สุวโรช พะลัง หารือเรื่องการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจโดยการกู้เงินและเสนอแผนการปลูกไม้เพื่อลดภาวะโลกร้อน พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างธนาคารต้นไม้
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนพระราชบัญญัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงินมาเพื่อที่จะฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่กระผม กราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับเพื่อที่จะบอกกับท่านประธานไปยังท่านผู้ฟังที่ฟัง และชมการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ครับว่า ด้วยน้ําใสใจจริงแล้วนะครับกระผมเชื่อว่า ไม่มีใครหรอกครับอยากจะทําลักษณะอย่างนี้ แต่ว่าในขณะนี้ก็ต้องยอมรับความเปึนจริง ของสภาวะของบ้านของเมืองที่มันเกิดขึ้นอยู่ในวันนี้ เราเปึนคนไทยเราก็ต้องมีความเห็นใจ กันครับว่าวันนี้ใครก็ตามมาเปึนรัฐบาลถ้าไม่ทําอย่างนี้ กระผมถามว่ามีทางออกอย่างอื่น ที่ดีกว่านี้ไหม นี่ต้องชื่นชมรัฐบาล ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ชื่นชมคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้ทั้งหมดครับ ทั้ง ๆ ที่หวานอมขมกลืนไม่อยากทํา แต่เพื่อประเทศชาติต้อง ทําครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเชื่อว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ถ้ากระผมบอกว่าพูดด้วยน้ําตาก็ว่าได้ พูดด้วยความขมขื่นใจก็ว่าได้ แต่จําเปึนต้องพูดเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่าในวันนี้มันเกิด อะไรขึ้นกับประเทศไทยของเรา ท่านพูดชัดเจนเห็นไหมครับ งบป้ ๒๕๕๓ งบลงทุน ๐ บาท นี่คือบ้านเมืองของเราในวันนี้ครับ เพราะฉะนั้นความจําเปึนในการที่จะกู้เงิน กู้มาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์อะไร กระผมถามว่าเหตุการณ์เหล่านี้อดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ไม่เคยมีครับ มีครั้งนี้เปึนครั้งแรก และการดําเนินการลักษณะอย่างนี้กระผมถามว่า มีความโปร่งใสไหม รัฐบาลเองพูดไว้ชัดเจนครับว่าถ้าหากมีสิ่งหนึ่งประการใดที่คิดว่า มีความเคลือบแคลง ที่เคลือบแคลงที่มีความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการในงบประมาณ ส่วนนี้นะครับก็สามารถดําเนินการในการตรวจสอบได้ ท่านประธานจะเห็นได้ว่า ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๗ พูดไว้อย่างชัดเจนครับว่า ภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่ สิ้นป้งบประมาณรัฐบาลต้องเสนอรายละเอียด หลักการ เหตุผลต่าง ๆ วิธีการในการ บริหารจัดการ เอาเงินทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปบริหารจัดการหมดจนครบ เอาไป ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร ต้องบอกรายละเอียดต่อรัฐสภา ถามว่าถ้ารัฐบาลคิดในสิ่งที่ ไม่ชอบมาพากลหรือไม่โปร่งใสนี่ครับ ไปกําหนดทําไมในมาตรา ๗ ตรงนี้มันบ่งบอกให้เห็น ครับว่าเราต้องการความโปร่งใส เราต้องการเห็นการตรวจสอบของระบบรัฐสภาใช่หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามครับสิ่งที่เกิดในโครงการของรายละเอียดทั้งหมดและให้มันมีความ สมบูรณ์เต็มไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอเหมือนกับที่พวกเราหรือท่านประธาน