ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องเศรษฐกิจ และเรียกร้องการเข้าใจและติดตามการบริหารงานของรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจนั้นหลายคนจะบ่นว่ามันเปึนเรื่องที่เข้าใจยาก ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่ใช้ในแวดวงเศรษฐกิจในการวิเคราะห์เศรษฐกิจนั้น เปึนศัพท์แสง ที่หลายคนบ่นไม่เข้าใจ เช่น คําว่า จีดีพี หลายคนก็บ่นว่าไม่รู้คืออะไร ถึงแม้ว่าจะแปลเปึนภาษาไทยแล้วว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแล้วก็ตาม ประชาชนหลายคนก็ยังบ่นว่าไม่รู้เรื่องอยู่ดี แต่ท่านประธานคะ ปัญหาของเศรษฐกิจนั้นเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทุก ๆ คน เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งจากเด็กแรกคลอดแบเบาะไปจนถึงกระทั่งคนแก่คนเฒ่า เกี่ยวข้องกับคน ทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเปึนนักธุรกิจ เปึนเกษตรกร เปึนชาวประมง เปึนครู เปึนนักเรียน ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบหรือได้รับประโยชน์จากการบริหารงานทางเศรษฐกิจของ รัฐบาลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นประชาชนจึงต้องรู้และเข้าใจแล้วก็รู้เท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องรู้เท่าทันรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เปึนผู้นํา จําเปึนต้องรู้ว่ารัฐบาลนี้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น คิดอะไร วางแผนอะไร แล้วก็กําลังจะทําอะไรคะท่านประธาน ต้องรู้ว่าสิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาทํา โครงการต่าง ๆ ที่เขากําลังจะให้มันเกิดขึ้นนั้นมันมีประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติหรือไม่ อย่างไร ประชาชนต้องรู้ค่ะ พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันก็ควรจะรู้ถึงการทํางานของ พรรคฝ์ายค้านว่า ทําไมถึงค้าน ค้านอะไร แล้วก็เราพรรคฝ์ายค้านเราก็อยากจะชี้แจง ท้วงติงว่าการทํางานของรัฐบาลนั้นกําลังทําไปแบบถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือว่า รัฐบาลกําลังจะทําให้ประเทศนั้นฟุ๋นฟูเศรษฐกิจไปอย่างถูกทิศถูกทางหรือเปล่า หรือว่า รัฐบาลนั้นใช้กลเม็ดเด็ดพราย เล่นเล่ห์เพทุบายอยู่หรือเปล่า ประชาชนจึงต้องรู้นะคะ ท่านประธาน ทีนี้ในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจวัน ๒ วันนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับเงินมหาศาลจริง ๆ หลายคนพูดแล้วว่าเงินจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก พ.ร.ก. และอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก พ.ร.บ. รวมแล้วเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนเงินมหาศาลจริง ๆ มันนับเปึน ประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่จะมีการกู้เงินโดยพระราชกําหนดนี่ หรือพระราชบัญญัตินี้เยอะมาก เยอะมากจนถือว่ารองลงมาจากท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ในป้ ๒๕๔๑ ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเปึนทายาทนักกู้เงินมหาศาล รุ่นที่ ๒ ของพรรคประชาธิปัตย์ ทีนี้พระราชกําหนดในการ ให้อํานาจการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติให้อํานาจการกู้เงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรากําลังพิจารณาในวันนี้พรุ่งนี้นั้น ถามว่าเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันเยอะไหมคะ ดิฉันลงพื้นที่ไปพบปะประชาชน ก็ถามเขาว่า เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเยอะไหม ประชาชนบอกว่าเยอะมาก เยอะจน จินตนาการไม่ออกว่ามันเยอะขนาดไหน วันนี้ดิฉันต้องการที่จะชวนท่านประธานเองก็ดี หรือพี่น้องประชาชนที่ดูโทรทัศน์อยู่ทางบ้านหรือฟังวิทยุอยู่ มาจินตนาการร่วมกับดิฉัน ลองนึกกันไปว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังจะกู้นั้นมันเยอะ ขนาดไหน ท่านประธานลองดูนะคะว่า ในห้องประชุมของเราขณะนี้มีเก้าอี้อยู่ประมาณ ๕๐๐ ตัว แต่เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป๊กเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๘ ป๊กด้วยกันเปึน ๑ กอง สมมุติว่า ๑ กอง ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะคะ ไม่ใช่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ บาท เราเอา มาวางบนเก้าอี้ ๑ ตัว ๑ ตัว ๑ ตัว ถามว่าต้องใช้เก้าอี้กี่ตัวคะท่านประธาน คําตอบคือต้องใช้เก้าอี้ถึง ๑ ล้านตัว เยอะไหมคะ เยอะมาก ตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง สําหรับ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดิฉันต้องการให้ประชาชนนั้นเข้าใจว่ามันเยอะขนาดไหน ก็ต้องลองเปรียบเทียบกับผู้ที่มาชุมนุมทางการเมืองก็ได้ ที่แน่นขนัดอยู่บนท้องสนามหลวง แล้วก็ไหลเลื้อยไปจนกระทั่งถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็ได้ เรามักจะพูดว่ามีคนเยอะ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเราให้แต่ละคน มือซ้ายถือ ๔๐๐,๐๐๐ บาท มือขวาถืออีก ๔๐๐,๐๐๐ บาท รวมเปึน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ต้องใช้คนกี่คนคะ ก็ต้องใช้คน ๑ ล้านคน ก็จึงถามว่าคนถือเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพร้อมกัน จากท้องสนามหลวง ไหลเลื้อยไปบนถนนราชดําเนินไกลขนาดไหนไม่รู้ และเงินจํานวนมากขนาดนี้ค่ะที่ดิฉัน ต้องการที่จะให้ประชาชนนั้นได้ติดตาม ได้รู้ ได้เข้าใจ เข้าใจถึงว่ารัฐบาลนั้นจะเอามาทํา อะไร และเปึนประโยชน์สักแค่ไหน เขาจะได้รับความเดือดร้อนหรือเปล่า อาจจะเปึน อย่างนั้นก็ได้ เงินจํานวนมากนี้ที่ดิฉันเข้าใจอยู่แล้วว่ารัฐบาลนั้นจะเอามาป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังที่รัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้พูดไป ซึ่งการป่ดหีบก็หมายความว่า เอาไปเสริมสภาพคล่องของเงินคงคลัง เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ อันนี้ภาษาทาง เศรษฐกิจเราเข้าใจอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อีก ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลือล่ะคะ โน่น เอาไปทําโครงการต่าง ๆ เต็มไปหมด ซึ่งโครงการต่าง ๆ พวกนี้คนไทยทุกคนต้องรู้ หนี้ทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนไทยทุกคนต้องรู้ว่าเขากําลังจะเปึนหนี้เท่า ๆ กัน พร้อม ๆ กันทุกคน เอาละนะคะดิฉันเห็นว่ามันเปึนเรื่องที่สําคัญที่ประชาชนควรจะรู้ วิกฤติเศรษฐกิจประเทศ ไทยขณะนี้มันต่างกับวิกฤติเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ ค่ะท่านประธาน ป้ ๒๕๔๐ เราเรียกว่า เปึนวิกฤติต้มยํากุ้ง ซึ่งเปึนปัญหาของสถาบันการเงินภายในประเทศ แต่วิกฤติเศรษฐกิจ ขณะนี้ในป้ ๒๕๕๒ นั้น เปึนวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากผลกระทบที่ประเทศไทย ได้รับมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก พวกเราก็รู้อีกเช่นกัน ผลกระทบครั้งนี้ทําให้เรารู้ว่า ต่างชาติเขามีวิกฤติด้วยเช่นกัน เขาจึงไม่มีเงินมาซื้อสินค้าส่งออกจากประเทศไทยได้ดี เช่นเดิม เราจึงต้องหันมาให้ความสนใจต่อการจับจ่ายใช้สอยหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายในประเทศ เมื่อเราหันมาสู่การกระตุ้นภายในประเทศนั้น เราก็ต้องมาสนใจว่า โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเปึนโครงการที่จะนําพาไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม หรือไม่สําหรับประเทศไทย โดยฝ้มือของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะที่ดิฉันเปึนฝ์ายค้าน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา เปึนวันที่เรา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ หรือเรียกว่า งบประมาณกลางป้นั่นเอง จํานวนเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท หลายคนก็พูดอยู่ ครั้งนั้น ดิฉันเองท้วงติงถึงการจัดทํางบประมาณว่าไม่สมควรทํา ไม่สมควรทําด้วยเหตุผลที่ว่า ณ ขณะนั้นมีข้อมูลปรากฏเด่นชัดจากสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง บอกว่าประเทศไทย หรือรัฐบาลเองนั้นจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา และมีแนวโน้มว่าจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา มากขึ้นไปอีก ดิฉันจึงบอกว่า ท่านรัฐมนตรีกรณ์ ท่านอาจจะมีปัญหาทางด้านกฎหมายได้นะ และถ้าเกิดว่าท่านยังขืนที่จะทํางบประมาณกลางป้อีก มันจะเปึนแรงกดดันค่ะ กดดันต่อ สถานะการคลังของประเทศอย่างแรงเลย ประกอบกับโครงการต่าง ๆ ที่ดิฉันดู ณ วันนั้น แล้วของรัฐบาล มันเปึนโครงการที่ถือว่าไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งแต่หาเสียง มุ่งทํา ประชานิยม จึงไม่น่าจะมีประโยชน์ ดิฉันจึงอภิปรายท้วงติงว่ารัฐบาลอาจจะมีปัญหา กฎหมาย โดยเฉพาะการกู้เงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ เพราะรัฐบาลเก็บเงินไม่เข้าเปัานั่นเอง แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช นั้น ก็ได้ตอบชี้แจงกลับมาให้ดิฉันว่า ท่านพูดว่าถ้าถามว่ารายได้ต่ํากว่าเปัา มีปัญหาในแง่การบริหารจัดการไหม ผมยืนยันว่า มี แต่ถ้าถามว่ามีปัญหาต่อกฎหมาย หรือไม่ ผมยืนยันว่า ไม่มี ท่านตอบแบบนั้น อ้าว แล้วทําไมคะท่านประธาน ทําไมวันนี้ เราจึงต้องมาพิจารณากัน พรุ่งนี้ต้องมาพิจารณากันถึงพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติกู้ เงินรวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมล่ะคะ ทําไมในเนื้อหาของทั้ง ๒ ฉบับนี้ต่างก็ กําหนดไว้ว่าการกู้เงินนั้นไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณและ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ทําไมถึงต้องเลี่ยงกฎหมายพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ทําไมต้องเลี่ยงพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทําไมต้อง เลี่ยงพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินคงคลัง ก็เพราะว่ามันมีปัญหาด้านกฎหมายตามที่ดิฉัน เคยพูดเอาไว้ และที่สําคัญการทําแบบนี้มันเปึนการกระทําที่ถือว่าขัดต่อหลักการจ่ายเงิน แผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ซึ่งสักครู่ที่ผ่านมาท่าน ส.ส. ประเกียรติ จากพรรคเพื่อไทยก็พูด แล้วก็ขัดต่อหลักกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๖ ซึ่งประเด็นนี้หลังจากนี้ต่อไปก็จะมี ส.ส. พรรคเพื่อไทยมาพูดในรายละเอียดต่อไปนะคะ แต่ว่าการขอออกกฎหมายทั้งงบกลางป้ที่ผ่านมาก็ดี หรือว่าครั้งนี้ก็ดี มันแสดงให้เห็นว่า อะไร แสดงให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบ ในแง่กฎหมาย ไม่ได้ตระหนักในแง่สถานะทางการคลังของประเทศอย่างรอบคอบ เพียงพอ เพียงแต่มุ่งจะหาเงินมาเพื่อจะบริหารเท่านั้นเอง ถ้ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเชื่อที่ดิฉันท้วงติงในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เพราะท่านไม่สมควร ออกพระราชบัญญัติงบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพราะว่าท่านเก็บรายได้ ไม่เข้าเปัาแล้วก็มีแนวโน้มจะเก็บรายได้ไม่เข้าเปัาอีก ประกอบกับถ้าหากโครงการที่ท่าน จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันไม่ได้กระตุ้นล่ะ มันยิ่งเปึนการทําให้รัฐบาลนั้นขาดดุล งบประมาณมากขึ้นเข้าไปอีก แต่ถ้าท่านเชื่อแล้วก็ตัวเลขมันควรจะเปึน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คํานวณออกมาด้วยความงงว่ารัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช นั้นแม่นตัวเลขหรือเปล่า ถ้าตัวเลขของการขาดดุลอยู่ที่เลข ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ป์านนี้รัฐบาลไม่ต้องมากู้เงินจํานวนถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลับกลายเปึนว่าไม่ต้องมา กู้ป่ดหีบ ณ ขณะนี้ด้วยซ้ําถ้าทุกอย่างเปึนไปตามที่ดิฉันท้วงติง ทีนี้โครงการต่าง ๆ ของ งบกลางป้เรามาดูกันว่ามันมีผลต่อเศรษฐกิจของชาติสักแค่ไหนท่านประธานคะ โครงการ ที่โด่งดังมาก ๆ ที่เรารู้จักกันอยู่ก็คือโครงการเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท โครงการนี้ดิฉันคิดว่า มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐมนตรีท่านพูดหรือ ฝ์ายรัฐบาลมักจะพูด ดิฉันมีข้อมูลค่ะ มีข้อมูลว่านับตั้งแต่เริ่มดําเนินการออกเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาทไป เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ นั้น จนถึงขณะนี้ ๒ เดือนเศษนั้น แม้ว่า รัฐบาลจะป์าวประกาศว่าประสบความสําเร็จเหลือเกินแต่หากดูตัวเลขภาวะเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังซึ่งดิฉันถืออยู่ในมือนี่นะคะท่านประธานคะ เปึนตัวเลขจากแมคโคร วีคลี รีวิว (Macro Weekly Review) ของกระทรวงการคลังเขาก็ชี้ให้เห็นถึงภาวะของ ตัวเลขทางเศรษฐกิจว่าในเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ จะเห็นว่าตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจ แทบทุกตัวของประเทศไทยนี้นะคะมันไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย มันไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากจํานวนการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะหลังจากใช้ไปนะคะภาษีมูลค่าเพิ่ม การบริโภคของประชาชนตัวชี้วัดนั้นลดลงลดลง ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับตัวเลขดัชนี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ลดลงของเดือนเมษายนลดลงจากเดือนมีนาคมเข้าไปอีก เดือนมีนาคม ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เดือนเมษายน ๖๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าเปึนเพราะ ท่านนั้นเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปให้กับคนที่ไม่ได้เดือดร้อนมากมายอย่างแท้จริง แต่คนที่ ตกงานอยู่ล่ะคะท่านประธาน คนที่หาเช้ากินค่ําล่ะคะ หรือว่าเกษตรกรที่ขายสินค้าไม่ได้ ราคาล่ะ คนจน ๆ ล่ะทําไมไม่ให้เขา การที่ให้คนอย่างผิดทางแบบนี้และไม่ทั่วถึง ก็หมายความว่า รัฐบาลไม่แยแสกับคนกลุ่มนี้คนผู้ยากจนจริง ๆ คนกลุ่มนี้เปึนคนที่จะใช้ เงินแน่ ๆ ใช้ทันทีด้วยแต่ไม่ให้ เพราะฉะนั้นพวกเราจะไว้ใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะทําได้ ถูกที่ถูกทาง ตัวเลขชี้วัดนี้มันบอกถ้าเกิดว่าท่านใช้อย่างถูกต้องทําอย่างถูกต้องตัวเลขชี้วัด มันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าให้คนจน ๆ อย่างที่ดิฉันได้กล่าว เพราะฉะนั้นพวกเรารู้กันอยู่แล้ว ว่าประเทศไทยนั้นเปึนประเทศเกษตรกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสนใจบ้าง หรือเปล่าคะกับพี่น้องเกษตรกร ดัชนีรายได้เกษตรกรที่แท้จริงก็บ่งบอกอีกค่ะจากรายงาน เศรษฐกิจการคลังบอกว่า ข้อมูลล่าสุดรายได้เกษตรกรที่แท้จริงนั้นตัวชี้วัดบอกว่าตัวเลข ติดลบจาก ๑๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมีนาคมเปึนลบ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายนแสดงว่า อะไรคะ แสดงว่าเกษตรกรไทยนั้นเขากําลังจนลงเรื่อย ๆ เขาจะตายกันอยู่แล้ว รัฐบาลนี้ สนใจพี่น้องเกษตรกรบ้างหรือเปล่า สนใจที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่าง แท้จริงบ้างหรือเปล่า เพราะว่าดูจากโครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาทนั้น ไม่เห็น มีโครงการใดที่จะช่วยให้เกษตรกรนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นมา แต่กลับกลายเปึนช่วยผู้รับเหมา รายใหญ่ ๆ บางบริษัทเท่านั้นเอง ซ้ําร้ายไปกว่านั้นรัฐบาลไม่ช่วยผู้ยากจนแล้วยังซ้ําเติม อีกค่ะ ลงโทษเขาอีกค่ะ ลงโทษด้วยการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันซึ่งเรารู้อยู่ทุกคนต้องใช้ น้ํามันทั้งสิ้น ถึงแม้อยากจะมีถนนหนทางเยอะแยะ แต่เขาก็ใช้น้ํามันแล้วทําไม มันเปึน ประเทศเดียวในโลกจริง ๆ นะคะประเทศไทยเปึนประเทศเดียวในโลกเลยที่ต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจแต่ขึ้นภาษีน้ํามัน แล้วอย่างนี้พวกเราเองพี่น้องประชาชนนั้นจะไว้ใจหรือ เชื่อมั่นในการที่จะใช้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร จะเชื่อใจว่ารัฐบาลนั้นจะนําพา ประเทศหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของชาติได้ รัฐบาลนั้นไม่คํานึงถึงกฎหมาย ไม่คํานึงถึงวินัย ทางการคลัง ไม่คํานึงถึงการออกโครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจหรือว่ามีประสิทธิภาพเลย ดิฉันว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นอยู่เฉย ๆ ดีกว่าค่ะ อยู่เฉย ๆ อาจจะช่วยชาติ มากกว่าด้วยซ้ํา หยุดทําร้ายประเทศไทยแล้วหยุดซ้ําเติมประเทศไทยเสียที พวกเสื้อขาวที่ ขอร้องให้คนหยุดทําร้ายประเทศไทยต้องหันมาขอร้องรัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าหยุดทําร้ายประเทศไทยเสีย ดังนั้นถ้าจําเปึนจะต้องกู้ใน พ.ร.ก. กู้ป่ดหีบเท่าที่จําเปึน เพียงพอแต่กู้มาทําโครงการต่าง ๆ นั้นดิฉันไม่เห็นด้วยและถือว่าผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผิดต่อ มาตรา ๑๖๙ และมาตรา ๖ ที่เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