อลงกต จี้รัฐบาล เร่งแก้หนี้-จ่ายเดือนอสม. เพิ่มงบสร้างโรงพยาบาลนครพนม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

อลงกต มณีกาศ หารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการไทยเข้มแข็ง โดยชี้ว่ารัฐบาลต้องเร่งสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น พร้อมยกตัวอย่างมาตรการจากต่างประเทศเพื่อเรียกร้องความชัดเจนในการใช้งบประมาณ ต่อมา อลงกต มณีกาศ หารือเรื่องการกระจายการลงทุนในบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานสู่ชนบท โดยยกตัวอย่างกรณีโรงพยาบาลอำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ที่รอคอยมานาน และเสนอให้รัฐบาลใช้ พ.ร.ก. เพื่อสร้างโรงพยาบาล เพิ่มเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลนครพนมและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม รวมถึงจัดหาเครื่องเอกซเรย์หัวใจและเครื่องออกกำลังกายเพื่อตรวจหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งก่อนนี้ต้องไปตรวจไกลถึงขอนแก่นหรืออุบลราชธานี นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการลาดยางถนนไร้ฝุ่นหลายสายในจังหวัดนครพนม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และท้ายที่สุด อลงกต มณีกาศ หารือเรื่องความล่าช้าในการจ่ายเงินเดือนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยเสนอให้โอนเงินผ่าน

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่ดู การถ่ายทอดสดในช่วงนี้จะเข้าใจผิดว่าจะมีเฉพาะแต่รัฐบาลไทยที่กู้เงินมาเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ จริง ๆ แล้วผมมีข้อมูลนะครับว่าในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มาตรการ ดําเนินการอยู่นั้นมิใช่เฉพาะแต่ประเทศไทยที่กําลังดําเนินการอยู่นะครับ ในส่วนของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน หรือประเทศออสเตรเลีย หรือ ประเทศเยอรมัน แม้ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ประเทศมาเลเซีย หรือว่าประเทศสิงคโปร์ ก็ดําเนินการอยู่เช่นกันนะครับ ผมมีข้อมูลจากเพื่อนที่ทําธุรกิจอยู่นะครับว่า ประเทศจีน ใช้เงินอัดฉีดลงไปในระบบ ถ้าคํานวณเปึนเงินไทยประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่าตอนนี้เศรษฐกิจของจีนเริ่มที่จะฟุ๋นตัว ภาคส่งออกเริ่มที่จะขายสินค้าส่งออกได้ดี เหมือนเก่า แต่ขณะเดียวกันที่สหรัฐอเมริกาผมก็เจอเพื่อนที่สนามบินก็ได้ถามว่าเศรษฐกิจ ของสหรัฐอเมริกาฟุ๋นตัวบ้างหรือยังหลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่เช่นกัน ผมก็ได้รับคําตอบ จากเพื่อนเก่าที่ไปทําธุรกิจอยู่สหรัฐอเมริกา เขาบอกว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้ ก็ยังซบเซาเหมือนเดิม คนก็ยังว่างงานเหมือนเดิมนะครับ อันนั้นบ่งถึงอย่างไรครับ บ่งถึงว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเองมีปัญหาวิกฤติในเรื่องของสถาบันทางการเงิน ปัญหาด้านเดียว แต่ของเมืองไทยเราผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกด้วย ผลกระทบจากวิกฤติทางการเมือง ด้วย ผมคิดว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นคงยากกว่าประเทศในสหรัฐอเมริกาหรือใน ยุโรปเพิ่มเปึน ๒ เท่า ผมเห็นด้วยนะครับแล้วก็สนับสนุนอย่างยิ่งในการที่รัฐบาลชุดนี้จะ ออก พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งการกู้เงินในครั้งนี้นั้นก็จะนําเงินที่ได้ไปทําโครงการที่เปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนในชนบท มีการจ้างงาน มีการสร้างงานให้กับพี่น้องหลาย ๆ อย่างนะครับ แต่ในเมื่อผมมาดูในรายละเอียดของโครงการ ท่านประธานครับ รายละเอียดของโครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ กลับพบว่าหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของ เศรษฐกิจโดยตรง อย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบที่เปึนสัดส่วนที่น้อยลงท่าน ประธานครับ ไม่ว่าจะเปึน บีโอไอ (BOI : Board of Invesment คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) หรือว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ได้รับงบที่น้อยลง ซึ่งนักลงทุนต่างชาติก่อนที่จะมาลงทุนในเมืองไทยเขาก็คง ต้องดูเรื่องของเม็ดเงินในโครงการที่จะดูว่ารัฐบาลจะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมมากน้อย แค่ไหนอย่างไรนะครับ ผมมีตัวอย่างจากในส่วนของประเทศแถบยุโรปนะครับ อย่างประเทศฝรั่งเศสก็มีการเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ เอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprise ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง) โดยมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วก็ที่ประเทศฝรั่งเศสเองก็มีการอุดหนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ โดยการที่ สนับสนุนเงิน ๑,๐๐๐ ยูโร ให้กับบรรดาผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนรถยนต์ที่มีอายุเกิน ๒๐ ป้ขึ้นไป หรือแม้แต่ประเทศออสเตรเลียเองก็มีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น มีการสร้างงานแล้วก็สนับสนุนในเรื่องของธุรกิจ เอสเอ็มอี นะครับ ส่วนโครงการระยะยาว ของประเทศออสเตรเลียก็คล้าย ๆ กับเมืองไทย เช่น การสร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล การสร้างบ้านแบบประหยัดพลังงาน แล้วก็การสร้างถนนต่าง ๆ ที่ประเทศออสเตรเลีย เช่นเดียวกับประเทศไทยที่เรามีโครงการถนนปลอดฝุ์นหรือถนนไร้ฝุ์นอยู่นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า กระทรวง อุตสาหกรรมนั้นผมคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะเปึนพื้นฐานในการที่จะสร้าง เศรษฐกิจ ผมมีตัวเลขข้อมูลจากทาง บีโอไอ ในการลงทุนในอุตสาหกรรมระหว่างเดือน มกราคมถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานะครับ ก็พบว่าการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมในช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ มูลค่าทั้งหมด ๑๖๖,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบ กับช่วงเดียวกันของป้ที่แล้วนะครับ ลดลงแค่ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์เอง หรือร้อยละ ๙ ซึ่งการที่ตัวเลขมาขอรับการส่งเสริมลดลงแค่ร้อยละ ๙ ในท่ามกลางวิกฤติ เศรษฐกิจโลกอย่างนี้ ผมเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติเขาให้ความมั่นใจกับตัว ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ความมั่นใจกับคณะรัฐบาลชุดนี้ว่าในเรื่องของการลงทุนในเมืองไทยเสถียรภาพของ รัฐบาลเอง หรือว่าการที่รัฐบาลจะช่วยในเรื่องของภาคอุตสาหกรรมคงจะช่วยในระยะยาว แต่บังเอิญว่าผมมาดูในรายละเอียดของโครงการแล้วมันยังเห็นไม่ชัดนะครับ แล้วก็ต้อง ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ท่าน ทํางานเชิงรุก สามารถเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติได้มาลงทุนในเมืองไทยค่อนข้างจะเปึน สัดส่วนที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศญี่ปุ์นมาลงทุนมาก ท่ามกลางวิกฤติทาง การเมือง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ําไปทั่วโลก แต่ว่าภาพการลงทุนของเราลดลงแค่ ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์เองนะครับ นอกจากนั้นผมมีตัวเลขครับท่านประธานครับว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมป้นี้นะครับ อุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจมาขอรับการ ส่งเสริมการลงทุนมากเปึนอันดับหนึ่ง ก็คืออุตสาหกรรมบริการ และก็อุตสาหกรรม สาธารณูปโภค ซึ่งถ้าเทียบกับป้ที่ผ่านมาสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเปึนการยื่นขอรับ โครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟัาจากแก๊สธรรมชาติ หรือว่าโครงการผลิตไฟฟัาจากพลังลม หรือว่าโครงการขนถ่ายสินค้าสําหรับเรือเดินทะเล อันที่รองลงมาอันดับ ๒ ก็คือ อุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร ตรงนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง รัฐบาลนะครับ อยากจะให้ช่วยเน้นย้ําในเรื่องของอุตสาหกรรมเกษตร เพราะคิดว่าน่าจะ ไปได้ดีกว่าเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ณ เวลานี้ สืบเนื่องจากหลาย ๆ ประเทศ ณ เวลานี้ต่างต้องรัดเข็มขัด เนื่องจากว่าเจอวิกฤติเศรษฐกิจเช่นกันนะครับ การที่เราลงทุน ในส่วนของอุตสาหกรรมเกษตรหรือแปรรูปทางการเกษตรเปึนสิ่งที่มีความจําเปึน ทาง ยุโรปหรือทางสหรัฐอเมริกาก็คงต้องจําเปึนอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกิจการผลิตอาหาร สัตว์ กิจการผลิตเครื่องดื่มจากผัก จากผลไม้ นอกจากนั้นข้อมูลจาก บีโอไอ ก็จะพบว่า สัดส่วนของการลงทุนธุรกิจ เอสเอ็มอี หรือขนาดกลาง ขนาดเล็ก มีผู้สนใจลงทุนมากเกินกว่า ร้อยละ ๘๐ แต่ว่าข้อมูลตามโครงการหรือแผนงานไทยเข้มแข็งของทางรัฐบาล ผมก็ยัง มองว่ายังไม่ปรากฏเปึนรูปธรรม นามธรรมที่ชัดเจนที่จะมาสนับสนุนในโครงการ เอสเอ็มอี ในกลุ่มนี้นะครับ

ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมก็ยังเห็นด้วยกับทางรัฐบาลที่จะนําเงินมา ช่วยการกระจายการลงทุนในด้านบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานสู่ชนบท การพัฒนา โดยสร้างพื้นฐานที่จําเปึนต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในชนบทและ ก็พี่น้องเกษตรกรซึ่งถือว่าเปึนประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่าที่อําเภอวังยาง จังหวัดนครพนม พี่น้องอําเภอวังยางรอคอย มานานแล้วที่จะมีโรงพยาบาล อันนี้ก็เปึนอานิสงส์จากการที่รัฐบาลจะได้นํางบ พ.ร.ก. ฉบับนี้ไปสร้างโรงพยาบาลให้กับพี่น้องชาวอําเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ซึ่งถือว่าเปึน อําเภอเดียวของจังหวัดนครพนมที่ยังไม่มีโรงพยาบาลนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็ทราบ จากทางสํานักบริหารหนี้ว่าจะไปสร้างโรงพยาบาลเพิ่มเติมในส่วนของโรงพยาบาล นครพนมในการที่จะขยายเตียงของผู้ป์วยประมาณ ๒๐๐ เตียง และที่โรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ประมาณ ๑๑๔ เตียง เปึนตึกผู้ป์วยใน นอกจากนั้นแล้วพี่น้อง ในจังหวัดนครพนมก็ยังจะได้รับอานิสงส์จากเงินก้อนนี้อีก ไม่ว่าจะเปึนเครื่องฟอกไตที่จะ ไปลงที่อําเภอปลาปาก อําเภอศรีสงคราม อําเภอธาตุพนม และก็ในส่วนของโรงพยาบาล จังหวัดนครพนมก็จะมีการเพิ่มศักยภาพในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต มีการเสนอซื้อ เครื่องเอคโคคาร์ดิโอแกรม (Echocardiogram) หรือตรวจคลื่นไฟฟัาหัวใจ ตรวจสภาพ กล้ามเนื้อของหัวใจ และมีเครื่องเดินสายพานหรือสเตรทช์ เอ็กเซอร์ไซส์ เทสท์ (Stretch exercise test) เปึนการตรวจหลอดเลือดหัวใจว่ามีการตีบตันของเส้นเลือดหัวใจหรือเปล่า ซึ่งแต่ก่อนนั้นการตรวจพิเศษเหล่านี้ต้องไปตรวจไกลถึงขอนแก่นหรืออุบลราชธานี ถ้าได้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่านจริงนะครับ ก็จะทําให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมดีขึ้น

นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของถนนปลอดฝุ์น ถนนไร้ฝุ์นในหลาย ๆ สายของ จังหวัดนครพนมก็ยังไม่ได้ลาดยาง ก็ถือว่าเปึนอานิสงส์อีกอย่างหนึ่งสําหรับงบประมาณ ในส่วนนี้

สุดท้ายครับ ผมฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเงินเดือน ของ อสม. ว่าค่อนข้างจะล่าช้าจากการที่ผมไปเยี่ยมพี่น้อง อสม. ทุกอําเภอนะครับ ถ้าเปึนไปได้ผมเสนอว่าน่าจะโอนตรงไปยังที่สถานีอนามัยเลยนะครับ เพราะว่าทุกสถานี อนามัยมีเลขบัญชีอยู่แล้วพร้อมที่จะโอนนะครับ แล้วถ้าเปึนไปได้มีงบเหลือจ่ายก็น่าจะ เพิ่มเงินค่าตอบแทนให้ อสม. อย่างน้อยก็สักประมาณ ๑,๐๐๐ บาทเปึนอย่างน้อย แล้วก็ อย่าลืมในส่วนของอาสาสมัครประเภทอื่นด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเปึน อปพร. (อาสาสมัคร ปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) หรือตํารวจชุมชน หรืออาสาสมัครประเภทอื่นนะครับ เพราะถือ ว่าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งครับ กราบขอบคุณท่านประธานอย่างมากครับ สวัสดีครับ