติ เศรษฐกิจ นั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราเอาเงินนี่เปึนลักษณะของสวัสดิการ หรือบางคนก็บอกว่า เปึนประชานิยม ทําตรงนี้ก่อน แล้วที่ต้องทําตรงนั้นด้วยก็เพราะว่า ถ้าเราทําโครงการ ลงทุนแบบที่ขอในวันนี้ครับ หน่วยราชการไม่พร้อมทํา ขออนุมัติเงินจากสภาไปก็ยังไม่ได้ทํา เพราะยังไม่พร้อม เพราะฉะนั้นแนวทางวันนั้นก็คือ ไปในแนวทางของการช่วยให้ ประชาชนมีกําลังซื้อบรรเทาผลกระทบ กระผมคงมองต่างจากท่านนะครับ ที่ท่านบอกว่า เรียนฟรี ๑๕ ป้ ทําไมมาตัดสินใจทําตอนนี้ อีก ๑๕ ป้กว่าจะเห็นผล กระผมก็บอกว่า ๑. ถ้ามองในเรื่องคุณภาพ โอกาสการศึกษา เพราะอีก ๑๕ ป้จะเห็นผล ทําไมไม่เริ่มวันนี้ครับ จะให้ประเทศไทยรอไป ๑๖ ป้ ๑๗ ป้ ๑๘ ป้ หรืออย่างไร ที่สําคัญก็คือว่าทําอันนี้ในเชิง เปัาหมายปฏิรูปการศึกษาหรือคุณภาพการศึกษาอีก ๑๕ ป้ เห็นผล แต่ในเชิงเศรษฐกิจได้ เลยครับ ไม่ได้รอ ๑๕ ป้ เพราะเอาละไม่ว่าท่านจะมีข้อร้องเรียนมาจากโรงเรียนต่าง ๆ ว่า เรียนฟรีจริงหรือไม่ก็ตาม ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการติดตามอยู่ สิ่งหนึ่งที่ ท่านปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่า ในโครงการเรียนฟรี รัฐบาลได้จ่ายเงินออกไปแบ่งเบาภาระ ผู้ปกครองไปแล้ว ถ้าไม่ทั้งหมดก็บางส่วน นั่นคือการเติมกําลังซื้อให้ผู้ปกครอง ซึ่งหมายถึง การได้ผลทางเศรษฐกิจทันที ไม่ได้เกี่ยวกับว่าโครงการนี้ลงทุนในเด็กแล้วต้องรอ ๑๕ ป้ กว่าจะเห็นผลผลิต โครงการเช็คช่วยชาตินี่ครับ วิจารณ์กันมากบอกว่าช่วยคนถูกกลุ่ม หรือไม่อย่างไร กราบเรียนอย่างนี้ครับ ที่จริงไม่ใช่ว่า ๑๕,๐๐๐ บาทแล้วได้นะครับ ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา คนที่ได้เยอะส่วนใหญ่ ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาทครับ แต่ถามว่าทําไมไม่ทํา ๑,๔๐๐ บาท ทําไมไม่ทํา ๑,๖๐๐ บาท กระผมว่าท่านรู้คําตอบ นะครับ เพราะว่าป้ที่แล้วตอนที่ข้าวของแพงมาก ๆ ท่านจําได้ไหมครับ เราช่วยกันคิดเรื่อง คูปองคนจนเอามาแก้ปัญหาเปึนวิธีที่ดีที่สุดเลยครับ ถึงวันนี้กระผมก็คิดอย่างนั้น แต่ที่สุด ท่านจําได้ไหมครับ ทําไมรัฐบาลท่านปฏิเสธไม่ทําเรื่องคูปองคนจน ท่านมาบอกกับสภา เองครับว่าฐานข้อมูลไม่มี หาตัวไม่เจอ คําของอดีตนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ บังเอิญ หาตัวไม่เจอเลยทําไม่ได้ นี่คือคําตอบครับ กระผมก็กราบเรียนว่ากระผมก็อยากจะทํา เช่นนั้น แต่วิธีที่เราทําก็คือเราก็ช่วยเกษตรกรช่วยคนตกงานด้วยโครงการอื่นไม่ว่าจะเปึน การแทรกแซงพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของต้นกล้าอาชีพซึ่ง ท่านรองกอร์ปศักดิ์ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเปึนไปตามแผนในขณะนี้ฝ๊กได้ ๖,๐๐๐ ๖๐,๐๐๐ อะไรไล่ไปตามจํานวนตามเปัาหมายนี่ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ใช่หมายความว่า มีโครงการนี้แล้วไม่ช่วยคนที่เราพึงจะช่วย แต่ช่วยในโครงการอื่น ๆ และเบี้ยยังชีพก็ดี เรียนฟรีก็ดีก็ไปถึงคนยากคนจนจํานวนมาก กระผมต้องถามกลับเหมือนกันว่าเราจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียวให้กับคนซึ่งมีรายได้ต่ําในระบบที่เปึนเงินเดือนประจํารายได้ต่ําที่สุด โวยวายกันมากว่าเราช่วยผิดกลุ่ม แต่ท่านเคยคิดไหมครับ สมัยรัฐบาลก่อน ๆ เพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการกลุ่มนี้ทุกเดือน ทําไมเราไม่มาตําหนิกันละครับว่าทําไมไม่เอา เงินตรงนั้นไปช่วยเกษตรกร ทําไมไม่เอาเงินตรงนั้นไปช่วยคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เราอย่าแบ่ง แยกกันอย่างนั้นครับ ตรงไหนเราช่วยใครได้เราช่วยครับ สมัยที่ท่านทําเงินเพิ่มช่วยเหลือ ข้าราชการผู้มีรายได้น้อยกระผมก็สนับสนุน กระผมไม่ได้บอกว่าน่าจะเอาเงินอันนี้ไปช่วย คนที่จนกว่า เพราะกระผมเชื่อว่ามันก็มีมาตรการอื่นซึ่งไปช่วยคนที่จนกว่าได้ฉันใดฉันนั้นครับ วันนี้กระผมจ่าย ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียวทําไมมันกลายเปึนเรื่องผิดละครับ ถ้าอย่างนั้น ทําไมเวลาที่ท่านเพิ่มเงินข้าราชการไม่ผิด ทําไมไปลดเงินเรื่องประกันสังคมในอดีตที่ทํากัน มาไม่ผิด เราต้องเข้าใจว่าประชาชนหลายกลุ่มเดือดร้อน เขาอาจจะไม่ได้จนที่สุดแต่เขา เดือดร้อน และเขาสมควรได้รับการช่วยเหลือ เรามีฐานข้อมูลที่ช่วยได้เราก็ช่วยครับ อันนี้ก็ อยากจะกราบเรียน ส่วนที่ไม่ได้โอนเข้าธนาคารกระผมเคยชี้แจงไปหลายครั้งว่ารูปแบบนี้ ที่เราทําในที่สุดทําให้เขาได้รับส่วนลดในเรื่องการซื้อของซึ่งถ้าโอนเข้าธนาคารจะทําไม่ได้ นะครับ ฉะนั้นตรงนี้ทั้งหมดก็อยากจะกราบเรียนว่านั่นคือเหตุผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบที่แล้ว ถามว่าได้ผลไหม กระผมก็ตอบเหมือนที่ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ตอบละครับ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน จะบอกได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์กระผมก็ไม่กล้าพูดละครับ แล้วก็รู้ตั้งแต่ต้นว่ามันไม่มีทางได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จะบอกว่าไม่ได้ผลเลยกระผมก็ คิดว่าก็คงไม่ใช่ และเหตุผลที่เปึนเช่นนั้นก็คือว่าท่านดูตัวเลขบางตัว นับตั้งแต่เรื่องของ เช็คช่วยชาติหรือมาตรการนี้เปึนที่ทราบออกไปผลมันมีครับ คือมันยังไม่สามารถทําให้ เศรษฐกิจติดลบกลายมาเปึนบวกได้ แต่ตัวเลขบางตัวที่มันแสดงออกถึงความแย่ของ เศรษฐกิจมันเริ่มดีขึ้น เช่น เรายังไม่สามารถทําให้เขาหยุดเลิกจ้างได้ แต่จํานวนการเลิกจ้าง การลาออกจากงานลดลงมามีนาคม เมษายน พฤษภาคมเริ่มลด การใช้กําลังการผลิต เพิ่มขึ้นมา ลดลงบ้างยังมีแกว่งอยู่กระผมยังไม่กล้าที่จะฟันธงตรงนั้น แต่ว่าน่าสนใจก็คือว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เอแบค (ABAC) ไปสํารวจความคิดเห็นของประชาชน แล้วก็เทียบการสํารวจ ความคิดเห็นเดือนมิถุนายนกับพฤษภาคมกับเมษายน พบว่าสัดส่วนของคนที่มอง เศรษฐกิจดีขึ้นเพิ่มขึ้นโดยลําดับ สัดส่วนของคนที่บอกว่าจะตัดสินใจใช้เงินมากขึ้นเพิ่มขึ้น ตามลําดับ แจกแจงลงไปถึงว่าจะซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จะไปซื้อรถหรือจะไปซื้อบ้าน หรือจะไปซื้อหวยมีตัวเลขเหล่านี้ ซึ่งเปึนตัวยืนยันอยู่ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกได้มี ผลในทางจิตวิทยาและกําลังซื้อพอสมควรที่หยุดยั้งการหดตัวของเศรษฐกิจหรือชะลอ การหดตัวของเศรษฐกิจได้ พอมาถึงวันนี้เราก็มองต่อ มองต่อว่าเศรษฐกิจที่เปึนปัญหา ครั้งนี้ที่ทุกท่านมองตรงกันว่ามาจากเศรษฐกิจโลกการส่งออก การท่องเที่ยวมันหายไป ถามว่าเราจะทดแทนด้วยอะไร เราจะต้องตัดสินใจอย่างไร ทางเลือกทางหนึ่งที่เรามีก็คือเราอยู่เฉย ๆ เราบอกว่าเศรษฐกิจหดตัวเก็บรายได้น้อย ไม่มีเงิน ที่จะมาใช้จ่ายเราก็จ่ายเท่าที่มี แต่ถ้าเราทําอย่างนั้นความเสี่ยงก็คือเศรษฐกิจที่หดตัวมากขึ้น เรื่อย ๆ รายได้ลดลงเรื่อย ๆ กลับกลายเปึนว่ารัฐบาลเองก็ไม่มีเงินใช้จ่ายหรืออาจจะมีหนี้ เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรเลยครับ แล้วสุดท้ายเศรษฐกิจจริงที่มีปัญหาก็จะไป ล้มทับสถาบันการเงินอย่างที่ท่านบอกว่าท่านกลัวว่าจะเกิดขึ้นที่สุด เราก็ต้องตัดสินใจ ลงทุน การตัดสินใจลงทุน ตัวเลขที่ท่านพูด ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ตรงนี้จะได้แยกแยะให้ ชัดเจนนะครับ นั่นคือเปัาหมายที่เราคิดว่าต้องเปึนเงินที่เข้าไปทดแทนในระบบใน ๓ ป้ ซึ่งถามว่าเปึนเงินที่มากไหม มาก แต่ว่าถ้าคิด ๓ ป้นี่ครับ ท่านครับ มันก็เท่ากับการลงทุน ป้ละประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งควรจะเปึนการลงทุนที่เราพึงจะทําในขณะนี้ ไม่เพียงแต่รักษาสภาพเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เพิ่มความเข้มแข็ง เพราะเราก็ดูจุดอ่อนที่เขา ประเมินขีดความสามารถการแข่งขันมาโดยตลอด เรื่องแหล่งน้ํา เรื่องโรงเรียน เรื่องขนส่ง คมนาคม สื่อสาร หรือเรื่องสาธารณสุข แต่ตรงนี้ทําความเข้าใจเสียเลยนะครับ ท่านไม่ต้องกลัวว่าเราจะไปกู้ ๑.๔๓ ล้านล้านบาท แยกไว้แล้วครับ แยกไว้แล้วว่า ที่กู้นี่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องป่ดหีบ อย่างน้อย ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงทุน เร่งด่วนอย่างน้อย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่ตามมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนต่างระหว่าง ๑.๔๓ ล้านล้านบาทกับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ขอ ก็คือไปลงทุนอยู่ในกรอบงบประมาณประจําป้ปกติ หรือทํา อย่างที่ท่านพูดละครับ คือดึงเอกชนมาลงทุนในกิจการสาธารณูปโภค กิจการสาธารณะ ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ได้แยกแยะไว้แล้วเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง แล้วก็เปึนการ ตัดสินใจเด็ดขาดไปเลยว่า นี่คือเงินที่เราจะกู้ทั้งหมดเปึนกรอบ แล้วก็ไม่ได้กู้ทันทีทั้งหมด แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกู้เต็มจํานวนด้วยนะครับ กระผมกราบเรียนอย่างนี้เลย ถ้าเศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้น กรอบที่ขออนุมัติไว้อาจจะไม่ใช้ทั้งหมดครับ แต่ต้องการมีอันนี้ไว้ เปึนเครื่องมือเพื่อให้คนได้มั่นใจว่าในภาวะที่ประเทศไทยยังต้องการการลงทุนหรือความ เข้มแข็งอยู่นั้นรัฐบาลมีเงิน มีเครื่องมือพร้อมที่จะทําแล้ว อันนี้จะได้เห็นนะครับว่า เราดําเนินการเพื่อที่จะให้มันเปึนไปตามแผนที่บอกว่าขั้นแรกช่วยคน ขั้นที่ ๒ ลงทุน แล้วเดี๋ยวขั้นที่ ๓ กระผมจะเรียนต่อเรื่องของการเพิ่มความสามารถการแข่งขันที่ท่านถาม เปึนคําถามสุดท้าย
ทีนี้ก็มีรายละเอียดบางเรื่องที่ท่านก็พูดเข้ามานะครับว่า ทําไมทําเรื่องนั้น อย่างนั้น ทําไมทําเรื่องนี้อย่างนี้ก็พาดพิงมา เช่น ท่านถามว่าตรวจสอบทําไม แล้วท่านก็ บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนเจ้าหลักการ กําลังสร้างบรรทัดฐานอะไรหรือไม่ ขอชี้แจง เลยนะครับว่า ๑. เรายังยึดหลักการครับ การตัดสินใจว่ากู้เงินทําไมแบ่งเปึน พ.ร.ก. พ.ร.บ. ก็ยึดหลักการว่าเร่งด่วนเปึน พ.ร.ก. ไม่เร่งด่วนเปึน พ.ร.บ. แทนที่จะทําเปึน ก้อนเดียวแล้วเปึน พ.ร.ก. ทั้งหมด แต่ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ก็คือว่า ในอดีตการออก พ.ร.ก. อย่างนี้ หรือการกู้เงินที่ผ่านมานี่นะครับ ไม่เคยบอกสภาก่อนเลยครับเอาไปทํา อะไร แล้วก็ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบได้เข้มข้นเท่า ก็มาสมัยมิยาซาว่านี่ครับที่ทางรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้มีการติดตาม มีคณะกรรมาธิการ ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการ แล้วก็มีหน่วยงานที่มาประเมินตรวจสอบ ซึ่งจําเปึนครับ เพราะว่า หลายโครงการตอนนี้ต้องมาประเมินครับ แล้วมันไม่ได้ประเมินแล้วผ่านไปแล้วนะครับ มันประเมิน ประเมินเปึนระยะ ๆ อย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจง หมายความว่าอะไรผิดพลาด อะไรเปึนจุดอ่อนเรายังปรับปรุงแก้ไขได้ระหว่างการ ดําเนินการ เพราะเรากําลังพูดถึงการทํางานตรงนี้ ๓ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นบรรทัดฐานที่เราสร้างก็คือว่าใส่ในกฎหมายครับ เอากรอบการใช้เงินมาให้ ท่านดูก่อน นี่บรรทัดฐานใหม่ที่สร้างขึ้นมาจริง ๆ แล้วเราก็เชื่อว่าแนวทางนี้ก็จะช่วยให้มีความเข้มข้นพอสมควรในการติดตามตรวจสอบ การใช้เงินนี้ว่า คุ้มค่าหรือไม่ เปึนธรรมหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่นะครับ ต่อไปก็จะขึ้นเว็บไซต์ เลยครับ แหล่งน้ําที่ไหนบ้าง จังหวัดไหนบ้าง อําเภอไหนบ้าง ตําบลไหนบ้าง ถนนไร้ฝุ์น ที่ไหนบ้าง สถานีอนามัยแห่งไหนบ้าง โรงเรียนที่ไหนบ้าง จะขึ้นเว็บไซต์ให้หมด และเชิญชวน ทุกท่านรวมทั้งพี่น้องประชาชนให้ติดตามตรวจสอบเพื่อเร่งรัด และดูแลไม่ให้มีการรั่วไหล ส่วนการตัดสินใจในเรื่องอื่น ๆ ท่านก็พูดอยู่ และก็พาดพิงมานะครับ ความจริงอาจจะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เรื่องรถเมล์ความจริงกระผมก็กราบเรียนว่า การตัดสินใจ ถ้ามันง่ายก็คงจบไปนานแล้วครับ ของท่านก็เริ่มจาก ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๐,๐๐๐ มาเปึน ๔,๐๐๐ คัน ๖๙,๐๐๐ กระผมเอามาดูกระผมก็ว่า เอ๊ะ ๖๙,๐๐๐ มันสูงไปหรือเปล่า ก็ไปดู กันอีกทีก็คิดว่าน่าจะลดมาได้เหลือ ๖๔,๐๐๐ ๖๔,๐๐๐ เสร็จมีคนท้วงบอกจริง ๆ ถ้าเกิด ใช้วิธีอื่นเลย อาจจะดีกว่า ก็ให้กรรมการสภาพัฒน์เขาไปดู กระผมเชื่อว่าไม่เสียหายครับ และสุดท้ายน่าจะได้คําตอบที่ดีที่สุด
ส่วนเรื่องเกษตรกร ต้องขออนุญาตใช้เวลาสักนิดครับ มาตรการของ ภาคการเกษตร กระผมเข้ามา รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อนุมัติ เงินไว้เพื่อแทรกแซงพืชไว้ ๓ ตัว ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด โดยได้มีการกําหนดโครงการ จํานํา และกําหนดราคารับจํานําไว้สูงกว่าราคาตลาด เข้ามาปัูบโควตาเต็ม ถามว่าไม่ทํา ต่อได้ไหม เราก็บอกไม่ทําต่อคงไม่เปึนธรรม เพราะพืชผลการเกษตรแต่ละจังหวัดออก ไม่พร้อมกัน พอโควตาเต็มมาถึงปัูบจะมาบอกว่า พี่น้องบางจังหวัดไม่ได้ เราก็บอก เราหยุดไม่ได้ก็ต้องทําต่อ ก็ทําต่อมาจนเสร็จสิ้นฤดูกาลก็มีตัวเดียวครับ คือ ข้าว ข้าวนาปรัง ซึ่งเราก็พยายามครับว่าจะบีบราคาจํานําให้ลงมาต่ํากว่าราคาตลาดได้หรือไม่ แต่ต้อง ยอมรับความเปึนจริงก็คือว่า โดยที่ราคาจํานําข้าวนาป้สูงกว่าราคาตลาดพอสมควร บีบลงมาวันนั้นแทบจะเปึนไปไม่ได้ในทางการเมือง เพราะจะเกิดปัญหามากมายในสังคม แต่วันนี้เราก็ตัดสินใจครับว่า การทําอย่างนี้ไม่ใช่วิธีการแทรกแซงที่ดีที่สุด ที่จริงก็อธิบาย กันไปแล้วนะครับว่าไม่ได้เปลี่ยนม้ากลางศึกอะไรเลยครับ โครงการทั้งหลายก็ทําให้เสร็จ พอมันสําปะหลังเสร็จก็มาปรับเข้าสู่รูปแบบประกัน ข้าวก็กําลังพิจารณาที่จะปรับเข้าสู่ รูปแบบประกัน มันไม่มีการเปลี่ยนม้ากลางโครงการ ปัญหามีเรื่องข้าวอันเดียวครับ คือ พี่น้องในภาคกลางเดี๋ยวนี้แทบจะเรียกได้ว่าปลูกต่อเนื่องตลอด แยกยากนิดหนึ่งว่า ฤดูกาลหนึ่งจบ ฤดูกาลใหม่เริ่มต้นตอนไหนอย่างไร ก็จะหมุนเวียนกันไปทั้งป้เท่านั้นเอง แต่ว่ากําลังปรับระบบเข้ามา แต่ที่ต้องพูดสักนิดหนึ่งนะครับก็คือว่า ท่านก็มาตําหนิ นิดหน่อยว่า ยุทธศาสตร์การบริหารข้าวผิดพลาด กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เราคงเห็น ต่างกัน ท่านคงจําได้ป้ที่แล้วตอนที่ข้าวแพงมาก ๆ กระผมเสนอให้ท่านขายข้าว ข้าวใน สต็อกจะได้ไม่ทับราคาให้มันตกต่ําในตลาด แล้วกระผมก็เสนอด้วยว่าข้าวที่ขายขณะนั้น ได้กําไรแน่นอน เอาเงินมาช่วยเรื่องปุิย เอาเงินมาช่วยเรื่องปัจจัยการผลิต แล้วก็ไปทํา คูปองช่วยคนที่ซื้อข้าว วันนั้นท่านตัดสินใจไม่ขายนะครับ แล้วไปขายทีหลังตอนราคาตก ขาดทุนเสียหายไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมก็กราบเรียนว่า วันนี้กระผมเห็นด้วยกับท่าน ป้ที่แล้วไม่เห็นตรงกันนะครับ แต่ป้นี้เห็นตรงกัน กระผมเห็นว่าไม่จําเปึนต้องรีบร้อนขาย ข้าว นั่นคือเหตุผลว่า กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเขาหวังดี เพราะเขาก็กังวลว่าสต็อกมันเยอะ ถ้าเก็บไว้มาก ๆ จะเปึนปัญหาเขาก็อยากจะรีบระบาย แต่กระผมเห็นแล้วว่า ถ้ารีบระบาย ออกมาจะเปึนปัญหาในเรื่องของราคา กระผมจึงได้ประชุม กขช. (คณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติ) วันที่ ๒๙ เมษายน และก็มีมติ ครม. ว่าต้องไปทํายุทธศาสตร์การระบายข้าว มา ก็เห็นตรงกับท่าน แล้วก็ตอนนี้ก็จะพยายามบริหารจัดการทั้งเรื่องข้าวโพด เรื่องข้าว เรื่องมันสําปะหลัง ให้การขายออกมาได้ราคาดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ แต่ต่อไปข้างหน้าก็ไปปรับ ในเรื่องของระบบประกันซึ่งคงไม่ใช้เวลาที่จะพูดตรงนี้นะครับ ส่วนกรณียางพารานั้นวันที่ กระผมเข้ามาก็ประมาณ ๓๐ บาท วันนี้ก็ประมาณ ๕๐ กว่าบาทนะครับ อาจจะไม่สูงเท่าป้ที่ แล้ว แต่ว่าราคาพืชผลไปเปรียบเทียบป้นี้กับป้ที่แล้วกระผมว่าไม่ค่อยเปึนธรรม เพราะว่า ทั่วโลกพูดง่าย ๆ ราคามันตกไปเกือบครึ่งต่อครึ่งนะครับ ก็เปึนไปตามที่ท่านดอกเตอร์ ไตรรงค์ ประทานโทษเอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านอธิบายไปแล้วว่ามันเกิดจาก เรื่องของอุปสงค์ อุปทาน สภาพในตลาดโลกอย่างไรกระผมก็คงจะไม่พูดซ้ํา
ส่วนกรณีเรื่องของน้ํามันตรงนี้คงต้องขออนุญาตนะครับว่า กระผมย้ําสิ่งที่ กระผมพูดไปเมื่อตอนหัวค่ําก่อนที่ท่านจะอภิปรายนิดหนึ่งว่า กระผมไปเทียบราคาน้ํามัน วันนี้กับราคาน้ํามันครั้งที่แล้วที่ราคาน้ํามันดิบเท่ากับปัจจุบันขณะนี้ถูกกว่านะครับ กระผมคิดว่าท่านไม่รู้จะใช้คําว่าอะไรนะครับ ซุกซนนิดหน่อยครับ เวลาท่านอ้างตัวเลข คือท่านไปเทียบกับตัวเลขราคาน้ํามันดิบวันที่ ๑๔๗ เหรียญ กระผมว่าอันนี้เปึนความ ซุกซนทางวิชาการมาก ๆ เพราะว่าราคา ๑๔๗ เหรียญอยู่แป็บเดียวครับ แล้วยังไม่ได้เปึน ตัวกําหนดต้นทุนต่าง ๆ และที่สําคัญก็คือว่าถ้าท่านใช้บัญญัติไตรยางศ์อย่างนั้นนะครับ ช่วงที่ท่านเปึนรัฐบาลอยู่น้ํามันแพงเกินไปเกือบตลอดละครับ ยกเว้นช่วงที่มัน ๑๔๗ เหรียญ ต้องเทียบในราคาที่เปึนราคาที่นิ่งพอสมควรราคาเฉลี่ย ซึ่งกระผมได้ กราบเรียนว่ากระผมขอให้เขารายงานมาแล้ว และขณะนี้เทียบกันแล้วก็ลดลงนะครับ โดย สิ่งที่รัฐบาลเพิ่มขึ้นในเรื่องภาษีสรรพสามิตมา ๒ บาท เปึนเรื่องที่ขณะนี้กองทุนน้ํามัน เข้าไปดูแลอยู่ และกองทุนน้ํามันที่เข้าไปดูแล แอลพีจี กระผมก็ยืนยันว่าเปึนนโยบายของ กระผม เพราะว่ากระผมเห็นว่าเปึนเรื่องเดือดร้อนสําหรับพี่น้องประชาชนที่ใช้ก๊าซหุงต้ม ก็ไม่ยอมที่จะให้มีการขึ้น แอลพีจี ตามที่กระผมพูดไว้ในช่วงหาเสียง และการเอากองทุน น้ํามันเข้าไปช่วยก็เปึนไปตามที่พูดไว้ในช่วงที่กระผมหาเสียง อันนี้ก็คือเรื่องน้ํามันนะครับ ที่ซุกซนพอ ๆ กันนะครับ คือท่านอ้างค่าการตลาด แต่หยิบเฉพาะกรณีของ เบนซิน ๙๕ ครับ ที่ว่าซุกซนเพราะว่าจริง ๆ ค่าการตลาดตอนนี้ น้ํามันทุกประเภท ประมาณ ๒ บาทเท่านั้นนะครับ ส่วนใหญ่ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ครับ ยกเว้นตัวเดียวคือ ตัวที่ท่านอ้างครับ คือเบนซิน ๙๕ ซึ่งเปึนน้ํามันซึ่งขณะนี้เราไม่ส่งเสริมให้คนใช้อยู่แล้ว แล้วก็มีขายน้อยมากครับปริมาณต่อวัน เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าเรื่องน้ํามันกระผม เข้าใจดีครับ ทุกคนก็อยากใช้น้ํามันถูก แล้วก็จะบริหารจัดการตามความเหมาะสม แล้วก็ คํานึงถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลกนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องของการตัดสินใจว่า เงินตรงนี้เอาไปใช้ กระผมย้ํานะครับ เงินกู้ทั้งหมดกระผมเน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เงินสวัสดิการ กระผมจับเข้าไปอยู่ในงบประมาณประจําซึ่งก็จะได้พูดกันในวันพุธ วันพฤหัสบดี เพื่อให้เห็นว่าจริง ๆ นั่นคือสิ่งที่กระผมคิดว่าเปึนสิทธิที่พึงมีของคนไทย เด็กเรียนฟรี คนพิการ ผู้สูงอายุมีเบี้ยยังชีพทุกคน ทําไว้ในงบประมาณประจําเพื่อรัฐบาล ชุดต่อ ๆ ไปจะได้รู้ว่านี่เปึนภาระงบประมาณที่เราต้องให้ทุกป้ ๆ ส่วนตรงนี้เอามาลงทุน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับประเทศ และต้องขอแก้นิดหนึ่งนะครับ มีการไปพูดเยอะว่า รัฐบาลไปตัดงบประมาณในเรื่องของการรักษาพยาบาลหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่จริงนะครับ เราเพิ่มให้ต่อหัวในป้นี้ ๒๐๐ บาทต่อหัวครับ ที่บอกไปปรับลด ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเทียบกับคําขอครับ ซึ่งทุกป้ท่านทราบดีอยู่แล้วว่าคําขอกับสิ่งที่ให้ ไม่ตรงกันแต่เทียบสิ่งที่ได้ป้ที่แล้วกับสิ่งที่ได้ป้นี้คือเพิ่มขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นกระผมกลับมาประเด็นสุดท้ายเลยครับว่า เงินที่เอามาจะคุ้มค่าหรือไม่อย่างไร กระผมก็ยืนยันว่าทุกยุทธศาสตร์ ทุกข้อที่เรากําหนด ลงไปเราเห็นแล้วว่าคุ้มค่า น้ําที่ท่านสมาชิกทั้งหลายเคยไปเปึนกรรมาธิการแล้วก็เรียกร้อง ว่าจะต้องมีการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ครับจะได้มีการดําเนินการ ถนนไร้ฝุ์น แม้กระทั่งเรื่อง ของการขนส่งระบบราง ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ นะครับ ถ้าตรงไหน เอกชนมาลงทุนได้เราก็ไม่ใช้เงินตรงนี้ก็จะดําเนินการ กราบเรียนว่าระบบรางนั้นเรื่องรางคู่ ก็จะมีการพิจารณา และขณะเดียวกันก็กําลังพิจารณาในเรื่องของความกว้างของรางด้วย เพราะคิดถึงเรื่องของการเชื่อมโยงกับประเทศจีนต่อไปในอนาคต ซึ่งตรงนั้นอาจจะเปึน เรื่องที่เราจะต้องอาศัยเอกชนหรืออาจจะเปึนรัฐบาลอื่นให้ความช่วยเหลือและเข้ามา ลงทุน โรงเรียนลงทุนห้องสมุด ลงทุนอุปกรณ์ สถานีอนามัยยกระดับ ศูนย์ที่เกี่ยวข้องกับ โรคร้ายแรงทั้งหลาย เช่น มะเร็ง หัวใจ ไต ก็จะมีการสร้างความเปึนเลิศทางวิชาการขึ้นมา ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงนี้ บวกกับเรื่องการท่องเที่ยวที่จะมีการฟุ๋นฟูแหล่งท่องเที่ยว กระผมเชื่อว่ากําลังเปึนไปอย่างที่ท่านถามว่าแล้วเราจะเพิ่มความเข้มแข็ง หารายได้ให้กับ เศรษฐกิจได้อย่างไร กระผมทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับตรงนี้ การหาเงินเข้าประเทศกับ การใช้หนี้ตรงนี้จะเปึนคนละประเด็นกันแล้ว เพราะรัฐบาลไม่ได้กู้เงินเปึนสกุลเงิน ต่างประเทศ รัฐบาลได้ตัดสินใจว่าการกู้ต่างประเทศจะทําในกรอบที่มีอยู่ปกติครับ ที่หลายท่านบอกว่าเอ๊ะ ทําไมรัฐบาลนี้มาขอบ่อยจัง โครงการรถไฟฟัาอะไรต่าง ๆ นี่ ความจริงทํากันมาทุกรัฐบาลครับ เพียงแต่รัฐบาลก่อน ๆ ไม่เอาเรื่องนี้มาเข้าสภา รัฐบาลนี้ ตัดสินใจเอามาเข้าสภาเพื่อเป่ดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นเท่านั้นเอง แต่ที่กู้ ก้อนใหม่เงินบาท กู้ในประเทศ ดังนั้นประเด็นไม่ใช่ว่าจะหาเงินเข้าประเทศได้อย่างไร ซึ่งเราต้องทํา การส่งออก การท่องเที่ยว กระผมยืนยันว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมครับ แต่ทั่วโลก ขณะนี้ประสบชะตากรรมเดียวกันครับ กระผมท้าเลยว่าอัดเงินให้กระทรวงที่ดูแลเรื่อง การส่งออกและท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกี่เท่า ในขณะนี้ตัวเลขการท่องเที่ยวส่งออกขยับไม่มากครับ เพราะเปึนปัญหากําลังซื้อของคนในโลก แต่ว่าถามว่าการจะให้ประเทศมีเงินเข้ามา มียุทธศาสตร์อะไรหรือไม่ กรอบในการลงทุนทั้งหมดนี่ครับ มันมีคําตอบในตัวอยู่แล้ว เกษตรได้ประโยชน์จากแหล่งน้ํา อุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากคนที่เข้มแข็งขึ้นในเรื่อง การศึกษา ในเรื่องสาธารณสุข แล้วก็ได้ประโยชน์จากเรื่องที่เราจะลงทุนเรื่องเศรษฐกิจที่ อิงความคิดสร้างสรรค์ หลายเรื่องกระผมก็ไปขอความร่วมมือจากเกาหลีอยู่ในขณะนี้ และภาคท่องเที่ยว ภาคบริการเช่นเดียวกัน โดยเรามีความตั้งใจในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งกําลังจะเริ่มจัดทําในช่วงกลางเดือนนี้ครับ ที่จะเดินไปในแนวทางของการเพิ่ม มูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ กระผมจึงอยากจะเรียนว่ากระผมมั่นใจนะครับ ว่าถ้าลงทุนตาม แผนนี้ ๓-๔ ป้ข้างหน้าเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้น รัฐบาลจะเก็บรายได้มากขึ้น แล้วเราจะ สามารถบริหารจัดการลดยอดหนี้สาธารณะตรงนี้ได้ กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ความจริงเมื่อสักครู่ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พยายามชี้แจงไปแล้วนะครับ แต่ว่า ท่านถูกบีบด้วยเวลานิดหน่อย ที่บอกว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะเปึนหนี้ ๘๐,๐๐๐ บาทอะไรนี่ จริง ๆ กระผมเรียนไปแล้วนะครับ ไม่ได้กู้ทันทีนะครับ แล้วจะค่อย ๆ กู้ เดี๋ยวกระผมจะ อธิบายเรื่องการกู้และเรื่องสภาพคล่องอีกนิดหนึ่ง ถ้ากระผมจะบอกว่าวันนี้เรารู้ไหมครับว่า แต่ละคนเปึนหนี้อยู่เท่าไร ที่เปึนหนี้สาธารณะนี่ กระผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ ที่บอกว่า พรุ่งนี้จะเพิ่มเปึน ๘๐,๐๐๐ บาท ความจริงวันนี้เปึนอยู่แล้วประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าทําไมเราไม่รู้ครับ ท่านต้องแยกหนี้สาธารณะจากหนี้ส่วนบุคคล สิ่งที่ประชาชน เดือดร้อนจริง ๆ คือหนี้ส่วนบุคคลครับ ที่เพิ่มขึ้นมาเปึนเท่าตัว ๔-๕-๖ ป้ที่ผ่านมานี่แหละครับ นั่นละภาระหนี้ที่เขาต้องใช้ แต่หนี้สาธารณะจะใช้ด้วยการจัดเก็บภาษีอากร ซึ่ง หมายความว่าถ้าเราจัดระบบภาษีอากรให้เปึนธรรม เราก็เก็บเงินจากคนรวยมาใช้หนี้ตรงนี้ เพื่อประโยชน์ของคนจนที่จะได้ประโยชน์จากชลประทาน จากถนน จากโรงเรียน จากรถไฟ จากสถานีอนามัยอย่างไรครับ นี่คือแนวคิดของเรา ซึ่งก็จะทําให้เรามีความ สบายใจและมีความมั่นใจครับว่าตรงนี้การบริหารจัดการการชําระหนี้จะเปึนเรื่องของการ บริหารการคลัง มันไม่ใช่หนี้ส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชนแต่ละคน แต่จะอย่างไรก็ตามที่ เราตัดสินใจกู้เพียงเท่านี้ ก็เพราะตระหนักถึงมาตรฐานสากลว่าหนี้สาธารณะขึ้นไปได้ ประมาณร้อยละ ๖๐ สําหรับประเทศอย่างเรานี่เขารับได้ครับ แล้วก็ธนาคารโลกก็ดี ไอเอ็มเอฟ ก็ดี หน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาติดตามเรื่องนี้ในทางสากล เขาก็ยอมรับได้ที่ หนี้สาธารณะเราจะขึ้นไปประมาณนี้เพื่อลงทุนสร้างความเข้มแข็งและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน ก็มาประเด็นสุดท้ายละครับที่ท่านแสดงความห่วงใยว่ากู้มากมายอย่างนี้จะไป กระทบกับระบบสถาบันการเงิน ไปแย่งเงินทุนของเอกชนหรือไม่ กระทบต่อดอกเบี้ย หรือไม่ ถือโอกาสชี้แจงเลยครับว่า ก่อนตัดสินใจอันนี้เราสํารวจสิ่งที่เรียกว่า สภาพคล่อง ส่วนเกินในระบบธนาคารมากกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอนครับ บางคนบอก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนบอกมากกว่านั้นด้วยซ้ํา สภาพคล่องส่วนเกินคืออะไรครับ คือเงินที่แช่อยู่ในระบบธนาคารและไม่ถูกนําออกมา ไทยแช่แข็งก็คือไม่ทําอะไรนี่ละครับ ทิ้งไว้อย่างนั้นนะครับ ที่ไม่ออกมาก็อย่างที่ท่าน สมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปครับ คือธนาคารไม่ยอมปล่อย เพราะเขากังวลเรื่องความ เสี่ยงของการปล่อย เพราะฉะนั้นเกือบทุกประเทศที่เจอปัญหานี้ ทําเท่าที่ทําได้ครับ เข้าไป ค้ําประกันความเสี่ยงนี่เราก็ทํา จะไปเพิ่มทุนสถาบันการเงินที่พอจะปล่อยเงินได้เพิ่มขึ้น เช่น เอสเอ็มอี ธนาคารอิสลาม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า หรือช่วย บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) อันนี้รัฐบาลก็ทํา แต่สุดท้ายนี่ครับ ฝ๋นตลาดไม่ได้ หลายประเทศก็ทําเหมือนกับเราทําคือ รัฐบาลต้องเอาเงินมาลงทุนเสียเอง การกู้ไม่ได้กู้ทันทีอยู่แล้วครับทั้งหมด เพราะฉะนั้นจะดูสภาพตลาด ที่เร่งด่วนแน่นอนคือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมาป่ดหีบ กับส่วนที่จะมาเร่ง ใช้จ่ายในการลงทุน ซึ่งกระผมยืนยันว่าทําตรงนั้นแล้วไม่ถึงครึ่งหนึ่งหรอกครับของ สภาพคล่องส่วนเกินในปัจจุบัน แล้วเหตุผลที่ว่าทําไมไม่ออกพันธบัตรทั้งหมดหรือไม่กู้ ทั้งหมดก็ตรงนี้ละครับ ที่ท่านเสนอให้ออกพันธบัตรทั้งหมด กระผมให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไปดูแล้ว ถ้าออกเปึนพันธบัตรทั้งหมดนั่นละครับ จะเกิดปัญหาว่าไปแย่ง สภาพคล่องและดอกเบี้ยจะพุ่งสูงขึ้น จึงใช้วิธีผสมผสานกันระหว่างการออกพันธบัตรกับ การไปกู้ยืมจากธนาคาร ซึ่งก็จะดูสัดส่วนจังหวะเวลาตามความเหมาะสมเพื่อบริหารให้ มั่นใจว่าทําครั้งนี้ก็ไม่กระทบกับสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมกราบเรียนสุดท้ายก็คือขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกทุกท่าน รัฐบาลกําลัง มาขอโอกาสให้กับประชาชนกับประเทศครับ เราเสียโอกาสที่ไม่ได้ลงทุนในเรื่องสําคัญ ๆ ที่กระผมได้กราบเรียนมา มานานมาก แหล่งน้ํา ถนน โรงเรียน สถานีอนามัย แหล่งท่องเที่ยวไม่ได้มีการลงทุนในเรื่องเหล่านี้มานานพอสมควร ถึงเวลาที่เราจะทําให้ ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ประชาชนมีโอกาส และรัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า เราสามารถที่จะบริหารจัดการให้เราสามารถฟันฝ์าช่วงวิกฤติในช่วงนี้ได้ และอยู่ในฐานะ เมื่อเศรษฐกิจฟุ๋นขึ้นในการที่จะชําระหนี้ที่เปึนหนี้สาธารณะหรือหนี้ของประเทศได้ ท่านไม่ต้องห่วงครับ เห็นท่านอภิปรายกังวลบอกว่าประเดี๋ยวเราดําเนินการไปแล้ว ท่านจะต้องเข้ามาแล้วก็ไม่รู้จะทําอะไร ถ้าท่านทําไม่ได้พวกกระผมยินดีทําต่อครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเปึนการลงมติครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อ เตรียมลงมติด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้กดปุ์มหรือมีเหตุขัดข้องยกมือขึ้นด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ดูคุณชูวิทย์ด้วยครับ แสดงผลการแสดงตนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๒๖ ท่านนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่กดปุ์ม แสดงตนนะครับ เปึนอันครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรอนุมัติพระราชกําหนดให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ถ้าเห็นควรอนุมัติกดปุ์ม เห็นด้วย ไม่เห็นควรอนุมัติกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงมติกรุณายกมือด้วยนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติบ้างไหมครับ เครื่องขัดข้องกรุณายกมือขึ้นด้วยครับ ป่ดการลงมติครับ แสดงผลการลงมติด้วยครับ คุณชูวิทย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ บัตรลงคะแนนไม่ได้ครับ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๗ ท่าน บวก ๑ เปึน ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎร เห็นควรอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ
ต่อไปเปึนวาระที่ ๒ จะเปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลด้วยครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ในการนี้รัฐบาลขอเรียนชี้แจงรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... โดยสรุปดังนี้
๑. เหตุผลและความจําเปึน
ในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องดําเนิน มาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาวการณ์เศรษฐกิจกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต แต่เนื่องจากการกู้เงินของรัฐบาลตามกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อจํากัด บางประการ ฉะนั้นเพื่อให้การฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศเปึนไปอย่างต่อเนื่องและ บรรลุผลสําเร็จ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
๒. สาระสําคัญของกฎหมาย
(๑) ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงิน ในนามรัฐบาลเพื่อนําไปใช้ดําเนินมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ในวงเงินไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้กู้เปึนเงินบาทและให้กระทําได้ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการด้วย
(๒) เงินที่ได้จากการกู้ให้นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้ โดยไม่ต้องนําส่งคลัง นอกจากนี้กระทรวงการคลังอาจนําเงินกู้ดังกล่าวไปให้กู้ต่อแก่ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ เพื่อใช้จ่ายหรือลงทุนเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้
(๓) ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้ให้ รัฐสภาทราบภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันสิ้นป้งบประมาณ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อย ต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ
(๔) เมื่อหนี้เงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ถึงกําหนดชําระ กระทรวงการคลังมีอํานาจกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวได้ และจะกู้ได้ไม่เกิน จํานวนเงินกู้ที่ยังค้างชําระ โดยการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวมิให้นับรวมใน วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
(๕) อย่างไรก็ตาม หากหนี้ที่จะปรับโครงสร้างหนี้มีจํานวนมากและ ไม่อาจกู้เงินภายในคราวเดียวกันได้ กระทรวงการคลังอาจทยอยกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้าง หนี้สาธารณะเปึนการล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒ เดือนก่อนวันที่หนี้ถึงกําหนดชําระ และให้ นําส่งเข้ากองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาด ตราสารหนี้ในประเทศ เพื่อทําหน้าที่บริหารเงินกู้ดังกล่าว
(๖) นอกจากกรณีที่ได้กําหนดไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ ให้นํา กฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ท่านประธานครับ ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับแบ่งเปึน ๒ ข้อ
ข้อ ๑ ทําให้รัฐบาลมีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และจัดทําบริการสาธารณะของรัฐได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ข้อ ๒ การดําเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ภายใต้ กรอบวงเงินกู้ตามกฎหมายดังกล่าว จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศฟุ๋นตัวจากภาวะที่ ถดถอยอย่างรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่ม กลับมาเปึนบวกตั้งแต่ป้ ๒๕๕๓ และจะเริ่มทยอยกลับสู่สภาวะปกติตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นไป
อนึ่ง เพื่อให้การดําเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เปึนไปด้วยความเรียบร้อยและได้ผลสมบูรณ์ กระทรวงการคลังจะจัดวางระบบ การรับเงินและการเบิกจ่ายให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้อภิปรายมาเปึนเวลาพอสมควรนะครับ เดี๋ยวผมจะ พักการประชุมและเลื่อนการอภิปรายไปไว้ในวันพรุ่งนี้เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา วันนี้นะครับ เพราะว่าเลย ๖ ทุ่มแล้วนะครับ ขออภัยครับ บรรยากาศในการประชุมวันนี้เปึนบรรยากาศ ที่ดีมากนะครับ การอภิปรายเปึนไปด้วยเหตุผลทั้งสองฝ์าย ขอให้รักษามาตรฐานที่ดีไว้ ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี ขอบคุณสมาชิกทุกท่าน เจ้าหน้าที่ทุกคนครับ พักการประชุมครับ
พักการประชุมเวลา ๐๐.๐๓ นาฬิกา
ของวันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา
ของวันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
เรียนท่านสมาชิกสภา ที่เคารพทุกท่านนะครับ เนื่องจากเมื่อวานนี้นะครับ เมื่อคืนนี้ท่านรองประธาน ท่านอภิวันท์ วิริยะชัย ได้สั่งให้พักการประชุม และเลื่อนการประชุมเพื่อพิจารณาต่อ ในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ พ.ศ. .... โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แถลงหลักการและเหตุผล แล้ว ต่อไปก็เปึนรายการที่ท่านสมาชิกเปึนผู้ดําเนินการอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านแรก ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๓๐ นาที เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวันที่ ๒ ที่เราจะพูดกันถึงเรื่องการกู้เงิน เปึนที่น่าเสียดายที่ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่มา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเปึนบุคคลสําคัญ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ยังไม่มา
ก็ไม่เปึนไรครับ เราอภิปรายก็มีบันทึกในรายงานเขาคงฟังนะครับ เจ้าหน้าที่เขามี
ก่อนที่ผมจะเริ่มอภิปราย อยากขออนุญาตกราบเรียนว่า อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้ายังอยู่ ในสภานี้นะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญ เพราะผมคิดว่ามีหลายเรื่องที่อยากจะผ่านให้ท่าน ได้ยินชัด ๆ แล้ววันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญด้วย เมื่อวานนี้เราได้มีการพิจารณา พระราชกําหนดการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ เปึนความน่ากลัวมากของประเทศนี้ การกู้เงินครั้งนี้ เมื่อวานกู้โดยพระราชกําหนดไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้กู้โดยพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้จะมี พระราชบัญญัติงบประมาณจะต้องมีเงินกู้อีกประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในสัปดาห์นี้สัปดาห์เดียวจะมีการกู้เงินกว่า ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมพูดตัวเลขอย่างนี้ก็คือว่า ตอนนี้เรากู้เงินกันสูงมาก เรากู้เงินกันนอกจากใน ๓ ยอดที่ พูดถึงแล้วนะครับ ช่วงก่อนนี่รัฐบาลยังกู้เงินโดย วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒ กู้ฟุ๋นฟู เศรษฐกิจไปอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ กู้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นะครับ รถไฟฟัา รถไฟสีน้ําเงิน แล้วก็สายหัวลําโพง-บางแค อีก ๕๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางซื่อ-ท่าพระ อีก ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แล้วก็วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปญี่ปุ์นกู้มาอีก บางซื่อ-รังสิต กู้มาอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมเปึนเงินที่ไปกู้ช่วงนั้นมาอีก ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าทั้งหมดนี้นะครับ เมื่อรวมกับหนี้ปัจจุบันประมาณ ๓.๗ ล้านล้านบาท ที่พูดถึง ณ ตอนนี้นะครับ ๓.๗ ล้านล้านบาทนี่เท่ากับประมาณตัวเลข หนี้ทั้งหมดที่กําลังจะเกิดขึ้นอยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมต้องขออนุญาตเรียนว่าวันนี้กําลังความสามารถของ ประเทศใช้หนี้ได้ประมาณป้ละ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนดอกเบี้ยประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้นี้เราตั้งงบประมาณใช้หนี้เงินต้นออกไป ได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอง ถ้าเราใช้ป้ละ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อไปดู ยอด ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นแปลว่านับตั้งแต่วันนี้เปึนต้นไปจากการสร้างหนี้นั้น เราจะต้องใช้หนี้ไปอีก ๑๐๐ป้ ท่านประธานครับ ๑๐๐ ป้ชั่วลูกชั่วหลาน ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยิ้ม ถึงรุ่นลูกเราก็ไม่หมดนะครับ รุ่นหลานเราไม่รู้จะหมดหรือเปล่า เพราะอะไร ป้ ๒๕๕๒ เรากู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ที่กําลังจะกู้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อัตราเงินกู้เปึนอย่างนี้ทุกป้ วันนี้รายจ่ายของ แผ่นดินอยู่ประมาณป้ละ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราเก็บภาษีได้ประมาณ ๑.๓ ล้านบาท เท่านั้นเอง แล้วก็จะติดลบอย่างนี้ทุกป้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดลบ อย่างนี้ทุกป้ ต้องหาเงินมาโปะ ๆ อย่างนี้ทุกป้ และผมเรียนนะครับ วันนี้ท่านกู้เงินไป โครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านบาท ส่วนใหญ่แล้วเปึนโครงสร้างพื้นฐานทั้งสิ้นเลย ผมอยากจะเรียนว่าท่านกู้เงินแบบนั้น ท่านต้องดูดี ๆ นะครับ วันนี้ประเทศมีปัญหา เรื่องการผลิต มีปัญหาเรื่องการส่งออก ท่านใช้เงินไปในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์น้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วท่านใช้เงินไปในโครงการ ก่อสร้างหมดเลย แล้วท่านต้องคิดดี ๆ นะครับ โครงการก่อสร้างนั้นมันจะไหลกลับมาเปึน เม็ดเงินภาษีได้น้อยมาก วันนี้ภาคธุรกิจกําลังจะตายหมด วันนี้ท่านจะกู้เงินธนาคารมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากสภาพคล่องในระบบประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเอามา อีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกเลยครับว่าภาคธุรกิจจะไม่มีเงินเหลือให้กู้ แล้วภาคธุรกิจจะตายหมด วันนี้เกษตรกรกําลังจะตาย ภาคธุรกิจกําลังจะตายรัฐบาลเอา เงินไปลงทุนโครงสร้างหมด ทําภาพสวย สวยครับ ต้องสร้างบ้านเมืองให้ยิ่งใหญ่ สร้างบ้านเมืองให้รองรับอนาคต ท่านทําอะไรเสร็จหมด ผมถามว่าถ้าธุรกิจเจ๊งหมด นะครับ ถามพี่น้องประชาชนว่าถ้าธุรกิจเสียหายหมด ผู้ประกอบการเปึน เอ็นพีแอล ไปหมดเลย ท่านไม่ต่อลมหายใจให้เขาเลย ท่านไม่ได้ดูแลเขาเลย ท่านบอกว่าดูแล ให้ เอสเอ็มอี แบงก์ ไปดูแล ไปดูสิครับ สภาพความเปึนจริงเขาเปึนอย่างไร ใครมีหนี้มากหน่อย ใครประสบปัญหาของธุรกิจท่านไม่ปล่อยเงินเขา ถ้าผมเรียนนะครับ วันนี้ท่านกู้หนี้ยืมสิน หนี้ล้นพ้นตัว หนี้นี้อีก ๑๐๐ ป้ก็ใช้ไม่หมด และผมอยากจะเรียนอย่างนี้ด้วยนะครับ ท่านรู้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านจะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่บัญญัติไว้เช่นนี้ การจ่ายเงิน แผ่นดินจะกระทําได้ก็เฉพาะที่อนุญาตไว้ในกฎหมาย ๔ ฉบับนี้ เอาล่ะ ท่านอาจจะบอกว่า เว้นแต่ในกรณีจําเปึนเร่งด่วนรัฐบาลอาจจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเปึนไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ท่านก็เลยบัญญัติกฎหมายใหม่ออกมาหรือเปล่า ออก พ.ร.ก. ใหม่หรือเปล่า ออกพระราชบัญญัติใหม่หรือเปล่า เอามาลบล้างกฎหมายเดิม แต่ในกรณีเช่นว่านี้ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังในพระราชบัญญัติ โอนเงินงบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณถัดไป ทั้งนี้ ข้อที่ ๖ นี้ครับที่ผม จะเรียนว่าอยู่ที่ไหน วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐบาลต้องตอบ นะครับ ในข้อที่ ๖ นี้ว่าท่านได้ทําหรือไม่ ทั้งนี้ ให้กําหนดแหล่งที่มาของรายได้เพื่อชดใช้ รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย นั่นแปลว่าอะไรครับ นั่นแปลว่าท่านไป กู้เงินมา เหมือนวันนี้สภาทําหน้าที่คล้าย ๆ กับแบงก์ ท่านมาบอกแบงก์ว่าท่านจะกู้เงิน แบงก์ถามว่าแล้วท่านจะเอารายได้ที่ไหนมาใช้ วันนี้ท่านไม่บอกสภาครับว่าท่านกู้เงินแล้ว ท่านจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ท่านจําได้ไหมครับ งบกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เวลาเราตั้ง งบประมาณเสร็จแล้วปุ็บ เราก็ต้องตั้งงบประมาณอีกก้อนหนึ่งนะครับ แล้วท่านก็บอกว่า ท่านจะเก็บภาษี จะจัดเก็บรายได้มาจากภาษีสรรพสามิต จัดเก็บมาจากภาษีที่เพิ่มขึ้น จากการที่ท่านกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็เอากลับมาใช้ตรงนั้น ตรงนั้นท่านตั้งไว้ แต่ในตรงนี้ ท่านไม่ทํา ผมเรียนนะครับ เมื่อวานนี้ผมรอคอยให้ท่านผ่าน พ.ร.ก. เสร็จ จริง ๆ มีสมาชิก หลายท่านได้เตือนไปแล้วนะครับว่าท่านกําลังจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วันนี้ท่านกําลังทําให้สมาชิกสภาทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญไปด้วยหรือเปล่า อันนั้นผมจะ ดูว่าท่านจะตอบว่าอย่างไร แต่ท่านตอบไม่ได้ว่าท่านเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ตรงนี้ ผมเรียน ท่านทําผิดรัฐธรรมนูญแน่ แล้วผลของการทําผิดรัฐธรรมนูญอะไรเกิดขึ้นครับ
ในมาตรา ๒๗๐ ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปทาง ทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการส่อว่า กระทําผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือ กฎหมาย หรือฝ์าฝ๋นไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอํานาจ ถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้
วันนี้ผมจะรอคําตอบท่าน ถ้าท่านไม่บอกแหล่งที่มาของรายได้เพื่อมาชดใช้ หนี้เงินกู้ตรงนี้ ผมว่าอาจจะมีการถอดถอนกันเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ทําไมมันถึงมีความ จําเปึนต้องทํา เหตุที่จําเปึนต้องทําก็เพราะวันนี้ท่านกําลังทําลายวินัยการเงินการคลังของ ประเทศอย่างร้ายแรง เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีออกมาพูดว่าประเทศอื่นสามารถกู้เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี มีเยอแยะไป ท่านตอบไม่หมดครับ ท่านทําให้ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเข้าใจผิด ท่านไม่บอกนะครับว่าประเทศญี่ปุ์นเขามีภาษีเปึน สัดส่วนต่อ จีดีพี เท่าไร อัตราการเก็บภาษีเขาสูงกว่าเราครับ ของประเทศสหรัฐอเมริกา อัตราการเก็บภาษีเขาสูงกว่าเราครับ เพราะฉะนั้นเขามีเงินที่จะเอามาใช้จ่ายตรงนี้ เอามา ใช้จ่ายที่จะชดใช้เงินที่กู้ยืมไป แต่ประเทศไทยไม่ครับ เราสามารถจัดเก็บภาษีได้เพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี เท่านั้นเอง ก็คือประมาณป้ละ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รายจ่ายเรานั้นเกินไปแล้วนะครับ รายจ่ายเกินไปแล้วถึงประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือท่านทําลายวินัยทางการเงินการคลังอย่างร้ายแรง แล้วผมคิดว่าประเทศนี้โอกาส ที่จะใช้หนี้ได้ยากมาก ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคงต้องมีมาตรการทางกฎหมายหรือหลายสิ่ง หลายอย่างที่เราต้องดําเนินการ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เราไม่ได้ขัดขวางท่านนะครับ ในเรื่องที่ท่านจะกู้เงิน ผมต้องเรียนรัฐบาลผ่านท่านประธานสภาอีกครั้งว่า เราไม่ได้ ขัดขวางการที่ท่านจะกู้เงินครับ แต่กําลังจะถามท่านว่ากู้เงินไปทําอะไร ท่านไปดูนะครับ วันนี้ท่านกู้เงินไปทําโครงสร้างการก่อสร้างเกือบทั้งนั้นเลย แต่ภาคธุรกิจกําลังจะตาย เกษตรกรกําลังจะตาย พี่น้องกําลังจะตกงาน ทําไมท่านไม่ไปแก้ในเรื่องของการส่งออก การท่องเที่ยวและระบบการผลิตของประเทศ วันนี้ถ้าเรามีบริษัทสักบริษัทหนึ่ง วันนี้คน กําลังจะตกงาน ผลิตสินค้าไม่ได้ ขายสินค้าไม่ได้ เม็ดเงินก้อนนั้นต้องมาใช้ในการผลิต ในการสร้างงานก่อน แต่วันนี้ท่านใช้เงินไปในการก่อสร้าง สร้างอาคาร ช่วยเซคเตอร์ (Sector) ของผู้รับเหมามากกว่า มากกว่าที่จะช่วยเหลือภาคการผลิต ผมเรียนว่าอย่างนี้ ตาย ผมอยากจะเรียนนะครับถ้าท่านทําแบบนี้แล้วสถานะความมั่นคงของประเทศจะ อ่อนแอลงไปมากเลย สุดท้ายแล้วนะครับต่างประเทศจะไม่เชื่อมั่นประเทศไทย ทองคํา ที่สํารองอยู่จะไม่เพียงพอต่อรับประกันความมั่นคงของประเทศ สุดท้ายแล้วค่าเงินบาท ก็จะอ่อน ต่างประเทศจะหมดความเชื่อถือประเทศไทย ดอกเบี้ยเงินกู้ต่าง ๆ ที่คนจะไปกู้ จะสูงขึ้น ภาคเอกชนนี่ท่านไปแย่งสภาพคล่องเขามา วันนี้เพียงแค่สภาพเศรษฐกิจ เอกชน ไปขอกู้แบงก์เกือบกู้ไม่ได้แล้ว แต่ว่าถ้าท่านเอาอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอกชนจะเหลือ อะไรให้กู้ วันนี้ท่านอุ้มแต่แบงก์พาณิชย์นะครับ ผมอยากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง พอดีท่านเข้ามาในที่ประชุมผ่านท่านประธานสภาไป ท่านรัฐมนตรีครับ ทั้งหมดผมต้องเรียนท่านว่า ภาพลักษณ์ท่านแต่แรกผมให้ความเชื่อถือท่าน เราเปึน คนหนุ่มด้วยกัน ท่านมาในสภาแห่งนี้ผมเห็นท่านตั้งใจทํางาน ท่านเข้าประชุม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ท่านตั้งใจ ท่านพยายามศึกษา ท่านพยายามขวนขวาย ผมตั้งความหวังกับท่านไว้ว่า วันหนึ่งท่านคงเปึนตัวแทนของ สมาชิกสภาแห่งนี้ทํางานให้กับประเทศได้ มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตท่านต้องชี้แจง เกี่ยวกับเรื่องความโปร่งใส ผมจะไว้วางใจท่านได้ก็ต่อเมื่อท่านชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ได้ ท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมท่านคงจําได้มีข่าวอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องหุ้นของธนาคารสินเอเชีย จํากัด หรือ เอซีแอล (ACL) ท่านคงจําได้ หุ้นตัวนี้ กระทรวงการคลังถือหุ้นไว้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แบงก์กรุงเทพถือหุ้นไว้ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ธนาคาร ไอซีบีซี (ICBC) จากประเทศจีนกําลังจะขอซื้อหุ้นของธนาคารแห่งนี้ มีข่าวออกมาครับ ปรากฏในสื่อหลายฉบับแม้แต่ในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นหรือว่าในวงการต่าง ๆ ออกมา ปรากฏอยู่เยอะไปหมด เขาบอกว่าอย่างนี้ครับ ผมไม่อยากเชื่อนะครับผมเห็นแล้วผม ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเปึนไปได้ว่า ท่านรัฐมนตรีจะดําเนินการเช่นนั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านต้องชี้แจง เขาบอกว่าเมื่อประมาณเดือนเมษายนหุ้นตัวนี้อยู่ที่ประมาณ ๒ บาท ๖ สตางค์ พอมีข่าวว่าทาง ไอซีบีซี จากประเทศจีนจะมาขอซื้อหุ้น เขารู้ครับมีบุคคล ภายในรู้เขาบอกว่าใช้ อินไซเดอร์ (Insider) ข่าวสารภายในรู้ว่าอย่างไรก็ซื้อได้ เขารู้ด้วย ครับราคาเปัาหมายอยู่ที่ ๘ บาท แล้วหลังจากนั้นก็มีการไล่ซื้อหุ้นตัวนี้ขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่เดือนเมษายนครับ ๒ บาทกว่า วันนี้อยู่ที่ ๕ บาทกว่า เมื่อวานนี้นะครับอยู่ที่ ๕ บาท ๔๕ สตางค์ เพิ่มขึ้นมา ๑๔๗ เปอร์เซ็นต์ครับ ในเวลาเพียง ๑ เดือนแล้วเปัาหมายอยู่ที่ ๘ บาทนะครับ ถ้าไปถึง ๘ บาท ท่านรู้ไหมครับมันจะขึ้นไปถึง ๒๘๘ เปอร์เซ็นต์ นั่นทํารายได้และทํากําไรมหาศาล แบงก์กรุงเทพพยายามที่จะขายหุ้นตัวนี้ออกไป ๑๙ เปอร์เซ็นต์ออกไปนะครับ เขาบอกว่าท่านยังไม่ให้ขาย ไม่รู้ว่าจะรอกระทรวงการคลัง ขายก่อนหรือเปล่า แต่แน่นอนครับท่านครับ เรื่องนี้เปึนความเสียหายต่อท่านอย่างร้ายแรง ท่านไม่ได้ชี้แจง และคนรอบตัวท่านนะครับ ผมขออนุญาตที่กระทรวงการคลัง เขาบอกว่า มาจากโบรกเกอร์ (Broker : นายหน้าซื้อขาย) ดัง ๆ ทั้งสิ้นเลย เปึนบุคคลที่มีฝ้มืออยู่ในตลาดหุ้นทั้งสิ้น ท่านครับท่านปล่อยเช่นนี้ได้อย่างไร ผมต้องเรียนว่า ภาพลักษณ์ของท่านก็คือบุคคลที่เล่นหุ้น อาจจะประสบความล้มเหลวจากการเล่นหุ้น ตอนที่ท่านเข้ามาแล้วก็เอาหุ้นหายไปตอนที่ท่านชี้แจงรายแรกหายไปขาดทุน แต่วันนี้ พอท่านมาอยู่ ณ ตําแหน่งนี้ท่านไม่ควรเอาบุคคลที่อยู่ในวงการเดียวกันไปสร้าง ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่บุคคลอื่น ผมอยากเรียนว่าเรื่องนี้เปึนแผลที่ลบยาก มันไม่ เพียงแต่เรื่องนี้ครับ ผมต้องเรียนท่านว่าเรื่องของความโปร่งใส ผมขออนุญาตท่านกรุณา ช่วยชี้แจงด้วย เปึนความไม่สบายอย่างยิ่ง มีท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งเปึนผู้หญิง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ท่านพูดถึงเรื่องเงินปากถุง เขาบอกว่าการกู้เงินครั้งนี้จากแบงก์ พาณิชย์มีเงินปากถุง ท่านพอเข้าใจเรื่องเงินปากถุงไหมครับ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหาท่าน นะครับ แต่ผมขอให้ท่านชี้แจง เพราะเขาบอกว่าเรียกถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยที่มีการจ่าย ป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าดอกเบี้ยที่รัฐบาลจะต้องจ่ายออกไปทุกป้ ๆ ต้องจ่าย ป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ให้สมมุติว่าท่านปล่อยออกไปแล้ว สมมุตินะครับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะได้ป้ละ ๘,๐๐๐ ล้านบาททุกป้ ๑๐ ป้ก็ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกว่ามัน บ้าไปแล้วเปึนไปไม่ได้ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าท่านจะทํา แต่ข่าวนี้มันออกมาหนาหูมาก นะครับในวงการทุกวงการได้ยินอย่างนี้หมดท่านต้องชี้แจง ไม่เช่นนั้นเราจะไว้ใจท่าน ได้อย่างไรให้ท่านเอาเงินอีก ๘๐๐,๐๐๐บาทเอาไป ถ้าแค่นี้เงินปากถุงท่านชี้แจงไม่ได้ เหมือนกับกรณีของหุ้น เอซีแอล เปึนรอยแผลอยู่ในตัวของท่านแล้ว ผมถามว่า แล้วคนไทยทั้งประเทศจะเชื่อถือท่านได้อย่างไร ตอนนี้ประเทศกําลังจะล้มละลายท่าน กู้หนี้ยืมสินอีก ๑๐๐ ป้ก็ใช้หนี้ไม่หมด แล้ววันนี้ท่านปล่อยให้ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจออกกับ แผลเหล่านี้ได้อย่างไร ผมต้องเรียนท่านนะครับท่านต้องชี้แจง ไม่เช่นนั้นสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้ แล้วผมเรียนด้วยครับในฐานะที่เปึนสมาชิกสภา แห่งเดียวกันถ้าท่านชี้แจงไม่ได้ ผมก็ไม่ไว้ใจท่าน แล้วเราจะไม่ยอมให้งบประมาณแห่งนี้ ผ่านสภาไปได้ง่าย ๆ ด้วย ท่านรัฐมนตรีออกไปแล้ว ก็ไม่เปึนไรครับไปหาข้อมูลมาก่อน เพื่อมาชี้แจงผมรอได้ วันนี้ผมจะรอท่านอยู่ที่นี่จนกว่าท่านจะมาชี้แจง เพราะว่าวันนี้ต้อง เรียนว่าเราไม่ไว้วางใจให้ท่านนําเม็ดเงินก้อนนี้ไป เมื่อวานนี้ท่านเอาไปแล้วโดย พ.ร.ก. ทั้ง ๆ ที่ผมก็เชื่อว่าท่านคงเข้าใจนะครับมันขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขัดต่อวินัย ทางการเงินการคลังอย่างร้ายแรง เสียดายท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ไม่อย่างนั้น ในการกู้เงินครั้งนี้ผมจะถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาเปึนรัฐมนตรี ใหม่ ๆ ท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านประธานสภาครับ พี่น้องแห่งสภานี้ พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศครับ ท่านรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเปึนนายกรัฐมนตรีเขาบอกว่า ถ้าแก้ไขไม่ได้เขาจะลาออกให้คนอื่นเปึน แล้ววันนี้เปึนอย่างไรครับ งบกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แก้ได้ไหมครับ แก้ไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก แจกครับ เอาไปแจกคนละ ๒,๐๐๐ บาท เอาไปแจกตัดชุดนักเรียนตัดอะไรพวกนั้นแจกเขา พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศบอกว่า ไม่ต้องแจกครับ สร้างเศรษฐกิจให้เขา ให้เขามีงานทํา ให้เขามั่นคง ให้เขามีรายได้ เขาพอใจ วันนี้ท่านไปเก็บภาษีน้ํามันเขาอีก ภาษีน้ํามันน้ํามันทุกลิตร ที่เติมไปต้องเสียภาษีตั้ง ๑๐ กว่าบาท เติมไป ๕๐ ลิตรก็เติมเข้าไปครับ ๕๐๐ กว่าบาท หรือเกือบ ๑,๐๐๐ บาทต่อคัน ทุกครั้งที่เขาเติมน้ํามันเขาจดจําท่านไว้นะครับ พอเติม น้ํามันไปโดนภาษีไปเขาบอก พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านปล่อยได้อย่างไร แล้วสิ่งเหล่านี้การกู้ครั้งนี้เปึนความล้มเหลวของรัฐบาล ท่าน อย่าบอกนะครับ ท่านอย่าบอกนะครับว่าเปึนผลพวงจากต่างประเทศ ท่านจําได้ไหมครับ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ตอนนั้นท่านโอฬาร ไชยประวัติ เปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจอยู่ เขาบอกว่าอย่างไร พอเกิดวิกฤติ การเงินที่อเมริกาครับ เขาบอกว่าโอกาสของเมืองไทยมาถึงแล้ว เพราะอะไรครับเมื่อเกิด วิกฤติการเงินในต่างประเทศ ประเทศไทยมีความเสียหายน้อยมากครับ ขณะที่ประเทศอื่น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์นเอาเงินไปลงทุนในสถาบันการเงินเหล่านั้น ประเทศไทยเราไม่ได้ ลงทุน วันนั้นเราบอกเลยว่าโอกาสประเทศไทยมาถึงแล้ว เรากําลังจะเปึนผู้นําทางเศรษฐกิจได้ ถ้าเราวางรากฐานดี ๆ เราทํางานดี ๆ เราบริหารงานให้ดี น่าเสียดายมีการยุบพรรคพลังประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจาก ตําแหน่งไป เกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเปึนแกนนํารัฐบาล แล้ววันนี้เปึนอย่างไรครับ ภาพความมัวหมองของรัฐบาลเกิดขึ้นเยอะมาก พี่น้องคนไทย ทั้งประเทศบอกว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เขาไม่ไว้วางใจ ท่านเลย เขาบอกว่าในรัฐบาลนี้ตั้งแต่เห็นมีรัฐบาลมา ครั้งนี้ครับเปึนยุคที่รัฐบาลมีภาพ การทุจริตมากที่สุด บังเอิญวันนี้ไม่ใช่วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมจะไม่พูดถึงประเด็น เหล่านั้นมากนะครับ แต่ผมเรียนท่านว่าไม่มีใครไว้วางใจท่านเลย เขาบอกรัฐบาล ไดโว ผมไม่รู้คําว่า ไดโว แปลว่า กําจัดความสะอาด หรือว่ากินคราบสกปรก ผมไม่รู้นะครับ แต่เขาก็เรียกกันแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมไม่สบายใจเลยว่าอย่างนี้ทําให้สายตาของต่างประเทศ มองไปที่ประเทศไทย ท่านสังเกตไหมครับ คนไม่มาลงทุนในประเทศไทย ภาพของเงา เผด็จการครอบงํารัฐบาลท่านอยู่ การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยคราบเงาของเผด็จการ การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่ได้เปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง ณ วันนี้ท่านบริหารเศรษฐกิจ ที่ล้มเหลวอีก การกู้เงินครั้งนี้ท่านกู้มากจนเกินเหตุ และผมเรียนท่านนะครับ วันนี้ เราพิจารณา พ.ร.บ. กัน ถ้าเปึนไปได้ผมยังไม่อยากให้ท่านกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมากเกินไป ถ้ามันจะต้องใช้เงินได้อีกป้หน้า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้ท่านกู้ไปเพียงพอใช้ป้ ๒๕๕๒ แล้ว ท่านมีเงินเพียงพอใช้ ป้ ๒๕๕๓ แล้ว ขอความกรุณาท่านได้ไหมครับ ก่อนที่ท่านจะกู้เงินใหม่นี้ ท่านเรียกประชุม หน่วยงานต่าง ๆ เรียกประชุมองค์กรท้องถิ่น เรียกประชุมนักวิชาการ นักธุรกิจสาขาต่าง ๆ ก่อนได้ไหมครับว่า ถ้าเราจะพัฒนาประเทศไทยอย่างเปึนระบบ เอาละ ท่านมีเงินก้อน ที่เตรียมเปึนเงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามคนไทยทั้งประเทศสักคําได้ไหมครับว่า เราจะพัฒนาประเทศไทยอย่างเปึนระบบ เราควรจะวางระบบการจัดการประเทศอย่างไร เราทําแผนงานก่อนได้ไหมครับ แล้วเอาเงินมาใส่ วันนี้ผมเรียนนะครับ โครงการ ไทยเข้มแข็งของท่าน ท่านรู้ไหมครับ ท่านเขียนมาแผนปฏิบัติการใช้เงินทั้งนั้นนะครับ เปึนแผนใช้เงินนะครับ แผนบริหารจัดการอยู่ไหนครับ ท่านบอกผมหน่อยครับ แผนบริหาร จัดการอยู่ไหน การใช้เงินให้สอดคล้องต้องกันอยู่ไหนครับ แผนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มันผลิตสินค้าเสร็จ กระทรวงอุตสาหกรรมทําอะไรต่อ พัฒนาคุณภาพสินค้า ไหมครับ แปรรูปสินค้าไหมครับ และกระทรวงพาณิชย์ส่งออกไหมครับ ทําการตลาด ต่างประเทศมีระบบโลจิสติกส์ที่จะขนส่งสินค้าเกษตรส่งถึงตลาดในต่างประเทศไหมครับ ไม่มีครับ มีแต่แผนใช้เงิน วิธีการทํางานของท่านคือ บอกไปยังส่วนราชการทุกส่วนครับ ทําโครงการมา ทําโครงการมา ทําโครงการมา ทําโครงการเสร็จแล้วปุ็บ ท่านก็ไปเย็บเล่ม โครงการไทยเข้มแข็ง มันจะเข้มแข็งได้อย่างไรในเมื่อมันไม่ได้มาจากการระดมสมองของพี่ น้องคนไทยทั้งประเทศ ผมผิดหวังครับ ผมผิดหวังในการที่ท่านดําเนินการบริหารประเทศ แบบนี้ ท่านบริหารประเทศแบบเด็กเลยครับ เอาง่าย ๆ เลยใครมีโครงการอะไรเอามาก่อน เย็บเล่มส่ง ไปดูสิครับ ไปดูประวัติของโครงการไทยเข้มแข็งสิครับ เปึนการที่ท่านสั่งไปยัง หน่วยราชการต่าง ๆ มีโครงการอะไรก็เอามาเย็บเล่ม อันนี้โครงการเย็บเล่มครับ มันจะ เข้มแข็งอย่างไรในเมื่อมันไม่ผ่านกระบวนการบริหารจัดการ ผมเสียดายที่ท่านดําเนินการ โดยเช่นนั้น ขออนุญาตท่านนะครับ อย่าเพิ่งเอาเม็ดเงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปได้ไหม ครับ เป่ดการระดมสมองพี่น้องคนไทยทั้งประเทศก่อนได้ไหมครับ ทําแผนบริหารจัดการที่ มันสอดคล้องต้องกันทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ภาคแนวร่วมของ ประชาชน ภาคธุรกิจเอาเรามาระดมสมองกันก่อนได้ไหมครับ แล้วท่านค่อยทําแผนขึ้นมาใหม่ ถ้าท่านทําแผนนี่นะครับ ผมเรียนแต่แรกไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าท่านจะทําแผนการใช้เงิน ก่อน แล้วมาเอาแผนเงิน ไม่ขัดข้องนะครับถ้าท่านจะกู้เงิน ไม่ขัดข้องครับ แต่ขอความ กรุณาทําแผนก่อนได้ไหมครับ ท่านเปึนรัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้วครับ พรรคท่านรวมตัว กันมากเกินกว่ากึ่งสภาอยู่แล้ว ถึงเราไม่เห็นด้วยท่านก็ไปได้ แต่เห็นแก่คนไทยทั้งประเทศ เถอะครับ ถ้าท่านจะทําให้ไทยเข้มแข็งจริง ขอแผนปฏิบัติการก่อนที่เปึนแผนการใช้ จ่ายเงิน จริง ๆ แม้แต่ในงบประมาณป้ที่แล้ว หรือแม้แต่ในงบประมาณป้นี้จริง ๆ เราเคย คุยกันในตอนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณป้ก่อนแล้วนะครับว่า งบประมาณ ในแต่ละป้มันไม่สอดคล้องกัน งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ส่งต่อไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ส่ง ต่อไปกระทรวงพาณิชย์ ไม่ส่งต่อไปกระทรวงการต่างประเทศ ระบบเรื่ององค์ความรู้ต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ให้องค์ความรู้ที่ดีแก่นักเรียนที่อยู่ในแต่ละจังหวัด ไม่ให้เขา มีองค์ความรู้ที่ไปพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละจังหวัดของเขาให้เขาสร้างรายได้ของ เขาเองไม่มีครับ ไม่มีเลย แล้ววันนี้ท่านตัดเม็ดเงินที่ไม่ควรตัดไปเยอะ งบผู้ว่า ซีอีโอ เปึน งบบูรณาการที่มีความคล่องตัวสูงสุดท่านตัดงบไปหมดเหลือนิดเดียว ท่านไปแก้ระบบ การบริหารจัดการสิครับให้แต่ละจังหวัดมีแผนยุทธศาสตร์จังหวัดที่ชัดเจน ให้เขาสามารถ ทําแผนบูรณาการที่ชัดเจน ทําให้ระหว่างท้องถิ่นกับส่วนภูมิภาคทํางานได้เปึนระบบ ตรงนั้นเปึนการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด แต่ไม่ใช่ตรงการเย็บเล่ม เพราะฉะนั้นผมเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปถึงรัฐบาลผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ถึงท่านรัฐมนตรีทุกท่านนะครับ ขอความกรุณาอย่าเพิ่งเอาเงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไป ขอความกรุณาท่านจัดประชุมระดมสมองคนไทยทั้งประเทศก่อน ทําทุกภาคส่วน เอาส่วนร่วมมาจากพี่น้องระดมสมองมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภานี้ทุกคน แล้วก็ทําเปึนแผนบริหารจัดการที่ชัดเจน แล้วเมื่อวันนั้นถ้าท่านมีแผนงาน ที่ชัดเจนผมเรียนท่านเลยครับผมจะไม่ระงับยับยั้งในการใช้เงินของท่าน แต่ถ้าท่านทํา แบบนี้ ทําแบบลวก ๆ เอาอนาคตของประเทศไปผูกติดกับการใช้หนี้อีก ๑๐๐ ป้ ข้างหน้า ไม่รู้จะใช้ได้หรือไม่นั้น ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมจะยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับท่านผมรัก ประเทศไทยประเทศนี้ของผม ของพวกเราทุกคน ของพี่น้องประชาชนคนไทยเรารักครับ ขอให้ท่านทํางานโดยความรอบคอบด้วย อย่าทําแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญ คุณขยัน วิพรหมชัย ๑๐ นาที ท่านจะตอบใช่ไหมครับ เดี๋ยวคุณขยันรอสักครู่ครับให้ท่านรัฐมนตรีตอบ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาชี้แจงเพื่อนสมาชิกผู้ซึ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ก็รู้จักกันดีนะครับ เคยเปึนกรรมาธิการในงบประมาณ ร่วมกันมา ๒ สมัยนะครับ ก็เห็นใจท่านนะครับ เพราะว่าจากการรายงานข่าวการอภิปราย พระราชกําหนดเมื่อวานนี้ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์โดยสื่อมวลชน จะยุติธรรมหรือไม่ ก็แล้วแต่ แต่ก็ล้วนแล้วต้องออกมาในแนวที่ว่าฝ์ายค้านอภิปรายค่อนข้างกร่อย ท่านก็คง อยากที่จะเพิ่มรสชาติการอภิปรายนะครับ ก็น่าเสียดายทําให้อาจจะมีแรงกดดันให้กับ ท่านต้องหยิบยกข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาใช้เปึนข้อมูลในการอภิปรายในสภา ก็ถือว่า มาตรฐานสร้างความผิดหวังให้กับผมในฐานะเพื่อน ส.ส. ด้วยกันนะครับ แล้วก็ในฐานะ ที่เคยร่วมงานกันมาในคณะกรรมาธิการ รู้ว่าความจริงถ้าท่านทําการบ้านมากกว่านี้ ท่านน่าจะอภิปรายได้ดีกว่าที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ก็มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตชี้แจง เพราะถ้าท่านได้อภิปรายแล้วก็พูดตามตรง ก็สร้างความเสียหายที่ไม่มีความยุติธรรมกับกระผม
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของข่าวเกี่ยวกับหุ้นสินเอเชีย เอซีแอล ซึ่งท่านก็ ไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลยนะครับ เพียงแต่หยิบยกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง คือข่าวหุ้น ขึ้นมาอภิปรายทําให้ผมและทีมงานเสียหายในสภา ก็ต้องขอเรียนเปึนข้อมูลว่าหลังจากที่ ได้ปรากฏเปึนข่าวลือบนหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายหุ้น เอซีแอล ในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นวันนั้นแล้ว ทางบรรณาธิการของทางข่าวหุ้นก็ได้โทรศัพท์มา แล้วก็ ได้ขออภัยแก่ผมต่อความคลาดเคลื่อนในข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวของเขาได้นําไปใช้ และผมก็ ไม่ได้ติดใจ ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครที่จะหยิบยกข่าวลือลักษณะนั้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ ออกมาใช้ในการอภิปรายในสภา ผมก็ต้องขอยืนยันนะครับว่าความโปร่งใสของทีมงาน ของผมเอง ความเชี่ยวชาญที่ทีมงานของผมมีในเรื่องของการเงิน การคลัง อันนั้นมีจริง และทีมงานของผมและกระผมก็พร้อมที่จะมีการตรวจสอบ เรื่องพรรค์นี้นะครับถ้ามีการใช้ ข้อมูลภายในจริง ๆ มีหน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระจากกระทรวงการคลังมีหน้าที่ที่จะ ตรวจสอบ และพวกเราก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือให้ข้อมูลในทุกกรณี เชิญท่านยื่นฟัอง ต่อหน่วยงานเหล่านั้นให้มาดําเนินการการตรวจสอบพวกกระผมได้เลยครับ
ในประเด็นที่สอง ที่ท่านกล่าวถึงนะครับ ก็เปึนการหยิบคําพูดของผู้อื่นอีก เช่นเดียวกัน ไม่ได้มีข้อมูลอะไรในการนํามาใช้ในการอภิปราย การพูดถึงเรื่องของเงิน ปากถุง ว่าการกู้ยืมโดยรัฐบาลนั้นมีเงินปากถุงหรือไม่นะครับ ผมก็จะขอเรียนว่า สํานักบริหารหนี้เจ้าหน้าที่นั่งฟังท่านอยู่เช่นเดียวกันนะครับ เขาก็คงมีความผิดหวัง เพราะว่ากระบวนการการกู้ยืมของทางกระทรวงการคลังก็มีความโปร่งใสมาโดยตลอด ทุกยุคทุกสมัยนะครับ ในเรื่องของเงินปากถุงที่ท่านพูดถึงสร้างความเสียหายให้กับ การทํางานของกระทรวงการคลังนั้น ผมคิดว่าท่านน่าจะต้องมีข้อมูลหลักฐานมากกว่านี้ ครับ ก่อนที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านั้นมาพูดเพื่อทําลายความเชื่อมั่นของหน่วยงานที่มี ความสําคัญต่อประเทศ อย่างเช่น สบน. สํานักบริหารหนี้ หรือแม้แต่กระทรวงการคลังเอง นะครับ การที่เพียงแค่หยิบยกความที่อาจจะเปึนไปได้มาอภิปรายเช่นนี้ ผมคิดว่าไม่มี มาตรฐานที่สูงเพียงพอต่อการอภิปรายในสภานะครับ เพราะฉะนั้นก็ตามที่เรียนครับ ก็เห็นใจท่านว่าท่านคงมีแรงกดดันที่จะสร้างความฮือฮาจากการอภิปรายของท่าน แต่การ อภิปรายเช่นนี้สร้างความเสียหายและผมคิดว่าไม่ได้มีประโยชน์
ส่วนประเด็นเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านตั้งโจทย์คําถามว่าการเสนอการกู้ยืมเงิน ภายใต้พระราชกําหนด พระราชบัญญัตินั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ หรือไม่ ผมก็ขอ ยืนยันอีกเช่นเดียวกันว่าท่านน่าจะรู้ดีกว่านี้นะครับ แล้วก็ถ้าท่านได้ศึกษาถึง พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ท่านก็จะทราบว่ามีข้อยกเว้นให้ในกรณีที่มีการออก กฎหมายอื่นนะครับ เพื่อกําหนดวิถีการกู้ยืมเงินและวิธีการเบิกจ่าย ซึ่งพระราชกําหนด พระราชบัญญัติก็เข้าข่ายของมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่งของพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ที่เป่ดโอกาสให้มีการอ้างอิงการใช้เงินโดยวิธีอื่นภายใต้กฎหมายฉบับอื่นอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของความชอบธรรมทางกฎหมาย ไม่ว่าจะในเรื่องของการเบิกจ่าย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความชอบธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าในกรณี พระราชกําหนดก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว มีคําพิจารณา มีคําวินิจฉัยของทาง ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันความชอบธรรมในทุก ๆ ประเด็น
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ผมขออนุญาตชี้แจง ก็คือเรื่องของประเด็นที่ว่า การกู้ยืมเงินนั้นจะเปึนการแย่งเงินจากภาคเอกชนหรือไม่นะครับ อันดับแรก ผมขออนุญาตนะครับ ท่านเป่ดหนังสือพิมพ์ดูได้ทุกฉบับ ภาคเอกชนเชียร์อยากจะให้ รัฐบาลเพิ่มบทบาทของรัฐบาลในการที่จะกู้ยืมเงินมาเพื่อเอามาลงทุนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าภาคเอกชนมีความรู้สึกว่าสิ่งที่รัฐบาลกําลังทําอยู่นั้นสร้างความเสียหาย ให้กับภาคเอกชน ผมคิดว่าเขาคงไม่ออกมาสนับสนุนนะครับ ส่วนเทคนิคว่าทําไมเราถึง ไม่คิดว่าเปึนการแย่งเงินจากเอกชน แต่ความจริงเปึนการสร้างสภาพคล่องเพิ่มเติม ให้เอกชนได้ ผมจะขออนุญาตชี้แจงในภายหลัง ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พาดพิงและเสียหายด้วย
เอาสักนิดหน่อย
ท่านประธานครับ ผมไม่สบายใจ วันนี้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงเหมือนไม่ได้ชี้แจง ผมเอาประเด็นแรกก่อนประเด็นใหญ่มาก ท่านพูดออกมากลางสภา ท่านบอกว่ามีข้อยกเว้นตามกฎหมายงบประมาณ ท่านรัฐมนตรี ครับ ที่ผมนําขึ้นมายกให้ท่านดูนั้นนะครับ มาตรา ๑๖๙ นี้เปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศตราเอาไว้แล้วเขาก็ถามด้วยว่า เขาถามท่านด้วยนะครับ ทั้งนี้ให้กําหนดแหล่งที่มาของรายได้เพื่อจะชดใช้รายจ่ายที่ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อน แล้วด้วย ท่านไม่ได้กําหนด ท่านไม่ได้บอกแหล่งที่มาของรายได้ตามรัฐธรรมนูญ ท่านกําลังเอากฎหมายงบประมาณซึ่งเปึนพระราชบัญญัติเล็กกว่ารัฐธรรมนูญมาหักล้าง ท่านบอกแค่นี้เสียหายแล้วครับ ท่านบอกอย่างนี้ผมบอกได้เลยครับ สภาแห่งนี้ พี่น้องใน สภาแห่งนี้รู้นะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ผมยกข้อความ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมาถามท่านว่า แล้วท่านจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ตามกรอบ กฎหมายรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับท่านครับ ป้ ๒๕๔๐ นี่ไม่มี ป้ ๒๕๔๐ ไม่มีข้อความนี้ แต่ป้ ๒๕๕๐ มีข้อความนี้ครับ เปึนกรอบวินัยทางการเงินการคลังที่เขาไม่เป่ดโอกาสให้ ท่านทําง่าย ๆ หรอกครับ ไม่ใช่ว่าใครเปึนรัฐบาลเสร็จก็กู้ กู้ กู้ เขาไม่ให้หรอกครับ วันนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญมีกรอบไว้ ท่านมิได้ทําตามรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวท่านไปชี้แจงต่อสภาเอง นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งมันเปึนประเด็น ที่เกี่ยวพันและต้องเรียนชี้แจง เพราะท่านชี้แจงมาว่าผมไม่มีมาตรฐาน
คือมันเปึนการตอบโต้กัน
ไม่ท่านประธานครับ ขอความกรุณา ท่านประธานนิดหนึ่งครับ มันเสียหาย ท่านบอกว่า เอซีแอล ท่านแก้ง่าย ๆ เลย เขามาขอโทษแล้วก็จบท่านไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย ไม่มีความโปร่งใสอยู่ตรงนั้นเลย แล้วพอ เรื่องเงินปากถุงผมเรียนนะครับ ธนาคารพาณิชย์บางธนาคารที่ประชาชนจับตาอยู่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากไปแล้ว ๑ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวเงินกู้ก็จะเพิ่มตามอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วเมื่อท่านไปกู้เงินเขามานั้น เปึนไปได้หรือไม่ครับ ที่สุดท้ายเขาก็หัก ๑ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนค่าคอมมิชชั่น (Commission : ค่านายหน้า) ผมเรียนท่านนะครับ ๒-๓ ประเด็นนี้ผมจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลังและการธนาคารของสภาผู้แทนราษฎรและให้เขาตรวจสอบ แล้วเรื่องนี้ ผมจะตามตลอดนะครับ ผมคิดว่ามันไม่พ้นละครับธนาคาร ถ้าเอาไปทําแบบนั้นมันไม่พ้น ละครับ เรื่องเงินปากถุงก็ดี ในเรื่องของการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ดี ในเรื่องของหุ้น ตัวนี้ก็ดีผมจะตามของท่าน และภาคเอกชนนะครับ ท่านอย่าถามภาคเอกชนของท่าน นะครับ ท่านต้องถามพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ท่านอย่าถามเฉพาะคนของท่านที่มีไม่กี่คน ครับ แต่ท่านต้องถามพี่น้องคนไทยทั้งประเทศเขาเดือดร้อนไหมครับท่านทําแบบนั้น เขากําลังจะล้มละลาย วันนี้คนจะล้มละลาย โรงงานป่ดกิจการ บริษัทป่ดกิจการ คนตกงานเท่าไร ท่านไม่ได้ไปสนใจครับ ท่านบอกภาคเอกชนเชียร์หน่อย ๆ จบหรือครับ ไม่พอครับ ท่านรัฐมนตรีกลับไปทําการบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าพอแล้วนะครับ คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เท่านั้นพอแล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณขยัน วิพรหมชัย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขอสนับสนุนความกล้าหาญของรัฐบาลที่นําเอาพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
๑๐ นาทีนะครับ
และก็พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มอบอํานาจให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินเพื่อนํามาพัฒนาประเทศเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าหากรัฐบาลไม่ทําก็ย่อมทําได้ รัฐบาลก็คงรู้ว่าถ้าทํา ไปแล้วคงจะถูกฝ์ายค้านและมีคนที่ไม่เห็นด้วยที่กู้ ๆ กู้ ๆ อย่างเดียว แต่เมื่อคํานึงถึง อนาคตของประเทศ คํานึงถึงอนาคตของคนไทย ๖๐ ล้านคน รัฐบาลจะปล่อยเฉยแบบนี้ ไม่ได้ ในยามที่บ้านเมืองมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ รัฐบาล จึงยอมทน ยอมอดทนที่จะถูกคนไม่เห็นด้วยโดยการนําเอาพระราชกําหนด พระราชบัญญัติรวมกันทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนํามาพัฒนาประเทศ ซึ่ง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าเปึนการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาประเทศ ของเรา การลงทุน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเปึนการลงทุนในเรื่องของแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง เน้นเรื่องของนโยบายแผนงานที่สามารถลงสู่ประชาชนจับต้องได้เปึนรูปธรรม และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชน ทั้งคนต่างจังหวัด ทั้งคนในส่วนกลาง กระจาย ความเจริญไปสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทยไม่เลือกปฏิบัติ กระผมขอสนับสนุนนโยบายเรื่อง ของการสร้างแหล่งน้ํา ต้องยอมรับว่าประเทศไทยของเราเปึนเมืองเกษตร น้ําเปึนปัจจัย สําคัญที่มีความสําคัญ ถ้าเรามีอ่างเก็บน้ํา มีแก้มลิง มีคู คลอง ระบบชลประทานที่ดีก็จะ เปึนการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร แผนงานเรื่องของถนนไร้ฝุ์น กระผมออกไป เยี่ยมพี่น้องต่างจังหวัด พี่น้องประชาชนก็จะบอกว่า ผู้แทน เขาต้องการถนน เพราะขณะนี้ หน้าฝนเปึนโคลน เปึนหลุม เปึนบ่อ หน้าแล้งก็จะเปึนฝุ์น เขาอยากได้ฝน ไปตามหมู่บ้าน ตามตําบล ตามถนน ไร่นาต่าง ๆ ฉะนั้นโครงการถนนไร้ฝุ์นของรัฐบาลเปึนถนนที่ถือว่า เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่างจังหวัด โครงการในเรื่องของนโยบายเรื่องของ การศึกษาต้องถือได้ว่าการศึกษาเปึนเรื่องของการพัฒนาคน สร้างคน สร้างประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสําคัญเรื่องของการศึกษา รัฐบาลชุดนี้ลงทุน ด้วยเม็ดเงินจํานวนมากที่ไปสร้างคนสร้างประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยของเราล้าหลัง ประเทศเวียดนามในเรื่องการศึกษา กระผมเห็นด้วยที่รัฐบาลไปลงทุนเรื่องของการศึกษา เปึนการเติมเต็มโครงการเรียนฟรีของรัฐบาล นโยบายเรื่องของการสาธารณสุข คนเรา ถ้าเจ็บไข้ได้ป์วย ท่านประธานครับ เราต้องไปโรงพยาบาล ต้องไปหาหมอ ขณะนี้ โรงพยาบาลทั่วประเทศอาคารทรุดโทรม เครื่องไม้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ทางด้าน การแพทย์ก็ขาดแคลน รัฐบาลลงทุนเรื่องของโรงพยาบาล ลงทุนในเรื่องของ ด้านสาธารณสุข สร้างโรงพยาบาลตําบล สร้างโรงพยาบาลอําเภอที่จังหวัดลําพูน อําเภอเวียงหนองล่อง ยกฐานะเปึนอําเภอมา ๒๐ กว่าป้แล้วครับ ไม่มีโรงพยาบาล ขณะนี้ เขาดีใจว่ารัฐบาลจะสร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอทุกแห่งทั่วประเทศ กระผมถือโอกาส ได้สนับสนุน และแผนงานโครงการด้านท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยของเรา เรามีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของแหล่งท่องเที่ยว เมืองโบราณ มีทุกหนทุกแห่งทั่วประเทศทุกภาคของประเทศไทย ทําอย่างไรเราจะพัฒนาสถานที่ ท่องเที่ยวให้สะอาดให้ปลอดภัย และเราจะดึงคนต่างประเทศมาใช้เงินที่ประเทศไทย ของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสนับสนุนแผนปฏิบัติการการลงทุนของรัฐบาลครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งถือได้ว่าเปึนการเดิมพัน เอาอนาคตของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามอยากจะฝาก ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะฝากไปยังท่านประธานสภา ฝากไปยังรัฐบาล
ในประเด็นที่ ๑ ต้องยอมรับว่าเงินทั้งหมดที่รัฐบาลกู้ทั้ง พ.ร.ก. พ.ร.บ. เปึน การกู้จากเงินภายในประเทศ ซึ่งถือได้ว่าไทยเราต้องช่วยไทยในยามที่บ้านเมืองมีปัญหา เราหันหน้าเข้าหากัน รัฐบาลกู้เงินออมจากภาคประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเปึนความเข้มแข็ง และเปึนเกียรติยศ เปึนศักดิ์ศรีของคนไทยที่เราช่วยเหลือกัน ดีกว่าที่เราจะไปกู้จาก ต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเงินเหล่านั้นเปึนเงินที่พี่น้องประชาชนต้องชดเชยด้วยการ ใช้หนี้ ผมถือโอกาสฝากรัฐบาลในประเด็นที่ ๑ ขอให้รัฐบาลได้ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด โปร่งใส คุ้มค่า ประชาชนตรวจสอบได้ ทําอย่างไรจะลดในเรื่องของการโกง การคอร์รัปชัน การฮั้ว คนที่หากินกับเงินของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลสามารถประหยัดเงิน ใช้จ่ายเงิน อย่างโปร่งใส ประหยัด มีเงินเหลือจากการจัดซื้อจัดจ้าง เงินเหล่านั้นก็จะสามารถคืน ไปสู่ประชาชนได้ ผมจําได้ว่าในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านได้มีมติ ครม. ประกาศองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่จะจัดซื้อจัดจ้างให้ลดราคากลางลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีเงินเหลือ สมมุติว่างบ ลงทุนของรัฐบาล ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสามารถลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ก็จะมีเงินเหลือ ๖,๐๐๐ ล้านบาท สามารถสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดเล็กได้ ๓,๐๐๐ แห่ง ๓,๐๐๐ ตําบล ซึ่งอยากจะฝากรัฐบาลว่าขอให้ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด คุ้มค่า คุณภาพของงาน ต้องยอมรับว่าการคอร์รัปชัน การโกง การฮั้ว เปึนมะเร็งร้ายของสังคมไทย
ประเด็นที่ ๒ อยากฝากไปรัฐบาลว่า หลังจากที่พระราชกําหนดผ่านสภา เมื่อคืนที่ผ่านมา ฝากรัฐบาลรีบโอนเงินให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขากําลังรอ คอยเงินจัดสรรจากรัฐบาลเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป เพราะขณะนี้ อปท. (องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น) ไม่มีเงินเพียงพอที่จะพัฒนา เขารอเงินจากรัฐบาลเหมือนนาที่รอฝนอยู่นะครับ ก็อยากฝากรัฐบาลให้รีบโอนเงินในส่วนของเงินอุดหนุนทั่วไปไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ในส่วนที่ ๓ ผมอยากถือโอกาสได้นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลสร้างโรงเรียน สร้างห้องสมุด แต่ว่าอยากฝากรัฐบาลว่าขณะนี้ปัญหาการศึกษา ของประเทศไทยเรา เราต้องมาปฏิรูปกันใหม่ ขณะนี้ปัญหาระหว่างครูโรงเรียน ประถมศึกษากับมัธยมศึกษา ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ต่างจังหวัด ปัญหาโรงเรียน ในฝันที่เปึนหนี้จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ปัญหาครูขาดขวัญและกําลังใจ ครูต้นกล้าอาชีพ ครูทุรกันดาร ครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครู กศน. (สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ที่เขาสอนนักเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา เขาสอนเด็ก สอนนักเรียน ๑๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากรัฐบาลว่า ขอให้ความสําคัญเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง ขณะนี้อยากจะฝากเรื่องของ การปฏิรูป เรื่องของเนื้อหาและหลักสูตร ให้ความสําคัญของเรื่องประชาธิปไตย เรื่องของ ความซื่อสัตย์ ความสุจริต เรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ทําอย่างไรจะให้เด็กไทยเปึนเด็กที่ โตขึ้นมาช่วยเหลือตนเองได้ ช่วยเหลือพ่อแม่ได้ ช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือประเทศชาติ ในขณะนี้นักเรียน ท่านประธานครับ เรียนพิเศษอย่างเดียวครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ตอนเย็นก็ เรียนพิเศษ ไม่มีเวลาที่จะไปช่วยพ่อแม่ทํางานเลย ผมเปึนห่วงครับว่าการศึกษาของ ประเทศไทยเราจะต้องดําเนินการปฏิรูป ฝากรัฐบาลว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน ประมาณ ๒๐ คน ๓๐ คน ไม่สามารถบริหารจัดการการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้ รัฐบาล ต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้โรงเรียนเหล่านั้นเขารวมกันหรือว่ายุบโรงเรียนใดโรงเรียน หนึ่งมาเรียนรวมกัน และให้เงินอุดหนุนเพิ่มขึ้นจากเดิม มิฉะนั้นการศึกษานักเรียนใน ต่างจังหวัดก็จะไม่มีคุณภาพ ขณะนี้นักเรียนต่างจังหวัดในหมู่บ้าน ในตําบล เข้ามาเรียน โรงเรียนในเมืองหมด โรงเรียนในท้องถิ่นก็จะร้าง ซึ่งจะเปึนห่วงว่าถ้าหากโรงเรียน ในท้องถิ่นในหมู่บ้านขาด มันก็จะขาดเสาหลักของหมู่บ้านไป จึงฝากไปยังรัฐบาลในเรื่อง ของการศึกษา และสิ่งสําคัญเรื่องการศึกษา ท่านประธานครับ ผมไปเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ ขณะนี้ครูวิทยาศาสตร์ยังขาดแคลนครับ ครูเคมี ชีวะ ฟ่สิกส์ขาดแคลน รัฐบาล ต้องรีบดําเนินการผลิตครูรุ่นใหม่ ให้เปึนครูมืออาชีพและแก้ไขปัญหาครู ครูจะได้มีขวัญและกําลังใจในการที่จะดูแล นักเรียน สร้างเด็ก สร้างคน สร้างประเทศชาติ
เรื่องที่ ๓ นโยบายด้านสาธารณสุข โรงพยาบาล รัฐบาลมีนโยบายที่จะ สร้างโรงพยาบาลตําบล โรงพยาบาลอําเภอ โรงพยาบาลประจําจังหวัด สร้างเครื่องไม้ เครื่องมือ แต่สิ่งสําคัญก็ฝากรัฐบาลว่าจะต้องผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์ หมอ พยาบาล ขณะนี้ทราบว่าโรงพยาบาลก็ดีนะครับ ขาดหมอ ขาดพยาบาล ทําอย่างไร จะสามารถรองรับการเจริญเติบโตเรื่องของกระบวนการที่จะสร้างโรงพยาบาลอําเภอ สร้างโรงพยาบาลประจําตําบล ขอรัฐบาลผลิตแพทย์ พยาบาล และก็ให้ขวัญให้กําลังใจ บุคลากรทางด้านการแพทย์ ในเรื่องของโรงพยาบาลก็ฝากไปยังรัฐบาลว่า ผมไปเยี่ยม โรงพยาบาลเล็ก ๆ นะครับ ท่านประธานครับ โรงพยาบาลเล็ก ๆ อย่างโรงพยาบาล อําเภอบ้านธิ จังหวัดลําพูน เขาเปึนหนี้โรงพยาบาลประจําจังหวัด เปึนหนี้ยาเอกชน ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ผมเห็นใจครับ หมอนอกจากเครียดจากคนไข้แล้วต้องมาเครียด จากการเปึนหนี้ เอกชนก็มาทวงค่ายา โรงพยาบาลจังหวัดก็มาทวงค่ายา ผมเกรงว่า ถ้าหากไม่บริหารจัดการโรงพยาบาลขนาดเล็ก โรงพยาบาลก็จะใช้วิธีการบริหารเอาเงินมา เปึนตัวตั้งแล้วก็จะมีปัญหาเรื่องของคุณภาพ
อยากจะฝากกับท่านประธานเรื่องสุดท้าย เรื่องลําไยครับ ขอรัฐบาล ได้ทบทวนมาตรการของลําไยที่ผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ลําไยเกษตรกร ของพี่น้องภาคเหนือได้ขายได้ราคาที่กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๑๐ บาท ๕ บาทครับ กราบขอบคุณครับ
หมดเวลาแล้วครับ คุณขยันครับ เอาไว้งบประมาณบ้าง ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุนัย จุลพงศธร ๓๐ นาที เรียนเชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ บังเอิญเมื่อกี้นี้คุยกันท่านเจริญอยากจะขอถามอะไรก่อนไม่ทราบท่านประธานจะขัดข้อง ไหมครับ
ขัดข้องครับ
ขัดข้องนะครับ
ครับ เชิญท่านเลย
ถ้าอย่างนั้นท่านเจริญเอาไว้ทีหลัง
เดี๋ยวให้ท่านเจริญเวลาพูด
ผมให้เวลา ๕ นาทีได้ไหมครับ แบ่งผมไป ๕ นาทีได้ไหมครับ
ไม่ได้ คอยให้คุณเจริญ มาลงในนี้แล้วก็อภิปรายเอา เชิญคุณสุนัยเลยครับ
ครับท่านประธานครับ ท่านประธาน ครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายและก็บอกว่าผมมีข้อมูลที่การใช้เงินนี้ ไม่ชอบ และมันมีกลิ่นทุจริต ผมเลยตั้งฉายารัฐบาลว่า ๔ ก ทบทวนอีกทีท่านประธานครับ ก แรก คือแก้ตัว ก ที่ ๒ กู้เงิน ก ที่ ๓ เก็บภาษี และ ก ที่ ๔ โกงกิน ปรากฏว่าเพื่อน ส.ส. ก็ไวเหลือเกินครับไปแถลงข่าวข้างล่างเล่นงานผมว่าผมเปึนพวกกลบเกลื่อน ถ้าจะ กลบเกลื่อนจริง ๆ ไม่ใช่ผมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้เกณฑ์ทหาร หนีทหาร และไปเปึนทหารสมัครเรียนอย่างนั้นละกลบเกลื่อน ผมจะพูดการกลบเกลื่อนให้ท่านดู ท่านประธานครับ เราเห็นว่าการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวานผ่านไปแล้ว วันนี้จะ เอาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่มีรายละเอียด เช็คใบใหญ่เหลือเกินครับ จะใช้กัน จนถึงอีก ๒ ป้ ๓ ป้ข้างหน้า ถ้าไม่รีบด่วนขนาดนั้นทําไมไม่ทําใบเล็ก ๆ เล่าครับ แล้วมาขอ จากสภา และวันนี้ไม่ใช่ว่าเราขัดขวาง แต่ข่าวการทุจริตของรัฐบาลนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยเดือนละเรื่อง และเมื่อวานนี้ผมก็พูดไปแล้ว วันนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวชัดเจนส่งกลิ่น แล้วครับ หนังสือพิมพ์มติชนบอกแล้วครับ ครม. นัดพิเศษเจียด ๔.๔ พันล้านบาท เอาใจช่วยพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทย ปรากฏว่ารู้สึกว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน จะได้น้อยหรืออย่างไรไม่ทราบวันนี้ขึ้นมานั่งเลยครับ ท่านรัฐมนตรีชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งครับ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ก็บอกชัดเจน มาร์คแจก ๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ แลกโหวตกู้เงินเมื่อวานครับ แต่ผมไม่ได้เอาข่าวหนังสือพิมพ์มาพูด เพียงแต่จะชี้นําให้เห็นว่าที่ฝ์ายค้านทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งที่สุดเมื่อวานนี้นั้น เปึนเพราะว่า กรณีที่มันมีกลิ่นการทุจริตที่มีต่อเนื่องมาแล้ว ท่านประธานครับ เช็คยังไม่ได้ผ่านสภาเลย ครับ เมื่อวานเพิ่งผ่านไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้จะขออีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ผมเข้าใจว่ารัฐมนตรีบางคน ข้าราชการบางกลุ่มเข้มแข็งมากกว่า มีหลายกระทรวง แต่ผมรับผิดชอบดูแลเรื่องกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อสักครู่นี้เห็นท่านรัฐมนตรีขึ้นมาแล้วก็ ดีแล้ว อย่าเพิ่งไปไหนครับ หนังสือพิมพ์เขาลงข่าวเหมือนกับว่าจะรู้ว่าผมจะพูดอะไร ทีเดียว ดูภาพสักนิดครับท่านประธาน ขออนุญาตฉายเพาเวอร์พอยท์หน่อยครับ
