คมเดช ไชยศิวามงคล วิจารณ์แนวทางการบริหารงานของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่าไม่มีปรัชญาการบริหาร และเน้นการทำประชานิยม นอกจากนี้ยังวิจารณ์ความผิดพลาดในการประเมิน GDP ของประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลวิเคราะห์อย่างละเอียดและหาวิธีแก้ปัญหาเชิงยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเคยพูดในสภา เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเปึนมือสมัครเล่น ตัวเลขผ่านมา ๖ เดือน ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่าเปึนมือสมัครเล่นอยู่ ตัวเลข จีดีพี ติดลบ ๗.๑ อัตราเงินเฟัอติดลบ ๔ เดือน การลงทุนต่างประเทศ ผลผลิตภาคเกษตร กําลังผลิต ภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับธุรกิจ เอสเอ็มอี ดัชนีความเชื่อมั่น ตกทุกตัวเลยครับ ถ้ายัง ดําเนินการอย่างนี้อยู่ประเทศล้มละลายแน่นอน ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง ภาคใต้เหมือนเดิม ฆ่ารายวัน สังคมตัวหนึ่งที่หนักที่สุดก็คือด้าน ยาเสพติด แล้วการตัดงบประมาณออก โดยเฉพาะป้ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่ท่านจัดเก็บภาษี ไม่ได้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้กระทบประชาชนภาคเกษตร ภาครากหญ้ามากที่สุด ท่านตัดงบ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรคออกถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันกระทบคนจนครับตรงนี้ งบป้ ๒๕๕๓ เอสเอ็มแอล ป้ ๒๕๕๒ ตัดออก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ตัดออกอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนรับไม่ได้ตรงนี้ ผมคิดว่าแนวทางการบริหารของท่านมัน เปึนการเลียนแบบ แล้วก็อ้างอิงต่างประเทศในหลาย ๆ จุดเพื่อเอาตัวรอดไป ท่านอาจจะ เลียนแบบเห็นพรรคไทยรักไทยดําเนินการด้านประชานิยม คิดว่าประสบผลสําเร็จแล้วจะ ทําได้ ตรงนั้นจริง ๆ ความแตกต่างกันสูง ตอนนั้นตัวกําลังซื้อต่างประเทศมี เดี๋ยวนี้กําลัง ซื้อต่างประเทศหดหายไป การบริหารงานแบบท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ต้องหา เงินเก่ง ไม่ใช่กู้เงินเก่ง การกู้เงินมาทําประชานิยมหรือเลียนแบบโดยไม่มีปรัชญาของการ บริหารตรงนี้ ตรงนี้เปึนจุดที่น่าหนักใจที่สุด การแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ผมชี้ให้เห็นความ แตกต่างระหว่างการทําประชานิยม เงินล้านอยู่ในหมู่บ้านหมดเลย ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เปึนเงินถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอสเอ็มแอล (SML) มีประโยชน์ในหมู่บ้าน เปึนการสร้างกําลังซื้อ สร้างแรงงาน โอทอป (OTOP) พักหนี้เกษตรกร อันนี้มันไม่ได้ใช้เงิน แต่เปึนการสร้างกําลังซื้อ แล้วก็ให้โอกาสกับ ประชาชน ๓๐ บาทรักษาได้ทุกโรค เราไม่ได้ไปแจกเงิน เราสร้างกําลังซื้อ สร้างโอกาสด้าน สังคมให้พี่น้องประชาชน มาตรการต่าง ๆ ที่เปึนจุดบอด จุดอ่อนในการสร้าง ความล้มเหลวของท่านในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขึ้นภาษีน้ํามัน ดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ ฟันธงลงไปว่าตรงนี้เปึนการผิดพลาดมากที่สุดในมาตรการ ตรงนี้ เพราะว่าเปึนการทําลายกําลังซื้อของประเทศ กําลังขายของประเทศ เอสเอ็มอี พังทั้งระบบ เอสเอ็มอี มีแรงงานไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคน ภาคท่องเที่ยว ผมเห็นมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมามันก็คล้าย ๆ กันกับต่างประเทศ แต่จุดหนึ่งที่ความไม่มั่นใจในการมาท่องเที่ยว เกิดขึ้น ก็คือเขากลัวจะเกิดการป่ดสนามบินอีก อันนั้นมันพังไปทั้งระบบ ปัญหาตรงนี้พัง ไปทั้งระบบ เพราะฉะนั้นมาตรการของท่านที่จะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะกู้อีก ต่อไปในอนาคตข้างหน้า ตรงนี้ท่านกําลังแย่งเงินภาคเอกชนไปลงทุน มุมหนึ่งธนาคาร ชอบมาก เกิดความมั่นคง ดอกเบี้ย ๐.๒๕ บาท ถึง ๑ บาทเศษ มาปล่อย ๓ – ๔ บาท เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทปล่อยมาทางภาครัฐหมด เงินอยู่ในสถาบันการเงินประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมุนเวียน ธนาคารไม่มีความจําเปึนต้องปล่อยภาคเอกชนแล้ว อีกมุมหนึ่งของการดําเนินการนโยบายในแนวนี้มันหมายถึงการฆ่าธุรกิจ เอสเอ็มอี ทั้งระบบ ครับ ธุรกิจ เอสเอ็มอี มีถึง ๒.๕ ล้านบาท แรงงาน ๑๐ กว่าล้านบาท เปึนการสร้างกําลัง ผลิต กําลังซื้อให้ประเทศ อนาคตจะเก็บภาษีไม่ได้ ปัญหาจะติดตามมาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในเมื่อท่านวางมาตรการผิดมาตั้งแต่เริ่มต้น เริ่มแรก ย้อนหลังไปเกี่ยวกับการกู้ เงินธนาคารคิดว่าผิดพลาด เปึนการแย่งกําลังซื้อ เปึนการทําลาย เอสเอ็มอี ทั้งระบบ
อันที่ ๒ ขึ้นน้ํามันเปึนการทําลายกําลังซื้อของประเทศ ย้อนหลังไป ตั้งแต่ช่วงแรก ท่านอาจจะพูดเล่นว่า จีดีพี ป้หน้าไม่ต่ํากว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ ความผิดพลาดในการประเมิน จีดีพี ที่ผมบอกว่าอันนี้มันเปึนมือสมัครเล่น กระดูกไม่ถึง จีดีพี เปอร์เซ็นต์หนึ่งมันเปรียบเทียบได้เท่ากับความผิดพลาดถึงประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าติดลบ ๓ อนาคตข้างหน้าไตรมาสที่ ๔ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่าน ประเมินว่าบวก ๓ บวกแล้วมันติดลบ ๖ มันผิดพลาดไปถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ แล้วเครดิต (Credit) ของรัฐบาลเขาให้เรามาสร้างความสุขให้ มาหาเงินให้เปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้กระจายให้เกิดความสมดุลกันในทุก ๆ ด้าน ถ้าท่านพูดอย่างนี้ มันพังมาตั้งแต่แรก แล้วพังมาตั้งแต่การคาดการณ์ จีดีพี พังมาตั้งแต่การขึ้นภาษีน้ํามัน ขึ้นภาษีปุิย ควบคุมการทุจริตไม่ได้ ราคาข้าว ราคามันสําปะหลังตกต่ํา แล้วมาใช้มาตรการ กู้เงินอีกแบบนี้ ผมคิดว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยลําบาก มันจะโยงใยไปถึงปัญหา หนี้สินของพี่น้องประชาชนระดับกลาง ระดับล่าง ถ้าไม่มีเงินชําระหนี้ท่านครับ อนาคต ชาวบ้านแล้วก็คนระดับกลางจะถูกยึดที่ไร่ ที่นา ที่อยู่อาศัย แล้วจะลามไปถึงปัญหาด้าน สังคม ไม่ว่ายาเสพติดหรืออะไรก็ตาม คนหมด ทรัพย์สินหมดครับ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ขอเตือนทางรัฐบาลว่าให้วิเคราะห์ละเอียดมากกว่านี้ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมสื่อภาษาชาวบ้านนิดหนึ่งว่าเขาบอกว่าดูไปนาน ๆ ท่านตอบโต้ ด้านสื่อค่อนข้างเก่ง แต่ดูไปนาน ๆ เขาบอกว่าเหมือนกับนักพากย์หนัง แก้ตัวไปเปึนวัน ๆ แบบที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้อภิปรายไว้ตั้งแต่ช่วงแรกว่ามีอยู่ ๓ ก ๔ ก ท่านประธานครับ นโยบายที่จะผิดพลาดเกิดขึ้นในช่วงนี้ ผมคิดว่าอยากให้ภาครัฐบาลไปทบทวน ชาวบ้าน พูดเล่นเหมือนกับพูดจริง พูดเล่นเหมือนกับพูดจริงอย่างไรครับท่าน ทําอย่างนี้อนาคต ข้างหน้าถ้าเงินไม่มีจะไม่ขอเงินล้านคืนหรือ เงินกองทุนหมู่บ้านนี่จะไม่ขอให้ชาวบ้านเอา เงินกองทุนหมู่บ้านมาคืนรัฐหรือ มันจะถึงตรงนั้นหรือเปล่า ทําไมมันลามมาถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นแนวคิดปรัชญาแนวทางของรัฐบาลผมคิดว่าท่านอย่าเลียนแบบพรรค ไทยรักไทยสภาวะมันไม่ใช่ อย่าเลียนแบบต่างประเทศ ท่านควรจะหาแนวทางในการ ผ่าตัดด้านเศรษฐกิจทําโครงสร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ ลองคิดลองใช้วิสัยทัศน์ขึ้นมาดู ลองตั้งสมมุติฐานสิว่าทําอย่างไรจะหาเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่คิดแต่ว่าทําอย่างไรถึงจะกู้เงิน ทําอย่างไรถึงจะรีดภาษีกับพี่น้องประชาชน แล้วโครงสร้างในลักษณะนี้ถ้าแก้ได้สั้น กลาง ยาว หรือเร็ว ช้าก็ช่าง ทําอย่างไรความยั่งยืนมันถึงจะเกิด ทําไมเศรษฐกิจมันถึงเกิดขึ้น ซ้ําซาก ช่วงทศวรรษหนึ่งจากป้ ๒๕๔๐ มาป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้นอีก แล้วเดี๋ยวไปป้ ๒๕๕๕ แล้วก็ไปป้ ๒๕๖๐ จะให้มันเกิดขึ้นอีก ทําไมไม่ลองปรับโครงสร้างดู วิสัยทัศน์มีหรือเปล่า แนวคิดมีไหม การหารากฐานเศรษฐกิจที่แท้จริงเกิดขึ้นหรือเปล่า หรือว่ากู้เงินกระจาย ออกไปให้พรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้หมดเวลาเกี๊ยเซี๊ยะกันให้เกิดประโยชน์ แต่ทําลายสังคมทั้งระบบ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ฝากทาง ภาครัฐบาลช่วยไตร่ตรองอย่างละเอียดกว่านี้ครับ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่น่าเปึนห่วงมาก ในด้านราคาอ้อย ราคามันสําปะหลัง แม้แต่วัวหู แล้วก็ราคาปุิย อันนี้ก็แพงมากครับ ท่านครับ ประเมินราคาดูแล้วแทบทํานาไม่ได้เลย น้ํามันก็ราคาประมาณ ๕๐ กว่าเหรียญ สมัยพรรคพลังประชาชน ๑๔๐ กว่าเหรียญยังประคองสถานการณ์ไปได้ ราคาข้าวยังตก ๑๓,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท ราคามันสําปะหลังยังอยู่ ๑.๘๐ บาท ๒ บาทกว่า อันนี้ราคา น้ํามันลดลงมา ทําไมราคาข้าว ราคามันสําปะหลัง ราคาอ้อย ราคาปุิย มันถึงแตกต่างกัน ทําไมมันไม่ลดลงไปด้วย หรือหวังส่วนต่าง หรือหวังเงินทอน ช่วยชี้แจงให้พี่น้องประชาชน มีความเข้าใจตรงนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