สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างงานและอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และยืนยันว่าแนวทางในการลดกำลังพลและปรับระบบงบประมาณเป็นแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ตอบท่านสมาชิกนะครับ เพราะมี สมาชิกที่อภิปรายถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒ ท่านติดต่อกัน เรียนสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ

ประเด็นแรก เรื่องขององค์กร ความจริงผมเคยตอบกระทู้ท่านสมาชิกที่เพิ่ง อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ว่าแนวคิดเรื่องของการปรับองค์กรนั้นยังมีอยู่ แล้วก็สิ่งที่รัฐบาล ได้ทําในช่วงของสมัยประชุมที่ผ่านมา เนื่องจากประเมินว่าการผ่านกฎหมายยังขาดความ พร้อมอยู่ ก็จึงได้มีการตั้งคณะรัฐมนตรีที่มาดูแลในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนการเฉพาะ แล้วก็จัดทําแผนในเรื่องของการพัฒนาขึ้นมา ซึ่งก็เปึนที่มาของฐานของ โครงการทั้งหลาย ซึ่งบรรจุอยู่ในงบประมาณประจําป้ และในส่วนของ พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งมา ขอความเห็นชอบจากสภาในวันนี้ เรียนให้ทราบว่าล่าสุดผมก็ได้เชิญทางฝ์ายความมั่นคง มาพูดคุยอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ยืนยันว่าในสิ่งที่ทางฝ์ายความมั่นคงขอไปศึกษาในเรื่องของ โครงสร้างใหม่มันมีความจําเปึนเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะได้เร่งรัดในเรื่องนี้ นะครับ โดยในขณะนี้ก็ให้ทางคณะกรรมการรัฐมนตรีที่มาดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทํางานในด้านของการบูรณาการ แล้วก็จะขยายในแง่ของขอบเขตของงานนอกเหนือ ไปจากเรื่องของโครงการพัฒนา ไปประสานงานกับฝ์ายความมั่นคงมากขึ้นก่อนจะปูทาง ไปสู่การมีองค์กรตามที่ได้มีการแถลงเปึนนโยบายเอาไว้ อันนั้นคือเรื่องขององค์กร ซึ่งความจริงผมเคยชี้แจงไปแล้วในช่วงสมัยประชุมที่แล้ว

สําหรับประเด็นงบประมาณก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า จริงอยู่ ที่ผ่านมามีการทุ่มงบประมาณไปมาก แล้วเราก็ได้รับเสียงสะท้อนกลับมาว่างบประมาณ เหล่านั้นไปไม่ถึงประชาชน หรือตรงกับความต้องการของประชาชนเท่าที่ควร ในการจัดทํา แผนครั้งนี้จึงเปึนเหตุผลว่าทําไมเราไปเริ่มต้นที่ตัวคณะรัฐมนตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องของการที่ปล่อยให้แต่ละหน่วยราชการดําเนินการตามปกติ แล้วก็ครั้งนี้จะตั้ง โจทย์ตั้งแต่เรื่องที่ว่าเราจะเพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ขึ้นมาทัดเทียมกับที่อื่น ในประเทศไทยเปึนเปัาหมาย ตั้งเปัาว่าจะต้องมีการสร้างงาน สร้างอาชีพให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ได้กี่คน เพราะฉะนั้นได้กําชับกันมากครับว่าการจัดงบประมาณซึ่งเปึน งบประมาณประจําป้ก็ดี หรือเงินกู้ก็ดีลงไปครั้งนี้จะต้องสอดคล้องกับเปัาหมายที่กําหนด ไปจากฝ์ายการเมืองร่วมกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง ถามว่าทําไม กอ.รมน. จึงยังมี บทบาทค่อนข้างมาก ก็อยากจะเรียนชี้แจงว่า

ประการแรก กอ.รมน. นั้นที่จริงแล้วไม่ใช่ข้าราชการฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง แต่เปึนรูปแบบของการบูรณาการในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ท่านสมาชิกอาจจะนึกออกว่าช่วงที่มี การเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ศอ.บต. ครั้งที่แล้ว คือสมัย คมช. ที่ในที่สุดไม่สามารถ ผ่านออกมาได้ เพราะไปเกิดความซ้ําซ้อนกับกฎหมายความมั่นคงซึ่งเปึนที่มาของ กอ.รมน. นั่นเอง ซึ่งมีแนวคิดในลักษณะการบูรณาการเหมือนกันแต่มีความแตกต่างกันใน สาระสําคัญซึ่งเราต้องปรับในส่วนของการตั้งสํานักงานหรือองค์กรพิเศษขึ้นมาที่ว่าต่อไป

ประการที่ ๒ ต้องยอมรับครับว่า การจัดทํางบประมาณหรือการเข้าไป พัฒนานั้นฝ์ายความมั่นคงคงต้องเข้าไปมีบทบาทด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วจะมีปัญหา สําหรับหลายหน่วยงานในการที่จะเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ฝ์ายความมั่นคงจะต้อง เข้าไปช่วยอํานวยการให้สามารถที่จะเข้าไปถึงพี่น้องประชาชน ทั้งรับฟังความคิดเห็น ทั้งเป่ดโอกาสให้มีส่วนร่วมแล้วก็ดําเนินการในการพัฒนา เพราะฉะนั้นนี่คือแนวทางที่เรา จะแก้ไขและขอยืนยันนะครับ ผมก็ได้เคยเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก มาแล้วว่าผมจะวัดความสําเร็จของงานด้วยความสามารถของเราในการที่จะลดกําลังพล ในการที่เราจะสามารถปรับระบบเรื่องงบประมาณต่าง ๆ เข้ามาสู่ภาวะปกติได้มากที่สุด ไม่ได้คิดว่าการเพิ่มคนเพิ่มเงินไปไม่รู้จบจะเปึนแนวทางการแก้ปัญหา อันนี้ผมขอยืนยันว่า เปึนแนวทางที่เราจะดําเนินการต่อไป

สุดท้ายครับ ก็อยากจะกราบเรียนนอย่างนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมเชื่อครับว่าไม่มีใครมีความสบายใจกับสภาพที่เปึนอยู่ แต่ขอ ยืนยันว่าท่านต้องให้ความเปึนธรรมกับการปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงนี้ เพราะว่าจะเปึน เรื่องของงบประมาณหรืออะไรก็ดีต้องยอมรับนะครับว่า ขณะนี้คือเรามาบริหารจัดการ ยังไม่ใช่ภายใต้งบประมาณก้อนใหม่ที่มีการกําหนดยุทธศาสตร์ลงไป นอกจากนั้นแล้ว นโยบายที่ผมได้ยืนยันในการปรับเปลี่ยนก็คือ การเอาการพัฒนาเปึนตัวนํา ซึ่งมันจะ เริ่มต้นได้ความจริงก็คือเงินก้อนแรกจริง ๆ ก็คือก้อนนี้ครับที่ท่านจะต้องอนุมัติเพื่อที่จะให้ สามารถดําเนินการได้มิฉะนั้นก็ยังดําเนินการไม่ได้ ก็ยังไม่ได้มีการเริ่มต้นอย่างแท้จริง แต่ผมยืนยันว่าเราจะไม่หวนกลับไปใช้นโยบายที่ใช้ความรุนแรง และผมรู้ว่าการที่จะ ยึดมั่นในแนวทางนี้จะต้องถูกบางฝ์ายท้าทาย บางฝ์ายทดสอบ ผมไปร่วมกับเพื่อนสมาชิก ทุกพรรคที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญทําเรื่องนี้ผมว่าเราเห็นตรงกัน รัฐบาลยืนยันแนวทาง นั้นครับ และขณะนี้คือจุดที่จะทดสอบพวกเราทุกคนว่าเรายังจะยืนยันแนวทางนั้นหรือไม่ รัฐบาลยืนยัน ผมจะยินดีมากถ้าท่านสมาชิกยืนยันว่าเห็นกับรัฐบาลว่าจะยืนยันในเรื่อง ของการนําการพัฒนาเปึนตัวนํา เอาการเมืองเปึนตัวนําและไม่หันกลับไปใช้ความรุนแรง และที่สําคัญที่สุดครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายผมได้กําชับผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ความยุติธรรมคือหัวใจของการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะเปึนผู้ก่อเหตุก็ตาม รัฐบาลต้องดําเนินการตรงไปตรงมาเพื่อให้ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ขอขอบคุณครับ