ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินของรัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างมีเหตุผล รวมถึงเรียกร้องการออกพันธบัตรให้ประชาชนซื้อพันธบัตรเพื่อกระจายโอกาสให้กับประชาชน และเรียกร้องให้มีความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลในระบบราชการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้การรับรองตามมาตรา ๑๘๔ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้คัดค้านการกู้เงินเพื่อมาป่ดหีบงบประมาณ กลับเห็น เปึนความจําเปึน เพราะรัฐเก็บรายได้ไม่เข้าเปัา หากไม่กู้เงินมาป่ดหีบก็อาจจะถึงขั้นไม่มี เงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการก็เปึนได้ แต่ที่ผมวิตกกังวลมากกว่าก็คือ การกู้เงินในส่วนที่ เกินจากการป่ดหีบงบประมาณ แล้วมิได้ดําเนินการตามกระบวนการวิธีจัดทํางบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะเปึนการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบวิธีการจัดทํา งบประมาณ ซึ่งจัดระบบไว้ดีแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่า เปึนเจ้าหลักการ ผมไม่อยากจะให้หลักการสําคัญในการใช้เงินงบประมาณจํานวนมาก ๆ หลายแสนล้านบาท ที่ต้องทําเปึนพระราชบัญญัติงบประมาณมาถูกลบล้างในสมัยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะดูปฏิทินการจัดทํางบประมาณประจําป้ ก็เหลือเวลาอีกเล็กน้อยเท่านั้น จะออกพระราชกําหนดเฉพาะป่ดหีบงบประมาณไม่ได้หรือ นอกนั้นให้ผ่านกระบวนการตามวิธีงบประมาณปกติ ประชาชนก็จะได้คลาย ความเคลือบแคลงใจ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน ในการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเสริมสร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมมีประเด็นต่าง ๆ อีก ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่จะขอให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้
ประการแรก ประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณและบริหารโครงการ
ประการที่ ๒ ประสิทธิภาพในการใช้เงินของรัฐบาล
ประการที่ ๓ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ
ประการที่ ๔ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารบุคคลซึ่งจะต้องเปึน ผู้บริหารงบประมาณ
และประการที่ ๕ ประการสุดท้ายหัวใจสําคัญของการแก้ไขปัญหาของ ประเทศ ต้องทราบหัวใจของปัญหาก่อนถึงจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นแรก ประสิทธิภาพในการบริหารเงินกู้ การบริหารงบประมาณ และบริหารโครงการที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเพื่อน สมาชิกได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นย้ําอีกครั้งหนึ่งก็คือว่า แหล่งเงินกู้จะมา จากที่ไหน ถ้ากู้ในประเทศกระผมเห็นว่าจะเปึนการตัดโอกาสภาคเอกชนในอันที่จะกู้ ภายในประเทศเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมิฉะนั้นเอกชนจะหาแหล่งเงินจาก ไหน แน่นอนธนาคารรับฝากจากประชาชน ให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ําแล้วมาปล่อยกู้ใน อัตราที่ดอกเบี้ยที่สูง ได้ส่วนต่างสูง ไม่มีอัตราเสี่ยง ธนาคารได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง ทําไมรัฐไม่ ออกพันธบัตรให้ประชาชนซื้อพันธบัตร ให้ผลตอบแทนแก่ประชาชนในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจะเปึนการกระจายโอกาสให้กับประชาชน เพราะว่าขณะนี้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ ในอัตราที่ต่ํามาก ชาวบ้านก็ไม่นิยมที่จะฝาก ขณะนี้มีข่าวว่ารัฐบาลจะออกพันธบัตรเพียง ๒๐,๐๐๐–๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยมากนะครับ ก็จะกลายเปึนว่าธนาคารเปึน เสือนอนกินรับส่วนต่างสบาย ๆ ไม่มีอัตราเสี่ยง หากทําเช่นนี้ก็เท่ากับรัฐบาลเอื้อเอกชน บางส่วน ไม่ได้มองประชาชนเปึนหลัก ดูตัวอย่างประเทศที่เขาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน ขณะนี้ ยกตัวอย่าง ประเทศจีน จีนเขาให้ความสําคัญกับ เอสเอ็มอี โดยมีนโยบายให้ ธนาคารปล่อยเงินกู้อย่าง เอสเอ็มอี ขณะนี้เศรษฐกิจเขาฟุ๋นไปสู่บวกแล้วเราน่าจะเอามา เปึนตัวอย่าง นี่ในประเด็นที่ผมเห็นว่าการบริหารเงินกู้ การบริหารงบประมาณ ที่จะใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจนี้เปึนเรื่องสําคัญยิ่ง
