สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ แสดงความไม่พอใจต่อการกู้เงิน 800,000 ล้านบาทโดยรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าการกู้เงินนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ แต่เพียงเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น และยังระบุว่าการกู้เงินนี้จะทำให้เศรษฐกิจล้มเหลวและประชาชนไม่มีรายได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส. พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น เมื่อคืนเมื่อวานก็กู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือประวัติศาสตร์การกู้ที่กู้มากที่สุดในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ แล้วยิ่งเมื่อคืนได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจง แล้ววันนี้ก็ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้มาชี้แจงอีก ฟังแล้วไม่สบายใจ ไม่พูดคง ไม่ได้แล้ว ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่า หน่วยงานซึ่งเปึนมือเศรษฐกิจ ของรัฐบาลได้รายงานผลเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของป้นี้ไม่น่าจะติดลบ น่าจะอยู่ที่ ประมาณ ๐-๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าท่านไม่เชื่อ มันน่าจะติดลบ แต่คําตอบสุดท้าย ท่านประธานครับ ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าหน่วยงานซึ่งเปึนมือ เศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว และได้ทําเรื่องนี้ มาโดยตลอด คาดการณ์ จีดีพี เอาไว้ ๐-๓ แต่คําตอบสุดท้ายออกมา ลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สะกิดใจบ้างหรือครับ มันเกิดอะไรขึ้นครับ มันชี้ให้เห็นว่า ถ้าไม่ใช่หน่วยงานมืออาชีพของท่านทํางานไม่เปึน ก็เปึนท่านนายกรัฐมนตรีเองแหละครับ ทํางานไม่เปึน ส่วนตัวของผมเองครับท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นในความเปึนมืออาชีพ ของหน่วยงานมือเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งเขาก็ทํามาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของการทํางานของรัฐบาล ซึ่งมาจากงบประมาณกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลคราวที่แล้วของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ทําเอาไว้ดีอยู่ แล้วละครับ แต่รัฐบาลชุดนี้ก็เอามาแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสียเละเลย ซึ่งอยากจะยกตัวอย่าง บางโครงการเท่านั้นเพื่อเปึนส่วนประกอบชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารงาน ของรัฐบาล โครงการต้นกล้าอาชีพ อบรมแล้วไม่ทราบว่าจะเอาไปทํางานอะไร ภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้ครับ ธุรกิจทุกแห่ง โรงงานทุกแห่ง มีแต่เขาจะปลดคนงาน และจะเอา ต้นกล้าอาชีพไปทํางานที่ไหน สูญงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ แล้วที่สําคัญ ท่านประธานครับ จนแล้วไม่เจียม เที่ยวไปกู้เงินแล้วมาไล่แจกคนเล่น แล้วที่สําคัญแจก ไม่ถูกที่อีกต่างหาก คนว่างงาน คนไม่มีเงินเดือนกลับไม่ได้รับ เจตนาเพื่อที่จะเอาเงินเข้าสู่ ระบบเพื่อให้ชาวบ้านมีกําลังซื้อ มีกําลังจับจ่าย แล้วให้เงินมันหมุนเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่กลับไปดึงเงินในกระเปิาของชาวบ้านคืนมาด้วยการขึ้นภาษีน้ํามัน มันก็ไม่ต่างกับไป กู้เงินเขามา ไปไล่แจกคนเล่น พอเงินหมดไม่รู้จะหารายได้ที่ไหน ก็ไปวิ่งราวเอาเงินใน กระเปิาของประชาชนเขามา ไหนบอกจะเอาเงินไปหมุนเศรษฐกิจ แล้วก็ไปดึงเอาเงินใน กระเปิาชาวบ้านเขากลับมา มันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ รัฐบาลอย่างชัดเจน ตรงนี้ละครับคือคําตอบทําไมถึงติดลบ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ผมถึงไม่ไว้ใจ รัฐบาลที่จะต้องมากู้เงินอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่สําคัญครับท่านประธานครับ อย่างที่หลายท่านได้อภิปราย รายละเอียดอะไรต่าง ๆ เปัาหมายทิศทาง ความชัดเจนของโครงการ ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะที่ผ่านมานั้น ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทใช้หมดแล้ว แล้วก็มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของ รัฐบาลล้มเหลวโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าจะกู้เงินมาอีกจะให้พวก เราให้ความไว้วางใจได้อย่างไร และที่สําคัญครับแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลวแล้วยังมี เรื่องที่มารบกวนทําให้ชาวบ้านเขาไม่สบายใจอีก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพด รถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ตรงนี้ครับ ผมถึงจะคอยติดตามดูว่าที่กู้เงินมา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลบอกว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติหรือจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพรรคร่วม รัฐบาลกันแน่ ไหนว่าประชาชนต้องมาก่อนละครับ มาถึงวันนี้ประชาชนต้องรอก่อนหรือครับ ผมจะรอดูว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะตัดสินใจเรื่องเหล่านี้อย่างไร แล้วยิ่งมาฟัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งพูดสอดคล้องต้องกันว่า การกู้เงินนั้นประชาชนสบายใจได้ เพราะไม่ได้กู้เงินจากต่างประเทศ กู้เงินภายในประเทศ ตรงนี้ยิ่งเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง ถ้ากู้เงินต่างประเทศนะครับ แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ เก็บภาษีไม่ได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลว ไม่มีสตางค์ไปคืนเขาอย่างมากก็เสียเครดิต แต่ถ้ากู้เงิน ภายในซึ่งมีเม็ดเงินที่มีอยู่ภายในประเทศนี่แล้วเอามาให้รัฐบาลกู้ แล้วเกิดแก้ปัญหา เศรษฐกิจไม่ประสบผลสําเร็จประชาชนไม่มีรายได้ เก็บภาษีไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ เม็ดเงินในประเทศไม่มีแล้ว แล้วจะไปกู้ที่ต่างประเทศเขาก็คงไม่ให้กู้ เพราะฉะนั้นกําลังซื้อก็จะไม่มี รายได้ก็จะไม่มี คนก็จะว่างงานตกงาน เศรษฐกิจก็จะล้ม ระเนระนาดทั้งประเทศ ถึงเวลานั้นท่านประธานครับ แค่คิดก็สยองขวัญแล้วครับ เพราะฉะนั้นอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีถ้าจะให้ดีกู้เงินจากต่างประเทศถ้าจําเปึนต้องกู้ นะครับยังจะดีกว่ากู้เงินภายในประเทศ เพราะอย่างน้อย ๆ ครับ ถ้าไม่มีปัญญาคืนเขาก็แค่ เสียเครดิต แต่ยังเหลือเม็ดเงินในประเทศที่จะมาหมุนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ยังพอมีทางออก แต่ถ้ากู้ภายในประเทศผิดพลาดไม่มีทางออกเลยนะครับ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เปึนห่วง เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีคลังก็ได้มาพูดจะกู้เงินจากธนาคาร ผมเปึนห่วงครับ เมื่อวาน ท่านมิ่งขวัญก็ได้พูดถึงเรื่องนี้แล้วนะครับ ถ้าผมเปึนเจ้าของธนาคารดอกเบี้ยเงินฝาก ๒ เปอร์เซ็นต์ ดอกเบี้ยเงินกู้ ๗ เปอร์เซ็นต์ ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ถ้าปล่อยให้ประชาชนกู้ โอกาสเสี่ยงสูงที่จะได้เงินคืน แบงก์ถึงไม่ยอมปล่อยกู้อย่างไรครับ อย่างไรครับ พอไม่ปล่อยกู้ ๗ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้ แต่ต้องมาจ่าย ๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนภาระของธนาคาร แล้วอยู่ดี ๆ รัฐบาลบอกจะมากู้เงินแบงก์ เหมือนถูกหวยครับท่านประธาน ท่านมิ่งขวัญ บอกว่าอย่างนี้ต้องลด แลก แจก แถม แต่ถ้าสมมุติไม่ใช่เปึนการลด แลก แจก แถมละครับ ปล่อยกู้ดอกเบี้ย ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ได้ปล่อยก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ยังเอาเลยครับ ทําหล่นหายไปสัก ๑ หรือ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ยังได้เลย ทีนี้หล่นหายไป ๑ เปอร์เซ็นต์ เงินแสนล้านบาท ก็ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มัน ๘,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธานครับ นี่แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าไม่ปล่อยกู้ ไม่ได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว แล้วยังต้องแบกรับดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรัฐบาล มากู้ต่อให้ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะฉะนั้นทอนสัก ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ยังได้เลย แต่นี่ผมคิดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์มันก็ ๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เปึนเรื่องที่น่าห่วงครับ ผมถึงตั้งข้อสังเกตครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้พอดี เปึนไปได้อย่าไปกู้จากแบงก์เลยครับ ถ้ายังกู้กับแบงก์นะครับผมตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมี ความไม่ชอบมาพากลแน่นอน ทีนี้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเมื่อวานครับยิ่งไม่สบายใจ บอกว่าถ้าไปขายพันธบัตรกู้เงินจากประชาชนมันก็เหมือนกับไปดึงกําลังซื้อมาจาก ประชาชน มันก็ยิ่งจะทําให้ไปกระทบกับภาวะเศรษฐกิจของภาคประชาชนมากขึ้นเพราะ ประชาชนจะไม่มีกําลังซื้อ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคิดได้แค่นี้หรือครับ ขายพันธบัตรให้กับประชาชน ประชาชนเอาเงินส่วนเกินของเขาที่ไม่ได้ใช้อะไรนะครับ เงินออมของเขาเปึนเงินส่วนเกิน เขาเอาตรงนั้นครับมาซื้อ มันไม่ได้กระทบกับกําลังซื้อของ ประชาชนตรงไหนเลยครับ เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลยครับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ ถ้าเปึนไปได้เลือกใช้วิธีการขายพันธบัตรให้ประชาชนดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมีใครมาครหาว่าเรามีผลประโยชน์ แล้วที่สําคัญที่สุดนะครับ เรื่องการหา รายได้ ผมได้ยินคนพูดเรื่องนี้มาโดยตลอดในสภาแห่งนี้ ๒ วันก็ได้ยินคนเขาพูดเรื่องนี้ มาโดยตลอดว่า รัฐบาลจะหาเงินมาใช้หนี้ได้อย่างไร คิดจะใช้เงินมือเติบต้องหาเงินเก่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อวาน ยิ่งไม่สบายใจ บอกว่ากู้เงินมาแล้วเอาไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วก็จะมีรายได้ แล้วก็จะได้ภาษีมาใช้หนี้ มันก็ไม่ต่างกับพ่อใหญ่สาจนแล้วไม่เจียม หาเงินก็ไม่เปึน มีที่นา เปึนมรดกของแม่อยู่แปลงเดียวครับ เอาไปกู้เงินมาแล้วมาไล่แจกเงินคนเล่น เสร็จแล้ว มีคนถามพ่อใหญ่สาจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ ตอบว่าเดี๋ยวก็หาได้ แล้วจะหาจากไหน พ่อใหญ่สาก็ตอบว่าเดี๋ยวก็หาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบอย่างนี้เลยหรือครับ มันควรที่จะมีรูปแบบของการหารายได้ที่เปึนรูปธรรมชัดเจนกว่านี้ ท่านบอกว่ากู้เงินมาเอา มาฟุ๋นฟูเศรษฐกิจเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วประชาชนมีรายได้ ก็จะมีภาษีเอาไปใช้หนี้ ท่านมองใน มุมดีเกินไปหรือเปล่าครับ งบกลางป้ที่แล้ว ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทชี้ชัด ก่อนใช้เงิน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมากระตุ้นเศรษฐกิจ จีดีพี ยังไม่ติดลบ แต่พอโยน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไป จีดีพี ติดลบ ๗.๑ แล้วคราวนี้ถ้าโยนลงไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จีดีพี มันติดลบ ๑๐ ไม่ยุ่งตายห่าหรือครับ ทีนี้ฟุ๋นเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนไม่มีรายได้ แล้วจะไปเอาภาษีที่ไหน แล้วถึงตอนนั้นจะเอาภาษีที่ไหนไปจ่ายหนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีคลังครับ คิดเผื่อทํางานล้มเหลวด้วยนะครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยไว้ใจท่าน เหมือนกัน ว่าจะคิดเปึนทําเปึนหรือไม่ มันมีตัวชี้วัดให้เห็นว่าที่ผ่านมานั้นการทํางานของ รัฐบาลล้มเหลวมาโดยตลอด ผมถึงเปึนห่วง แล้วฝากท่านรัฐมนตรีคลังครับ ทวงถาม เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน สมาชิกหลายคนได้พูดถึง ช่วยชี้แจงหน่อยเถอะครับว่ารัฐบาลมี วิธีที่จะหารายได้มาใช้หนี้อย่างเปึนรูปธรรมอย่างไร อย่าตอบแบบเลี่ยงบาลีนะครับ และคงไม่ตอบแบบที่เคยตอบนะครับ เอาให้ชัด ๆ จะใช้เงินมือเติบต้องหาเงินเปึน แล้วจะหาจากไหน อย่าไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเศรษฐกิจฟุ๋นแล้วก็จะได้ภาษีไปใช้หนี้ ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าอย่างนั้นคนทั้งประเทศเขาฟังอยู่นี่ คงไม่สบายใจแน่นอน ขอความ ชัดเจนสักครั้งเถอะครับ เพราะตั้งแต่อยู่ในวงการเมืองมาไม่เคยได้ยินพรรคประชาธิปัตย์ พูดเรื่องการหาเงิน วันนี้ตั้งใจอยากฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีวิธีการหาเงินอย่างเปึน ระบบและเปึนรูปธรรมอย่างไร ย้ําแล้วย้ําอีกนะครับ กลัวท่านไม่ตอบ ขอทํานายทายทัก การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้เลือกตั้งเพราะเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนี้แหละครับ พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้ง เพราะเงินกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวนี้ละครับ แล้วขอยืมคําพูดของท่านมิ่งขวัญ คงไม่พ้นเปึนภาระของพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องมาหาเงินใช้หนี้ขี้แตกขี้แตน ขอบคุณครับ