สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ สนับสนุนการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ แต่สงสัยว่าการใช้จ่ายเงินนั้นจะกระทบต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเสนอแนะว่าการกู้ยืมเงินเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอาจจะขัดต่อพระราชบัญญัติเงินคงคลัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการเงินการศึกษา การเก็บเกี่ยวพืชผลของเกษตรกร การป้องกันการระบาดของโรค และการเตรียมการดูแลคนติดโรค

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพทมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเปึนอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์ของชาติที่ได้มีการกู้ยืมเงิน เพื่อที่จะมาใช้ในการบริหารประเทศ ซึ่งทุกท่านเองนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนเอง คงให้ความสําคัญและให้ความสนใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับวันนี้ พระราชกําหนดที่สภาแห่งนี้กําลังพิจารณาอยู่เพื่อให้ความเห็นชอบหลังจากที่ได้ผ่าน คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แล้วก็ได้มีกรอบต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเปึนกรอบ วิธีการที่จะนําเงินงบประมาณมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าการที่ประเทศจําเปึนที่จะต้องหาเงินเพื่อที่จะมาดําเนินการใน เรื่องของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นเปึนเรื่องสําคัญ แต่ขณะเดียวกันนั้นการที่จะดําเนินการ ในเรื่องต่าง ๆ นั้น ต้องคํานึงถึงข้อกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมมีข้อสงสัยทั้ง ๆ ที่เพื่อน สมาชิกเองหลายท่าน รวมถึงการนําเรื่องเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็อนุญาตนะครับว่าเปึนความถูกต้องในการที่จะตราพระราชกําหนดฉบับนี้ขึ้นมา แต่ใน มาตรา ๓ ยังมีความสงสัยว่า ในมาตรา ๓ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีอํานาจกู้เงินบาทในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนําไปใช้ในการดําเนิน มาตรการการฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อน เริ่มดําเนินการ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แล้วก็ได้มีการหยิบยกว่า เอกสารซึ่งเปึนเอกสารเพิ่มเติมที่แทรกมานั้นเปึนกรอบการใช้จ่ายงบประมาณ ส่วนหนึ่ง นั้นก็ยังมีข้อที่ผมยังสงสัยอยู่ครับท่านประธานว่า มันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๙ หรือเปล่า เพราะการกู้เงินนั้นรัฐธรรมนูญให้ครับ ในส่วนของพระราชกําหนดฉบับนี้นั้นให้ แล้วก็ตีความตามศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ส่วนวิธีการใช้นี่แหละครับ มันจะต้องด้วย รัฐธรรมนูญหรือเปล่า ในมาตรา ๑๖๙ นั้น การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทําได้ก็เฉพาะที่ได้ อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ท่านประธาน ครับ ตรงนี้แหละครับ ผมอ่านไม่หมดนะครับ เปึนเรื่องที่จะต้องมาตีความว่าการกําหนด กรอบการใช้จ่ายหลังจากผ่านตรงนี้ไปแล้ว จะสามารถใช้จ่ายโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในส่วนของมาตรา ๑๖๙ หรือเปล่า ผมมีข้อสงสัยไปอีกส่วนหนึ่งนะครับ

อีกส่วนหนึ่งในส่วนของมาตรา ๔ เงินที่ได้จากการกู้ในมาตรา ๓ ให้ นําไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้โดยไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังนะครับ ถามว่าในมาตรา ๔ ยิ่งสงสัยครับว่า ทุกส่วนที่มีการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.บ. เงินคงคลังจะต้องนําเงินกู้หรือเงินที่ใช้จ่ายต่าง ๆ คืนให้กับกระทรวงการคลัง ซึ่งคิดว่าในส่วนนี้ถ้าตราออกมาอย่างนี้เงินเหล่านี้จะไปอยู่ ที่ไหนครับ จะไปอยู่ที่แบงก์ในส่วนของแบงก์ต่าง ๆ หรือเปล่า หรือไปฝากไว้ตามธนาคาร ต่าง ๆ ในส่วนที่ไปกู้เงินเขามา อันนี้เปึนข้อสงสัยนะครับ และในมาตรา ๑๒ นอกจากกรณี ที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติในพระราชกําหนดนี้ ให้นําบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับโดยอนุโลม ท่านประธานครับ ยิ่งดูยิ่งสับสน ครับ เพราะในกฎหมายในมาตรา ๑๒ นี้ มันจะขัดกับพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะหรือเปล่า เพราะในส่วนของมาตรา ๒๑ มันเกี่ยวข้องกับการที่จะกู้เงินหรือ ชดเชยการขาดดุลในส่วนต่าง ๆ ที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงินว่าไม่เกินเท่าไร แต่ผมเข้าใจว่า ขณะนี้มันเกินในวงเงินที่จะไปกู้ต่างประเทศแล้ว ถ้ากู้ต่างประเทศไม่ได้ ก็ต้องมากู้ใน ประเทศ แต่การกู้ในประเทศนั้น ท่านประธาน มันจะไปขัดต่อมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ หรือเปล่า มาตรา ๒๒ เขาบอกว่า การกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้ เมื่อมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องใช้ เปึนเงินตราต่างประเทศ หรือจําเปึนต้องกู้เพื่อสร้างเสริมความมั่นคงทางการเงินของ ประเทศ โดยให้กระทรวงการคลังเปึนผู้กู้นะครับ อันนี้เงินในส่วนนี้กู้ต่างประเทศนั้นตัดไปแล้วครับ เพราะเพดานมันยันหมดแล้ว ขณะนี้เหลืออย่างเดียวครับในมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓ เขาบอกว่า ในการกู้เงินตามมาตรา ๒๒ ถ้าภาวะตลาดการเงินในประเทศเอื้ออํานวยและ จะเปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการเงินการคลังและตลาดทุน กระทรวงการคลังได้ อนุมัติคณะรัฐมนตรีอาจกู้เปึนเงินบาทแทนการกู้เงินต่างประเทศได้ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลมั่นใจหรือเปล่าว่าสถานะความมั่นคงของตลาดการเงินในประเทศซึ่งเขาบอก ว่าจะไปกู้เงินออกพันธบัตร แล้วก็ไปดูดซับเงินจากพี่น้องประชาชนซึ่งมีเงินเหลืออยู่ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของระบบในประเทศ พอเอาตัวนี้ใส่เข้าไปปุ็บ นะครับ เงินมันก็จะถูกดูดซับไป ผมถามว่าวันนี้เงินที่จะกู้นั้นมีปัญหา เพราะว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจนั้นวันนี้รัฐบาลใช้จ่ายเงินตั้งแต่จุดแรกครับ ตั้งแต่เงินงบกลางที่ใช้ไป ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็บอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจเบื้องต้น เอาไปใช้จ่าย ๒,๐๐๐ บาท แจกไปครับ แล้วสุดท้ายก็บอกว่า เอามาซื้อเครื่องแบบนักเรียน เอาไปใช้จ่ายในเรื่องของ กลุ่มคนชราต่าง ๆ ซึ่งผมว่าในส่วนนั้นก็ใช้ไปแล้ว แต่ขณะนี้มันมีปัญหาว่าสภาพคล่อง ในประเทศจะเหลืออยู่หรือเปล่า ถ้าไม่เหลือมันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าครับ เขายืนยัน ได้หรือเปล่าครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลชุดนี้ได้กรุณายืนยันในส่วนนี้เพื่อที่จะแสดงให้เห็น ความมั่นใจในการพิจารณาพระราชกําหนดฉบับนี้กับสภาแห่งนี้ แล้วยังจะต้องไปให้ ความเห็นชอบในการที่จะใช้จ่ายเงินในส่วนของรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ว. อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งนี้นั้นเปึนสิ่งที่จะต้องทํา แต่วันนี้ผมขออนุญาตว่า ประเทศของเราอยู่ในยามยากจริง ๆ ครับ คนตกงานว่างงานเปึนจํานวนมาก ผมได้สถิติ มานะครับในส่วนของการล้มละลายจากหน่วยงานการจดทะเบียนนิติบุคคล ยกเลิกและ การล้มละลาย ท่านเชื่อไหมครับว่า ในส่วนตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๑ ปลายป้ ๒๕๕๒ มีสถิติ ของการล้มละลายสูงขึ้นตลอด แล้วก็สูงขึ้นเปึนรายเดือน เช่น ในการจดทะเบียนการ ล้มละลายในป้ ๒๕๕๒ ณ วันนี้เดือนเมษายนล้มละลายไป ๗,๓๑๔ ราย คือในส่วนนี้มี ส่วนของการยกเลิกการจดทะเบียนอยู่ด้วย และยังมองเห็นว่าส่วนเงินต่าง ๆ ที่จะเพิ่มมาก ขึ้นทั้งในภูมิภาคและต่างจังหวัดนั้นเริ่มมีปัญหา ที่ผมบอกอย่างนี้ เนื่องจากว่าผลที่สํารวจ ออกมาคนตกงานว่างงานถึงแม้ว่ารัฐบาลพยายามบอกว่า โครงการต่าง ๆ ที่นําร่องลงไป ไม่ว่าเปึนต้นกล้าอาชีพที่บอกว่าทําแล้วคนจะตกงานว่างงานลดน้อยลงไป แต่ตัวเลขนั้น มันยังอยู่ที่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ถึง ๑.๔ ล้านคน เนื่องจากอะไรครับ ผมชี้ให้เห็น ว่าตัวเลขดังกล่าวเปึนตัวเลขที่ผมได้มาจากการส่งรายงานของคนตกงานว่างงานของ คณะกรรมการจัดหางาน ซึ่งมีตัวเลขที่เขาบอกว่ามีคนว่างงานในขณะนี้ทั้งที่จบที่ไม่เคย ทํางานเลยนี่อยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็ยังมีคนที่ทํางานมาแล้วว่างงานอีกจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ยังมีกลุ่มพี่น้องเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตต่าง ๆ กลุ่มผู้ให้บริการ ย่อมแสดงให้เห็นว่าในลักษณะของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเกิดปัญหาแน่นอน ท่านประธานครับ เขายังพูดต่อไปว่า แนวโน้มการเลิกจ้างงานในเดือนมกราคมถึงเดือน พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เขาบอกว่าอันดับแรก ๆ นะครับ ประเภท กิจการที่มีการเลิกจ้าง ๕ อันดับ ได้แก่ การผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย ฟอกหนังนะครับ รองเท้า การผลิตยานยนต์ อุปกรณ์ขนส่ง และการผลิต เครื่องจักรสาน การผลิตเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ อันนี้คือ ๕ อันดับ ที่ผมกล่าวมานี้คือ ๕ อันดับที่มีปัญหา แล้วกําลังที่จะมีแนวโน้มเลิกจ้างเพิ่มขึ้นอีก เช่น ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ โลหะ อโลหะ เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ เครื่องจักรยนต์ ผลิตยานยนต์ขนส่ง และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากที่มีอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่บ่งบอกว่า