ทัศนียา รัตนเศรษฐ แสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน โดยชี้ว่าการกู้เงินมีความเสี่ยงสูงทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคง และความรู้สึกของประชาชน พร้อมยกตัวอย่างโครงการที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า เช่น รถไฟ 5 สายและรถเมล์เอ็นจีวี แต่สนับสนุนการกู้เงินเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในชนบท อย่างไรก็ตาม เธอวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมดุลระหว่างเมืองกับชนบท โดยชี้ว่าเงินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้เกิดปัญหาสังคม และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณใหม่เพื่อให้ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน</summary
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นใจรัฐบาลอย่างมาก ๆ ที่เปึนรัฐบาลในยามยาก ในยามที่ ประเทศก็อ่อนล้า ประชาชนก็อ่อนแรง โดยพิษจากเศรษฐกิจที่ตกต่ําสุด ๆ สังคมก็ แตกแยกอย่างรุนแรง การเมืองไม่ต้องพูดถึง ไล่บี้มะรุมมะตุ้มกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้จึงเปึนสิ่งที่ยุ่งยาก แล้วก็สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ไหนจะเสี่ยงต่อกฎหมายจนต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไหนจะเสี่ยงต่อความมั่นคง ของประเทศในสายตาของต่างชาติที่อาจจะมองว่าการกู้คือการก่อหนี้ให้กับประเทศ การกู้คือการล้มเหลวของการบริหาร การกู้คือความยากจนของประเทศ ท่านประธานคะ แต่ที่สําคัญคือเสี่ยงต่อความรู้สึกของคนในชาติเองที่ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่ารัฐบาลเอาแต่ ใช้เงิน เอาแต่กู้เงินแล้วก็ขึ้นภาษี แม้ว่ารัฐบาลแล้วก็ตัวดิฉันเองพยายามที่จะอธิบายถึง เหตุผลความจําเปึนที่บอกว่ารัฐบาลจําเปึนต้องกู้นะ เพราะรัฐบาลต้องชดใช้เงินคงคลัง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บภาษีท่านไม่ได้ รัฐบาลจําเปึนต้องกู้เพื่อช่วยโรงงานไม่ให้ป่ด ลูกหลานท่านจะได้ไม่ต้องตกงาน รัฐบาลจําเปึนต้องกู้เพื่อให้ อสม. ให้กับปู์ย่าตายาย ได้มีรายได้ แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้กู้มาเพื่อที่จะมาทํารถไฟฟัา ๕ สาย วงเงินเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้กู้มาเพื่อที่จะมาเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี ๔,๐๐๐ คัน ที่ราคาเช่าสูงถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ราคาซื้อเพียง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลกู้ครั้งนี้กู้มาเพื่อที่จะมาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริม การลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศมีรายได้ แล้วที่สําคัญก็คือส่งเสริมโครงสร้าง พื้นฐาน น้ํา ถนน ให้กับคนชนบทแล้วก็ต่างจังหวัด ก็พยายามอธิบายนะท่านประธาน แต่เมื่อดิฉันได้มาดูโครงการในวงเงินกู้โดยเฉพาะโครงการถนนไร้ฝุ์นที่จัดไว้ในงบประมาณนี้ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ กับพื้นที่ที่ต้องดําเนินการทั้งหมด ๗๖ จังหวัด หรือ ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน ชาวบ้านเขาก็คิดเปึนค่ะท่านประธาน เขาบอกว่า เงินเพียง ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทกับหมู่บ้านตั้ง ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน มันจะได้หมู่บ้านละสักกี่บาท แล้วจะทําอะไรได้ แล้วเมื่อมาดูการบริหารจัดการน้ําก็เช่นกันค่ะท่านประธาน จัดไว้ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งให้เอาไปปรับปรุงน้ําธรรมชาติ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ให้ไปขุด ลอกบ่อ หนอง คลอง บึง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ให้ ไปปรับปรุงระบบชลประทานอีก ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านเขาก็เปรียบเทียบได้อีกละค่ะ ท่านประธาน เขาบอกว่าเงินเพียง ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทกับการที่จะต้องบริหารน้ํา ทั้งประเทศ ๗๖ จังหวัด มันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของวงเงินที่จะทํารถไฟฟัาเพียงสายเดียวเลย ที่จะต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะทําชนบทให้ ปลอดฝุ์นปลอดโคลน แล้วไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะสร้างเมืองไทยให้เปึนเมืองอู่ข้าวอู่น้ํา ก็ไหนล่ะคะที่รัฐบาลบอกว่าจะทําประเทศไทยให้เปึนครัวโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้น้ํา ทั้งนั้นไม่ว่าจะเปึนภาคการเกษตรหรือภาคอุตสาหกรรมที่ดิฉันพูดนี้ไม่ใช่ดิฉันอิจฉา กรุงเทพฯ นะคะ แต่ดิฉันเปึนห่วงมากกว่า ดิฉันรู้ดีกว่ากรุงเทพฯ เปึนเมืองหลวง เปึนหน้าตาของประเทศเปึนศูนย์กลางความเจริญทุกด้าน แล้วก็เปึนศูนย์บัญชาการ ทุกเรื่องแต่ที่ห่วงห่วงที่ว่าหากจัดงบประมาณที่มันแตกต่างกันราวฟัากับดินระหว่างชนบท กับเมืองเช่นนี้มันก็จะเกิดการหลั่งไหลจากคนชนบทมาสู่เมือง จนในที่สุดก็ทําให้เกิด ปัญหามากมายตามมาให้กับกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเปึนปัญหารถติด มลภาวะเปึนพิษ ปัญหา อาชญากรรม ตลอดจนปัญหาที่อยู่อาศัยจนทําให้คนกรุงเทพฯ เองอยู่ไม่ได้ต้องไปซื้อที่ ทางในต่างจังหวัดเหมือนเช่นทุกวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่ทราบนะคะว่าได้ใช้หลัก อะไรในการจัดเงินงบประมาณเช่นนี้ โดยเฉพาะเปึนเงินกู้ที่ทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบ จะว่าใช้หลักของคณิตศาสตร์ที่คิดจากสัดส่วนพื้นที่หรือจํานวนประชากรก็ไม่ใช่ เพราะ อีสานก็กว้างใหญ่ แผ่นดินมากมาย ประชากรก็มากมายกว่าหลายสิบเท่า หรือจะว่าด้วย หลักของการกระจายอํานาจ กระจายความเจริญก็ไม่ใช่ใหญ่ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่ มันก็ยังกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ครั้นจะว่าด้วยหลักของการบริหารจัดการเพื่อให้เกิด ความสมานฉันท์ก็ยังเปึนไปไม่ได้ เพราะถ้าหากว่าจัดงบประมาณให้ช่องว่างระหว่างเมือง กับชนบทห่างกันเท่าไร ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมันก็ยิ่งกว้างไปมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะวอนรัฐบาลให้ท่านได้ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณเช่นนี้ ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ในคณะรัฐบาล ของท่าน ถ้ามันปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้ภาพลักษณ์ประเทศดูดีขึ้นต่างชาติเชื่อมั่น เชื่อถือก็ปรับไปเลยค่ะ ถ้าปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้การทํางานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เปึนมืออาชีพที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศมากยิ่งขึ้นก็รีบเปลี่ยนเลยค่ะ หรือ ปรับเปลี่ยนแล้วมันจะทําให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้นก็ขอให้รีบทํา เพราะท่านเปึน ความหวังอย่างมากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ท่านกล่าว สุนทรพจน์ แล้วท่านชูแหวนยายเนียม ท่านได้สร้างความหวังอย่างมากให้กับพี่น้อง คนอีสานที่เขาคาดหวังว่าเขาจะมีนายกรัฐมนตรีที่ใจซื่อมือสะอาด รักใคร่ห่วงใย ที่จะแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเรื่องน้ํา เรื่องถนนให้กับคนอีสาน เขาคาดหวังที่จะมี รัฐบาลที่มีความเข้มแข็งแล้วก็เด็ดขาด ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใครหรือพรรคใด เขาคาดหวังที่จะมีรัฐมนตรีที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติแล้วก็ส่วนรวมมากกว่าจะ เอาประโยชน์ใส่ตนเองแล้วก็พรรคพวก นี่คือความคาดหวังค่ะท่าน แล้วความคาดหวังนี้ มันจะเปึนได้หรือไม่ก็อยู่ที่พฤติกรรมของรัฐบาล อยู่ที่การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณซึ่งจะ ใช้ในการแก้ไขปัญหา ก็ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติในยามยากเถอะค่ะ เห็นแก่ประชาชน ในยามทุกข์เถอะค่ะ เพราะประเทศเรานั้นบอบช้ํามามากแล้ว ท่านประธานคะ หลายป้ ผ่านมาเกิดเรื่องมากมายในประเทศเรา ซ้ําร้ายขณะนี้ก็โดนไข้หวัดรุมเร้า แล้วแถมทุกภาคส่วน ล้วนแต่เปึนโรคทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐบาลเองก็เปึนโรคไส้กลวงที่เปรียบเสมือนส้มโอ ที่โตแต่เปลือก ขาดงบประมาณที่จะมาดูแลบริหารจัดการประเทศ รัฐสภาเราเองก็เถอะ ก็เปึนโรคไส้เลื่อนที่ระเบียบวาระก็เลื่อนไปเลื่อนมา ภาคประชาชนก็เปึนโรคไส้แห้งที่ ลําบากยากแค้นแทบไม่มีจะกิน เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ไหน ๆ จะต้องกู้เพื่อที่จะให้ ประเทศพ้นวิกฤติ แล้วก็ให้ประเทศเราพ้นหลุมดํา ดิฉันก็จึงอยากจะฝากท่านประธาน ถึงรัฐบาลให้ช่วยตอบคําถามประชาชนสัก ๒ ประเด็น เพื่อให้ประชาชนเขาได้สบายใจ หายข้องใจ
ประเด็นที่ ๑ รัฐบาลมีมาตรการในการที่จะบริหารเงินกู้ครั้งนี้อย่างไรจึงจะ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชน ไม่ให้เงินกู้ครั้งนี้รั่วไหล ทุจริต แล้วก็ ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ รัฐบาลวางกรอบระยะเวลาที่จะใช้เงินกู้นี้นานแค่ไหน แล้วท่านจะใช้อย่างไร ก็ขอให้ท่านได้ช่วยบอกเพื่อให้ประชาชนเขาจะได้สบายใจ พร้อมกับเขาจะได้ทําใจว่าเขาจะต้องเปึนหนี้อีกนานเท่าไร และเมื่องบประมาณประจําป้เข้า ดิฉันจะอภิปรายในรายละเอียดของโครงการในแต่ละกระทรวงต่อไปค่ะ ก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