สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ หารือเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการกู้เงินในประเทศที่จะกระทบต่อสภาพคล่องในประเทศ และเรียกร้องการทราบว่าเม็ดเงินที่เหลือจะถูกใช้ไปอย่างไร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตเลือกตั้งของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอชุมพลบุรี ที่ติดกับแม่น้ำมูล และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งที่ ๒ จากจังหวัด สุรินทร์ วันนี้ก็ขอบคุณที่ท่านประธานได้ให้โอกาสในการอภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้นะครับ ซึ่งถ้าเราพิจารณาแล้ว ณ สถานการณ์ขณะนี้เนื่องจากว่าภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจาก ประเทศรอบนอก จากทั่วโลกและส่งผลถึงประเทศเรา ดังนั้นเองรัฐบาลต้องการที่จะ แก้ปัญหา และต้องการเม็ดเงินเพื่อที่จะเอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าพิจารณาทั้งอาทิตย์นี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรของเราจะมีเรื่องพิจารณากฎหมายอยู่ ๓ ฉบับ ซึ่งเปึนกฎหมายที่ เกี่ยวกับการเงินแล้วก็ถือว่าสําคัญกับประเทศไทยเราขณะนี้นะครับ ไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. แล้วก็ พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ ที่รวมเม็ดเงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็รวมถึง พ.ร.บ. งบประมาณที่จะเข้าในวันพุธนี้อีก ๑.๗ ล้านบาท แต่ดูในรายละเอียดแล้ววันนี้ที่ตาม วัตถุประสงค์ของรัฐบาลต้องการเสริมสร้างเศรษฐกิจ แล้วก็ต้องการให้ประเทศแข็งแรง ซึ่งเม็ดเงินที่สําคัญก็คือเม็ดเงินที่จะใช้ในการลงทุนหรือเม็ดเงินที่เราเรียกว่า งบลงทุน ตรงนี้นะครับ ถ้าพิจารณาแล้วโดยคร่าว ๆ จาก พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง ๒ ฉบับ จํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีงบประมาณที่จะนําไปใช้ในการลงทุนประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ในส่วนของ พ.ร.บ. งบประมาณที่จะเข้าในวันพุธนี้ก็มีเม็ดเงินที่จะใช้ในการลงทุน ประมาณอีกเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์หรือเม็ดเงินประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะมีเม็ดเงิน ที่จะใช้ในการลงทุนนะครับ หรือจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนเม็ดเงินที่มากพอสมควรนะครับ ถ้าเทียบกับในแต่ละป้ที่มีการจัดทํา งบประมาณเกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. งบประมาณแล้วนะครับ ในส่วนของผมที่จะถามนะครับ จะฝากคําถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรีที่จะช่วยตอบ เนื่องจากว่าการออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงินตรงนี้ก็ถือว่ามีความสําคัญนะครับ เนื่องจากเปึนการกู้เงินแล้วก็เปึนการใช้เงินนอกงบประมาณนะครับ จะถามด้วยความ ห่วงใย แต่ไม่ได้เกิดจากความกลัวที่เกิดขึ้นนะครับ
อย่างแรกก็คือ จะถามถึงปัญหาเรื่องของสภาพคล่องที่รัฐบาลจะกู้ นะครับ ก็เนื่องจากว่าจะถามถึงแผนที่รัฐบาลจะกู้เงินจากต่างประเทศแล้วก็ในประเทศ ด้วยนะครับ ถึงรัฐบาลจะกู้อย่างไร โดยเฉพาะการกู้ในประเทศซึ่งจะกระทบกับ สภาพคล่องในประเทศที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากทราบว่าขณะนี้เองสภาพคล่องในประเทศนี่ มีเม็ดเงินก็อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า คือ โดยหลักทางการเงินแล้วเวลาเงิน ศัพท์ทางการเงินก็จะเปรียบเงินเหมือนกระแสน้ํา นะครับ ก็คือมันไหลไปแล้วก็ไหลมา ไม่อยู่ในกระเปิาท่านก็อยู่ในกระเปิาผม เปึนสสาร ต้องการที่อยู่อาศัย ก็คือถ้ามีการกู้เงินในประเทศจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้จะมี ผลอย่างไร กระทบอย่างไรกับสภาพคล่องในประเทศ เพราะถ้าเกิดว่าสภาพคล่อง ในประเทศนี่หายไป ๑. ส่งผลที่กระทบจะเกิดขึ้นก็คือ เรื่องของดอกเบี้ยที่น่าจะสูงขึ้น แน่นอน แล้ว ๒. ก็คือ เรื่องของธุรกิจ เอสเอ็มอีที่ต้องการกู้เงินอยู่ขณะนี้ด้วยนะครับ
และในคําถามที่ ๒ ก็คือว่า ในการที่อนุมัติกู้เงินตรงนี้ที่ให้ทําโครงการใน แต่ละกระทรวงที่เกิดขึ้นนะครับ ยกตัวอย่างเช่น กรมทางหลวงชนบทที่ต้องการโครงการ ทําถนนไร้ฝุ์น ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การอนุมัตินี่อนุมัติเปึนรายโครงการหรือว่าท่านจะ ให้เม็ดเงินเปึนจํานวนทีเดียวไปเลยนะครับ แล้วก็ทางกระทรวงหรือแต่ละหน่วยงานไป จัดสรรแล้วก็ทํางบประมาณตรงนี้เอง ๒. เปึนคําถามต่อเนื่องนะครับ ถ้าเงินที่เหลือจาก การจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อยแล้วนะครับ เม็ดเงินตรงนี้ในแต่ละกระทรวงหรือหน่วยราชการ จะสามารถทํางบประมาณ ทําโครงการเข้ามาเสียบได้เลย หรือว่าทําเข้ามาใช้ได้เลย หรือว่าต้องคืนเม็ดเงินตรงนี้กลับมาที่กระทรวงการคลังหรือสํานักบริหารหนี้เพื่อจะนํา เม็ดเงินตรงนี้ต่อไปเพื่อที่จะไปใช้อนุมัติโครงการต่อหรือรัฐบาลจะนําเม็ดเงินที่เหลือจาก การประมูลจัดซื้อจัดจ้าง หรือจากโครงการที่กู้ตรงนี้กลับไปใช้คืนในการใช้หนี้กู้เงินที่ได้กู้ มานะครับ ก็ฝากถามนะครับ
ต่อไปก็เนื่องจากว่าในการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน แล้วก็พระราชกําหนด กู้เงินตรงนี้นะครับ ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรนี่มีส่วนร่วมในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้น้อยมาก ในการที่จะนําเสนอถึงปัญหาของความเดือดร้อนนะครับ เนื่องจากเท่าที่ทราบมา ขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ให้สํานักบริหารหนี้สาธารณะนะครับ และแต่ละกระทรวง แต่ละ หน่วยงาน แต่ละกรม ทําโครงการเพื่อที่จะมาขอที่สํานักบริหารหนี้ และเพื่อที่จะให้สํานัก บริหารหนี้สาธารณะ แล้วก็สํานักงบประมาณในการอนุมัติแล้วก็พิจารณาโครงการ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะอธิบายว่ามีคณะกรรมการหรืออะไรที่จะในการอนุมัติ โครงการตรงนี้ขึ้นมา แต่จากที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียนในเขตเลือกตั้งของผมที่เปึนปัญหา คาราคาซังมานาน ผมก็จะร้องแล้วก็จะส่งเรื่องผ่านตรงนี้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาโครงการตรงนี้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ เนื่องจากว่าในเขตเลือกตั้งของผมนี่ในเขตอําเภอชุมพลบุรี ท่าตูม แล้วก็รัตนบุรีมีเขตพื้นที่ ที่ติดกับลําแม่น้ํามูล ซึ่งในแต่ละป้ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมซึ่งเปึนฤดูน้ําหลาก และเปึนช่วงเดียวที่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในเขตเลือกตั้งตรงนี้ได้ทํานา ซึ่งการทํานาของ พ่อแม่พี่น้องในเขตนี้จะทํานาป้ละ ๑ ครั้ง ก็คือปลูกข้าวหอมมะลิ ฉะนั้นเองพอน้ําหลากมา ก็ทําให้น้ําท่วม แล้วก็ทําให้พื้นที่เกษตรกรตรงนี้เสียหายในทุก ๆ ป้ แล้วก็ได้รับความ เดือดร้อน ซึ่งเกษตรกรนี้ทุก ๆ ป้ก็แทบจะต้องดําน้ําเกี่ยวข้าวกันในทุก ๆ ป้นะครับ ซึ่งผมก็ ได้รับเรื่องร้องเรียน แล้วก็ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องในเขตพื้นที่ตรงนี้ที่ได้พูดมา ซึ่งผมก็ได้ สอบถามถึงการแก้ปัญหาไปทั้งทางพ่อแม่พี่น้องในเขตเลือกตั้งตรงนี้ แล้วก็ทาง กรมชลประทานที่ดูแลตรงนี้อยู่ ทางกรมชลประทานก็เคยมีแนวคิดที่จะเสนอในการก่อสร้างพนังกั้นน้ําเพื่อปัองกัน น้ําทะลักจากลําแม่น้ํามูลตรงนี้เข้ามานะครับ ซึ่งระยะทางถ้าเอาจริง ๆ ในเขตที่ได้รับ ผลกระทบนี้จากหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือโครงการมูลล่างตรงนี้ก็จากร้อยเอ็ด สุรินทร์ จนถึงศรีสะเกษ ระยะทางก็ ๑๒๐ กิโลเมตรในข้างหนึ่ง ๒ ข้างก็ ๒๔๐ กิโลเมตร ซึ่งเม็ดเงิน ที่ประเมินไว้ก็ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ก็คือทําเปึนพนังกั้นแม่น้ําสูง ๓ เมตร แล้วก็กว้าง ๕ เมตร แล้วก็มีการทําโรงสูบน้ําด้วยกระแสไฟฟัาอีก ๔ จุด ก็ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็แล้วแต่ว่าทางคณะรัฐมนตรีหรือว่าทางผู้ที่จะอนุมัติ งบประมาณที่จะกู้เงินตรงนี้ ถ้าเห็นถึงความสําคัญก็จะลองพิจารณาดูว่าจากเม็ดเงิน ทั้งหมดถ้าท่านจะพิจารณาว่าจะช่วยได้เท่าไร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมนี้ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งตีเปึนพื้นที่ทํานา รวมถึงข้าวที่จะได้รับในแต่ละป้ก็ประมาณ ๒๔ ล้านกิโลกรัม หรือเปึนเงิน ๓๖๐ ล้านบาท ที่พี่น้องจะต้องสูญหายไป ก็ถือว่าเปึน ความเดือดร้อนจริง ๆ ซึ่งถ้าเทียบกับงบประมาณบางเรื่องที่ผมดูในงบประมาณที่อยู่ใน เล่มนี้ อย่างหน้า ๑๔ ที่มีการอาจจะไม่รู้ว่าอนุมัติไปหรือยัง อย่างเรื่องของงานอํานวย ความปลอดภัยของทางหลวง ๓,๓๐๐ ล้านบาท ติดตั้งไฟฟัาแสงสว่างตรงนี้นะครับ แล้วก็ ไฟจราจร แล้วก็ตีเส้น ผมก็ยังคิดว่าถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ยังสําคัญกว่างานติดตั้งไฟนะครับ ถ้าเปึนไปได้ก็จะฝากฝังกับทางท่านนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านก็เคยเปึนอดีตอธิบดีกรมชลประทานนะครับ ท่านก็จะทราบเรื่องนี้ดี แต่ถ้าผมถามที่ในหน่วยงานมาทางเจ้าหน้าที่บอกว่าแผนยังไม่เคยทํามาเลย ดังนั้นเองยัง ไม่เคยมีแผนหรือทํามาเลยก็จะฝากทางท่านด้วย
สุดท้ายนะครับ อยากจะฝากผ่านทางสภาแห่งนี้ถึงพ่อแม่พี่น้องที่รับฟังการ ออกอากาศอยู่ในเขตเลือกตั้งของผมอยู่ ผมก็ทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้เลือกตั้งมาถึงการแก้ปัญหาบางเรื่องที่ผมว่าน่าจะช่วยท่านได้แก้ปัญหาน้ําท่วม ตรงนี้ได้ ก็จะฝากถึงท่านไป แต่ว่าถ้าโครงการที่ผมได้นําเสนอหรือแก้ปัญหาไปแล้ว ถ้าเกิดว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติหรือว่าในการแก้ปัญหา ก็จะฝากว่าผมก็ได้ทําเต็มที่ แต่ว่าถ้าในป้ที่จะถึงนี้ถ้าเกิดปัญหาอีกนะครับ ก็อยากจะฝากทางท่านที่มีอํานาจ ทางท่าน รัฐบาล ทางท่านรัฐมนตรีก็ฝากช่วยพิจารณา ถ้าไม่ทันในโครงการกู้เงินตรงนี้ สุดท้าย ก็ฝากนะครับ สุดท้ายก็ฝากถึงความห่วงใยถึงทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทางท่านธีระ วงศ์สมุทร ก็ได้รับทราบข่าวว่าภรรยาท่านก็กําลังป์วยเปึน มะเร็งตับอยู่ ก็อยากจะให้ภรรยาท่านหายไว ๆ ขอบพระคุณมากครับ