การใช้จ่ายเงินนั้นมีความรู้สึกตรงกันว่าอะไรควร อะไรไม่ควรที่จะนําเม็ดเงินในกระเปิา ของตัวเองนั้นมาใช้จ่าย แต่รัฐบาลบอกว่าสร้างความเชื่อมั่น ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าวันนี้เปึนเรื่องแปลกครับ เมื่อวันศุกร์ตลาดหลักทรัพย์ ๒ สัปดาห์ผ่านมานี่ บวกหมดครับ เปึนเรื่องแปลกครับ หรือเขาบอกว่าพักกระดานไว้ก่อน พักเล่นหุ้นไว้ก่อน มาฟังอภิปราย หรือเปล่าไม่ทราบ ไม่แน่ใจ แต่ลบ ๑๖ จุดครับ ลบ ๑๖ จุด ซื้อขายอยู่ในทั้งหมด ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเรื่องแปลกครับ เรื่องนี้ก็คงเปึนเรื่องที่จะต้องลงมาดูครับว่าอะไร มันเกิดขึ้น ผมดูในรายละเอียดแล้วนี่ ปรากฏว่ารัฐบาลไปลงทุนกับเรื่องที่หนัก ๆ ทั้งนั้น ตอนแรกก็บอกว่าต้องเอาเงินไปฟุ๋นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหา แต่มาดูเข้าแล้วนี่ กลายเปึนว่าไปจัดทําระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเปึนสายสีแดง สีน้ําเงิน สีชมพู สีน้ําตาล สารพัดสี สีม่วง สีเขียว ก็ดีครับ ซึ่งเปึนโครงการที่ต่อยอดจากสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมไม่เถียงหรอกครับ เพราะว่าเปึนโครงการที่เรียกขึ้นมาแล้วสามารถใส่ลงไปได้ แต่สถานการณ์อย่างนี้การลงทุนในการเอาเงิน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ ส่วนหนึ่งที่งบดุลไม่ลงตัวเหลืออยู่ ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วบอกว่ามาลงทุนเหล่านี้ ผมมองว่ามันเปึนเรื่องไม่น่าเชื่อ แล้วก็ยังมองว่าส่วนของรถที่ไปซื้อนี่ครับนําเข้าจาก ต่างประเทศทั้งนั้น ทําไมรัฐบาลเองไม่คิดที่จะเอาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ําตาม ฤดูกาลติดต่อล่วงหน้า ไม่มีการทํา บาร์เตอร์ เทรด (Barter trade : การค้าแบบ แลกเปลี่ยน) ไม่มีการทําระบบ จีทูจี (G to G) ระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่มีการพูดคุยกันหรือ อย่างไรครับว่ากระทรวงพาณิชย์ทราบมาว่ารัฐบาลชุดนี้เองอาจจะมีปัญหากับพรรคร่วม รัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ก็คงไม่อยากให้ประเทศชาติโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคน ไทยเปึนหนี้มาก โดยรัฐบาลเองไม่ได้ดูแลกระบวนการเหล่านี้เสียก่อนที่จะมานําเม็ดเงิน งบประมาณนั้นมาลงสู่การดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วสิ่งหนึ่งนั้นมันส่อเค้าตั้งแต่ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ซึ่งบอกแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้องโปร่งใส ต้องดูแลให้ดี แต่การกระทํานั้นดูเสมือนว่าการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ได้หยุดยั้งครับ ก็มีการโยน ประเด็นไปต่าง ๆ ให้สภาพัฒน์ลงไปดู ผมเชื่อว่าสภาพัฒน์ก็คงจะออกลูกคล้ายคลึงกัน ก็คงจะจัดซื้อหรือจัดหา สิ่งหนึ่งเรื่องถนนไร้ฝุ์น ผมเห็นด้วยนะครับ ชนบทต้องมี แต่การ แบ่งแยกนํามาคล้าย ๆ กับความคิด เขาบอกว่าของรัฐบาลประชาชนเขาชื่นชมครับ แต่ละ รายจังหวัดมีงบประมาณไปลงเยอะมากเลย แต่ ส.