สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดในการออกเสียงในสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของคณะรัฐมนตรีและเรียกร้องการแก้ไขปัญหา รวมถึงการกู้เงิน 1,430,000,000 บาทจากภาครัฐเพื่อโครงการไทยเข้มแข็ง และถามถึงความเป็นธรรมในการกระจายเงินนี้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาต ท่านประธาน ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้ เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เข้าสู่สภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติพระราชกําหนดนี้ หรือไม่ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยเหตุและผล กราบเรียนฝากไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เงินกู้ที่ออกเปึนพระราชกําหนดในวงเงินทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ที่เคารพครับ การอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสาม รัฐบาลต้องได้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาแห่งนี้เท่าที่มีอยู่ของจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ท่านมีเสียงข้างมากผมไม่ห่วงละครับ ท่านก็คง จะให้สมาชิกฝ์ายเสียงข้างมากสามารถออกสิทธิออกเสียงให้ท่านได้ แต่ฐานะที่ผมเปึน ฝ์ายเสียงข้างน้อยเปึนฝ์ายตรวจสอบ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยเหตุและ ผลที่ผมจะกราบเรียนดังต่อไปนี้ มันอาจจะเปึนข้อตัดสินใจที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่อาจให้ความเห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผล ที่สําคัญที่ผมเองไม่สามารถที่จะให้ความเห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ในวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

เหตุผลประการที่ ๑ ครับ เปึนเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังบอกกับสภาแห่งนี้เองครับว่า ท่านจําเปึนต้องออกกฎหมายพิเศษเพื่อให้ได้มา ซึ่งเงินกู้ที่จะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ดี สร้างความมั่นคงกับเศรษฐกิจก็ดีตามที่ท่านได้ แถลงต่อสภา เปึนกฎหมายพิเศษครับ ซึ่งกฎหมายปกตินั้นหมายถึงพระราชบัญญัติ บริหารหนี้สาธารณะที่ให้อํานาจท่านไว้ไม่สามารถรองรับท่านได้ เพราะท่านคิดว่ากู้ ท่านก็ เลยจําเปึนที่จะต้องออกพระราชกําหนดที่จะออกมากู้เงิน ผมจะไม่แตะพระราชบัญญัติ ครับเพราะมีอีกวันหนึ่งพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ ถ้ามองประเด็นนี้ถามว่ามีวิธีการอื่นอีก หรือไม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติบ้านเมือง กู้ไม่ผิด หรอกครับ ผมก็ไม่ได้เถียงว่ากู้ไม่ดี ก็ไม่ได้กริ่งเกรงด้วย เพราะว่าสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ การกู้เงินก็เปึนการชดเชยการขาดดุล เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย แต่สิ่งที่จําเปึนต้อง กราบเรียนท่านประธานก็คือความเหมาะสมครับ ความเหมาะสมในการออกพระราช กําหนด ผมไม่เถียงครับว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยแล้วใน ๒ ประเด็นว่ามีความจําเปึน เร่งด่วนหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่ หรือมีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองด้วยความมั่นคงด้านเศรษฐกิจหรือไม่ นั่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่สิ่งสําคัญ ที่สุดท่านประธานครับ รัฐบาลน่าจะมีมาตรการที่ดีกว่านี้แล้วก็ใช้เงินกู้ให้น้อยกว่านี้ ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ มาตรการทางด้านการคลังที่รัฐบาลใช้กระตุ้นรายจ่าย ภาครัฐลงไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่านบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยการจัดเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเปัาของ รัฐบาลหรือป่ดหีบงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองไม่เชื่อครับว่าจะเปึน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจริงหรือไม่ ก็เปึนคําถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า แท้ที่จริงท่าน จะต้องใช้เงินไปชดเชยรายได้ที่จะต้องป่ดหีบงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เท่าไร และที่เหลือ เท่าไรที่จะเข้าสู่โครงการไทยเข้มแข็งครับท่าน ผมดูตัวเลขไทยเข้มแข็งของท่านอยู่ที่ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามเอกสารที่แนบมา และผมก็ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่แนบมานี้เปึน เอกสารที่สภาจัดให้หรือเปึนฝ์ายรัฐบาลเสนอมาตามมาตรา ๓ ที่รัฐบาลจะต้องเสนอ กรอบการใช้เงินกู้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนที่ท่านจะไปดําเนินการ เพราะผมรู้สึกเปึนห่วง ครับ เราเป่ดวิสามัญถึงวันที่ ๒๕ ถ้าวุฒิสภาเห็นชอบในวันที่ ๒๒ ท่านจะมีเวลาแค่ ๓ วัน ที่จะเป่ดสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเสนอกรอบ เพราะฉะนั้นผมทวงถามท่านนะครับว่า ท่านเสนอ พ.ร.ก. ฉบับนี้มาให้สภาอนุมัติ ท่านไม่ได้แนบกรอบมาด้วย แต่เปึนกรอบที่ เข้าใจว่าเปึนฝ์ายของสภาทํามาให้กับสมาชิก ผมไม่แน่ใจว่านี่คือกรอบของท่านหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเหตุผลข้อที่ ๑ ถ้าท่านใช้วิธีการอย่างอื่น ผมยกตัวอย่างเช่น ภาคเอกชนครับ รายจ่ายภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชนท่านไม่ให้ ความสําคัญเลย หลายท่านพูดมาเยอะครับ เงินเรามีเยอะครับในสถาบันการเงิน แต่ท่าน ไม่สามารถที่จะผลักดันหรือเปึนหลักประกันให้เขาเอาเงินเหล่านั้นเข้ามาสู่ภาคเศรษฐกิจได้ ไม่เข้าสู่ภาคการลงทุน อาศัยภาครัฐอย่างเดียว ซึ่งแน่นอนครับ รายได้ของเรา จีดีพีของเรา ร้อยละมากกว่า ๗๐ ด้วยซ้ําไป คิดเปึนเม็ดเงินจากเรื่องของการส่งออก เมื่อท่านไม่กระตุ้น ภาคเอกชนเลย สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ รายจ่ายภาครัฐที่ท่านคิดว่าท่านจะถมลงไป ผมเชื่อว่า ช่วยท่านได้ไม่เยอะ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพครับ ความไว้เนื้อเชื่อใจและ ความสามารถหรือประสิทธิภาพในการใช้เม็ดเงินของรัฐบาล ผมใช้คําว่า รัฐบาล นะครับ หมายถึงคณะรัฐมนตรีและองคาพยพที่ทํางานตอบสนองต่อรัฐบาลทั้งหมด สมาชิก หลายท่านได้พูดกับท่านประธานไปแล้ว กราบเรียนท่านประธานไปแล้วครับว่ามีความ ล้มเหลว ไม่ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ ของงบกลางป้ ผมจะไม่ลง รายละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ความไม่มี ประสิทธิภาพหรือความกริ่งเกรงของการใช้เม็ดเงินตามศักยภาพความสามารถในการ บริหารงานของคณะรัฐมนตรีเปึนประเด็นหนึ่งที่ต้องกราบเรียนไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนภาคเอกชนท่านประธานครับ การที่ท่านจัดเก็บเงินไม่ได้ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนิ่งนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีเปึนคนแถลงต่อสภาเอง จัดเก็บไม่ได้ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอยู่ในภาคเอกชนครับท่านประธานครับ เขาบอกว่า คณะผู้บริหารชุดนี้ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถดําเนินการให้เข้าเปัาเข้าตามวัตถุประสงค์ ที่ท่านตั้งไว้ได้ ไร้ประสิทธิภาพเปึนอย่างไรครับท่านประธานครับ ถ้าเปึนเอกชน บริษัท ก็เจ๊ง ต้องขออนุญาตใช้คําพูดสามัญโดยทั่วไป บริษัทขาดทุน แต่ที่สําคัญท่านประธาน ครับ ผู้บริหารชุดนี้กลับบอกว่า ขอโอกาสแก้ตัวเถอะ ขอโอกาสแก้ตัว ถึงแม้บริษัทมันจะ เจ๊งไปแล้ว จะขอแก้ตัว แก้อย่างไรครับ ขอไปกู้เงินมาเพิ่มเพื่อจะมาพัฒนา มาลงทุนต่อ ท่านประธานครับ มาตรการที่รัฐบาลขอต่อสภาวันนี้ ถ้าเปึนบริษัทเอกชน เปรียบเทียบ ให้เห็นชัด ๆ นี่ โดยเฉพาะบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เปึนบริษัทมหาชน ผู้ถือหุ้นเขามี ๒ มาตรการเอง ท่านประธานครับ ๑. ไล่ออก ๒. เปลี่ยนตัวผู้บริหาร นั่นคือ เปึนภาคเอกชน แต่นี่เปึนภาครัฐครับ เรามีเสียงข้างมากอยู่ ผมไม่อาจเอื้อมไปแตะ ตรงนั้นได้ ไม่สามารถจะไล่ท่านออกได้ เพราะมือเราก็มีไม่เยอะ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ ท่านประธานครับ ตัวที่ท่านมาขอโอกาสกับสภาแห่งนี้โดยการขอกู้เงิน ความกริ่งเกรง ที่ผมเองในฐานะเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า