รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีการแก้ไขนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภารับรองรายงานการประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าวนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ

ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อนําระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ขอขยายเวลาการพิจารณาการศึกษาขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากได้ครบกําหนดเวลาในการพิจารณาแล้ว และคงใช้เวลาไม่นานนัก มีท่านสมาชิก ท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ผมขอดําเนินการต่อไป เลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... ขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับของการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... ได้มีหนังสือขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน เนื่องจากในการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... มีรายละเอียดของ เนื้อหาแต่ละเรื่องเปึนจํานวนมาก เพื่อให้เกิดความรอบคอบและมีเนื้อหาครบถ้วน จึงขอ ขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๘ นะครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้ขยายหรือไม่ให้ขยายนะครับ ก่อนที่จะดําเนินการ กระผมขอนับองค์ประชุมก่อนนะครับ เพราะมันเปึนมติของสภา ให้ชอบด้วยกฎหมาย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เข้าห้องประชุมเพื่อใช้ สิทธิอนุมัติการขยายเวลาการพิจารณาข้อบังคับการประชุมของรัฐสภานะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่ เรียบร้อยแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านสมาชิกที่เสียบบัตรแสดงตนแล้ว นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ ถ้าครบองค์ประชุมก็จะได้ ดําเนินการต่อไป ถ้าไม่ครบองค์ประชุมจะได้เลื่อนการพิจารณาต่อไปครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตนเสร็จแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ก็แสดงว่าได้เสียบบัตรแสดงตนกันทุกคน แล้วนะครับ

นางกีระณา สุมาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

เพิ่มดิฉันอีก ๑ คน ดิฉัน กีระณา สุมาวงศ์ วุฒิสมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวสักครู่ครับ ๆ ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ เสร็จหรือยังทุกท่านเสร็จแล้วนะครับ ถ้าเสร็จแล้วโปรดแสดงผล ขณะนี้มี ผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๐๓ ท่าน มีท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ มีท่านใดบ้างครับที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ยกมือขึ้นครับ ๓๐๔ ท่าน ๓๐๕ ท่าน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นเพื่อความสบายใจ ทุกฝ์ายนะครับ ผมขอลบออกแล้วก็แสดงตนใหม่

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรครับ ผมยังไม่ได้อนุญาตเลย คุณยกมือขึ้นคุณก็จะประท้วงเลย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมยืนประท้วงครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ยืน ผมอนุญาต เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเห็นว่าการตัดสินใจของท่านประธานนั้นท่านประธานต้องตัดสินใจให้แม่นครับ ท่านประธานทําตัวเลขที่ออกมาครั้งแรก ๓๐๓ คน มันไม่ครบองค์ประชุม กระผมไม่อยาก ให้สภาแห่งนี้มีบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องท่านประธาน ถ้าท่านประธานเห็นว่าองค์ประชุม ไม่ครบหรืออะไรก็แล้วแต่ก็ต้องลงคะแนนหรือนับกันใหม่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น กระผมไม่อยากเห็นท่านประธานรีบร้อน ท่านประธานรีบร้อนหลายครั้งแล้วทํา ความเสียหายครับ ฝากไว้เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ ผมกําลังดําเนินการ ครับ ไม่ต้องสอนผมมากล่ะครับ คุณไปสอนนักเรียนเถอะครับ นี่อาจารย์ใหญ่นะครับ ผมขอดําเนินการนับองค์ประชุมใหม่นะครับ ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเสียบบัตร แสดงตนนะครับ ทุกท่านนะครับเสียบบัตรแสดงตนครับ ท่านใดที่ยังไม่มีบัตรแสดงตน แล้วก็ให้ท่านยกมือขึ้นเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ไปประสานงานกับท่าน มีไหมครับ ไปติดต่อ ประสานงานเห็นยกมือ ยกแล้วยกอีก ยกแล้วยกอีกอยู่นั่นนะครับ เจ้าหน้าที่ไปดูด้วย หรือลืมบัตรอยู่ที่บ้านผมก็ไม่ทราบ เจ้าหน้าที่ไปดู เจ้าหน้าที่มีไหม

นางกีระณา สุมาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กีระณา สุมาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กําลังรอรับบัตรแทนอยู่ค่ะ เมื่อเช้านี้ใช้อยู่ปรากฏ ว่าไม่ทราบเจ้าหน้าที่เก็บไปไว้ที่ไหนค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ เจ้าหน้าที่กําลังหาอยู่ครับ กําลัง รอท่านอยู่นะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งรัดหน่อย เวลาเราจํากัด ได้หรือยัง เจ้าหน้าที่ได้หรือยัง นอกจากท่าน ส.ว. แล้วมีท่านใดอีกล่ะครับ มีอะไร ลืมบัตรอีกเหมือนกัน ถ้าไม่ลืมบัตร ก็นั่งลง เสียบบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเสร็จแล้ว ใช่ไหมครับ ไม่มีท่านใดค้างนะครับ เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เสียบบัตรเร็วหน่อยครับ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเสร็จแล้วนะครับ ก็ถือว่าท่านได้แสดงตนทุกท่านแล้ว เจ้าหน้าที่ ส่งผลคะแนนมาว่ามีจํานวนกี่ท่าน จํานวนผู้เข้าประชุมตอนนี้ลดลงอีกแล้ว เพราะเพื่อไทย ไม่ลงคะแนนเลย

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานอย่างนี้เสียหาย ท่านประธาน ท่านประธานพูดอย่างนี้ไม่ได้นะท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องถอนคําพูดนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมถอนครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ผมอยู่ครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมถอนแล้วคุณนั่งลง

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านอย่าทํา ให้พรรคเสียหายนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกที่มาแล้วนั่งลงแล้วท่าน ไปใช้สิทธิ เอกสิทธิ์ของท่านครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ผมอยากเรียนท่านประธาน ประธานต้องถอนคําพูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอลบคําว่า เพื่อไทย ออก

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

โอ.เค. ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ก็ทําให้พอใจแล้วล่ะครับ เชิญคุณสุวโรช

นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องเกี่ยวกับบัตร เรื่องเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์นี่ครับ ผมเคยประสบด้วยตัวผมเองแล้วก็กราบเรียนต่อ ท่านประธานเสมอครับว่า องค์ประชุมตรงนี้ครับส่วนตัวผมนี่ ผมมองว่าต้องนับหัวคนกัน จริง ๆ ที่นั่งอยู่ เพราะผมถือว่านี่คือองค์ประชุมครับ คือในที่ประชุมสภา เพราะฉะนั้นถ้าตัวคน นั่งอยู่ผมถือว่านี่คือส่วนหนึ่งขององค์ประชุม ซึ่งถ้าหากนับตรงนี้แล้วมันเกิน ๓๓๗ ท่าน ก็จบครับ แต่ว่าถ้านั่งแล้วจะให้กดบัตร ถ้าเกิดบางท่านไม่กด แต่ผมถามท่านประธาน ว่าถ้าตัวเขานั่งอยู่นี่ครับถือเปึนองค์ประชุมไหม เพราะอยู่ในห้องประชุมรัฐสภา กราบขอบพระคุณครับ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ เข้าใจครับ ก็เปึนเอกสิทธิของ เขา คุณจะบังคับเขาได้อย่างไร เอกสิทธิ์ครับ ผมจะทําอย่างไรดีครับ ประท้วงอะไรอีกล่ะ ทางโน้น กําลังคิดอยู่

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ไม่ได้ประท้วงอะไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมยังไม่อนุญาตเลย คุณสุชาติ มีอะไรจะด่าผมเชิญตามสบาย

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมิบังอาจไปด่าท่านประธานนะครับ เพราะท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ นี่ท่าน พูดเองครับ ผมบอกว่าวันนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบท่านประธานครับ ระเบียบสภามีไว้ว่า ถ้าไม่ครบองค์ประชุมท่านประธานจะเลื่อน หรือจะงด หรือจะรอพวก ทีฝัืงผมเปึนรัฐบาล ท่านนับ ๑ ๒ ๓ อย่างกับนักมวยโดนต่อยเลยครับท่านครับ แต่วันนี้มันช้าเหลือเกินครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตพักการประชุม ๕ นาที ครับ

พักการประชุมเวลา ๑๓.๕๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๕๘ นาฬิกา

เพื่อนับองค์ประชุมต่อไปนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกครับ โปรดนั่งประจําที่ ด้วยครับ ท่านนั่งประจําที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจะดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ เชิญคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมดูด้วยสายตาครับ ท่านประธานครับ กระผมมั่นใจว่าเกินมากมายมหาศาล แต่ว่าเมื่อผลการกดบัตรแสดงตนไม่ครบ เพราะฉะนั้นกระผมขออนุญาตนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อรายบุคคลครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญคุณเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขณะนี้เราประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ประธานมีอํานาจในการปรึกษาหารือที่ประชุมในปัญหาใด ๆ กําหนดวิธีการ ตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งผมยืนยันว่าในข้อ ๒๕ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร เปึนอํานาจของท่านประธานที่จะวินิจฉัยว่าจะใช้วิธีใดตรวจสอบ องค์ประชุม อาจจะใช้เจ้าหน้าที่ซึ่งก็จะประหยัดเวลาของสภาไปได้มากทีเดียว ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ตอนนี้มีผู้เสนอให้นับองค์ประชุม โดยขานชื่อ ผมไม่มีสิทธิที่จะหารือได้ครับ ข้อบังคับมันบังคับผมไว้ คุณหารือต้องก่อน คนเสนอนะครับ ตอนนี้ที่คุณเสนอมามันตกไปแล้วครับตั้งแต่ก่อนคุณพูด เชิญเลขาธิการรัฐสภาดําเนินการตามที่มีผู้เสนอครับ เนื่องจากว่าจะมีการนับคะแนน โดยการขานชื่อนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรอีกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมจะ เสนออีกญัตติหนึ่งครับ แต่ว่าก่อนจะเสนอญัตติผมคิดว่าวันนี้ประชุมร่วมกันครับ ผมเอง ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับเมื่อเราเห็นว่าหนาตาแล้วนี่ ผมก็เตรียมจะกดให้ท่านอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาไม่ดีกว่าหรือครับ ท่านประธานครับ ถ้ามันไม่ครบก็ค่อยเรียกอีกทีหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านจะเสนออย่างไรละครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็จะเสนอ ว่าไม่ต้องนับครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ต้องนับใช่ไหมครับ ก็ขอผู้รับรอง

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็รวดเร็ว เตรียมจะกดให้ท่านอยู่แล้วนี่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

แต่ถ้าช้า ไปอีกหน่อยนี่ไม่มีเวลานะครับท่านประธาน ถ้าเอ่ยขานชื่อนานนี่มันมีภารกิจบางสิ่ง บางอย่างอยู่ครับท่านครับ เดี๋ยวตอนนั้นจะไม่อยู่ครับ แต่ถ้ากดตอนนี้อยู่ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านอยู่ แต่ก็ช่วย ขานชื่อว่าอยู่ในห้องประชุมก็แล้วกันครับ ต่อไปผมจะขอตั้งคณะกรรมการนับคะแนน นะครับ นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เปึนคนนับคะแนน เชิญซีกทางนี้ก็ได้ครับ คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ คุณยรรยง ร่วมพัฒนา คุณณัชพล ตันเจริญ คุณขวัญชัย พนมขวัญ คุณอรพินท์ มั่นศิลปี เชิญ ๖ ท่านนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ช่วยจัดที่ให้ ท่านกรรมการทั้ง ๖ ท่านด้วยครับ

นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

ท่านประธานครับ ผม พิกิฏ ศรีชนะ ท่านประธานครับ คุณณัชพล ตันเจริญ ยังไม่ได้เข้ามาครับ ขอเปลี่ยน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เมื่อคุณณัชพล ตันจริญ ไม่มา ท่านจะเอาคุณอลงกต มณีกาศ ใช่ไหม

นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

ได้ครับ ขอบคุณ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณอลงกต มณีกาศ นะครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ คุณยรรยง ร่วมพัฒนา ขอเปลี่ยนเปึน คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ แทนคุณยรรยง ร่วมพัฒนา ใช่ไหม มีท่านใดอีกครับที่เปลี่ยนตัว ไม่มีนะครับ ถือว่าครบทั้ง ๖ ท่าน เชิญครับ ส.ว. อีก ๒ ท่าน มีท่านขวัญชัย พนมขวัญ และท่านอรพินท์ มั่นศิลปี สองท่านนี้อยู่ไหมครับ ถ้าอยู่ เชิญนะครับ ท่านขวัญชัย พนมขวัญ อยู่ไหมครับ ท่านไม่อยู่ใช่ไหมครับ

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

เสนอเปลี่ยนท่านใหม่ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จะเปลี่ยนตัวใช่ไหมครับ

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

เมื่อเช้าเห็นอยู่ครับ แต่ตอนนี้ไม่เห็นครับ เสนอเปลี่ยนท่านใหม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ คุณดิเรก ถึงฝัืง ตัวแทนทําหน้าที่ในฐานะวิปด้วย เชิญครับ

นายบวรศักดิ์ คณาเสน สมาชิกวุฒิสภา อํานาจเจริญ

ท่านดิเรก ไม่อยู่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่อยู่อีก แล้วมีใครอยู่อีก ๒ ท่าน นะครับ คุณตวงอยู่ไหมครับ นักกฎหมาย เชิญครับ คุณตวง ท่านยุทธนา ยุพฤทธิ์ ท่านผู้มี ความสามารถเชิญครับ ท่าน ส.ว. ยุทธนา เชิญครับ เชิญซีกทางนี้ครับ คนมานั่งซีกทางนี้ โดยมากก็อาจจะมีวาสนาได้เปึนรัฐมนตรีทั้งนั้น เชิญครับ กรรมการครบแล้วทั้ง ๖ ท่าน นะครับ เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารกระดาษให้เรียบร้อยครับ พร้อมแล้วนะครับ กรรมการพร้อมแล้ว เชิญท่านเลขาธิการรัฐสภาดําเนินการเลยครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายกนก ลิ้มตระกูล

(นายกนก ลิ้มตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

พันโท กมล ประจวบเหมาะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านช่วยขานด้วยครับ ท่านครับ ท่านกมลครับช่วยขานด้วยครับ

พันโท กมล ประจวบเหมาะ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

มาครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายกรณ์ จาติกวณิช

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์

(นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายกฤช อาทิตย์แก้ว

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์

(นายสาวกฤษณา สีหลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี

(นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์

พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ชุมพร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร

(นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายกัมพล สุภาแพ่ง

นายกัมพล สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

(คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายการุณ โหสกุล

(นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายกิตติ สมทรัพย์

(นายกิตติ สมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ

นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์

(นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์

หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนานะคะ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางกีระณา สุมาวงศ์

นางกีระณา สุมาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ราชบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร

(พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ

นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา พระนครศรีอยุธยา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเกษม อุประ

(นายเกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์

(พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร

(นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตํารวจเอก โกวิท ภักดีภูมิ

พลตํารวจเอก โกวิท ภักดีภูมิ สมาชิกวุฒิสภา อ่างทอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายโกวิทย์ ธารณา

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไกร ดาบธรรม

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

ขอโทษครับ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อยู่นะครับ

นายไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ไกร ดาบธรรม อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์

(พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายขจิตร ชัยนิคม

(นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

อยู่ทําหน้าที่ ส.ส. ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายขวัญชัย พนมขวัญ

(นายขวัญชัย พนมขวัญ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดแพร่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายคงกฤช หงษ์วิไล

(นายคงกฤช หงษ์วิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายคมเดช ไชยศิวามงคล

(นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายครรชิต ทับสุวรรณ

นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายคํานูณ สิทธิสมาน

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจตุพร เจริญเชื้อ

(นายจตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายจตุพร พรหมพันธุ์

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายจตุรงค์ ธีระกนก

นายจตุรงค์ ธีระกนก สมาชิกวุฒิสภา ร้อยเอ็ด

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง

(นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสระบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์

(นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น

(นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจักรัตน์ พั้วช่วย

(นายจักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร

(นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจารึก อนุพงษ์

(นายจารึก อนุพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจํานงค์ สรวมประคํา

