สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

ซูการ์โน มะทา อภิปรายเรื่องการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินนี้ และชี้ให้เห็นว่าหากวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นคล้ายคลึงกับวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 พี่น้องประชาชนต้องประสบปัญหาหนี้สิน

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้อนุญาตให้สภา แล้วก็ได้อนุญาตให้หน่วยงาน ของรัฐโดยเฉพาะสื่อได้มีการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เพื่อ พิจารณาพระราชกําหนดเงินกู้ และผมคิดว่ามีพี่น้องประชาชนที่สนใจที่ติดตามเกี่ยวกับ การอภิปรายพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และร่างพระราชบัญญัติเงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนจํานวนมากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะลงใน รายละเอียดของพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมต้องขอเรียนตามตรง ต่อท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมคนหนึ่งมีความรู้สึกไม่สบายใจมาก ภายหลังจากที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้เรียกเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทําพระราชกําหนดในครั้งนี้มาชี้แจง เราได้รับการยืนยันและทราบว่า เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ ฉบับนั้นเปึนเงินแผ่นดิน ถ้าหากว่าเปึนเงินแผ่นดิน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ ได้เขียนไว้ว่า ถ้าเปึนเงินของแผ่นดินแล้วจะต้องเปึนไปตามกฎหมายอยู่ ๔ ฉบับด้วยกัน ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดในประเด็นนี้ แต่ขอเรียนว่าผมรู้สึกไม่สบายใจในประเด็นนี้ เปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อน สมาชิกที่อยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้และพี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังการ ถ่ายทอดสดการประชุมวันนี้จะต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะวันนี้ประเทศไทย สามารถอยู่อย่างมีเอกราชได้เพราะประชาชนคนไทยไม่ลืมประวัติศาสตร์ของชาติไทย เช่นเดียวกันท่านประธานที่เคารพ นอกจากประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว พี่น้องประชาชน ก็จะต้องไม่ลืมว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจนั้นเคยปรากฏและเคย เกิดขึ้นแล้ว ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายก่อนหน้านี้ แต่ผมขอเรียนผ่าน ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนให้ทราบว่า ในการพิจารณางบประมาณพระราชกําหนดเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่าเงิน จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นพี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคน ไม่แยกคนรวย คนจน ชาวไร่ ชาวนา ตาสี ตาสา หรือนายดํา นายแดง ถ้าหากว่ามาตรการการดําเนินนโยบาย ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ประสบ ความล้มเหลว ผมเกรงว่าประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจรอบ ๒ ของประเทศไทย จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ประวัติศาสตร์ที่พวกเราไม่น่าจะลืม เพราะว่า มันเกิดขึ้นผ่านมาแค่ ๑๐ กว่าป้เท่านั้น นั่นคือวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งป้ ๒๕๔๐ ช่วงนั้น พี่น้องประชาชนทุกคน ๖๓ ล้านคนต้องตกเปึนทาสของสถาบันการเงิน ไอเอ็มเอฟ (IMF) ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ต้องแบกภาระหนี้สินของประเทศที่มีผลมาจากการบริหารผิดพลาด ของรัฐบาลที่ผ่านมา ๖๗,๐๐๐ บาทต่อคนที่จะต้องมาแบกภาระในช่วงนั้น หลายคนที่เปึน พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชนบทรู้สึกไม่สบายใจ เช่นเดียวกันวันนี้ผมลุกขึ้นมาอภิปราย พระราชกําหนดวันนี้ก็ไม่ได้ต้องการที่จะอภิปรายว่าผมไม่เห็นด้วยกับความเร่งด่วนหรือ ความจําเปึนของรัฐบาลต่อการกู้เงิน แต่สิ่งที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ผมต้องการชี้ให้เห็นว่า วิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งนั้นมันส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร และถ้าหากวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งแล้ว พี่น้องประชาชนจะต้อง ประสบกับอะไรนะครับ ท่านประธานที่เคารพ จากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้งนั้น ผมเชื่อว่า มันมีหลักฐานปรากฏชัดต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ติดตามรับฟังการอภิปรายว่า มันเปึนวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดของการบริหารราชการของประเทศ แต่ใน ครั้งนั้นพี่น้องประชาชนก็โชคดีเพราะว่าภายหลังจากเกิดวิกฤติต้มยํากุ้งแล้ว ประเทศไทย ได้มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในป้ ๒๕๔๔ และได้เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศได้ตัดสินใจเลือกผู้นําประเทศของเขาเพื่อมาแก้วิกฤติเศรษฐกิจของเขาให้เขา รอดพ้นจากการตกเปึนทาสของ ไอเอ็มเอฟ ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีว่าการตัดสินใจใน ป้ ๒๕๔๔ นั้นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็ได้มอบความไว้วางใจให้กับอดีต ท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย แล้วก็สามารถใช้ภาวะผู้นํา ความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นําพาประเทศไทย นําพาพี่น้องประชาชนรอดพ้นจากการตกเปึนทาสเศรษฐกิจ หรือเปึนทาสของสถาบัน การเงิน ไอเอ็มเอฟ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายถึงผู้ที่ผมคิดว่ามีบุญคุณต่อพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้ง แต่วันนี้อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ต้องระเหเร่ร่อนด้วยเกมการเมือง ด้วยระบบ ๒ มาตรฐานของประเทศ ไทย แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าวันนี้ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติของอดีต นายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ นั้นยังมีอยู่ และคิดว่าสักวันหนึ่งท่านต้องกลับมากู้วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ สําหรับร่างพระราชกําหนดกู้เงินของรัฐบาล ที่เสนอเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบอนุมัติหรือไม่อนุมัติวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่าผมมีความจําเปึนที่จะต้องตั้งข้อสังเกตเพื่อเปึน ข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ผมไม่เชื่อมั่นว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ของรัฐบาลชุดนี้จะสามารถประสบผลสําเร็จได้ด้วยตัวชี้วัดที่ผม จําเปึนที่จะต้องหยิบยกและอธิบายให้สภาแห่งนี้ทราบว่า ปัญหาที่เราไม่มั่นใจก็คือการ แก้ปัญหาต่าง ๆ ของที่ผ่านมานั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ ๑ ที่ต้องใช้เงินงบประมาณถึง ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านใช้มาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจไม่เปึนไปตามหลักเศรษฐศาสตร์สากล โดยท่านได้ทุ่มให้กับการจัดรัฐสวัสดิการ มากกว่าการไปกระตุ้นการขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ผมจึงไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนผู้ยากจน มีอาชีพในเรื่องของการเกษตรและพืช การเกษตรที่มีปัจจัยหรือมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนคือยางพารา วิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีกับวิกฤติเศรษฐกิจในวันนี้ ก็ใกล้เคียงกัน แต่ในช่วงของรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ราคายางพารานั้นกิโลกรัม มากกว่า ๑๐๐ บาท พี่น้องประชาชนขายขี้ยางหรือที่ภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า ยางขี้ครกนั้น ก็สามารถที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่วันนี้ลักษณะปัญหาของวิกฤติเศรษฐกิจก็เปึน เช่นเดียวกันกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่ราคายางนั้นถูกกว่าเปึนจํานวนมาก และวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้บอกผมว่า ขายยางขี้ครก ๑ กิโลกรัม ไม่สามารถ ที่จะซื้อเคยได้ ขอฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคใต้นั้นยากจน ปัญหาเรื่องยางพารา ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นั้นมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชน อย่ามัวแต่สร้างภาพครับ ลงมือปฏิบัติให้เปึน รูปธรรมด้วยครับ ผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงจะลงไปดูในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราให้กับพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ทุกคน นะครับ ขอบคุณมากครับ