ประเด็นที่ ๒ ประสิทธิภาพในการใช้เงินของรัฐบาล หากใช้เงินกู้อย่างไม่มี ประสิทธิภาพเงินที่กู้มาก็จะหายไปจากการที่ไม่มีผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่าง งบกลางป้ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเมื่อตอนเช้า ไม่ว่าจะเปึนเช็คช่วยชาติหรือ โครงการต้นกล้าอาชีพ ผมจะข้าม ๒ ประเด็นนี้ไป เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปมากแล้ว นะครับ ในภาคของการส่งออกของเราขณะนี้ติดลบอย่างต่อเนื่อง การขอรับการลงทุนจาก บีโอไอ ลดลงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายนป้นี้ เทียบเท่ากับระยะเดียวกันของป้ก่อน ท่านประธานที่เคารพ ประการสําคัญทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเองไม่สามารถทํางาน ด้วยกันได้อย่างมีเอกภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มีปัญหาขัดแย้งกันในหลายเรื่อง ทําให้ประสิทธิผลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเปึนไปได้อย่างยากยิ่ง ยกตัวอย่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พูดด้วยความน้อยใจที่โครงการในส่วนของกระทรวง พาณิชย์ที่ตนเองรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้รับการปฏิบัติ ๒ มาตรฐานในรัฐบาลเดียวกัน นี่ฝ์ายรัฐบาลด้วยกันเองพูด หรือในกรณีของแกนนํากลุ่ม มัชฌิมาซึ่งเปึนซุ้มหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปึนพรรคร่วมรัฐบาลออกมาโจมตีรัฐบาล ด้วยกันเองว่า ๕ เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีผลงาน มีแต่คอยดักจับโครงการของ พรรคร่วมรัฐบาล ผมมองว่าตรงนี้คือความไม่เปึนเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ จริงอยู่สิ่งที่ ตรวจสอบซึ่งกันและกันนั้นเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แต่ทําอย่างไรถึงจะทําให้การทํางาน เกิดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนของต่างประเทศ ก็คือทีมเศรษฐกิจจะต้องไปด้วยกันได้
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมารับปากต่อสภาแห่งนี้ว่า งบอุดหนุนเฉพาะกิจของ องค์การปกครองท้องถิ่น งบ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องลงไปยังท้องถิ่นภายในสิ้นเดือน พฤษภาคม แต่นี่เข้ากลางเดือนมิถุนายน เมื่อตอนเย็นนี้เองผมโทรเช็ค งบยังลงไป ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ งบป้ ๒๕๕๒ นะครับ แล้วอย่างนี้จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้อย่างไร แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พวกกระผมเปึนห่วงการใช้จ่ายเงินอย่างไร เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ ท่านตอบต่อสภานี้ว่า ท่านให้ ความสําคัญกับความโปร่งใสของโครงการ มีระบบในการตรวจสอบทั้งของ สํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ของสํานักนายกรัฐมนตรี ของกระทรวงการคลัง ผมฟัง แล้วก็ชื่นใจครับ ท่านประธาน แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ใช่อย่างนั้น ขณะนี้มีการเลือกปฏิบัติ ผมอยู่กระทรวงมหาดไทยมา ๒๗ ป้ มีหู มีตา ท่านประธาน กรรมาธิการงบประมาณของ ป้ ๒๕๕๒ ผมเปึนเลขานุการของคณะอนุกรรมาธิการติดตามผลการใช้งบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการประสานจากเพื่อนสมาชิกว่า โครงการ ต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นได้ทําขึ้นมาจากการไปประชาคม จากการทํางานร่วมกับส่วนราชการ แน่นอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทําโครงการได้ เพราะผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มี ส.ส. คนใดที่จะไม่ประสานงานกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านกับ อบต. เขาประสานงานกันอย่างนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง ตรงนี้ผมกล้ายืนยันว่ามีการเลือกปฏิบัติ อยากจะระบุและมีการบันทึกลงไปในการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และประธานคณะทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มีการเลือกปฏิบัติจริง ถ้าสามารถมายืนยันต่อสภาแห่งนี้ หรือเอา แค่กล้าไปสาบานที่วัดพระแก้วว่า ๒ ท่านนั้นไม่ได้เลือกปฏิบัติ ทั้ง ๒ ท่านนั้นอายุน้อยกว่า ผม ผมยินดีจะไปยกมือไหว้น้อมด้วยความเคารพ นี่พูดด้วยความสัตย์จริง ในฐานะที่ เคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน นี่ในส่วนของความโปร่งใสในเรื่องของการบริหาร งบประมาณ แล้วโครงการต่าง ๆ ที่จะทําต่อไปในอนาคต จะให้พวกกระผมเชื่อโดยความ สะดวกใจ สนิทใจได้อย่างไร
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นความโปร่งใสในเรื่องการบริหารงานบุคคลในระบบ ราชการ เพื่อบริการประชาชน และบริหารงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ สําคัญไม่แพ้กับเรื่องเงิน เรื่องคนนี่ หลักของการบริหาร คน เงิน งบประมาณ และการ บริหารจัดการ จะต้องไปด้วยกัน นายอําเภอเปึนตําแหน่งข้าราชการระดับสูงใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย รวมทั้งการ ประสานงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ การช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลงบ จังหวัดบูรณาการ ท่านประธานทราบไหมครับว่า การคัดเลือกนักเรียนนายอําเภอในป้นี้ จังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดเดียวได้ไปมากที่สุดของประเทศคือ ได้ถึง ๑๗ คน จังหวัดหนึ่งได้ คนหนึ่งยังยากท่านประธาน แต่นี่จังหวัดเดียวได้ ๑๗ คน ไม่รวมพวกที่ขอตัวมาช่วย ราชการที่สํานักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกต่างหาก ขณะนี้มี การกล่าวกันว่า นายอําเภอรุ่นนี้เปึนรุ่นพิเศษ เรียกว่า รุ่นคุณห้อย ไม่รู้ว่าห้อยพระอะไรดี จังหวัดบุรีรัมย์ถึงได้นักเรียนนายอําเภอมากที่สุดของประเทศ แต่ผมกลับมองไปว่า เปึนการตกต่ําอย่างสุด ๆ ของกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ ผมอยากจะให้กําลังใจ ท่านอธิบดีกรมการปกครอง แล้วก็ขอเรียกร้องไปยัง พันโท กมล ประจวบเหมาะ สมาชิก วุฒิสภาและในฐานะนายกสมาคมของพวกกระผม ได้ออกมาช่วยปกปัองสถาบัน เหมือนที่ผมกําลังทําอยู่ในขณะนี้ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองของเราไปไม่ได้ครับ ไปไม่ได้ นี่นายอําเภอ ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนตําแหน่งสําคัญมากของ กระทรวงมหาดไทย ในสมัยเก่าเรียกว่า ข้าหลวง ดูแลว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ท่านประธานผมขอเน้นย้ํา ดูแลว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ แต่ปัจจุบันผู้ว่าของผม เหมือนตุ๊กตาครับท่านประธาน จะหยิบจะจับจะเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่ผู้มีอํานาจ การเมืองจะบัญชา เกียรติยศศักดิ์ศรีของข้าราชการประจําสลายไปสิ้น หลักเกณฑ์ ไม่ต้องมีแล้ว ความเหมาะสมไม่ต้องมีแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าฝ์ายการเมืองจะชี้ลงมา อย่าตอบ นะครับว่าเปึนเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมรู้จักปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้ดี เปึนผู้บังคับบัญชาเก่าของผมเอง เปึนเรื่องที่การเมืองบีบอย่างสุด ๆ ผมมีตัวอย่าง ท่านประธาน มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ แต่งตั้ง ข้าราชการระดับ ๑๐ ของกระทรวงมหาดไทย จํานวน ๖๑ ราย ไม่น่าเชื่อท่านประธาน หลังจากนั้นเพียง ๔ เดือน มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ แต่งตั้งข้าราชการระดับ ๑๐ ๒๘ ราย ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเพียง ๔ เดือนที่ผ่านมา หลายรายถูกโยกย้าย ซึ่งเปึนเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง กล่าวคือ การย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งทําหน้าที่เพียง ๔ เดือน ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติ แค่ลงตรวจพื้นที่ยัง ไม่ทั่วถึงเลย ไม่ต้องไปคิดเรื่องนโยบายอื่น ๆ แล้วงานพัฒนาจังหวัดจะมีประสิทธิภาพได้ อย่างไร มีย้ายแบบนี้หลายคนท่านประธาน ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อให้เสียหาย ถ้าเขาทํา ไม่ดี โดยระบบนี่ก็จะต้องถูกลงโทษ ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน เอาอย่างนี้เขา บอกว่าเขาจะดีใจกว่า ไม่ใช่นึกจะย้ายก็ย้ายเมื่อไรก็ได้ ไม่ถูกใจนักการเมืองก็ย้ายเสีย นี่กรณีถูกย้ายไม่ดีหรือถูกลดชั้นลง แต่ส่วนน้อยครับท่านประธาน มีบางคนย้ายได้ดี จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดเล็ก ๆ เพียง ๔ เดือน ๔ เดือนเองได้ ย้ายแล้ว ไปอยู่จังหวัดที่ใหญ่มากทางภาคอีสาน ไม่ทราบว่าเพียง ๔ เดือน ทําความดี ความชอบอะไรถึงเจริญก้าวหน้าเกินรุ่นพี่ ที่เขากว่าจะก้าวหน้าขึ้นมา เขาต้องไต่เต้าขึ้น เปึนลําดับขั้นเปึนลําดับตอน ระบบมันหายไปไหนหมด มีคนเขาบอกว่า