โครงการ แผนงานที่ท่านเสนอมานะครับ มันเสมือนกับเปึนการเขียนเช็คเปล่าไว้ จริงอยู่มีวงเงินครับ คนที่จะรับเช็ค คนที่จะรับเงิน พื้นที่จะรับเช็ค พื้นที่จะรับเงิน พื้นที่ที่จะรับประโยชน์ท่านไม่ได้ระบุไว้ ตรวจสอบยาก เพราะฉะนั้นความกริ่งเกรงตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เปึน สิ่งที่เราเปึนห่วงอย่างที่สุด เปึนห่วงครับ โดยเฉพาะมีข่าวคราวตามสื่อสารมวลชน หลายเรื่องที่เปึนประเด็นเปึนข้อสงสัย โดยเฉพาะมาตรการที่ท่านเขียนไว้ในรายการตรงนี้ นะครับว่า ท่านจะสนับสนุนธนาคารซึ่งเปึนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐนะครับ ในวงเงิน ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท โครงการนี้เปึนสิ่งที่ถ้าผมไม่พูดในวันนี้ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่เปึนข้อกริ่งเกรง สิ่งที่เปึนข้อเปึนห่วงนี่ พวกเรารู้สึกลําบากใจ เปึนโครงการที่ ๑๒ นะครับ แผนการเพิ่มทุนให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ๕ แห่ง บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ธอส. (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ธ.ก.ส. ธพว. (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) ตัวย่อ ทั้งนั้นครับ ธสน. (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย) ที่เปึนแบงก์ของรัฐ ทั้งหมด ธนาคารของรัฐทั้งหมด โดยการเพิ่มทุนให้ ๑๔,๕๐๐ ล้านบาท แต่ประเด็นที่เปึน ข้อสังเกต ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกลับจะให้ธนาคารของรัฐเหล่านี้โดยเฉพาะ ธนาคารนําเข้าและส่งออก ธสน. ไปให้ความช่วยเหลือกับภาคเอกชนที่หลายท่านกริ่งเกรง ว่าทําไมต้องเปึนเฉพาะสหรัฐอเมริกา ตรงภาคเอกชนเขาออกมาติติงเลยครับในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนกับท่านประธาน โดยเฉพาะมีข่าวมีคราวว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะแก้กฎหมายเรื่องของ เอสเอ็มอี ที่จะสนับสนุน ผู้ประกอบการที่เปึนชาวต่างประเทศ เพราะฉะนั้นความกริ่งเกรงตรงนี้เองนะครับ ท่านต้องทํารายการให้ปรากฏว่า ท่านมีความเชื่อมั่นอย่างไรครับที่ท่านที่เลือกที่จะอุ้มหรือ อุดหนุนผู้ประกอบการที่เปึนชาวต่างชาติ แทนที่จะช่วยคนไทยเราก่อน ท่านจําไม่ได้หรือ ครับ สมัย ปรส. (คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ที่ถูก กล่าวหามาจนถึงปัจจุบันนี้ มีคนบางกลุ่มมีคนบางส่วนที่ได้ประโยชน์จากการที่ท่านไป ออก พ.ร.ก. เข้ามาแก้หนี้ของสถาบันการเงินที่ล้มไปทั้ง ๕๖ แห่ง มีสัดส่วนผลต่างของ รายได้อย่างมหาศาล โดยใช้กลไกและวิธีการที่ไม่ชอบมาพากลทั้งหลายทั้งปวง เช่น ซื้อหนี้เน่า เจ้าของหนี้เดิมที่เปึนเจ้าหนี้อยู่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซื้อหนี้เน่าร้อยละ ๕๐ จากที่ ท่านให้เครดิตไปที่ร้อยละ ๓๓ ผลต่างร้อยละ ๑๗ ท่านประธานครับ มีผลการสอบอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เปึนข้อกริ่งเกรงที่ผมต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไว้ นะครับว่า ท่านจะทําอย่างไรให้ความโปร่งใส ทําให้ตรวจสอบได้เปึนที่ปรากฏอย่างชัดเจน

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลอีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่สามารถที่จะให้ความ เห็นชอบกับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ก็คือ ตัวแผนงาน โครงการ ผมมีคําถามไปนะครับ ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเปึน ๒ ระยะ ไทยเข้มแข็งตามพระราชกําหนดคือป้ ๒๕๕๓ ท่านบอกจะกู้เงินภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ผมไม่แน่ใจว่าท่านใช้เท่าไร เอสพี ๒ หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ในกลุ่มที่ ๑ ๒๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และอีก ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการกลุ่มที่ ๒ ซึ่งท่านบอกว่ายังไม่มีความชัดเจนเรื่อง แผนงาน โครงการ นี่แหละครับที่ผมบอกว่าเหมือนกับเช็คเปล่าที่ยังไม่กําหนดพื้นที่ ยังไม่ กําหนดผู้รับ ท่านจะให้ใครก็ได้ อันนี้เปึนข้อกริ่งเกรงที่พี่น้องประชาชนเขาเปึนห่วง