(ฉายเพาเวอร์พอยท์ประกอบการอภิปราย)
ผมเห็นภาพนี้ครับ ภาพ ๒ รัฐมนตรี นั่งคุยกันหยิบอะไร มองผิวเผินคล้าย ๆ กับว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หยิบตะเกียบครับ กําลังจะคีบเส้นหมี่แบ่งกันกินหรืออย่างไรกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ เมื่อวานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เจอไปแล้วเรื่องข้าวครับ ทําการ ทุ่มตลาดข้าวออกมาจากคลังของรัฐบาล ทําให้ข้าวราคาตก ชาวนา ชาวไร่เขาเดือดร้อน ฉายรูปอีกทีเถอะครับ ทิ้งรูปไว้นาน ๆ รูปผมไม่ต้องดู ดูรูปรัฐมนตรีก็แล้วกัน ปรากฏว่า รัฐมนตรีว่าการนั้นมีข่าวอื้อฉาวเรื่องนี้ เสร็จเรียบร้อยส่งสัญญาให้อัยการตีความอยู่ ยังไม่เรียบร้อยขนข้าวออกแล้วครับ รัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งประชันความสวยกัน ถือตะเกียบ ผมดูครั้งแรกถือตะเกียบนะครับ วันหลังกรุณาบอกท่านเถอะครับ เวลาถ่ายรูปอะไร ระมัดระวังอย่าถือตะเกียบบนนั้น ดูไปดูมาเปึนมาถือดินสอแต่คล้าย ๆ ตะเกียบ ทําไมครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่า พ.ร.บ. พ.ร.ก. ยังไม่ผ่านเลยครับ หลักฐานมาแล้วครับ เมื่อวันที่ ๒๑-๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ไปนั่งเจรจาเกี๊ยเซี๊ยะแล้วครับ งบประมาณที่ให้ไปที่ กระทรวงศึกษาธิการก้อนนี้หมื่นล้านบาทครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่ากระตุ้น เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง แต่ดู ๆ ท่าทางจะเปึนอาชีวะเข้มแข็ง แต่ไม่ใช่ทั้งอาชีวะนะครับ บางคนในสํานักงานอาชีวศึกษา ท่านประธานจําได้ไหมครับ ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปรอบหนึ่งแล้ว ๗๐๐ กว่าล้านบาทไปแปรงบเขาหมด จัดเปึนงบกระเช้าของขวัญเลยครับ ให้วิทยาลัยหนึ่งได้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากันหมด มาอีกแล้วครับ ไปประชุมกันที่สถานที่แห่งหนึ่ง ที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์ท เจรจาตกลง มีบุคคลที่ไปเขาระบุ ชื่อเลยครับ เจรจากันแล้วมี ๖ บริษัท ตกลงรายละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วางมัดจําก่อนครับ เปึนทั้งหมด ๓๐ ล้านบาท เพื่อจะไปให้ฝ์ายการเมือง เขาว่าอย่างนั้น แต่ผมยังให้ความ เปึนธรรมเขายังไม่ได้กล่าวหา ผมทําหน้าที่ ผมบอกแล้วครับผมไม่จับผิด แต่ผมตรวจสอบ ถ้าผมไม่ตรวจสอบเรื่องชุดนักเรียน หนังสือต่าง ๆ รวยกันมาเยอะแล้วครับ รอบแรก คราวนี้ ตรวจสอบอีก หนังสือฉบับนี้มีหลักฐานชัดเจนครับ มีลงเลขที่รับเรียบร้อย ร้องเรียนไปถึง นายกรัฐมนตรีด้วยครับ ไม่ใช่เฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรี ช่วยว่าการเท่านั้น ฟัง ๆ ดูแล้วรู้สึกว่าขว้างงูไม่พ้นคอจริง ๆ ครับ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะที่สํานักงานอาชีวศึกษา คราวที่แล้วก็อุกอาจมากไม่กลัว นี่เอาอีกแล้ว ดูลายมือ รัฐมนตรีช่วยหน่อยไหมครับ ท่านเจ้าหน้าที่ ขอประทานอนุญาตท่านประธานสภา
อนุญาตแล้วครับ
เป่ดลายมือหน่อยสิครับ นั่น อย่างนี้ เขาเรียกว่า กลบเกลื่อน กลบเกลื่อนครับ เขียนเลยครับ ตั้งกรรมการสอบสวนทันที ตั้งกรรมการสอบสวนแล้วครับ ได้ผลเปึนอย่างไรครับ ช่วยมาบอกด้วย กรณีอย่างนี้ ท่านประธานครับ มีมูลเชื้ออย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ แล้วจะให้ฝ์ายค้านที่เขาเปึนตัวแทน ประชาชน จะยอมให้เงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านกันง่าย ๆ ได้อย่างไร ฝ์ายรัฐบาล ก็ไปโจมตีว่า หาว่าขัดขวาง ถ้าคุณกลิ่นสะอาดมาตั้งแต่ต้นไม่มีปัญหาอย่างนี้หรอกครับ แต่ด้วยเหตุนี้เองที่เราเห็นว่าการบริหารจัดการของท่านมันเปึนปัญหามาก และเงินก็ก้อนใหญ่ ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจก็เปึนอย่างนี้ และข้อเท็จจริงจริง ๆ วันนี้ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนกรณีที่เรียกว่า ๔ ก ภาค ๒ นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องให้ ความสําคัญเรื่องนี้ครับ ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีปล่อยให้มีข่าวอื้อฉาวอยู่ ไม่หยุดไม่หย่อน หรือว่าท่านนายกรัฐมนตรีกลัวพรรคร่วมรัฐบาล เพราะทีรถเมล์ก็จิกหัว พรรคร่วมรัฐบาลด้วย ทําท่าเกี๊ยเซี๊ยะด้วย เรื่องข้าวถ้าไม่มีส่วนแบ่งทําไมปล่อยให้เกิด อย่างนี้ละครับ เช่นเดียวกันครับ กรณีนี้ก็เหมือนกัน ผมเอาหลักฐานมาโชว์จนชัดเจน เมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ทําอะไรเลยกับกลิ่นคาวความเน่าเฟะ อย่างนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า กรณีอย่างนี้จะให้พี่น้องประชาชน เขาไว้วางใจได้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ผมก็ท้วงติงไปหน่อยว่าท่านอย่าสร้าง ภาพเรื่อยเลย ไปดูนั่นไปดูนี่เดินตรวจงานอย่างนายก อบต. ก็มากล่าวหาว่าท่านจะไป ตรวจงานวันเสาร์ วันอาทิตย์เปึนอะไร มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ท่านก็ทํา อย่างนี้ หลินฮุ่ยมันไปเกี่ยวอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรีล่ะครับ น้องเคอิโงะหาพ่อมันไป เกี่ยวอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรี ไปสร้างภาพอยู่ได้ ผมไม่ได้รังเกียจหรอกครับ เราเปึน นักการเมืองก็ต้องมีการหาเสียง แต่ว่าภาวะวิกฤติอย่างนี้กับตําแหน่งที่ท่านยืนอยู่นั้นไม่ใช่ ตําแหน่ง ส.ส. ธรรมดา เรื่องอื่นก็ให้ ส.ส. เขาทําไปเถอะครับ ไปหาเสียงกันอะไรกันก็ว่าไป แต่ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะมีภาพลักษณ์ที่ทําให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าเปล่าเลย ผมจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องพูดถึงวุฒิภาวะและพฤติกรรมของ นายกรัฐมนตรีที่ผมไม่ไว้วางใจจึงเปึนผลให้ไม่ให้ผ่านเมื่อวานนี้ และวันนี้ก็จะไม่ให้ผ่านอีก ถามท่านเถอะครับเรื่องปัญหาราคาข้าว ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็พูดไปแล้วเมื่อวานนี้ ก็มีอย่างที่ไหนครับปล่อยให้ทําได้อย่างไรครับ ผลักดันข้าว ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตันออก พรวดเดียว ในขณะที่ข้าวนาปรังหลายพื้นที่กําลังออก และประมูลต่ํากว่าราคาตลาดอีก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านเองจะเข้าใจมากกว่าท่านนายกรัฐมนตรี เพราะ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่อยู่บนหอคอยงาช้าง ราคาข้าวที่ประมูลนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย เท่านั้น เพราะประเทศไทยเปึนประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ ราคาข้าวมันจึงไปสะท้อน ออกที่ตลาดนิวยอร์ก โดยเฉพาะการขายเป่ดเผยล็อตใหญ่ ๆ ขนาดนี้จึงสะท้อนไปที่ ต่างประเทศแล้วตีกลับมาอีกครั้งหนึ่งเปึนราคาข้าวของตลาดโลก ๒ อย่างก็แย่แล้วครับ เสร็จเรียบร้อยท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ยังไปประกาศอีกว่าจะเลิกรับจํานําข้าว เหตุการณ์จึงปัืนป์วนข้าวจึงตกลงมาเหลือแค่ ๗,๐๐๐ บาท ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่มีบางท่านพูดไปแล้วแต่ผมคิดว่ามันเปึนเรื่อง สําคัญที่สุด เนื่องจากว่าบ้านผมอยู่จังหวัดนครสวรรค์ คนทํามาค้าขายเรื่องข้าวเยอะ ชาวนาเยอะ ดังนั้นการที่ท่านทําอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าท่านไม่ได้ใส่ใจเลย ในกระบวนการจัดการ ล็อตใหญ่ ๆ อย่างนั้นประมูลอย่างนั้นก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหา อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงเห็นว่าการที่ท่านยื่นขอเข้ามาในกรณีที่ ภาวะกําลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วท่านก็ไม่ได้วุฒิภาวะในการที่จะควบคุมกํากับ ดูแลในการใช้งบประมาณเหล่านี้เลยอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว พ.ร.บ. พ.ร.ก. ยังไม่ผ่าน เลยครับ เตรียมเจรจาแล้วครับ ถ้าท่านอยากจะได้ผมก็จะให้ท่าน แต่ต้องให้ท่านตอบ ข้อเท็จจริงให้เราคลายข้อสงสัยก่อนว่ามันเปึนอะไรกันแน่ วันนี้ผมจึงเปึนห่วงว่า การที่ ท่านไปดูดซับเงินจากตลาดมาถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปลงทุนเองของรัฐบาลนี้จึง ไม่ต่างอะไรกับเอาถังน้ําก้นแตกไปตักน้ําครับ ตักตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเหลือถึงครึ่งไหมครับ ถ้าเหลือเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง แต่ประชาชนต้องใช้หนี้หมด นี่คือความพังทลายของบ้านเมือง ท่านประธานครับเรื่องนี้ มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ไม่เพียงแต่มีปัญหาเรื่องการทุจริตกลิ่นไอเท่านั้น แต่ยังมีปัญหา ข้อกฎหมายอีก ผมคิดว่าเพื่อให้เรื่องต่อกัน ด้วยความเคารพท่านประธานไม่ได้กินเวลาคนอื่น ผมจึงขอเวลาที่เหลือนี้ให้ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้ดําเนินการต่อครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ
ท่านจะหยุดอภิปรายแค่นี้ ใช่ไหมครับ เหลือเวลา ๑๖ นาที เชิญคุณเจริญ จรรย์โกมล อภิปรายอีกใช่ไหม เอา ๑๖ นาทีเท่านั้นใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นนั้นที่ผมเข้ามา เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านได้นั่งอยู่ เมื่อวานนี้ท่านก็ได้นําเสนอ หลักการและเหตุผล เผอิญท่านประธานเองก็รีบขอป่ดแล้วก็มาขอเป่ดต่อในวันนี้ ผมเอง ก็จะถามในเวลาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นําเสนอหลักการและเหตุผล ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่อยู่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านนั่งอยู่นั้น ก็ถามผ่านท่านประธานไป ท่านประธานดู มาตรา ๓ ที่ท่านเสนอต่อสภาแห่งนี้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วท่าน ก็พูดถึงหลักการและเหตุผลประกอบ หลังจากนั้นท่านก็อ่านความจําเปึนข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ให้สภาได้ฟังเมื่อวานนี้ เราได้ไม่มีโอกาสได้ซักถาม แล้วท่านประธาน ก็ขอเลื่อนการประชุมมาวันนี้ ผมจึงจะขอใช้เวลานี้ถามผ่านท่านประธานไปที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังก่อน ท่านบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ท่านมีความจําเปึนเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ หรือที่เขาเรียกว่า เอสพี ๒ หรือไทยเข้มแข็งนี่แหละครับ ท่านดู มาตรา ๓ สิครับ ท่านบอกว่าสามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ไปจนถึงภายใต้ ป้ ๒๕๐๐ เลยครับ ๒๕๕๔ แสดงว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ท่านขอต่อสภานี้ไม่มีความจําเปึน ใด ๆ เลย ท่านมาขอทําอะไร ท่านขอล่วงหน้ากี่ป้ครับ ๒-๓ ป้ พ.ร.ก. ที่ท่านผ่านเมื่อวานนี้ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภานี่ ซึ่งจริง ๆ ก็ใช้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ใช้ในป้ ๒๕๕๓ นั่นละครับ ที่ท่านมาขอขณะนี้ผมเชื่อว่าท่านจะใช้ไปป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ ในช่วงที่ ๒ และช่วง ที่ ๓ ไม่มีความจําเปึนเร่งด่วนอะไรนักหนาเลยที่ท่านมาขอต่อสภาแห่งนี้ ที่ท่านพูด เมื่อวานนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่สําคัญประการที่ ๒ ในฐานะผมอยู่ติดตาม การบริหารงบประมาณของสภาเรานี่ ด้วยความเปึนห่วงเปึนใย ก็ใช้อํานาจต่อ คณะกรรมาธิการเรียกเอกสารนี้มาดู ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ที่ท่านขอมานี่ละครับ ท่านเชื่อหรือเปล่าครับ มันมีรายละเอียดหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ ที่ผมขอ ดูนั้นผมขอดูป้ ๒๕๕๓ พ.ร.ก. พอมีอยู่บ้าง ในป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ที่ท่านจะขอมานี้ มันไม่มี ท่านจะเอาอย่างไรครับ ผมเปึนห่วงเปึนใย ถ้าหากท่านยังดื้อดึงที่จะขอกฎหมายนี้ ผ่านต่อสภาแห่งนี้ พวกผมมีความจําเปึน มีความจําเปึนจริง ๆ ครับท่านประธาน มันไม่มี ความจําเปึนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลุกขึ้นมาพูดเมื่อวานนี้เลย กฎหมายฉบับนี้ มาตรา ๓ วรรคสอง ท่านประธานลองดูสิครับ เจ้าหน้าที่ลองให้ ท่านประธานดู ผมไม่รู้ว่าท่านประธานมาบรรจุวาระ มันไม่ได้เร่งด่วนอะไรเลย ไม่มีความ เร่งด่วนอะไรเลยท่านประธานครับ แล้วเงินที่ท่านจะไปกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่ได้ใช้ ป้ ๒๕๕๓ นะครับ ผมอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ผมขอดูอยู่ว่า เอ๊ะที่กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ นี่นะครับ ครั้งแรกก็ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ ก็เมื่อวานนี้ ครั้งที่ ๓ ก็มาวันนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รวมกู้ต่างประเทศอีก ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ และไม่รวมอีกกับที่ท่านจะเก็บภาษี เขาอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถอนไปเถอะครับ ถ้าท่านไม่ถอนวันนี้พวกผมก็อาศัยสิทธิของพวกผมเหมือนกัน ผมบอก ไม่มีความจําเปึนเร่งด่วนอะไรท่านไปทําให้เรียบร้อย แล้วเอามาใหม่ ท่านจะไปใช้จ่าย อะไร ในงบอะไรท่านพูดให้มันชัดเจน บางรายการ บางอย่างท่านสามารถเอาไปใช้จ่าย ในงบประมาณปกติป้ ๒๕๕๓ ที่จะเข้าวันพรุ่งนี้ได้ ท่านก็ไม่เอา เหตุผลที่ท่านไม่เอาก็คือ อย่างที่ท่านสุนัย จุลพงศธร พูดขึ้นมา ผมติดตามหลายโครงการมันมีความสับสน และก็มี ความไม่ชัดเจน มันก็เปึนปัญหาเกิดขึ้นมาว่า สิ่งที่ท่านพูดคือความไม่โปร่งใส นี่ผมดีใจนะ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมานั่งวันนี้ ท่านได้ดูให้ดีนะครับ สกสค. ของท่านเรื่องนี้มาร้องที่คณะกรรมาธิการติดตามบริหารงบประมาณของสภา นี่คือ ความคิดว่ามันจะไม่โปร่งใส เงินที่จะให้ไปกู้จากธนาคารออมสินที่รัฐบาลกําลังจะให้ พวกผมเขียนเช็คแต่ไม่ลงชื่อให้ สกสค. (สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา) นี่ละครับ อาศัยสมาชิกเพื่อนครูทั้งหลาย ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน เพื่อจะเอาเงินอนาคตใช้ล่วงหน้า แล้วก็จะให้มี การกู้เงินจากธนาคารออมสิน แล้วก็ให้มีการประกันชีวิตไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เขารู้กันทั้งประเทศ คนที่เปึนนายหน้าค้าขายเกี่ยวกับเรื่องประกันชีวิตเขารู้ โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้คนละ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคน แล้วก็เก็บ เบี้ยประกันเขา ๓๗,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ มันไม่มีใครโง่กว่าใคร คนที่ขายประกัน เขาก็รู้กันอยู่ว่าถ้าขายประกันแล้วมันจะได้สัดส่วนเท่าไร ค่านายหน้า ค่าส่วนต่างเท่าไร ท่านจะปล่อยไปหรือครับอย่างนี้ เรื่องมาอยู่ที่คณะผมได้สอบสวนเบื้องต้นแล้ว ผมว่าจะ ส่งให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภานี่ละจะเปึนบทเรียนนี่คือสมัยของท่าน ผมจึงเปึน ห่วงเปึนใยว่าจะกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ บาท ที่ ๓ นี่นะครับเปึน ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะที่ จับกันเห็น ๆ นะครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครูมีอยู่ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน ที่จะใช้โครงการเอาเงินอนาคตมาใช้ก่อนตาย แล้วกู้จากธนาคารออมสินนี่ครับ ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน คนละ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาท เปึนเงินเท่าไรครับ หลายแสนล้านบาท แล้วไปประกันกับใคร ไปประกันภัยกับบริษัทไหน บริษัททิพย (บริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน) ผมถามว่าทําไมต้องบริษัททิพยด้วย เขาบอกว่า ธนาคารออมสินเปึนผู้ถือหุ้น ผมบอกมันไม่เกี่ยว บริษัทอื่นก็ได้ ถ้าหากว่าเงื่อนไขเขาดี หากเงื่อนไขดีแล้วเบี้ยประกันเขาต่ํา ก็น่าจะให้เขาอย่างนั้น แต่ไม่ยอมเอาอย่างเดียว ถามไปถามมาท่านประธานครับ รัฐมนตรีทราบหรือเปล่าไม่รู้เอาไปเอามาบอกผมเพิ่งทราบ บริษัททิพยรับแล้วส่งไปให้อีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งกําลังจะล้มละลายอยู่นี่นะครับ ผมบอกว่า โอ้ จะรับเงินเขาแสน ๆ ล้านนี่นะ อนาคตจะล้มหรือเปล่าไม่ทราบ อย่างนี้ท่านปล่อยไปได้ อย่างไร ท่านต้องสั่งให้หยุดระงับยับยั้งนะครับ ผมไม่อยากให้เห็นเพื่อนครูต้องใช้เงินจาก ธนาคารออมสิน ท่านจะไปกู้เขามานี่เปึนแสน ๆ ล้าน เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ครึ่งหนึ่งของเงินกู้วันนี้ที่ท่านจะกู้นี่ละ อย่างนี้แสดงอะไรครับ ถึงความโปร่งใสหรือไม่ ท่านปล่อยไปได้อย่างไร อันนี้เปึนประการหนึ่ง ซึ่งในสภาแห่งนี้เผอิญเห็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านออกมาพูด ท่านออกมาวันนี้ ท่านต้อง จัดการนะครับ ไม่ใช่ปล่อยเฉย ๆ นะครับ ต้องจัดการสืบสวน สอบสวนหาข้อเท็จจริงเอา ให้ได้ครับ ท่านลองคิดดูใคร ๆ ก็รู้อยู่ว่าเวลาเขาขายประกัน นายหน้ามาขายประกันให้กับ พวกเราทั้งหลาย ประกันชีวิตอย่างน้อยเขาก็ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่บริษัท แล้วอย่างนี้เงินประกันเปึนแสน ๆ ล้านบาท ให้เขามีการร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้ครับ ท่านเองกําลังจะขอกู้เงิน เห็นไหมครับ สิ่งเหล่านี้กระทรวงศึกษาธิการ ท่านอย่าปล่อย หลายหน่วยงานของท่านที่ท่านบอกว่าดูจากกรอบเงินแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ผมได้เรียกมาดู ไม่ว่ากรมอาชีวศึกษาของท่านนี่นะครับ ท่านดูให้มัน เรียบร้อย เดี๋ยวผมค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่งจะชี้ให้ท่านเห็นว่าอะไรมันเกิดขึ้นสําหรับกรมนี้ ของท่าน เฉพาะ สกสค. นี่ละครับเห็นไหมครับ วิธีการของเขาเริ่มเกิดขึ้นแล้วในยุคนี้ ยุคของท่าน
อีกประการหนึ่ง ผมฝากท่านประธาน การบริหารการจัดการงบประมาณ ผมเปึนห่วงเหลือเกิน ในฐานะซึ่งผมเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากเพื่อนกรรมาธิการ ท่านเห็น ไหมครับ เมื่อวานนี้เผอิญผมจะพูดวันพรุ่งนี้แต่ขอใช้สิทธิวันนี้ละท่านประธานให้มีโอกาส ได้พูด งบประมาณที่ผ่านสภาไปเมื่อป้ที่ผ่านมาป้งบประมาณ ๒๕๕๒ งบประมาณ ซีอีโอ พูดกันให้ชัดเลย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของเราที่สภา ได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะลงไปสู่แต่ละจังหวัด ให้มีการบูรณาการของจังหวัดเพื่อให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชน ปรากฏว่าอนุมัติกันไปเสร็จผ่านวาระที่สามออกเปึนกฎหมายโดยมี ท่านนายกรัฐมนตรีนี่ละเปึนรัฐมนตรีรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ปรากฏว่าที่ จังหวัดขอนแก่นต่อเนื่องกับท่านชวลิตเมื่อวานนี้ที่พูด จังหวัดขอนแก่นในฐานะซึ่งผมอยู่ คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณจะยกให้เห็นว่าการบริหารการจัดการมันไม่น่า ไว้วางใจที่จะให้ท่านต้องใช้เงินอย่างนี้ งบประมาณที่จังหวัดขอนแก่น ซีอีโอ ๒๐๐ กว่าโครงการ ๒๐๐ ต้น ๆ ท่านประธานครับ ๘๘ โครงการ ท่านทําตามที่ท่านขอต่อสภาอีก ๓๙ โครงการ ท่านทําตาม แต่ท่านปรับลดยอดเงินลงไป ท่านประธานเชื่อไหม ท่านประธานเคยอยู่ คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณตลอด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นยกเลิก ๕๕ โครงการ ทั้ง ๆ ที่ ๕๕ โครงการนี้เปึนกฎหมายผ่านสภาแล้ว แต่ก็ให้ความเปึนธรรม เขา ยกเลิกแล้วเขามีอํานาจไหมตามกฎหมาย มันก็เอากฎหมายอะไรมาใช้ครับ กฎหมาย พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๕๒ กฎหมายวิธีการใช้งบประมาณป้ ๒๕๐๒ เขาบอกว่า เขายกเลิกอะไร เขายกเลิกตามระเบียบป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ท่านเปึนกรรมาธิการ ปรากฏว่าท่านไปยกเลิกนี่ครับ ท่านประธาน ประชาชนทั้งหลายที่เขาได้รับโครงการที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งลงไป เขารับทราบแล้ว แต่ไปยกเลิกของเขาโดยไม่มีการสอบถามและไม่อ้างเหตุความจําเปึน ใด ๆ ทั้งสิ้น พี่น้องประชาชนเขาก็ทักท้วงมาที่คณะกรรมาธิการว่า ได้รับจากผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่นไปเรียบร้อยแล้ว แล้วทําไมมายกเลิกโดยไม่สอบถามพวกผมใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ไม่มีเหตุผลความจําเปึน กรรมาธิการของสภาเราก็ได้สอบท่านผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณคนปัจจุบันนี่ละ ท่านก็บอกท่านก็ไม่ได้รับทราบ เปึนเรื่องของท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถามว่ามันแก้ไขได้ไหม ท่านบอกว่าถ้าแก้ไขแล้วไม่กระทบต่อ ผลผลิตถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์สามารถทําได้ อันนี้เราสอบถามเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วมัน กระทบต่อผลผลิตในระเบียบป้ ๒๕๔๘ ของท่าน ถือว่าเปึนกฎหมายแล้ว แล้วมีอีก ๒ รายการที่ขอปรับเปลี่ยนแก้ไขโครงการขอหารือสํานักงบประมาณเปึนเงินอีก ๓๐ ล้านบาท ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณไม่ให้นะ อันนี้เปรียบเทียบว่าการใช้จ่าย
มีผู้ประท้วงคุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ เชิญคุณสุวโรช พะลัง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานประท้วงในข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะว่าประเด็นที่เรากําลัง อภิปรายกันอยู่ในขณะนี้ครับเปึนเรื่องของ พ.ร.บ. ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... แต่สิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาให้ทางสมาชิกอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ผมก็พยายามที่จะจับสาระ ประเด็นของท่านมีประเด็นที่เปึนสาระครับ แต่ว่า ในขณะเดียวกันผมเข้าใจว่าคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็อยากจะให้ ประธานได้วินิจฉัย นั่นก็คือเรื่องที่ ๑ ครับ
ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ อันนี้ต้องประท้วงทางท่านสมาชิกผู้ที่กําลัง อภิปรายอยู่ ผมเปึนคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณคนหนึ่งเช่นเดียวกัน ก็ด้วยความเคารพนะครับ สิ่งที่ท่านกราบเรียนอยู่เสมอว่าเปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการแล้วเรามาพูดในที่ประชุมสภาในขณะนี้ก็เปึนสิทธิที่ทําได้ แต่อยากจะให้ เปึนความเห็นส่วนตัวของท่าน เพราะไม่ได้มีการขอเปึนมติของคณะกรรมาธิการชุดนี้
เดี๋ยวผมวินิจฉัย
ซึ่งผมเปึนส่วนหนึ่ง ผมเปึนผู้มีส่วนได้เสีย ท่านประธานครับ ผมเสียหายด้วยสิครับถ้าอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อที่ท่านประธานได้วินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ให้ประเด็นที่อภิปราย ในขณะนี้ได้กระชับแล้วก็ตรงกับประเด็นที่เปึนประเด็นของพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ ขอความกรุณาคุณเจริญ จรรย์โกมล ได้ดําเนินการในเรื่องร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... อย่าไปโยงเรื่องอื่นเลยครับ ขอความ กรุณาเหลือเวลา ๓ นาที
ผมกําลังอธิบายท่านประธานครับว่า การใช้จ่ายท่านมาขอฉบับนี้นะครับ ๑. ผมกําลังพยายามอธิบายว่า
ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจ ท่านกําลังโยงไปตีอย่างอื่นเสร็จแล้วมากระทบ แล้วก็มาพูดถึงเรื่องที่พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผมเข้าใจครับ ก็วิธีการของท่านถูกต้องทุกอย่างครับ
ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
แต่ว่าขอความกรุณาอย่า ยาวเกินไปครับ เอาเนื้อ ๆ ครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็รัฐบาลได้ขอต่อสภาแห่งนี้ เราก็พยายามที่จะบอกรัฐบาลว่าสิ่งเหล่านี้ ๑. ก็คือความ ไม่โปร่งใส ๒. กําลังอธิบายความว่าที่ท่านขอมาท่านไม่มีรายละเอียด ผมจึงเปึนห่วงว่า เมื่อออกไปใช้แล้วมันจะทําผิดกฎหมายหรือเปล่า ยกตัวอย่างให้เห็นที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเปึนกฎหมายออกมาแล้ว ท่านก็ไปยกเลิกโครงการของประชาชนที่เขาต้องการ ๕๕ โครงการมันไม่เคยเกิดขึ้นในยุคใดสมัยใด รัฐมนตรีนั่งอยู่นี่ท่านรับทราบแล้ว ท่าน ในฐานะคณะรัฐมนตรีท่านจะดําเนินการอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ ผมเปึนห่วงเปึนใยว่าเงินนี้ มันไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่เราในฐานะสภาผู้แทนราษฎรเมื่อออกกฎหมายมาดูกฎหมาย ต้องรับผิดชอบด้วยกันเหมือนกัน ถูกซักถามเหมือนกัน เขาก็บอกว่าพวกคุณเปึนคนออก กฎหมายเองให้อํานาจต่อรัฐบาลในการกู้ยืมเงิน ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีสิทธิที่จะทักท้วง ทวงถาม เปึนห่วงเปึนใยเหมือนกัน ขนาดยังไม่ใช้จ่ายเงินนะครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ยังมีพฤติกรรมการกระทําแบบเหล่านี้เกิดขึ้น พวกผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรก็เปึนห่วงเหมือนกันว่า เมื่อท่านไม่มีรายละเอียดที่ท่านประธานชอบถามว่า รายละเอียดอยู่ไหน รายละเอียดอยู่ไหน เมื่อออกกฎหมายให้ท่านไปแล้วท่านผ่านไป เสร็จสรรพเรียบร้อยท่านบอกว่า รายละเอียดท่านส่งไปที่กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ แล้วมีหลักประกันอะไรจะไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ขณะที่เปึน กฎหมายเองท่านยังแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ พอแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ท่านทราบแล้ว ท่านจะดําเนินการอย่างไร ก็เหมือนกับที่ผมพูดนี้ในฐานะรัฐบาลท่านจะเอาอย่างไร ผมก็มี สิทธิจะถาม
แล้วถามประการสุดท้ายก็คือว่า ฝากท่านประธานไป ตอนนี้มี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านทบทวนเถอะครับ ไม่ได้จําเปึนเร่งด่วนอะไรเลย ที่จะรีบมาขอฉบับนี้ เพราะท่านดู มาตรา ๓ นะครับ ท่านบอกว่ากฎหมายนี้ถ้าออกไปแล้ว ให้มีผลป้ ๒๕๕๔ ภายใต้ป้ ๒๕๕๔ ไปกู้ภายใน ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ก็ได้ ท่านเอาไปดูให้ มันรอบคอบ ดูให้มันละเอียดเถอะครับ ดูให้รอบคอบ ดูให้ละเอียดวิธีการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ของท่าน แล้วท่านเอารายละเอียดทั้งหมดมาใส่ให้สภาเขาได้มีโอกาสได้ดู ถ้าหาก มันโปร่งใสมันเสียหายอะไรท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ที่เคารพครับ ขอให้ตามลําดับครับ คือว่าทางวิปฝ์ายค้านน่าจะทําเรื่อง มาครับที่มีข้อตกลง ส่งมาเปึนหลักเปึนฐาน เพราะเขาก็วางระเบียบไว้แล้วว่า ต่อไปมันเปึนของคุณภูมิพัฒน์ พรชทรัพย์ แล้วต่อไปก็คุณสงวน พงษ์มณี ถ้าคุณจะ สละสิทธิคุณสงวน พงษ์มณี ให้ท่านหัวหน้าผู้นําก็ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ
คืออย่าให้ผมเขวเลยครับ
ท่านประธานครับ
เชิญ
ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะวิปฝ์ายค้าน ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า การอภิปรายกฎหมายนี้เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็จะใช้เวลาอีกพอสมควรของสภาแห่งนี้ แต่ทางฝ์ายค้านเห็นว่าถ้าท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้มีโอกาสชี้แจงในเรื่องข้อกฎหมาย ข้อหารืออาจจะทําให้การอภิปรายไม่นานครับ อาจจะไม่ต้องหารือกันเลยครับ ถ้าผิดกฎหมายก็ไม่ต้องไป กราบเรียนท่านประธานว่าช่วยกรุณาฟังท่านเฉลิม อยู่บํารุง ด้วย
มันไม่ผิดกฎหมายนะครับ
หักเวลาจากฝ์ายค้านได้ครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ
มันไม่ผิดกฎหมายครับ อะไรที่เข้าสู่สภายังไม่ผิดกฎหมายนะครับ เมื่อมันผิดก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
ครับ มีอะไร ประท้วงผม ใช่ไหมครับ
ในฐานะวิปฝ์ายค้าน พวกผมมี ความเห็นพร้อมกันว่าขอให้ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขอให้ท่านนับเวลาพวกผมเลยครับ นี่เปึน มติวิปฝ์ายค้านครับ
ผมไม่ได้ขัดข้องครับ แต่ว่า เขาก็เรียงลําดับมาให้ผม ผมก็ปฏิบัติ ผมก็ต้องรักษาระเบียบของผมบ้าง
ท่านประธานครับ นี่เปึนวิปของ ฝ์ายค้านเขาขอท่านประธาน ท่านประธานจะไปถืออันนั้นเปึนอันเดียวตลอดไม่ได้ ไม่มีข้อกําหนดไหนว่าประธานต้องทําตามนั้น เปึนเพียงข้อตกลงครับ ไม่มีข้อกําหนด นะครับท่านประธาน พวกผมเห็นด้วยพร้อมใจกันหมดทุกคน ฝ์ายค้านไม่มีคนยกมือ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ก็พูดได้ท่านประธาน
ผมปฏิบัติตามท่านไม่ได้ ผมจะต้องปฏิบัติตามที่ฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลได้เสนอมา ผมก็ปฏิบัติตามนั้น นอกจาก มีการแก้ไขมา เพราะว่ามีหนังสือเซ็นถูกต้องมาครับ ผมมีหลักฐานครับ ไม่ใช่ผมทําชุ่ย ๆ ประทานโทษถอนคําว่า ชุ่ย ด้วยความเคารพ ผมทําตรงไปตรงมา ก็ต้องตกลงกันครับ สําหรับสิทธิของท่านท่านมีเต็มที่จะต้องอภิปรายเพราะมันเปึนเรื่องใหญ่ เรื่อง พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ที่เคารพครับ ขอเวลาสักนิดหนึ่งครับ อีก ๑๘ นาที แล้วท่านจะเอาสักชั่วโมง ๒ ชั่วโมงก็ได้ครับ เดี๋ยวจะ มีปัญหาแล้วครับ ขอความกรุณาให้คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ๑๘ นาที เชิญ ท่านรัฐมนตรี เตรียมตอบก็แล้วกัน เดี๋ยวท่านเฉลิม อยู่บํารุง ให้ข้อมูลอะไรต่าง ๆ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ สัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ผมได้อ่านศึกษาร่างพระราชบัญญัติ ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... อย่างละเอียดถี่ถ้วน และผม ได้ศึกษาค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต ทางคอมพิวเตอร์ ได้เปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในการกู้เงิน ได้เปรียบเทียบทั้งด้านการศึกษา ทางสังคม ทางศาสนา ทางวัฒนธรรม ทางเศรษฐกิจ และการส่งออก และด้านอื่น ๆ ซึ่งได้ศึกษาถี่ถ้วนแล้วว่าเปึนประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนรากหญ้า และพี่น้องสู่ชนชั้นกลาง และแม้กระทั่งทางภาคธุรกิจ ซึ่งเปึนการที่กระตุ้นเศรษฐกิจใน ๔ เรื่องใหญ่ ๆ โดยเฉพาะ การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ การเพิ่มการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน และเรื่องที่ ๔ ช่วยเหลือภาคการส่งออกและ การท่องเที่ยว ซึ่งเปึนประโยชน์ครอบคลุมไปทั่วประเทศและทุกผู้ทุกคน ส่วนที่มีบางท่าน ได้อภิปรายไปว่าไม่เปึนประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจ และไม่เปึนประโยชน์ต่อการคมนาคม การขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งจริง ๆ แล้วในแผนปฏิบัติการครั้งนี้เปึนประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ได้ครอบคลุมไปหมด และส่วนทางด้านการที่จะให้กู้ยืมเงินน้อยกว่านี้หรือค่อยมาขอสภา ผ่านไปทีละก้อน ๆ นั้น ซึ่งผมได้ศึกษาดูแล้วครับ ถ้ายอดเงินที่ต่ํากว่านี้มันก็จะไม่มี ประสิทธิภาพและไม่ได้ผลในเชิงของการบริหาร ในเชิงของแมนเนจเมนท์ (Management การจัดการ) และสิ่งที่สําคัญที่สุดที่มีประโยชน์และมีความสําคัญกับโครงการที่มี ก็คือ สามารถดําเนินการได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที และก็มีการปัองกันการรั่วไหล การคอร์รัปชันให้มีน้อยที่สุด ซึ่งในเรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญ ถ้ารัฐบาลชุดนี้ได้ปัองกันการคอร์รัปชันได้ก็จะเปึนประโยชน์มหาศาล แล้วก็เปึนประโยชน์ ต่อภาคการเมือง แล้วจะไม่ทําให้วงจรอุบาทว์เกิดขึ้น แล้วก็ตามที่ผมได้ข้อมูลที่ผ่าน ๆ มา ยกตัวอย่าง โรงงานปุิยซึ่งเพื่อนผมเปึนเจ้าของ เวลาไปติดต่อหน่วยงานราชการต้องเสีย ค่านายหน้า เสียค่าเปอร์เซ็นต์ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเจ้าของโรงงาน เขาก็บ่นจะให้มีคุณภาพที่มีคุณภาพให้แก่พี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร ปุิยก็จะเปึน ดินธรรมดา
ทีนี้เรื่องต่อมาที่สําคัญ ก็คือมีการใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศ เปึนส่วนใหญ่ เพื่อทําให้มั่นใจว่าเปึนเม็ดเงินการลงทุนดังกล่าวคงอยู่ในประเทศ อันนี้ครับ คือเปึนเรื่องสําคัญ ทําให้มีการจ้างงาน ทําให้เกิดเศรษฐกิจในหมู่บ้าน ในชุมชนได้ดีขึ้น
แล้วต่อมาก็คือทางด้านภูมิศาสตร์ซึ่งมีการจ้างงานในชนบท ซึ่งเมื่อเดือน ที่แล้วผมได้ไปเยี่ยมชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ก็ต่างคนต่างบ่นไม่มีงานทํา ปัจจุบันในเดือนนี้ พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ เริ่มมีงานทํา เริ่มมีเงินงบประมาณต่าง ๆ ที่ลงไปสู่ รากหญ้า
และทีนี้สิ่งที่สําคัญอีก ทางรัฐบาลได้วางแผนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพ ระบบกระจายน้ําและพัฒนาแหล่งน้ําขนาดเล็ก ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องชาวเกษตรกร ที่ผ่านมามีปัญหาการขาดแคลนน้ําเปึนจํานวนมาก แล้วก็ตามที่ผมได้ติดตาม ได้ศึกษาดู กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและและสหกรณ์ ได้เพิ่มเงินงบประมาณในด้าน พัฒนาแหล่งน้ําเปึนจํานวนมาก จะมีน้อยก็เฉพาะของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่ยังขาดแหล่งน้ําหรือขุดบ่อน้ําให้พี่น้องเกษตรกร
เรื่องต่อมา การปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ให้ทันสมัย ในระดับสากลซึ่งเปึนสิ่งที่สําคัญ ที่หลายประเทศทั่วโลกเขาพยายามปรับปรุง แล้วก็ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แล้วก็
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวยังคงเปึนแหล่งสร้างรายได้หลักของประเทศ อย่างยั่งยืน เรื่องนี้เปึนสิ่งสําคัญ แม้กระทั่งประเทศใกล้บ้านหรือรอบ ๆ ประเทศไทย ก็พยายามเน้นการท่องเที่ยวเปึนหลัก หารายได้จากการท่องเที่ยว
เรื่องที่ ๔ พัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจ แล้วก็ให้ครอบคลุมถึง ๔ ด้าน คือด้านมรดก ทางด้านวัฒนธรรม และธรรมชาติ งานฝ้มือ และงานออกแบบ งานศิลปะ และงานด้านสื่อ และสิ่งพิมพ์ ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อ พี่น้องเกษตรกร หรือเปึนประโยชน์ต่อปัญญาชาวบ้านนะครับ และทีนี้
เรื่องที่ ๕ มีการยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ทั้งระบบให้ ทันสมัย โดยให้ภาคเอกชนและชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมควบคู่กับการเชื่อมโยงสร้าง เครือข่ายการเรียนรู้และองค์ความรู้ ตามแนวความคิดบ้าน วัด โรงเรียน หรือถ้าชาวบ้าน จะเรียกง่าย ๆ คือ บวร บวร ก็คือ บ ก็ย่อมาจาก บ้าน ว ย่อมาจาก วัด ร ย่อมาจาก โรงเรียน ซึ่ง ๓ สิ่งนี้ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน
ส่วนทางด้านการศึกษาในเมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ นั่งอยู่ตรงนี้ ผมจะขอเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า การศึกษาค่อนข้างที่จะมีปัญหามากพอสมควร แล้วเมื่อปฏิรูปไปแล้ว ในเชิงการบริหาร เปึนการบริหารที่ใหญ่เทอะทะ โดยเฉพาะกรมสามัญศึกษาและสํานักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติมารวมกันเปึน สพฐ. ซึ่งเกิดปัญหาอย่างมากมาย ถ้าเปึนไปได้ อยากให้ท่านรัฐมนตรีลองศึกษาวิจัยว่า ถ้าจะแยกเปึนกรมต่าง ๆ เหมือนเดิมจะเปึนไปได้ ไหมว่า มีกรมสามัญศึกษา มี สปช. (สํานักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ) มี กศน. ซึ่งล้วนแล้วแต่ละกรมมีบทบาทสําคัญในการช่วยพัฒนาประเทศ
สําหรับเรื่องต่อมา เกี่ยวกับเรื่องปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขเพื่อลด ต้นทุนการรักษาพยาบาลในระยะยาว ซึ่งสิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญที่จะช่วยคุณภาพชีวิตพี่น้อง ชาวชนบทได้ดีมาก แม้กระทั่งทางพรรคภูมิใจไทยเองยังมีนโยบายที่จะมีสิ่งสําคัญให้กับ พี่น้องชาวชนบท คือมีโครงการ ๑ สถานีอนามัย ๑ รถพยาบาล เพื่อให้พี่น้องชาวชนบทที่ มีความจําเปึน ได้ใช้รถพยาบาลนี้ไปสถานีอนามัยอําเภอหรือไปโรงพยาบาลหรือไปจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ๑ ตําบล ๑ ทุนเรียนแพทย์เพื่อเป่ดโอกาสให้ลูกหลานชนบทได้มีโอกาสเปึน หมอใหญ่เปึนแพทย์ เนื่องจากที่ผ่านมาโอกาสที่จะสอบเปึนนายแพทย์มันยากนะครับ และโครงการต่อมาเกี่ยวกับเรื่องลงทุนเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน และพัฒนาจังหวัด ซึ่งการที่พัฒนาจังหวัดโดยเฉพาะชายแดนภาคใต้ซึ่งปัจจุบันนี้เรา เน้นหนักแต่ไปพัฒนาทางด้านวัตถุ ซึ่งเมื่อป้ที่แล้วผมเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ผมได้ศึกษาปัญหาต่าง ๆ และมีหน้าที่ได้รับผิดชอบ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้สอบถามทาง ส.ส. ทางประชาชน ทางนักโทษ ทั้งนักโทษการเมืองและนักโทษ ทั่วไปในเรือนจําต่าง ๆ หลายคนต่างพูดเปึนเสียงเดียวกันและได้พูดด้วยน้ําตาคลอเบ้าตา แล้วก็ร้องไห้ ว่าสิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงินงบประมาณ ไม่ใช่ เรื่องการพัฒนา สิ่งที่ต้องการเรื่องแรก คือด้านจิตใจ เพราะว่าที่ผ่านมาทางราษฎร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไทยมุสลิมของเราได้ถูกหน่วยงานข้าราชการต่าง ๆ กดขี่ข่มเหง การปกครองไม่ยุติธรรมต่อพี่น้องชาวไทยของเรา สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือสิ่งนี้ ถ้าทําให้ สิ่งนี้และยอมรับได้ พี่น้องชาวไทยของเราเขาจะมีความสุขมากที่สุด ซึ่งได้ศึกษาดูแล้ว ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นก็คล้าย ๆ กับจังหวัดนครพนม ที่อําเภอนาแกที่ได้เกิดปัญหาการ จลาจลหรือปัญหาการวางระเบิดต่าง ๆ นะครับ
ส่วนปัญหาต่อมาทางด้านการพัฒนาของรัฐบาล ซึ่งผมได้ศึกษาดูแล้วใน เงินงบประมาณต่าง ๆ ได้พยายามเน้นหนักการพัฒนา ๓ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกก็คือเรื่อง ถนน เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟัา เรื่องที่ ๓ เรื่องน้ํา
เกี่ยวกับเรื่องถนนเองได้มีโครงการถนนไร้ฝุ์น ถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ถนนระหว่างหมู่บ้าน ถนนระหว่างตําบลแล้วก็ถนนจากหมู่บ้านไปสู่ถนนทางหลวง ซึ่งเปึน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในชนบท แล้วก็มีถนนสู่ที่ทํากิน ซึ่งพี่น้องหลายท่านดีใจ ที่ได้เห็นรัฐบาลคณะนี้ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ได้มีการช่วยเหลือพี่น้องในชนบท
ส่วนเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาเรื่องไฟฟัา ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น มีไฟฟัาหมู่บ้าน ไฟฟัาสู่ที่ทํากิน ไฟฟัาสาธารณะ ซึ่งได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ พี่น้องประชาชน
ส่วนเรื่องที่ ๓ คือ เรื่องน้ํา เรื่องประปาหมู่บ้าน เรื่องน้ําดื่ม น้ําใช้ แหล่งน้ํา เพื่อการเกษตร ซึ่งได้แก้ปัญหาเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ําแล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้อง เกษตรกรก็ดีขึ้น
ส่วนทางด้านเศรษฐกิจช่วยคนยากคนจน ผมอยากจะขอให้ทาง กระทรวงการคลังได้พิจารณาถึงเรื่องเงินงบประมาณหรือเรื่องของธนาคาร ธ.ก.ส. ที่เมื่อ ชาวไร่ชาวนาเกษตรกรไปกู้เงินธนาคาร ธ.ก.ส. แล้วต้องเสียดอกเบี้ยเริ่มต้น ๙.๗๕ บาท ต่อป้ ซึ่งถือว่าเปึนดอกเบี้ยที่สูงมาก ท่านรัฐมนตรีลองคิดดูถ้าท่านหรือผมไปกู้เงินจาก ธนาคารแล้วมาประกอบธุรกิจ ซึ่งดอกเบี้ยสูงขนาดนี้ใครจะมีปัญญาที่ไปชดใช้หนี้ให้กับ ธนาคาร ธ.ก.ส. ได้ แล้วก็ในเมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้พี่น้องเกษตรกรก็เลยผ่อนชําระไม่ตรงเวลา แล้วก็ต้องมาเสียเบี้ยปรับอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วเปึน ๑๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ถือว่าสูงมาก ถ้าในหลักเศรษฐกิจแล้วการลงทุนขนาดนี้แล้วก็ถือว่าไปไม่รอด ก็มีแต่เบี้ยวหนี้หรือทําให้ หนี้สูญ ก็ขอฝากกระทรวงการคลังได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของเราด้วย ผมคงรบกวน เวลาเพียงเท่านี้ ขอขอบพระคุณมากครับ
ผมต้องประทานอภัย นะครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เนื่องจากว่าผมอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๙ เปึนหลักนะครับ คือสลับกันอภิปรายทั้งฝ์ายค้านฝ์ายสนับสนุน ผมจะอนุญาต ต่อไปก็เปึนฝ์ายค้านนะครับเพราะฝ์ายรัฐบาลแล้ว เนื่องจากว่าผมได้รับหนังสือจาก ผู้ประสานงานฝ์ายวิปฝ์ายค้าน อนุญาตให้กระผมดําเนินการเชิญ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่จํากัดเวลา เชิญตลอดวันก็ได้ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ มีกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ความเมตตาผมมาตลอดเวลาในการทําหน้าที่ ในสภา ผมตั้งใจไว้ว่าในพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้บอกกับพรรคพวกว่าผมจะไม่รบกวนเวลาพรรคพวก เนื่องจาก ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรอบแรก ๓ ชั่วโมง มาสรุปอีก ๑ ชั่วโมง เอาเวลาของ พรรคพวกไปใช้แล้ว ๔ ชั่วโมง อภิปรายทั่วไปเรื่องสมานฉันท์ ผมก็ใช้เวลาไปอีก ๒ ชั่วโมง รวมแล้ว ๖ ชั่วโมง ก็บอกว่า ๒ ฉบับ พระราชกําหนด พระราชบัญญัติจะไม่ใช้ แต่เมื่อมานั่งปรึกษาหารือและตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นผมคงไม่ใช้เวลานานนัก เพราะผมขอพรรคพวกว่าพรุ่งนี้งบประมาณเข้า ๔ โมงเย็น คือ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ผมขอไว้ ๒ ชั่วโมง เหตุว่าต้องพูดตอน ๔ โมงเย็นเพราะไปหาเสียงที่จังหวัดสกลนคร จังหวัดศรีสะเกษ คนบอกคุณเฉลิมงบประมาณอย่าไปพูดเร็ว อย่าไปพูดช้าเอา ๔ โมงถึง ๖ โมงเย็น เพราะ กลับจากดํานา ทํานาพอดีจะได้ดูได้ ผมก็เลยขออนุญาตท่านประธานประชาสัมพันธ์ เอาไว้ว่าใครเปึนแฟนคลับพรรคเพื่อไทย ใครเปึนแฟนคลับผมพรุ่งนี้ก็ ๔ โมงเย็น ผมก็ฟู๊บ แล้ว ๒ ชั่วโมง สําหรับร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ พ.ศ. .... จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน อยู่สภามานาน ผมเคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณกับท่านประธาน ผมยอมรับอยู่ ๓ คน ว่าที่เก่งกว่าผมท่านหนึ่งตายไปแล้ว คือท่านบุญชู โรจนเสถียร ท่านที่ ๒ คือท่านบรรหาร ศิลปอาชา ก็หลุดวงโคจร ท่านที่ ๓ ก็ท่านประธานของผมนี่ละครับ ย้อนหลัง ๓ ป้ยังรู้หมด ผมเรียนรู้จากท่านเยอะนะครับ แล้วผมมาดูร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ผมรู้ไหมครับ รู้ ผมเตรียมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรับรองรัฐบาลไม่เหงา ได้ตอบผมแน่ ผมรู้เอาไปแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจ ผมรู้ว่ารัฐบาลนี้เขายกย่องตัวเอง เขาคาดการณ์เศรษฐกิจเอาไว้เยอะ เข้ามาใหม่ ๆ บอกบวก ๓ เปอร์เซ็นต์ เอาจริง ๆ ลบ ๔ คิดไปคิดมาลบ ๖ เท่ากับเสียเงิน คาดการณ์ผิด ๕๔๐,๐๐๐ ล้านบาท พอใครบอกหน่อย เศรษฐกิจติดลบตราหน้าด่าครับ ปัูบ ปัูบ ปัูบ เอาเข้าจริงไตรมาสแรกลบ ๗.๑ พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไป ป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าจะเอาไปไทยเข้มแข็งถึง ป้ ๒๕๕๕ แล้วป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๕ อีก ๓ ป้ ก็แปลว่าไทยอ่อนแอ แล้วจะอยู่กันอย่างไรครับ ก็อยู่ไม่ได้ นี่ขอกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานต้องบรรจุระเบียบวาระด้วยความขมขื่น ๑. ถามว่ากู้เงินจากไหน ไม่รู้ ไม่รู้แล้วคุณมาขออํานาจจากสภาทําไม ๑. ไม่รู้จากไหน ๒. ไม่รู้ว่ากู้เอามาทําอะไร ก็นักเรียนนอกทั้งนั้นนี่ มาสเตอร์ แพลน (Master plan) แอคชั่น แพลน (Action plan) แผนแม่บท แผนปฏิบัติใส่มาสิครับ เขาจะได้พิจารณาได้ว่าเขากู้ จากตรงนี้ เขาเอาไปทํานี่ เขาเอาไปทํานี่ และ ๓. ต้องบอกสิครับว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ไม่มีเลยครับ นี่อะไร เศรษฐกิจไม่ดี บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ พวกฝ์ายค้านไม่ได้กินแกลบหรอกครับ เราเปึนรัฐบาลถ้าเศรษฐกิจอย่างนี้ก็ต้องแก้ไขปัญหาโดยการหาเงินมาลงทุน เศรษฐกิจ เข้มแข็ง นั่งอ่านตัวเลขเขาวิเคราะห์ในสื่อสารมวลชน ปรากฏว่าเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่กระทรวงคมนาคม ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมอิจฉาไหม ไม่ครับ ถามว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ต้องทําอะไรแล้วหรือ อาชีพหลักของบ้านของเมือง เกษตรกรผู้มีอาชีพเกษตรกรรมไม่ต้องทําแล้วหรือ ไม่เคยพูดถึง ท่องเที่ยวมีวาระไหม มี เจ้าภาพไหมไม่มี มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศทะเลาะกับประเทศเขมร ไปด่า ประเทศพม่าเขาย้อนกลับมารัฐบาลไทยไม่เปึนประชาธิปไตย อายเขาไหมละครับ ไปยุ่งกับเขาหมด มันก็เลยยุ่ง ไม่มีคนเชื่อถือ ชอบทําในเรื่องไม่ควรทํา ชอบวิพากษ์วิจารณ์ ลักษณะฝ์ายค้านผีหัวขาด ขาดไม่ขาดเรื่องของพวกผมครับ พอผมบอกหน่อย ว่าพวกผม ยังเคารพหัวหน้าเก่าของผม ถึงจะอยู่ประเทศดูไบก็ไม่เปึนไร เพราะต้นกับดอกไม่มีให้ดูมัน ก็ต้องดูใบ ก็ของธรรมดา ผมจะเคารพของผม แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย ขุนพลชํารุด ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เปึนเปึดว่ายน้ําก็ไม่ได้ บินก็ไม่เปึน ผมนี่ไม่เคยดูถูกดูแคลน ความรู้ความสามารถ แต่คนมาวิจารณ์ผมเรียนจบอะไรละครับ ปริญญาตรีหรือปริญญาโท ผมไม่ทราบ ผมจบปริญญาเอกครับ นับกลาย ๆ ก็เรียนสูงกว่าครับ ก็ไม่ว่าแขวะงานไม่ทํา ติดตามหา พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คนเดียวอยู่ไหน ๆ ผมจะพูดงบประมาณ เพื่อประกอบกับสถานการณ์ รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติมีทั้งหมด ๑๓ มาตรา ๑๒ เนื้อหา ก็ไม่ได้บอกอะไรเลยว่าจะกู้เงินที่ไหน เอาเงินไปทําอะไร บอกแต่เพียง เศรษฐกิจโลกกระทบ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เมืองไทยแย่แล้ว ไม่มีเงินลงทุน ต้องสร้าง ความเข้มแข็งจึงจําเปึนต้องกู้เงิน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ ก็สื่อน่ะตัวดีครับ ได้ซาร์ทางเศรษฐกิจทั้งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณ์ จาติกวณิช อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนอะไรครับ นักปาฐกถาครับ ใครเชื่อไปหมดครับ พูด ผิด ๆ ถูก ๆ พรุ่งนี้ผมจะบอกผิดถูกอย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใครครับ ทํางาน เจพี มอร์แกน ครับ ไปแก้เศรษฐกิจอะไรมาครับ บริษัทโบรกเกอร์ โบรกเกอร์คือ ไม่ขาดทุนไง กําไรน้อย กําไรมากผมไม่ดูหมิ่นดูแคลน แต่ ๖ เดือนที่ผ่านมามันชี้ชัดว่าไป ไม่ได้ ไปไม่รอด ไม่เข้าใจ แถมเวลามากู้เงิน บอกสิครับ เก่งไง ไม่บอกว่ากู้ที่ไหน เก่งไง ไม่บอกเอาไปทําอะไร ก็เก่งไง แล้วทําไมไม่บอกว่าเอาที่ไหนไปใช้หนี้ ไม่มีหรอกครับ แล้วมันจะรุนแรงอะไรถึงขนาดต้องเสนอวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน อ่านมาตรา ๓ ชัดเจนครับ วรรคสอง การกู้เงินตามวรรคหนึ่ง ให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ขัดข้องย้ําอีกครั้งหนึ่ง ถ้าประธานไม่ขัดข้องกู้ไปสิครับ ถ้ามีความ จําเปึนต้องลงทุนไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และให้กระทําได้ภายในกําหนดเวลาไม่เกิน วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นี่วินัยการเงินการคลังคุณก็ไปไม่ได้ ท่านประธานจําได้ เมื่อป้ ๒๕๓๑ ผมเปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบสํานักงบประมาณ อยู่ ๓ ป้ ผมไม่รู้หรอกครับว่าวิธีการทํางบประมาณอย่างไร ผมไม่รู้หรอกครับว่าเงินทอง ระเบียบการเงินการคลังเขาเปึนอย่างไร พวกแป็บ ๆ ไม่เคยไปเลยโชคดีมีวาสนา พั๊วะ ๆ เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เอาภาพละครับ ไม่คํานึงพจน์ แล้วก็มาทําอย่างนี้ เสียงมากผมเข้าใจ ถ้าพวกผมจะไม่นั่งร่วมประชุมจะทําไม ถ้าหาก ผมขอร้องแล้วไม่ฟัง ถ้าพวกผมไม่ร่วมเปึนกรรมาธิการจะทําไม มันก็เกิดปัญหา ก็มาด่า ฝ์ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ ประเทศมีปัญหา มีปัญหาให้ครับ แต่นี่ตัวเองบอกมาเลย ครับว่า ได้ถึงป้ ๒๕๕๔ ถามว่าจะกลับเอาไปคิดไปค้นไปบอกเราได้ไหมครับว่า ๑. จะกู้เงิน ที่ไหน ในประเทศพอไหม มันมีเงินของธนาคารพาณิชย์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้เอามาแย่งสภาพคล่องเอกชนไหม บอกผมบ้างสิครับ ผมจะได้ช่วยคิดค้น ท่านเปึนหนี้ พวกเราเปึนหนี้ พี่น้องประชาชนนับแต่คลอดรอดอยู่เปึนทารกออกมาเปึนหนี้เท่ากันครับ เอากลับไปทําแผนได้ไหม อย่างนี้เขาเรียกว่า ขออนุมัติในหลักการ กูเสียงข้างมาก กูจะทํา อะไรก็ได้ หรือกลัวเขาประท้วง วันที่ ๒๗ รัฐบาลต้องผ่านหรือว่าปักษ์ใต้มันระอุ มันร้อนแรง รัฐบาลอยู่ไม่ได้ หรือว่ากระตุ้นเศรษฐกิจรอบหนึ่ง ๑๗๖,๐๐๐ ล้านบาท มันล้มเหลวล้มละลายไม่มีประโยชน์อะไรเลย ตรงนี้ครับสําคัญในมาตรา ๓ ที่ผมบอก ท่านประธาน ท่านประธานจําได้ พวกผมส่งพระราชกําหนดไปตีความว่ามันเปึนไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ หรือไม่ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง ต้องบอกว่า การตรา พระราชกําหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้โดยเฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเปึนฉุกเฉิน จําเปึนรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ผมส่งตีความตามมาตรา ๑๘๔ วรรคสอง เตะตัดขาไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ก็ฝ์ายค้านมันมีหน้าที่ตรวจสอบ เปึนสิทธิ แล้วตรวจสอบมีเหตุมีผล พอตุลาการรัฐธรรมนูญตีความว่าไม่ขัด ไม่ขัดก็ไม่ขัดสิครับ รอบหน้าเปึนรัฐบาลจะได้ออกบ้าง จะออกอย่างนี้บ้าง ซึ่งมันไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ ทีนี้ท่านประธานมาดูสิครับว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้กู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนพระราชบัญญัติซึ่งผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ ผมไม่เคยเห็น มีแต่ พระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมอย่างที่ทําไป แล้วบอกเลย จะมีเงินเท่าไร วงเงินเท่าไร หาเงินที่ไหน ไปใช้อะไร มาสเตอร์ แพลน แอคชั่น แพลน มีองค์รวม องค์ย่อย รายละเอียดบอกหมด นี่ไม่มีครับ ก็ขนาดมีนี่ ท่านประธานทราบไหมครับ รัฐบาล ภายใต้การบริหารงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ข้าราชการเพี้ยนหมดแล้วครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสภาอนุมัติงบประมาณให้ไปทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ มันไป เปลี่ยนแปลงหมด ไปทํา ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ซึ่งไม่เคยมี ทําได้ไหมครับ ได้ ไม่เคารพสภา ไม่เคารพกรรมาธิการ ไม่เคารพสํานักงบประมาณซึ่งมีหน้าที่เปึนแม่บ้านจัดเงิน กรมทางหลวงชนบทกินไม่ได้ นอนไม่หลับ อันนี้ไปนะ อันนี้รัฐบาลเอาไป รัฐบาลพรรคไหน มันมากหน่อย รัฐบาลพรรคนี้ได้น้อยหน่อย ต้องรอคําสั่ง บ้านเมืองนี้เปึนอย่างนี้ นี่อนุมัติ แล้วนะครับ แล้วนี่อยู่ ๆ จะมาให้พวกผมให้ความเห็นชอบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่มี รายละเอียด หรือพวกนักเรียนนอกเขาบอกไม่มีดีเทล (Detail) ก็ไม่มี ถึงต้องบอก ท่านประธานว่าเดี๋ยวมันจะยุ่ง ๑. ต้องนับองค์ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น พวกผม อาจจะวอล์คเอาท์ (Walk out) ๒. ท่านองค์ประชุมครบ พอตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา เปึนวิสามัญ ผมไม่เอาด้วย พวกผมไม่เอาด้วย แล้วจะทําอย่างไร เพราะเขาไม่เต็มใจมา บังคับขู่เข็ญ ท่านประธานลองกรุณาเป่ดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ นิดเถอะครับ เขียน เอาไว้ชัดว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทําได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ ๑. กฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่ายซึ่งจะพิจารณาพรุ่งนี้ ๒. กฎหมายด้วยวิธีการงบประมาณ ๓. กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณหรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังให้เสนอเปึน พระราชบัญญัติ ๑๓ มาตรา เนื้อหา ๑๒ เนื้อหาที่ว่ามีโดยไม่มีเนื้อหา เห็นด้วยไม่ได้ อย่างไร ๆ ก็เห็นด้วยไม่ได้ ก็ไหนว่าเก่งอย่างไร ไหนว่าแน่อย่างไร ไหนว่ามืออาชีพ นักเรียนนอก เรียนดี เก่งกาจ อ้ายพวกเราก็รอ ก็อ้ายแค่นี้ยังสอบไม่ผ่านเลย ถ้าใครที่เปึน ฝ์ายค้านวันนี้แล้วเห็นดีเห็นงามกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ออกไปหาเสียงไม่ได้เลยครับ ผมห่วง สร้างหนี้ไว้เยอะแยะ ฝรั่งบอก เมค มันนี มัสท์ สเพนด์ ดอนท์ สเพนด์ แคน นอท ทู เมค ( Make money must spend don’t spend can not to make) หาเงินต้องใช้เงิน ถ้า ไม่ใช้เงิน หาเงินไม่ได้ นี่มันหาหนี้ไว้ให้นี่ครับ ปุ็บปัูบ ๆ ปุ็บปัูบ ๆ กลับมามีข่าวดี ข่าวดี ข่าวดี เราก็ดูทีวี เอ๊ะ อะไร ญี่ปุ์นให้กู้ ๗๓,๒๐๐ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพ ผมไม่อยากจะให้ท่านประธานซึ่งเมตตาผม แล้วผมเปึนประธาน ส.ส. พรรค ไม่ให้ประธานได้รังเกียจพวกผม เพราะในทางส่วนตัวผมก็เคารพท่านประธาน แบบคุณอา ผมไม่อยากให้พรรคพวกผมต้องเดินออก แล้วผมไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยนี่ ไม่ร่วมเปึนกรรมาธิการ แต่พรรคพวกเขาบอกว่าเขาคิดกันอย่างนั้นแล้วจะทําอย่างไร ผมก็บอกท่านประธานครับ ผมไม่ได้หวังใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะฟัง ไม่มีหรอกครับ ก็ชื่นชม ยินดีกัน ๓ คน ๔ คนนั่นละ ข่าวก็ไม่ออกหรอกครับ เว้นแต่ถ่ายทอดสด นี่ก็ได้บารมี ท่านประธาน ว่าไอ้หัวนกเอี้ยงมันพยายามสกัดกั้นข่าวฝ์ายค้าน ถ้าท่านประธานไม่รู้ว่า ใครหัวนกเอี้ยง ผมจะเข้าไปหาที่ห้องแล้วเล่าให้ท่านประธานฟัง ผมรบกวนเท่านี้ครับ ย้ําอีกครั้งท่านประธานครับ ถ้าดื้อดึงไม่เคารพความคิดเห็น มาจอริตี้ ไรท์ส (Majority rights) ไมนอริตี้ รูล (Minority rule) นักเรียนอังกฤษต้องเข้าใจคํานี้ มันต้องฟังเสียงข้างมาก แต่เคารพเสียงส่วนน้อยเหมือนกัน มันต้องเคารพซึ่งกันและกัน แล้วนี่มันไม่จําเปึน ถ้ามันจําเปึนผมจะไม่ยืนพูด เพราะคิวผมพรุ่งนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกาตรงเป็ะ พรุ่งนี้ผม อภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ขอเวลาพรรคพวกไว้แล้ว ๒ ชั่วโมง วันนี้เอาเวลาเท่านี้ครับ รบกวนพรรคพวกจริง ๆ เพราะในเทอมนี้ใช้เวลาเขาเยอะ หวังใจ ว่าท่านประธานถ้ารัฐบาลไม่ยอม ท่านประธานพักประชุมสัก ๑๐ นาที ไปปรับทุกข์ ผูกมิตรว่าถอนเถอะ ไม่ถอนพรรคเพื่อไทยเอาแน่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ก็ให้มาพูดมาจากันใน สภาแล้วครับว่าจะเอากันอย่างไร มันเรื่องของสภาครับ ผมไม่มีอํานาจครับ ต่อไปนะครับ คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี ๑๒ นาทีครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียน ท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา เขต ๖ ครับ ท่านประธาน ครับ การที่เราจะทําอะไรบางอย่างเปึนโปรเจกต์ที่ใหญ่ขนาดนี้มันแน่นอนอยู่แล้วว่า ทุกอย่างเปึนดาบสองคม กู้ไปก็เปึนปัญหา ไม่กู้ก็เปึนปัญหานะครับ อยากให้มองกัน ง่าย ๆ ครับ ผมไม่อยากจะใช้คําว่า ประเทศไทยเปึนบริษัท แต่ขอเทียบตัวอย่างเพื่อ ชาวบ้านประชาชนทั่วไปจะได้เข้าใจกันง่าย ๆ นะครับ ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศไทย เปึนบริษัท วันนี้เศรษฐกิจในบริษัทไม่ดี มีการเลย์ออฟ (Layoff : เลิกจ้าง) ธุรกิจไม่ดี แผนก ต่าง ๆ ของบริษัทอาจจะต้องป่ดตัวลง ถ้าเราไม่หาเงินมาหมุนเวียนภายในบริษัท ถ้าเราไม่ อินเวสท์ (Invest : การลงทุน) ถ้าเราไม่ขายหุ้นหรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อหาเงินเข้ามาบริหาร บริษัท บริษัทเราก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นการที่ประเทศไทยได้กู้เงินเข้ามาเพื่อที่จะมาลงทุน เพื่อที่จะมาพัฒนา เพื่อที่จะเอาเงินเข้ามาหมุนเวียนเกิดการจัดจ้าง การจัดซื้อ ในความคิดเห็น ส่วนตัวของผมแล้วมันเปึนสิ่งที่ถูก ถ้าเกิดว่าเราไม่ทําอย่างนี้ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะ เดินไปได้ เงินหมุนเวียนก็ไม่มี และสิ่งที่สําคัญที่สุดเลยก็คือเรากู้ภายในประเทศ นั่นแปลว่าอะไรครับท่านประธาน แปลว่าเราไม่ได้เอาประเทศเราไปจํานองหรือเอาส่วน ของประเทศนั้นไปขายให้กับประเทศใด ๆ ไม่ต้องติดหนี้ไอเอ็มเอฟ หรือว่าองค์กรการเงิน ต่างประเทศ อันนี้ก็ต้องขอชมเชยทางกระทรวงการคลังไม่ว่าจะเปึนท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็ดีนะครับอันนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอบอกตามตรงว่าผมเห็นด้วย แต่ถามว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ เมื่อวานถึงวันนี้รวมทั้งหมดเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมากเกินไปหรือไม่ ถ้าถามว่ามาก เกินไปหรือไม่ ก็มากพอสมควรครับท่านประธาน แต่ว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะลงเพื่อมา พัฒนานั้นก็มีเยอะนะครับ เช่น ในกระทรวงของทางด้านสาธารณสุขก็ดี การพัฒนา สถานีอนามัยก็ดี การอบรมพยาบาล อบรมครู ที่ผ่านมาก็มีเงิน อสม. ทุกอย่างดีหมดครับ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ทางด้านสาธารณสุขนั้นจะได้ไป ทั้งนี้พื้นที่เราคุณหมอพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ก็เคยเปึนอดีตหมอมาก่อนและก็สังกัดพรรคเดียวกับผม อันนี้ชาวบ้านดีใจมาก ครับ โดยเฉพาะชาวอําเภอห้วยแถลงและอําเภอจักราช เพราะทางนั้นไม่มีโรงพยาบาล อําเภอครับท่านครับ ต้องฝากท่านรัฐมนตรีช่วยดูตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ
ส่วนต่อไปเรื่องของเกษตรก็ดี ทรัพยากรก็ดี ก็ดีใจครับที่เห็นในโครงการ จะมีน้ํา มีขุดลอก มีถนน มีไฟฟัาให้กับชาวบ้าน ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าการที่รัฐบาล ได้กู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นจะทําให้มีเงินหมุนเวียนก็จริงครับ แต่ว่าต้นทุนของ ชาวนา ของชาวเกษตรกรนั้นก็ยังสูงอยู่ดี แต่การที่ท่านได้เอาแหล่งน้ําไปให้เขา ได้เอาถนน ไปให้เขาหรือไฟฟัาก็ดี จะเปึนการลดต้นทุนช่วยชาวบ้านอ้อม ๆ ในเมื่อมีแหล่งน้ําก็ลด ค่าใช้จ่ายในการสูบน้ํา เช่าน้ํา จ้างรถน้ํามาลงเพื่อทําการเกษตรก็ดี ส่วนถนนก็แน่นอน ครับ ช่วยทางด้านโลจิสติกส์ ลดค่าใช้จ่ายการขนส่งหรืออะไรต่าง ๆ การสะดวกดีขึ้นหมด อันนี้ก็ต้องขอชมเชยทางด้านรัฐบาล
ส่วนมาประเด็นใหญ่ ๆ ก็มีทางท่องเที่ยว ผมจริง ๆ แล้วเป่ดดูในหนังสือ ที่ได้มาที่วางไว้บนโต๊ะ การท่องเที่ยวผมว่าได้น้อยเกินไป ตอนนี้พืชผลทางเกษตรนั้นราคา ตกต่ํามาก การส่งออกก็ตกต่ํามาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประเทศไทยสามารถจะทําได้คือ ขายของที่มีอยู่ภายในประเทศ ขายของในการเชิญคนอื่นเข้ามาเที่ยว เพราะฉะนั้น การท่องเที่ยวนั้นผมมองแล้วได้น้อยไปด้วยซ้ํานะครับท่านประธาน แต่ก็ดีใจครับ ที่การ ท่องเที่ยวได้ไป ถ้าเกิดผมไม่ผิดก็ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ก็ดีเพื่อที่จะได้พัฒนาการ ท่องเที่ยวของประเทศไทย จูงใจทําให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้ เอาเงินดอลลาร์มาเปึนเงินบาท เอาเงินปอนด์มาเปึนเงินบาท เกิดการหมุนเวียน เศรษฐกิจหมุนเวียน จะกี่รอบก็ไม่เปึนไร แต่ขอให้เขาได้เข้ามาในประเทศเถอะครับท่านประธาน อันนี้ก็ต้องขอชมเชยนะครับ
ส่วนเรื่องหนึ่งที่ติดใจผมอยู่เหมือนกันก็คือกลัวว่างบประมาณเงินกู้ครั้งนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเกิดการกระจุกขึ้นมา ก็ไม่ได้ว่าหรือกล่าวพาดพิงถึง พรรคการเมืองใดนะครับ ของทางด้านคมนาคม ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระจุกกันในกรุงเทพมหานครก็เยอะ เยอะทีเดียวนะครับ ผมเปึนห่วงว่าส่วนมากจะเปึนงานสร้างถนนเสียส่วนใหญ่ คอนสตรัคชัน (Construction : สร้าง) เสียส่วนใหญ่ ผมห่วงเรื่องภาษีครับท่านประธานครับ ถ้าสร้างถนนไปแล้วรายได้ ที่จะกลับมาเข้ารัฐบาลนี่ไม่ทราบว่าจะมาจากทางไหนครับ อันนี้หนักใจจริง ๆ ครับ ไม่ใช่ว่า ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็ฝ์ายรัฐบาล ผมก็เห็นด้วยอยู่แล้วครับ ถ้าเกิดว่าท่านเอาเงิน จากตรงนี้หรือพักเงินตรงนี้ไว้ก่อน แล้วไปลงทุนกับชลประทานระบบท่อ ทําให้พี่น้อง ชาวเกษตรกร ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศได้มีแหล่งน้ํา เป่ดก๊อกก็มีน้ํา ทํานา ลดค่าต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย ตรงนี้สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชากรชั้นล่างหรือ คนจนนะครับท่านประธาน ผลผลิตดี น้ําถึง ผลผลิตมันดีแน่นอนครับ การส่งออกขึ้นราคา ช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรได้เยอะครับท่านประธาน แต่การที่งบตัวนี้กระจุก ไม่ว่าจะไปสร้าง ทางหลวงก็ดี รถไฟฟัาก็ดี ผมก็รักคนกรุงเทพฯ ชีวิตส่วนหนึ่งผมก็อยู่ในกรุงเทพฯ แน่นอนครับ ต้องการความสะดวก แต่พี่น้องชาวเกษตรกรอีกกี่สิบล้านคนครับที่อยู่ทางภาคอีสานก็ดี ภาคเหนือก็ดี ภาคใต้ก็ดีที่ขาดน้ํา จะมาพึ่งฝนอย่างเดียวก็ไม่ได้ อันนี้รบกวน ท่านรัฐมนตรีทุกท่านที่เกี่ยวข้องช่วยดูตรงนี้ การที่ทําระบบท่อลงไป พี่น้องชาวเกษตรกร สามารถปลูกข้าวได้ทั้งป้ มีผลผลิตได้ทั้งป้ และป้นี้ก็น่าเศร้าโดยเฉพาะพื้นที่ของผมเอง อําเภอหนองบุญมาก อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอห้วยแถลง อําเภอจักราช อําเภอโชคชัย ปลูกมันสําปะหลังกันเปึนแถวครับท่านครับ สรุปเปึนอย่างไรครับ ปลูกกําลังสวย เพลี้ยกิน เรียบเลยครับท่านประธาน ทําอะไรไม่ได้ครับ ราคาก็ตกต่ํา เรื่องนี้ก็ต้องขอฝากเอาไว้ นะครับท่านประธาน
ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือด้านของ ไอซีที (ICT) ทางกระทรวงไอซีที (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) นั้นได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทผมบอกจริง ๆ ครับว่ามันน้อยนิด เหลือเกิน ทั้งหมดเรากู้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒ วัน เมื่อวานนี้ก็ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทาง ไอซีที ได้มา ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท มันน้อยนิดเหลือเกินครับ ตอนนี้งบประมาณของป้ที่แล้วที่ ไอซีที มีโครงการ ไอซีที ชุมชนก็ไม่พอครับ ได้แค่อําเภอละ ๑ จุด บางจุดได้คอมพิวเตอร์ไปใช้ ตามสถานที่ชุมชน สถานที่ราชการ โรงเรียนก็ดี วัดก็ดี อบต. เทศบาลก็ได้แค่ ๔ เครื่อง ๕ เครื่องเองครับท่านประธาน ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายนที่ผ่านมา ที่เดอะมอลล์ นครราชสีมา ท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ก็ได้ไปเป่ดงาน เอ็มไอซีที ก็คือเป่ดตัว กระทรวงนั่นละครับ ท่านเลือกที่จะเป่ดที่ภาคอีสาน เพราะว่าที่กรุงเทพฯ มันจุแล้วครับ เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เลยไปเผยแพร่ความเจริญให้กับคนทางภาคอีสาน ก็มีพี่น้องชาว ร้อยเอ็ดมา ซึ่งพี่น้องชาวร้อยเอ็ดนี่ได้ผลประโยชน์โดยตรง เพราะว่าตอนนี้เขาขายโอทอป ผ่านเว็บไซต์แล้วครับ นี่คือสิ่งที่เขาได้จาก ไอซีที ชุมชน สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือว่า ต้องการที่จะกระจายความเจริญ ความรู้ และโลกทางไซเบอร์ (Cyber) ไปสู่พี่น้องประชาชน รากหญ้าให้ได้มากที่สุด เพื่อ ๑. ถ้าเกิดเขาพึ่งรัฐบาลไม่ได้จริง ๆ ผลผลิตต่ําจริง ๆ โอทอป ขายไม่ออก ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีโรดโชว์ (Road show) ไม่สามารถที่จะมีทุนการเดินทาง ไปขายต่างประเทศได้นั้น ทุกอย่างสามารถทําผ่านเว็บไซต์ได้หมด ซึ่งทางกระทรวง ไอซีที ก็จัดอบรมด้านนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่ตอนนี้งบประมาณน้อยมากครับท่านประธาน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันไม่สามารถไปทั่วประเทศได้ ตรงนี้ขอฝากท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ทั้งท่านกรณ์ จาติกวณิช ทั้งท่านหมอพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ ตรงนี้สามารถช่วยรัฐบาล สามารถช่วยให้รัฐบาลมีรายได้ สามารถช่วยประเทศให้มีรายได้เพิ่มได้มากจริง ๆ ไม่ต้องมี การลงทุนอะไรเลยครับ ขายผ่านเว็บไซต์นี่ไม่เดือดร้อนใครทั้งนั้น ไม่เดือดร้อนใครเลยครับ ท่านครับ ขายตรงให้กับบายเออร์ (Buyer : ผู้ซื้อ) เมืองนอกจบเลยครับท่านครับ เปึนการ ส่งออกที่ดีมาก ที่ไม่รบกวนรัฐบาลเลยครับ ฉะนั้นตรงนี้น่าที่จะสนับสนุนมากครับ ท่านประธานครับ ส่วนงบต่าง ๆ ที่จะลงนี้ผมขอบอกว่า ขอให้ฝนตกทั่วฟัาเถอะครับ (represent : แสดงให้ เห็นได้) ชาวบ้านประชากรของแต่ละเขตของแต่ละอําเภอของแต่ละจังหวัดครับ ท่านประธาน ทุกคนอยากให้พี่น้องประชาชนมีความสุข มีเงินในกระเปิาไว้ใช้ มีความ เจริญ แต่ท่อมันตันเหลือเกินครับท่านครับมันตันทุกภาคครับ ไม่ใช่ว่าเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ช่วยดูหน่อยนะครับ กระจายงบประมาณที่ท่านจะกู้นี่ลงพื้นที่นะครับ ให้ครบทุกที่มันเปึนไปไม่ได้ผมทราบ มันไม่ได้หรอกทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ผมทราบ ผมว่าทุกคนก็ทราบดีแต่กระจายเถอะครับ ภาคเหนือก็ไปเถอะครับ อีสานก็ไปเถอะครับ อย่างน้อยทุกจังหวัดนะครับท่านครับ เท่าเทียมกันครับไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ใครได้อะไร ไม่ได้อะไรเท่าเทียมกันเถอะครับ แล้วฝากราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ํา เหลือเกินครับ พี่น้องห้วยแถลง จักราช โชคชัย เฉลิมพระเกียรติ หนองบุญมาก ลําบากครับ ขนาดเขตผมมีท่านรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ช่วยอีกคนยังลําบากเลยครับ ท่านครับ ช่วยหน่อยครับ รัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ก็ช่วยผมหน่อยครับนะครับ วันนี้ผมก็ ขอใช้เวลาของสภาเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
จะหมดเวลาพอดี ต่อไป นะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ ๑๕ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมจะถือโอกาส ๑๕ นาทีนี้สนทนาธรรม ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีทั้งสองท่าน โชคดีครับ ผมจะพูดกับกระทรวงการคลัง ทั้งสองท่านนั่งอยู่ตรงนี้พอดี ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ผมไม่มีความรู้นะท่าน แต่ผมเปึน ชาวบ้านที่สนใจปัญหาการเมือง บังเอิญได้ดูเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมืองมาบ้างก็พอ เข้าใจ ท่านเฉลิมได้กรุณาผมมาก จริง ๆ แล้วผมรับหน้าที่จากพรรคให้มาพูดประเด็น ข้อกฎหมาย ท่านเฉลิมได้พูดไปบ้างพูดไปเยอะด้วย ผมชี้เสริมบางจุด แต่ผมจะพูดปัญหา ข้อเท็จจริงบ้าง ท่านประธานครับ ผมพูดตรง ๆ เพราะว่ามีเวลาน้อย ให้ผมรับกฎหมาย ฉบับนี้ ไม่ใช่ไม่รับเพราะเปึนฝ์ายค้าน ถ้าผมจะเปึนกรรมาธิการร่วมกับท่านเพราะมันเปึน พระราชบัญญัติ ท่านประธานช่วยพิจารณาหน่อยนะครับ ผมจะไปพิจารณาอะไร จะไปพิจารณาอะไร กฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีรายละเอียด อะไรเลยนะครับ ผมมาอ่านดูทั้งหมดนี้แล้ว เมื่อมาอ่านพระราชบัญญัติอื่น พระราชบัญญัติที่เขียนขึ้นมาเกี่ยวกับการเงิน พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ มันก็มีสาระว่าหนี้สาธารณะจะบริหารอย่างไร อันนี้ก็เหมือนกันว่าถ้าอยากจะกู้เงินนี่ขอกู้ เท่าไร จะกู้ให้เสร็จเมื่อไร อีก ๔ ป้ท่าน พี่น้องประชาชนครับก่อนผมจะพูดนี่มีคนโทรมาว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันมากขนาดไหน ท่านประธานครับ ต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชนฟังว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันมากขนาดไหน ใบละ ๕๐๐ นะท่านประธาน ๑๐๐ ใบนี่ ๕๐,๐๐๐ ๒๐ ปู๊งนี่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใบ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่เอามาปูได้ ๑ ตารางเมตร ๑ กิโลเมตรนี่ต้องใช้ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะท่าน ๑๐ กิโลเมตร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ กิโลเมตร ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพี่น้องครับ ท่านประธานครับ ๘๐๐ กิโลเมตร เส้นกว้าง ๑ เมตร นี่ยาว ๘๐๐ กิโลเมตร นี่คือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมลดลงมาแล้วนะครับ ถ้าเอาความยาวมาต่อกันนี่ ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าท่านจะกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ ผมว่าถึงเชียงตุง จากกรุงเทพฯ ถึงเชียงตุงแน่นอน ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านครับ เงินมากขนาดนี้ ฝ์ายค้านถามบ้าง เรามีความเห็น ต่างกันบ้างไม่น่าจะโมโหท่านประธาน เพราะวันนี้ความแตกต่างระหว่างผมกับท่านคือ ความแตกต่างเรื่องความเข้าใจ เรื่องการบริหารพัฒนาเท่านั้น ทําแบบทักษิณคุณว่าปล้นชาติ ทําแบบคุณ คุณว่ารักชาติ เท่านั้นเอง ผมจะพูดเรื่องอะไรต่อไปครับ เมื่อฉายภาพให้เห็นแล้วว่ามันมากขนาดนั้น นะท่าน เส้นขาว ๆ กว้าง ๑ เมตร ยาว ๘๐๐ กิโลเมตร นี่แหละครับ ๒ วันที่เรากําลังจะ พิจารณากัน วันแรกพอทําเนา มีรายละเอียดด้วยว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกู้ป่ดเงินเก่า ซึ่งไม่มีใช้ เก็บเงินไม่ได้ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านก็มีรายละเอียด แต่การมี รายละเอียดท่านอธิบายสวยงามเหลือเกินท่านครับ ว่าอย่างไรครับ โครงการไหนที่ดี ที่มีความพร้อมให้ก่อน จังหวัดผมทําไมเปึนอย่างนั้น หรือว่าเปึนจังหวัดชายแดนก็ไม่ใช่ ลําพูนมีอยู่โครงการหนึ่งครับ เปึนถนนรอบเมือง ท่านฟังนะครับ พร้อมขนาดไหน มีกฎหมายเวนคืนแล้ว เจรจาชาวบ้านแล้ว งบประมาณเคยวางแล้ว แต่เนื่องจากมันเปึน โครงการของทักษิณ ตัดไปเลยครับ ป้ที่แล้วขอบอกว่าไม่ได้ งบแปรญัตติต่อเนื่องไม่ได้ ป้นี้ท่านบอกว่าพร้อมที่สุดจะให้ โครงการไหนที่จะพร้อมเท่ากับโครงการของบ้านผมล่ะ ถามกระทรวงสิครับ แต่ไม่ได้ ถ้าเปึนของพรรคภูมิใจไทยคงเสร็จไปแล้ว ท่านครับ เรื่องต่อไป ที่ผมจะพูดต่อ ข้อกฎหมายครับท่านครับ ทําไมผมจะไม่เปึนกรรมาธิการ ท่านดูด้านหลังสิครับ ดูด้านหลังแล้วท่านจะเห็นว่ามีการเขียนว่า แปลกไหมครับท่าน เขียนว่า ประเทศนั้นกู้ เท่านี้ได้ ประเทศนี้ทําอย่างนี้ได้ ประเทศเราก็น่าจะทําได้ แต่ไม่สรุปอย่างนี้เท่านั้นเอง แสดงว่าเริ่มต้นมีเจตนาที่จะไม่ทําตามกฎหมายไทย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานครับ ได้นําเอากฎหมาย เนื่องจากเขาไม่ไว้ใจนักการเมืองครับ ได้นํากฎหมายวิธีการ งบประมาณ วิธีการใช้เงินทั้งหมดเอามาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ ทําให้ผู้ที่เปึนรัฐบาลนี่ คุณขยับตัวอะไรลําบาก ไม่ใช่คุณผิดกฎหมายธรรมดา คุณกําลังผิดรัฐธรรมนูญ ท่านครับ พรุ่งนี้ ๓ วันเราจะคุยเรื่องเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายละเอียดครบถ้วน เมื่อวานเรา คุยเรื่อง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้มันแปลกครับท่านครับ มันแปลกมาก ๆ เลย เงินนี้จะใช้อีกหลายป้ข้างหน้า แต่มาขอวงเงินก่อน เหมือนท่านเปึนบริษัท ๆ หนึ่ง ลงทุนไปแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กลัวไม่มีเงินใช้มาขอ โอดี (OD : Over Draft การเบิกเงินเกินกว่า ที่มีอยู่ในบัญชีกระแสรายวัน) อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหมือนอย่างนั้นเลย ขอ โอดี นี่เปึนตัวเสริมตัวอื่น ธุรกิจทําได้ แต่เปึนรัฐบาลทําไม่ได้ ผิดกฎหมาย ผิดกฎหมายอะไรครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยประเด็นนี้ในประเด็นข้อกฎหมายผมพูดเพียงแค่นี้ครับ นักกฎหมายเห็นต่างกันได้เพราะเปึนความเห็น คนตัดสินคือศาล เมื่อศาลตัดสินมาเช่นไร ผมจะยืมคําพูดของประธาน ส.ส. ผมมาพูดซ้ําอีกทีหนึ่งว่า เมื่อท่านทําอย่างนี้ได้ ใครมาเปึน รัฐบาลก็บอกว่าจะทําอย่างนี้เหมือนกัน แต่สําหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ แม้ผมเปึน รัฐบาล มีอํานาจเหมือนพวกท่าน ผมก็ไม่ทํา เพราะอะไรครับท่านครับ เพราะมันทําแล้ว มันตอบคําถามกับสังคมไม่ได้ ตอบคําถามกับตัวเองยังไม่ได้เลย ตอบอะไรครับ กู้เอาไป ทําไม ก็นั่นนะสิ เอามากันไว้ก่อน เผื่อว่าจะทํา ผมดูนะครับท่าน บริหารหนี้สาธารณะนี่เขา มีกฎกระทรวงของเขานะ เขาบอกด้วยซ้ําไปว่า กระทรวงการคลังสามารถเอาไปให้ผู้กู้ต่อ ซึ่งหมายถึงหน่วยงานรัฐ หมายถึงหน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ หมายถึงองค์กรปกครอง ท้องถิ่น หมายถึงรัฐวิสาหกิจ ผู้กู้ต่อนี่ครับ กู้เงินกระทรวงกู้แล้วเอาให้เขาเลย แล้วมันจะ ผ่าน ครม. อย่างไร มันจะมาผ่านสภาอย่างไร ผมยังมองไม่ออกครับ ในนี้บอกว่าเสร็จแล้วรายละเอียดจะเอากลับมาอีกที นั่นก็เขียนไว้ชัดเจนว่ากฎหมายนี้ ยังไม่สําเร็จ ท่านเขียนเองนะครับ ท่านเขียนเอง ท่านบอกเองแต่ท่านก็นําเข้ามา ท่านบอก อย่างนี้นะครับ ถ้าทําเสร็จแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้อง ถ้าจะเสนอออกรายการการใช้จ่าย ตามพระราชบัญญัตินี้ต้องนําเสนอต่อสภาอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็คือว่าเปึนอะไร มันเปึนอะไร ผมถาม ผมงง มันเปึนอะไร เปึนพระราชบัญญัติ จะเรียกอย่างไรดี พระราชบัญญัติเตรียม กู้เงินแห่งชาติอย่างนั้นหรือ ผมไม่เข้าใจว่าเปึนไปได้อย่างไร คิดอย่างไร ท่านครับ ความเข้าใจของท่านกับผมต่างกันตรงไหน และผมไม่ไว้ใจเพราะชื่อของมันทั้ง ๒ ฉบับนี้ มันลงท้ายเหมือนกันท่าน มันฟุ๋นฟูปัญหาของประเทศ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะทําได้ ในเรื่อง ฟุ๋นฟู แม้ชั้นรับหลักการผมจะไม่รับก็ตาม ผมก็พูดได้เพราะผมไม่เชื่อว่ามันจะฟุ๋นฟู ท่านฟังนะครับ ๖ เดือน ท่านทําให้เกิด ๓ ล้มเหลว ล้มเหลวที่ ๑ เรื่องภาคใต้ ดึงเงินมาก นะครับ ล้มเหลวที่ ๒ เรื่องชายแดน ล้มเหลวที่ ๓ เรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้กล่าวหานะ ท่านรับสารภาพเองข้อ ๓ นี่ท่านไปพูดกับศาล ให้การกับศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ที่ทําไปแล้วมันไม่ได้ผล จึงขอกู้เงินเพิ่ม ท่าน ๓ ล้มเหลวนะครับ กับ ๑ ผลงานคือ ไล่ตาม ทักษิณ นี่คือผลงานท่าน วันนี้ท่านไล่จับทักษิณ ผมไล่จับการทุจริตครับ ผมพูดนะครับ สิ่งที่ท่านทําทั้งหมด มันทําให้เกิดอะไรขึ้น ค่าเงินบาทแข็ง ใครได้ประโยชน์ บริษัทนําเข้าครับ ได้ประโยชน์ เพราะนําของเข้ามานี่เงินแข็งได้ถูกลงแต่ขายเท่าเดิม อย่าให้รู้นะครับว่าคนที่ นั่งเปึนรัฐมนตรี ใครเคยอยู่บริษัทนําเข้าและวันนี้มีผลประโยชน์กับบริษัทนําเข้า ชาวบ้าน เอาตายนะ อย่ามาหลอกว่านําเข้านี่เงินแข็ง น้ํามันจะได้ราคาถูก ถูกที่ไหน คุณเก็บภาษี ได้อย่างนั้น เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า นี่เล่นไปเอาราคาสูงสุดของ ๙๕ มา มันก็ เก็บ ๑๕ บาท ๘๐ สตางค์ ดีเซลท่านก็เก็บ ๘ บาทกับ ๘ สตางค์ ท่านครับ ภาษีอย่างนี้เงิน ที่ขึ้นนี่คนได้ประโยชน์คือคนนําของเข้า กับเวลาท่านกู้เงินไปได้แล้วทําเมกะโปรเจกต์ ท่านออกกฎหมายก็คาบลูกคาบดอก แต่ถ้าไปจัดซื้อจัดจ้าง ท่านคาบลูกอย่างเดียว ไม่คาบดอก ท่านพอเข้าใจไหมครับ กฎหมายออกคาบลูกคาบดอกผิดครึ่งถูกครึ่งก็ตีความเอา แต่จัดซื้อจัดจ้างผมกลัวนะท่านครับ คาบลูกอย่างเดียวเหมือนหมีแพนด้า มันคาบลูกมันรัก ลูกมัน บริษัทใครได้เปึนบริษัทลูก มักจะได้งานใหญ่ ๆ เสมอครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอย่าให้ ชาวบ้านเขาพูดว่ารัฐบาลนี้จัดซื้อจัดจ้างแบบหมีแพนด้าเลยครับ รักลูกอย่างเดียวครับ ท่านครับ เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาบอกกับสภานี้ว่า ถ้าคุณกลัวเรื่องการกู้หนี้แล้ว และมาบริหารไม่ได้อย่ามาเลย ถ้าคิดอย่างนั้น กลัวไม่ต้องมา ผมจะเปึนต่อ อย่าเข้าใจว่า พวกผมคิดไม่เปึนและทํางานไม่เปึน ถ้าผมเปึนรัฐบาลจะทําเรื่องกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งคุณ ไม่กล้าก็แล้วกัน
เรื่องที่ ๑ ครับ วันนี้ชนชั้นกลางในประเทศกําลังจะล้มละลาย เหลือแต่ คนชั้นสูงกับคนชั้นล่าง ประเทศไหนที่ชนชั้นกลางล้มละลายน่ะ ประเทศนี้พังครับท่านครับ ล้มละลายอย่างไรท่าน กฎหมายค้ําประกันวันนี้ คนค้ําประกันผิดมากกว่าคนกู้ ฟัองคนค้ําประกัน ล้มละลายฟัองคนกู้ด้วย ต่อไปนี้คนไทยที่ค้ําประกันต่าง ๆ จะล้มละลาย หมดเลย วันนี้ท่านเอาเงินไปให้ธนาคาร เอาไปให้โครงการนี้ ไปลงทุนโครงการใหญ่ ๆ อีกก้อนหนึ่งท่านเอาไปให้ธนาคารของรัฐ เพื่อที่จะให้ธนาคารของรัฐเอาไปให้ชาวบ้านกู้ จะกู้ได้ที่ไหน กฎหมายข้อมูลเครดิตทําให้คนชั้นกลางได้เปึน เอสเอ็มอี ไปหมดแล้ว โครงการขนาดย่อม ไปหมดแล้วกู้ไม่ได้เลยนะครับ ไปค้ําประกันลูกน้องรถเครื่อง ไม่ส่ง ๒ เดือนข้อมูลเครดิต เล่นตายเลย สังคมเราตายเพราะกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ท่านไม่กล้าแก้ละครับ เพราะมันเปึน ประโยชน์กับธนาคาร
อีกเรื่องหนึ่งที่พวกผมจะทําก็คืออะไรรู้ไหมครับ จะออกกฎหมายควบรวม อ.ต.ก. และ อคส. บ้านนี้เมืองนี้กฎหมายที่ออกโดยฝ์ายบริหารที่เปึนเผด็จการเก่า มันออกมาเพื่อทําอะไร ออกมา ๒ องค์กรแต่ทําหน้าที่เหมือนกัน ท่านครับ บ้านเมืองเรา จะต้องแก้ปัญหาอีกมาก ผมมีเวลาเหลืออีกแค่ ๑ นาทีกว่า ไม่มีเวลาจะพูดยาวแต่กําลัง จะบอกท่านว่า รับไม่ได้กับกฎหมายฉบับนี้และบอกท่านว่าอย่าได้โกรธนะครับที่พวกผม ไม่เห็นด้วย เพราะเรามีความเห็นเรื่องการบริหารพัฒนาต่างกัน วันนี้ที่นี่เปึนกระบวนการ สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน ท่านถ่ายทอด ท่านประธานได้กรุณาให้ประชาชนได้รับรู้ว่า ตัวแทนของเขาคิดอย่างไร เรื่องลําไยพูดนิดเดียวนะท่านนะ เพราะ อคส. และ อ.ต.ก. ถ้าอยากรู้เรื่องลําไยไปถามคนในรัฐบาลของท่านก็ได้ เพราะว่าเกี่ยวข้องด้วยกันมาตลอด วันนี้อนุมัติ ๙๐ ล้านบาทไปทําลายลําไยเก่า กล่องกระดาษอีก ๔,๖๐๐,๐๐๐ กล่อง ท่านรัฐมนตรีฟังนะครับ ๔,๖๐๐,๐๐๐ กล่องเขาเคยขายกล่องละ ๑๒ บาท วันนี้ถูกลง ขายกล่องละ ๑๐ บาท ๔๖ ล้านบาท ท่านยังให้อีก ๙๐ ล้านบาทไปทําอะไร นี่คือผมจะจับ เรื่องนี้ล่ะ ท่านจะเห็นชัด ๆ ว่าเอากล่องไปให้เขาทําลายนี่เขายังคืนให้ท่านอีกครึ่งหนึ่งด้วย ซ้ําไปแต่ไม่ทํา อนุมัติอีก ๙๐ ล้านบาทแล้วมาบอกว่าโครงการนี้มันเสียหายเพราะจํานํา จํานําที่ไหนไม่ได้จํานําเลย เขาซื้อสดมา อคส. ไปขายของเก่า ๒ บาทและไปปนของใหม่ มันเลยยุ่งกันท่านครับ ให้ท่านเสรีพิสุทธิ์ไปจับก็ไปจับแต่ชาวบ้าน คนขายลําไย ๒ บาท ไม่จับครับท่าน ผมไม่จบแต่ก็ต้องจบ เพราะเวลามันหมด ไม่รบกวนคนอื่นละครับ
ขอบคุณครับ