นายจํานงค์ สรวมประคํา สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์

(นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา

นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา สมาชิกวุฒิสภา ชัยนาท

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์

(นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์

(นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์

(นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร

นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร สมาชิกวุฒิสภา เชียงราย

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจุติ ไกรฤกษ์

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจุมพฏ บุญใหญ่

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจตน์ ศิรธรานนท์

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจรจา เที่ยงธรรม

นายเจรจา เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจริญ คันธวงศ์

นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล

(นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเจริญ ภักดีวานิช

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจะอามิง โตะตาหยง

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเจือ ราชสีห์

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายฉลาด ขามช่วง

(นายฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเฉลิมชาติ การุญ

นายเฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) อยู่ค่ะ

นางชนากานต์ ยืนยง

(นางชนากานต์ ยืนยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายชนินทร์ รุ่งแสง

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางชมภู จันทาทอง

(นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชยุต ภุมมะกาญจนะ

นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชรินทร์ หาญสืบสาย

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชลน่าน ศรีแก้ว

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายชลิต แก้วจินดา

นายชลิต แก้วจินดา สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชวน หลีกภัย

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชวลิต วิชยสุทธิ์

(นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชัย ชิดชอบ

นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล

(นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

(นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ

(นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สุพรรณบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครนายก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชาดา ไทยเศรษฐ์

(นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์

(นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชุมพล กาญจนะ

นายชุมพล กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชุมพล จุลใส

นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร

(นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์

(นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ

(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด อุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเชน เทือกสุบรรณ

นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์

(นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายโชติรัส ชวนิชย์

(นายโชติรัส ชวนิชย์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายโชติวุฒิ ธนาคนานุสรณ์,

นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์

(นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไชยา พรหมา

(นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายซูการ์โน มะทา

(นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา ไม่อยู่ในที่ ประชุม)

นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์

นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายฐานิสร์ เทียนทอง

(นายฐานิสร์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นางฐิติมา ฉายแสง

(นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์

นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา (ภาครัฐ) อยู่ครับ

พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร

พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายณรงค์ จันทนดิษฐ

นายณรงค์ จันทนดิษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลเรือเอก ณรงค์ ยุทธวงศ์

พลเรือเอก ณรงค์ ยุทธวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายณรงค์กร ชวาลสันตติ

(นายณรงค์กร ชวาลสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายณัชพล ตันเจริญ

(นายณัชพล ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายณัฐวุฒิ สุขเกษม

นายณัฐวุฒิ สุขเกษม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายดนัย นพสุวรรณวงศ์

นายดนัย นพสุวรรณวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายดนุพร ปุณณกันต์

(นายดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางดวงแข อรรณนพพร

(นางดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายดิเรก ถึงฝัืง

(นายดิเรก ถึงฝัืง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนนทบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวตรีนุช เทียนทอง

(นางสาวตรีนุช เทียนทอง สมาฃิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางตรึงใจ บูรณสมภพ

นางเกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายตวง อันทะไชย

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ ท่านประธานครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ

(นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยะลา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น

(นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายตุ่น จินตะเวช

(นายตุ่น จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไตรรงค์ ติธรรม

(นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายถนอม ส่งเสริม

นายถนอม ส่งเสริม สมาชิกวุฒิสภา อุบลราชธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายถวิล ไพรสณฑ์

นายถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์

(นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายถาวร ลีนุตพงษ์

นายถาวร ลีนุตพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายถาวร เสนเนียม

(นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

(นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต

รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย

(นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภา บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายทศพร เทพบุตร

นายทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

ทศพร เทพบุตร อยู่ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

ท่านประธานครับ ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย อยู่ครับ ๑๐๖ ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายทศพล เพ็งส้ม

นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายทองดี มนิสสาร

(นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นางสาวทัศนา บุญทอง

นางสาวทัศนา บุญทอง สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายทิวา เงินยวง

นายทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเทพไท เสนพงศ์

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ

นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ

(นายธนเทพ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายธนา ชีรวินิจ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธนาธร โล่ห์สุนทร

(นายธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายธนิตพล ไชยนันทน์

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายธนู กุลชล

นายธนู กุลชล สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธเนศ เครือรัตน์

(นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายธวัช บวรวนิชยกูร

นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธวัชชัย บุญมา

นายธวัชชัย บุญมา สมาชิกวุฒิสภา นครนายก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธวัชชัย อนามพงษ์

(นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธันว์ ออสุวรรณ

(นายธันว์ ออสุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายธารา ป่ตุเตชะ

นายธารา ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธีระ ไตรสรณกุล

(นายธีระ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายธีระ สลักเพชร

นายธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตราด

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์

นายธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์

(นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา

นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนที สุทินเผือก

(นายนที สุทินเผือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายนพคุณ รัฐผไท

(นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนพดล มาตรศรี

นายนพดล มาตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

นพดล มาตรศรี อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนรพล ตันติมนตรี

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนราพัฒน์ แก้วทอง

(นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนริศ ขํานุรักษ์

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

นริศ ขํานุรักษ์ อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางนฤมล ธารดํารงค์

(นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายนฤมล ศิริวัฒน์

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนวัธ เตาะเจริญสุข

(นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายนัจมุดดีน อูมา

(นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นางนันทนา ทิมสุวรรณ

(นางนันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นางนันทพร วีรกุลสุนทร

นางนันทพร วีรกุลสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ

นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนาราชา สุวิทย์

นายนาราชา สุวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ

(นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายนิคม ไวยรัชพานิช

นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิทัศน์ ศรีนนท์

(นายนิทัศน์ ศรีนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิพนธ์ ศรีธเรศ

(นายนิพนธ์ ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางนิภา พริ้งศุลกะ

นางนิภา พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิมุคตาร์ วาบา

นายนิมุคตาร์ วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายนิยม ช่างพินิจ

(นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิยม วรปัญญา

(นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล

(นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิยม เวชกามา

(นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิรมิต สุจารี

(นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิโรธ สุนทรเลขา

นายนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน

(นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพิจิตร ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์

(นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ

พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบรรจบ รุ่งโรจน์

นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบรรชา พงศ์อายุกูล

(นายบรรชา พงศ์อายุกูล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพิจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบวรศักดิ์ คณาเสน

นายบวรศักดิ์ คณาเสน สมาชิกวุฒิสภา อํานาจเจริญ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบัญญัติ เจตนจันทร์

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์

(นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายบุญชัย โชควัฒนา

นายบุญชัย โชควัฒนา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์

(นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางบุญรื่น ศรีธเรศ

(นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม

นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด

(นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายบุญส่ง โควาวิสารัช

(นายบุญส่ง โควาวิสารัช สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร

ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร สมาชิกวุฒิสภา สระบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประกอบ รัตนพันธ์

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประเกียรติ นาสิมมา

(นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประชา ประสพดี

(นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

(พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์

(นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประนอม โพธิ์คํา

(นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประพร เอกอุรุ

นายประพร เอกอุรุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประมวล เอมเป้ย

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประวัติ ทองสมบูรณ์

(นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประสงค์ นุรักษ์

(นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประสพสุข บุญเดช

นายประสพสุข บุญเดช สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประสาร มฤคพิทักษ์

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล

นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประสิทธิ์ โพธสุธน

(นายประสิทธิ์ โพธสุธน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประเสริฐ ชิตพงศ์

นายประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประเสริฐ บุญชัยสุข

นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประเสริฐ บุญเรือง

(นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายปริญญา ฤกษ์หร่าย

(นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวปรีชญา ขําเจริญ

นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

มาค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายปรีชา มุสิกุล

นายปรีชา มุสิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข

(นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต

หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายปวีณ แซ่จึง

(นายปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายปัญญวัฒน์ บุญมี

(นายปัญญวัฒน์ บุญมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายปัญญา ศรีปัญญา

นายปัญญา ศรีปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางปานหทัย เสรีรักษ์

(นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายปารเมศ โพธารากุล

นายปารเมศ โพธารากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

มาครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ

(นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางปารีณา ไกรคุปต์ ปาจรียางกูร

นางปารีณา ไกรคุปต์ ปาจรียางกูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายป่ยะรัช หมื่นแสน

(นายป่ยะรัช หมื่นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา

นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

(นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์

(นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย

(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน

(พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพะเยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางพจนารถ แก้วผลึก

นางพจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพรชัย สุนทรพันธุ์

รองศาสตราจารย์พรชัย สุนทรพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ รัฐสภา

นางพรทิพย์ จันทร์รัตนปรีดา

นางพรทิพย์ จันทร์รัตนปรีดา สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางพรทิวา นาคาศัย

นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพรพจน์ กังวาล

(นายพรพจน์ กังวาล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระนอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวพรพิมล ธรรมสาร

(นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ

(นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์

(นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกวุฒิสภา นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพ้อง ชีวานันท์

(นายพ้อง ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวพัชรี โพธสุธน

นางสาวพัชรี โพธสุธน สมาชิกวุฒิสภา สุพรรณบุรี

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางพัฒนา สังขทรัพย์

นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

พัฒนา สังขทรัพย์ อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น

พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น สมาชิกวุฒิสภา สระแก้ว

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพิกิฏ ศรีชนะ

นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์

นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา พิษณุโลก

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์

พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา อุดรธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพิชัย อุตมาภินันท์

นายพิชัย อุตมาภินันท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี

พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพิเชต สุนทรพิพิธ

นายพิเชต สุนทรพิพิธ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ

(นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพินิจ กุลละวณิชย์

นายพินิจ กุลละวณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข

(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพีระ มานะทัศน์

นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภา ลําปาง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์

(นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์) ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์

นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายพีระเพชร ศิริกุล

(นายพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย

นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเพิ่มพูน ทองศรี

นายเพิ่มพูน ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไพจิต ศรีวรขาน

(นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไพฑูรย์ แก้วทอง

นายไพฑูรย์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์

นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ปทุมธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไพโรจน์ ตันบรรจง

(นายไพโรจน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์

นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์

(นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางฟาริดา สุไลมาน

(นางฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายภคิน ปริศนานันทกุล

นายภคิน ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายภราดร ปริศนานันทกุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายภิญโญ สายนุ้ย

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายภิรมย์ พลวิเศษ

นายภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายภูมิ สาระผล

(นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ร้อยโท ภูมิศักดิ์ หงส์หยก

ร้อยโท ภูมิศักดิ์ หงษ์หยก สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมงคล ศรีคําแหง

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์

(นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมณเฑียร บุญตัน

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ

นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมนตรี ปาน้อยนนท์

(นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ

นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลโท มะ โพธิ์งาม

(พลโท มะ โพธิ์งาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช

(นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานพ ปัตนวงศ์

(นายมานพ ปัตนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานพน้อย วานิช

(นายมานพน้อย วานิช สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพังงา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานะ โลหะวณิชย์

(นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

อยู่ตลอดเวลาครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมานิต นพอมรบดี

(นายมานิต นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

(นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์

นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์

(พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมาโนช เฮงยศมาก

นายมาโนช เฮงยศมาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมารุต บุญมี

นายมารุต บุญมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครปฐม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายมูหามะรอสดี บอตอ

นายมูหามะรอสดี บอตอ สมาชิกวุฒิสภา นราธิวาส

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายไมตรี สอยเหลือง

นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยรรยง ร่วมพัฒนา

นายยรรยง ร่วมพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู

นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยุซรี ซูสารอ

นายยุซรี ซูสารอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี

พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายยุทธพงษ์ แสงศรี

(นายยุทธพงษ์ แสงศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางยุวดี นิ่มสมบุญ

นางยุวดี นิ่มสมบุญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายรณฤทธิชัย คานเขต

นายรณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางรสสุคนธ์ ภูริเดช

นางรสสุคนธ์ ภูริเดช สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายรักพงษ์ ณ อุบล

นายรักพงษ์ ณ อุบล สมาชิกวุฒิสภา หนองบัวลําภู

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์

(นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก

(นางสาวรัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายรัฐกร เจนกิจณรงค์

(นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายรุสดี บินหะยีสะมะแอ

นายรุสดี บินหะยีสะมะแอ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเรวัต สิรินุกุล

(นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายเรวัต อารีรอบ

นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

เรวัต อารีรอบ อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย

(นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายไรน่าน อรุณรังษี

(นายไรน่าน อรุณรังษี สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวละออง ติยะไพรัช

(นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ

นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางลินดา เชิดชัย

(นางลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ

นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวรวิทย์ บารู

นายวรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา (ปัตตานี) อยู่ครับ

นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์

นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ลพบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวรวุฒิ โรจนพานิช

นายวรวุฒิ โรจนพานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์

(นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา

(นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวรินทร์ เทียมจรัส

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

มาครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวัชรพล โตมรศักดิ์

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ด้วยความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวัชระ ยาวอหะซัน

(นายวัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

(นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวัลลภ ไทยเหนือ

(นายวัลลภ ไทยเหนือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวัลลภ สุปริยศิลปี

(นายวัลลภ สุปริยศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวารุจ ศิริวัฒน์

(นายวารุจ ศิริวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวาสิต พยัคฆบุตร

(นายวาสิต พยัคฆบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์

นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิชัย ล้ําสุทธิ

นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิชัย สามิตร

(นายวิชัย สามิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิชาญ มีนชัยนันท์

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิเชียร คันฉ่อง

นายวิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภา ตรัง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิเชียร อุดมศักดิ์

นายวิเชียร อุดมศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อํานาจเจริญ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิฑูรย์ นามบุตร

(นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุมครับ)

นายวิทยา แก้วภราดัย

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิทยา ทรงคํา

(นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิทยา บุตรดีวงค์

นายวิทยา บุตรดีวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิทยา บุรณศิริ

(นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิทวัส บุญญสถิตย์

(นายวิทวัส บุญญสถิตย์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันเอก วินัย สมพงษ์

พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวินัย เสนเนียม

(นายวินัย เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายวิระ มาวิจักขณ์

(นายวิระ มาวิจักขณ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิรัช ร่มเย็น

นายวิรัช ร่มเย็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระนอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิรัช รัตนเศรษฐ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิรัติ พาณิชย์พงษ์

นายวิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์

(นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน

(พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ

(นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์

(นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวีระ รักความสุข

(นายวีระ รักความสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตํารวจตรี วีระ อนันตกูล

พลตํารวจตรี วีระ อนันตกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์

(นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

(นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร

(นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง

(นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายแวดือราแม มะมิงจิ

(นายแวดือราแม มะมิงจิ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ

(นายแวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตรี ศรชัย มนตริวัต

(พลตรี ศรชัย มนตริวัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายศักดา คงเพชร

(นายศักดา คงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายศิริโชค โสภา

(นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์

(นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายศุภชัย โพธิ์สุ

นายศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานครับ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร

(นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสิงห์บุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์

(นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสกลธี ภัททิยกุล

นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสงคราม ชื่นภิบาล

นายสงคราม ชื่นภิบาล สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสงวน พงษ์มณี

(นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสถาพร มณีรัตน์

(นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลตํารวจเอก สนธยา แสงเภา

พลตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสนอง เทพอักษรณรงค์

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมเกียรติ ฉันทวานิช

นายสมเกียรติ ฉันทวานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

(นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์

(นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมควร โอบอ้อม

นายสมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมคิด บาลไธสง

(นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์

(นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ

(นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมชาติ พรรณพัฒน์

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ

(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมชาย แสวงการ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ

(นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์

(พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมนึก เฮงวาณิชย์

นายสมนึก เฮงวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมบัติ ยะสินธุ์

นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมบูรณ์ งามลักษณ์

นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์

(นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมพร จูมั่น

นางสมพร จูมั่น สมาชิกวุฒิสภา เพชรบูรณ์

นางค่ะ อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ขอโทษครับ นางสมพร จูมั่น นายสมพล เกยุราพันธุ์

(นายสมพล เกยุราพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมโภช สายเทพ

(นายสมโภช สายเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง

นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง สมาชิกวุฒิสภา ลําพูน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมัคร เชาวภานันท์

นายสมัคร เชาวภานันท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสมัย เจริญช่าง

นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์

(นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสรรเสริญ สมะลาภา

นายสรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสรวงศ์ เทียนทอง

(นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์

นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสราวุธ อ่อนละมัย

นายสราวุธ อ่อนละมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์

(นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสัญชัย วงษ์สุนทร

(นายสัญชัย วงษ์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสัญชัย อินทรสูต

นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสันติ พร้อมพัฒน์

(นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสันทัด จีนาภักดิ์

นายสันทัด จีนาภักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสากล ม่วงศิริ

นายสากล ม่วงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสาคร เกี่ยวข้อง

นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์

นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสาธิต ป่ตุเตชะ

นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย

นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสามารถ พิริยะปัญญาพร

นายสามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสามารถ มะลูลีม

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสาย กังกเวคิน

นายสาย กังกเวคิน สมาชิกวุฒิสภา ระยอง

อยู่ตั้งนานแล้วครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสําราญ ศรีแปงวงศ์

นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง

(นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุทัยธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล

นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กาฬสินธุ์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสินิตย์ เลิศไกร

นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสิรินทร รามสูต

(นางสิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสุกัญญา สุดบรรทัด

(นางสุกัญญา สุดบรรทัด สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุขวิชชาญ มุสิกุล

นายสุขวิชชาญ มุสิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุโข วุฑฒิโชติ

(นายสุโข วุฑฒิโชติ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลโท สุจินดา สุทธิพงศ์

พลโท สุจินดา สุทธิพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุชน ชามพูนท

(นายสุชน ชามพูนท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร

นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์

(นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุชาย ศรีสุรพล

(นายสุชาย ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุตา พรมดวง

(นายสุตา พรมดวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุทธิ ปัญญาสุกลวงศ์

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุทธิชัย จรูญเนตร

(นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุทัศน์ เงินหมื่น

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุทิน นพขํา

(นายสุทิน นพขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจตรี สุเทพ สุขสงวน

พลตํารวจตรี สุเทพ สุขสงวน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

สุธรรม ระหงษ์ อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ

พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ

(นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุนัย จุลพงศธร

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา

นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุพจน์ เลียดประถม

นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุพล ฟองงาม

(นายสุพล ฟองงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวสุวิมล สุตะวิริยะวัฒน์

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

อยู่ค่ะ ดิฉันชื่อ นางสาวสุมล ไม่ใช่ สุวิมล ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี

(ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุเมธ ศรีพงษ์

นายสุเมธ ศรีพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรจิต ชิรเวทย์

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล

(นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง

(นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรชัย เบ้าจรรยา

(นายสุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล

( นำ ย สุ ร เ ช ษ ฐ์ ชั ย โ ก ศ ล ส มำ ชิ ก ส ภำ ผู้ แ ท น รำ ษ ฎ ร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์

นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์

(พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล

(นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกาญจนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล

(นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรพล เกียรติไชยากร

(นายสุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์

(นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

(นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายพิทูร พุ่มหิรัญ (เลขาธิการรัฐสภา) พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์

(นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์

(นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง

(นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์

(นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์

นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุริยา ปันจอร์

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุริยา พรหมดี

(นายสุริยา พรหมดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายสุวโรช พะลัง

นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล

นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสาคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสุอําภา คชไกร

นางสุอําภา คชไกร สมาชิกวุฒิสภา สุโขทัย

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเสนาะ เทียนทอง

(นายเสนาะ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายเสรี สาระนันท์

(นายเสรี สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายโสภณ ซารัมย์

นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายโสภณ ศรีมาเหล็ก

นายโสภณ ศรีมาเหล็ก สมาชิกวุฒิสภา น่าน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายองอาจ วงศ์ประยูร

นายองอาจ วงศ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พลตํารวจตรี องอาจ สุวรรณสิงห์

พลตํารวจตรี องอาจ สุวรรณสิงห์ สมาชิกวุฒิสภา เลย

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์

นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์

(นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์

นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนันต์ ผลอํานวย

(นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอนันต์ วรธิติพงศ์

(นายอนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอนันต์ ศรีพันธุ์

(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์

นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา สุรินทร์

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุชา สะสมทรัพย์

(นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

(นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอนุรักษ์ นิยมเวช

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์

นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอนุสรณ์ ปัุนทอง

(นายอนุสรณ์ ปัุนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางอนุสรา ยังตรง

(นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอภิชาต การิกาญจน์

นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อํานาจเจริญ

ท่านประธานครับ อภิวัฒน์ เงินหมื่น อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอรพินท์ มั่นศิลปี

นางอรพินท์ มั่นศิลปี สมาชิกวุฒิสภา นครสวรรค์

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอรรถพร พลบุตร

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์

นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอรอนงค์ คล้ายนก

นางอรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางสาวอรุณี ชํานาญยา

(นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอลงกต มณีกาศ

นายอลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอลงกรณ์ พลบุตร

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอสิ มะหะมัดยังกี

นายอสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์

นางอัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ

นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอันวาร์ สาและ

นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอัศวิน วิภูศิริ

นายอัศวิน วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอัสนี เชิดชัย

(นายอัสนี เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

พลอากาศเอก อาคม กาญจนหิรัญ

พลอากาศเอก อาคม กาญจนหิรัญ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอาคม เอ่งฉ้วน

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอานิก อัมระนันทน์

นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอารยะ ชุมดวง

(นายอารยะ ชุมดวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์

(นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอํานวย คลังผา

(นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

พลตํารวจเอก อํานวย เพชรศิริ

พลตํารวจเอก อํานวย เพชรศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอิทธิเดช แก้วหลวง

(นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์

(นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์

(นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม

นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอิสสระ สมชัย

นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอุดมเดช รัตนเสถียร

(นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอุดร จินตะเวช

นางอุดร จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

อุดร จินตะเวช อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายอุดร ทองประเสริฐ

นายอุดร ทองประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

อยู่ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นางอุไร คุณานันทกุล

นางอุไร คุณานันทกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

อยู่ค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

นายเอี่ยม ทองใจสด

(นายเอี่ยม ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล

อยู่ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญ

พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผม พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์ เมื่อสักครู่กดแล้วไม่ดังครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านมาโนชอยู่นะครับ

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

ท่านประธานครับ ผม ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อยู่ครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา ๓๓๒ อยู่ครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผม ถาวร เสนเนียม อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ช้า ๆ หน่อยนะครับ ช้า ๆ ครับ

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผม ถาวร เสนเนียม อยู่ครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ

ผม จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อยู่ครับ

นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ประนอม โพธิ์คํา หมายเลข ๑๗๗ อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ๆ กรรมการไม่ทัน นะครับ

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

ขออนุญาตทวนใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เริ่มตั้งแต่คุณหญิงกัลยา นะครับ คุณหญิงกัลยาแล้ว เชิญครับ

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ๓๕๓ อยู่ครับ

นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธานคะ กรรณิการ์ เจริญพันธ์ อยู่ค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม มนตรี ปาน้อยนนท์ ๒๔๖ อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายปัญญวัฒน์ บุญมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ปัญญวัฒน์ บุญมี ๑๙๘ อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญครับ

นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

ท่านประธานครับ ผม ธวัชชัย อนามพงษ์ จังหวัดจันทบุรี อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ทันไหมครับ

นายทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธานครับ ผม ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต อยู่นะครับ

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอเลขที่ด้วยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอเลขที่ด้วยนะครับ

นายทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธานครับ ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต สมาชิกวุฒิสภา เลขที่ ๓๖ อยู่ครับ

นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

ธวัชชัย อนามพงษ์ จังหวัดจันทบุรี ๑๒๐ อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ เลขที่ ๑๑๘ อยู่ครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ เลขที่ ๖๗ อยู่ครับ

นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ผม ประนอม โพธิ์คํา หมายเลข ๑๗๗ อยู่ครับ

นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ ผม นิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๐๒๑ อยู่ครับ

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ สมาชิกวุฒิสภา หนองคาย

ท่านประธานครับ ผม พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดหนองคาย หมายเลข ๑๐ อยู่ครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา อยู่ครับ เบอร์ ๓๓๒ ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข ๒๗๑ ค่ะ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ไม่แน่ใจว่าได้บันทึกแล้วหรือยังนะคะ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๐๑๒ ค่ะ

พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ พลตํารวจ มาโนช ไกรวงศ์ ๗๘ ครับ

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

ท่านประธานครับ ผม ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ๓๓๓ อยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ส.ว. ๐๑๘ อยู่ครับ

นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

ท่านประธานครับ ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทย พัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี ๒๘๖ อยู่ครับ

นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา มหาสารคาม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว. จังหวัดมหาสารคาม หมายเลข ๐๕๓ ครับ อยู่ครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๑๖๓ อยู่ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีท่านใดอีก ท่านสุทัศน์ก็ขานแล้ว ใช่ไหมครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น กระผมขานแล้วแต่มีประเด็นที่จะปรึกษา ท่านประธานเกี่ยวกับการเสียบบัตร ขออนุญาตท่านประธานครับ กล่าวคือในการ ลงคะแนน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าให้คนที่ยังไม่ได้ขานให้ขานจบ ก่อนแล้วค่อย

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กระผม ดูแล้วเห็นว่าหมดแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครบหรือยังครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านใดยังไม่ได้ขานมีไหมครับ โปรดยกมือขึ้นแสดงตนเลยครับ ถ้าไม่มีถือว่าหมดแล้ว นะครับ

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตครับ ผม ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ครับ พอดี สมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่งคือท่าน ส.ว. สุรชัย ชัยสกุลทอง นะครับ ท่านให้กระผมช่วยกราบเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากท่านเปึนตัวแทนของ คณะกรรมาธิการการคมนาคมไปประชุมที่ศูนย์สิริกิติ์อยู่นะครับ ตอนนี้ในนามของ คณะกรรมาธิการการคมนาคมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมในหัวข้อ ทางรอดของ ผู้ประกอบการ ท่านก็เลยขอผมว่าให้กราบเรียนท่านประธานด้วยว่า หมายเลข ๑๒๔ ตอนนี้ท่านเปึนประธานไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่เปึนไร ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในห้อง ประชุมครับ เราเอาคนที่อยู่ในห้องประชุมครับ ถือว่าหมดแล้วนะครับ เชิญท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานระหว่างที่รอ นับคะแนน กล่าวคือเกี่ยวกับกรณีบัตรที่เสียบใช้ลงคะแนน ในการลงคะแนนเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๒๗ นาฬิกา ซึ่งเปึนการลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ในขณะนั้น กระผมนั่งอยู่ตรงนี้ต่อหน้าท่านประธาน ต่อหน้าท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ติดกับท่านเจือ ราชสีห์ ข้างหน้าผมคือท่านเชน เทือกสุบรรณ ข้างหลังผมคือท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กระผมก็ได้กดบัตรลงคะแนนไว้วางใจท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หมายเลข ๔๐๓ หมายเลขบัตรของผม ไว้วางใจหมายความว่า กระผมกด ไม่เห็นด้วยในญัตติ ก็คือไว้วางใจท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แต่ปรากฏว่าในรายงาน ของสภา หมายเลข ๔๐๓ ไม่มี เปึนหมายเลข ๔๐๒ แล้วข้ามไป หมายเลข ๔๐๔ เลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่เปึนไรครับ ก็ผ่านไปแล้วครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมเข้าใจครับ ท่านประธาน ที่ผมเรียนตรงนี้ก็เพราะว่าในรายงานนี้ไม่ปรากฏชื่อผมปรากฏในรายงาน ซึ่งผมเข้ามาประชุมและแสดงตนและก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย และผมก็เลยลงคะแนนว่าไว้วางใจ ในท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แต่รายงานไม่ได้พิมพ์ว่า ๔๐๓ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่มี ปรากฏในรายงาน ที่ผมเรียนตรงนี้ก็เพื่อให้ท่านประธานได้ตรวจสอบว่าบัตรมีปัญหา หรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ เจ้าหน้าที่ช่วยดู ต่อไปตรวจสอบให้แน่ชัดนะครับ

(คณะกรรมการได้ตรวจนับคะแนนและนําผลคะแนนมอบให้ ประธานรัฐสภา)

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้ คณะกรรมการตรวจนับคะแนนทั้ง ๖ ท่านได้ส่งผลคะแนนมาแล้วนะครับ ปรากฏว่า มีสมาชิกอยู่ในที่ประชุมทั้งหมด นั่งฟังดี ๆ นะครับ ผมจะอ่านให้ฟังครับ ทั้งหมดอยู่ใน ห้องประชุมขานชื่อทั้งสิ้น ๓๖๙ ท่านด้วยกันนะครับ กึ่งหนึ่ง ๓๐๗ ท่าน เกินกึ่งหนึ่ง เยอะแยะครับ ถือว่าองค์ประชุมครบ ผมจะได้ดําเนินการต่อไปครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรว่ามาครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๒๕๓ ไม่ทราบว่าลงหรือยังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มันเกินแล้วไม่เปึนไรครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านมาช้าหน่อยก็ไม่เปึนไรครับ ต่อไปเนื่องจากการขยายเวลาของท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ขอขยายเวลา ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ขณะนี้องค์ประชุมครบแล้ว กระผมก็ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงว่าจะอนุมัติให้ขยายเวลาหรือไม่อนุมัตินะครับ เชิญ ท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมทุกท่านนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในการที่จะขยายเวลาหรือจะไม่ให้ขยายเวลา ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... นะครับ เมื่อท่านเข้านั่งประจําที่แล้วนะครับ ผมจะถามมติ ท่านผู้ใดเห็นควรอนุมัติ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาโปรดใช้สิทธิ ลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เสร็จแล้วนะครับ ท่านใช้สิทธิ เสร็จแล้วนะครับ เชิญครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ บัตรมีปัญหาครับ เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เจ้าหน้าที่ไปช่วยดูสิ มีปัญหาครับ มีท่านใดมีปัญหาอีกมีไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อเสร็จแล้วขอผลการลงคะแนนครับ ปรากฏว่าผู้เข้าประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมรัฐสภาได้อนุมัติให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ขยายระยะเวลาได้ ๖๐ วันนะครับ

ต่อไปนะครับ คุณชินวรณ์ มีอะไร เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอเลื่อนระเบียบวาระ จํานวน ๘ เรื่อง ที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอขึ้นมาพิจารณาก่อนตามลําดับ ดังนี้ครับ

