สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายเรื่องหนี้สินของรัฐบาลและเรียกร้องการทราบข้อมูลจากนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการทุจริตในงบลงทุนของรัฐบาลและเรียกร้องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่ลดลงและเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกู้เงินตามพระราชกําหนด และยังหารือเรื่องโครงการลงทุนของที่ประชุมสภา โดยมีข้อเสนอแนะว่าโครงการนั้นมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจนและไม่มีการตรวจสอบ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ วันนี้ผม ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ที่อนุญาตให้มีการถ่ายทอด เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบครับว่า หนี้สินที่รัฐบาลกําลังจะกู้มานั้น พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระร่วมกัน รายละเอียดต่าง ๆ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นสมควร ครับที่เจ้าของประเทศพี่น้องประชาชนควรจะได้รับรู้ ต้องกราบขอบพระคุณในความใจ กว้างของรัฐบาลและของประธานสภาเปึนอย่างยิ่ง ฝ์ายค้านตั้งใจที่จะอภิปรายพระราช กําหนดฉบับนี้ด้วยข้อมูล ด้วยหลักฐาน เพื่อเสนอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ถึงแม้ว่า พระราชกําหนดฉบับนี้ ฝ์ายค้านจะมีเสียงข้างน้อย ไม่สามารถที่จะเอาชนะฝ์ายรัฐบาลได้ แต่ก็จะนําเสนอข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินได้รับทราบ วันนี้ครับ เราแบ่งทีมอภิปรายไว้เปึน ๔ ทีม เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้ติดตามฝ์ายค้านทําหน้าที่ ได้อย่างไร

ทีมแรกครับ เราจะพูดถึงพระราชกําหนดขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในมุมมองของฝ์ายค้าน ซึ่งปรากฏว่าในพระราชกําหนดมีงบลงทุนฝากไว้ จําเปึนต้องกู้ แบบฉุกเฉินและเร่งด่วนหรือไม่ รัฐบาลขาดสภาพคล่องจริงหรือไม่ มีทางหลีกเลี่ยงด้วยวิธีอื่น อย่างไร การกู้เปึนทางออกที่ถูกต้องจริงหรือ หนี้สินที่รัฐบาลนี้กู้แล้วจํานวนเท่าไร อันนี้ จะเปึนทีมที่ ๑

สําหรับทีมที่ ๒ เราจะอภิปรายในงบลงทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ ๒ หรือไทยเข้มแข็งภายใต้พระราชกําหนดฉบับนี้ ว่าจะล้มเหลวเหมือนในระยะที่ ๑ หรือไม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามครับ เพราะรัฐบาลได้ทําการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ ๑ ล้มเหลว แม้กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันยังออกมาต่อว่านะครับ ปัญหา ปากท้องพี่น้องประชาชนแก้ไขได้หรือไม่ ทีมที่ ๒ จะเปึนคนอภิปราย ปัญหาด้านสังคม ไม่ว่าจะเปึนคนตกงาน ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยวก็จะอภิปรายโดยทีมที่ ๒

ทีมที่ ๓ จะพูดถึงความโปร่งใส การทุจริตในงบลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะ งบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง เพราะว่าไม่มีรายละเอียด การฉ้อราษฎร์บังหลวง การทุจริต เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะเราไม่ต้องการที่จะให้รัฐบาลนี้ได้เช็คเปล่า ๆ ไปโดยปราศจาก การตรวจสอบ ไม่เหมือนตอนสมัยที่ผ่านมา รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ต้องขออนุญาต ที่เอ่ยถึงท่าน ตอนนั้นมีโครงการมิยาซาวามีการตรวจสอบอย่างถูกต้องนะครับ ถึงแม้ว่า จะเปึนโครงการที่ล้มเหลวก็ตาม แต่ก็ยังมีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

ทีมที่ ๔ รัฐบาลจะใช้วิธีการอย่างไรในการใช้หนี้สินคืน หาเงินเข้าประเทศ ด้วยวิธีการเช่นไร การดําเนินการออกพระราชกําหนดผิดวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง และผิดข้อกฎหมายอื่น ๆ อีกหรือไม่ ข้อสรุปในภาพรวมต่าง ๆ ก็จะถูกนําเสนอโดยทีมที่ ๔

ท่านประธานครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตามนะครับ ผมอยู่ในทีมที่ ๑ ผมจะอภิปรายพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดย ๕ ข้อใหญ่ ๆ ๕ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก จะชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าฝ์ายค้านขัดขวางพระราชกําหนด จริงหรือไม่ ฝ์ายค้านเองกราบเรียนเลยว่าไม่ได้ขัดขวางนะครับ

ประเด็นที่สอง ผมจะชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้โกหกประชาชนในการออก พระราชกําหนดนี้อย่างไร

ประเด็นที่สาม กร อบการใช้เงินกู้ที่ส่งให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ตามมาตรา ๓ เปึนเอกสารที่โกหก ทําให้การเบิกความของผมในศาลรัฐธรรมนูญผิดจากข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลพยายามจะชี้แจง เดี๋ยวผมจะนําเสนอครับ

ประเด็นที่สี่ พฤติกรรมไม่โปร่งใส เอื้อให้มีการทุจริต โครงการลงทุนจะเกิด ช่องโหว่ในการโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวง โครงการถูกแบ่งสันปันส่วนให้พรรคร่วมรัฐบาล อย่างไร ปราศจากการตรวจสอบในโครงการไม่ผ่านวิธีการงบประมาณเฉกเช่น งบประมาณประจําแผ่นดิน งบประมาณแผ่นดินในทุก ๆ ป้ เหมือนกับสภาตีเช็คเปล่า อันนี้จะเปึนประเด็นที่ ๔

ประเด็นที่ห้า ความเสียหายที่รัฐบาลนี้กระทําต่อประเทศ จนจําเปึนต้อง ออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครควรรับผิดชอบและจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะเอาแผ่นชาร์ท (Chart) ขึ้นนะครับ เปึนตัวเลขครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจตรงกัน เพราะเมื่อสักครู่พี่น้องประชาชนอาจจะฟัง รัฐมนตรีคลังแล้วก็หลับไป เพราะเรื่องเศรษฐกิจถ้าจะพูดให้ยากมันก็ยาก แต่ถ้าจะพูด ให้ง่ายมันง่ายครับ แล้วพี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจ ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่ฟัง การอภิปรายนี้ตามผมให้ทันนะครับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ด้วย ผมจะนําเสนอ ที่มาที่ไปว่าทําไมรัฐบาลต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าเท้าความไปสักเล็กน้อยครับ ในสมัยที่ รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ท่านได้จัดตั้งงบประมาณประจําป้ ไว้ครับ เพราะว่าจะได้มาใช้ป้ ๒๕๕๒ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ จะเริ่มเดือนตุลาคม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ จนถึงกันยายน ๒๕๕๒ วันที่ ๓๐ กันยายนนี้ละครับ พี่น้องประชาชน ถ้าได้ฟังนะครับ รัฐบาลสมัครตั้งรายจ่ายของรัฐบาลป้ ๒๕๕๒ ไว้ เปึนเงินเดือนประจํา เปึนโครงการลงทุนต่าง ๆ ตามกระทรวง ทบวง กรม ตั้งไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คาดการณ์ครับ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีสรรพากร สรรพสามิต ศุลกากร รัฐบาล คาดการณ์ไว้ว่าจะเก็บได้ ๑,๕๘๕,๕๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ครับว่า รายได้น้อยกว่า รายจ่าย เพราะฉะนั้นงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ขาดดุลครับ อันนี้คือความหมายคําว่า ขาดดุลงบประมาณ รัฐบาลท่านสมัครทํางบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๕๒ ขาดดุลไป ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขง่าย ๆ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ ปรากฏว่ารัฐบาล ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ามาบริหารงาน เตรียมการที่จะต้องจัดรายจ่ายเพิ่มเติม เพราะว่าตอนนั้นเริ่มเกิดปัญหาวิกฤติขึ้นแล้ว ก็จะจัดรายจ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้เปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ๓ เดือน เตรียมงานไว้เรียบร้อย ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แต่บังเอิญ โชคไม่ดีครับ ไม่ได้เข้าไปทํางานบ้านเมืองวุ่นวายไปหน่อย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยท่านกรณ์ จาติกวณิช นี่ละครับ ทั้งสองท่านเข้ามาบริหารบ้านเมืองก็นํางบประมาณ อันนี้มาผ่านสภา จําได้นะครับตัวเลข ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ ก็ขาดดุล หมายความว่า มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา แต่รายได้ยังคงเดิม ก็เอาตัวเลขกลม ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนงบขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลชุดนี้พยายามจะกล่าวอ้างว่าที่ทําขาดดุลก็เพราะนายสมัคร สุนทรเวช นี่แหละ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นี่แหละ ตัวเองเข้ามาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็เลยทําให้บ้านเมืองขาดรายได้ ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ บังเอิญมันมีอย่างนี้ครับ หนี้สาธารณะ ที่กฎหมายกําหนดไว้ว่ารัฐบาลสามารถที่จะกู้มาชดเชยงบประมาณแผ่นดินที่ขาดดุลนั้น ได้จํานวนเท่าไร ซึ่งเมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็บอกสูตรมาแล้วครับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้ บวกงบประมาณเพิ่มเติม บวกอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบที่ใช้คืนคลัง ใช้คืนต้นเงินกู้ เบ็ดเสร็จ คํานวณเบ็ดเสร็จนะครับ เอาง่าย ๆ มัน ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายความว่าวงเงิน ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลกู้มาชดเชย ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ ก็ยังเหลือครับ เหลือวงเงินกู้อยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ชัดเจนนะครับ เอา ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ลบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ด้วยรายจ่าย ๒ ยอดนี้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึน ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าตั้งใจว่าจะเก็บภาษีได้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเก็บไม่ได้ครับ มันเก็บได้ ขาดไป นายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ว่าขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีคลังก็เอาตัวเลขมาพูดในวันเดียวกันให้สัมภาษณ์บอกว่าเก็บภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ล้านบาท รัฐมนตรี รัฐบาลชุดเดียวกันพูดกันคนละอย่างท่านประธาน พูดใน วันเดียวกัน ให้สัมภาษณ์วันเดียวกัน แต่ตัวเลขต่างกัน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาละครับ นี่ละครับ คือที่มาที่ว่ารัฐบาลถังแตก เพราะว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้ภาษีไม่เข้าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะหาเงินมาจากไหนละครับ ภาษีบาปอย่างนี่ครับ ที่ออก พระราชกําหนดไป เก็บภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ภาษียาสูบ แล้วอ้างว่าเปึนภาษีบาป บางครั้ง ก็คิดที่จะเอางบ เอาเงินหวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว ที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ทําไว้ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ มาใช้ในวงเงินนี้ล่ะครับที่ขาดไปตามเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลขท่านรัฐมนตรีคลังเปึนตัวเลขตั้งไว้ก่อน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แต่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ล่ะครับ ปรากฏว่าวงเงินกู้ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มันเหลืออีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ เหลืออีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปลบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ขาดเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะไปป่ดหีบนั่นล่ะครับ ท่านประธาน ประชาชนฟังแล้วงงว่าไปป่ดหีบอะไร ป้ ๒๕๕๒ ต้องอธิบายเล็กน้อยครับว่า การป่ดหีบนั้นคืองบประมาณรายจ่ายในแต่ละป้มีงบลงทุน มีเงินเดือนข้าราชการ มีค่าน้ํามัน ค่าไฟฟัา ค่าใช้จ่ายในกระบวนการกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มันขาดไป ขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงเปึนที่มาของการกู้เงินพระราชกําหนดฉบับนี้ แหละ เพื่อจะเอาไปป่ดหีบ เพื่อเอาไปเปึนค่าใช้จ่ายของป้ ๒๕๕๒ ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือที่มาของ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งที่ เกิดขึ้นต้องยอมรับว่ารัฐบาลถังแตก เก็บเงินไม่เข้าเปัา เก็บรายได้ภาษีไม่ได้ ขาดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่กระทรวงการคลังก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ดี ให้สัมภาษณ์มันแกว่งตลอดท่านประธาน ท่านดูง่าย ๆ อย่างท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าเก็บเงินไม่เข้าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันเดียวกันนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกขาด ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้วมา วันหนึ่งท่านกรณ์ จาติกวณิช นี่ล่ะครับ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม หนังสือพิมพ์เดลินิวส์บอกว่าต่ํากว่าเปัา ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมตัวเลขในการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ที่ขึ้นมานี่นะครับ เพื่อจะมาลบในส่วนนี้บางส่วน เอาไปตัดออกจากบางส่วน ตัวเลข มันแกว่งท่านประธาน ตัวเลขมันยังไม่นิ่งครับ ตัวเลขจะนิ่งก็เมื่อใกล้วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ อีก ๓ เดือนนี่ละครับ ตัวเลขมันถึงจะชัดเจนว่าจะป่ดหีบไม่ลงเท่าไร แต่สิ่งที่ รัฐบาลชุดนี้ทําท่านประธาน ท่านไม่เคยไปดูเลยว่างบรายจ่ายที่ใช้ในป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ วันนี้ใช้ไปแล้วเท่าไร จาก ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ครับสํานักงบประมาณมาชี้แจงให้ผม ใช้งบประมาณ แผ่นดินไปแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่นะครับ เหลืออีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้ใช้ แสดงว่ายังมีโอกาสที่จะหาเงินเข้ามา ถ้าตัด ออกไปท่านประธาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คือ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็คือใกล้เคียงกับวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเปึนการเร่งด่วนไหม ที่จะต้องกู้เงิน สภาพคล่องยังมีครับ แล้วกรมบัญชีกลางออกมาให้สัมภาษณ์ เปึนตุเปึนตะ มีเงินคงคลังเหลืออยู่ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินกู้ที่เหลือเพิ่งจะผ่านสภาไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ผ่านสภาไปสด ๆ ร้อน ๆ นี่ครับ ๙.๔ หมื่นล้านบาท กู้เต็มเพดาน ลงหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายนนี้เอง เงินก้อนนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นเงินลงทุนตามโครงการ ต่าง ๆ ในป้ ๒๕๕๒ ยังมีอยู่ครับท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่ผมดูแล้วที่ไปที่มาของ พระราชกําหนดทําไมต้องกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันนี้ชี้แจงให้ฟัง

