จุติ ไกรฤกษ์ ระบุว่าประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไป และรัฐบาลควรเตรียมการเพื่อเข้มแข็งและพร้อมต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจใน 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการเงินและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการขายหุ้นของปตท. และการท่าอากาศยาน และเรียกร้องให้รัฐบาลระวังเรื่องการขายสมบัติชาติ และการเกิดค่าปากถุง นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องธนาคารสินเชื่อขนาดเล็กและขนาดย่อม โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทุจริตภายในธนาคารและเพิ่มทุนให้กับธนาคารเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะพยายามให้ประเด็นรวบรัดที่สุด ว่าวันนี้ สภามีความเห็นที่หลากหลายครับท่านประธานครับ ระหว่างจะกู้หรือไม่กู้ หรือว่าบอกให้กู้ แต่ว่าให้ระวัง แล้วก็บางท่านก็บอกว่าไม่สบายใจ ไม่อาจให้ผ่านเพราะว่าไม่มีรายละเอียด แต่ผมคิดว่าวันนี้คําถามที่ต้องถามก็คือว่า วันนี้รัฐสภาจะให้โอกาสคนไทยสู้ฝ์าวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้ไหม วันนี้รัฐสภาไทยจะให้เครื่องมือคนไทยไปต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจ หรือไม่ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้คงได้คิดรอบคอบ ได้ประเมินสถานภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศไทยรอบคอบว่า โครงการไทยเข้มแข็ง ๓ ป้นั้น รัฐบาลคงจะต้องคิดแล้ว ว่าโอกาสที่ประเทศจะฟุ๋นตัวดูได้จากนักเศรษฐศาสตร์ จาก ทีดีอาร์ไอ อดีตที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีหลายรัฐบาล ก็บอกว่าอีก ๓ ป้โน่นกว่าจะได้เห็นเศรษฐกิจกลับไปแข็งแรง เหมือนเดิม ผมเชื่อว่าเปึนความตั้งใจรัฐบาลที่อยากจะให้เห็นบอกว่า อีก ๓ ป้นั้นเราต้อง ท่องคาถาครับ อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ตนเปึนที่พึ่งแห่งตน รัฐบาลต้องพยายามช่วยเหลือ ตัวเองภายในประเทศให้มาก ดีกว่าจะไปคอยพึ่งพาความช่วยเหลือหรือความกรุณาจาก ต่างชาติ เราทราบกันดีว่าประเทศไทยนั้นพึ่งพารายได้จากการส่งออกกับการท่องเที่ยว มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี จริง ๆ แล้วคือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์มาจากการส่งออกและการ ท่องเที่ยว วันนี้รัฐบาลต้องเติมส่วนที่ขาดไปท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า ๓ ป้นั้นโครงการไทยเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าจะเปึนโอกาสที่เตรียมประเทศไทย นั้นให้เข้มแข็งและมีโอกาสช่วงชิงในช่วงเศรษฐกิจนั้นกลับมาฟุ๋นเหมือนเดิม ถามว่าวันนี้ เราบอกว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนจนสายป์านไม่ยาวเท่าคนรวย วันนี้ครับผมเชื่อว่า มาตรการทั้งหลายของรัฐบาลของเมื่อวานนี้ ของวันนี้ แล้วก็ของพรุ่งนี้ จะเปึนมาตรการ ที่ต่อสายป์าน ต่อลมหายใจให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ฝ์าฟันวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะยังอยู่ข้างหน้าอีก ๓ ป้ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลมาขอให้รัฐสภานั้นให้โอกาส กับประชาชนให้โอกาสกับคนไทย ช่วยต่อลมหายใจต่อสายป์านให้ต่อสู้ได้ ผมดีใจครับ ที่รัฐบาลวันนี้ต้องฟังสมาชิกซีกฝ์ายค้านว่า ให้ระวังการกู้เงินให้มาก ๆ ผมบอกว่า