ผมคิดว่าชาตินี้คงได้พูดกันอีกครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณอัศวิน วิภูศิริ ๓๐ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อัศวิน วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่ม ๒ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมได้อ่านสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... และได้อ่านแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ทั้งหมดแล้วนะครับ สาระสําคัญหลักในการให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้ก็คือให้กู้เงินได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะกู้เปึนเงินบาทก็ได้หรือจะ กู้เปึนเงินสกุลใดก็ได้นะครับ อันนี้ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับเรื่องการว่าจะกู้เปึนเงินสกุล บาทหรือจะกู้เปึนเงินสกุลไหนนะครับ เพราะเนื่องจากว่ารัฐบาลนั้นก็คงจะใช้การพิจารณา ในสภาวะนั้น ๆ ซึ่งถ้าหากว่าในสภาวะนั้นการกู้เงินบาทจะเปึนผลประโยชน์ดีต่อ ประเทศชาติก็จะกู้เงินบาท อย่างที่ผ่านมาพระราชกําหนดนั้นบอกว่าจะกู้เปึนเงินบาทหรือ กู้ภายในประเทศก็จะเปึนการที่ดีในความเห็นของผมนะครับ เพราะว่าจะไปคิดว่าจะเปึน การแย่งไปกู้ของภาคเอกชนนั้นไม่ใช่ เพราะเนื่องจากตอนนี้ภาคเอกชนนั้นจะไปกู้ ธนาคารก็ไม่อยากให้กู้อยู่แล้วครับเพราะมีความเสี่ยงต่อการลงทุนอาจจะขาดทุน เพราะฉะนั้นไม่มีการกู้ก็เกิดการไม่มีการลงทุน ไม่มีการลงทุนก็ไม่เกิดการจ้างงานจะยิ่ง เปึนผลร้ายต่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลไปกู้เงินก็จะทําให้เอามาลงทุนแล้วเกิด การจ้างงาน ระบบธนาคารก็ยังอยู่ได้ คนฝากเงินก็ยังมีดอกเบี้ย ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะต้อง กลับไปถึงเอาเงินไปฝากธนาคารโดยไม่ได้ดอกเบี้ย นี่ละครับ การกู้เงินนั้นผมคิดว่าเปึน เรื่องปกติ เปึนสิ่งปกติของการบริหารประเทศชาติเพราะในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการกู้กัน มาตลอด เรามีงบประมาณสมดุลเมื่อป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ แต่ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ มา เราก็จัดงบประมาณขาดดุล ๑๔๖,๒๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ เราก็จัดงบประมาณขาดดุลอีก ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท และในป้ ๒๕๕๒ นั้น เราจัดงบประมาณขาดดุล ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท และเรามาเพิ่มเติมงบประมาณกลางป้ อีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท สาเหตุที่เปึนเช่นนี้นะครับก็เพราะว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกเปึนที่ ทราบกันดีว่าขณะนี้โลกกําลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุด ตั้งแต่ผมเติบโตมา และอยู่ในวงการธุรกิจมาก็เพิ่งเห็นครั้งนี้ละครับที่รุนแรงมาก วิกฤติครั้งนี้เริ่มจากสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพในสหรัฐอเมริกาหรือที่เรียกว่า ซับไพรม เมื่อสินทรัพย์ต่าง ๆ นั้นถ้าจะ เปรียบเทียบไปก็เหมือนเมื่อตอนป้ ๒๕๔๐ เรามีการให้อสังหาริมทรัพย์นั้นเติบโตกันมาก จนเกิดการเก็งกําไรเปึนฟองสบู่เกิดขึ้น และถึงวันหนึ่งฟองสบู่แตก สินทรัพย์นั้นก็ด้อยค่าลง ก็ทําให้ประชาชนต่าง ๆ ที่ไปกู้เงินเพื่อผ่อนบ้าน ซื้อบ้าน เก็งกําไรต่าง ๆ นั้นก็เกิดปัญหา เกิดวิกฤติ สถาบันการเงินต่าง ๆ ก็เกิดวิกฤติ เกิดหนี้เสียกันมากมาย ส่งผลลุกลามไปยัง ทั่วโลก ทําไมถึงเปึนเช่นนั้นละครับ ก็เพราะว่าสหรัฐอเมริกานั้นเปึนนักลงทุนรายใหญ่ของ โลกไปลงทุนอยู่ทั่วโลก เมื่อเกิดวิกฤติในประเทศจําเปึนอย่างยิ่งจะต้องถอนการลงทุน หยุดการลงทุนต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อกลับไปประคองหรือดูแลธุรกิจภายในให้อยู่ได้ อันนี้ ละครับที่ทําให้ประเทศไทยนั้นก็ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ประเทศไทยนั้นนอกจาก จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติของที่สหรัฐอเมริกาของโลกแล้ว เรายังได้รับผลกระทบ ภายในประเทศเองจากวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็รู้ ๆ อยู่คงไม่ต้องที่จะพูดในที่นี้ นะครับ วิกฤติการเมืองในครั้งนั้นก็ทําให้ความเสียหายเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยเปึน อย่างมาก ความเชื่อมั่นต่าง ๆ ลดลง โดยเฉพาะประเทศไทยเปึนประเทศที่พึ่งพิง การท่องเที่ยว รายได้จากการท่องเที่ยวเปึนหลักก็ทําให้เกิดวิกฤติซ้ําเติมหนักเข้าไปอีก นะครับ นี่ละครับวิกฤติครั้งนี้ทั่วโลกทําให้ความเชื่อมั่นลดลง การบริโภคลดลง การลงทุน ลดลง ธุรกิจขาดความมั่นคง ความมั่นใจต่าง ๆ คนก็อาจจะตกงาน นี่ละครับทุกอย่างมันโยง กันไปหมด ประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ นั้นจะมีความสัมพันธ์และ เชื่อมโยงกันไปหมด ถ้าเราจะแก้ปัญหาเรื่องคนตกงานก็ต้องทําให้เกิดการลงทุน จะทําให้ เกิดการลงทุนก็ต้องทําให้เกิดการบริโภค จะทําให้เกิดการบริโภคก็ต้องทําให้เกิดความ มั่นคงทางอาชีพการงาน เกิดความมั่นใจ นี่ละครับมันโยงกันไปหมด เพราะฉะนั้นจําเปึน อย่างยิ่งในสภาวะเช่นนี้ คนที่จะมาลงทุนนั้นเราจะหวังพึ่งพิงจากภาคเอกชนคงไม่ได้ ไม่ไหวแล้วถ้าเราจะรออย่างนั้น เราจะเห็นได้จากว่าเมื่อไตรมาสสุดท้ายของป้ที่แล้วนั้น จีดีพี เราติดลบ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น จีดีพี เราบวกมาตลอด และสุดท้าย ภาพรวมทั้งป้ จีดีพี เราบวก ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาในป้ ๒๕๕๒ ไตรมาสแรกของ ป้ ๒๕๕๒ ป้นี้น่าตกใจครับท่านประธานครับ จีดีพี เราติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่ละครับ ถ้าหากว่าเราไม่รีบแก้ไข ไม่รีบเยียวยา จีดีพี เราอาจจะติดลบถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ อย่างที่ ผมได้กล่าวไปแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะหวังพึ่งพิงการลงทุนจากภาคเอกชนหรือต่างชาติได้ มากแล้ว เวลานี้ความเชื่อมั่นในทั่วโลกนั้นหายไปลดลง ประเทศไทยเราเปึนประเทศ ส่งออกพึ่งพิงการส่งออก โดยเฉพาะอเมริกานั้นเปึนประเทศที่เปึนลูกค้ารายใหญ่ของเรา แล้วเกิดวิกฤติทําให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าลดลง แน่นอนครับ จีดีพี เราลดลงแน่เราจําเปึน จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้น จีดีพี ของเราภายในประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ผมเห็นใจรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรก็ดีการกู้เงินนั้นรัฐบาลก็มีกรอบบริหารความเสี่ยง ซึ่งเราก็ยึดถือกันมาตลอดนะครับ ก็คือว่ายอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อ จีดีพี ไม่เกิน ร้อยละ ๕๐ ซึ่งผมดูแล้วถึงวันนี้ยอดหนี้ต่อ จีดีพี ของเรานั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ก็ยังไม่ถึง ๕๐ นะครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่าในป้หน้านั้น จีดีพี เราจะเติบโตไปแค่ไหน ถ้าหาก จีดีพี ลดลงมาอีก ยอดหนี้อาจจะกลายเปึน ๖๐ ก็ได้ ซึ่งจะเสียวินัยตรงนี้ไป ตรงนี้ก็ต้องฝากรัฐบาลที่จะต้อง ดูแลให้เปึนอย่างดีนะครับ ภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกินร้อยละ ๑๕ ก็หมายถึงว่า ในงบประมาณของทุก ๆ ป้นั้นเราจะจัดเงินที่จะไปชําระหนี้ต่างชาติไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ ซึ่งตรงนี้ผมดูแล้วเมื่อป้ที่แล้วนี้ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็น่าเปึนห่วง เหมือนกันตรงที่ว่า ใน ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนดอกเบี้ยทั้งหมดไม่ได้มีการลดเงินต้น ตรงนี้รัฐบาลก็คงจะต้องทําความเข้าใจกับประชาชนนะครับว่า ในการกู้เงินนั้นแม้จะ ไม่เสียหายแต่ต้องมีวินัยทางการเงิน จะทําอย่างไรที่ยอดหนี้จะลดลงและประมาณเมื่อใด และสําหรับรายจ่ายการลงทุนต่องบประมาณนั้นต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๒๕ อันนี้คือ วินัยทางการเงินของรัฐบาล ซึ่งผมดูแล้วก็ยังอยู่ในวินัยทุกอย่าง เพราะฉะนั้นผมไม่น่าห่วง กับพระราชบัญญัตินี้นะครับ แต่สิ่งที่ผมห่วงและก็อยากจะฝากท่านประธานไปยัง คณะรัฐบาลนะครับ เพราะผมได้อ่านแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ นั้น ก็ได้เห็นว่า การลงทุนในหมวดต่าง ๆ นั้นแม้จะยังไม่มีรายละเอียดมากแต่ก็พอประมาณได้ เมื่อวานนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ตอบก่อนที่สภาจะมีการเลื่อนการอภิปรายไปในตอนสุดท้ายว่า ได้ให้ความสนใจให้ความสําคัญกับการลงทุนเรื่องแหล่งน้ําเปึนพิเศษของในการแก้ปัญหา ครั้งนี้ ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยแล้วก็ดีใจมาก เพราะเนื่องจากว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการ รับรู้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ผมแม้จะเปึน ส.ส. ในระบบสัดส่วน แต่ผมก็ลงพื้นที่ใน จังหวัดพิจิตร ดูแลอยู่ตลอดเวลา พี่น้องของเราส่วนใหญ่นั้นเปึนชาวเกษตรกรก็ทํานา ทําไร่ ความต้องการของเขานั้นสําคัญที่สุดเลยครับ ท่านประธานครับ คือเรื่องน้ํา ถ้ามีน้ํา นี่มันแก้จนได้จริง ๆ เพื่อจะเรียนฝากไปยังรัฐบาลนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังนะครับว่า คนทํานามีนาอยู่ ๒๐ ไร่ แต่ทํานาอยู่ในที่ต้องรอฟัารอฝน รอธรรมชาติอย่างเดียวนั้น ก็ทํานาได้ป้ละครั้งเดียว นา ๒๐ ไร่ ยังไม่แน่ว่าจะได้ผลหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดน้ําท่วม ภัยแล้งได้ แต่อีกคนหนึ่งที่มีนาอยู่ ๒๐ ไร่เช่นกัน อยู่ในฝัืงที่มีระบบชลประทานสมบูรณ์ อยากจะทํานาเมื่อไรก็สูบน้ําเข้านา ป้หนึ่งเขาสามารถทํานาได้ ๓ ครั้งครึ่ง หรือ ๒ ป้ ๗ ครั้ง แล้วก็ได้ผลแน่ ๆ อันนี้ละครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีนา ๒๐ ไร่ แต่มีระบบน้ํา ชลประทานที่ให้เขาสามารถทํานาได้ ๓ ครั้ง ๓ ครั้งครึ่ง ก็เท่ากับเขามีนาถึง ๖๐-๗๐ ไร่ และจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ํานั้น เปึนปัญหาที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเราก็ศึกษา ผมจําได้ว่าแรก ๆ ที่เราเข้ามาในสภานี้เป่ดขึ้นมา ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาเรื่องน้ํา และก็ได้ผลสรุปออกมา แต่ผมอยากให้ รัฐบาลนั้นได้ใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ํา ถ้าหากว่ารัฐบาลคิดจะแก้จนให้กับประชาชน ทั้งประเทศจริง ๆ ต้องหยิบปัญหาเรื่องน้ําขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติที่จะต้องทํากันอย่าง จริง ๆ ทุกวันนี้การบริหารจัดการน้ํานั้นไม่มีการบูรณาการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่างคนต่างทํา ไม่มีมาสเตอร์ แพลน ที่เราจะ เดินเกมอย่างไร เดินหน้าอย่างไรให้เปึนระบบ เวลาจัดงบประมาณก็จะจัดสรรงบประมาณ ลงไปยังพื้นที่แบบกระจาย ๆ ไป สุดท้ายไม่ได้ผลครับ ไปขุดลอกคูคลองแต่ไม่มีการส่งน้ํา ไป หน้าน้ํามาก็ทําให้น้ํานั้นที่เคยท่วมก็อาจจะลดเร็ว เพราะว่าคลองไหลสะดวกขึ้น แต่ไม่สามารถจะเก็บกักน้ําได้ ผมยกตัวอย่างผมได้ไปศึกษาโครงการหนึ่งซึ่งผมได้เข้าไปทําแล้วก็ศึกษาอย่างจริงจัง มีเหมืองอยู่แห่งหนึ่งมีที่ ๒๐๐ ไร่ เหมืองยิปซั่มในจังหวัดพิจิตรที่ ๒๐๐ ไร่ ขุดลึกลงไปถึง ๕๐ เมตรใหญ่มากน้ําเต็มอุดมสมบูรณ์ ผมคํานวณน้ําแล้วมีประมาณ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และได้มีการสูบน้ําขึ้นมาใช้ในป้นี้ ผมพยายามติดต่อขอเครื่องสูบน้ํามาสูบ ๒ เครื่อง ปรากฏว่าทําให้ประชาชนทํานาได้เวลานี้ ถ้าผมคํานวณใช้น้ําทั้งหมดเพียงแค่ ๑๐ ล้าน ลูกบาศก์เมตรไม่ต้องถึง ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรทํานาได้ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ทําให้ประชาชนนั้น ได้ทํานาได้ ๒ ครั้งเปึนครั้งแรก แต่ว่าการบริหารจัดการ ณ ตรงนี้ยังใช้ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะในป้หน้านั้นน้ําจะเข้าไปเติมในเหมืองนี้ได้อย่างไร เพราะหน้าน้ํานั้นน้ําไม่ได้ไหลเข้าไป ทั้งหมด ป้หน้าก็จะไม่มีน้ําอีก นี่คือการขาดการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งทุกกระทรวงจะต้องลง ไปดูว่าตรงไหนเปึนแหล่งที่จะสามารถทําได้อย่างไร แล้วร่วมกันคิด ไม่ใช่เฉพาะขุดแก้มลิง ให้มีน้ําขังไว้ช่วงหนึ่งแล้วก็อีกช่วงหนึ่งก็ไม่มีน้ํา นี่ละครับที่ผมบอกว่าผมเปึนห่วงเรื่อง ในรายละเอียดของการทํางาน ซึ่งรัฐบาลจะต้องตั้งสติคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดี การส่งเงิน ลงไปอย่างเดียวนั้นบางครั้งไม่ได้ผลครับ แม้จะใส่ลงไปหลายล้านบาท หลายแสนล้านบาท ก็จริง ถ้าหากว่าไม่มีการบูรณาการตรงนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่รัฐบาลให้ความสําคัญมากก็คือเรื่องขนส่งระบบโลจิสติกส์ เปึนเงินถึง ๕๗๑,๕๒๓ ล้านบาทตามแผนปฏิบัติการครั้งนี้ อันนี้ผมได้อ่านดูแล้วก็เห็นด้วยกับ หลาย ๆ เรื่อง แต่สําหรับประเทศไทยนั้นยังมีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งดูจะอ่อนไปนิดหนึ่งในแผน ตรงนี้ก็คือการขนส่งระบบราง ซึ่งรัฐบาลให้ความสําคัญน้อยมาก ประเทศไทยนั้น เปึนประเทศที่ไม่ใหญ่ จากกรุงเทพฯ เปึนจุดศูนย์กลางไปเหนือสุดประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร ไปอีสานสุดประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร ไปใต้ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร จริง ๆ แล้วเหมาะแก่การที่จะใช้การขนส่งระบบรางเปึนอย่างยิ่ง ผมไม่ต้องพูดถึงว่า รถไฟฟัาความเร็วสูง แต่ถ้าจะพูดสักนิดหนึ่ง ถ้าเราลองยกตัวอย่างว่าถ้าไปเชียงใหม่มี รถไฟฟัาความเร็วสูงระดับ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนชินคังเซน (Shinkansen) ของญี่ปุ์น ๓ ชั่วโมงเศษ ๆ เราถึงเชียงใหม่คงไม่มีใครใช้เครื่องบินเราจะลดการใช้จ่ายของ การขนส่งทางระบบอากาศลงได้ ซึ่งจะลดเงินตราการใช้จ่ายของประเทศลงไปได้อย่างมาก คราวนี้การขนส่งระบบรางนั้นมีความสําคัญต่อการลงทุนทางด้านธุรกิจเปึนอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะการขนส่งโดยสารของประชาชนเท่านั้นนะครับ ผมจึงอยากจะให้ รัฐบาลได้ให้ความสําคัญตรงนี้กับการขนส่งระบบราง รถไฟนั้นเพียงแค่เปลี่ยนเปึนรางคู่ ให้หมดทั้งประเทศก็จะทําความเร็วได้มากขึ้นและการขนส่งสินค้านั้นก็จะลดต้นทุนลงได้ เปึนอย่างมาก จากเหตุผลทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานั้นผมไม่ห่วงเรื่องของการกู้เงิน เพราะว่าเรามีวินัยตรงนี้อยู่ สิ่งที่ห่วงก็ได้ฝากท่านประธานไปแล้วว่าการกู้เงินนั้นวินัยทาง การเงิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี หนี้สินภาระหนี้ แต่ถ้าหากว่า จีดีพี มันลดลงไปอีกมันจะ เสียวินัยทางการคลังอย่างไรบ้าง อันที่ ๒ คือรายจ่ายที่ต้องผ่อนชําระหนี้ไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เท่าที่ดูนั้นมีแต่การจ่ายดอกเบี้ยเท่านั้นเงินต้นยังไม่ได้จ่าย แล้วก็ฝาก ไปเรื่องของการบริหารจัดการน้ําทางการเกษตร การลงทุนทางด้านโลจิสติกส์เกี่ยวกับเรื่อง ระบบราง อันนี้ละครับที่อยากจะให้ท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลให้ความสําคัญ ผมมีเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ ไม่อยู่หรือครับ อย่างนั้นก็คุณหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านมี เวลา ๑๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระผมฟังมาตลอดตั้งแต่เช้าเรื่องที่กระผมรู้สึก ไม่สบายใจที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวว่าท่านวรวัจน์ ไม่มีความรู้ความสามารถ กระผมฟังดูแล้วกระผมรู้สึกท่านจะต้องตอบเนื้อหาว่าที่ท่าน กล่าวไปถึง แต่ท่านบอกว่าท่านวรวัจน์เหมือนไม่มีความรู้ กระผมว่ามันเปึนเรื่องแปลกที่สุด ตั้งแต่กระผมเปึน ส.ส. มาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ ไม่เคยมีรัฐมนตรีคนไหนพูดแบบนี้ครับ ท่านประธาน เปึนการดูถูกดูหมิ่นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่เขาบอกว่ารัฐบาลเด็ก ๆ กระผมว่ามันใช่จริง ๆ มันใช่จริง ๆ เลย จริง ๆ เรื่องแบบนี้มันต้องตอบโต้กันเรื่องความรู้ ความสามารถไม่ใช่บอกคุณพูดไม่เปึนพูดไม่เก่งไม่มีความรู้ความสามารถ กระผมฟังดู แล้วกระผมอเนจอนาถใจ ท่านประธานครับงบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ที่ท่านจะกู้อีก กระผมไปดูครับ ให้กระผมอยู่ ๓ แผ่น ท่านประธาน ๓ แผ่น ขอกู้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนหนี้คนเดียวหรืออย่างไรครับ ท่านเปึนหนี้คนเดียว ถ้าท่านเปึนหนี้คนเดียว โอ.เค. ครับ ๓ แผ่นกระผมรับได้ แต่นี่พี่น้องประชาชน ๖๒ ล้านคน ต้องเปึนหนี้กันทุกคน แล้วเอา ๓ แผ่นมาให้กระผมดูนี่นะครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานเพื่อนสมาชิกก็พูดกันตลอดแม้แต่ฝ์ายรัฐบาลก็โดนจังหวัดสุรินทร์ กรรมาธิการงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะไปพัฒนา อบต. อบจ. เทศบาล จังหวัดนี้แบ่งกันตามความเหมาะสมเสมอภาคเท่าเทียมกันครับไม่มีการได้มาก ได้น้อย ปรากฏว่าท่านประธานครับ ยกตัวอย่างที่จังหวัดชัยภูมิครับชัดเจน พื้นที่ไหนเปึน ของฝ์ายรัฐบาลหมดแล้วครับจบแล้ว พื้นที่ไหนเปึนฝ์ายค้านให้ไปนิด ๆ หน่อย ๆ ๒-๓ โครงการ กระผมได้ข่าวมาท่านประธาน งบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อธิบดีคนนี้ใจกล้ามากทําทุกอย่าง ตอนเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดที่ขอนแก่นก็ประกาศเลย ผมจะเปึนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ตอนนี้ สงสัยจะต้องโดนคดีท่านเจริญ จรรย์โกมล กําลังติดตามทําครับ ท่านประธาน เรื่องแบบนี้ ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสภาแห่งนี้ไม่เคยมีครับ ข้อตกลงของ กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ผู้อํานวยการท่านก็ทราบ ทุกคนก็ทราบแต่ปรากฏว่า ทั้งดึง ทั้งถ่วง ทั้งเตะ ทั้งเปลี่ยนแปลงงบประมาณ มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด บางท่านมาเล่าให้กระผมฟังว่า หมอ กระผมไปเอาเงินได้นะนี่จ่าย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เงินผ่านเลยมันอะไรกันครับ กระผมไปฟังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังจะแก้ปัญหาอะไรครับ ๑. ทุจริตคอรัปชัน ๒. ปัญหา ยาเสพติด ๓. ปัญหาชายแดนภาคใต้ กระผมเห็นเอางบนี้เข้ามาโอ้โฮ โคตรเหง้าของทุจริต เลยครับ โคตรเหง้าเลย เพราะอะไรครับ ให้พวกกระผมเซ็นเช็คไปดูนะครับกฎหมาย ข้อ ๓ ท่านเฉลิมพูดไปแล้ว ข้อ ๔ ครับ อยากอ่านให้พี่น้องประชาชนที่บ้านฟังท่านเปึนหนี้แล้ว ท่านจะตกใจนะครับ เพราะอะไรครับ การกู้เงินโดยไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วย วิธีงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ตายสิครับแบบนี้อยากทําอะไรก็ทําได้ งบประมาณไม่ต้องเกี่ยวเลยครับ สํานักงบประมาณไม่เกี่ยวเลยแบบนี้มันเปึนการเซ็นเช็ค ให้สภาผู้แทนราษฎรเซ็นเช็คให้นายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีไปกรอกข้อความลง ทําแบบนี้ กระผมว่ามันน่ารังเกียจมากท่านประธาน โจมตีให้ร้ายรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ว่าทุจริตคอร์รัปชันตลอดเวลา แล้วตอนนี้เปึนอย่างไรครับสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร กล้า ยาง ๑,๒๐๐ ล้านบาทครับ ถ้ามันได้จริง ๆ ก็ได้แค่ ๑๒๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุจริต ซีทีเอ็กซ์ (CTX) ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ ๖๐ ล้านบาท แต่งวดนี้น่ากลัวจริง ๆ นี่ยัง ขอเงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยที่ไม่บอกโครงการไม่มีอะไรไม่มีรายละเอียด เอาโครงการไทยเข้มแข็งมาให้ดู ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรตรงไหนนะครับ ๑.๔ ล้านล้านบาท ไม่รู้จะเอาไปใส่อย่างไร เราดูเราก็งงนะครับ ทําให้ขนาด ส.ส. ดูแล้วก็ไม่เข้าใจงงว่าคุณจะ เอาไปทําอะไรบ้าง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้เรื่อง ขนาด ส.ส. เขาบ่นกันทุกคนว่าไม่เห็น เลยว่าจะทําอะไร จะไปกู้อย่างเดียวบอกว่าจะกู้เปึนเงินบาทคือกู้ในประเทศแค่นั้นเองครับ ทําอะไรไม่บอก ทําอะไรไม่บอกยังไม่พอครับ อย่างที่ท่านเฉลิมพูด แล้วจะให้ใครใช้หนี้นะครับ ท่านจะใช้หนี้ไหม มันต้องมีรายละเอียดครับ เขียนมาสิครับ ท่านจะใช้หนี้ขนาดไหนนะครับ สมัยท่านชวลิต ยงใจยุทธ สมัยท่านชวน หลีกภัย ที่ไปตกลง ไอเอ็มเอฟ ยังมีว่า กู้แล้วแบบนี้ ๆ ต้องทํา ต้องมีระเบียบให้เราดูครับ อันนี้ไม่มีกู้อย่างเดียวไม่รู้จะใช้หนี้ อย่างไร เห็นแล้วหนักใจท่านประธานครับ กระผมไม่สามารถที่จะพิจารณาร่วมกับ พรรครัฐบาลได้ กระผมเชื่อนะครับ พรรคร่วมรัฐบาลก็อึดอัดใจ โครงการที่มันเหมาะสม ไม่คิด ไม่ทํา กระผมอยากเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่จะมีปัญหา ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันของรัฐบาลชุดนี้ กระผมว่าถ้าสามารถไปถึงได้ จริง ๆ ตอนนี้กระผมก็อยาก อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะอะไรครับ กระผมก็ไม่เคยเห็นว่าเป่ดวิสามัญงบประมาณแล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยทําเปึนมาตรฐานไว้สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ทําไว้นะครับ งบประมาณแผ่นดินตอนสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านอภิปราย ไม่ไว้วางใจกระผมก็นั่งงงทําได้อย่างไร แต่ก็ทํามาแล้วครับ ตอนนี้กระผมยังดีใจที่ นายกรัฐมนตรียังดึงไว้ ไม่ว่าจะรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ท่านประธาน ถ้าทํามาอะไรมันจะ เกิดขึ้นครับ หลายคนบอกทําแล้วจะดี ถ้าโครงการนี้ผ่านกระผมจะต้องถามท่านถาวร เสนเนียม ซึ่งเปึนผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ตอนนั้นยังไม่มีใครเลยครับ มีแค่โครงการ ท่านชี้แจง ๑ ชั่วโมงเต็ม ๆ ว่าเงินจะเข้ากระเปิาคนนั้นกี่พันล้านบาท ๆ ตอนนี้ตัวเลขเห็นชัดเลยครับ บอกว่า ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงมา ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปอาจจะลดเหลือ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ท่านประธาน ตัวเลขมันหายไปตรงไหนครับ เอามาจากไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน่าเจ็บแค้นแทนพี่น้องเกษตรกรคือเรื่องขายข้าว ท่านประธานครับ ท่านจะกู้เงินไปทําอะไรต่ออะไรเห็นแก่พี่น้องเกษตรกรบ้างครับ เขาทํานา ทําไร่ ทําไมไม่กู้เงินมารับจํานําข้าวล่ะครับ ทําไมไม่ทําเลย ไม่ทําบ้าง ตอนนี้ข้าวเหลือ เท่าไรครับท่านประธาน ๗,๐๐๐ บาท ตายไหมครับ ยิ่งกว่าตายครับ เขาประท้วงท่านก็ บอกว่าจะช่วยเหลือจะรับจํานําต่อ พวกท่านเปึนคนทําให้ข้าวตกต่ํา มีอย่างที่ไหนครับ จะประมูลข้าว พวกกระผมรับจํานํามาท่านประธานเท่าไรท่านทราบไหมครับ ๑๔ บาทครับ กิโลกรัมหนึ่ง ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาลชุดนี้จะประมูลข้าวสารนะครับ ไม่ใช่ ข้าวเปลือก ข้าวเปลือกพวกกระผมซื้อจํานํามา ๑๔ บาท ท่านจะประมูลเปึนข้าวสารราคา ๑๔ บาท กระผมก็งงข้าวเปลือกกับข้าวสารราคาเท่ากัน หรือข้าวเปลือกมันแพงกว่า ข้าวสารหรือ ท่านประธานงงไหมครับมันทําได้อย่างไร ทําไมไม่คิดนะครับ กระผมอยาก ฝากท่านนายกรัฐมนตรีข้อนี้นะครับ หิ้วกระเปิาไปเลยครับ หิ้วกระเปิาไปเจรจาค้าขาย หนีบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งป้นี้จะซื้ออาวุธป๋น ซื้อเครื่องบิน ซื้ออะไรต่ออะไร อาวุธสงครามทั้งหลาย ไปเจรจากับต่างประเทศจะเปึนยุโรปหรือจะไปซื้อที่ไหนก็ได้ครับ ท่านประธาน หิ้วไปเลยนะครับ หิ้วกระเปิาไป เห็นเพื่อนบอกว่านายกรัฐมนตรีไปไหนก็ไม่รู้ ไม่มีใครอยู่ก็พูดกับท่านประธาน กระผมฝาก ข้อคิดนายกรัฐมนตรีนะครับ คิดหาเงินบ้าง อย่าไปคิดแต่กู้แล้วก็เก็บภาษี มันต้องไปหา เงินครับ เราซื้อรถถังเขา เราก็ไปให้เขาซื้อข้าวสิครับ แลกเปลี่ยนกันสิครับ แลกเปลี่ยนกัน หรือว่ามันได้เปอร์เซ็นต์น้อย กระผมก็ไม่ทราบ มันได้เปอร์เซ็นต์น้อยหรืออย่างไร สมัยทักษิณ ชินวัตร ท่านทําเรื่องนี้ทําให้ข้าว ยาง พืชไร่เศรษฐกิจทุกชนิดมันดีขึ้นครับ กระผมถึงอยากฝากข้อความนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนี่คิดเสียบ้างครับหาเงิน อย่าคิด แต่กู้อย่างเดียว กู้อย่างเดียวมันไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ กู้แล้วเอามาแจก แจก แจก แล้วก็เก็บภาษีเขา พูดสวยครับ เก็บภาษีเหล้า บุหรี่เพิ่ม เพื่ออะไรครับ ไม่ให้คนไทยต้อง สูบบุหรี่แค่กินเหล้ามากขึ้น ท่านไปดูงบ สสส. ครับ กระผมเปึนประธานกรรมาธิการ สาธารณสุข งบ สสส. เพิ่มทุกป้ครับ มันลดตรงไหนครับบุหรี่กับเหล้า มันลดตรงไหน แล้วท่านไปสร้างโรงงานยาสูบอีกหลายหมื่นล้านบาท ท่านไปสร้างทําไม ท่านจะให้คน ไทยเลิกสูบบุหรี่ท่านจะไปสร้างทําไม สร้างทําอะไร ไปสร้างทําอะไรครับ กระผมดูท่านพูด แล้วนี่วังเวงไปทุกเรื่อง วังเวงท่านประธาน ท่านก็อ้างแต่ศาลนะครับ ท่านมีตัวช่วยเยอะ โอ.เค. นะครับ เราไม่ว่ากัน ท่านมีตัวช่วยเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ บางครั้งโน่นเลยครับ ไปพูดอะไรกระผมก็ไม่เข้าใจ โน่น ท่านกษิต ภิรมย์ ไปบอกอย่างไรให้อย่าไปจับอองซาน ซูจี ไปเกี่ยวอะไรกับเขาครับ เดี๋ยวเขาก็สวนกลับมาหรอก แล้วคุณทําไมไม่ปล่อยทักษิณ จับทักษิณไปแล้วมันได้อะไร อยากถามรัฐบาลนี้ จับทักษิณแล้วได้อะไร หนี้สินหายไป หรืออย่างไร เศรษฐกิจมันดีขึ้นหรืออย่างไร วัน ๆ โน่นส่งท่านอลงกรณ์ ไม่ทราบมา หรือเปล่า กระผมก็เพิ่งกลับมา กระผมไม่ได้ไปดูต้น ดูดอกครับ กระผมไปประเทศดูไบ ท่านอลงกรณ์เขาบอกให้ไปประเทศดูไบ ทะลึ่งไปดูต้น ดูดอก กระผมไปประเทศดูไบ เห็นแรงงานเขานะครับ ถ้ากระผมเปึนรัฐมนตรีนะครับ กระผมต้องติดต่อเอาคนส่ง โอ้โฮ เขาก่อสร้างมากมายมหาศาลเลยท่านประธาน ทําไมไม่คิดละครับ อุตส่าห์ไปถึงประเทศ ดูไบ บอกกับกรมแรงงานไปคุยกับเขาหน่อยสิ ส่งแรงงานไป เขาต้องการแรงงานมหาศาล ปรากฏแรงงานไทยมีอยู่ ๑๐,๐๐๐ คน อินเดียมี ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนท่านประธาน กระผมดูแล้ว วิสัยทัศน์ไม่เข้าใจ เปึนรัฐมนตรีพาณิชย์จะไปจับคน ไปจับใครครับ ฟังดูแล้วมันวังเวงไป เสียหมด งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานครับ ถ้าเปึนไปได้อยากให้ ท่านถอนออกไปเถอะครับ กระผมไม่เชื่อเลยรัฐบาลชุดนี้ พวกกระผมไม่เคยครับ เปึนรัฐบาลไม่เคยเบี้ยวงบประมาณ ส่วนไหนที่เหมาะสมที่ตกลงกันในกรรมาธิการ งบประมาณส่งให้หมดครับ ประชาชนร้องมาได้หมด อันนี้ไม่ใช่พวกข้าไม่ให้ ฟัน ตัด ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานคณะกรรมการกระจายอํานาจ ท่านต้องดําเนินการให้มัน เหมาะสม ท่านบอกจะปราบทุจริตคอร์รัปชัน กระผมเห็นแล้วนะ เหมือนรถเมล์ ๔,๐๐๐ คันนี่ท่านประธาน ในความเห็นกระผม กระผมไปดูมาแล้วครับ มี ๒๓๑ สาย สัมปทานครับ มีรถเมล์ร่วมเชื่อมต่อกันรวมแล้วประมาณ ๔๐๐ กว่าสาย ขายให้เขาเถอะครับ ให้เจ้าหน้าที่ ขสมก. ไม่ว่าพนักงานขับรถเปึนเจ้าของครับ กระผมคํานวณดูแล้วประมาณ ขายไปเลยสัมปทาน เส้นหนึ่งก็ ๑๐๐-๑๕๐ ล้านบาท ให้เขาลงหุ้นกันหานักลงทุนมาร่วม ทุนกัน ขายไปเลยครับ แล้วจะได้เงิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้หนี้ แล้วนั่งเก็บต๋งครับ เหมือนขนส่งทํา นั่งเก็บต๋งสายนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท สายนี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท สายนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท สายนี้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อป้ รวยครับ กระผมบอกได้เลยว่า ขสมก. จะมีเงินทันที ก็อยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีนะครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ถ้าเปึนไปได้ถอนไปเถอะครับ ฝ์ายค้านไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง รายละเอียดไม่มี ท่านจะให้พวกกระผมเซ็นเช็ค โดยท่านไปเขียนเงินเองนี่
หมดเวลาแล้วครับ
กระผมไม่สามารถพายเรือให้โจรนั่งได้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีมีอะไร เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมมีเรื่องต้อง รบกวนเวลาสภานิดเดียวครับ คือที่จริงก็อยากชี้แจงตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วที่มีการพาดพิงถึง เรื่องรถเมล์ คือ ขสมก. เหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้หรือกระทรวงคมนาคมทําให้มีการทุจริต คอร์รัปชัน ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับสั้น ๆ ว่า วันนี้ผมรับหน้าที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลหน่วยงานก็คือ ขสมก. ไม่ให้ขาดทุน แล้วก็มี หน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมให้คนในกรุงเทพฯ ได้ใช้รถเมล์ดี แล้วตรงเวลาประหยัด ก็คิดกันอยู่ แค่นี้ ก็เลยเกิดโครงการนี้ขึ้น ที่จริงโครงการนี้ก็เกิดขึ้นก่อนที่ผมทําหน้าที่ด้วยซ้ํานะครับ ก็เกิดโครงการไปเช่ารถเมล์มา คิดว่าจะเช่ารถเมล์ โดยเชิญชวนให้เอกชนมาลงทุน ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแม้แต่บาทเดียว ความคิดผมนี่ ผมมองเห็นคล้าย ๆ กับท่าน ประทานอภัยที่ต้องเอ่ยถึงท่านคุณหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เหมือนกันครับ คือให้เอกชนมาลงทุน แต่ไม่ใช่ให้สัมปทานไป เพราะการให้สัมปทานไป ง่ายนิดเดียวครับ ให้สัมปทานไป กินต๋งง่ายนิดเดียว แต่ประชาชนจะต้องแบกรับภาระค่ารถเมล์ ถ้าให้เอกชนไปลงทุน เอกชนก็ต้องคุ้มค่า วันนี้มันเปึนการบริการสาธารณะที่ต้องให้รัฐ ต้องแบกรับภาระส่วนหนึ่ง ฉะนั้นเรียนอย่างนี้นะครับ มีคนกล่าวถึงว่ามีเงินหล่นหาย อะไรทั้งหลาย ผมนําเรียนว่าเรื่องรถเมล์นี่นําเข้าที่ประชุมของ ครม. ครั้งที่ ๑ ในวงเงิน ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท โดย ณ ขณะนั้นคิดดอกเบี้ยกันที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ บวกค่าความเสี่ยง เหมือนกับท่าน ประทานอภัยที่ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี พูด คือการกู้เงินนี่ก็ต้องบวก ค่าความเสี่ยงไว้ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นก็เปึน ๗ เปอร์เซ็นต์ บวกกันแล้วคิดดอกเบี้ย เคาะออกมาก็เปึน ๖๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครม. ก็ไปถกเถียงใน ครม. ว่าดอกเบี้ยแพง ที่จริงมีอยู่ ๒ ประเด็นที่ ครม. เขาติดใจก็คือ ๑. ดอกเบี้ยแพง ทําไมต้องบวก ๒. เรื่อง ค่าเหมาซ่อมบํารุงอะไรทั้งหลายนี่ ก็ให้กลับมาดู เมื่อกลับไปดูครั้งที่ ๒ ก็ไปคิดกันดอกเบี้ย ที่ ๖ เปอร์เซ็นต์ คือดอกเบี้ยนี่มันขึ้นลงทุกวัน ๆ ตามภาวะตลาดของเงิน ขณะที่ ครั้งสุดท้ายที่เสนอไป ดอกเบี้ยก็ไปอยู่ที่ ๖.๗๒๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเคาะออกมาแล้ว เงินก็จะเปึน ๖๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไม่เปึนอย่างที่คิดว่าทําไมถึงลดลง ก็ลดลงตามดอกเบี้ย ท่านจะไปสังเกตว่าที่ไม่ลดลงเลยคือค่าบํารุงรักษานี่ คือมันไม่ใช่เรื่องมันลดไม่ได้ แต่สิ่งไหนที่มันลดได้ เราก็นํามาลด ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ เรื่องรถเมล์ ผมกราบเรียนสั้น ๆ ว่า ขสมก. มีหน้าที่เอาผู้โดยสาร ๑ คน ไปขับรถที่มีตามสเปกที่ ทีโออาร์ (TOR) กําหนด เปึนรถที่มีระบบกันสั่นสะเทือน มีเครื่องเก็บตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ มี ติด จีพีเอส (GPS) จีพีอาร์เอส (GPRS) อะไรทั้งหลายนี่ วิ่งวันละ ๓๐๕ กิโลเมตรต่อวัน ต่อคัน วิ่งได้เท่าไรแล้วนี่ เก็บส่งค่าเช่าประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าบาทต่อวันต่อคัน แค่นั้นเอง นะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าเรื่องนี้ที่จริงไม่ใช่เวทีนี้จะต้องชี้แจงนะครับ ต้องเปึน อีกเวทีหนึ่ง ฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ๑. วันนี้ทําไมถึงคิดว่า ขสมก. ทําไมถึงคิดว่าต้องเช่า ก็เพราะ องค์กรมันขาดทุน มันไม่มีเงิน วันนี้ผมก็เรียนว่าถ้าซื้อก็ต้องไปกู้เงิน ฉะนั้นรัฐบาลก็มีวิธีว่า ถ้าจะกู้เงินเหมือนวันนี้ที่ท่านบอกว่าเรากู้ จะต้องเปึนการกู้สร้างถนน กู้สร้างแหล่งน้ํา อย่างที่เรากําลังถกปัญหากันอยู่นี่ ฉะนั้นรถเมล์มันมีภาคเอกชนที่คิดว่าจะมีการมาลงทุน เราก็เลือกใช้วิธีนี้ ฉะนั้นกราบเรียนต่อท่านประธานและสภาว่า ณ วันนี้ยังไม่เกิดความ เสียหาย แล้ว ณ วันนี้ยังไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ เพียงแต่คิดโครงการขึ้นมา แล้วก็ปรับแล้วผมก็กราบเรียนว่าผมถอยได้ทุกเรื่อง ถ้าเรื่องไหนที่เปึนประโยชน์ต่อ ประเทศชาติบ้านเมืองโดยไม่กลัวเสียหน้านะครับ ก็กราบเรียนเรื่องรถแค่นี้ ขอบคุณครับ
ท่านต่อไปครับ ท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านมีเวลา ๕ นาทีนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็นั่งฟังอยู่ข้างล่างนะครับ ไม่ได้ไปไหน เชิญครับ
ท่านประธานคะ ตามที่ได้ตกลง กันนั้นดิฉัน ๑๐ นาทีนะคะ
ก็วิปส่งมา ๕ นาทีนะครับ ก็ไม่เปึนไรอาจจะตัดท่านอื่น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ดีใจนะคะที่วันนี้ได้ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ขอบคุณรัฐบาลนะคะที่ดิฉันได้เห็นการกู้เงินมานี้ จากการที่จะให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากที่ให้เงินผู้เฒ่าผู้แก่ ๕๐๐ บาท สามารถที่จะ ซื้อหมากซื้อพลูได้ สามารถที่จะให้คนที่ปลูกต้นพลูต้นหมากนั้นได้ปลูก สามารถที่ทําให้ คนขายปุิยนั้นได้ขายนะคะ เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจย่อม ๆ แล้วก็ในส่วนที่ให้ประกัน ราคาพืชผลนะคะ รับจํานํามันสําปะหลัง จากการที่รับจํานํามานั้นในสถิติประเทศไทย ของเรามีมันสําปะหลัง ๓๐ ล้านตัน แต่ในรัฐบาลนั้นจํานําแค่ ๑๐ ล้านตัน ถ้ากรุณา ในช่วงนี้สามารถได้กู้เงินและสามารถรับจํานํากับเกษตรกรได้ทั้งหมด ๓๐ ล้านตันก็คงจะ เปึนอานิสงส์ให้แก่เกษตรกรนะคะ ในส่วนที่ดิฉันอยากจะขอสนับสนุนว่าในการกู้เงินนั้น ไม่ว่าจะเปึนการเรียนฟรี ๑๕ ป้ มอบเงินให้กับลูกหลานนักเรียนได้เรียนหนังสือ ๕๕๕ บาท ถ้าหากว่าสําหรับผู้มีอันจะกินนั้นก็คงจะไม่เปึนไรนะคะ แต่คนที่ไม่มีอันจะกินค่ะ ๕๕๕ บาทนี้ ทําให้เด็กนักเรียนในพื้นที่นั้นสามารถมีกําลังใจที่ไปเรียนหนังสือไปโรงเรียนโดยไม่รบกวน พ่อแม่เลยนะคะ
ในการพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร ดิฉันอยากจะขอฝากในส่วนกู้เงินมานี้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาท ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นพูดขึ้นมาก็เยอะนะคะ พูดขึ้นมาก็เยอะ แต่เกษตรกรนะคะในคําว่า พัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร ก็เท่ากับว่าจะดูแล กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เกษตรกรรม ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานในการอภิปราย ในครั้งนี้ว่า ในพื้นที่เกษตรกรรมพื้นที่ภาคอีสานท่านดูสิคะ ภาคเหนือฝนแล้งตั้งแต่ เดือนมีนาคม ฝนแล้งตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนแล้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนกรกฎาคมเช่นเดียวกัน ภาคกลางฝนแล้งตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนกรกฎาคม ภาคตะวันออกฝนแล้งเดือนมีนาคมจนถึง เดือนกรกฎาคม แต่ในส่วนภาคใต้ ภาคตะวันออกและฝัืงภาคตะวันตกฝนแล้งเฉพาะ เดือนมีนาคม นี่เปึนปรากฏของการวิจัยของนักวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ดิฉันได้เก็บเอามาเพื่อต้องการอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่า เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กู้มานั้น อยากจะให้เกิดประโยชน์ให้กับกลุ่มเกษตรกร เพราะในนโยบายในส่วนนี้เขียน ไว้ชัดเจนเลยว่า จะกู้เงินมาเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งในด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ ด้านทรัพยากรน้ํา น้ําเปึนสิ่งสําคัญให้เกษตรกรนะคะ เมื่อจะพัฒนาน้ําแล้ว ในพื้นที่เกษตรกรรมควรจะต้องมีน้ํา แต่ท่านทราบไหมคะว่า ดิฉันได้เห็นงบประมาณในส่วนของการพัฒนาน้ําในพื้นที่ ภาคอีสานทั้งหมดที่ดิฉันได้ชี้แจงให้ท่านประธานได้เห็นนะคะ แล้วผ่านถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ดิฉันอยากจะให้ท่านกู้ กู้มาเยอะ ๆ ที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งประเทศ แต่ในส่วนที่ท่านกู้มานั้น ในงบประมาณที่ท่านทําให้ดู ในแผนการนี้นะคะ พื้นที่การพัฒนาระบบชลประทานรายภาค ภาคเหนือนั้นมีพื้นที่ เกษตรกรรม ๑๐๖ ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ๑๐๕ ไร่ ภาคกลางมี ๔๒ ล้านไร่ ภาคตะวันออกมี ๒๒ ล้านไร่ ภาคใต้มี ๔๔ ล้านไร่ ท่านคะ ดิฉันเห็นในส่วนนี้แล้วนะคะว่า การพัฒนาการที่จะให้เงินนะคะ กู้เงินมาแล้วก็ต้องให้เงินไปเพื่อที่จะพัฒนา ให้น้ํา แต่ดิฉัน เห็นในการกําหนดให้เงินกับเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ํานั้น เจาะลงไปที่ภาคเหนือ ภาคเหนือนั้นได้แค่ ๓๙๖ ล้านบาท ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคเหนือได้ ๓๙๖ ล้านบาท ภาคตะวันออกได้ ๖๐๒ ล้านบาท ภาคกลางและภาคตะวันออกได้ ๔๓๒ ล้านบาท ภาคใต้และตะวันตกได้ ๕๐๑ ล้านบาท ถ้ามาคิดเปอร์เซ็นต์แล้วท่านคิดดูสิคะ ๑๐๖ ล้านไร่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้งบประมาณในส่วนของกู้เงินในครั้งนี้ ดิฉัน เห็นชอบนะคะว่าจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นกู้เงินมาเพื่อพัฒนา แหล่งน้ํา เพราะนักวิชาการต่าง ๆ นั้นบ่นอยู่ตลอดเวลาว่าคนไทยนั้นรอฝนอย่างเดียว ทําการเกษตรในการรอฝน แล้วในการที่จะได้น้ําจากการที่ไม่รอฝนนั้นท่านคิดไม่ได้หรือคะ ดิฉันจึงบอกว่าในส่วนที่กู้เงินมานี้ถ้ากู้มาเจาะลงไปที่น้ําจริง ๆ แล้วดิฉันเห็นชอบ แต่ในส่วนที่ท่านให้เงินลงไปนั้นน่าจะกระจายให้เท่า ๆ กัน แล้วให้รู้ด้วยว่าในส่วนที่จัด ลงไปนั้นเหมาะสมหรือไม่ สมควรหรือไม่ และสามารถได้ประโยชน์หรือไม่ ดิฉันบอก ในส่วนที่จัดงบประมาณให้ ดูในส่วนของกรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ํานั้น ไปคํานวณในส่วนประชากร ๔๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําท่วม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ น้ําแล้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนมากนั้นจะเปึนพื้นที่การเกษตร ประชากรแน่นอนแหละน้อย แต่ท่านไปคํานวณอยู่ที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงได้ออกมาเปึนยอด จํานวนที่น้อยกว่าภาคใต้และภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง นี่ละค่ะ ดิฉันอยากจะขอชี้ประเด็นนี้ให้ฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ดิฉันอนุมัติยินยอม ยินยอมนะคะที่จะลงมติในวันนี้ ต้องการให้ท่าน กู้เงินมา กู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ากู้ได้เยอะกว่านี้ก็น่าจะกู้มาอีกได้นะคะ แต่ส่วนที่กู้ มาแล้วควรจะลงไปพื้นที่ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่กู้มาแล้วไปลงในส่วนกระจุกในจุด ๆ ที่ ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรกับเงินที่กู้มา ท่านคะ ในส่วนที่จะช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะเปึน ด้านของน้ํา ในด้านการพัฒนาที่ดินก็เช่นเดียวกัน ท่านคะ กรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินนี้ เหมาะที่จะพัฒนาที่ดิน จะต้องปรับปรุงดิน เราเคยชินในการใช้น้ํามัน เราเคยชินในการใช้ปุิย ซึ่งแต่ก่อนนั้นเกษตรกรไม่เคยใช้ปุิย ไม่เคยใช้น้ํามัน แต่รัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนก็มาเจาะ ที่จะขายปุิยให้กับกลุ่มเกษตรกร ไม่ว่ากลุ่มรัฐบาลไหนก็จะเจาะเอาว่าให้ใช้รถไถนา ใช้น้ํามันเยอะ ๆ มีทั้งรถกระบะ มีทั้งรถมอเตอร์ไซค์ ทั้ง ๆ ที่เขาใช้เกวียนอยู่นะคะ ทีนี้ในกรณีของกรมพัฒนาที่ดิน เมื่อได้ใช้ปุิยไปแล้วดินนั้นเสื่อมแล้วค่ะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๐๖ ล้านไร่ในพื้นที่การเกษตร แต่ท่านคะ ในกรมพัฒนาที่ดินนั้น ให้เงินมาในการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ให้ปรับปรุงไปแค่ ๑๒๕,๘๐๐ ไร่ นี่หรือคะ จะสามารถปรับปรุงดินให้กลุ่มเกษตรกรได้ เงินที่ท่านกู้มานั้นท่านจะเอาไปซื้อแต่ปุิย ท่านจะเอาไปซื้อแต่น้ํามัน ท่านจะเอาไปสมทบแต่กองทุนของน้ํามันนั้น ไม่ได้ผลเกิดแก่ เงินที่จะกู้มานี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากนะคะ ฝากท่านประธาน ดิฉันยอมรับนะคะว่าการกู้เงินนี้เปึนการดี เราขาดเงินและไม่มีเงินเราก็ไม่สามารถที่จะทํา อะไรได้ เราจะให้ประโยชน์แก่เกษตรกรทั่วทั้งประเทศ กู้เงินมานี้จะต้องได้ประโยชน์ ทั้งประเทศที่ประชากรอยู่ ทีนี้ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานนั้นมากนะคะท่าน อย่างไร ๆ ก็ช่วยดูแล ทีนี้มาถึงในการที่ช่วยเหลือเกษตรกร ในด้านขนส่ง ในด้านขนส่ง พื้นที่เกษตรกรรมนะคะ จะไม่อยู่ในพื้นที่เมือง จะไม่อยู่ในพื้นที่เมือง ถ้าหากเขียนบอกว่าจะแก้ไขถนนในทางหลวง ชนบท ถนนไร้ฝุ์น คําว่า ไร้ฝุ์น นี้คือไม่มีฝุ์น แต่คงไม่ใช่เจาะจงไปตรงที่ช่วงนี้ฤดูฝนไม่มีฝุ์นแน่ เพราะเปึนโคลนเปึนตมเขาเรียกว่าปลักควายนะคะ บ่อควาย คนจีนเขาบอกว่า หมิวลู่ อย่างนี้ ให้ควายเดิน ซึ่งเราพัฒนาแล้วเราต้องการให้เขาไม่ใช้ควายไถนาแต่เราก็ควร จะต้องให้มีถนนที่ให้เขาเดินได้ ไม่ใช่ว่าเปึนถนนควายเดินนะคะ ถ้ามาถึงตอนนี้ดูแล้ว ไร้ฝุ์นแน่ แต่อยากขอร้องค่ะท่านประธาน ในการกู้เงินมานี้ควรจะส่งไปในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูฝน ฝุ์นเยอะค่ะ แต่ในโครงการนี้ท่านให้โครงการและสนับสนุนเงินงบประมาณให้โครงการ ถนนไร้ฝุ์นนั้น ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทดิฉันได้ไปสอบถามทางอธิบดี กรมทางหลวงชนบทท่านบอกว่าได้เยอะนะ สามารถแก้ไขไปได้ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ท่านคะ ในเฉพาะจังหวัดมุกดาหารของตัวดิฉันเองที่ได้ถ่ายโอนอํานาจให้กับทางปกครองท้องถิ่น แค่สํารวจมานะคะ ๑๔๕ กิโลเมตรแล้ว ใน ๓,๐๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศนั้นจะสามารถ แก้ไขให้เกษตรกรในพื้นที่ชนบทได้อย่างไร ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกสู่พื้นที่ ในตัวเมือง จําเปึนอย่างยิ่งนะคะถ้าหากเราไม่มีถนนนี้ก็คงจะเปึนการเพิ่มต้นทุนให้กับ เกษตรกร เราขนส่งออกมาตกหลุมนะคะท่าน ยางแตกค่ะ ท่านคะ แหนบหักค่ะท่านคะ นั่นแหละค่ะคือต้นทุน ทั้ง ๆ ที่เขาต้องใช้ต้นทุนในการที่ซื้อปุิยแพงแล้ว ซื้อน้ํามันแพงแล้ว ต้องมาใช้ทุนในการที่ยางแตก แหนบหักนะคะในส่วนที่ตกหลุม กินฝุ์น ปอดเปึนพิษนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน ๑๐ นาทีแล้วค่ะ
ต่อไปครับ ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ นะครับ ๒๐ นาทีครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ติดตามการเสนอไม่ว่า จะเปึนร่างพระราชกําหนดหรือร่างพระราชบัญญัติ รวมกัน ๒ ฉบับนี่นะครับความยาว ประมาณ ๕ หน้า ในการขอกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื้อหาสาระท่านประธานลองไปดู เถอะครับว่า ไม่ได้มีอะไรที่มันผิดแผกแตกต่างแต่มันส่อไปในนัยของวิธีการที่เขาเรียกว่า ใช้วิธีการพิเศษทั้งสิ้น พระราชกําหนดวางไว้กู้เปึนเงินบาท พระราชบัญญัติเปึนเงินบาท ก็ได้ เปึนเงินต่างประเทศก็ได้ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยการเงินคงคลัง รวมกระทั่งว่า ให้กระทรวงการคลังนําเงินที่ได้จากการกู้ไปให้หน่วยงานอื่น ๆ กู้ด้วย ผมขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า คนที่รู้เรื่องงบประมาณ ไม่ว่าจะเปึนนักเศรษฐศาสตร์หรือคนที่เพิ่ง รู้หนังสือนั้นจะได้ความรู้เท่ากันจากการเสนอกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ และฉบับหลังนี่ หนักยิ่งขึ้นก็คือว่าไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรเลยว่าจะกู้ไปทําอะไร และจะไปกู้ที่ไหน เมื่อวานนี้ถ้าท่านประธานได้ฟัง แล้วนายกรัฐมนตรีนี่นะครับบอกว่าจะได้ฟังฝ์ายค้านแล้ว เอาไปปฏิบัติตามกันบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีความเคลือบแคลงสงสัยว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอยู่ในแวดวงธุรกิจเปึนโบรกเกอร์ มาไม่รู้หรือครับว่า เวลาที่จะไปเสนอเงินกู้ ต่อธนาคารนั้นเขาจะต้องมีรายละเอียดที่เรียกว่าแคช โฟลว์ (Cash flow) แต่เวลานี้ ท่านมาขอเสียงในสภาแล้วมาในนามคนไทย ๖๓ ล้านคน ไม่ได้มีรายละเอียดอะไร ให้เจ้าของประเทศนั้นเขาได้แลเห็นเลยว่าท่านจะไปกู้เงินที่ไหนกันอย่างไร เมื่อตอน ๒,๐๐๐ บาทแจกต่อรายหัวนี่นะครับ รายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้นะครับ พยายามที่จะอธิบายกันในสภาแห่งนี้ว่า ไม่มีฐานข้อมูลเรื่องคนยากคนจน ท่านประธานคงจะจําความกับผมได้ว่า สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้น เขาเคยประกาศให้ประชาชนที่เปึนคนยากจน แล้วจนด้วยปัญหาอะไรนั้นให้ไป ขึ้นทะเบียนในที่ว่าการอําเภอว่าจนเพราะเปึนหนี้นอกระบบ จนเพราะไม่มีที่ดินทํากิน จนเพราะตกงาน ท่านประธานที่เคารพ มีคน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนไปขึ้นทะเบียนคนจน และใน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้นมี ๑๒ ล้านปัญหา ผมบอกว่าถ้ารัฐบาลมีแนวความคิดว่า จะต้องไปช่วยคนที่ทุกข์ยากที่สุด เรียงลําดับไปคนที่เดือดร้อนน้อยจนคนที่ไม่เดือดร้อน อะไรเลยนั้น แต่เวลานี้วิธีคิดของรัฐบาลชุดนี้มันก็เหมือนกับรัฐบาลในอดีตของ พรรคประชาธิปัตย์ที่เขาอุปมาอุปไมยว่าอุ้มคนรวยไม่ช่วยคนจน ไปรดน้ําที่ยอด ไม่รดน้ํา ที่ราก วันนี้เหมือนกันท่านประธานที่เคารพ บรรยากาศเงินกู้นี่ครับ พรุ่งนี้เราก็ต้องพูด พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย มีเงินกู้มาอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนหน้านี้ก็มี เงินกู้ที่สมาชิกอธิบายความกันมาทั้งหมด ผมจําประเทศในยามที่เปึนหนี้ ไอเอ็มเอฟ เวลา ที่จะไปกู้หนี้ยืมสินนั้นจะต้องแสดงจดหมายเรียกว่า แสดงเจตจํานง ความจริงแล้วแสดง เจตยอมจํานน ต้องออกกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับ เปึนความเจ็บปวดรวดร้าวของประเทศ ที่เปึนหนี้ วันที่พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เขาไปใช้หนี้หมดนั้น เขาใช้คําพูดว่า ต่อไปนี้ ประเทศไทยของเราขอปลดแอกจาก ไอเอ็มเอฟ เราขอประกาศเอกราชทางเศรษฐกิจ จนกระทั่งพัฒนาไปสู่การทํางบประมาณแผ่นดินชนิดที่เรียกว่า สมดุล มีรายจ่ายเท่าไร มีรายรับเท่านั้น แต่ประเทศในวันนี้เปึนประเทศที่ไม่มีอนาคต ใครขึ้นมาเปึนรัฐบาล วิธีกู้ แล้วไม่ต้องรับผิดชอบโดยการใช้หนี้เองนั้นมันไม่ต้องไปจบมหาวิทยาลัยที่ใหญ่โตที่ไหน หรอกครับ แต่ว่ารัฐบาลไม่ว่าจะเปึนนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนั้น เขาต้องบอกกับคนไทยทั้งประเทศว่า คุณจะไปกู้เงินจากธนาคารไหน ในประเทศไทย เวลานี้พี่น้องประชาชนไม่ว่าเปึนเอกชน เปึนบริษัทห้างร้านหรือบุคคล กู้ธนาคารยากกันอยู่แล้ว เพียงแต่กระทรวงการคลังไม่อธิบายในเวลานี้ว่ามี เอ็นพีแอล ในประเทศนี้เท่าไร แต่ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เมื่อรัฐบาลไปเอาเงินจาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าธนาคารกรุงเทพที่ไปออกเช็ค ๒,๐๐๐ บาทให้แต่ละรายนั้น เขาจะเลือกให้รัฐบาลกู้หรือจะเลือกให้เอกชนหรือประชาชนกู้ คําตอบก็คือว่า ธนาคารนั้นเขาก็ต้องเลือกให้กับรัฐบาลกู้ ดอกเบี้ยชัดเจน และที่มึนงงหนัก ก็คือว่า รัฐบาลได้เงินกู้จะไปให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ อันนี้อธิบายยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ผม เรียนกับท่านประธานว่า เวลานี้คราวที่แล้วแจก ๒,๐๐๐ บาทต่อหัว รายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ลงมานี่นะครับ ใครได้ล่ะครับ เทสโก้โลตัส ธนาคารกรุงเทพ แต่เวลานี้ไม่รู้ว่ากี่สิบธนาคาร ที่รัฐบาลชุดนี้จะไปกู้เงินมา แล้วไม่ได้บอกประชาชนว่าจะกู้มาทําอะไร พ.ร.ก. ยังเห็นว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกทําอะไร ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังไม่มีความจําเปึน แต่ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาทหลังนี้ที่มาเปึนพระราชบัญญัติยิ่งมืดมิดเข้าไปใหญ่ ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า ประเทศ ณ วันนี้รัฐบาลต้องคิดว่าถ้าเมื่อรัฐบาลกลายเปึนคู่แข่งของ ประชาชนในการเข้าไปกู้กับธนาคารแล้วนั้น ก็ไปเบียดเบียนประชาชนซึ่งเขามีความทุกข์ยาก กันอยู่แล้ว ประชาชนทั่วไปนี่นะครับ ธนาคารก็รับแค่ฝากอยู่แล้ว แต่เวลานี้เมื่อรัฐบาลเสนอตัว เปึนผู้กู้ให้กระทรวงการคลังเปึนตัวแทน แน่นอนที่สุดท่านประธานเชื่อผมไหมครับว่า ต่อไปนี้ธุรกิจเรื่องหมู่บ้านจัดสรรนี่จะตาย ธุรกิจบริษัทห้างร้านจะตายหนักเข้าไปอีกจาก วิธีคิดอันนี้ของรัฐบาล แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า การไปกู้เงินธนาคารนั้นเปึนการตอบแทน ธนาคาร ดอกเบี้ยล่ะครับ วันนี้มีการพูดเรื่องเงินปากถุงกัน เพราะดอกเบี้ยมีความชัดเจน รัฐบาลกู้นี่นะครับได้กําไรกันอยู่แล้ว ธนาคารรับเงินฝากจากประชาชนดอกเบี้ยต่ํา รัฐบาลไป กู้เงินจากธนาคารด้วยดอกเบี้ยแพง มีผลต่างดอกเบี้ยที่ไม่มีวันสูญหาย ที่มีความชัดเจน ผลประโยชน์อย่างนี้เจ้าของประเทศเขาก็มีความสงสัย ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอเรียนกับท่านประธานว่า ผมนึกภาพบรรยากาศของประเทศวันที่เป่ด บีไอบีเอฟ (BIBF : Bangkok International Bank Facility) จนกระทั่งฟองสบู่แตก จนกระทั่งป่ดสถาบันทางการเงิน จนกระทั่งขาย ปรส. ขาดทุน และส่อไปในทางทุจริต คดีไปติดอยู่ในที่ ป.ป.ช. ๖๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และก็ไม่รู้ว่า ป.ป.ช. จะดองจนคดีหมด อายุความหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ผิดท่านประธานที่เคารพ เรามีความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ใช่มา ดับไฟไหม้นะครับ ไม่ได้มาดับไฟไหม้บ้าน แต่รัฐบาลชุดนี้มาสุมไฟในบ้าน แล้วไปปล้นบ้าน ที่ถูกไฟไหม้ต่างหาก รัฐบาลไม่ได้บอกอะไรเลยหรือครับ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็อภิปรายโดยพื้นฐานก็ไม่รู้ว่า ในประเทศคุณจะไปกู้กสิกรไทย แบงก์กรุงเทพ หรือ ธนาคารไหนที่สมาชิกคุณมีความผูกพัน มีความสัมพันธ์กัน คนในประเทศเขาก็มีความ สงสัยเหมือนกัน แล้วเงินก้อนนี้เมื่อไม่มีที่มา ว่ามาอย่างไร ที่ใช้จ่ายก็ไม่มีนั้น เขาก็สงสัยไว้ว่า ไว้ต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่า เพราะเวลานี้กลไกงบประมาณของแผ่นดินนั้น มันกลายเปึนเครื่องมือต่อรองทางการเมืองไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะงบ ซีอีโอ ของจังหวัด งบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวงชนบท ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั่งอยู่นั่น วันนี้ไม่มีใครอธิบายความอะไรได้เลย ถ้าท่านประธานจําความกับผมได้ว่าวันที่ตอนรถเมล์ ๔,๐๐๐ คันจะเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี กลุ่ม ๒๕ คน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระ เสนารักษ์ แถลงเลยว่า ถ้าโครงการรถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ไม่ผ่านจะมีคนจะต้องไป คืนเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีนั่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายโสภณ ซารัมย์ จะไปสาบานที่ไหนผมก็เชื่อว่าตัวท่านไม่รู้ แต่คนอื่นที่อยู่ที่ท่านรู้จักรู้ ผมจึงเรียน กับท่านประธานเลยว่าถ้าเปึนบรรยากาศบ้านเมืองที่มีหลักธรรมรัฐและมีความซื่อสัตย์ สุจริตจริง ๆ พรรคร่วมรัฐบาลปูดขึ้นมาเอง ว่าถ้าโครงการรถเมล์ไม่ผ่านเงินจะต้องไปคืน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แปลความว่าอย่างไร วันนี้อภิปรายเรื่องอะไรก็ได้นี่ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะรัฐบาลก็ไม่บอกว่าจะไปเอาสตางค์ที่ไหน เอามาแล้วจะไปใช้จ่ายอะไร รู้แต่ เพียงว่าใช้วิธีพิเศษ ไม่ว่าตามกฎหมายของกระทรวงการคลัง ไม่มีความรู้สึกว่าคน ในประเทศที่เขาเปึนเจ้าของประเทศเขาจะมีความรู้สึกไม่สบายใจกับรัฐบาลบ้างหรือ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เขียนกฎหมาย ๒ ฉบับ ๕ หน้า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่อับอายเจ้าของประเทศบ้างหรือ แล้วพอมาให้อภิปรายในสภาบอกว่าเปึนขั้นตอนมีความ โปร่งใส รัฐบาลอื่นยังไม่เข้าสู่สภาเลย ท่านประธานที่เคารพ เอาไอ้บ้าที่ไหนมาอภิปรายเรื่อง แบบนี้ก็ได้ เพราะไม่มีทางที่จะรู้เลย นี่ผมเรียนกับท่านประธานด้วยความรู้สึกไม่ใช่มาเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่านไม่มีเรื่องอะไรเลย แล้วแสดงภูมิปัญญาว่าข้าพเจ้ารู้ว่าจะ เอาเงินส่วนนี้ไปทําอะไร เวลานี้กําลังมุบมิบปล้นประเทศแห่งนี้อยู่ ท่านประธานลองบอกมา สิครับว่าท่านประธานอ่านแล้วรู้ไหม ท่านประธานก็อาวุโสกว่าผม อ่านรู้ไหมว่าเขาจะไปเอา เงินจากธนาคารไหน เอามาแล้วเขาจะไปใช้จ่ายทําอะไร แล้วจะคืนอย่างไร เพราะว่าวันนี้ มันปรากฏการณ์ชัดเจนว่ามันไม่มีทางที่จะเอาคืนได้โดยรัฐบาลชุดนี้ แต่จะเปึนภาระให้กับ ประเทศนี้และรัฐบาลชุดหลัง ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ไม่มีการพูดกันแล้วหลายเรื่อง วันนี้ พยายามอธิบายอย่างเดียวว่าปัญหาวิกฤติของประเทศ โฆษกของพรรคประชาธิปัตย์ เจื้อยแจ้ว เจื้อยแจ้ว บอกว่ามาจาก ๓ ปัญหา บอกว่า ๑. คือกรณีเสื้อแดง ๒. บอกว่า ไข้หวัด ๒๐๐๙ ๓. ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถามท่านประธานสิครับว่า ถ้าไม่มีการชุมนุมคนเสื้อแดงวันที่ ๒๗ มิถุนายน รัฐบาลชุดนี้จะขอ พ.ร.ก พ.ร.บ. ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วพรุ่งนี้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเปล่า เพราะฉะนั้นบริหาร ประเทศด้วยความล้มเหลว แต่ว่าไม่กล้ารับผิดชอบ แล้วก็โยนภาระความผิดไปให้กับผู้อื่น ไม่มีเสื้อแดงรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่มีน้ํายาในการบริหารประเทศอยู่แล้ว ก็ใช้วิธีการกู้ กับการ ขึ้นภาษี แล้วถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสิครับ ลองตอบให้กับคนไทย ทั้งประเทศว่าที่ไปขึ้นภาษีเหล้านั้น เจ้าของโรงเหล้าไปจ่ายภาษีก่อนจํานวนเท่าไร เปึนรายได้เข้าโรงเหล้าจํานวนเท่าไร ผมฟังทายาทเบียร์ยี่ห้อหนึ่งที่เขาพูดใน คณะกรรมาธิการบอกว่ารัฐบาลเปึนลูกจ้างโรงเหล้า ทําให้เราก็นึกถึงเหมือนกันว่า มันมี การตอบแทนกันแบบนี้ ในประเทศที่กําลังถูกไฟไหม้ แต่มีคนไปปล้นในประเทศที่ถูกไฟ ไหม้ อันนี้ต่างหากล่ะครับท่านประธานที่ผมเองต้องเรียนท่านว่าเราไม่สามารถที่จะ สนับสนุนให้มีการกระทําเช่นนี้ได้
ประเด็นที่ ๒ เมื่อวานพูดกันมามาก เรื่องไข้หวัด ๒๐๐๙ จะเปึนไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดอะไรก็ว่าไปเถอะท่านประธาน แต่เอากันเปึนว่าโหมโฆษณาจนเกินเหตุ โฆษณาจนทําลายบรรยากาศท่องเที่ยว เหมือนกับโฆษณาที่จะไปจัดประชุมสุดยอดผู้นํา อาเซียน ๕ กิโลเมตรไม่ให้ใครเข้า ให้แต่ละประเทศเอาชุด รปภ. (รักษาความปลอดภัย) เอาป๋นมาเอง อาวุธมาเอง อีกคนหนึ่งแสดงความโง่บอกว่า มีการฝ๊กอบรมการใช้อาวุธใน ภาคอีสานใต้ขนอาวุธมาที่กรุงเทพฯ และจะเอาไปจังหวัดภูเก็ต ต่างประเทศไหน ผู้นําประเทศนั้นเขาจะให้ผู้นําเขามา นี่ล่ะครับการโหมกันแบบนี้ผมจึงบอกว่า รัฐบาลไม่ได้ ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา แต่เบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนไปให้สนใจในทิศทาง โดยไม่คํานึงว่าผลเสียจะเกิดอย่างไร
ประเด็นต่อมา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าใครล่ะครับที่นั่งโม้กันอยู่ เวลาเปึนฝ์ายค้าน แล้วคนในพรรคร่วมรัฐบาลเองที่เขามาแสดงความผิดหวังกันในรัฐบาล เรียกร้องว่ารัฐมนตรีต้องลงไปอาทิตย์ละ ๓ วัน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันไม่มีทางแก้ไขได้ด้วย พอตายทีรองนายกรัฐมนตรีฝ์าย ความมั่นคงบอกเลยว่า จะต้องของบ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือจะเอาซื้ออาวุธลงไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมไม่คิดบางล่ะครับว่าหมดเงินไปกี่แสนล้านบาทแล้ว ตายไปกี่พันกี่หมื่นชีวิต มันแก้ไขปัญหาอะไรกันได้บ้างหรือเปล่า แล้ววันที่เคย วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นเขาไว้ เมื่อเวลามาเปึนเองนั้นลองเปรียบเทียบสถิติกับรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้เปรียบเทียบกันเดือนต่อเดือนสิครับ แต่นี่คือการอธิบายความเมื่อเวลาที่แก้ไขปัญหา เศรษฐกิจไม่ได้ ทั้งที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น่าจะรู้ดีที่สุด แต่เวลาที่พอแก้ไขไม่ได้โยนเรื่องนี้ให้เปึนภาระ ผมจึงบอกว่าจะเอา ๓ ข้อนี้ มาเรียงและจะเปึนเหตุผลของการกู้เงินและแก้ไขเศรษฐกิจไม่ได้นั้นเปึนเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน ความจริงเนื้อหารายละเอียดการใช้จ่าย ผมต้องการอภิปรายสํานักงานตํารวจแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้อยากบอกไปยัง รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงก่อนว่า ที่รับปากว่าจะจัดการคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ประชุมร่วมทั้ง ๒ สภาว่าจะจัดการภายใน ๑-๒ สัปดาห์นั้น บัดนี้ได้ดําเนินคดีไปถึงไหน คือวันนี้คดีพวกนี้ เสื้อสีน้ําเงินไม่มีการดําเนินคดี เสื้อสีเหลือง ๒๔๐ คดี มีคดีแต่ไม่มีการ ดําเนินคดี ก่อนผมเข้าอภิปรายในสภานี่ท่านประธาน คนเสื้อแดงโดนไปอีก ๘ คนถูกออก หมายจับ ผมบอกว่าบ้านเมืองนี้จะเปึนแบบนี้กันหรือท่านประธาน ผมเรียนกับ ท่านประธานว่า การอนุมัติงบประมาณในวันนี้ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ความจริงแล้ว สมาชิกพรรคฝ์ายค้านจะต้องทําตามที่ประธาน ส.ส. ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม ได้เสนอกัน ว่าเมื่อไม่มีรายละเอียดในพระราชบัญญัติ แล้วหนี้จะเปึนภาระของคนไทย ทั้งประเทศ สมาชิกพรรคฝ์ายค้านควรจะคิดว่าจะร่วมประชุมกับเขาต่อไปหรือไม่ หรือจะ ร่วมในการส่งเปึนคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ พรรคเพื่อไทยนั้นใครจะ แดกดันว่าไม่มีหัวหน้าพรรคเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาไม่มีใครว่าอะไร ผมบอกกับ ท่านประธานว่า เปึนเจตนาของพรรคนี้ เขาไม่ต้องการมีผู้นําฝ์ายค้านเพราะหัวหน้าพรรคนี้ จะได้เปึนนายกรัฐมนตรีตําแหน่งเดียว แต่ว่าสิ่งที่ผมเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ปัญหา ทั้ง ๓ เรื่องที่อ้างมานั้นรวมกระทั่งวันนี้ที่ละเลยไปคือ เรื่องยาเสพติด ท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้กลายเปึนรัฐบาลที่ละเลยปัญหายาเสพติด ความจริงแล้วท่านประธานลองไปดู เถอะครับว่า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องผู้มีอิทธิพล ผู้ค้าหวยเถื่อน ที่รัฐบาลชุดนี้ก้มหน้าก้มตาให้มี หวยใต้ดินเต็มบ้านเต็มเมือง กับพวกยาเสพติดมันธุรกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า ปล่อยให้หวยใต้ดินดํารงอยู่ ไปส่งเสริมผู้มีอิทธิพล ผู้มีอิทธิพลก็ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วทุกคนก็อธิบายดูเหมือนว่าจะดีว่า ไม่สนับสนุนหวยใต้ดิน แต่ถามท่านประธานสิครับว่าในประเทศไทยนี้ ยกเว้นบนเสาไฟกับเสาธง ที่ไหน ไม่สามารถซื้อหวยใต้ดินได้บ้าง ทั้งหมดนั้นเปึนมายาภาพมันจึงต่อคําถามอย่างไรครับ เหมือนกับที่ผมบอกว่าการขึ้นภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ซึ่งเปึนภาษีบาปนี่นะครับได้กับเจ้าของ โรงเหล้าจํานวนหนึ่ง แต่อีกพวกหนึ่งไม่สมควรจะลืมก็คือว่า พวกค้าของหนีภาษีตามแนวชายแดนโดยเฉพาะที่ ภาคใต้ได้ประโยชน์จากที่การขึ้นราคาภาษีในประเทศไทยแพง แต่ทั้งหมดนั้น ท่านประธานที่เคารพ ณ วันนี้ปัญหาว่าเรายอมรับความจริงกันหรือไม่ การขึ้นมาอธิบาย และให้ภาพดูดีนั้นแล้วไม่ต้องชี้แจงอะไรนั้น ผมถามว่านายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีเครดิตอะไรไปอธิบายกับพี่น้องประชาชนได้ว่า ผมสามารถเปึนตัวแทนประชาชนคนไทยได้ เอาสิทธิของการเปึนคนไทยไปกู้เงินธนาคาร ไหนก็ได้กับไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ หรือนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะเอาอะไรเปึนหลักประกันล่ะครับ เอาภูมิหลังมาเปึนหลักประกันหรือครับ หรือจะเอา กําพืดมาเปึนหลักประกัน ผมจึงบอกกับท่านประธานว่า วันนี้หนี้สินที่ไม่รู้จํานวนสักเท่าไร บางคนบอกว่าไม่ต้องเฉลี่ยรายหัว แต่คนไทยเขาสมควรจะรู้ว่า ประเทศเขากําลัง ล้มละลายหรือไม่ ถ้าบริหารประเทศว่าหาเงินไม่ได้ก็กู้ แล้วกู้วางกรอบไปพระราชกําหนด ๓๑ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๓ พระราชบัญญัติ ๓๑ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๔ ผมไม่เชื่อละครับว่าจะกู้ ไปถึงป้ ๒๕๕๔ หรือป้ ๒๕๕๓ เปึนมายาไว้อธิบายความเท่านั้นเอง ความจริงพวกท่านคิด จะดําเนินการกันเลยเอากันสนุกเถอะครับประเทศไทย เพียงแต่ว่าวันนี้นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราจะยินยอมให้มีการกู้หนี้ยืมสินแล้วก็เปึนหนี้ของคนไทย ทั้งประเทศโดยไม่มีรายละเอียดที่มาที่ไปอะไรเลยหรือ หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ รับเลือกมาเขาไม่ได้กินข้าวกันเขาไม่มีความคิดกัน ใครจะทําอะไรเสนอในสภาแล้วสภาก็มี หน้าที่ว่าเอาเสียงข้างมากกว่ากันไป ผมบอกกับท่านประธานเลยนะครับว่า นี่จะเปึนมรดก บาปไปถึงลูกถึงหลานในการเสนอกฎหมายเงินกู้ ๒ ฉบับ ๕ หน้า ไม่มีรายละเอียดจะเปึน เรื่องที่ต่อจิกซอว์ (Jigsaw) ไปเรื่องการทํามาหากิน ตั้งแต่เงินปากถุงจนกระทั่งการทุจริต ในโครงการต่าง ๆ เพราะทุกอย่างส่อไปในทางใช้วิธีการพิเศษทั้งสิ้น ไม่ไปตามกฎหมาย วิธีการของกระทรวงการคลัง ผมฝากกับท่านประธานนะครับว่า บ้านเมืองนี้ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังมีจริงอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สาปแช่งว่า ใครทุจริตขอให้ มีอันเปึนไป ๒,๐๐๐ ล้านบาทเรื่องรถเมล์นั้นใครจะต้องนํามาคืน ถ้านายโสภณ ซารัมย์ รู้ ตอบ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ด้วย ขอบคุณท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ สั้น ๆ นะครับไม่ได้พาดพิงอะไร
ไม่พาดพิง อย่างไรครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาท
คือท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อสักครู่ท่านก็ชี้แจงไปแล้ว
ไม่ใช่ครับ
พรุ่งนี้จะมีงบประมาณอีก
มันเปึนเรื่องที่ ต่อเนื่องท่านต้องให้ผมชี้แจงครับ
สั้น ๆ ครับ
คือกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานและสภาแห่งนี้ เพราะมีผู้ได้อภิปรายได้กล่าวถึงว่า มีการทุจริต ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทุจริตเกิดขึ้นแล้ว แล้วมีการนําเงิน ถ้าท่านประธาน ไม่อนุญาตให้ผมชี้แจง คนที่ฟังอยู่ทางบ้านเขาไม่เข้าใจหรอกครับว่าใครทุจริต เขาเข้าใจ ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านต้องให้ความเปึนธรรมกับผม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมไม่ใช่เทวดา เมื่อมาบริหารประเทศที่รับผิดชอบอยู่ ขณะนี้ ผมมีสติปัญญาแค่ว่าสิ่งไหนที่รัฐบาลในอดีตทําไว้มันเปึนประโยชน์ผมก็ทําต่อ ขณะที่ ขสมก. เขาขาดทุนวันละ ๑๖ ล้านบาท คนในกรุงเทพฯ เขาขึ้นรถเมล์ในสภาพที่ จําทนอยู่ทุกวันนี้ เราก็มีหน้าที่บอกว่า ขสมก. ที่เปึนหนี้สะสม ๖๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอย่างไร เขาก็มีแผนฟุ๋นฟูขึ้นมาก็คือนํารถเมล์มาใช้ปรับปรุงเส้นทาง เมื่อปรับปรุง เส้นทางรถ องค์กรก็อธิบาย จริง ๆ แล้วผมกราบเรียนสั้น ๆ เพราะต้องมีเวทีอื่นอีก ผมก็บอกว่าขณะนี้โครงการทุกอย่างเปึนเพียงแต่โครงการที่เสนอแล้วทําทีโออาร์ ผมเรียน ถามแล้วขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้มีจริงนะครับ ว่าถ้ามีการทุจริตแห่งนี้ คนที่กล่าวทั้งหลาย ไม่ว่าจะท่านผู้อภิปรายหรือใครต่อใครที่อยู่ในสังคมนี้ที่ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า โครงการ รถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คันนี้มีการทุจริต มีการนํารถมาไว้แล้วที่แหลมฉบัง มีการนํารถเมล์มาที่คลองเตยอะไรทั้งหลายนี่ครับ ช่วยกรุณาพาผมไปตรวจสอบหน่อย แล้วคนที่เห็นเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือใครที่เห็นเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีการทุจริตแล้ว ผมยินดีที่จะลาออกจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ส่วนใครที่พูดแล้ว ไม่เปึนจริง คือไม่สามารถพิสูจน์ได้ต้องลาออกจากตําแหน่งครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ท่านใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ
ไม่ใช่ครับ ผมไม่อยากให้ บรรทัดฐานสภาเสียหาย คือเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานใจดีเกินไป ปกติท่านประธานจะเห็น ว่าผมไม่ใช่คนจุกจิกในสภา ผมจะพูดเปึนเรื่องเปึนราวนาน ๆ ครั้ง เมื่อสักครู่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เขาบอกว่า นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เปึนคนแถลงข่าวว่า ถ้าโครงการ เอ็นจีวี รถเมล์ ๔,๐๐๐ คันไม่ผ่าน จะมีเงินหายไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมต้องไปชี้แจงกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ท่านอย่ามาอารมณ์โมโหโทโสมาต่อว่ากระแหนะกระแหนไม่ใช่ ก็นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เขาเปึนคนแถลงข่าวว่า เอ็นจีวี ผ่านจะมีคนได้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ได้ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ อ่านข่าวก็มาบอกท่านประธาน พวกผมเปึน ฝ์ายค้านก็ต้องปรับทุกข์ผูกมิตรกับท่านประธาน ไม่ใช่พูดส่งเดช ไม่ได้พูดไร้ข้อมูล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขุนพลจากจังหวัดบุรีรัมย์ท่านต้องชี้แจงให้ ฮีท เดอะ พอยท์ (Heat the point) ไม่ใช่พอใครแตะออกอาการ อย่างนี้ใครก็เชื่อกันหมด วันนี้ยังก้ํากึ่งอยู่ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านรัฐมนตรีครับ ผมว่าจะเปึนการตอบโต้กันไปมาแล้วนะครับ
ไม่ใช่ตอบโต้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้เข้าใจท่าน ที่จริงท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมก็เคารพท่านอยู่นะครับ เพื่อท่านจะได้เข้าใจ ฟังผมชัด ๆ ผมไม่ได้มีโมโหโทโสอะไรนะครับ เพียงแต่ผมบอกว่า ใครก็ตามที่พิสูจน์ได้ว่า หรือใครก็ตามไม่ว่าคุณไหนทั้งนั้นที่มีหน้าที่อยู่ แล้วบอกว่าโครงการนี้ทุจริตไปแล้ว ที่ผมบอกว่าช่วยพาผมไปดูหน่อย แล้วช่วยหา หลักฐานมาให้ผมหน่อย ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ผมก็ให้ความเปึนธรรมกับผู้ที่อภิปรายนะครับว่า ถ้าท่านบอกว่าข้อมูลที่ท่านได้มาหรือท่านเอาข้อมูลมาอภิปราย ผมไม่ชี้แจงคนที่อยู่ทาง บ้านที่ฟังอยู่ ก็เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้น มันทุจริต ผมก็บอกว่าใครก็ตามไม่ว่า คุณไหนทั้งนั้นในประเทศไทยนี้ผมพร้อมที่จะได้รับการพิสูจน์ ผมก็ยืนยันว่าถ้าเปึนจริง ผมก็ต้องลาออก ที่จริงลาออกไม่สมควรด้วยซ้ําเพราะมันทุจริต ฉะนั้นไม่ว่าใครต่อใคร ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ กรุณาฟังนะครับ ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านว่า ท่านพูดขึ้นน่ะ ดีแล้ว แต่ท่านต้องพาผมไปพิสูจน์ เพราะท่านบอกว่าท่านมีข้อมูล ท่านต้องพาผมไป พิสูจน์ ถ้าเมื่อพิสูจน์ได้ผมก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ แต่เมื่อพิสูจน์ไม่ได้ท่านทั้งหลายที่พูดต้อง รับผิดชอบแค่นั้นเองครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านถาวร เสนเนียม ท่านพาดพิง เดี๋ยวท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ครับ คือผมว่าเรื่องนี้จบแล้ว
ไม่ครับ ก็นิดหน่อย เหมือนผมนี่
เพราะว่าเดี๋ยวตอบโต้กันไปมา คือทั้งสองฝ์ายได้ชี้แจงชัดเจนแล้วนะครับ ผมเปึนประธาน ผมนั่งฟังอยู่ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็พูดชัดว่าสิ่งที่ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ พูด ท่านก็ โควต (Quote : อ้าง) คําพูดจากท่านกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง ท่านโสภณ ซารัมย์ ท่านก็ บอกว่า ถ้าใครพูดก็ตามถ้ามีหลักฐานชัดเจน ท่านก็พร้อมจะรับผิดชอบ ก็จบแค่นี้นะครับ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ครับ พอแล้วครับ ท่านไม่ได้เสียหายเลยครับ เชิญนั่งเถอะครับ ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวท่านมีโอกาสอภิปรายอีกหลายท่านเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อ คือ ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็จะชี้แจงพาดพิงเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวถ้าผมให้ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ชี้แจงซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับพาดพิงท่านมันก็ไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ผมมีหน้าที่ ควบคุมการประชุมนะครับ เชิญท่านเฉลิม อยู่บํารุง นั่งก่อนครับ ขอบคุณครับ เชิญ ท่านถาวร เสนเนียม สั้น ๆ นะครับพาดพิง
จังหวัด: ท่านประธานที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย กรณีของเหตุการณ์ใน ๓ ชายแดนภาคใต้ ผมเข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกให้ความห่วงใยและก็อยากให้บ้านเมือง กลับคืนสู่สันติสุขเหมือนอย่างในอดีต ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การแก้ไขปัญหาด้วยการนําเอาการเมืองนําหน้าการทหาร เริ่มแรกตั้งแต่ยุคของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ป้ ๒๕๒๔ หลังจากนั้นก็ได้ดําเนินการต่อเนื่องมาจนถึง ป้ ๒๕๔๓ ยุคของท่านชวน หลีกภัย เหตุร้ายเหตุรุนแรงลดลงเหลือ ๑๕ ครั้งต่อป้ หลังจากนั้น วันที่ ๗ เมษายน ป้ ๒๕๔๔ ยุคของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็เกิดเหตุระเบิด ขึ้นที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ท่านได้บินลงไปเพื่อสอบถามตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สอบถาม เจ้าหน้าที่ตํารวจชั้นผู้ใหญ่ว่ามีโจรก่อความไม่สงบที่หลงเหลืออยู่อีกประมาณเท่าไร เขาบอกว่าเหลืออยู่ประมาณ ๓๐-๔๐ คน อย่างนั้นใช้เวลาสัก ๓-๔ เดือนจบไหม นายตํารวจชั้นผู้ใหญ่คนนั้นเขาบอกว่าจบ นั่นคือการส่งสัญญาณที่ให้ใช้วิธีการแก้ไข ปัญหาโดยวิธีการที่รุนแรง จนกระทั่งความรุนแรงได้ทวีคูณขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง วันที่ ๔ มกราคม ป้ ๒๕๔๗ มีการเพิ่มป๋นขึ้นที่ค่ายทหารที่จังหวัดนราธิวาส วิวัฒนาการ ของเหตุการณ์จนกระทั่งมีการก่อความไม่สงบเหตุร้ายเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถึงป้หนึ่ง ๒,๐๐๐ กว่าครั้ง มาถึงวันนี้ผมขอกราบเรียนว่าเราได้เดินทางมาถูกต้องครับ ถ้าดูสถิติ ซึ่งไม่ใช่เปึนตัวเลขที่เราภาคภูมิใจ แต่ว่ามันพอที่จะชี้อะไรได้บ้างว่า มกราคม ป้ ๒๕๕๑ มีผู้เสียชีวิต ๕๓ คน ส่วนมกราคม ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งป้ที่รัฐบาลนี้เปึนผู้รับผิดชอบมีผู้เสียชีวิต ๔๑ คน กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๑ เสียชีวิต ๓๗ คน ส่วนป้ ๒๕๕๒ ๔๓ คนนี่สูงขึ้นครับ มีนาคม ป้ ๒๕๕๑ เสียชีวิต ๔๐ คน มีนาคม ป้ ๒๕๕๒ เสียชีวิต ๔๖ คน ทีนี้มาถึงเมษายน ป้ ๒๕๕๑ เสียชีวิต ๕๑ คน ป้ ๒๕๕๒ เสียชีวิต ๒๔ คน พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ เสียชีวิต ๔๓ คน พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ เสียชีวิต ๒๓ คน รวมสรุปผู้เสียชีวิต ๕ เดือนแรกของ ป้ ๒๕๕๑ เสียชีวิต ๒๒๔ คน ส่วนป้ ๒๕๕๒ ๕ เดือนแรกเสียชีวิต ๑๗๗ คน นี่คือเรื่องที่ เกิดขึ้นนะครับ ส่วนในเรื่องของการบาดเจ็บ เอาว่าสรุปสั้น ๆ ว่ามกราคม ป้ ๒๕๕๑ ถึง พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๔๑๔ คน มกราคม ป้ ๒๕๕๒ ถึง พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ ได้รับบาดเจ็บ ๓๐๕ คน นี่คือตัวเลขที่ทุกคนก็ไม่ได้มีใครภาคภูมิใจว่าแม้ว่า เหตุร้ายเหตุรุนแรงแล้วก็การเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บลดลง แต่สิ่งที่เราควรจะได้รับเปึน บทเรียนก็คือเหตุการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น นั่นคือการส่งสัญญาณจากฝ์ายนโยบายแล้วก็ เปึนเหตุให้ฝ์ายปฏิบัติใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่รุนแรง มาถึงว่าแนวทางที่ผิดก็คือ ไปยุบ ศอ.บต. และ พตท. ก็ไม่มีใครเปึนผู้ประสานงานที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ เหตุที่พี่น้องประชาชนได้จับตามองคือเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ที่ผ่านมา มีคนร้ายได้ใช้อาวุธป๋นร้ายแรงยิงพี่น้องมุสลิมเสียชีวิตที่มัสยิดของหมู่ ๘ ตําบลจวบ อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส วันที่ ๙ ผมก็เดินทางลงไป ก่อนเดินทางลงไป ก็ได้สั่งการให้ทางฝ์ายท่านผู้ว่าและรองผู้ว่าเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิตและจ่ายเงิน เยียวยาเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับต้น ผมก็เดินทางไปถึง ก่อนจะไปที่ตําบลจวบ ผมก็ไปที่ โรงพยาบาลของจังหวัดนราธิวาสเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้บาดเจ็บแล้วก็จ่ายเงินเยียวยา เปึนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หลังจากนั้นผมจะเดินทางต่อไปยังที่เกิดเหตุคือที่มัสยิด ดังกล่าว พี่น้องข้าราชการคนหนึ่งบอกว่าท่านอย่าไปเลยไปแล้วมีปัญหา ผมก็บอกว่า ถ้าผมไม่ไปผมเลิกเล่นการเมืองดีกว่า ดังนั้นเมื่อผมเดินทางไปถึงพบปะพี่น้องประชาชน ครอบครัวที่สูญเสียชีวิตต้องยอมรับว่า เขาเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังด้วยน้ําตาผมก็ฟังด้วย การสะอื้น แล้วก็ไปพบกับภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่รอดชีวิตมาจากที่เกิดเหตุ พบกับภรรยา ของโต๊ะอิหม่ามซึ่งสูญเสียสามีเขาไปเมื่อกลางคืนที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวนี้ต้องแก้ไขปัญหาด้วยสติ แล้วก็อย่าไปทําให้พี่น้องประชาชนแตกแยกโดยเด็ดขาดทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ดังนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ผมดําเนินการสั่งให้พนักงานสอบสวนได้สืบสวน สอบสวนตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเปึนท่านพระนายซึ่งเปึน ผอ. ศอ.บต. หรือ พลตํารวจตรี ที่เปึนผู้บังคับการตํารวจ หรือ พลตํารวจโท พีระ ซึ่งทําหน้าที่ผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑๐ หรือ พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งเปึนผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ที่ดูแลทางภาคใต้ ท่านประธานครับ การดําเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทํา ความผิดที่ทําอย่างตรงไปตรงมาต้องตั้งสติ
ประการแรกขณะนี้ ทางกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้ ดีเอสไอ (DSI) เข้าไปร่วมสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้กระทําความผิดภายใต้พยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ และก็ให้ทางฝ์ายสํานักงานนิติวิทยาศาสตร์ไปเก็บพยานหลักฐาน ทั้งนี้ทั้งทั้งนั้นเราต้อง เชื่อว่าถ้าเมื่อไรที่สรุปข้อเท็จจริงผิดเพี้ยน หรือเข้าด้วยช่วยเหลือคนหนึ่งคนใดที่กระทํา ความผิด การแก้ไขปัญหาจะไม่จบ ดังนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จึงได้ให้สัมภาษณ์และ แถลงข่าวทุกครั้งว่าขอให้ทุกคนใจเย็น ๆ และสั่งการให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทํา ความผิดที่กระทําความผิดจริง ๆ บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานครับ ต่อมาวันที่ ๑๒ ปรากฏว่าคนร้ายได้ยิงพระภิกษุสงฆ์เสียชีวิต ๑ รูป และก็บาดเจ็บ ๑ รูปวันที่ ๑๓ ผมก็ไปกราบนมัสการศพและก็เยียวยาครอบครัว และไปเยี่ยม พระสงฆ์ที่ถูกยิงบาดเจ็บที่โรงพยาบาลยะลา ในระหว่างที่เยี่ยมเยียนอยู่นั้น ผลปรากฏว่า ผมเดินทางไปที่สุคิรินไปเยี่ยมเยียนครอบครัวที่เสียชีวิต ๒ สามีภรรยาที่ถูกยิงตาย ในขณะที่เดินทางกลับจากตลาดในการซื้อกับข้าวมาเลี้ยงครอบครัว ผมก็ไปพบครอบครัว ที่ลูกกําพร้าเปึนเด็ก ๆ ๒ คน อายุ ๑๑ ขวบคนหนึ่ง ๔ ขวบคนหนึ่ง ซึ่งจะต้องอยู่กับปู์กับย่า ครอบครัวนั้นเปึนครอบครัวที่อพยพไปจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปทํามาหากินอยู่ที่ นิคมสร้างตนเองที่อําเภอสุคิริน จะเห็นได้ว่าการดิ้นรนของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน นั้นไม่กลัว แม้ว่าความเปึนความตายที่อยู่เบื้องหน้า ขอให้เขามีชีวิตอยู่รอด นั่นคือปัญหา ของบ้านเมืองเรา อย่างไรก็ตามการเยียวยาไม่ใช่เปึนเรื่องหลัก แต่การทําความเข้าใจกับ พี่น้องทั้งสองฝ์ายที่นับถือศาสนาต่างกัน เราต้องทําความเข้าใจว่านี่คือไม่ใช่สงคราม ศาสนา ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา อย่างไรก็ตามครับการเยียวยาในเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นก็ยังมีความจําเปึนและในวันนั้นเองวันที่ ๑๓ ผมก็ได้มีโอกาสไปอยู่ที่จังหวัดยะลา ทราบว่ามีคนร้ายได้โยนระเบิดเข้าไปในรถโดยสารที่วิ่งระหว่างอําเภอเมืองยะลาไปยัง นิคมสร้างตนเอง เปึนเหตุให้พี่น้องประชาชนซึ่งโดยสารอยู่ในรถคันดังกล่าวต้องเสียชีวิต ๑ คน และบาดเจ็บ ๑๐ กว่าคน ผมก็เดินทางมุ่งไปยังจังหวัดยะลาอีกเพื่อที่จะปลอบขวัญ และเยียวยาและแก้ไขปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ วันนี้คณะกรรมการสร้าง เสริมสันติสุขของภาคใต้ได้ประชุมกัน เขามีข้อสรุปอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก ยืนยันว่าไม่ใช่เปึนความขัดแย้งของคน ๒ ศาสนาแน่นอน
ประการที่สอง บอกว่าให้ทางรัฐบาลสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทํา ความผิดบนพื้นฐานของความจริงความถูกต้อง อันนี้รัฐบาลรับที่จะดําเนินการ
ประการที่สาม ท่านขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปรับฟัง ข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีรับแล้ว ดังนั้นพวกเราที่อยู่ในสภาไม่ได้อยู่ในบรรยากาศของความ หวาดกลัวที่จะเกิดภัย ที่จะเกิดความบาดเจ็บหรือล้มตาย ไม่เหมือนกับพี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า รัฐบาลนี้มีความ ต้องการอย่างแรงกล้าเหมือนท่านสมาชิกทั้งหลายที่จะเห็นสันติสุขเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ วิธีการแก้ไขปัญหาโดยใช้การเมืองนําการทหารนั้นเราดําเนินการอยู่ด้วย การจัดเงินงบประมาณอย่างที่พูดถึงกัน เฉพาะป้ ๒๕๕๓ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เงินจาก งบประมาณปกติประมาณ ๖,๔๐๐ ล้านบาท อีกที่เหลือก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงินกู้ยอดนี้ละครับไปทําอะไรบ้างครับ ๑. จังหวัดนราธิวาสเหมาะที่จะจัดอาชีพในเรื่อง ของการปลูกปาล์มน้ํามัน ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่นั่น เพื่อรองรับกับที่รัฐบาลที่แล้วได้สร้างโรงงานสกัดน้ํามันปาล์มเอาไว้ แต่ขณะนี้ยัง ไม่มีปาล์มที่จะเข้าสกัดซึ่งจะเปึนการรองรับสอดคล้องกัน เปึนการทํานโยบายต่อเนื่อง
ประการถัดไปครับ เรื่องบาดเจ็บ เรื่องเจ็บป์วย จังหวัดนราธิวาสมีความ จําเปึนจะต้องพัฒนาโรงพยาบาลนราธิวาสให้เปึนโรงพยาบาลศูนย์ ดังนั้น ส.ส. ท่านหนึ่ง คือ เจะอามิง โตะตาหยง มาร้องต่อทางรัฐบาลว่าจะต้องดูแล เพราะฉะนั้นจึงต้อง ยกระดับโรงพยาบาลนราธิวาสให้เปึนโรงพยาบาลศูนย์ ใช้เงินงบประมาณ ประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นสะพานข้ามแม่น้ําที่ตากใบ เราจัดเงินงบประมาณไว้ ประมาณ ๓๐ ล้านบาทที่จะทําสะพานเชื่อมโยงระหว่าง ๒ ฝัืง คือฝัืงมาเลเซียกับฝัืงไทย สําหรับที่จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ด่านสะเดาเปึนด่านที่ส่งสินค้าเข้า-ออกป้หนึ่ง ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้ประสานขอเงินกู้ เอสพี ๒ นี่แหละ ไทยเข้มแข็งนี่แหละได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทไปขยายด่านที่สะเดาบนเนื้อที่ ๑,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้มอบหมายให้กรมศุลกากรและสํานักงาน ส.ป.ก. ซึ่งจะต้องใช้ที่ดินของ ส.ป.ก. ดําเนินการตามนี้
ประการถัดไปก็คือ ด่านประกอบที่อําเภอนาทวี เงิน ๓๐๐ กว่าล้านขณะนี้ ได้เคาะและก็นําเงินจากการกู้เงินครั้งนี้ไปพัฒนาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร ที่อําเภอนาทวี สําหรับด่านที่บูเก๊ะตา ที่จังหวัดนราธิวาสใช้เงินประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ก็เช่นกัน ขณะนี้สั่งให้ทํา ทีโออาร์ จัดรอไว้ นอกจากนั้นถนนสายท่าสาปไปยังยะลาซึ่งใช้ เงินงบประมาณก่อสร้างในยุคก่อนปรากฏว่าค้างคาอยู่ เนื่องจากผู้รับเหมาไม่สามารถที่ จะดําเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ดังนั้น ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ขอเงินจากทางฝ์ายทหารนําทหารช่างไปก่อสร้าง และจะต้องใช้เงินเพิ่มอีกประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ป้ใหม่นี้รัฐบาลนี้จะเชิญท่านนายกรัฐมนตรีไปเป่ดถนนสายท่าสาป ๔ เลนจากสี่แยกท่าสาปไปยังยะลาเปึนของขวัญให้กับพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สําหรับถนน ๔ เลนระหว่างตาโล๊ะ อาร์ลอร์กับอาร์ลอร์ ปาตะ ที่จังหวัดนราธิวาส ส.ส. จากจังหวัดนราธิวาสของเรานี่แหละประสานงานว่าขณะนี้ผู้รับเหมาต้องทิ้งงาน เนื่องจาก นายช่างที่เข้าไปคุมการก่อสร้างถูกยิงตาย ขณะนี้กําลังประสานกับทหารช่างให้ลงไป รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามนั่นคือโครงการสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ที่จะต้องกราบเรียน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่เปึนห่วงว่าเราจะเอาเงินไปทําอะไร ที่ไหน อย่างไร สําหรับ ๕ จังหวัดหรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอกราบเรียนสั้น ๆ ที่เปึนการรบกวน เพื่อนสมาชิกและเวลาของท่านประธานในการควบคุมการประชุมครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปครับ เชิญท่านสัญชัย อินทรสูต ครับ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสภานี้วันนี้ พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสภา เพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายค้านและ ฝ์ายรัฐบาลอภิปรายหลากหลายครับ ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ฉบับนี้ และเมื่อสักครู่นี้มันมีความรู้สึกว่าตึงเครียดพอสมควร เพราะฉะนั้นในการอภิปราย ของผม ผมอยากจะอภิปรายให้มัน ซอฟท์ (Soft) ลงให้มันเบาลงนิดหนึ่ง ขออนุญาต ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายแบบคอมมอน เซนส์ (Common sense) ธรรมดา ๆ ใช้ความรู้สึกของสามัญชนทั่ว ๆ ไปอภิปรายครับ ท่านประธานครับ เพื่อจะได้ให้เห็นภาพ และเห็นประโยชน์ของการกู้เงินครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วทุกคนไม่มีใครอยากกู้เงิน หรอกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเวลาเปึนหนี้แล้วมันแปลกครับท่านประธาน เวลาเสีย ดอกเบี้ยใคร เดี๋ยวก็เดือน ๆ ผมนี่ตัวยงเลยครับท่านประธานครับ ผมเปึนหนี้เขาประจํา ถึงเดือนต้องเสียดอกเบี้ยประจําเลยครับ หน้าตาอย่างท่านประธานคงไม่เคยมีความรู้สึก แบบผมครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ แล้วในทางตรงกันข้ามนะครับ ท่านประธานครับ ผู้ให้กู้ไม่ใช่ว่าเขาจะสักแต่ว่าให้กู้ ใครก็ตามที่มากู้ เขาก็ต้องสกรีน (Screen) ครับ ท่านประธานครับ เขาต้องดูว่าคนนั้นมีศักยภาพมีความสามารถพอไหม ที่จะให้กู้แล้ว เขาสามารถที่ได้เงินทั้งต้นทั้งดอกคืนได้ไหม ถ้าเกิดเขาดูแล้วไม่มีศักยภาพ พอที่จะคืนทั้งต้นทั้งดอกเขาไม่ให้กู้หรอกครับ ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างเช่นประเทศ พม่าครับ ท่านประธานเคยกู้เงินเราไป ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้รู้สึกว่าจะชักดาบแล้วครับ ท่านประธานครับ ถามว่าถ้าอย่างนี้ใครจะให้ประเทศพม่ากู้ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างประโยชน์ของการกู้เงินอย่างง่าย ๆ เลยครับ ซึ่งเกิดกับตัวผมเองครับ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณ ๔๐ ป้ที่แล้วตอนสมัยผมเปึน วัยรุ่นท่านประธาน ผมมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ คนต่างจังหวัดครับ ท่านประธานครับ เมื่อมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่มีบ้านอยู่หรอกครับ ท่านประธานครับ ต้องเช่าบ้าน เขาอยู่ ปรากฏว่ากว่าผมจะเรียนจบ ท่านประธานครับ ผมย้ายบ้านเช่า ๑๐ กว่าครั้งครับ ท่านประธาน ไม่ใช่เปึนความผิดของเจ้าของบ้านเขาหรอกครับท่านประธาน เปึนความผิดของผมนี่ละครับ เพราะว่าตามกําหนดการต้องจ่ายค่าเช่าบ้านเขาทุกวันที่ ๑ ปรากฏว่าของผมนี่วันที่ ๑๐ ก็ยังไม่จ่ายเลยครับ บางครั้ง ๒ เดือนจ่ายเขาทีหนึ่ง เขาก็เชิญผมให้ไปหาที่อยู่ใหม่ ไม่ได้เชิญหรอกครับ เรียกง่าย ๆ คือ ไล่ผมนี่ละครับให้ผมไปหาที่อยู่ใหม่ ผมก็ต้องย้าย บ้านไปหาที่อยู่ใหม่ เปึนอย่างนี้ ๑๐ กว่าครั้งครับท่านประธานครับ มันก็เกิดความ เจ็บช้ําน้ําใจว่า สักวันหนึ่งถ้าผมเรียนจบเมื่อไรมีงานมีการทําเมื่อไร ผมจะซื้อบ้านเปึนของ ตัวเองเพื่อไม่ให้ใครมาไล่ผมครับท่านประธานครับ ต่อมาผมเรียนจบครับท่านประธาน สมัยนั้นเงินเดือนผมได้เงินเดือนประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าบาท ผมไปดูบ้านหลังหนึ่งเนื้อที่ ๑๐๐ ตารางวา อยู่ซอยลาดพร้าวนี่ครับ ท่านประธานครับ ราคา ๓ แสนบาท ผมไม่มีเงินครับ ท่านประธานครับ ผมก็เลยตั้งใจว่าอีก ๓-๔ ป้ข้างหน้า ถ้าผมมีเงิน ๓ แสนบาท อันนี้เมื่อไร ผมจะมาซื้อบ้านหลังนี้ ปรากฏว่า อีก ๓-๔ป้ต่อมา ผมก็ยังไม่มีเงินครับท่านประธานครับ เก็บไม่ได้เลยครับท่านประธานครับ ผมไปดูบ้านหลังนี้ เจ้าของโครงการเขาบอกว่า ตอนนี้ ไม่ใช่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ขึ้นเปึน ๕๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว อย่าว่าแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเลยครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาทผมยังไม่มีเลยครับท่านประธานครับ ผมก็เลยไปปรึกษาเพื่อนผมที่ทํางาน อยู่ที่ธนาคาร เพื่อนผมก็บอกว่า ถ้าอย่างนี้ชาตินี้ทั้งชาติเอ็งก็ไม่มีบ้านอยู่ มันต้องใช้วิธีกู้ เงินธนาคาร แล้วเอาเงินธนาคารไปจ่ายหนี้เจ้าของโครงการเขาแล้วเอ็งค่อย ๆ มาส่งกับ ธนาคารทั้งต้นทั้งดอกค่อย ๆ ส่ง ท่านประธานครับ ผมเปึนคนกลัวดอกเบี้ย ไม่อยากกู้ หรอกครับท่านประธาน แต่ความจําเปึนครับต้องไปกู้ครับ แล้วครั้งแรกที่ผมไปกู้นี่ ท่านประธานทราบไหมครับ เจ้าของโครงการเขาไม่ให้ผมกู้ครับ เจ้าของธนาคารเขาไม่ให้ ผมกู้หรอกครับท่านประธาน เขาบอกเงินเดือนแค่นี้จะไปพออะไรส่ง ผมต้องไปขอแรง เพื่อนผมอีกคนหนึ่ง ซึ่งทํางานที่ธนาคารให้มาช่วยค้ําประกันเงินกู้อันนี้ ธนาคารถึงให้ผม ครับท่านประธานครับ แล้วเมื่อผมกู้ได้ผมก็ซื้อบ้านหลังนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ อีก ๔-๕ ป้ต่อมา ผมจ่ายบ้านหลังนี้หมดเลยครับ ผมค่อย ๆ ผ่อนทีละเดือนจนหมดเลย ปัจจุบันบ้านหลังนี้เปึนของผมแล้วครับท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากจะชี้ให้เห็น ประโยชน์ของการกู้เงินว่า ถ้าวันนั้นผมไม่กู้ วันนี้ผมจะมี ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ตามนี้ หรือเปล่าท่านประธานครับ แล้วปรากฏว่าในปัจจุบันนี้บ้านหลังนี้ราคาเท่าไรทราบไหมครับ เนื้อที่ ๑๐๐ ตารางวาเปึนบ้านเดี่ยว ๒ ชั้นครับท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ราคา ๔ ล้านบาท ครับท่านประธาน นี่คือประโยชน์ของการกู้แล้วถ้ามองในแง่การลงทุน ผมลงทุนไปแค่นี้ เสียดอกเบี้ยด้วย จริง ๆ แล้วมองแล้ว ๕๐๐,๐๐๐ บาท เสียดอกเบี้ยก็ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมกําไรแล้วครับ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ นี่คือประโยชน์ของการกู้เงินครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยก็เหมือนกัน ครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่เรียกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างหนักเลยครับท่านประธาน ไม่ใช่ของประเทศไทยอย่างเดียว มันลามไปทั่วโลกเลย ครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาซึ่งเปึนพี่เบิ้มของประเทศทั้งหลายแหล่ นี่ครับท่านประธานครับ สหรัฐอเมริกานี่บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ปลดคนงานออกเยอะแยะ เปึนหมื่นเปึนแสนคนเลยครับท่านประธานครับ ทําให้คนงานตกงานลอยแพกันเปึนแสน เปึนหมื่นคน ท่านประธานครับ เมื่อพูดถึงบริษัทแล้ว ผมขออนุญาตเปรียบเทียบประเทศ ไทยของเราเปรียบเหมือนกับบริษัท ๆ หนึ่ง ผมให้ชื่อว่าบริษัทประเทศไทยแล้วกันนะครับ จะได้เห็นภาพง่าย ๆ ครับท่านประธานครับ บริษัทในโลกนี้มีเปึนหมื่นเปึนแสนบริษัทครับ ท่านประธานครับ แต่ละบริษัทจะตั้งได้ต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อย ๗ คนขึ้นไปไปจดทะเบียน แล้วใน ๗ คนนี้ไปหาผู้จัดการมา ผู้จัดการมีหน้าที่อย่างไรครับ ท่านประธานครับ บริหาร บริษัทให้เจริญงอกงามมีผลกําไรมาแบ่งปันให้กับหุ้นส่วนทั้งหลายแหล่ บริษัทประเทศไทย ก็เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ แต่บริษัทประเทศไทยไม่ได้มีหุ้นส่วนแค่ ๗ คนเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ บริษัทประเทศไทยมีหุ้นส่วนทั้งหมด ๖๓-๖๔ ล้านคน ท่านประธานครับ แล้วใน ๖๓-๖๔ ล้านคนนี้ก็ไปหาผู้จัดการมา ผู้จัดการบริษัทประเทศไทยคือใครครับ ท่านประธานครับ คือรัฐบาลครับท่านประธานครับ แล้วจริง ๆ แล้วบริษัทประเทศไทยมีรัฐบาล มาแล้วหลายยุคหลายสมัยครับท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีอยู่รัฐบาลยุคหนึ่งหอบเงิน เปึนแสน ๆ ล้านบาทหนีออกจากบริษัทประเทศไทยไป ทําให้บริษัทประเทศไทยปัจจุบันนี้เกิด วิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนักสภาพคล่องในบริษัทก็ไม่มีครับท่านประธานครับ ผู้จัดการ คนใหม่คือรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในขณะที่บริษัทประเทศไทยถูกวิกฤติ ภายในประเทศด้วย วิกฤติต่างประเทศด้วย เงินก็ไม่มีแต่รายจ่ายของบริษัทประเทศไทย ครับท่านประธานครับ มีแน่นอนเลยครับ เปึนรายจ่ายประจําเลยหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย นั่นคือเงินเดือนข้าราชการทั้งหมด รวมทั้งเงินเดือนของพวกเราที่นั่งอยู่ที่นี้ด้วยครับ นี่คือ รายจ่ายของบริษัทประเทศไทย เงินค่าครองชีพผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท เงิน อสม. ๖๐๐ บาท ต่อเดือน เงินสําหรับลูกหลานเราเรียนฟรี ๑๕ ป้รวมทั้งอุปกรณ์การเรียน ไม่ว่าจะเปึน กระเปิา หนังสือ ยางลบ ดินสอ ปากกา ชุดเครื่องแบบนักเรียน นี่คือค่าใช้จ่ายที่บริษัท ประเทศไทยมีอยู่ตลอดเวลาครับ แต่ถามว่าบริษัทประเทศไทยจะเอาเงินตรงไหนมาจ่ายตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ ไม่มีหรอกครับ บริษัทประเทศไทยจะทําแบบต่างประเทศได้ไหมครับ แบบบริษัทในโลกได้ ไหมครับ ปลดคนงานออก ปลดข้าราชการบางคนออก ถามว่าทําได้ครับ ท่านประธานครับ ปลดข้าราชการ คนงานออกบางคนก็ได้ครับท่านประธานครับ แต่ถามว่าถ้าอีก ๓-๔ ป้ ข้างหน้า บริษัทประเทศไทยดีขึ้น เจริญก้าวหน้าขึ้น เราสามารถที่จะไปรับคนงาน รับพนักงาน รับข้าราชการที่ปลดออกกลับมาทํางานได้ไหมครับ ยากครับ ท่านประธานครับ จะขายทรัพย์สินของบริษัทประเทศไทยบางส่วนได้ไหมครับ มีครับ แปรรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ก็ยังพอมีครับ แต่ถามว่าถ้าอีก ๓-๔ ป้ข้างหน้า บริษัทประเทศไทยเจริญขึ้น ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เราจะซื้อทรัพย์สินที่ขายไปคืนมาได้ไหมครับ ยากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นมันก็ เหลืออีกวิธีหนึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่เปึนวิธีการที่ดีที่สุดครับ แต่ผมก็มองว่ามันเปึนวิธีการที่ จําเปึนที่สุดในขณะนี้ครับ โดยการกู้เอามาบริหารประเทศ แล้วอีก ๓-๔ ป้ข้างหน้า เมื่อบริษัทประเทศไทยดี เศรษฐกิจโลกดี เราสามารถส่งสินค้าออกไปต่างประเทศได้ ภาวะเศรษฐกิจดี เราก็สามารถที่จะคืนเงินที่กู้เขามาต่าง ๆ ได้ครับ เพราะฉะนั้นสุดท้าย ครับท่านประธาน ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ไม่ว่าจะเปึน สมาชิกฝ์ายค้านก็ดี สมาชิกฝ์ายรัฐบาลก็ดี ขณะนี้บริษัทประเทศไทยอยู่ในภาวะง่อนแง่น เหลือเกินครับ ช่วยกันก่อนได้ไหมครับ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยกร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้ผ่านไปก่อน เพื่อให้บริษัทประเทศไทยเราแข็งแรงพอสมควรก่อน อีก ๓-๔ ป้ ข้างหน้า ถ้าท่านทั้งหลายมีปัญหา อยากจะคิดบัญชีกับผู้จัดการรัฐบาลคนปัจจุบันนี้ ผมว่าอีก ๓-๔ ป้ข้างหน้าก็ยังไม่สายครับ ดีกว่าไม่มีบริษัทประเทศไทยให้พวกเราคิดบัญชี กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ ๑๕ นาทีครับ แล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะขอโอกาสชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ รัฐบาลได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กระผมใคร่ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นไม่ใช่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ แต่จริง ๆ เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้ พ.ร.บ. เมื่อวานนี้ผ่าน ไปแล้ว นั่นมีรายละเอียด การกู้ในวันนี้ พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียด แต่ว่ามีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดไปก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะเข้าใจว่า วันนี้มีรายละเอียด แต่จริง ๆ แล้วไม่มี ท่านประธานครับ นับเปึนประวัติศาสตร์ที่ประเทศ ไทยเปึนครั้งแรกที่กู้เงินสูงที่สุด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนํามาเปึนกองทุน นอกงบประมาณ เพื่อลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ จริง ๆ ท่านประธานครับ การลงทุนเปึน เรื่องที่ดี แต่การลงทุนแล้วไม่มีรายละเอียด ไม่มีที่บอกว่าเอาไปทําอะไร นั่นเปึนเรื่องที่ต้องคิด แล้วเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงนะครับ ซึ่งทางฝ์ายค้านนี้ จริง ๆ ทางพรรคฝ์ายค้านนี้ครับ ท่านประธาน สนับสนุนครับการกู้เงิน เอาไปเปึนประโยชน์ เอาไปเปึนประโยชน์ ไปสร้างชาติ สร้างบ้าน สร้างเมือง แต่ว่าถ้าทําไม่ได้ล่ะ ตรงนี้เสียหาย พรรคฝ์ายค้านเขาเปึนห่วง เปึนห่วงตรงนี้ครับ ไม่ได้ขัดขวางเลยการกู้เงิน เพราะถ้าขณะนี้พรรคฝ์ายค้านไปเปึน รัฐบาลก็ต้องกู้เงิน แต่ฝ์ายค้านนั้นมีโครงการ มีเปัาหมายในการทํางาน มีเปัาหมายครับ ผมดูแล้วเปัาหมายของฝ์ายค้านนั้นดีเลิศครับ แล้วก็สร้างมาจนกระทั่งพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศติดใจครับ แต่ฝ์ายรัฐบาลนี่สิครับน่าเปึนห่วงจริง ๆ จะบอกว่าเอาไป สร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจให้ฟุ๋นตัว ผมก็ยังมองไม่เห็นนะครับท่านประธาน เพราะว่าการบริหารของรัฐบาลทําโดยที่ผิดหลักการ ไม่มีทิศทาง ผิดเปัาหมายในการทํา ซึ่งท่านผู้มีเกียรติในสภานี้พรรคฝ์ายค้านได้พูดไปเยอะ ได้พูดไปเยอะครับ แต่สิ่งที่ผมจะ พูดและจะบอกท่านประธานว่า การฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในช่วงป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๕ รัฐบาลต้องใช้ เงินอีกเยอะนะครับ ใช้ถึง ๑.๔๓ ล้านล้านบาท แล้วก็เบื้องต้นกู้มาแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกู้อีกต่อไปครับถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นต้องกู้ต่อไป กู้อีก ๖๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจึงจะพอ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีท่านประธานครับแล้วจะเกิดอะไรขึ้น พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศต้อง ร่วมมือร่วมใจโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ อุ้มหรือจมกับหนี้ที่รัฐบาลก่อขึ้น ตรงนี้ครับน่าเปึนห่วง พี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนนี่ครับเขาภูมิใจนะครับว่าถ้ากู้เงินไปนี่ทําได้เขา ภูมิใจ แต่เขาเปึนห่วงที่สุดคือหนี้ขึ้น ก็อย่างที่มีการพูดกันแล้วว่าจากนี้เปึนต้นไปถ้ารัฐบาล ไม่สามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ ตัวเขาเอง ลูกหลานเขาเองเปึนหนี้คนละเท่าไรครับ ท่านประธานครับ คนละ ๗๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะเปึนแสนบาทในอีก ๓ ป้ข้างหน้า ตรงนี้ เขาเปึนห่วงตรงนี้ครับ แต่รัฐบาลไม่เคยพูดนะ ไม่เคยพูด ไม่เคยพูดเลยว่าพี่น้องจะเปึนหนี้ เท่าไร เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดด้วยความ ภูมิใจว่าเงินจํานวนนี้ไม่มีรัฐบาลไหนกู้มาก่อนได้ขนาดมาก ๆ อย่างนี้ ภูมิใจครับ แต่ความ ภูมิใจตรงนั้นเปึนทุกข์ เปึนทุกข์สําหรับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเพราะกลัวว่าทําไม่ได้ ถ้าทําได้ โอ้โฮ ก็วิเศษละครับ ผมก็ดีใจด้วยครับ แต่ถ้าทําไม่ได้ท่านประธานครับ ปล่อยหนี้ ให้เขาเปึนหนี้อยู่อย่างนี้ผมว่าเหนื่อยครับ พี่น้องประชาชนก็เหนื่อย รัฐบาลก็เหนื่อย ทีนี้ท่านประธานครับมาดูต่อไป มาดูต่อไปเมื่อสักครู่นี้ครับท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มาพูดก็พูดถึงเยอะนะครับ ว่าท่านทํางานด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่กระนั้นนะครับเมื่อท่านพูดอย่างนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเปึน อย่างไรนะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้ว่าเปึนอย่างไรครับ ไม่ตัดสินใจในการแก้ปัญหา ไม่ว่าประมูลข้าวก็ดี ข้าวโพดก็ดี ปัญหารถเมล์ก็ดี สงสัยว่าจะมีทุจริตแต่ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถ้าเชื่อท่านก็ต้องอนุมัติให้ไปเลยนะครับ อนุมัติให้ ทําไปเลย แต่นี่ไม่อนุมัติครับ ยึกยัก ๆ อยู่นั่นเลื่อนไป ท่านประธานครับ อย่างนี้หรือกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วมันจะเดินหน้าไปได้เมื่อไร แล้วจะเดินไปอย่างไร ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน เพราะจริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คนอย่างนี้นะครับ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ํา ท่านประธานครับ เขาบอกว่าต้องคิดหาเงินเข้าประเทศเสียก่อน แล้วก็การหาเงินเข้า ประเทศจะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ เมื่อหาไม่ได้แล้วจึงจะไปกู้เงิน หาเข้าประเทศก่อนเปึน อันดับแรก เศรษฐกิจไม่ดีเพราะท่องเที่ยวไม่มี แล้วก็เศรษฐกิจไม่ดีเพราะส่งออกไม่มี เขาก็อยากจะให้การแก้ตรงนี้จุดนี้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้แก้ เขาบอกว่าเงินนี่ค่าเงินบาทมันแข็งไป ลดอ่อนตัวมาสิเพื่อที่จะให้ส่งออกได้ ก็ไม่ทํานะครับ เอาสิให้กู้ ให้เอกชนกู้ เอาเงินไป ปล่อยเยอะ ๆ หน่อย ภาคเอกชนก็จะได้กระเตื้องขึ้น ไม่มีครับ เพราะอะไร ก็เพราะว่า ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี่ครับภาคการเงิน ส่วนต่างของดอกเบี้ยกับเงินให้กู้ เงินฝากนี่สูงกว่า เงินให้กู้กับ เงินฝากนี่แตกต่างกัน เขาเรียกว่า ภาษาอังกฤษผมก็ไม่ค่อยเก่งนะครับท่านประธาน สเพส (Space) ใช่ไหมครับท่านรอง สเพสนะครับ ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ สมมุติว่าแบงก์มี เงินฝาก ๑๐๐ ล้านบาท เอาไปปล่อยกู้ ๒๐ ล้านบาท แบงก์อยู่สบาย กําไรได้เยอะแยะ เดี๋ยวนี้ เอ็นพีแอล แบงก์ไม่กลัว เพราะอะไร กําไรเยอะ ก็เอาเงินสํารองนี่ไปสํารอง เพื่อหนี้สูญนี้สบาย อย่างนี้ครับก็ไม่ทํา ไม่แก้ไข สวนทางกันตลอดเลยครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ แล้วมันจะไปได้อย่างไรเศรษฐกิจ มันจะขยายตัวไปได้อย่างไรครับท่านประธานครับ มีอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน แล้วก็ถาม ถามนะครับ ถามท่านประธานผ่านไป ท่านรองก็ได้ เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่อยู่ ท่านรองก็เก่งเรื่องนี้ว่า เงินกู้ ครั้งนี้ท่านประธานครับ ฝากท่านรองจดด้วยนะครับ จดปัญหาแล้วตอบด้วยนะครับว่า จะทําการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง จดไว้ครับ ท่านไม่จดนะครับ ท่านจําได้นะครับ ที่จะทําให้เศรษฐกิจเติบโตและยั่งยืนในอนาคต เพราะผมยังมองไม่เห็นเลยว่าเศรษฐกิจ จะปรับโครงสร้างอย่างมั่นคงและเติบโตไปอย่างยั่งยืน ตอบหน่อยนะครับว่าที่กู้มาทํา อย่างที่ผม ตอบคําถามนี้พี่น้องประชาชนจะได้รู้นะครับ เพราะว่าที่ตอบไปเมื่อวานนี้ ยังไม่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านมีเจตนาดีนะครับ แต่รัฐบาลนี้คงไม่ฟัง แต่ถ้าฟังเอาไปใช้ผมว่า เกิดประโยชน์ ท่านบอกว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมจะต้องทําการปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจก่อน ภาษาอังกฤษเขาบอกว่า อิโคโนมิค รีสตรัคเจอริ่ง (Economic restructuring) ผมไม่รู้ว่าผิดหรือถูก ผ่านไปให้ท่านรอง ท่านรองเก่งอังกฤษ เพื่อให้มี ทิศทางของประเทศชัดเจน ไดเรคชั่น (Direction) ชัดเจนก่อนครับ จากนั้นจึงวางแผน การหาเงินเข้าประเทศ เมื่อหาเงินเข้าประเทศไม่เพียงพอค่อยไปกู้เงินมานะครับ โครงการ แจกเงินจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่ก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดนี้คิดอย่างไร สหรัฐอเมริกาประเทศยิ่งใหญ่ในโลกนี้พิมพ์เงินได้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น เกาหลี เอาไปแจกเงินเหมือนกัน ไม่สําเร็จครับ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แต่ประเทศไทยเรามาใช้ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วมันจะไปแก้ปัญหา เศรษฐกิจได้อย่างไร อีกอันหนึ่งครับท่านประธานครับ เอสเอ็มอี ของเราในขณะนี้ ผลกระทบตรงนี้ที่แบงก์ก็ไม่ปล่อย ประเทศไทยช่วงหนึ่งท่านประธานคงจําได้ว่า นโยบาย ของรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ให้ประเทศไทยเปึนเหมือนดีทรอยต์ (Detroit) ของ สหรัฐอเมริกา ส่งออกรถยนต์ครับ นี่ครับ ส่งออกรถยนต์ครับ แต่ตอนนี้เปึนอย่างไรครับ ถูกกระทบหมด แบงก์ไม่ให้กู้ เพราะสเพสนี่แหละครับ แบงก์ไม่ให้กู้ ไม่ปล่อย ยิ่งรัฐบาล เอาเงินนี้ไปกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทภายในประเทศ จากแบงก์บ้าง จากพี่น้อง ประชาชนบ้าง ไม่ปล่อยเลยตอนนี้ เพราะปล่อยกลัวครับ อย่างนี้ส่งเสริมถูกไหม รัฐบาล ส่งเสริมถูกไหมครับ ตอบผมหน่อยนะส่งเสริมถูกไหม มันทําให้เกิดความเสียหายและเกิด ความเสียหายทางธุรกิจเอกชน เมื่อวันก่อนนะท่านประธาน ผมยิ่งฟังแล้วยิ่งปวดหัวเลย มี ส.ส. ของท่านคนหนึ่งพรรคฝ์ายโน้น บอกเลยนะครับ พูดออกมาได้ไม่รู้พูดมาได้อย่างไร บอกว่าแบงก์ก็ไม่ปล่อยนะตอนนี้ แบงก์ต่อไปนี้ไม่ปล่อยแล้วเพราะเกิดความยากลําบาก ในการดูแล เขาปล่อยให้รัฐบาล แล้วรัฐบาลนี่ก็ไปปล่อยเอง รัฐบาลไปปล่อยเองอย่างไร คือไม่สนใจธุรกิจเอกชนเลย แล้วมันจะไปได้อย่างไรครับ ประเทศไทยไปได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นผมไม่หวังนะ ไม่มีความหวังในการบริหารของท่านเลยที่จะกู้เงินมาแล้วฟุ๋นฟู เศรษฐกิจได้ ไม่มีความหวังครับ บริหารแบบนี้ไม่มีความหวังครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมกราบเรียนไปนี้ครับ เปึนเรื่องข้อเท็จจริงแล้วพิสูจน์กันได้ วันข้างหน้าพิสูจน์ครับ วันข้างหน้าเราพิสูจน์กัน แล้วการกู้เงินนี่ครับต้องถึงป้ ๒๕๕๕ ก่อนจะถึงป้ ๒๕๕๕ นี่ โอ้โฮ มันไม่รู้จะถึงไหนกัน ประเทศไทยถ้าเปึนไปอย่างที่ท่านหวังไว้แล้วเปึนไปอย่างที่สามารถ เก็บเงินได้ เศรษฐกิจดีขึ้น รายได้ดีขึ้น อันนี้ผมจะดีใจอย่างที่สุด แต่ตอนนี้มันไม่เห็นทาง เพราะอะไรต่ออะไรที่ว่าดีขึ้นตรงไหนครับ ดีอะไรครับ ตรงไหนดีขึ้นครับ ตอนนี้ไปดู ต่างจังหวัดสิครับเดือดร้อนไปทั่ว แม้ขายก๋วยเตี๋ยวยังเดือดร้อนเลยท่านประธาน ก๋วยเตี๋ยวนี่ วันหนึ่งต้องลดครึ่งหนึ่งลดปริมาณครึ่งหนึ่งก๋วยเตี๋ยว กล้วยปุ่งยังลดครับท่านประธาน ไปกินสิที่จังหวัดกาญจนบุรีกล้วยปุ่ง ไปถามแม่ค้าสิ เมื่อตอนช่วงดี ๆ นี่ขายกี่ลูกเท่าไร ก๋วยเตี๋ยวขายกี่ชาม ไปถามเดี๋ยวนี้ไปถามใหม่มันไม่มีดีขึ้นจริง ๆ นะ นี่ผมกราบเรียนด้วย ความจริงเลยครับไปพิสูจน์กันได้ อย่างนี้ผมจึงไม่เชื่อมั่นนะครับ ผมจึงไม่เชื่อมั่น แต่ว่าเอาละ พรรคฝ์ายค้านก็ไม่คัดค้าน ถ้าเมื่อท่านต้องการจะกู้ที่เอาไปพิสูจน์ก็ไม่เปึนไร แต่ถ้าหากว่า ท่านทําดําเนินการแล้ว พี่น้องประชาชนก็จะตัดสินเองในวันนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตชี้แจงหลาย ๆ ประเด็นนะครับ เพราะว่าคงจะสืบเนื่องมาจากความกังวลของเพื่อนสมาชิกในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน นะครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า เมื่อวานนี้เราพิจารณาพระราชกําหนดวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราพิจารณาพระราชบัญญัติวงเงินก็ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้เราก็จะพิจารณาพระราชบัญญัติรายจ่ายงบประมาณประจําป้ ก็คงจะใช้เวลา ๒ วัน วงเงินค่าใช้จ่ายอีก ๑.๗ ล้านล้านบาท สําหรับเมื่อวานนี้กับวันนี้เปึนการพิจารณา การใช้เงินที่เรียกว่าเปึนการใช้เงินนอกงบประมาณ ส่วนวันพุธและวันพฤหัสบดีก็จะคุยกัน ถึงเรื่องเงินในงบประมาณ ถ้าใครอยู่ในสภามานานพอนะครับ และสนใจในเรื่องของ การเงินนี่ก็จะรู้ว่าท่าน ส.ส. ทุกท่านไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลนี่ครับ ไม่ค่อยชอบ การจัดงบประมาณที่เรียกว่าเงินนอกงบประมาณ และจริง ๆ แล้วในอดีตที่ผ่านมาทุกป้ ๆ มันก็จะมีเงินนอกงบประมาณอยู่เปึนจํานวนมาก แต่ไม่ได้เคยนําเข้ามาพิจารณาในสภา ซึ่งพอถึงเวลาไปกู้มานี่นะครับ รัฐวิสาหกิจไปกู้หรือว่ารัฐวิสาหกิจไปกู้แล้วรัฐบาล ค้ําประกันหรือหน่วยราชการไปสร้างหนี้สร้างสินไว้นี่ครับ พอถึงเวลาจะชําระหนี้ก็เอาเงิน ในงบประมาณไปชําระ พวกเราที่ดูแลเงินในงบประมาณอยู่ก็ไม่ค่อยชอบ เพราะว่า มันเปึนเรื่องที่ฝ์ายบริหารไปทํามาแล้วให้ฝ์ายนิติบัญญัติต้องมารับผิดชอบ อันนี้ก็เปึนหลักคิด นะครับว่า พอพูดถึงเงินนอกงบประมาณทีไรนี่เราก็ไม่ค่อยอยากจะชอบเลยเพราะไม่เคย เอาเข้ามา ประเด็นที่มีความจําเปึนว่าทําไมรัฐบาลถึงเที่ยวนี้ต้องไปกู้เงินแล้วก็ใช้เปึนเงิน นอกงบประมาณ ก็จะเปึนคําถามที่ถามกันหลายคนว่าทําไมไม่จัดงบประมาณแบบ ขาดดุล เพราะว่าอย่างวันพุธนี่ครับ เราจะพิจารณาว่าขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ทําไมไม่เอา ๔๐๐,๐๐๐ มาบวกให้เปึนขาดดุลเสีย ๗๕๐,๐๐๐ แล้วเงินที่จะใช้ก็จะอยู่ในแผนใช้จ่ายงบประมาณ แล้วพวกเราก็จะมีกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณากัน แล้วเราก็สามารถที่จะพิจารณา ปรับลดได้ รัฐบาลก็สามารถที่จะแปรญัตติเข้ามาใหม่ได้ ตรงนี้ถ้าหากว่าไปศึกษาแล้วก็จะ รู้ชัดครับว่า รัฐบาลจริง ๆ อยากทํามากเลยครับ แต่มันทําไม่ได้ ทําไม่ได้ก็เพราะว่ามันมี กฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดวิธีการงบประมาณอยู่ อย่าง พ.ร.บ. วันพรุ่งนี้ครับ เรากู้ได้เพียง ๓๕๐,๐๐๐ แล้วถามว่ากู้ได้สูงสุดเท่าไร คําตอบก็คือแค่ประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ครับ มันก็มี สูตรของมันนะครับ สูตรที่เปึนมาตรฐานสากลก็คือว่า ป้นี้เราจะใช้จ่ายเท่าไร เขาก็บอกว่า ให้กู้ได้ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราจะใช้จ่าย ๑ ล้าน ๗ แสน ก็บอกว่ากู้ไม่เกิน ๓ ล้าน ๔ แสน แล้วเท่านั้นไม่พอ เขาก็ยังดูอีกว่า ป้นี้เราจะใช้หนี้เก่าเท่าไร ถ้าป้นี้เราใช้หนี้เก่า ๖๐,๐๐๐ เขาก็บอกว่ากู้ได้ไม่เกินอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๖๐,๐๐๐ ก็ประมาณ ๔๘,๐๐๐ ๔๘,๐๐๐ มารวมกับ ๓๔๐,๐๐๐ ก็ประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ๓๘๐,๐๐๐ กว่า ๆ ตัวเลขกลม ๆ ก็ ๓๙๐,๐๐๐ เราก็บอกถ้าอย่างนั้นเรากู้ได้เพียง ๓๕๐,๐๐๐ ก็ต้อง เผื่อไว้ด้วย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผิดกฎหมาย คําถามจึงมีว่าวันพรุ่งนี้ที่จะคุยกัน ๓๕๐,๐๐๐ มันพอหรือเปล่า ไม่พอหรอกครับ ไม่พอเพราะว่ากลายเปึนว่า เราจะใช้เงินได้เพียง ๑.๗ ล้านล้านบาทเท่านั้น ผมอยากเรียนท่านสมาชิกครับว่า การลงทุนในป้ ๒๕๕๓ ที่เราจะพิจารณากันในวันพรุ่งนี้ไม่มีเม็ดเงินที่จะลงทุนใหม่ อาจจะพูดได้ว่า แม้แต่สลึงเดียวครับ เงินไม่พอครับ ถามว่าเปึนความผิดของใคร ก็ไม่อยากจะโทษใครทั้งนั้นละครับ แต่เพียงสภาพเศรษฐกิจซึ่งเปึนข้อเท็จจริงก็คือว่า พี่น้องประชาชนนี่เขาไม่มีรายได้ บริษัท ห้างร้านที่เคยกําไรเขาก็ไม่มีกําไรครับ คนที่เคยมาท่องเที่ยวก็ไม่มาท่องเที่ยวกันครับ ของที่เคยส่งออกไปก็ส่งออกได้น้อยครับ เราก็เก็บภาษีได้น้อย ต่ํากว่าเปัาเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรัฐบาลมองอย่างนั้นก็เห็นชัดเจนว่า ถ้าไม่มีการลงทุน แล้วที่ท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่บอกว่าร้านขายก๋วยเตี๋ยวก็ขายไม่ได้ เงินไม่มี แล้วจะทําอย่างไร อย่างนี้ครับ มันไม่มีทางอื่นครับ รัฐบาลต้องเปึนผู้นําครับ รัฐบาลต้อง เริ่มลงทุนก่อน ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะลงทุนแล้วนี่นะครับ แล้วเราลงทุนโดยใช้
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว
ท่านเรวัตมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวพี่น้องใน จังหวัดผมจะเข้าใจผิด ขายได้แต่ว่ามันลดน้อยลง ไม่ใช่เขาขายไม่ได้นะ
ขายได้แต่ลดน้อยลงครับ
เชิญนั่งลงครับ ท่านเรวัตครับ
ท่านประธานบอกให้ท่านรองพูดใหม่สิ
ไม่เปึนไรครับ ท่านพูดไปแล้วครับ
ขายได้ครับ แต่ว่ามันขาย ได้ไม่ดีเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ฝ้มือก็เก่งเหมือนเดิม อร่อยเหมือนเดิม ประเด็นก็คือธุรกิจ มันไม่ดีครับ ผมคิดว่าที่นั่งอยู่ในที่นี้ทุกคนก็เห็นด้วยกันหมดละครับว่าเราต้องลงทุน คําถามจึงมีว่าเราจะลงทุนวิธีไหน วิธีแรกที่ทําได้ง่ายที่สุด และพวกเราคงถูกอกถูกใจ ผมว่าง่ายที่สุดนี่ก็คือง่ายเพราะว่าเงินทั้งหมดเราก็จะเอามาเข้าในงบประมาณ พวกเราก็ จะชอบ ผมเองก็ชอบครับ เพราะเราได้ดูละเอียด แต่มันต้องไปแก้กฎหมายครับท่าน แก้กฎหมายนี่เปึนเรื่องใหญ่ แล้วถ้าแก้กฎหมายแล้วเวลาเข้าเหตุการณ์ปกติแล้วต้องแก้ กลับไปอีกครับ มันทําไม่ได้ครับ อันนี้คือที่มาครับ อันนี้คือที่มาของความจําเปึนว่า ต้องออกกฎหมายพิเศษ ทีนี้ก็มาถึงคําถามแล้วว่าออกกฎหมายพิเศษนี่มันจะออกเปึน พระราชกําหนดดีหรือออกเปึนพระราชบัญญัติดี พวกผมก็เถียงกันนานนะครับ เพราะว่า จริง ๆ แล้วใจผมชอบพระราชบัญญัติ เพราะว่าพระราชบัญญัตินี่อย่างวันนี้ถ้าหากว่า ท่านให้ความกรุณาให้ความเห็นชอบ เราก็จะตั้งกรรมาธิการกัน แล้วเราก็จะไปดูกันทุกมาตรา พอถึงมาตราที่เปึนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะเข้าไปดูกันได้เลย ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาลจะเอาไปทํา อะไร ดูกันได้ละเอียดยิบเลยนะครับ แล้วก็ทุกท่านก็จะตั้งตัวแทนของพวกท่านเข้าไปนั่ง เปึนกรรมาธิการ อย่างนี้ดี ถูกใจ แต่คําถามว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหน ไปตรวจสอบดูให้ ดีนะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะนําเสนอ ถ้าวันนี้ท่านให้ความกรุณา ให้ความเห็นชอบ ก็คงจะ ตั้งกรรมาธิการกัน พรุ่งนี้ก็ประชุมกันเลย ก็อาจจะใช้เวลา ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ หรือ ๑ เดือน แล้วเสร็จไปแล้วนะครับ ต้องกลับเข้ามาที่นี่ใหม่ ก็ต้องรอสมัยหน้าเป่ดประชุม แล้วก็เข้าไปอีก ๒ วาระ ๒ วาระเสร็จแล้วต้องส่งไปที่วุฒิ ส่งไปที่วุฒิเสร็จ ออกมาเปึน กฎหมายก็ยังดําเนินการต่อไม่ได้ครับ ยังจะต้องเอากรอบที่พวกเรานี่ครับ ให้ความ เห็นชอบกันในระดับกรรมาธิการเสนอคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ต้องเอามา ให้สภารับทราบอีกครั้งหนึ่งครับ ตามมาตรา ๓ ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านถึงไม่เห็นกรอบ เมื่อวานท่านเห็นเพราะ พ.ร.ก. มันรวดเร็วครับ แต่วันนี้กว่าท่านจะเห็นกรอบ หมายความว่า สมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้จะได้เห็นกรอบนี่นะครับ โน่นครับ อีก ๓ เดือน อีก ๒ เดือน แต่กรรมาธิการได้เห็นนะครับ กรรมาธิการนี่วันศุกร์ วันจันทร์คงได้เห็นเลย เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อเราคิดอย่างนี้ทําตารางเวลาเลย เราก็บอกว่าแล้วจะเกิดอะไร ขึ้นกับเศรษฐกิจไทย ในเมื่อเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์กว่าจะลงไปได้ ถ้าเปึน พระราชบัญญัติทั้งหมดนี่ครับ โน่นครับมีนาคม กว่าจะเริ่มเทคอนกรีตกัน เมษายนครับ กว่าจะเริ่มขุดลอกกันกุมภาพันธ์ มิถุนายนหรือเปล่า ก็ไม่แน่ แล้วจากวันนี้ไปอีก ๖ เดือน อีก ๘ เดือน อีก ๑๐ เดือน แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวของผมเขาจะทําอย่างไร เพราะลูกค้าเขา ไม่มีงานทํา ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือ ต้องสร้างงานครับ ไม่มีทางอื่นเลือกเลยครับ ตราบใด ที่พี่น้องประชาชนอยู่ที่บ้าน กลับไปที่หมู่บ้าน ทุกวันนี้กลับไปเพราะถูกปลดออกจากงาน ยิ่งมากเท่าไรยิ่งแย่เท่านั้นครับ รัฐบาลจึงเห็นว่าตรงนี้รอไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจครับว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เอาเปึนพระราชกําหนดส่วนหนึ่ง เอาเปึนพระราชบัญญัติส่วนหนึ่ง ความจริงเปึนเงินยอดเดียวกันครับ เพียงแต่ว่าพระราชบัญญัตินั้นรอได้นิดหนึ่ง ขณะที่รอ ก็ไปดูโครงการที่ออกแบบแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย ก็ออกแบบให้แล้วเสร็จ เพียงกดปุ์ม อี-ออคชั่น (e-Auction) ได้เลย แต่ในส่วนที่เปึนพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ ถ้าหากว่าให้ความเห็นชอบกัน ถูกกระบวนการเรียบร้อยแล้วนี่นะครับ กดปุ์ม ๖๐ วัน ประมูล งานเริ่มเลยครับ ทั่วประเทศพี่น้องก็จะมีงานทํา พี่น้องมีงานทํา พี่น้องมีรายได้ พี่น้องก็จับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจก็เดินต่อได้ครับ ผมยังคิดอย่างนี้นะครับ ผมยังคิดว่า หน้าที่ของผมต้องให้ท่านทั้งหลายที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนสบายใจครับ สบายใจว่า ที่มาขอกู้วันนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานขอกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับ เรื่องแบลงค์ เช็ค (Blank cheque) แต่อย่างใดทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เปึน พระราชกําหนดได้ส่งกรอบให้ดูแล้ว แล้วก็มีเม็ดเงินชัดเจนตามกรอบนั้นเปลี่ยนแปลงเปึน อย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ ในกรอบเหล่านั้น พระราชบัญญัตินี่ดีกว่านั้นอีก ดีกว่านั้นก็ เพราะว่าท่านให้ความเห็นชอบวันนี้ตั้งกรรมาธิการเสร็จพรุ่งนี้ประชุมกันเลยครับ ประชุม กันเลย ไล่กันทีละมาตรา มาถึงนี่มาตรา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเรียกมาดูได้เลยว่า รัฐบาลจะเอาเงินไปทําอะไรบ้าง คุยกันได้หมดครับ อันนี้เหมาะสม อันนี้ไม่เหมาะสม อย่างไร คณะกรรมาธิการเมื่อทําเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเอากลับมาที่นี่อีก เปึนวาระ ๒ และวาระ ๓ แล้วส่งไปสภาครับ สภาสูง หลังจากประกาศเปึนกฎหมายแล้ว ผมก็ต้องมี หน้าที่เอากรอบที่พวกเราทุกคนเห็นชอบไปเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วเอากลับมาที่นี่ใหม่ อีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือกระบวนการของมันเบ็ดเสร็จซึ่งใช้เวลานานมาก หลายเดือนครับ เพราะฉะนั้นจึงขอความเห็นใจครับผม ว่าจริง ๆ แล้วเปึนห่วงว่าพี่น้องประชาชนเขาจะ เดือดร้อน
ในเรื่องของความไม่โปร่งใส ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้อธิบายไปพอสมควร แต่มีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึน ประเด็นที่ค่อนข้างจะสําคัญ ก็คือถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนที่นั่งอยู่ที่บ้าน ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุอยู่ คงจะต้องมีความกังวลใจว่า ความจริงเดิมก็อาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ําว่าตัวเอง เปึนหนี้อยู่ ๗๐,๐๐๐ บาทต่อคน และบอกว่าวันนี้จะเปึนหนี้อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าหนี้ของประเทศกับหนี้ของส่วนตัวถ้าอธิบาย ง่าย ๆ ก็คือหนี้ส่วนตัวเราต้องใช้ครับ พี่น้องที่เปึนหนี้ ธ.ก.ส. ก็รู้ว่าต้องใช้ทุกคน รัฐบาลจะ กู้ไปเท่าไร น้อยนักที่พี่น้องที่เปึนเกษตรกรจะต้องมาใช้หนี้ เพราะเงินที่จะมาใช้หนี้ของ ประเทศชาตินั้นเอามาจากภาษี และถ้าหากว่าพี่น้องเกษตรกรซึ่งก็ไม่ได้เสียภาษีเพราะว่า รายได้ของท่านน้อยอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ต้องใช้หนี้นั้น พวกเศรษฐีทั้งหลาย พวกนักธุรกิจที่ เขาทําธุรกิจแล้วมีกําไร ส่งกําไรเข้ามาเปึนรายได้คลัง แล้วคลังก็เอาไปใช้หนี้แทนครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า เราก็อาจจะคิดวัดกันได้เปึนตัวเลขที่ฟังกันไป แต่มันไม่ใช่หนี้ ของท่านครับ เดี๋ยวฟังแล้วกลับไปบ้านแล้วก็จะนอนไม่หลับ คิดว่าตายแล้วต้องเปึนหนี้ เยอะแยะไปหมด โผล่มาได้อย่างไร ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แล้วจริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้ของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เข้ามานี่ หนี้ที่เพิ่มขึ้นก็เปึนหนี้งบกลางป้แสนกว่า ล้านบาทที่ทําไว้แล้วก็มีครั้งนี้ครับอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ที่เปึนหนี้มาในอดีต ที่ผ่านมาก็รัฐบาลในอดีตละครับสะสมกันมา ซึ่งก็เปึนตัวเลขอยู่ประมาณ ๓.๔-๓.๕ ล้านล้านบาท เดี๋ยวนี้ก็เปึน ๓.๖ ล้านล้านบาท มันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมาย และก็อยู่ในวิสัย ที่เปึนเรื่องปกติอยู่ในกรอบของวินัยทางการคลังทั้งสิ้น
ท้ายที่สุดครับ ท้ายที่สุดผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าหลายท่านก็มี ความกังวลในเรื่องของท้องถิ่น เพราะเมื่อเห็นเอกสารงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่วันพรุ่งนี้จะ พิจารณากัน ก็มีความเปึนห่วงท้องถิ่นว่าถูกตัดเงินที่เปึนงบลงทุนไป ผมดูตัวเลขแล้วเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่ก็ไม่ได้ต่างเลยกับทุกกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายที่ถูก ตัดเงินงบลงทุนหมดทั้งสิ้น แต่กระทรวงต่าง ๆ นี่ครับก็จะมาอาศัยเงินนอกงบประมาณ ตรงนี้ครับในการลงทุน พูดกันจริง ๆ แล้วอาจจะได้มากกว่าในอดีตเสียด้วยซ้ํา ท้องถิ่นก็ ไม่ต้องกังวลใจ เพราะท้องถิ่นเองก็จะได้งบที่เปึนส่วนสมทบในการลงทุนในลักษณะ ไม่ต่างกันเท่าไรครับ คือที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี่ครับเพื่อให้เกิดความสบายใจ มีอยู่ประเด็น นิดเดียวครับว่ามันไม่ใช่ แบลงค์ เช็ค ครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เปึนเหตุผลที่เรา เปึน พ.ร.บ. อย่างไรครับ เปึน พ.ร.บ. เพื่อพวกท่านจะได้มาช่วยกันดูหลาย ๆ คน ดูกัน หลาย ๆ คนแล้วเกิดความมั่นใจแล้วจะได้อนุมัติได้ ก็เข้าใจว่าได้ชี้แจงไปเกือบครบหมด นะครับ ความจริงอยากจะบอกนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าอยู่ในสภานี่ก็เคยลุกขึ้นพูดอยู่ บ่อยครั้งว่าไม่ค่อยชอบในเรื่องแบลงค์ เช็ค เหมือนพวกท่านละครับ เหมือนพวกเราทุกคน แต่เที่ยวนี้มันเปึนเงินนอกงบประมาณ ในอดีตนี่ครับเงินในงบประมาณเองเปึนแบลงค์ เช็ค เข้ากรรมาธิการวิสามัญก็ยังเปึนแบลงค์ เช็ค นี่ก็เคยทํากันมา แต่ครั้งนี้ ไม่เปึนละครับ ครั้งนี้จะมีให้เห็นกันชัดเจน แล้วก็นอกเหนือจากนั้นแล้วก็ยังมี คณะกรรมการที่เปึนบุคคลที่สังคมให้ความเชื่อถือมาช่วยดูกันอีกรอบหนึ่งนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมมีอยู่ ๓-๔ ประเด็นที่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อน สมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้
ประเด็นแรก กรณีท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ได้กล่าวถึงกรณีงานด้าน อาชีวศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดซื้อครุภัณฑ์ตามพระราชกําหนดแล้วก็ พระราชบัญญัติที่เรากําลังจะกู้เงินที่สภากําลังพิจารณาอยู่นี้ ซึ่งความจริงก็ขอกราบเรียน กับท่านประธานครับว่า ท่านสุนัย จุลพงศธร ก็ไม่ได้พาดพิงกระผมโดยตรง เพียงแต่ได้ พาดพิงถึงงานด้านอาชีวศึกษา ซึ่งกระผมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการท่านหนึ่งเปึนผู้ดูแลกํากับงานด้านอาชีวศึกษา คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เปึนผู้รับผิดชอบกํากับดูแลงานด้าน อาชีวศึกษา อย่างไรก็ตามวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้รับ มอบหมายจากกระผมให้เดินทางไปรับเสด็จ ท่านก็เลยไม่มีโอกาสมาชี้แจง ก็ขออนุญาต ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกครับว่า มีหนังสือร้องเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีกับ ร้องเรียนมาที่กระผมจริง กรณีของการจัดซื้อครุภัณฑ์ของอาชีวศึกษาตามพระราชกําหนด กับพระราชบัญญัติที่เราจะกู้เงินนี้ แต่ว่ากรณีการจัดซื้อยังไม่ได้เกิดขึ้นนะครับ เพราะว่า เรายังไม่ทันได้กู้ เม็ดเงินก็ยังไม่มีนะครับ เพราะว่าสภาก็ยังไม่ได้อนุมัติเพิ่งเห็นชอบ พระราชกําหนดไปเมื่อวานเท่านั้นเอง แต่ว่าอย่างไรก็ตามประเด็นนี้ก็เปึนประเด็นที่กระผม ต้องขอเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกให้ได้รับความสบายใจว่า เมื่อกระผมได้รับ หนังสือร้องเรียนนี้ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้รับหนังสือ ร้องเรียนเช่นเดียวกันครับ แล้วก็ท่านก็ได้รายงานให้กระผมทราบเบื้องต้นว่า ท่านได้สั่งตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ขณะเดียวกันเมื่อกระผมรับทราบจากหนังสือ ร้องเรียนฉบับนี้ก็ได้สั่งการไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เรียบร้อยแล้วว่าขอให้กํากับดูแลเรื่องนี้อย่าให้มีการทุจริต และขอให้ รายงานผลให้กระผมทราบด้วยกรณีของการตรวจสอบนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่กระผมได้ สั่งการไป อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ติดตามเรื่องนี้แล้วก็ขอบคุณ สภาที่ได้กรุณาติดตามเรื่องนี้ กระผมอยากฝากให้เพื่อนสมาชิกและสภาช่วยติดตามด้วย ทุกฝ้ก้าว กระผมเองกราบเรียนกับท่านประธานเลยครับว่า กระผมไม่ประสงค์อยากเห็น การทุจริตใด ๆ เกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะในยุคที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ภายใต้ความร่วมมือของสภากระผมยินดีให้ความร่วมมือนะครับ แล้วก็ต้องการให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันตรวจสอบด้วยนะครับ แล้วก็ถ้าพบว่ามีการทุจริตใด ๆ กระผมจะดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของกระผมเหมือนกับที่กระผมได้เคยกราบเรียนต่อ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปนะครับ นี่คือประการแรกที่ขออนุญาตเรียนเบื้องต้น
ประการที่ ๒ กรณีท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล ได้อภิปรายถึงกรณีที่ สกสค. คือ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมี หน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการของครู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกสค. นั้นได้ดูแล ในเรื่องเงินกู้ของครูโดยเฉพาะ ช.พ.ค. (การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากร ทางการศึกษา) นะครับ ซึ่งเปึนกรณีที่มีสมาชิกอยู่หลายแสนคนทั่วทั้งประเทศที่เปึนครู หมายความว่าเมื่อมีครูเสียชีวิตก็จะหักเงินก้อนหนึ่งเข้ามารวมไว้ในกองทุนนี้ แล้วก็ถ้ามีครูคนใดเสียชีวิตก็จะได้เงินจาก ช.พ.ค. ไป เปึนเงินปัจจุบันประมาณ ๖๙๐,๐๐๐ บาท ถ้าครูคนใดเสียชีวิตก็จะได้เงินจาก ช.พ.ค. ไปในจํานวนนี้ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้อภิปรายว่า เดิม สกสค. นั้นได้ประสานงานโดยการปล่อยกู้ให้กับสมาชิก ช.พ.ค. ที่เปึนเพื่อนครูจํานวนรายละไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประสานงานกับธนาคารออมสินไปตกลงกันว่า จะเพิ่มยอดกู้ให้กับครูจาก ๒๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ขณะเดียวกันเกิดปัญหาก็คือ ที่ท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล ได้อภิปรายปรากฏว่ามีการหักเงินจากวงเงินกู้ ๖๐๐,๐๐๐ บาท รายละ ๓๗,๕๐๐ บาท เปึนค่าประกันชีวิต คือบังคับให้ครูทุกคนที่กู้เงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ต้องทําประกันชีวิต ขณะเดียวกันก็มีการหักเงินอีก ๑๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วครูก็จะถูกหัก เงินประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเรื่องนี้ท่านเจริญ จรรย์โกมล อภิปรายว่าจะปล่อยไปอย่างนี้หรือ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการปล่อยไปได้อย่างไร ก็ขอกราบเรียนกับท่านประธานและท่าน ส.ส. เจริญ จรรย์โกมล ว่าขอให้ได้รับความสบายใจ ว่าทันทีที่กระผมทราบเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระผมไม่ได้ปล่อยเรื่องนี้ไปเลยครับ แล้วก็ได้เชิญรองเลขาธิการ สกสค. เพราะวันนั้น เลขาธิการไม่อยู่ไปราชการต่างจังหวัด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระผมได้เชิญรองเลขาธิการ สกสค. และคณะมาชี้แจงว่า ทําไมจึงต้องมีการบังคับทําประกันชีวิต ๓๗,๕๐๐ บาท และเหตุใดจึงต้องมีการบังคับหักเงินอีก ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับคําชี้แจงเบื้องต้นว่า ที่บังคับทําประกัน ๓๗,๕๐๐ บาท นั้นเปึนเงื่อนไขที่ไปตกลงไว้กับธนาคารออมสินว่า ถ้าธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้ครูเพิ่มขึ้นจาก ๒๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ต่อรายนั้นจะต้องมีการทําประกันชีวิตไว้ด้วย โดยทําด้วยความปรารถนาดีต่อเพื่อนครูหรือ ทายาทของครู เพราะว่าถ้าสมมุติว่าครูเสียชีวิต ครูก็จะได้รับเงิน ๖๙๐,๐๐๐ บาท แต่เนื่องจากมีหนี้อยู่ ๖๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นจะเหลือเงินแค่ ๙๐,๐๐๐ บาท สําหรับ ที่จะยกให้กับทายาท ก็เลยเปึนห่วงทายาทว่าจะได้รับเงินน้อยแค่ ๙๐,๐๐๐ บาท ก็เลย บังคับให้ทําประกัน ๓๗,๕๐๐ บาท เพราะถ้าทําประกัน ๓๗,๕๐๐ บาท ก็จะได้เงินเอา ประกัน ๖๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นก็จะได้มารวมกันแล้วจะได้เปึน ๖๙๐,๐๐๐ บาท เหมือนเดิม ท่านชี้แจงกระผมโดยประมาณอย่างนี้ แต่กระผมก็ถามไปเหมือนกันว่า แล้วทําไมถึงจะต้องไปบังคับ ถ้าสมมุติว่าเพื่อนครูเขาบอกว่าไม่ต้องห่วงทายาทของเขา เขาพร้อมที่จะให้ทายาทเขาได้แค่ ๙๐,๐๐๐ บาท และเขาไม่ต้องการจ่ายเงิน ๓๗,๕๐๐ บาท จะเป่ดเปึนทางเลือกได้หรือไม่ ไม่บังคับได้หรือไม่ การบังคับก็ทําให้เพื่อนครูที่เขาไม่อยากเปึน เขาก็ร้องเรียนเข้ามา ที่ไม่อยากทําประกันจะไปบังคับเขาเพื่ออะไรเพราะอะไร ขอให้ไป เตรียมการชี้แจงเหตุผลมา และจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้หรือไม่ จะแก้โดยวิธีใด รวมทั้ง การบังคับหักอีก ๑๐,๐๐๐ บาทด้วยเปึนค่าอะไร หักทําไม ทําไมต้องหัก ทําไมถึงไม่เป่ด โอกาสให้เขากู้ ๖๐๐,๐๐๐ บาท และเขาก็กู้ได้แล้วไม่ต้องทําประกันใด ๆ อันนี้เขาก็รับไปครับ แล้วก็บอกว่าภายในสัปดาห์นี้เขาจะชี้แจงกับกระผมว่าที่สุดจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้หรือไม่ ในลักษณะไหน อย่างไร ขณะเดียวกันกระผมกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า โดยนโยบายของกระผมที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล อภิปรายเมื่อสักครู่ว่า การที่ไปเป่ดโอกาสให้ครูกู้เพิ่มจาก ๒๐๐,๐๐๐ บาท เปึน ๖๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับเปึนการส่งเสริมการสร้างหนี้ให้กับครูใช่หรือไม่ ความจริงคําถามนี้ กระผมก็ถามกับ สกสค. ไปเหมือนกันครับ เพราะว่าขอกราบเรียนว่า โดยนโยบายของ กระผมนั้นกระผมต้องการแต่เพียงต้องการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่ครูมีอยู่ในปัจจุบัน นั่นก็คือว่า ถ้าครูคนใดมีหนี้สินอยู่ เช่น ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท เราต้องการช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้กับครู นั่นก็คือว่าให้ครูเขาเปลี่ยนหนี้จากนอกระบบ หรือหนี้ใดก็ตามที่ดอกแพงมาเปึนหนี้ใหม่ที่มีดอกถูกกว่า แล้วก็นําไปสู่การลดเงินต้น นําไปสู่การลดดอก หรือนําไปสู่การยืดระยะเวลาการชําระหนี้ หรือนําไปสู่การยืด ระยะเวลาชําระดอก หรือพักการชําระดอก นั่นคือนโยบาย แต่ว่ากรณีของการไป เป่ดโอกาสให้เพื่อนครูได้กู้เพิ่มนั้นมันจะเปึนการสวนนโยบายหรือไม่ และเปึนการส่งเสริม การสร้างหนี้ให้กับครูหรือไม่ ซึ่ง สกสค. ก็ชี้แจงกับกระผมว่าที่เขาทําอย่างนี้เพราะไปทําการ สํารวจ แล้วปรากฏว่าเพื่อนครูส่วนใหญ่อยากเพิ่มวงเงินกู้ ก็เลยเปึนที่มาที่เขาได้ไป ทําสัญญา แต่อย่างไรก็ตามใช่ว่ากระผมจะรับฟังทั้งหมดนี้แล้วก็จะเปึนที่ยุตินะครับ สัปดาห์นี้เขาจะต้องนําคําชี้แจงทั้งหมดที่เปึนคําถามของกระผม รวมทั้งคําถามของ เพื่อนสมาชิกในสภามาตอบกับกระผมด้วย และจะต้องมีเหตุผล ไม่เช่นนั้นกระผมก็คง จะต้องดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเท่าที่กระผมมีอํานาจในการที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ เปึนไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม และที่ควรจะเปึนต่อไป โดยคํานึงถึงประโยชน์ สูงสุดขององค์กร ของกระทรวง และของเพื่อนครูเปึนสําคัญ อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนชี้แจงทําความเข้าใจเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้รับความสบายใจว่ากระผมได้ ติดตามและให้ความสําคัญกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
มีอีกประเด็นหนึ่งครับ ที่ขออนุญาตชี้แจงทําความเข้าใจ ก็คือเพื่อนสมาชิก ท่านหนึ่งเปึนห่วงในเรื่องของคุณภาพ คือท่าน ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย ซึ่งท่านได้อภิปราย ในเรื่องของการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก รวมทั้งในระดับต่าง ๆ เพื่อต้องการให้เห็น การศึกษานั้นมีคุณภาพมากขึ้น แล้วเด็กก็จะได้ไม่จําเปึนจะต้องย้ายจากชนบท เพราะ โรงเรียนมีคุณภาพแล้วเข้ามาเรียนในเมืองทั้งหมด เพราะมีแต่โรงเรียนในเมืองเท่านั้น มีคุณภาพ ซึ่งขออนุญาตกราบเรียนว่าแนวความคิดของท่าน ส.ส. ขยัน วิพรหมชัย นั้น ก็ตรงกับแนวความคิดของกระทรวงศึกษาธิการ และตรงกับนโยบายที่กระผมได้ ดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ขออนุญาตเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายต้องการที่จะ ทําให้โรงเรียนทั้งหมดที่มีอยู่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่แน่นอนขณะนี้ต้องยอมรับ ความจริงว่าคุณภาพของโรงเรียนมีหลายระดับ มีทั้งโรงเรียนที่มีคุณภาพระดับสูง ระดับกลาง แล้วก็ระดับที่จําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงโดยเร่งด่วน แต่ว่าโดยนโยบาย เราต้องการปรับคุณภาพทั้งหมด เพราะฉะนั้นขณะนี้จึงมีเปัาหมายชัดเจนครับ ว่าเราจะมี การดําเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทุกระดับ เริ่มต้นตั้งแต่ระดับสูงที่สุดมีประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ โรงเรียน ที่กระทรวงศึกษาธิการถัดจากนี้ไปจะปรับปรุงคุณภาพให้เดินหน้า ไปสู่มาตรฐานระดับสากล ระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเปึนการพัฒนาทางด้านกายภาพ คือ สถานที่เรียนตึกราม อาคาร เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ห้องแล็บ (Lab) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งในเรื่องของการที่เราจะเน้นการพัฒนาห้องสมุด ซึ่งเปึนแหล่งเรียนรู้ ไม่ใช่พัฒนา เฉพาะ ๒๐๐-๓๐๐ โรงเรียน จะพัฒนาโรงเรียนในหลายระดับที่จะต้องมีห้องสมุด ๓ ดี ที่เปึนนโยบายที่กระผมกําหนดไว้ แล้วก็มีแล้วครับ เงินอยู่ในพระราชกําหนดและ พระราชบัญญัติที่ท่านจะอนุมัตินี่ครับ ถ้าท่านเห็นชอบเราจะทําห้องสมุด ๓ ดี ในสถานศึกษาในหลายระดับ ๓ ดีที่ว่า คืออะไรครับ
๑. เราจะต้องมีหนังสือดีในห้องสมุด
๒. จะต้องมีบรรยากาศดีในห้องสมุดที่ส่งเสริมการอ่าน ส่งเสริมการเรียนรู้ แล้วก็
๓. จะต้องมีบรรณารักษ์ดี ไม่ใช่เดินเข้าห้องสมุด บรรณารักษ์ดูเราตั้งแต่หัว จรดเท้า กลัวเข้าไปขโมยหนังสือ กลัวว่าเราจะไปทําหนังสือเขาขาด ยืมก็ไม่ได้ จับนิด จับหน่อยก็มีปัญหา ต่อไปนี้ห้องสมุด ๓ ดีจะต้องไม่เปึนอย่างนั้นในทางนโยบาย แล้วก็ได้ มีการจัดเตรียมไว้แล้วว่า เราจะทําห้องสมุด ๓ ดีให้เกิดขึ้นเปึนมิติใหม่ของห้องสมุด ในสถานศึกษาของประเทศไทยของเรา อันนี้ก็จะเปึนตัวอย่าง
นอกจากนั้นก็จะมีการพัฒนาครู การพัฒนาครูนั้นเราจะทําทุกระดับ ไม่ใช่ทํา ๑๐,๐๐๐ คนป้นี้ ป้หน้า ๒๐,๐๐๐ คน ครูประเทศไทยมี ๕๐๐,๐๐๐ คน ๒๐ ป้ก็ยังพัฒนา ไม่จบ แต่เราจะทําพร้อมกันทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จะพัฒนาทั้งครูใหญ่ แล้วก็ครูน้อย ครูใหญ่คือผู้อํานวยการ ผู้บริหาร ก็จะมีการพัฒนาครบทั้งหมดภายในป้นี้ ขณะเดียวกัน ครูน้อยครูผู้สอนก็จะมีการพัฒนารายวิชา กลุ่มครูวิทยาศาสตร์ กลุ่มครูคณิตศาสตร์ กลุ่มครูสังคม กลุ่มครูภาษาอังกฤษ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มครูภาษาไทย อันนี้ก็คือสิ่งที่ได้วางไว้ แล้วก็มีการจัดเงินงบประมาณอยู่ในพระราชกําหนด พระราชบัญญัติที่ได้ดําเนินการไว้นี้ อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียน หลักสูตรเราก็จะมีการปรับปรุงพัฒนาในป้หน้า จะมีการใช้หลักสูตรใหม่ในการเรียนการสอนในระดับ สพฐ. แล้วก็ขณะเดียวกันเราจะใช้ เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในการที่จะช่วยให้มีการสอนทางไกลสําหรับโรงเรียนที่ครู ไม่ครบชั้น เช่น ในชนบทไกล ๆ บางโรงเรียน มีตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงชั้น ป. ๖ ๖ ชั้นเรียน แต่มีครูแค่ ๓ คน เพราะฉะนั้นครู ๑ คน ก็เลยต้องสอน ป. ๑ กับ ป. ๒ ๑ คน สอน ป. ๓ กับ ป. ๔ ๑ คน สอน ป. ๕ กับ ป. ๖ ๑ คน ในที่สุดคุณภาพเด็กจะหวังให้ดีนี่ยาก แต่เพราะเราขาดแคลนทรัพยากรครู แล้วก็หาครูเข้าไปสอนก็ไม่ได้ บางโรงเรียนสอน ไม่ตรงวิชาเอก เอาครูพลศึกษาไปสอนภาษาอังกฤษ เอาครูภาษาไทยไปสอนวิทยาศาสตร์ ในที่สุดก็เลยทําให้คุณภาพของเด็กด้อยลงมา เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย นั่นก็คือว่าจะมีการต่อยอดโรงเรียนวังไกลกังวล ถ่ายทอดจากโรงเรียนวังไกลกังวลไปยัง โรงเรียนที่ด้อยคุณภาพ ที่ยังขาดครูในจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกล ทั่วทั้งประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย อันนี้ก็คือแนวทางที่ได้กําหนดไว้ แล้วล่าสุดที่อยากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า วันนี้เมื่อสักครู่นี้คณะรัฐมนตรีเพิ่งมี มติอนุมัติ ๙,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับทําอะไรครับ สําหรับพัฒนาคุณภาพโรงเรียนระดับ มัธยมศึกษาทั้งโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งมีตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ บวก ม. ๑ ถึง ม. ๓ แล้วก็ โรงเรียนระดับมัธยมที่มีตั้งแต่มัธยมต้นจนกระทั่งถึงมัธยมปลายทั้งประเทศ โดยจะพัฒนา ทั้งครู ทั้งด้านกายภาพ ทั้งด้านเทคโนโลยี แล้วก็ทั้งทางด้านนักเรียน แล้วก็การบริหาร จัดการเพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนทั้งระบบในระดับมัธยมให้สูงขึ้นภายใน ระยะเวลาป้ ๒๕๕๕ โดยตั้งเปัาหมายว่าต่อไปนี้เราจะทําให้เด็กมีผลการสอบโอเน็ต ในกลุ่ม ๕ สาระหลักเปึนอย่างน้อย คือ ๑. ภาษาอังกฤษ ๒. วิทยาศาสตร์ ๓. คณิตศาสตร์ ๔. วิชาสังคม และ ๕. ภาษาไทยที่เด็กเราอ่อนอยู่ทุกวันนี้ได้คะแนนเฉลี่ย ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของการสอบโอเน็ตภายในป้ ๒๕๕๕ จะต้องทําให้เขาได้คะแนนเฉลี่ย รวมกันไม่ต่ํากว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือเปัาหมาย แล้วก็คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว ในเช้าวันนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมกราบเรียนกับท่านประธานก็คือเราเห็นความสําคัญ ของการพัฒนาคุณภาพ อย่างน้อยที่สุดต่อจากนี้ ๒๐๐–๓๐๐ โรงต้องได้รับการพัฒนาไป เปึนโรงเรียนระดับมาตรฐานสากลและในระดับอําเภอทุกอําเภอจะต้องมีอย่างน้อย ๑ โรงเรียน ที่เปึนโรงเรียนที่ได้ระดับมาตรฐานมีทุกอย่างครบถ้วนทั้งในเรื่องเครื่องไม้ เครื่องมือ ในเรื่องกายภาพ การพัฒนาครู รวมทั้ง ๆ อื่น และที่กระผมขออนุญาตเพิ่มเติม กับท่านประธานก็คือว่าภายใต้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลชุดนี้ถัดจากนี้ไป เราจะไม่ทําแค่ระดับชาติ ระดับอําเภอแล้วครับ จะต้องลงไปถึงระดับตําบลถัดจากนี้ไป เงินงบประมาณที่ท่านจะอนุมัติในพระราชกําหนดที่ท่านอนุมัติไปเมื่อวานและ พระราชบัญญัติที่จะอนุมัติวันนี้รวมทั้งพระราชบัญญัติงบประมาณที่กําลังจะพิจารณา วันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ ที่จะถึงนี้ คือพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ เราจะดําเนินการเดินหน้าสร้างโรงเรียน ๓ ดีระดับตําบล อย่างน้อย ๑ ตําบลจะต้องมีโรงเรียนดี ๑ โรงที่มีศักยภาพมีคุณภาพ ครบถ้วนเพื่อให้เด็กในตําบลได้มีโอกาสเข้ามาเรียน จะได้ไม่ต้องไปอําเภอ จะได้ไม่ต้องไป จังหวัด จะได้ไม่ต้องออกันเข้ามากรุงเทพฯ นี่คือนโยบายแล้วก็จะทํา เพราะได้มี การเตรียมเงินงบประมาณทั้งหมดไว้แล้ว อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนต่อ ท่านประธานถึงแนวทางทิศทางในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ
สุดท้ายครับ มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งอภิปรายเปึนห่วงเรื่อง ครูวิทยาศาสตร์ขาดแคลน อยากให้เร่งการพิจารณาพัฒนาและก็ผลิตครูรุ่นใหม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าไม่เฉพาะครูวิทยาศาสตร์ที่เปึนนโยบายต่อ จากนี้ไปมันมีครูที่ขาดแคลนอยู่อย่างน้อย ๕ สาขา คือวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย แล้วก็ภาษาอังกฤษที่ต้องได้รับการพัฒนา ขณะเดียวกันเราจะมีการดําเนินการ ผลิตครูรุ่นใหม่เหมือนที่เพื่อนสมาชิกให้ความเห็นเมื่อสักครู่เรียกว่าครูพันธุ์ใหม่ ครูพันธุ์ใหม่ ที่ว่าจะเปึนการเร่งผลิตอย่างน้อยครูวิทยาศาสตร์ ครูคณิตศาสตร์ ครูภาษาอังกฤษ ที่เราขาดแคลน ครูพันธุ์ใหม่ที่ว่าคืออะไรครับ จะมี ๓ ลักษณะครับ ครูพันธุ์ใหม่ รูปแบบที่ ๑. ก็คือครูที่เราจะรับเด็กนักศึกษาที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายแต่มีผลการเรียนดี เช่น อาจจะต้อง ๓ ขึ้นไป ๓.๒๕ ขึ้นไป เปึนต้น หรือเท่าไรกรรมการเขากําลังดูกันอยู่ แล้วก็เมื่อเขามีผลการเรียนดีเราจะรับเข้ามาโครงการครูพันธุ์ใหม่เขาต้องมีการเรียน ๕ ป้ ตลอดระยะเวลานั้น ผลเวลาจบเขาจะต้องจบไม่ต่ํากว่า ๒.๗๕ ไม่ต่ําว่า ๓ หรือไม่ต่ํากว่า ๓.๒๕ ด้วย เพื่อเขาจะได้เปึนครูพันธุ์ใหม่ตามที่เราตั้งเกณฑ์ไว้ว่าต้องทั้งเก่งทั้งดี และเมื่อ เขาเรียนจบ เขาจะมีหลักประกันข้อหนึ่งครับว่าอย่างน้อยที่สุดเขาจะต้องได้รับการบรรจุ เปึนครู นี่ก็คือทิศทางการสร้างครูพันธุ์ใหม่ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ หรือรูปแบบที่ ๒ นักวิทยาศาสตร์ คนที่เขาจบวิทยาศาสตร์มาแล้ว คนที่เขาจบคณิตศาสตร์เขาเปึนวิศวกร เขาเปึนสถาปนิก เขาเปึนนักฟ่สิกส์ เปึนนักเคมี เรียนจบแล้วแต่ประสงค์จะมาเปึนครู เรียกว่าโครงการ ๔ บวก ๑ คือเขาจบแล้วเขาจะมีโอกาสเข้ามาอบรมวิชาการเรียน การสอนวิชาครู ๑ ป้ครับ และเรากําหนดเกณฑ์ไว้ว่า ถ้าเขาผ่านเกณฑ์ระดับนี้เขาสามารถ ที่จะเข้าโครงการครูพันธุ์ใหม่ได้และจะมีหลักประกันคือจะได้รับการบรรจุเข้าไปเปึนครู สุดท้ายรูปแบบที่ ๓ ก็คือว่ามันจะมีบางพื้นที่ที่ไม่ว่าครูใดก็ไม่อยากจะไปเรียนไม่อยากจะ ไปสอน เช่น พื้นที่ห่างไกล พื้นที่บนภูเขาสูง ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผมขอพาดพิง นิดหนึ่งครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมเอาท่านสุนัย จุลพงศธร ก่อนครับ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็พาดพิงท่านสุนัย จุลพงศธร ด้วยความชื่นชมนะครับ ที่ท่านได้กรุณาให้เบาะแส ท่านมีอะไรจะเพิ่มเติม ละครับ
ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผมจะได้กราบเรียนนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี แต่ว่าผมจะเสนอในสิ่งที่ไม่มีโอกาสเจอกันครับ ท่านประธานครับ จะเปึนประโยชน์ต่อ บ้านเมือง สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดเมื่อสักครู่นี่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้เกี่ยวกับประเด็นเท่าไร แต่ว่าท่านได้โฆษณาทําให้ผมเคลิบเคลิ้ม ก็อยากจะให้เด็กของเราได้เจริญรุ่งเรืองอย่างที่ ท่านว่า แต่คิดว่าต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ว่าท่านจะอยู่ได้ถึง ๒ สมัยไหม ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ถ้าผมมีโอกาสเข้าไปตรงนั้นอีกสักครั้งหนึ่งก็จะเอาแนวความคิด ของท่านสานต่อไป คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะเปึนอย่างที่ท่านว่าได้ เงินค่าใช้จ่าย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านจะเอาไปใช้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการต้องไม่ให้รั่วไหล ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับท่านประธาน ที่ท่านยืนยันหลายครั้งว่าท่านจะ บริหารเงินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจะให้กําลังใจท่าน ผมเองก็ยืนยันว่าผมจะไม่จับผิดท่าน แต่จะจับตาตลอด แต่เรื่องบุคคลที่เกี่ยวข้องและที่ท่านยอมรับว่ามีการร้องเรียนมันไม่ได้ เกี่ยวว่าไม่มีการทุจริต แต่มันมีลู่ทางเกิดขึ้นก่อนแล้วครับ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายยังไม่ออกเลย ประชุมเตรียมงานกันแล้วครับ และพ่อค้าที่เกี่ยวข้องคนนี้ก็คือคนเดียวกับที่ผมเคย อภิปรายไม่ไว้วางใจที่นามสกุลนั้นอยู่ใกล้ ๆ ในพรรคท่านครับ และผมกราบเรียนว่า ท่านครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการนั้นคนดี ๆ เยอะ ผมไม่ได้ไป เอาข้อมูลจากข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏว่าผมอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวที่แล้ว ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการหน้าห้องท่านถูกย้ายเกือบหมดเลยครับ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่ได้ไปเอาอะไรตรงนั้นเลย และผมก็เข้าใจดีว่าเขาทํางานอยู่ กับท่านก็ให้เขาทํางานเถอะครับ อย่าให้เขาเดือดร้อนเลย จึงขอฝากท่านไว้ตรงนี้ ผมเอง ยืนยืนอีกครั้งว่าไม่ได้จับผิดแต่เปึนการจับตา และต้องกราบขอบพระคุณที่ผมก็นําเสนอ ทุกครั้งรู้เบาะแสผมทักก่อน และที่สําคัญที่สุดคนคนนั้นพ่อค้าคนนี้ที่ผมเคยอภิปราย ไปแล้ว นอกจากนามสกุลอยู่ใกล้ ๆ ในพรรคท่านแล้ว เปึนคนจังหวัดเดียวกับคนสนิทของ รัฐมนตรีช่วยว่าการท่านด้วย ดังนั้นถ้าท่านจะสุจริตท่านรับข้อมูลผมไปเถอะครับ แล้วช่วย ไปดูด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสันติครับ พาดพิงครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวพาดพิงถึงผม ในเรื่องของรถ เอ็นจีวี นะครับ ในเรื่องของรถ เอ็นจีวี ท่านได้บอกว่าโครงการรถ เอ็นจีวี นั้น เปึนเรื่องของรัฐบาลก่อนนะครับ ท่านเองเมื่อท่านมาเปึนรัฐมนตรีอยู่รัฐบาลนี้ท่านก็ได้ให้ ความกรุณามาทําเรื่องนี้ต่อนะครับ ถ้าความหมายเปึนอย่างนั้นผมไม่ขึ้นมาชี้แจงก็จะ ทําให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็คงต้องกราบเรียนท่านประธานว่า โครงการเรื่องรถ เอ็นจีวี ก็เรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องการปรับโครงสร้าง ขสมก. ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานคงจําได้ว่าในสมัยของรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช นั้น ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ ในสมัยนั้น ก็ถูกเจาะจงนะครับว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการนั้นจะขอดู ขสมก. และการท่าอากาศยาน ถ้าไม่ได้ดู ๒ หน่วยงานนี้ก็มีปัญหามากมาย หลังจากนั้นท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ได้พ้นไปนะครับ ก็มาเปึนสมัยของ ท่านโสภณ ซารัมย์ เปึนรัฐมนตรีช่วยผม ซึ่งก็ยังยืนยันขอดู ขสมก. และ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยนะครับ ดังนั้นโครงการรถ เอ็นจีวี หรือการฟุ๋นฟู ขสมก. ก็เริ่มมาตั้งแต่สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช แน่นอนที่สุดนะครับ การจะต้องแก้ไขฟุ๋นฟู ปรับโครงสร้าง ขสมก. ซึ่งประกอบการขาดทุนมาถึงประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วมาถึงปัจจุบันก็คง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าไม่ปรับปรุงแก้ไขก็คงจะต้องเกิด ปัญหาแน่นอน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาของ ขสมก. นั้นจึงเปึนสิ่งจําเปึน แล้วก็ในขณะเดียวกันนั้น ขสมก. ได้หารือกับสภาพัฒน์ไปล่วงหน้าแล้วถึงวิธีการที่จะแก้ไขปัญหา โดยทางสภาพัฒน์ และ ขสมก. ได้มีความเห็นว่าควรจะเช่ารถ เอ็นจีวี ซึ่ง เอ็นจีวี ในช่วงนั้นราคาก็ต่ํามาก ก็น่าจะเปึนหนทางหนึ่งที่จะสามารถที่จะไปเยียวยาแก้ปัญหาของ ขสมก. ได้ ซึ่งผมเองนั้น ในเรื่องของการเช่ารถนั้นก็ยังไม่ได้เห็นด้วย แต่เห็นด้วยในกรณีของการฟุ๋นฟูแก้ไขปัญหา ของ ขสมก. ในเมื่อมีความเห็นที่ยังไม่ตรงกันนักนะครับ ก็ได้นําเรื่องการฟุ๋นฟู ขสมก. นั้น ไปเข้า ครม. เพื่อให้ ครม. เปึนผู้พิจารณาชี้ขาดนะครับ ในสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช เปึน นายกรัฐมนตรีนั้น ท่านก็ให้ความกรุณานะครับ ท่านก็ได้สรุปใน ครม. ว่า ส่งกลับไปให้ สภาพัฒน์พิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง และในขณะเดียวกันนะครับ ก็ได้ตั้งให้ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ เปึนประธานไปกํากับไปดูแลให้เกิดความโปร่งใสที่เปึนไปได้ และมีความจําเปึนกับ ขสมก. นะครับ ก็มีการประชุมกันหลายครั้งนะครับ โดยความเห็น ของสภาพัฒน์มาโดยตลอดนะครับ ในเรื่องของการเช่า แล้วก็หลังจากนั้นผมและรัฐบาล ก็ได้พ้นหน้าที่ออกมานะครับ จากการสรุป จาก ๖,๐๐๐ คัน เปึน ๔,๐๐๐ คัน ซึ่ง ครม. เอง ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นด้วย แต่เห็นด้วยในเรื่องของการปรับปรุง ปรับโครงสร้างของ ขสมก. และในระหว่างที่มีการพิจารณาของสภาพัฒน์และท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ นั้น ก็ได้รับคําร้องเรียนมามากมาย ไม่ว่าจะเปึนผู้ประกอบการต่อรถบ้านโป์ง ราชบุรี หรือที่โคราช มีครั้งหนึ่งนะครับ ผู้ประกอบการคิดว่าโครงการนี้ผมเปึนต้นเรื่องนะครับ ได้มาบอกว่าเขารับไม่ไหว มีคนไปเรียกร้องเงินทองคันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอต่อรอง เปึน ๕๐๐,๐๐๐ บาทได้ไหม ผมบอกว่าใครเปึนคนไปเรียกร้องให้บอกมาให้เอาชื่อมา หรือเรียกมาคุยกันหน่อย เขาก็ไม่กล้าบอกเพราะว่ากลัวจะเดือดร้อน และหลังจากนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้รัฐบาลใหม่เกิดขึ้นนะครับ เรื่องรถ เอ็นจีวี ก็ได้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเองก็ชื่นชมท่านนะครับ ที่ท่านนั้นได้ ส่งกลับไปให้สภาพัฒน์ดูให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง นั่นแสดงว่าท่านเห็นความไม่ชอบมาพากล แต่ผมขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า สภาพัฒน์เปึนต้นเรื่องเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ แล้วขณะนี้สภาพัฒน์ก็ไปเปึนประธาน การบินไทยไปเปึนอะไรมากมาย ผมไม่ทราบว่าผลประโยชน์หรือความเที่ยงตรงนั้น ทับซ้อนกันหรือเปล่านะครับ ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดส่งกลับมาที่สภาพัฒน์ก็เหมือนรัฐบาล ที่แล้วนะครับ ก็มาเหมือนเดิมนะครับว่าเช่าดีกว่าซื้อ ซึ่งผมยังเห็นว่ายังมีวิธีการอื่นที่ สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ ขสมก. ประกอบการขาดทุนได้ ยังมีวิธีการอื่นอีกมากมาย นอกเหนือจากการเช่าหรือการซื้อ เพราะว่าการเช่าหรือการซื้อนั้น เปึนภาระกับรัฐบาลเปึนอย่างมาก ซึ่งสํานักงบประมาณก็แย้งตลอดว่าการเช่าหรือการซื้อ เปึนภาระกับงบประมาณแผ่นดินนะครับ นี่เรื่องหนึ่งนะครับว่าจากที่บอกว่าโครงการนี้เปึน ของรัฐบาลก่อนไม่ใช่นะครับ โครงการนี้เปึนของรัฐมนตรีช่วย ซึ่งได้รับมอบหมายงานนี้ไปแล้ว ขณะนี้ท่านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็ดําเนินของท่านไป แต่ผมนั้น ในสมัยนั้นก็ยังไม่เห็นพ้องด้วยในเรื่องของการเช่า แต่เพียงแต่เห็นพ้องด้วยที่ส่งเรื่องเข้า ครม. ไปนั้น ก็เปึนเรื่องการปรับปรุงฟุ๋นฟู ขสมก. ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. กู้เงินฉบับนี้นั้นก็ต้องบอกว่าข้างในมีปัญหามากมาย อย่างเช่น มีการบอกว่าจะกู้เงินไปทํา รถไฟฟัาสายสีม่วง รถไฟฟัาสายสีม่วงนั้นมีเงินกู้พอเพียงอยู่แล้ว พอเพียงอยู่แล้ว แต่ว่ามัน เกิดความไม่ชอบมาพากลนะครับ อย่างที่ท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ขออภัยที่ต้อง เอ่ยนามท่าน ท่านได้อภิปรายที่สภานี้หลายครั้งว่างบประมาณในสัญญาแรก โครงการ ก่อสร้างในสัญญาแรกนั้น เปึนเงิน ๑๑,๖๐๐ ล้านบาทเท่านั้น สัญญาที่ ๑ นะครับ แต่ว่า ผู้รับเหมาได้ยื่นราคามาและบอร์ดของ รฟม. (การรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ได้อนุมัติราคาไปที่ ๑๔,๙๘๐ ล้านบาท ซึ่งผมทราบว่าทาง รฟม. ได้รับแรงกดดัน อย่างมากนะครับ และเมื่ออาทิตย์ก่อน อาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ ก็ได้เป่ดซองที่ ๒ จริง ๆ แล้วงบประมาณก่อสร้างในสัญญาที่ ๒ นั้น ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ผู้รับเหมาได้ยื่นซองมาในราคา ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท และได้ต่อรองเหลือประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเกินนะครับ เงินเหล่านี้ใช่ไหมที่ พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังนี้จะเอาไปโปะตรงนั้นนะครับ ซึ่งเกินกว่างบประมาณ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ยังมีการปรับปรุงก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส รันเวย์ (Runway) ที่ ๓ นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว อันที่จริงแล้วเงินอันนี้ไม่ต้องใช้ เพราะว่าการท่าอากาศยานนั้นถ้าไปดูแล ผลประโยชน์ของการท่านี่ให้รัดกุมรอบคอบ มีเงินเกิน มีเงินเหลือที่จะสร้างสนามบิน ในเฟสที่ ๓ หรือในเฟสที่ ๒ หรือรันเวย์ที่ ๓ ได้ เพราะอะไรครับ ในขณะที่ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการอยู่นั้น ผมไปพบสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอันหนึ่ง ซึ่งท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เปึนคนเตือนผมเอง ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นั้นเปึนคนเตือนผมเองว่า การเช่าพื้นที่ของ ท่าอากาศยานในเรื่องของ ดิวตี้ ฟรี (Duty free) นั้น มีปัญหาอยู่นะครับ แล้วท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เองได้ตรวจสอบแล้วนะครับว่าการเช่าพื้นที่ร้านค้าตามสัญญา ๒๒,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ผู้เช่าใช้เกินไป ๒๗,๐๐๐ ตารางเมตร ซ้ําร้ายพื้นที่ ดิวตี้ ฟรีจริง ๆ ที่เราเดินผ่าน ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) เข้าไป ในสัญญาเช่านั้น ๕,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ผู้เช่าใช้พื้นที่ไป ๑๒,๐๐๐ ตารางเมตร ซึ่งเกินไป ๗,๐๐๐ ตารางเมตร โดยเฉลี่ย ในสัญญานั้นผู้เช่าจะต้องจ่ายค่าเช่าให้กับการท่าอากาศยานเฉลี่ยป้หนึ่งขั้นต่ํา ๔,๕๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมจึงได้สั่งการไปนะครับว่า ให้ไปตรวจสอบแล้วตั้งคณะกรรมการ เพื่อที่จะเรียกเก็บเงินเหล่านั้นกลับคืนมาเปึนของการท่าอากาศยานนะครับ ใช้ไปเกินกว่า ครึ่งหนึ่ง ขณะนี้เช่ามา ๔ ป้แล้วนะครับก็เปึนเงินที่การท่าอากาศยาน
ท่านสันติครับ ท่านขอใช้สิทธิพาดพิงก็ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ขณะนี้เช่าไป ๔ ป้แล้วนะครับ ก็ทําให้การท่าอากาศยานเสียประโยชน์ไปประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่ารัฐบาลเอาใจใส่ในการดูแลผลประโยชน์ของ องค์กรหรือของหน่วยงานของรัฐนะครับ ก็อาจจะไม่ต้องกู้เงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ ซึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนภาระกับลูกหลาน พอดีท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมานะครับ ผมก็ขอฝากสิ่งเหล่านี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไป ตรวจสอบดูแลเพื่อให้เงินของชาตินั้นคงเปึนเงินของชาติตลอดไปนะครับ ขอบคุณครับ
คุณเจริญมีอะไรหรือครับ ถ้าใช้สิทธิพาดพิงก็ขอสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
สั้น ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ตอบชี้แจงแล้วก็บรรยายถึงเรื่องของผม เมื่อสักครู่ ผมอยากจะขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ประเด็นที่ผมเรียนต่อ ท่านประธานไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คือประเด็นในเรื่องของที่ท่านขอให้สภาแห่งนี้เพื่อผ่านกฎหมายของท่าน ที่เสนอคือกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ด้วยความเปึนห่วงของผมที่เสนอต่อ ท่านประธานไปที่ท่านรัฐมนตรีทั้งสองท่านก็คือว่า กลัวการใช้จ่ายเงินไม่โปร่งใส ผมก็หยิบยก ในประเด็นในเรื่องของสมาชิก ช.พ.ค. ซึ่งสังกัด สกสค. ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้หยิบยกขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังนั่งอยู่นี้ ท่านช่วยตอบให้หน่อยได้ไหมครับว่า ที่ผมได้พูดไปนั้นก็คือ การที่สมาชิกของ สกสค. คือเพื่อนครูทั่วประเทศในขณะนี้ที่เปึนสังกัดสมาชิกอยู่นี้ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คนที่จะต้องไปกู้เงินจากธนาคารออมสินท่านละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท มีสิทธิ ถ้าคิดเปึนวงเงินนี่นะครับ ท่านจะต้องไปซื้อประกันชีวิตที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไป แล้ว ๓๗,๕๐๐ บาท ประเด็นที่จะต้องถามก็คือว่า ธนาคารออมสินบอกว่าต้องใช้ ทิพยประกันภัย ปัญหาที่ผมถามท่านก็คือ ทิพยประกันภัยเขาประกันอุบัติเหตุไม่ได้ประกันชีวิต ท่านก็ไปซับ (Sub) ให้กับบริษัทอื่น บริษัทอื่นมั่นคงหรือไม่ไม่ทราบ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ ขึ้นมาว่า เกิดมีปัญหาในเรื่องการเงิน ซึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดคร่าว ๆ ไป ประมาณ ถ้าเพื่อนครูใช้สิทธิประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ราย กู้เงินประมาณคนละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท คิดเปึนวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต้องกู้ จากธนาคารออมสินซึ่งเปึนธนาคารของรัฐ ลูกหลานของเราเอาเงินไปฝากไว้ เสร็จสรรพ เรียบร้อยเบี้ยประกันชีวิตถ้าคิด ๓๗,๕๐๐ บาทก็ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งจะต้อง จ่ายทันที ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง เกิดบริษัทนี้ล้มไปธนาคารที่ลูกหลานของเราที่ฝากไว้ต้องใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะเอาอย่างไร อันนี้ที่ผมถามคือประเด็นว่าท่านให้ความ มั่นใจได้ไหม ถ้าเปึนกรณีอย่างนี้ท่านมาขอจากสภาแห่งนี้ว่าจะขอกฎหมายฉบับนี้กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในรายละเอียดท่านไม่มี ผมก็เลยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาว่า นี่คือเหตุการณ์ซึ่งมันเกิดขึ้นและกําลังจะเกิดขึ้นถ้าท่านไม่รีบแก้ไขแล้วก็มีการเจรจา ต่อรองกันเสร็จสรรพเรียบร้อย ผมจึงหยิบประเด็นว่าการซื้อประกันชีวิต ท่านประธานก็รู้ นะครับ นายหน้าขายประกันชีวิตให้เราแต่ละคนแต่ละท่าน พอประกันเสร็จปัูบเขาก็ได้เงิน ค่าประกัน ได้ค่านายหน้า สิ่งเหล่านี้ที่ผมถามว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ที่ธนาคารออมสินของท่าน ที่ท่านดูแลอยู่ ท่านจะปล่อยไปอย่างนี้หรือครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเตือนท่านไว้ ท่านอย่า ปล่อย ท่านก็ไม่ยืนยัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านก็ไม่ได้ยืนยัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็อาจจะมองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญ ผมจึงบอกว่าถ้าท่านไม่ตอบในลักษณะอย่างนี้แล้วพวกผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่านจะ เอาเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า อันนี้กําลังเกิดขึ้น ในขณะนี้ อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยท่านนั่งอยู่นี้ ท่านจะเอาอย่างไร ให้พวกผมมั่นใจสิครับ อย่างนั้นพวกผมก็ยังคิดหนักอยู่เหมือนกันว่า เอ๊ะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียดไม่มีจะเอาแบบไหน อย่างไร ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้หยิบยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ ผมจึงถามท่านว่า ท่านนั่งอยู่นี่จะเอา แบบไหน อย่างไร ขอบคุณมากครับ
ต่อไปจะเปึนคุณทศพร เทพบุตร ๑๐ นาที แต่ก่อนอภิปรายครับ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ได้ยกมือหลายครั้ง แต่ผมดูแล้วไม่มีรายชื่อที่วิปรัฐบาลเสนอชื่อมานะครับ แต่มีชื่อที่ฝ์ายค้านเสนอมา จริง ๆ การอภิปรายเปึนสิทธิของสมาชิกทุกท่าน แต่ที่ผมยัง ไม่เรียกคุณเกียรติกรเพราะว่าผมถือว่ามันไม่ถูกหลักการนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอให้ วิปฝ์ายค้านไปพูดคุยกับวิปฝ์ายรัฐบาลว่า ถ้าจะขอให้คุณเกียรติกรอภิปรายในเวลาของ ฝ์ายค้าน ก็ต้องหักเวลาของฝ์ายค้าน เพื่อยืนยันในหลักการที่ถูกต้องนะครับ ถึงแม้ว่าเปึน สิทธิ เชิญ ขอเอาเรื่องนี้ให้จบก่อนนะครับ คุณพิษณุครับ คุณทศพรสักนิดนะครับ คุณพิษณุจะชี้แจงใช่ไหมครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ขอให้วิปฝ์ายค้านไปตกลงกับ วิปฝ์ายรัฐบาลกันให้ชัดเจนนะครับ แล้วเดี๋ยวส่งโน้ตขึ้นมาถึงผมนะครับ คุณพิษณุครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้เปึนสภาที่เพื่อน ส.ส. ทุกท่านมีสิทธิที่จะอภิปราย เมื่อท่านเกียรติกร พากเพียรศิลปี มีความประสงค์ที่จะอภิปรายในงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางพรรคฝ์ายค้านเอง ก็พร้อมที่จะสละเวลาให้ครับท่านประธาน อยู่ที่ดุลยพินิจท่านประธานด้วยครับ
หมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะ วิปรัฐบาล ผมเรียนให้ท่านประธานทราบนิดหนึ่งว่า ในกรอบของรัฐบาลเอง คนที่จะมา อภิปรายจะต้องมาเสนอสิทธิ ดังนั้นถ้าเพื่อนสมาชิกของเรามาเสนอสิทธิตามขั้นตอน พวกทางฝัืงรัฐบาลเองไม่ขัดข้อง แต่เนื่องจากว่าเขาไม่ได้มาเสนอสิทธิตามขั้นตอน จึงไม่ได้มีสิทธิของรัฐบาล ดังนั้นถ้าเขาจะไปใช้สิทธิของเพื่อนจากทางฟากฝ์ายค้าน พวกเราไม่ติดใจ เขาสามารถใช้สิทธิได้ครับ ขอบคุณครับ
ก็จะต้องใช้เวลาของฝ์ายค้านนะครับ ไม่นับเวลาของฝ์ายรัฐบาล ท่านรัฐมนตรี ขอท่านทศพรสักนิดนะครับ พอดีท่านรัฐมนตรีจะขอพาดพิงสักนิดหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรี โสภณ ซารัมย์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จริงก็ไม่ อยากรบกวนเวลาสภา เพราะผมได้กราบเรียนแล้วถึงเรื่องของรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน เอ็นจีวี ที่หลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ที่อดีตรัฐมนตรีท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ประทานโทษที่ต้องกล่าวนามท่านนะครับ ท่านบอกว่าโครงการนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้ว ผมก็บอกว่าเกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้ว ก็มาดําเนินการต่อ ที่จริงแล้วในขณะนั้นท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการ เหมือนกับผมวันนี้ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ ในงาน ขสมก. นี้ผมเองก็ไม่ได้ กํากับ ผมได้มอบงานให้การกํากับเปึนของท่านรัฐมนตรีช่วย แต่การกระทําใด ๆ ใน กระทรวงคมนาคมผมต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมได้บอกแล้วว่า ใครก็ตามที่กล่าวอ้างว่ามีการทุจริต มีการไปเรียกร้องสินบน มันไม่มีวิธีเปึนอย่างอื่น ใครจะกล่าวอ้างก็ได้ เหมือนท่านที่กล่าวอ้างบอกว่ามีการไปเก็บเงินคันละล้าน คันละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทอะไรที่ ท่านว่านี่ มันไม่มีวิธีอย่างอื่นที่ผมจะชี้แจงได้ ผมก็บอกว่าท่านกรุณาบอกผมด้วย ท่านต้องพิสูจน์คําพูดของท่านว่ามีการทุจริตจริง ผมก็บอกว่ามันก็มีอยู่ ๒ ทางคือ ๑. เมื่อ มีการปล่อยให้ทุจริต ผมก็ต้องรับผิดชอบ ผมก็บอกแล้วว่าผมก็รับผิดชอบ ถ้าท่านพิสูจน์ได้ว่า มีการไปเรียกร้อง มีการทุจริตในโครงการนี้ ผมจึงยืนยันไม่ใช่เวทีนี้ด้วยซ้ํา ทั้งเวทีสื่อ ก่อนหน้านี้ผมก็บอกใครก็ตามที่บอกว่าโครงการนี้ทุจริตไปแล้วหรืออะไรที่บอกว่า ท่านกล่าวนี้ ผมยินดีรับผิดชอบลาออก แต่ว่าคนที่พูดนี้ท่านต้องรับผิดชอบของท่านด้วยว่า ถ้าเปึนจริงผมลาออก ถ้าไม่เปึนจริงนี่ท่านต้องลาออกเหมือนผม ท่านต้องยืนยันอย่างนี้ เพราะมันไม่มีวิธีอื่นที่จะพูดให้คนอื่นเชื่อได้แล้วว่าโครงการนี้ใครก็กล่าวอ้างได้ว่าการไป เรียกร้องตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามีผู้ประกอบการรายใดจะโง่จนถึงว่า ทีโออาร์ ก็ยังไม่ผ่าน โครงการก็ไม่อนุมัติ แล้วเอาเงินพวกนี้ไปให้ใครต่อใครที่ว่านี่มันไม่มีหรอกครับในโลกนี้ แต่ถ้ามันจะมี ถ้ามันจะเลวร้ายขนาดนั้น ถ้ามันมีผมยินดีที่จะรับผิดชอบลาออกแต่คนพูด ต้องลาออกด้วยไม่ใช่ผมท้าทายในสภา แต่มันไม่มีวิธีอื่นที่จะต้องพิสูจน์นะครับ ฉะนั้น กราบเรียนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งท่านหยิบยก ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับวงเวทีนี้ด้วยซ้ําก็คือการใช้พื้นที่ของ คิงส์เพาเวอร์ที่บอกว่าตารางเมตรที่เกิน เกินที่ท่านอภิปรายนี่ ผมเรียนท่านนะครับขณะนั้น เปึนรัฐบาลของไทยรักไทยด้วยซ้ํา ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการก่อนทําไมไม่ดําเนินการ หรือ เรื่องสายสีม่วง ผมกราบเรียนว่าท่านอยู่ในขณะนั้นท่านทําไมไม่ดําเนินการ เรื่องที่กู้กัน ทั้งหมดนี่ไม่ว่าจะเปึนสายสีม่วง สายสีแดงที่เรากําลังบอกว่ารัฐบาลนี้กู้ ขณะนั้นก็มีการ วางแผนที่จะกู้เงินจากไจก้า (JICA) อยู่แล้วที่จะมาดําเนินการ ฉะนั้นผมขอความกรุณา นะครับว่า ท่านทั้งหลายที่ท่านกล่าวถึงเรื่องทุจริตในกระทรวงคมนาคมผมก็ยินดีรับฟัง ที่จะแก้ไข แต่ต้องพูดโดยหลักการมีเหตุมีผลนะครับ แล้วก็มีหลักฐานไม่ใช่มาพูดแล้วให้ คนอื่นเสียหายในขณะนี้นะครับ คนที่ฟังอยู่ทางบ้านเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงเขาก็บอกว่า มันทุจริตอะไรทั้งหลาย แม้แต่เรื่องรถ เอ็นจีวี ทั้งหลายผมว่าวันนี้เปึนประเด็นที่ผมก็ได้ กราบเรียนอย่างตรงไปตรงมาแล้วว่า ไม่ใช่เนื้อหาของงานแล้ว เปึนเรื่องการสร้างกระแส ขึ้นมาแล้ว เปึนเรื่องต้องพิสูจน์กันแล้วว่าเราจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างไร ฉะนั้นขอความ กรุณานะครับเรื่องวันนี้ผมก็เข้าใจนะครับว่ามันไม่ใช่เวทีที่มาโต้ตอบ ถ้าเปึนอภิปราย ไม่ไว้วางใจก็เปึนอีกเวทีหนึ่ง ฉะนั้นผมก็ยินดีที่จะรับฟังทุกเรื่อง และแก้ไขเหมือนที่ผมได้ พิสูจน์ตัวเองว่า ผมยอมได้ทุกเรื่อง ผมเปึนคนไม่กลัวเสียหน้าถ้าประเทศชาติได้ประโยชน์ ผมยอมได้ทุกเรื่อง แต่ผมไม่ยอมอยู่เรื่องเดียวคือ ตอบคําถามผมไม่ได้ ฉะนั้นผมก็ กราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภานะครับ รบกวนท่านนะครับว่า ผมชี้แจงได้อย่างนี้ ขอบคุณครับ
คุณทศพรครับ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ผมขอพาดพิง
ท่านสันติครับ เดี๋ยวท่านใช้สิทธิตอนอภิปรายก็ได้นะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็จะเปึน การตอบโต้กันไปมานะครับ ผมอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิตอนอภิปรายในส่วนของสมาชิก ท่านอื่นได้นะครับ ตอนนี้ขอคุณทศพรก่อนก็แล้วกันครับ
จึงได้บอกว่าผมจะต้องตอบ คําถาม และจะต้องชี้แจงท่านให้ได้นะครับ เพราะว่าท่านหาว่าผมไปกล่าวหาว่าท่านทุจริต นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องเป่ดโอกาสให้ผม
ผมเป่ดโอกาสนะครับ ผมเป่ดโอกาสให้ท่านอดีตรัฐมนตรีสันติอภิปรายได้โดยใช้เวลามาก นะครับ แต่ถ้าท่านใช้สิทธิพาดพิงนี่โดยปกติมันก็จะใช้เวลาได้ไม่มาก เพราะฉะนั้นเดี๋ยว ผมจะอนุญาตให้ท่านได้ต่อจากคุณเกียรติกรก็แล้วกันนะครับ แล้วใช้เวลา ๑๐ นาทีหรือ ๑๕ นาทีนะครับ
ผมขอสั้น ๆ นิดเดียว
ต้องขอสั้น ๆ นะครับ
สั้น ๆ นะครับว่า ผมไม่ได้บอกว่า มีคนเอาเงินมาจ่ายให้กับท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมได้บอกว่ามีอู่ต่อรถนะครับ ทั้งโคราช บ้านโป์ง ราชบุรีนี่ได้มาบอกผม ผมเองก็ปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นนะครับ ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีสมัครจึงได้ส่งไปให้สภาพัฒน์ไปดู แล้วก็ยังกรุณาตั้งท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ นี่นะครับไปกํากับดูแลอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็กําลังดําเนินการอยู่ นี่คือเรื่อง รถ เอ็นจีวี ส่วนเรื่องรถไฟสายสีม่วง จริงอยู่ครับ ผมเข้ามาในช่วงกลางของรถไฟสายสีม่วง แต่ว่ารถไฟสายสีม่วงนั้นเพิ่งเป่ดซองในรัฐบาลนี้ แล้วก็มีปัญหาอย่างที่ว่า ซึ่งท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เองนั้นในสมัยที่ท่านเปึนฝ์ายค้านอยู่ท่านก็ได้เตือนผม และขณะนี้ ท่านเปึนฝ์ายรัฐบาล ท่านก็ต้องไปดูตรงนั้นนะครับ ส่วนท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ได้บอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมยืนยันว่าเกี่ยว เนื่องจากว่าถ้าหากเราดูเรื่องเม็ดเงินนะครับ ผลประโยชน์ของหน่วยงานต่าง ๆ เก็บให้ เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่เรื่องที่เช่าพื้นที่ของคิงส์เพาเวอร์อย่างที่ว่า ถ้าเราเก็บเงินได้ เต็มเม็ดเต็มหน่วยได้เงินคืนมา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท การที่จะตั้งงบประมาณใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพื่อที่จะไปสร้างสนามบินนั้นก็ไม่ต้อง แล้วก็ในเรื่องของรถไฟ สายสีม่วงก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเราดูราคาให้เหมาะสมตามกรอบที่ ครม. ได้อนุมัติไว้ นะครับ ก็ไม่ต้องมาตั้งงบประมาณก็ไม่ต้องมาออก พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปทํา รถไฟสายสีม่วงเพิ่มเติมอีกนะครับ สิ่งเหล่านี้เกี่ยวพันแน่นอน ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณทศพร ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ผม
คุณสุนัย ประท้วงหรือครับ ลุกขึ้นยืน ประท้วงหรือพาดพิงครับ
ประท้วงท่านประธานครับ
เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธานที่ท่านประธานได้วินิจฉัย ขอประทานโทษท่าน ส.ส. ที่จะ อภิปรายนะครับ แป็บเดียวครับ ผมไม่อยากให้เกิดประเพณีอย่างนี้ครับ ท่านประธานได้ ทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ในการวินิจฉัยว่า การอภิปรายของท่าน ส.ส. เกียรติกร พากเพียรศิลปี นั้นต้องมาเอาเวลาของฝ์ายค้าน เนื่องจากฝ์ายรัฐบาลไม่ได้เสนอ ท่านประธานครับ กรณีนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ย่อมมีความคิดเปึนอิสระ ท่านประธานมีอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่จะให้ใครดําเนินการอย่างไรในการประชุม และข้อบังคับอีกข้อหนึ่ง ในข้อ ๖๐ หรือ ๖๑ ผมไม่อยากเห็น เมื่อมี ส.ส. คนหนึ่งมี ความคิดแตกต่างจากพรรคการเมืองนั้นแล้วถูกบีบ ถ้าท่านไม่ชอบใจท่านก็ต้องดําเนินการ ภายในพรรคของท่าน แต่ว่าท่านประธานจะมาวินิจฉัยว่าไม่มีสิทธิอภิปราย เพราะพรรค ของท่านไม่เสนอ เปึนดุลยพินิจของท่านเองครับ ท่านอย่าลดอํานาจ
ผมจะวินิจฉัยให้ฟังนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ ขอให้ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ความจริง การอภิปรายนั้นเปึนเอกสิทธิ์หรือเปึนสิทธิของสมาชิกทุกคน แต่สภาแห่งนี้เราได้ตกลงกัน นะครับว่าให้วิปแต่ละฝ์ายเสนอชื่อผู้อภิปรายเพื่อความเรียบร้อยของการอภิปรายในสภา แห่งนี้โดยกําหนดระยะเวลาด้วย เราเปึนผู้กําหนดกันขึ้นมาเอง แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทุกคนมีสิทธิอภิปราย ใครยกมือก่อน ปกติถ้าผมทําหน้าที่นะครับ แล้วไม่มีข้อตกลงอย่างนี้ ท่านใดยกมือก่อน ผมก็จะจดแล้วก็จะเรียกชื่อก่อนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ได้ยกมือหลายครั้ง ผมดูรายชื่อวิปฝ์ายรัฐบาลไม่ได้เสนอชื่อ ผมก็ได้ ประกาศว่าเปึนสิทธิ แต่เราได้ตกลงกันในหลักการแล้ว ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักการ สิทธิมีแน่นอนครับ เมื่อฝ์ายค้านเปึนผู้เสนอชื่อก็ต้องหักเวลาของฝ์ายค้าน มันถึงจะถูกต้อง ตามหลักการ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ตรงไปตรงมาที่สุดนะครับ เปึนสิทธิได้ครับ ก็ต้องคุณหมอ วรงค์ เดชกิจวิกรม ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวคุณสุนัย ประท้วงต่อครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ไม่ใช่เรื่อง หรอกครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต
เดี๋ยวขอทีละคนครับ คุณสุนัย จุลพงศธร นั่งลงก่อนครับ ให้หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม เมื่อสักครู่ประท้วงค้างไว้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะวิปรัฐบาลครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิที่จะประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายที่ประท้วงท่านประธาน โดยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์บีบเพื่อนสมาชิกที่ชื่อว่าเกียรติกร ผมอยากจะ กราบเรียนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีประชาธิปไตยตลอดครับ ทุกอย่างเปึนไปตามขั้นตอน ที่มีการกําหนดไว้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการอภิปรายในสภามันมีหลักอยู่ ๓ ข้อ ข้อที่ ๑ คือเราใช้รัฐธรรมนูญเปึนตัวกําหนด ข้อที่ ๒ คือเราใช้ข้อบังคับของสภา เปึนตัวกําหนด ขณะเดียวกันข้อที่ ๓ คือเราใช้ข้อตกลงของวิปเปึนตัวกําหนด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคารพมติของวิปที่กําหนดมา และพรรคก็ได้กําหนดให้สมาชิกทุกคน ที่ต้องการจะอภิปรายในการประชุมครั้งนี้ให้มายื่นความจํานง เรากําหนดไว้ชัดเจน วันนี้ยังมีเพื่อนสมาชิกเสนอชื่อเกินมาเปึน ๑๐ ท่าน ความจริงเพื่อนที่ชื่อว่าเกียรติกร มีสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่บังเอิญเขาไม่ได้มาเสนอชื่อยื่นความจํานงใช้ สิทธิตรงนี้ ในเมื่อไม่ได้มาเสนอชื่อยื่นความจํานง เมื่อถึงเวลาต้องการอภิปรายมาเสนอชื่อ ได้ครับ แต่ต้องเรียงคิวในคิวสํารองที่เรากําหนดไว้ แต่บังเอิญถ้าเพื่อนสมาชิกมีความใจดี ขึ้นมาเราไม่ติดขัด เราถือว่าเปึนเอกสิทธิ์เช่นกัน แต่การกินเวลาไม่ควรจะมากินเวลาของ ซีกรัฐบาลครับ ต้องการชี้แจงความชัดเจนแค่นี้ครับ
ครับ คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็ได้พูดตามที่ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ คุณสุนัย จุลพงศธร ประท้วงว่าผมทําขัดรัฐธรรมนูญ ก็บอกตรง ๆ ครับ ก่อนผมวินิจฉัย ผมได้บอกแล้วว่าเปึนสิทธิโดยชอบธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้การที่เราคือ วิปฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลเปึนผู้มาตกลงกันในสภาแห่งนี้เองนะครับว่า การอภิปรายจะ ให้อภิปรายเรียงตามที่วิปทั้งสองฝ์ายเสนอชื่อมา ก็เปึนข้อตกลงที่ประธานในที่ประชุมต้อง ปฏิบัติตาม ทีนี้ผมมาดูแล้ว คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ก็ยกมือหลายครั้ง แต่ผมมาดู รายชื่อของฝ์ายรัฐบาลไม่มี แต่มีรายชื่อของฝ์ายค้านเสนอชื่อขึ้นมา ผมก็บอกว่าขอให้วิป ไปตกลงกันให้ดีนะครับว่าจะใช้เวลาของฝ์ายไหน ในเมื่อวิปรัฐบาลไม่ได้เสนอ แต่วิปฝ์ายค้าน เปึนผู้เสนอ ผมก็จะต้องหักเวลาจากฝ์ายค้านเปึนการวินิจฉัยที่ตรงที่สุดนะครับ เชิญ คุณสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมถือว่านี่เปึนปัญหาหลักการครับ ท่านประธานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้เปึน ตัวแทนของประชาชนและมีความหลากหลายทางความคิด รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๒๒ นี้ คือการบัญญัติรองรับหลักการแห่งเสรีภาพนี้ ผมขออนุญาตจริง ๆ ครับท่านประธาน เพื่อน ส.ส. คนหนึ่ง ไม่จําเปึนต้องเปึนคุณเกียรติกรหรอกครับ ใครก็แล้วแต่ ที่ถูกสภา บีบบังคับด้วยเหตุผลเพราะเขามีความคิดอิสระ แล้วบีบไม่ให้เขาอภิปรายไม่ให้เขา แสดงความคิดเห็น ผมคิดว่านี่เปึนเรื่องผิดหลักการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ
คุณสุนัยไม่ได้ประท้วงผมนะครับ แต่กําลังจะบอกว่า ส.ส. ต้องการอภิปรายแต่ไม่ได้รับ การอนุญาตให้อภิปราย ไม่ใช่การประท้วง ผมต้องขอทั้งสองฝ์าย ทางคุณหมอวรงค์ คุณสุนัยนั่งลงเถอะครับ ขอเชิญนั่งลงทั้งคู่ครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว ขอเชิญนั่งลงทั้งคู่ เพื่อบรรยากาศ ขอร้องเถอะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว แล้วก็ให้คุณเกียรติกรใช้สิทธิในการ อภิปรายโดยหักเวลาของฝ์ายค้าน ซึ่งถ้าหากว่าเราจะให้เปึนสิทธิ วิปทั้งฝ์ายรัฐบาลกับวิป ฝ์ายค้านต้องยกเลิกข้อตกลงที่บอกว่า ให้เรียกตามที่วิปเสนอมานะครับ ผมยินดีครับ
ท่านประธานครับ
ไม่ใช่การบังคับกฎหมายแม่นะครับ คุณสุนัยฟังผมก่อนครับ ก็ไม่จําเปึนจะต้องฟังท่าน ผมบอกแล้วว่าผมเปึนประธานในที่ประชุมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ คือท่านต้องฟังผมให้จบ ต้องขอเชิญนั่งลงครับ ท่านชี้หน้าผมนะครับ ท่านต้องนั่งก่อนครับ ผมวินิจฉัยนะครับ คือคุณสุนัยประพฤติแบบนี้เปึนตัวอย่างที่ไม่ดีนะครับ ทีนี้ผมยังเรียนอย่างนี้ครับว่า สิทธิ ของการอภิปรายทุกคนมีสิทธิ ทุกคนมีสิทธิครับ แต่เมื่อเราได้ไปทําข้อตกลงกันไว้โดย ประธานวิปฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ตกลงกันไว้ว่าให้ประธานเรียกชื่อและกําหนดเวลา ตามที่วิปทั้งสองฝ์ายเสนอมา ประธานก็ปฏิบัติไปตามข้อตกลง ซึ่งไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญครับ ไม่ได้เปึนการขัดรัฐธรรมนูญเลย ทีนี้เมื่อวิปฝ์ายค้านเสนอชื่อสมาชิกท่านใดขึ้นมา ผมก็จะต้องหักเวลาของฝ์ายค้าน อันนี้คือหลักการที่ตรงไปตรงมาที่สุดครับ เชิญ ท่านสมชายครับ
ท่านประธานครับ ผมนี่ยังไม่ได้มีชื่อในเรื่องของการอภิปราย แต่ว่ามีชื่ออยู่อาจจะอยู่ลําดับที่ ๘ นะครับ ผมเรียนนิดหนึ่งครับแล้วก็ด้วยความเปึนห่วง สภาเราก็ประชุมกันมาด้วยความเรียบร้อย แล้วก็มีเนื้อหามีสาระมีเหตุผล ท่านประธานครับ และผมก็เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิก ทั้งสองฝ์ายรวมทั้งท่านสุนัยด้วยนี่นะครับ ก็อยากจะแสดงความคิดความเห็นซึ่งอยากจะ เรียนท่านประธานนิดนะครับ อยากให้ท่านประธานได้อดทนอีกสักหน่อย ผมเชื่อว่า ท่านประธานเองมีคุณธรรม แล้วก็มีความเปึนผู้นําอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะให้ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้แสดงความรู้สึก ความนึกคิด และพูดในเรื่องของการหลักการ นี่นะครับอยากให้ท่านฟังเสียหน่อยเท่านั้นเองครับท่านประธาน ไม่มีอย่างอื่นนะครับ ขอบพระคุณครับ
ผมเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์ายพูดอยู่แล้วนะครับ แต่ไม่ใช่พูดในขณะที่ผมกําลังวินิจฉัยนะครับ แล้วก็เป่ดโอกาสให้คุณสุนัยประท้วง แต่เมื่อสักครู่คุณสุนัยประท้วงแล้วไม่ได้ประท้วงผม แต่ไปพูดว่าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งไม่อนุญาตให้สมาชิก ซึ่งทางฝัืงนี้เขาก็ตอบนะครับว่า ไม่ใช่อย่างนั้น คือท่านสุนัยประท้วงผมนี่ผมยินดีอยู่แล้วครับ แล้วก็ประท้วงได้ครับ ตอนนี้ ยังประท้วงได้อีกครั้งครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานในเรื่องหลักการจริง ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีเสรีภาพและ ท่านประธานจะต้องเปึนหลักให้แก่ ส.ส. ทุกคนที่มีความคิดเปึนอิสระ จะแตกต่างกันบ้าง นี่คือความงดงาม เมื่อท่านมาบอกว่าข้อตกลงนั้นต่ํากว่าข้อบังคับอีกครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายแม่ ข้อบังคับเปึนกฎหมายลูกออกตามรัฐธรรมนูญ และข้อตกลง ของวิปต่ํากว่านี้อีกครับ ท่านจะเอาข้อตกลงซึ่งเปึนกฎหมายหลานมาบีบบังคับกฎหมาย แม่ได้อย่างไร ท่านวินิจฉัยไม่ผิดเลยหรือครับ ผมขอสิทธิเท่านั้นเองเพื่อจะเรียกร้องสิทธิ ให้แก่ ส.ส. ทุกคนที่มีความคิดเปึนเสรี อาจจะไม่ต่างจากพรรค อาจจะต่างจากพรรคก็ได้ เพราะผมเปึนคนเสรีอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมจึงขอเวลาท่านตรงนี้เท่านั้นเอง ผมถือว่า นี่เปึนเรื่องหลักการสําคัญ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ผมจะวินิจฉัยให้คุณสุนัยฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมให้สิทธิในการอภิปรายเปึนการปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ ถูกต้องไหมครับ แล้วผมก็ปฏิบัติตามข้อตกลงของวิปทั้งสองฝ์ายเสนอมา ก็คือว่าถ้าไม่มีรายชื่อผมก็ไม่สามารถเรียกได้ แต่ผมได้อะลุ้มอล่วยให้วิปฝ์ายค้านได้ไป ตกลงกับฝ์ายรัฐบาล ในเมื่อฝ์ายค้านเปึนผู้เสนอก็จะต้องหักเวลาของฝ์ายค้าน อันนั้นคือ ความเปึนธรรมที่สุดนะครับ คือการวินิจฉัยที่ผมมั่นใจว่าถูกต้องและเปึนธรรมนะครับ คุณทศพร เทพบุตร ครับ ๑๐ นาทีนะครับ
ทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดภูเก็ต ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีความดีใจ เปึนอย่างมากที่รัฐบาลมีความกล้าหาญที่จะหาเงินมาลงทุนแล้วก็สร้างงานให้กับ ประชาชนในประเทศไทยโดยอย่างทั่วถึง โดยการนําเม็ดเงินเหล่านั้นมาลงทุนในทุกสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทําผลิตภัณฑ์เพื่อไปส่งออกหาเม็ดเงินเข้าประเทศในขณะนี้ ค่อนข้างทําได้ลําบาก แต่ว่าการท่องเที่ยวซึ่งประเทศไทยเปึนประเทศที่มีศักยภาพ ทางด้านการท่องเที่ยวเปึนอย่างมากอยู่ ในขณะเดียวกันประชาชนทั่วโลกก็ยังให้ความ ชื่นชม แล้วก็ยังให้เครดิตกับประเทศไทยเปึนอย่างมากว่าเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่ดีและมี คุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุ้มค่าของเม็ดเงินที่เอามาใช้จ่ายในประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมจึงขอให้การสนับสนุนกับรัฐบาลที่นําเงินไปลงทุนกับการท่องเที่ยว ๒ ด้าน ซึ่งเปึนโครงสร้างหลักสําคัญเพื่อจะรองรับมาตรการทางด้านการท่องเที่ยวสําหรับอนาคต ข้างหน้าและเปึนอนาคตที่ยาวไกลนะครับ ก็คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน การท่องเที่ยว มีความจําเปึนเปึนอย่างมากเลยนะครับที่รัฐบาลจะต้องบอกให้ภาคเอกชน เขารู้ บอกให้ประชาชนเขารู้ว่ารัฐบาลจะทําโครงสร้างพื้นฐานไปยังที่ไหน เพื่อให้ ภาคเอกชนเขาจะได้ตามไปลงทุน ตามไปสร้างงาน แล้วก็ตามไปสร้างความเจริญให้กับ ท้องถิ่นเหล่านั้น แล้วก็ในขณะเดียวกันเมื่อมีการสร้างงานรัฐก็สามารถจัดเก็บรายได้ กลับมาคืนใช้หนี้ ซึ่งรัฐบาลไปจัดหามาโดยการกู้เงิน สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญมากแล้วก็ ต้องให้ความมั่นใจกับภาคเอกชนว่า เมื่อรัฐบาลลงทุนไปแล้วภาคเอกชนจะต้องมีความ มั่นใจว่าเมื่อไปกู้เงินของรัฐ หรือไปกู้เงินของธนาคารของรัฐ หรือธนาคารของภาคเอกชน ก็ตามนะครับ ธนาคารเหล่านั้นจะให้การสนับสนุน เมื่อให้การสนับสนุนก็มีการจ้างงานกัน อย่างต่อเนื่องต่อไป ผมจึงขอวิงวอนทางรัฐบาลนะครับถ้าได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อจะดูแลงบส่วนนี้นะครับ ก็ขอให้เอาลงทุนไปทางด้านโครงสร้างพื้นฐานเปึนหลัก นะครับ ไม่ว่าจะไปทําน้ําประปา ไฟฟัา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเกาะต่าง ๆ ของประเทศไทย ซึ่งเปึนแหล่งท่องเที่ยวสําคัญอย่างมาก ขอยกตัวอย่างนะครับว่า เกาะสมุยน้ําประปา ขาดแคลนเหลือเกิน ชาวบ้านต้องซื้อน้ําถึงคิวบิคเมตรละ ๔๕-๕๐ บาท แต่ในขณะเดียวกันถ้ารัฐไปลงทุนแล้ว หาน้ําประปามาให้เขาได้ใช้ ต้นทุนในการประกอบธุรกิจของเขาก็ถูกลง นักท่องเที่ยว ก็สามารถมาใช้บริการได้ในราคาที่ถูกลงเช่นกันนะครับ เกาะอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น เกาะพีพี ที่แม่สาย ที่ปราณบุรี หัวหิน ที่แม่ฮ่องสอน ที่ชลบุรี อีกหลายแห่งทั่วประเทศไทย ที่ยังต้องการน้ําประปาสําหรับมาให้การท่องเที่ยวอีกมากมายนะครับ
นอกจากนั้นไฟฟัา เดี๋ยวนี้ประชาชนที่ไปลงทุนในที่ห่างไกลนะครับต้องปัืน ไฟฟัาใช้เอง ต้องซื้อน้ํามันดีเซลมาใช้เพื่อปัืนกระแสไฟฟัา วันนี้คนเหล่านั้นต้นทุนแพงมาก แต่ถ้าหากว่ารัฐบาลลงทุนเอาไฟฟัาไปให้เขาได้ใช้นะครับ หรือถ้าไปอยู่ในเกาะแก่งต่าง ๆ วางสายเคเบิ้ลใต้น้ําไปเลยนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเกาะมะพร้าว เกาะนาคา เกาะพระทอง หรือเกาะอื่น ๆ ที่ไหนก็ได้ที่เปึนอุทยานแห่งชาติก็ได้ที่เป่ดโอกาสให้เอกชนเขาเข้าไปลงทุน ที่เหล่านั้นสร้างงานทั้งนั้นละครับ เมื่อมีสร้างงาน สร้างรายได้ก็ดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศ เข้ามา คนไทยมีงานทําครับ ในเวลาอย่างนี้ถ้ารัฐบาลไม่ทําอย่างนี้แล้วจะเอาเงินที่ไหน มันเปึนความจําเปึนอย่างมาก
การปรับปรุงสถานีรถขนส่งทั่วประเทศก็ทําให้มันสะดวกสิครับ ในเมื่อวันนี้ มันไม่ค่อยสะดวก มันไม่ค่อยสะอาด หรือมันไม่ค่อยน่าดูปรับปรุงเลยครับที่ไหนก็ได้ที่มี สถานีรถขนส่งอยู่ เราทํารถขนส่งเสียให้ดีเลย แต่ว่าสถานีขนส่งดูไม่งามเลยเราก็ทําให้ มันดีขึ้นเท่านั้นละครับ คนไทยก็จะได้เดินทางในวิธีทางที่มันสะดวก น้ํามันจะแพงอย่างไร ก็ตามถ้ารถไฟมันดี สถานีรถไฟสะดวก รถขนส่งสะดวก สถานีรถขนส่งก็สะดวกคนไทยก็ จะได้ขึ้นบัสขนส่งไปเที่ยว จะได้ขึ้นรถไฟไปเที่ยว ไปกันทีละเยอะ ๆ เศรษฐกิจไทยก็จะดี อย่างนี้มันมีเหตุผล อย่างนี้ต้องสนับสนุนนะครับ
นอกจากนั้นเมื่อโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะด้านไหนก็ตามมีความพร้อมแล้ว ก็อยากจะขอให้รัฐบาลเอาเงินสักบางส่วนไปลงทุนในเรื่องของการสร้างมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทํามาตรฐานการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น เราจําเปึนที่จะต้องพัฒนา บุคลากรทางภาคการท่องเที่ยวของเรา ไม่ว่าจะเปึนพนักงานบริษัททัวร์ พนักงานนําเที่ยว หรือที่เราเรียกกันว่า มัคคุเทศก์ หรือพนักงานโรงแรม พนักงานในห้องครัวจะเปึนกุ๊ก จะเปึนพนักงานเสิร์ฟก็ตาม เราจําเปึนที่จะต้องพัฒนาคนเหล่านั้นมาก ๆ คนเหล่านี้ ละครับที่เปึนคนเอาเงินตราเข้าประเทศจริง ๆ คนเหล่านี้ละครับที่เปึนคนหาเงินมาให้เรา ความเปึนไทยของคนไทยเอาชนะใจของคนทั้งโลกมาแล้ว ถ้าเราเสริมความแข็งแกร่งของ คนเหล่านี้นะครับใช้เงินไม่มาก แต่มันทําให้คนเหล่านั้นมั่นใจว่าไม่ว่าประเทศชาติจะ เผชิญวิกฤติขนาดไหน ไม่ว่าโลกจะมีวิกฤติอย่างไรรัฐบาลนี้ก็ยังให้ความสนใจ แล้วก็ให้ ความรู้เพิ่มเติมกับเขา เพื่อเขาจะได้เปึนกําลังใจแล้วไปสู้กับภาวะวิกฤติของโลกได้แล้วเอา เม็ดเงินเข้ามาประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ
แหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายครับที่ถูกใช้ไปแล้วอย่างหนักหนาสาหัส เหลือเกิน หลายที่เปึนแหล่งเสื่อมโทรมเราต้องเข้าไปพัฒนา อุทยานแห่งชาติมีทั่วประเทศ เลยครับ ไม่ว่าจะอุทยานแห่งชาติทางทะเล อยู่บนป์าเขาที่ไหนก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่ ภาคไหน ทางอีสานก็เยอะ ล้วนแล้วแต่เปึนแหล่งท่องเที่ยวที่ดีมีคุณภาพ แต่เราต้องเสริม เติมแต่งให้มันน่าดู ให้มันสวยสดงดงาม ในช่วงที่เปึนฤดูกาลท่องเที่ยวเราก็เติมอํานวย ความสะดวกเข้าไป จัดเจ้าหน้าที่ไปให้การดูแลนักท่องเที่ยว ดูแลเรื่องความปลอดภัยเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่จะต้องทําทั้งนั้นละครับ
นอกจากนั้นเมื่อคนต่างประเทศเข้ามาหรือคนไทยไปเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว สินค้าท้องถิ่นเปึนวิธีการกระจายรายได้ที่ดีมาก เรามีสินค้าท้องถิ่น เดิมเราเรียกกันว่า โอทอป นั่นละครับ วันนี้ผลิตออกมาแล้วคนไทยซื้อเยอะเลย แต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่มีความมั่นใจ สิ่งที่เราต้องทําก็คือเราต้องสร้างตราสินค้าที่ เปึนมาตรฐานไทยออกมาให้ได้ ใช้เงินนี่ละครับเอาไปทําเลย สร้างแล้วก็นอกจากจะรู้กัน ในหมู่คนไทย รู้กันในหมู่คนท้องถิ่นแล้ว เรายังต้องทําให้ผู้ซื้อซึ่งอยู่ในต่างประเทศเมื่อเขา มาซื้อแล้วมีความมั่นใจสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าท่านจะทํากล้วยทอดที่ไหน ไม่ว่าท่านจะเอาปลา มาทําปลาแห้ง มาทําปลาย่างแล้วมาปรุงรสนิดหน่อย ใส่กล่องดี ๆ สวย ๆ เขาก็พร้อมที่จะ หิ้วขึ้นเครื่องบินกลับไปกินที่บ้านเขา สิ่งเหล่านี้นะครับมาตรฐานสินค้าและการสร้าง ตราสินค้าที่ดีมีคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เปึนทางออกที่ดีที่สุดนะครับ ความเชื่อมั่นเท่านั้น ละครับที่จะทําให้เขามีความมั่นใจว่าเขาควรจะซื้อสินค้าไทยกลับไปฝากญาติพี่น้องของ เขาที่บ้าน วันนี้เรามีวิกฤติการณ์หลาย ๆ อย่าง เรามีหวัด ๒๐๐๙ นี่ละครับ หวัดใหญ่นี่ละครับ เข้ามา มันเปึนเพียงอุปสรรคหนึ่งเท่านั้น แต่คนไทยต้องไม่ท้อนะครับ รัฐบาลต้องให้ กําลังใจกับผู้ประกอบการ กับภาคแรงงานในภาคการท่องเที่ยวทั้งหมด ผมยังหวังเลย นะครับว่าต้นกล้าอาชีพจะสามารถเข้าไปช่วยเพิ่มพูนความรู้ ลดแล้วก็ชะลอการเลิกจ้าง ของภาคธุรกิจทั้งหมด ไม่ว่าจะภาคไหนก็ตาม ทั้งหมดเหล่านี้เปึนกําลังใจอย่างมาก และข้อสําคัญก็คือว่าเปึนหลักประกันนะครับว่า จากนี้ไปคือป้ ๒๕๕๒ จนถึงป้ ๒๕๕๕ รัฐบาลจะดูแลคนในภาคการท่องเที่ยวทั้งหมดอย่างดี จะให้หลักประกันว่าเขาจะไม่ถูก รัฐบาลทอดทิ้ง จะให้ความมั่นใจกับแรงงานทั้งหมดในภาคการท่องเที่ยวว่าเขาเหล่านั้นจะ ไม่ตกงาน เพราะรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดให้ความสําคัญ กับการท่องเที่ยวอย่างจริงใจ ผมเปึนแรงใจอันหนึ่งให้กับรัฐบาลนี้อย่างแน่นอน และผม เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่จะต้องลงคะแนน ให้กับรัฐบาลด้วยความเต็มใจและยินดีเปึนอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็ได้โอกาสได้พูดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับถ้าเมืองเรา บ้านเราไม่มีเงิน และกู้ และสามารถใช้เขาได้ แต่ถ้าใช้เขาไม่ได้ปัญหาคือประชาชนทั้งประเทศกําลังจ้อง มองอยู่ว่าเรากู้แล้วเราจะหาเงินที่ไหนมาใช้ อันนี้คือประเด็นใหญ่ที่ผมได้อ่านรายงานมา ทั้งหมด ที่ทุกคนได้พูดไป ยังไม่มีคําตอบว่ารายได้เข้าประเทศทางไหน ผมก็เปึนห่วง ก็ห่วงท่านนายกรัฐมนตรีว่าทีมงานของท่านนั้นเปึนทีมงานผสม เหมือนนักฟุตบอล ๑๑ คน ต่างคนต่างมาแข่ง ถึงเวลาก็มาเตะฟุตบอลด้วยกัน เลยเข้ากันไม่ได้ ปัญหาก็เกิด ถ้าเปึนทีมเดียวกัน ผมมั่นใจครับว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตั้งใจทํางานเต็มที่ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ตั้งใจทํางานเต็มที่ แต่เมื่อเปึนลูกผสมแล้วการทํางานเลยไม่ราบรื่น ปัญหาก็เกิด แต่ปัญหาที่เกิดมันมาตกที่ประชาชน ไม่ตกที่นักการเมือง นักการเมืองทุกคน ก็อยากให้บ้านเมืองเจริญรุดหน้า แต่ปัญหาเราจะแก้วิกฤติอย่างไรนะครับ คือผมมาพูด วันนี้ก็อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านเกษตรกรรากหญ้า เรื่องที่จะพูดก็มี คือได้ทําหนังสือ ร้องเรียนจากสมาคมอิสลาม เพราะว่าคนอิสลามก็คือคนไทยเหมือนกัน ผมยังสงสาร คนภาคใต้อยากให้คนไทยรักกัน เขามีปัญหาครับ ปัญหาคือว่า หนังโค กระบือ เขาจะ ส่งออก ทางรัฐบาลยกเว้นภาษีนําเข้าตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ แต่กลับเก็บภาษีส่งออกกิโลกรัมละ ๕ บาท โรงฟอกหนังมีทั้งหมด ๓๐๐ กว่าโรงครับ ท่านประธานครับ ขอใช้ไวท์ บอร์ด (White board) นะครับ คือเรื่องนี้มันมีเรื่องไม่โปร่งใส ผมถึงต้องนํามาชี้แจง คือปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรผมต้องช่วย คือหนังดิบผลิตภายในประเทศได้ ๖๐,๐๐๐ ตัน แต่ใช้จริง ๑๔๔,๐๐๐ ตัน แต่โรงฟอกไม่ยอมรับซื้อหนังดิบของเกษตรกร โค กระบือที่เลี้ยงอยู่ มีประชากรทั้งหมด ๑,๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัวที่เลี้ยงโคและกระบือ แต่โรงฟอกหนังนําหนังดิบ จากเมืองนอกมาโดยไม่เสียภาษี แล้วก็มาฟอกในประเทศไทยให้เกิดมลภาวะเปึนพิษ แล้วก็ส่งออก ฟอกแล้วส่งออก ทางรัฐบาลไม่เก็บภาษี แต่เราเปึนคนไทยเกษตรกร จะส่งหนังดิบออก กระทรวงการคลังเก็บภาษีกิโลกรัมละ ๕ บาท ซึ่งเปึนการเอาเปรียบ เกษตรกรของคนไทย ๑,๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ซึ่งหนักไปทางคนอิสลาม เขามาร้องเรียนที่ คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ เรื่องนี้เขาร้องเรียนไปที่กระทรวงการคลังตั้งหลายครั้ง แล้วจนมาถึงผม ผมไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ แต่เขาร้องตั้งแต่ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ยื่นไปครั้งแรก แล้วก็วันที่ ๒๓ เมษายนนะครับ คือป้ ๆ นะครับ การส่งออกเราเสียค่าธรรมเนียมให้ปศุสัตว์กิโลกรัมละ ๑ บาทนะครับ เสียภาษี ๕ บาท ซึ่งประชากรที่เลี้ยงโคและกระบือ หนังตอนนี้จะเน่าหมดแล้ว เพราะเรียกร้องรัฐบาลมานาน มีปัญหากับสภาอุตสาหกรรมไม่อยากให้ยกเลิกภาษี แต่เกษตรกรอยากยกเลิกภาษี แต่สภาอุตสาหกรรมไม่ให้ยกเลิกภาษี อยากให้ขึ้นภาษี แกล้งเกษตรกรคนไทย แต่โรงงาน มาจากเมืองนอก คนต่างประเทศมาหุ้นส่วนกับคนไทยทําโรงงานฟอกหนัง ซึ่งประเทศอื่น เขาไม่รับ แต่ประเทศไทยรับ รับขยะมาไว้ประเทศไทย แล้วไม่เก็บภาษีหนังด้วย พอฟอก เสร็จแล้วส่งออกก็ไม่เก็บ แต่มาเก็บภาษีคนไทยซึ่งเดือดร้อน หนังกิโลกรัมละ ๑๕ บาท เก็บภาษีกิโลกรัมละ ๕ บาท แล้วเรื่องส่งให้ที่รองปลัดกระทรวงการคลังก็ไปแช่ไว้บอกว่า รัฐบาลไม่มีเงินต้องเก็บภาษี มาเอาภาษีกับคนเลี้ยงโคเลี้ยงกระบือป้หนึ่ง ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่นําเข้ารู้ไหมครับ ป้ละ ๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับ การนําเข้าและส่งออก นําเข้า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่เก็บภาษีแม้แต่บาทเดียว ส่งออกนะครับ อากรที่เก็บได้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่งออก ๒๐ ล้านบาท เสียภาษี นําเข้า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฟรีครับ แล้วมาฟอกในประเทศไทยให้เปึนหนังฟอกส่งต่างประเทศไม่เสียภาษี ผมเกิดมาก็งง เหมือนกันว่านี่หรือประเทศไทย สิ่งที่เน่ามาทิ้งไว้ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือโรงงานฟอกหนัง ๓๐๐ กว่าโรงงาน เขาบอกกันว่าเกี๊ยเซี๊ยะกัน ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกี๊ยเซี๊ยะมันคืออะไร กับกระทรวงการคลังมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ คือที่ผมพูดนี่คือชาวบ้านเดือดร้อน ผมไม่ได้มา พูดมาว่ารัฐบาล แต่อยากให้รัฐบาลรับรู้ว่าเขาทนไม่ไหวแล้วจะเดินขบวน ผมบอก อย่าเดินขบวนเลยบ้านเมืองเราวุ่นวาย แล้วเขาก็รอฟังผมอยู่ เพราะเขายื่นเรื่องนี้ส่งให้ ท่านกรณ์ จาติกวณิช วันที่ ๒๐ พฤษภาคมแล้ว ท่านกรณ์ จาติกวณิช ก็ไม่รู้เอาไว้ไหน ไม่เข้าใจเหมือนกันเปึนเพราะอะไร ผมอยากเสนอรัฐบาลโรงฟอก ๓๐๐ กว่าโรง ต้องเก็บภาษี เพราะทําให้บ้านเมืองเสียหาย เพราะอะไรครับ ค่าบําบัดน้ําเสียป้ละ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เราได้อะไรมาครับ ได้ขยะมาไว้บ้านเรา ภาษีทั้งเข้าทั้งออกก็ไม่เก็บ แต่เรามาเก็บกับคนจน ๆ เกษตรกรหาเช้ากินค่ํา ๑,๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัว เสียภาษีป้หนึ่ง ผลิตได้ ๖๐,๐๐๐ ตัน ถ้าส่งออกจริง ๆ ก็เสียภาษีได้แค่ ๖๐๐,๐๐๐ บาทต่อป้ แต่ประเทศไทย ต้องการหนัง ๑๔๔,๐๐๐ ตัน แต่ผลิตจริง ๆ ทั้งประเทศได้ ๖๐,๐๐๐ ตัน แต่เกษตรกรกลับ ขายไม่ได้ โรงฟอกบอกมีแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะไปเอาหนังจากเมืองนอกเข้ามา ไม่ยอมซื้อของคนไทย แล้วมากดราคาเกษตรกรของคนไทยให้เหลือกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ทางเกษตรกรก็รวมกลุ่มกันไปร้องที่กระทรวงการคลังมีรองปลัดรับเรื่องไว้ ผมมีเอกสาร ครบนะครับมีชื่อมีแซ่ครบเลยว่ากินอย่างไร มาอย่างไร ผมทําอะไรผมมีหลักฐานครับ ไม่ต้องห่วงผมรับผิดชอบคําพูดครับ แล้วเรื่องวางไว้ใต้โต๊ะบอกเอากลับไปก่อน รัฐมนตรี บอกว่าต้องเก็บภาษี ผมสงสัยทําไมรัฐมนตรีต้องเก็บภาษีกิโลกรัมละ ๕ บาท ป้นี้ ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่โรงฟอกทําบ้านเมืองเสียหายเท่าไรไม่เก็บ ผมก็เลยสงสัยตรงนี้ว่า ไม่เข้าใจว่ามันเปึนเพราะอะไรนะครับ นี่คือเรื่องปัญหาหนัก ๆ นะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องท่านรัฐมนตรีผมพูดแล้วเดี๋ยวเขาจะหาว่าผม เกลียดเขาเหลือเกิน รัฐมนตรีต่างประเทศละครับกับท่านนายกรัฐมนตรี ที่การท่องเที่ยว ของเมืองไทย พวกสมาคมการท่องเที่ยวโทรศัพท์มาบอกผมว่าเคยพูดอะไรกับเขาไว้ว่า รัฐบาลจะไม่เก็บค่าเสียวีซ่าเข้าประเทศนะครับ เคยคุยกับเขาไว้อย่างไร แต่อันนี้เขาบอกว่า ไปเก็บเขาทําให้เขาไม่มาเที่ยวเขารอคําตอบอยู่ ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ซึ่งเปึนที่รักของผมอย่างมากเลยครับ ก็ช่วยไปตกลงกับเขาหน่อยว่าไม่เก็บคนจะได้ มาเที่ยว เพราะตอนนี้การท่องเที่ยวเคยได้เข้ามา ๕๐,๐๐๐ คนจากเมืองจีนต่อเดือน แต่เดี๋ยวนี้เหลือ ๒,๐๐๐ คนต่อเดือน เพราะว่าเคยทําอะไรกับเขาไว้ตกลงกับเขาไว้เขาก็เลย ไม่มานะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ การออกเงินกู้ให้สมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมไป กู้เงินกับพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์บอกว่าอย่างไรครับ ไม่ให้กู้หรอกครับ ให้รัฐบาลกู้ดีกว่า เขาก็ได้ดอกแน่นอน ถ้าให้สมาคมการท่องเที่ยวกู้เดี๋ยวไม่ได้คืน นี่คือปัญหาครับ ปัญหา ของโรงแรมแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยบ่นกันทุกคนว่าแล้วจะอยู่กันอย่างไร ไล่คนงาน ออกทุกวี่ทุกวัน ผมที่พูดมาคือเรื่องจริงอยากให้รู้ว่าเขาจ้องอะไรครับ จ้องเอาเงินให้รัฐบาล กู้ได้ดอกเบี้ย ๒.๗-๕ เฉลี่ย ๕ ป้ ๓ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกมาอย่างนี้ แต่ส่วนฝากเงินได้ ๐.๗๕ ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช นะครับ ดูส่วนต่างสิครับ แต่เอกชนเองจะลงทุนไม่ให้กู้แล้วบ้านเราอยู่อย่างไรครับ กู้ก็กู้ไม่ได้ การบินไทยนะครับ สมัยก่อนสิงคโปร์ล้าหลังเรามาก เดี๋ยวนี้เขาไปล้ําหน้าเราแล้ว ผมอยู่กรุงเทพฯ มา ๑๗ ป้ ก่อนจะกลับปราจีนบุรีนะครับ เดี๋ยวหาว่าทําไมผมรู้เรื่องนัก ผมอยู่ก่อนพฤษภาทมิฬอีกครับ ตอนนี้นะครับสิงคโปร์ไปไกลแล้ว ส่วนมาเลเซียป้ ๒๕๒๕ ไปมาเลเซียเขาชมว่าเมืองไทย เจริญกว่าเยอะ แต่ตอนนี้เขาบอกว่าทําไมเมืองไทยมันช้าจัง เจริญช้าจัง แล้ว ๔ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมจําแม่นเปึนวันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกการปฏิวัติ รัฐประหาร ตอนนั้นผมอยู่ปราจีนบุรีนะครับ ตั้งแต่ป้นั้นมาเศรษฐกิจของเราเปึนอย่างไร ถ้าพูดชั่วโมงหนึ่งก็ไม่จบ ๔ ป้ผ่านมานะครับถึงปัจจุบันนี้มีแต่ความวุ่นวายและทุกวันนี้ก็ ยังวุ่นวายต่อ เพราะว่าปัญหาของรัฐบาล พวกต่างชาติบอกว่าขาดเสถียรภาพไม่มาเที่ยวกัน เพราะผมทํางานท่องเที่ยวมา ๑๐ ป้นะครับ พวกต่างประเทศถามว่าจะมาได้ไหม บอกมา ได้เลยไม่มีม็อบแล้ว สนามบินเข้าได้ไหม เข้าได้เลยไม่มีม็อบที่สนามบินแล้ว นี่คือผมต้อง พูดอย่างนี้ ผมก็อยากให้รัฐบาลเอาไปคิดนะครับว่าที่ผ่านมาพวกเราเจ็บแล้วก็เงินที่ลงทุน แหล่งน้ํานะครับสมควรจะลงทุนก็ไม่ลง ผมอยากให้รัฐบาลคิดถึงแหล่งน้ํานะครับ ผมเปึน ส.ส. มา ๓ ครั้งที่มีนายกรัฐมนตรีเปึนฝ์ายรัฐบาลนะครับ ขอโครงการเขื่อนห้วยโสมง ของผมนี่ ๓ นายกรัฐมนตรีแล้วไม่รู้จะขอนายกรัฐมนตรีคนที่เท่าไร แล้วเรื่องติดอยู่ที่ใครครับ อยู่ที่ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานมรดกโลก เกือบผิดไปนะครับ ไม่รู้ไปช้าเรื่องอะไร เขาบอกว่าท่านเปึนช่างละเอียด ผมก็ถึงว่ามันช้าจริง ๆ เพราะกว่าจะซอยออกมาได้คงจะ นานนะครับ
และอีกเรื่องก็คือเรื่อง โทษทีนะครับ รัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นะครับ เรื่องการศึกษานะครับ เรื่องนี้ร้อนมากเลยครับ สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้เองครับ คือ กระทรวงศึกษาธิการบอกว่าไม่เก็บค่าเทอมนะครับ ไม่เก็บค่าเทอมเลย แจกหนังสือทั่วถึง ทุกวันนี้ที่โรงเรียนครับ ห้องหนึ่ง ๔๐ คน มีหนังสือ ๗ เล่ม แล้วก็ห้ามขีด ห้ามฆ่า ๒ อาทิตย์ หนังสือก็หลุดต้องเอาพาสเตอร์มาแปะนะครับ หลักฐานผมมี และโรงเรียนที่ เอ่ยถึงนี่ซึ่งผมรับไม่ได้ เพราะว่าเปึนโรงเรียนป่ยะชาติพัฒนาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนะครับ จังหวัดนครนายก ส่งเรื่องให้ผม เมื่อวานนี้ อย่าไปทําร้ายเขานะครับ ครูบาอาจารย์ เขาบอกว่าที่รัฐบาลแจกไปเขาต้องไป ซื้อใบเสร็จนะครับ ไปซื้อใบเสร็จเสียค่าแวต และเอาเงินไปซื้อหนังสือ นี่คือ คนปราจีนบุรีไปเรียนมานะครับ ผมขออ้างพระราชดํารัสครับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พูดว่า ฉันมีแต่บารมีแต่ฉันไม่มีอํานาจ ท่านฝากมาอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนนี้เปึนโรงเรียนที่ท่านรักมากและผมก็ไปทุกป้ แล้วก็ญาติพี่น้องผมก็สอน หนังสืออยู่นั่น ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ผอ. ชื่อ สุรยุทธ์ สืบแสงอินทร์ เขียนอย่างดีด้วยครับ เสียหายมาก ผมไม่อ่านดีกว่า เพราะว่าการที่จะเก็บเงินใครและใช้ ชื่ออย่างนี้มาเก็บผมว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะว่าทางรัฐบาลบอกแล้วว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ แต่นี่ขนาดโรงเรียนป่ยะชาติ ยังโดนเลยครับ ถ้าไม่ใช่โรงเรียนป่ยะชาติผมจะไม่พูดถึงครับ นี่เขามาส่งให้ผม ผมถึงต้องพูดนะครับ และเรื่องโครงการน้ําต่าง ๆ ผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาล ทําไมไม่ทํานะครับ แล้วผมก็สงสัยท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่าเมืองเราเปึนเมือง เกษตรกรนะครับ ป้หนึ่งเขามีตารางบอกอยู่แล้วว่าอะไรออกบ้าง เดือนนี้อะไรออก ข้าวนาป้ ข้าวนาปรัง ลิ้นจี่ ลําไย ข้าวโพด ข้าวสาร ทําไมเราไม่ติดต่อค้าขายต่างประเทศ แพค (Pack) กล่องให้มีคุณภาพส่งออก ไม่ใช่มัวแต่ไปตามล่าคนคนเดียวทั้งป้ทั้งชาติ ผมเห็น แล้วผมเศร้าใจตรงนั้น คือทํางานเพื่อชาติดีกว่า คิดกันเพื่อบ้านเราดีกว่านะครับ ผมไปนราธิวาสมายังไม่มีใครรู้เลย ผมไปนอนที่นั่นมาไปคุยกับคนนราธิวาสมา ผมรักคนใต้ มากนะครับ เฉพาะคนนราธิวาสเพราะเคยช่วยชีวิตผมไว้ แต่ผมไม่พูดถึงแล้วกันว่า เรื่องอะไร คือคนใต้ลึก ๆ แล้วคนอิสลามเปึนคนใจดีมาก น้ําใจดี ช่วยเหลือคน ผมว่า ในแผ่นดินสยามนี้ทุกคนรักกันหมด แต่ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมาภาคใต้ผมรู้สึกเสียใจ เพราะว่าคนใต้เหมือนเพื่อนเกลอผมตอนเด็ก ๆ เล็ก ๆ และเปึนคนพูดจริงทําจริงคล้าย ๆ ผม เหมือนผม เคยสาบานเปึนพี่น้องกัน ถืออิสลามด้วยนะครับ จะยุ่งกันตอนกินข้าว เท่านั้นเองเพราะเขาไม่กินหมู ผมเลยต้องกินไก่ เขาก็กินไก่ด้วย ก็อยากให้ว่าทุกคนนะครับ เวลานี้ภาคใต้คนที่แก้ปัญหาภาคใต้ได้ก็คือคนภาคใต้ คือคนอิสลาม คนภาคใต้แท้ ๆ จะรู้ ปัญหาดี ผมเข้าใจกับรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ที่ตั้งใจจะไปแก้ปัญหา แต่ว่าท่านเคยพูดแล้ว ผมเคยดูทีวีอยู่สมัยที่เปึน ส.ส. ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล ภาคใต้จะเงียบจะดีขึ้น ผมก็อยากให้เปึนอย่างนั้นเพราะผมมีเพื่อนอยู่ที่นั่นจริง ๆ ผมก็หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีเหตุการณ์ ที่ภาคใต้อีก หรือมะรืนนี้คงไม่มีเหตุการณ์ในภาคใต้อีก ผมอยากให้เปึนอย่างนั้น คนไทย อยู่ด้วยกันได้ ทุกคนกําลังเปึนห่วงรัฐบาลชุดนี้ที่ทํางาน เพราะว่าผมลงพื้นที่ผมเข้าใจปัญหา ราษฎรทุกคน ยังไม่เข้าใจว่ากู้เงินแล้วจะคืนอย่างไร ทางคืนมีเยอะแยะแต่ท่านต้องอธิบาย ถ้าผมบอก มันก็หาว่าผมสอนท่าน ผมเคยจน เคยขายบะหมี่เกี๊ยว เคยเปึนกระเปิารถเมล์ ผมเปึนมา หลายอย่างแล้วครับผมรู้ว่าปัญหาชีวิตคนจนเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมเข้าใจ ท่านนายกรัฐมนตรีจบเมืองนอก ตั้งใจเรียนเมืองนอกแต่ไม่เข้าใจปัญหา เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ถ้าท่านเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ท่านตั้งใจทํางานอยู่แล้วผมรู้โดยนิสัยท่านตั้งใจ ทํางานจริง ๆ แต่ปัญหาคือว่าทีมงานท่านไม่สมบูรณ์ ทีมงานท่านคือหลายกลุ่ม ทีมเศรษฐกิจแบ่งเปึนหลายค่าย ต่างคนต่างต้องการผลงานเพื่อคะแนนเสียง จุดมุ่งหมาย คือคะแนนเสียง จุดมุ่งหมายไม่ใช่เพื่อชาติ เพราะผมเช็กแล้วเช็กอีก ผมพยายามจะไม่ใช่ ฝ์ายค้านและไม่ใช่ฝ์ายรัฐบาล ผมพยายามอยู่ตรงกลาง พยายามเสนอแนะในสิ่งที่เปึน ประโยชน์ ใครจะเกลียดผม ผมไม่ว่า แต่ขอให้คนทั้งชาติรักผม และคนปราจีนบุรีรักผม เพราะสมัยหน้าผมต้องลงอีก ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณสุวโรช พะลัง ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะขออภิปราย นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. เกียรติกร สั้น ๆ นิดเดียวครับ ที่ท่านกล่าวถึงโครงการ เรียนฟรีนะครับ ความจริงกระผมเคยไปร่วมกิจกรรมกับท่านนะครับที่กบินทร์บุรีแล้วก็ได้ ไปช่วยชี้แจงนโยบายเรียนฟรีให้ในเขตเลือกตั้งของท่านเมื่อไม่นานมานี้ครับ กระผมคิดว่าท่าน คงทราบดีอยู่แล้วว่าโดยนโยบายนั้นรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีวัตถุประสงค์อย่างไร แล้วโครงการเรียนฟรีที่ว่านั้นเปึนประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร ซึ่งวันนั้นก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่า มีเด็กนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ถึง ๑๒ ล้านคนทั่วทั้งประเทศ แล้วเปึนโครงการที่เปึน ความปรารถนาดีของรัฐบาลชุดนี้อย่างจริงใจที่ต้องการจัดการเรียนฟรีอย่างน้อย ๕ รายการ ให้กับนักเรียนทั่วทั้งประเทศตั้งแต่ระดับอนุบาลจนกระทั่งถึงมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ รวมทั้ง ระดับ ปวช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ๑ ๒ ๓ แล้วก็รวมทั้งการศึกษา กศน. (การศึกษา นอกโรงเรียน) แล้วก็ทั้งโรงเรียนรัฐ แล้วก็เอกชน ซึ่งกระผมคิดว่าท่านทราบดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อสักครู่ที่ท่านหยิบยกกรณีโรงเรียนป่ยะชาติพัฒนา จังหวัดนครนายก ขึ้นมาเปึนตัวอย่างว่า มีปัญหาเกิดขึ้น ๔ คนมีหนังสือ ๗ เล่มอะไรทํานองนี้นะครับ กระผมจะไปตรวจสอบให้ครับ แต่ว่าเปึนเรื่องไม่ปกติอย่างยิ่งนะครับ ถ้าจนกระทั่งถึงขณะนี้นักเรียนยังไม่มีหนังสือเรียน ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบไปจนถึงขณะนี้นักเรียนก็ได้รับหนังสือเรียนครบถ้วนทั้งหมดยกเว้น บางกรณี แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามในกรณีที่มีการห้ามฉีก ห้ามฆ่าในหนังสือเรียน ถ้าสมมุติว่า เกิดขึ้นจริง อันนี้ก็ถือว่าไม่ตรงกับนโยบายที่กระผมได้มอบให้ไปกับทางโรงเรียน เพราะว่า ได้ชี้แจงทําความเข้าใจ แล้วก็มีเปึนคําสั่งจาก สพฐ. ไปชัดเจนแล้วว่าสําหรับหนังสือเรียน แม้จะเปึนหนังสือยืมเรียนก็ตาม แต่โดยนโยบายนั้นต้องเป่ดโอกาสให้เด็กนักเรียน ทั่วทั้งประเทศที่รับหนังสือเรียนไปสามารถที่จะจดบันทึกในหนังสือเรียนได้แล้วก็สามารถ ขีดเส้นใต้ได้ สามารถที่จะไฮไลท์ (Highlight) ได้ในตัวหนังสือ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของ นักเรียนเวลาที่เขาจะสอบจะได้นํากลับมาทบทวนประเด็นที่มีความสําคัญได้อย่างรวดเร็ว กรณีหากเกิดขึ้น เช่น ก่อนหน้านั้นบางโรงเรียนเด็กนักเรียนห้ามขีดเส้นใต้ ใครขีดเส้นใต้ ปรับเส้นละ ๒ บาท อย่างนี้ทําไม่ได้นะครับ อันนี้ก็ได้ชี้แจงทําความเข้าใจไปแล้ว แล้วก็ ถ้าสมมุติว่ากรณีนี้เกิดขึ้นจริงกระผมก็จะได้ดําเนินการต่อไปนะครับว่าเปึนเรื่องที่ ไม่สอดคล้องกับนโยบายแม้จะเปึนหนังสือยืมเรียนก็ตามแต่เราต้องการให้นักเรียนได้รับ ประโยชน์มากที่สุด แล้วโรงเรียนก็จะต้องเป่ดโอกาสให้เด็กนํากลับบ้านได้นะครับ ไม่ใช่หมายความว่า เปึนหนังสือยืมเรียน เพราะฉะนั้นมาเรียนได้เฉพาะในห้องเรียน เสร็จแล้วต้องเก็บหนังสือ ค้างไว้ที่โรงเรียน ห้ามเอากลับบ้าน ถ้าเปึนอย่างนั้นเด็กจะกลับไปทบทวนบทเรียนได้ อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้นโยบายมีความชัดเจนนะครับ ก็ขอเรียนให้ได้รับทราบ นอกจากนั้นกรณีที่บอกว่าจะต้องไปซื้อใบเสร็จ กรณีใบเสร็จกระผมคาดเดาเอานะครับว่า คงเปึนกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่ต้องการมอบเปึนเงินสดให้กับผู้ปกครอง สําหรับ ๒ หมวดจากฟรี ๕ รายการ คือ ๑. ฟรีในเรื่องค่าเล่าเรียน ๒. ฟรีในเรื่องตําราเรียน แล้วก็ ๓. ฟรีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๔ กิจกรรม คือ ๑. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ทางวิชาการ ๒. กิจกรรมในเรื่องการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม แล้วก็ ๓. กิจกรรมในเรื่อง ทัศนศึกษานอกสถานที่ แล้วก็ ๔. กิจกรรมในเรื่องของการสอนคอมพิวเตอร์ ๔๐ ชั่วโมง ต่อป้ แต่ว่ายังมีอีก ๒ หมวด คือหมวดที่ ๔ กับ ๕ คือ หมวดฟรีในเรื่องชุดนักเรียนกับ หมวดที่ ๕ ฟรีในเรื่องอุปกรณ์การเรียน คือ สมุด ดินสอ ยางลบ ปากกา ไม้บรรทัด เหล่านี้เปึนต้น สําหรับ ๒ หมวดนี้จะต้องจ่ายเปึนเงินสดให้กับผู้ปกครองเท่านั้นและ เมื่อผู้ปกครองได้รับเงินสดแล้ว ผู้ปกครองสามารถไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน จากที่ไหนก็ได้ จะไปซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน ตําบล ในอําเภอ ในจังหวัดได้ทั้งสิ้น จะไปซื้อจากใครก็ได้หรือจะมาซื้อจากโรงเรียนก็ได้ แต่ห้ามบังคับ กรณีนี้เปึนนโยบาย ชัดเจนแล้วก็ให้นําใบเสร็จมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าได้นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของ รัฐบาลจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีข้อยกเว้นไว้ชัดเจนแล้วครับ แต่ถ้าไม่สามารถหา ใบเสร็จได้ ก็ไม่เปึนไรครับ ไม่ได้ถือเปึนความผิดแล้วต้องบังคับให้เอาใบเสร็จมาเสมอไป เพราะร้านค้าในต่างจังหวัด ในชนบทไกล ๆ บางแห่งหาใบเสร็จไม่ได้หรอกครับ ก็ให้เอา เปึนเอกสารบันทึกอะไรก็ได้ ใบสั่งซื้อ หรือใบซื้อ หรือเอกสารอะไรก็ได้สักชิ้นหนึ่งที่แสดงให้ เห็นว่าได้มาซื้อเสื้อผ้า ซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ร้านนี้แล้วจริง เพื่อมาแสดงกับโรงเรียนและก็ ยังมีข้อยกเว้นมากไปกว่านั้นอีก ว่าถ้าหาไม่ได้แม้แต่ใบเดียว ซื้อชุดนักเรียนแล้วจะเอาชุด นักเรียนมาแสดงกับโรงเรียนก็ได้ โดยไม่จําเปึนต้องมีเอกสารอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าโรงเรียนนี้เกิดไปบังคับให้ต้องเอาใบเสร็จ แล้วถึงขั้นต้องมีผู้ปกครองไปซื้อ ใบเสร็จมาโดยเฉพาะ กระผมคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ผิดวัตถุประสงค์ แล้วก็ผิดนโยบายของ รัฐบาล ผิดนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดยสิ้นเชิงนะครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาให้ท่าน ส.ส. ได้กรุณาช่วยส่งเรื่องมาให้กระผมด้วยนะครับ กระผมยินดี ที่จะส่งให้กระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบต่อไปครับ ขอบคุณครับ
คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ต่อเนื่องนะครับ เดี๋ยวขอคุณสุวโรช พะลัง ขอสั้น ๆ นะครับ รวบรัดด้วยนะครับ ขอคุณสุวโรช พะลัง ก่อนนะครับ
นิดเดียวครับ ผมรับรองได้ ครับ มีเอกสารตัวจริงเลยครับ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ คือเรื่องอย่างนี้นะครับ คือ เรื่องค่าชุดนักเรียน ผู้ปกครองรับเงินไป แต่ไม่มีเงินเลยต้องเอาค่าชุดนักเรียนมาจ่าย ค่าเทอม แล้วก็ไปซื้อใบเสร็จมาให้อาจารย์ที่โรงเรียนนี้แล้วก็ใส่ชุดเก่า เพราะไม่มีเงิน ซื้อชุดใหม่ เพราะไปเก็บค่าเทอมเขา ผมมีเอกสารนะครับ ไม่ต้องห่วง ผมทําอะไร ผมรอบคอบครับ มีเอกสาร มีลายเซ็นของผู้อํานวยการเรียบร้อยเลยครับ เรื่องนี้นะครับ โรงเรียนนี้มี ๒,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ แล้วมันมีอีกหลายโรงเรียน แต่ว่าผมไม่ใช่ฝ์ายค้านนะครับ แต่ว่าผมก็ทําหน้าที่ของผมที่ว่าใกล้บ้านผมคือนครนายก แต่ว่าท่านไปดูเถอะครับ รับรองได้ว่าไม่ใช่น้อย ๆ นี่คือเรื่องจริงครับ ไม่ใช่น้อย ๆ เปึนอย่างนี้ นะครับ หนังสือเรียนผมบอกให้ฟังนะครับ กระดาษก็บาง ใช้เพียง ๓ สัปดาห์ก็หลุด หลุดแล้ว เย็บกันแล้วเย็บกันอีก แล้วหนังสือแต่ละห้องท่านต้องไปดู ผมไปดูจริง ๆ ผมทําอะไร ผมต้องดูกับตาครับ ถ้าไม่ดูกับตาผมไม่กล้าพูด ไปดูเถอะครับ อาจารย์ทั้งประเทศไทย พี่ผมเปึนครูนะครับ ๒ คน พี่เขยเปึนอาจารย์ใหญ่ ผู้อํานวยการ ชีวิตครูเขาพูดไม่ออก เขาบอกว่ากินกันเรียบร้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เขาพูดนะครับ ผมไม่ได้พูดเอง นะครับ เขาพูดให้ฟัง เดี๋ยวหาว่าผมพูด แต่ท่านไปสืบเอานะครับว่า ถ้าผมพูดอะไรแล้ว มักจะเปึนเรื่องจริงนะครับ แล้วก็ผมห่วงครับว่าท่านก็สนิทกับผมดี ไปบ้านผมมาผมรู้ แต่ท่านพูด โอ.เค. ครับ แต่การ ปฏิบัติของคนอื่นผมไม่รู้เปึนอย่างไร ท่านต้องตรวจสอบให้ลึกซึ้ง เพราะตอนนี้ชื่อเสียง เรื่องนี้เรื่องหนังสือเรียน ชุดนักเรียนทั้งประเทศไทยเลยครับ ผมพยายามจะนั่งรถนั่งราไป ถามพวกครูบาอาจารย์ ไม่ทําให้ท่านดีขึ้นเลย ทําให้คะแนนดีขึ้นเลย นี่คือจากใจจริงครับ
ท่านรัฐมนตรีชุมพล ศิลปอาชา ครับ
ท่านประธานกระผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ ขออภัยท่านประธาน
ขอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อเนื่องสักนิดนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเอาค่าชุดนักเรียนไปจ่ายค่าเทอม อันนี้กระผมจะต้องตรวจสอบแน่นอนนะครับ แต่ว่า ถึงอย่างไรก็ตามโดยหลัก โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ ค่าเทอมฟรีนะครับ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมถ้าเปึนโรงเรียนรัฐบาล ยกเว้นโรงเรียนเอกชนครับ ถ้าเปึนโรงเรียน เอกชน เดิมท่านจ่ายค่าเทอมท่านจะจ่ายแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในอดีต เพราะว่ารัฐบาลช่วย อุดหนุนไว้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เช่น ค่าเทอมจริง ๆ โรงเรียนเอกชนควรจะเก็บ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่โรงเรียนเอกชนจะเก็บท่านแค่ ๔,๐๐๐ บาท เพราะรัฐบาลอุดหนุนไว้ ๖,๐๐๐ บาท แต่พอมีโครงการเรียนฟรีเราอุดหนุนเพิ่มอีกครับ ช่วยลดภาระผู้ปกครอง ช่วยจาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นค่าเทอมก็จะลดลงจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือนโยบายเรียนฟรี ถ้าโรงเรียนนี้เปึนโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มี ค่าเทอม จะไปเก็บค่าเทอมไม่ได้ เพราะค่าเทอมฟรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือสิ่งที่ ขอเรียนเปึนหลักก่อน แต่ว่าข้อเท็จจริงกระผมจะไปสอบให้ท่านนะครับ แต่ว่ากระผมต้อง ชี้แจงหลักก่อน เดี๋ยวจะเปึนที่เข้าใจไขว้เขวกันนะครับ
ประการที่ ๒ เรื่องหนังสือเรียน ท่านใช้คําว่า กินกันเรียบร้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ขออนุญาตเรียนว่าถ้ามีปัญหากระผมจะสอบให้ เพราะ หนังสือเรียนนั้นกระทรวงศึกษาธิการส่วนกลางไม่ได้เปึนผู้จัดซื้อ และได้โอนเงินไปให้กับ โรงเรียนครบถ้วนตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ผู้จัดซื้อคือโรงเรียน ถ้าโรงเรียน ทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กระผมเรียนต่อสภามาก่อนหน้านี้แล้ว กระผมจะดําเนินการในการ จัดการนะครับ อันนี้กระผมจะตรวจสอบให้ ที่สําคัญอีกอันหนึ่งขออนุญาตทําความเข้าใจ นิดหนึ่งครับ สําหรับกระผม กระผมไม่มีปัญหา กระผมเปึนนักการเมือง กระผมเปึน คนสาธารณะ กระผมยินดีที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ท่านบอกว่าโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ อย่างมีคุณภาพ ทําให้กระผมเสียคะแนนเยอะ ทําให้กระผมเสียหายมาก ก็ไม่เปึนไร ในส่วนของกระผม แต่ว่ากระผมไม่อยากให้คําพูดนี้ไปทําลายกําลังใจของข้าราชการ กระทรวงศึกษาธิการทุกคนที่เขาตั้งใจทํางานเรื่องนี้ ไม่อยากให้ไปเสียกําลังใจกับเพื่อนครู ทุกคนส่วนใหญ่ทั่วทั้งประเทศที่เขาทํางานนี้ด้วยความทุ่มเทเสียสละ จนกระทั่งโครงการนี้ กระผมคิดว่าประสบความสําเร็จเปึนอย่างดี ตรงกันข้ามกับความเห็นของคุณเกียรติกร ทําไมกระผมถึงกล้ายืนยัน วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการสํารวจของ สํานักงานสถิติแห่งชาติครับ สํานักงานสถิติแห่งชาติสํารวจในช่วงวันที่ ๑-๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา เรื่องความเห็นของประชาชนทุกจังหวัด ๗,๘๐๐ ตัวอย่าง ต่อทัศนะที่มีต่อ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ พบว่ามีประชาชนพอใจโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ อย่างมีคุณภาพถึง ๙๘.๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือสิ่งที่ขออนุญาตเรียนให้ท่านประธาน ได้รับทราบ ขอบคุณครับ
คุณเกียรติกรมีอะไรเพิ่มเติมหรือครับ
ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ขอสั้น ๆ เลยนะครับ ขอแค่ครึ่งนาทีนะครับ เพราะว่าต่อเนื่องมาครั้งหนึ่งแล้ว เราต้องให้ สิทธิผู้อื่นอภิปรายต่อด้วยนะครับ
ครับ จะยืนยันว่าโรงเรียนนี้ ท่านเปึนรัฐมนตรีท่านไม่รู้ว่าโรงเรียนป่ยะชาติพัฒนาในพระราชูปถัมภ์เปึนโรงเรียน เอกชนหรือโรงเรียนหลวงหรือครับ โรงเรียนป่ยะชาติพัฒนาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตําบลพรหมณี อําเภอเมือง จังหวัด นครนายก ท่านยังมาถามผมว่าโรงเรียนนี้เปึนโรงเรียนเอกชนอีกหรือครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรีชุมพล ศิลปอาชา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระผมขอสั้น ๆ นิดเดียว ๒ ประเด็นครับ เพื่อกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. เกียรติกร พากเพียรศิลปี ใน ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือวีซ่าฟรี และประเด็นก็คือเรื่องเงินกู้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว
สําหรับประเด็นแรก เมื่อเช้านี้กระผมเพิ่งเร่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยซึ่งจะเปึนผู้เซ็นวีซ่าฟรี ปรากฏท่านบอกว่ามีขัดข้องทางเทคนิคทาง กฎหมายบางประการก็เลยทําให้ช้าไปนิดหน่อย พรุ่งนี้ท่านจะเซ็นให้ครับแล้วก็เรียบร้อยครับ กระผมจะต้องเอาใบนี้ประกาศใส่เว็บไซต์ไปทั่วโลกเลยครับ ขอกราบเรียนว่าพรุ่งนี้ เรียบร้อยครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องเงินกู้ เรื่องกู้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว เวลานี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาแล้ว ๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไม่ต้องไปกู้ธนาคารพาณิชย์ครับ ธนาคารพาณิชย์ยุ่งยากมาก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ๆ พอสมควรไปกู้ ได้เลยครับ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องมีค้ําประกันมากมายเลยครับ ค้ํากันเองก็ได้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้มีผู้กู้ไปแล้วทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ภายในประมาณอีกเดือนกว่านี้ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้คงจะหมดแล้วนะครับ กระผมขอกราบเรียนเปึนข้อมูลให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ทราบแค่นี้ ขอบคุณมากครับท่าน
เชิญคุณสุวโรช พะลัง ครับ ๑๕ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนพระราชบัญญัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงินมาเพื่อที่จะฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่กระผม กราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับเพื่อที่จะบอกกับท่านประธานไปยังท่านผู้ฟังที่ฟัง และชมการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ครับว่า ด้วยน้ําใสใจจริงแล้วนะครับกระผมเชื่อว่า ไม่มีใครหรอกครับอยากจะทําลักษณะอย่างนี้ แต่ว่าในขณะนี้ก็ต้องยอมรับความเปึนจริง ของสภาวะของบ้านของเมืองที่มันเกิดขึ้นอยู่ในวันนี้ เราเปึนคนไทยเราก็ต้องมีความเห็นใจ กันครับว่าวันนี้ใครก็ตามมาเปึนรัฐบาลถ้าไม่ทําอย่างนี้ กระผมถามว่ามีทางออกอย่างอื่น ที่ดีกว่านี้ไหม นี่ต้องชื่นชมรัฐบาล ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ชื่นชมคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้ทั้งหมดครับ ทั้ง ๆ ที่หวานอมขมกลืนไม่อยากทํา แต่เพื่อประเทศชาติต้อง ทําครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเชื่อว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ถ้ากระผมบอกว่าพูดด้วยน้ําตาก็ว่าได้ พูดด้วยความขมขื่นใจก็ว่าได้ แต่จําเปึนต้องพูดเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่าในวันนี้มันเกิด อะไรขึ้นกับประเทศไทยของเรา ท่านพูดชัดเจนเห็นไหมครับ งบป้ ๒๕๕๓ งบลงทุน ๐ บาท นี่คือบ้านเมืองของเราในวันนี้ครับ เพราะฉะนั้นความจําเปึนในการที่จะกู้เงิน กู้มาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์อะไร กระผมถามว่าเหตุการณ์เหล่านี้อดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ไม่เคยมีครับ มีครั้งนี้เปึนครั้งแรก และการดําเนินการลักษณะอย่างนี้กระผมถามว่า มีความโปร่งใสไหม รัฐบาลเองพูดไว้ชัดเจนครับว่าถ้าหากมีสิ่งหนึ่งประการใดที่คิดว่า มีความเคลือบแคลง ที่เคลือบแคลงที่มีความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการในงบประมาณ ส่วนนี้นะครับก็สามารถดําเนินการในการตรวจสอบได้ ท่านประธานจะเห็นได้ว่า ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๗ พูดไว้อย่างชัดเจนครับว่า ภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่ สิ้นป้งบประมาณรัฐบาลต้องเสนอรายละเอียด หลักการ เหตุผลต่าง ๆ วิธีการในการ บริหารจัดการ เอาเงินทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปบริหารจัดการหมดจนครบ เอาไป ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร ต้องบอกรายละเอียดต่อรัฐสภา ถามว่าถ้ารัฐบาลคิดในสิ่งที่ ไม่ชอบมาพากลหรือไม่โปร่งใสนี่ครับ ไปกําหนดทําไมในมาตรา ๗ ตรงนี้มันบ่งบอกให้เห็น ครับว่าเราต้องการความโปร่งใส เราต้องการเห็นการตรวจสอบของระบบรัฐสภาใช่หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามครับสิ่งที่เกิดในโครงการของรายละเอียดทั้งหมดและให้มันมีความ สมบูรณ์เต็มไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอเหมือนกับที่พวกเราหรือท่านประธาน หรือพี่น้องประชาชนต้องการ ผมก็เข้าใจว่าเงินเพียงแค่นี้คงไม่เพียงพอหรอกครับ แต่เปัาหมายที่ต้องกู้มาไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไว้ชัดว่าตั้งกรอบเอาไว้กว้าง ๆ เท่านั้นเอง อาจจะใช้ไม่ถึงก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่สภาวะของประเทศของเราว่า เศรษฐกิจมันโงหัวหรือมันดีขึ้นหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้กําหนดในรายละเอียดของแผนงานต่าง ๆ ในเรื่องของ แผนปฏิบัติการของไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ นี่ครับ มันจะเปึนการบ่งบอกให้รายละเอียด หรือกรอบ พันธกิจของรัฐบาลที่จะต้องทําในงบประมาณไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่ครับว่ามันมีอะไรบ้าง ถึงแม้ว่ายังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่ผมเชื่อว่าถ้าหากสภานี้ได้ให้ความกรุณาต่อรัฐบาลรับหลักการและตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นไปพิจารณานี่ครับ ก็สามารถที่จะเอารายละเอียดในเปัาหมายวัตถุประสงค์ ต่าง ๆ ในงบที่ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันมีอะไรบ้าง กรอบภารกิจต่าง ๆ มีกี่ลักษณะ มีพันธกิจอะไรบ้าง มีเปัาหมายวัตถุประสงค์อย่างไร แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดเหล่านั้นก็คงเปึนประเด็นที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อ ฝากเปึนข้อสังเกตในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการในโอกาสต่อไป ๒ เรื่องด้วยกัน ซึ่งกระผมเชื่อว่าทั้ง ๒ เรื่องตรงนี้ครับ เปึนเรื่องที่เปึนหัวใจพี่น้องภาคการเกษตร ซึ่งตรงนั้น นะครับถ้าหากเศรษฐกิจมันฟุ๋นมีพี่น้องประชาชนทางภาคการเกษตรมีรายได้หรือมีต้นทุน ทางด้านการเกษตรที่ไม่สูงจนเกินไปนะครับ ก็สามารถที่จะพลิกฟุ๋นจากการอยู่ในสภาพที่ ต้องแบกภาระหนี้สินหรือแบกภาระค่าใช้จ่ายให้มันมีน้อยลง ซึ่งเมื่อผลผลิตทางด้าน การเกษตรออกมานี่ครับ อาจจะมีราคาไม่ดีเพียงพอ แต่ถ้าหากต้นทุนมันต่ําลงนี่ครับ ก็สามารถที่จะบรรเทาหรือลดภาระความรับผิดชอบหรือภาระหนี้สินของพี่น้อง ภาคการเกษตรได้ในสภาวะที่บ้านเมืองประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ได้ใน ระดับหนึ่ง ในเรื่องที่อยากจะกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตในเรื่องที่ ๑ ก็คือ ในงบประมาณ ที่บอกว่าจะกู้ไว้ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ครับก็จะมีกรอบภารกิจว่าจะไปทํา อะไรบ้าง สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อฝากเปึนข้อสังเกตในชั้น กรรมาธิการวิสามัญก็มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ ในเรื่องที่ ๑ กระผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนครับ ที่รัฐบาลได้ตั้งกรอบว่าวงเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการกู้นี้ครับ จะเอามาทําในเรื่องของ แหล่งน้ํา ตรงนี้ครับ เปึนเรื่องที่มีความจําเปึนและมีความสําคัญต่อชีวิตของพี่น้อง ภาคการเกษตรอย่างยิ่ง วันนี้ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าไม่ว่าจะไปภาคไหนครับ ถึงเวลาที่ภัยแล้งมันก็แล้งจริง ๆ ดินแตกระแหงเลยครับ แต่พอถึงเวลาที่น้ําหลากน้ําท่วม น้ําก็มาเยอะจริง ๆ แล้วก็ลงทะเลหมด เพราะฉะนั้นการที่กรมชลประทานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิดว่าในการที่จะเก็บกักน้ําเอาไว้เพื่อการเกษตรตรงนี้ กระผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะกระผม ไม่ใช่เฉพาะประธานสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ กระผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็เห็นด้วย งบประมาณที่ให้ในส่วนนี้นะครับ ถ้าคิดแล้วเปึนวงเงินงบประมาณถึง ๖๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนตัวเลขคร่าว ๆ ก็ตก ๑ ใน ๓ ตกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียวของงบประมาณในส่วนตรงนี้ ท่านประธานครับ ถ้าดูแล้ว นี่ครับงบประมาณในส่วนนี้ถ้าทําได้ในรายละเอียดลงจริง ๆ แม่น้ํา ต้นน้ําต่าง ๆ ที่มีความสําคัญนี่ครับ ทั่วทั้งประเทศนี่กระผมเชื่อว่าจะสามารถในการเก็บกักน้ําเพื่อใช้ใน การเกษตรและอุปโภคบริโภคได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมแล้วก็เพียงพอในภาวะที่ประสบ วิกฤติได้มากทีเดียว สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตก็คือ อยากจะให้มีการ เน้นในเรื่องของแนวทางพระราชดําริครับ โครงการแก้มลิง อย่างน้อย ๆ ก็มีต้นแบบให้เห็น ที่คลองหัววัง-พนังตักที่อําเภอเมือง จังหวัดชุมพรครับ นับตั้งแต่นั้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ ตามแนวทางพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรงนี้ครับ พี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดชุมพรมีความจงรักภักดีแล้วก็เทิดทูนไว้เหนือหัวสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เพราะตั้งแต่นั้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ น้ําไม่ท่วมชุมพรอีกเลยเพราะมีโครงการแก้มลิงที่ คลองหัววัง-พนังตัก และสามารถที่จะดึงน้ํานี่ครับไปใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภค ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเท่าที่กระผมเห็น เท่าที่กระผมสังเกต ในรายละเอียดของโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ นี่นะครับ กระผมมองว่า รายละเอียดเหล่านี้ที่ทําแก้มลิงนี่ครับยังมีไม่มากพอนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า จะกรุณาในการที่จะเติมหรือเสริมในส่วนตรงนี้ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่น้ํา สายหลัก ๆ ทั้งหลายนี่ครับ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าเวลาน้ํามันแล้งภัยแล้งนี่ครับ น้ําทะเลก็จะหนุนเข้ามา แต่พอเวลาน้ําท่วมนี่ครับ น้ําก็จะลงทะเลหมด และในขณะเดียวกันครับ ในแม่น้ําสาย ใหญ่ ๆ นี่ครับ ก็จะมีห้วย หนอง คลองบึง ตามสองฟากฝัืงคลอง ในห้วย หนอง คลอง บึง ตรงนั้นนะครับจะตื้นเขินหมด เพราะฉะนั้นในห้วย หนอง คลอง บึงที่มันเชื่อมกับแม่น้ํา สายใหญ่ตรงนี้ครับ ถ้าหากใช้แนวตามคู คลองต่าง ๆ ที่เปึนคลองธรรมชาติ ที่เปึนแนวห้วย ต่าง ๆ ที่ธรรมชาติที่ตื้นเขินนี่ครับ ขุดลอกให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และตรงไหนที่ทําเปึน กระพุ้งแก้ม เปึนแก้มลิงได้ ก็ทําเปึนแก้มลิง ระหว่างที่เปึนรอยเชื่อมระหว่างห้วย หนอง คลอง บึง ลงแม่น้ําสายใหญ่นี่ครับก็ให้ทําเปึนประตูเป่ด ป่ด ซึ่งในส่วนตรงนี้ครับ ในกรรมาธิการติดตามบริหารงบประมาณ ซึ่งกระผมเปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย ก็ได้ฝากเปึน ข้อสังเกตให้กับกรมชลประทานไปดําเนินการ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่เห็นแผนงานที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลในส่วนตรงนี้ครับว่า ถ้าสามารถทําโครงการแก้มลิงในห้วย หนอง คลอง บึงที่มันเชื่อมกับแม่น้ําสายหลักได้แล้วนี่นะครับ กระผมเชื่อว่าเวลาภัยแล้งมา เราก็จะมีน้ํา ถึงเวลาที่น้ําหลากเราก็เก็บน้ําไว้ได้ แล้วสามารถเอาไปใช้เพื่ออุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรด้วย เพราะฉะนั้นการลงทุนเพื่อเก็บกักน้ําเอาไว้ใช้เพื่อการเกษตรและ อุปโภคบริโภค กระผมเชื่อว่าเปึนโครงการที่คุ้มทุนอย่างแน่นอน นั่นก็คือในประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ ที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานแล้วก็เห็นด้วยครับ ก็คือ ในโครงการพื้นฐานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการเกี่ยวกับการลดภาวะของโลกร้อน ท่านประธานครับ ในขณะนี้เห็นไหมครับ เราตัดไม้ทําลายป์ากันเยอะ เราต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่า นับวันนี้ครับ หน้าร้อน มันก็ร้อนจริง ๆ พอเวลาหน้าฝน ฝนตกน้ําก็หลาก น้ําก็มากจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่เราต้อง กราบเรียนกันว่า สาเหตุของปัญหาที่แท้จริงก็คือต้นไม้เราหมด เพราะฉะนั้นการปลูกไม้ ให้กลับคืนมากระผมเชื่อว่าเปึนหัวใจที่พวกเราคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะเห็นประมุขของสภาของเรานี่ครับ ซึ่งได้ทํามาแล้ว แต่ว่าการทําลักษณะดังกล่าว เหล่านั้นนะครับ หลังจากที่เราปลูกเสร็จแล้วเรากลับ เราไม่รู้ว่าต้นไม้เหล่านั้นมันยังมีชีวิต รอดอยู่หรือไม่ ป้หนึ่งเราไปดูกันครั้งหนึ่งไม่พอครับ วันนี้เปึนแนวคิดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นใน รูปแบบของธนาคารต้นไม้ ซึ่งตรงนี้นะครับ กระผมทราบมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีนี่ครับ ได้ให้ความสําคัญในเรื่องดังกล่าว ได้เคยส่งที่ปรึกษาไปศึกษา ไปดูงาน วิเคราะห์เจาะลึก ในรายละเอียดต่าง ๆ ถึงความเปึนมาเปึนไปของธนาคารต้นไม้ ซึ่งเปึนการรวมกลุ่มของ ภาคเอกชนที่เขาต้องการที่จะลดภาวะของโลกร้อน ก็คือการปลูกไม้ขึ้นมาทดแทนในส่วนที่ ถูกทําลายไป โดยใช้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์มาเปึนต้นแบบในการปล่อย สินเชื่อ ก็คือสร้างความเปึนเจ้าของในต้นไม้ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนที่ดิน ส่วนบุคคลหรือที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่เสื่อมโทรมแล้ว ที่ป์าสงวนที่หมดสภาพไปแล้ว เราปลูกแล้วเรากลับแค่นี้ไม่พอครับ เพราะป้หนึ่งเราไม่ทราบว่าต้นไม้นั้นจะมีชีวิตอยู่ หรือไม่ แต่ถ้าเราสร้างความเปึนเจ้าของ ท่านประธานไปปลูกไม้ต้นหนึ่ง ไม้ต้นนั้น ท่านประธานสามารถไปดูได้ทุกวันทุกคืน แต่ว่าในขณะเดียวกันนี่ครับ ท่านประธานก็ไม่มี เวลาที่จะไปดูถึงขนาดอย่างนั้น ท่านประธานอาจจะฝาก นาย ก หรือนาย ข ให้ช่วยรักษา ต้นไม้ต้นนี้ไว้ด้วย ค่าใช้จ่ายมันมีครับ เขาเอาเงินจาก ธ.ก.ส. ครับ ต้นไม้ ๑๐๐ บาท องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ไปปลูกไม้นี่เขาถือต้นทุน ๑๐๐ บาทต่อ ๑ ต้น แต่ต้นไม้ตรงนั้น ออป. (องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้) ไปปลูกก็มีปัญหากับประชาชนเหมือนที่เปึนข่าวอยู่ ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นวันนี้เราเปลี่ยนความคิดครับ ให้ประชาชนไปปลูกไม้ในป์าเหล่านี้ครับ แล้วสร้างความเปึนเจ้าของให้กับประชาชนเสีย ถ้าต้นไม้ต้นนั้นไม่ตายไปเอาเงินจาก ธ.ก.ส. ได้เลยครับ ต้นละ ๑๐๐ บาท แต่ต้องไปกู้นะครับ มันมีดอกเบี้ยขึ้นมา ในป้ที่ ๒ ถ้าไม่ตายอีก ก็ได้อีก ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท อยู่ที่มูลค่าของต้นไม้ที่ปลูก ถ้าเปึนไม้มะฮอกกานี ไม้ที่มี มูลค่าทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ปาล์มน้ํามันไม่ใช่ต้นยางพารา แต่เปึนต้นไม้ที่มีมูลค่า ทางเศรษฐกิจอีก ๓ ป้ อีก ๑๐ ป้ อีก ๑๕ ป้ข้างหน้ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ มูลค่าทาง เศรษฐกิจต้นนี้ครับ สามารถเอาเปึนประกันกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ซึ่งในขณะนี้องค์กรภาคเอกชนเขาได้ทําอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ขายังลอยอยู่ ไม่มีกฎหมายรองรับ ไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังมีปัญหาอยู่ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครับ ธนาคารต้นไม้ตรงนี้ถ้าเรามาแปลงเปึนตามนโยบายของรัฐบาลคือเปึน ธนาคารที่ดิน เปึนโฉนดชุมชน เปึนคลังของที่ดินที่เปึนป์าเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเปึนที่ดินของ รัฐหรือที่ดินภาคเอกชนครับ แล้วเราก็มาดําเนินการปลูกป์าตรงนี้กลับคืนมา แต่เปึนไม้ เศรษฐกิจที่โตเร็วและใครปลูกต้นไม้ต้นนั้น รัฐบาลเพียงแค่ตั้งกองทุนงบประมาณขึ้นมา ส่วนหนึ่ง แล้วไปให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธนาคารออมสิน เพียงแค่ว่าไปจ่ายดอกเบี้ย ในกรณีที่พี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนเจ้าของต้นไม้ไปกู้มา แล้วต้องเสียดอกเบี้ยตรงนั้น รัฐบาลจ่ายเพียงแค่ค่าดอกเบี้ย ปลูกอย่างนี้ทั่วประเทศ รณรงค์กันทุกภาคส่วนทุกจังหวัด ซึ่งในขณะนี้ใช้ตามโครงการของธนาคารต้นไม้ที่มีอยู่ เปึนหลักโดยการดําเนินการความเขียวจะกลับขึ้นมา มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของต้นไม้ เหล่านี้ภายใน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ข้างหน้าครับ ความเขียวความชอุ่มเหล่านี้ก็จะกลับคืนมา เมื่อต้นไม้กลับคืนมา ความเปึนธรรมชาติก็จะกลับคืนมา เราก็จะมีทั้งน้ํา เราก็จะมีทั้ง ต้นไม้ และที่สําคัญครับ ดินมันไม่ตาย ในดินก็จะมีไส้เดือนกลับคืนมาเช่นเดียวกัน ซึ่งกระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดอยู่ในวิถีทางที่สามารถดําเนินการพลิกฟุ๋นเอาวิกฤติกลับมาเปึนโอกาสให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ กระผมกราบเรียนฝาก ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เหล่านี้ครับ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ซึ่งถ้าหากได้รับความกรุณาจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วนี่ครับ แล้วไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ กระผมเชื่อว่าสิ่งที่กระผมได้กราบเรียน ตรงนี้คงจะเปึนประโยชน์ในการที่จะพลิกวิกฤติมาเปึนโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศเพื่อเรียกความเขียวความชอุ่มกับคืนสู่พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณครับ
คุณนิยม ช่างพินิจ ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้เองต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติให้ อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ สิ่งทั้งหลายที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายไปนะครับ โดยเฉพาะสมาชิกฝ์ายค้านได้อภิปรายไปนั้น กระผมอยากจะ กราบเรียนให้ทราบว่าเมื่อวานนี้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทรวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอกสารที่มอบมาให้สภาได้ พิจารณานี่นะครับ มีเพียงเล่มเดียวโดยเฉพาะ พ.ร.บ. ซึ่งไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมากที่ว่าเพื่อนสมาชิกเองก็คงจะไม่เห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะ สมาชิกฝ์ายค้าน เพราะสิ่งที่ท่านจะกู้ ซึ่งอ้างว่าจะกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจก็ถือว่าเปึน สิ่งสําคัญที่ท่านพูดว่า มากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบไปกว่านี้ โดยเฉพาะโครงการต่าง ๆ ที่ท่านเอามากระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ท่านเสนอไว้ในรายการ รายละเอียด แต่ไม่มีจํานวนตัวเลขว่ากระทรวงโน้นเท่าไรกระทรวงนี้เท่าไร ตรงนี้ถือว่าเปึน สิ่งที่สําคัญมาก
และอีกประการหนึ่งท่านประธาน เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้และก็ วันนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแล้วพี่น้อง ประชาชน ๖๔ ล้านคน เปึนหนี้ตกคนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท หรือ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่รวม มาแล้วทั้งหมดที่กู้มาเปึนหนี้ตก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วต่อคน เพราะนี่มันต้องเปึนเรื่องที่ ละเอียดอ่อนมาก แล้วสิ่งที่สําคัญงบประมาณกลางป้ที่ผ่านมา ที่ทางสภาได้ผ่านไป โดยเฉพาะทางรัฐบาล ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านนําเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจครับ มีโครงการอะไรบ้างที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนคนส่วนใหญ่เปึนห่วง โดยเฉพาะในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน โครงการ ๒,๐๐๐ บาท ที่จ่ายให้ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่เลวร้าย มากที่สุด กระผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ผิดพลาด เพราะไปจ่ายคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง แต่คนที่ไม่มีรายได้เลย ตรงนี้ขาดโอกาสที่จะได้รับเงินตรงนี้ ท่านก็บอกว่า ไม่มีข้อมูลที่จะ เอามาจ่ายได้ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรายได้ที่ต่ําเกณฑ์ จปฐ. (ความจําเปึนพื้นฐาน) ต่อครอบครัว ท่านไม่เคยเอามาคิด และมาดูเลยว่าจะจ่ายตรงนี้ให้กับพี่น้องที่ต่ํากว่าเกณฑ์ โดยจะเปึนข้อมูลของรัฐที่ชัดเจน แต่ละครอบครัว แต่ละหลังคาเรือน แล้วสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นท่านประธานครับ เช็คช่วยชาติที่ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้เองถ้าถามพี่น้องประชาชนเขาไม่ได้บอกว่า เช็คช่วยชาติ เขาบอกว่า เปึนเช็คช่วยห้างสรรพสินค้า ที่ทางรัฐบาลจ่ายเช็คแล้วเข้าไปร่วมโครงการกับ ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก็บอกว่าได้รับคูปอง ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่สําคัญที่เอาคูปองไปแลกของ เขาบอกว่าอย่างไรรู้หรือเปล่าท่านประธาน เขาบอกว่าของที่แลกมาไม่ใช่ของที่ต้องการ ของที่ค้างสต็อกที่รัฐบาลเองไปร่วมโครงการกับห้างสรรพสินค้า กระผมคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ ครับอะไรบ้าง ทีแรกชาวบ้านก็นําเช็คนี้ไปแลก บางเจ้าก็ได้ ๓,๐๐๐ บาท บางเจ้าก็ได้ ๔,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่สําคัญเอาไปแลกซื้อของที่ต้องการใช้ประจําวันไม่ได้ ก็ต้องไปควัก เงินสดในกระเปิาซื้อ ไปแลกคืนก็ไม่ได้ ตรงนี้ละครับเปึนสิ่งที่ว่ากระผมดูแล้วมันไม่ได้ช่วย ชาติ ไปช่วยห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ครับ ถ้าเราคิดจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจริง ๆ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลเลย ทําไมไม่ไปร่วมโครงการกับ โอทอป อย่างนี้พี่น้องที่ผลิตสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโอทอปถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก เราก็เอาเช็คนี้ไปร่วมโครงการเลยแล้วช่วงนั้นก็จ่ายเช็คพอ ๆ กันครับ
แล้วมาโครงการต้นกล้าอาชีพที่คิดว่าดี แต่กระผมอยากจะถามว่า การแก้ปัญหาของรัฐบาลมันแก้ที่ปลายเหตุหรือแก้ตรงไหน วันนี้เองพี่น้องประชาชนที่ ตกงานนะครับ ตกงานเพราะว่าผู้ประกอบการยกเลิกไปต่าง ๆ ตกงานแต่ท่านไปฝ๊กอาชีพ ให้กับพี่น้องประชาชนแล้วพี่น้องประชาชนฝ๊กอาชีพออกมาแล้วก็จะไปทําอาชีพอะไร ก็ในเมื่อเขาตกงาน ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากนะครับ ก็ไปผลิตแรงงานออกมาก็ไม่มีงานทํา อยู่ดีเพราะเขาตกงานอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ไปสร้างอาชีพเขาใช้เงินตั้ง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้ แล้วกระผมถามว่าพี่น้องประชาชนจะมีความเชื่อถือได้อย่างไร แล้วมีการบอกว่าให้เชื่อในการทํางานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถามว่าใครเขา อยากจะเชื่อ เอาง่าย ๆ แค่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปผลิตเอาไปฝ๊กอบรม บุคลากรที่ตกงาน ถ้าตามหลักมันก็ตกงานอยู่แล้ว ถ้าเราจะแก้จริง ๆ ท่านประธาน ทําไมไม่ไปดูกลุ่มผู้ประกอบการที่จะล้มละลาย ที่ป่ดกิจการไปอย่างนี้เราไม่ไปดูไปกระตุ้นเขา แล้วสิ่งที่สําคัญการที่จะกู้เงินนี่ครับ กระผมก็ประกอบธุรกิจ ก็ควรจะบอกว่าจะกู้ที่ไหน ธนาคารพาณิชย์แห่งไหน กู้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วดอกเบี้ยเท่าไร แล้วจ่ายอย่างไร แล้วนํามาทํา อะไร อย่างนี้ควรจะชัดเจน ควรจะมีข้อมูลมาให้เปึนกรอบเพื่อนสมาชิกได้เปึน แนวความคิดบ้างแต่นี่ไม่มี บอกมาลอย ๆ ว่าจะกู้ภาคเอกชน กู้เงินในไทย กระผมจะถาม ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลนะครับว่า การที่เราจะกู้เงินจากแบงก์เอกชนเท่ากับเราไป แย่งผู้ประกอบการที่กําลังจะกู้ แล้วกระผมได้ข้อมูลมานะครับท่านประธาน ดอกเบี้ย ของแบงก์พาณิชย์ต่าง ๆ ดอกเบี้ยเงินฝากนี่ ๑ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ว่า จะเปึน เอ็มโออาร์ (MOR) ๖.๘๙ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ เอ็มอาร์อาร์ (MRR) ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ต่อป้ อย่างนี้เปึนต้น เอ็มแอลอาร์ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ครับ เคยดูบ้างไหมว่าแบงก์ ธนาคารในภาคของเอกชนเขามีดอกเบี้ยตรงนี้แล้วก็ผลต่างตรงนี้เขาได้กําไรเท่าไร ตามหลักจริง ๆ แบงก์ที่ดีจริง ๆ ไม่ใช่เอาผลต่างตรงนี้ เอาระหว่างเงินฝาก ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปล่อยกู้ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ เอาผลต่างตรงนี้มาเปึนกําไร อันที่จริงมันจะต้องอยู่ที่การ บริการหรือการเซอร์วิส (Service) นะครับตรงนี้ แล้วสิ่งที่สําคัญบอกว่ารัฐบาลเองจะไป กระตุ้นโดยจะไปให้ เอสเอ็มอี เปึนผู้ปล่อยกู้ กู้มาจากธนาคารพาณิชย์แล้วก็มาให้ เอสเอ็มอี เปึนผู้ปล่อย กระผมอยากจะเรียนถามวันนี้เอง เอสเอ็มอี เอ็มแอลอาร์ ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งแพงกว่าแบงก์พาณิชย์อีก แพงกว่าอีก แล้วกระผมถามว่ารัฐบาลจะช่วยผู้ประกอบการ นี่กระผมยังมองไม่เห็นว่าจะช่วยอย่างไร ลองไปศึกษาให้ดีครับว่าข้อมูลวันนี้ระหว่าง ธนาคารของ เอสเอ็มอี กับธนาคารพาณิชย์ดอกเบี้ยใครสูงกว่ากันนะครับ ต่างกัน ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ดูที่ เอ็มแอลอาร์ เหมือนกันนะครับ ระหว่างแบงก์พาณิชย์กับแบงก์ ของ เอสเอ็มอี อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญกระผมดูแล้วในการที่จะแก้ปัญหา หลายสิ่งหลายอย่าง กระผมในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ความที่ว่าจะเชื่อถือ ในรัฐบาลก็ไม่แตกต่าง วันนี้เองถ้าผมบอกว่าเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กระผมกลับไปบ้านนี่ กระผมเชื่อได้ว่าพี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยแล้วก็คงจะต่อว่ากระผมน่าดูนะครับ แล้วสิ่งที่ สําคัญที่สุดนะครับ สิ่งที่กระผมอยากเห็นรัฐบาลต่อยอดโครงการที่ประสบความสําเร็จ ของรัฐบาลของไทยรักไทย หรือที่ผ่านมาของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อย่างนี้ เปึนรูปธรรม พี่น้องประชาชนยอมรับ แต่รัฐบาลก็เฉยเมยไม่เคยคิดที่จะไปต่อยอดเลย ไม่ว่าจะเปึนโครงการกองทุนเงินล้าน กองทุนเงินล้านนี่ไม่มีที่ไหนหรอกครับ กระผมเองจะกู้เงิน ธนาคารเปึนผู้กําหนดดอกเบี้ย กําหนดระยะเวลาการส่ง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็มีหลักค้ําประกัน แต่ถ้าเปึนกองทุนเงินล้าน ที่ทําให้เงินไปถึงมือพี่น้องประชาชนรากหญ้า เขาคิดเอง เขารวมตัวแล้วเขาคิด กําหนด ดอกเบี้ยเอง กําหนดระยะเวลาการส่งเอง ตรงนี้เขากําหนดกรอบขึ้นมาเอง ตรงนี้ถือว่าเปึน สิ่งที่สําคัญมาก อย่างโครงการ เอสเอ็มแอล นะครับที่รัฐบาลที่ผ่านมาที่ทําให้เห็น ทําไมไม่คิด จะต่อยอด ไม่คิดจะเข้าไปต่อเติมตรงนี้และเข้าไปดู เพราะอย่างน้อยก็ได้ให้สร้าง ประชาธิปไตยให้กับพี่น้องรากหญ้าได้คิดเอง ทําเอง อย่างนี้ควรจะเพิ่มงบประมาณเข้าไป สิ่งที่สําคัญที่สุดกระผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ในฐานะที่กระผมเปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนแล้วก็พบประสบปัญหาอยู่ตลอดเวลาถ้าไปพบพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานทราบไหมครับว่า คนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศอาชีพเกษตรกรคือทําไร่ ทํานา แต่ที่น่าเสียดายและน่าเสียใจเปึนอย่างมาก ไม่มีโรงงานปุิยเปึนของตัวเองนะครับ วันนี้เองถ้าท่านประธานไปดูข้อมูลการนําเข้าปุิย จากป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๑ การนําเข้าลดลง ลดลงแล้วแต่ว่าจํานวนเงินเพิ่มขึ้น ตรงนี้กระผม คงจะไม่พูดว่าจํานวนเงินที่ต้องเสียไปเพิ่มขึ้นเพราะอะไร เพราะว่าอาจจะมาจากราคา น้ํามันหรือต้นทุนมันสูงขึ้น แต่ยอดการนําเข้าลดลงจากป้ ๒๕๕๐ มาป้ ๒๕๕๑ ตกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แต่สิ่งที่สําคัญพี่น้องเกษตรกรเขาคิดเองนะครับ เขาก็หันไปใช้ ปุิยชีวภาพ ไปคิดสร้างโรงงานเองเล็ก ๆ ทําเปึนโรงงานปุิยชีวภาพ ก็ลดการนําเข้าของ ปุิยเคมี ตรงนี้เองทําไมรัฐบาลไม่เข้าไปส่งเสริมนะครับ กระผมอยากเห็นรัฐบาลเข้าไป ส่งเสริม อย่างน้อย ๑ อําเภอ ๑ ตําบลเราทําอย่างไรจะให้พี่น้องเกษตรกรได้คิดได้เอาไป ต่อยอดตรงนี้ กระผมนี่พี่น้องเกษตรกรถามว่า ส.ส. ปุิยทําไมราคาแพงจัง กระผมนึกถึง อดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านเคยพูดไว้ว่า ถ้าการเปึนรัฐบาลต่อไปนี่ เราต้องเข้าใจว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนคืออะไร คือปัญหาราคาปุิยที่มีการผันผวนอยู่ที่ ราคาน้ํามันตลาดโลก เขาบอกว่า ๑ อําเภอ ๑ โรงงานนี่ต้องมีแน่นอน โรงงานปุิยชีวภาพ ต้องมีแน่นอน อย่างนี้เปึนต้น แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดครับ วันนี้เองพี่น้องเกษตรกรเรายังไม่ได้ ไปต่อยอดอะไร ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเขาเลย ไม่ได้ไปลดต้นทุนเขาเลย มีโครงการที่พูดกัน ลอย ๆ ขึ้นมานี่โครงการชลประทาน แต่ก็ยังไม่เห็นข้อมูลและเอกสารตรงนี้ว่าเอาไปใช้ กี่เปอร์เซ็นต์จากจํานวนเงินที่จะกู้มา ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ท่านประธานครับ ในการที่ว่า วันนี้เองสินค้าการเกษตร เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว แต่กระผมอยากจะฝาก ทําไมภาครัฐเอง จีทูจี ทําไมไม่ขายตรงกับรัฐต่อรัฐเลย วันนี้ต้องมาปล่อยผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งออกนี่นะครับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่น่าคิดและน่าสนใจมาก เพราะอันที่จริงแล้วอาจจะอ้างว่า ติดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่เปึนไรครับ ถ้าท่านบินไปต่างประเทศแล้วไปตกลงนี่ ไป ตกลงเจรจาแล้วก็มานําเสนอสภา กระผมเชื่อได้ว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านเห็นด้วยขายตรงไปเลย หรือจะไปเอาเทคโนโลยี เขามาก็จัดแลกกันเอาข้าวส่งแลกไปเลย แลกเปึนสินค้าไปเลย อย่างนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากครับ เมื่อก่อนนี้กระผมฟังจากพ่อค้าโรงสีและผู้ค้าข้าวเขาบอกว่า ตอนที่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี พอท่านได้ข่าวว่าท่านจะบินไป ต่างประเทศ บินไปจีนหรือบินไปต่างประเทศ พ่อค้าเขาเก็งกําไรแล้ว ข้าวขึ้นราคาแล้ว แต่ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้บินไปไหนมาไหนเคยมีบ้างไหมครับ มีไหมครับว่า พ่อค้าจะเก็งราคาข้าวจะขึ้นราคา กระผมว่าไม่มีนะครับ ซึ่งแตกต่างกันมากครับก็คงจะ พูดคุยแล้วก็ให้ตั้งข้อสังเกตนะครับ โครงการต่าง ๆ ที่อยากให้รัฐบาลนําไป โดยเฉพาะ โครงการสนับสนุนโครงการปุิยชีวภาพ ๑ โรงาน ๑ อําเภอก็ยังดีนะครับ คงไม่เจาะไปถึง ๑ ตําบลละครับ หรือที่เขามีอยู่แล้วไปต่อยอดไปช่วยเขาตั้งงบไปสนับสนุนช่วยเหลือเขา ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า การที่จะหาเงินเข้ารัฐมี ๑. กู้ ๒. ขายสมบัติของชาติ ขายสมบัติของชาติไม่มีแล้ว รัฐบาล ยุคนี้ไม่เอา กู้แน่นอน แล้วก็คงจะกู้ต่อ ๆ ไป แล้วสิ่งที่สําคัญก็ขึ้นภาษี ภาษีน้ํามันที่กระผม เคยอภิปรายไปครั้งหนึ่ง ท่านคิดว่าไม่มีผลกระทบหรือครับ โดยเฉพาะภาษีน้ํามันเบนซิน กระทบผู้คนที่เขาใช้รถจักรยานยนต์ขี่ไปทํางาน หรือนิสิต นักศึกษาขี่ไปทํางานตรงนี้ กระทบโดยตรงเลยสําหรับคนจน แล้วสิ่งที่สําคัญเมื่อวานนี้กระผมฟังการอภิปรายนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่พูดบอกว่า เช็กราคาน้ํามัน เผอิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่าข้อมูลของท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ซุกซนไป หรือเปล่า เอากันวันนี้เลยครับท่านประธาน วันนี้เอาไปเช็กข้อมูลได้เลยครับ วันนี้ราคา น้ํามันอยู่ที่ ๗๐ เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาขายปลีกอยู่ที่ ๒๗ บาท แต่ราคาที่สูงสุด ที่บอกว่าราคาผันผวนมันไม่นิ่งเอาที่ ๑๔๗ ไม่ต้องถึง ๑๔๗ เอาแค่ ๑๔๐ เหรียญดอลลาร์ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ ๔๒ บาท ท่านลองเปรียบเทียบบัญญัติไตรยางศ์สิครับ วันนี้เอง ถ้าเปรียบเทียบ ๑๔๐ เหรียญกับ ๗๐ เหรียญ ราคาน้ํามันต้องใช้อยู่ที่ประมาณ ๒๑ บาท นี่พูดถึงน้ํามันดีเซล เอาข้อมูลวันนี้เอามาคุยกันวันนี้เลยครับ ก็คงจะฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลมีโครงการที่กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะกู้ที่เกิดขึ้น กระผมเชื่อว่าสมาชิกโดยเฉพาะฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย และด้วยจิตสํานึกของเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน กระผมอยากจะฝากไว้เลยในฐานะที่เราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน วันนี้เอง เอกสารแค่นี้แล้วจะให้ผ่านงบประมาณกระผมว่าไม่มีใครทําได้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๑๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย การที่รัฐบาลได้ส่งร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะนําไปใช้ในมาตรการฟุ๋นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ถ้าหากว่าการกู้เงินในครั้งนี้ของ รัฐบาลกระทําในขณะที่ตอนนั้นรัฐบาลใช้เงินงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ เต็มจํานวน ไปแล้ว ดิฉันคงจะไม่ขัดข้องค่ะ ถ้าท่านจะนํา พ.ร.บ. เพื่อเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา แต่ในความเปึนจริงค่ะท่านประธาน ตอนนี้เท่าที่ทราบจากข้อมูลว่าการเบิกจ่าย งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เพิ่งจะมีการเบิกจ่ายไปประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลืองบที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ อีก ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ตรงจุดนี้ ถ้าทางรัฐบาลได้มีการเร่งดําเนินการในการปล่อยให้มีการดําเนินการตามโครงการของ ป้ ๒๕๕๒ โดยปล่อยงบประมาณออกมา ตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่าน่าจะนําเงินตรงนี้ไปกระตุ้น เศรษฐกิจได้โดยที่ยังไม่ต้องทําการออก พ.ร.บ. ขออํานาจในการกู้เงิน ต้องเรียนค่ะว่า แล้วที่รัฐบาลบอกว่าจะขอเงินเพื่อไปกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ อีกตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ประเทศของเรายังเหลือเงินงบประมาณอยู่ อย่างนี้ทําไม รัฐบาลถึงไม่ไปเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้เกิดการสร้าง งานจากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ก่อนละคะ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าพรรคฝ์ายค้านของเราจะ ไม่เห็นด้วยในการที่ท่านจะขอกู้เงิน แต่ว่าทางพรรคของเราอยากให้ท่านช่วยเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังค้างท่ออยู่ให้นําออกมาใช้ก่อน ถึงมาค่อยคิดพิจารณาในการ จะกู้เงิน และการจะกู้เงินก็คิดว่า ถ้ายังมีเงินเหลืออยู่ ณ ปัจจุบันอาจจะยังไม่ต้องขอกู้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ อาจจะขอกู้เพียงเท่าที่จําเปึนก่อน แต่อย่างนี้ท่านขอกู้โดยที่ เอกสารที่ท่านส่งมาให้สู่การพิจารณาของสภาก็มีแค่แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ระยะที่ ๑ ป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ท่านประธานคะ สิ่งที่ส่งมาประกอบการพิจารณาในการขอกู้ ต้องบอกค่ะท่านประธาน ไม่ได้มีรายละเอียดโครงการว่าจะดําเนินการเมื่อไร จะมีการ จัดหาเงินกู้มาจากที่ใด ไม่บอกว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไรในการคืน แล้วอย่างนี้จะให้พรรค ฝ์ายค้านของเราผ่านร่าง พ.ร.บ. ให้ท่านได้อย่างไรคะ ตรงจุดนี้ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วยถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน เมื่อมีความพร้อมก็จัดทําแล้วก็ดูให้ สมควรว่าน่าจะเปึนโครงการที่เปึนเรื่องหลัก ๆ ของประเทศเปึนโครงการที่มีความจําเปึน ค่อยนํากลับมาสู่การพิจารณาของสภา แล้วก็โครงการที่นํากลับมาสู่การพิจารณาในครั้งใหม่ ก็น่าจะเปึนโครงการที่มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ อย่าให้ประชาชนต้องกังขา อย่าให้ พี่น้องที่อยู่ในสภาของเรา ท่านสมาชิกทุกท่านมีความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะไปลงทําอะไร กันบ้าง จะไปใช้เงินอย่างไร ถึงตอนนั้นดิฉันก็คิดว่าสภาของเราก็คงจะไม่มีใครใจร้ายที่จะ อยากเห็นประเทศไม่มีเงินมาช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ต้องเรียนว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อจะมีการออก เสนอเข้าสภาตัวดิฉันเองก็ฟังข่าวมาค่ะ ท่านประธาน บอกว่าสภาพัฒน์ได้มีการออกมาแถลงข่าวว่าไตรมาสแรกของ ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ปรากฏว่าจีดีพีของประเทศไทยติดลบที่ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าอย่างไรคะ ก็หมายความว่าขณะนี้ในไตรมาสที่ ๑ ของป้ ๒๕๕๒ ปรากฏว่า จากความหมายนะคะท่านประธาน ก็หมายถึงตอนนี้รายได้เฉลี่ยของประชาชนลดลงค่ะ แล้วมาจากที่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้จากตัวเลขที่ติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ก็ทําให้เราเข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศเรา ก็ยอมรับค่ะท่านประธาน ว่าส่วนหนึ่งอาจจะมา จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มันตกต่ําลงอยู่ ณ ปัจจุบัน ประกอบกับในประเทศของเราเกิด เหตุการณ์ร้ายแรงทางการเมืองขึ้นหลายอย่าง มีทั้งการป่ดสนามบิน มีทั้งการทําความ ต้องเรียกว่า ๒ มาตรฐานบ้างก็ทําให้เปึนการทําลายเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศไทย แล้วก็เปึนการทําลายความน่าเชื่อถือในประเทศไทยส่วนหนึ่งนะคะ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ส่งผลถึงการส่งออก การท่องเที่ยวของเราทําให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนต่าง ๆ ตรงนี้ ต้องเรียนว่าตัวดิฉันเองก็เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านเข้ามาเปึน นายกรัฐมนตรีในสภาวะเศรษฐกิจที่เปึนอย่างนี้นะคะ และการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช เคยให้สัมภาษณ์บอกว่าการกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. เมื่อวาน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และวันนี้ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะจัดหาเงินทุนโดยการระดมเงินทุนจากตลาดภายในประเทศ ก็ต้องถามว่าตรงนี้ ท่านอาจจะออกเปึนพันธบัตรโดยขายให้ธนาคารพาณิชย์หรือว่าสถาบันการเงินใช่ไหมคะ แล้วอย่างนี้เมื่อท่านไปขายให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินในประเทศจะเปึนการดึงความเสี่ยง ก็คือประชาชนนะคะ อาจจะเปึนข้าราชการบําเหน็จบํานาญที่มีเงินฝากเล็กน้อยไปฝากเงิน ไว้กับทางธนาคาร เมื่อรัฐบาลจะไปขอกู้เงินก็มีพี่น้องหลายคนบอกว่า เงินเก็บไม่อยากจะให้ สถาบันการเงินที่ตัวเองฝากนํามาปล่อยกู้ให้กับทางรัฐบาลเลย ไม่ใช่เขาไม่รักประเทศค่ะ ท่านประธาน แต่เปึนด้วยความว่ากลัวว่ารัฐบาลกู้เงินบ่อย ๆ แล้วกู้บ่อยมากเครดิตไม่ดี เกิดไม่มีเงินมาจ่ายคืน ตัวประชาชนที่เปึนเจ้าของเงินฝากเปึนเจ้าหนี้ของธนาคารจะมี ความเสี่ยงหรือเปล่า ตรงจุดนี้เราโทษเขาไม่ได้ค่ะ เพราะว่าบางครั้งเมื่อเราสูงวัยขึ้น ท่านประธานคะ ลูกหลานอาจจะไม่ดูแล เขาต้องการเงินที่เขาฝากกับธนาคารตรงนี้เอาไปใช้ ในการดูแล ตรงจุดนี้เราต้องยอมรับเขาด้วย และที่สําคัญค่ะท่านประธาน ดิฉันไม่แน่ใจว่า การที่ตลาดในประเทศของเรามีสภาพคล่องอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่การที่ รัฐบาลบอกว่าถ้าผ่านร่างขอกู้ได้จะไปขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินในประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สมมุติว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันสามารถกระตุ้นแล้วได้ผลคือ ฟุ๋นตัวขึ้นมาได้อย่างที่ท่านคาดหวังเอาไว้ แล้วถึงตอนนั้นภาคเอกชนที่เขาต้องการจะ ลงทุนจะไปหาแหล่งเงินทุนจากที่ไหนคะ ตรงจุดนี้ก็ต้องฝากท่านให้ช่วยคิดด้วยว่า ทําไมประชาชนถึงเกิดความกลัวในการที่ต้องกู้เงินเยอะ ๆ อย่างที่เปึนข่าวทุกวันนี้นะคะ เมื่อมาดูค่ะท่านประธาน การที่รัฐบาลบอกว่าพระราชบัญญัติกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ที่กําลังเข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็เพื่อจะไปให้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ดิฉันก็ยังไม่แน่ใจนะคะท่านประธานว่า เมื่อประมาณหลายเดือนที่ผ่านค่ะ สภาเราได้มี การผ่านร่างงบประมาณกลางป้ ๒๕๕๒ จํานวน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทไปเพื่อกระตุ้นภาวะ เศรษฐกิจในระยะที่ ๑ ก็อยากจะถามค่ะว่าผลการดําเนินงานในโครงการต่าง ๆ นี่ค่ะ ประสบผลสําเร็จได้ผลเปึนอย่างไรบ้าง มีการประมวลผลหรือเปล่า มีการติดตามโครงการ หรือเปล่าในการที่จะมาดําเนินการต่อในระยะที่ ๒ ดิฉันคิดว่านะคะคิดในแง่ดี ถ้าสมมุติว่า ได้ผลอย่างสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะดําเนินการต่อเหมือนกัน ในระยะที่ ๒ แต่ท่านประธานคะในความเปึนจริง ดิฉันก็ต้องขอเรียนค่ะว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่ท่านคาดหวังไว้ค่ะ มาดูง่าย ๆ นะคะ วันนี้ดิฉัน ขอยกตัวอย่างโครงการต่าง ๆ ที่คิดว่าน่าจะนํามาบอกกล่าวให้กับทางรัฐบาลได้ทราบค่ะ ก็คืออันดับแรกค่ะ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้ โครงการนี้ถ้าถามความรู้สึกของดิฉันว่า ดีหรือเปล่า ต้องตอบเลยค่ะว่าดี แต่ว่าท่านประธานคะดีตรงไหน ดีตรงที่เด็กมีโอกาสได้ เรียนมากขึ้นอีก ๓ ป้ แต่ดิฉันคิดว่าโครงการเรียนฟรีไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจนะคะ มันน่าจะเปึนโครงการที่จัดสวัสดิการให้กับประชาชนมากกว่า และที่สําคัญค่ะมีพี่น้อง ประชาชนหลายคนมาบ่นกับดิฉันว่าการเรียนฟรีในงวดนี้น่าจะไม่ต้องจ่ายสตางค์ค่าเล่าเรียน แต่ทราบไหมคะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปรากฏว่าตอนที่ผู้ปกครองไป ลงทะเบียนเขาไม่ได้จ่ายเงินจริงค่ะ แต่เมื่อมีการเป่ดเทอมแล้วปรากฏว่ามีหลายโรงเรียน มีจดหมายไปถึงผู้ปกครอง ขอให้จ่ายเงินสนับสนุนโดยความสมัครใจเพื่อส่งเสริม การศึกษาของเด็กนักเรียน ตรงจุดนี้ท่านลองไปหาดูนะคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนมา ค่อนข้างมากว่าเปึนอย่างนั้น แล้วถามว่ามีผู้ปกครองไหนไหมที่ไม่จ่าย ไม่มีหรอกค่ะ ผู้ปกครองทุกคนรักลูกรักหลานอยากให้ก้าวหน้าในการศึกษา ทุกคนก็เต็มใจจ่าย ให้กับโรงเรียน แล้วตรงจุดนี้ตัวเลขที่ดิฉันได้มาปรากฏว่าการรับจํานํา ยอดการรับจํานํา ทรัพย์สินในช่วงการเป่ดเทอมท่านประธานทราบไหมคะว่ามีการจํานําสูงถึง ๑๖๐,๗๐๐ ล้านบาท ถ้าเรียนฟรีจริง ๆ ทําไมยอดจํานําช่วงเป่ดเทอมถึงสูงอย่างนี้คะ แล้วที่สําคัญค่ะมีคนบ่นมาอีกค่ะว่า เมื่อก่อนเรียนฟรี ๑๒ ป้ จ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกหลาน ประมาณ ๒,๗๐๐ บาท แต่ป้นี้เรียนฟรี ๑๕ ป้ ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกหลาน ๓,๕๐๐ บาท แล้วอย่างนี้เรียนฟรีจริง ๆ หรือเปล่าคะ นี่เขาฝากถามมานะคะ ดิฉันก็ฝาก ทางท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ตรวจสอบ อีกโครงการหนึ่งค่ะ โครงการเช็คช่วยชาติ ต้องเรียนค่ะท่านประธานว่าตรงจุดนี้ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้ไปรับเช็คอยู่อีกประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท อยากถามค่ะว่าตรงจุดนี้มีเงินเหลือจะนําไปทําอะไรคะ แล้วก็มีการ ประเมินไหมว่ามีการแจกจ่ายเช็คให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์นี้จริง ๆ แล้วกี่คน ยกตัวอย่างเช่น ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านสมคิด บาลไธสง ก็ต่างได้รับจดหมายเรียก ให้ไปรับเช็คช่วยชาติกันทั้งนั้น ท่านทราบไหมคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเงินเดือนคนละ ๑๐๐,๐๐๐บาท แต่มันเข้ากฎเกณฑ์ตรงไหนคะที่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตรงจุดนี้ค่ะ มีคนที่ได้รับแล้วไม่ไปรับเงินอย่างนี้อีกเยอะแค่ไหนคะ เงินตรงนี้ท่านจะไปทําอะไร แล้วที่สําคัญ พี่น้องเกษตรกรแล้วก็ผู้หาเช้ากินค่ําฝากดิฉันมาถามเลยนะคะว่า ทําไมมีการผิดพลาด อย่างนี้แล้วพวกท่านไม่คิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ โดยการให้กับเกษตรกรแล้วก็ ผู้หาเช้ากินค่ําหรือคะ ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ต้องลงไปตรงนี้ค่ะ เรามีการ ขึ้นทะเบียนคนจนเอาไว้ตรงนั้นเราสามารถไปดูยอดได้ ซึ่งถ้าท่านอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้เงินจริง ๆ ท่านน่าจะลงไปหาพวกเขาบ้าง พวกเกษตรกรมาบ่นน้อยใจว่า เงิน ๒,๐๐๐ บาทก็ไม่ได้ เงิน ๕๐๐ บาทก็ไม่ได้ เงิน ๖๐๐ บาทก็ไม่ได้ ราคาผลผลิตทาง การเกษตรก็ยังตกต่ําอีก การที่ท่านเข้าไปช่วยเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร ท่านทราบไหมคะ คนได้ผลประโยชน์ก็คือนายทุน แต่ว่าเม็ดเงินที่ลงไปสู่ประชาชนคือเกษตรกรนี้ มีเพียงน้อยนิด ตรงจุดนี้เขาก็น้อยใจค่ะ เขาถามว่าท่านอภิสิทธิ์จริง ๆ แล้วเอาแต่ ประชาชนที่มีการขึ้นทะเบียนกับทํางานแล้วขึ้นทะเบียนกับทางรัฐบาลและคนรวย เอาใจคนรวยให้ความสําคัญจริงไหม ทําให้ปล่อยปละละเลยเกษตรกรแล้วก็ผู้หาเช้ากินค่ํา ตรงนี้ดิฉันได้รับคําฝากถามมานะคะ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่อยากพูดถึงก็คือ เรื่องเกี่ยวกับโครงการผู้สูงอายุ การจ่ายเบี้ย ผู้สูงอายุ แล้วก็โครงการเกี่ยวกับค่าตอบแทน อสม. ดิฉันยอมรับว่าเปึนโครงการที่ดี ในการที่ท่านไปจ่ายเบี้ยเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุแล้วก็จ่ายค่าตอบแทนในการทํางานให้กับ อสม. แต่ว่าต้องยอมรับค่ะ น่าจะลดขั้นตอนการทํางานลงบ้างนะคะ อสม. กับผู้สูงอายุ คงไม่มีใครคิดจะโกงเงินของรัฐบาลของประเทศเราหรอกค่ะ มีแต่คนรักชาตินะคะ เพราะฉะนั้นน่าจะลดขั้นตอนความยุ่งยากในการรับงบประมาณตรงนี้บ้าง แต่ว่าก็ ไม่แคล้วมีเสียงบ่นเข้ามาค่ะท่านประธาน เขาถามว่ามีการให้เบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท กับผู้สูงอายุ ๖๐๐ บาทกับ อสม. แจกให้ ๒,๐๐๐ บาทกับคนที่มีรายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท แต่กลับมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ํามัน เรื่องบุหรี่ เรื่องเหล้า ต้องยอมรับค่ะ พี่น้องประเทศไทยเราไม่มีใครเดินมาทํางานค่ะท่านประธาน ทุกคนต้องใช้น้ํามัน พี่น้องอยู่ตามต่างจังหวัดเปึนเกษตรกรในการทําการเพาะปลูกก็ต้อง ใช้น้ํามัน จําได้เลยค่ะ มีคนบอกดิฉันว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรีของเรา เคยพูดไว้ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่า ท่านบอกว่าการขึ้น ภาษีสรรพสามิตน้ํามันจะไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ํามันและต้นทุนการผลิตสินค้า เพราะ รัฐบาลจะเข้ามากํากับดูแลและบริหารจัดการในกรณีที่ราคาน้ํามันในตลาดโลกแพง รัฐบาลก็ยังมีเงินกองทุนที่จะนํามาอุดหนุนราคาน้ํามันโดยไม่ต้องขึ้นราคาอีก แต่ปรากฏว่า ท่านทราบไหมคะ ผ่านไป ๓-๔ วันเมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตปรากฏว่าน้ํามัน ก็ขึ้นราคาทันที ๕๐ สตางค์ หลังจากนั้นขึ้นตามมา ๖๐ ๘๐ ๖๐ ๘๐ ตอนนี้ดิฉัน นับไม่ถ้วนแล้วว่าขึ้นมากี่ครั้งแล้วนะคะ และที่สําคัญท่านประธานคะ ดิฉันขอเวลา อีกนิดหนึ่งค่ะ ต้องยอมรับขอชมท่านรัฐบาลนิดหนึ่งค่ะ มีคนเขาบอกดิฉัน ดิฉันเคยไป คุยกับพี่น้อง เขาบอกว่าจําได้เลยผลงานของรัฐบาลชุดนี้ที่น่าประทับใจก็คือ การที่ท่าน ทําให้หมีแพนด้าก็คือหลินฮุ่ยกับช่วงช่วง มีลูกได้ แล้วก็มีการออกไปรษณียบัตร ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อ ปรากฏว่าตอนนี้ดิฉันทราบมาว่ามีชื่อที่คัดเลือกแล้ว ๔ ชื่อ เพื่อจะให้ประชาชนร่วมกันโหวตว่าจะให้ลูกหมีแพนด้าน้อยชื่อว่าอะไร แต่ตรงจุดนี้ ท่านประธานคะ ไปรษณียบัตรที่ออกมาให้ร่วมโหวตชื่อของหมีแพนด้าน้อยมีมูลค่า ๕ บาทต่อใบ ปกติไปรษณียบัตรมีมูลค่าแค่ ๒ บาท ท่านประธานคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่า จริง ๆ แล้วการที่ต้องขายใบละ ๕ บาท ท่านกําลังหากินบนผลประโยชน์ของประชาชน หรือเปล่าที่เอากําไรถึง ๓ บาท ถึงท่านจะบอกว่าเปึนการตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาแพนด้า ดิฉันก็อยากจะถามว่าในขณะนี้ประชาชน เกษตรกรคนยากจนเดือดร้อนท่านคิดถึง แพนด้ามากกว่าคนหรือเปล่าคะ และที่สําคัญดิฉันว่าชื่อ ๔ ชื่อที่เลือกไม่เข้าตาเลยค่ะ มันน่าจะชื่อ กู้ กู้ หรือว่า หนี้ หนี้ หนีหนี้นะคะ น่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันของเรา มากกว่า สรุปสุดท้ายเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันเองก็อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านทางท่านประธานไปทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐบาลค่ะ ในการพิจารณาพระราชบัญญัติให้กระทรวงการคลังในการไปขอกู้ในครั้งนี้ ถ้าเปึนไปได้ ท่านคะ ขอความกรุณาท่านถอนออกกลับไปก่อนค่ะ แล้วค่อยนํามาเสนอใหม่ ขอให้มี รายละเอียดโครงการต่าง ๆ ว่าจะลงที่ไหน ทําอะไร ให้มันมีความชัดเจนกว่านี้เพื่อให้ ความเคลือบแคลงสงสัยที่มีอยู่ในใจประชาชนและพี่น้องในสภาเราหมดไป ที่สําคัญ ขอความกรุณาท่านให้ช่วยดูแลในเรื่องการกระจาย การลงโครงการต่าง ๆ ขอให้มีการ กระจายแล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศด้วย ที่สําคัญค่ะท่านประธานต้องบอกว่า ขอให้ท่านดูแลความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันเพื่อจะได้ไม่มีข้อครหาอีกว่า ท่าน ๒ มาตรฐานค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ก็ได้มี โอกาสฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ก็เปึนการพิจารณาประกอบ ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ซึ่งก็มี วัตถุประสงค์คล้ายเคียงกันกับการพิจารณาพระราชกําหนดของพวกเราเมื่อวานนี้ก็คือ เปึนการให้อํานาจแก่กระทรวงการคลังในการที่จะกู้ยืมเงินเพื่อมาฟุ๋นฟูและแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของประเทศชาติ ผมต้องขออนุญาตเรียนต่อเพื่อนสมาชิกแล้วก็ผ่านสภาแห่งนี้ ไปสู่พี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายของเราอยู่ ว่างานของพวกเราในสภาแห่งนี้ ตลอดช่วงอาทิตย์นี้ถือว่าเปึนช่วงการทํางานที่มีความสําคัญต่อการร่วมมือกันในการที่จะ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก เมื่อวานนี้ก็ได้มีโอกาสตามที่ผมได้เรียนนะครับ พิจารณาพระราชกําหนด แล้วท่านก็กรุณาอนุมัติให้กระทรวงการคลังสามารถดําเนินการ ในการที่จะกู้ยืมเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็อีกครับ มีการพิจารณากฎหมายอีกฉบับหนึ่งก็คือพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทั้งสองกฎหมายเปึนส่วนสําคัญของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเปึนแผนการลงทุน ครั้งประวัติศาสตร์ของทางรัฐบาล เม็ดเงินรวมก็เกือบ ๑.๕ ล้านล้านบาท นอกจากนั้น ในวันพรุ่งนี้และวันพฤหัสบดีก็จะมีการพิจารณางบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๓ ต่อเนื่อง ซึ่งก็มีเม็ดเงินโดยรวม ๑.๗ ล้านล้านบาท รวมแล้ว ๓.๒ ล้านล้านบาท ที่พวกเราช่วยกัน พิจารณาเพื่อที่ประชาชนจะได้รับการเยียวยาและเศรษฐกิจจะได้รับการแก้ไข ในส่วนของ ป้ ๒๕๕๓ เอง นอกจากงบประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท ที่เราจะพิจารณากันในวันพรุ่งนี้แล้ว ส่วนของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่จะมีการเบิกจ่ายในช่วงป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ก็น่าจะมีเม็ดเงินอยู่ประมาณอย่างน้อย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยรวมเท่ากับรัฐบาล มีความพร้อมที่จะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเปึนเงินจํานวน ๒.๑ ล้านล้านบาท หรือ ประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจโดยรวมหรือ จีดีพี ของเรา ตัวเลขเหล่านี้นะครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายคงนึกภาพไม่ออกนะครับว่ามันมีความหมาย ว่าอย่างไร พูดถึงเงินล้านล้านบาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คําถามที่ตามมาจะต้อง มากมาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคําถามที่อาจจะมีว่าทําได้จริงหรือ จะเอาเงินมาจากไหน มีผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร และที่สําคัญที่สุดก็คือแล้วประชาชนเองจะได้อะไร นักธุรกิจเขาฟังผมคิดว่าเขาคิดออก แต่ในส่วนของพี่น้องประชาชนผมเห็นใจครับ เพราะว่ามันเปึนเรื่องสลับซับซ้อน เม็ดเงินก็เปึนเม็ดเงินตามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่นะครับ นึกภาพยากนะครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของพวกเราก็คือการให้ความกระจ่างผ่านการ อภิปรายผ่านการแลกเปลี่ยนในแง่ความคิดเห็นให้กับพี่น้องประชาชนจะได้สบายใจ จะได้ เข้าใจถึงความตั้งใจของทางรัฐบาล โดยรวม ๆ ถามว่าประชาชนได้อะไรนะครับ ผมก็จะ ขออนุญาตแยกเปึน ๒ หมวด
