นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และวิพากษ์วิจารณ์เอกสารที่มอบให้สภาพิจารณา เนื่องจากขาดรายละเอียดและข้อมูลจำนวนเงิน นอกจากนี้ ยังชี้ว่าการกู้ยืมเงิน 800,000 ล้านบาทของภาครัฐถูกจ่ายไปให้กับประชาชนที่มีรายได้ปานกลางมากกว่าประชาชนที่มีรายได้น้อย และมีการใช้เงินกู้ไปเพื่อโครงการที่ไม่จำเป็น เช่น โครงการ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลต่อยอดโครงการที่ประสบความสำเร็จของไทยรักไทย เช่น กองทุนเงินล้าน และโครงการ ESAML เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้เองต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติให้ อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ สิ่งทั้งหลายที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายไปนะครับ โดยเฉพาะสมาชิกฝ์ายค้านได้อภิปรายไปนั้น กระผมอยากจะ กราบเรียนให้ทราบว่าเมื่อวานนี้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทรวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอกสารที่มอบมาให้สภาได้ พิจารณานี่นะครับ มีเพียงเล่มเดียวโดยเฉพาะ พ.ร.บ. ซึ่งไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมากที่ว่าเพื่อนสมาชิกเองก็คงจะไม่เห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะ สมาชิกฝ์ายค้าน เพราะสิ่งที่ท่านจะกู้ ซึ่งอ้างว่าจะกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจก็ถือว่าเปึน สิ่งสําคัญที่ท่านพูดว่า มากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบไปกว่านี้ โดยเฉพาะโครงการต่าง ๆ ที่ท่านเอามากระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ท่านเสนอไว้ในรายการ รายละเอียด แต่ไม่มีจํานวนตัวเลขว่ากระทรวงโน้นเท่าไรกระทรวงนี้เท่าไร ตรงนี้ถือว่าเปึน สิ่งที่สําคัญมาก
และอีกประการหนึ่งท่านประธาน เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้และก็ วันนี้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแล้วพี่น้อง ประชาชน ๖๔ ล้านคน เปึนหนี้ตกคนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท หรือ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่รวม มาแล้วทั้งหมดที่กู้มาเปึนหนี้ตก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วต่อคน เพราะนี่มันต้องเปึนเรื่องที่ ละเอียดอ่อนมาก แล้วสิ่งที่สําคัญงบประมาณกลางป้ที่ผ่านมา ที่ทางสภาได้ผ่านไป โดยเฉพาะทางรัฐบาล ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านนําเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจครับ มีโครงการอะไรบ้างที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนคนส่วนใหญ่เปึนห่วง โดยเฉพาะในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน โครงการ ๒,๐๐๐ บาท ที่จ่ายให้ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่เลวร้าย มากที่สุด กระผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ผิดพลาด เพราะไปจ่ายคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง แต่คนที่ไม่มีรายได้เลย ตรงนี้ขาดโอกาสที่จะได้รับเงินตรงนี้ ท่านก็บอกว่า ไม่มีข้อมูลที่จะ เอามาจ่ายได้ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่า โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรายได้ที่ต่ําเกณฑ์ จปฐ. (ความจําเปึนพื้นฐาน) ต่อครอบครัว ท่านไม่เคยเอามาคิด และมาดูเลยว่าจะจ่ายตรงนี้ให้กับพี่น้องที่ต่ํากว่าเกณฑ์ โดยจะเปึนข้อมูลของรัฐที่ชัดเจน แต่ละครอบครัว แต่ละหลังคาเรือน แล้วสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นท่านประธานครับ เช็คช่วยชาติที่ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้เองถ้าถามพี่น้องประชาชนเขาไม่ได้บอกว่า เช็คช่วยชาติ เขาบอกว่า เปึนเช็คช่วยห้างสรรพสินค้า ที่ทางรัฐบาลจ่ายเช็คแล้วเข้าไปร่วมโครงการกับ ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก็บอกว่าได้รับคูปอง ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่สําคัญที่เอาคูปองไปแลกของ เขาบอกว่าอย่างไรรู้หรือเปล่าท่านประธาน เขาบอกว่าของที่แลกมาไม่ใช่ของที่ต้องการ ของที่ค้างสต็อกที่รัฐบาลเองไปร่วมโครงการกับห้างสรรพสินค้า กระผมคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ ครับอะไรบ้าง ทีแรกชาวบ้านก็นําเช็คนี้ไปแลก บางเจ้าก็ได้ ๓,๐๐๐ บาท บางเจ้าก็ได้ ๔,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่สําคัญเอาไปแลกซื้อของที่ต้องการใช้ประจําวันไม่ได้ ก็ต้องไปควัก เงินสดในกระเปิาซื้อ ไปแลกคืนก็ไม่ได้ ตรงนี้ละครับเปึนสิ่งที่ว่ากระผมดูแล้วมันไม่ได้ช่วย ชาติ ไปช่วยห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ครับ ถ้าเราคิดจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจริง ๆ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลเลย ทําไมไม่ไปร่วมโครงการกับ โอทอป อย่างนี้พี่น้องที่ผลิตสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโอทอปถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก เราก็เอาเช็คนี้ไปร่วมโครงการเลยแล้วช่วงนั้นก็จ่ายเช็คพอ ๆ กันครับ
แล้วมาโครงการต้นกล้าอาชีพที่คิดว่าดี แต่กระผมอยากจะถามว่า การแก้ปัญหาของรัฐบาลมันแก้ที่ปลายเหตุหรือแก้ตรงไหน วันนี้เองพี่น้องประชาชนที่ ตกงานนะครับ ตกงานเพราะว่าผู้ประกอบการยกเลิกไปต่าง ๆ ตกงานแต่ท่านไปฝ๊กอาชีพ ให้กับพี่น้องประชาชนแล้วพี่น้องประชาชนฝ๊กอาชีพออกมาแล้วก็จะไปทําอาชีพอะไร ก็ในเมื่อเขาตกงาน ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากนะครับ ก็ไปผลิตแรงงานออกมาก็ไม่มีงานทํา อยู่ดีเพราะเขาตกงานอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ไปสร้างอาชีพเขาใช้เงินตั้ง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้ แล้วกระผมถามว่าพี่น้องประชาชนจะมีความเชื่อถือได้อย่างไร แล้วมีการบอกว่าให้เชื่อในการทํางานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถามว่าใครเขา อยากจะเชื่อ เอาง่าย ๆ แค่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปผลิตเอาไปฝ๊กอบรม บุคลากรที่ตกงาน ถ้าตามหลักมันก็ตกงานอยู่แล้ว ถ้าเราจะแก้จริง ๆ ท่านประธาน ทําไมไม่ไปดูกลุ่มผู้ประกอบการที่จะล้มละลาย ที่ป่ดกิจการไปอย่างนี้เราไม่ไปดูไปกระตุ้นเขา แล้วสิ่งที่สําคัญการที่จะกู้เงินนี่ครับ กระผมก็ประกอบธุรกิจ ก็ควรจะบอกว่าจะกู้ที่ไหน