เรื่องด่วนที่ ๒ กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

เรื่องด่วนที่ ๓ ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นและร่างสัญญาเงินกู้ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๖ กรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึน พหุภาคี (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๑ ขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาการสํารวจจัดทํา หลักเขตแดนไทย – ลาว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – ลาว และกลไก อื่น ๆ ของไทยภายใต้กรอบนี้ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๕ กรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้บทที่ ๙ การ เคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ์น (JTEPA) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๒ พิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๓ การขยายระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่าง กระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ระเบียบวาระที่ ๕.๔ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้าน สื่อสารมวลชนระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขึ้นมา พิจารณาก่อน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญครับ คุณพีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในตามระเบียบวาระเรื่องด่วน ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานมันมีวาระที่ ๑ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน มันค้างมาตั้งแต่เดือนตุลาคมท่านประธานครับ มันนานมาแล้วครับ แล้วก็บรรดา ประชาชนเหล่านี้ที่มีโอกาสพบพวกผมเขาก็เลยถามบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่พวกเขา เสนอขึ้นมาเมื่อไรรัฐสภาจะหยิบขึ้นมาพิจารณา ผมก็เลยเรียนท่านเหล่านั้นไปบอกว่า ท่านประธานได้กรุณาบรรจุเปึนเรื่องด่วนวาระที่ ๑ อยู่แล้ว แล้วผมก็หวังว่าวันนี้อย่างน้อย รัฐสภาก็น่าจะได้เริ่มพิจารณาอย่างน้อยประชาชนเขามีความริเริ่ม เขาเห็นความสําคัญ เขาอยากจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเขาก็ดําเนินการตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติแล้ว เสนอมาแล้วท่านประธานได้กรุณาตรวจชื่อไปหมดแล้ว บรรจุระเบียบวาระก็ตั้งนานแล้ว แล้วเราจะตอบเขาอย่างไรครับ ผมเรียนหารือท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมก็ให้หารือนะครับ คือเปึน กรณีพิเศษ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่นะครับเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมก็บรรจุระเบียบวาระ อยู่อันดับ ๑ ตลอดเวลาประชุมร่วมกันของรัฐสภา ผมต้องการให้มีการเสนอเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภาตลอดระยะเวลา วันนี้ก็เหมือนกัน แต่ว่าเมื่อมีผู้เสนอเลื่อน ระเบียบวาระ มีผู้รับรองถูกต้อง ก็นอกจากท่านจะเสนอว่าไม่เห็นด้วย ก็มีการโหวตกัน ก็ใช้เสียงของสภานี้เปึนหลักเท่านั้นเองครับ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ประธานก็มีหน้าที่ ทําตามข้อบังคับ หมอมีอะไรจะเสนอหรือครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องที่ร่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพี่น้อง ประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อที่เสนอนะครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายรัฐธรรมนูญได้ แก้ไข วันนี้สภาไม่ต้องรับเรื่องต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาแต่ละเรื่องท่านประธานเห็นไหมครับ บางเรื่องมันไม่จําเปึนต้องเสนอให้สภาเลยครับ ปรากฏเสนอเข้ามารกเต็มไปหมด ต่อไปนี้ อะไรก็ช่างที่มีการเจรจาที่ต่างประเทศ ท่านประธานต้องเอาเข้ามาในสภาหมดเลย เรื่องตั้งแต่ขี้หมูราขี้หมาแห้งต้องเอาเข้ามาหมดท่านประธาน มันอะไรกันนี่ครับ ดูสิไปอ่านหัวข้อที่เรื่อง ๕.๓ ๕.๔ ท่านประธานมันไม่ใช่เรื่องที่จะทําให้อาจเสียดินแดน อาจทําให้เสียงบประมาณ อาจทําให้เกิดความมั่นคงไม่ดี แต่ปรากฏว่าข้าราชการที่มา ชี้แจงเขาบอกเขากลัวถูกถอดถอน เพราะว่ามาตรา ๑๙๐ มันชัดเจนครับ เดี๋ยวนี้มาตรฐานปรากฏว่าตอนนี้เจอคําว่า อาจ คําเดียวท่านประธานครับ ตอนนี้กลัวไป หมด กลัวถูกถอดถอนตั้งแต่ตอนนี้ ปรากฏว่ารัฐมนตรีที่เอาเข้าโดยไม่ผ่านสภาถูกถอด ถอนอยู่ ถอนกันจนต้องลาออกไปนะครับ ถึงอยากกราบเรียนท่านประธาน ครับ มันสมควรที่จะเอาขึ้นมาพิจารณาได้แล้วครับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่ ผมเห็นใจ รัฐบาลครับมาตรานี้ ต่อไปท่านจะต้องเสนอหมด กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวง พาณิชย์ กระทรวงอะไรทุก ๆ อย่างจิปาถะ ต้องเอาเข้ามาให้พวกเรารู้ไปหมดนะครับ แล้วเราจะรู้ไหมผมอ่านที่ท่านขอเลื่อนมา ผมอ่านแล้วตาบวมเลยครับ ท่านประธาน เห็นอยู่ ๒ วันอ่านหมดทั้งภาษาอังกฤษทั้งอะไร ผมถึงอยากฝากท่านประธานว่ามันถึง เวลาไหมครับที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเห็นหรือยังมาตรานี้มันเปึนอย่างไร ท่านเห็นหรือยังครับ มันอาละวาดไม่ว่ารัฐบาล ชุดไหน จะเปึนเทพเปึนมารทํางานไม่ได้ครับ ทํางานไม่ได้เลยนะครับ ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีถึงเวลาหรือยังที่จะต้องแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือผมอยากฟังว่าเมื่อทางนี้มีการ เสนอเลื่อน ฝ์ายทางนี้จะไม่เลื่อนก็ขอให้เสนอมา ท่านสุนัยมีอะไรหรือครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมจะเสนอเหตุผลว่าอยากจะให้ประชุมตามวาระครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณมากครับ เห็นความดี วันนี้ผมเห็นมากที่สุดครับ ความดี จริง ๆ ครับ ด้วยใจจริงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมกําลังจะพูดถึงความดีของท่านประธานอยู่พอดี เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ในนามพรรคเพื่อไทย วันนี้ขอ พูดในนามสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากระเบียบวาระที่ถูกกําหนดไว้เปึนเรื่องด่วนเรื่อง รัฐธรรมนูญนี้ ผมอยากจะกล่าวสรรเสริญท่านประธานครับว่าท่านประธานชัย ชิดชอบ นั้น ท่านเปึนผู้อาวุโสก็จริง แต่ผมเชื่อว่าความจําของท่านยังดีอยู่ จึงขออนุญาตย้อน ประวัติศาสตร์สักนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ เมื่อครั้งท่านเปึนประธาน ส.ส. ของ พรรคพลังประชาชนท่านยังจําได้ไหมครับ ท่านตั้งให้ผมเปึนประธานประชาสัมพันธ์ในการ ยกร่างและแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จําอยู่ในหัวตลอดเลยครับ ที่ผมเปึน คนเซ็นให้ท่านเปึน

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

แล้ววันนี้ ท่านจะเอาออกมาข้างนอกหรือยังไม่ทราบนะครับ หรือจะเก็บไว้ในหัวเท่านั้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ยังเก็บไว้ก่อนครับ ยังออกไม่ได้ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมกําลัง จะสรรเสริญความดีของท่านอยู่ ท่านประธานครับ คือดูแนวโน้มแล้วไม่ทําแน่ครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เราพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเปึนสิ่งสําคัญที่สุดใน ระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีการเสนอร่างแก้ไขเปึนส่วนร่วมที่ประชาชน เขารวมตัวกันมา รัฐบาลนี้ก็ไหนบอกเชิดชูระบอบประชาธิปไตยให้มีส่วนร่วมนะครับ หรือว่าประชาชนมีส่วนร่วมต้องเปึนประชาชนของท่านที่เห็นด้วยกับท่านเท่านั้น ถ้าไม่เห็นด้วย ท่านไม่ทํา แล้วเรื่องนี้ท่านประธานครับ ผมคงไม่คัดค้านนะครับ เพราะค้านก็แพ้ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานเปึนคนจําแม่นที่ผมจะสรรเสริญท่าน ในความจําของท่านอย่างดียิ่ง ว่าอย่าเก็บไว้ในหัวอย่างเดียวเลยครับ กรุณานําลําเลียง ออกมาในพรรคของท่านเถอะครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคของท่านหลายส่วนอยากจะ แก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกัน เพราะวันนั้นผมจําได้ครับ ประชาชนรวมตัวกันมานี้ คนที่มา อ่านแถลงเหยง ๆ ยังไม่บอกผมเลยครับ คนนั้นชื่อ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ครับ และ ประธานก็รับไปเรียบร้อย ทําไมวันนี้ท่านประธานไม่ทํา แต่ท่านประธานจะจําแม่นก็ไม่ เปึนไร นี่คือความดีงามของท่านประธานที่หาไม่ได้แล้วในโลกนี้ เปึนคนที่สุดยอดที่สุด ไม่มีใครจะดีเท่าท่านแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ถึงขนาดนั้นละครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

หรือครับ ผมเห็นท่านเห็นความดีของผม ผมก็เลยชื่นชมความดีของท่านว่าในสิ่งที่ท่านพูดมานั้น ไม่มีกลับกลอกเลยครับ ท่านประธานครับ จึงขอท่านประธานว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เพื่อไม่ให้เสียเวลาคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

จึงขอ ท่านประธานว่า ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้แพ้มติในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งจะเปึนปัญหา สําคัญที่สุดของประเทศไทย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เองที่เปึนต้นเหตุที่เกิดการ ปล้นอํานาจเมื่อ ๑๙ กันยายน ไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านรองประธานรัฐสภาที่นั่งอยู่ด้วย ท่านก็รู้ ผมจึงฝากท่านประธานว่าแม้นวันนี้แพ้ขอให้ท่านนํากลับไปพิจารณาในพรรคของ ท่านและพรรคร่วมรัฐบาลเถอะครับ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนรีบแก้ไขเสียเถอะครับ ท่านประธาน อย่าเตะลูกออกไปเรื่องปฏิรูปการเมืองเลยครับ ฝากบอกท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ไม่มีแพ้ไม่มีชนะ ละครับ พอแล้วครับ พอแล้ว เดินเรื่องดีกว่าครับ เพราะว่างานรออยู่อีกเยอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก อีกครั้งหนึ่งนะครับ คือรัฐบาลได้ยืนยันในที่ประชุมแห่งนี้แล้วก็ในหลายโอกาสว่าต้องการ ที่จะศึกษาในเรื่องของการปฏิรูปการเมืองอย่างเปึนระบบ ซึ่งนําไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ต้องการให้ ดําเนินการในกระบวนการนี้เปึนกระบวนการที่ไม่สร้างความขัดแย้ง กราบเรียน ท่านประธานครับว่าไม่มีครับ ในส่วนที่บอกว่าประชาชนมีส่วนร่วมแล้วเราจะเลือกที่รัก มักที่ชัง กระผมถึงได้ใช้เวลาในการปรึกษาหารือกับท่านประธาน ส.ส. ของพรรคฝ์ายค้าน แล้วก็ท่านประธานวิป (Whip) แล้วก็หลังจากที่เคยได้ส่งเรื่องไปให้ทาง สถาบันพระปกเกล้า บัดนี้สถาบันพระปกเกล้าได้ทําหนังสือตอบมาแล้ว กระผมก็ได้ให้ สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ในสัปดาห์นี้อยากจะหารือกับทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านอีกครั้งหนึ่ง ตั้งใจว่าไม่เปึนวันพรุ่งนี้ก็วันพฤหัสบดีนะครับเพื่อเดินเรื่องนี้ต่อ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนนะครับว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย แล้วก็ต้องการจริง ๆ ที่จะให้กระบวนการ ที่พวกเราได้เข้าไปมีส่วนร่วม ที่ได้เลือกสถาบันพระปกเกล้าส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเปึน สถาบันที่ถือว่าอยู่สังกัดในฝ์ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของ ส.ส. และพรรคการเมืองก็จะทําได้สะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ในส่วนของตัวบุคคล กรอบการพิจารณากรอบเวลา ขอยืนยันเลยนะครับว่ากระผมแล้วก็รัฐบาลไม่ได้เข้าไป แทรกแซงหรือชี้นําแต่ประการใด แล้วก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็น แต่อยากให้เดินหน้า จริง ๆ นะครับ แล้วก็ยืนยันว่าตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่เปึนนโยบายของรัฐบาลด้วย แต่ต้องอาศัย ความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกส่วนครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีคําถามเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

คืออย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมเองเปึนกรรมาธิการวิสามัญของสภาร่วมกับเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาการใช้รัฐธรรมนูญ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ลืมนะครับ แต่สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีดําเนินการอยู่นี่ ผมเอง ก็เห็นใจท่าน แต่ผมเองคิดว่าถ้าจริงใจนี่อย่าโยกโย้นักเลยครับท่านประธาน อันที่ ๑

อันที่ ๒ ท่านจะให้สถาบันพระปกเกล้าทําก็ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าบุคคล สําคัญของสถาบันนี้อยู่ร่วมในคณะปฏิวัติพอสมควร ผมจึงอยากฝากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปว่า ถ้าท่านจะให้สถาบันนี้ดําเนินการกรุณาเลือก คนที่ไม่มีส่วนร่วมในการก่อการรัฐประหาร ๑๙ กันยายนด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านนายกรัฐมนตรีเอาอีก เชิญ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากจะกราบเรียนย้ําอย่างนี้นะครับ กระผม ไม่เคยโยกโย้เลยนะครับ เวลาที่ผ่านมาที่ช้านี่เพราะต้องการให้ทางเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน สบายใจก่อน นั่นคือเหตุผลจริง ๆ ครับ แล้วก็พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้นะครับยินดีที่จะพบกับ ทั้งท่านประธานวิปฝ์ายค้านแล้วก็ประธาน ส.ส. ส่วนตัวบุคคลนี่อย่างที่กระผม กราบเรียนกระผมไม่ได้เปึนคนเสนอชื่อเลยนะครับในเบื้องต้น แต่ว่าที่ได้เห็นอยู่ ในสถาบันพระปกเกล้าส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหลายท่านก็มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นถ้าหากตรงนี้เปึนเรื่องที่ท่าน ยังมีข้อสังเกตติดใจ จะขอความกรุณาว่าเรามาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันนะครับ แล้วก็เดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอยุติการอภิปรายเรื่องนี้แค่นี้ นะครับ เนื่องจากมีผู้เสนอ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตพาดพิงนิดหน่อยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านผู้นําฝ์ายค้านจะเอาอะไรครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านพูด อาจจะหมายถึงผมหรือไม่ แต่นัยก็คงใช่ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้เกียรติแล้วก็ให้โอกาสเคยไปพบผมที่ห้องชั้น ๓ แล้วท่านก็บอกว่าอยากจะขอมาปรึกษาหารือเรื่องปฏิรูปการเมือง สุดท้ายนําไปสู่การ แก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมก็บอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าในพรรคเพื่อไทยพรรคใหญ่ ที่ท่านมีไมตรีอย่างนี้ผมรับแล้วผมจะไปปรึกษาหารือกัน ต่อมาก็ปรากฏว่ามีข่าวและมีการประชุมใช้สถาบันพระปกเกล้าเปึนแก่นแกน เปึนองค์กรหลักในการพิจารณาเพื่อทําการศึกษา ทีนี้พอเอ่ยชื่อพัวะ ดูรายชื่อปัูบ ๆ ก็ปรากฏว่าผู้คนที่สถาบันพระปกเกล้าคิดเอาไว้ ชื่อมันซ้ํานะครับ เปึนสมาชิก สนช. เปึน คนยกร่าง ตอนเขาปฏิวัติไปอยู่ใน บก. คณะปฏิวัติเข้า-ออก เข้า-ออก แล้วก็เปึน สนช. และนํามาซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พอตรงนี้ผมก็บอกท่านประธานผ่านไป ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีใช้รูปแบบนี้ ทางพรรคเพื่อไทยเขาไม่เอาด้วย เพราะมันเล่ากูนั๊ง พวกนั้นน่ะมันคนเก่าคนแก่ของคณะปฏิวัติแล้วก็มีส่วนร่วมในการ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในนี้ไม่มี ใครไม่รู้ครับว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไขอย่างไร ถามว่าจะเห็นพ้องต้องกันเมื่อไร จริง ๆ เอา พรรคการเมืองพวกเรามาศึกษา เอาประธานนั่นแหละเปึนประธานไม่ต้องไปหาคนอื่น ละครับ ผมว่า ๖๐ วันเรียบร้อย เอาป้ ๒๕๔๐ เปึนตัวตั้ง เอาป้ ๒๕๕๐ มาคอมแพร์ (Compare) อะไรดีเอาไว้ อะไรดีเอาไว้ อะไรดีเอาไว้ และเอา ๒ อันมารวมกันก็จบ ในนี้ที่อยู่ในสภานี่ไม่มีใครละครับที่ไม่รู้เรื่องนี้ เปึนแต่เพียงว่า วัน ว เวลา น เห็นพ้อง ต้องกันหรือยัง พรรคเพื่อไทยยืนยันกับท่านประธานครับ เราเห็นด้วยที่จะแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ เพราะอะไรครับ เพราะ ๒๕๕๐ มาจากคนกลุ่มเดียว แต่ ๒๕๔๐ มาจาก ส.ส.ร. ตัวแทนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ แล้วมีการขอประชามติ ตรงนั้นดีที่สุด ก็ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ว่างยกหูมานิดเถอะครับถ้าท่านเห็นแนวทางนี้ แล้วเอา กลาง ๆ เอาพวกเรามาทํา ทุกอย่างไปได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ส.ส. นะครับ ของ พรรคเพื่อไทย คือกราบเรียนว่าอย่างนี้นะครับ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน หลังจากที่ผม ไปพบท่าน ต่อมาได้มีการปรึกษากับท่านประธานวิปฝ์ายค้าน และท่านประธานรัฐสภา แล้วก็ตกลงกันว่า ส่งหนังสือไปถึงสถาบันพระปกเกล้าเพื่อทาบทามนะครับว่าเขาจะ ดําเนินการอย่างไร ทีนี้ที่ส่งชื่อกลับมา รายชื่อคงไม่ปัูบ ๆ ละครับ เขามีแค่ประธานกับ เลขานุการ ๒ ท่านขณะนี้ ซึ่งก็ไม่ได้เปึนเรื่องที่เราจะต้องยอมรับนะครับ ถ้าเรามีปัญหา เราก็มาปรึกษากันได้นะครับ เพราะฉะนั้นภายในวันสองวันนี้จะขอความกรุณาว่าถ้าช่วงที่ ท่านสะดวกในสภาผู้แทนราษฎร จะเปึนวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ผมยินดีที่จะไปพูดคุยด้วย อยากปรับเปลี่ยนบุคลากรเราก็ตอบเขาไปใหม่ได้ครับว่า เราคิดว่าอยากจะมีการ ปรับเปลี่ยนอะไร ส่วนทําไมเราไม่ได้เลือกแนวทางที่ใช้สภาแห่งนี้ ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่เชื่อกันในความสามารถของพวกเรากันเอง ความจริงผมก็ได้ติดตามการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เพื่อนสมาชิกพูดถึง ได้อ่านรายงานแล้ว แล้วก็มีประเด็นที่ความจริงก็ไม่มากนะครับในเชิงการแก้ไข แต่ว่าต้อง ยอมรับว่าความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มันเกิดจากความคลางแคลงใจ ว่าพวกเรานักการเมืองคิดจะแก้กติกาเพื่อตัวเองหรือไม่ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เปึนปัญหา ว่าเรามีความสามารถในการแก้ไขหรือไม่ แต่ทําอย่างไรเพื่อที่จะให้กระบวนการนี้มัน เปึนไปด้วยความราบรื่น เพราะฉะนั้นถ้าท่านยังติดใจไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวเราคุยกันใหม่ว่า จะปรับจะแก้แนวทางอย่างไร แล้วก็จะได้เดินต่อครับ กราบขอบพระคุณครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานขออีกนิดเถอะครับ เดี๋ยวผมจะเสีย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

กลัวญัตติจะตกครับ ให้ผมสรุปเรื่อง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นาทีเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมกลัวญัตติไม่ตกแน่นะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ไม่ละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ให้เสนอเรื่องอื่น

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

มันยังไม่ถึงขนาดเปึนเรื่องตกไม่ตกขนาดนั้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต้องอาศัยข้อบังคับนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าพวกผมไม่เชื่อถือ ไม่ใช่ เชื่อถือเปึนคนมีความรู้ความสามารถ แต่พวกผมไม่ยอมรับ เพราะพฤติกรรมในอดีต เขาไม่น่าเชื่อถือ เขาไม่ได้ยืนอยู่กับระบอบประชาธิปไตย ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์พูดเมื่อสักครู่ว่าถ้าฝ์ายการเมืองทํากลัวคนจะไม่เชื่อถือ เราอย่ามาดูถูกตัวเอง ทําไมท่านบรรหาร ศิลปอาชา รูปไม่หล่อเหมือนท่านนายกรัฐมนตรี ด้วย ท่านก็ยังแก้ท่านทํามาแล้ว เราอย่าคิดแบบนี้ โอ๊ยคนไม่เชื่อถือนักการเมืองมา ตั้งแต่ไหนแต่ไร เรามาจากการเลือกตั้งนะครับ และที่ท่านเอ่ยชื่อกันมานี่ ผมไม่ใช่ ไม่ยอมรับ ผมยอมรับความรู้ความสามารถเปึนนักปราชญ์ราชบัณฑิต แต่ผมไม่เชื่อถือ เพราะเขาใกล้ชิดกับคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งเท่านั้นละครับ คุยกันได้ท่านนายกรัฐมนตรี มันจะเปึนไรมี เราคนกันเองทั้งนั้น อะไรที่จะทําให้บ้านเมืองมันดี ทําให้ประชาธิปไตย มั่นคง ทําให้ประชาธิปไตยก้าวหน้า ก็เพราะมีประชาธิปไตยใช่ไหม พวกเราถึงได้เปึน รัฐมนตรี ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหาร คุณสมบัติอย่างผม อย่างหลาย คนไม่มีโอกาสมามีตําแหน่งละครับ คุยกันได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แล้วมันไม่ใช่เรื่องยาก ง่าย ๆ เว้นแต่เราลดทิฐิซึ่งกันและกันทุกอย่างจบ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอเอาเรื่องของผมที่ค้างอยู่นี้ ให้เสร็จก่อนครับ

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ท่านให้โอกาสผมในฐานะที่ถูกพาดพิงสักนิดหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านประธานวิปฝ์ายค้านครับ เดี๋ยวจะให้โอกาสครับ ให้ผมถามเรื่องนี้ก่อน

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

ไม่ครับ อันนี้คําหารือมันจะได้ไม่สบสนครับ ยืนยันครับหารือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หาไปหามามันก็หารือไปเรื่อย

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

ญัตติไม่ตกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ นิดหน่อย

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

เปึนเรื่องเดียวนะครับท่าน ถ้าตกก็ตกตั้งแต่คนแรกแล้วครับ กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แล้วก็ในฐานะประธานวิปฝ์ายค้าน ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับที่ท่านได้เอ่ยนามตัวกระผมในฐานะที่ ท่านได้ประสาน และไหน ๆ วันนี้เปึนการประชุมรัฐสภานะครับ ผมขออนุญาตเสริม ท่านประธาน ส.ส. ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง สภาแห่งนี้ นะครับไม่ว่าจะเปึน ส.ส. หรือวุฒิสมาชิก ผมเรียนตามตรงนะครับต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะให้เชิญตัวแทนของ ส.ส. แต่ละพรรค ขอให้พรรคการเมือง นะครับอย่ามีแต่ตัวผมคนเดียวหรือท่านเฉลิม เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า สุกงอมเต็มที่แล้วครับ ๑. นโยบายที่แถลงไว้เรื่องความขัดแย้งจะได้นําไปสู่กระบวนการ แก้ไข แม้กระทั่งเรื่องที่จะพิจารณาต่อจากนี้ไปก็เปึนผลพวงนะครับ ผมยืนยันนะครับ พันธมิตรเขาคงไม่มาทําร้ายท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ เพราะว่าเขารู้ว่าตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องทําหน้าที่อะไร รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ การบริหาร ราชการแผ่นดินผมได้พูดไว้ในสภาแห่งนี้ว่ามันเปึนผลพวงจากผลไม้ที่เปึนพิษ เมื่อต้น มันเปึนพิษ ตรงนี้ต้องแก้ไขครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านนัดมาเลยครับ ผมยินดี แต่ผมขอเพิ่ม ขอเปึนตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองด้วย ฝ์ายนิติบัญญัตินี้เปึนฝ์ายที่จะต้อง ดําเนินการแก้ไขนะครับ รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้ว่า วุฒิสมาชิกและ ส.ส. สามารถที่จะ ดําเนินการแก้ไขได้ ส่วนภาคส่วนของภาควิชาการจะให้ใครมาเปึนส่วนร่วม ผมคิดว่า สิ่งนั้นน่าจะเปึนส่วนที่ท่านต้องช่วยกันไป

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ต้องประท้วงแล้วนะครับ จบแล้วครับ ผมขอถามที่ประชุมนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดนะครับ ผมขอเปึนความรู้หน่อยครับ ให้หมอเมื่อสักครู่ ที่ยืนแล้วนั่ง จะประท้วงเรื่องอะไร ผมจะได้เปึนความรู้หน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีประท้วงละครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

หรือครับ เห็นบอกว่าจะประท้วง จะได้เปึนความรู้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีละครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ว่าโอ้โฮ เก่งเหลือเกิน เขาพูดอย่างนี้ยังประท้วงได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีครับ

(นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ท่านประธาน ครับ ผมขอประท้วงครับ ผมขอพาดพิงครับ ผมพาดพิงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พาดพิงอะไรอีก

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ในฐานะผม เรียนพระปกเกล้าครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เขาเรียนกันทั้งนั้นแหละครับ เชิญนั่ง เถอะครับ เชิญนั่งลง

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ผมมีเอกสิทธิ์ ครับ เพราะผมเรียนพระปกเกล้านะครับท่าน พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนที่ ไปเรียนสถาบันพระปกเกล้านะครับท่าน เรียนมาเอาเข็มมาก็ด้วยความภาคภูมิใจ ว่าเราเปึนศิษย์ของสถาบันพระปกเกล้า แล้วเรามีครูบาอาจารย์ที่ดีทั้งนั้นที่สอนพวกเรา นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปดูถูกสถาบันพระปกเกล้า

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีใครดูถูกหรอกครับ เชิญนั่งลง ครับ

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ไม่ดูถูก ได้อย่างไรครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ นี่ประธานสถาบันพระปกเกล้าอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครดูถูกละครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เชิญนั่งลงครับ ขอบคุณครับ เมื่อไม่มีใคร มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขออภัยเถอะครับ มันไม่ได้เดินเลย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ ปล่อยไม่ได้นะครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ปล่อยอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ผมจะใช้ สิทธิพาดพิงสั้น ๆ กับท่านเฉลิม อยู่บํารุง ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ละครับ ขอร้องเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

หมอคนนั้นคือผมครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกอย่างนี้ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่เปึนไรครับ เขาเรียกหมอ น่ะดีแล้ว ผมจะได้ไปหา

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก การที่ท่านเฉลิมบอกว่าอยากจะฟังว่าผม จะประท้วงอะไรนะครับ ผมขออนุญาตพูดสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่า เมื่อสักครู่เรากําลัง เสนอญัตติคือญัตติตามข้อ ๒๑ ที่ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุม แต่ขณะนี้วาระ ต่าง ๆ สิ่งที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดถึง มันเลยเถิดเกินไป ผมจึงจะใช้สิทธิพาดพิง ผมจึงจะใช้สิทธิประท้วงท่านประธานตามข้อ ๒๑ ขอให้ดําเนินการประชุมไปตาม ระเบียบวาระครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ก็กําลังจะประชุม ต่อไป

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ผมจะขออนุญาตอธิบายให้ท่านเฉลิมฟังเท่านั้นเองครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญนั่งลงเถอะครับ ก็ถือว่าที่ประชุม ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณอดุลย์มีอะไรอีกล่ะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าวันนี้ทางประธานวิปฝ์ายรัฐบาลได้มีการเสนอญัตติเพื่อเลื่อน ระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาใช่ไหมครับท่านประธานครับ แต่ก็มีบางส่วน อย่างเช่น ผมนี่ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมตามที่ประธานวิป ฝ์ายรัฐบาลเปึนผู้เสนอ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ท่านเสนอสิครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการที่จะ เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย มันต้องมีการให้เหตุผล ซึ่งกันและกันได้ อย่างเช่น ผมนี่ผมก็ต้องการที่จะให้เหตุผลว่าเหตุใดผมถึงไม่เห็นด้วยที่จะ ให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมดังกล่าวขึ้นมาตัดหน้าระเบียบวาระการประชุมที่บรรจุ ไว้แล้วตามระเบียบวาระการประชุมนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นท่านอดุลย์เสนอก็แล้วกัน ว่าไม่เห็นด้วย

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติ คือผมขอเสนอญัตติให้พิจารณาตามระเบียบวาระ การประชุมที่บรรจุไว้แล้วท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้อง เปึน ๒ ประเด็น แล้วนะครับ ผมจะถามที่ประชุมและขอมติเลยนะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ต้องขอเสนอเหตุผลด้วยครับท่านประธานครับ ผมก็จะมีเหตุผล

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ต้องละครับ เหตุผลผมรู้แล้วครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ถ้าเกิดมีการเสนอญัตติ ถ้าเกิดไม่เห็นด้วยสามารถที่จะเสนอเหตุผล ได้ครับท่านประธานครับ อันนี้ตามระเบียบ ตามข้อบังคับการประชุมเลยครับท่านประธาน ครับ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญเลยครับประท้วง ไม่ต้องทําอะไรละ ประท้วงตลอดวันไปครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังมาตั้ง นานแล้วครับ จริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่นี้ผู้ที่ลุกขึ้นมาอภิปรายนี้ยังไม่ขานชื่อในสภาเลยครับ แล้วพอเขาครบองค์ประชุมแล้ว ท่านมาเริ่มบทบาทได้อย่างไรครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านไป ไหนมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วคุณเชิดชัย มันกําลังเดินไป ด้วยความเรียบร้อยนะครับ ให้เหตุผล ๑ นาที เชิญครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ท่านประธานกําหนดไม่ได้ว่าจะต้อง ๑ นาที เพราะมีหลายท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ครับ ผมกําหนดเองครับ ผมอาศัย อํานาจประธาน

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

อาจจะมีท่านสมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าท่านไม่อภิปรายก็นั่งลงครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ที่จะเลื่อนญัตติอื่น ๆ ขึ้นมาก่อนหน้าญัตติที่กําหนดไว้ ญัตติที่กําหนดไว้ในเรื่องด่วน คือญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ ซึ่งค้างมาจากการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๓ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดเองแล้วว่า

๑. เปึนนโยบายของรัฐบาล

๒. ต้องการที่จะปฏิรูปการเมืองใช่ไหมครับ โดยกระบวนการต้องไม่สร้าง ความขัดแย้ง รัฐธรรมนูญอันนี้ไม่ใช่ ส.ส. เปึนผู้เสนอนะครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้า มานี้ ประชาชนที่มีส่วนร่วมเปึนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทางการเมืองนี้เปึนการมีส่วนร่วมทาง การเมืองของภาคประชาชนเสนอเข้ามาตั้ง ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อและทําตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่าง แล้วก็เสนอเข้ามานานแล้ว แต่ว่าเมื่อมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาทุกครั้งก็มี การเสนอญัตติอื่น เรื่องอื่นขึ้นมาที่จะมาก่อนหน้าการที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้สามารถที่จะดําเนินการไปได้โดยที่ไม่มีการขัดแย้งด้วย ทําไมถึงไม่มีการขัดแย้ง ก็เพราะเหตุว่าถ้าหากว่าเรามีการพิจารณาเรื่องการแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งประชาชนเปึนผู้เสนอเข้ามา ส.ส. ไม่ได้เสนอนะครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการขัดแย้งจะน้อยลงแล้ว และถ้าเกิดเราตั้ง เราตั้งอะไรครับ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราสามารถตั้งจํานวนเท่าไรก็ได้ มาจากส่วนไหนก็ได้ มาทั้ง จากฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล จากวุฒิสภา จากนักวิชาการ จากคนนอก เราตั้งได้ทั้งนั้น แล้วเราก็สามารถที่จะเสนอระยะเวลาที่กําหนดแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภานี้ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรเองก็มีการศึกษา ศึกษา รัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ที่ผ่านมาเปึนจํานวนมาก แล้วก็มีรายงาน มีอะไรแล้วทั้งนั้น ข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ก็มีจํานวนมากแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เปึนเรื่องยากเลยที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเราสามารถทําไปได้ นี่เปึนประการแรกที่ผมไม่เห็นด้วยที่จะ เลื่อนญัตติอื่นขึ้นมา

ประเด็นที่สองก็คือว่า ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเรื่องนี้ ไว้ตั้ง ๒-๓ ครั้งแล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงน่าจะเปึนความสําคัญที่ ท่านประธานจะให้ความสําคัญ มันเปึนการแสดงถึงความจริงใจที่เราต้องการจะปฏิรูป การเมือง มันเปึนความจริงใจที่ท่านประธานบรรจุระเบียบวาระการประชุมเข้ามา ถ้าหาก ท่านประธานให้วิปฝ์ายค้านเสนอขึ้นมาเช่นนี้ มันเหมือนกับว่าสภานี้ไม่จริงใจที่จะทํางาน ในเรื่องนี้ ที่จริงแล้วถ้าเกิดว่าต้องการที่จะเลื่อนวาระอื่น ๆ ขึ้นมาก่อน ไม่จําเปึนจะต้อง บรรจุระเบียบวาระมาเช่นนี้ก็ได้ ทางรัฐบาลสามารถเสนอขึ้นมาก่อนหน้าเรื่องการ ร่างรัฐธรรมนูญนี่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราทําเช่นนี้ เหมือนกับเราหลอกประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งที่เสนอร่างนี้ขึ้นมา เพราะท่านประธานบรรจุไว้ตั้งนานแล้ว ท่านประธานครับ

(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ท่านประธาน ครับ ผมขอประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ประท้วงผมหรือประท้วงใคร ครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ประท้วงท่าน ประธานเลยครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานบอกว่าให้ ๑ นาที ผมนั่งจับเวลาแล้วครับ ๒ นาที ๑๒ วินาทีครับ ท่านประธานไม่รักษาคําพูดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมวินิจฉัยแล้ว คือมันติดพัน ครับ ผมก็ต้องปล่อยไปก่อนครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุม อื่น ๆ ขึ้นมาก่อนวาระที่ท่านประธานบรรจุไว้แล้วเปึนลําดับแรกนี่ครับท่านประธานครับ เดี๋ยวคงจะมีผู้อื่นที่ไม่เห็นด้วยที่ลุกขึ้นมาเสนอเหตุผลให้ท่านประธานรับทราบด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ พอแล้วครับ ผมขอให้ ท่านคนเดียวเท่านั้นแหละ แล้วก็หมดแล้วครับ ท่านประท้วงอะไรผมครับ ท่านมานิตย์ครับ

(นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า คําว่า ญัตติ นั้นเปึนภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการ แล้วเปึนภาษากฎหมายที่มีพระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถานรับรอง แปลว่าข้อเสนอเพื่อให้สภาลงมติ เมื่อจะมีการลงมติกันต้องฟัง ความเห็น ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ถามว่า เอาหรือไม่เอา ให้หรือไม่ให้ มันไม่ใช่วิธีการทํางานที่ทํางาน อยู่ในรัฐสภาอันเปึนสภาที่จะต้องมีหน้าที่บัญญัติกฎหมาย ผมกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาอยู่ในสภานี้ได้ ปวงชนชาวไทยเขาเลือก เข้ามา เลือกให้เข้ามาเปึนผู้แทนของเขา ที่เข้ามาทําหน้าที่นิติบัญญัติคือบัญญัติกฎหมาย แล้วเขาก็ไม่ได้ให้มาทําเองโดยอํานาจของตัวเองโดยอําเภอใจ เขามีกฎ มีกติกา มีกรอบ ให้เข้ามาแสดงด้วย เปึนตัวละครตัวหนึ่งที่จะเข้ามาแสดงในนี้ มีบทละครที่ภาษากฎหมาย เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ใช่ทําตามใจชอบนะครับท่านประธานครับ ทีนี้เหตุที่รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ทุกวันนี้เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่า มีหนังสือที่พิมพ์ขึ้นเปึนเล่ม ๆ แล้วเขียนไว้ที่หน้าปก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือความจริงท่านประท้วงผมหรือ กลายเปึนอภิปรายไปครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็ประท้วงละครับท่านประธานครับ ต้องให้มีการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ประท้วงแล้วท่านอภิปรายครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ให้มีการอธิบายเหตุผลที่จะเสนอญัตติแล้วต้องมีเหตุผลที่จะให้สมาชิกได้วินิจฉัย อยู่ ๆ ท่านประธานบอกเสนอญัตติแล้ว ถามว่า ยอม ไม่ยอม มันไม่ใช่ ภาษากฎหมายมันมี รับรองไว้นะครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมี ๒ ฉบับครับท่านประธาน ที่รัฐบาล บริหารประเทศไม่ได้ทุกวันนี้เพราะไปเอาฉบับของ คมช. โดย คมช. เพื่อ คมช. เอามา บริหารประเทศ เขาวางกับระเบิดไว้ตั้งหลายจุด โดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๓๐๙ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านมานิตย์ครับ จะไปไกลแล้วครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

นั่นแหละครับ ทุกคนต้องมีบทละครแสดง ท่านประธานใช้บทไหนแสดงครับ ท่านอาศัย อํานาจของปวงชนชาวไทยขึ้นไปนั่งบนนั้นหรืออาศัยอํานาจของ คมช. ท่านประธาน บอกสภาสิครับ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ตามรัฐธรรมนูญครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

รัฐธรรมนูญฉบับไหนครับ มันมี ๒ ฉบับครับท่านประธาน

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอประท้วงท่านประธานนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงข้างหลังอีกครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานต้องใช้มาตรา ๘ ควบคุมนะครับ ผมจําสาระไม่ได้จริง ๆ ว่าท่านผู้อภิปราย อยู่ในขณะนี้ อดีตผู้พิพากษาท่านพูดถึงเรื่องอะไร เรามีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องปากเรื่องท้องของประเทศที่สําคัญรออยู่นะครับ อย่าได้เสียเวลากับเรื่องนี้อีกต่อไป แสดงเหตุผลต่าง ๆ มาก็หลายเวทีเต็มทีครับ รู้กันหมดแล้วครับ ลงมติเลยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อีกสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่านาน ๆ ท่านจะขอพูดทีหนึ่งครับ ให้ท่านพูดสักหน่อยครับ เพราะว่าท่านเปึนนักกฎหมาย ให้ท่าน พูดสักนิดหน่อยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอต่อด้วยครับเรื่องนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรอีกครับท่านครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับว่าเมื่อการขอเลื่อนญัตติมา พิจารณาเร็ว มันต้องมีเหตุผลสนับสนุนว่าเพราะอะไร พวกผมถึงเห็นว่าควรจะต้อง พิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนการกู้เงินนะครับ ก็ต้องขอให้เหตุผลท่านประธาน หน่อย เผื่อท่านวุฒิสมาชิกที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองจะได้เห็นจริงจังกับพวกผมแล้วโหวต ไม่ให้เลื่อนเรื่องการขอกู้เงิน หรือการขออนุมัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หลังจากนี้ แล้วผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมจะอนุญาตหลังจาก ท่านมานิตย์เสร็จแล้วก็ท่านเฉลิมแล้วก็จบซีกทางนี้ แล้วก็ท่านชินวรณ์ซีกทางนี้นะครับ ท่านจุติ ๒ คนเท่ากันครับ เชิญท่านมานิตย์

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ที่ท่านประสบปัญหาทุกวันนี้ที่บริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้ เพราะท่านไปใช้รัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติเขียนไว้เพื่อคณะปฏิวัติและ โดยคณะปฏิวัติ มันไม่ใช่รัฐธรรมนูญของปวงชนชาวไทย

(นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านมานิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณเชนเขาประท้วง เชิญ ประท้วงครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ผมขอ อนุญาตประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เราสภาแห่งนี้รวมทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรี พวกเรามาจากรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ แต่ขณะนี้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านที่กําลังอภิปรายอยู่ได้พูดว่า ท่านประธานปฏิบัติผิดรัฐธรรมนูญ ที่ท่านไปอ้างรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ เรามีที่มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ ครับ ขณะนี้ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็รวบรัดหน่อยก็แล้วกันครับ ท่านมานิตย์ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ครับผม ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในที่นี้โดยเฉพาะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นะครับ พวกเรามาจากปวงชนชาวไทยเขาลงคะแนนเลือกเราให้เข้ามาเปึนผู้แทน รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติจ้างคนเข้ามาเขียน เขียนเสร็จแล้วเขาอยู่ บริหารประเทศไม่ได้เขาก็ออกไป แล้วเขาก็บอกว่าไปเลือกตั้งผู้แทนเข้ามาทําหน้าที่ กันต่อเถอะ ท่านประธานครับ ลองเอารัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ วางไว้เฉย ๆ สิ พวกท่าน ทั้งหลายที่เข้ามานี่ จะเข้ามาในสภานี้ได้ไหม ต้องกราบเรียนกันอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราได้มีการพิจารณาเสียก่อนว่า เราจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับไหนซึ่งเปึนบทละคร ที่ให้พวกเราเข้ามานั่งในที่นี้แสดง แล้วไม่มีอะไรติดขัดเลยท่านประธานครับ บอกผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย มันมี ๒ ฉบับ ก่อนอื่นเราต้องเลือกเอาสักฉบับหนึ่งก่อน เมื่อฝ์ายหนึ่งบอกว่าจะเอาป้ ๒๕๔๐ อีกฝ์ายหนึ่ง บอกว่าจะเอาป้ ๒๕๕๐ พวกเราในสภานี้ล่ะครับท่านประธานครับ จะต้องทําหน้าที่ตัดสิน เพราะว่าปวงชนชาวไทยเขามอบให้เราเข้ามาทําหน้าที่นี้แล้วนะครับ ผมอธิบายเท่านี้ละครับ แล้วก็ที่ท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะพบกันนะผมยินดีอย่างยิ่งครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คุณเชนจบแล้ว

นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ผมจําเปึนครับท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลังใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยอาศัยอํานาจ ตามความในมาตรา ๑๓๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ สภาผู้แทนราษฎรจึงตราข้อบังคับการประชุมฉบับนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานปล่อยให้ ท่านที่เพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้มา ท่านอนุญาตให้เขามาใช้โดยไม่ได้อาศัยข้อบังคับ ผมว่าเปึนเรื่องที่ไม่ชอบด้วยเหตุผลครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ คือคนฟังเขารู้เองนะครับ เพราะท่านเปึนนักกฎหมายนะครับ ฉะนั้นเขารู้เองครับ ต่อไปคุณชินวรณ์ครับสลับกันครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามจริงผมคิดว่ากระผมจะไม่อธิบาย เหตุผลนะครับ แต่ว่าเมื่อทางฝ์ายโน้นได้ถามถึงเหตุผลว่าทําไมต้องเลื่อนและผมเปึนผู้ที่ เสนอญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา ผมอยากจะเรียนต่อรัฐสภาแห่งนี้สั้น ๆ นะครับว่า

ประเด็นแรกก็คือว่า ประเด็นที่วาระด่วนที่ ๑ กฎหมายรัฐธรรมนูญยังค้าง อยู่แล้วเอาระเบียบวาระที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ผมคิดว่าเหตุผลสําคัญพวกเรา สมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ก็คงทราบจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเรียนชี้แจงต่อ ที่ประชุมรัฐสภาไปแล้ว ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งขอยืนยันกับ ท่านประธานสภานะครับว่า เราพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากการที่เพื่อนของเรา ไปศึกษาผลของการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าเรายังมีเวลาครับ ถ้าหาก เราจะมาเปรียบเทียบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมคิดว่าทุกท่าน คงทราบดีนะครับว่าภาวะวิกฤติที่เกิดจากประเทศสหรัฐอเมริกาและขณะนี้ก็ลุกลามมาถึง ประเทศไทยนั้นยังความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนไทยมากมายขนาดไหน ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาการว่างงาน ปัญหาในเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ปัญหาในเรื่องราคา ค่าครองชีพครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้ดําเนินการในการที่จะขอกรอบเจรจาที่จะนํา เงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาใช้ภายในประเทศของเรา โดยหลักก็คือต้องการที่จะให้ มีความมั่นคงทางด้านการเงินกับประเทศในขณะนี้ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเราจะได้ นําเงินจากการโครงการดังกล่าวนะครับท่านประธานมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ พี่น้องประชาชนที่รอความหวังในการขับเคลื่อนนโยบายนของรัฐบาลได้เดินไปคืบหน้า อย่างเห็นได้ชัดเจน และผมคิดว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้นะครับ ถ้าไม่ได้ รับความร่วมมือจากรัฐสภาแห่งนี้ในการที่จะขอกรอบเจรจาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครับ นี่คือเหตุผลสําคัญครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ เชิญ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ เชิญครับคนสุดท้ายของซีกทางนี้

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เขต ๖ กรุงเทพมหานคร เมืองนนทบุรี สมุทรปราการ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา

เรื่องแรกต้องบอกกับท่านประธานเพราะพี่น้องประชาชนที่ฟังทางวิทยุ วิปฝ์ายรัฐบาลอภิปรายว่าเกรงว่าเราไม่ให้ความร่วมมือเรื่องกรอบการเจรจา มันคนละเรื่องคนละประเด็น ถ้าจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ทําถึง ๓ ป้ ๗ ป้ก็ตามระเบียบวาระ ที่ผมต้องยืนขึ้นอภิปรายสนับสนุน เพื่อนสมาชิกของผมจากจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะท่านบอกว่า ควรพิจารณาตามระเบียบวาระก็ต้องมีเหตุผลว่าทําไมผมเห็นด้วย หลังจากผมอภิปราย แล้วท่านประธานและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะวุฒิสมาชิกอาจจะเห็นคล้อยตาม แล้วยกมือสนับสนุนให้คงระเบียบวาระอันนี้เอาไว้ ท่านประธานครับเรื่องกรอบการเจรจา เพิ่งบรรจุมาภายหลัง แต่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ฉบับของพี่น้องประชาชนคนทั่วไป ซึ่งลงชื่อขอแก้ไขเปึนไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่อนุญาต อนุมัติให้พี่น้องประชาชนมีส่วนแก้ไขได้โดยพี่น้องประชาชนเอง เริ่มต้น ได้มีพี่น้องประชาชนเซ็นชื่อแสนกว่าคนส่งมาให้ท่านประธาน ก่อนหน้านั้นอาจจะ มีประมาณ ๒ แสนคน มีการตรวจสอบความถูกต้องที่มาของรายชื่อ ลายเซ็น สํามะโน ประชากร จนกระทั่งสุดท้ายเหลือตัวเลขกลม ๆ ๗๑,๕๔๓ คน ได้มีตัวแทนพี่น้อง ประชาชนมายื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมต่อท่านประธานสภาในฐานะประธาน รัฐสภา ท่านประธานกรุณารับเอาไว้ แล้วก็บรรจุตามระเบียบวาระปกติ ไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้ เร่งรีบ ไม่ได้กระวนกระวายที่จะให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างรวดเร็ว โดยขาดความรอบคอบ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ ได้ค้างจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๓ นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงไปครั้งหนึ่งแล้ว แล้วก็ไม่สามารถพิจารณาได้ ก็เลื่อนมาถึงวันนี้ เฉพาะวันที่ต้อง พิจารณามาถึงวันนี้รวมประมาณแล้ว ๗ เดือนเศษ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดทั้งในสภาและนอกสภา ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะปฏิรูปการเมืองเพื่อ นําไปสู่การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่าผู้แทนราษฎร มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญป้ที่ข่มขืนจิตใจพรรคพลังประชาชน พวกผมถึงรณรงค์ว่า วี โหวต โน (We vote no) คือไม่เห็นด้วย คนทั่วบ้านทั่วเมือง คนทั้ง ประเทศ นักปราชญ์ราชบัณฑิตรู้หมด พรรคพลังประชาชนไม่ยอมรับบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ วี โหวต โน ถึงมีการรณรงค์ทั่วประเทศ แต่เมื่อเราแพ้ต้องจําใจรับ ในสิ่งที่รับไม่ได้ รับในสิ่งที่ไม่เปึนมงคลต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะระบอบ ประชาธิปไตยนั้นมีความคิดหลากหลาย ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่ของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด เมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยได้ค้างตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๗ เดือนแล้วมาถึงวันนี้ กรอบการเจรจาเพิ่งบรรจุเปึนของใหม่ รัฐบาลขมีขมันกระวนกระวายต้องขออนุญาต อนุมัติรัฐสภาเพื่อไปกู้หนี้อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมสนับสนุนให้คงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยพิจารณาตามระเบียบวาระ ๑. เพราะเปึนร่างรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชน แล้วยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานรัฐสภามานานแล้ว ๒. เปึนรายชื่อ ของพี่น้องประชาชนร่วม ๒ แสนคน ตอนหลังสมบูรณ์ตกตะกอน ๗๑,๕๔๓ คน ๓. ท่านประธานรัฐสภาครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด ถึงแม้ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ผมไม่ชอบ ไม่อยากอ่าน ไม่อยากดู แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนจะแก้ รัฐธรรมนูญนั้นคือสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่พระปกเกล้า ไม่ใช่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ไม่ใช่ ผู้คนที่ไม่รู้ ไม่ใช่ผู้คนที่ไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศการเมือง โดยเฉพาะบรรยากาศการเมือง แบบไทย ๆ ที่ต้องเข้าใจประเพณีวัฒนธรรม ผมทราบครับ ประเทศอังกฤษเขามีรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี ของเรามีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นเมื่อการแก้รัฐธรรมนูญ ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกอยากให้คนนอกทํา แต่ผมบอกว่าควรให้เปึนหน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. และรัฐสภา และมีนักปราชญ์ราชบัณฑิต คนนอกที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมด้วย เราไม่ปฏิเสธ แต่องค์รวมแนวคิดแนวทาง เปึนแกนนํา เปึนคนชี้แนะชี้นําบรรยากาศการเมืองเมืองไทย และรัฐธรรมนูญที่แก้ใหม่ ให้สอดคล้องรองรับกับการเมืองแบบไทย ๆ ไม่มี ๗๐:๓๐ ไม่มีแต่งตั้งมากกว่าเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยยืนยันโดยเด็ดขาด

เรื่องที่ ๓ เมื่อ ส.ส. ส.ว. มีหน้าที่แก้รัฐธรรมนูญ วันนี้วาระการประชุม มาแล้ว ทําไมจึงอยากจะได้เสียงข้างมาก มาเลื่อนระเบียบวาระซึ่งผมไม่เห็นด้วย

เรื่องที่ ๔ เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เราก็มาพิจารณา แล้วก็ดูสิว่ากรอบ พิจารณาจะทําอย่างไร ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ตอนนั้นผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านบรรหารเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านเรียกผมมาคุย ๒-๓ ครั้ง ได้ข้อตกลง ได้ข้อยุติว่าฝ์ายการเมือง ต้องเปึนฝ์ายนําการเมืองในสังคมไทย จึงได้แก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเป่ดโอกาสให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และนํามาสู่การปรับปรุง แก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

เรื่องที่ ๕ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า นักวิชาการก็เปึนคนมีความรู้ บางอย่างท่านเก่งกว่าพวกเรา แต่ท่านไม่เคยสัมผัส ท่านไม่เคยเดินท้องทุ่ง

( นำ ย ชิ น ว ร ณ์ บุ ณ ย เ กี ย ร ติ ส มำ ชิ ก ส ภำ ผู้ แ ท น รำ ษ ฎ ร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ประท้วงอะไรอีกครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพจริง ๆ ไม่อยากประท้วงครับ แต่ว่าผมได้แสดงเหตุผลอย่างสั้น ๆ ก็เพราะว่า ผมคิดว่าเรากําลังพิจารณาญัตติว่าจะให้ เลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ ไม่ได้พิจารณาญัตติเรื่อง การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ผมขอเสนอว่าให้ท่านประธานได้ป่ดอภิปราย เพื่อจะได้ลงมติในการที่จะให้เลื่อนระเบียบ วาระหรือไม่นะครับ พอเข้าใจในประเด็นที่ท่านเฉลิมได้กรุณาอภิปรายในสภาไปแล้วครับ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอสักนิดเดียวก็พอครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับอีกนิดเดียวครับ คือท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลบอกเข้าใจ คุณไม่มีวัน เข้าใจเหมือนผมเข้าใจ อีกร้อยชาติก็ไม่เข้าใจ เพราะคุณตั้งธงแล้วจะขอกรอบกู้เงิน แต่พวกผมตั้งธงว่าต้องเปึนไปตามระเบียบวาระ แล้ววาระนี้มันค้างมาแล้ว ๗ เดือน แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่พวกผมไม่ชอบก็บอกไว้ชัดว่าให้สมาชิก รัฐสภาแก้ไข พวกคุณอยากจะกู้เงิน

(นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ผม วรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภานะครับ ประท้วงท่านประธานว่าตอนนี้มีญัตติว่า จะเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาหรือไม่ ท่านประธานต้องทําหน้าที่ของท่านประธานตรงนี้ นะครับ สมาชิกวุฒิสภารอทําหน้าที่มาตั้งแต่เช้าแล้ว แล้วเราอภิปรายตรงนี้มา ๑ ชั่วโมง แล้วนะครับ ผมคิดว่าสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกแห่งสภานี้มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะตัดสินใจ ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวจบแล้วครับ อีกนิดนะครับ คือท่านวุฒิสมาชิกคนที่ขึ้นมา ประท้วงผมนี่คุ้น ๆ หน้าว่ามาจากการสรรหา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ได้กระมังครับท่าน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ก็เลยจะอาจไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของคนที่มาจากการเลือกตั้ง คุณตัดสินใจแล้วก็ตัดสินใจไป แต่ผมหวังใจว่าคนที่ยังไม่ตัดสินใจ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมครับ

(นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ผมประท้วงนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ประท้วงท่านว่า ท่านไม่มีสิทธิที่จะมาดูถูกผมในสภาแห่งนี้ครับ ผมจะมาจากเลือกตั้งหรือสรรหา ผมก็มาจาก รัฐธรรมนูญกําหนดให้นะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ประท้วงท่านสมาชิก ส.ว. นี่ครับ ผมขอประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอให้ยุติการประท้วงทั้ง ๒ ฝ์าย นะครับ เชิญคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งมีฐานะเปึนผู้นําของพรรค: (แบบสัดส่วน) ท่านประธานครับ ขณะนี้ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ของกระผม ก็ขอให้ท่านได้โอกาสสักนิดหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมเป่ดโอกาสให้แล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

มิได้ครับ ท่าน ส.ว. ท่านนี้ คือท่านไม่เคยอยู่กับระบบประชาธิปไตย ท่านไม่เข้าใจอย่างไรครับ ท่านมาจากอํานาจเผด็จการ ท่านเลยมีส่วนได้เสียครับ เรื่องนี้อยากฟังครับท่านประธาน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยครับพอแล้วครับ พอแล้ว ครับ ท่านสุนัยครับพอแล้ว

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะสรุปว่าควรจะคงระเบียบวาระร่างแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเอาไว้ ผมเกิดมาก็เพิ่งรู้วันนี้แค่คําพูดว่าคุณมาจากการสรรหาเปึนการดูถูก นี่คุณคิดได้อย่างไรเอาส่วนไหนสมองมาคิด ก็คุณมาจากการสรรหาจริง ๆ แล้วผมจะบอก คุณมาจากการเลือกตั้งได้อย่างไร แล้วมันดูถูกตรงไหน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าเนื้อหาสาระ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธาน เดี๋ยวมันเสียชื่อหลานชายกํานันชัยหมด เพราะผมไม่ได้ดูหมิ่นดูแคลน ผมบอกว่ามาจากการสรรหา ก็ผมไม่ได้เสียหายอะไรสรรหาก็มาจากการสรรหาจริง ๆ แล้ว จะให้ผมไปพูดว่ามาจากการเลือกตั้งได้อย่างไร ก็มันมาจากการสรรหา ท่านประธาน

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านประธานทําหน้าที่ของท่านประธานครับ ให้ชี้ไปเลยครับว่าตอนนี้มันมี อย่างเดียวว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมขอร้อง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นี่อย่างไรครับที่ผมเอาเหตุผลโน้มน้าว เพื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่ตัดสินใจ จะเลื่อนกับไม่เลื่อนนี่อย่างไรท่านประธาน คือคุณอย่ามามองว่าผู้แทนมันต่ําต้อย นะเท่ากันหมดในสภานี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ พอแล้ว

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เงินเดือนต่างกันไม่เท่าไรหรอก ย้ําอีกครั้งหนึ่งผู้แทนวุฒิคนเมื่อสักครู่มาจากการสรรหา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ พอแล้วครับ ผมป่ดแล้วครับ ป่ดการอภิปราย ต่อไปผมจะขอมติครับ เพราะว่าใช้เวลาพอสมควรแล้ว ผมจะถามมติ ที่ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อใช้สิทธิ ในการโหวตมตินะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญเข้าห้องประชุมครับ มีอะไรอีก ล่ะครับ ผมป่ดแล้วป่ดการอภิปรายแล้วครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สมุทรปราการ) เข้าใจแล้วครับท่านประธาน ผมเองผมจะเสนอญัตติครับ ขอให้การลงคะแนนโดยการ ขานชื่อครับ เพราะว่าการเลื่อนญัตติต่าง ๆ นั้นเปึนเรื่องที่สําคัญมากวันนี้ผมก็ในฐานะ ที่เปึนผู้แทนคนหนึ่งของรัฐสภาแห่งนี้ อยากจะทราบครับว่าเหตุผลต่าง ๆ ทั้งหลาย เปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอญัตติครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

คุณประเสริฐครับ ไม่ต้องรับรองแล้ว เอกสิทธิ์ของท่าน แต่ว่าผมอยากจะขอร้อง คือว่างานมันไม่เดินเลยนะครับอายชาวบ้าน ชาวเมืองเขาบ้างครับ เราสภาอันทรงเกียรตินะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับวันนี้มีการถกเถียงกันมากเหลือเกินเรื่องของ ระบอบประชาธิปไตยซึ่งต้องมีการแก้ไข ๗ เดือนแล้วครับไม่คืบหน้าไปไหนไปเลย วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็บอกแล้วว่ายุติธรรมสมานฉันท์รักษาระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าวันนี้ขนาดแค่นําเสนอผมก็นั่งฟังอยู่ยังมีการประท้วงกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมคิด ว่าผมจึงเสนอญัตติขอให้ลงมติด้วยการขานชื่อครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับคุณประเสริฐ พอแล้ว ครับ มีอะไรครับคุณวิชาญ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมว่าที่ท่านประธานกําลังบรรจุวาระมีทางออกนะครับ ไม่ต้องถึงกับมีการโหวตหรอกครับ แต่ขอพิจารณานิดหนึ่งครับ ในเมื่อรัฐบาลเอง เห็นความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนะครับ เราก็ เห็นด้วยครับ แต่ส่วนหนึ่งนั้นพวกเราเองเกรงว่าระเบียบวาระของรัฐสภานั้นมันค้าง มานานแล้วตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ พอแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่ครับ ท่านประธานฟังนิดหนึ่งสิครับ ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ฟังมาพอแล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

๑ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ชั่วโมงกว่า

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาต ๑ นาทีครับ ผมกําลังถามท่านประธานครับกับที่ประชุมแห่งนี้ว่าถ้าวันนี้ ยกโหวตอย่างไร หรือขานชื่ออย่างไรนั้น ผมคิดว่าร่างที่ทางรัฐบาลเสนอนั้นก็คงจะผ่าน แต่กําลังคุยกันว่าเอาล่ะครับครั้งนี้ผ่านให้ครั้งหน้าถ้ามีการเป่ดสมัยประชุมของรัฐสภา ขอให้บรรจุวาระอันนี้ขึ้นมาโดยไม่ต้องมีการข้ามอย่างนี้ได้ไหมครับ ในส่วนของเรื่องด่วน เรื่องที่ ๑ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันนี้ได้ไหมครับเปึนการพูดคุยกัน ในเมื่อรัฐบาลเองเห็นว่ามีความจําเปึน ความสําคัญ รัฐสภาแห่งนี้ก็มีความเห็นตรงกัน ขออนุญาตว่าครั้งนี้ไม่มีการโหวตให้ผ่านตรงนี้ไปแล้วเราอภิปรายกัน แต่ครั้งหน้าถ้ามีการ เป่ดสมัยประชุมรัฐสภา ขอให้เอาเรื่องนี้บรรจุเข้ามาแต่ห้ามข้ามได้ไหมครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมแจ้งให้ทราบนะครับ วาระที่ ๑ นี้ จะต้องอยู่เสมอไปจนมีการอภิปรายครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต้องบรรจุไว้อย่างนี้นะครับ ตาม ระเบียบครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ อยู่ แต่ขอให้มีการพิจารณาเลยได้ไหม ครั้งหน้าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือเดี๋ยวเรื่องมันจะตกไปนะครับ มันเสนอญัตติซ้อนญัตตินะครับ อย่าทําให้ประธานหลงกลเลยครับ พอแล้วครับ เชิญคุณวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เพื่อประหยัดเวลา เพื่อความ สะดวกรวดเร็วนะครับ ผมขออนุญาตลงคะแนนโดยการเสียบบัตรลงคะแนน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ ขอเสนอเปึนญัตตินะครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาในการเสนอโหวตในการ รับรองด้วยการขานชื่อนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือในข้อบังคับมันไม่มี เราอาศัย บรรทัดฐานที่แล้ว ๆ มาเท่านั้นเองครับ คือไม่มีว่า การนับองค์ประชุม การอะไรต่าง ๆ ในข้อบังคับไม่ได้เขียนไว้เลยครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงการเสนอของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ต่อ ท่านประธาน ในการที่ขอนับอย่างเป่ดเผย ผมเรียนว่าอันนี้คือญัตติครับ ท่านประธานครับ ซึ่งมันมีข้อบังคับการประชุม ข้อ ๗๒ กําหนดไว้ชัดเจนว่า การลงญัตตินั้นต้องออกเสียง ลงคะแนนให้กระทําการเปึนการเป่ดเผย ยกเว้นเปึนอย่างอื่น แต่เปึนอย่างอื่นไม่ได้ หมายความว่าให้เขาอยู่ ๆ มาใช้เอกสิทธิ์ได้ครับ ฉะนั้นขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๗๒ ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมเข้าใจครับ แล้วก็มีผู้เสนอมาแล้ว มันมีญัตติทั้งฝ์ายผู้ขอนับองค์ประชุม ทั้งฝ์ายผู้ขอให้ลงคะแนนโดยการเสียบบัตรครับ มันก็มี ๒ ทางนะครับ ๑. คือนับโดยขานชื่อ ๒. โดยการเสียบบัตร ก็มันมีญัตติอยู่ ๒ ญัตติ อย่างนี้ครับ แล้วผมก็จะถามที่ประชุมนะครับ ก่อนที่จะถาม

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณอดุลย์มีอะไรอีกหรือครับ คุณเปึน คนเสนอ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ท่านประเสริฐไม่ได้เสนอเปึนญัตตินะครับ เปึนเอกสิทธิ์ของท่านประเสริฐที่จะให้ นับคะแนนโดยการขานชื่อครับ ท่านประธานครับ มันเปึนเอกสิทธิ์ครับ ท่านประธานครับ เปึนวิธีการที่จะนับคะแนนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จําเปึนจะต้องประชุม แล้วครับ ถ้าเปึนเอกสิทธิ์ตลอดทุกอย่างก็ไม่มีองค์ประชุมแล้วครับ เชิญคุณนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๗๕ นั้น การออกเสียงลงคะแนนโดยเป่ดเผย เปึนวิธีการที่ประธานเปึน ผู้กําหนด ท่านประธานใช้อํานาจกําหนดให้เสียบบัตรลงคะแนนก็เปึนอํานาจ แต่ถ้า สมาชิกจะร้องขอให้เปลี่ยน วิธีการก็จะต้องเสนอเปึนญัตติ ไม่เปึนเอกสิทธิ์ ว่าสมาชิกร้องขอ ให้ขานชื่อที่ประชุมจะต้องขานชื่อ จะต้องอาศัยมติที่ประชุมถึงจะเปลี่ยนการลงมติตามที่ ท่านประธานกําหนดได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานสามารถกําหนดได้เลยว่า จะใช้วิธีโดย การเสียบบัตร ที่ประชุมต้องทําตามที่ประธานกําหนด แต่ถ้าสมาชิกร้องขอให้เปลี่ยน วิธีการประชุมลงมติโดยการขานชื่อนั้นจะต้องใช้มติของที่ประชุม ไม่เปึนเอกสิทธิ์ครับ อันนี้ขอให้ประธานดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ตั้งแต่มาตรา ๗๒ มาตรา๗๓ มาตรา ๗๔ มาตรา ๗๕ มันชัดอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าผมเห็นว่าเพื่อบรรยากาศนะครับ ทุกฝ์ายให้ไปด้วยกันโดยสมานฉันท์ ผมจึงเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์ายเต็มที่นะครับ เสียเวลามา ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงนะครับ ผมอาศัยอํานาจประธานสภาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๕ นะครับ ใน (๑) เลยครับ ใช้เครื่องออกเสียง ลงคะแนนตามที่ประธานกําหนด คือให้ใช้วิธีเสียบบัตรลงคะแนนครับ ต่อไปผมจะถามมติ ที่ประชุมแล้วครับ ผมไม่ให้ใครพูดอีกแล้วครับ พอแล้วครับ ผมขอมติเลยครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมดูข้อบังคับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมขอมติเลยครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ นี่รัฐสภานะครับ ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมเรียนแล้วว่า ผมขอให้ยุติแค่นี้ นะครับ เพราะเรามีข้อบังคับ เราก็ทําตามข้อบังคับ เราไม่ได้ฝ๋นข้อบังคับนะครับ เพราะการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงนี่เมื่อมันมีผู้ใดผู้หนึ่งมีความขัดแย้ง ประธานก็ต้องชี้ขาด ตอนนี้ผมชี้ขาดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๕ (๑) นะครับ ก็แล้วแต่ครับ ถ้าผมทําผิดท่านจะ ดําเนินการอย่างไรผมก็แล้วแต่ครับ ผมถือว่าที่ประชุมนี้เปึนเรื่องที่จะต้องใช้สิทธิ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

คุณหมอมีอะไรล่ะครับ ประท้วง ตลอดเลยคุณหมอ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานทําผิดข้อบังคับครับ ไม่ได้ ประท้วงตลอดครับ ท่านประธานต้องถอนคําพูดเรื่องนี้ด้วย ผมพยายามรักษาข้อบังคับ การประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมไม่ถอนละครับ ผมไม่ถอนครับ ผมถือว่าผมได้พูดไปแล้ว