การระมัดระวังนั้นดี แต่ผมอยากจะบอกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ชีวิตต้อง อยู่ด้วยความหวังครับอย่าอยู่ด้วยความกลัว ในขณะเดียวกันชีวิตก็ไม่ต้องไม่ประมาทครับ ไม่จําเปึนท่านก็ต้องไม่สร้างหนี้ให้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่ผมไม่สบายใจเลยก็คือว่า ท่านสมาชิกหลายท่านขึ้นมาอภิปรายว่า การกู้นั้นเปึนสิ่งที่เลวร้ายสําหรับประเทศเวลานี้ ผมกลับคิดตรงกันข้าม วันนี้เรามาถามตัวเองไหมครับว่า เราจะเอาเงินจากไหนเข้า ประเทศ จะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงดู ดูแลคนไทยที่ยังอ่อนแอในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ วันนี้เรามีโอกาสไหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคิดไหมว่าถ้าจนแต้มแล้ว จะขายสมบัติชาติ ขายทรัพย์สินของประเทศไทยไปเพื่อกู้หน้าให้คนไทยมีกินในช่วง ๓ ป้ ข้างหน้า เปึนทางเลือกอันหนึ่ง ท่านได้เลือกไปแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้ซึ่งจะเข้าสภาพรุ่งนี้ ปรับลดงบประมาณมาลง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันหลายคนตกใจ หลายท่านก็ตกใจบอกว่า นี่เปึนการกู้ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ผมบอกว่าไม่ใช่ ที่ไม่ใช่เพราะว่าอะไร เมื่อวานนี้มีพระราชกําหนดเข้าสภา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาก็อนุมัติ ผ่านไปด้วยดี หลายท่านบอกว่าเปึนพระราชกําหนดที่มีการกู้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศไทย ๗๐ ป้ ผมเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่ เมื่อคืนผมไม่สบายใจ ผมไปดูครับท่านประธาน ที่ไม่ใช่ เพราะว่าก่อนหน้านี้มีการกู้ออกพระราชกําหนดเงินกู้ครับท่านประธาน ขออภัยที่ต้องเอ่ย คือสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ก็กู้เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศครับ ออกเปึน พระราชกําหนดเงินกู้ ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นกู้เพื่อไปชดเชยผล ขาดทุนของกองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาสถาบันการเงินตอนนั้น ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นพระราชกําหนดเมื่อวานนี้ หรือพระราชบัญญัติวันนี้ไม่ใช่การออกกฎหมายที่กู้ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยครับ แต่ถ้าเผื่อเอาตัวเลข ๒ ตัวเลขมารวมกันว่า เมื่อวานนี้เปึนพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เปึนพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวกกัน ถ้าจะเลี่ยงบาลีอย่างนั้นก็บอกได้ว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่า ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าจะเปรียบเทียบว่าพระราชกําหนดเงินกู้ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาชดเชยผลขาดทุนกองทุนฟุ๋นฟูกับเมื่อวานนั้นมันมีข้อแตกต่าง การชดเชยผลขาดทุนกองทุนฟุ๋นฟูนั้นเปลี่ยนลูกหนี้จากภาคเอกชนมาเปึนลูกหนี้รัฐครับ แต่วันนี้ที่รัฐบาลกู้นั้นเอามาสร้างงานครับ เกิดการจ้างงานขึ้น เกิดกิจกรรมเศรษฐกิจขึ้น ถามว่าวันนี้ประเทศไทยจําเปึนไหมครับ จําเปึนต้องให้เกิดการจ้างงานไหม จําเปึนต้องให้ ธุรกิจเดินได้ไหม จําเปึนต้องสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อให้คนนั้นยังมีงานทํา ไม่ตกงานไหม จําเปึนต้องเพิ่มทุนให้ธนาคารของรัฐไหมครับ เพื่อจะปล่อยกู้ให้ธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลางได้มีลมหายใจเดินต่อไปได้ จะให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ไหม ผมคิดว่าจําเปึน เมื่อจําเปึนแล้วผมก็บอกว่าอย่าไปตกใจ อย่าไปตกใจว่าประเทศไทย ไม่เคยกู้เงินเลย ไม่ใช่ครับ ประเทศไทยมีกู้เงินทุกยุคทุกสมัยครับท่านประธาน ตั้งแต่ ท่านประธานเปึน ส.ส. ครับ ๒๕๑๒ ก่อนหน้านั้นครับ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครต่อใคร แม้กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านประธานทราบไหมครับว่าครั้งนี้ไม่ใช่เปึนครั้งแรก ที่รัฐบาลกู้เงินนะครับ แล้วครั้งนี้ไม่ได้เปึนครั้งแรกที่รัฐบาลจัดงบประมาณขาดดุลครับ แล้วก็ครั้งนี้ไม่ได้เปึนครั้งแรกที่รัฐบาลนั้นออกพระราชกําหนดกู้เงิน ถ้าไปดูตารางการกู้เงิน เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ตอนนั้นรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ก็มีการกู้ชดเชยการขาดดุล งบประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ก็กู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณอีกครับ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ กู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ท่านบอกว่าจะไม่กู้ เพราะว่าจะเปึนงบประมาณสมดุลดูดี แต่ไม่ใช่ครับ เอาหนี้ไปซุกไว้กับ ธ.ก.ส. อีก ๑๐๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในป้ ๒๕๔๙ รัฐบาลชุดต่อมาคือชุดของ คมช. ต้องมาตั้งงบประมาณชดเชยใช้หนี้ ขาดดุลอีกเหมือนกัน กู้เหมือนกันครับรัฐบาล คมช. กู้อีก ๑๔๖,๒๐๐ ล้านบาท งบประมาณป้ ๒๕๕๑ ก็กู้ขาดดุลอีกเหมือนกันครับ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าฉะนั้นไม่ใช่เปึนครั้งแรกที่กู้ แล้วอย่าไป ตกใจ ไม่ใช่ว่าการกู้เงินนั้นเปึนการดีครับ ผมคิดว่าเปึนการแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศที่มี อยู่ แต่วิกฤติวันนั้นกับวิกฤติวันนี้มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนั้นเศรษฐกิจโลกไม่ล่ม สลายอย่างนี้ ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ป่ดกัน ๗๐-๘๐ แห่ง ทั้งประเทศ สหรัฐอเมริกาครับ คนไม่ตกงานมากมายทั่วโลกขนาดนี้ ถ้าท่านประธานไปดูนะครับ ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ จีดีพี ของประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลกประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ทั้งประชาคมยุโรป ประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย รวมกันแล้วนะครับ หมายความว่า จีดีพี รวมกันแล้วเกินครึ่งหนึ่งของโลกมีปัญหาทั้งนั้นครับ เมื่อประเทศคู่ค้า มีปัญหาก็หมายความว่าประเทศไทยนั้นต้องพึ่งตัวเองครับ ผมไปดูอีกว่ารัฐวิสาหกิจ ที่กู้เงินก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้เงินอีก เมื่อป้ ๒๕๔๕ ก็กู้เงินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิครับ เมื่อป้ ๒๕๔๖ ก็กู้ซื้อเครื่องบิน ๑๘,๘๑๗ ล้านบาท เมื่อป้ ๒๕๔๗ ก็กู้สร้างสนามบิน สุวรรณภูมิเพิ่มเติมอีก ๑๖,๓๕๘ ล้านบาท เมื่อป้ ๒๕๔๘ ก็กู้เงินซื้อเครื่องบินการบินไทย อีก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วล็อต (Lot) สุดท้ายที่ซื้อวันนี้การบินไทยต้องบอกว่าขาย เพราะซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ ไม่เหมาะ การบินไทยเจ๊งจากเครื่องบินฝูงนี้ ผมคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะดูแลกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเปึนเจ้าของ การบินไทย ต้องสอบนะครับว่าใครเปึนคนที่ต้องรับผิดชอบกับเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ วันนี้ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังคําเตือนของสมาชิกผู้อาวุโสฝ์ายค้าน เขาบอกว่า ท่านเปึนเด็ก เขาบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนเด็ก เมื่อคืนนี้ท่านสมาชิก ถามว่าท่านนายกฯ อายุเท่าไร ท่านนายกฯ ก็ตอบอย่างอาย ๆ ว่าอายุ ๔๔ ป้ แต่คนเรา รู้ไหมครับว่านายกฯ คนต่อไปของประเทศอังกฤษจะอายุอ่อนกว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ๒ ป้ รู้ไหมครับว่าโอบามาอายุมากกว่าท่านอภิสิทธิ์เล็กน้อยเท่านั้น และสิ่งที่ผมคิดว่าต้องฟัง ผู้ใหญ่ จิ้งจกทักต้องฟัง ผู้ใหญ่ทักก็ต้องเคารพ แต่ผมคิดว่ามันมีของดีในเสีย ของเสียใน ของดี แต่ผมไม่อยากให้ในฐานะที่เขาว่าท่านเปึนเด็กเติบโตขึ้นมา อย่าไปโตเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะโกงนาน ๆ อย่าไปเปึนอย่างนั้น ท่านต้องเปึนคนที่รักษากติกาของบ้านเมือง รักษาความสุจริตยุติธรรมเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ตาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตาม วันนี้ต้องตอบบอกว่าเขากล่าวหาว่า ท่านใช้จ่ายเก่ง แต่หาเงินไม่เก่ง บางคนถึงขนาดปรามารถว่าหาเงินไม่เปึน ผมอยากให้ ท่านนั้นไปดูประวัติศาสตร์ เลือกเอาสิ่งที่ดี ที่เปึนผลสําเร็จแล้วทําตามนั้น สิ่งที่ไม่ดี ก็หลีกเลี่ยงอย่าไปทําซ้ําให้มันผิด ผมไปดูว่าวิธีการหาเงินของ ๓ รัฐบาลท่านประธานครับ รัฐบาลท่านนายกฯ ทักษิณ รัฐบาลท่านนายกฯ สมัคร รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ๓ รัฐบาลนี้มีข้อแตกต่างในการหาเงินเหมือนกันไหม แตกต่างกันไหม ถ้าท่านทักษิณทําดี หาเงินเก่งต้องลอกเขามา เปึนส่วนดี อันไหนส่วนที่เขาพลาดท่านก็ต้องระวังว่าอย่าให้ พลาดซ้ํา ๒ ผมเห็นแล้วว่าสิ่งที่เหมือนกันคือ ๑. รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลสมัคร รัฐบาล อภิสิทธิ์พยายามหาเงินรายได้จากการท่องเที่ยว แต่วันนี้ท่านต้องยอมรับคนตกงานทั่วโลก ประเทศไทยวันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่ากระทรวงแรงงานเปึนกระทรวงที่ป่ดทองหลังพระ วันนี้ คนไทยตกงานไม่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั้งประเทศ ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส ๗ เปอร์เซ็นต์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเปึนอย่างนั้นอีก ๓ ป้ ฉะนั้นผมคิดว่าท่านน่าจะให้เครดิตกับ กระทรวงแรงงานเขาบ้างที่เขาพยายามรักษาการจ้างงานไว้ ให้เครดิตกับกระทรวงการคลัง ว่าเขาพยายามที่จะต่อสายป์านให้เศรษฐกิจ ให้ธุรกิจนั้นไม่ล้ม การจ้างงานนั้นยังอยู่ ผมถึงได้บอกว่า พ.ร.บ. วันนี้ พรุ่งนี้ พระราชกําหนดเมื่อวานนี้เปึนการต่อลมหายใจ ต่อสายป์านให้กับธุรกิจเพื่อรักษาสภาพการจ้างงานให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ แล้วก็ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่การท่องเที่ยวที่เราพยายามนั้น วันนี้เราต้องยอมรับว่า เราประสบกับเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ฝรั่งมาเมืองไทยน้อย ถึงมาก็ไม่พักโรงแรมชั้น ๑ พักโรงแรมชั้น ๓ ดาว ๔ ดาว ๕ ดาว แต่สิ่งที่ท่านต้องระวังก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้อง ไปดู อีลีท การ์ด ที่ตั้งความฝันไว้ ที่จะหาเงินเข้าประเทศเมื่อป้ ๒๕๔๖ บอกว่าใน ๕ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๕๑ ประเทศไทยจะมีเงินเข้าประเทศ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการขายบัตรสมาชิกใบละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ใบ นี่ป้ ๒๕๕๒ แล้ว อีลีท การ์ด ก็ยังอยู่ ยังไม่ได้ทํา แต่ถามว่าสมาชิกมีถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนหรือยัง มีแค่ ๒,๐๐๐ กว่าคน แล้ววันนี้ขาดทุนสะสม ๑,๔๐๐ ล้านบาท ยังไม่มีเงินคืนรัฐบาลเลย อย่างนี้ อย่าไปตามเขา อันต่อมาก็คือว่าถ้า อีลีท การ์ด เปึนอย่างนี้ประหยัดเงินหลวงได้ไหม อย่าไปยอมขาดทุนต่อทุก ๆ ได้ไหม ประหยัดเงิน เอาเงินนั้นมาช่วยคนจน ช่วยเกษตรกร ดีกว่าครับ ป่ดไปเถอะครับ
อันที่ ๒ บริษัท ไทยแลนด์ ลองสเตย์ ก็ตั้งขึ้นมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ พยายามหาเงินเข้าประเทศเหมือนกัน เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหารงาน วันนี้เจ๊งไปแล้วครับ
อีกอันหนึ่งพูดภาษาอังกฤษสวยหรู เอสพีวี (SPV : Special purpose vehicle) เครื่องมือทางการเงินสะเทิ้นน้ําสะเทิ้นบก ทําโคล้านตัววันนี้ก็เจ๊งครับ ท่านใช้หนี้ เขาหรือยังรัฐบาลชุดนี้จากผลตรงนี้ การเร่งขยายหาตลาดต่างประเทศก็เปึนสิ่งที่ดี ผมก็ต้องให้เครดิตรัฐบาลในตอนนั้น สิ่งที่ดีก็เอาไว้ครับ แต่สิ่งที่ท่านระวังคือครัวไทย สู่ครัวโลก โก้นะครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่วันนี้มันเจ๊งครับ กรุงเทพเมืองแฟชั่น หมดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าบูมไหมครับ ไม่ครับ ไทยโก้ยีนต์เคยผลิตว่าจะขายเมืองนอกขายไม่ออกครับ ขายไปแอฟฟริกาในที่สุดลูกค้า แอฟฟริกาก็เบี้ยวครับ เจ๊ง กางเกงขาดหมดครับ ฮับ (Hub) สุขภาพวันนี้ยังดีอยู่ครับ ก็ต้อง ให้เครดิตรัฐบาลชุดก่อนว่าเขาทําไว้ ท่านพยายามฟุ๋นฟูให้มันดีกว่าเดิมครับ ศูนย์แสดง สินค้าไทยในนิวยอร์กก็ฝันไว้ว่าจะเอาโอทอปไปขายที่นิวยอร์ก แต่โกงกันวินาศสันตะโรครับ ศูนย์นี้จ้างไม่ได้ครับ เจ๊งไปแล้วครับ เพราะมันโกงกันครับ ท่านอลงกรณ์อยู่ก็หาคนเข้าคุก ด้วยโครงการนี้ อย่านั่งเฉย ๆ วันนี้สิ่งที่ท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ยังไม่ได้ทําคือขายสมบัติชาติ ถามว่าจะขายไหมถ้าเผื่อหน้ามืดขนาดนั้นอยากฟังคําตอบเหมือนกัน แต่ถ้าเผื่อขายแล้ว จะขายแบบหุ้น ปตท. เข้าตลาดไหมครับ ขายแบบหุ้นการท่าอากาศยานเข้าตลาดไหม วันนั้นคนไทยดีใจนะครับฝรั่งเอาเงินมาซื้อหุ้นเมืองไทย มีเงินจากต่างประเทศเข้ามา แต่วันนั้นท่านขายหุ้น ปตท. หุ้นละเท่าไรครับฝรั่งมาซื้อ คุณกรณ์ทราบดีครับหุ้นละ ๓๙ บาทครับ แล้วฝรั่งไปขายตอนไหนครับ ขายตอนมัน ๒๐๐ บาทครับ เงินส่วนต่าง ๑๕๐ บาท ตกอยู่กับคนไทยหรือตกอยู่กับฝรั่งครับ ตกอยู่กับฝรั่งครับ อย่างนี้อย่าไปทํา นะครับ อย่าไปทํา มันเปึนบทเรียนที่ท่านต้องพึงสําเหนียกไว้ สิ่งที่ผมฝากท่านต้องระวังอีก ก็คือว่าสมาชิกทุกท่านกลัวการทุจริตครับ กลัวค่าปากถุงครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะชี้แจงได้ไหมว่าค่าปากถุงปกติมันมีสําหรับธนาคารเอกชน ข้าราชการ กระทรวงการคลังไปกู้เงินเมืองนอกมีค่าปากถุงไหม เท่าที่ผมทํางานมาผมไม่เคยเห็น ไม่เคยมี เพราะว่ามันไม่มีใครให้มันเสียศักดิ์ศรี แต่ธนาคารเอกชนผมมีครับ วันนี้ผมก็คอย อยู่ครับว่าเงินค่าปากถุงธนาคารกรุงไทยที่เปึนหนี้เสีย ๙,๙๐๐ ล้านบาทครับ ท่านกรณ์ ตามให้ผมได้ไหมครับว่าเงินค่าปากถุงไปตกอยู่บัญชีใครบ้าง แล้วเจ้าหน้าที่ของธนาคาร เข้าคุกแล้วหรือยัง วันนี้รัฐสูญเสียนะครับ เพราะธนาคารกรุงไทยเปึนธนาคารของรัฐบาล ผู้เสียภาษีคนไทยต้องชดเชยการขาดทุนนี้ครับ
