สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการดำเนินการของรัฐบาลเกี่ยวกับกู้เงิน 800,000 ล้านบาท ซึ่งผิดกฎหมาย และความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินนี้ โดยกล่าวตั้งคำถามถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเรียกร้องการการแก้ไขปัญหาการโกงและความไม่ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐบาล

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การอภิปรายของฝ์ายค้านหรือของพรรคเพื่อไทย ในวันนี้เพื่อทําความเข้าใจกับพี่น้องที่ฟังทางโทรทัศน์อยู่นี่นะครับ เราแบ่งเปึนหัวข้อ ๆ

หัวข้อแรกเปึนเรื่องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าการดําเนินการของรัฐบาลในเรื่องกู้ เงินนี้ผิดเรื่องหลักกฎหมาย ผมรับภาระในหัวข้อที่ ๒ ให้มาเป่ดประเด็นก่อนในเรื่องของ ความไร้ประสิทธิภาพ ความขาดความสามารถในผลงานของรัฐบาลที่จะดําเนินการ บริหารจัดการเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้นะครับ

ในหัวข้อที่ ๒ นี้ก็จะมีผู้อภิปรายกันหลายคน ท่านหนึ่งที่จะต่อจากกระผม ไปนี้ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่าน ส.ส. เงินนะครับ ชาวบ้านจะรู้จักอย่างนั้นจากจังหวัด กาฬสินธุ์ จะมาพูดเรื่องปัญหาแรงงาน ปัญหาเรื่องการเกษตรที่ราคาตกต่ํา ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จากจังหวัดชัยนาท ก็จะมาพูดถึงปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน เกี่ยวกับเรื่องพืชผลราคาเกษตรตกต่ําทั้งหมด โดยเฉพาะราคาข้าว

ท่านประธานครับ กระผมเองก็ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะว่าดูข้อมูลแล้ว เราก็คงไว้วางใจรัฐบาลนี้ไม่ได้ที่จะใช้เงินตัวนี้ แต่ก็ยังพยายามทําใจให้กับรัฐบาล แต่พอ มาเริ่มเข้าสภาป่ดสภาไปเสียหลายวันครับ พอเริ่มเป่ดรายการมันย้ําความรู้สึกของกระผม อีกว่า กระผมคงไว้วางใจให้ผ่านกฎหมายนี้ไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลไม่มี วุฒิภาวะเลย เริ่มต้นก็สะท้อนออกที่ไหนครับ สะท้อนออกที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังคือคุณกรณ์ จาติกวณิช คุณกรณ์ จาติกวณิช วันนี้ก็ตัวสูงขนาดนี้แล้วเปึน ผู้หลักผู้ใหญ่นี่นะครับ เปึนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว แต่ยังทําตัวเปึนเด็กอยู่ ครับ วันนี้เปึนรัฐบาลแล้วเราก็รู้ว่าเรามีรอยบาดแผลกันอย่างไรบ้างในทางสังคมที่ผ่านมา แต่แทนที่ท่านกรณ์ จาติกวณิช จะได้แสดงว่าเปึนผู้ใหญ่ให้มาประนีประนอมกัน คุณกรณ์ จาติกวณิช ก็เริ่มก่อนเลยครับ ด่าเสื้อแดงก่อนเลยครับ หาว่าวิกฤติวันนี้ที่เกิดขึ้นเพราะเสื้อแดง ไปชุมนุมกันที่พัทยา ท่านประธานครับ ถ้าเราเริ่มต้นอย่างนี้มันจะไปแก้ปัญหาอย่างไร ท่านทําไมไม่ดูความจริงละครับ ท่านอยากจะเปึนรัฐบาลเหลือกําลัง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากจะเปึนนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ท่านเดินมาทั้งหมดนี่ร่องรอยมันแยกไม่ออกจากการยึด สนามบิน จากการยึดทําเนียบรัฐบาล กระผมก็ไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนี้ครับท่านประธาน แต่ว่าทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องพูดเรื่องนี้ก่อน และวันนี้ท่านก็ทํา ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นที่คนเขาเจ็บปวดกันทั้งบ้านทั้งเมือง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พูดไป วัน ๆ บอกว่าไม่มี ๒ มาตรฐาน แต่ ๒-๓ เดือนแล้วที่ท่านพูดไปนั้นวันนี้ยังไม่มี การดําเนินคดีกับคนยึดสนามบินเลย ล่าสุดรายงานคดีสําคัญ ๆ ขึ้นสู่รองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคง คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่มีเรื่องการยึดสนามบิน อย่างนี้จะพูดได้ อย่างไรว่าท่านแก้ปัญหาแล้วจริง มันไม่ได้แก้ปัญหา และวันนี้คนเสื้อแดงเขาประกาศ ชัดเจน เหตุการณ์มันก็ชัดเจนแล้วว่าเรื่องที่พัทยาที่กระผมต้องขออนุญาตท่านประธาน พูด ว่าจริง ๆ เขาไปยื่นหนังสือแล้วจบกัน แต่มีกองกําลังเสื้อน้ําเงินไม่รู้ใครนะท่าน ของพวกท่านนั่นแหละ ดําเนินการก่อกวนจนกระทั่งเกิดเหตุปะทะกันแล้วเรื่องก็บานปลาย ไป จะด้วยเหตุผลอะไร ด้วยเจตนาอะไรไม่ทราบ และล่าสุดการประชุมซัมมิท (Summit) ที่ภูเก็ต ก็ชัดเจนว่าฝ์ายเสื้อแดงเขาก็แถลงแล้วว่าเขาไม่ขัดข้องเลย สนับสนุนหมด แต่แล้ว ต่างประเทศก็ยังไม่เชื่อถือท่าน ดังนั้นวันนี้ผมว่าถ้าเราจะพูดอย่างนี้ ผมต้องกราบขออภัย ท่านประธานจริง ๆ นะครับที่ต้องมาพูดอย่างนี้ เพราะว่ารู้สึกได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านกรณ์ จาติกวณิช นี้ไม่เปึนผู้ใหญ่เลย มีผู้ใหญ่ทางการเมืองคนหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ โทรศัพท์มาบอกผมบอกว่า ฝากหน่อยเถอะ บอกความจริงกับประชาชนหน่อยเถอะครับ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านกรณ์ จาติกวณิช ยังเปึนเด็กอยู่จริง ๆ เด็กคืออะไรครับ เวลาเกิดปัญหาทําอย่างอื่นไม่ได้ ทําได้ ๒ อย่างคือขอเงินพ่อกับยืมเงินเพื่อนเท่านั้นเอง วันนี้มันชัดครับ ไม่มีสตางค์ก็ยืมเงินพ่อ พ่อคือใคร พ่อคือประชาชน ก็คือเก็บภาษี ขอเงิน พ่อ เสร็จแล้วไม่มีเงินทําอย่างไรครับ ก็ขอยืมเงินเพื่อน คือกู้เงินครับ ท่านประธานครับ เรายังไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอะไรใหม่ ๆ จากรัฐบาลนี้เลย ท่านประธานครับ วิกฤติ เศรษฐกิจในขณะนี้ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจธรรมดา เปึนภาวะการปรับตัวของโลกทุนนิยม ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง มีหนังสือเยอะแยะครับขณะนี้ออกวางขาย นักเศรษฐศาสตร์นักคิด ทั้งหลายได้นําเสนอแนวคิดมากมายว่า มันไม่ใช่วิกฤติปกติอย่างที่เคยเปึน ผมเองก็ ออกเดินหาหนังสืออ่านเหมือนกัน มีหนังสือหลายเล่มที่ซื้อมา แต่บังเอิญวันนี้ติดมา เล่มหนึ่ง น่าสนใจมากครับ ของอาจารย์สมภพ มานะรังสรรค์ พูดถึงชื่อเรื่อง เดอะ เกรท ดีเปรสชั่น (The Great Depression) สู่วิกฤติแฮมเบอเกอร์ (Hamburger) วันนี้นักคิดเขาเสนอชัดเจนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เปึนวิกฤติธรรมดา แต่เปึนวิกฤติ ขนาดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เปึนการปรับตัวของโลกทุนนิยม วิกฤติซับไพรม (Subprime : รูปแบบสินเชื่อในสหรัฐอเมริกา) ล่ม ระบบการเงินโลกล้ม เขาชี้ให้เห็นถึงว่า ความผิดปกติของระบบทุนนิยมในช่วง ๗ ป้ที่ผ่านมานี้ตลาดหุ้นมันขยายตัวอย่างมโหฬาร เหลือเกิน ราคาน้ํามันนี่ขึ้นเอา ๆ เปึนความผิดปกติอย่างหนึ่งที่ทําให้ทุกประเทศต้องได้ รับภาระ แล้ววันนี้มันก็เกิดกรณีเรื่องซับไพรม ก็คือเรื่องกลุ่มกู้เงินที่ต่ํากว่ามาตรฐานใน อเมริกาแล้วก็ไล่เลียงกันจนกระทั่งเกิดวิกฤติ เขาชี้ให้เห็นถึงว่าแนวคิดจะต้องเกิดขึ้น แนวคิดใหม่ ๆ ท่านประธานครับ แต่วันนี้รัฐบาลนี้ไม่เคยเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ใด ๆ เลย ในการแก้ปัญหา แล้วซ้ําร้ายที่สุดคืออะไรครับท่านประธานครับ ผมไม่ใช่มาตําหนิติเตียน ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะต้องนําหนังสือพิมพ์บางฉบับ ซึ่งเห็นได้ทุกวันครับ นั่นก็คือการหาเสียงทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีสร้างภาพไปวัน ๆ เท่านั้นเอง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวานนี้ก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีทําอะไรครับ เดินตรวจ ประตูน้ํา โถ ท่านครับ เวลาว่างมากขนาดนั้นหรือครับ ผมไม่เคยเปึนรัฐมนตรีครับ แต่เคยเปึน เลขานุการรัฐมนตรีและเราได้เห็นความเปึนจริงว่า ภารกิจของคณะรัฐมนตรีนั้นมาก เหลือเกินครับในการแก้ปัญหา และยิ่งขณะนี้เปึนภาวะวิกฤติเศรษฐกิจท่านต้องทุ่มเทให้ นี่เดินหาเสียงครับเดินตรวจประตูน้ํา เดินประตูน้ํานี่ความจริงมันหน้าที่ของใครครับ ส.ส. ธรรมดาก็ได้ครับ ส.จ. ก็ได้ อบต. เขาก็ทํากัน ทําไมต้องเอาคนขนาดนายกรัฐมนตรีไปทํา ท่านประธาน ดูภาพครับ หนังสือพิมพ์มติชนวันนี้ครับ โอ้โฮ ท่านนายกรัฐมนตรีชะโงกดูเลย นะ ดูอะไรครับขึ้นหน้า ๑ เลย ดูเครื่องอุ่นข้าวเหนียว ผมก็ดูว่า เอ๊ะ เครื่องอุ่นข้าวเหนียวอะไร อ๋อ เอากระติ๊บไปใส่กระติ๊กน้ําแข็งเท่านั้นเองครับ นี่หรือครับงานนายกรัฐมนตรี ไฟใต้ว่า อย่างไรครับ โรคไข้หวัดนกว่าอย่างไรครับ ระบาดไปทั่วหมดแล้ว นี่ไม่ใช่เฉพาะวิกฤติ เศรษฐกิจเท่านั้นนะครับที่ยิ่งใหญ่ เหตุการณ์อื่นก็มากมาย แต่นายกรัฐมนตรีใช้วิธีการ แบบโบราณดีเหลือเกินท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ประชาชนทั่วประเทศก็มีความ มั่นใจกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วว่าใครก็เปึนนายกรัฐมนตรีได้เพราะไม่ต้องทําอะไร เลยครับ เดินหาเสียงกันไปอย่างนั้น ท่านประธานครับ ลองให้ใครไปหาซื้อหนังสือพวกนี้มาอ่าน ดูบ้างเถอะครับแล้วจะรู้ วิกฤติเศรษฐกิจในโลกนี้ ในระบบทุนนิยมนี้มันปรับตัวทีละรอบ ๆ ประมาณ ๑๐๐ ป้ บวก ลบ ๑๐ มันจะเกิดครั้งหนึ่ง เกรท ดีเปรสชั่น (Great Depression) ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงที่สุดที่มนุษย์ยังจําความได้คือ ป้ ค.ศ. ๑๙๒๙ หรือประมาณป้ พ.ศ. ๒๔๗๒ รุนแรงถึงขนาดทําให้โลกปรับกระบวนการทั้งโลกเลยครับ เฉพาะประเทศไทย ก็ได้รับผลกระทบอันนั้นในป้ ๒๔๗๒ นําไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง บ้านเมือง ท่านประธานครับ ในวันนั้นโลกยังไม่รู้ว่าค่าเงินนั้นเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ไม่มี ประสบการณ์เรื่องแบงก์ แบงก์สยามกัมมาจล หรือไทยพาณิชย์ในวันนี้เมื่อ ๗๐ กว่าป้ ๘๐ ป้ก่อนนั้น ซื้อเงินปอนด์เก็บไว้เต็มไปหมดครับ ด้วยคิดว่าเงินปอนด์นั้นมั่นคง อังกฤษ มันมั่นคง แต่พอเกิดสงครามโลก ครั้งที่ ๑ เกิดเกรท ดีเปรสชั่นในอเมริกา ส่งผลกระทบ ทั้งโลก ทําให้เงินปอนด์ทรุดลงครับ พอเงินปอนด์ทรุดลง ระบบธนาคารพังทันที ระบบ ธนาคารพัง ความเดือดร้อนไม่น้อยไปกว่าวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ข้าวของราคาลดลง หมด ชาวบ้านเดือดร้อนหมด ผมขออนุญาตนําหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่เคยตีพิมพ์ไว้อยู่ใน หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ข่าวหนังสือพิมพ์ เรื่องแบงก์ ชาวบ้านโอดโอยกันว่าล่ม ในขณะนั้น นะครับราคา ๑๐-๑๒ บาท แต่ต้องรีบขายเพราะไม่มีสตางค์ ขายแค่ ๒-๓ บาท รองเท้า ๑๕ บาท ปล่อยขายเพียง ๓ บาทเท่านั้นเอง ผ้าม่วงเซี่ยงไฮ้ราคาผืนละ ๙ บาท ขาย ๔ ผืน ๕ บาท โรงสีบางโรงขายข้าวสารกระสอบละ ๒ บาทเท่านั้นเองครับ ชาวบ้านร้องกันว่า เจ้าของร้าน นี่หนังสือพิมพ์ลงนะครับ เจ้าของร้านบางแห่งร้องว่าถ้าเปึนเช่นนี้เขาจะพลอย ฉิบหายไปด้วย เพราะของของเขาขายราคาต่ําเช่นนั้นไม่ได้ และใครเลยจะซื้อของของเขา เพราะยืนราคาเดิมอยู่ ครั้นจะลดตามคนอื่นเล่าก็จะขาดทุนมากเกินไป หนังสือเล่มนี้ที่ผม อ้างอิงก็รู้สึกดอกเตอร์สุนัย จุลพงศธร เขียนครับ ผมทําวิจัยเรื่องนี้ ชื่อเรื่อง ถอดรหัส กลุ่มทุนผูกขาดธนาคารพาณิชย์ไทย อยากจะไปให้ท่านรัฐมนตรีดูสักหน่อย แต่ว่าบังเอิญ ไปซื้อเถอะครับ เล่มละ ๒๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ วันนี้ท่านเสนอเรื่องการกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนดวันนี้ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาท พรุ่งนี้จะพูดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เงินในตลาดหมด ท่านประธานครับ ก็วันนี้เงินมันอยู่ในธนาคาร เยอะ ท่านก็ยอมรับเอง และท่านก็ยอมรับเองว่าท่านสั่งให้ธนาคารนี้ปล่อยกู้ไม่ได้ เขาไม่ยอม เปึนข้อถกเถียงกัน ท่านเลยกู้หมด พอกู้หมดรัฐบาลเครดิตดีนี่ครับ แบงก์สบาย เลยครับ จะปล่อยให้เอกชนกู้ก็เสี่ยง ปรากฏว่ารัฐบาลเข้าไปช่วยอุ้มให้เรียบร้อย แบงก์สบายแล้วครับ ดังนั้นเมื่อแบงก์สบาย รัฐบาลมีเครดิตดี ประชาชนไม่มีเครดิต ละครับ เงินออมของประชาชนถูกรัฐบาลเอาไปหมดแล้ว แล้วชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนไป ลงทุนละครับ แบงก์ไม่ให้ปล่อยแน่นอนถ้าอย่างนี้ เพราะแบงก์สบายแล้วครับ รอดตัวแล้ว ป้นี้ ท่านประธานครับ เอาไปทําอะไรครับ รัฐบาลไปลงทุน ดําเนินการลงทุนเอง ทําถนนไร้ฝุ์น ก็ยากจนจนขนาดนี้นะครับ การกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มา ไม่เคยมีนะครับ ดังนั้นการที่ท่านกู้ขนาดนี้เอาไปทําอะไร ทําถนนไร้ฝุ์น ไปลงทุนเรื่องนั้น เรื่องนี้ อดสักเดี๋ยวไม่ได้หรือครับ แนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเอามาใช้สิครับ อดทนก่อน เอาเงินนี้ไปแก้ปัญหาอื่น ๆ ก่อน ใช้วิธีการคิดใหม่ ๆ ก่อน แล้วยังไม่รู้ว่าเงินที่ท่านเอาไปนี้นอกจากไปทําแล้วไม่เกิดดอกผลแล้ว หรือเกิดดอกผลในทางที่ไม่จําเปึนแล้วปรากฏว่ายังมีเงินทอนกันอีก ข่าวคราวการทุจริต ของรัฐบาลนี้หนาหูไปหมดครับท่านประธาน เรื่องรถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน เดิมก็สู้กันบอกไม่มี ปัญหา ไม่ทุจริต ท่านไม่แปลกใจหรือครับเริ่มตั้งเข้ามาก็ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ถูกสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ชาวบ้านด่ามากเข้าลดทันที ๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าไม่ได้ตั้งเตรียมไว้กิน ทําไมลดได้ตั้ง ๕,๐๐๐ ล้านบาทละครับ แล้วสุดท้ายท่านก็ไปเกี๊ยเซี๊ยะกันอีก เจ็บปวด ที่สุดก็พรรคภูมิใจไทยครับ พวกเขกหัวด้วยขอแบ่งอีกครับ สุดท้ายได้แบ่งด้วย เขกหัวด้วย เอาคะแนนจากเพื่อนอีก ข่าวคราวการทุจริตก็เกิดขึ้นไปทั่วและเปึนอย่างนี้ผมถามหน่อย สิครับว่า การคิดโครงการอย่างนี้ก็ช่วยแบงก์ธรรมดาครับ หรือว่าแบงก์ช่วยท่านมาก่อนล่ะ ระบบอมาตยาธิปไตยหรือที่ว่าทุนนิยมขุนนางนี้มันชัดเจน หรือเปึนเพราะว่ามีข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่มีประโยชน์กับแบงก์นั่งเปึนที่ปรึกษากันอยู่ทุกแบงก์ เวลาเกิดปัญหาก็ใช้แนวคิด จากแบงก์มา ผมถามหน่อยเถอะครับเอาเงินมาหมดแล้วนี่เงินออมของประชาชนไม่มี แล้วแบงก์ไม่ปล่อยเงินแน่ครับ เพราะปล่อยให้รัฐบาลตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว สบายแล้ว จะปล่อยให้ใครครับ แล้วชาวบ้านร้านตลาดจะทํามาหากินกันอย่างไรครับ ผมไม่อยากพูดคํานี้เลยจริง ๆ วันนี้ชาวบ้านเขาพูดกันไปทั่วหมดแล้วว่า รัฐบาลนี้เปึน รัฐบาล ๔ ก

๑. แก้ตัวครับ ก แรก เป่ดรายการมาก็แก้ตัวแล้วว่าวิกฤติเศรษฐกิจเกิดจาก คนเสื้อแดง โอ้โฮ พูดได้ง่ายอย่างนั้นหรือรัฐมนตรี

ก ที่ ๒ คือกู้ครับ ท่านครับ คราวที่แล้วท่านไม่ใช่หรือครับที่บอกว่ากู้ไป ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทที่มาขอสภาเอาไปแจกกันอีเหละเขละขละไปหมด แล้วดําเนินการ ก็ไม่มีประสิทธิภาพ บอกว่าคน ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา ใครได้เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทลงมาจะได้เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท แล้วทําไม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. ที่นี่ถึงได้เช็คของท่านด้วยเล่า การแจกของท่านก็เละเทะไปหมด ผมยังพูดสัพยอกว่า สู้ปอเต็กตึ๊งยังไม่ได้ ปอเต็กตึ๊งนี่เขาแจกงานเทกระจาดทุกป้ไม่มี ปัญหาอย่างนี้ แค่ความสามารถในการแจกเงินอย่างเดียวท่านยังทําไม่ได้ แล้วท่าน บอกว่าหลังจากออกไปแล้วเงินแสนกว่าล้านบาทนั้นเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น แต่วันนี้ ทําไมต้องมากู้อีกละครับตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันชัดแล้วครับ ไม่ใช่เรื่องกู้ธรรมดา แต่เปึนเรื่องถังแตกแล้วท่านไม่มีปัญญาจะไปแล้ว

ก ที่ ๓ ครับ เก็บภาษี

ก ที่ ๔ โกงกินกัน เข้ามาเดือนแรกมกราคมก็เจอปลากระปิองเน่า กุมภาพันธ์ มีนาคม เจอประมูลข้าวโพดอื้อฉาว ตามด้วยข้าวอื้อฉาว เดี๋ยวท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จะมาพูดให้ดูว่าทําอย่างไรความสามารถอย่างนี้ทําให้ราคาข้าวจากเดิม สมัยของท่านสมัคร สุนทรเวช ๑๔,๐๐๐ ครับ ผมไม่ได้พูดยกเมฆท่านประธานครับ ชาวบ้านต้องนอนกอดป๋นเพื่อจะเฝัาข้าว เพราะกลัวจะมีรถมาลักเกี่ยวข้าวกลางคืนครับ ข้าวเปึนทองคําวันนั้น แต่วันนี้กลายเปึนทองคําเก๊แล้ว เหลือ ๗,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ การโกงกินที่เกิดขึ้นกันนี่ตั้งแต่ปลากระปิองเน่า ประมูลข้าวอื้อฉาว ประมูลข้าวโพดอื้อฉาว แล้วก็มาเจอเรื่องรถเมล์ แล้วจะได้ข่าวเรื่องค่าปากถุงจากการกู้เงินนี้ด้วยครับ

สภาวะอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าชาวบ้านเขารับไม่ไหว คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บอกว่าให้ลาออกไว ๆ ผมอาจจะอยู่พรรคเดียวกันแต่มี ความเห็นต่างกันบ้างนะครับ อย่าลาออกเลยครับอยู่ไปนาน ๆ เถอะครับ ให้ชาวบ้านเขา สิ้นสงสัยเลยครับว่าประชาธิปัตย์ไม่มีปัญญาแก้วิกฤติเศรษฐกิจ มีแต่ปัญญา ๔ ก นี้แหละครับ แก้ตัว กู้เงิน เก็บภาษี และโกงกินเท่านั้น ให้เหมือนกับป้ ๒๕๔๐ ครับที่ไปชิง อํานาจมาจาก พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เจ็บปวดมากรัฐบาลงูเห่านั่น สั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคความหวังใหม่ลาออกทั้งหมด ไม่ให้มีฝ์ายค้าน ด้วยหวังว่ารัฐบาลขณะนั้นจะอาย แต่ไม่อายครับ อยู่ได้ครับ ทั้ง ๆ ที่โฆษณาว่าเปึนรัฐบาลประชาธิปไตย อยู่กันจน ๔ ป้ ครบถ้วนเลยครับ เสร็จแล้ว ประชาชนสิ้นสงสัยจึงไม่ให้คะแนนเลยครับ ทักษิณถึงมา แล้ววันนี้ท่านก็ปล้นไปจาก อํานาจของทักษิณเขาอีก ปล้นไปจากสมัครอีก อยู่จนให้สิ้นสงสัยเถอะครับ เรียบร้อย แต่ผมกลัวอย่างเดียวว่าการสิ้นสงสัยของประชาชนนั้นมันจะลามไปเหมือน เดอะ เกรท ดีเปรสชั่น ป้ ๒๔๗๒ ครับ บ้านเมืองอยู่ในภาวะอันตรายที่สุดขณะนี้ เพราะท่านไม่มี ความสามารถในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจนี่ชัดเจนแล้ว แต่ท่านมีความสามารถสูงสุด คือมีความสามารถในการยื้อที่จะมีอํานาจอยู่นาน ๆ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนอดอยาก กราบขอบพระคุณครับ