ธนาคารพาณิชย์แห่งไหน กู้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วดอกเบี้ยเท่าไร แล้วจ่ายอย่างไร แล้วนํามาทํา อะไร อย่างนี้ควรจะชัดเจน ควรจะมีข้อมูลมาให้เปึนกรอบเพื่อนสมาชิกได้เปึน แนวความคิดบ้างแต่นี่ไม่มี บอกมาลอย ๆ ว่าจะกู้ภาคเอกชน กู้เงินในไทย กระผมจะถาม ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลนะครับว่า การที่เราจะกู้เงินจากแบงก์เอกชนเท่ากับเราไป แย่งผู้ประกอบการที่กําลังจะกู้ แล้วกระผมได้ข้อมูลมานะครับท่านประธาน ดอกเบี้ย ของแบงก์พาณิชย์ต่าง ๆ ดอกเบี้ยเงินฝากนี่ ๑ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ว่า จะเปึน เอ็มโออาร์ (MOR) ๖.๘๙ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ เอ็มอาร์อาร์ (MRR) ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ต่อป้ อย่างนี้เปึนต้น เอ็มแอลอาร์ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ครับ เคยดูบ้างไหมว่าแบงก์ ธนาคารในภาคของเอกชนเขามีดอกเบี้ยตรงนี้แล้วก็ผลต่างตรงนี้เขาได้กําไรเท่าไร ตามหลักจริง ๆ แบงก์ที่ดีจริง ๆ ไม่ใช่เอาผลต่างตรงนี้ เอาระหว่างเงินฝาก ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปล่อยกู้ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ เอาผลต่างตรงนี้มาเปึนกําไร อันที่จริงมันจะต้องอยู่ที่การ บริการหรือการเซอร์วิส (Service) นะครับตรงนี้ แล้วสิ่งที่สําคัญบอกว่ารัฐบาลเองจะไป กระตุ้นโดยจะไปให้ เอสเอ็มอี เปึนผู้ปล่อยกู้ กู้มาจากธนาคารพาณิชย์แล้วก็มาให้ เอสเอ็มอี เปึนผู้ปล่อย กระผมอยากจะเรียนถามวันนี้เอง เอสเอ็มอี เอ็มแอลอาร์ ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งแพงกว่าแบงก์พาณิชย์อีก แพงกว่าอีก แล้วกระผมถามว่ารัฐบาลจะช่วยผู้ประกอบการ นี่กระผมยังมองไม่เห็นว่าจะช่วยอย่างไร ลองไปศึกษาให้ดีครับว่าข้อมูลวันนี้ระหว่าง ธนาคารของ เอสเอ็มอี กับธนาคารพาณิชย์ดอกเบี้ยใครสูงกว่ากันนะครับ ต่างกัน ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ดูที่ เอ็มแอลอาร์ เหมือนกันนะครับ ระหว่างแบงก์พาณิชย์กับแบงก์ ของ เอสเอ็มอี อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญกระผมดูแล้วในการที่จะแก้ปัญหา หลายสิ่งหลายอย่าง กระผมในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ความที่ว่าจะเชื่อถือ ในรัฐบาลก็ไม่แตกต่าง วันนี้เองถ้าผมบอกว่าเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กระผมกลับไปบ้านนี่ กระผมเชื่อได้ว่าพี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยแล้วก็คงจะต่อว่ากระผมน่าดูนะครับ แล้วสิ่งที่ สําคัญที่สุดนะครับ สิ่งที่กระผมอยากเห็นรัฐบาลต่อยอดโครงการที่ประสบความสําเร็จ ของรัฐบาลของไทยรักไทย หรือที่ผ่านมาของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อย่างนี้ เปึนรูปธรรม พี่น้องประชาชนยอมรับ แต่รัฐบาลก็เฉยเมยไม่เคยคิดที่จะไปต่อยอดเลย ไม่ว่าจะเปึนโครงการกองทุนเงินล้าน กองทุนเงินล้านนี่ไม่มีที่ไหนหรอกครับ กระผมเองจะกู้เงิน ธนาคารเปึนผู้กําหนดดอกเบี้ย กําหนดระยะเวลาการส่ง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็มีหลักค้ําประกัน แต่ถ้าเปึนกองทุนเงินล้าน ที่ทําให้เงินไปถึงมือพี่น้องประชาชนรากหญ้า เขาคิดเอง เขารวมตัวแล้วเขาคิด กําหนด ดอกเบี้ยเอง กําหนดระยะเวลาการส่งเอง ตรงนี้เขากําหนดกรอบขึ้นมาเอง ตรงนี้ถือว่าเปึน สิ่งที่สําคัญมาก อย่างโครงการ เอสเอ็มแอล นะครับที่รัฐบาลที่ผ่านมาที่ทําให้เห็น ทําไมไม่คิด จะต่อยอด ไม่คิดจะเข้าไปต่อเติมตรงนี้และเข้าไปดู เพราะอย่างน้อยก็ได้ให้สร้าง ประชาธิปไตยให้กับพี่น้องรากหญ้าได้คิดเอง ทําเอง อย่างนี้ควรจะเพิ่มงบประมาณเข้าไป สิ่งที่สําคัญที่สุดกระผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ในฐานะที่กระผมเปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนแล้วก็พบประสบปัญหาอยู่ตลอดเวลาถ้าไปพบพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานทราบไหมครับว่า คนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศอาชีพเกษตรกรคือทําไร่ ทํานา แต่ที่น่าเสียดายและน่าเสียใจเปึนอย่างมาก ไม่มีโรงงานปุิยเปึนของตัวเองนะครับ วันนี้เองถ้าท่านประธานไปดูข้อมูลการนําเข้าปุิย จากป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๑ การนําเข้าลดลง ลดลงแล้วแต่ว่าจํานวนเงินเพิ่มขึ้น ตรงนี้กระผม คงจะไม่พูดว่าจํานวนเงินที่ต้องเสียไปเพิ่มขึ้นเพราะอะไร เพราะว่าอาจจะมาจากราคา น้ํามันหรือต้นทุนมันสูงขึ้น แต่ยอดการนําเข้าลดลงจากป้ ๒๕๕๐ มาป้ ๒๕๕๑ ตกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แต่สิ่งที่สําคัญพี่น้องเกษตรกรเขาคิดเองนะครับ เขาก็หันไปใช้ ปุิยชีวภาพ ไปคิดสร้างโรงงานเองเล็ก ๆ ทําเปึนโรงงานปุิยชีวภาพ ก็ลดการนําเข้าของ ปุิยเคมี ตรงนี้เองทําไมรัฐบาลไม่เข้าไปส่งเสริมนะครับ กระผมอยากเห็นรัฐบาลเข้าไป ส่งเสริม อย่างน้อย ๑ อําเภอ ๑ ตําบลเราทําอย่างไรจะให้พี่น้องเกษตรกรได้คิดได้เอาไป ต่อยอดตรงนี้ กระผมนี่พี่น้องเกษตรกรถามว่า ส.ส. ปุิยทําไมราคาแพงจัง กระผมนึกถึง อดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านเคยพูดไว้ว่า ถ้าการเปึนรัฐบาลต่อไปนี่ เราต้องเข้าใจว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนคืออะไร คือปัญหาราคาปุิยที่มีการผันผวนอยู่ที่ ราคาน้ํามันตลาดโลก เขาบอกว่า ๑ อําเภอ ๑ โรงงานนี่ต้องมีแน่นอน โรงงานปุิยชีวภาพ ต้องมีแน่นอน อย่างนี้เปึนต้น แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดครับ วันนี้เองพี่น้องเกษตรกรเรายังไม่ได้ ไปต่อยอดอะไร ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเขาเลย ไม่ได้ไปลดต้นทุนเขาเลย มีโครงการที่พูดกัน ลอย ๆ ขึ้นมานี่โครงการชลประทาน แต่ก็ยังไม่เห็นข้อมูลและเอกสารตรงนี้ว่าเอาไปใช้ กี่เปอร์เซ็นต์จากจํานวนเงินที่จะกู้มา ตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ท่านประธานครับ ในการที่ว่า วันนี้เองสินค้าการเกษตร เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว แต่กระผมอยากจะฝาก ทําไมภาครัฐเอง จีทูจี ทําไมไม่ขายตรงกับรัฐต่อรัฐเลย วันนี้ต้องมาปล่อยผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งออกนี่นะครับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่น่าคิดและน่าสนใจมาก เพราะอันที่จริงแล้วอาจจะอ้างว่า ติดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่เปึนไรครับ ถ้าท่านบินไปต่างประเทศแล้วไปตกลงนี่ ไป ตกลงเจรจาแล้วก็มานําเสนอสภา กระผมเชื่อได้ว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านเห็นด้วยขายตรงไปเลย หรือจะไปเอาเทคโนโลยี เขามาก็จัดแลกกันเอาข้าวส่งแลกไปเลย แลกเปึนสินค้าไปเลย อย่างนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมากครับ เมื่อก่อนนี้กระผมฟังจากพ่อค้าโรงสีและผู้ค้าข้าวเขาบอกว่า ตอนที่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี พอท่านได้ข่าวว่าท่านจะบินไป ต่างประเทศ บินไปจีนหรือบินไปต่างประเทศ พ่อค้าเขาเก็งกําไรแล้ว ข้าวขึ้นราคาแล้ว แต่ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้บินไปไหนมาไหนเคยมีบ้างไหมครับ มีไหมครับว่า พ่อค้าจะเก็งราคาข้าวจะขึ้นราคา กระผมว่าไม่มีนะครับ ซึ่งแตกต่างกันมากครับก็คงจะ พูดคุยแล้วก็ให้ตั้งข้อสังเกตนะครับ โครงการต่าง ๆ ที่อยากให้รัฐบาลนําไป โดยเฉพาะ โครงการสนับสนุนโครงการปุิยชีวภาพ ๑ โรงาน ๑ อําเภอก็ยังดีนะครับ คงไม่เจาะไปถึง ๑ ตําบลละครับ หรือที่เขามีอยู่แล้วไปต่อยอดไปช่วยเขาตั้งงบไปสนับสนุนช่วยเหลือเขา ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า การที่จะหาเงินเข้ารัฐมี ๑. กู้ ๒. ขายสมบัติของชาติ ขายสมบัติของชาติไม่มีแล้ว รัฐบาล ยุคนี้ไม่เอา กู้แน่นอน แล้วก็คงจะกู้ต่อ ๆ ไป แล้วสิ่งที่สําคัญก็ขึ้นภาษี ภาษีน้ํามันที่กระผม เคยอภิปรายไปครั้งหนึ่ง ท่านคิดว่าไม่มีผลกระทบหรือครับ โดยเฉพาะภาษีน้ํามันเบนซิน กระทบผู้คนที่เขาใช้รถจักรยานยนต์ขี่ไปทํางาน หรือนิสิต นักศึกษาขี่ไปทํางานตรงนี้ กระทบโดยตรงเลยสําหรับคนจน แล้วสิ่งที่สําคัญเมื่อวานนี้กระผมฟังการอภิปรายนะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่พูดบอกว่า เช็กราคาน้ํามัน เผอิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่าข้อมูลของท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ซุกซนไป หรือเปล่า เอากันวันนี้เลยครับท่านประธาน วันนี้เอาไปเช็กข้อมูลได้เลยครับ วันนี้ราคา น้ํามันอยู่ที่ ๗๐ เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาขายปลีกอยู่ที่ ๒๗ บาท แต่ราคาที่สูงสุด ที่บอกว่าราคาผันผวนมันไม่นิ่งเอาที่ ๑๔๗ ไม่ต้องถึง ๑๔๗ เอาแค่ ๑๔๐ เหรียญดอลลาร์ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ ๔๒ บาท ท่านลองเปรียบเทียบบัญญัติไตรยางศ์สิครับ วันนี้เอง ถ้าเปรียบเทียบ ๑๔๐ เหรียญกับ ๗๐ เหรียญ ราคาน้ํามันต้องใช้อยู่ที่ประมาณ ๒๑ บาท นี่พูดถึงน้ํามันดีเซล เอาข้อมูลวันนี้เอามาคุยกันวันนี้เลยครับ ก็คงจะฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลมีโครงการที่กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะกู้ที่เกิดขึ้น กระผมเชื่อว่าสมาชิกโดยเฉพาะฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย และด้วยจิตสํานึกของเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน กระผมอยากจะฝากไว้เลยในฐานะที่เราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน วันนี้เอง เอกสารแค่นี้แล้วจะให้ผ่านงบประมาณกระผมว่าไม่มีใครทําได้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน