อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไข โดยเสนอแนวทางในการใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด และเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนในโครงการสร้างงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้มีโอกาสพูดในช่วงท้าย ๆ ของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ในวันนี้นะครับ เนื้อหาประเด็นที่เปึนสาระสําคัญส่วนใหญ่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปเกือบครบถ้วนทุกประเด็น วันนี้เราได้รับฟังความ คิดเห็นที่มีความแตกต่างกันหลายความคิดเห็น บางความคิดเห็นฟังแล้วอาจจะขัดต่อ ความรู้สึก บางความคิดเห็นฟังแล้วอาจจะดูเหมือนเปึนการกระหนําซ้ําเติมชะตากรรม ของเพื่อนร่วมชาติ แต่ก็เปึนเรื่องที่รับได้ เพราะเมื่อยืนอยู่ในจุดที่แตกต่างกันมุมที่มอง เข้ามาที่ปัญหาก็ย่อมแตกต่างกันเปึนเรื่องที่รับได้และก็เปึนการสร้างสรรค์ให้บรรยากาศ ของสภาแห่งนี้เปึนที่หวังและเปึนกําลังใจกับพี่น้องประชาชน หลายคําถามเปึนเรื่องที่ รัฐบาลต้องรับฟัง ทําอย่างไรการใช้จ่ายงบประมาณที่จะผูกพันต่อไปจึงจะเปึนด้วยความ โปร่งใสและมีประสิทธิผลสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ทําอย่างไรการทุ่มเทเม็ดเงินจํานวน มหาศาลเหล่านี้จะไม่ย้อนกลับมาก่อวิกฤติรอบสองซึ่งนั่นคือห้วงหายนะของประเทศ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และรัฐบาลต้องเปึนความหวังและเปึนกําลังใจของพี่น้อง ประชาชน ถ้าเราทําหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ก็จะมีคนมาทําหน้าที่แทนเรา แต่ความหวังและ กําลังใจอย่างเดียวแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ไม่ได้ เราต้องมีเครื่องมือ เราต้องมี กลไก เราต้องมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจริง ๆ ผมมีความเชื่อมั่นใน พ.ร.บ. ฟุ๋นฟูความมั่นคงทางเศรษฐกิจฉบับนี้ รวมทั้ง พ.ร.ก. ที่ผ่านสภาไปเมื่อวานนี้ พ.ร.บ. ส่วนนี้เปึนส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนภายใต้แผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจระยะที่ ๒ เปึนจุดเริ่มต้น ของสิ่งที่เราเรียกว่าปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีระยะเวลาดําเนินการตั้งแต่บัดนี้จนถึง ป้งบประมาณ ๒๕๕๕ เม็ดเงินงบประมาณทั้งสิ้นก้อนใหญ่ครับ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้สําหรับการลงทุนในเชิงมหภาค เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเปึนแบงก์พันหนัก ๑ กิโลกรัมครับ ๑,๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หนัก ๑,๓๔๐,๐๐๐ กิโลกรัมครับ รถเมล์ ๔,๐๐๐ คันบรรทุกไม่พอครับ วิกฤติการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ใน ขณะนี้มันร้ายแรงเกิดกว่าที่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้จะนึกถึง นักเศรษฐศาสตร์ไทยบอกว่าร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ นักเศรษฐศาสตร์ ต่างประเทศบอกว่าร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ ร้ายแรงจริง ๆ ในวิกฤติการณ์ที่มองไปทางไหนก็ดํามืดไปหมดรัฐบาลมีทางเลือกอะไรบ้าง ทางเลือกที่ ๑ ก็ก้มหน้ารับชะตากรรมกอดเข่ามองหน้ากันก็เรามันยากจน เมื่อประชาคม ทั้งโลกเขายากจนแล้วเราจะมารวยอยู่ได้อย่างไร ยอมรับในชะตากรรมก็ไม่มีเงิน แต่ผม นึกไม่ออกว่าเราจะกอดเข่ามองตากันไปได้นานแค่ไหน ในเมื่อมองไปทางซ้าย มองไป ทางขวาพี่น้องร่วมชาติกําลังจะตกงาน ๙๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มองไปข้างหน้า เดินออกไปวันพรุ่งนี้งานจะรออยู่ที่บ้านหรือไม่ยังไม่รู้ครับ หรืออยู่ที่บ้านเฉย ๆ ข้าวก็เหลือ น้อยลงไปทุกวันต้องขอดข้าวกินก้นจาน และวันหนึ่งก็จะไม่มีข้าวกิน ถ้ารัฐบาลเลือกวิธีนี้ ปลอดภัยครับ คําตําหนิติเตียนก็คงไม่มากมายเหมือนที่ประสบอยู่ในขณะนี้ แต่ท่านเลือก วิธีการอย่างนี้แล้วเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไปทําไมละครับ รัฐบาลภายใต้การนําของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเลือกทางไหน เราไม่ยอม ก้มหน้ารับชะตากรรมครับ เราลุกขึ้นต่อสู้พี่น้องประชาชนตกงาน กําลังจะตกงาน เปึนล้านคนรัฐบาลทุ่มเม็ดเงินไปสร้างงาน ห้วย หนอง คลอง บึง ไม่เคยมีน้ํามาเปึนสิบป้ รัฐบาลกัดฟันหาเม็ดเงินทุ่มลงไปให้มันมีน้ําหยดแรก ให้มันมีต้นกล้าต้นแรกของพืชพันธุ์ ธัญญาหารเราจะได้มีชีวิตรอดไปได้ การท่องเที่ยวซึ่งวันนี้นักท่องเที่ยวลดลงไปกว่าครึ่ง ที่กระบี่ ส.ส. นั่งอยู่ตรงนี้บอกผม รัฐบาลทุ่มเม็ดเงินลงไปสร้างโครงสร้างทางการท่องเที่ยว สวนกระแสมานี่ละครับ แปรวิกฤติให้เปึนโอกาส เงินมาจากไหน ก็ไม่ได้กู้เมืองนอกที่ไหน ละครับ ก็สภาพคล่องส่วนเกินซึ่งก็มีอยู่ในประเทศ คนเหล่านี้เขาไม่กล้าลงทุน เขาไม่กล้า เสี่ยง เขากลัวเปึนหนี้ครับ เมื่อกลัวเปึนหนี้ รัฐบาลแบกรับเปึนหนี้แทนครับ ประชาชน ไม่ต้องเปึนหนี้รัฐบาลนี้เปึนหนี้แทน แล้วเอาเงินนั้นมาสร้างพลวัตทางเศรษฐกิจกระจายให้ เปึนเงินกลับไปสู่พี่น้องประชาชนซึ่งส่วนใหญ่คือคนชนบท ลุกขึ้นสู้ครับ ด้วยมาตรการ อย่างนี้แหละครับ ที่ถนนลูกรังเปึนพันกิโลเมตรที่พี่น้องรอคอยมาตลอดชีวิตทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเลือกพรรคอะไรจึงจะกลายเปึนถนนลาดยางในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ครับ ห้วย หนอง คลอง บึงที่แห้งขอด น้ําหยดแรกจากเม็ดเงินด้วยงบประมาณของชลประทาน กําลังจะเกิดขึ้น สถานีอนามัยหรืออนามัยตําบลมากกว่า ๘,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศกําลัง จะเปึนโรงพยาบาลตําบลครับ สภาเศรษฐกิจภาคใต้กําลังจะเกิดขึ้นด้วยเม็ดเงิน งบประมาณตรงนี้ครับ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี่ครับ ระบบรางสุราษฎร์ธานี-กระบี่ จะเกิดขึ้นเริ่มต้นของการศึกษาก็ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนี่ครับ ลุกขึ้นสู้นี่ครับ ระบบราง การทางพิเศษซึ่งมุ่งไปทางภาคอีสานโดยมีนครราชสีมาเปึนกุญแจสําคัญกําลังจะเกิดขึ้น ห้องสมุดโรงเรียนมากครบทุกอําเภอกําลังจะเกิดขึ้น เราลุกขึ้นสู้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ตอนค่ําท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อภิปรายคําพูดหนึ่งต้องรับฟังมีคุณค่า ท่านบอกว่า รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินตรงนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับการพลิก โฉมหน้าของประเทศมีคุณค่า ผมมีภาพ ๆ หนึ่งที่อยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้เห็น ภาพนี้ครับ ภาพนี้อาจจะเล็กไปนิดหนึ่งสําหรับขนาดของมันนะครับ ถ้าฝ์ายโสตจะ ฉายภาพนี้ นี่คือภาพแผนที่ประเทศไทยครับ เนื้อที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ พื้นที่ ๑๔๐ ล้านไร่เปึนพื้นที่การเกษตร ท่านเห็นไหมครับ มันมีสีฟัาหร็อมแหร็ม ๆ อยู่มองแทบ ไม่เห็นต้องใช้แว่นขยายส่อง มองแทบไม่เห็นหายากเหมือนสิวเสี้ยนบนแก้มนางสาวไทย เลยครับ นี่คือระบบชลประทานของประเทศนี้ครับ ๒๗ ล้านไร่ ร้อยละ ๑๘ ของพื้นที่ การเกษตรทั้งหมด แล้วมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าพื้นที่มากกว่าร้อยละ ๘๐ ต้องพึ่งพาอนาคตด้วยของ ๓ อย่าง ๑. ฝนฟัาอากาศ ๒. ธาตุทรหดของตนเอง ๓. ความเมตตาของพระเจ้าครับ ท่านเห็นอนาคต ท่านเห็นอดีต ท่านเห็นปัจจุบันของ ประเทศไทยไหมครับจากภาพ ๆ นี้ และข้อเท็จจริงอันหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบก็คือว่าพื้นที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่พึ่งพาฝนฟัาอากาศ ประเทศไทยเปึนประเทศที่ปริมาณน้ําฝนตกน้อยที่สุดในทวีปเอเซียครับ ประเทศที่เปึน อู่ข้าวอู่น้ําหมายเลข ๑ นี่ละครับ เรามีปริมาณน้ําฝนตก ๑,๗๐๐ มิลลิลิตรต่อป้ น้อยกว่า เวียดนาม น้อยกว่าพม่า น้อยกว่ากัมพูชา น้อยกว่าอินโดนีเซีย น้อยกว่ามาเลเซีย แล้วพี่น้องเกษตรกรนอกเขตชลประทานจะอยู่อย่างไร ด้วยเหตุนี้ครับ ผลผลิตข้าวของประเทศไทยจึงสู้ใครเขาไม่ได้เลยที่เปึนคู่แข่งขัน เมืองไทยเราผลิตข้าว โดยเฉลี่ย ๔๓๐ กิโลกรัมต่อไร่ครับ จีน ๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ อินเดีย ๖๘๑ กิโลกรัมต่อไร่ เวียดนาม ๖๘๐ กิโลกรัมต่อไร่ พม่าก็ยัง ๕๗๐ กิโลกรัมต่อไร่ แต่ไทย ๔๓๐ ก็เพราะว่า เราต้องพึ่งพาระบบฝนฟัาอากาศของพี่น้องประจําอยู่นั่นเองครับ ฉะนั้นผมจึงชื่นชม เปึนพิเศษ ส.ส. ภาคอีสานของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่น ๆ ชื่นชม ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศชัดเจน และกําหนดเม็ดเงินตามกรอบ ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ใช้เม็ดเงินทุ่มเทไปสําหรับระบบชลประทาน ซึ่งเน้นหนักภาคอีสาน ระบบท่อครับ ๒๓๘,๕๑๕ ล้านไร่ และตรงนี้ครับ สีฟัา ๆ ที่มันมองแทบไม่เห็นมันจะต้อง ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ สุโขทัยนั่นละครับ ส.ส. ๒ ท่าน ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ทั้งจังหวัดไม่มีชลประทานครับ แต่จะมีเกิดขึ้นเพราะปฏิบัติการไทยเข้มแข็งซึ่งกับ พ.ร.บ. นี้ละครับเปึนจุดเริ่มต้น เมื่อกรอบเวลาของโครงการนี้เสร็จลงครับ ภาพที่ผมให้ท่านประธานเห็นตรงนี้สีฟัาจะต้อง มีครึ่งหนึ่งของประเทศครับ ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะพี่น้องภาค ตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อนร่วมแผ่นดินของเราและภาคเหนือ และนั่นก็คือรอยยิ้มของ พี่น้องประชาชนซึ่งลําบากยากแค้นมาตลอดทั้งชีวิต ผมจึงขอความร่วมมือจากเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้งหมด ร่วมกันเถอะครับ ให้ภาพนี้เปึนภาพแห่ง ความหวังและอนาคตครับ ร่วมกันตรวจสอบครับ เรามีกรรมาธิการครับ เรามีวาระสอง เรามีวาระสามช่วยกันควบคุมครับ ให้ทิศทางการใช้งบประมาณจํานวนมหาศาล ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แล้วเปึนการพลิกวิกฤติ ให้เปึนโอกาสครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