ประเกียรติ นาสิมมา แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติเพื่ออนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่เห็นเหตุผลที่สมควรในการขอกู้เงินจำนวนมาก และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นย้ำว่าการกู้เงินในประเทศอาจทำให้ภาคเอกชนไม่มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจของตนเอง และอาจทำให้เศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกู้ยืมเงินต่างประเทศ โดยเสนอแนะว่าควรใช้เงินสำรองในบัญชีส่งออกนำเข้าแทนการกู้ยืมเงินในประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ขณะนี้เรา กําลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเพื่ออนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ด้วยหลักการและเหตุผลดังที่ปรากฏ คือจริง ๆ แล้วในเหตุผลที่รัฐบาลได้เสนอ ประกอบร่างพระราชบัญญัตินี้มา ผมอ่านแล้วก็ยังข้องใจอยู่ คือเหตุผลที่ท่านบอกว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะถดถอยอย่างต่อเนื่องและฟุ๋นตัวช้ากว่าที่คาด ก็แสดงว่าท่าน ติดตามเรื่องเศรษฐกิจโลกอยู่ตลอดเวลา ที่เศรษฐกิจโลกตกต่ําอย่างรุนแรงเกิดที่อเมริกา และก็พ่วงไปยังประเทศญี่ปุ์น ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศต่าง ๆ ที่ซื้อ ซีดีโอ (CDO) ของอเมริกาเอาไว้ และซีดีโอนั้นขาดทุนจนไม่มีราคาในตลาดทุนของโลก นี่จึงทําให้เปึนบ่อเกิดทางเศรษฐกิจที่ล้มสลาย แต่ประเทศไทยไม่ได้ซื้อ ซีดีโอ นี้ไว้เลย ผมสอบถามธนาคารหลายแห่งก็บอกว่าซื้อไว้เพียงเล็กน้อยไม่กระทบ ระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ อันนี้คืออยากจะขอติงว่าเหตุผลมันไม่สมควรที่จะต้องมาขอกู้เงินมากมาย ที่จะต้องเอามากระตุ้นเศรษฐกิจหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย
และอีกประการหนึ่ง ที่ผมได้ยินว่าท่านทางพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย ในสภานี้ว่า ประเทศไทยมีบัญชีสํารองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่ากับเงินบาทก็คงประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ซึ่งเปึนจํานวนมหาศาลทีเดียวการกู้ ๔ แสนล้านบาทนี่เท่ากับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ เงินในบัญชีนี้ แต่เงินในบัญชีนี้ความจริงก็มีความสําคัญของมันอยู่ ก็คือเอาไว้สําหรับค้าขายระหว่าง ประเทศ ส่งออก นําเข้า บัญชีจะถูกตัดที่ตรงนี้ ขายไป ผู้ที่ได้เงินตราต่างประเทศมา ก็เอาไว้ในบัญชีนี้และก็รับเงินบาทไป ขายออกไปก็เอาดอลลาร์ไปจ่ายเงินบาทก็มีการ แลกเปลี่ยนอยู่ในนี้ ได้กําไร ขาดทุนอยู่ในบัญชีนี้ ที่จริงบัญชีนี้มันเปึนการสํารองการค้า ระหว่างประเทศในสมัยเก่านะครับ ในสมัยนี้ผมไม่อยากจะพูด แต่เอาว่าสมัยเก่า ซึ่งการ สํารองการค้าขายระหว่างประเทศใช้เงินประมาณสัก ๖ เดือน ๕ เดือนเหลือเฟ๋อแล้ว คือถ้าใช้ ๕ เดือน เดือนหนึ่งประมาณหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เงินที่สํารองอยู่ในบัญชีนี้ สามารถที่จะสํารองได้ถึง ๑๒ เดือน มากเกินไปครับ ทําไมรัฐบาลนี้จึงไม่เอาส่วนเกินที่มัน ไม่ควรจะสํารองมากถึงขนาดนั้นมาใช้ทดแทนการกู้ยืมเงินในประเทศ ซึ่งผมคํานวณ คร่าว ๆ น่าจะใช้ได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คือเหลือไว้ประมาณสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญก็ควรจะพอ และส่วน ๗๐,๐๐๐ ล้านเหรียญหรือประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาออกมาใช้ทดแทนเงินที่เราจะต้องใช้จากการกู้ยืมจะ ไม่ดีกว่าหรือ ขอโทษนะ ผมไม่อยากจะบอกว่าหรือไม่ได้คิดกัน มัวไปคิดแต่อย่างอื่น นั่นคือเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอติงเอาไว้นิดหนึ่ง
อันต่อไปนะครับ ที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า การกู้เงินตาม ร่างพระราชบัญญัติกู้เงินครั้งนี้จะเปึนการกู้เงินในประเทศ รวมทั้งการกู้เงินตาม พระราชกําหนดทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการกู้เงินในประเทศ ผมทราบว่า เงินสภาพคล่องในประเทศซึ่งหมุนเวียนอยู่นั้นมีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเงินสด แต่การกู้เงินจากในประเทศจะดูดสภาพคล่องออกจากภาคเอกชน เสียจนหมด ในที่สุดภาคเอกชนไม่มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจของตนเองก็จะล่มสลาย ธุรกิจก็จะไม่มีภาษีที่จะต้องมาจ่ายให้กับภาครัฐ และคนก็จะตกงาน จริง ๆ แล้วการกู้ยืม เงินในประเทศจะมีผลกระทบรุนแรงให้กับเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า เพราะตาม มาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ การกู้ยืมเงินนอกระบบมาใช้ใน กิจการเฉพาะอย่าง เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ ท่านสามารถที่จะทําได้ แต่ต้องกู้เงินตรา ต่างประเทศ เพราะจะได้เข้ามาหมุนเวียนและไม่ต้องมาแย่งเงินทุนหมุนเวียนของ ภาคเอกชนที่มีอยู่ในประเทศ ผมหลับตามองแล้วนะครับอีก ๓ ป้ข้างหน้าประเทศไทยจะ ล่มสลายมากกว่านี้ แต่การกู้ยืมเงินในประเทศมีทั้งคนได้ประโยชน์ และคนเสียประโยชน์ ผมว่าคนเสียประโยชน์คือภาคเอกชน ในส่วนที่เปึนอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้าทั่วไป เพราะกู้เงินจากธนาคารไม่ได้ รัฐบาลกู้แทนไปเสียแล้ว คนที่ได้ประโยชน์ก็คือธนาคาร บางธนาคาร ที่รัฐบาลจะต้องเอาเงินนั้นไปใช้หมุนเวียนในธนาคารดังกล่าว เพราะว่า ในร่างพระราชบัญญัตินี้บอกว่าเงินกู้ไม่ต้องนําส่งคลัง เมื่อไม่ได้นําส่งคลังท่านจะต้องเก็บ ไว้ที่ไหน คนนั้นก็ต้องได้ประโยชน์ อันนี้เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่าครับ ในรัฐบาลนี้
อันต่อไปนะครับ เงินกู้ที่มีแสดงรายละเอียดกรอบเงินกู้มา ที่แสดงกรอบ เงินกู้ถึงป้ ๒๕๕๕ แต่ตามพระราชบัญญัติเงินกู้จะใช้ป้ ๒๕๕๔ ผมจึงไม่ทราบแน่นอนว่า กรอบนั้นช่วงไหนที่จะต้องใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ รายละเอียดก็ไม่มี ทุ่งกุลาร้องไห้พัฒนาแหล่งน้ําตั้งแต่ป้ ๒๕๒๕ มาจนถึงปัจจุบันนี้ใช้เงิน ไปเท่าไรครับท่านประธานทราบไหม ใช้เงินไปทั้งหมด ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกลบ ใกล้เคียงประมาณนี้ พอถึงหน้าแล้งน้ําก็แล้ง พอถึงหน้าฝนน้ําก็ท่วม การทําเกษตร ทําไม่ได้ ชาวทุ่งกุลาร้องไห้บอกว่า ถ้ารัฐบาลยังมีทางที่จะกู้เงินได้อีก อยากจะขอให้กู้ อีกสัก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อพัฒนาแหล่งน้ําของทุ่งกุลาร้องไห้ คนในทุ่งกุลาร้องไห้ ของ ๕ จังหวัดนั้นรวมทั้งจังหวัดของท่านประธานด้วย จะได้อยู่ดีกินดีแล้วไม่ต้องร้องไห้อีก ต่อไป การกู้เงินไม่มีปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการกู้ไม่ผิดกฎหมาย แต่การใช้ ท่านประธานที่เคารพ ต้องกลับไปดูที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ท่านจะต้องจัดการ ใช้เงินตามรัฐธรรมนูญให้เคร่งครัดภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ๔ กฎหมายที่มีอยู่ใน รัฐธรรมนูญนั้น หาไม่แล้วการใช้เงินกู้ครั้งนี้จะเปึนการผิดกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ ผมคนหนึ่งละครับจะไม่ร่วมเอาเรื่องที่ผิดกฎหมายมาเปึนเรื่องที่ให้สภาแห่งนี้ต้องเปุ๋อน ไปด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติกู้เงินฉบับนี้ แม้จะทําได้ แต่การใช้เงินหากไม่ไปใช้ในกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ผมไม่อาจจะ รับรองได้และไม่อาจจะลงมติรับรองร่างพระราชบัญญัตินี้ได้เลย เพราะจะเปึนการผิด กฎหมายอย่างชัดเจนครับ ขอบพระคุณครับ