กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หารือเรื่องการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเสนอแนวคิดในการใช้รูปแบบกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความเร็วในการดำเนินการและลดความซับซ้อนในการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับหนี้ของรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นว่าหนี้ของรัฐบาลไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก และอยู่ในกรอบของวินัยทางการคลัง นอกจากนี้ยังแถลงว่า กรมทบวง กรมที่ตัดเงินงบลงทุนในงบประมาณปี 2553 จะใช้เงินนอกงบประมาณแทน และมีเงินนอกงบประมาณมากกว่าในอดีต
ขายได้ครับ แต่ว่ามันขาย ได้ไม่ดีเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ฝ้มือก็เก่งเหมือนเดิม อร่อยเหมือนเดิม ประเด็นก็คือธุรกิจ มันไม่ดีครับ ผมคิดว่าที่นั่งอยู่ในที่นี้ทุกคนก็เห็นด้วยกันหมดละครับว่าเราต้องลงทุน คําถามจึงมีว่าเราจะลงทุนวิธีไหน วิธีแรกที่ทําได้ง่ายที่สุด และพวกเราคงถูกอกถูกใจ ผมว่าง่ายที่สุดนี่ก็คือง่ายเพราะว่าเงินทั้งหมดเราก็จะเอามาเข้าในงบประมาณ พวกเราก็ จะชอบ ผมเองก็ชอบครับ เพราะเราได้ดูละเอียด แต่มันต้องไปแก้กฎหมายครับท่าน แก้กฎหมายนี่เปึนเรื่องใหญ่ แล้วถ้าแก้กฎหมายแล้วเวลาเข้าเหตุการณ์ปกติแล้วต้องแก้ กลับไปอีกครับ มันทําไม่ได้ครับ อันนี้คือที่มาครับ อันนี้คือที่มาของความจําเปึนว่า ต้องออกกฎหมายพิเศษ ทีนี้ก็มาถึงคําถามแล้วว่าออกกฎหมายพิเศษนี่มันจะออกเปึน พระราชกําหนดดีหรือออกเปึนพระราชบัญญัติดี พวกผมก็เถียงกันนานนะครับ เพราะว่า จริง ๆ แล้วใจผมชอบพระราชบัญญัติ เพราะว่าพระราชบัญญัตินี่อย่างวันนี้ถ้าหากว่า ท่านให้ความกรุณาให้ความเห็นชอบ เราก็จะตั้งกรรมาธิการกัน แล้วเราก็จะไปดูกันทุกมาตรา พอถึงมาตราที่เปึนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะเข้าไปดูกันได้เลย ว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นรัฐบาลจะเอาไปทํา อะไร ดูกันได้ละเอียดยิบเลยนะครับ แล้วก็ทุกท่านก็จะตั้งตัวแทนของพวกท่านเข้าไปนั่ง เปึนกรรมาธิการ อย่างนี้ดี ถูกใจ แต่คําถามว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหน ไปตรวจสอบดูให้ ดีนะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะนําเสนอ ถ้าวันนี้ท่านให้ความกรุณา ให้ความเห็นชอบ ก็คงจะ ตั้งกรรมาธิการกัน พรุ่งนี้ก็ประชุมกันเลย ก็อาจจะใช้เวลา ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ หรือ ๑ เดือน แล้วเสร็จไปแล้วนะครับ ต้องกลับเข้ามาที่นี่ใหม่ ก็ต้องรอสมัยหน้าเป่ดประชุม แล้วก็เข้าไปอีก ๒ วาระ ๒ วาระเสร็จแล้วต้องส่งไปที่วุฒิ ส่งไปที่วุฒิเสร็จ ออกมาเปึน กฎหมายก็ยังดําเนินการต่อไม่ได้ครับ ยังจะต้องเอากรอบที่พวกเรานี่ครับ ให้ความ เห็นชอบกันในระดับกรรมาธิการเสนอคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ต้องเอามา ให้สภารับทราบอีกครั้งหนึ่งครับ ตามมาตรา ๓ ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านถึงไม่เห็นกรอบ เมื่อวานท่านเห็นเพราะ พ.ร.