อีกอันหนึ่งผมอยากจะให้ท่านไปดูครับธนาคาร เอสเอ็มอี เอสเอ็มอี นี้ทุก คนบอกว่าให้ปล่อยเงินกู้ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมเหมือนประเทศจีนผมเห็นด้วย แต่อย่าไปทําแบบจีนนะครับ เพราะวันนี้จีนปล่อยสินเชื่อให้ทุกคนโดยไม่ลืมหูลืมตา จะมีงานทําจะตกงานรายได้เท่าไรไม่รู้ให้ปล่อยกู้ไปเพื่อคุณไปซื้อของฝรั่งก็เห็น ใครก็เห็น วันนี้จีนเศรษฐกิจบอกว่ากระเตื้องขึ้นมาใช่ครับ แต่ขณะนี้จีนกําลังจะพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ถดถอยจากคนไม่มีกําลังซื้อ แต่จะมีวิกฤติใหม่ครับ คือสถาบันการเงินจีนจะเจ๊งครับ คุณกรณ์อยู่ตรงนี้รู้ครับ วันนี้สถาบันประเมินทั้งหลายดาวน์เกรด (Downgrade) คือลด เครดิตสถาบันการเงินจีนอีกหลายแห่งครับ ฉะนั้นตรงนี้ถ้าท่านจะให้เพิ่มทุน ธ.ก.ส. ให้เกษตรกรมีเงินใช้ ดีครับ เพิ่มทุนธนาคารออมสินให้ธนาคารประชาชนมีเงิน ต่อลมหายใจดีครับ เพิ่มทุนให้ธนาคารอิสลาม คน ๕ จังหวัดภาคใต้มีโอกาสได้ลืมตา อ้าปากจากธนาคารอิสลาม ทําเถอะครับ ท่านจะเพิ่มทุนให้กับธนาคาร เอสเอ็มอี ให้ธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ต่อลมหายใจไปได้ ทําเถอะครับ แต่อย่าไปฝ๋นตลาด อย่าไปให้กับ คนที่ไม่สามารถชําระหนี้คืนได้ วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งทับอยู่ คือธนาคาร เอสเอ็มอี บอกผมด้วยนะครับว่าตัวเลขผมผิดไหมว่าวันนี้ธนาคารนี้มีหนี้เสีย หนี้เน่า ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ ผมถามว่าธุรกิจไหนที่มันขายแล้วเก็บเงินไม่ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องธนาคารหรอกครับมันเจ๊ง เพราะธนาคารนั้นต้องจ่ายดอกที่รับฝาก ทุกวัน มีต้นทุนแต่เก็บดอกเบี้ยไม่ได้มันต้องเจ๊ง แล้วธนาคารนี้ผมยืนยันท่านประธานครับ ว่าผมคัดค้านตั้งแต่ตอนตั้งป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ไปยุบบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมซึ่งทําดี อยู่แล้ว แต่มาตั้งเปึนธนาคาร เอสเอ็มอี ที่มันเจ๊งไม่ใช่เพราะว่านั่นนะครับ มันโกงกันครับ วันนี้มีหนี้เสีย ๒๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจะช่วยเคลียร์หนี้เน่าอันนี้ว่า ใครควรจะเข้าคุกได้บ้างไหมครับ ที่ผ่านมาผมฟังคนที่คุ้มงานนี้บอกว่ามีเจ้าหน้าที่ถูก ไล่ออกไป ๑ คน ผมว่าไม่พอครับ คนก็จะไม่กลัวกับการโกงอันนี้ เพราะว่ามันคุ้มค่ามากไล่ออกเพียงแค่ คนเดียว แต่ว่าหนี้เน่าถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า พึงสังวรไว้ ทุกคนเตือนท่าน ท่านระวังไว้ วันนี้ท่านต้องทําครับ คือว่าตรวจสอบไม่ให้มีการ ทุจริตเกิดขึ้น ท่านต้องทําว่าฐานข้อมูลคนจนต้องให้ครบ ท่านต้องทําว่าฐานข้อมูลของ แหล่งน้ําขนาดเล็กที่จะให้มีกันแล้วทั่วประเทศ และที่สําคัญที่สุดก็คือท่านต้องตรวจสอบ เราพลาดมาแล้วเมื่อตอนที่เราอนุมัติพระราชกําหนด ๗๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