สันติ พร้อมพัฒน์ หารือเรื่องการเก็บค่าโดยสารรถไฟในกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าหากให้รฟม. ดูแล ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 120 บาท แต่หากให้กทม. สัมปทานให้บริษัทเอกชน ค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 45 บาท และเรียกร้องให้ประชาชนเข้าใจเจตนาของรัฐบาลที่ต้องการลดค่าครองชีพ นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องพระราชบัญญัติไทยเข้มแข็ง ซึ่งเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับการโกงเงินจากโครงการรถไฟสายสีม่วง และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็คงต้องชี้แจงให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครซึ่งฟังอยู่ ทางบ้านนั้นหายตกใจนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาลได้บอกว่า รถไฟ สายสีเขียวเข้มและเขียวอ่อนที่จากแบริ่งไปสมุทรปราการ และจากหมอชิตไปสะพานใหม่ ถ้าให้ รฟม. ทําแล้วทาง รฟม. ก็จะเก็บค่าโดยสารพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครถึง ๑๒๐ บาท แต่ถ้าหากว่าให้ กทม. เอาไปให้บริษัทเอกชนให้สัมปทานแล้วก็จะเก็บอยู่ ประมาณ ๔๕ บาท อันนี้ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเปึนข้อมูลหรือเปึนข้อความที่ไม่ เปึนความจริงนะครับ เพราะว่าในสมัยที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมอยู่นั้น ทางสํานักนโยบายและแผน กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาในเรื่องของ ค่าโดยสารว่า ถ้าหากว่าโครงการรถไฟขนส่งมวลชนเสร็จสิ้นค่าโดยสารที่ทาง รฟม. จะเก็บจากพี่น้องประชาชนนั้นถ้าขาเดียวก็คือประมาณ ๑๕ บาท แต่ถ้าเปึนตั๋วทั้งวัน หมายความว่าซื้อตั๋วใบเดียวแล้วก็จะนั่งได้ทั้งวัน ทั้งไปและทั้งกลับ และอาจจะไปธุระ ได้ด้วยนะครับ ก็จะเก็บประมาณ ๓๐ บาทเท่านั้นนะครับตลอดสาย แล้วก็เปึนตั๋วร่วม หมายความว่าเมื่อซื้อตั๋ว ๓๐ บาทแล้วนะครับก็สามารถที่จะไปขึ้นรถไฟสายสีน้ําเงิน สีเขียวอ่อน สีเขียวแก่ สายสีแดง สายไหน ๆ ก็ได้นะครับ ยกเว้นสายของ บีทีเอส ถ้าหากว่า ตกลงที่จะเข้ามาร่วมกับตั๋วร่วมของ รฟม. ก็จะสามารถที่จะไปใช้ของ บีทีเอส ได้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานให้พี่น้องประชาชนใน กรุงเทพมหานครได้เข้าใจและได้ทราบถึงเจตนาของรัฐบาลของท่านสมัคร สุนทรเวช ที่เปึนห่วงเปึนใยในเรื่องค่าดํารงชีพใน กทม. ที่จะโดยสารจากบ้านไปทํางานต่าง ๆ นั้น ให้ลดลง ก็คือหน่วงเงินในกระเปิาของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ก็กราบเรียน ท่านประธานถึงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร
ทีนี้ผมก็จะมาพูดถึงพระราชบัญญัติไทยเข้มแข็ง ซึ่งผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้อันตรายสําหรับประเทศไทย คือผมรับไม่ได้กับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าหากว่าในสภาแห่งนี้คืนนี้รับหลักการผ่านพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็จะทําให้เกิดการคอร์รัปชัน ฉ้อโกงอย่างรุนแรง เพราะว่าเท่าที่ผมดูในรายการ บางรายการมีการหมกเม็ด มีการใส่ข้อมูลอันเปึนเท็จเพื่อที่จะตั้งงบประมาณสูง ๆ แล้วงบประมาณอันนี้แล้วเงินกู้ก้อนนี้ไม่ผ่านระบบงบประมาณด้วย ไม่ได้ไป กระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นคืนนี้ถ้าผ่านประเทศเสียหาย