ก. มันรวดเร็วครับ แต่วันนี้กว่าท่านจะเห็นกรอบ หมายความว่า สมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้จะได้เห็นกรอบนี่นะครับ โน่นครับ อีก ๓ เดือน อีก ๒ เดือน แต่กรรมาธิการได้เห็นนะครับ กรรมาธิการนี่วันศุกร์ วันจันทร์คงได้เห็นเลย เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อเราคิดอย่างนี้ทําตารางเวลาเลย เราก็บอกว่าแล้วจะเกิดอะไร ขึ้นกับเศรษฐกิจไทย ในเมื่อเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์กว่าจะลงไปได้ ถ้าเปึน พระราชบัญญัติทั้งหมดนี่ครับ โน่นครับมีนาคม กว่าจะเริ่มเทคอนกรีตกัน เมษายนครับ กว่าจะเริ่มขุดลอกกันกุมภาพันธ์ มิถุนายนหรือเปล่า ก็ไม่แน่ แล้วจากวันนี้ไปอีก ๖ เดือน อีก ๘ เดือน อีก ๑๐ เดือน แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวของผมเขาจะทําอย่างไร เพราะลูกค้าเขา ไม่มีงานทํา ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือ ต้องสร้างงานครับ ไม่มีทางอื่นเลือกเลยครับ ตราบใด ที่พี่น้องประชาชนอยู่ที่บ้าน กลับไปที่หมู่บ้าน ทุกวันนี้กลับไปเพราะถูกปลดออกจากงาน ยิ่งมากเท่าไรยิ่งแย่เท่านั้นครับ รัฐบาลจึงเห็นว่าตรงนี้รอไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจครับว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เอาเปึนพระราชกําหนดส่วนหนึ่ง เอาเปึนพระราชบัญญัติส่วนหนึ่ง ความจริงเปึนเงินยอดเดียวกันครับ เพียงแต่ว่าพระราชบัญญัตินั้นรอได้นิดหนึ่ง ขณะที่รอ ก็ไปดูโครงการที่ออกแบบแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย ก็ออกแบบให้แล้วเสร็จ เพียงกดปุ์ม อี-ออคชั่น (e-Auction) ได้เลย แต่ในส่วนที่เปึนพระราชกําหนด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ ถ้าหากว่าให้ความเห็นชอบกัน ถูกกระบวนการเรียบร้อยแล้วนี่นะครับ กดปุ์ม ๖๐ วัน ประมูล งานเริ่มเลยครับ ทั่วประเทศพี่น้องก็จะมีงานทํา พี่น้องมีงานทํา พี่น้องมีรายได้ พี่น้องก็จับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจก็เดินต่อได้ครับ ผมยังคิดอย่างนี้นะครับ ผมยังคิดว่า หน้าที่ของผมต้องให้ท่านทั้งหลายที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนสบายใจครับ สบายใจว่า ที่มาขอกู้วันนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานขอกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับ เรื่องแบลงค์ เช็ค (Blank cheque) แต่อย่างใดทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เปึน พระราชกําหนดได้ส่งกรอบให้ดูแล้ว แล้วก็มีเม็ดเงินชัดเจนตามกรอบนั้นเปลี่ยนแปลงเปึน อย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ ในกรอบเหล่านั้น พระราชบัญญัตินี่ดีกว่านั้นอีก ดีกว่านั้นก็ เพราะว่าท่านให้ความเห็นชอบวันนี้ตั้งกรรมาธิการเสร็จพรุ่งนี้ประชุมกันเลยครับ ประชุม กันเลย ไล่กันทีละมาตรา มาถึงนี่มาตรา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเรียกมาดูได้เลยว่า รัฐบาลจะเอาเงินไปทําอะไรบ้าง คุยกันได้หมดครับ อันนี้เหมาะสม อันนี้ไม่เหมาะสม อย่างไร คณะกรรมาธิการเมื่อทําเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเอากลับมาที่นี่อีก เปึนวาระ ๒ และวาระ ๓ แล้วส่งไปสภาครับ สภาสูง หลังจากประกาศเปึนกฎหมายแล้ว ผมก็ต้องมี หน้าที่เอากรอบที่พวกเราทุกคนเห็นชอบไปเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วเอากลับมาที่นี่ใหม่ อีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือกระบวนการของมันเบ็ดเสร็จซึ่งใช้เวลานานมาก หลายเดือนครับ เพราะฉะนั้นจึงขอความเห็นใจครับผม ว่าจริง ๆ แล้วเปึนห่วงว่าพี่น้องประชาชนเขาจะ เดือดร้อน
ในเรื่องของความไม่โปร่งใส ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้อธิบายไปพอสมควร แต่มีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึน ประเด็นที่ค่อนข้างจะสําคัญ ก็คือถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนที่นั่งอยู่ที่บ้าน ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุอยู่ คงจะต้องมีความกังวลใจว่า ความจริงเดิมก็อาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ําว่าตัวเอง เปึนหนี้อยู่ ๗๐,๐๐๐ บาทต่อคน และบอกว่าวันนี้จะเปึนหนี้อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าหนี้ของประเทศกับหนี้ของส่วนตัวถ้าอธิบาย ง่าย ๆ ก็คือหนี้ส่วนตัวเราต้องใช้ครับ พี่น้องที่เปึนหนี้ ธ.ก.ส. ก็รู้ว่าต้องใช้ทุกคน รัฐบาลจะ กู้ไปเท่าไร น้อยนักที่พี่น้องที่เปึนเกษตรกรจะต้องมาใช้หนี้ เพราะเงินที่จะมาใช้หนี้ของ ประเทศชาตินั้นเอามาจากภาษี และถ้าหากว่าพี่น้องเกษตรกรซึ่งก็ไม่ได้เสียภาษีเพราะว่า รายได้ของท่านน้อยอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ต้องใช้หนี้นั้น พวกเศรษฐีทั้งหลาย พวกนักธุรกิจที่ เขาทําธุรกิจแล้วมีกําไร ส่งกําไรเข้ามาเปึนรายได้คลัง แล้วคลังก็เอาไปใช้หนี้แทนครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า เราก็อาจจะคิดวัดกันได้เปึนตัวเลขที่ฟังกันไป แต่มันไม่ใช่หนี้ ของท่านครับ เดี๋ยวฟังแล้วกลับไปบ้านแล้วก็จะนอนไม่หลับ คิดว่าตายแล้วต้องเปึนหนี้ เยอะแยะไปหมด โผล่มาได้อย่างไร ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แล้วจริง ๆ แล้วรัฐบาลชุดนี้ของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เข้ามานี่ หนี้ที่เพิ่มขึ้นก็เปึนหนี้งบกลางป้แสนกว่า ล้านบาทที่ทําไว้แล้วก็มีครั้งนี้ครับอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ที่เปึนหนี้มาในอดีต ที่ผ่านมาก็รัฐบาลในอดีตละครับสะสมกันมา ซึ่งก็เปึนตัวเลขอยู่ประมาณ ๓.๔-๓.๕ ล้านล้านบาท เดี๋ยวนี้ก็เปึน ๓.๖ ล้านล้านบาท มันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมาย และก็อยู่ในวิสัย ที่เปึนเรื่องปกติอยู่ในกรอบของวินัยทางการคลังทั้งสิ้น
ท้ายที่สุดครับ ท้ายที่สุดผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าหลายท่านก็มี ความกังวลในเรื่องของท้องถิ่น เพราะเมื่อเห็นเอกสารงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่วันพรุ่งนี้จะ พิจารณากัน ก็มีความเปึนห่วงท้องถิ่นว่าถูกตัดเงินที่เปึนงบลงทุนไป ผมดูตัวเลขแล้วเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แต่ก็ไม่ได้ต่างเลยกับทุกกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายที่ถูก ตัดเงินงบลงทุนหมดทั้งสิ้น แต่กระทรวงต่าง ๆ นี่ครับก็จะมาอาศัยเงินนอกงบประมาณ ตรงนี้ครับในการลงทุน พูดกันจริง ๆ แล้วอาจจะได้มากกว่าในอดีตเสียด้วยซ้ํา ท้องถิ่นก็ ไม่ต้องกังวลใจ เพราะท้องถิ่นเองก็จะได้งบที่เปึนส่วนสมทบในการลงทุนในลักษณะ ไม่ต่างกันเท่าไรครับ คือที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี่ครับเพื่อให้เกิดความสบายใจ มีอยู่ประเด็น นิดเดียวครับว่ามันไม่ใช่ แบลงค์ เช็ค ครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เปึนเหตุผลที่เรา เปึน พ.ร.บ. อย่างไรครับ เปึน พ.ร.บ. เพื่อพวกท่านจะได้มาช่วยกันดูหลาย ๆ คน ดูกัน หลาย ๆ คนแล้วเกิดความมั่นใจแล้วจะได้อนุมัติได้ ก็เข้าใจว่าได้ชี้แจงไปเกือบครบหมด นะครับ ความจริงอยากจะบอกนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าอยู่ในสภานี่ก็เคยลุกขึ้นพูดอยู่ บ่อยครั้งว่าไม่ค่อยชอบในเรื่องแบลงค์ เช็ค เหมือนพวกท่านละครับ เหมือนพวกเราทุกคน แต่เที่ยวนี้มันเปึนเงินนอกงบประมาณ ในอดีตนี่ครับเงินในงบประมาณเองเปึนแบลงค์ เช็ค เข้ากรรมาธิการวิสามัญก็ยังเปึนแบลงค์ เช็ค นี่ก็เคยทํากันมา แต่ครั้งนี้ ไม่เปึนละครับ ครั้งนี้จะมีให้เห็นกันชัดเจน แล้วก็นอกเหนือจากนั้นแล้วก็ยังมี คณะกรรมการที่เปึนบุคคลที่สังคมให้ความเชื่อถือมาช่วยดูกันอีกรอบหนึ่งนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