หรือพี่น้องประชาชนต้องการ ผมก็เข้าใจว่าเงินเพียงแค่นี้คงไม่เพียงพอหรอกครับ แต่เปัาหมายที่ต้องกู้มาไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไว้ชัดว่าตั้งกรอบเอาไว้กว้าง ๆ เท่านั้นเอง อาจจะใช้ไม่ถึงก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่สภาวะของประเทศของเราว่า เศรษฐกิจมันโงหัวหรือมันดีขึ้นหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้กําหนดในรายละเอียดของแผนงานต่าง ๆ ในเรื่องของ แผนปฏิบัติการของไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๕ นี่ครับ มันจะเปึนการบ่งบอกให้รายละเอียด หรือกรอบ พันธกิจของรัฐบาลที่จะต้องทําในงบประมาณไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่ครับว่ามันมีอะไรบ้าง ถึงแม้ว่ายังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่ผมเชื่อว่าถ้าหากสภานี้ได้ให้ความกรุณาต่อรัฐบาลรับหลักการและตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นไปพิจารณานี่ครับ ก็สามารถที่จะเอารายละเอียดในเปัาหมายวัตถุประสงค์ ต่าง ๆ ในงบที่ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันมีอะไรบ้าง กรอบภารกิจต่าง ๆ มีกี่ลักษณะ มีพันธกิจอะไรบ้าง มีเปัาหมายวัตถุประสงค์อย่างไร แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดเหล่านั้นก็คงเปึนประเด็นที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อ ฝากเปึนข้อสังเกตในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการในโอกาสต่อไป ๒ เรื่องด้วยกัน ซึ่งกระผมเชื่อว่าทั้ง ๒ เรื่องตรงนี้ครับ เปึนเรื่องที่เปึนหัวใจพี่น้องภาคการเกษตร ซึ่งตรงนั้น นะครับถ้าหากเศรษฐกิจมันฟุ๋นมีพี่น้องประชาชนทางภาคการเกษตรมีรายได้หรือมีต้นทุน ทางด้านการเกษตรที่ไม่สูงจนเกินไปนะครับ ก็สามารถที่จะพลิกฟุ๋นจากการอยู่ในสภาพที่ ต้องแบกภาระหนี้สินหรือแบกภาระค่าใช้จ่ายให้มันมีน้อยลง ซึ่งเมื่อผลผลิตทางด้าน การเกษตรออกมานี่ครับ อาจจะมีราคาไม่ดีเพียงพอ แต่ถ้าหากต้นทุนมันต่ําลงนี่ครับ ก็สามารถที่จะบรรเทาหรือลดภาระความรับผิดชอบหรือภาระหนี้สินของพี่น้อง ภาคการเกษตรได้ในสภาวะที่บ้านเมืองประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ได้ใน ระดับหนึ่ง ในเรื่องที่อยากจะกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตในเรื่องที่ ๑ ก็คือ ในงบประมาณ ที่บอกว่าจะกู้ไว้ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ครับก็จะมีกรอบภารกิจว่าจะไปทํา อะไรบ้าง สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อฝากเปึนข้อสังเกตในชั้น กรรมาธิการวิสามัญก็มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ ในเรื่องที่ ๑ กระผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนครับ ที่รัฐบาลได้ตั้งกรอบว่าวงเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการกู้นี้ครับ จะเอามาทําในเรื่องของ แหล่งน้ํา ตรงนี้ครับ เปึนเรื่องที่มีความจําเปึนและมีความสําคัญต่อชีวิตของพี่น้อง ภาคการเกษตรอย่างยิ่ง วันนี้ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าไม่ว่าจะไปภาคไหนครับ ถึงเวลาที่ภัยแล้งมันก็แล้งจริง ๆ ดินแตกระแหงเลยครับ แต่พอถึงเวลาที่น้ําหลากน้ําท่วม น้ําก็มาเยอะจริง ๆ แล้วก็ลงทะเลหมด