สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการอภิปรายของวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล โดยชี้แจงเหตุผลและอธิบาย 2 ประเด็นที่ต้องการอธิบาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องข่าวเกี่ยวกับหุ้นเอซีแอล โดยยืนยันความโปร่งใสและความเชี่ยวชาญของทีมงาน และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกู้ยืมเงินภายใต้พระราชกําหนด โดยอ้างว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และยืนยันความชอบธรรมทางกฎหมายของพระราชกําหนด

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาชี้แจงเพื่อนสมาชิกผู้ซึ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ก็รู้จักกันดีนะครับ เคยเปึนกรรมาธิการในงบประมาณ ร่วมกันมา ๒ สมัยนะครับ ก็เห็นใจท่านนะครับ เพราะว่าจากการรายงานข่าวการอภิปราย พระราชกําหนดเมื่อวานนี้ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์โดยสื่อมวลชน จะยุติธรรมหรือไม่ ก็แล้วแต่ แต่ก็ล้วนแล้วต้องออกมาในแนวที่ว่าฝ์ายค้านอภิปรายค่อนข้างกร่อย ท่านก็คง อยากที่จะเพิ่มรสชาติการอภิปรายนะครับ ก็น่าเสียดายทําให้อาจจะมีแรงกดดันให้กับ ท่านต้องหยิบยกข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มาใช้เปึนข้อมูลในการอภิปรายในสภา ก็ถือว่า มาตรฐานสร้างความผิดหวังให้กับผมในฐานะเพื่อน ส.ส. ด้วยกันนะครับ แล้วก็ในฐานะ ที่เคยร่วมงานกันมาในคณะกรรมาธิการ รู้ว่าความจริงถ้าท่านทําการบ้านมากกว่านี้ ท่านน่าจะอภิปรายได้ดีกว่าที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่นะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ก็มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตชี้แจง เพราะถ้าท่านได้อภิปรายแล้วก็พูดตามตรง ก็สร้างความเสียหายที่ไม่มีความยุติธรรมกับกระผม

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของข่าวเกี่ยวกับหุ้นสินเอเชีย เอซีแอล ซึ่งท่านก็ ไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลยนะครับ เพียงแต่หยิบยกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง คือข่าวหุ้น ขึ้นมาอภิปรายทําให้ผมและทีมงานเสียหายในสภา ก็ต้องขอเรียนเปึนข้อมูลว่าหลังจากที่ ได้ปรากฏเปึนข่าวลือบนหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายหุ้น เอซีแอล ในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นวันนั้นแล้ว ทางบรรณาธิการของทางข่าวหุ้นก็ได้โทรศัพท์มา แล้วก็ ได้ขออภัยแก่ผมต่อความคลาดเคลื่อนในข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวของเขาได้นําไปใช้ และผมก็ ไม่ได้ติดใจ ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครที่จะหยิบยกข่าวลือลักษณะนั้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ ออกมาใช้ในการอภิปรายในสภา ผมก็ต้องขอยืนยันนะครับว่าความโปร่งใสของทีมงาน ของผมเอง ความเชี่ยวชาญที่ทีมงานของผมมีในเรื่องของการเงิน การคลัง อันนั้นมีจริง และทีมงานของผมและกระผมก็พร้อมที่จะมีการตรวจสอบ เรื่องพรรค์นี้นะครับถ้ามีการใช้ ข้อมูลภายในจริง ๆ มีหน่วยงานของรัฐที่เปึนอิสระจากกระทรวงการคลังมีหน้าที่ที่จะ ตรวจสอบ และพวกเราก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือให้ข้อมูลในทุกกรณี เชิญท่านยื่นฟัอง ต่อหน่วยงานเหล่านั้นให้มาดําเนินการการตรวจสอบพวกกระผมได้เลยครับ

ในประเด็นที่สอง ที่ท่านกล่าวถึงนะครับ ก็เปึนการหยิบคําพูดของผู้อื่นอีก เช่นเดียวกัน ไม่ได้มีข้อมูลอะไรในการนํามาใช้ในการอภิปราย การพูดถึงเรื่องของเงิน ปากถุง ว่าการกู้ยืมโดยรัฐบาลนั้นมีเงินปากถุงหรือไม่นะครับ ผมก็จะขอเรียนว่า สํานักบริหารหนี้เจ้าหน้าที่นั่งฟังท่านอยู่เช่นเดียวกันนะครับ เขาก็คงมีความผิดหวัง เพราะว่ากระบวนการการกู้ยืมของทางกระทรวงการคลังก็มีความโปร่งใสมาโดยตลอด ทุกยุคทุกสมัยนะครับ ในเรื่องของเงินปากถุงที่ท่านพูดถึงสร้างความเสียหายให้กับ การทํางานของกระทรวงการคลังนั้น ผมคิดว่าท่านน่าจะต้องมีข้อมูลหลักฐานมากกว่านี้ ครับ ก่อนที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านั้นมาพูดเพื่อทําลายความเชื่อมั่นของหน่วยงานที่มี ความสําคัญต่อประเทศ อย่างเช่น สบน. สํานักบริหารหนี้ หรือแม้แต่กระทรวงการคลังเอง นะครับ การที่เพียงแค่หยิบยกความที่อาจจะเปึนไปได้มาอภิปรายเช่นนี้ ผมคิดว่าไม่มี มาตรฐานที่สูงเพียงพอต่อการอภิปรายในสภานะครับ เพราะฉะนั้นก็ตามที่เรียนครับ ก็เห็นใจท่านว่าท่านคงมีแรงกดดันที่จะสร้างความฮือฮาจากการอภิปรายของท่าน แต่การ อภิปรายเช่นนี้สร้างความเสียหายและผมคิดว่าไม่ได้มีประโยชน์

ส่วนประเด็นเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านตั้งโจทย์คําถามว่าการเสนอการกู้ยืมเงิน ภายใต้พระราชกําหนด พระราชบัญญัตินั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ หรือไม่ ผมก็ขอ ยืนยันอีกเช่นเดียวกันว่าท่านน่าจะรู้ดีกว่านี้นะครับ แล้วก็ถ้าท่านได้ศึกษาถึง พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ท่านก็จะทราบว่ามีข้อยกเว้นให้ในกรณีที่มีการออก กฎหมายอื่นนะครับ เพื่อกําหนดวิถีการกู้ยืมเงินและวิธีการเบิกจ่าย ซึ่งพระราชกําหนด พระราชบัญญัติก็เข้าข่ายของมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่งของพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ที่เป่ดโอกาสให้มีการอ้างอิงการใช้เงินโดยวิธีอื่นภายใต้กฎหมายฉบับอื่นอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของความชอบธรรมทางกฎหมาย ไม่ว่าจะในเรื่องของการเบิกจ่าย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความชอบธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าในกรณี พระราชกําหนดก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว มีคําพิจารณา มีคําวินิจฉัยของทาง ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันความชอบธรรมในทุก ๆ ประเด็น

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ผมขออนุญาตชี้แจง ก็คือเรื่องของประเด็นที่ว่า การกู้ยืมเงินนั้นจะเปึนการแย่งเงินจากภาคเอกชนหรือไม่นะครับ อันดับแรก ผมขออนุญาตนะครับ ท่านเป่ดหนังสือพิมพ์ดูได้ทุกฉบับ ภาคเอกชนเชียร์อยากจะให้ รัฐบาลเพิ่มบทบาทของรัฐบาลในการที่จะกู้ยืมเงินมาเพื่อเอามาลงทุนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าภาคเอกชนมีความรู้สึกว่าสิ่งที่รัฐบาลกําลังทําอยู่นั้นสร้างความเสียหาย ให้กับภาคเอกชน ผมคิดว่าเขาคงไม่ออกมาสนับสนุนนะครับ ส่วนเทคนิคว่าทําไมเราถึง ไม่คิดว่าเปึนการแย่งเงินจากเอกชน แต่ความจริงเปึนการสร้างสภาพคล่องเพิ่มเติม ให้เอกชนได้ ผมจะขออนุญาตชี้แจงในภายหลัง ขอบคุณครับ