ทีนี้สิ่งที่รัฐบาลโกหกประชาชน โกหกอย่างไรครับ โกหกว่าป้หน้า เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็พูด ป้ ๒๕๕๓ รายได้จัดเก็บไม่ดี เพราะฉะนั้น งบประมาณรายจ่ายต้องลดลง ตั้งไว้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ลดลงเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท ดูแล้วน่าสงสารนะ ดูแล้วรัฐบาลก็ออกมาบอกว่าข้าราชการป้หน้าต้องช่วยกันประหยัด อย่าเดินทางไปต่างประเทศนะ เงินโบนัสก็จะไม่ขึ้น งบลงทุนกระทรวงต่าง ๆ ก็ลดน้อยลง ไปดูตัวเลขครับ งบลงทุนป้หน้าเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่เอาความจริงมาบอก ประชาชนว่าได้เอางบลงทุนไปฝากไว้ในพระราชกําหนด เพราะพระราชกําหนดวันนี้เราจะกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาป่ดหีบ อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุน เดี๋ยวผมจะแฉต่อไปครับว่างบลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําในป้ไหน มาโกหก ประชาชนบอกว่าจะทําป้ ๒๕๕๒ เพื่อให้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิด การจ้างงาน เดี๋ยวผมจะแฉให้ดูว่ามีการโกหกมดเท็จอย่างไรบ้าง ประชาชนไม่รู้ความจริงครับ ถ้าวันนี้รัฐบาลเอาความจริงมาบอกประชาชน ประชาชนเขารับได้ เขาเข้าใจครับ มันเปึนวิกฤติเศรษฐกิจโลก ยิ่งวันนี้มีไข้หวัดนก ไข้หวัดเม็กซิโก การท่องเที่ยวย่อยสลาย แต่อย่าไปอ้าง ไปอ้างว่าเปึนเพราะการประท้วง การประท้วงมันเริ่มตั้งแต่เสื้อเหลืองมา จนถึงเสื้อแดงแล้ว อย่าไปอ้างเลยครับ ท่านเข้ามารับหน้าที่ท่านต้องรู้อยู่แล้วว่าจะหาเงิน อย่างไร ท่านต้องทราบปัญหาว่าปัญหาเศรษฐกิจมันเปึนอย่างไร ท่านโม้โอ้อวดมาตลอด ครับว่าปัญหาเศรษฐกิจตอนมาใหม่ ๆ ท่านประธานรับตําแหน่งบอก จีดีพี จะโตประมาณ ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านโอฬาร ไชยประวัติ ทีดีอาร์ไอ (TDRI : Thailand Development Reserch Institute : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) ออกมาบอกว่าติดลบ ไปด่า เขาหมด มูดี้ส์ออกมาติดลบ ไปด่าเขาหมด วันนี้เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ออกมาตอบครับว่าป้หน้าป้นี้เศรษฐกิจจะติดลบ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ดีใจครับที่กล้าพูดความจริงสักครั้งหนึ่ง ถึงจะได้รู้ตัวเองว่าวันนี้ปัญหามันแก้อย่างไร ฝ์ายค้านตั้งใจครับที่จะเสนอแนวทางวิธีการแก้ไขให้ ฝ์ายค้านไม่ได้เล่นการเมือง ฝ์ายค้าน เห็นว่าประชาชน ประเทศชาติเดือดร้อน เราต้องมาช่วยกันครับ ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่ เรื่องยาก แต่ความแม่นยําในตัวเลขเปึนสิ่งสําคัญ ท่านไม่มีความแม่นยําในตัวเลข ท่านรู้ หรือไม่ครับว่าเอกสารที่ส่งมาให้ผมพิจารณาในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร เอกสารพวกนี้ใช้ไม่ได้ ตัวเลขไม่แม่นยําครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูท่านประธาน ถ้าเราไปเชื่อตัวเลขเหล่านี้ มิน่าประเทศชาติมันถึงได้ล่มจม แก้ไขปัญหาไม่เปึน เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่ เกิดขึ้นครับ นอกจากกู้มาป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นผมไม่ว่าครับท่านประธาน พรรคฝ์ายค้านไม่เคยว่าเลย แต่มีข้อติงอยู่นิดเดียวว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจริงหรือไม่ ตัวเลขแม่นยําหรือไม่ แต่อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาลงทุนในไทยเข้มแข็ง อันนี้สิครับ เปึนการเอาเงินกู้นอกงบประมาณมาใช้จ่ายในการลงทุน ไม่มีการตรวจสอบเหมือนเช่น งบประมาณประจําป้ที่มีกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบทุกโครงการ รายละเอียดมีหมด ถนนยาวเท่าไร กว้างเท่าไร ทําเปึนคอนกรีต (Concrete) หรือแอสฟัลติก (Asphaltic) มันมีหมดท่านประธาน แต่โครงการไทยเข้มแข็งมันไม่มีรายละเอียด มันมีแต่ชื่อ ท่านประธาน บอกว่าโครงการนี้จะทําทั่วประเทศ เอาไปลงจังหวัดไหนก็ไม่รู้ จะลงแต่ ทางใต้ที่เดียว อีสานที่เดียว แถวบุรีรัมย์ที่เดียว เราก็ไม่รู้ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แหละครับเราในฐานะฝ์ายค้านเราต้องตรวจสอบ เพราะเราถือว่าเงินภาษีราษฎรเปึน เงินหลวง เปึนเงินแผ่นดิน ตกน้ําไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ท่านประธาน ผมอยากจะพูดต่อ อีกครับว่า การกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมาป่ดหีบ รัฐบาลเตรียมออกเปึนพันธบัตร โดยอ้างว่าจะเปึนการดูดซับสภาพคล่อง เพราะวันนี้ประชาชนมีเงินฝากในประเทศเกือบ ๙ ,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะดูดซับสภาพคล่อง ออกพันธบัตร ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ผอ. หนี้สาธารณะออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว จะขายเปึน บัตรออมทรัพย์ พันธบัตรออมทรัพย์ ราคา ๑๐,๐๐๐ บาทถึง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ระยะ ๕ ป้ ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากหน่อย ก็จะได้มีพี่น้องมาซื้อพันธบัตร จะได้ดีกว่าได้ดอกเบี้ย จากแบงก์ แต่ที่น่าเอะใจ น่าสงสัย ก็คือการออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือภาษาฝรั่ง พีเอ็น (PN : Promissory Note) นี่ละครับ เปึนระยะยาวให้สถาบันการเงินเอาไปทํา คือไปปล่อย ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินโดยวิธีการประมูล ใครให้ดอกเบี้ยต่ําคนนั้นก็ชนะ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ละครับ ผมก็ไม่ทราบ ผมต้องฝากถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มันมีข่าวลือว่ามีเงินปากถุงหรือไม่ เพราะว่าแบงก์พาณิชย์ที่ได้งานประมูล ยกตัวอย่าง อย่างเช็คช่วยชาตินี่ แบงก์พาณิชย์ที่เปึนของเอกชนได้ไป ในขณะที่แบงก์รัฐ ไม่ได้เลย ท่านประธานรู้ไหมครับว่าต้นทุนในการกู้เงินของแบงก์ อินเตอร์แบงก์ (Inter bank) มันเท่าไร แล้วเขาเอามาปล่อยให้รัฐบาลกู้นี่เขากําไรเท่าไร เอาไว้ไปคิดเอง เดี๋ยวจะมีคนอื่นอภิปรายต่อนะครับท่านประธาน

รัฐบาลโกหกสภา อันนี้ประเด็นที่ ๓ นําข้อมูลผิด ๆ ส่งมาให้ ส.ส. พิจารณา ท่านประธานครับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ที่เราจะพิจารณาพระราชกําหนด เอกสารนี้ครับ แนบมากับหนังสือเชิญของท่านประธาน แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ระยะที่ ๑ รีบร้อนครับ พิมพ์ผิด ทําโดยกระทรวงการคลัง และเจ้าของงานนี้ยอมรับกับผมแล้วครับ คือหนี้สาธารณะเปึนคนทําร่วมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา แต่บังเอิญ ผอ. หนี้สาธารณะเปึนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง ท่านประธาน ผมก็อ่านครับ ผมเปึนคนที่อ่านละเอียด ผมอ่านเอกสารฉบับนี้ งบลงทุนนะ ท่านประธาน ขออนุญาตนะครับ โครงการที่รัฐบาลรับภาระการลงทุนและยังไม่มี แหล่งเงินในป้งบประมาณ ๒๕๕๒-๒๕๕๓ มีวงเงินทั้งสิ้น ๒๘๙,๐๗๐ ล้านบาท รัฐบาล จะต้องจัดหาแหล่งเงินลงทุนเพิ่มเติมโดยการกู้เงินตามพระราชกําหนดให้อํานาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. .... ก็คือ พระราชกําหนดฉบับนี้ละท่านประธาน อันนี้ผมคิดเปึนอย่างอื่นไม่ได้ คือกรอบการกู้เงิน การใช้เงิน ผมก็คิดแบบนักคณิตศาสตร์ ผมก็เอา ๔๐๐,๐๐๐ ตั้ง ลบ ๒๘๙,๐๐๐ แสดงว่า รัฐบาลจะป่ดหีบ ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เอาข้อมูลนี้ ละครับไปเบิกความในศาล ผมเบิกเปึนคนแรกท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีขึ้นมาอ่าน สคริพท์ (Script : เอกสารต้นฉบับ) เหมือนเมื่อสักครู่นะครับ ก็ยืนยันต่อศาลรัฐธรรมนูญ ครับว่าจะไปป่ดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ข้อมูลที่ให้สภา ๒๘๙,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปลงทุน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปป่ดหีบ ทําไมต้องโกหกกัน อย่างนี้ครับ ผมถึงได้แพ้ในศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถามว่าหลักการในการกู้เปึนอํานาจของ ฝ์ายบริหารไหม เปึน เรายอมรับครับว่า เปึนครับ แต่ถ้าตัวเลขท่าน ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ผมก็เห็นว่ามันแตกต่างกับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่างกันตั้ง ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้ ผมจะปล่อยให้ไปกู้ได้อย่างไร เด็กประถมมาอ่านเห็นก็หัวเราะรัฐบาลชุดนี้ หัวเราะใส่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวเราะใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดเลขได้อย่างไร และ ผอ. หนี้สาธารณะมายอมรับกับผมนะครับว่า เอกสารฉบับนี้ได้เตรียมไว้ให้รัฐบาล จริง ๆ แล้วส่งมาในสภา และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน อันนี้ล่าสุดแล้ว คณะกรรมการ กลั่นกรองโครงการ เอสพี ๒ (SP2) คือระยะที่ ๒ นี่ส่งมาใหม่มาให้ผมก่อนที่จะเข้ามา อภิปรายในห้องนี้ละครับ ปรากฏว่าอย่างไรครับ งบลงทุนท่านประธาน ระยะที่ ๒ ที่ว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลนี้นะครับ สรุปมาให้ผมอย่างนี้ครับ ป้ ๒๕๕๒ จะเอามา ลงทุน พี่น้องประชาชนนักธุรกิจฟังนะครับ ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ล้านบาทอย่างที่ฝันกัน นักวิชาการออกมาต่อว่า ฝ์ายค้านดึงเกมแทนที่ประเทศชาติจะได้เดินต่อไปได้ เศรษฐกิจ จะได้ฟุ๋น ความมั่นคงจะได้กลับมาทําไมไม่เอาความจริงมาพูดประชาชนว่าในป้ ๒๕๕๒ งบกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไทยแข็งนี่นะครับจะใช้แค่ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทเอง นี่ตัวเลขอยู่นี่ครับ ที่เหลือจะไปใช้ป้ ๒๕๕๓ ท่านประธานตามให้ดีนะครับ ป้ ๒๕๕๓ ใช้ ๒๑๖,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง แต่ส่งมาให้ผมครั้งแรก ๒๘๙,๐๐๐ ส่งมาครั้งที่ ๒ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมจะไปยึดตัวเลขไหนละครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องบอกผมสิว่าผมยึดตัวเลขไหน ท่านโกหกสภาทําไม ท่านต้องบอก เดี๋ยวท่านต้องบอก นะครับ อย่างนี้เสียหายเลยท่านประธาน นี่คือเหตุผลที่ฝ์ายค้านไม่สามารถที่จะผ่าน พระราชกําหนดก็เลยส่งไปตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากตัวเลขยังแกว่ง ยังไม่นิ่ง ความเร่งด่วนก็ไม่จําเปึน เพราะอะไรครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ถ้ารัฐบาลยึด เอกสารฉบับนี้ ที่ให้ ส.ส. เอามาอ่าน กู้เพื่อไปป่ดหีบแค่ ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็มองว่ามันไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วนเลย เพราะอะไร เพราะรัฐบาลสามารถชะลอการจ่ายโครงการป้ ๒๕๕๒ ได้ ยกตัวอย่างครับ โครงการทหารนี่แหละ กองทัพ ผมเอามาบวกแล้วป้ ๒๕๕๒ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน แล้วบางโครงการยังไม่ได้ซื้อเลย ก็ดึงกลับมาก่อนสิครับ เอามาใช้ก่อน ทําไมไม่กล้าทํา ในเมื่อจะมาเปึนผู้บริหาร เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมันต้องใจกล้า กล้าตัดสินใจครับ เห็นว่างบไหนที่มันชะลอไว้ได้ดึงไว้ก่อน เอามาทําส่วนอื่นก่อนได้ แล้ว ๑๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ที่ท่านจะเอามาป่ดหีบ ท่านรอได้จนกว่าตัวเลขจะนิ่ง มันไม่ได้สายเกินแก้หรอกครับ ที่สําคัญที่สุด ตอนที่ผมไปเบิกความเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม กรมบัญชีกลางมาให้ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม บอกว่าเงินคงคลังมี ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ก่อนที่ผมจะไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ มติชนครับ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ออกมาให้สัมภาษณ์อีกเมษายนเก็บเงินรายได้ได้ดี มีเงินคงคลังเหลืออยู่ ๑๑๔,๗๐๐ ล้านบาท มติ ครม. อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ผมบอก ๑๗ เมษายน อนุมัติให้กู้เต็ม วงเงิน พ.ร.บ. หนี้สาธารณะที่ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ เหลือแสนหนึ่ง ก็ยังใช้ได้อยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่อง เร่งด่วน สภาพคล่องท่านยังมีอยู่ แล้วท่านรอไปใกล้ ๆ เอาสักเดือนสิงหาคม ก็เอาพระราชกําหนดกู้เงินเข้ามาใช่ไหมครับ ผมคิดถูกไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ มันเปึนอย่างนี้ ตัวเลขต้องแม่นยํา นั่งอยู่คลังตัวเลขผิดพลาดอย่างนี้มันถึงวิเคราะห์ คาดการณ์ผิดหมดเลยท่านประธาน ทีนี้นอกจากนั้นนะครับ ผมก็ไปเบิกความต่ออีกครับ เพราะผมไม่เชื่อว่าประเทศชาติขาดสภาพคล่อง นายกอร์ปศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม นายพฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่าสภาพคล่องยังดีอยู่ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ไทยรัฐ หน้า ๘ อีกฉบับหนึ่งนะครับ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ยังออกมาให้สัมภาษณ์อีกเมื่อวันที่ ๒๕ ว่าหาก พระราชกําหนดไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีหลายวิธีที่จะบริหารจัดการสภาพคล่องได้ นี่แหละครับ มาตรา ๑๘๕ ท่านประธาน การจะออกพระราชกําหนดต้องเปึนเรื่องเร่งด่วน ฉุกเฉิน ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ อันนี้มันยังหลีกเลี่ยงได้อยู่ เพราะท่านยังบอกเลย ถ้า พ.ร.ก. ไม่ผ่าน นี่ท่านต้องไปไล่เอาเองนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อย่าไปถอดถอนอธิบดี กรมบัญชีกลางนะท่านไม่รู้ ท่านให้สัมภาษณ์ตามข้อเท็จจริงครับ อย่าไล่ท่านออกนะครับ ท่านทําถูกแล้วนะครับ ท่านเอาข้อเท็จจริงมาเป่ดเผย

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานจะเอาง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ โครงการลงทุน ที่เปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยแข็งนี่ ที่ไม่รู้ว่าตัวเลข ๒๘๙,๐๐๐ หรือ ๒๔๙,๐๐๐ หรือ ๒๐๐,๐๐๐ ตามที่ท่านเสนอมานี่นะครับ มั่วซั่วไปหมด มันปราศจากการตรวจสอบ เพราะโครงการนี่นะครับ ท่านประธาน ท่านประธานเป่ดเอกสารนี้ดูเลย ผมไม่รู้ว่า ท่านแจกแล้วท่านดูเอง ท่านอ่านบ้างหรือไม่นะครับ แต่ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของ ท่านประธาน ท่านต้อง