และที่ สําคัญท่านประธานครับ ตรวจสอบโครงการดูทั้งหมดนี่เรื่องของโอกาสการกระจายความ เปึนธรรมนี่ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับในเอกสารฉบับที่ทางสภาทําให้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร โครงการของชลประทานประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมตีว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่องหมายเหตุมีจังหวัดที่รับผลประโยชน์อยู่ ๓-๔ จังหวัดครับ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง แต่เอกสารฉบับนี้ไม่เขียนท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่เขียน เหมือนกัน แต่เอกสารฉบับนี้เขียน ผมไม่แน่ใจเจ้าหน้าที่สภาได้ข้อมูลมาจากไหน ถ้าไม่ จริงท่านรัฐมนตรีคงต้องตอบและชี้แจง เพราะว่าความเข้าถึง เปึนธรรม เท่าเทียมของเม็ด เงินที่ท่านจะกู้มานะครับ ไม่ว่าจะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ต้องให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชน เกษตรกรเขาถาม นะครับ เขาได้อะไร จริงอยู่ผมจะไม่เจาะเรื่องลําไย จะไม่เจาะเรื่องลิ้นจี่อะไร เพราะว่า มันไม่อยู่ในตัวนี้ แต่เขาบอกเขาน้อยใจครับ บางทีรัฐบาลไปช่วยพี่น้องเกษตรกร ช่วย ผู้ประกอบการครับ ลําไยก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ ฝากไปท่านรองนายกรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ให้เงินชดเชยผู้ประกอบการเปึนค่าขนส่ง ชาวบ้านถามว่าเขาได้อะไร เขาก็ได้ขายกิโลกรัม ละ ๖ บาทอยู่เหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมต้องทวงถามท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถนนไร้ฝุ์น ถนนทางหลวงแผ่นดินสายหลักนะครับ แพร่-น่าน น่าน-แพร่ ก็ยังเปึน ๒ เลนอยู่เหมือนเดิมครับ ไม่อยู่ในโครงการ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ที่ทางหลวงชนบทได้ไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าครอบคลุมได้ขนาดไหน เพราะ ผมไปตรวจสอบตัวเลขล่าสุดที่มีแผนงานโครงการเสนอเข้ามา จังหวัดน่านได้ ๒๖๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ผมถือว่าน้อยมากครับกับเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลอีกข้อหนึ่ง เรื่องแผนงานโครงการที่ผมไม่ อาจจะให้ความเห็นชอบได้ก็คือว่า รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะแก้ปัญหาคนว่างงาน บอกว่า โครงการนี้สําเร็จแล้วนี่จะมีแรงงานเข้าสู่การจ้างงานไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ผมไม่เถียงครับว่าขณะที่งานลงนี่ถึงป้ ๒๕๕๕ นะครับ แรงงานมีงานทําอย่างจริงจัง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า มันเปึนมุม กลับครับ ท่านไปดึงแรงงานออกมาจากภาคเอกชน ที่ท่านควรจะส่งเสริมเขาให้เขามา ทํางานตรงนี้ พอหมดวาระแล้วนี่ท่านจะให้เขาเหล่านั้นไปอยู่ตรงไหน หรือท่านคิดว่า แรงงานที่มีอยู่ตามพื้นที่คือแรงงานเปัาหมายของท่าน แรงงานที่ตกงานจากภาคการ ส่งออก จากภาคการผลิตที่เปึนภาคเอกชนนี่ท่านไม่สนใจ ผมไม่แน่ใจว่ากลุ่มเปัาหมาย ท่านเปึนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และที่สําคัญท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปครับ อัตราการเจริญเติบโต จีดีพี ของประเทศไทยเรานี่ร้อยละ ๗๐ มากกว่าร้อยละ ๗๐ ด้วยซ้ําไปอยู่ที่การส่งออก แผนงานโครงการทั้งหมด ท่านต้องตอบให้ได้นะครับ ท่านประธาน กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ในระยะยาวนี่ท่านจะปรับโครงสร้างด้าน เศรษฐกิจอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่ให้พึ่งพิงการส่งออก การบริโภคภายใน การลงทุนของ ภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐที่เหมาะสม ภาคการผลิตที่แท้จริงควรจะขึ้นมาได้ อย่างไร ผมว่าตรงนี้เองนะครับ ผมตรวจสอบโครงการทั้งหมดแล้วไม่ได้ตอบคําถาม เพราะฉะนั้นผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ผมไม่สามารถที่จะให้ ความไว้วางใจในการที่จะให้อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียน มาแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