หมวดแรกก็คือ เรื่องของตัวเม็ดเงินงบประมาณ เม็ดเงินงบประมาณก็คือ เปึนเรื่องที่เราจะอภิปรายและชี้แจงกันในรายละเอียดใน ๒ วันข้างหน้า แต่ว่าในส่วนของ งบประมาณ ประชาชนสามารถสรุปได้ว่าในส่วนของเรื่องสวัสดิการ ไม่ว่าจะเปึนการ เรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ย อสม. เรื่องของการรักษาพยาบาลฟรีเหล่านั้นจะอยู่ใน งบประมาณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้นะครับว่า ข้อเท็จจริงเนื่องจากมีข้อจํากัดในแง่ของรายได้ของรัฐบาล มีความจําเปึนที่ทําให้เราต้อง ตัดงบประมาณที่เรามองว่ายังไม่มีความจําเปึนออกไปถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรับลดเม็ดเงินงบประมาณโดยรวมลงมาเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาทนั้นทําให้เม็ดเงินที่เปึน เม็ดเงินใหม่ที่นําไปใช้ในการลงทุนภายใต้กรอบงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ นั้นแทบจะ ไม่มีเลย ท่านได้ถึงกับพูดว่าไม่มีแม้แต่สลึงเดียว แต่เศรษฐกิจของเรานะครับ มีความ จําเปึนที่จะต้องพึ่งพาการลงทุน ผมขออนุญาตเรียนว่าตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจเที่ยวที่แล้ว การลงทุนในระบบเศรษฐกิจของเราแทบไม่มีผ่านมาหลายรัฐบาล เพราะฉะนั้นเราถึง ได้มาอยู่ที่นี่ครับเมื่อวานนี้ แล้ววันนี้อีกทั้งวันในการพิจารณา ๒ กฎหมายสําคัญภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเพื่อเราจะได้มีกําลังนะครับ มีกระสุนที่จะไปลงทุนไปต่อสู้กับ ปัญหาเศรษฐกิจเม็ดเงินรวมเกือบ ๆ ๑.๕ ล้านล้านบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนโครงการ การลงทุนที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชน สร้างงาน สร้างโอกาสในทุกจังหวัด พื้นที่ทั้งสิ้น ก็มีคําถามในรายละเอียดนะครับ ในส่วนของเพื่อนสมาชิก มีคําถามในเรื่องของความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของกฎหมายที่เรากําลังพิจารณาฉบับนี้นะครับ โดยเฉพาะจะมีคําถาม เกี่ยวกับมาตรา ๑๖๙ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจง เพื่อพวกเราจะได้เข้าใจตรงกัน ในส่วนของมาตรา ๑๖๙ ของรัฐธรรมนูญนั้น ได้พูดถึง การจ่ายเงินแผ่นดิน ซึ่งโดยสรุปได้พูดไว้ว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะทําได้ภายใต้กฎหมาย ๔ ฉบับ กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายก็คือ กฎหมายที่เรากําลังพิจารณา ในวันพรุ่งนี้ กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ และกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง นี่คือ ๔ กฎหมายที่สามารถที่จะอ้างอิงได้ในการจ่ายเงิน แผ่นดิน อันนี้ก็มีคําถามนะครับว่าในส่วนของมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ระบุไว้ว่า เงินที่ได้จากการกู้ตามมาตรา ๓ ให้นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้ โดยไม่ต้อง นําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กระทรวงการคลังอาจนําเงินที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในการ กํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐตาม กฎหมายว่าด้วยบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อใช้จ่ายหรือลงทุนเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ ก็มีคําถามนะครับว่า การที่มาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่ได้ ระบุไว้ว่าไม่ต้องนําส่งคลังนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ ที่ผมได้อ่าน ไปโดยสรุปเมื่อสักครู่หรือไม่ ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้และมาตรา ๔ ที่ผมอ้างถึง ก็เปึนมาตราที่อ้างจากกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณนะครับ ซึ่งมาตรา ๒๓ ในส่วนของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ป้ พ.ศ. ๒๕๐๒ ก็ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า การเบิกจ่ายนั้น ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้แต่เฉพาะ ตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ หรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือตามอํานาจที่มีอยู่ตามกฎหมายอื่น ประโยคสุดท้าย นี่ละครับ คือประโยคที่เราได้หยิบยกมาใช้ ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ก็คืออํานาจที่อยู่ตามกฎหมายอื่น ตามมาตรา ๒๓ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณนั่นเอง เพราะฉะนั้นความถูกต้องในส่วนของวิธีการของเราจึงมีความชัดเจน แล้วนอกจากนั้น มาตรา ๒๔ ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันก็ได้ระบุไว้ว่า บรรดาเงินที่ส่วนราชการได้รับ เปึนกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะได้รับตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ ให้ส่วนราชการที่ได้รับ เงินนั้นนําส่งคลังตามระเบียบหรือข้อบังคับที่รัฐมนตรีกําหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกําหนด เปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔ พระราชบัญญัติฉบับที่เราพิจารณาอยู่ก็ได้มีการ กําหนดเปึนอย่างอื่นนะครับ ตามมาตรา ๒๔ ของ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าน่าจะมีความกระจ่างต่อคําถามที่เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในส่วนของพระราชบัญญัติฉบับที่เรากําลังมีการพิจารณา ทีนี้มาถึงคําถามอื่น ๆ ที่มีต่อปริมาณเม็ดเงินกู้นะครับ ก็มีการถามว่ากู้จากไหน จะมีผลต่อการแย่งสภาพคล่อง ของภาคเอกชนหรือไม่ ประชาชนจะเดือดร้อนจากเงินกู้หรือไม่ จะคืนเงินอย่างไรนะครับ เหล่านี้ผมขออนุญาตใช้เวลาไม่มากนักในการที่จะให้คําตอบ กู้จากไหน
ประเด็นแรกนะครับ ในส่วนของทั้งพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติ เราก็ได้มีบทบัญญัติชัดเจนว่าเราจะกู้ยืมจากภายในประเทศเท่านั้น ที่มาของสาเหตุที่เรา กล้าที่จะยืนยันว่าเราจะกู้เงินจากในประเทศเท่านั้น ก็เพราะเราตระหนักว่า ณ ปัจจุบัน สภาพคล่องที่เขาเรียกกัน ก็คือมีเม็ดเงินในระบบเกินต่อความต้องการในการใช้ และเกิน ต่อความต้องการในการใช้ในปริมาณมหาศาลอีกต่างหาก กล่าวคือถ้ารัฐบาลไม่หยิบยก เม็ดเงินส่วนนี้มาใช้ เงินก็จะอยู่เฉย ๆ ไม่ถูกหยิบยกมาใช้เปึนประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ไม่มีการหยิบยกมาใช้เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแต่อย่างใดนะครับ ในส่วนของ วิธีการว่าจะกู้จากธนาคารไหน อย่างไร จะมีใครได้ประโยชน์หรือไม่นะครับ ผมก็ต้อง ขอเรียนว่า ทางสํานักบริหารหนี้ก็มีกระบวนการวิธีการในการเข้าถึงแหล่งเงินที่มีความ โปร่งใสมีระบบ แล้วก็ผ่านการประมูลในทุกกรณี ไม่ว่าจะเปึนการกู้ยืมโดยตรงจากทาง ธนาคาร หรือจะเปึนการออกพันธบัตรก็แล้วแต่นะครับ ในส่วนของการแย่งสภาพคล่อง ของภาคเอกชน ผมขอเรียนลําดับแรกนะครับว่า โครงการการลงทุนทั้งหมดมีเม็ดเงินโดยรวมก็คือ ๑.๕ ล้านล้านบาท ส่วนที่จะมาจากเงินกู้นั้น ก็คือเกินครึ่งเล็กน้อย ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าโครงการการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ นั้นเปึนโครงการที่จะมีการเริ่มดําเนินการในป้ ๒๕๕๒ แล้วก็มีการ ดําเนินการต่อเนื่องป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ และป้ ๒๕๕๕ เพราะฉะนั้นการกู้ยืมเงินก็กู้ยืม ตามความจําเปึนในแง่ของการเบิกจ่าย ไม่ได้หมายความว่าถ้าท่านกรุณาผ่านกฎหมาย ฉบับนี้ในวันนี้เราจะออกไปกู้ยืมเงินทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันพรุ่งนี้ คงไม่ได้ทํา เช่นนั้นแน่นอน ก็จะมีการแบ่งในแง่ของการเข้าถึงแหล่งเงินเปึนช่วง ๆ ไป ถ้าโดยเฉลี่ย ก็อาจจะสมมุติได้นะครับ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ก็อาจจะแบ่งโดย เฉลี่ยประมาณป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบต่อตลาดเงินมากถึง ขนาดที่ท่านได้มีความกังวล นอกจากนั้นผมก็จะขอเรียนว่าสภาพคล่องที่ผมบอกว่า มีเงินล้นระบบนั้นมันก็มีแนววิธีการวัดที่แตกต่างกันนะครับ ตัวเลขพื้นฐานที่สามารถจะ หยิบยกมาใช้ได้ก็คือ นิยามเรื่องของสภาพคล่องเกินต่อความจําเปึนตามนิยามของทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเปึนองค์กรอิสระ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยืนยันมา นะครับว่า ณ วันนี้สภาพคล่องในระบบมีสูงถึง ๑.๗ ล้านล้านบาท ก็คือเกินครึ่งความ ต้องการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของทางรัฐบาล ๑.๗ ล้านล้านบาท คือเม็ดเงิน ในระบบที่ ณ วันนี้ไม่มีใครต้องการที่จะใช้ รัฐบาลภายในช่วง ๓ ป้ ๔ ป้ข้างหน้าก็จะ หยิบยกเม็ดเงินประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทออกมาจากส่วนนั้น ผลกระทบต่อเอกชน ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีมากนัก แล้วผมก็เรียนไปตั้งแต่เมื่อวานนะครับว่าภาคเอกชนโดยรวม เขาก็รอคอยนะครับว่า พวกเราจะพิจารณาอนุมัติพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ เพราะ เขาอยากเห็นรัฐบาลมีบทบาทในการที่จะลงทุน ถามว่าทําไม โครงการไทยเข้มแข็งโดย ส่วนใหญ่เปึนโครงการที่จะลงทุนโดยการว่าจ้างคนในประเทศแล้วก็ซื้อสินค้าทุนจาก ในประเทศ พูดง่าย ๆ นะครับ ท่านลองนึกภาพเอา มีเงินเหลือในระบบ ผมพูดไปแล้ว รัฐบาลหยิบเม็ดเงินนั้นขึ้นมา ลงทุนสมมุติในโครงการลาดยางถนน ก็มีการว่าจ้าง ก็จ้างงาน คนไทยนั่นละครับ แล้วมีการซื้อปูน ซื้อซีเมนต์ ซื้อหิน ซื้อยางมะตอย ล้วนแล้วแต่เปึนสินค้า ผลิตในประเทศทั้งนั้น เงินจากรัฐบาลก็จะมีการผันจ่ายไปสู่มือของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในธุรกิจ เหล่านั้นที่มารับจ้างที่จะช่วยงานลาดยางถนนเส้นนั้น พูดง่าย ๆ เงินมันไม่ได้หนีไปไหน สภาพคล่องในระบบมันอยู่เท่าเดิมครับ ประชาชนได้รับเงินก็ไปจับจ่ายใช้สอย สุดท้ายผู้ที่ รับเงินไปก็เอาเงินกลับเข้าไปฝากในธนาคาร เม็ดเงินมันไม่ได้หนีไปไหนนะครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของสภาพคล่องนั้นท่านก็ต้องทําความเข้าใจนะครับว่าสิ่งที่รัฐบาลทําก็เพียงแค่ หยิบเม็ดเงินขึ้นมาใส่กลับเข้าไปในระบบ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้เงินของ รัฐบาล ผู้ประกอบการมีรายได้ มีความเข้มแข็งสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยในส่วนของ ธุรกิจของเขาได้ ก็สร้างรอบหมุนในเศรษฐกิจ สภาพคล่องไม่มีปัญหา เมื่อเอกชนต้องการ ที่จะกู้ยืมเงิน เงินก็ยังอยู่ในระบบเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านไม่ต้องกังวลมาก นะครับในส่วนของสภาพคล่อง และไม่ต้องกังวลมากนักในส่วนของผลกระทบของการ กู้ยืมเงินของรัฐบาลต่อความสามารถของภาคเอกชนที่จะกู้ยืม เพราะประเด็นในแง่ของ ข้อเท็จจริง ณ ปัจจุบัน สาเหตุที่มันมีเงินเหลืออยู่ในระบบก็เพราะภาคเอกชนเขายัง ไม่ต้องการที่จะใช้เงิน หรืออีกส่วนหนึ่งก็เปึนเพราะในส่วนของธนาคารนั้นเขาประเมินว่า ภาคเอกชนมีความเสี่ยงเกินไปที่เขาจะปล่อยกู้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็หยิบเม็ดเงินนั้น เพราะรัฐบาลไม่มีความเสี่ยงในสายตาของทางธนาคาร แล้วก็เปึนคนที่จะเอาเงินไปให้ ภาคเอกชนเองนะครับ
ส่วนแนววิธีในการกู้ยืมในส่วนของรัฐบาลก็มีหลากหลายนะครับ จะเปึน การออกพันธบัตรระยะสั้น ระยะยาว จะเปึนการกู้ยืมโดยตรงจากธนาคาร และรัฐบาลก็มี แผนที่จะออกพันธบัตรไทยเข้มแข็ง ก็คือ พันธบัตรออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝาก ณ ปัจจุบันของพี่น้องประชาชน เราก็มีความตั้งใจนะครับว่าเราจะให้ โอกาสผู้สูงอายุที่จะเข้าถึงพันธบัตรไทยเข้มแข็งนี้ก่อน เนื่องจากผู้สูงอายุก็พึ่งพาอาศัย ดอกเบี้ยเปึนรายได้สําคัญ แล้วเราก็ตระหนักและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ฝาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุในสภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝาก ณ ปัจจุบันค่อนข้างต่ํานะครับ ถือว่าต่ํามาก ดังนั้นรัฐบาลก็จะถือโอกาสในโครงการการลงทุนไทยเข้มแข็งของทางรัฐบาลนั้น ในการที่จะ ช่วยเหลือประชาชนในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ความเดือดร้อนของ ประชาชนที่มาจากเงินกู้ ความจริงผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ชัดเจนแล้วเมื่อคืนนี้ ประเด็นข้อเท็จจริงนะครับ เวลาเราพูดถึง หนี้สาธารณะ มันไม่ได้เปึนภาระโดยตรงของทางประชาชน ถ้าไปถามพี่น้องประชาชน โดยทั่วไปว่า รู้หรือไม่ว่า ณ ปัจจุบันรัฐบาลเปึนหนี้อยู่หรือไม่เปึน ผมคิดว่าส่วนใหญ่ ประชาชนไม่ได้รับทราบครับ และถึงเปึนหนี้ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อเขา ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไว้ด้วยซ้ําไปว่าพี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร พี่น้อง ที่ยากจนโดยส่วนใหญ่ไม่ได้มีภาระหน้าที่ในการเสียภาษีด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้ว ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม จากการกู้ยืมของรัฐบาลนั้นไม่มี ประเด็นที่น่าเปึน ห่วงมากกว่าก็คือ ถ้ารัฐบาลไม่ลงทุน ถ้ารัฐบาลเข้ามาแล้วอยู่เฉย ๆ เพราะไม่กล้าเสี่ยง กลัวฝ์ายค้านอภิปรายหรืออะไรก็แล้วแต่ อยู่เฉย ๆ ไม่หยิบเม็ดเงินที่เหลืออยู่มาลงทุนนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ผู้ประกอบการไม่มีธุรกิจ ประชาชนไม่มีงานทํา ภาระหนี้สินของ ประชาชนเองก็จะเพิ่มขึ้นโดยปริยาย ภาระหนี้สินของภาคเอกชนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย และนั่น ก็คือความเดือดร้อนโดยตรงของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเสมือนกับว่า ณ วันนี้ รัฐบาลรับภาระแทนพี่น้องประชาชน และรัฐบาลก็มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะแบก รับภาระนี้ได้โดยไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศในระยะยาว
ต่อคําถามว่าเงินที่กู้มานี้จะคืนอย่างไร ผมก็ขออนุญาตเรียนว่า เมื่อกู้ มาแล้ว เมื่อลงทุนแล้ว ผลตอบแทนที่จะกลับมาไม่ว่าจะในรูปของภาษี ไม่ว่าจะในรูปของ ความกระเตื้องทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ก็จะนําถึงโอกาสของรัฐบาลที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นใน อนาคต รัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะเจียดงบประมาณทุก ๆ ป้เพื่อชดใช้ในส่วนของดอกเบี้ยและ เงินต้น เปึนเรื่องปกติที่รัฐบาลก็ดําเนินการมาโดยตลอด และผมก็ยืนยันได้นะครับว่า ส่วนเม็ดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งครั้งนี้ไม่ได้เปึนภาระที่รัฐบาล ไม่สามารถที่จะแบกรับ และเราก็มีแผนกําหนดไว้ชัดเจนว่าเราจะคืนเงินนี้อย่างไร ข้อสําคัญก็คือ เจ้าหนี้เราก็คือพี่น้องประชาชนคนไทยกันเองนั่นเองนะครับ เพราะเรากู้ยืมเงิน จากสถาบันในประเทศ เรากู้ยืมเงินเปึนบาท ไม่ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันกับ เมื่อ ๑๑ ป้ที่แล้วที่ต่างชาติมาทวงหนี้จากเรา และเรามีปัญหาไม่มีเงินตราต่างประเทศ ที่จะไปคืนเขา
ในส่วนของคําถามนะครับว่า ทําไมถึงได้มีบทบัญญัติว่าพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในแง่ของอํานาจการกู้ยืมเงิน ระบุว่ากระทําได้ภายในกําหนดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า เอ๊ะถ้าให้เวลาถึงป้ ๒๕๕๔ ก็แสดงว่า ไม่เร่งด่วน บางท่านอภิปรายว่า เอ๊ะถ้าบอกว่าทําได้ภายใน ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ เท่านั้น แล้วทําไมแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งถึงเรียกว่า ๒๕๕๕ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อความ ชัดเจนนะครับว่า ที่บอกว่ากระทําได้ภายในกําหนด ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั้นคือการกู้ยืมเงิน ของทางรัฐบาล ส่วนของการเบิกจ่ายนั้นเรายังทําต่อเนื่องหลังจาก ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้ และที่มาของการกําหนดวันเวลาก็คือ ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะสื่อว่า อํานาจนี้ที่เรากําลัง ขอจากท่านให้กับทางกระทรวงการคลังนั้นเปึนอํานาจที่มีช่วงเวลาที่จํากัด ไม่ได้เปึนการ ขออํานาจถาวรในการกู้ยืมเงิน ถ้าเราขาดประสิทธิภาพในการลงทุน ขาดประสิทธิภาพ ในการกู้ยืม ทําให้ล่วงเวลาไปเกินกว่า ๒๕๕๔ เราก็จะไม่สามารถที่จะหยิบยกกฎหมาย ฉบับนี้มาใช้ได้อีก พูดง่าย ๆ ก็เปึนการสร้างกรอบวินัยและเกณฑ์บังคับในแง่ของ แผนปฏิบัติการของทางรัฐบาล ส่วนในเรื่องของรายละเอียดประเด็นนี้ผมก็ต้องขอเรียน ในชั้นนี้ว่าเห็นใจเพื่อนสมาชิก พวกเราเวลาอภิปรายงบประมาณในชั้นหลักการก็มักจะ ร้องขอถึงรายละเอียดโครงการในทุก ๆ ครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกันนะครับ ไม่ได้แตกต่าง แต่ผมจะขออนุญาตเรียนนะครับว่า การพิจารณาพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีขั้นตอน ตามปกติ คือหลังจากที่มีการลงคะแนนเสียงกันแล้ว ก็จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งรายละเอียดโครงการทั้งหมดก็มีความพร้อมที่รัฐบาลจะนําเสนอในชั้นกรรมาธิการให้ พิจารณาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเปึนรายละเอียดตามกระทรวง ไม่ว่าจะเปึนรายละเอียดตามจังหวัดนะครับว่า ในแต่ละจังหวัดจะได้รับเม็ดเงินเท่าใด เพราะฉะนั้นท่านสามารถที่จะพิจารณาใน รายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเปึนกรรมวิธีปกติอยู่แล้ว ในวันพรุ่งนี้เราจะพิจารณา งบประมาณ เราก็จะพิจารณากันในวาระหนึ่งซึ่งเปึนวาระหลักการ หลังจากนั้นก็ได้มีการ จัดตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเช่นเดียวกัน และพวกเราเช่นเดียวกันกับที่ทํามาทุก ๆ ป้ ก็จะสามารถที่จะพิจารณารายละเอียดงบประมาณตามกระทรวงได้ในชั้นกรรมาธิการ ในส่วนของพระราชบัญญัติฉบับนี้เหมือนกันครับ เรามาขออํานาจการกู้ แต่ขณะเดียวกัน เราก็เข้าใจว่าท่านก็อยากที่จะรับทราบในรายละเอียดว่ากู้ไปแล้วจะเอาเงินไปทําอะไร ผมขอยืนยันครับในชั้นกรรมาธิการท่านจะได้รับรายละเอียดนั้นแน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็ เพียงแค่อยากที่จะขออนุญาตนะครับว่า ถ้าท่านกรุณาผ่านกฎหมายฉบับนี้ให้กับทาง รัฐบาลนะครับ ประชาชน ณ โอกาสนี้ก็จะเห็นนะครับว่า นักการเมืองโดยรัฐสภาได้มี โอกาสในวันอาทิตย์ อาทิตย์นี้ซึ่งผมถือว่าเปึนอาทิตย์ประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย ในการที่พวกเราในสภาแห่งนี้จะร่วมมือกับรัฐบาลในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและยกระดับ คุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอบพระคุณครับ
เกือบพอหรือยังครับ เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง ๕ นาทีพอกระมัง ๑๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจที่รัฐบาลได้เสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมก็ต้องขออนุญาตเรียนสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนจะได้ทําความเข้าใจว่า เหตุผลที่รัฐบาลที่จะต้องเสนอขอความเห็นชอบในการกู้เงินจากสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขออนุญาตเรียนว่าไม่ใช่เปึนความที่อยากจะต้องกู้เงินครับ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจของ สังคม ท่านประธานคงจะจําได้ครับว่า เศรษฐกิจของประเทศของเรานั้นได้มีผลกระทบ จากเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีผลพวงจากประเทศมหาอํานาจเปึนต้นมา และมีผลกระทบกับ ทุกประเทศในโลกนี้ ท่านประธานครับ ด้วยความน่าเห็นใจรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการจัดสรรงบประมาณ ในขณะที่มาเปึนนายกรัฐมนตรี ปัญหาเศรษฐกิจของโลกก็มีผลกระทบ ทําให้การจัดสรรการบริหารงาน การจัดการเรื่อง การเงินในการที่จะไปพัฒนาประเทศนั้นอยู่ที่ภาวะความลําบาก แต่กระผมก็ต้องชื่นชมครับ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สําคัญที่สุดท่านได้จัดสรรงบประมาณ ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ไม่ได้จัดไปเพราะว่าเพื่อจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งครับ ท่านประธาน กระผมได้ดูโครงการและแผนงานที่ท่านได้จัดทําไว้ ท่านได้ทําไว้ ทั่วทั้งประเทศครับ ไม่ว่าจะเปึนของภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ท่านได้จัด งบประมาณไว้อย่างเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ ที่กระผมขอชื่นชมรัฐบาลนี้เพราะว่า กระผมเองเปึนคนที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งหนึ่งรัฐบาลภายใต้การนําของ รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดสรรงบประมาณครั้งหนึ่ง พวกกระผมได้รับ ผลกระทบมากครับ จากเหตุผลที่รัฐบาลในสมัยนั้นบอกว่า หากพรรคการเมืองซึ่ง ประชาชนให้ความไว้วางใจได้รับเลือกตั้งการเปึนผู้แทนแล้ว ก็จะได้จัดสรรงบประมาณไป อย่างมากมาย แต่ในเมื่อพรรคที่ไม่ได้รับเลือกการเปึนผู้แทนก็ไม่ได้รับงบประมาณ แต่ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตชื่นชมอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นได้จัดสรรงบประมาณเท่าเทียมกันทั่วทั้งประเทศ เพราะท่าน ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีของภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ท่านมองถึงในการแก้ไขปัญหาของ ในภาพรวม และท่านจะต้องยอมรับครับว่า ในการกู้เงินงบประมาณในครั้งนี้ไม่ใช่กู้เงินแล้วเข้ากระเปิา ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ กู้เงินเพื่อพัฒนาประเทศ ในเมื่อเศรษฐกิจ มีผลกระทบ ถามว่าจะให้คนที่เปึนรัฐบาล เปึนนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่มีเงินงบประมาณ ในการไปพัฒนาจะให้อยู่เปล่า ๆ อย่างนั้นหรือครับ ก็นี่เปึนเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลภายใต้ การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องกู้เงินเพื่อไปพัฒนาประเทศ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตได้เล็งเห็นว่ารัฐบาลได้มีการระมัดระวังในการจัดแผนงานโดยเฉพาะ การเงินการคลังของท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย งบประมาณอย่างที่ท่านสมาชิกได้มีความเปึนห่วงอยู่นั้น กระผมไม่กังวลเลย เพราะ กระผมดูในแผนงานที่ท่านได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร กระผมกลับชื่นชมด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับ กระผมที่เปึนห่วงมากที่สุดก็คือว่าได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ของ เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรนี้แหละครับ พยายามที่จะไม่ให้ผ่านงบประมาณนี้ พยายามที่จะให้รัฐบาลนั้นถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออกจากการพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร กระผมเรียนท่านประธานไปถึงฝ์ายบริหารครับ ท่านอย่าถอนครับ เพราะเหตุผลถ้าท่านถอนไปนี่ครับ กระผมไปดูในเรื่องในการบริหารการจัดการของรัฐบาล ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนกันมากมาย โดยเฉพาะในการจัดเงินเพื่อผู้สูงอายุ ถามว่า ถ้ามีการถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไปจะมีผลกระทบไหมครับ เรื่องการเรียนฟรี ๑๕ ป้ ของพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือนี้จะมีผลกระทบไหมครับ ทุกอย่างถ้าไม่มีเงิน มันจะมีผลกระทบหมดละครับ แม้กระทั่งในการประกันราคาพืชผลก็จะต้องมีผลกระทบ ท่านประธานครับ กระผมวิงวอนรัฐบาลนี้อย่าน้อยใจคิดถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ออก จากพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ กระผมกลับไปดูอีกอย่างหนึ่ง ก็อยากจะขอให้ท่านจะต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะในการสนับสนุนการท่องเที่ยว ในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ กระผมจําความได้ครั้งหนึ่งว่าในขณะที่เศรษฐกิจช่วงหนึ่ง มีภาวะความตกต่ําในขณะนั้น รัฐบาลภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้จัด ให้มีการสนับสนุนการท่องเที่ยวขึ้นมา โดยจัดให้มีบัตรอีลีท การ์ด (Elite card) ท่านประธานคงจะจําได้นะครับ ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปึนผู้รับดําเนินการใช้ งบประมาณในขณะนั้นถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๖ เดือนหลังจากนั้นก็ขอเพิ่มทุนอีกเปึน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เท่าที่กระผมติดตามเรื่องอีลีท การ์ด เปึนโครงการที่ ล้มเหลว เพราะว่ามันไม่เปึนไปตามเปัาหมายที่รัฐบาลในขณะนั้นได้วางไว้ สิ่งที่สําคัญ ที่สุดดันกลับไปอยู่ในภาวะความขาดทุนอีก ๑,๔๓๙ ล้านบาท ตรงนี้กระผมอยากจะฝาก ไปถึงฝ์ายบริหารว่าจะต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงิน การคิดจะต้องรอบคอบ ต้องไม่เร่งรีบในการที่จะดูแลงบประมาณ ซึ่งเปึนเงินงบประมาณเปึนภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชน ในที่สุดท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ถ้าท่านประธานได้แลได้สังเกตเห็น ก็จะมีการ วิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น ไม่ให้ความสําคัญในการดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ กระผมขอ อนุญาตเรียนว่าในการดูแลเรื่องงบประมาณในการไปแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสําคัญและรัฐมนตรี ทุกกระทรวงในรัฐบาลนี้ให้ความสําคัญ กระผมขออนุญาตยกตัวอย่างในเมื่อวานนี้จะมี ท่านสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรนี้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ จนว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะไม่สําเร็จ กระผมเรียนท่านรัฐมนตรี เรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และฝ์ายบริหารว่า ท่านเชื่อครับว่า รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนําการเมืองเข้าไปแก้ปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นเปึนสิ่งที่ถูกต้อง ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่า รัฐบาล ที่ได้ทําโครงการสั้น ๆ ว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้ตั้ง คณะกรรมการพัฒนาพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดูแลกิจการ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ กลับไปดูในส่วนของ รัฐมนตรีที่ได้ไปทําในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรนี้ ละครับ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้การพัฒนาด้านการศึกษา ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ นักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระดับขั้นพื้นฐานชั้น ม. ๖ มีพื้นฐานในการศึกษาสอบโอเน็ต เอเน็ต ระดับสุดท้ายสุดของประเทศ เปึนอันดับที่ ๔๖ ๔๕ และ ๗๔ อย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้ความสําคัญและก็ให้ การดูแลเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมีการพัฒนาในด้านการศึกษาให้มากขึ้น ท่านประธานครับ แม้กระทั่งรัฐมนตรีถาวร เสนเนียมก็ได้มีการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งเปึน ปัญหาที่รัฐบาลได้ออกเอกสารสิทธิไปทับที่ทํามาหากินของพี่น้องประชาชนในบริเวณ เทือกเขาบูโด ท่านประธานครับ ภายใน ๓-๔ เดือนนี้ท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็ไป แจกโฉนดที่บ้านปะลุกาสาเมาะ อําเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ๓๐๐ โฉนด ที่กะพ้อ ๒๐๐ โฉนด นั่นคือผลพวงจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนเข้าไปแก้ไขปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่าหลายโครงการที่รัฐบาล ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทําโครงการในการดูแลปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างจริงจังครับ ขออนุญาตขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปเชิญท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้เวลาเพราะเมื่อวานนี้ผมไม่ได้เวลาพอดี พอดีเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้พูดเรื่อง ปัญหาชายแดนภาคใต้ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ผมขอใช้เวลาของผมสัก ๑ นาที ยืนไว้ อาลัยให้พี่น้องชาวใต้ที่เสียชีวิตไปครั้งที่แล้ว ผมเห็นเปึนเรื่องใหญ่ท่านประธานครับ
ท่านยืนคนเดียวก็ได้ นะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขอสงบจิตรสงบใจสัก ๑ นาที
ขอตัดเวลาท่าน ๑ นาที
ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เหลืออีก ๒๕ วินาที
ที่ยืนไว้อาลัยนี่ก็เพราะว่า ๑. ครั้งที่ผม เปึนรัฐบาลในพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยท่านประธานครับ ผมขอกล่าวเลย ก่อนจะพูดเรื่องงบประมาณ วันหนึ่งผมนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ละครับ เช้ามีการยื่นกระทู้ ยื่นญัตติทุกวัน ว่าเมื่อไรประเทศไทยจะสงบ มีคนคนหนึ่งผมไม่อยากเอ่ยชื่อว่าเปึนใคร ท่านประธานครับ ลุกขึ้นพูดในสภาแห่งนี้ละครับว่า ถ้าอยากจะให้ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้สงบ ต้องไม่มีคนชื่อทักษิณ ชินวัตร แต่วันนี้ท่านประธานครับ ๖ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานคงเห็นว่าภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พี่น้องประชาชนชาวใต้ ตายไปอีกเท่าไร และเมื่อไรมันจะสงบท่านประธานครับ ฝากรัฐบาลนี้ให้ดูแลพี่น้องชาวใต้ ของผมให้ดีกว่านี้หน่อยนะครับ เพราะ ๑ ครูเสียชีวิต พระเสียชีวิต ล่าสุดตายตั้ง ๑๓-๑๔ คน ผมไม่อยากจะให้ข่าวนี้เงียบไป อยากจะให้เปึนประวัติศาสตร์ไว้ในเมืองไทย ท่านประธานครับ และอยากจะฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อสักครู่นี้พูดขึ้นไป หน่อยหนึ่งด้วย ผมนั่งอยู่ได้ยินว่า เปึนหนี้ไม่ได้กระทบต่อประเทศชาติ ประชาชน ผมว่า ท่านพูดผิดนะครับ เดี๋ยวท่านต้องแก้ตัวแทนผมด้วยนะครับ เพราะเรื่องของการกู้ผมก็คือ ประชาชนคนหนึ่งท่านประธาน ผมกลับไปที่บ้านเขาบอกเลยครับ ท่านประธานครับ ยังไม่ต้องอภิปราย ว่ากันไปก่อน เพราะผมเปึนฝ์ายค้านก็ต้องยื่นข้อหาให้รัฐบาลไป เรื่อย ๆ เหตุผลที่ผมจะพูดเพราะชาวบ้านเขาพูดว่ารัฐบาลนี้ผลงานดีเหลือเกิน ผลงานเด่น ของรัฐบาลครั้งที่ผมเปึนผู้แทนราษฎร เขาบอกว่า ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนรัฐบาล เปึนนายกรัฐมนตรี ๙๙ วันทําได้ ๙๙ วันผมก็รอคอยมา เห็นท่านประธานรอคอยอยู่จนมา มีงบประมาณเข้าสภา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมระยะเวลา ๕ เดือน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนยังคอยความหวังอยู่ว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่รัฐบาลกลับกู้อย่างเดียวแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ นี่เปึนคําบอกคําตอบจากพี่น้องประชาชนที่ให้ผมมา เขาบอกว่าอย่างไร ท่านประธานครับ ผลงานเด่นของรัฐบาลนี้มีอยู่ ๒ เรื่อง ท่านรู้ไหมครับเรื่องอะไรบ้างครับ เรื่องที่ ๑ ทําให้หมีแพนด้ามีลูกได้ เรื่องที่ ๒ ทําให้เด็กชายเคอิโงะเจอพ่อ นี่คือผลงานเด่น ของรัฐบาล ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหนนะครับก็ต้องบอกกันไป วันนี้ท่านประธานครับ ขอวนมาสู่ งบประมาณที่จะกู้ที่พี่น้องประชาชนฝากมา ในฐานะที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรมา ๒-๓ ครั้ง ก็เห็นกู้เห็นรายละเอียดในเล่มแล้ว จะอนุมัติไปได้อย่างไรท่านประธาน ท่านประธานลอง หยิบแล้วไปนั่งอ่านดูครับ โครงการไม่มี มีหน้า ๑ ถึงหน้า ๒๗ แล้วจะกู้อีกตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามันจะเปึนประวัติศาสตร์ครั้งแรกของประเทศไทย ท่านประธานครับ เปึนการกู้มากที่สุดในชีวิต ทําไมผมพูดอย่างนี้ รัฐบาลอื่นพอเขาจะกู้ ก็ต้องว่ากู้มาทําไม พอรัฐบาลนี้จะกู้ก็บอกว่ากู้มาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศ ผมว่าวันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศดูทีวีอยู่นะครับ วิธีการที่ดี ที่สุดผมว่ารัฐบาลนี้น่าจะเอาโครงการที่รัฐบาลนี้เคยพูดไว้นะครับว่า อยากจะเห็นเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าให้อยู่ดีมีสุข ให้อยู่ดีกินดี เพราะไม่มีหรอกครับรัฐบาลครับที่บอกว่าประเทศกําลังวิกฤติ วิธีจะแก้วิกฤติก็คือกู้ขึ้นมา มันไม่ใช่ มันเหมือนบ้านเราสาแหรกกําลังจะขาดกําลังจะเจ๊งกําลังจะจน ควรที่จะช่วยกัน ประหยัด ควรที่จะหาทรัพยากรจากบ้าน ถนนไม่ต้องสร้าง บ้านใหม่ไม่ต้องไปสร้าง รถไฟ ไม่ต้องไปสร้าง เอาพอมีพอกินพออยู่ แล้วส่งเสริมเรื่องการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน คนไทย ผมว่ามันจะน่าภูมิใจมากกว่าในการกู้ครั้งนี้ท่านประธานครับ ทําไมผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้มาใส่ร้ายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ยกตัวอย่างให้ฟังเฉย ๆ เพราะพี่น้องเขาบอกมาผ่านผู้แทนราษฎรครับท่าน ข้อ ๑ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่นะครับ ถ้าเราทําแล้วพออยู่ได้ พอมีพอกินไม่ต้องไปกู้เขา เมื่อวานนี้ผมก็ผ่านไปแล้วฉบับหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เอาเข้ามาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าประชาชนคนไทย เรื่องหนี้สาธารณะไม่ต้องพูดถึง ชาวบ้านไม่ได้เรียนสูงขนาดจะต้องรู้ว่าหนี้สาธารณะเปึน อย่างไร ก็ไม่ได้สนใจหรอกครับท่านประธานครับ ชาวบ้านเขาสนใจว่าวันนี้เขาจะมีกิน มีอยู่อย่างไร ยกตัวอย่างพี่น้องชาวบ้านผมจังหวัดลพบุรีนะท่านประธาน เอาแค่ปัญหา เรื่องข้าว คนทําเกือบตายท่านประธานครับกําไรไม่เหลือ น้ํามันแพง ค่าแรงขึ้น ปุิยแพง ยาแพง ขายไม่ได้ ชีวิตชาวนาพอท่านบอกว่าจะเลิกจํานําไปเปึนประกันเท่านั้นละครับ ชาวบ้านผมเปึนลมหลายคน เพราะอะไรครับ เพราะ ๑. เขาเริ่มต้นตั้งแต่ไถตั้งแต่หว่าน ปุิยแพง น้ํามันแพง ถึงเวลาจะขายขายได้ถูก ๆ ท่านประธานรู้ไหมครับ ประกันรัฐบาลนี้ ประกันไว้ ๑๔,๐๐๐ บาท เวลาไปถึงโรงสีขายได้เท่าไรท่านรู้ไหมครับ เกวียนหนึ่งประมาณ ๗,๐๐๐ บาท น้ําตาแทบร่วง ไปถึงโรงสีเขาบอกฝนตกความชื้นสูง สิ่งเจือปนผสมเข้ามา อีกเหลืออยู่ ๖,๕๐๐ บาท ผมถามว่าชาวนาชาวบ้านผมเอาข้าวไปถึงโรงสีแล้วไม่ขาย แล้วจะเอาไปไว้ไหน มันเหมือนผีถึงป์าช้าท่านประธานครับ มันต้องจําใจขาย วันนี้รัฐบาล ต้องหันไปมองเรื่องภาคเกษตร ข้อ ๑ รัฐบาลบอกว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเปึนเมือง เกษตรกรรม เพราะบ้านเราสินค้าดี อาหารดี ดนตรีไพเราะนะครับ วันนี้มันต้องเอาอย่างที่ ท่านพูดสิครับว่าอาหารดี ดนตรีไพเราะ ถ้าท่านไม่ทําอาหารดี ดนตรีไพเราะ ท่านเล่นกู้ อย่างเดียวนะครับ นี่คือเหตุผลที่ต้องมาเล่าผ่านสภานี้ไปนะครับ
ฝากท่านอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องพี่น้องประชาชนคนไทยอยากจะเห็นเหลือเกินว่า ความสามัคคี ความสมานฉันท์ในชาติ ท่านพูดเสมอว่าท่านเข้ามาปุ็บจะมีความสามัคคี ความสมานฉันท์ จากวันนั้นถึงวันนี้วันที่ท่านเริ่มแถลงนโยบายที่สภาอันทรงเกียรติ ที่กระทรวงการต่างประเทศนะครับ ผมก็ไม่ได้ฟังนโยบายท่านแถลงนะครับ เพราะว่าผม มารออยู่สภาท่านไม่มาแถลง ท่านก็ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ไม่ได้ทํา ตามที่ท่านอ่านไว้ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง ข้อ ๑ ท่านเขียนว่าท่านจะพัฒนาประเทศ แบบไหนตามนโยบายที่ท่านไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ไม่ได้ทําอย่างที่คิด ท่านเล่นบอกว่ากู้ฉบับนี้และไปกู้ฉบับหน้าและจะไปกู้อีกฉบับต่อไปอย่างนี้นะครับ พี่น้องประชาชนอยู่บ้านฝันผวาตื่นเช้าขึ้นมาถามว่า รัฐบาลนี้จะกู้อีกตอนไหนแล้วจะจบ เมื่อไร จะใช้หนี้อย่างไร นี่ละครับวันนี้ในฐานะที่ผมเปึนประชาชนคนไทยคนหนึ่งอาจจะ โชคดีหน่อยได้เปึนผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ต้องมาตรวจสอบกัน ไม่ใช่ว่ามาตําหนิติเตียน กันครับ ที่ต้องพูดอย่างนี้เพื่อไม่อยากจะเห็นประเทศนี้โดนยึดอํานาจจากประเทศ ตัวเองไป วิธียึดไม่ยากท่านประธานครับ ครั้งหนึ่งผมเปึนผู้นําแรงงานตอน ไอเอ็มเอฟ ท่านประธานคงจะรู้นะครับ ประเทศไทยมีหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเปึนผู้ใช้แรงงาน ไอเอ็มเอฟ บอกว่าจะให้กู้ทําอย่างไร ต้องออก กฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับที่ผ่านมาท่านประธานคงเห็น ท่านประธานคงรู้ วันนี้เกิด อีกแล้วครับท่านประธาน กู้วันนี้เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วเมื่อไรจะใช้หนี้หมด ตรงนี้ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเวลานะครับ ผมต้องฝากรัฐบาลนี้ครับช่วยกันแก้ไขปัญหา ท่านบอก เสมอว่าขอให้ฝ์ายค้านให้ช่วยยกมือให้ผ่าน ถ้าผ่านกันไปง่าย ๆ เพียงแต่ท่านส่งหนังสือมา เล่มเดียวแล้วบอกให้ผ่านไป ต่อไปผมจะกลับไปตอบพี่น้องประชาชนคนไทยที่เลือกผมมา ได้อย่างไรครับว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพูดกันแค่คืนเดียววันเดียวแล้วก็คุณยกมือให้ผ่าน ไปในสภาแห่งนี้ ผมทําไม่ได้ครับท่านประธานครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งเรื่องที่จะฝากไปถึงเรื่องพี่น้องประชาชนคน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ของเราว่า วิธีแก้ไขปัญหาอย่างไรผมพอจะเห็นช่องทางฝากไว้ในสภา ตรงนี้ท่านประธานครับ วิธีแก้ไม่ยากท่านประธาน ก็ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเมืองที่ มีปัญหาเราต้องยอมรับว่าโจรผู้ร้ายไม่เท่าไร ทหารตํารวจมากกว่าชั่วโมงนี้ ท่านประธาน ลองคิดดูสิครับว่า ทหารในประเทศไทยนี้มีเท่าไร ย้ายไปเลยครับสัก ๓ กรมไปไว้จังหวัด ละกรมใหญ่ ๆ เลยครับเอาคนไปเยอะ ๆ ไปอยู่ เอาทหารไปอยู่ ผมว่าในกรุงเทพฯ หรือว่า บริเวณใกล้เคียงในชั่วโมงนี้ไม่ต้องไปรบกับใครแล้วครับ เพราะประเทศเพื่อนบ้านนี่เปึน มิตรกันหมดแล้วไม่ต้องไปรบ คอยไปปกปัองพี่น้องชาวจังหวัด ๓ ชายแดนภาคใต้ ของเรา แล้วงบประมาณจะได้มากขึ้น แล้วอีกอย่างหนึ่งเอารถถังไปไว้ที่ชายแดนครับ ท่านประธานครับ เวลาปฏิวัติรัฐประหารจะได้มาช้าหน่อย ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณครับ รักษา เวลาได้ดีมากครับ เชิญท่านอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เชิญครับ ๑๕ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้กรุณาให้เวลาผมได้มีโอกาสอภิปรายถึง ร่างพระราชบัญญัติที่จะให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ หลายท่านได้อภิปรายมาในวันนี้ก็เปึนสาระนะครับ แล้วผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี หลายท่านในวันนี้ก็ได้ลุกขึ้นมาแล้วก็ตอบคําอภิปราย ตอบคําถามท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ที่ได้ถามไปก็หลายประการด้วยกัน ก็พูดกันหลากหลายนะครับ ฟังทั้ง ๒ ทางแล้วก็มีความน่าเชื่อถือทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ดีครับเรื่องของการกู้เงินนั้น เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่าเมื่อมีการตัดสินใจ ในการกู้เงินขึ้นมาแล้ว การรับผิดชอบในเรื่องของเงินที่จะต้องใช้ ที่ยืมมาแล้ว และเราจะต้องใช้เขาต่อไปในอนาคตนั้นย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ วันนี้ในหลักการ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ฟังมาแล้ว ๒ วัน ถ้าติดตามกันอย่างใกล้ชิด ก็จะมีความเชื่อมั่นว่าวันนี้ประเทศชาติความจําเปึนที่จะต้องกู้เงิน แต่จะกู้กันอย่างไร นะครับก็กู้กันไปเถอะครับ ประเด็นสําคัญมันอยู่ที่ว่าเมื่อท่านกู้เงินมาแล้ว ท่านได้ใช้ตาม วัตถุประสงค์ของการกู้ก็คือการมาสร้างประโยชน์สุขให้กับพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ แล้วมันเปึนมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจทําให้พี่น้องประชาชนมีความสุขสบายขึ้น จริงหรือไม่นะครับ เพราะว่าครั้งที่แล้วผมจําได้ในสภาแห่งนี้แหละครับ ได้อนุมัติเงิน ๑.๑๖๗ แสนล้านบาทที่อภิปรายกันว่าจะนําไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่างบกระตุ้นในระยะที่ ๑ นะครับ ที่หลายท่านอภิปรายไปแล้วผมคงจะไม่กล่าว ในรายละเอียดอีก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเช็คช่วยชาติ เรื่องของโครงการต้นกล้าอาชีพ หรือแม้แต่เรื่องของการเรียนฟรี ๑๕ ป้ มีคนตั้งข้อสังเกตไว้มากมายครับว่าเปึนงบหาเสียง หรือว่างบช่วยเหลือประชาชน ซึ่งวันนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจนี่แหละครับ ดัชนีตัวเลขทาง เศรษฐกิจนั้นชี้ว่าการกระตุ้นที่ผ่านมาที่ท่านขออนุมัติจากสภาแห่งนี้ไปมันยังล้มเหลว ผมเตรียมตัวเลขมาเยอะแยะเลยครับ แต่เกรงว่าพูดไปแล้วพี่น้องประชาชนทางบ้านก็คง จะเข้าใจได้ยากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ จีดีพี เรื่องของเงินเฟัอ เงินเฟัอตอนนี้สูงสุด เท่าที่เคยปรากฏนะครับ หรือแม้แต่เรื่องของการส่งออก แต่วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ทางบ้านจะเข้าใจได้ดีครับเรื่องของดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล้มเหลว แบบชาวบ้านนะครับ ผมมีดัชนีชี้วัดตัวนี้มาเล่าให้ฟังครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล้มเหลวนี่นะครับ นําพาไปสู่การก้าวกระโดดของอาชญากรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครับ ในฐานะผู้แทนของกรุงเทพมหานครวันนี้ผมมีความทุกข์ใจ มากครับ แล้วผมเชื่อว่าอีก ๖ เดือน ๑ ป้ จากนี้จะเกิดกลียุคขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร ฟังตัวเลขนะครับท่านประธานครับ ๔ เดือนจากมกราคมถึง เมษายนมีคดีทั้งสิ้นที่เกิดเปึนอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร ๔๑,๘๒๓ คดี ตัวเลขนี้คือ ทุก ๆ ๔ นาทีครับท่านประธาน จะมีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้น คดีฆ่าคนตายใน ๔ เดือน ๓๑๖ คดี เท่ากับว่าตายวันหนึ่ง ๒-๓ คน แล้วสําหรับสุภาพสตรีคดีข่มขืนเฉลี่ย ๑๔ ราย ต่อวัน หรือว่าถ้าคิดง่าย ๆ ก็คือ ๑-๒ ชั่วโมง สุภาพสตรีในกรุงเทพมหานครโดนข่มขืน ๑ คน แล้วก็สิ่งที่สําคัญที่สุดมาจากระบบการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล้มเหลวนี่แหละครับ ที่ประชาชนนั้นมีความอดอยากยากแค้น คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือที่เราเรียกกันว่า ลักทรัพย์นี่แหละ วันละ๔๗ ครั้ง ๔๗ ครั้งนั้นก็คือชั่วโมงละ ๒ ครั้ง หรือจะดูอีกอันหนึ่ง ก็ได้ครับก็คือคดีที่มีรถมอเตอร์ไซค์ จักรยานยนต์นี่แหละครับหาย ๕,๐๓๔ คดี วันละ ๔๒ ครั้ง หรือว่าทุก ๆ ๑ ชั่วโมงจะมีจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครหายไป ๒ คัน และที่ ตามมาครับ เมื่อไรก็ตามความจนมันมานี่นะครับยาเสพติดก็มาทัน ท่านประธานครับ เดือนละ ๗,๒๘๔ คดี ๖ นาทีมีอาชญากรรมเรื่องของยาเสพติด ๑ คดี เพราะฉะนั้น ถ้าตัวเลขยังไต่ไปแบบนี้ในป้นี้จะมีผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมอย่างน้อย ๑๒๐,๐๐๐ คน หรือว่าทุก ๆ ๔๐ คนที่เราเดินไปเราจะพบผู้ที่เสียหายจากอาชญากรรม ๑ คน จาก ๔๐ คน ผมต้องชี้ตรงนี้นะครับ เพราะว่าผมอยากจะบอกว่างบประมาณใด ก็แล้วแต่ที่นําไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นท่านต้องทําให้ได้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของเงินที่ ท่านกู้ครับ ก็อยากจะชี้ประเด็นไว้เท่านี้ละครับก่อนที่จะขออนุญาตได้แนะนําในเรื่องของ ประเด็นที่หลายคนที่อภิปรายมาแล้วยังไม่ได้พูดถึงเลย ผมเปึนอดีตนายทหารอากาศ ผมเติบโตมาจากกองทัพอากาศ มีความผูกพันกับกองทัพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่น มาตลอดนะครับ ก็คือนโยบายความมั่นคงของรัฐสามารถไปได้ด้วยกันเลยนะครับ กับมาตรการที่เราจะมากระตุ้นเศรษฐกิจในวันนี้ ผมขออนุญาตอ่านนโยบาย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ เสียใจผม ไม่ได้ไปฟังด้วยตัวเอง ในเรื่องนโยบายความมั่นคงของรัฐ ข้อ ๒.๒ ผมตัดเฉพาะข้อความ ที่สําคัญ บอกว่า จะสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาอุตสาหกรรมปัองกัน ประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง ประเด็นนี้แหละครับที่ผมจะต้องเน้นให้กับ ท่านประธานฝากไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เพราะว่าวันนี้เรื่องของวิสัยทัศน์ ในการจะมองเรื่องของอาวุธนั้น คงจะต้องเปลี่ยนไปแล้วครับ ท่านดูแลความมั่นคงนี่ก็คง จะต้องพูดกับเหล่าทัพครับ จะเปึนกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศก็ดีว่าอาวุธวันนี้ ไม่ได้ขึ้นว่าท่านจะมีป๋นกี่กระบอก ท่านจะมีรถถังกี่คัน หรือท่านจะมีเครื่องบินกี่ลํา ก็แล้วแต่ เพราะว่าอาวุธวันนี้ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกที่ท่านใช้ วันนี้อาวุธที่เรา ต้องการเปึนอาวุธที่เกิดจากการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าสมองกลครับ วันนี้อุตสาหกรรม ปัองกันประเทศของเราทั้งภาครัฐและเอกชนกําลังโดนทอดทิ้งครับ ผมไม่แน่ใจว่าผู้นํา เหล่าทัพเวลาจะพิจารณาจัดหาซื้อยุทโธปกรณ์ก็มองไปที่ต่างชาติต่างประเทศ เสียเงิน เปึนหมื่นเปึนแสนล้านบาท ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วขีดความสามารถของกองทัพ ผมขออนุญาตยืนยันผมชื่นชมกองทัพ กองทัพมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ จบจาก โรงเรียนเตรียมทหารเข้าไปต่อในโรงเรียนนายร้อยทั้ง ๓ เหล่าทัพ ได้ส่งบุคลากรของเราไป เรียนแล้วก็จบการศึกษาเปึนดอกเตอร์จบเฉพาะทาง มีขีดความสามารถมากมาย แต่เมื่อ กลับมาอยู่ในประเทศไทยสมองไหลหมด ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมเปึนเช่นนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้อาวุธยุทโธปกรณ์กองทัพของเรานั้นก็ยังต้องพึ่งการจัดหามาจาก ต่างประเทศ เปึนประเด็นสําคัญครับ เพราะว่าถ้าเกิดกู้เงินหรือว่าใช้เงินงบประมาณ จํานวนมากไปจัดหาจัดซื้อมาจากต่างประเทศอย่างเดียวโดยท่านไม่ส่งเสริมการพัฒนา อาวุธภายในประเทศ เงินทั้งหมดก็จะไหลไปสู่ประเทศอื่น ๆ ที่เราไปจัดหาอาวุธมาครับ และข้อสําคัญก็คือว่าท่านประธานลองฟังคํานี้นะครับ ท่านไม่สามารถซื้อความมั่นคงของ รัฐจากนานาชาติได้อีกต่อไปครับ หมดเวลาแล้วครับ ท่านต้องพัฒนาแล้วก็สร้างมันขึ้นมา เอง วันนี้ระบบการควบคุมบังคับบัญชา ซึ่งตรงนี้จะพาดพิงไปถึงการปฏิบัติการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านลองฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องข้าราชการทหารหรือตํารวจ ที่ปฏิบัติงานนั้น จะพบว่าเครื่องไม้เครื่องมือนั้นเขาเรียกว่าสื่อสารหรือพูดกันไม่ได้ เปึนเรื่องเดียวกับที่ผมจะพยายามอธิบายนี่ละครับว่า ระบบที่จะบูรณาการทั้ง ๓ เหล่าทัพ บวกตํารวจเข้าด้วยกันได้ จําเปึนจะต้องได้รับการพัฒนาแล้วก็จัดทําขึ้นภายในประเทศ ท่านจะไปซื้อจากประเทศมหาอํานาจอื่นไม่ได้อีกแล้วครับ วันนี้หลายประเทศที่เปึน ประเทศที่เจริญแล้วเขาแสดงตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ปกติเมื่อสมัยก่อนตอนสงครามเย็น ทุกคนก็พยายามจะทําตัวให้กล้ามใหญ่ แต่วันนี้เขาลดขนาดกองทัพ ลดบุคลากรลงหมด ครับ แต่เขาไปเพิ่มในส่วนที่เปึนมันสมอง เพราะฉะนั้นเขาจะหัวโตตัวเล็ก แต่ในขณะที่ เหล่าทัพของเราวันนี้ทําตรงกันข้ามครับ เราพยายามไปเพิ่มกล้ามเนื้อครับ เมื่อวันนี้หรือ เมื่อวานนี้ผมจําไม่ได้ชัดก็มีการจัดหาจัดซื้อกันอีกแล้ว พยายามทําตัวให้ใหญ่ แต่สมอง มันฝ์อ สมองเล็กลง ๆ เรื่อย ๆ นี่เปึนเรื่องส่วนหนึ่งที่การทํายุทธการหรือว่า โอเปอเรชัน (Operation) ในประเทศของเรานั้นมันไม่ประสบความสําเร็จครับ ฉะนั้นต้องฝากท่าน ประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพที่ดูแลความมั่นคง ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ท่านจะมีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้อย่างไรนะครับ ท่านจะมีความรู้เพียงพอหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ แต่ผมเชื่อมั่นว่าฝ์ายอํานวยการที่อยู่กับท่าน ไม่ว่าจะเปึนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง ก็คือรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงกลาโหม ท่านผู้นําเหล่าทัพ ท่านจะต้องเปลี่ยนมุมมอง และความเข้าใจครับ การจะไปจัดซื้อจัดหาอาวุธที่มีราคาแพงเปึนหมื่นเปึนแสนล้านบาท อันนั้นต้องเลิกครับ วันนี้เราควรจะต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเอกชนและภาครัฐจะต้องไปควบคู่กันครับ ฉะนั้นหลังจากที่ อภิปรายในวันนี้ไปแล้ว ผมหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในกองทัพ อย่าให้พี่น้อง ประชาชน หรือแม้แต่พวกเราที่เปึนสมาชิกทรงเกียรติอยู่ในสภาแห่งนี้ต้องตั้งข้อสังเกตทุกครั้งเวลา ที่ท่านจัดซื้อจัดหาอาวุธกันเลยนะครับ เพราะว่าวันนี้อยากจะวิงวอนนะครับ ท่านผู้รับผิดชอบทุกท่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รวมไปถึงผู้นําเหล่าทัพครับว่า ท่านต้องส่งเสริมของในประเทศครับ วันนี้ท่านกําลังตัดโครงการทั้งหลายที่เปึนการพัฒนาอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทย ของเรานะครับ ท่านจะซื้อลูกเดียวไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านทําอย่างที่ว่ามีการ พัฒนากันเองในประเทศนั้นมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลพยายามจะทําอยู่วันนี้ มันจะไปได้ด้วยกันครับกับความมั่นคงของรัฐ
สุดท้ายนะครับก่อนที่จะจบคําอภิปรายในวันนี้นะครับ ฝากเปึนความ ห่วงใยไปถึงรัฐบาลครับ การกู้เงินจํานวนมากก็มีการพูดจากันด้วยเหตุผลว่ามันมี ความจําเปึนผมไม่ว่าหรอกครับว่าท่านจะกู้อย่างไรเท่าไรแล้วกัน แต่อยากจะให้ท่าน นึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทั่วโลกได้พูดถึง ซึ่งเปึนปรัชญาที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวนั้นได้ทรงพระราชทานให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศความพอดี ความพอเพียง ความพอเหมาะ ใช้เท่าที่มีครับ ทําให้เกิดประโยชน์อย่างพอเพียงก็จะทําให้ เกิดความเพียงพอ แล้วก็เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณอรรถพร พลบุตร ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้มีโอกาสพูดในช่วงท้าย ๆ ของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ในวันนี้นะครับ เนื้อหาประเด็นที่เปึนสาระสําคัญส่วนใหญ่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปเกือบครบถ้วนทุกประเด็น วันนี้เราได้รับฟังความ คิดเห็นที่มีความแตกต่างกันหลายความคิดเห็น บางความคิดเห็นฟังแล้วอาจจะขัดต่อ ความรู้สึก บางความคิดเห็นฟังแล้วอาจจะดูเหมือนเปึนการกระหนําซ้ําเติมชะตากรรม ของเพื่อนร่วมชาติ แต่ก็เปึนเรื่องที่รับได้ เพราะเมื่อยืนอยู่ในจุดที่แตกต่างกันมุมที่มอง เข้ามาที่ปัญหาก็ย่อมแตกต่างกันเปึนเรื่องที่รับได้และก็เปึนการสร้างสรรค์ให้บรรยากาศ ของสภาแห่งนี้เปึนที่หวังและเปึนกําลังใจกับพี่น้องประชาชน หลายคําถามเปึนเรื่องที่ รัฐบาลต้องรับฟัง ทําอย่างไรการใช้จ่ายงบประมาณที่จะผูกพันต่อไปจึงจะเปึนด้วยความ โปร่งใสและมีประสิทธิผลสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ทําอย่างไรการทุ่มเทเม็ดเงินจํานวน มหาศาลเหล่านี้จะไม่ย้อนกลับมาก่อวิกฤติรอบสองซึ่งนั่นคือห้วงหายนะของประเทศ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และรัฐบาลต้องเปึนความหวังและเปึนกําลังใจของพี่น้อง ประชาชน ถ้าเราทําหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ก็จะมีคนมาทําหน้าที่แทนเรา แต่ความหวังและ กําลังใจอย่างเดียวแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ไม่ได้ เราต้องมีเครื่องมือ เราต้องมี กลไก เราต้องมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจริง ๆ ผมมีความเชื่อมั่นใน พ.ร.บ. ฟุ๋นฟูความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉบับนี้ รวมทั้ง พ.ร.ก. ที่ผ่านสภาไปเมื่อวานนี้ พ.ร.บ. ส่วนนี้เปึนส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนภายใต้แผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจระยะที่ ๒ เปึนจุดเริ่มต้น ของสิ่งที่เราเรียกว่าปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีระยะเวลาดําเนินการตั้งแต่บัดนี้จนถึง ป้งบประมาณ ๒๕๕๕ เม็ดเงินงบประมาณทั้งสิ้นก้อนใหญ่ครับ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้สําหรับการลงทุนในเชิงมหภาค เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนแบงก์พันหนัก ๑ กิโลกรัมครับ ๑,๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หนัก ๑,๓๔๐,๐๐๐ กิโลกรัมครับ รถเมล์ ๔,๐๐๐ คันบรรทุกไม่พอครับ วิกฤติการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ใน ขณะนี้มันร้ายแรงเกิดกว่าที่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้จะนึกถึง นักเศรษฐศาสตร์ไทยบอกว่าร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ นักเศรษฐศาสตร์ ต่างประเทศบอกว่าร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ ร้ายแรงจริง ๆ ในวิกฤติการณ์ที่มองไปทางไหนก็ดํามืดไปหมดรัฐบาลมีทางเลือกอะไรบ้าง ทางเลือกที่ ๑ ก็ก้มหน้ารับชะตากรรมกอดเข่ามองหน้ากันก็เรามันยากจน เมื่อประชาคม ทั้งโลกเขายากจนแล้วเราจะมารวยอยู่ได้อย่างไร ยอมรับในชะตากรรมก็ไม่มีเงิน แต่ผม นึกไม่ออกว่าเราจะกอดเข่ามองตากันไปได้นานแค่ไหน ในเมื่อมองไปทางซ้าย มองไป ทางขวาพี่น้องร่วมชาติกําลังจะตกงาน ๙๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มองไปข้างหน้า เดินออกไปวันพรุ่งนี้งานจะรออยู่ที่บ้านหรือไม่ยังไม่รู้ครับ หรืออยู่ที่บ้านเฉย ๆ ข้าวก็เหลือ น้อยลงไปทุกวันต้องขอดข้าวกินก้นจาน และวันหนึ่งก็จะไม่มีข้าวกิน ถ้ารัฐบาลเลือกวิธีนี้ ปลอดภัยครับ คําตําหนิติเตียนก็คงไม่มากมายเหมือนที่ประสบอยู่ในขณะนี้ แต่ท่านเลือก วิธีการอย่างนี้แล้วเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไปทําไมละครับ รัฐบาลภายใต้การนําของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเลือกทางไหน เราไม่ยอม ก้มหน้ารับชะตากรรมครับ เราลุกขึ้นต่อสู้พี่น้องประชาชนตกงาน กําลังจะตกงาน เปึนล้านคนรัฐบาลทุ่มเม็ดเงินไปสร้างงาน ห้วย หนอง คลอง บึง ไม่เคยมีน้ํามาเปึนสิบป้ รัฐบาลกัดฟันหาเม็ดเงินทุ่มลงไปให้มันมีน้ําหยดแรก ให้มันมีต้นกล้าต้นแรกของพืชพันธุ์ ธัญญาหารเราจะได้มีชีวิตรอดไปได้ การท่องเที่ยวซึ่งวันนี้นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่าครึ่ง ที่กระบี่ ส.ส. นั่งอยู่ตรงนี้บอกผม รัฐบาลทุ่มเม็ดเงินลงไปสร้างโครงสร้างทางการท่องเที่ยว สวนกระแสมานี่ละครับ แปรวิกฤติให้เปึนโอกาส เงินมาจากไหน ก็ไม่ได้กู้เมืองนอกที่ไหน ละครับ ก็สภาพคล่องส่วนเกินซึ่งก็มีอยู่ในประเทศ คนเหล่านี้เขาไม่กล้าลงทุน เขาไม่กล้า เสี่ยง เขากลัวเปึนหนี้ครับ เมื่อกลัวเปึนหนี้ รัฐบาลแบกรับเปึนหนี้แทนครับ ประชาชน ไม่ต้องเปึนหนี้รัฐบาลนี้เปึนหนี้แทน แล้วเอาเงินนั้นมาสร้างพลวัตทางเศรษฐกิจกระจายให้ เปึนเงินกลับไปสู่พี่น้องประชาชนซึ่งส่วนใหญ่คือคนชนบท ลุกขึ้นสู้ครับ ด้วยมาตรการ อย่างนี้แหละครับ ที่ถนนลูกรังเปึนพันกิโลเมตรที่พี่น้องรอคอยมาตลอดชีวิตทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเลือกพรรคอะไรจึงจะกลายเปึนถนนลาดยางในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ครับ ห้วย หนอง คลอง บึงที่แห้งขอด น้ําหยดแรกจากเม็ดเงินด้วยงบประมาณของชลประทาน กําลังจะเกิดขึ้น สถานีอนามัยหรืออนามัยตําบลมากกว่า ๘,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศกําลัง จะเปึนโรงพยาบาลตําบลครับ สภาเศรษฐกิจภาคใต้กําลังจะเกิดขึ้นด้วยเม็ดเงิน งบประมาณตรงนี้ครับ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี่ครับ ระบบรางสุราษฎร์ธานี-กระบี่ จะเกิดขึ้นเริ่มต้นของการศึกษาก็ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี่ครับ ลุกขึ้นสู้นี่ครับ ระบบราง การทางพิเศษซึ่งมุ่งไปทางภาคอีสานโดยมีนครราชสีมาเปึนกุญแจสําคัญกําลังจะเกิดขึ้น ห้องสมุดโรงเรียนมากครบทุกอําเภอกําลังจะเกิดขึ้น เราลุกขึ้นสู้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ตอนค่ําท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อภิปรายคําพูดหนึ่งต้องรับฟังมีคุณค่า ท่านบอกว่า รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินตรงนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับการพลิก โฉมหน้าของประเทศมีคุณค่า ผมมีภาพ ๆ หนึ่งที่อยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้เห็น ภาพนี้ครับ ภาพนี้อาจจะเล็กไปนิดหนึ่งสําหรับขนาดของมันนะครับ ถ้าฝ์ายโสตจะ ฉายภาพนี้ นี่คือภาพแผนที่ประเทศไทยครับ เนื้อที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ พื้นที่ ๑๔๐ ล้านไร่เปึนพื้นที่การเกษตร ท่านเห็นไหมครับ มันมีสีฟัาหร็อมแหร็ม ๆ อยู่มองแทบ ไม่เห็นต้องใช้แว่นขยายส่อง มองแทบไม่เห็นหายากเหมือนสิวเสี้ยนบนแก้มนางสาวไทย เลยครับ นี่คือระบบชลประทานของประเทศนี้ครับ ๒๗ ล้านไร่ ร้อยละ ๑๘ ของพื้นที่ การเกษตรทั้งหมด แล้วมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าพื้นที่มากกว่าร้อยละ ๘๐ ต้องพึ่งพาอนาคตด้วยของ ๓ อย่าง ๑. ฝนฟัาอากาศ ๒. ธาตุทรหดของตนเอง ๓. ความเมตตาของพระเจ้าครับ ท่านเห็นอนาคต ท่านเห็นอดีต ท่านเห็นปัจจุบันของ ประเทศไทยไหมครับจากภาพ ๆ นี้ และข้อเท็จจริงอันหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบก็คือว่าพื้นที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่พึ่งพาฝนฟัาอากาศ ประเทศไทยเปึนประเทศที่ปริมาณน้ําฝนตกน้อยที่สุดในทวีปเอเซียครับ ประเทศที่เปึน อู่ข้าวอู่น้ําหมายเลข ๑ นี่ละครับ เรามีปริมาณน้ําฝนตก ๑,๗๐๐ มิลลิลิตรต่อป้ น้อยกว่า เวียดนาม น้อยกว่าพม่า น้อยกว่ากัมพูชา น้อยกว่าอินโดนีเซีย น้อยกว่ามาเลเซีย แล้วพี่น้องเกษตรกรนอกเขตชลประทานจะอยู่อย่างไร ด้วยเหตุนี้ครับ ผลผลิตข้าวของประเทศไทยจึงสู้ใครเขาไม่ได้เลยที่เปึนคู่แข่งขัน เมืองไทยเราผลิตข้าว โดยเฉลี่ย ๔๓๐ กิโลกรัมต่อไร่ครับ จีน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ อินเดีย ๖๘๑ กิโลกรัมต่อไร่ เวียดนาม ๖๘๐ กิโลกรัมต่อไร่ พม่าก็ยัง ๕๗๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไทย ๔๓๐ ก็เพราะว่า เราต้องพึ่งพาระบบฝนฟัาอากาศของพี่น้องประจําอยู่นั่นเองครับ ฉะนั้นผมจึงชื่นชม เปึนพิเศษ ส.ส. ภาคอีสานของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่น ๆ ชื่นชม ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศชัดเจน และกําหนดเม็ดเงินตามกรอบ ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ใช้เม็ดเงินทุ่มเทไปสําหรับระบบชลประทาน ซึ่งเน้นหนักภาคอีสาน ระบบท่อครับ ๒๓๘,๕๑๕ ล้านไร่ และตรงนี้ครับ สีฟัา ๆ ที่มันมองแทบไม่เห็นมันจะต้อง ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ สุโขทัยนั่นละครับ ส.ส. ๒ ท่าน ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ทั้งจังหวัดไม่มีชลประทานครับ แต่จะมีเกิดขึ้นเพราะปฏิบัติการไทยเข้มแข็งซึ่งกับ พ.ร.บ. นี้ละครับเปึนจุดเริ่มต้น เมื่อกรอบเวลาของโครงการนี้เสร็จลงครับ ภาพที่ผมให้ท่านประธานเห็นตรงนี้สีฟัาจะต้อง มีครึ่งหนึ่งของประเทศครับ ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะพี่น้องภาค ตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อนร่วมแผ่นดินของเราและภาคเหนือ และนั่นก็คือรอยยิ้มของ พี่น้องประชาชนซึ่งลําบากยากแค้นมาตลอดทั้งชีวิต ผมจึงขอความร่วมมือจากเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้งหมด ร่วมกันเถอะครับ ให้ภาพนี้เปึนภาพแห่ง ความหวังและอนาคตครับ ร่วมกันตรวจสอบครับ เรามีกรรมาธิการครับ เรามีวาระสอง เรามีวาระสามช่วยกันควบคุมครับ ให้ทิศทางการใช้งบประมาณจํานวนมหาศาล ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แล้วเปึนการพลิกวิกฤติ ให้เปึนโอกาสครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
หมดเวลาแล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ๑๕ นาที เอา ๑๐ นาทีก็พอ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ในการพิจารณาพระราชกําหนด พระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและส่งเสริมความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งบรรดาพี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ และก็เปึนที่น่าสังเกตว่า การออกพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติเงินกู้ครั้งนี้ พ.ร.ก. พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเรื่องที่ท่านผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า ในความจําเปึนที่จะป่ดหีบจริง ๆ นั้นมีความจําเปึนแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่ท่านมาขอสภาแห่งนี้เพื่อให้ผ่านพระราชกําหนดและ พระราชบัญญัติวันนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีความคับข้องใจว่า ท่านจะเอาไป บริหารจัดการอะไรมากมายถึงขนาดนั้น ดังจะเห็นได้ว่ามีการสํารวจประชาชนทั้งประเทศ ว่าอยากให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อจะได้ดูว่าการพิจารณา พ.ร.ก. พ.ร.บ. ของ สภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความจําเปึนขนาดไหน ประชาชนทั้ง ประเทศ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อยากให้มีการถ่ายทอดสด นั่นแสดงให้เห็นว่าพี่น้อง ประชาชนยังอยากจะเห็นว่ารัฐบาลมีความจําเปึนอะไรมากมายถึงขนาดนั้น แล้ว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่อยากเห็น แต่ฝากข้อสังเกตไว้ว่าให้สุจริตและโปร่งใสในการใช้ งบประมาณ นั่นก็เปึนที่ประจักษ์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าการใช้งบประมาณที่จะ มากระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นําเสนอให้ทางรัฐสภา ทางสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาล พิจารณานั้น เปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนยังให้ความห่วงใยและเปึนกังวล แน่นอนโดยเฉพาะ พี่น้องคนยากคนจน พี่น้องในภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งเปึนคนรากหญ้า ก็เฝัามองว่า งบประมาณส่วนไหนที่จะลงไปถึงพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ได้ยินได้ฟังมาก็เดี๋ยวจะ รถไฟฟัา สายนั้น สีนั้น ได้ยิน ได้ฟังมาก็ถนนปลอดฝุ์น ไร้ฝุ์น หลาย ๆ โครงการยังไม่ลงไป ถึงพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔๐ ล้านคน เช่น การท่องเที่ยว ก็มีงบประมาณที่สังเกตเห็นแล้วก็ได้นําเสนอว่าเปึนงบประมาณที่น้อยนิด ซึ่งการท่องเที่ยวนะครับ เปึนรายได้หลักของประเทศในสภาวการณ์ปัจจุบันนี้ เราจะเห็นว่า รายได้จากการท่องเที่ยวหลายแสนล้านบาท ต้องสูญหายไปในพริบตาหลังจากที่มีกลุ่ม คนเข้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ขาดความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ขาดความเชื่อมั่นจาก นักท่องเที่ยว แม้แต่ความปลอดภัยก็ยังไม่สามารถที่จะอยู่ใน ๑ ใน ๑๐ ของโลกได้ ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมินั้นเปึนที่ภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนคนไทย แล้วก็พี่น้อง ชาวเอเชียทั้งนั้น นั่นก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด แม้แต่ กิจการโรงแรมก็จะป่ดตัวไปไม่รู้กี่แห่ง รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งไตรมาสที่ ๓ นี้มีคนจะตกงานประมาณ ๒๕๗,๐๐๐ คน นี่แหละครับเปึนสิ่งที่เราจะ ขยายสนามบิน แต่ว่าผมไม่ขัดข้องที่จะขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ว่าเฟส ๒ เฟส ๓ เฟส ๔ หรือว่า ๔ แห่งของสนามบิน แต่ว่าผมก็อยากถามรัฐบาล อยากถามท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าแล้วจะให้ใครมาเที่ยว แม้แต่สนามบินเที่ยวบินแต่ละเที่ยวเดี๋ยวนี้ ก็วังเวงครับ พี่น้องครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องสาธารณสุข ตอนนี้ก็โรคไข้หวัด ๒๐๐๙ ชิคุนกุนยา ก็ทําลายการท่องเที่ยวของประเทศไทย อสม. ๖๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ครบ ผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ครบ หรือหวังที่จะเอาเงินกู้ไปแจกเหมือน ๒,๐๐๐ บาท แล้วทีนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศถามผมมาว่าเงินกู้นี้กู้มามากมายขนาดนี้ แล้วใครจะเปึนคนใช้ ใช้เมื่อไร ถามจริง ๆ ว่ารัฐบาลทําไมไม่คิดที่จะหาเงิน หรือว่าคิดได้ คือกู้อย่างเดียว ถ้าคิดได้เพียงกู้ มิน่าพี่น้องทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บอกว่าก็ไม่อยากมาประเทศไทยเท่าไรกลัวประเทศไทยจะไปกู้เงิน ผมอายพี่น้องนะครับ พี่น้องลาวเรา และที่สําคัญเรื่องสาธารณสุขนะครับ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเปึนสมบัติ ชิ้นสุดท้ายของคนยากคนจนครับ ตอนนี้ก็มารักษาฟรีเพื่อที่จะให้มันไม่เหมือน ๓๐ บาท แต่ค่าอะไรต่าง ๆ ล่วงเวลา วันเสาร์ วันอาทิตย์จะต้องเสียเพิ่มนอกเวลา ระดับ โรงพยาบาลเสียเพิ่ม นี่หรือครับนโยบายที่ช่วยคนยากคนจน ซึ่งเปึนสมบัติชิ้นสุดท้ายของ คนจนนะครับ ท่านรัฐบาล
สําหรับเกี่ยวกับความมั่นใจของรัฐบาลเราจะเห็นได้นะครับจากข้อมูล สํารวจ ๔๗ จังหวัด ประชาชน ๕,๑๙๗ คน ให้ความมั่นใจในรัฐบาลแค่ ๓๘.๔๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเขามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๖ ปัญหา ปัญหาเร่งด่วนที่สําคัญ ที่สุดก็คือปัญหาหนี้สิน แล้วท่านรัฐบาลนําโดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านจะเอาตราบาปให้พี่น้อง ประชาชนคนทั้งประเทศ โดยกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายละเอียดที่จะให้พี่น้อง ผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่มีเลย แล้วจะให้ฝ์ายค้านโดยเฉพาะพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสบายใจได้อย่างไร เพราะนั่นก็คือมรดกบาปที่จะต้องแบกรับโดยพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน ผมก็อยากขอกราบวิงวอนนะครับว่า ให้ท่านพิจารณาใจเย็น ๆ นะครับ เดี๋ยวไปทางภาคอีสานโดยเฉพาะที่อุดรธานี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไป เดี๋ยวพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี ชาวภาคอีสาน ก็จะบอกได้ยินเสียงดังกระหึ่มว่า อภิสิทธิ์กู้ กู้ รัฐบาลเช่า เช่า ท่านมีความสุขหรือครับ ไม่มี ความสุขหรอกครับพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ขอกราบวิงวอนนะครับ การที่จะให้ พี่น้องรับภาระหนี้สินโดยที่ไม่มีรายละเอียดมาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ ผมในฐานะเปึนตัวแทน ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็คงจะไม่สามารถรับได้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ๒๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น เมื่อคืนเมื่อวานก็กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือประวัติศาสตร์การกู้ที่กู้มากที่สุดในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ แล้วยิ่งเมื่อคืนได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจง แล้ววันนี้ก็ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้มาชี้แจงอีก ฟังแล้วไม่สบายใจ ไม่พูดคง ไม่ได้แล้ว ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่า หน่วยงานซึ่งเปึนมือเศรษฐกิจ ของรัฐบาลได้รายงานผลเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของป้นี้ไม่น่าจะติดลบ น่าจะอยู่ที่ ประมาณ ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าท่านไม่เชื่อ มันน่าจะติดลบ แต่คําตอบสุดท้าย ท่านประธานครับ ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าหน่วยงานซึ่งเปึนมือ เศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว และได้ทําเรื่องนี้ มาโดยตลอด คาดการณ์ จีดีพี เอาไว้ ๐-๓ แต่คําตอบสุดท้ายออกมา ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สะกิดใจบ้างหรือครับ มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันชี้ให้เห็นว่า ถ้าไม่ใช่หน่วยงานมืออาชีพของท่านทํางานไม่เปึน ก็เปึนท่านนายกรัฐมนตรีเองแหละครับ ทํางานไม่เปึน ส่วนตัวของผมเองครับท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นในความเปึนมืออาชีพ ของหน่วยงานมือเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งเขาก็ทํามาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของการทํางานของรัฐบาล ซึ่งมาจากงบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลคราวที่แล้วของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ทําเอาไว้ดีอยู่ แล้วละครับ แต่รัฐบาลชุดนี้ก็เอามาแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสียเละเลย ซึ่งอยากจะยกตัวอย่าง บางโครงการเท่านั้นเพื่อเปึนส่วนประกอบชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารงาน ของรัฐบาล โครงการต้นกล้าอาชีพ อบรมแล้วไม่ทราบว่าจะเอาไปทํางานอะไร ภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้ครับ ธุรกิจทุกแห่ง โรงงานทุกแห่ง มีแต่เขาจะปลดคนงาน และจะเอา ต้นกล้าอาชีพไปทํางานที่ไหน สูญงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ แล้วที่สําคัญ ท่านประธานครับ จนแล้วไม่เจียม เที่ยวไปกู้เงินแล้วมาไล่แจกคนเล่น แล้วที่สําคัญแจก ไม่ถูกที่อีกต่างหาก คนว่างงาน คนไม่มีเงินเดือนกลับไม่ได้รับ เจตนาเพื่อที่จะเอาเงินเข้าสู่ ระบบเพื่อให้ชาวบ้านมีกําลังซื้อ มีกําลังจับจ่าย แล้วให้เงินมันหมุนเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่กลับไปดึงเงินในกระเปิาของชาวบ้านคืนมาด้วยการขึ้นภาษีน้ํามัน มันก็ไม่ต่างกับไป กู้เงินเขามา ไปไล่แจกคนเล่น พอเงินหมดไม่รู้จะหารายได้ที่ไหน ก็ไปวิ่งราวเอาเงินใน กระเปิาของประชาชนเขามา ไหนบอกจะเอาเงินไปหมุนเศรษฐกิจ แล้วก็ไปดึงเอาเงินใน กระเปิาชาวบ้านเขากลับมา มันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ รัฐบาลอย่างชัดเจน ตรงนี้ละครับคือคําตอบทําไมถึงติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ผมถึงไม่ไว้ใจ รัฐบาลที่จะต้องมากู้เงินอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่สําคัญครับท่านประธานครับ อย่างที่หลายท่านได้อภิปราย รายละเอียดอะไรต่าง ๆ เปัาหมายทิศทาง ความชัดเจนของโครงการ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะที่ผ่านมานั้น ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทใช้หมดแล้ว แล้วก็มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ รัฐบาลล้มเหลวโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าจะกู้เงินมาอีกจะให้พวก เราให้ความไว้วางใจได้อย่างไร และที่สําคัญครับแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลวแล้วยังมี เรื่องที่มารบกวนทําให้ชาวบ้านเขาไม่สบายใจอีก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพด รถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ตรงนี้ครับ ผมถึงจะคอยติดตามดูว่าที่กู้เงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลบอกว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติหรือจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพรรคร่วม รัฐบาลกันแน่ ไหนว่าประชาชนต้องมาก่อนละครับ มาถึงวันนี้ประชาชนต้องรอก่อนหรือครับ ผมจะรอดูว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะตัดสินใจเรื่องเหล่านี้อย่างไร แล้วยิ่งมาฟัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งพูดสอดคล้องต้องกันว่า การกู้เงินนั้นประชาชนสบายใจได้ เพราะไม่ได้กู้เงินจากต่างประเทศ กู้เงินภายในประเทศ ตรงนี้ยิ่งเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง ถ้ากู้เงินต่างประเทศนะครับ แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ เก็บภาษีไม่ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว ไม่มีสตางค์ไปคืนเขาอย่างมากก็เสียเครดิต แต่ถ้ากู้เงิน ภายในซึ่งมีเม็ดเงินที่มีอยู่ภายในประเทศนี่แล้วเอามาให้รัฐบาลกู้ แล้วเกิดแก้ปัญหา เศรษฐกิจไม่ประสบผลสําเร็จประชาชนไม่มีรายได้ เก็บภาษีไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ เม็ดเงินในประเทศไม่มีแล้ว แล้วจะไปกู้ที่ต่างประเทศเขาก็คงไม่ให้กู้ เพราะฉะนั้นกําลังซื้อก็จะไม่มี รายได้ก็จะไม่มี คนก็จะว่างงานตกงาน เศรษฐกิจก็จะล้ม ระเนระนาดทั้งประเทศ ถึงเวลานั้นท่านประธานครับ แค่คิดก็สยองขวัญแล้วครับ เพราะฉะนั้นอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีถ้าจะให้ดีกู้เงินจากต่างประเทศถ้าจําเปึนต้องกู้ นะครับยังจะดีกว่ากู้เงินภายในประเทศ เพราะอย่างน้อย ๆ ครับ ถ้าไม่มีปัญญาคืนเขาก็แค่ เสียเครดิต แต่ยังเหลือเม็ดเงินในประเทศที่จะมาหมุนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ยังพอมีทางออก แต่ถ้ากู้ภายในประเทศผิดพลาดไม่มีทางออกเลยนะครับ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เปึนห่วง เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีคลังก็ได้มาพูดจะกู้เงินจากธนาคาร ผมเปึนห่วงครับ เมื่อวาน ท่านมิ่งขวัญก็ได้พูดถึงเรื่องนี้แล้วนะครับ ถ้าผมเปึนเจ้าของธนาคารดอกเบี้ยเงินฝาก ๒ เปอร์เซ็นต์ ดอกเบี้ยเงินกู้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ถ้าปล่อยให้ประชาชนกู้ โอกาสเสี่ยงสูงที่จะได้เงินคืน แบงก์ถึงไม่ยอมปล่อยกู้อย่างไรครับ อย่างไรครับ พอไม่ปล่อยกู้ ๗ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้ แต่ต้องมาจ่าย ๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนภาระของธนาคาร แล้วอยู่ดี ๆ รัฐบาลบอกจะมากู้เงินแบงก์ เหมือนถูกหวยครับท่านประธาน ท่านมิ่งขวัญ บอกว่าอย่างนี้ต้องลด แลก แจก แถม แต่ถ้าสมมุติไม่ใช่เปึนการลด แลก แจก แถมละครับ ปล่อยกู้ดอกเบี้ย ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ได้ปล่อยก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ยังเอาเลยครับ ทําหล่นหายไปสัก ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ยังได้เลย ทีนี้หล่นหายไป ๑ เปอร์เซ็นต์ เงินแสนล้านบาท ก็ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มัน ๘,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธานครับ นี่แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าไม่ปล่อยกู้ ไม่ได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว แล้วยังต้องแบกรับดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรัฐบาล มากู้ต่อให้ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะฉะนั้นทอนสัก ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ยังได้เลย แต่นี่ผมคิดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์มันก็ ๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เปึนเรื่องที่น่าห่วงครับ ผมถึงตั้งข้อสังเกตครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้พอดี เปึนไปได้อย่าไปกู้จากแบงก์เลยครับ ถ้ายังกู้กับแบงก์นะครับผมตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมี ความไม่ชอบมาพากลแน่นอน ทีนี้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเมื่อวานครับยิ่งไม่สบายใจ บอกว่าถ้าไปขายพันธบัตรกู้เงินจากประชาชนมันก็เหมือนกับไปดึงกําลังซื้อมาจาก ประชาชน มันก็ยิ่งจะทําให้ไปกระทบกับภาวะเศรษฐกิจของภาคประชาชนมากขึ้นเพราะ ประชาชนจะไม่มีกําลังซื้อ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคิดได้แค่นี้หรือครับ ขายพันธบัตรให้กับประชาชน ประชาชนเอาเงินส่วนเกินของเขาที่ไม่ได้ใช้อะไรนะครับ เงินออมของเขาเปึนเงินส่วนเกิน เขาเอาตรงนั้นครับมาซื้อ มันไม่ได้กระทบกับกําลังซื้อของ ประชาชนตรงไหนเลยครับ เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลยครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ ถ้าเปึนไปได้เลือกใช้วิธีการขายพันธบัตรให้ประชาชนดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมีใครมาครหาว่าเรามีผลประโยชน์ แล้วที่สําคัญที่สุดนะครับ เรื่องการหา รายได้ ผมได้ยินคนพูดเรื่องนี้มาโดยตลอดในสภาแห่งนี้ ๒ วันก็ได้ยินคนเขาพูดเรื่องนี้ มาโดยตลอดว่า รัฐบาลจะหาเงินมาใช้หนี้ได้อย่างไร คิดจะใช้เงินมือเติบต้องหาเงินเก่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อวาน ยิ่งไม่สบายใจ บอกว่ากู้เงินมาแล้วเอาไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วก็จะมีรายได้ แล้วก็จะได้ภาษีมาใช้หนี้ มันก็ไม่ต่างกับพ่อใหญ่สาจนแล้วไม่เจียม หาเงินก็ไม่เปึน มีที่นา เปึนมรดกของแม่อยู่แปลงเดียวครับ เอาไปกู้เงินมาแล้วมาไล่แจกเงินคนเล่น เสร็จแล้ว มีคนถามพ่อใหญ่สาจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ ตอบว่าเดี๋ยวก็หาได้ แล้วจะหาจากไหน พ่อใหญ่สาก็ตอบว่าเดี๋ยวก็หาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบอย่างนี้เลยหรือครับ มันควรที่จะมีรูปแบบของการหารายได้ที่เปึนรูปธรรมชัดเจนกว่านี้ ท่านบอกว่ากู้เงินมาเอา มาฟุ๋นฟูเศรษฐกิจเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วประชาชนมีรายได้ ก็จะมีภาษีเอาไปใช้หนี้ ท่านมองใน มุมดีเกินไปหรือเปล่าครับ งบกลางป้ที่แล้ว ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทชี้ชัด ก่อนใช้เงิน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมากระตุ้นเศรษฐกิจ จีดีพี ยังไม่ติดลบ แต่พอโยน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไป จีดีพี ติดลบ ๗.๑ แล้วคราวนี้ถ้าโยนลงไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จีดีพี มันติดลบ ๑๐ ไม่ยุ่งตายห่าหรือครับ ทีนี้ฟุ๋นเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนไม่มีรายได้ แล้วจะไปเอาภาษีที่ไหน แล้วถึงตอนนั้นจะเอาภาษีที่ไหนไปจ่ายหนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีคลังครับ คิดเผื่อทํางานล้มเหลวด้วยนะครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยไว้ใจท่าน เหมือนกัน ว่าจะคิดเปึนทําเปึนหรือไม่ มันมีตัวชี้วัดให้เห็นว่าที่ผ่านมานั้นการทํางานของ รัฐบาลล้มเหลวมาโดยตลอด ผมถึงเปึนห่วง แล้วฝากท่านรัฐมนตรีคลังครับ ทวงถาม เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน สมาชิกหลายคนได้พูดถึง ช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับว่ารัฐบาลมี วิธีที่จะหารายได้มาใช้หนี้อย่างเปึนรูปธรรมอย่างไร อย่าตอบแบบเลี่ยงบาลีนะครับ และคงไม่ตอบแบบที่เคยตอบนะครับ เอาให้ชัด ๆ จะใช้เงินมือเติบต้องหาเงินเปึน แล้วจะหาจากไหน อย่าไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วก็จะได้ภาษีไปใช้หนี้ ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าอย่างนั้นคนทั้งประเทศเขาฟังอยู่นี่ คงไม่สบายใจแน่นอน ขอความ ชัดเจนสักครั้งเถอะครับ เพราะตั้งแต่อยู่ในวงการเมืองมาไม่เคยได้ยินพรรคประชาธิปัตย์ พูดเรื่องการหาเงิน วันนี้ตั้งใจอยากฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีวิธีการหาเงินอย่างเปึน ระบบและเปึนรูปธรรมอย่างไร ย้ําแล้วย้ําอีกนะครับ กลัวท่านไม่ตอบ ขอทํานายทายทัก การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้เลือกตั้งเพราะเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนี้แหละครับ พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้ง เพราะเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนี้ละครับ แล้วขอยืมคําพูดของท่านมิ่งขวัญ คงไม่พ้นเปึนภาระของพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องมาหาเงินใช้หนี้ขี้แตกขี้แตน ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๐ นาที