ความเข้มแข็งและไปกระตุ้น เศรษฐกิจแน่นอนครับ ถ้าหากว่าจะจัดทํางบประมาณอย่างนี้ จัดทําพระราชบัญญัติ อย่างนี้ คนที่เข้มแข็งแล้วถ้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนครับ ครม. แต่พี่น้องประชาชน รับกรรม เงินกู้นี้จะไปเข้ากระเปิา ส่วนหนึ่งของผู้ที่จะใช้งบประมาณ แต่พี่น้องประชาชน จะต้องมาใช้หนี้ ถ้ากู้ไปใช้ประโยชน์ กู้ไปสร้างงาน กู้ไปพัฒนาประเทศ ผมเห็นด้วย ผมดูในรายการแล้วมีเปึนจํานวนมากที่มีการหมกเม็ด แม้กระทั่งมติ ครม. ยังโกหกได้ ยังปลอมได้ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้อันตรายแน่นอน ผมไม่เชื่อว่าคนที่โปร่งใส อย่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทําพระราชบัญญัติอย่างนี้ ผมจะขอ ยกตัวอย่างหนังสือที่รัฐบาลทํามานะครับ สาขาขนส่งโลจิสท์ติกประเภทที่ ๑ ระบบ รถไฟฟัา รายการที่ ๒ โครงการก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ หน่วยงาน รฟม. กรอบวงเงินที่ ครม. อนุมัติ ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท รวมที่จะใช้จริง ๓๘,๗๖๕ ล้านบาท ในนี้ยังทํารายการหลอกอีกนะครับว่าได้มีการปรับลดหรือต่อรองลดลงไปประมาณ ๒,๗๖๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ อันตรายแน่นอน เพราะว่ามติ ครม. ไม่เคยมี ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่เคยมี มติ ครม. ครั้งหลังสุดของรถไฟสายสีม่วง เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓๖,๐๕๕ ล้านบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นการปลอมมติ ครม. เพื่อมาเสนอกับสภาแห่งนี้ต่างกันถึง ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าอนุมัติออกไปประเทศไทย อยู่ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นการอนุมัติแบบนี้ การสร้างตัวเลขหลอกลวงอย่างนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูและผมเห็นว่าควรจะถอนออกไปใส่รายละเอียดให้รอบคอบ อย่าให้มีการออกพระราชบัญญัติที่จะมีการโกงกินกันขนาดนี้ผมรับไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรีไปพิจารณา ถ้าหากว่าเมื่อเช้านี้วันที่ ๒ เมื่อเช้านี้วันอังคาร ถ้า ครม. มีมติใหม่เปึน ๔๑,๕๒๗ ล้านบาท ก็ไม่มีสิทธิ เพราะว่าโครงการรถไฟสายสีม่วงนั้น ได้เป่ดซองไปแล้ว ได้ผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลไว้แล้ว คือตอนที่ ๑ บริษัท ช. การช่าง ตอนที่ ๒ เปึนบริษัทชีโน่ไทย ผมจะไม่พูดถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การมาทํามติ ครม. หลอกเงินขึ้นไปอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมไม่ได้เปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมจะไม่รู้ตัวเลขอย่างนี้ พี่น้องในสภา พี่น้องประชาชนก็คงไม่รู้ แล้วถ้าหากว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน การปลอม หรือการหลอกมติ ครม. อย่างนี้ ไม่มีใคร จับได้หรอกครับ โครงการนี้ก็เพิ่มอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท สบายใจเฉิบ ทั้ง ๆ ที่ประมูลแล้ว ผมจึงฝากรัฐบาลว่าขอให้นํา พ.ร.บ. ฉบับนี้กลับไปดู เพราะผมไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี จะเปึนคนอย่างนั้นผมไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นนํากลับไปดูขอบคุณครับ