จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องโครงการเรียนฟรีและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยกล่าวถึงกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นในโรงเรียนบางแห่งที่ไม่ได้รับหนังสือเรียนให้ครบถ้วน และกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้นักเรียนได้รับหนังสือเรียนฟรีและได้รับประโยชน์จากการเรียน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. เกียรติกร สั้น ๆ นิดเดียวครับ ที่ท่านกล่าวถึงโครงการ เรียนฟรีนะครับ ความจริงกระผมเคยไปร่วมกิจกรรมกับท่านนะครับที่กบินทร์บุรีแล้วก็ได้ ไปช่วยชี้แจงนโยบายเรียนฟรีให้ในเขตเลือกตั้งของท่านเมื่อไม่นานมานี้ครับ กระผมคิดว่าท่าน คงทราบดีอยู่แล้วว่าโดยนโยบายนั้นรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีวัตถุประสงค์อย่างไร แล้วโครงการเรียนฟรีที่ว่านั้นเปึนประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร ซึ่งวันนั้นก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่า มีเด็กนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ถึง ๑๒ ล้านคนทั่วทั้งประเทศ แล้วเปึนโครงการที่เปึน ความปรารถนาดีของรัฐบาลชุดนี้อย่างจริงใจที่ต้องการจัดการเรียนฟรีอย่างน้อย ๕ รายการ ให้กับนักเรียนทั่วทั้งประเทศตั้งแต่ระดับอนุบาลจนกระทั่งถึงมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ รวมทั้ง ระดับ ปวช. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ๑ ๒ ๓ แล้วก็รวมทั้งการศึกษา กศน. (การศึกษา นอกโรงเรียน) แล้วก็ทั้งโรงเรียนรัฐ แล้วก็เอกชน ซึ่งกระผมคิดว่าท่านทราบดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อสักครู่ที่ท่านหยิบยกกรณีโรงเรียนป่ยะชาติพัฒนา จังหวัดนครนายก ขึ้นมาเปึนตัวอย่างว่า มีปัญหาเกิดขึ้น ๔ คนมีหนังสือ ๗ เล่มอะไรทํานองนี้นะครับ กระผมจะไปตรวจสอบให้ครับ แต่ว่าเปึนเรื่องไม่ปกติอย่างยิ่งนะครับ ถ้าจนกระทั่งถึงขณะนี้นักเรียนยังไม่มีหนังสือเรียน ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบไปจนถึงขณะนี้นักเรียนก็ได้รับหนังสือเรียนครบถ้วนทั้งหมดยกเว้น บางกรณี แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามในกรณีที่มีการห้ามฉีก ห้ามฆ่าในหนังสือเรียน ถ้าสมมุติว่า เกิดขึ้นจริง อันนี้ก็ถือว่าไม่ตรงกับนโยบายที่กระผมได้มอบให้ไปกับทางโรงเรียน เพราะว่า ได้ชี้แจงทําความเข้าใจ แล้วก็มีเปึนคําสั่งจาก สพฐ. ไปชัดเจนแล้วว่าสําหรับหนังสือเรียน แม้จะเปึนหนังสือยืมเรียนก็ตาม แต่โดยนโยบายนั้นต้องเป่ดโอกาสให้เด็กนักเรียน ทั่วทั้งประเทศที่รับหนังสือเรียนไปสามารถที่จะจดบันทึกในหนังสือเรียนได้แล้วก็สามารถ ขีดเส้นใต้ได้ สามารถที่จะไฮไลท์ (Highlight) ได้ในตัวหนังสือ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของ นักเรียนเวลาที่เขาจะสอบจะได้นํากลับมาทบทวนประเด็นที่มีความสําคัญได้อย่างรวดเร็ว กรณีหากเกิดขึ้น เช่น ก่อนหน้านั้นบางโรงเรียนเด็กนักเรียนห้ามขีดเส้นใต้ ใครขีดเส้นใต้ ปรับเส้นละ ๒ บาท อย่างนี้ทําไม่ได้นะครับ อันนี้ก็ได้ชี้แจงทําความเข้าใจไปแล้ว แล้วก็ ถ้าสมมุติว่ากรณีนี้เกิดขึ้นจริงกระผมก็จะได้ดําเนินการต่อไปนะครับว่าเปึนเรื่องที่ ไม่สอดคล้องกับนโยบายแม้จะเปึนหนังสือยืมเรียนก็ตามแต่เราต้องการให้นักเรียนได้รับ ประโยชน์มากที่สุด แล้วโรงเรียนก็จะต้องเป่ดโอกาสให้เด็กนํากลับบ้านได้นะครับ ไม่ใช่หมายความว่า เปึนหนังสือยืมเรียน เพราะฉะนั้นมาเรียนได้เฉพาะในห้องเรียน เสร็จแล้วต้องเก็บหนังสือ ค้างไว้ที่โรงเรียน ห้ามเอากลับบ้าน ถ้าเปึนอย่างนั้นเด็กจะกลับไปทบทวนบทเรียนได้ อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้นโยบายมีความชัดเจนนะครับ ก็ขอเรียนให้ได้รับทราบ นอกจากนั้นกรณีที่บอกว่าจะต้องไปซื้อใบเสร็จ กรณีใบเสร็จกระผมคาดเดาเอานะครับว่า คงเปึนกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่ต้องการมอบเปึนเงินสดให้กับผู้ปกครอง สําหรับ ๒ หมวดจากฟรี ๕ รายการ คือ ๑. ฟรีในเรื่องค่าเล่าเรียน ๒. ฟรีในเรื่องตําราเรียน แล้วก็ ๓. ฟรีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๔ กิจกรรม คือ ๑. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ทางวิชาการ ๒. กิจกรรมในเรื่องการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม แล้วก็ ๓. กิจกรรมในเรื่อง ทัศนศึกษานอกสถานที่ แล้วก็ ๔. กิจกรรมในเรื่องของการสอนคอมพิวเตอร์ ๔๐ ชั่วโมง ต่อป้ แต่ว่ายังมีอีก ๒ หมวด คือหมวดที่ ๔ กับ ๕ คือ หมวดฟรีในเรื่องชุดนักเรียนกับ หมวดที่ ๕ ฟรีในเรื่องอุปกรณ์การเรียน คือ สมุด ดินสอ ยางลบ ปากกา ไม้บรรทัด เหล่านี้เปึนต้น สําหรับ ๒ หมวดนี้จะต้องจ่ายเปึนเงินสดให้กับผู้ปกครองเท่านั้นและ เมื่อผู้ปกครองได้รับเงินสดแล้ว ผู้ปกครองสามารถไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน จากที่ไหนก็ได้ จะไปซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน ตําบล ในอําเภอ ในจังหวัดได้ทั้งสิ้น จะไปซื้อจากใครก็ได้หรือจะมาซื้อจากโรงเรียนก็ได้ แต่ห้ามบังคับ กรณีนี้เปึนนโยบาย ชัดเจนแล้วก็ให้นําใบเสร็จมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าได้นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของ รัฐบาลจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีข้อยกเว้นไว้ชัดเจนแล้วครับ แต่ถ้าไม่สามารถหา ใบเสร็จได้ ก็ไม่เปึนไรครับ ไม่ได้ถือเปึนความผิดแล้วต้องบังคับให้เอาใบเสร็จมาเสมอไป เพราะร้านค้าในต่างจังหวัด ในชนบทไกล ๆ บางแห่งหาใบเสร็จไม่ได้หรอกครับ ก็ให้เอา เปึนเอกสารบันทึกอะไรก็ได้ ใบสั่งซื้อ หรือใบซื้อ หรือเอกสารอะไรก็ได้สักชิ้นหนึ่งที่แสดงให้ เห็นว่าได้มาซื้อเสื้อผ้า ซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ร้านนี้แล้วจริง เพื่อมาแสดงกับโรงเรียนและก็ ยังมีข้อยกเว้นมากไปกว่านั้นอีก ว่าถ้าหาไม่ได้แม้แต่ใบเดียว ซื้อชุดนักเรียนแล้วจะเอาชุด นักเรียนมาแสดงกับโรงเรียนก็ได้ โดยไม่จําเปึนต้องมีเอกสารอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าโรงเรียนนี้เกิดไปบังคับให้ต้องเอาใบเสร็จ แล้วถึงขั้นต้องมีผู้ปกครองไปซื้อ ใบเสร็จมาโดยเฉพาะ กระผมคิดว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ผิดวัตถุประสงค์ แล้วก็ผิดนโยบายของ รัฐบาล ผิดนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการโดยสิ้นเชิงนะครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาให้ท่าน ส.ส. ได้กรุณาช่วยส่งเรื่องมาให้กระผมด้วยนะครับ กระผมยินดี ที่จะส่งให้กระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบต่อไปครับ ขอบคุณครับ