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานใช้ชาร์ท (Chart) แสดงถึงแผนผัง
ให้เจ้าหน้าที่เขาตรวจสอบ หรือยัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ก็ส่งไปให้ท่านประธาน เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าวันนี้ คืนนี้ ผมตั้งใจจะมา พูดเรื่องระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครเชื่อมโยงกับเรื่องรถ เอ็นจีวี ที่คนกรุงเทพมหานครเคลือบแคลงสงสัยครับ วันนี้อยากจะเล่าให้ฟังครับว่า ส.ส. กทม. คิดอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้นครับ ก่อนที่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจไม่ได้ครับ เพราะวันนี้
ขอความกรุณาครับ ให้อยู่ ในประเด็นของพระราชบัญญัติ
อยู่แน่นอนครับ ท่านประธาน เพราะว่ารถไฟฟัานั้นอยู่ภายใต้แผนไทยเข้มแข็งครับ ท่านประธานครับ ก่อนจะไปตรงนั้นครับ ขอพูดในเรื่องของข้อกฎหมายการเงินครับ สิ่งที่ฝ์ายค้านค้าน ก็แน่นอนแหละครับต้องค้าน เพราะว่าเปึนหน้าที่ของท่านและนี่คือความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย และเช่นเดียวกันครับ รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องฟังครับว่าเสียงข้างน้อยพูดอย่างไร วันนี้ครับ ขอแก้ทีละประเด็นสักนิดครับ สั้น ๆ ว่าท่านพูดเหลือเกินครับว่า การออกพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ นั่นก็คือในเรื่องของการจ่ายเงินครับ ต้องเปึนไปตาม พระราชบัญญัติงบประมาณเท่านั้น คําตอบคือไม่ใช่ครับ วิธีการนําเงินออกมานั้น มี ๔ วิธีครับ ต้องเปึนไปด้วยกฎหมาย ๔ ตัวครับ กฎหมายงบประมาณ กฎหมายวิธีการ งบประมาณ กฎหมายโอนงบประมาณและกฎหมายเงินคงคลัง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้นําเงินออกมาโดยใช้กฎหมายงบประมาณครับ แต่ใช้กฎหมายวิธีการงบประมาณ มาตรา ๒๓ ครับ เปึนการใช้กฎหมายพิเศษครับ ท่านเป่ดดูกฎหมาย มาตรา ๒๓ ระบุชัด เพราะฉะนั้นผมตอบคําถามแรกของท่านว่า พระราชบัญญัตินี้ออกโดยฐานรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ หรือเปล่า คําตอบคือ ไม่ใช่ครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านบอกว่าทําไมรายจ่ายในป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ไม่ไปอยู่ใน งบประมาณ เอามาอยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ทําไม มันขัดกับหลักที่เคยทํา คําตอบคือ ก็มันอยู่ไม่ได้ครับ ทําไมมันอยู่ไม่ได้ครับ เพราะว่าปกติแล้วการจัดงบประมาณขาดดุล ก็คือในช่วงที่ประเทศต้องการลงทุนก็จะจัดรายจ่ายมากกว่ารายรับครับ จะเกิดช่องโหว่ เกิดขึ้น แล้วช่องโหว่นี้ครับทุกรัฐบาลก็ต้องใช้วิธีการกู้เงินเพื่อมาอุดช่องโหว่ครับ เปึนไป ตามกฎหมายที่ชื่อว่า พระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะป้ ๒๕๔๘ แล้วเขากําหนด เพดานเอาไว้ว่า ช่องว่างนี้จะใส่เงินเข้าไปกู้ได้เท่าไร คําตอบก็คือว่า ครั้งนี้เราจัด งบประมาณมีช่องว่างมากครับ กฎหมายปกติใส่ไม่ได้ครับ ไม่พอครับ เพราะเปึนมาตรการ การกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงจําเปึนที่จะต้องออกเปึนกฎหมายพิเศษแบบนี้ล่ะครับ เปึนพระราชบัญญัติพิเศษเข้าสู่สภาแห่งนี้ ผมคิดว่าผมตอบชัดเจนครับ เราไม่ได้อยู่ใน สภาวะปกติครับ ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็มีคําถามต่อมาอีกครับว่า อ้าว แล้วไปสร้าง หนี้สาธารณะขณะนี้ด้วยการออก พ.ร.บ. และ พ.ร.ก. กู้เงินทําให้หนี้สาธารณะต่อ จีดีพี จีดีพี คือความร่ํารวยของคนนี่นะครับพุ่งขึ้นไปเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ได้เปึนกฎหมาย แต่เปึนวินัยทางการคลังที่ทุกคนรู้ทั่วกันไปว่าไม่ควรทํา แต่นั่นเปึนกรณีการบริหารประเทศ ในสภาวะปกติครับ แต่วันนี้เปึนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งทั่วโลกทําครับ ท่านประธานครับ ประเทศญี่ปุ์นที่เราบอกว่าห้ามเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในกรณีปกติ ประเทศ ญี่ปุ์นหลังการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ประเทศญี่ปุ์นกระตุ้นเศรษฐกิจทําให้หนี้สาธารณะ ขึ้นไป ๒๑๗ ประเทศอิตาลี ๑๐๙ ประเทศอินเดีย ๘๒ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๘๑ ประเทศ แคนาดา ๖๓ ประเทศฝรั่งเศส ๗๒ ประเทศเยอรมนี ๗๖ ครับ แล้วประเทศไทยต่อให้ไป สุดกู่ในป้ ๒๕๕๕ คือสิ้นแผนนี้ก็อยู่ที่ ๖๑ ครับ โดยการคาดการณ์ครับ เพราะฉะนั้นก็ตอบ คําถามของฝ์ายค้านอีกครับว่า หนี้สาธารณะนั้นเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์เกือบทั้งหมด เปึนเรื่องปกติครับ
ประเด็นต่อมาครับ สิ่งที่นํามาพูดแล้วนําความสับสนก็คือ ว่าผมได้ยิน คํานี้ครับ ตื่นขึ้นมาก็เปึนหนี้ พรุ่งนี้เปึนหนี้แล้ว ไม่เห็นได้อะไรเลยจากรัฐบาลนี้ทําไม ตื่นขึ้นมาฉันต้องเปึนหนี้ ทําไมหนี้ถึงเพิ่มมากขึ้น หนี้ของส่วนตัวถึงเพิ่มมากขึ้น คําตอบ คือว่าท่านจะเอาหนี้สาธารณะโดยทั้งหมดไปหารกับจํานวนประชากรแล้วบอกว่าคนไทย เปึนหนี้ต่อหัวเท่าไร ไม่ได้ครับ นั่นมันหนี้สาธารณะครับ แต่หนี้ภาคครัวเรือนเปึนอีกเรื่อง หนึ่งครับ หนี้ภาคครัวเรือนคือหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อ หนี้บ้าน พวกนี้เขาเรียกว่า หนี้ภาคครัวเรือน ที่บอกว่าหนี้ต่อหัวคนไทยพุ่งสูงผมไม่เข้าใจว่าท่านเอาสูตรไหนครับ ท่านเอาหนี้สาธารณะหารกับจํานวนคนไม่ได้ไม่มีใครทําครับ เพราะฉะนั้นชัดเจนนะครับ นี่เปึนหนี้ของภาคส่วนของภาครัฐบาลครับ ไม่เหมือนกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
อีกประการครับ ต้องบอกว่าเงินคงคลังนั้นพูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ เงินในกระเปิาเราละครับ ในกระเปิาสตางค์ใช้ทุกวันนี่ครับ แต่ประเทศเราไม่ได้จนนะครับ เรามีทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ถึง ๑.๒ แสนล้านเหรียญครับ ก็แปลงเปึน เงินไทยก็ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เราอยู่ในระบบอนุรักษ์นิยมทางด้าน การคลังครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ ประเทศที่ผมเอ่ยชื่อมาว่าสร้างหนี้สาธารณะ มหาศาลเมื่อสักครู่นี้เวลาเขาพิมพ์แบงก์เขาไม่ต้องมีสมบัติไปแบคหรือไปสนับสนุนครับ เพราะฉะนั้นระบบเขาไม่เหมือนเรา เรายังมั่นคงกว่าพวกนั้นอีกครับ เพราะฉะนั้นประเทศ วันนี้ไม่ได้ถังแตกอย่างที่ท่านพูดนะครับ ขอสร้างความเข้าใจในจุดนี้ก่อนครับ
ท่านประธานเอาละครับ พอมาถึงเรื่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับระบบขนส่งมวลชน ก็คงต้องเล่าครับว่าจะบอกว่าพระราชบัญญัติและ พระราชกําหนดนั้นกู้โดยที่ไม่มีเอกสารเปึนรายละเอียดข้างหลังคงไม่ได้ครับ รายละเอียด ข้างหลังที่สนับสนุนนั่นคือแผนไทยเข้มแข็ง หรือ เอสพี ๒ มูลค่า ๑.๔๓ ล้านล้านบาทครับ เราออก เอสพี ๑ ไปแล้วก็คือแผนระยะสั้นในตอนต้นรัฐบาลใช้งบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทเราก็รู้กันครับ เรื่องอะไรบ้างครับ เรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อสม. ต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ เช็ค ๒,๐๐๐ บาท เปึนการอัดฉีดเงินลงไปในเบื้องต้นครับ นั่นคือ ระยะสั้น ระยะยาวก็แผน เอสพี ๒ ที่เปึนเอกสารสนับสนุน พ.ร.บ. และ พ.ร.บ. เงินกู้ที่พูด อยู่ที่ละครับ ที่มามาอย่างไรครับ ต้องเล่าที่มาเพราะอย่างนั้นจะงงว่าจะตอบคําถามไม่ได้ ว่า รัฐบาลนี้หาเงินเปึนหรือเปล่า ผมจะบอกว่ารัฐบาลนี้หาเงินเปึนครับ ถึงออกแผนไทย เข้มแข็งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่มานั้นต้องบอกว่าของเงินในการลงทุน ๑.๔๓ ล้านล้านบาทในโครงสร้างขั้นพื้นฐานนั้น มาจาก ๓ ที่หลัก ๆ ของง่าย ๆ ครับ ๑. มาจากงบประมาณประจําป้ ซึ่งก็น้อยนิดเพราะตามช่องโหว่ที่ผมบอกท่านแล้วว่า มันจ่ายมาได้น้อยมากครับ ๒. มาจากโครงการร่วมลงทุนระหว่างเอกชนกับรัฐ เดี๋ยวจะ อธิบายครับ ชื่อว่า พีพีพี นี่ละครับตัวหาเงิน ๓. การกู้เงินโดยผ่าน พ.ร.ก. กฎหมายพิเศษ พ.ร.บ. กฎหมายพิเศษแบบนี้ ๓ ที่มาคือแหล่งของที่มาของเงินที่จะนํามาพัฒนาประเทศ ครับ เอาละครับ ท่านยังงงว่าแล้วพูดถึงเรื่องรายจ่ายแล้วจะสร้างรายได้อย่างไร ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าระบบขนส่งมวลชนที่เราจะเห็นต่อไปนี้ ๔ สี ๕ สาย ผมต้องใช้คํานี้ครับที่จะเห็นเชื่อมโยงในกรุงเทพมหานครก็จะมาจากงบเงินกู้ก้อนนี้ละครับ แล้วสายเส้นเดียวเท่านั้นที่มีการร่วมลงทุนภาคเอกชนไปแล้วคือสายสีม่วง สายที่เหลือไม่ว่า จะเปึนสายสีเขียว สายสีแดง สายสีน้ําเงินยังไม่มีการร่วมลงทุน วันนี้รัฐบาลประกาศชัด ในแผนไทยเข้มแข็งว่า ถ้าคุณไม่มาร่วมลงทุนกับผม ผมจะกู้เงินแล้วทําเอง วันนี้ก็คือให้ การรถไฟเปึนคนทํา รฟม. ขออนุญาตครับท่านประธาน ย้ํานะครับ ถ้าท่านไม่มาร่วม ลงทุนกับผม จะใช้เงินรัฐบาลทําเอง ผมเชื่อรัฐบาลพูดได้ดีมากครับ เพราะว่านักลงทุนเห็น เลยครับว่ารัฐบาลต้องทําแน่นอน แล้วผมเชื่อครับป้ ๒ ป้นี้ละครับ ไม่พ้นละครับจะต้องมี คนมาขอร่วมลงทุนสร้างแล้วเกิดอะไรขึ้น ภาคเอกชนมาขอร่วมลงทุนสร้าง ที่มาของเงินที่ เรียกว่า พีพีพี หรือโครงการร่วมลงทุนนั้นจะขยายมากขึ้น ก็จะทําให้เงินที่จ่ายจาก งบประมาณลงมาน้อยลง แล้วแน่นอนครับการใช้เงินกู้ก็น้อยลง เพราะเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราพูดอยู่ตอนนี้เปึนเพียงวงเงินเท่านั้นท่านประธาน ไม่ใช่เงินจริง ๆ ครับ ยังไม่ได้กู้จริง ๆ ครับ เปึนวงเงินย้ํากันอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้แผนชัดแบบนี้ ไทยเข้มแข็ง ๓ ป้ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ผมเชื่อว่าคนลงทุนแล้วนี่ละครับ พรรคประชาธิปัตย์สร้างแผนอันนี้ให้เห็น ให้นักลงทุนเชื่อมั่นเราหาเงินได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพมาดูสักนิดเถอะครับ เวลาผมเหลืออีก ๑๐ นาที ผมก็ จะพูดถึงระบบขนส่งมวลชน ขออนุญาตนะครับ ต้องใช้ผู้ช่วยนิดหนึ่ง เพราะว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ยากมากนะครับ เพราะว่าผมเองก็ต้องบอกว่าจะชํานาญเรื่องเศรษฐกิจ มากกว่าเรื่องคมนาคม แต่ว่า ส.ส. กทม. ก็จําเปึนครับเพราะว่าเราพูดคุยกันหลายครั้งทั้ง ระหว่าง ส.ส. กันเอง ทั้งระหว่างผู้ว่าสุขุมพันธุ์ บริพัตร เราเปึนห่วงเรื่องนี้กันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แผนที่จะเกิดขึ้นในเรื่องขนส่งมวลชนต่อจากไทยเข้มแข็ง ถ้าผ่านวันนี้นะครับ ถ้า พ.ร.บ. ผ่านวันนี้ครับ เราจะได้รถไฟฟัาครับเส้นสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ ผ่านหลายที่ครับ ผ่านถนนเลี่ยงเมืองนนท์ สะพานพระนั่งเกล้า บางบัวทอง บางใหญ่ ได้เส้นนี้นะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมอธิบายไปแล้วว่าตอนนี้มีผู้ร่วมลงทุนเรียบร้อยแล้ว ภาคเอกชนมาแล้ว เราจะได้สายสีแดงครับ ที่ท่านเห็นอยู่นะครับเส้นพวกนี้ แปลง่าย ๆ ครับเส้นสีแดงคือ เส้นแอร์พอร์ตลิ้งค์ นี่รู้กันนะครับเส้นสีแดงคือแอร์พอร์ตลิ้งค์ ต่อมาเราจะได้ส่วนต่อขยาย สายสีน้ําเงิน สีน้ําเงินพูดง่าย ๆ ครับ รถใต้ดินที่ท่านขึ้นกันทุกวันนี้แหละครับ คนกรุงเทพมหานครขึ้นกันอยู่ นี่คือสายสีน้ําเงิน แต่ท่านจะได้เฉพาะซีกฝัืงนี้เท่านั้นครับคือ ซีกฝัืงตะวันออก ก็คือหมอชิตไปหัวลําโพงนี่แหละครับ วันนี้จะสร้างฝัืงตะวันออกให้ท่านครับ ก็คือไปบางซื่อแล้ววกกลับมานี่ละครับ ขออนุญาตนะครับ บางซื่อ-บางใหญ่ แล้วก็ บางซื่อ-ท่าพระ หัวลําโพง-บางแค แบบนี้ละครับ ท่านจะมีวงแหวนอีกวงหนึ่ง แล้วก็มีต่อ ยาวไปถึงบางแคครับ นี่คือความหวังที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับเราจะได้สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย สายสีเขียวแปลง่าย ๆ ก็คือ บีทีเอส (BTS) ที่วิ่งกันอยู่ทุกวันนี้ ที่เรานั่งรถไป สยามสแควร์นี่ บีทีเอส ครับ แล้วท่านคงเห็นนะครับว่าเวลาท่านวิ่งนี่นะครับ มันจะไป สุดสายที่อ่อนนุชครับ วันนี้กรุงเทพมหานครในสมัยผู้ว่าอภิรักษ์ต่อสู้กันมา ไม่เอ่ยครับว่า นักการเมืองท่านไหน ใครอย่างไร ต้องการที่ฮุบบริษัท บีทีเอส ในขณะที่เขาอ่อนแอ แต่เวลานั้นผ่านไปแล้วผมไม่เอ่ยครับ วันนั้นเปึนเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเอาเส้นนี้มาวิ่งให้ได้ครับ บีทีเอส อ่อนแรงในขณะนั้น กทม. จึงต้องเข้ามาทําเอง ไม่ได้ใช้งบประมาณจากส่วนกลางเพราะส่วนกลางเปึน พรรคการเมืองฝัืงตรงกันข้าม บางทีการช่วยเหลือกันมันก็ไม่มีแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ อ่อนนุชไปยังแบริ่ง วันนี้ก่อสร้างอยู่กําลังจะวิ่งได้ป้ ๒๕๕๔ ครับ ตรงนี้คนได้ประโยชน์ มหาศาล ถ้าใครจําได้สุดอ่อนนุชไปแบริ่งประโยชน์มหาศาลครับ สร้างอยู่จะเสร็จแล้ว นะครับ แล้วก็ระบบอาณัติสัญญาณเปึนระบบที่ยากที่สุดกําลังทําอยู่ครับ เส้นต่อมาที่เป่ด ไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ก็คือเส้นตากสินข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา วงเวียนใหญ่ เป่ดไปแล้วครับ นี่ต้องยกนิ้วให้นะครับเป่ดไปแล้วครับ เรากําลังทําส่วนต่อ ขยายไปอีกก็คือวงเวียนใหญ่ไปถึงบางหว้า ก็กําลังจะเสร็จต่อไปครับ ข้างบนท่านเห็นว่า เรียบร้อย แต่ความจริงแล้วระบบคอมพิวเตอร์ระบบอาณัติสัญญาณยังคงอยู่ระหว่างการ จัดซื้อจัดจ้าง เอาละครับถามว่าปัญหาชีวิตผมวันนี้คืออะไรครับ ผมจะไม่พูดในเรื่องของ สายอื่น ๆ ที่ผ่านมานะครับ สีแดง การรถไฟรับผิดชอบไป เพราะว่าเขาสร้างอยู่บน ทางรถไฟครับ เส้นอื่น ๆ รฟม. รถไฟฟัาที่อยู่ใต้ดินรับผิดชอบไปผมไม่ว่าครับ เส้นสีเขียว เมื่อก่อนอยู่ที่ กทม. พอรัฐบาลท่านสมัครท่านก็เอาไปครับ ไปอยู่ที่ รฟม. วันนี้ที่ผมยืนวันนี้ ท่านประธาน ผมขอคืนครับ รัฐมนตรีคมนาคมอยู่กันคนละพรรคครับท่านประธาน แต่ว่า ผมจะเล่าให้ฟังว่าเหตุผลขอคืนคืออะไร ทําไมต้องอยู่ที่ กทม. คนที่รับผิดชอบ เส้นสีเขียวปัจจุบันคือ บีทีเอส และ กทม. ในส่วนต่อขยาย แต่ท่านประธานครับถ้าท่าน อนุญาตให้ รฟม. ทําก็จะเปึน ๓ เจ้าทันที พวกผมนั่งคํานวณกันครับ ส.ส. กทม. พร้อมกับ ท่านผู้ว่าสุขุมพันธุ์ สุดสาย ๖๐ บาทถ้าเราทํา แต่ถ้า รฟม. ทํา ๑๒๐ บาทสุดสายนั่นคือ สิ่งที่พวกเรายอมไม่ได้ครับ ถึงขอท่านประธาน นี่ยืนขอท่านประธาน กลับมาให้ กทม. ดูเถอะครับ ผมว่าตรงนี้เราแก้ไขปัญหาได้ดีมากเลย ท่านประธานครับต้องเล่าครับว่า รฟม. วันนี้เราเพียงแต่วางโจทย์ว่า รฟม. ทําอย่างที่ผมบอก เรารอครับว่าจะมีมาไหม ภายใต้โครงการ พีพีพี ร่วมลงทุนเอกชน ถ้ามีเอกชนมามันไม่ใช่ รฟม. แล้วครับ มันจะเปึน เอกชน คราวนี้แหละครับมันจะกลายเปึน บีทีเอส กทม. เอกชน แล้วค่าใช้จ่ายมันจะ ไม่เพิ่มได้อย่างไรครับ เราเคยนึกภาพขึ้นทางด่วนไหมครับ จ่ายเปึนทอด ๆ นี่แหละครับ ปัญหาที่เกิดกับเส้นสีเขียว แต่เส้นอื่นจะไม่เกิดครับ ยกเว้นเส้นสีเขียวเส้นเดียวเพราะมันมี กทม. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย วันนี้ บีทีเอส กับ กทม. เขาคุยกันรู้เรื่องได้เพราะว่าสัมปทานนี้ กทม. ให้กับ บีทีเอส ไป ท่านประธานเห็นไหมครับ นั่นคือสิ่งที่ผมขอท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้ท่านไม่อยู่แต่ท่านคงฟังอยู่ ที่พวกผมไปประชุมกันก็เรื่องนี้แหละครับ อยากจะได้ให้ กทม. กลับมาดูแล แล้วประชาชนส่วนมากของ กทม. ก็จะได้จ่ายเงินถูกลงในเส้น สายสีเขียว เอาละครับผมขอจบเรื่องของเส้นสายสีเขียวที่ผมขอเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ส่วนที่มันเชื่อมโยงเขาเรียกว่าฟ้ดเดอร์ (Feeder) วันนี้ทุกสาย ในอนาคตตัวที่เปึนตัวเชื่อมคือเส้นสายสีน้ําเงินมันเปึนวงกลม เงินกู้เงินฉบับนี้จะทําให้มัน เปึนวงกลมแล้วมันเชื่อมโยงทุกสายอีก ๓ ป้ท่านขึ้นโยงกันหมดเลย แต่ว่าในตัวย่อย ๆ ของมัน มันต้องใช้ฟ้ดเดอร์ครับ กทม. ก็เลยทําสิ่งที่เขาเรียกว่า บีอาร์ที (BRT) ก็คือ รถล้อยางวิ่งอยู่เกาะกลางเพื่อขนส่งคน ยิบย่อยนะครับ ขึ้นการขนส่งที่เปึนขนส่งหลักตัวนี้ นั่นคือฝันที่ กทม. อยากทํา บีอาร์ที มี ๖ เส้น วันนี้แล้วเสร็จ ๑ เส้นยังไม่ได้เป่ดยังติด ปัญหาอยู่ในเรื่องของเทคนิค บีอาร์ที จะเป่ด ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ มันเชื่อมระหว่างเส้นสายสีเขียวกับเส้นสายสีน้ําเงินเปึนจุดย่อยนะครับ นี่ละครับที่ผม กังวลใจเพราะมันเรื่องเกี่ยวโยงกับรถเมล์ เอ็นจีวี พวกผม ส.ส. กทม. ไม่ค้านเรื่อง เอ็นจีวี เลยครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะว่าการเช่าหรือการซื้อคนที่จะชี้ขาดคือสภา พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเราเชื่อว่าถ้าแก้ไขการขาดทุนของ ขสมก. ได้จริงก็เปึนเรื่องที่ควรจะทํา ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจครับ แล้วคนชี้ได้คือสภาพัฒน์ ผมจะไม่ก้าวล่วงครับ เราไม่เคยก้าวล่วงเรื่องนี้แล้วผมย้ํากับท่านประธานครับ เราไม่เคย คิดที่จะมองเปึนอื่นแล้วเล่นเกมการเมืองเลยครับ แต่เราเปึนห่วงครับ เพราะว่ารถ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คันนี้ควรจะมาช่วยในเรื่องของการเปึนฟ้ดเดอร์ ท่านประธาน ควรจะมาช่วยเอา คนจากตรอกซอกซอย ถนนเล็กถนนน้อยเข้าสู่โครงสร้างหลักแบบนี้ครับ นี่คือสิ่งที่เราหวัง เราอยากให้เปึน แต่ข่าวเอง บุคคลข้างนอกเองพยายามจะยุเหลือเกินว่า ส.ส. กทม. เล่นการเมือง เราไม่เล่นครับ รอสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติละครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าอย่างไรว่าอย่างนั้นละครับ ผมอยากให้วันนี้ กระทรวงคมนาคมมาพูดกับ กทม. เราทํางานเชื่อมโยงกันได้เราเปึนพรรครัฐบาล เหมือนกันร่วมกัน นี่ก็ความสามัคคีที่เราจะทําให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับประเทศนี้ คือสิ่งที่พวกเราหวัง สิ่งที่ ส.ส. กทม. นั่งกันอยู่ที่นี่หวังครับท่านประธาน ท่านประธานครับ มาคุยกันครับ ไม่มีใครรู้จัก กทม. ดีเท่า กทม. ครับ พวกผมอยู่ในพื้นที่พวกผมรู้ว่าจะไป ไหนมาไหนตรงไหนติด ตรงไหนไม่ติด เส้นมันทับซ้อนกันหรือไม่ เพราะว่าสาระสําคัญของ รถเมล์มันไม่ได้อยู่ที่ซื้อหรือเช่า แต่มันอยู่ที่เส้นทางเดินรถครับท่านประธาน มาคุยครับ นี่ละครับบูรณาการร่วมกัน แล้วผมย้ํานะครับ ไม่ได้แปลว่าผมจะมาแลกกับเส้นสีเขียวให้ กทม. เปึนคนดูแล ผมไม่ได้เกี้ยเซี๊ยะว่ายก กทม. ให้ ยกการดูแลเส้นสีเขียวให้ กทม. ผมไม่ได้มาต่อรองแบบนั้นครับ แต่ผมมาขอความบูรณาการร่วมกันในพรรคร่วมรัฐบาล อยากเห็นแบบนี้ในกรุงเทพมหานคร ส.ส. พวกเราอยากเห็นครับ ท่านประธานครับ ผมเอง มาสู่จุดสุดท้ายของการอภิปรายวันนี้ครับ ต้องขอให้ฝ์ายค้านช่วยกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นได้จริง ผมขอแรงครับ แล้วที่ท่านบอกว่าเราหาเงินไม่ได้ ผมตอบโจทย์ท่านแล้วครับ รัฐบาลจะทํา ถ้าเอกชนไม่มีรัฐบาลทําเองช่วยกันครับ ท่านประธานครับ ขอแรงครับ ขอแรงพรรคร่วม ขอแรงพรรคฝ์ายค้านเพื่อประเทศไทยของ เราครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ จะทํา อย่างไร ส.ส. กทม. ไม่ให้รถติดปัญหาทั้งนั้นครับ รถติดจังเลยกรุงเทพฯ ต่อไป พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ เชิญครับ ๑๕ นาที
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ เพื่อไทยจากนครราชสีมา ท่านประธานครับ ผมได้เรียนกับท่านประธานวิปของผมแล้วเวลามันอาจจะเหลื่อมกัน นิดหน่อย ท่านประธานกรุณารับทราบด้วยนะครับ ประเดี๋ยวเมื่อถึงเวลาออดจะดังท่านก็ จะเบรก (Break) ให้หยุด ขออนุญาตแล้วนะครับ
ไม่ได้เบรกครับ ถึงเวลา ก็หยุด
ก็ขออนุญาตครับ ผมพยายามจะทําเวลาตามกําหนดเพราะหลายคนก็เปึนห่วงว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเอาไปผมเห็นเพื่อนสมาชิกฝ์ายประชาธิปัตย์เอาโครงการหลายโครงการออกมาพูด เราก็เลยยิ่งงุนงงกันใหญ่แล้วก็ไม่เข้าใจก็คุยกันกับท่าน ส.ส. ธนาธร โล่ห์สุนทร นะครับ ท่าน ส.ส. สุรศักดิ์จากอยุธยาก็เรียนว่าเราก็คุยกันว่าแล้วสิ่งที่มันเปึนแผนอะไรทั้งหลายทั้งปวง มันเอาไปใช้ในพระราชกําหนดใน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. นะครับ หลายคนก็ออกมาพูดซึ่ง อยู่ในซีกของประชาธิปัตย์ของรัฐบาลเองว่าจะเอาเงินทั้งหลายทั้งปวงที่ได้มาไปพัฒนา แหล่งน้ําในอีสาน ซึ่งเราก็เอ๊ะ แล้วทําไมเราไม่เคยมีแผนงานให้เห็นแม้แต่นิดเดียว กรอบของงาน กรอบของเงินกู้ไม่เห็นเลยไม่มีเลย หลายคนก็อภิปรายหลายคนก็พูดกัน ชัดเจน ที่จริงแล้วเราก็รู้ครับวันนี้ท่านประธานครับว่าวันนี้เงินคลังเขาไม่มี ปัญหา บ้านเมืองก็เกิด เศรษฐกิจก็แย่นะครับ วิกฤติเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเปึนกังวล วันนี้เราไปเดินบอกพี่น้องประชาชนเดินเยี่ยมทั้งหลายทั้งปวงไปหาพ่อค้าแม่ค้าแม่ขาย ทั้งหลายเขาก็บอกว่าเงินฝ๋ดเคืองเหลือเกินนะครับ วันนี้ค้าขายไม่ได้ สินค้าก็ลําบาก การซื้อขายก็หาเงินหาทองไม่ได้ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่านี่คือสิ่งที่พวกเราทั้งหลายก็พากันกังวลว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง พ.ร.บ. ซึ่งไม่ใช่ พ.ร.ก. ท่านจะเอาไปทําอะไร แล้วก็ตอบไม่ได้ ว่าจะเอาไปทําอะไรบ้าง เพราะว่ามันไม่มีกรอบให้เราเห็น แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไปสู่ กรรมาธิการแล้วค่อยไปดูกันตรงนั้นว่าจะจัดอะไรให้บ้าง ท่านประธานครับ วันนี้ผมไปขอ ยืมสตางค์ท่านสัก ๔๐๐,๐๐๐ บาท หรือว่าลูกชายของท่านขออนุญาตนะครับไปขอยืม ท่านสัก ๔๐๐,๐๐๐ บาท บอกว่าจะเอาไปลงทุนทําท่านให้ไปเลยโดยไม่สอบถามอะไรเลย หรือครับว่าเอาไปทําอะไร โอกาสได้กลับมามีไหม โอกาสเสียหายมีหรือเปล่า มันจะ ได้ไหมประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ถามตัวท่านเองเถอะครับ เช่นเดียวกันครับฝากไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ท่านได้นั่งอยู่ที่นี่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังถามว่าถ้าเกิดพวกเราขึ้นไปนั่งข้างบน วันนี้เอากฎหมายอย่างนี้มาเสนอ ให้ท่าน ท่านจะไม่ใส่กันใหญ่หรือครับนี่ นี่คือสิ่งที่เห็นชัดเจนครับว่าวันนี้รายละเอียดอะไร ก็ไม่มี แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมอยากจะเข้าสู่เนื้อหาสาระและประเด็น จริง ๆ เลย ท่านประธานมีไหมครับนี่ ร่างพระราชบัญญัตินี่นะครับ ท่านประธานเป่ดดู ตามผมสักนิดเถอะครับท่านประธานครับ ท่านดูมาตรา ๓ ท่านประธานครับ มาตรา ๓ เขียนเอาไว้ชัดเจนนะครับว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจ กู้เงินบาทเอาวรรคแรกนี่ก่อน เริ่มต้นกู้เงินบาทนะครับ วันนี้ต้องบอกว่าเงินบาทนะครับ ไม่มีเงินอื่นในมาตรา ๓ นี่นะครับ แล้วท่านประธานลองไปดูนิดหนึ่ง ผมย้อนมานิดเดียว ในมาตรา ๙ ท่านประธานครับเมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วตามมาตรา ๘ ให้ปรับโครงสร้างหนี้ มาตรา ๙ ให้กู้เจ้าหนี้รายใหม่ได้เพื่อเอาไปใช้เจ้าหนี้รายเก่า เห็นไหมครับ โดยสกุลเงินใด ๆ ก็ตาม ก็หมายถึงว่าไม่จําเปึนกู้เงินบาทแล้วดูให้ชัดนะครับ มาตรา ๓ นี่เริ่มด้วยเงินบาท ถามว่าทําไมต้องเปึนเงินบาท ผมบอกได้เลยว่านี่คือสิ่งที่กลัว พี่น้องประชาชนจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอาประเทศไปจํานํากับที่โน่นที่นี่อีกแล้ว เอาประเทศ ไปขายให้กับ ไอเอ็มเอฟ อีกแล้วก็ไม่กล้า ก็มาตั้งด้วยเงินบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในเวลาเดียวก็ไปเป่ดช่องให้มีการปรับโครงสร้างหนี้กู้จากเจ้าหนี้รายอื่นเอาไปชําระ เจ้าหนี้รายเก่า วันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลดูเหมือนกับว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะเอา ไปส่งคืนไม่ได้แน่ ใช้คืนไม่ได้แต่ แล้วสงสัยว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูว่า มันจะขยายวงเปึนหนี้มากขึ้นไปอีกจากดอกเบี้ย เพราะโครงการที่จะทําออกมานี่นะครับ เราไม่มั่นใจครับวันนี้ต้องเรียนตรง ๆ เลยว่าไม่มั่นใจว่ามันจะได้ผลกลับคืนมาหรือไม่ แล้วมีเงินต้นมีดอกเบี้ยไปชําระเขาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่คือการเขียนกฎหมายที่รองรับ เอาไว้ชัดเจนว่าข้างหน้ามันใช้หนี้ไม่ได้แน่นอน เห็นไหมครับ ท่านประธานครับแล้วที่แปลก หนักขึ้นอีกก็คือว่า มาตรา ๓ ไม่ได้มีการพูดถึงกองทุนบริหารเงินกู้เลย ไม่มีครับ เปึนหน้าที่ กระทรวงการคลังไปดําเนินการกู้มา เสร็จแล้วไม่มีกองทุนบริหารเงินกู้เลย กลับไปเขียน เอาหลังจากที่มีการปรับโครงสร้างแล้ว ท่านประธานดูให้ชัด ๆ นะครับ ท่านเห็นไหมครับ ให้มีกองทุนบริหารเงินกู้ ซึ่งก็แปลกว่าทําไมตอนมาตรา ๓ ท่านไม่เขียนเอาไว้เมื่อกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมา ทําไมไม่ให้กองทุนเขาเข้าไปบริหารจัดการแล้วดูแลนะครับ เพื่อให้มันมีผลดอกกลับมาแล้วก็ใช้คืนเขาเสีย นี่คือสิ่งที่เปึนกังวลมาก เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมก็มองดูว่ากฎหมายฉบับนี้มันไม่น่าเชื่อถือ แล้วดูเหมือนกับว่าวันนี้จะมาหลอกสภาของเราแห่งนี้ด้วยซ้ําไป ท่านประธานดูนะครับว่า วันนี้เขาให้กระทรวงการคลังเอาเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะใช้เองก็ได้นะครับ แน่นอนต้องใช้เอง ๒ หรืออาจเอาไปให้หน่วยงานของรัฐหรือในหน่วยงานกํากับของรัฐ กู้ก็ได้ ท่านประธานครับ จะเห็นได้เลยว่าในสภานี้ไม่สามารถตรวจสอบแผนงานการใช้เงิน แล้วก็จะเอาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไปทําอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่มีนะครับ วันนี้สภา ตรวจสอบไม่ได้ในชั้นนี้เห็นไหมครับ เสร็จแล้วก็ยังให้โอกาสกระทรวงการคลังไปปล่อย เงินกู้ให้กับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกํากับของรัฐเอาไปกู้ไปทําอะไรก็ไม่รู้อีก สภาก็ ไม่สามารถจะตรวจสอบได้อีกท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นไหมในขณะนี้ถ้าเกิด มองไปให้ไกลกว่านั้นท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเกิดว่าหน่วยงานโดยกระทรวงการคลัง ไปกู้เงินหลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านแล้ว ไปกู้เงินต่างประเทศ เห็นไหมครับ ไม่ต้อง ผ่านสภาเลยแม้แต่นิดเดียว ไปทําสัญญากับต่างประเทศนี่นะครับ ไม่ต้องผ่านความ เห็นชอบของสภาเลย ไม่ไปกันใหญ่หรือ นี่คือการที่ไม่ต้องผ่านตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญเลย มองให้ดีนะครับ มองให้ไกลนะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่านี่มัน อะไรกัน ผมเชื่อได้เลยว่าวันนี้ไม่ต้องการกู้เงินบาทหรอก แต่ว่าต้องเริ่มต้นตรงนี้ก่อน เพราะว่ากลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์มากโดยพี่น้องประชาชน ว่าเอาประเทศไปจํานํา จํานอง ต่างประเทศอีกแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เริ่มต้นด้วย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สุดท้ายก็คือ ตามมาตรา ๙ ก็สามารถที่จะไปกู้ต่างประเทศได้ เห็นไหมครับ แล้วก็เอามาชําระหนี้ให้กับ เจ้าหนี้เดิม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเริ่มต้นก็หลอกกันแล้ว แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ เพราะว่าเราไม่สามารถจะตรวจสอบในแต่ละ โครงการได้เลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือสิ่งที่ผมเรียนว่าพวกเราก็พากันเปึนห่วงว่า ถ้าปล่อยให้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภาไปแล้ว ผลเสียหายจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมือง อย่างมหาศาล ไม่มีการควบคุม แถมยังเอาไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดินอีก แต่เวลาออกกฎหมายมาเขียนว่า ไม่ต้องเอาเงินนี้ส่งคืนคลัง แต่เวลามีการจัดชําระหนี้ จะต้องสามารถที่จะใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินได้ แล้วมันไปยุ่งอะไรกับงบประมาณ ของแผ่นดินเขา ก็เมื่อคุณกู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคุณบริหารจัดการ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ดี ไม่ต้องไปเกี่ยวกันกับงบประมาณ เพราะครั้งแรกก็ไม่ต้อง ส่งเงินเข้าคลังถูกไหมครับท่านประธานภายใต้กฎหมายนี้ แต่สุดท้ายก็มาเขียนผนวกไว้อีก มาตราหนึ่ง บอกว่าสามารถจะต้องใช้เงินของงบประมาณเข้ามาในการจ่ายหรือใช้เงินกู้ ตรงนี้จ่ายแทนก็ได้ เห็นชัดเจนท่านประธานครับว่าวันนี้เปึนเรื่องที่น่าสงสัยมาก ผมอยาก ให้ท่านประธานเป่ดไปดูมาตรานี้นะครับ ท่านประธานครับ เอามาตรา ๙ นี่แหละครับ ผมอ่านนิดหนึ่งขออนุญาตครับ นี่คือกู้ใหม่นะครับ นี่คือกู้ใหม่แล้ว สามารถกู้ในสกุลอื่นได้ หมดเลย มาตรา ๙ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ตามมาตรา ๓ มันไม่ใช่มาตรา ๓ นะครับ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ตามมาตรา ๓ ปรับโครงสร้างนี่คือมาตรา ๘ นะครับ แต่บอกเอาละไม่เปึนไร เขียนเอาไว้ว่าการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ตาม มาตรา ๓ ต้องต่อไหมครับว่าเขียนว่าตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘ คนเขียนก็ต้องการที่จะ ไม่ให้คนอ่านได้เข้าใจว่านี่คือการกู้ใหม่ นี่คือการหลบเลี่ยง ทําไมไม่เขียนเติมไปละครับว่า ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘ เขาไม่ต้องการให้ผู้อ่านเขาได้รู้ว่านี่คือการกู้ใหม่ กู้ต่างประเทศก็ได้ ไม่ใช่กู้เงินบาท เห็นไหมครับท่านประธานครับ นี่มันอะไรกัน สําคัญ ที่สุดก็คือว่าวันนี้ท่านประธานครับ ที่พวกเราพากันเปึนห่วงแล้วไม่สามารถจะรับร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ ก็เพราะว่าพวกเราไม่มีโอกาสตรวจสอบเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วในอนาคตข้างหน้าท่านประธานดูนะครับ ผมผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ที่ผมเคารพ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านมั่นใจไหมครับว่าท่านจะไม่กู้ต่างประเทศอีก สุดท้ายท่านก็จะเอา ประเทศไปเกี่ยวพันกับต่างประเทศอีก ผมกล้าที่จะพูดได้เลย ไม่มีทางละครับ ทําไมท่านไม่กล้าหาญชาญชัยละครับ เพราะไม่ได้เสียหายถ้าเกิดว่ามันจําเปึนอย่างนี้ เอาแผนงานมาดูให้ดีว่าจะใช้คืนเขาอย่างไร กู้มาแล้วมีการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้มันล้มเหลว ซึ่งวันนี้ท่านก็รู้แก่ใจท่านเองอยู่ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามา มันละลายหมด ไม่มีทางเลยที่จะเก็บต้นเก็บดอกคืนเขาได้ มีวิธีเดียวคือว่าจะต้องนําเงิน จากต่างประเทศหรือที่อื่นนี่ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาจากที่ไหน เอามาใช้คืนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ทําไมไม่กล้าหาญชาญชัยครับท่านประธานครับ บอกเลยครับว่าวันนี้ จําเปึนที่จะต้องกู้เงินต่างประเทศ ไม่ต้องอายละครับ วันนี้เพราะสุดท้ายท่านก็หนีไม่พ้น แน่นอนที่ท่านจะต้องไปหาเงินต่างประเทศที่จะเข้ามาใช้หนี้เงินกู้บาทในประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ต้องนําเรียนว่าทําไมเราถึงมาช่วยกันบอกไปยังรัฐบาลด้วยความเปึนห่วงเปึนใย ว่าวันนี้เราก็รู้วิกฤติเศรษฐกิจของโลกนี่มันเกิดขึ้นทุกประเทศป์วยหมด แต่วันนี้มันต้อง โปร่งใส เพราะสิ่งที่ท่านบริหารราชการแผ่นดินมาในช่วงที่ผ่านมาที่เปึนรัฐบาลนี่ มันไม่ประสบความสําเร็จแม้แต่นิดเดียว หลายโครงการพอดูมันไม่โปร่งใส โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายที่วันนี้เห็นชัด ขออนุญาตพูดนิดหนึ่งผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี วันนี้งบของท้องถิ่นอีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ไปแล้ว อยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบอุดหนุนเฉพาะกิจนี่เพราะปรากฏว่ายังไม่ได้ใช้อีก ประมาณหมื่นล้านบาท ท่านประธาน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมนี่เขาจะมีการเลือกองค์การ บริหารส่วนตําบลใหม่ทั้งประเทศเลยท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้จะเปึนตัวต่อรอง เอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ซึ่งนี่คือปัญหาว่าทําไมเศรษฐกิจมันถึง ไม่ดีขึ้น ทําไมมันถึงตกงาน ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้ารัฐบาลครับ ท่านต้องกํากับ ดูแลในทุกกระทรวง ทบวง กรมอย่าปล่อยละเลยไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นเลยว่า บ้านเมืองนี่เสียหาย ไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้คนตกงาน วันนี้ ๘๒๐,๐๐๐ คนแล้ว ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้มันจะขึ้นเปึนล้าน เพราะฉะนั้นงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ต้องรีบผ่านต้องรีบใช้เงิน มันก็เลยเปึนผลกระทบมายังพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ท่านประธานครับ วันนี้มีการ บล็อก (Block) งบประมาณ ซึ่งวันนี้ท่านก็รู้ท่านก็ทราบ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีมีการบล็อกงบประมาณไม่ให้ลงไปในพื้นที่ ที่ไม่ใช่พวกตัวเอง ซึ่งผมบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วนี่มันทําให้เศรษฐกิจมันชะงักงัน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนหัวหน้ารัฐบาลท่านอยู่ได้อย่างไร เมื่อท่านเปึนหัวหน้าทีม ท่านต้องลงไปดูทุกกระทรวง ทบวง กรมให้ได้ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเรียนว่า นี่คือสิ่งที่ พวกเราห่วงใยและผมเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้พระราชบัญญัติฉบับนี้ถอยออกไปเถอะครับ ท่านประธานครับ ท่านคอยดูนะครับ จะต้องไปกู้เงินต่างประเทศท่านประธาน แล้วเปึนหนี้ เปึนสินต่างประเทศครับ ถอยกลับไปเถอะครับ ไปคิดกันใหม่ทํากันใหม่เอาแผนเสนอมา ใหม่นะครับ พวกเรายินดีที่จะพิจารณาในโอกาสหน้าท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
รักษาเวลาได้ดีมากครับ ต่อไปคุณสุรชัย เบ้าจรรยา
ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธานครับ
มีอะไร
ทางนี้ครับ
เชิญท่าน ผมลืมเมื่อสักครู่ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาบอกว่าจะตอบ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ความจริงก็มีหลายคําถามนะครับ แต่ตอบอันใกล้ที่สุดก็คือ ที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องของมาตรา ๓ เรื่องของมาตรา ๙ ผมว่าตรงนี้ครับคือ ความสวยงามของระบอบของเรา นั่นก็คือท่านเริ่มเข้าไปดูในเรื่องตัวมาตรา แล้วท่านก็ไป เจอสิ่งที่ท่านคิดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผมอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ที่เรามานําเสนอนี่ครับ มันเปึนพระราชบัญญัติ แล้วมันก็เปึนร่างพระราชบัญญัติเนื้อหาของมันนี่อะไรที่มัน ไม่ถูกต้องเราก็ไปคุยกันในระดับกรรมาธิการ ตรงนี้ละครับมันถึงต้องมีกรรมาธิการ แล้วก็ถ้าหากว่ามีการตั้งกรรมาธิการไป ผมก็ต้องมี หน้าที่เข้าไปดูคําอภิปรายของพวกเราทุกคน รวมของท่านสมชายด้วย ขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนามท่านว่าประเด็นอย่างนี้เปึนประเด็นที่ทางท่านผู้แทนราษฎรเปึนห่วง เจ้าหน้าที่ ที่เขามีหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องเงินกู้ เขาก็จะต้องมาชี้แจง แล้วถ้าพวกเรา เห็นด้วยว่ามันใช้ไม่ได้ เราก็แก้ วันนี้ไม่ได้มาขอเพื่อให้ผ่านพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ นะครับ เพียงเฉพาะในหลักการเบื้องต้นเท่านั้น ข้างในนี่มันแก้ได้เกือบหมดทุกอย่างตามที่ เราจะคุยกันในระดับกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็พูดหลายครั้งครับ เรื่องต้นกล้าอาชีพ ขอพูดอีกทีนะครับ ว่าโครงการนี้เวลาเข้าไปดูเม็ดเงินแล้วก็เหมือนว่าไม่ประสบผลสําเร็จ เพราะว่าจัด งบประมาณไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ทําไมใช้ไปได้นิดเดียว มันเปึนรายเดือนนะครับ เดือนหนึ่งก็ใช้ได้ช่วงหนึ่ง เดือนหนึ่งก็ใช้ได้ช่วงหนึ่ง เพราะฉะนั้นทําอย่างไรมันก็ไม่สําเร็จ หรอกครับ ที่ว่าพอเป่ดปุ็บก็ใช้ได้ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอย่างนั้นสิน่าสงสัย เพราะฉะนั้นมันก็ไปทีละขั้น ทีละตอน แล้วก็ในเบื้องต้นช่วงแรกนะครับ ช่วงแรกก็มีผู้สนใจ ถึง ๑๔๐,๐๐๐ คน เราก็ฝ๊กได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ช่วงที่ ๒ คือเดือนพฤษภาคมที่เพิ่ง ผ่านมาก็ฝ๊กได้เกือบ ๖๐,๐๐๐ คนครับ แล้วเดือนนี้ก็อีกประมาณเกือบ ๖๐,๐๐๐ กว่าคน มีคําถามว่าทําอย่างนี้มันได้ประโยชน์อะไร เพราะว่าพี่น้องตกงาน ไปฝ๊กอาชีพใหม่ ให้เขาหรือ ก็มองได้หลายมุมนะครับ สิ่งที่รัฐบาลมองก็คือว่าปัญหาการตกงานนี่ เราก็มี ความหวัง จริง ๆ ก็เปึนความหวังครับ ความหวังว่าเศรษฐกิจของโลกมันจะดีขึ้น แต่ในช่วงนี้ มันไม่ดี เมื่อมันไม่ดีเราก็ต้องฝ๊กฝน เพิ่มทักษะให้กับคนของเราให้เก่งขึ้น แต่เท่านั้นไม่พอ ครับ เราก็ยังมีโครงการในลักษณะที่เข้าไปช่วยในธุรกิจ เราไปขอร้องเขาครับ ว่าเข้ามาร่วมโครงการเถอะ ถ้าท่านมีคนงานอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ คน ๓๐๐ คน ๕๐ คน ๑๒๐ คน ๒๕๐ คน เข้ามาร่วมโครงการเถอะ อย่าปลดคนงานของท่านเลย แล้วเราก็จะไป ช่วยในเรื่องค่าฝ๊กปรือคนงาน ในเรื่องค่าอาจารย์มาฝ๊ก อย่างนี้เปึนต้น แล้วเปึนข้อตกลง กันครับว่า เมื่อเขาเข้ามาอยู่ในโครงการแล้ว เขาก็จะจ้างคนงานเหล่านั้นต่ออย่างน้อยอีก ๑ ป้ ก็มีเข้ามาร่วมเยอะครับ แล้วก็ได้ผล ผมคงจะไม่ใช้เวลาในเรื่องนี้มากไปกว่านี้อีกแล้ว นะครับ จะขออนุญาตท่านประธาน พอดีมีท่านสมาชิกท่านหนึ่งท่านพูดย้ําหลายครั้งว่า รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ทํางานไม่เปึน แล้วก็ ทํางานล้มเหลว แล้วก็ท่านก็พูดถึงตัวเลขนะครับ ตัวเลขที่เปึนตัวเลขการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ ท่านย้ําหลายครั้งมาก ลบ ๗.๑ ลบ ๗.๑ ลบ ๗.๑ แล้วท่านก็บอกว่าเปึนช่วง ไตรมาสที่ ๑ ผมขออนุญาตท่านประธานได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว อยากจะขอขึ้น พาวเวอร์พอยท์ที่จะแสดงให้เห็นครับ ในแต่ละช่วงตอนว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขอให้เจ้าหน้าที่
ท่านขออนุญาตแล้ว ผมอนุมัติแล้วครับ
ขอบพระคุณครับ ที่ผมทํา มานี่นะครับ ผมเริ่มต้นตั้งแต่ต้นป้ครับ ต้นป้ที่แล้วนะครับ แล้วก็ใช้คําว่า ไตรมาสที่ ๑ แท่งแรกนะครับ ไตรมาสที่ ๒ ไตรมาสที่ ๓ และไตรมาสที่ ๔ ของป้ที่แล้วนะครับ ป้ที่แล้วก็ ท่านละครับเปึนรัฐบาล รัฐบาลของท่าน อาจจะมีนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่ก็เปึนรัฐบาล พรรคของท่านละครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าไตรมาสที่ ๑ ก็คือ ๓ เดือนแรกของป้ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ตอนนั้นตัวเลขของ อีกสไลด์ (Slide) หนึ่งนะครับ โชว์ผิดสไลด์ อีกสไลด์หนึ่งครับ เจ้าหน้าที่ครับ ขออภัยนะครับ อันนี้ก็ไตรมาสที่ ๑ นะครับ บาร์ (Bar) แรก ๖.๐ ก็หมายความว่าตอนท่านเริ่มขึ้นมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ก็ประมาณร้อยละ ๖ ไม่ใช่ผลงานของท่านนะครับ ผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมาประมาณ ๖ เดือนที่แล้วครับ เพราะไม่ใช่ทําวันนี้แล้วก็ตัวเลขทางเศรษฐกิจมันขึ้นเลย ไม่ใช่ครับ มันมีระยะเวลา ๓-๖ เดือนครับ มาไตรมาสที่ ๒ ครับ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม แล้วก็เดือนมิถุนายนก็เริ่มลดลงครับ เหลือ ๕.๓ ไตรมาสที่ ๓ ครับ เหลือ ๓.๙ แล้วท่านก็ เห็นว่าไตรมาสที่ ๔ คือปลายเดือนครับ จําได้ไหมครับ ตอนที่มีวิกฤติสารพัดวิกฤติ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอกครับ เศรษฐกิจข้างนอกมันพังทลายนะครับ แล้วตัวเลขก็ติดลบมาที่ ๔.๒ พวกเราเข้าไปทํางานก็ปลายป้ครับ ทํางานกันจริง ๆ ก็ประมาณต้นเดือนมกราคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์เราก็เห็นถึงปัญหานะครับ ก็วางแผนว่าทําอย่างไรดีจะแก้ไขปัญหา ถ้าหากว่าเราทําแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ ปานกลางที่เปึนการลงทุนระยะยาวจะใช้เวลานานพอสมควร ก็ต้องรีบออกแผนกระตุ้น เศรษฐกิจฉุกเฉินขึ้นมาครับ ที่ขอความเห็นใจจากทางสภานี่ครับ และก็ให้ความเห็นชอบ ไปแสนกว่าล้านบาท แต่ก็ไม่ได้เปึนพระราชกําหนดนะครับ เปึนพระราชบัญญัติ จึงใช้ เวลานานพอสมควร กว่าเม็ดเงินจะได้ออกไปมันประมาณต้นเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าทําได้ เร็วแล้ว แต่ไตรมาสที่ ๑ ที่ลบ ๗ มันเปึนเรื่องของเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะว่า พี่น้องประชาชนนั่งฟังอยู่ทางบ้าน อาจจะคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาล เปึนเดือนมกราคมปุ็บก็เศรษฐกิจดิ่งเหวทันที ไปถามนักเศรษฐศาสตร์ใครก็แล้วแต่นะครับ มันใช้เวลาครับ คนเราเข้ามาปุ็บวันเดียววันรุ่งขึ้นก็ทําให้ประเทศชาติพังมันเปึนไปไม่ได้ หรอกครับ มันใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนหรือ ๖ เดือนครับ ตรงนี้ก็ไม่ใช่เปึนชาร์ท ที่ผมทํา ขึ้นมาเองนะครับ ทางสภาพัฒน์ที่เขาช่วยทําให้ จะเห็นว่าในไตรมาสที่ ๒ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน สีฟัานี่คือสิ่งที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเราไม่มีแผนกระตุ้น เศรษฐกิจเข้าไป ตัวเลขจะติดลบประมาณ ๕.๓ และก็แผนระยะสั้น ๆ อาจจะดึงขึ้นมาได้ บ้างแต่ไม่มากนัก แต่ว่ามันปัองกันไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้ และเราก็เชื่อว่า พ.ร.บ. ที่ท่าน กําลังพิจารณาอยู่นี้ครับ ถ้ามีโอกาสเข้าไปในไตรมาสสุดท้ายมันก็อาจจะเปึนบวกได้ อันนี้ก็คือชี้ให้เห็นครับ สีแดงนี่ก็คือว่าถ้าหากว่ามีเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ โอกาสที่ การขยายตัวของเศรษฐกิจที่หดตัวอยู่หรือติดลบอยู่ก็จะติดลบน้อยลง และมีโอกาสเพิ่ม เปึนบวกได้ นี่ก็พยายามเอาข้อเท็จจริงมาชี้ให้เห็นนะครับ อีกสไลด์หนึ่งครับ สไลด์ เมื่อสักครู่นี้ครับ เจ้าหน้าที่ครับ สไลด์นี้นะครับก็เปึนสไลด์ที่ชี้ให้เห็นในเรื่องของคนว่างงานครับ คนว่างงานเปึนปัญหาใหญ่ที่สุดครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีเม็ดเงินลงทุนไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วมันจะไม่เกิดการสร้างงาน พี่น้องประชาชนที่เขาเคยมีรายได้อยู่ เขาก็จะไม่มีรายได้ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งก็ย้ําหลายครั้งว่าต้องตอบให้ได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะหารายได้ให้ประเทศได้อย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนครับผมอยู่ใน โลกของความเปึนจริงครับ แล้วในโลกของความเปึนจริงวันนี้มันเจ็บปวด เพราะว่าปัญหา เศรษฐกิจมันรุมเร้าครับ ความจริงแล้วถ้าหากว่าเราดูตัวเลขคนว่างงานสมัยที่ท่านอยู่ ค่อนข้างจะดีนะครับ หมายความว่าจาก ๖๐๐,๐๐๐ คน ลดลงมาเรื่อย ๆ แต่เมื่อมีปัญหา ทางเศรษฐกิจ ตัวเลขมันกระโดดไปที่ไตรมาส ๑ ป้ ๒๕๕๒ ถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็คือตอน เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ วันนี้เรามีแผนที่เราทําในเรื่องต้นกล้าอาชีพก็ดี ในเรื่องการ เอาเงินไปใส่ในมือเพื่อให้พี่น้องเขาไปใช้เงิน ใช้เงินแล้วเศรษฐกิจมันเดินได้ ของมันผลิตได้ โรงงานมันผลิตของได้ การจ้างงานก็ดูทําท่าว่าจะเริ่มดีขึ้น แต่สีม่วงนี่หมายความว่า เมื่อเงินลงไปแล้วเรามั่นใจครับว่าเราสามารถที่จะปลดให้คนว่างงานกลับไปอยู่ใน ค่อนข้างจะระดับปกติ คือประมาณ ๔ แสน ต่อ ๑ ไตรมาส นี่เปึน ๒ ชาร์ทง่าย ๆ แค่นี้ เพื่ออยากจะชี้ให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วมันลําบากครับ เรียนตรง ๆ ถามว่าวันนี้จะหารายได้ ให้กับประเทศได้อย่างไร อยู่ในโลกแห่งความเปึนจริง เราก็บอกว่ารายได้ของประเทศนั้น ถ้าหากประเทศเปึนบริษัทก็อยู่ที่ว่าเราค้าขายได้ดีอย่างไร วันนี้เราค้าขายกับคนข้างนอก มันก็เปึนบทเรียนอย่างหนึ่งครับ บทเรียนว่าเวลาลูกค้าของเราเขาจนลง เราก็ต้องจนตาม เขาไปด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลคํานึงถึงเรื่องนี้ครับ เราจึงนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้อย่างเต็มที่ครับ เพราะเราต้องพึ่งตัวของเราเอง เราไม่เพ้อเจ้อหรอกครับ ผมจําได้ พวกท่านทั้งหลายก็คงจําได้ว่าเคยมีรัฐบาลอยู่รัฐบาลหนึ่งที่บอกว่า เดี๋ยวจะนํารายได้เข้า ประเทศมหาศาล เอาบัตรเครดิตไปขาย ขายฝรั่งมังค่า จะได้มาเที่ยวเมืองไทย ขายสัก ล้านใบก็พอ ใบละล้านบาท ก็จะได้เงินเยอะแยะไปหมดเลย พวกเราผมก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ข้างล่างครับ ก็เคลิ้มไปพอสมควร ท้ายที่สุดถึงวันนี้ไม่ต้องบอกกันว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าไปอยู่ ในโลกแห่งความเปึนจริงนะครับ ผมว่าสิ่งที่สําคัญที่สุด นอกจากเราจําเปึนที่จะต้อง พยายามที่จะหารายได้แล้วเราต้องประหยัดครับ วิธีประหยัดอย่างหนึ่งก็คือว่า ภาระ งบประมาณของเราจะต้องให้ไปใช้ชดเชยในสิ่งที่เราทํางานแล้วมันไม่เกิดผลครับ โดยเฉพาะเรื่องการโกงกิน ท่านโกงกันมากเท่าไร ประเทศก็เสียหายมากเท่านั้น เวลา ประเทศเสียหาย คนที่โกงนี่ไม่เคยต้องมาใช้เงินหรอกครับ คนที่โกงมักจะไปรอด แต่ประเทศชาติเสียหายมากครับ ผมมีตัวอย่างความจริงไม่อยากจะพูดเลย แต่ผมคิดว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านน่าจะได้รู้บ้าง เพราะวันนี้เรากําลังพูดถึงความยากลําบาก ผมอยากยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ เพราะว่ามีหลายท่านพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาของพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็ตําหนิติติงว่าพอยกเลิกราคาจํานําเกษตรกรก็กลุ้มใจกันไปหมด ผมไม่เชื่อครับ ผมไม่เชื่อ เพราะว่าไม่ใช่เกษตรกรทุกคนมีโอกาสนําผลผลิตทางการเกษตร ของเขามาจํานําได้ มีไม่เกิน ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ตัวเลขมันฟัองอยู่ แต่ที่มันเจ็บปวด ก็คือเวลาเราจํานํา เราซื้อของเราก็จ่ายแพงลิบลิ่วเลยครับ เราก็ซื้อเต็มที่หวังคะแนนเสียง หวังคะแนนนิยม ของเขามาอยู่ในโกดังเต็มไปหมด แต่ถึงเวลาเราจะขาย ของที่เราซื้อมา แพง ๆ ราคาดี ๆ นี่ครับ มันกลายเปึนของเสียครับ แล้วเราขาย แล้วเราก็ขาดทุน ผมไม่ได้ พูดลอย ๆ นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อน ๆ สมาชิก มีการจําหน่าย ข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล พอดีเมื่อวานนี้คุณมิ่งขวัญพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะต้อง เอาข้อมูลมาให้ดูกัน ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน จําหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ หลายคนนึกถึงช่วงนั้นแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ ทําให้นึกถึงการประท้วง นึกถึงสนามบินที่ป่ด ทําให้ลืมดูเรื่องการเมืองไปสักระยะหนึ่ง แต่ในช่วงนั้นเพียงเดือนเศษ ๆ ครับ มีการขาย ข้าวที่เหลือในคงคลังทางการของรัฐบาล ขายโครงการนาป้ ๒๕๔๗-๒๕๔๘ นาป้ ๒๕๕๐ -๒๕๕๑ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒,๐๐๙,๓๐๕ ตัน ขายโครงการนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒,๒๑๕,๕๗๘ ตัน ขายทั้งหมดภายในเดือนเดียว ขายแล้ว ปรากฏว่าราคาที่ขายครับ ข้าวดี ๆ กลายเปึนข้าวเสียครับ ไม่ต้องคํานึงเพราะเวลาเราไป ซื้อข้าวมานี่เราจํานําราคาสูง เมื่อเราจํานําราคาสูง แน่นอนครับเราขาดทุน ถ้าวันนั้น รัฐบาลในขณะนั้นขายข้าวในราคาตลาด คือราคาที่ทุกคนซื้อทั่วไป ตัวเลขว่าจะขาดทุนนี่ อยู่เพียงประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนเพราะจํานําไว้สูงครับ แต่เปล่าครับ ไม่ทํา ขายต่ํากว่าราคาตลาดเปึนเม็ดเงินที่ขาดทุนเฉพาะต่ํากว่าราคาตลาด ๑๒,๒๙๑ ล้านบาท ๑๒,๒๙๑ ล้านบาท ต่ํากว่าราคาตลาด ความหมายก็คือพ่อค้าคนไหนที่ซื้อไปวันนี้ วันพรุ่งนี้เอาไปขายได้ราคาตลาด กําไรทันที ๑๒,๒๙๑ ล้านบาท ภายใน ๑ เดือนครับ ตรงนี้ต่างหากครับที่น่ากลัว ตรงนี้ต่างหากที่สะสมเปึนขาดทุนของกองทุนที่ผมนั่งเปึน ประธานอยู่ขณะนี้รับงานนี้มา ประธานของ คชก. นี่ครับ แล้วเอาเงินที่ไหนมาใช้ครับ ก็เงินภาษี เงินที่จัดในงบประมาณในแต่ละป้ ถ้าเราไม่มีรัฐบาลที่มีความประพฤติอย่างนี้ เราก็ไม่ต้องหาเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพื่อไปแก้ไขปัญหาที่ขาดทุน ผมเชื่อว่าที่นั่งอยู่ ตรงนี้ท่านไม่ทราบหรอก ผมไม่แน่ใจจะมีแม้แต่ ๑ คนที่ทราบ ที่ผมต้องนําเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ก็เพราะผมอยากจะกราบเรียนว่า เราไม่มีทางจริง ๆ ครับ เรามีความจําเปึนจะต้องลงทุน ต่อครับ เราจําเปึนจะต้องสร้างงานครับ แล้ววันนี้เราไม่มีรายได้ครับ แต่สิ่งที่เราจะต้องทํา ก็คือว่าเราจะพยายามทุกวิถีทางครับที่จะไประดมทุนมาแล้วเราก็บอกว่าเราจะระดมทุน โดยภายในประเทศ เพราะขณะนี้ดอกเบี้ยต่ําและเราก็อยากจะให้ผู้ฝากเงินโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุนี่ครับท่านได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เราก็จะออกพันธบัตรส่วนหนึ่ง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็บอกว่าจะออกทันที ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่ออกเยอะก็ไม่ได้ใช้ เยอะนี่ครับ ก็ค่อย ๆ ทําไป ทยอยทําไป ถ้าทําได้อย่างนี้เปึนการระดมในประเทศ ระดมทุน ในประเทศเราพึ่งพาตัวเราเอง ถามว่าแล้วเราจะกู้ต่างประเทศหรือไม่ กู้ครับ ไม่ต้องใช้ ความกล้าหาญหรอกครับเพราะเมื่อสักครู่นี้ตอนชี้แจงไปเมื่อตอน ๔ โมงเย็น ก็บอกแล้วว่า กู้ครับ ทุกรัฐบาลก็กู้เงินจากต่างประเทศครับ ทํากันมาปกติ ๒๐-๓๐ ป้แล้วครับ แต่มีกรอบการกู้แล้วกรอบนี้เรากําหนดไว้ชัดเจนไม่กู้เกินกว่ากรอบเปึนเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ความมั่นใจกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒-๓ อย่างครับ
ข้อที่ ๑ ก็คือพระราชบัญญัติฉบับนี้กระผมยังไม่ได้ขอให้ท่านอนุมัติ เพียงแต่ขอให้ท่านอนุมัติในหลักการ ผมไม่สามารถจะนํากรอบมาให้ เพราะว่าตาม มาตรา ๓ นั้นกรอบนี่จะนําเสนอหลังจากเปึน พ.ร.บ. แล้ว ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ ๒ เดือน แต่ผมก็พร้อมที่จะนํากรอบอันนั้น ซึ่งก็ไม่เหมือน ไม่ต่างจากพระราชกําหนดเลย นะครับ เพียงแต่ยังไม่ได้เข้า ครม. เท่านั้น ไม่ได้ต่างกันเลย เกือบจะเหมือนกันเลย เพียงแต่เม็ดเงินต่างกันเท่านั้น ตรงนั้นผมพร้อมที่จะเอาไปให้พวกท่านได้พิจารณากัน ในระดับกรรมาธิการ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือผมกราบเรียนว่า ในเรื่องของทุจริต ในเรื่องของ สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่ามันก็วิวัฒนาการกันมาเรื่อย ๆ ทุกยุคทุกสมัยก็เหมือนกับว่า เปึนในลักษณะอย่างนี้ ผมก็ว่าก็คงจะต้องเปึนหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกัน ดูแลในส่วนนี้ เพื่อไม่ให้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่เลือกเรามานี่นะครับ ไปใช้ในสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง
สําหรับประเด็นสุดท้ายคงจะต้องขออนุญาตว่าจะเข้าไปดูนะครับ เพราะจริง ๆ ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงก็คือเรื่องงบท้องถิ่น แล้วก็มีความกังวลครับ แล้วก็ เห็นใจเพราะว่า เรื่องของงบท้องถิ่นเราก็อยากจะให้รีบออกไป เรามีเงินทิ้งไว้มันก็ไม่มี ประโยชน์ และไม่ได้เกิดการสร้างงาน ทุกเม็ดถ้าออกไปได้เร็วเท่าไรก็จะเปึนประโยชน์มาก เท่านั้น ก็จะขออนุญาตท่านประธานขออภัยที่อาจจะใช้เวลามากสักนิดครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญคุณสุรชัย
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับท่าน ท่านประท้วงผมหรือเปล่า
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ
ไม่เห็นพาดพิงอะไรเลยครับ อาจจะเสนออ้างชื่อท่านเท่านั้นเอง ที่ท่านพูดเมื่อวานนี้
อันนี้มันเปึนข้อเท็จจริงที่บอก ว่าผมขายข้าวช่วงเดือนพฤศจิกายนใช่ไหมครับ
ไม่มีครับ ผมฟังไม่มี
มีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ช่วยขอยืนยันว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านกล่าวว่าอย่างไรนะครับ
ได้ครับ คือพอดีผมกล่าว ชื่อท่าน ผมขออภัยนะครับ ผมกล่าวชื่อท่านว่าท่านพูดเรื่องนโยบายข้าวเมื่อวานนี้ แต่ว่า ท่านไม่ได้เปึนคนขายเรื่องพวกนี้ครับ
ท่านประธานครับ
ไม่มีครับ
ผมต้องการจะบอกว่าผมไม่ได้ เปึนคณะรัฐมนตรีในสมัยที่ท่านพูดนะครับ ผมเปึน ส.ส. ธรรมดาครับตอนที่ท่านพูดอยู่
ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้พูดว่าท่านขายข้าวครับ
แต่ผมว่าประชาชนเข้าใจกันว่า
ไม่มีใครเข้าใจละครับ ผมนั่งฟังอยู่ ถ้าอะไรมันไปพาดพิงถึงท่าน ผมจะให้ทันทีครับ
ขออนุญาตผมชี้แจง ท่านประธานนิดหนึ่งได้ไหมครับ
เรื่องอะไรครับ ชี้แจงเรื่อง อะไร
เรื่องจะบอกว่า ตามที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีการขายข้าวในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ บังเอิญเปึนช่วงเวลาที่ผมไม่ได้เปึนคณะรัฐมนตรีอยู่แล้วครับ ผมเปึน
ก็ไม่มี ท่านก็ไม่ต้อง รับผิดชอบอะไรนี่ครับ ท่านบริสุทธิ์นะครับ
ครับ แต่ว่าพอยท์ (Point) เดี๋ยวประชาชนจะเข้าใจว่าผมทําข้าวขาดทุน
ไม่มีละครับ ท่านบริสุทธิ์ อยู่แล้วครับ
ขอบพระคุณครับ ที่ท่านประธานรู้สึกได้อย่างนั้นนะครับ
ผมเข้าใจอย่างนั้นครับ ไม่ได้พาดพิง ท่านไม่เสียหายอะไรครับ
ครับ ไม่เสียหายอะไรครับ เพราะท่านประธานเข้าใจว่าไม่ผิด ผมก็ไม่เสียหาย และผมก็หวังว่าประชาชนทั้งประเทศ จะเข้าใจตามที่ท่านประธานเข้าใจครับ
เข้าใจอย่างนั้นครับ เชิญ คุณสุรชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ ทีแรกผมจะอภิปรายตั้งแต่เมื่อวานนี้ เรื่อง พ.ร.ก. และเมื่อคืนนี้คิวก็แน่น จนมาถึง ขณะนี้ ไป ๆ มา ๆ ผมต้องอภิปรายทั้ง ๒ เรื่องเลย ทั้ง พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เบ็ดเสร็จ เมื่อวานนี้ก็ผ่านไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็จะผ่านไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราต้องยอมรับกันนะครับว่า รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงนโยบายต่อกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่รัฐสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็เปึนประวัติศาสตร์ ของรัฐสภาไทยที่มีการแถลงนอกรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพนะครับ รัฐบาลแถลงนโยบายไปแล้ว เสร็จแล้วก็ทํางาน แต่ละโครงการของรัฐบาลโครงการใหญ่ ๆ ทั้งนั้น พูดแต่ละครั้งครับ น่ากลัวมาก ผมอยากจะย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ป้ ๒๕๓๙-๒๕๔๐ ช่วงนั้นวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้ง ท่านประธานครับ ถ้าจําไม่ผิดสมัยนั้นรัฐบาลของพรรคความหวังใหม่ มาคาบเกี่ยวกับ รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เกี่ยวพันกับการกู้เงินของ ไอเอ็มเอฟ มา ๓๐๐,๐๐๐- ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วงนั้นประชาชนนอนไม่หลับครับ ท่านประธานครับ น่ากลัวมาก ไม่รู้จะหาเงินที่ไหน ไปใช้หนี้ตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่เกี่ยวกับดอกเบี้ย ไฟแนนซ์ ล้มระเนระนาดไป ๕๘ ไฟแนนซ์ครับ ประชาชนตกทุกข์ได้ยากกันเปึนแถว อันนั้นคือประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พอดีบังเอิญมีรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณเข้ามาบริหารต่อ ก็สามารถใช้หนี้ให้ ไอเอ็มเอฟ ไปประมาณ ๒ ป้เศษ ๆ และขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็มีการกู้เงินมาอีกแล้วเปึน ๒ เท่า ท่านประธานสภาที่เคารพ รักครับ ผมไม่เข้าใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านได้คํานวณรายรับของ ประเทศไว้หรือเปล่า การเก็บภาษีแต่ละป้ได้ประมาณเท่าไร หรือว่าท่านไม่ได้คิดตัวนี้ ขอให้ได้กู้อย่างเดียวใช่หรือเปล่าครับ การกู้ครั้งนี้ครับ แล้วใครมาเปึนรัฐบาลสมัยหน้า ถามว่าลําบากใจไหม แน่นอนครับ ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ถึงแม้รัฐบาลจะมีอํานาจ กู้เงินในกรอบของกฎหมาย พ.ร.บ และ พ.ร.ก. ก็จริงครับ ท่านประธานครับ แต่ในฐานะ ที่พวกผมเปึนฝ์ายค้าน พวกผมก็ต้องตรวจสอบครับ ว่าโครงการต่าง ๆ ที่เอาเม็ดเงินลงไป ตามวัตถุประสงค์ไหม มีวาระซ้อนเร้นอะไรหรือเปล่า พวกผมไม่มอบความไว้วางใจ โดยสุจริตใจนะครับ แต่ละโครงการที่รัฐบาลทําขณะนี้โครงการใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ผมขอยกตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ อย่างรถไฟฟัาสายสีแดง สีม่วง สีเขียว โครงการ มันมีอยู่แล้วครับ พร้อมที่จะทําต่อ วงเงินแต่ละสายก็ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ หรือ ๒๐,๐๐๐ ต่อสาย ทําไมไม่ค่อยเปึนค่อยไปละครับ สถานการณ์ขณะนี้ทําครั้งเดียวใหญ่โต มโหฬารมันอันตราย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครของพวกเราครับ โครงการมันมาก วงเงินเปึนแสน ๆ ล้านบาท ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมาก ผมจะขอยกตัวอย่าง เรื่องโครงการที่รัฐบาลขณะนี้กําลังทํารถเมล์ เอ็นจีวี ครับ ผลักเข้า ครม. ไม่เคยผ่านเสียที ครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้ไปตกอยู่ที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อันนี้ก็ โครงการใหญ่ เสนอเข้ามาครั้งแรก ๖๙,๐๐๐ ล้าน ผลักดันเต็มที่ครับ เอาไปเอามาราคา ลดลงโดยอัตโนมัติเหลือ ๖๔,๐๐๐ ล้าน แกพ (Gap) ส่วนต่างครับ ท่านประธานครับ ๕,๐๐๐ ล้านบาท โครงการนี้พยายามจะทําให้สําเร็จว่าอย่างนั้นเถอะ อันนี้ผมขอพูดไว้ ก่อน ต้องเอาให้ได้ ส่วนต่างถ้าพูดเปรียบเปรยนะครับ ก็ตั้งพรรคการเมืองได้สบาย ๆ เลย ไม่เกี่ยวกับส่วนอื่นนะครับ อันนี้ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ โครงการใหญ่ ๆ ขณะนี้ใช้เงินมหาศาลทําไมไม่ชะลอละครับ เพราะว่า ทุกวันนี้กรุงเทพมหานครของเราก็เจริญพอสมควร รถไฟฟัาใต้ดินบนดิน รถเมล์ ปรับอากาศดี ๆ ก็มีเยอะแยะ โดยเฉพาะคนกรุงเทพมหานครนี่ครับ มีรถเก๋งส่วนตัว แทบทั้งสิ้น ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคพยายามจะผลักดันให้โครงการนี้ให้สําเร็จ ท่านประธานครับ ก็มีการติดตั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั่วกรุงเทพมหานครเลย ผมจะขอยกตัวอย่าง ขณะนี้ตั้งไว้ ๕ จุดแล้วครับ เปึนคัทเอาท์ (Cut out) ขนาดใหญ่ บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดที่ ๒ ย่านประตูน้ํา จุดที่ ๓ ย่านซอยรางน้ําใกล้ ๆ กับโรงแรม ฟูลแมนของคิงส์พาวเวอร์นี่ละครับ จุดที่ ๔ ย่านโคลีเซียม แล้วก็จุดที่ ๕ ใกล้สี่แยกอุรุพงษ์ มิหนําซ้ํายังไม่พอครับท่านประธาน มีการแจกเอกสารแผ่นพับใบปลิว แผ่นพับเอกสาร นี่ครับ ๑ ล้านเล่ม อาจจะมากกว่านั้นก็ได้ มีคนรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นที่เคยเจอ บ่อย ๆ สมัยพรรคไทยรักไทยแล้วก็พรรคพลังประชาชนเปึนโต้โผเดินแจกบนรถเมล์ อันนี้ ละครับท่านประธานครับ ผมหยิบมาเปึนตัวอย่าง ผมอยากจะถามว่างบประชาสัมพันธ์ ของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่วนนี้มาจากไหน อันนี้เปึนที่คลางแคลงใจของประชาชน ทั่วไป ขึ้นปัายคัทเอาท์ทั่วกรุงเทพมหานครต้องเสียภาษีนะครับ แล้วก็เอกสารเปึนล้าน ๆ แผ่นต้องเสียภาษี อย่างนี้จะตอบประชาชนว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายความว่า อย่างไร ให้ผมอ่านไหมครับท่านประธาน ภูมิใจไทยตั้งใจทําเพื่อประชาชน รถเมล์ เอ็นจีวี (ปอ. ๔,๐๐๐ คัน) ๑ เที่ยว ๑๒ บาทตลอดสาย ๑ วัน ๓๐ บาทขึ้นได้ทุกคัน ตั๋วเดือน ๘๐๐ บาทลดพิเศษ ตั๋วนักเรียน ๖๐๐ บาทต่อเดือน เต็มไปหมดครับท่านประธาน อันนี้หมายความว่าอย่างไร จะมาเจาะฐานเสียง กทม. หรือเปล่าครับท่านประธาน อันนี้พรรคประชาธิปัตย์คิดหนักแล้วนะผมจะบอกให้ ท่านประธานครับ อย่างนี้ผมไม่มอบ ความไว้วางใจในการบริหารเงินก้อนนี้ ต่อจากนั้นท่านประธานครับ ก็จะมีอีกส่วนหนึ่ง ที่พวกผมกําลังติดตามอยู่ความไม่ชอบมาพากล ความไม่โปร่งใส สาขาการบริหาร การจัดการน้ําเพื่อการเกษตร ท่านประธานครับ โครงการนี้มีกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง ๓ กระทรวง ๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และ ๓. กระทรวงมหาดไทย โครงการระบุชัดเจนว่า ใช้ในการบํารุงฟุ๋นฟู ระบบชลประทานเดิม ก่อสร้างฝาย อ่างเก็บน้ําขนาดเล็ก กลาง แก้ปัญหาอุทกภัย การปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช การพัฒนาลุ่มแม่น้ําชีตอนบน รวมทั้ง เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพรักครับ
หมดเวลาแล้วครับ
ท่านประธานครับ ขอสัก ๕ นาที ได้ไหมครับ
ไม่ได้ครับ
เขากินเวลาผมไปหมดครับ ท่านประธาน ผมอุตส่าห์เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ครับท่านประธาน
ก็ไม่เปึนไรครับ ค่อยเอา งบประมาณวันพรุ่งนี้
มันมีไคลแมกซ์ (Climax : จุดสําคัญ) อยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตินี่นะครับ
มันก็จะ ๒๔.๐๐ นาฬิกาแล้ว เหลืออีกหลายท่านครับ
มันมีหลักฐานชัดเจนครับ ท่านประธานครับ งานนี้ต้องถึง ป.ป.ช. หรือว่า สตง. โครงการทั้งหมด ๕๔ โครงการครับ
ขอความกรุณาเถอะครับ อย่ากินเวลาคนอื่นเขาครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขอสัก ๓ นาที ได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ๕ นาทีครับ อยู่ไหมครับ ผ่านนะครับ ถ้าเจ้าตัวไม่อยู่ ต่อไป คุณจุติ ไกรฤกษ์ ๓๐ นาทีเชิญครับ ลดได้ไหมครับเอาสัก ๒๐ นาที
ได้ครับ ท่านประธานครับ
เอา ๒๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะพยายามให้ประเด็นรวบรัดที่สุด ว่าวันนี้ สภามีความเห็นที่หลากหลายครับท่านประธานครับ ระหว่างจะกู้หรือไม่กู้ หรือว่าบอกให้กู้ แต่ว่าให้ระวัง แล้วก็บางท่านก็บอกว่าไม่สบายใจ ไม่อาจให้ผ่านเพราะว่าไม่มีรายละเอียด แต่ผมคิดว่าวันนี้คําถามที่ต้องถามก็คือว่า วันนี้รัฐสภาจะให้โอกาสคนไทยสู้ฝ์าวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้ไหม วันนี้รัฐสภาไทยจะให้เครื่องมือคนไทยไปต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจ หรือไม่ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้คงได้คิดรอบคอบ ได้ประเมินสถานภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศไทยรอบคอบว่า โครงการไทยเข้มแข็ง ๓ ป้นั้น รัฐบาลคงจะต้องคิดแล้ว ว่าโอกาสที่ประเทศจะฟุ๋นตัวดูได้จากนักเศรษฐศาสตร์ จาก ทีดีอาร์ไอ อดีตที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีหลายรัฐบาล ก็บอกว่าอีก ๓ ป้โน่นกว่าจะได้เห็นเศรษฐกิจกลับไปแข็งแรง เหมือนเดิม ผมเชื่อว่าเปึนความตั้งใจรัฐบาลที่อยากจะให้เห็นบอกว่า อีก ๓ ป้นั้นเราต้อง ท่องคาถาครับ อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ตนเปึนที่พึ่งแห่งตน รัฐบาลต้องพยายามช่วยเหลือ ตัวเองภายในประเทศให้มาก ดีกว่าจะไปคอยพึ่งพาความช่วยเหลือหรือความกรุณาจาก ต่างชาติ เราทราบกันดีว่าประเทศไทยนั้นพึ่งพารายได้จากการส่งออกกับการท่องเที่ยว มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี จริง ๆ แล้วคือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์มาจากการส่งออกและการ ท่องเที่ยว วันนี้รัฐบาลต้องเติมส่วนที่ขาดไปท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า ๓ ป้นั้นโครงการไทยเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าจะเปึนโอกาสที่เตรียมประเทศไทย นั้นให้เข้มแข็งและมีโอกาสช่วงชิงในช่วงเศรษฐกิจนั้นกลับมาฟุ๋นเหมือนเดิม ถามว่าวันนี้ เราบอกว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนจนสายป์านไม่ยาวเท่าคนรวย วันนี้ครับผมเชื่อว่า มาตรการทั้งหลายของรัฐบาลของเมื่อวานนี้ ของวันนี้ แล้วก็ของพรุ่งนี้ จะเปึนมาตรการ ที่ต่อสายป์าน ต่อลมหายใจให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ฝ์าฟันวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะยังอยู่ข้างหน้าอีก ๓ ป้ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลมาขอให้รัฐสภานั้นให้โอกาส กับประชาชนให้โอกาสกับคนไทย ช่วยต่อลมหายใจต่อสายป์านให้ต่อสู้ได้ ผมดีใจครับ ที่รัฐบาลวันนี้ต้องฟังสมาชิกซีกฝ์ายค้านว่า ให้ระวังการกู้เงินให้มาก ๆ ผมบอกว่า การระมัดระวังนั้นดี แต่ผมอยากจะบอกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ชีวิตต้อง อยู่ด้วยความหวังครับอย่าอยู่ด้วยความกลัว ในขณะเดียวกันชีวิตก็ไม่ต้องไม่ประมาทครับ ไม่จําเปึนท่านก็ต้องไม่สร้างหนี้ให้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่ผมไม่สบายใจเลยก็คือว่า ท่านสมาชิกหลายท่านขึ้นมาอภิปรายว่า การกู้นั้นเปึนสิ่งที่เลวร้ายสําหรับประเทศเวลานี้ ผมกลับคิดตรงกันข้าม วันนี้เรามาถามตัวเองไหมครับว่า เราจะเอาเงินจากไหนเข้า ประเทศ จะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงดู ดูแลคนไทยที่ยังอ่อนแอในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ วันนี้เรามีโอกาสไหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคิดไหมว่าถ้าจนแต้มแล้ว จะขายสมบัติชาติ ขายทรัพย์สินของประเทศไทยไปเพื่อกู้หน้าให้คนไทยมีกินในช่วง ๓ ป้ ข้างหน้า เปึนทางเลือกอันหนึ่ง ท่านได้เลือกไปแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้ซึ่งจะเข้าสภาพรุ่งนี้ ปรับลดงบประมาณมาลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันหลายคนตกใจ หลายท่านก็ตกใจบอกว่า นี่เปึนการกู้ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ผมบอกว่าไม่ใช่ ที่ไม่ใช่เพราะว่าอะไร เมื่อวานนี้มีพระราชกําหนดเข้าสภา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาก็อนุมัติ ผ่านไปด้วยดี หลายท่านบอกว่าเปึนพระราชกําหนดที่มีการกู้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศไทย ๗๐ ป้ ผมเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่ เมื่อคืนผมไม่สบายใจ ผมไปดูครับท่านประธาน ที่ไม่ใช่ เพราะว่าก่อนหน้านี้มีการกู้ออกพระราชกําหนดเงินกู้ครับท่านประธาน ขออภัยที่ต้องเอ่ย คือสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ก็กู้เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศครับ ออกเปึน พระราชกําหนดเงินกู้ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นกู้เพื่อไปชดเชยผล ขาดทุนของกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินตอนนั้น ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นพระราชกําหนดเมื่อวานนี้ หรือพระราชบัญญัติวันนี้ไม่ใช่การออกกฎหมายที่กู้ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยครับ แต่ถ้าเผื่อเอาตัวเลข ๒ ตัวเลขมารวมกันว่า เมื่อวานนี้เปึนพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เปึนพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกกัน ถ้าจะเลี่ยงบาลีอย่างนั้นก็บอกได้ว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่า ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าจะเปรียบเทียบว่าพระราชกําหนดเงินกู้ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาชดเชยผลขาดทุนกองทุนฟุ๋นฟูกับเมื่อวานนั้นมันมีข้อแตกต่าง การชดเชยผลขาดทุนกองทุนฟุ๋นฟูนั้นเปลี่ยนลูกหนี้จากภาคเอกชนมาเปึนลูกหนี้รัฐครับ แต่วันนี้ที่รัฐบาลกู้นั้นเอามาสร้างงานครับ เกิดการจ้างงานขึ้น เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจขึ้น ถามว่าวันนี้ประเทศไทยจําเปึนไหมครับ จําเปึนต้องให้เกิดการจ้างงานไหม จําเปึนต้องให้ ธุรกิจเดินได้ไหม จําเปึนต้องสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อให้คนนั้นยังมีงานทํา ไม่ตกงานไหม จําเปึนต้องเพิ่มทุนให้ธนาคารของรัฐไหมครับ เพื่อจะปล่อยกู้ให้ธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลางได้มีลมหายใจเดินต่อไปได้ จะให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ไหม ผมคิดว่าจําเปึน เมื่อจําเปึนแล้วผมก็บอกว่าอย่าไปตกใจ อย่าไปตกใจว่าประเทศไทย ไม่เคยกู้เงินเลย ไม่ใช่ครับ ประเทศไทยมีกู้เงินทุกยุคทุกสมัยครับท่านประธาน ตั้งแต่ ท่านประธานเปึน ส.ส. ครับ ๒๕๑๒ ก่อนหน้านั้นครับ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครต่อใคร แม้กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านประธานทราบไหมครับว่าครั้งนี้ไม่ใช่เปึนครั้งแรก ที่รัฐบาลกู้เงินนะครับ แล้วครั้งนี้ไม่ได้เปึนครั้งแรกที่รัฐบาลจัดงบประมาณขาดดุลครับ แล้วก็ครั้งนี้ไม่ได้เปึนครั้งแรกที่รัฐบาลนั้นออกพระราชกําหนดกู้เงิน ถ้าไปดูตารางการกู้เงิน เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ตอนนั้นรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ก็มีการกู้ชดเชยการขาดดุล งบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ก็กู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณอีกครับ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ กู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ท่านบอกว่าจะไม่กู้ เพราะว่าจะเปึนงบประมาณสมดุลดูดี แต่ไม่ใช่ครับ เอาหนี้ไปซุกไว้กับ ธ.ก.ส. อีก ๑๐๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในป้ ๒๕๔๙ รัฐบาลชุดต่อมาคือชุดของ คมช. ต้องมาตั้งงบประมาณชดเชยใช้หนี้ ขาดดุลอีกเหมือนกัน กู้เหมือนกันครับรัฐบาล คมช. กู้อีก ๑๔๖,๒๐๐ ล้านบาท งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ก็กู้ขาดดุลอีกเหมือนกันครับ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าฉะนั้นไม่ใช่เปึนครั้งแรกที่กู้ แล้วอย่าไป ตกใจ ไม่ใช่ว่าการกู้เงินนั้นเปึนการดีครับ ผมคิดว่าเปึนการแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศที่มี อยู่ แต่วิกฤติวันนั้นกับวิกฤติวันนี้มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนั้นเศรษฐกิจโลกไม่ล่ม สลายอย่างนี้ ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ป่ดกัน ๗๐-๘๐ แห่ง ทั้งประเทศ สหรัฐอเมริกาครับ คนไม่ตกงานมากมายทั่วโลกขนาดนี้ ถ้าท่านประธานไปดูนะครับ ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ จีดีพี ของประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลกประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ทั้งประชาคมยุโรป ประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย รวมกันแล้วนะครับ หมายความว่า จีดีพี รวมกันแล้วเกินครึ่งหนึ่งของโลกมีปัญหาทั้งนั้นครับ เมื่อประเทศคู่ค้า มีปัญหาก็หมายความว่าประเทศไทยนั้นต้องพึ่งตัวเองครับ ผมไปดูอีกว่ารัฐวิสาหกิจ ที่กู้เงินก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้เงินอีก เมื่อป้ ๒๕๔๕ ก็กู้เงินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิครับ เมื่อป้ ๒๕๔๖ ก็กู้ซื้อเครื่องบิน ๑๘,๘๑๗ ล้านบาท เมื่อป้ ๒๕๔๗ ก็กู้สร้างสนามบิน สุวรรณภูมิเพิ่มเติมอีก ๑๖,๓๕๘ ล้านบาท เมื่อป้ ๒๕๔๘ ก็กู้เงินซื้อเครื่องบินการบินไทย อีก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วล็อต (Lot) สุดท้ายที่ซื้อวันนี้การบินไทยต้องบอกว่าขาย เพราะซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ ไม่เหมาะ การบินไทยเจ๊งจากเครื่องบินฝูงนี้ ผมคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะดูแลกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเปึนเจ้าของ การบินไทย ต้องสอบนะครับว่าใครเปึนคนที่ต้องรับผิดชอบกับเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ วันนี้ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังคําเตือนของสมาชิกผู้อาวุโสฝ์ายค้าน เขาบอกว่า ท่านเปึนเด็ก เขาบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนเด็ก เมื่อคืนนี้ท่านสมาชิก ถามว่าท่านนายกฯ อายุเท่าไร ท่านนายกฯ ก็ตอบอย่างอาย ๆ ว่าอายุ ๔๔ ป้ แต่คนเรา รู้ไหมครับว่านายกฯ คนต่อไปของประเทศอังกฤษจะอายุอ่อนกว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ๒ ป้ รู้ไหมครับว่าโอบามาอายุมากกว่าท่านอภิสิทธิ์เล็กน้อยเท่านั้น และสิ่งที่ผมคิดว่าต้องฟัง ผู้ใหญ่ จิ้งจกทักต้องฟัง ผู้ใหญ่ทักก็ต้องเคารพ แต่ผมคิดว่ามันมีของดีในเสีย ของเสียใน ของดี แต่ผมไม่อยากให้ในฐานะที่เขาว่าท่านเปึนเด็กเติบโตขึ้นมา อย่าไปโตเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะโกงนาน ๆ อย่าไปเปึนอย่างนั้น ท่านต้องเปึนคนที่รักษากติกาของบ้านเมือง รักษาความสุจริตยุติธรรมเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ตาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตาม วันนี้ต้องตอบบอกว่าเขากล่าวหาว่า ท่านใช้จ่ายเก่ง แต่หาเงินไม่เก่ง บางคนถึงขนาดปรามารถว่าหาเงินไม่เปึน ผมอยากให้ ท่านนั้นไปดูประวัติศาสตร์ เลือกเอาสิ่งที่ดี ที่เปึนผลสําเร็จแล้วทําตามนั้น สิ่งที่ไม่ดี ก็หลีกเลี่ยงอย่าไปทําซ้ําให้มันผิด ผมไปดูว่าวิธีการหาเงินของ ๓ รัฐบาลท่านประธานครับ รัฐบาลท่านนายกฯ ทักษิณ รัฐบาลท่านนายกฯ สมัคร รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ๓ รัฐบาลนี้มีข้อแตกต่างในการหาเงินเหมือนกันไหม แตกต่างกันไหม ถ้าท่านทักษิณทําดี หาเงินเก่งต้องลอกเขามา เปึนส่วนดี อันไหนส่วนที่เขาพลาดท่านก็ต้องระวังว่าอย่าให้ พลาดซ้ํา ๒ ผมเห็นแล้วว่าสิ่งที่เหมือนกันคือ ๑. รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร รัฐบาล อภิสิทธิ์พยายามหาเงินรายได้จากการท่องเที่ยว แต่วันนี้ท่านต้องยอมรับคนตกงานทั่วโลก ประเทศไทยวันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่ากระทรวงแรงงานเปึนกระทรวงที่ป่ดทองหลังพระ วันนี้ คนไทยตกงานไม่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั้งประเทศ ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส ๗ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเปึนอย่างนั้นอีก ๓ ป้ ฉะนั้นผมคิดว่าท่านน่าจะให้เครดิตกับ กระทรวงแรงงานเขาบ้างที่เขาพยายามรักษาการจ้างงานไว้ ให้เครดิตกับกระทรวงการคลัง ว่าเขาพยายามที่จะต่อสายป์านให้เศรษฐกิจ ให้ธุรกิจนั้นไม่ล้ม การจ้างงานนั้นยังอยู่ ผมถึงได้บอกว่า พ.ร.บ. วันนี้ พรุ่งนี้ พระราชกําหนดเมื่อวานนี้เปึนการต่อลมหายใจ ต่อสายป์านให้กับธุรกิจเพื่อรักษาสภาพการจ้างงานให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ แล้วก็ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่การท่องเที่ยวที่เราพยายามนั้น วันนี้เราต้องยอมรับว่า เราประสบกับเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ฝรั่งมาเมืองไทยน้อย ถึงมาก็ไม่พักโรงแรมชั้น ๑ พักโรงแรมชั้น ๓ ดาว ๔ ดาว ๕ ดาว แต่สิ่งที่ท่านต้องระวังก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้อง ไปดู อีลีท การ์ด ที่ตั้งความฝันไว้ ที่จะหาเงินเข้าประเทศเมื่อป้ ๒๕๔๖ บอกว่าใน ๕ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๕๑ ประเทศไทยจะมีเงินเข้าประเทศ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการขายบัตรสมาชิกใบละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ใบ นี่ป้ ๒๕๕๒ แล้ว อีลีท การ์ด ก็ยังอยู่ ยังไม่ได้ทํา แต่ถามว่าสมาชิกมีถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนหรือยัง มีแค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน แล้ววันนี้ขาดทุนสะสม ๑,๔๐๐ ล้านบาท ยังไม่มีเงินคืนรัฐบาลเลย อย่างนี้ อย่าไปตามเขา อันต่อมาก็คือว่าถ้า อีลีท การ์ด เปึนอย่างนี้ประหยัดเงินหลวงได้ไหม อย่าไปยอมขาดทุนต่อทุก ๆ ได้ไหม ประหยัดเงิน เอาเงินนั้นมาช่วยคนจน ช่วยเกษตรกร ดีกว่าครับ ป่ดไปเถอะครับ
อันที่ ๒ บริษัท ไทยแลนด์ ลองสเตย์ ก็ตั้งขึ้นมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ พยายามหาเงินเข้าประเทศเหมือนกัน เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหารงาน วันนี้เจ๊งไปแล้วครับ
อีกอันหนึ่งพูดภาษาอังกฤษสวยหรู เอสพีวี (SPV : Special purpose vehicle) เครื่องมือทางการเงินสะเทิ้นน้ําสะเทิ้นบก ทําโคล้านตัววันนี้ก็เจ๊งครับ ท่านใช้หนี้ เขาหรือยังรัฐบาลชุดนี้จากผลตรงนี้ การเร่งขยายหาตลาดต่างประเทศก็เปึนสิ่งที่ดี ผมก็ต้องให้เครดิตรัฐบาลในตอนนั้น สิ่งที่ดีก็เอาไว้ครับ แต่สิ่งที่ท่านระวังคือครัวไทย สู่ครัวโลก โก้นะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่วันนี้มันเจ๊งครับ กรุงเทพเมืองแฟชั่น หมดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าบูมไหมครับ ไม่ครับ ไทยโก้ยีนต์เคยผลิตว่าจะขายเมืองนอกขายไม่ออกครับ ขายไปแอฟฟริกาในที่สุดลูกค้า แอฟฟริกาก็เบี้ยวครับ เจ๊ง กางเกงขาดหมดครับ ฮับ (Hub) สุขภาพวันนี้ยังดีอยู่ครับ ก็ต้อง ให้เครดิตรัฐบาลชุดก่อนว่าเขาทําไว้ ท่านพยายามฟุ๋นฟูให้มันดีกว่าเดิมครับ ศูนย์แสดง สินค้าไทยในนิวยอร์กก็ฝันไว้ว่าจะเอาโอทอปไปขายที่นิวยอร์ก แต่โกงกันวินาศสันตะโรครับ ศูนย์นี้จ้างไม่ได้ครับ เจ๊งไปแล้วครับ เพราะมันโกงกันครับ ท่านอลงกรณ์อยู่ก็หาคนเข้าคุก ด้วยโครงการนี้ อย่านั่งเฉย ๆ วันนี้สิ่งที่ท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังไม่ได้ทําคือขายสมบัติชาติ ถามว่าจะขายไหมถ้าเผื่อหน้ามืดขนาดนั้นอยากฟังคําตอบเหมือนกัน แต่ถ้าเผื่อขายแล้ว จะขายแบบหุ้น ปตท. เข้าตลาดไหมครับ ขายแบบหุ้นการท่าอากาศยานเข้าตลาดไหม วันนั้นคนไทยดีใจนะครับฝรั่งเอาเงินมาซื้อหุ้นเมืองไทย มีเงินจากต่างประเทศเข้ามา แต่วันนั้นท่านขายหุ้น ปตท. หุ้นละเท่าไรครับฝรั่งมาซื้อ คุณกรณ์ทราบดีครับหุ้นละ ๓๙ บาทครับ แล้วฝรั่งไปขายตอนไหนครับ ขายตอนมัน ๒๐๐ บาทครับ เงินส่วนต่าง ๑๕๐ บาท ตกอยู่กับคนไทยหรือตกอยู่กับฝรั่งครับ ตกอยู่กับฝรั่งครับ อย่างนี้อย่าไปทํา นะครับ อย่าไปทํา มันเปึนบทเรียนที่ท่านต้องพึงสําเหนียกไว้ สิ่งที่ผมฝากท่านต้องระวังอีก ก็คือว่าสมาชิกทุกท่านกลัวการทุจริตครับ กลัวค่าปากถุงครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะชี้แจงได้ไหมว่าค่าปากถุงปกติมันมีสําหรับธนาคารเอกชน ข้าราชการ กระทรวงการคลังไปกู้เงินเมืองนอกมีค่าปากถุงไหม เท่าที่ผมทํางานมาผมไม่เคยเห็น ไม่เคยมี เพราะว่ามันไม่มีใครให้มันเสียศักดิ์ศรี แต่ธนาคารเอกชนผมมีครับ วันนี้ผมก็คอย อยู่ครับว่าเงินค่าปากถุงธนาคารกรุงไทยที่เปึนหนี้เสีย ๙,๙๐๐ ล้านบาทครับ ท่านกรณ์ ตามให้ผมได้ไหมครับว่าเงินค่าปากถุงไปตกอยู่บัญชีใครบ้าง แล้วเจ้าหน้าที่ของธนาคาร เข้าคุกแล้วหรือยัง วันนี้รัฐสูญเสียนะครับ เพราะธนาคารกรุงไทยเปึนธนาคารของรัฐบาล ผู้เสียภาษีคนไทยต้องชดเชยการขาดทุนนี้ครับ
อีกอันหนึ่งผมอยากจะให้ท่านไปดูครับธนาคาร เอสเอ็มอี เอสเอ็มอี นี้ทุก คนบอกว่าให้ปล่อยเงินกู้ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมเหมือนประเทศจีนผมเห็นด้วย แต่อย่าไปทําแบบจีนนะครับ เพราะวันนี้จีนปล่อยสินเชื่อให้ทุกคนโดยไม่ลืมหูลืมตา จะมีงานทําจะตกงานรายได้เท่าไรไม่รู้ให้ปล่อยกู้ไปเพื่อคุณไปซื้อของฝรั่งก็เห็น ใครก็เห็น วันนี้จีนเศรษฐกิจบอกว่ากระเตื้องขึ้นมาใช่ครับ แต่ขณะนี้จีนกําลังจะพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ถดถอยจากคนไม่มีกําลังซื้อ แต่จะมีวิกฤติใหม่ครับ คือสถาบันการเงินจีนจะเจ๊งครับ คุณกรณ์อยู่ตรงนี้รู้ครับ วันนี้สถาบันประเมินทั้งหลายดาวน์เกรด (Downgrade) คือลด เครดิตสถาบันการเงินจีนอีกหลายแห่งครับ ฉะนั้นตรงนี้ถ้าท่านจะให้เพิ่มทุน ธ.ก.ส. ให้เกษตรกรมีเงินใช้ ดีครับ เพิ่มทุนธนาคารออมสินให้ธนาคารประชาชนมีเงิน ต่อลมหายใจดีครับ เพิ่มทุนให้ธนาคารอิสลาม คน ๕ จังหวัดภาคใต้มีโอกาสได้ลืมตา อ้าปากจากธนาคารอิสลาม ทําเถอะครับ ท่านจะเพิ่มทุนให้กับธนาคาร เอสเอ็มอี ให้ธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ต่อลมหายใจไปได้ ทําเถอะครับ แต่อย่าไปฝ๋นตลาด อย่าไปให้กับ คนที่ไม่สามารถชําระหนี้คืนได้ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งทับอยู่ คือธนาคาร เอสเอ็มอี บอกผมด้วยนะครับว่าตัวเลขผมผิดไหมว่าวันนี้ธนาคารนี้มีหนี้เสีย หนี้เน่า ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ ผมถามว่าธุรกิจไหนที่มันขายแล้วเก็บเงินไม่ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องธนาคารหรอกครับมันเจ๊ง เพราะธนาคารนั้นต้องจ่ายดอกที่รับฝาก ทุกวัน มีต้นทุนแต่เก็บดอกเบี้ยไม่ได้มันต้องเจ๊ง แล้วธนาคารนี้ผมยืนยันท่านประธานครับ ว่าผมคัดค้านตั้งแต่ตอนตั้งป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ไปยุบบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมซึ่งทําดี อยู่แล้ว แต่มาตั้งเปึนธนาคาร เอสเอ็มอี ที่มันเจ๊งไม่ใช่เพราะว่านั่นนะครับ มันโกงกันครับ วันนี้มีหนี้เสีย ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะช่วยเคลียร์หนี้เน่าอันนี้ว่า ใครควรจะเข้าคุกได้บ้างไหมครับ ที่ผ่านมาผมฟังคนที่คุ้มงานนี้บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ถูก ไล่ออกไป ๑ คน ผมว่าไม่พอครับ คนก็จะไม่กลัวกับการโกงอันนี้ เพราะว่ามันคุ้มค่ามากไล่ออกเพียงแค่ คนเดียว แต่ว่าหนี้เน่าถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า พึงสังวรไว้ ทุกคนเตือนท่าน ท่านระวังไว้ วันนี้ท่านต้องทําครับ คือว่าตรวจสอบไม่ให้มีการ ทุจริตเกิดขึ้น ท่านต้องทําว่าฐานข้อมูลคนจนต้องให้ครบ ท่านต้องทําว่าฐานข้อมูลของ แหล่งน้ําขนาดเล็กที่จะให้มีกันแล้วทั่วประเทศ และที่สําคัญที่สุดก็คือท่านต้องตรวจสอบ เราพลาดมาแล้วเมื่อตอนที่เราอนุมัติพระราชกําหนด ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เปึนเวลาพอสมควรแล้ว
เราไม่มีรายละเอียดวันที่เราอนุมัติ พระราชกําหนดนั้นเลยครับ ผมไม่สามารถไปตรวจสอบได้เลยว่า ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เอาไปชดเชยขาดทุนธนาคารไหน สินทรัพย์การขายไหน ถ้าผมรู้ว่าวันนั้น ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องไปชดเชยการขาดทุนจากการขายที่ดินรัชดาผมไม่อนุมัติละครับ
พอแล้วครับ
ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมขอ สนับสนุน พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เพราะว่าจะมีการตรวจสอบ ๓ ขั้นตอนครับ ท่านประธานครับ ขั้นตอนที่ ๑ คือกรรมาธิการนั้นสามารถตรวจสอบได้ก่อนกู้เงิน อันที่ ๒ ผมทราบว่ากระทรวงการคลังนั้นตั้งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่มือสะอาดมา ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง แล้วชั้นที่ ๓ ก็คือว่าสภาต้องรับรายงานจากการประเมินการใช้เงิน การกู้เงินภายใน ๖๐ วันของกระทรวงการคลัง ฉะนั้นผมคิดว่าการที่จะต้องผ่าน ๓ ด่าน เพื่อให้มีการตรวจสอบเข้มข้นนั้นผมพอรับได้ แต่ผมอยากจะขอเตือนท่านว่าขอให้กู้ด้วย ความระมัดระวังแล้วก็ตรวจสอบอย่าให้มีการทุจริตครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ ต่อพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานท่านก็กู้พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และพรุ่งนี้ท่านก็จะกู้งบประมาณ ๒๕๕๓ อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วในการกู้ ๓ ครั้งก็จะเปึนเงิน ๑,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ การที่รัฐบาลได้ตัดสินใจแก้ปัญหา โดยการกู้ ๆ กู้นะครับ เปึนการกู้ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยในรอบ ๗๗ ป้ ประชาชนเปึนหนี้คนละเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ รัฐบาลจะกู้เท่าไร ไม่สําคัญนะครับ แต่ต้องนึกถึงประชาชนคนรากหญ้า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ตอนท่านรณรงค์หาเสียงท่านบอกว่าประชาชนต้องมาก่อน วันนี้ผมคิดว่าประชาชนต้อง เปึนหนี้ก่อน ใครจะเปึนหนี้ไม่เปึนไรครับ เมื่อผลประโยชน์รวมกันความสมานฉันท์ ก็เกิดขึ้น ไทยจะเข้มแข็งได้อย่างไร วันนี้ท่านกู้เงินแล้ว ๓ ครั้งนะครับ เมื่อวานกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้ก็จะกู้อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านกู้มาจากไหนครับ กู้แล้วจะเอาไปทําอะไรครับ เอาเงินที่ไหนใช้หนี้เขาละครับ รัฐบาล ได้เคยชี้แจงและให้ความชัดเจน หรือจะขึ้นภาษีให้กับคนจนคนรากหญ้าต้องรับไป หรือคิดง่าย ๆ ครับ ท่านขึ้นภาษีสุรา ภาษีเบียร์ ภาษียาสูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีน้ํามัน วันนี้ภาษีน้ํามันท่านขึ้นเกือบลิตรละ ๑๐ บาท น้ํามันขึ้นราคาเกษตรกรตายครับ ข้าวกิโลกรัมละ ๑๖ บาท ท่านขึ้นน้ํามันข้าวก็ยังเหลือ ๑๕ บาท มันสําปะหลังกิโลกรัมละ ๒ บาท เหลือกิโลกรัมละบาท เพราะเขาบอกว่าค่าน้ํามันมันแพง แบบนี้คนจนก็ตายแน่ นะครับ เกษตรกรบ้านผมเขาเรียกว่า บักโกรกนาโถนี่ตายแน่ ๆ ครับ วันนี้ท่านรีดเลือดกับ ปูครับ ท่านจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาทวันนี้กระเปิาซ้าย แล้วก็สั่งลูกน้องไปล้วงเงินในกระเปิา ขวา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด บ้านผมเขาบอกว่าเกาไม่ถูก ที่คัน เพราะท่านอุ้มคนรวยท่านไม่ช่วยคนจน ในสมัยก่อนรัฐบาลของท่านทักษิณเราก็มา เถียงกันเรื่องที่จะดูแลต้นไม้ประเทศไทย ท่านทักษิณบอกว่าจะรดน้ําต้นไม้ไม่ให้มันตาย ต้องรดที่รากมันครับ วันนี้ท่านไปรดที่ยอดไม้ ท่านแก้ปัญหาไม่ถูกจุดนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีวิธีที่จะ ช่วยแนะนําให้ท่านได้ไปหารายได้ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและสามารถกระตุ้น เศรษฐกิจได้นะครับ มีโครงการดี ๆ ที่น่าจะทํา ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ของผมครับ ฝากมาบอกว่าหวยบนดินเอากลับมาเถอะครับ เราไม่ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้าน เล่นการพนันนะครับ วันนี้ชาวบ้านก็ยังซื้อหวยครับ และยายบ้านผมบอกว่าอย่าหยุด นะลูก เพราะแม่ฝันบ่อยนะครับ ก็อยากจะซื้อหวย อยากจะมีรายได้กับเขาบ้าง ถูกแล้ว รัฐบาลก็ไม่โกง วันนี้หวยออกแต่ ๑๑ ๒๒ ๓๓ ถูกแล้วก็ไม่ได้สตางค์นะครับ เมื่อคนไม่ถูก รัฐบาลก็เอาเงินกําไรกลับมาพัฒนาประเทศ ไปช่วยผู้สูงอายุ ซื้อจักรยานโครงการทางไกล ให้เด็ก
อีกโครงการหนึ่งครับ ที่น่าจะทําก็คือโครงการขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว ให้ถูกกฎหมาย วันนี้มีชาวพม่า ชาวลาว ชาวเขมรอีกอยู่ในประเทศไทยประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเราขึ้นทะเบียนคนหนึ่งต่อ ๓,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ป้ เราจะ มีรายได้อย่างน้อย ๆ ป้หนึ่งประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ผมเห็นตํารวจท่องเที่ยว วันนี้ไม่จับรถแล้วครับ ไม่ตรวจใบขับขี่ วันนี้ดักรอจับรถที่บรรทุกคนต่างด้าวนะครับ
โครงการที่ ๓ ที่น่าจะได้เงินก็คือ โครงการฟุ๋นฟูการท่องเที่ยว วันนี้ถ้าอยาก ให้คนมาท่องเที่ยวประเทศไทยเยอะ ๆ นะครับ ก็อย่าเที่ยวป่ดสนามบินครับ สร้างความ เชื่อมั่นให้กับชาวต่างประเทศนะครับ
และอีกอันหนึ่งที่จะได้เงินอีกครับก็คือ การเร่งออกเอกสารสิทธิหรือโฉนด ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนที่เปึนที่ว่างหัวไร่ปลายนาครับ วันนี้พี่น้องประชาชนพร้อมจะ เสียสตางค์ครับ ให้กรมที่ดินเดินสํารวจและเร่งออกโฉนดที่ดิน แปลงสินทรัพย์เปึนทุนครับ ให้พี่น้องเกษตรกรได้นําที่หัวไร่ปลายนามาแปลงสินทรัพย์เปึนทุนแล้วก็สามารถเก็บ สตางค์จากคนจนได้ โดยเขายินดีที่จะจ่ายนะครับ แล้วส่งเสริมรากหญ้าด้านการเกษตร โดยการเพิ่มผลผลิตครับ ลดต้นทุนแล้วก็หาตลาดส่งออก ท่านประธานที่เคารพครับ กลับกันครับ ถ้าเปึนรัฐบาลของพรรคไทยรักไทย รัฐบาลพรรคพลังประชาชน รัฐบาล พรรคเพื่อไทย ผมเชื่อว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ต้องมาคัดค้านสุดลิ่มทิ่มประตูแน่ ๆ แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ทําเสียเองก็สนุกกันใหญ่ละครับ ท่านประธานครับ กระผมไม่ได้ คัดค้านรัฐบาลที่จะกู้เงินมาลงทุน เพราะเข้าใจสถานะรัฐบาล เพราะขณะนี้รัฐบาล ไส้กลวง ประชาชนไส้แห้ง รัฐบาลถังแตก การกู้เงินก็เปึนสิ่งจําเปึนครับ แต่ต้องเอามาใช้ ให้ถูกวิธี ต้องสะอาดและโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การลงทุนไทยเข้มแข็งก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวและเข้มแข็ง โดยเฉพาะ โครงการพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจต้องกระจายไปภาคอีสานเยอะ ๆ ครับ ภาคเหนือ ภาคกลางเยอะ ๆ ครับ ไม่ใช่อะไรก็ใต้ บึ้มทีหนึ่งก็ใต้ ตายทีหนึ่งก็ใต้ ไม่รู้ว่ากี่แสนล้าน แล้วครับที่ไปภาคใต้แต่ก็ยังแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ ท่านประธานครับ โครงการดี ๆ มีอีก เยอะครับ ขึ้นเงินเดือนให้กับ อสม. ครับ ขึ้นเงินเดือนให้ อปพร. ครับ ขึ้นเงินเดือนให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นเงินเดือนให้กับกลุ่มแม่บ้าน สร้างถนนคอนกรีตในหมู่บ้านครับ จ้างแรงงาน ให้เยอะ ๆ ถนนลาดยางยาว ๆ หยุดเถอะครับ ไม่ได้สร้างงานเลยครับ มีคนขับรถน้ํา คนหนึ่ง มีขับรถยางคนหนึ่ง มีคนขับรถเกรดคนหนึ่ง มันไม่ได้สร้างงานและไม่กระตุ้น เศรษฐกิจนะครับ และพัฒนาแหล่งน้ําครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนคนอีสานต้องการน้ําครับ มีน้ําแล้วเขาคิดได้ครับ ไม่มีความจนถ้ามีน้ํา โครงการน้ําระบบท่อของท่านทักษิณ เอากลับมาใช้เถอะครับ โครงการชลประทานขนาดเล็ก บ่อน้ําในไร่นา อนุรักษ์แหล่งน้ํา เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านเข้าไปครับ และโครงการ เอสเอ็มอี ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ ว่าโครงการ เอสเอ็มอี วันนี้ท่านเปลี่ยนเปึนโครงการชุมชนพอเพียง วันนี้มีนายอําเภอ หลายอําเภอครับบังคับให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านหรือคณะกรรมการกองทุน เอสเอ็มแอล ครับ ซื้อเครื่องทําปุิยครับ ได้เหล็กมา ๕-๖ ตัว หมดไปแล้วครับ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ซื้อโรงสีครับ ได้เหล็กมา ๕-๖ ตัว หมดไปแล้วครับ ๒๕๐,๐๐๐ บาท วันนี้ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ครับ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมต่อยอดการทํา ปุิยอินทรีย์ให้ชาวบ้านทําเองครับ ทําเสร็จแล้วก็เก็บเปึนข้าวเปลือก แล้วเอาข้าวเปลือก มาขาย เอาเงินมาซื้อปุิยใหม่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นรัฐบาลทําแต่โครงการใหญ่ ๆ กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง เอาแต่คน กรุงเทพฯ วันนี้ไม่ว่ารถไฟฟัาสีม่วง สีน้ําตาล สีชมพู สีแดง สีแดงเข้ม ใช้เงินแสนกว่า ล้านบาทครับ แล้ววันนี้ฟังเพื่อนสมาชิกพูดว่า ในตรอก ในซอก ในซอย ก็จะมีรถอะไร ผมจําไม่ได้ วันนี้มอเตอร์ไซค์วินบ้านผมก็ต้องตาย เพราะไม่มีรายได้ เพราะจะทําแต่สิ่ง ที่ดี ๆ นะครับ พี่น้องประชาชนจะหากินได้อย่างไร แล้วเรื่องเกษตรครับ ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนนี่ท่านจะช่วยอย่างไร ไม่เห็นมีในโครงการเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้เลย ครับ เมื่อวานก็ไม่มีครับ ข้าวท่านจะเอาอย่างไร จะจํานําหรือจะประกันครับ มันสําปะหลัง จะเอาอย่างไรครับ จะจํานําหรือประกันครับ วันนี้ถ้ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ ทําไป ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ผมยินดีครับที่ท่านรองนากรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ ที่รีบขายข้าว แล้วก็รีบขายข้าวโพด แต่อย่าลืมขายมันสําปะหลังนะครับ ถ้ามันอยู่ใน สต็อกนาน ๆ นี่นะครับ กิโลกรัมหนึ่ง ๒๓ สตางค์ ถ้าเก็บไว้ป้หนึ่งมันหลวงจะตกเปึนของ เจ้าของลานมันนะครับ แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้เกษตรกรจะตายกันหมดแล้ว ยางก็ลงราคา มันสําปะหลังอีกกิโลกรัมละบาท วัวหูยาวตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวลง ราคาประชาชนขาดทุนแน่นอนนะครับ ท่านประธานครับ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ตายแน่ ขายข้าวก็ขาดทุน ขายมันสําปะหลังก็ขาดทุน ขายยางก็ขาดทุน สมัยท่านทักษิณครับ ข้าว ๑๐๒,๐๐๐ บาท มันสําปะหลังกิโลกรัมละ ๕ บาท ยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท บักหูย้อยตัวละแสนบาท ชาวนาสบาย ชาวไร่ยิ้มได้ ชาวบ้านผมบอกว่า จั่งซี่มันต้องถอน จั่งซี่มันต้องถอน ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ท่านประธานครับ
ถอนใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ มีอะไรครับ ประท้วงหรือเปล่าครับ
เปล่าครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเราได้อภิปราย กันมาพอสมควรแล้วนะครับท่านประธาน แล้วก็จากข้อตกลงที่ได้มีการทําไว้ระหว่าง วิปรัฐบาลและวิปฝ์ายค้าน ซึ่งทางพรรคฝ์ายค้านก็จะได้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมง ขณะนี้ จากการตรวจสอบพรรคฝ์ายค้านก็ใช้เวลาไปประมาณ ๕ ชั่วโมงครึ่งแล้ว ท่านประธาน แล้วก็การอภิปรายก็วนอยู่ในประเด็นที่ซ้ํา ซึ่งพี่น้องประชาชนเองก็
คือเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ
แล้วพรุ่งนี้เราจะมีการประชุม งบประมาณอีกครับ ท่านประธาน
คือผมสู้ได้ครับ ไม่เปึนไร ครับ เหลืออยู่ครับ ก็ให้ฝ์ายค้านเขาเต็มที่ก็แล้วกันนะครับ ฝ์ายค้านที่เขาส่งมาตอนนี้ ยังเหลืออยู่ ๔ ท่าน ให้เขาพูดก่อนเถอะครับ อย่าให้มันมีปัญหา
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า
เราฝ์ายรัฐบาลใจกว้าง หน่อยก็แล้วกัน
คือถ้าเปึนประเด็นใหม่ก็ไม่น่าจะมี ปัญหา แต่ว่ามันก็ซ้ําอยู่ตรงนี้
ก็ฟังเอาก็แล้วกันครับ
ถ้าอย่างนั้นต่อรองท่านประธาน นิดหนึ่งว่าสักคนละ ๕ นาทีได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเราก็ทํางานกันอย่าง เต็มที่แล้ว แล้ววันพรุ่งนี้ก็จะประชุมกันแต่เช้า แล้วก็จะมีเรื่องงบประมาณ
คือเห็นเขาส่งมาเรื่อย ๆ นะครับ ผมก็ไม่ทราบ ก็เพิ่งทราบเมื่อสักครู่นี้ว่าก็ตกลงกันอย่างนั้น ทางวิปฝ์ายค้านว่า อย่างไรครับ ประธานวิปฝ์ายค้าน ผมไม่อยากจะให้มีปัญหาอะไร
ท่านประธานครับ คือเราก็เหลืออยู่ แค่ ๓-๔ คน ผมรอมา ๒ วันแล้วครับ
ก็เห็นคุณเดินไป เดินมา ไม่เห็นส่งชื่อสักที
เขาส่งหลายรอบแล้วนะครับ ผมรอ อยู่นี่ครับ
ก็เขาขอคนละ ๕ นาที
ไม่ได้หรอกครับ
ไหนครับ
๑๐ นาทีครับ ๕ นาทีจะมาพูดทําไม ผมรายงานชื่อแล้วมันก็หมดแล้วเวลาครับ
เอา อะลุ้มอล่วยกัน สักหน่อยก็แล้วกัน ทนสักหน่อยนะครับ
ก็ทนฟังบ้างครับ เพราะว่าพวกเรา ฝ์ายค้านนะครับ
คุณนั่งลงก่อนครับ ผมจะ ถามผู้ที่เขาเสนอก่อนครับ ว่าอย่างไรครับ คุณธนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ความจริงรัฐบาลเองโดยเฉพาะวิปรัฐบาลก็ให้โอกาสฝ์ายค้านมาตลอด ให้อภิปรายอย่างเต็มที่เลยนะครับ แล้วก็มีการถ่ายทอดสด เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าประเด็นที่ ฝ์ายค้านได้อภิปรายเปึนประเด็นที่มีประโยชน์ผมจะไม่ลุกขึ้นมาทักท้วงท่านประธานเลย แต่ว่าวนกันอยู่ตรงนี้ละครับท่านประธานครับว่ากู้ ๆ กู้ กันอยู่แค่นั้น ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้ตอบ ชัดเจนแล้วว่าการดําเนินการตาม พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. นั้นเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็เปึนประเพณีที่มีการทํากันมาเปึนปกติ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า สมาชิกเองก็ได้พยายามทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ข้อตกลงในสภาแห่งนี้ก็ถือว่าเปึนข้อตกลงที่ มีเกียรติ เมื่อทุกฝ์ายต้องเคารพในกติกา ในข้อตกลงที่ได้ทําไว้ เมื่อมันเกินแล้วผมไม่ติดใจ ครับท่านประธานแต่ว่าขอสักคนละ ๕ นาทีได้ไหมครับท่านประธานครับ
คุณพิษณุว่าอย่างไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ ก็เท่าที่ทราบนะครับขณะนี้เราก็ใช้เวลาไปพอสมควรและก็ท่านประธานทราบแล้วว่า เราเหลืออยู่แค่ ๔ ท่าน ก็เปึน ๔ ท่านซึ่งเราจะขออนุญาตสรุปครับ กราบเรียน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาลว่าเรากําลังพิจารณาเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกนาทีมีค่าครับ ก็ขออนุญาตรับฟังฝัืงเราว่าเรามีข้อเสนอแนะอย่างไร เรามีข้อท้วงติงอย่างไร ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พิจารณาจากเช้าจนถึงตอนนี้คิดเปึนนาทีแพงครับท่านประธานครับ หลายสตางค์เลยครับ
ก็เข้าใจครับ
ขอท่านประธานกรุณาช่วย นะครับ
ให้ผมวินิจฉัยดีกว่าครับ
ท่านประธานวินิจฉัย ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ถ้าอย่างนั้นจะเสียเวลา ครับ ท่านไพจิต ๒๐ นาที ลดเหลือ ๑๐ นาทีได้ไหมครับ เท่า ๆ กัน ได้ไหมครับ คุณไพจิต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมก็จะไม่อภิปรายเกิน ๒๐ นาที แล้วตั้งใจที่จะจบด้วยความสมบูรณ์ที่สุดครับท่านประธาน แต่ว่าจะพยายามทํา ตามที่ท่านประธานได้ให้เวลา
ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านเลย ดีกว่าครับ ๑๐ นาที เชิญท่านเลยครับ เชิญท่านไพจิตเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภูครับ ได้ส่งชื่อไปเรียงลําดับ ตามนั้นท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านประธานด้วยครับ
คือที่ท่านส่งมาเดี๋ยวแก้ไป แก้มา
ไม่แก้แล้วครับท่านประธาน ครับ ตามนั้นละครับ ท่านประธานครับ ๔ คนครับ
ผมก็ตามท่านทุกอย่างนะ
ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ
ความจริงผมจะป่ด ตั้งนานแล้ว แต่ผมเห็นใจฝ์ายค้านเพราะว่าเงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นใจครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ
ก็ยาวไปอีก
ไม่ยาวหรอกครับ สั้น ๆ ครับ ขออนุญาตท่านประธานแป็บเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องข้าวแล้วพาดพิงถึงรัฐบาลชุดท่านสมชาย บังเอิญเมื่อสักครู่ผมสอบถามท่านรัฐมนตรีบรรยิน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับว่า ที่มาที่ไป จริง ๆ แล้วข้าวมันสมัยไหนจะได้ชี้แจงให้ถูกต้องครับ
เดี๋ยวท่านก็คงจะตอบครับ
ไม่ใช่ครับ ท่านพาดพิงมาถึง รัฐบาลว่าทําราคาข้าวขาดทุนนะครับ ผมจะได้ชี้แจงตรงนี้ เพราะว่าผมในฐานะรัฐมนตรี ในขณะนั้นนะครับ แล้วก็ท่านบรรยินเองนั้นท่านบอกให้ชี้แจง
ท่านขายข้าวด้วยหรือเปล่า ครับ
ผมไม่ได้ขายครับ แต่อยู่ใน ส่วนของ
เชิญนั่งลงก่อนครับ ขอความกรุณาเชิญนั่งลงก่อน
ท่านประธานครับ มันเกี่ยวกับรัฐบาลชุดที่แล้ว
ขอความกรุณา นั่งลงก่อน เถอะครับ
ท่านประธานไม่อยากฟัง ข้อเท็จจริงหรือครับ
ครับ ๆ
มันเสียหายรัฐบาลชุดที่แล้ว นะครับ
ไม่เสียหายอะไรครับ ตอนนี้
ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้ จะได้ทราบรายละเอียดครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญนั่งก่อนครับ
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม พูดนั้นท่านประธานกลัวอะไรครับ
ผมขอความกรุณาท่านวิชาญ เชิญนั่งก่อนครับ
แล้วท่านจะให้พูดหรือเปล่า ครับ
เชิญนั่งก่อนสิครับ
โอ.เค. ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิดก่อนครับ เดี๋ยวท่านพูดทีหลัง
ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ รู้สึกไม่สบายใจเลยครับ ผมขนาดคิวท้าย ๆ ก็ยังจะไม่มีโอกาส ผมใช้เวลาจํากัดครับ
ก็นั่นละให้ท่านอย่างไร ละครับ เพราะชาวหนองคายจะได้ยิน
ผมก็ฝากพี่น้องทั้งประเทศละครับ ผมจะได้รู้ว่าสภาแห่งนี้ไม่ค่อยเป่ดโอกาสเท่าไร ไม่รู้เปึนอะไรผมจะพูดขึ้นทุกครั้งมีปัญหา ทุกครั้ง
ต้องโทษวิปของท่านครับ
ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ผมรับ ไม่ได้กับนโยบายหรือพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.ก. อะไรที่ผ่านมาแล้วนะครับ เพราะอะไร ผมให้ตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่างนะครับ คือถ้าคิดจะทําอะไรแล้วจะไม่ทํา รัฐบาล ประชาธิปัตย์นี่แหละเปึนหัวหน้า ถ้าไม่ว่าจะทําแล้วทํา ถ้าพูดถึงประชาธิปไตย พูดเปึน ต้นหลักต้นตอเหลือเกิน แต่พอชาวบ้านเรียกร้องประชาธิปไตยเอาทหารมาฆ่าประชาชน นี่จะทําตรงข้ามกับแนวคิดทุกอย่าง
คุณสมคิดครับ ให้อยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติ อย่านอกกรอบ
ครับ ผมกําลังจะพูดถึงว่า พูดไม่อยู่ กับร่องกับรอยอย่างไร ผมถึงจะไม่รับหลักการพวกนี้นะครับ ถ้าบอกว่าจะไม่ถ่ายทอดทีวี ไม่รู้กลัวอะไร พอชาวบ้านด่าหน่อยถ่ายทอด นี่ทําตรงกันข้ามอย่างนี้ครับ พูดแล้วทํา ตรงกันข้ามหลายเรื่องนะครับ อีกเรื่องสําคัญบอกว่า ถ้าได้เปึนรัฐบาล เหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องสงบลง เดี๋ยวนี้ชั่วโมงละนะครับ เหตุการณ์เปึนรายชั่วโมง ไม่ใช่เปึนรายเดือนครับ ผมสนใจมากเรื่องพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขากําลังทํา ละหมาด ผมก็ไม่เข้าใจทางอิสลามเท่าไร แต่ผมสนใจความเปึนมนุษย์เขา กําลังไหว้ พระเจ้าอยู่ ทําละหมาดอยู่ แล้วมีกลุ่มคนเข้าไปยิงเขา ถ้าผมเปึนรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคง ผมลาออกครับ ทุ่มงบประมาณไปเท่าไร ถ้าเอางบประมาณไปทําถนน หนทางให้เจริญงอกงาม เดี๋ยวนี้เปึนเส้นทางเปึนถนนทองคําแล้วครับ นี่แหละที่ผมอยาก อธิบาย ที่ผมไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. พ.ร.ก. พวกนี้ ที่ผมบอกไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผมว่า โครงการห่าเหวพวกนี้หยุดได้ไหม ผมว่านี่ เพราะว่ามีคนต่อต้าน โครงการรถไฟฟัา รถอะไรทําขึ้นมาทําไม บ้านเมืองเดือดร้อนขนาดนี้ ผมขอเสนอเปลี่ยนวิธีได้ไหม เสนอพระราชบัญญัติเลย จราจรภายใน กทม. ไม่ต้องสร้างอะไรขึ้นมาอีก แต่คนไม่ต้องใช้ รถยนต์ส่วนตัวนะ ผมว่าถนนโล่งเลย มีแต่รถเมล์กับรถแท็กซี่ คุณจะไปเร็วขนาดไหน กล้าไหมล่ะ นี่วิธีแก้ไม่ต้องลงทุน ต้นกล้าอาชีพอะไรพวกนี้ก็เหมือนกัน ต้นกล้ามันตาย หมดแล้ว บ้านผมเรียกว่ากล้ามันบั้ง มันเปึนบ้องแล้วมันถอนไม่ได้แล้ว กล้าบั้ง ไม่มีคนมา เท่าตามที่ตัวเองกําหนดไว้ บังเอิญผมไปสํานักงานเขต ไปโผล่ที่สํานักงานเขต เอาเด็กที่จบปริญญาตรี ปริญญาโทไปทํางานธุรการให้โรงเรียน จ้างเขา ๔,๐๐๐ กว่าบาท ทําไปทําไมครับอย่างนี้ ไปต้นกล้าอะไร แล้วไปฝ๊กทํางานธุรการ แล้วได้กี่เดือน ผมว่า ไม่เกิน ๕-๖ เดือน แล้วก็หยุดจ้าง แล้วปัญหาต่อมาเปึนอย่างไร ผมอ่านดูแล้วไม่เห็นมีงบ อะไรที่จะมาต่อต้นกล้าพวกนี้ แล้วในที่สุดมันก็จะตายนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากสะท้อนให้เห็นว่า คือความไม่เปึนธรรมในการ บริหารงบประมาณ นี่แหละถึงไม่ยอมรับ ดูสิครับ หลายคน ถ้าเปึนฝ์ายรัฐบาล งบประมาณไปถึงหมด จังหวัดหนองคาย ผมนี่เปึนตัวอย่างเลยว่าไม่ได้อะไร สักสลึง ท้าได้เลย งบท้องถิ่นเดี๋ยวนี้ฝ์าย อบต. ต่าง ๆ ลูกจ้างก็ไม่มีเงินจะจ้าง เขาฟัอง นายก อบต. เพราะเลิกจ้าง เพราะไม่มีเงินไปให้เขา เอาอันนี้ไปต่อรองใช่ไหม มีพรรคการเมืองบางพรรคไปวิ่งรอกอยู่ตาม อบต. ต่าง ๆ ว่าจะให้งบ อบต. ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เอามาจากไหน เอาอันนี้ใช่ไหมไปอ้างเขา ไม่มีแล้วยังไปอวดมีความสามารถอีก แถวภาคอีสาน แถวหนองคายไปดูเถอะครับถามได้เลยทุก อบต. ถ้าโกหกเขามันจะเปึนอย่างไร แต่ถ้ามี เอาไปจริง ๆ เอาไปจากส่วนไหนถึงให้ตัวแทนไปวิ่งรอกอยู่แถวนั้น เพื่ออะไร เอาย่อ ๆ ก็แล้วกัน ผมยกตัวอย่างรัฐมนตรีบางคนแถวอีสานตั้งแต่ขอนแก่นขึ้นไปรัฐมนตรีนะ โครงการ ๕๔ โครงการจังหวัดเดียวนะฟาดไปคนเดียว ๓๙ โครงการ ป.ป.ช. ฟังไว้ ป.ป.ช. จับพวกนี้เข้าคุกให้ผมดูหน่อย มันไม่เปึนธรรม ไปทําคนเดียวได้อย่างไร ส.ส. อีก ๑๐ คนไม่มีอะไรเลย เหลืออยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปให้ ส.ส. เกือบ ๑๐ คน ทีคนเดียวฟาดไป ๓๙ โครงการ อย่างนี้หรือโปร่งใส โปร่งใสอย่างไรแบบนี้ แล้วทํากันอย่างไร นายกอภิสิทธิ์อยู่ไหน เอาคําที่ผมพูดไปลองตรวจสอบดูสิตั้งแต่ ขอนแก่นขึ้นไป แล้วก็ไปตรวจสอบทางบุรีรัมย์ด้วยของท่านประธานว่าเปึนธรรมไหม ประเทศนี้ เมืองนี้มันถึงเดือดร้อน มันถึงต่อต้านกันทั่วแผ่นดินเปึนอย่างไร เพราะว่ามัน ไม่ยุติธรรมไงครับ ถ้ามันยุติธรรมมันไม่มีหรอก ไม่มีสีไม่มีอะไร เพราะความไม่ยุติธรรม สวัสดิการครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหน ผมอ่านดูผมเปึนครูมีอยู่ ๑๕ โครงการในนี้ ๑๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในสมุดเล่มนี้ ไม่มีพูดถึงเรื่องสวัสดิการครูเลย ผมถามว่าอีก ๑๐๐ ชาติ ก็แก้ปัญหาครูไม่ได้ ถ้าแก้ปัญหาหนี้สินครูไม่ได้ คุณภาพการศึกษาอย่าไปฝัน สวัสดิการ ครูภาคใต้ถูกยิงตายอยู่นี่ไม่เห็นเขียนเลยอยู่ที่ไหน หรือปล่อยให้เขาตายฟรี นี่ละครับ โรคระบาด โรค ๒๐๐๙ เอส ๑ เอ็น ๑ คนแค่ ๔- ๕ คน ๑๐ คน พูดกันทั้งประเทศ แต่คนเปึนเอดส์เปึนล้านไม่พูดถึง ตายวันละกี่คน คนเปึนเอดส์ แต่คนเปึนหวัดยังไม่ตาย สักคน ชิคุนกุนยาอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ผมพูดมา ๓-๔ เดือนไม่มีใครใส่ใจ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขไม่รู้อยู่ไหน อยู่บ้านตัวเองยังแก้ไม่ได้ แล้วยังปล่อยให้ขึ้น ทางภาคเหนือ อีสานแล้ว นี่หรือคุณมาตั้งงบประมาณแบบนี้มันไปแก้ไขอะไรได้ อีกอันสําคัญผมตรวจสอบแล้ว โครงการอะไรที่รัฐบาลไหนทํามาไม่รู้ พยาบาล ๓,๐๐๐ คน ที่แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ผมไม่เห็นตั้งงบประมาณไว้เผื่อไว้เลยว่าจะให้เขา ไปบรรจุที่ไหน ผมเปึน ส.ส. หนองคายแต่ผมเห็นใจพี่น้องชายแดนภาคใต้ เพราะอะไร เพราะไม่ยุติธรรมครับ ถ้ามันยุติธรรมไม่เกิดขึ้น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าอยากให้สงบ เอา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนรัฐมนตรีสักคนสิ ผมว่าต้องสงบลง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มองเห็นคุณค่าของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมบอกเอาเจะอามิงเปึนรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม มันต้องเงียบครับ แล้วไปเอาใครมาเปึนไม่รู้เรื่องภาคใต้ มันจะแก้ได้ อย่างไร คนใต้ต้องแก้คนใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องให้คน ๓ จังหวัด เขาแก้ ไม่ใช่เอาคนไม่รู้เรื่องไปแก้ นี่แหละครับ พอผมมาอ่านหนังสือพิมพ์ ก่อนที่จะอ่าน หนังสือพิมพ์ผมขอสรุปตรงนี้ก่อนว่า ท่านรัฐมนตรีกรณ์บอกว่า รัฐบาลบอกว่าถึงรัฐบาล เปึนหนี้แต่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ผมฟังแล้วสรุปได้อย่างนี้ ชาวบ้านไม่ได้ชําระหนี้ด้วย ไม่ชําระอย่างไร เขาซื้อของแต่ละวัน ๗ เปอร์เซ็นต์ นี่แหละคือ เขารับผิดชอบ คุณค่าขึ้นน้ํามันแพงก็ทําให้เขารับผิดชอบนะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ใช้เวลา ๑๐ กว่าป้กว่าจะชําระหนี้หมด ถ้าชําระปกตินะ ถ้าไม่มี เงินมันอาจจะมากกว่านั้น นี่ละครับ ขอสรุป ผมอ่านหนังสือพิมพ์มติชน ผมก็ประทับใจ ตรงใจผมเลย เห็นภาพนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ขี่รถอีแต๊กกับคณะภูมิใจไทย เขียนว่าเรามา ถูกทางแล้ว ผมเห็นด้วยท่าน เรามาถูกทางแล้ว ผมเห็นด้วยว่า
หมดเวลาแล้ว
พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย นี่ล่ะ มาถูกทางแล้วที่จะลงนรกด้วยกัน ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ผมประท้วงครับท่าน ต้องให้ผู้อภิปราย ถอนคําพูดนะครับ ๑๐ กว่าชั่วโมง ผมนั่งทนฟังมาจนผมไม่รู้พูดอะไรอีกแล้วครับ สุดท้าย ต้องถอนคําพูดครับ ถ้าอยากจะลง ลงเองครับ นรกนะครับ
ให้ถอนคําว่าอะไร คุณให้ ถอนคําว่าอะไร
นรกครับ
คุณสมคิดถอนเถอะ
ผมไม่ถอนครับ เพราะไม่เปึน คําหยาบครับ
ก็ไปว่าเขา ไม่มีใครเขา ว่าคุณ ถอนเถอะ คําว่า นรก
เห็นด้วยกับหนังสือพิมพ์มติชน
ท่านพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์กับ พรรคภูมิใจไทยนะครับว่า ไปลงนรก ผมทนฟังมาตลอดนะครับ ๑๐ กว่าชั่วโมง ผมทนฟัง ท่านอภิปรายไร้สาระที่สุด ผมยังทนฟัง แต่คําสุดท้ายนี่ทนไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์กับ พรรคภูมิใจไทยไปลงนรกนะทนไม่ได้
พอครับ ผมจะวินิจฉัยแล้ว ควรถอนคําว่า นรก เท่านั้นเอง ถอนเสียคุณสมคิด ถอนเถอะ
ผมขอออกห้องประชุมครับ
ถอนหรือไม่ถอนครับ
ไม่ถอนครับ บันทึกไว้เลยครับ
ถอนนะครับ
เขาบอกเขาไม่ถอนนะครับ
ก็นั่นนะ ผมกําลังบอกให้ เขาถอน ไม่ให้มีปัญหา จะถอนไหมครับ ท่านสมคิด
บอก ไม่ถอน
ไม่ถอนก็กรุณาออกจาก ห้องประชุมครับ เปึนครูบาอาจารย์นะครับ เชิญออกจากห้องประชุมครับ พวกกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเขาก็มาประชุมเขาก็พูดกันถึงท่านนะ ผมก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร ก็มาเห็นอีก ถ้าครูบาอาจารย์มีอย่างนี้ ผมว่าบ้านเมืองก็ไม่ไหว เชิญคุณวิชาญ
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ ท่านครับ
เขาออกจากห้องไปแล้ว ครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมว่า ผมไม่ได้อภิปรายอะไรนะครับ ผมบอกว่าผมอยากจะเรียนท่านฝ์ายค้านว่าถ้าการอภิปราย จะดําเนินต่อไปนี่ผมขอให้มีเนื้อหาสาระที่มันเปึนประโยชน์ เรานั่งฟังกันมา ๑๐ กว่าชั่วโมง อย่าเอาคนประเภทแบบนั้นมาอภิปรายแล้วมันไม่มีประโยชน์ครับ
ก็อะไรมันก็บอกอยู่แล้ว ครับ คือสังคมเขาเห็นเองแหละครับ
ท่านประธานครับ
ประท้วงหรือครับ ประท้วง ทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่รู้ว่าเอาฝ์ายผู้หญิง ฝ์ายผู้ชาย เอาฝ์ายผู้ชาย เชิญครับ คุณขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขอให้ท่านประธานถอน คําพูดที่ว่า ถ้าครูบาอาจารย์เปึนอย่างนี้ก็ไม่ไหว หรือเปลี่ยนคําพูดเปึนว่าถ้าอาจารย์ สมคิดก็ว่าไปครับ ครูบาอาจารย์มีเต็มแผ่นดินครับ
ผมง่ายนะครับ อาจารย์ ขจิตรครับ ผมขอถอนครับ
ครับ ขอบคุณครับ
อาจารย์ขจิตรครับ เชิญ คุณวิชาญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ชี้แจงและก็พาดพิงถึงรัฐบาลในสมัย ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านพูดถึงนะครับ เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคมว่ามีการ ขายข้าว แล้วปรากฏว่าราคาซึ่งขาดทุนอยู่ประมาณ ๑๒,๐๒๙ ล้านบาท ซึ่งตัวเลข ดังกล่าวผมได้สอบถามไปยังอดีตท่านรัฐมนตรีบรรยิน ตั้งภากรณ์ นะครับ และก็ท่านเอง ก็บอกว่า ให้ช่วยตอบในเรื่องรายละเอียดชี้แจงด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีบรรยิน ตั้งภากรณ์ ได้บอกกล่าวมาว่า ข้าวเปลือกที่รับมาในขณะนั้นเก็บไว้ตั้งแต่สมัย ขออนุญาต นะครับ รัฐบาลท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ แล้วก็เก็บมาในราคาต้นทุนประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท นี่คือราคาข้าวเปลือก พอมาเปึนข้าวสารก็อยู่ประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท ราคาซึ่งตั้งไว้ที่ขายไปก็อยู่ในราคา ๑๑,๐๐๐ กว่าบาท ปรากฏว่ามีการ ประมูลกันแล้ว ราคาทั้งสิ้นกลับมาขาดทุนนะครับ ทั้งหมดขายไปประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กับอีก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ผมไม่ทราบครับ ราคาตัวเลขที่ท่านบอก ที่บอกว่า ขาดทุนไป ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านนั้น ก็เปึนตัวเลขของท่าน ผมไม่กล้าที่จะไปก้าวล่วงนะครับ แต่ในรัฐบาลชุดนี้จํานําราคาข้าวไว้เกวียนหนึ่ง ๑๑,๗๐๐ บาท แล้วก็ถ้าคิดเปึนข้าวสาร นี่คือข้าวเปลือกนะครับ คิดเปึนข้าวสารตกประมาณ ๒๒,๐๐๐-๒๔,๐๐๐ บาท ราคา ข้าวสารเห็นว่า ขาดทุนขายไปทั้งหมดกําลังชะลอเรื่องอยู่ ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าคิดเปึน ราคาขาดทุน ท่านลองคูณดูเองก็แล้วกันครับไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ นี่คือรายงานจาก อคส. ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประเกียรติ นาสิมมา เชิญครับ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ขณะนี้เรา กําลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเพื่ออนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ด้วยหลักการและเหตุผลดังที่ปรากฏ คือจริง ๆ แล้วในเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอ ประกอบร่างพระราชบัญญัตินี้มา ผมอ่านแล้วก็ยังข้องใจอยู่ คือเหตุผลที่ท่านบอกว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะถดถอยอย่างต่อเนื่องและฟุ๋นตัวช้ากว่าที่คาด ก็แสดงว่าท่าน ติดตามเรื่องเศรษฐกิจโลกอยู่ตลอดเวลา ที่เศรษฐกิจโลกตกต่ําอย่างรุนแรงเกิดที่อเมริกา และก็พ่วงไปยังประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศต่าง ๆ ที่ซื้อ ซีดีโอ (CDO) ของอเมริกาเอาไว้ และซีดีโอนั้นขาดทุนจนไม่มีราคาในตลาดทุนของโลก นี่จึงทําให้เปึนบ่อเกิดทางเศรษฐกิจที่ล้มสลาย แต่ประเทศไทยไม่ได้ซื้อ ซีดีโอ นี้ไว้เลย ผมสอบถามธนาคารหลายแห่งก็บอกว่าซื้อไว้เพียงเล็กน้อยไม่กระทบ ระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ อันนี้คืออยากจะขอติงว่าเหตุผลมันไม่สมควรที่จะต้องมาขอกู้เงินมากมาย ที่จะต้องเอามากระตุ้นเศรษฐกิจหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย
และอีกประการหนึ่ง ที่ผมได้ยินว่าท่านทางพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย ในสภานี้ว่า ประเทศไทยมีบัญชีสํารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่ากับเงินบาทก็คงประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ซึ่งเปึนจํานวนมหาศาลทีเดียวการกู้ ๔ แสนล้านบาทนี่เท่ากับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ เงินในบัญชีนี้ แต่เงินในบัญชีนี้ความจริงก็มีความสําคัญของมันอยู่ ก็คือเอาไว้สําหรับค้าขายระหว่าง ประเทศ ส่งออก นําเข้า บัญชีจะถูกตัดที่ตรงนี้ ขายไป ผู้ที่ได้เงินตราต่างประเทศมา ก็เอาไว้ในบัญชีนี้และก็รับเงินบาทไป ขายออกไปก็เอาดอลลาร์ไปจ่ายเงินบาทก็มีการ แลกเปลี่ยนอยู่ในนี้ ได้กําไร ขาดทุนอยู่ในบัญชีนี้ ที่จริงบัญชีนี้มันเปึนการสํารองการค้า ระหว่างประเทศในสมัยเก่านะครับ ในสมัยนี้ผมไม่อยากจะพูด แต่เอาว่าสมัยเก่า ซึ่งการ สํารองการค้าขายระหว่างประเทศใช้เงินประมาณสัก ๖ เดือน ๕ เดือนเหลือเฟ๋อแล้ว คือถ้าใช้ ๕ เดือน เดือนหนึ่งประมาณหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เงินที่สํารองอยู่ในบัญชีนี้ สามารถที่จะสํารองได้ถึง ๑๒ เดือน มากเกินไปครับ ทําไมรัฐบาลนี้จึงไม่เอาส่วนเกินที่มัน ไม่ควรจะสํารองมากถึงขนาดนั้นมาใช้ทดแทนการกู้ยืมเงินในประเทศ ซึ่งผมคํานวณ คร่าว ๆ น่าจะใช้ได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คือเหลือไว้ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญก็ควรจะพอ และส่วน ๗๐,๐๐๐ ล้านเหรียญหรือประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาออกมาใช้ทดแทนเงินที่เราจะต้องใช้จากการกู้ยืมจะ ไม่ดีกว่าหรือ ขอโทษนะ ผมไม่อยากจะบอกว่าหรือไม่ได้คิดกัน มัวไปคิดแต่อย่างอื่น นั่นคือเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอติงเอาไว้นิดหนึ่ง
อันต่อไปนะครับ ที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า การกู้เงินตาม ร่างพระราชบัญญัติกู้เงินครั้งนี้จะเปึนการกู้เงินในประเทศ รวมทั้งการกู้เงินตาม พระราชกําหนดทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการกู้เงินในประเทศ ผมทราบว่า เงินสภาพคล่องในประเทศซึ่งหมุนเวียนอยู่นั้นมีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเงินสด แต่การกู้เงินจากในประเทศจะดูดสภาพคล่องออกจากภาคเอกชน เสียจนหมด ในที่สุดภาคเอกชนไม่มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจของตนเองก็จะล่มสลาย ธุรกิจก็จะไม่มีภาษีที่จะต้องมาจ่ายให้กับภาครัฐ และคนก็จะตกงาน จริง ๆ แล้วการกู้ยืม เงินในประเทศจะมีผลกระทบรุนแรงให้กับเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า เพราะตาม มาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ การกู้ยืมเงินนอกระบบมาใช้ใน กิจการเฉพาะอย่าง เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ ท่านสามารถที่จะทําได้ แต่ต้องกู้เงินตรา ต่างประเทศ เพราะจะได้เข้ามาหมุนเวียนและไม่ต้องมาแย่งเงินทุนหมุนเวียนของ ภาคเอกชนที่มีอยู่ในประเทศ ผมหลับตามองแล้วนะครับอีก ๓ ป้ข้างหน้าประเทศไทยจะ ล่มสลายมากกว่านี้ แต่การกู้ยืมเงินในประเทศมีทั้งคนได้ประโยชน์ และคนเสียประโยชน์ ผมว่าคนเสียประโยชน์คือภาคเอกชน ในส่วนที่เปึนอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้าทั่วไป เพราะกู้เงินจากธนาคารไม่ได้ รัฐบาลกู้แทนไปเสียแล้ว คนที่ได้ประโยชน์ก็คือธนาคาร บางธนาคาร ที่รัฐบาลจะต้องเอาเงินนั้นไปใช้หมุนเวียนในธนาคารดังกล่าว เพราะว่า ในร่างพระราชบัญญัตินี้บอกว่าเงินกู้ไม่ต้องนําส่งคลัง เมื่อไม่ได้นําส่งคลังท่านจะต้องเก็บ ไว้ที่ไหน คนนั้นก็ต้องได้ประโยชน์ อันนี้เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่าครับ ในรัฐบาลนี้
อันต่อไปนะครับ เงินกู้ที่มีแสดงรายละเอียดกรอบเงินกู้มา ที่แสดงกรอบ เงินกู้ถึงป้ ๒๕๕๕ แต่ตามพระราชบัญญัติเงินกู้จะใช้ป้ ๒๕๕๔ ผมจึงไม่ทราบแน่นอนว่า กรอบนั้นช่วงไหนที่จะต้องใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ รายละเอียดก็ไม่มี ทุ่งกุลาร้องไห้พัฒนาแหล่งน้ําตั้งแต่ป้ ๒๕๒๕ มาจนถึงปัจจุบันนี้ใช้เงิน ไปเท่าไรครับท่านประธานทราบไหม ใช้เงินไปทั้งหมด ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกลบ ใกล้เคียงประมาณนี้ พอถึงหน้าแล้งน้ําก็แล้ง พอถึงหน้าฝนน้ําก็ท่วม การทําเกษตร ทําไม่ได้ ชาวทุ่งกุลาร้องไห้บอกว่า ถ้ารัฐบาลยังมีทางที่จะกู้เงินได้อีก อยากจะขอให้กู้ อีกสัก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อพัฒนาแหล่งน้ําของทุ่งกุลาร้องไห้ คนในทุ่งกุลาร้องไห้ ของ ๕ จังหวัดนั้นรวมทั้งจังหวัดของท่านประธานด้วย จะได้อยู่ดีกินดีแล้วไม่ต้องร้องไห้อีก ต่อไป การกู้เงินไม่มีปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการกู้ไม่ผิดกฎหมาย แต่การใช้ ท่านประธานที่เคารพ ต้องกลับไปดูที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ท่านจะต้องจัดการ ใช้เงินตามรัฐธรรมนูญให้เคร่งครัดภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ๔ กฎหมายที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญนั้น หาไม่แล้วการใช้เงินกู้ครั้งนี้จะเปึนการผิดกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ ผมคนหนึ่งละครับจะไม่ร่วมเอาเรื่องที่ผิดกฎหมายมาเปึนเรื่องที่ให้สภาแห่งนี้ต้องเปุ๋อน ไปด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติกู้เงินฉบับนี้ แม้จะทําได้ แต่การใช้เงินหากไม่ไปใช้ในกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ผมไม่อาจจะ รับรองได้และไม่อาจจะลงมติรับรองร่างพระราชบัญญัตินี้ได้เลย เพราะจะเปึนการผิด กฎหมายอย่างชัดเจนครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ครับ๑๐ นาทีครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็คงต้องชี้แจงให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครซึ่งฟังอยู่ ทางบ้านนั้นหายตกใจนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาลได้บอกว่า รถไฟ สายสีเขียวเข้มและเขียวอ่อนที่จากแบริ่งไปสมุทรปราการ และจากหมอชิตไปสะพานใหม่ ถ้าให้ รฟม. ทําแล้วทาง รฟม. ก็จะเก็บค่าโดยสารพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครถึง ๑๒๐ บาท แต่ถ้าหากว่าให้ กทม. เอาไปให้บริษัทเอกชนให้สัมปทานแล้วก็จะเก็บอยู่ ประมาณ ๔๕ บาท อันนี้ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเปึนข้อมูลหรือเปึนข้อความที่ไม่ เปึนความจริงนะครับ เพราะว่าในสมัยที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมอยู่นั้น ทางสํานักนโยบายและแผน กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาในเรื่องของ ค่าโดยสารว่า ถ้าหากว่าโครงการรถไฟขนส่งมวลชนเสร็จสิ้นค่าโดยสารที่ทาง รฟม. จะเก็บจากพี่น้องประชาชนนั้นถ้าขาเดียวก็คือประมาณ ๑๕ บาท แต่ถ้าเปึนตั๋วทั้งวัน หมายความว่าซื้อตั๋วใบเดียวแล้วก็จะนั่งได้ทั้งวัน ทั้งไปและทั้งกลับ และอาจจะไปธุระ ได้ด้วยนะครับ ก็จะเก็บประมาณ ๓๐ บาทเท่านั้นนะครับตลอดสาย แล้วก็เปึนตั๋วร่วม หมายความว่าเมื่อซื้อตั๋ว ๓๐ บาทแล้วนะครับก็สามารถที่จะไปขึ้นรถไฟสายสีน้ําเงิน สีเขียวอ่อน สีเขียวแก่ สายสีแดง สายไหน ๆ ก็ได้นะครับ ยกเว้นสายของ บีทีเอส ถ้าหากว่า ตกลงที่จะเข้ามาร่วมกับตั๋วร่วมของ รฟม. ก็จะสามารถที่จะไปใช้ของ บีทีเอส ได้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานให้พี่น้องประชาชนใน กรุงเทพมหานครได้เข้าใจและได้ทราบถึงเจตนาของรัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ที่เปึนห่วงเปึนใยในเรื่องค่าดํารงชีพใน กทม. ที่จะโดยสารจากบ้านไปทํางานต่าง ๆ นั้น ให้ลดลง ก็คือหน่วงเงินในกระเปิาของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ก็กราบเรียน ท่านประธานถึงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร
ทีนี้ผมก็จะมาพูดถึงพระราชบัญญัติไทยเข้มแข็ง ซึ่งผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้อันตรายสําหรับประเทศไทย คือผมรับไม่ได้กับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าหากว่าในสภาแห่งนี้คืนนี้รับหลักการผ่านพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็จะทําให้เกิดการคอร์รัปชัน ฉ้อโกงอย่างรุนแรง เพราะว่าเท่าที่ผมดูในรายการ บางรายการมีการหมกเม็ด มีการใส่ข้อมูลอันเปึนเท็จเพื่อที่จะตั้งงบประมาณสูง ๆ แล้วงบประมาณอันนี้แล้วเงินกู้ก้อนนี้ไม่ผ่านระบบงบประมาณด้วย ไม่ได้ไป กระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นคืนนี้ถ้าผ่านประเทศเสียหาย ความเข้มแข็งและไปกระตุ้น เศรษฐกิจแน่นอนครับ ถ้าหากว่าจะจัดทํางบประมาณอย่างนี้ จัดทําพระราชบัญญัติ อย่างนี้ คนที่เข้มแข็งแล้วถ้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนครับ ครม. แต่พี่น้องประชาชน รับกรรม เงินกู้นี้จะไปเข้ากระเปิา ส่วนหนึ่งของผู้ที่จะใช้งบประมาณ แต่พี่น้องประชาชน จะต้องมาใช้หนี้ ถ้ากู้ไปใช้ประโยชน์ กู้ไปสร้างงาน กู้ไปพัฒนาประเทศ ผมเห็นด้วย ผมดูในรายการแล้วมีเปึนจํานวนมากที่มีการหมกเม็ด แม้กระทั่งมติ ครม. ยังโกหกได้ ยังปลอมได้ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้อันตรายแน่นอน ผมไม่เชื่อว่าคนที่โปร่งใส อย่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทําพระราชบัญญัติอย่างนี้ ผมจะขอ ยกตัวอย่างหนังสือที่รัฐบาลทํามานะครับ สาขาขนส่งโลจิสท์ติกประเภทที่ ๑ ระบบ รถไฟฟัา รายการที่ ๒ โครงการก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ หน่วยงาน รฟม. กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติ ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท รวมที่จะใช้จริง ๓๘,๗๖๕ ล้านบาท ในนี้ยังทํารายการหลอกอีกนะครับว่าได้มีการปรับลดหรือต่อรองลดลงไปประมาณ ๒,๗๖๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ อันตรายแน่นอน เพราะว่ามติ ครม. ไม่เคยมี ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่เคยมี มติ ครม. ครั้งหลังสุดของรถไฟสายสีม่วง เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นการปลอมมติ ครม. เพื่อมาเสนอกับสภาแห่งนี้ต่างกันถึง ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าอนุมัติออกไปประเทศไทย อยู่ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นการอนุมัติแบบนี้ การสร้างตัวเลขหลอกลวงอย่างนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูและผมเห็นว่าควรจะถอนออกไปใส่รายละเอียดให้รอบคอบ อย่าให้มีการออกพระราชบัญญัติที่จะมีการโกงกินกันขนาดนี้ผมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรีไปพิจารณา ถ้าหากว่าเมื่อเช้านี้วันที่ ๒ เมื่อเช้านี้วันอังคาร ถ้า ครม. มีมติใหม่เปึน ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท ก็ไม่มีสิทธิ เพราะว่าโครงการรถไฟสายสีม่วงนั้น ได้เป่ดซองไปแล้ว ได้ผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลไว้แล้ว คือตอนที่ ๑ บริษัท ช. การช่าง ตอนที่ ๒ เปึนบริษัทชีโน่ไทย ผมจะไม่พูดถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การมาทํามติ ครม. หลอกเงินขึ้นไปอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมไม่ได้เปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมจะไม่รู้ตัวเลขอย่างนี้ พี่น้องในสภา พี่น้องประชาชนก็คงไม่รู้ แล้วถ้าหากว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน การปลอม หรือการหลอกมติ ครม. อย่างนี้ ไม่มีใคร จับได้หรอกครับ โครงการนี้ก็เพิ่มอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท สบายใจเฉิบ ทั้ง ๆ ที่ประมูลแล้ว ผมจึงฝากรัฐบาลว่าขอให้นํา พ.ร.บ. ฉบับนี้กลับไปดู เพราะผมไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะเปึนคนอย่างนั้นผมไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นนํากลับไปดูขอบคุณครับ
คนสุดท้ายคือท่านไพจิต มีอะไรครับ
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประชาธิปัตย์ กทม. ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญครับ
ผม อรรถวิชช์ สุวรรรณภักดี ส.ส. กทม. ประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิจากท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าผมพูดไม่จริง ท่านบอกว่าตั๋วจะเปึน ๔๕ บาทในสายสีเขียวถ้าเอาไปให้ กทม. ยกให้สัมปทานให้คนอื่นทํา ผมไม่ได้พูดตัวเลข ๔๕ บาท ผมบอกว่าถ้ายกให้ กทม. ทําเอง ไม่ได้เอาไปให้สัมปทานคนอื่น ๖๐ บาทตลอดสายครับ แต่ถ้าเอาไปให้ รฟม.ทํา หรือ รฟม. เอาไปให้คนอื่น ให้สัมปทานต่อ ๑๒๐ บาท แล้วท่านก็พูดเอง อดีตรัฐมนตรี ท่านพูดเอง ท่านบอกว่าถ้ามาขึ้นต่อขยายที่ บีทีเอส ก็ต้องไปเข้าเครือข่ายของ บีทีเอส ก็คือต้องไปจ่ายค่าตั๋ว บีทีเอส เพิ่ม มันเปึนขั้นตอนแบบทางด่าน ที่มันโง่กันอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธาน จ่ายซ้ําจ่ายซ้อน แล้วผมถามสิครับ ท่านก็อยู่แล้วมันจะมี ๓ เจ้า บีทีเอส กทม. รฟม. รู้อยู่แล้วว่าตั๋วจะแพง ถ้าท่านพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรละครับ ผมว่า ท่านละครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีทําไมต้องเอาไปล่ะครับ ทําไมต้องเอาจาก กทม. ไป รฟม. หรือเปึนเพราะว่าในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้ว่า ผมว่าคําถามนี้ต้องถามท่านละ ครับว่าใครพูดไม่ตรงข้อเท็จจริงท่านประธานครับ
ก็พอสมควรครับ ไม่ต้อง ตอบโต้แล้วครับ
ไม่ได้ตอบโต้ครับ ผมก็คงชี้แจงว่า คือ รฟม. ทํารถสายสีน้ําเงินอยู่แล้ว และอนาคตก็จะทําสายสีส้ม สีชมพูอีกหลาย ๆ สี ซึ่งจริง ๆ เปึนโครงการของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วต่อมาท่านอดีต นายกรัฐมนตรีสมัคร อดีตนายกรัฐมนตรีสมชายที่ได้มอบหมายให้ รฟม. ทําโครงการ รถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ เพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แน่นอน แล้วก็มีนโยบาย ท่านสมัครเอง ท่านทักษิณเองมีนโยบายว่าขาเดียว ๑๕ บาท แล้วถ้าตั๋วใบเดียวโดยสาร ได้ทั้งวันเปึนตั๋วร่วม ๓๐ บาท แต่ว่าถ้าพูดถึงผู้ที่ได้รับสัมปทานจาก กทม. ก็คือบริษัท บีทีเอส นั้น ในขณะที่เรากําลังพิจารณาทําเรื่องตั๋วร่วมอยู่ เราก็ได้เชิญเขามาพูดคุยว่า จะเข้าร่วมตั๋วร่วมของ รฟม. หรือไม่ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะว่าของ บีทีเอส นั้น ในขณะนั้นเขาถือว่าเขาวิ่งอยู่ใจกลางเมือง ถือว่าได้เปรียบ ผมเองในสมัยนั้นจึงบอก รฟม. ว่าช่วงหมอชิตให้เว้นไว้สถานีหนึ่งช่วงแบริ่งให้เว้นไว้ สถานีหนึ่ง เพราะว่าระบบเครือข่ายของ รฟม. นั้นเชื่อมโยงกันทั่วกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ทั้งหมด ๑๐ สายทาง ๑๐ เส้นทาง ก็กราบเรียนว่าถ้า รฟม. ทําได้อย่างราบรื่นพี่น้อง ประชาชนในกรุงเทพฯ ก็จะได้ใช้บริการของ รฟม. นั้น ๓๐ บาททั้งวันตลอดเส้นทาง ไปกลับทํางาน ๓๐ บาทเท่านั้น ขอบคุณครับ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกคุณธนา
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธาน เพราะว่าข้อมูลที่ท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมพูดนั้นมันไม่เปึน ความจริง แล้วก็มันจะทําให้เกิดเสียหายได้ ผมในฐานะเปึนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในสมัยนั้นต้องขออนุญาตที่จะทําความเข้าใจให้ท่านได้รับทราบ เพราะสิ่งที่ท่านพูดนั้น ไม่เปึนความจริง โครงการสายแบริ่งที่ไปสมุทรปราการที่ท่านพูดถึงเปึนโครงการส่วนต่อ ขยาย บีทีเอส ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้ทําเรื่องขออนุมัติจาก ครม. เรียบร้อยแล้วจึงได้ ดําเนินการประกวดราคา ทําประชาพิจารณ์ครบถ้วนทุกประการ แต่ว่าเกิดปัญหาก็คือใน รัฐบาลสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งการที่กรุงเทพมหานครจะเป่ดซองประกวด ราคาซึ่งมีผู้ยื่นแบบเสนอราคาเรียบร้อยแล้วจําเปึนจะต้องขออนุมัติ ครม. เปึนครั้งสุดท้าย รัฐบาล ฯพณฯ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมอนุมัติทําให้กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถเป่ดซองประกวดราคาได้
พอแล้วครับ พอเถอะครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ได้ เกี่ยวกับ รฟม. เลยครับ ไม่ได้เกี่ยวกับ รฟท.
ท่านประธานที่เคารพครับ
ทราบแล้วครับ
กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมนะครับ ใช้ข้อ ๘ ครับ
ก็ผมทั้งสองฝ์ายต่างออก ความคิดเห็น
เขาประท้วงหรือเปล่า เขาใช้กฎ ข้อบังคับข้อไหนครับที่ลุกขึ้นมาอภิปราย ท่านปล่อยให้อภิปรายได้แต่ว่าทางฝัืงนี้ต้องตาม ระเบียบครับ
ผมก็ปล่อยเหมือนกันครับ ผมก็ปล่อยเหมือนกันไม่ใช่ไม่ปล่อย ปล่อยทั้ง ๒ ฝ์าย
ขอให้ท่านควบคุมการประชุม นะครับ ข้อ ๘ ครับ ขอบคุณครับ
ครับ ผมปฏิบัติตาม ข้อ ๘ พอแล้วครับ
ผมนิดเดียวครับท่านประธาน นิดเดียวจบแล้วครับ เพราะว่าผมเชื่อว่ามีพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่เขาติดตามอยู่ นิดเดียวท่านประธานครับ
มันจะไปกันใหญ่นะครับ
ท่านประธานครับผมไม่อยากประท้วง นะท่านประธาน ท่านประธานต้องวางตัวเปึนกลางนะครับ อย่ากินหัวกินหางนะครับ ท่านประธาน อย่างนี้มันไม่ดีครับ พวกผมลุกขึ้นนิดหน่อยท่านไม่ให้แล้ว รัฐมนตรีชี้แจง ไม่ได้ แล้วนี่ใครครับเขาเสียหายตรงไหน ท่านประธานต้องบอกว่าเสียหายตรงไหน
นั่งลงก่อนเถอะครับ ท่านธนาครับ พอแล้วครับ พอเข้าใจกันทุกฝ์ายแล้วครับ
นิดเดียวครับท่านประธานครับ ผมจบแล้วครับความจริงในสภาแห่งนี้
ผมว่าไม่จบหรอกครับ มันจะยาวนะครับ พอแล้วครับมันไม่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ
ก็เรียนตรงนี้นะครับว่าสิ่งที่ท่าน อดีตรัฐมนตรีพูดไม่ได้เปึนความจริงเท่านั้นเองนะครับ ขอบคุณครับ
ครับ พอเท่านั้นพอแล้ว เชิญรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมครับ เห็นยกมือนานแล้ว
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรบกวนเวลาสภานิดเดียวที่เรื่องมติ ครม. ปลอมอะไร ทั้งหลาย ที่จริงสายสีม่วงเดี๋ยวนี้วงเงินที่ตั้งไว้กรอบงบประมาณก็กรอบเดิมนะครับ คือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ ซึ่งไม่ได้มี ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ท่านว่า แล้วขณะนี้ก็อยู่ ในระหว่างที่ดําเนินการเป่ดสัญญาที่ ๑ อยู่นะครับ ฉะนั้นจึงไม่มีเรื่องมติ ครม. ปลอม ท่านไปเอาข้อมูลจากไหนไม่ทราบ ขณะนี้ผมกําลังมีปัญหาสําหรับเรื่องที่ต้องแก้ไขในเรื่อง ที่ทําไว้ในอดีตนะครับ ที่จะแก้ไขให้มันเรียบร้อยเฉพาะโครงการนี้ที่ ดีเทล ดีไซน์ (Design) อะไรไม่เรียบร้อยกําลังคิดกันอยู่ ฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าสัญญา เรื่องนี้ต้องไม่เกินกรอบ ครม. ในอดีตอนุมัติไว้ซึ่งไม่ได้มีการขยายวงเงินแม้แต่อย่างใดครับ
ก็คงพอกระมังครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน
ไม่ได้อย่างไรครับ
เพราะว่าท่านรัฐมนตรีได้บอกว่า ผมนั้นพูดไม่จริงกับสภานะครับ ผมพูดไม่จริงกับสภา หนังสือที่ผมเอามาพูดเอามา อภิปรายเปึนหนังสือที่รัฐบาลทํามาให้ผมนะครับ ผมไม่ได้ทําเองเดี๋ยวผมส่งให้ ท่านประธานดู
ครับ เดี๋ยวส่งเอกสารมาให้ ผมก็แล้วกันครับ
ท่านประธานครับ สาขาขนส่ง โลจิสท์ติกส์ประเภทที่ ๑ ระบบรถไฟฟัา ๑. โครงการรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดง ผมไม่พูดถึง ๒.โครงการรถไฟสายสีม่วง อันนี้อยู่ใน พ.ร.บ. นะครับ โครงการรถไฟสายสีม่วงช่วงบาง ใหญ่-บางซื่อ หน่วยงาน รฟม. กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติ ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท
ผมว่าส่งเอกสารให้ผมเลย ดีกว่าครับ
ไม่เท่านั้นครับท่านประธาน ถ้าหากว่า มีตัวหนังสือลอย ๆ
คือมันไม่มีวันจบสิ้น ละครับ
อันนี้เปึนเรื่องทุจริตครับ ท่านไพจิตฟังผมก่อน
เปึนเรื่องทุจริตก็ดําเนินคดี ส่ง ป.ป.ช. ได้ครับ
ฟังผมก่อนครับ ถ้าหากว่า ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท ที่บอกว่าเปึนกรอบของวงเงิน ครม. นั้นอาจจะพิมพ์ผิดก็ได้ แต่ไม่ใช่ ครับ ข้างหลังนะครับ รวม ๓๘,๗๖๕ ล้านบาทนะครับ แล้วก็ รฟม หรือกระทรวง หรือรัฐบาลนะครับ สามารถไปลดราคาได้ ๒,๗๖๒ ล้านบาท ก็เลยเหลือ ๓๘,๗๖๕ ล้านบาท สร้างตัวเลขมาให้หลงเชื่อได้ขนาดนี้นะครับ
คือท่านบอกท่านไม่รับ อยู่แล้วร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ไม่จําเปึนจะต้องชี้แจงอะไรมาก เชิญท่านไพจิตนะครับ
เปึนเรื่องที่ปลอมมติมาหลอก
ปลอมก็ดําเนินคดีได้ครับ ไม่แปลกอะไรครับ เชิญท่านไพจิตครับ มันยิ่งดึกครับ มัวแต่มาเถียงกันไร้สาระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครับท่านประธานครับ ประเด็นที่เปึนข้อถกเถียงที่สําคัญวันนี้ก็คือการเสนอขอกู้ โดยขาดรายละเอียดโครงการที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดู ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าจะให้ดูในชั้นกรรมาธิการ ขอให้ไปดูแล้วก็พร้อมที่จะ ปรับเปลี่ยนตามมติของคณะกรรมาธิการ นั่นแปลว่าท่านเองก็เปึนคนสภาผู้แทนราษฎร ในชั้นการพิจารณา ท่านประธานครับ ถ้าเปึนร่างกฎหมายธรรมดาเงินแสน ๒ แสน ล้าน ๒ ล้าน ผมไม่ติดใจ แต่ครั้งนี้เปึนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลัง ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็ให้ ไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายละเอียดมากกว่านี้ที่จะเปึนแผนเอสพี ๒ ของป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ก็พอลูบ ๆ คลํา ๆ พอเห็นบ้าง แต่วันนี้ไม่มีเลยครับ ฝ์ายรัฐบาลอาจจะพอรู้เรื่อง แต่พวกผมฝ์ายค้าน เมื่อไม่มีอะไรให้ก็เปึนข้อถกเถียง ไม่รู้ว่าใครจริงใครปลอมนะครับ นี่ ๕,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เงินของใครเปึนเงินพี่น้องผมซึ่งอยู่ตามท้องไร่ท้องนาที่ต้องมา เปึนหนี้ให้กับบ้านเมืองโดยการบริหารของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ข้อขัดข้องตรงนี้เปึนสาระสําคัญที่เราเห็นว่ามีเจตจํานงที่เมื่อไม่มีรายละเอียดให้ดูจะไปดู ในชั้นกรรมาธิการก็แปลว่าพวกผมตั้งกันได้ ๑๒ คน ถ้าตั้ง ๓๖ คน การจะดูทั้งหมดจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๘๐ คน ก็จะได้เปึนประโยชน์แต่ทําไมไม่ทํา ถ้าไม่มีเจตนา จะป่ดบังซ่อนเร้น อําพรางและเปึนช่องว่างให้เกิดการทุจริต ผมไม่อยากบอกว่าถ้าเปึน แบบนี้ใครเข้มแข็ง ไม่ใช่ไทยเข้มแข็งครับท่าน ท่านประธานครับ คนจะเข้มแข็งนี่คนที่จะ เอาไปทํา ผมกราบเรียนว่าเมื่อเปึนช่องว่างมันก็จะเกิดการทุจริต ขนาดที่มีโครงการ ละเอียดในงบประมาณผ่านกระบวนการ วิธีการพิจารณาประมาณ ๖-๗ เดือนนะครับ งบประมาณที่เราจะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ มีรายละเอียดโครงการ เราไปดูกันล่วงหน้า อันนี้ก็รู้ว่าจะเข้ามาทําไมไม่ส่งเอกสารต่าง ๆ ให้พวกผมดูล่วงหน้า ก็เหมือนจะบังคับกันให้รับไป ๆ เดิมกําหนดไว้เพียงวันเดียวด้วยครับท่านประธาน ให้อภิปรายกันไปพอแล้ว ๆ ผมถือว่าเปึนภาระหน้าที่ นี่เปึนเหตุที่ ๑ นะครับว่ามัน ไม่สมบูรณ์ ในการพิจารณาคราวนี้จะเกิดความไม่เปึนประโยชน์กับชาติบ้านเมือง
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ไม่มีความจําเปึนเร่งรีบที่จะต้องออกกันใน วันนี้ ก็ไม่ได้พูดเองนะครับ ผมฟังจากฝ์ายรัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบพวกผม ในสภาว่าขออนุมัติกรอบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่ แล้วก็บอกว่าจะใช้โน่นป้ ๒๕๕๔- ๒๕๕๕ แต่ว่าถ้าฐานะเศรษฐกิจดีอาจจะไม่กู้ นี่ก็แปลว่าป้ ๒๕๕๒ ป่ดหีบแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อวานนี้ ได้ไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีที่จะใส่ใน งบประมาณที่เปึนงานโครงสร้างพื้นฐานในป้ ๒๕๕๓ แล้วเช่นเดียวกันอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่ามันไม่ได้มีความจําเปึนเร่งด่วนที่ต้องวันนี้ ทําไมไม่คอยให้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๕๓ เข้ามาสภา แล้วดูสิว่าอัตราความเติบโต การเก็บภาษีรายได้ การจับจ่ายใช้เงินของป้ ๒๕๕๓ เปึนอย่างไร ถัดจากนั้นถ้ามีความ จําเปึนก็บอกไป ท่านประธานครับ ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี คนของรัฐบาลละใช้เวลาเกือบ ๔๐ นาที มาบอกพวกผมว่า เฮ้ย เอสพี ๒ อย่าทําแบบรีบร้อน ไม่ละเอียด ไม่รอบคอบ ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนี่ก็เอา ท่านบอกว่าจําเปึนต้องป่ดหีบ จําเปึนต้องมีเงิน ลงทุนบ้าง แต่ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังนี่อย่าทํา นี่ผมเอาคําพูดของฝ์ายรัฐบาล ที่ปรึกษาใหญ่ฝ์ายเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ทางฝ์ายพวกผม ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อภิปรายชั่วโมงครึ่งครับท่านประธาน บอกว่าขอหน่อยได้ไหม ป่ดหีบไม่ได้ เอาไป แล้วก็มีการที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกเล็กน้อยแสน ๒ แสนล้านบาท ก็แปลว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อคืนนี้มันแป็บ ๆ มันเปึนหนี้ไปแล้วนะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชน ก็บอกว่าคืนนี้อีกตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้จะเปึนอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วหรือ ทําไมจะต้องเร่งรีบ รีบร้อน จะขาดความรอบคอบครับ ท่านประธาน ผมถือว่าเหตุผลทั้ง ๒ อย่างควรที่จะได้ไปพิจารณาด้วยความรอบคอบ สภาแห่งนี้ละครับ ก็มีความรับผิดชอบพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล แม้นจะมี ความรู้สึกว่าเราไม่อยากให้กู้หรอก แต่ว่าเมื่อเดินไม่ได้ไปไม่ออกก็เปึนภาระร่วมกัน แต่ว่าถ้าเปึนในลักษณะแบบนี้มันจะเกิดผลเสียหายและความรับผิดชอบไม่ใช่เงินที่ท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะใช้หรือพวกเราใช้กัน พี่น้องคนไทยทั้งหมดนะครับ ผมฟังมาแล้วครับ ท่านประธานเปึนคนบ้านนอกเหมือนผม เขาไม่อยากให้กู้นะครับ พี่น้องตามท้องไร่ท้องนา มีความรู้สึกว่าถ้าเปึนหนี้ บ้านเมืองเปึนหนี้ ประเทศชาติเปึนหนี้ มันทําให้เกิดความทุกข์ ยากในจิตใจ และขณะเดียวกันก็เปึนภาระที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าแม้นจะบอกไป ว่ายินดีที่จะให้พิจารณาในชั้นการพิจารณาแล้วตรวจสอบอย่างไรก็ได้ ผมก็ยืมคําพูดของ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มาบอกว่าก็เปึนหนี้ไปแล้ว เปึนหนี้ไปแล้วผมตรวจสอบ มิยาซาวาของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นี่ละครับร่วม ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนแบบไหน ก็พอรู้กันหมด มันเปึนหนี้เขาแล้วครับ นี่ก็เหมือนกัน ท่านต้องให้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ภาระหนี้สินพี่น้องประชาชนเขาบอกผมมาว่าหยุดได้ไหม หยุดสร้างหนี้สร้างสิน แล้วขณะเดียวกันบอกว่าก็ต้องประหยัดกินประหยัดใช้ พออยู่พอไปได้ มันก็จะเปึน ความหวังของบ้านเมือง ท่านประธานครับ ผมถือว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์โดย หัวหน้าพรรค ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องแสดงความรับผิดชอบ เปึนครั้งแรกนะครับที่เราต้องยืมเงินมหาศาล ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี่นะครับ ไม่เคยมีปรากฏภาระแบบนี้เมื่อก่อนนะครับ งูเห่า ภาค ๑ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เราเปึนหนี้ ไอเอ็มเอฟ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทักษิณมาบริหารประเทศ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก้มหน้า ก้มตาใช้หนี้ ๒ ป้เศษ ๆ แล้วคืนชําระเขา วันนี้มาอีกแล้วนะครับ มันคล้าย ๆ เมื่อเกิดขึ้น เมื่อ ๑๐ ป้ก่อน วันนี้ แป็บ ๆ แป็บ ๆ นะครับ มาหาถึงเมื่อคืนนี้ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคืนนี้ จะต้องอีกเห็นชอบให้ท่านไปกู้ แม้ท่านจะบอกว่ายังไม่ได้กู้ เพียงทําแผน ทํากรอบอะไรไว้ เผลอไม่ได้นะครับ นี่ผมไม่เชื่อว่าท่านจะไม่กู้ พอเราอนุมัติปุ็บ ท่านไป เลยนะ ไม่บอก เมื่อคืนนี้ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าอะไร ผมถึงบอกว่าคนบ้านนอกบ้านผมเขาบอกว่า ทักษิณกู้ชาติ อภิสิทธิ์กู้เงิน พอเขาบอก ทักษิณ เขาบอกสู้ สู้ อภิสิทธิ์ กู้ กู้ ผมรับไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมรับไม่ได้ แม้ว่า จะเปึนความรับผิดชอบร่วมกันว่าเราทําในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมก็ยัง เชื่อว่ามือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องยกมือวันนี้นะครับ ยกด้วยเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของความเปึนผู้แทนของประชาชน พี่น้องครับ ฟังแล้วดูชื่อของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่บังอาจยกมือให้ไม่เปึนหนี้ เปึนสินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ ผมไม่อาจที่จะให้ความเห็นชอบ และกราบเรียนท่านประธานด้วยนะครับ ได้กราบเรียน ด้วยความจริงว่าเราไม่อาจที่จะร่วมกิจกรรมในการพิจารณารายละเอียดที่มันหมกเม็ด ฉ้อฉล แล้วก็อําพรางไว้ ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น ถอนออกไปเถอะครับ เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ขอขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญครับ ท่านชวน หลีกภัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความจริงไม่ได้มีประเด็นที่จะขออภิปราย แต่ว่าเพื่อ ไม่ให้สภานี้หรือพี่น้องประชาชนที่ฟังท่านสมาชิกเมื่อสักครู่เข้าใจผิดนะครับ เรื่องการเปึน หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ความจริงสภานี้ก็พูดหลายครั้ง แต่ว่าส่วนใหญ่จะจํา ข้อมูลผิด หรือจําเวลาผิดนะครับ ก็เลยถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานอย่างน้อยเพื่อ ท่านไพจิตผู้อภิปรายและพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังจะได้เข้าใจ คือก็ไม่วิจารณ์นะครับ ว่าการกู้เงินนั้น การเข้าไปขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้น เปึนเรื่องที่เหมาะหรือไม่เหมาะขณะนั้น เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลขณะนั้นประสบปัญหา ในขณะนั้นท่านผู้อภิปรายร่วมอยู่ในรัฐบาล ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคของท่าน เปึนนายกรัฐมนตรี การกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้น เขาทําในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๐ ครับ กระผมมาเปึนนายกรัฐมนตรีครั้งที่ ๒ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้น กระผมเข้ามาเพื่อจะแก้ข้อตกลงที่ทําเอาไว้นั้นให้เปึนประโยชน์กับประเทศไทยมากขึ้น ครับ แต่ผมไม่ไปตําหนิ ไปวิจารณ์รัฐบาลที่เขาจําเปึนต้องทําในขณะนั้นคือรัฐบาล ของท่าน เพราะรู้ว่าอยู่ในข้อจํากัดมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ จนในที่สุดรัฐบาลต้องลาออก ลาออกแล้วกระผมก็เลยเข้ามา แล้วก็มาแก้ไขข้อตกลงที่ทําเอาไว้ตั้งแต่แรกให้ดีขึ้น โดยท่านรัฐมนตรีคลังในขณะนั้นก็คือรัฐมนตรีธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ แล้วรัฐบาลของ ประชาธิปัตย์เข้ามาแก้ปัญหา จนในที่สุดการกู้เงินก็ถึงข้อยุติก็คือไม่เบิกเงินต่อไป แล้วก็ เริ่มใช้คืนครับ การใช้เงินคืนนั้นใช้เมื่อสมัยผมเปึนรัฐบาลครับ เพียงแต่ขณะนั้นใช้คืน ยังไม่หมด ก็อยากให้เข้าใจเรื่องวันเวลาครับ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอบพระคุณ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ ทางฝ์ายรัฐบาลจะมีอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะได้ลงมติครับ ก็ถือว่าป่ดการอภิปราย นะครับ เรื่องพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ต่อไป ผมก็จะถามมติครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาในห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน เมื่อท่านนั่งแล้วกระผม ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ก่อนที่จะลงมติ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ
มีอะไรครับท่านไพจิตครับ
กระผมได้อภิปรายสุดท้ายว่า เมื่อไม่มี รายละเอียดแล้วเห็นว่าเปึนการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ คณะพวกผมมีความจําเปึนที่จะ ไม่ร่วมลงมติแล้วก็ตั้งกรรมาธิการกับรัฐบาลนะครับ ขอให้รัฐบาลพิจารณาโดยรอบคอบ ขอบพระคุณครับ
ท่านอภิปรายตลอดวัน
ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตอบผมนะครับ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านสมาชิกครับ เสียบบัตรเพื่อจะนับองค์ประชุมนะครับ คือองค์ประชุมต้องครบ ๒๓๗ ท่านนะครับ ส่วนท่านสมาชิกฝ์ายค้านท่านไม่ติดใจที่จะร่วมในการประชุมต่อไปก็เปึนเอกสิทธิ์ของท่าน นะครับ เพราะท่านได้ต่อว่าเขามาตลอดตั้งแต่เช้าจนยันค่ํา จนถึงตี ๑ ตี ๒ ข้ามวัน นะครับ
เสียบบัตรเสร็จหรือยังครับ ท่านใดยังไม่เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ถือว่าทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนครบแล้วนะครับ เชิญส่งผล มีท่านใดยังไม่เสียบมีไหมครับ ก็ไม่มี เดี๋ยวบอกเพิ่ม ก็ได้ครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๖๘ มีท่านสมาชิกเสียบบัตรไม่ทันกี่ท่าน ท่านรอง นายกรัฐมนตรีสนั่น เปึน ๒๖๙ นะครับ
ท่านประธานครับ ผม ธารา ป่ตุเตชะ อีกคนหนึ่งครับ
ก็เปึน ๒๗๐ นะครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม
ผมจะขอมติจากที่ประชุม ว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ
ท่านประธานครับ ห้องประชุมยังไม่ได้ ป่ดเลยครับ
ไหนครับ
นั่นครับ ห้องประชุมยังไม่ได้ป่ดครับ
อะไรนะครับ
ห้องประชุมไม่ได้ป่ดครับ ป่ดห้อง ประชุมก่อนครับ
ก็เดินไปป่ดหน่อยสิครับ ท่านผู้ใดจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เห็นควรรับหลักการนะครับ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงด ออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิทุกท่านแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ใช่สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านได้ใช้สิทธิกันหมดแล้วนะครับ โปรดส่งผล
ท่านประธานครับ ผม นายนิมุคตาร์ วาบา นะครับ ยังไม่ได้ลงมติ เห็นด้วย นะครับ
ครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๒๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๖ ท่าน เพิ่มอีก ๑ เปึน ๒๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติให้ อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนะครับ ถือว่าพระราชบัญญัตินี้ได้รับ หลักการและเห็นชอบกันในวาระที่ ๑ นะครับ
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการหรือว่าจะพิจารณา อย่างไร เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขออนุญาตที่กราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ การร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... เปึนเรื่องที่ทุกฝ์ายมีเจตจํานงว่า ต้องการที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านการตรวจสอบของเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้อย่างกว้างขวางนะครับ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่ง ในขณะนี้ได้เดินออกไปนอกห้องประชุม ซึ่งกระผมก็ขอแสดงความเสียใจและเสียดายใน โอกาสที่เราจะร่วมกันในการตรวจสอบนะครับ โดยเริ่มต้นผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานสภาว่า รัฐบาลมีเจตจํานงชัดเจนว่า การที่รัฐบาลมีความจําเปึนต้องฟุ๋นฟู เศรษฐกิจในการที่จะนําเงินมาพัฒนาประเทศและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง โดยมีการออก พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพื่อน สมาชิกในสภานี้ได้อนุมัติพระราชกําหนดในฉบับดังกล่าวผ่านไปแล้ว วันนี้และคืนนี้เราได้ มีการพิจารณาพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินเพื่อฟุ๋นฟู และสร้างเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง ผมเองได้เรียกร้องและขอความร่วมมือว่า ถ้าหากวันนี้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ร่วมกัน ในการตรวจสอบและให้ความเห็นชอบกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ อย่างน้อยก็จะเปึนการส่ง สัญญาณที่ดีที่จะเห็นว่ารัฐบาลมีความพร้อมที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เพราะว่าการฟุ๋นฟู เศรษฐกิจนั้นเปึนผลโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ฝ์ายค้านเองได้มีการเรียกร้องครับ ท่านประธานว่า ให้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ โดยได้มีการพูดคุยเจรจากับ ผมว่า ถ้าหากไม่มีการถ่ายทอดจะไม่เข้าร่วมประชุม ผมเห็นว่าเพื่อต้องการที่จะเป่ดโอกาส ตรงนี้ให้กับฝ์ายค้านอย่างชัดเจน ถึงแม้เราจะไม่มีประเพณีปฏิบัติมาก่อนในการออกพระราชกําหนดว่าให้มีการถ่ายทอด แต่เมื่อมีความประสงค์ของทุกฝ์าย และมีข้อเรียกร้องจากประธานสภา รัฐบาลก็มีความ เห็นชอบให้มีการถ่ายทอดตามที่ปรากฏกับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว แต่ในคืนนี้ผมอยากย้ํา อีกครั้งหนึ่งว่าโดยตัวพระราชกําหนดฉบับนี้และพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความประสงค์ว่า จะเพิ่มอํานาจให้กับสภาในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น โดยการที่ได้มีการร่างอยู่ใน สารบัญญัติทั้งกฎหมาย ๓ ฉบับ ในมาตรา ๓ ที่จะให้คณะรัฐมนตรีได้ดําเนินการทํากรอบ ค่าใช้จ่ายในรายละเอียดเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้มีการศึกษาและได้มีการตรวจสอบ ในส่วน พระราชกําหนดนั้นได้มีผลเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีจึง สามารถเสนอกรอบและแผนงานโครงการดังกล่าวได้ แต่ในส่วนพระราชบัญญัติที่เรามา พิจารณากันวันนี้เพื่อนสมาชิกได้เรียกร้องครับท่านประธานว่า ทําไมไม่เสนอรายละเอียดมา ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของพระราชบัญญัตินั้น จริง ๆ ในส่วนของฝ์ายรัฐบาลนั้น ได้มีการเตรียมการที่จะทํารายละเอียดทั้งหมดในส่วนของแผนงานในการที่จะฟุ๋นฟู โดยเฉพาะที่เราเรียกว่าแผนปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง และพร้อมที่จะเสนอกรอบให้ พิจารณาแต่ในชั้นรับหลักการผมคิดว่าเปึนหลักการโดยทั่วไปที่พี่น้องประชาชนและ พวกเราในสภานี้คงทราบว่าในชั้นนี้เราจะได้พิจารณาหลักการ ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นชอบ ในชั้นกรรมาธิการเราสามารถที่จะร่วมกันในการที่จะศึกษาตรวจสอบในรายละเอียดได้ นี่คือการตรวจสอบในชั้นที่เรียกว่ามีความสําคัญที่ทุกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมอย่าง ชัดเจน นอกจากนั้นในตัวพระราชกําหนดและตัวพระราชบัญญัติดังกล่าวยังได้กําหนดไว้ ในมาตรา ๗ นะครับท่านประธาน หลังจากสิ้นป้งบประมาณรัฐบาลจะต้องดําเนินการ ในการประเมินผล ในการดําเนินการตามแผนงานและโครงการตามกรอบค่าใช้จ่าย ดังกล่าว ทั้งหมดนี้ที่ผมกราบเรียนก็เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า ทางฝ์ายรัฐบาลต้องการที่จะให้ การดําเนินการในส่วนของงบประมาณตามกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้มีการตรวจสอบอย่าง ชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่ฝ์ายค้านมีเจตจํานงที่จะไม่ร่วมในการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ ผมคิดเห็นว่าเปึนความชอบที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ควรที่จะได้ร่วมกันตรวจสอบ ในสภานี้โดยผมขอเสนอท่านประธานได้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ขอผู้รับรองครับ
ก็เสนอตั้งคณะกรรมาธิการ เต็มสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๘ นะครับ ก็มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึน อย่างอื่นมีไหมครับ คุณขจิตรมีความเห็นเปึนอย่างอื่นใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า โดยเจตนาของฝ์ายค้านนี้ ซึ่งผมได้อยู่ใน ณ ที่แห่งนี้ได้เรียนแล้วว่า ต้องการที่จะให้ถ่ายทอดเปึนเรื่องจริง แต่ว่าในการพิจารณาฝ์ายค้านในขั้นรับหลักการนี่ ในกฎหมายฉบับนี้ โดยหลักการมันมีอยู่ว่าให้ออกพระราชบัญญัติเพื่อให้ กระทรวงการคลังไปกู้เงินมาฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ หลักการมีเท่านี้ครับ เพราะฉะนั้นการที่จะ อ้างว่าในชั้นกรรมาธิการจะทํารายละเอียดมานี่มันไม่มีมาตราไหนที่จะไปบอกว่าให้ทํา รายละเอียดมา ทุกมาตราที่อ้างไม่ว่ามาตรา ๓ ก็ตามนี่นะครับ เจตนาก็คือกู้เงิน ภายในประเทศ แล้วถ้าใช้งบประมาณใช้ได้ก็จะใช้ ถ้าไม่ใช้ก็ไปเขียนไว้ในมาตรา ๘ กับ มาตรา ๙ บอกให้กู้เงินต่างประเทศมาก็ได้ มันก็เหมือนกับเขียนซ่อนไว้ ซึ่งมีเจตนา ซึ่งฝ์ายค้านก็ได้อภิปรายตรงไปตรงมาแล้วนี่ครับ พอในชั้นนี้ถ้าท่านจะพิจารณา ท่านก็พิจารณากันไป แต่อย่ามาบอกว่าทางผมนี่ เมื่อถ่ายทอดแล้วก็ไม่ได้ร่วมตั้งกรรมาธิการจะถือเปึนข้อบกพร่อง มันไม่ใช่ครับ อภิปราย มาทั้งวันทั้งคืนฝ์ายค้านได้ท้วงติงแล้ว เหตุผลทั้งหลายพูดแล้วผมไม่พูดอีก แต่ว่าเรียกร้อง ว่าถ้ามันยังไม่ชัดเจนยังมีกรอบที่จะยืดไปได้ ฝ์ายค้านก็เสนอแล้วนี่ครับ ไม่ได้เสียหาย อะไร เอากลับไปทํารายละเอียดแล้วกลับมาใหม่ หรือว่ามีวิธีการที่จะออกในข้อบังคับ ที่กลับไปแล้วมีรายละเอียดมานี่เราก็เสนออยู่แล้วเปึนอย่างนั้น แต่ท่านไม่รับเองนะครับ ขอบคุณมากครับ
ก็ไม่มีความเห็นเปึน อย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้มีมติเปึนเอกฉันท์ให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๘ ต่อไปเชิญคุณถาวรครับ
ท่านประธานครับ ผม ถาวร เสนเนียม เมื่อสักครู่ผมไม่แน่ใจว่าบัตรของผมเปึนปัญหาหรือเปล่า ผมไม่ประสงค์ที่จะลงคะแนน ผมขออนุญาตให้ท่านประธานสั่งตรวจสอบ ถ้ามีอะไรที่เปึนการปรากฏว่าผมได้ลงคะแนน เห็นด้วย แสดงว่าผมไม่ได้ลงคะแนนนะครับ
ก็ถือว่าไม่ได้ลงคะแนน ในฐานะรัฐมนตรี ที่ประชุมรับทราบครับ ก็ยังครบอยู่ครับ ๒๗๐ เสียง ก็ยังครบอยู่ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ ตามข้อบังคับต่อไปครับ ในตัวร่างพระราชบัญญัติ
ร่างพระราชบัญญัติ
ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ
พ.ศ. ....
...................................
...................................
....................................
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เปึนการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ
...................................................................................................................... .................................................................................................................................
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. ....”
มีท่านสมาชิกท่านใด จะแปรญัตติไหมครับ ในมาตรา ๑ มีไหมครับ ถือว่าที่ประชุมไม่มีใครขอเสนอแปรญัตติ ในมาตรา ๑ นะครับ เชิญต่อมาตรา ๒ ครับท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเปึนต้นไป
มีท่านใดที่จะขอแปรญัตติ ไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ผ่านมาตรา ๒ ครับ เชิญต่อเลขาธิการ
มาตรา ๓ ให้กระทรวงการคลัง โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจกู้เงินบาท ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนําไปใช้ในการดําเนินมาตรการเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ
การกู้เงินตามวรรคหนึ่ง ให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกินสี่แสนล้าน และให้กระทํา ได้ภายในกําหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
มีท่านสมาชิกท่านใดที่จะ ขอแปรญัตติไหมครับ เชิญคุณขจิตร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ นี้ ในช่วงสุดท้ายนะครับ บอก โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอ กรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ เนื่องจากว่าในรายละเอียดพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้มีรายละเอียดในการที่จะดําเนินการ แต่พอที่ท่านจะมาขอต่อรัฐสภา เวลาท่านใช้ไปแล้ว ท่านเพื่อทราบ ผมขออนุญาต แปรญัตติตรงนี้เปลี่ยนคําว่า ทราบ ให้เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มดําเนินการ เหตุผล ก็คือว่า ในชั้นนี้ในชั้นรับหลักการ ท่านไม่ได้มีรายละเอียด ท่านขอแต่ตัวเลข เพราะฉะนั้น เนื่องจากว่ามันเปึนเงินงบประมาณ แล้วก็จะใช้เงินส่วนนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการลงทุน เพราะฉะนั้นการใช้เงินทุกบาทที่ยืมมา จะต้องให้รัฐสภาพิจารณานะครับ ผมจึงว่า แล้วก็ เรื่องที่ท่านบอกว่าการกู้เงินตามวรรคหนึ่งมีมูลค่ารวมไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และให้ กระทําได้ภายในกําหนดเวลาไม่เกิน วันที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เนื่องจากว่า ท่านมีแผน มีกรอบไปถึงป้ ๒๕๕๕ ตรงนี้ผมขอแก้เปึนถึงป้ ๒๕๕๕ ครับ
มีท่านผู้ใด เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ เสนอให้คงไว้ตามร่างเดิมครับ ขอบพระคุณครับ
มีท่านใดที่จะเสนอ แปรญัตติมีไหมครับ ไม่มี เมื่อไม่มีผมก็จะมตินะครับ ท่านผู้ใด เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็นตามร่างเดิม โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เข้าใจไหมครับ ที่ผมถาม แล้วก็ใครงดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เชิญใช้สิทธิได้ครับ คุณขจิตรลงคะแนนหรือยัง คุณไพจิตลงคะแนนหรือยัง ลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ โปรดแสดงผลมา จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๙ ท่าน งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ก็ถือว่าใช้ร่างเดิมนะครับ ในมาตรา ๓
เชิญเลขาธิการต่อมาตรา ๔
มาตรา ๔ เงินที่ได้จากการกู้ตามมาตรา ๓ ให้นํามาใช้จ่ายตาม วัตถุประสงค์ในการกู้ โดยไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง
กระทรวงการคลังอาจนําเงินที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกํากับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบัน การเงินภาครัฐตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อใช้จ่ายหรือลงทุนเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจก็ได้
มีท่านผู้ใดจะแปรญัตติ มีไหมครับ มาตรา ๔ ไม่มีนะครับ คุณขจิตรก็ไม่ติดใจแล้ว คุณไพจิตรก็ไม่ติดใจแล้ว ก็ถือ ว่าไม่มีท่านผู้ใดแปรญัตติก็คงไว้ตามร่างเดิมในมาตรา ๔ เชิญมาตรา ๕ ต่อครับ
มาตรา ๕ อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย การจัดการและ วิธีการที่เกี่ยวกับการกู้เงินแต่ละคราว และระยะเวลาชําระต้นเงินคืน ให้เปึนไปตามที่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติ
ท่านผู้ใดจะแปรญัตติ ไหมครับ มาตรา ๕ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมผ่านมาตรา ๕ เห็นชอบตามร่างเดิม เชิญต่อครับ
มาตรา ๖ ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินและการออกและจัดการตราสารหนี้ อาจ จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําป้ หรือเงินกู้รายนั้นก็ได้
มีท่านผู้ใดที่จะขอ แปรญัตติมีไหมครับ มาตรา ๖ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามร่างเดิมนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๗ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นป้งบประมาณ ให้กระทรวงการคลัง รายงานการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้ที่กระทําในป้งบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภา ทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของ การใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ
มีท่านผู้ใดที่จะขอ แปรญัตติมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ผ่านนะครับ ถือว่าคงไว้ตามร่างเดิม เชิญต่อครับ
มาตรา ๘ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอํานาจปรับ โครงสร้างหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๓ โดยดําเนินการกู้เงินรายใหม่เพื่อชําระหนี้เดิม แปลงหนี้ ชําระหนี้ก่อนถึงกําหนดชําระ ขยายหรือร่นระยะเวลาการชําระหนี้ ต่ออายุ ซื้อคืน หรือไถ่ถอนตราสารหนี้ของรัฐบาล หรือทําธุรกรรมทางการเงินอื่นที่เปึนประโยชน์ต่อ การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้
มีท่านผู้ใดที่จะขอ แปรญัตติไหมครับ มีไหมครับ เมื่อไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามร่างเดิมนะครับ ต่อไปมาตรา ๙
มาตรา ๙ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ตามมาตรา ๓ ให้กระทําได้ เฉพาะเพื่อเปึนการประหยัด ลดความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน หรือกระจายภาระ การชําระหนี้ โดยกระทรวงการคลังจะกู้เปึนสกุลเงินแตกต่างจากหนี้เดิมก็ได้
เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้นับรวมในวงเงินตามมาตรา ๓ และต้องไม่เกิน จํานวนเงินกู้ที่ยังค้างชําระ
ในกรณีที่หนี้เงินกู้ซึ่งจะทําการปรับโครงสร้างหนี้มีจํานวนเงินมากและ กระทรวงการคลังเห็นว่าไม่สมควรกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวในคราวเดียวกัน กระทรวงการคลังอาจทยอยกู้เงินเปึนการล่วงหน้าได้ไม่เกินสิบสองเดือนก่อนวันที่หนี้ถึง กําหนดชําระ
มีท่านผู้ใดขอแก้ไข มีไหมครับ ที่แปรญัตติมีไหมครับ มีหรือไม่มีครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าคงไว้ตามร่างเดิม เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๐ ให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ทําหน้าที่บริหารเงินที่ได้รับจากการกู้เงินเพื่อปรับ โครงสร้างหนี้เงินกู้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
เงินที่ได้รับจากการกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามมาตรา ๙ วรรคสาม ให้ นําส่งเข้ากองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาด ตราสารหนี้ในประเทศ โดยให้นําเข้าบัญชีปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และให้ กระทรวงการคลังนํามาใช้จ่ายในการชําระเงินต้น ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับ การกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว
มีท่านใดที่จะแปรญัตติ แก้ไขมีไหมครับในมาตรา ๑๐ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้คงไว้ตามร่างเดิม เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๑ ให้สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการ เกี่ยวกับการบริหารและจัดการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การชําระหนี้ และการอื่นใดที่ เกี่ยวกับการกู้เงินตามพระราชบัญญัตินี้
มีท่านสมาชิกท่านใดที่จะ ขอแก้ไขแปรญัตติมาตรา ๑๑ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้คงไว้ตามร่างเดิม นะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๒ นอกจากกรณีที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ ให้นํา บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มีท่านสมาชิกท่านใดที่จะ ขอแปรญัตติแก้ไขมาตรา ๑๒ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้คงไว้ตามร่างเดิม นะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้
มีท่านผู้ใดที่จะแก้ไขไหม มาตรา ๑๓ ไม่มี ถือว่าคงไว้ตามร่างเดิมนะครับ จบการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้ว ต่อไปเปึนการพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ นะครับ มีสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ มีไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในตอนแปรญัตติ มาตรา ๓ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ลงมติ ผมขอยืนยันกับท่านประธานนะครับ
ก็ท่านไม่ได้ลง แต่ท่านขจิตร ลงครับ ๑ คะแนนครับ เชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตามที่ผมขอเสนอแปรญัตติ เปึนความเข้าใจผิดของผมครับ ผมขอถอนทั้งหมดครับ
คงไม่ได้นะครับ เขาบันทึก ไว้หมดแล้ว
ไม่เปึนไรครับ ผมขอแสดงเจตนาว่า ที่ผมอยู่ร่วมแล้วก็กล่าวในที่ประชุมนั้นเปึนความเข้าใจผิดของผมครับ แจ้งประธานครับ แล้วก็ขอถอนสิ่งที่ผมกล่าวไปครับ
ที่ประชุมก็คง
ก็ไม่เปึนไรครับ ที่ประชุมจะว่าอย่างไร ก็ว่าไป แต่ว่าผมได้แสดงเจตนา
สิทธิของท่าน
แล้วว่าเปึนความเข้าใจผิดของผม
สิทธิของท่านครับ
นะครับ
ผมจะขอต่อนะครับ มีท่าน สมาชิกท่านใดขอแก้ไขถ้อยคํามีไหมครับ ทั้ง ๑๓ มาตรานะครับ ถ้าไม่มีก็จบการพิจารณา ในวาระที่สองนะครับ ต่อไปผมจะขอมติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพคะ
เชิญ นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ (กรรมาธิการ) : ท่านประธานคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ เนื่องจากหลังจากที่ทุกท่านได้พิจารณาตลอดทุกมาตราแล้ว ดิฉันขออนุญาตให้ทางฝ์าย เลขาธิการได้ตรวจสอบถ้อยคําในส่วนเหตุผลในเรื่องของตัวสะกดที่ถูกต้องนะคะ เพื่อความถูกต้องของร่างพระราชบัญญัตินี้นะคะ ในเหตุผล บรรทัดที่ ๒ นะคะ บรรทัดที่ ๑ โดยที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะหดตัวอย่างต่อเนื่อง และฟุ๋นตัวช้ากว่าที่ได้คาดการไว้ ขอให้ตรวจสอบด้วยว่าเขียนถูกต้องหรือไม่นะคะ
ท่านเลขาธิการตรวจสอบ นะครับ ตรวจสอบเอาอย่างไร ข้อความว่าอย่างไรคุณผ่องศรี
ข้อความตามเดิมค่ะท่าน แต่ว่า ตัวสะกดค่ะ
ตัวสะกด
น่าจะขาด ณ์ นะคะ
ขาด การันต์ เพิ่มไปให้มัน ถูกต้อง ให้มันถูกหลักไวยากรณ์ก็แล้วกันนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่นะครับ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์แบบนะครับ ท่านสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนนะครับ เรียบร้อยกันทุกท่านแล้วนะครับ เพื่อให้สมบูรณ์แบบครับ ให้มันครบองค์ประชุมหรือ ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้ว แสดงผล จํานวน ผู้เข้าประชุม ๒๖๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เมื่อครบองค์ประชุมแล้วต่อไปผมก็จะขอมติที่ประชุมว่า ท่านจะรับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สามหรือไม่ ท่านผู้ใดรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นชอบนะครับ เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครงดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ทุกท่านใช้สิทธิกันแล้ว มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ มีเครื่องขัดข้องมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ แสดงผล มีผู้เข้าประชุม ๒๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๙ ท่าน ก็ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านวาระสาม เรียบร้อยสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ผมจะได้นําส่ง วุฒิสมาชิกในวันพรุ่งนี้ต่อไป
กระผมกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านที่รัก ประชาธิปไตย ขอป่ดประชุมครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๑.๔๗ นาฬิกา
ของวันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