เพราะฉะนั้นการที่กรมชลประทานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิดว่าในการที่จะเก็บกักน้ําเอาไว้เพื่อการเกษตรตรงนี้ กระผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะกระผม ไม่ใช่เฉพาะประธานสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ กระผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็เห็นด้วย งบประมาณที่ให้ในส่วนนี้นะครับ ถ้าคิดแล้วเปึนวงเงินงบประมาณถึง ๖๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนตัวเลขคร่าว ๆ ก็ตก ๑ ใน ๓ ตกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียวของงบประมาณในส่วนตรงนี้ ท่านประธานครับ ถ้าดูแล้ว นี่ครับงบประมาณในส่วนนี้ถ้าทําได้ในรายละเอียดลงจริง ๆ แม่น้ํา ต้นน้ําต่าง ๆ ที่มีความสําคัญนี่ครับ ทั่วทั้งประเทศนี่กระผมเชื่อว่าจะสามารถในการเก็บกักน้ําเพื่อใช้ใน การเกษตรและอุปโภคบริโภคได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมแล้วก็เพียงพอในภาวะที่ประสบ วิกฤติได้มากทีเดียว สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนฝากเปึนข้อสังเกตก็คือ อยากจะให้มีการ เน้นในเรื่องของแนวทางพระราชดําริครับ โครงการแก้มลิง อย่างน้อย ๆ ก็มีต้นแบบให้เห็น ที่คลองหัววัง-พนังตักที่อําเภอเมือง จังหวัดชุมพรครับ นับตั้งแต่นั้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ ตามแนวทางพระราชดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรงนี้ครับ พี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดชุมพรมีความจงรักภักดีแล้วก็เทิดทูนไว้เหนือหัวสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เพราะตั้งแต่นั้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ น้ําไม่ท่วมชุมพรอีกเลยเพราะมีโครงการแก้มลิงที่ คลองหัววัง-พนังตัก และสามารถที่จะดึงน้ํานี่ครับไปใช้เพื่อการเกษตรอุปโภคและบริโภค ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเท่าที่กระผมเห็น เท่าที่กระผมสังเกต ในรายละเอียดของโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ นี่นะครับ กระผมมองว่า รายละเอียดเหล่านี้ที่ทําแก้มลิงนี่ครับยังมีไม่มากพอนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า จะกรุณาในการที่จะเติมหรือเสริมในส่วนตรงนี้ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่น้ํา สายหลัก ๆ ทั้งหลายนี่ครับ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าเวลาน้ํามันแล้งภัยแล้งนี่ครับ น้ําทะเลก็จะหนุนเข้ามา แต่พอเวลาน้ําท่วมนี่ครับ น้ําก็จะลงทะเลหมด และในขณะเดียวกันครับ ในแม่น้ําสาย ใหญ่ ๆ นี่ครับ ก็จะมีห้วย หนอง คลองบึง ตามสองฟากฝัืงคลอง ในห้วย หนอง คลอง บึง ตรงนั้นนะครับจะตื้นเขินหมด เพราะฉะนั้นในห้วย หนอง คลอง บึงที่มันเชื่อมกับแม่น้ํา สายใหญ่ตรงนี้ครับ ถ้าหากใช้แนวตามคู คลองต่าง ๆ ที่เปึนคลองธรรมชาติ ที่เปึนแนวห้วย ต่าง ๆ ที่ธรรมชาติที่ตื้นเขินนี่ครับ ขุดลอกให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และตรงไหนที่ทําเปึน กระพุ้งแก้ม เปึนแก้มลิงได้ ก็ทําเปึนแก้มลิง ระหว่างที่เปึนรอยเชื่อมระหว่างห้วย หนอง คลอง บึง ลงแม่น้ําสายใหญ่นี่ครับก็ให้ทําเปึนประตูเป่ด ป่ด ซึ่งในส่วนตรงนี้ครับ ในกรรมาธิการติดตามบริหารงบประมาณ ซึ่งกระผมเปึนกรรมาธิการอยู่ด้วย ก็ได้ฝากเปึน