สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

นฤมล ธารดํารงค์ อภิปรายเรื่องการกู้หนี้ที่รัฐบาลใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมและสิ้นเปลืองเงินงบประมาณ เธอกล่าวถึงปัญหาคนตกงานและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้เธอยังพูดถึงปัญหาคนตกงานที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันจะมาพูดถึงพระราชกําหนดเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยดิฉัน ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เลยนะคะ เพราะว่าในส่วนหนึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อ ๖ เดือนที่แล้วนะคะ มีการออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๑ มาแล้ว ๑ ครั้ง ระยะที่ ๑ ก็ยังไม่ได้ดําเนินการไปถึงไหนเลย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องหลาย ๆ โครงการ ในส่วน ตรงนี้ดิฉันมองว่าเงินงบประมาณของเดิมท่านยังเบิกจ่ายใช้ได้ไม่หมดเลยนะคะ บางโครงการใช้ไปแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และบางโครงการแทบจะไม่ได้มีการเบิกใช้เลย ก็ว่าได้ แล้วนี่ท่านมาขอเบิกใช้เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะที่ ๒ ดิฉันกลับมองว่า มันน่าจะเปึนการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ แล้วมันเปึนการที่รอได้นะคะ อย่าง ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่เขตอุตสาหกรรมโดยรอบกรุงเทพมหานคร หรือเขต ปริมณฑลตรงนี้นะคะ หรือผลกระทบโดยทั่วไปในประเทศ เรื่องของคนตกงานคนว่างงาน ปัญหาคนตกงานเปึนปัญหาที่ใหญ่กระทบเศรษฐกิจโดยตรงและสําคัญอย่างมากนะคะ ที่ว่ากระทบอย่างมากเพราะอะไร เพราะว่า ๑ คนในครอบครัว ๑ ชีวิตที่เขาตกงาน มันหมายถึงการกระทบคนทั้งครอบครัวของเขาเลย มันไม่ใช่แค่เพียงคนคนเดียว แล้วดิฉัน ได้อ่านรายงานจากสํานักงานสถิติแห่งชาติมีการรายงานว่าจะมีผู้ตกงานเพิ่มขึ้นอีกใน เดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ ๘๒๐,๐๐๐ คน อย่างที่ท่านกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้บอกเมื่อเช้าว่ามีคนตกงานอยู่ ๗๑๐,๐๐๐ คน แต่สถิติล่าสุดที่ดิฉันดูนี้คือเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ตกงานอยู่ ๘๒๐,๐๐๐ คน ในเดือนเดียวกันของป้ที่แล้วมีคนตกงานอยู่ ๕๕๐,๐๐๐ คน เท่ากับว่า ๑ ป้ที่ผ่านมามีคนตกงานทั้งหมด ๒๗๐,๐๐๐ คน ในส่วนตรงนี้ไม่ทราบว่า รัฐบาลได้เข้าใจปัญหาตรงนี้ว่าเปึนปัญหาเร่งด่วนหรือไม่ เดี๋ยวดิฉันจะลองไล่ดูนะคะ ปัญหาเหล่านี้คนตกงานปัญหาที่มันเกิดตามมาจากคนตกงาน สิ่งแรกเลยมันเปึนเหมือน วงจรเลยเมื่อคนตกงาน เด็กจบใหม่ก็ไม่มีงานทํา เมื่อเขาไม่มีงานทําพ่อแม่เขาหาเงินมา ส่งให้ลูกเรียนหนังสือใช่ไหมคะ ก็หวังว่าเมื่อลูกจบการศึกษาจะมีงานทําและเอาเงิน เหล่านั้นไปใช้หนี้ที่ได้กู้หนี้ยืมสินมาทั้งในระบบและนอกระบบก็ว่าได้ แต่เมื่อลูกเรียนจบ การศึกษามาไม่มีงานทําพ่อแม่ก็ไม่มีเงินใช้ก็ต้องหันไปกู้เงินนอกระบบอีก มันก็เกิดคดี อาชญากรรมขึ้นมา เห็นไหมคะตามหน้าหนังสือพิมพ์ปัจจุบันนี้จะมีทั้งคดีปล้นปัูมน้ํามัน ปล้น มินิมาร์ท (Minimart) จี้แม้กระทั่งคนแก่คนชราที่เดินริมถนน หรือแม้แต่ยาเสพติด ท่านสงสัยไหมคะว่าปัจจุบันนี้คดียาเสพติดปัญหาด้านสังคมทําไมมันเกิดขึ้นมากมาย เกิดขึ้นยิ่งกว่าแบคทีเรียอีกก็ว่าได้ เรียกว่าระบาดไปทุกตรอกซอกซอยเลยนะคะ เพราะ อะไรคะ เพราะคนตกงาน คนก็อยากมีรายได้ เมื่อไม่มีรายได้ก็ต้องฉกชิงวิ่งราวหรืออะไร เล็ก ๆ อะไรน้อย ๆ ที่พอจะหาเงินมาช่วยค้ําจุนครอบครัวได้ก็ต้องทํานะคะ ซึ่งยาเสพติด เหล่านี้มันได้หายไปนานหลายป้แล้วนะคะ เท่าที่ดิฉันอ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และ ในส่วนเหล่านี้ดิฉันอยากจะฝากว่า ทําไมรัฐบาลน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจแผนที่ท่านร่างขึ้น มานะคะ ทําเกี่ยวกับเรื่องของโครงการต้นกล้าอาชีพ ซึ่งดิฉันได้อ่านตามโครงการต่าง ๆ ของท่านในระยะที่ ๑ รัฐบาลได้ตั้งวงเงินไว้ถึง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็มาดูว่า ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านเบิกใช้จริง ๆ แค่ ๑,๔๔๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าโครงการนี้ถ้าสําเร็จ สามารถช่วยคนตกงาน คนที่กําลังถูกเลิกจ้างงานและคนที่จบใหม่ได้ถึง ๕,๐๐๐ คน แต่ดิฉันลองอ่านดู ติดตามข่าวตามโครงการนี้ดูนะคะ มีคนมาใช้ร่วมโครงการกับท่านอยู่ แค่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง นี่คือระยะแรกนะคะ แล้วดิฉันก็จะดูว่ารัฐบาลจะมา อธิบายเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ก็ได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศ ไทยว่า กําลังวางแผนแก้ไข ดิฉันก็งงว่าเงินมหาศาลขนาดนี้ทําไมท่านไม่วางแผนเสียแต่ เริ่มแรกก่อนการใช้เงิน นี่เอาเงินมาใช้แล้วค่อยวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างนั้นหรือคะ มันเปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณแบบโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า ท่านน่าจะไปลอง ทบทวนระยะที่ ๑ ก่อนจะดีไหมนะคะ ดิฉันคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีวิสัยทัศน์หรือมี ความคิดให้เปึนผู้ใหญ่มากกว่านี้อีกสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าการบริหารประเทศแบบนี้ มันไม่ใช่การบริหารประเทศแบบเด็กเล่นขายของนะคะ อยากให้ท่านทบทวนสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าโครงการที่กําลังทําอยู่ ณ ปัจจุบันยังไม่เดินหน้าไปถึงไหนเลย ท่านก็จะกู้มา เพิ่มเติมอีกแล้ว อย่างในระยะที่ ๒ ท่านก็จะกู้อีกนะคะ โดยบอกว่าโครงการนี้อีก ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็บอกว่าโครงการนี้ที่ท่านร่างมาในโครงการไทยเข้มแข็งป้ ๒๕๕๓ ท่านบอกว่าถ้าโครงการนี้สําเร็จจะสามารถนําพาประเทศให้ประเทศมีเศรษฐกิจดีขึ้น และก็รองรับสร้างงานให้คนได้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ดิฉันอ่านเอกสารดูแล้วนะคะ กว่า ท่านจะกู้จนครบโครงการทั้งหมดจนถึงสิ้นป้ ๒๕๕๕ เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นจริงอย่างที่ท่าน บอกนะคะ อาจจะมีการจ้างงานได้ครบถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนอย่างที่ท่านว่า แล้วในช่วง ก่อนที่จะถึงป้ ๒๕๕๕ ระยะเวลา ๓ ป้รัฐบาลคิดไหมคะว่าชาวบ้านจะทําอย่างไรกัน รัฐบาลมีโครงการจะสร้างงานให้คนตกงานคนเหล่านั้นอย่างไร และคิดว่าจะหาโครงการ อะไรมาทําให้เขาเหล่านั้นได้มีงานทํากันสักกี่คนละคะ

ส่วนในเรื่องของการกู้หนี้ที่ท่านบอกว่า จะนํามากระตุ้นเศรษฐกิจ ดิฉันมอง ว่ารัฐบาลนี้ท่านชอบพูดแต่เรื่องของอนาคต เวลาที่มีปัญหาในปัจจุบันแต่สิ่งที่ควรจะทํา สําหรับอนาคตท่านกลับไม่ทํา ชอบทําแต่เรื่องที่เปึนปัจจุบัน อย่างเช่นว่า มีคนเขาบอกว่า ดิฉันก็ฟังเขามาอีกทีหนึ่ง ชาวบ้านนะคะเขาฝากมาบอกว่าที่เห็นผลงานเปึนรูปธรรมจริง ๆ ของรัฐบาลนี้ก็คือการหาพ่อให้เคอิโงะ ดิฉันก็เอ๊ะจริงหรือเปล่า แต่ฟัง ๆ ดูก็เริ่มชักจะ คล้อยตามเขาแล้วนะคะ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่ารัฐบาลนี้โชคดี โชคดีในเรื่องของอะไรคะ คือโชคดีที่หมีแพนด้าหลินฮุ่ยออกลูกในรัฐบาลท่าน นั่นก็คือว่าท่านสามารถประสบ ความสําเร็จที่ทําให้หลินฮุ่ยออกลูกในรัฐบาลของท่านได้ ก็ถือว่าเปึนความโชคดีของรัฐบาล นี้ แล้วก็อย่างที่ดิฉันบอกนะคะ รัฐบาลนี้ชอบพูดแต่เรื่องของอนาคตเวลาที่มีปัญหา ในปัจจุบัน แต่พอเรื่องในอนาคตกลับไม่แก้ปัญหากลับชอบทําแต่เรื่องที่เกิดในปัจจุบันนี้ เท่านั้น

สุดท้ายนี้นะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากรัฐบาลไป ๑ ข้อนะคะว่า ท่านจะ แก้ปัญหาคนตกงานได้อย่างไร เพราะในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มว่าปัญหาคนตกงานจะ เพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นกลางป้นี้ถึงประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน และบริษัทต่าง ๆ จะเลิกกิจการกัน นะคะ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๒๗๐ กว่าแห่ง ก็ต้องขอฝากรัฐบาลนี้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณ ค่ะ