สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

ทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องแผนไทยเข้มแข็ง โดยท่านประธานและปาน เพ็ญ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำว่าแผนการของรัฐบาลมีการเตรียมการอย่างดี และไม่ต้องกลัวการหมกเม็ด

ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูนะครับ ว่าแผนไทยเข้มแข็งมันมา อย่างไรไปอย่างไรครับ ที่ผมบอกว่ากลัวหมกเม็ดไม่ต้องกลัวหรอกครับ และเปึนแผนที่รัฐบาล นั้นเตรียมการมาตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่องบกลางป้ เราจําได้ไหมครับ เราผ่านงบกลางป้สภานี้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท นั้นละครับ เอสพี ๑

(SP 1 : Stimulus Package 1 แผนการกระตุ้น เศรษฐกิจระยะที่ 1) แผนระยะสั้น เงิน ๒,๐๐๐ บาท เช็คช่วยชาติ เรียนฟรี อสม. ๖๐๐ บาท คนชรา ๕๐๐ บาท เงินพวกนี้คือเงินที่ต้องการให้ถึงมือประชาชนเร็วที่สุด นี่คือสิ่งที่รัฐบาล คิดในแผน เอสพี ๑ แล้วจะบอกว่า เอสพี ๑ ล้มเหลวครับ ไม่ใช่ครับ ยังไม่ล้มเหลวครับ แต่เปึนการกระตุ้นระยะสั้น ฝ์ายค้านจําได้ไหมครับ ท่านเคยพูดในที่นี้ว่า ทําไมเอาเงินไป แจกแบบนี้ ทําไมไม่เอาไปทําถนนไร้ฝุ์น ทําไมไม่ไปสร้างถนน ทําไมไม่ไปสร้างระบบ ประปาขั้นพื้นฐาน คําตอบคือทฤษฎี เอสพี ๑ ที่ได้ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งแรกเปึนแผน ระยะสั้น แต่ครั้งนี้เปึนแผนระยะกลาง ระยะยาว ที่รัฐบาลนี้ต้องการจะเห็นครับ ท่านประธานครับ เราจะรังเกียจไหมครับว่าแผนนี้ เอสพี ๒ หรือแผนไทยเข้มแข็ง โครงการเฟส (Phase) ๒ ที่เปึนแผนระยะกลาง ระยะยาว จะรังเกียจไหมต้องใช้เงินกู้ ผมว่าที่ผมพูดมาแล้ว ในตอนต้น ทุกประเทศทําแบบนี้หมดครับ เรารังเกียจไหมครับที่วันนี้คนกรุงเทพมหานคร จะมีรถไฟฟัาภายใน ๔ ป้นี้โยงใยแบบใยแมงมุมด้วยเงินกู้นี้ เรารังเกียจไหมครับ ที่คนกรุงเทพมหานคร อย่างเขตมีนบุรีที่มี ส.ส. อยู่นี่นะครับยังไม่มีน้ําประปา จะมี น้ําประปาก็เพราะเงินกู้ครั้งนี้ เรารังเกียจไหมครับน้ําประปาจะไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศไทย เรารังเกียจไหมครับที่เราจะมีถนนไร้ฝุ์น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีสาน และเหนือ เรารังเกียจไหมครับที่วันนี้จะเพิ่มมาตรฐานของการรักษาพยาบาลของคนให้ดีขึ้น หนีไม่พ้นครับว่าโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ในรัฐบาลอดีตเปึนเรื่องที่ดี แต่ปลายอุโมงค์มันปรากฏวันนี้นะครับ หมอเกิดสมองไหล โรงพยาบาลเสื่อมโทรม ยาด้อยคุณภาพ ถ้าไม่ได้เงินกู้นี้เข้ามาในการพัฒนา ให้ทุนการศึกษาหมอ พัฒนาศูนย์ อนามัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ มันจะเปึนอย่างไรท่านประธาน เรารังเกียจหรือเปล่าครับ เรากลัวหรือเปล่าครับ ที่เราจะได้รับการรักษาเยียวยาที่ดีขึ้นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนี้ ท่านประธานครับ มาดูต่อมาครับ ว่ากลัวหรือเปล่าว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้จะเหมือน วิกฤติเศรษฐกิจป้ ๒๕๔๐ ของไทย คําตอบก็ไม่ใช่อีกครับ ป้ ๒๕๔๐ เราเจอ ๓ ปัญหา พร้อมกัน ปัญหาวิกฤติค่าเงิน เงินบาทต้องบอกว่าจากแลกได้ ๒๕ บาท กลายเปึน ๕๐ บาทกว่า ๆ โน่น เราเจอวิกฤติสถาบันการเงิน ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) บวกกับแบงก์อีกครับ ป่ดกันระนาว เราเจอวิกฤติเงินในระบบหายไปหมด เพราะว่าไปจมอยู่ใน เอ็นพีเอ (NPA) นอน เปอร์ฟอร์มมิ่ง แอสเซท (Non Performing Asset : สินทรัพย์รอการขายหรือสินทรัพย์ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้) ไปสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ ก็จมอยู่ในนั้น ละครับ เห็นไหมครับ ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้ไม่มีวิกฤติแบบนั้นสักอย่างเลย ครั้งนี้มีเงินอยู่ใน ระบบเหลือเฟ๋อ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ธนาคารพาณิชย์จะต้องแบกรับดอกเบี้ยจ่าย ก็คือเขาปล่อยกู้เอกชนไม่ได้ ทําไมครับ เพราะมีบริษัทข้อมูลเครดิต บางคนติดเครดิตบูโร (Credit Bureau : บริษัทที่ทําหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินที่เปึนสมาชิก) บ้าง ติดแบลคลิสท์ (Blacklist : รายชื่อคนทําผิด) บ้าง ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย สร้างเกณฑ์ใหม่ บาเซิล ทู (Basel 2 : ร่างหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุน) สอดรับ กับมาตรฐานโลก การปล่อยสินเชื่อมันยากขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลก็เปึนตัวแทน เอกชนกู้ ไม่ได้ รัฐบาลกู้ได้ รัฐบาลก็จะออกพันธบัตรในอนาคตที่จะมีขึ้น ซึ่งเปึนการกู้ในประเทศ ทั้งสิ้น ย้ําอีกครั้งหนึ่ง เอกชนกู้ไม่ได้ รัฐกู้ให้ แล้วเอาเงินมาสร้างงาน สร้างอาชีพ อย่างที่ผมได้ บอกไปแล้วครับ ถ้าเราไม่รังเกียจในเรื่องของรถไฟฟัาให้คนกรุงเทพฯ ระบบประปา ระบบ แหล่งน้ําขนาดกลาง ขนาดย่อยทั่วทั้งประเทศไทย เราไม่รับเกียจเรื่องการพัฒนาคุณภาพ การรักษาพยาบาล ไม่รังเกียจเรื่องการเรียนฟรีว่าจะมาจากแหล่งเงินกู้ ก็ยอมสิครับ ยอมให้ พระราชบัญญัติเงินกู้ พระราชกําหนดเงินกู้นี้ผ่านสภา ท่านประธานครับ ผมเองต้อง อธิบายด้วยเวลาที่เหลือน้อยแบบนี้อีกสักนิดเถอะครับว่า ครั้งนี้การกู้เงินเพื่อแผนเกี่ยวโยง กับไทยเข้มแข็ง ต้องใช้ว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้เงินคงคลัง มันเปึนเพียงวงเงินเท่านั้น มันไม่ใช่ต้องกู้เต็ม จํานวน มันเปึนแผนต้องใช้ในป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ถ้าป้ ๒๕๕๔ มีช่องว่างของ การขาดดุลลดลง แต่ว่าเรามีรายรับเพิ่มมากขึ้น รายจ่ายเราน้อยลง ก็ไม่ต้องกู้วงเงินนี้เต็ม วันนี้รัฐบาลขอเผื่อไว้ในอนาคตให้เห็นแค่นั้นเอง ใช้ไม่เต็ม ต้องบอกและสร้างความเข้าใจ ในสภานี้ร่วมกัน ผมว่าครั้งนี้เปึนเรื่องที่ดีเสียอีก ว่าเราจะเห็นว่าสุดปลายอุโมงค์แล้ว เศรษฐกิจไทยจะเปึนอย่างไร นักลงทุนต่างประเทศมีความมั่นใจ ถ้าได้อ่านแผนไทย เข้มแข็งฉบับนี้ ถ้าท่านอ่านลึกลงไปอีกนิดหนึ่งครับ จะเจอในเรื่องของแหล่งที่มาของ โครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านบาทนี่นะครับ นอกจากงบประมาณแล้ว นอกจากเงินกู้ ฉบับนี้แล้ว จะมีส่วนหนึ่งที่เขาเรียกว่า การร่วมทุนกันระหว่างเอกชนกับรัฐ หรือ พีพีพี (PPP) ปัจจุบันนี้เราจะเห็นอยู่ครับว่าการร่วมทุนกับเอกชนนั้นมีนิดเดียว เพราะอะไร เพราะมีแค่โครงการเดียว แต่วันนี้ถ้าเอกชนเห็นแผนไทยเข้มแข็งว่าอีก ๓ ป้จะเปึนแบบนี้ รถไฟฟัารัฐบาลตั้งรอไว้แล้ว คุณไม่มาร่วมกับผมใช่ไหม ไม่เปึนไร ผมเอาเงินกู้ผมทําเอง แต่สิ่งที่เอกชนเขาคิดครับ แสดงว่ารถไฟฟัาเกิดแน่ รัฐบาลเอาจริง แผนมี เพราะฉะนั้น ผมเชื่อเลยครับ ต่อจากนี้เปึนต้นไปจะมีเอกชนเริ่มสนใจโครงการ พีพีพี หรือร่วมลงทุนเข้า มาอีก แล้วทําไมครับ จะทําให้สิ่งที่เปึนกรอบเงินกู้ครั้งนี้แคบลงอีกครับ อาจจะไม่ถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกครับ เห็นไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าเราสู้กันด้วยข้อมูล สู้กัน ด้วยเหตุผลครับ อย่าใช้วาทกรรมทางการเมืองครับ ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ

สุดท้ายผมต้องบอกให้พวกเราออกจากความกลัว แล้วอยู่ด้วยความหวัง วันนี้ผมเชื่อในเส้นทางสู่หวังของนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ชื่อกรณ์ จาติกวณิช ท่านเปึนความหวังของผมและคนไทยทั้งประเทศ ผมฝากความหวังไว้ที่ท่านครับ ขอบคุณครับ