ส. ในส่วนของป้กฝ์ายค้านก็ถูก ประชาชนถามครับบอกว่า เอ๊ะทําไมโครงการต่าง ๆ จังหวัดนี้ใกล้เคียงกับจังหวัดนี้ทําไม มันไม่ได้ หรือเขตพื้นที่มันติดกัน มีความสําคัญที่ต่างกัน แม้กระทั่งแหล่งน้ําต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้พี่น้องเกษตรกรเองนะครับ ดีนะครับ โชคดี ฝนฟัามันตก ถ้าฝนไม่ตกนี่ ป์านนี้ยัง แล้งอยู่ ร่องน้ํา แหล่งน้ําต่าง ๆ ลุ่มน้ําต่าง ๆ ไปดูหรือเปล่า ถ้าดูแล้วก็จัดให้ดีครับ ให้เหมาะสมกับคนที่เขาจะดําเนินการในเรื่องของการเพาะปลูก ท่านประธานครับ ผมมอง สิ่งหนึ่งพอดีท่านนายกรัฐมนตรีเองนั่งอยู่นะครับ หนังสือเล่มนี้ สนข. (สํานักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร) เขาทําขึ้นมา รถไฟอยากจะได้ครับ แต่การศึกษาคล้ายกับว่า เหมือนกับว่าดูอะไรไปแล้วก็ทําไปตามส่วน ไม่ลงดินก็ใต้ดิน หรือในอากาศ วิ่งไปตามแนวถนน ไม่เคยคิดนอกกรอบเลย ท่านประธานครับ การประหยัดงบประมาณเปึนเรื่องสําคัญ สิ่งหนึ่งวันนี้ผมถามว่าทําไม ไม่เอาแนวคลองแสนแสบ นี่ผมยกตัวอย่างให้นะครับ คลองแสนแสบจากถนนสุขุมวิท วิ่งออกนานา รถลอดใต้ดินแล้ววิ่งออกคลองแสนแสบ สองข้างทางทั้งถนนสุขุมวิทกับในส่วน ของถนนเพชรบุรีตัดใหม่ลงวิ่งผ่านหน้ารามซึ่งรถติดมากนะครับ กับอีกฝัืงหนึ่งก็คือถนน ลาดพร้าววิ่งออกรามคําแหง เสรีไทย ท่านได้กี่ถนนครับ ออกหนองจอก ออกมีนบุรีได้ ๒ ข้าง นี่คือตัวอย่าง แนวรถอย่างนี้ทําไมไม่ทํา แต่ทําออกไปเปึน ๒ ข้าง ทําออกเปึน ๒ ข้างก็ ๒ สาย แทนที่จะเอาลงไปข้างใต้แล้วก็มีการพัฒนาในเรื่องของที่ดินอสังหาริมทรัพย์ ริมคลอง นี่คือตัวอย่างนะครับ แต่ทําไมรัฐบาลชุดนี้คิดแต่ว่าจะลอกดึงออกมาแล้วก็มาใส่ หรือเห็นว่าสิ่งที่กระทําไปขณะนั้นเหมาะสม แต่วันนี้มันคนละส่วนนะครับ ท่านต้องคิด ก่อนว่าขณะนี้นั้นเม็ดเงินงบประมาณเรากู้มา ถ้าเราไม่กู้เรามีเงินเราจะเอาใจเขาเราทําได้

ท่านประธานครับ เรื่องการศึกษาใช้เงินไปเท่าไรครับ ๕๓,๒๗๐ ล้านบาท ดูตั้งแต่เครื่องแบบนักเรียน เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกก็จะมาพูดต่อครับ จัดซื้อจนเกิดปัญหา หนังสือเรียนเสียหายมากครับในการจัดซื้อ ไม่รู้ว่ามีการพิมพ์กันโรงพิมพ์ที่ไหน พิมพ์มา ท่านประธานทราบไหมครับว่ากระดาษที่ติดหน้าปกของหนังสือยังหลุดเลยครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งบ่งบอกครับว่ามีการเตรียมการอย่างไรหรือเปล่า นมโรงเรียนที่เปึนเรื่อง อื้อฉาววันนี้เงียบไปแล้วครับ หรือจะมีการเตรียมการอะไรอีกล่ะครับในเรื่องต่าง ๆ แม้กระทั่งบอกว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ ทุกวันนี้ไปถามดูสิครับว่าพี่น้องประชาชนพ่อแม่เก็บเงิน ต้องไปจ่ายเงินครับ ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท ตามหมวดวิชาที่เขาสามารถเรียกเก็บได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านอย่าไปประกาศเลยครับว่าเรียนฟรี มันไม่ได้ฟรีจริง แล้วมัน เกิดปัญหากับผู้เรียน แล้วเกิดปัญหากับครูบาอาจารย์ต้องมานั่งชี้แจง รวมถึงใบเสร็จ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา มันเปึนปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้พูดไปแล้วไม่ตรงกับความเปึนจริง สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้นะครับ พืชไร่ราคาตกต่ํา ผมเรียนชี้แจงว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านทราบไหม ครับว่าทําไมมันตกต่ํา ก็ท่านเล่นไปประกันราคาส่วนหนึ่งและไปเอารายชื่อต่าง ๆ ของ พี่น้องเกษตรกรที่ไม่จริงคือมีพวกเอามาใส่ พอราคาจะปล่อยไปจริง ยกตัวอย่าง มันสําปะหลัง แถวส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านชลบุรีลงไประยองเขามาร้องเรียนบอก ว่าเอารายชื่อมาลงก่อน พอส่งไปถึงเขาบอกว่าเต็มแล้วครับ ก็บีบราคาตกต่ําลงมา แล้วท้ายที่สุดราคาที่ได้ไปนั้นก็เปึนราคาที่ต่ํา เพราะรับซื้อแล้วมันเก็บเกี่ยวมาหมดแล้ว พืชผลคล้ายกันครับ ทุกอย่าง มีสต็อกการเก็บในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ อยากจะให้ลงไปดูว่า จะแก้ไขได้อย่างไร ท่านไม่ต้องมาบอกหรอกครับว่าขณะนี้การท่องเที่ยวที่ท่านบอกว่า กําลังมีปัญหา และก็ท่านมักจะกล่าวเสมอครับว่าเกิดขึ้นเพราะว่าทางการเมือง เกิดขึ้น เพราะว่าสมัยชุมนุมวันที่ ๘ นะครับ วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ ท่านอย่าโกหกสิครับ วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ มันเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นมันก่อนหน้าครับ เพราะความเชื่อมั่นนั้นมันเกิดตั้งแต่สมัยป่ดสนามบิน ท่านอย่ามาบอกครับเพราะผม สอบถามการท่องเที่ยว สอบถามอะไรแล้ว มันไม่จริงครับ สิ่งหนึ่งนั้นท่านกําลังทําให้เกิด ความไม่เปึนมาตรฐานในเรื่องต่าง ๆ แล้วสิ่งนี้จะทําให้ขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะ ในเรื่องของที่ท่านบอกเสมอครับบอกว่า การลงทุนในประเทศนั้นต้องได้รับการตอบสนอง จากทางการเมือง แต่วันนี้การเมืองดูเหมือนตอบสนองท่าน แต่การทํางานวันนี้รัฐบาลเอง ก็ไม่ได้ดูแลสิ่งต่าง ๆ ที่น่าจะดําเนินการได้ กลุ่ม เอสเอ็มอี ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย กําลังจะล่ม สลาย ท่านไปดูครับ กลุ่มเหล่านี้ถ้าคูณด้วยจํานวนคนต่อ ๑ หน่วยนะครับ ๑ โรงงานหรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คูณด้วย ๑๐ หรือ ๒๐ ถ้าคูณด้วย ๑๐ ก็เท่ากับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน อาจจะ ตกงานว่างงานภายใน ๘ เดือน ท่านไปดูเถอะครับ เพราะว่าคนเหล่านี้มีการลงทุน ตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐ ล้านบาท แต่เราไม่เคยลงไปดูแลเขาเลย ที่ผมอ่านให้ฟัง ที่เมื่อสักครู่นี้ครับ ------------ ทั้งหมดนี้อยู่ในส่วนของกลุ่มที่กําลังจะล้มละลาย และจะป่ดโรงงาน ถ้ากลุ่มเหล่านี้เปึน กลุ่มที่จะเพิ่มเงินตราต่าง ๆ เพราะเงินบาทตอนนี้แข็ง ท่านจะซื้อรถจักร หัวรถจักรต่าง ๆ ซื้อในตอนนี้แหละครับ แต่ท่านไม่ได้คํานึงถึงการส่งออกว่าเงินบาทแข็งตัวเกินไปนั้นการ ส่งออกจะทําอย่างไร ตรงนี้ เอสเอ็มอี มีปัญหา ถ้าเงินที่ท่านขอมายังไม่ได้ลงไปให้เขา ผมไม่มีทุกรายการในส่วนของการที่จะช่วยแก้ไขในประเด็นนี้

ท่านประธานครับ มีอีกส่วนหนึ่งซึ่งวันนี้กระทรวงสาธารณสุข ผมจริง ๆ ไม่อยากจะพูดกระทรวงนี้ เพราะว่าเคยไปทํางานอยู่ตรงนั้น แต่เขาบอกให้พูดให้หน่อย หนึ่ง เพราะเจ้าหน้าที่เขาทนความอึดอัดไม่ได้ ที่ไม่ได้เพราะว่ามีการป่ดบังโครงการ เยอะแยะมากมายในเรื่องการขอเงิน การจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ วันนี้ รายการต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เปึนการลงทุนเอาเงินกู้ในประเทศแล้วไปซื้อต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขเปึนกระทรวงหนึ่งที่ต้องซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ แต่ให้พิจารณาให้ดี ก่อนครับว่า จําเปึนไหมในยามนี้ แล้วถ้าจะเพิ่มจริง ๆ ดูความเหมาะสมให้เต็มที่ครับ เขาติงมานะครับ ทั้ง ๆ ที่ระบบในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ยังขาดอยู่เยอะ เงิน ต่าง ๆ ที่จะไปช่วยเหลือเขาในเรื่องอัตรากรอบกําลังแก้ไขให้เขาหรือยัง บรรจุได้หรือยังใน ส่วนต่าง ๆ รวมถึงอย่าป่ดบังครับว่า หวัด ๒๐๐๙ นี่ผมเมื่อวานซืนมาพูดบอกว่า มี ๑๖๙ ราย วันนี้มี ๒๐๐ กว่ารายแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่ามันมีส่วนที่จะ เพิ่มขึ้นมา แต่วันแรกทําไมไม่บอกละครับว่าคนโน้นติด บอกชื่อนาย ก นาย ข นาย ค สิ่งที่ท่านบอกนี่มันเปึนเรื่องที่ประชาชนต้องทราบ เขาจะได้ระวังตัวว่ามีจํานวนคนที่ติด เยอะ แล้วก็บอกอย่างเดียวครับว่าโรคเหล่านี้ ดันไปบอกเขาบอกว่าเปึนได้หายได้ ไม่ตาย และต่างประเทศที่มันตายกัน เมื่อวานนี้ วันนี้ก็ตาย ท่านมั่นใจหรือครับ แล้วถ้าเกิด มันตายขึ้นมาในประเทศนี่ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบหรือเปล่า ผมเห็นท่านรัฐมนตรี วิทยา แก้วภราดัย บอกว่า แล้วจะให้รับผิดชอบอย่างไร ก็รับผิดชอบชีวิตเขาแหละครับ เพราะเราไม่มีการเตรียมการที่ดี กลัวเปึนห่วงในเรื่องของการท่องเที่ยว ท้ายที่สุดคนที่มา ท่องเที่ยวในประเทศติดหวัดออกไปนอกประเทศจึงมีปัญหา ท่านไม่เคยบอกเลยบอกว่า เตรียมปัองกันอย่างไร เตรียมดูแลคนเหล่านี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ในการปัองกันไม่ให้ โรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย มีอย่างเดียวครับจะไปซื้อเครื่องสแกน คน ๖๔ ล้านคนนี่ ท่านสแกนได้หมดหรือเปล่า มันเปึนปัญหานะครับ และท่านเคยใช้ อสม. อสส. ลงไปดู หรือเปล่า ท่านบอกว่าพยักหน้าว่าใช้ แต่ผมเห็นว่าเพิ่งจะใช้ ผมไปสอบถามทางกระทรวง นะครับ กระทรวงสาธารณสุข ไปสอบถามทางจังหวัด ไปสอบถามทางกลุ่มงาน กระทรวงศึกษาธิการ พอมีเรื่องมีปัญหาแล้วค่อยมาพูด ค่อยมาแนะนํา เช่น ยกตัวอย่าง นะครับ ชิคุนกุนยา พี่สมคิด บาลไธสง ท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เขาบอก ในสภา รัฐมนตรีเองบอกว่ายังไม่เคยได้ยิน สิ่งเหล่านี้มันเปึนไปได้หรือครับบอกว่าไม่เคย ได้ยิน จนกระทั่งมันแพร่ระบาดเต็มไปทางภาคใต้ แล้วก็ติดออกไปสู่หญิงที่มีครรภ์ ลงไปสู่ เด็ก อันตรายไหมครับ สิ่งนี้มันไม่ควรที่จะมาป่ดบัง สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเองนะครับเปึนห่วง อีกอันหนึ่งซึ่งน่ากลัวมากครับ วันก่อนท่านขึ้นภาษี พ.ร.ก. ในเรื่องของภาษีสรรพสามิต ท่านทราบไหมครับว่าราคาน้ํามันวันนี้มันอยู่ที่ไหนครับ ตัวเลขจริง ๆ เบนซิน ๙๕ ผมยกตัวอย่างนะครับ ที่โรงกลั่น ๑๗ บาท ราคาที่โรงกลั่น ๑๗ บาท ท่านฟังให้ดีนะครับ ท่านไปเก็บสรรพสามิตที่ท่านบอกว่าให้เพดานจาก ๕ เปึน ๑๐ บาท นี่ ๗ บาท ท่านไปเก็บ ภาษีเทศบาลอีก ๗๐ สตางค์ กองทุนน้ํามันอีก ๕ บาท ๒๐ สตางค์ กองทุนอุดหนุน พลังงานอีก ๗๕ สตางค์ มูลค่าเพิ่มนะครับอีก ๒ บาท ๑๕ สตางค์นะครับ บวกเข้าไปแล้วนี่ค่าการตลาดอีก ๕ บาท ๗๔ สตางค์นะครับ เอาเปึนว่าเรื่องภาษีอย่างเดียว ๑๕ บาท ๘ สตางค์ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ๑๕ บาท ๘ สตางค์นี่จากต้นทุน ๑๗ บาทนี่ เจ๊งแล้วครับคนบริโภค นักเรียนต่างจังหวัดเขาวิ่งไปกลับนี่เติมน้ํามันครับ วิ่งไป ๑๐ กิโลเมตร กลับ ๑๐ กิโลเมตร เติมน้ํามันไป ๒ ลิตรนี่ เสียไหมครับมอเตอร์ไซค์ ๑๕ บาท ๘ สตางค์ แล้วท่านดูดีเซลก็คล้ายกันครับ ภาษีเข้าไป ๘ บาทนะครับ ภาษีเข้าไป ๘ บาท ต้นทุน จริง ๆ ๑๖ บาท แล้วถามว่าเงินกองทุนที่เอามานี่ กองทุนน้ํามันไปสนับสนุนอะไรครับ ไม่เคยใช้ตรงนี้เลยครับ เอาไปสนับสนุนในเรื่องของ แอลพีจี (LPG) แล้วท่านประธานครับ แอลพีจี นี่นะครับเปึนต้นทุนตัวหนึ่ง แล้วก็มีการส่งออก มีการนําเม็ดเงินตรงนี้ไปใช้เรื่อง อะไรครับ แอลพีจี เขาบอกว่าไปทําในเรื่องของครัวเรือน ครัวเรือนใช้แค่ป้ ๒๕๕๑ นะครับ ใช้ไปแค่ ๒,๑๒๔ ตัน ไปอุตสาหกรรมเสีย ๖๕๘ ตัน เปึนรถยนต์ ๗๗๖ ตัน เปึนอุตสาหกรรมป่โตรเคมีอีก ๙๐๓ ตัน ใช้เองอีก ๓๒๘ ตัน ไปส่งออกอีกเปึนร้อย ๒๗๘ ตัน ถามว่าเหล่านี้มีการไปดูและควบคุมหรือเปล่า ท่านไปเก็บกองทุนน้ํามันแต่ไป อุดหนุน แอลพีจี มันคนละเรื่องกันเลยครับ อย่างนี้ประชาชนเขาถึงมองบอกว่า เอ๊ะ และ กองทุนนี้มันช่วยตรึงราคาจริงหรือเปล่า มันไม่ได้แทรกแซงครับ รายงานฉบับนี้เปึน สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย เสนอโดยคณะกรรมาธิการพลังงาน วันที่ ๑๐ มิถุนายน ยังหมาด ๆ อยู่นะครับ ราคาที่ผมมาเสนอที่บอกถึงต้นทุนราคานี่เปึนน้ํามันดิบ ที่ราคา ๕๙ เหรียญต่อบาร์เรล แต่สิ่งหนึ่งในรัฐบาลชุดทักษิณนี่ราคาน้ํามันอยู่ที่ ๑๔๗ เขาไม่เก็บครับ เบนซินอยู่ที่ ๔๙ นะครับ ภาษี ๗๔ อย่างอื่นไม่เก็บแล้วครับ แต่วันนี้น้ํามัน อยู่ที่ ๗๒ เบนซินอยู่ที่ ๓๙ บาท ๔๔ สตางค์ ภาษี ๑๕ บาท ๘ สตางค์ ดีเซลสมัยรัฐบาล ท่านทักษิณ ชินวัตร ๔๕ บาท ๕๐ สตางค์ เก็บภาษี ๓ บาท ของท่านนี่ ๒๗ บาท ๗๙ สตางค์ เก็บภาษี ๘ บาท แล้วถามว่ามันจะไปรอดหรือ ท่านไปส่งตัวเลขจากการ จัดเก็บจนกระทั่งเกิดปัญหา แล้วปัญหาวันนี้มันกระทบกับผู้บริโภคเพราะต้นทุนมันสูง อีกทางหนึ่งท่านไปเก็บแล้วท่านก็ไปแจกประชานิยม ประชาสังคม คนรับกระเปิาซ้ายไป จ่ายกระเปิาขวา ซ้ายนี่รับน้อยแต่จ่ายขวาหนัก มันคุ้มกันหรือครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ สิ่งหนึ่งงบประมาณวันนี้ราคาต้นทุนเมื่อมันสูงนี่ทั้งค่าเคที่จะต้องจ่าย ทั้งเงินงบประมาณ ที่จะต้องตั้งสูงขึ้น แต่เงินที่เอาไปทําจริง ๆ แล้วนี่ครับมันก็มีปัญหาอยู่ตลอด ฉะนั้นผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีปัญหาถึงแม้ว่าจะให้เงินผ่าน วันนี้ รัฐบาลมั่นใจหรือเปล่าว่าจะใช้เงินได้ มันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าส่วนหนึ่ง และสิ่งที่ ผมได้นําเรียนทั้งในเรื่องของการใช้จ่ายเงินนั้นท่านดูให้ดีครับ ใช้เต็มที่หรือเปล่า มีการ ติดต่อการค้าแลกเปลี่ยนของหรือเปล่า แล้วก็เรื่องน้ํามันนี่ท่านอย่าทําให้คนไทยมี ความรู้สึกที่ไม่ดีเลยครับว่าไปเก็บเงินเขาเสียจนเขาทนไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