สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

ลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ พูดถึงพระราชกําหนดที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท และชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลต้องใจกว้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการกระจายงานและงบประมาณให้ทุกจังหวัด และต้องตรวจสอบและเป็นโปร่งใสในการใช้งบประมาณ

นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สงขลา

ผมเองก็ได้ติดตามเรื่อง พระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ เปึนจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้า จนถึงปัจจุบันหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดแล้ว ก็คงจะทํานองเดียวกันทั้งนั้น นั่นก็คือกู้มา ส่วนหนึ่งเพื่อชดใช้เงินคงคลัง อีกส่วนหนึ่งก็ใช้มาเพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมี กรอบทั้งหมด ๕-๖ กรอบ ไม่ว่าจะเปึนกรอบในการยกระดับสถานีอนามัยให้เปึน โรงพยาบาลระดับตําบล การศึกษา นั่นคือเรียนฟรี ๑๕ ป้ การคมนาคม นั่นก็คือถนนไร้ฝุ์น แล้วก็การพัฒนาแหล่งน้ํา รวมทั้งการให้งบกระตุ้นการพัฒนา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ดูตามกรอบเหล่านี้แล้ว การที่รัฐบาลได้กู้มานี้คิดว่า จําเปึนครับ ไม่ว่าผมจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล มองแล้ว อ่านแล้ว ดูแล้ว ฟังแล้ว เห็นว่าจําเปึนทั้งนั้น เพราะด้วยเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจของโลก ลามมาถึงประเทศไทย เรา จนทําให้เงินคงคลังของเราก็ลดน้อย เหลือน้อย ประกอบกับวิกฤติทางด้านการเมือง เปัาหมายที่จะเก็บรายได้ก็ลดลงไปด้วย น่าเห็นใจรัฐบาลมากครับ มาช่วงที่เหตุการณ์ไม่ ค่อยปกติ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องชมเชยทางคณะรัฐบาลที่กล้าที่จะออกพระราชกําหนด ฉบับนี้ เพื่อต้องการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงใจ ท่านประธานครับ กรอบที่ว่า ยื่นมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ถ้าพูดตามตรงแล้วมันก็ดีเหมือนกันที่พรรคฝ์ายค้านนําเข้าสู่ กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะต้องยอมรับครับ ระบอบประชาธิปไตยเปึนสิทธิของฝ์ายค้านที่จะนํามาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่างไร ก็ตามในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดเปึนเอกฉันท์แล้ว ผมคิดว่าพวกเรา ผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนต้องช่วยกันครับ ช่วยประเทศชาติ นั่นก็คือมา อภิปรายเพื่อให้เปึนประโยชน์กับทางรัฐบาล อย่างไรก็ตามของผมนี้ที่จะมาพูดถ้าเรามา ชมเชยแต่รัฐบาลแล้วก็คงจะไม่ถูกต้องนัก ก็คงจะมีบางเรื่องที่จะต้องตั้งข้อสังเกตให้ รัฐบาลพึงคํานึง อย่างไรก็ตามก่อนที่จะไปนั้น ผมก็อยากเรียนให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทาง บ้านรับทราบ การกู้เงินก้อนนี้ก็ต้องชมครับ รัฐบาลพูดชัดเจน จะกู้เงินภายในประเทศ นั่นก็คือมีเงินที่อยู่ในธนาคารล้นมามาก ถ้าเรากู้เงินภายในประเทศ มันก็ไม่ได้ออกไปนอก ประเทศ แล้วก็จากกระเปิาซ้ายมาสู่กระเปิาขวา ก็คงจะไม่ผิด แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด รัฐบาลวันนี้ผมก็ได้รับเอกสารมาแล้ว นั่นก็คือการกระจายงานต่าง ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาโปะป่ดบัญชี ส่วนอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคือการลงทุน ในด้านการลงทุนนี้ก็ต้องฝากรัฐบาลด้วยครับ อย่าเลือกปฏิบัตินะครับ แต่ผมดูแล้วทุกจังหวัดได้ นั่นก็คือรัฐบาลไม่เลือกปฏิบัติ อย่าเหมือนแต่ก่อนนะครับ ไม่เลือกเราไม่ให้งบ แบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมเลยว่า รัฐบาลใจกว้าง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล นั่นก็คือประเทศไทยทั้งนั้น ท่านต้องให้ งบที่ใกล้เคียงกับให้ทั่วถึงกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดผมว่ารัฐบาล ต้องใจกว้าง นั่นก็คือต้องให้ตรวจสอบ รัฐบาลต้องทํางบอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่สําคัญนั่นก็คือท่านต้องทํา โดยเฉพาะผมว่าการเกิดการประมูลต่าง ๆ นี้ให้ใช้ระบบ เว็บไซต์ (Web site) นะครับ เพื่อให้ทุกคนที่เข้าไปเว็บไซต์สามารถรู้ว่าโครงการนี้มีอยู่ เท่าไร มีกี่โครงการ เงินเท่าไร แล้วจะได้เปรียบเทียบถ้าเกิดมีการคอร์รัปชัน หรืออาจจะ เกินทํางบตบแต่งมากขึ้น ประชาชนทั่วไปก็สามารถตรวจสอบได้ ไม่เฉพาะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมเลยก็ต้องฝากรัฐบาลในเรื่องความโปร่งใส แต่เชื่อครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดอยู่ตลอด แล้วก็มีกฎเหล็ก ๙ ข้อ ผมว่ารัฐบาล ชุดนี้ก็ต้องทําตามกฎ ประชาชนก็ให้ความไว้วางใจกับท่านนายกรัฐมนตรีมาก โพล (Poll) ทุกครั้งที่ออกมาก็เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปตลอด นั่นคือทุกคนเชื่อถือในความโปร่งใส ก็อย่าให้ความโปร่งใสนี้มาทําลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของรัฐบาลอีกต่อไปครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฝากบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงบ ไม่ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นก็คือทรัพยากรธรรมชาติและเรื่องการท่องเที่ยว สิ่งที่ผมอยากจะพูดนั่นก็คือเรื่อง ทะเลสาบสงขลา ซึ่งแม้ผมจะอยู่ทางนั้นอาจจะไม่เกี่ยว ท่านไม่มีหรือครับงบนี้ ไม่ได้ลงเลย ผมจําได้ที่ประชุมแห่งนี้ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ส.ส. พัทลุง ก็ได้มาตั้ง กระทู้ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็ตอบ ขณะนี้กําลังเสื่อมโทรม มีผู้ที่รับผิดชอบ รองนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบันผมยังไม่ทราบว่าได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว ผมเองก็ตั้ง กระทู้ถามเรื่องนี้แต่ยังไม่ถึง จึงจะฝากว่าอย่างน้อยที่สุดในเมื่อเปึนนโยบายรัฐบาลจะดู แหล่งน้ําทั่วประเทศ นี่ก็เปึนส่วนหนึ่งของแหล่งน้ําซึ่งโยงไปถึงกับการท่องเที่ยว กับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งพวกเรารู้แล้วว่ามีปลาโลมาอิรวดีซึ่งหายากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องรัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูแลบ้าง ท่านอาจจะคิดไม่ถึง อาจจะลืม อาจจะเผลอไปก็ได้ แต่ไม่เปึนไร ท่านอาจจะมีงบอื่นที่มา เสริม แม้แต่ผมเคยพูดแล้วตั้งกระทู้ด้วย นั่นคือด่านศุลกากรระหว่างชายแดน ไม่ว่าจะเปึน ทางใต้ ทางเหนือ ทางอีสาน หรือทางตะวันออกก็แล้วแต่ โดยเฉพาะทางใต้แหล่งทําเงิน ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ป้หนึ่ง ๆ สินค้าเข้าออก ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่การพัฒนาน้อยมาก โชคดีครับท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ก็ได้เอาใจใส่เข้าไปดู ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ก่อน ก็เข้าไปดู ผมดีใจ แม้แต่ท่านรัฐมนตรีช่วยประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก็เคยให้ความหวัง เพราะฉะนั้นแหล่งที่ทําเงินท่านไม่มีงบที่จะไปกระตุ้นทางด้านนี้เลย อย่างน้อยที่สุด ผมก็เชื่อว่าอาจจะมี ท่านต้องมีแล้ว นั่นก็คือการก่อสร้างด่าน แต่ปัจจุบันด่านที่เปึนอยู่ กําลังแออัด ท่านต้องให้งบนิดหน่อย งบกระตุ้นในการปรับปรุงสถานที่ ปรับปรุงภูมิทัศน์ แล้วก็ปรับปรุงทางเข้าออก อย่างน้อยผมว่าก็ใช้ไม่กี่สิบล้านบาท เพื่อให้ทันกาล อย่างน้อย ก็ได้ระบายคนเข้าเมือง ไม่ต้องให้ผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศต้องรอถึง ๒-๓ ชั่วโมง แม้แต่ การพัฒนาสนามบินซึ่งผมก็เคยตั้งกระทู้ถาม ก็ยังไม่ได้รับอะไรเปึนชิ้นเปึนอันเลยครับ

ท่านประธานครับ สิ่งสุดท้ายก็วอนรัฐบาลว่า ทุกอย่างท่านต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอย่าเลือกปฏิบัติ คนไทยด้วยกันทุกจังหวัดก็คือประเทศไทย ถึงจะเปึน จังหวัดที่ไม่เลือกท่าน ท่านก็ต้องช่วยเข้าไปพัฒนา แต่ด้วยความเปึนสุภาพบุรุษของท่าน นายกรัฐมนตรีผมเชื่อ ท่านจะไม่เลือกปฏิบัติ ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเกริ่นไว้ก่อนเผื่อไม่ อยากให้พรรคฝ์ายอื่น ๆ ที่คิดว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติพูดแล้วหรือแม้แต่มี ๒ มาตรฐาน ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่าท่านไม่มี ๒ มาตรฐาน ถ้ามี ๒ มาตรฐานท่านก็อยู่ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่ ยินดีและคงจะไม่ให้โอกาสท่าน เพราะฉะนั้นผมมั่นใจในตัวรัฐบาลมาก พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็ต้องขอบคุณครับที่ท่านออกมาพระราชบัญญัติ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน พ.ร.บ. นี้ก็แสดงว่ารัฐบาลตั้งใจออกมาให้เพื่อให้ตรวจสอบครับ