ข้อสังเกตให้กับกรมชลประทานไปดําเนินการ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่เห็นแผนงานที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลในส่วนตรงนี้ครับว่า ถ้าสามารถทําโครงการแก้มลิงในห้วย หนอง คลอง บึงที่มันเชื่อมกับแม่น้ําสายหลักได้แล้วนี่นะครับ กระผมเชื่อว่าเวลาภัยแล้งมา เราก็จะมีน้ํา ถึงเวลาที่น้ําหลากเราก็เก็บน้ําไว้ได้ แล้วสามารถเอาไปใช้เพื่ออุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรด้วย เพราะฉะนั้นการลงทุนเพื่อเก็บกักน้ําเอาไว้ใช้เพื่อการเกษตรและ อุปโภคบริโภค กระผมเชื่อว่าเปึนโครงการที่คุ้มทุนอย่างแน่นอน นั่นก็คือในประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ ที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานแล้วก็เห็นด้วยครับ ก็คือ ในโครงการพื้นฐานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการเกี่ยวกับการลดภาวะของโลกร้อน ท่านประธานครับ ในขณะนี้เห็นไหมครับ เราตัดไม้ทําลายป์ากันเยอะ เราต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่า นับวันนี้ครับ หน้าร้อน มันก็ร้อนจริง ๆ พอเวลาหน้าฝน ฝนตกน้ําก็หลาก น้ําก็มากจริง ๆ สิ่งหนึ่งที่เราต้อง กราบเรียนกันว่า สาเหตุของปัญหาที่แท้จริงก็คือต้นไม้เราหมด เพราะฉะนั้นการปลูกไม้ ให้กลับคืนมากระผมเชื่อว่าเปึนหัวใจที่พวกเราคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะเห็นประมุขของสภาของเรานี่ครับ ซึ่งได้ทํามาแล้ว แต่ว่าการทําลักษณะดังกล่าว เหล่านั้นนะครับ หลังจากที่เราปลูกเสร็จแล้วเรากลับ เราไม่รู้ว่าต้นไม้เหล่านั้นมันยังมีชีวิต รอดอยู่หรือไม่ ป้หนึ่งเราไปดูกันครั้งหนึ่งไม่พอครับ วันนี้เปึนแนวคิดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นใน รูปแบบของธนาคารต้นไม้ ซึ่งตรงนี้นะครับ กระผมทราบมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีนี่ครับ ได้ให้ความสําคัญในเรื่องดังกล่าว ได้เคยส่งที่ปรึกษาไปศึกษา ไปดูงาน วิเคราะห์เจาะลึก ในรายละเอียดต่าง ๆ ถึงความเปึนมาเปึนไปของธนาคารต้นไม้ ซึ่งเปึนการรวมกลุ่มของ ภาคเอกชนที่เขาต้องการที่จะลดภาวะของโลกร้อน ก็คือการปลูกไม้ขึ้นมาทดแทนในส่วนที่ ถูกทําลายไป โดยใช้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์มาเปึนต้นแบบในการปล่อย สินเชื่อ ก็คือสร้างความเปึนเจ้าของในต้นไม้ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนที่ดิน ส่วนบุคคลหรือที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่เสื่อมโทรมแล้ว ที่ป์าสงวนที่หมดสภาพไปแล้ว เราปลูกแล้วเรากลับแค่นี้ไม่พอครับ เพราะป้หนึ่งเราไม่ทราบว่าต้นไม้นั้นจะมีชีวิตอยู่ หรือไม่ แต่ถ้าเราสร้างความเปึนเจ้าของ ท่านประธานไปปลูกไม้ต้นหนึ่ง ไม้ต้นนั้น ท่านประธานสามารถไปดูได้ทุกวันทุกคืน แต่ว่าในขณะเดียวกันนี่ครับ ท่านประธานก็ไม่มี เวลาที่จะไปดูถึงขนาดอย่างนั้น ท่านประธานอาจจะฝาก นาย ก หรือนาย ข ให้ช่วยรักษา ต้นไม้ต้นนี้ไว้ด้วย ค่าใช้จ่ายมันมีครับ เขาเอาเงินจาก ธ.ก.ส. ครับ ต้นไม้ ๑๐๐ บาท องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ไปปลูกไม้นี่เขาถือต้นทุน ๑๐๐ บาทต่อ ๑ ต้น แต่ต้นไม้ตรงนั้น ออป. (องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้) ไปปลูกก็มีปัญหากับประชาชนเหมือนที่เปึนข่าวอยู่ ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นวันนี้เราเปลี่ยนความคิดครับ ให้ประชาชนไปปลูกไม้ในป์าเหล่านี้ครับ แล้วสร้างความเปึนเจ้าของให้กับประชาชนเสีย ถ้าต้นไม้ต้นนั้นไม่ตายไปเอาเงินจาก ธ.ก.ส. ได้เลยครับ ต้นละ ๑๐๐ บาท แต่ต้องไปกู้นะครับ มันมีดอกเบี้ยขึ้นมา ในป้ที่ ๒ ถ้าไม่ตายอีก ก็ได้อีก ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท อยู่ที่มูลค่าของต้นไม้ที่ปลูก ถ้าเปึนไม้มะฮอกกานี ไม้ที่มี มูลค่าทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ปาล์มน้ํามันไม่ใช่ต้นยางพารา แต่เปึนต้นไม้ที่มีมูลค่า ทางเศรษฐกิจอีก ๓ ป้ อีก ๑๐ ป้ อีก ๑๕ ป้ข้างหน้ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ มูลค่าทาง เศรษฐกิจต้นนี้ครับ สามารถเอาเปึนประกันกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ซึ่งในขณะนี้องค์กรภาคเอกชนเขาได้ทําอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ขายังลอยอยู่ ไม่มีกฎหมายรองรับ ไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังมีปัญหาอยู่ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น วันนี้นี่ครับ ธนาคารต้นไม้ตรงนี้ถ้าเรามาแปลงเปึนตามนโยบายของรัฐบาลคือเปึน ธนาคารที่ดิน เปึนโฉนดชุมชน เปึนคลังของที่ดินที่เปึนป์าเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเปึนที่ดินของ รัฐหรือที่ดินภาคเอกชนครับ แล้วเราก็มาดําเนินการปลูกป์าตรงนี้กลับคืนมา แต่เปึนไม้ เศรษฐกิจที่โตเร็วและใครปลูกต้นไม้ต้นนั้น รัฐบาลเพียงแค่ตั้งกองทุนงบประมาณขึ้นมา ส่วนหนึ่ง แล้วไปให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธนาคารออมสิน เพียงแค่ว่าไปจ่ายดอกเบี้ย ในกรณีที่พี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนเจ้าของต้นไม้ไปกู้มา แล้วต้องเสียดอกเบี้ยตรงนั้น รัฐบาลจ่ายเพียงแค่ค่าดอกเบี้ย ปลูกอย่างนี้ทั่วประเทศ รณรงค์กันทุกภาคส่วนทุกจังหวัด ซึ่งในขณะนี้ใช้ตามโครงการของธนาคารต้นไม้ที่มีอยู่ เปึนหลักโดยการดําเนินการความเขียวจะกลับขึ้นมา มูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของต้นไม้ เหล่านี้ภายใน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ข้างหน้าครับ ความเขียวความชอุ่มเหล่านี้ก็จะกลับคืนมา เมื่อต้นไม้กลับคืนมา ความเปึนธรรมชาติก็จะกลับคืนมา เราก็จะมีทั้งน้ํา เราก็จะมีทั้ง ต้นไม้ และที่สําคัญครับ ดินมันไม่ตาย ในดินก็จะมีไส้เดือนกลับคืนมาเช่นเดียวกัน ซึ่งกระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดอยู่ในวิถีทางที่สามารถดําเนินการพลิกฟุ๋นเอาวิกฤติกลับมาเปึนโอกาสให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ กระผมกราบเรียนฝาก ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เหล่านี้ครับ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ซึ่งถ้าหากได้รับความกรุณาจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วนี่ครับ แล้วไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ กระผมเชื่อว่าสิ่งที่กระผมได้กราบเรียน ตรงนี้คงจะเปึนประโยชน์ในการที่จะพลิกวิกฤติมาเปึนโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศเพื่อเรียกความเขียวความชอุ่มกับคืนสู่พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณครับ