อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท และการตรวจสอบงบประมาณที่จัดตั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการใช้เงินงบประมาณ และอธิบายว่าหนี้ของรัฐบาลมีตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนหน้า
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าดูแล้วเหมือนกับว่าความกลัว เปึนวิกฤติในการที่จะปกคลุมสภาแห่งนี้อยู่ครับ ใน พ.ร.บ. เงินกู้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๒ ฉบับนี้ นะครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเวลานี้ไม่ใช่วิกฤติแห่งการกลัวครับ แต่เปึนโอกาสที่ ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้า ขนาดแพนด้านําเข้ามาในประเทศนานแล้วนะครับ ยังเลือกเกิดในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์เลยครับท่านประธาน เอาละครับ ผมคิดว่า ประเด็นต่าง ๆ ในส่วนที่ฝ์ายค้านได้พูดมาในตอนต้นนะครับ ผมคิดว่าการค้านก็เปึน ความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่ผมอดพูดไม่ได้ว่าเมื่อสักครู่มีการกล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านใช้วันว่างวันหยุดของท่านไปดูนวัตกรรมเด็ก เด็กก็สร้างนวัตกรรม ขึ้นใหม่ ท่านก็เสียดสีท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ได้ไปชอปปุ่งดูไบนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีการกล่าวหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีก ครับ เรื่องของตัวเลขที่บิดไปบิดมาอันไหนเปึนตัวเลขที่แท้จริงกันแน่ ผมเรียนนะครับว่าผม ฟังมาตั้งแต่เช้าครับ มันอยู่ที่ท่านหยิบตัวเลขไหนมาครับ การเปลี่ยนแปลงของสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะ สํานักงบประมาณตัวเลขมันเปลี่ยนตลอดทุกเดือนละครับ เพราะฉะนั้นจะหยิบตัวเลขนี้มาบอกว่าตัวเลขที่รัฐบาลบอกเท็จมันไม่ได้ละครับ แต่ผมเชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านเตรียมข้อมูลนี้ไว้แล้วคงจะได้พูดต่อไป เอาละครับ ท่านประธาน ในส่วนของผมเองนั้นต้องบอกว่าคงต้องมาเล่าว่าที่กลัวกันนักกลัวกันหนาในการ กู้เงินครั้งนี้นั้นทําไมถึงกลัวครับ ผมคิดว่าต้องอยู่บนฐานของข้อมูล วันนี้ตัวพระราชกําหนดนั้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกจะนําไปใช้กับเงินชดเชยเงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังจะเอาไปใช้ในแผนป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่จะต้องทํานี่แหละครับ ป้นี้ละครับเร่งด่วน ในเรื่องของแผนไทยเข้มแข็ง และในส่วนของ พ.ร.บ. ที่จะมีพูดต่อไปใน อนาคตอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ยังอยู่ในไทยเข้มแข็งเหมือนกันครับ ไทยเข้มแข็งนั้นเปึน เรื่องที่ใช้งบประมาณถึง ๑.๔๓ ล้านบาท แล้วที่มาของเงินก็มีหลากหลายครับ ตั้งแต่เงิน ในงบประมาณ ตั้งแต่เงินที่มาจากการร่วมลงทุนของภาคเอกชน แล้วก็เงินกู้ ๒ ฉบับนี้ละครับ มาดูสักนิดเถอะครับว่าที่บอกกันนักกันหนาว่าวินัยทางการคลังเขาห้ามทําหนี้ให้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ จีดีพี ก็จริงครับ ก็เปึนวินัยการคลังที่ผมเรียนหนังสือมาก็รู้เรื่องแบบนี้ครับ แต่ครั้งนี้เปึนเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ไม่ใช่ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เปัาหมายที่ต้องตั้งว่า ต้องดํารงอย่างนั้นครับ เพราะไม่ใช่กฎหมายครับ ท่านประธานครับ ในต่างประเทศ ต้องบอกว่าทุกประเทศหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์หมดทั้งนั้นละครับ ต่อ จีดีพี ครับ ประเทศญี่ปุ์นหนี้ต่อ จีดีพี อยู่ที่ ๒๑๗ เปอร์เซ็นต์ อิตาลีอยู่ที่ ๑๐๙ เปอร์เซ็นต์ อินเดียอยู่ที่ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกาอยู่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ แคนาดา อยู่ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งเศสอยู่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เยอรมันอยู่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ อังกฤษอยู่ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยหลังจากเงินตัวนี้ผ่าน ผมเชื่อเลยครับ และผมไม่โม้ครับ ผมพูดแบบเอาตัวที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๕ หนี้สาธารณะจะ ขึ้นไปที่ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ผมถามท่านเถอะครับ หลักฐานอยู่นี่นะครับ ข้อมูลมีครับ ไปดูกันได้ นะครับ ผมว่านาทีนี้ต้องสู้กันด้วยข้อมูลครับ หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหนี้สาธารณะของทุก ประเทศที่มีนโยบายในการแก้ไขเศรษฐกิจเปึนอย่างนี้หมดครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่อง แปลกครับ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกลัวด้วยว่าหนี้ต่อ จีดีพี จะเปึนเท่าไร ถ้าเราคุมมันอยู่ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินคงคลังนั้นถ้าเปรียบเทียบกับการทําบริษัทก็เหมือนกับ เงินสดในมือละครับ เงินในมือนะครับ ผมใช้คํานี้ แต่ไม่ได้แปลว่าสถานะบริษัทไม่ดีครับ วันนี้ประเทศไทยมีเงินทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ที่ ๑.๒ แสนล้านเหรียญสหรัฐครับ ง่าย ๆ ก็คือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ระบบของเรานั้นแตกต่างจากประเทศที่ผมพูดมา เมื่อสักครู่นี้ครับ บางประเทศเขาไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติในการที่จะเอามาแบ็ค (Back : สนับสนุน) หรือสนับสนุนการพิมพ์ธนบัตรครับ ประเทศไทยเรายังเปึนระบบคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) ระบบอนุรักษ์นิยมอยู่ครับ เรามีเงินทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศ ถ้าคิดเปึนบาทกลับมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ประเทศไทยไม่ได้ถังแตกครับ เงินคง คลังที่ต้องกู้มาชดเชยเปึนเพียงเงินสดในมือเท่านั้นครับท่านประธาน คนละเรื่องครับ นี่เปึนข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราไม่ได้มาพูดกันในนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ กลัวเหลือเกินว่ารัฐบาลนี้หมกเม็ดครับ เพราะอะไรครับ เพราะปกตินั้นเคยชินกับที่ว่าจะมีรายจ่าย รายรับนั้นต้องใช้วิธีการตามงบประมาณปกติ ผมก็บอกอีกครับว่าครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติครับ ครั้งนี้เปึนเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจท่านประธาน ปกตินี่นะครับ อธิบายให้ง่ายกฎหมาย การเงินช่องว่างระหว่างรายรับรายจ่ายนี่นะครับ ก็คือช่วงที่ขาดดุลนี่ ปกติแล้วจะต้องมี การกู้มาชดเชยในส่วนที่ขาดดุล คําตอบคือตอนนี้สภาวะไม่ปกติเราต้องการกระตุ้น เศรษฐกิจ ช่องของกฎหมายปกติในเรื่องของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะป้ ๒๕๔๘ นั้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์ที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นจึงต้อง ออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงินเปึนกฎหมายพิเศษแบบนี้ละครับ ไม่ใช่เรื่องแปลก ประหลาดท่านประธานครับ แต่เรากําลังพูดแล้วเรารังเกียจมันครับ ท่านประธานครับ ต้องพูดต่อครับว่า แล้วที่บอกว่าหมกเม็ดนั้นแปลว่า ตรวจสอบไม่ได้ใช่หรือไม่ คําตอบ ก็ไม่ใช่อีกครับ ผมว่าครั้งนี้ละครับเปึนครั้งที่รัฐบาลนี้ต้องชมท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ครับ ท่านจัดไว้ได้ดีมาก ระบบการตรวจสอบ ปกติแล้วกรมบัญชีกลางเงินค้างท่อ งบประมาณตรงไหนเขามี จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS : Government Fiscal Management Information System) อยู่ เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ก็ยังใช้โปรแกรมนี้ในการที่จะดูว่าข้อมูลนี้ มันวิ่งไปที่ไหนคาท่อหรือเปล่า ผลสําเร็จมีหรือเปล่า พอมาดูในเรื่องของสํานักงบประมาณ ครับ เขามีระบบที่เรียกว่า อี-บัดเจ็ทติ้ง (e-Budgeting) เขามาตรวจสอบแล้วว่าใช้เงิน ถูกต้องหรือเปล่า ไปมาอย่างไรครับ ก็ใช้ อี-บัดเจ็ทติ้ง ครับ วันนี้ไปดูไปถามสํานัก งบประมาณฝ์ายค้านครับ เขาเตรียมรองรับข้อมูลซอฟท์แวร์ (Software) เพื่อสอดรับกับ อี-บัดเจ็ทติ้ง แล้วเรียบร้อยครับ นี่เปึนความเตรียมพร้อมของรัฐบาลชุดนี้ครับ ท่านประธาน สตง. ตรวจสอบได้ปกติครับ ไม่แตกต่างอะไรเลยกับงบประมาณประจําป้ใน งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครับ เราจะรังเกียจมันทําไมครับ แล้วเราจะกลัวมันทําไม ท่านประธาน
ต่อมาครับ เราก็ไม่กลัวอีกในข้อครหาที่ว่า รัฐบาลนี้ขึ้นมาทุกครั้งหนี้เยอะ ทุกครั้ง ไม่กลัวครับ เพราะอํานาจมาพร้อมกับหน้าที่เสมอ ในครั้งรัฐบาลชวน หลีกภัย ก็รับมรดกครับ รับมรดกหนี้มาต่อจากรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ครั้งนี้ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ใช้เงินไม่ครบเต็มวงเงินครับ ทําให้รัฐบาลต่อมาคืนเงินได้ แต่ที่บอกว่าคืนเร็ว เพราะคนกู้คนใช้ใช้ไม่หมดนี่ครับ ผมว่าทุกอย่างเปึนหลักการและเหตุผล เพียงแต่ว่า ข้อมูลนั้นจะต้องฟังให้ครบ วันนี้ถ่ายทอดสดก็มีโอกาสดีครับที่จะเล่าเรื่องนี้ต่อพี่น้อง ประชาชน