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ก็ไม่เปึนไรครับ ท่านประธาน ท่านประธานจะได้บันทึกข้อวินิจฉัยท่านประธานไว้ในรายงานการประชุม ของสมาชิกรัฐสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เขาบันทึกไว้แล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๔๖ ครับ ท่านประธานครับ เปึนสิทธิของสมาชิกที่จะเสนอญัตติ ไม่ได้ผิดข้อบังคับใด ๆ ครับ ซีกนี้เขาเสนอญัตติวิธีการลงคะแนน ลงมติโดยการออกเสียง ขานชื่อโดยการเป่ดเผยก็เปึนสิทธิครับ ข้อ ๔๖ เขียนไว้ ซีกโน้นขอให้ลงมติโดยการ เสียบบัตรแสดงตน ท่านประธานครับ เมื่อมีผู้เสนอญัตติท่านประธานต้องดําเนินการ ไปตามที่มีผู้เสนอญัตติ ผลจะออกมาเปึนอย่างไรก็ขึ้นกับสภาครับท่านประธานครับ เพราะเขาให้สภาวินิจฉัยครับ ข้อ ๗๕ ก็เขียนไว้กรณีสภาวินิจฉัยเปึนอื่นก็เปึนไปตามนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานครับ อํานาจท่านประธานมี แต่ว่าต้องเคารพสมาชิกครับ นี่แหละครับ คือการทําผิดของ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมเคารพหมดแล้ว ถ้าผมไม่เคารพ ผมไม่ให้พูด อันนี้เคารพมากที่สุดแล้วที่ให้พูดครับ จะให้ผมทําอะไรอีก หรือจะให้กด ตลอดไปว่าไม่ให้พูดอย่างนั้นหรือ ผมว่าน่าเกลียดมากนะครับ สงสารคนแก่บ้างเถอะ ไม่ได้งงอะไรทั้งสิ้น เราก็ทําตามข้อบังคับ ฉะนั้นผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ มันมี ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งให้นับโดยขานชื่อ ฝ์ายหนึ่งให้ใช้บัตรเสียบลงคะแนน ผมขอถามมติ ที่ประชุมนะครับ ให้ใช้สิทธิในการลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรเสียบบัตรลงคะแนน ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรนับขานชื่อนะครับ ก็ให้

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อะไรอีกหรือ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ผมประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อะไรอีก

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ขออนุญาต ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะเปึนการทําผิดแล้วผิดอีก ซ้ําแล้วซ้ําอีก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือมันผิดตลอดตั้งแต่ต้นมาแล้วครับ พอเรื่องมันจะไปแล้วไปไม่ได้ มันก็ผิดมาตลอดนะครับ คือชาวบ้านเขาคงรําคาญเหลือทน แล้วละครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

อย่างไร ท่านประธานก็ต้องทนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เหลือทนพอแรงแล้วนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมอย่างนี้นะครับท่านประธาน ให้ผมพูดนิดหนึ่งครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เอาเชิญเลยครับ มีแต่คุณหมอทั้งนั้น นักพูดทั้งนั้น

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ไม่ใช่นักกฎหมายท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องการนับองค์ประชุมหรือว่า การนับคะแนนท่านประธาน มันเปึนเอกสิทธิ์นะครับ ท่านประธาน เราต้องดูนะครับ การขอนับคะแนนนับอะไรทั้งหลาย ถ้าท่านบอกว่าเปึน ไม่ใช่เอกสิทธิ์ ต่อไปมันจะเปึน ประเพณีปฏิบัติ ต่อไปนี้นะครับ คือถ้ารัฐบาลบอก เมื่อเช้านี้ให้ขานชื่อ ความจริงไม่เกี่ยวกับพวกผมเลยนะครับ ท่านประธานเช็กองค์ประชุมกันเองพวกผมไม่ได้เช็กเลย ครั้งแรกผมกดให้ด้วยซ้ําไป ไม่คิดว่า มันจะไม่ครบ แต่ว่าถึงเวลา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ มีอะไรเข้าเนื้อหาเลยครับ เข้าเนื้อหา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

นี่อย่างไร ครับ ฝ์ายโน้นให้นับโดยการขานชื่อ ท่านก็ทําไปตามนั้น แต่ตอนนี้เพื่อนสมาชิกให้ขานชื่อ ถ้าท่านไม่ทําตามจะเกิดปัญหาครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ คือผมเรียนคุณหมอที่รัก ให้ทราบนะครับ คือตอนนี้ผมได้เรียนต่อที่ประชุมแล้วผมจะขอลงมติ แล้วก็คุณประเสริฐ ได้เสนอให้ขานชื่อการลงคะแนน แล้วฝ์ายคุณวิรัตน์ก็เสนอให้เสียบบัตร มันก็มีเรื่อง ๒ เรื่องนี่ว่าจะเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะเสียบบัตรหรือจะขานชื่อลงคะแนน มันมีเท่านั้นเอง ครับ เพราะเดี๋ยวนี้ผมสรุปมาอย่างนั้น ผมก็ทําตามข้อบังคับ คุณหมอที่เคารพ ผมก็เรียน ด้วยความสัตย์จริงอย่างนี้ อย่าให้เสียเวลาเลยครับ ต่อไปผมจะถามที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรเสียบบัตร ท่านสมาชิกรัฐสภาโปรดลงคะแนน เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็น ว่าควรนับคะแนนโดยการขานชื่อโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ โปรดใช้สิทธิครับ ผมไม่ให้พูดแล้วครับ พอแล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิกันเสร็จหรือยังครับ ใช้สิทธิ เสร็จแล้วนะครับ ผมขอผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๒๐ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๔ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ก็ถือว่า ใช้สิทธิในการที่จะโหวตว่าจะเอาระเบียบวาระตาม ๑ หรือจะเอาตามที่คุณชินวรณ์เสนอ เลื่อนระเบียบวาระนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมเปึนคนเสนอก่อนนะครับว่าให้ลงมติด้วยวิธี ขานชื่อ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ผ่านไปแล้วครับ ผ่านไปแล้วครับ ท่านผู้ทรงเกียรติของรัฐสภาแห่งนี้ครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

คะแนนที่ลงนี้เห็นด้วยกับผมใช่ไหมครับ ที่ตั้งคําถามเมื่อสักครู่นี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผ่านไปแล้วนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มันเสร็จไปแล้วเรื่องนี้นะครับ ผมกําลังจะถามมติว่าจะเอา

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานทําผิดข้อบังคับการประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จะเอารัฐธรรมนูญเข้าหรือจะเอา การเลื่อนระเบียบวาระเข้า มันมีแค่นั้นเองครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ใช่ก็เรื่องของท่านไม่ใช่ แต่ผมถือว่า ใช่ก็แล้วกันนะครับ ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วย

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน ท่านประธานทําผิดข้อบังคับการประชุม นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ฟังประธานแล้วจะให้ประธาน นั่งประชุมทําอะไรนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านต้องฟังประธานนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ฟังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญนั่งลงครับ ถ้าท่านฟังครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

โอ.เค. ครับ นั่งแล้วเดี๋ยวผมขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ขอให้จบเรื่องนี้แล้วก็ผมจะอนุญาต ให้พูด ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๘ ครับ ขอให้ท่านประธานปฏิบัติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมปฏิบัติแล้ว คุณน่ะปฏิบัติผิด

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานฟังก่อนสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ประท้วงเรื่อย

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นะครับ ผมไม่ได้พร่ําเพรื่อนะครับ เรื่องการประท้วงนี่ ขออนุญาตท่านประท้วงหน่อยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมนับดูเหมือนจะ ๕ ครั้งแล้วครับ ตั้งแต่ผมมานั่งตรงนี้ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่ถึงหรอกครับ ผมเพิ่งครั้งที่ ๒ ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ลุกขึ้นลุกลงก็ ๒ ครั้ง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานอารมณ์ดีจังเลยครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานขอมติที่ประชุมนะครับ เนื่องจากว่ามีผู้เสนอให้ มีการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในญัตติดังกล่าว แล้วก็มีการพิจารณาไป แต่โดยวิธีการนี้ก็บอกว่า มีการเสนอญัตติขึ้นมาญัตติหนึ่งว่าให้คงไว้ตามระเบียบวาระ ประเด็นก็คือว่าผู้เสนอญัตติ คนแรกนะครับ ได้เสนอให้มีการใช้วิธีการในการขาน ในการลงมติ โดยวิธีการเช็ก องค์ประชุมโดยเสียบบัตร

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ให้เช็กองค์ประชุมครับ ขานชื่อ คะแนน

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขานชื่อครับ โดยการเสียบบัตร แต่ส่วนของคุณประเสริฐ ได้เสนอโดยวิธีการขานชื่อ ทีนี้ท่านประธานเองก็ไม่ได้บอกนะครับว่าจะต้องใช้การกดบัตรอย่างไร ประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในส่วนนี้นะครับ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ต้องเรียกญัตติ หลังหรือก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมถามท่านจะใช้ข้อบังคับข้อใด บอกผมด้วย

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานต้องปฏิบัติตามระเบียบในเรื่องของการประชุม เพราะเปึนประธาน ในที่ประชุมครับ ต้องถือปฏิบัติดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมก็ปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับ หมดแล้วครับ ก็ถามมติเลยครับ ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรเอาไว้ตามระเบียบวาระโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็นว่าควรเลื่อนระเบียบวาระจาก ๒ ถึง ๘ นะครับ คือ ๘ ฉบับนั้นก็โปรด กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านใด

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ขออนุญาตครับ อนุศักดิ์ครับ ขอความกรุณาท่านประธานช่วยกรุณาทบทวนมติใหม่อีกครั้งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านฟังไม่ชัดใช่ไหมครับ ก็เอาให้ชัด นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรให้คงตามระเบียบวาระให้กดปุ์ม เห็นด้วย ชัดไหมครับ ถ้าใคร เห็นว่าควรเลื่อนระเบียบวาระตามที่คุณชินวรณ์เสนอให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครงดออก เสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิ พอเข้าใจนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิแล้วนะครับ ทุกท่านใช้สิทธิ เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดไม่ได้ใช้สิทธินะครับ ก็ถือว่าใช้สิทธิทั้งรัฐสภาแล้ว โปรดส่งผลคะแนนมา ปรากฏผลดังนี้นะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๒๐ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ก็ผลปรากฏว่าต้องเลื่อนระเบียบวาระตามที่คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอ ก็ดําเนินการ ต่อไปนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๒ กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ขอเชิญคณะรัฐมนตรีแถลงครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยได้กําหนดนโยบายที่จะเร่งการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศและให้ความสําคัญแก่ โครงการลงทุนที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน ยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะ การลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ การลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างระบบ ประกันสุขภาพที่มุ่งสู่การปัองกัน และส่งเสริมคุณภาพ การลงทุนพัฒนาระบบขนส่ง มวลชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ํา และการชลประทานให้สามารถ เริ่มดําเนินการโครงการได้ในป้ ๒๕๕๒ โดยให้ความสําคัญแก่การมีส่วนร่วมของประชาชน การรักษาสิ่งแวดล้อม การดําเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้และการรักษาวินัย การคลังของประเทศ รวมทั้งเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลได้กําหนดนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การขยายให้การ บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กระจายไปสู่ภูมิภาค การพัฒนาระบบคมนาคม ขนส่ง และโลจิสติกส์ (Logistics) รวมทั้งการเชื่อมโยงโครงข่าย การคมนาคมกับประเทศ เพื่อนบ้าน การพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ การพัฒนาโครงข่ายทางหลวง สายประธานสายหลัก และโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และการเพิ่มพื้นที่ ชลประทาน รวมทั้งการขยายระบบการกระจายน้ําในพื้นที่ชลประทานให้ใช้ประโยชน์ให้ เต็มศักยภาพ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ปัจจุบันปัญหาวิกฤตการณ์การเงินโลกทําให้ ประเทศต่าง ๆ ประสบกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินชะลอตัวและถดถอย โดยเฉพาะ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปึนต้นตอของปัญหาวิกฤติการเงินโลกในครั้งนี้ประสบกับ ปัญหาวิกฤตการณ์ของระบบสถาบันการเงินอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบให้ภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้หดตัวอย่างรุนแรง โดยในป้ ๒๕๕๑ สหรัฐอเมริกามีอัตราการ ขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ มีอัตราการขยายตัวที่ติดลบถึงร้อยละ ๓.๘ การหดตัวของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปึนประเทศที่มีขนาดของระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกสินค้า และบริการของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ไปยังตลาดดังกล่าวรวมถึงประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ โลกที่เกิดขึ้นเช่นกัน สําหรับประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลก ที่กล่าวเช่นกัน โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย ในป้ ๒๕๕๑ ขยายตัวได้เพียง ร้อยละ ๒.๖ ต่อป้ เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายมีการหดตัวอย่างรุนแรงถึง ร้อยละ ๔.๓ ซึ่งถือเปึนการขยายตัวที่ติดลบเปึนครั้งแรกในรอบ ๑๐ ป้ โดยเฉพาะ ภาคส่งออก ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่หดตัวลง จึงทําให้ปริมาณการส่งออกสินค้า และ บริการในช่วงครึ่งป้หลังของป้ ๒๕๕๑ ลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นขยายตัวในอัตราติดลบ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ เปึนต้นมา และในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ขยายตัวติดลบ ถึงร้อยละ ๒๖ ซึ่งนับเปึนอัตราการขยายตัวต่ําที่สุด ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ส่งผลให้การใช้จ่าย เพื่อการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อสภาวะการจ้างงาน ภายในประเทศและอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสังคมตามมาในอนาคต ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ในป้ ๒๕๕๒ คาดว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลก จะขยายตัวต่ํากว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยจะขยายตัวประมาณร้อยละ ๐.๕ ถึง ๐.๙ ดังนั้น จึงคาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมของไทยในป้ ๒๕๕๒ มีความเสี่ยงที่จะหดตัวอย่างชัดเจน ในช่วงครึ่งป้แรก ซึ่งอาจจะทําให้ขยายตัวติดลบโดยเฉลี่ยทั้งป้ เนื่องจากปัญหาการ ถดถอยของภาคการส่งออก การลดลงของจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ การลดลงของ ราคาสินค้าเกษตร การชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน โดยมีแนวโน้มว่าจํานวนคน ว่างงานจะเพิ่มขึ้นจาก ๕ แสนคนในปัจจุบันเปึนกว่า ๑ ล้านคนและจะส่งผลให้เกิดปัญหา ความยากจน ปัญหาสังคมและปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ ไทย รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ ได้กําหนดนโยบาย และมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่ม มาตรการด้านการคลังเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในสาขาที่ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกที่สําคัญ ๕ ด้าน ได้แก่

๑. การจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒

๒. มาตรการภาษีเพื่อลดภาระของประชาชนและธุรกิจ

๓. การสนับสนุนสินเชื่อผ่านระบบสถาบันการเงินของรัฐ

๔. การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และ

๕. การเร่งรัดและผลักดันโครงการลงทุนภาครัฐ

ท่านประธานที่เคารพ แหล่งเงินทุนภายใต้งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ ๒๕๕๒ ยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนโครงการลงทุนภาครัฐตามนโยบาย ของรัฐบาล นอกจากนี้โครงการลงทุนภาครัฐภายใต้งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ ๒๕๕๒ มีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มการจ้างงานให้แก่ ระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลจําเปึนต้องจัดหาเงินลงทุนเพิ่มเติมเพื่อสํารองไว้ใช้สนับสนุน การดําเนินงานของรัฐบาล นอกเหนือจากกรอบการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายเพื่อให้ ดําเนินการให้ดําเนินนโยบายฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็ว โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ให้ความเห็นชอบในหลักการการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากสถาบันการเงินและองค์การระหว่างประเทศตามที่ กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนนโยบายการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะ ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง และการลงทุนในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และสังคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ การกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจาก องค์การระหว่างประเทศ และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ๓ แหล่ง คือ ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น เปึนการกู้เงิน จากองค์การระหว่างประเทศซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ได้กําหนดว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือพื้นที่นอก อาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตาม หนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันทางการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ในการดําเนินงาน รัฐบาลจึงเห็นควรเสนอกรอบการเจรจากู้เงิน ร่างสัญญาเงินกู้และ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงการคลังในนามรัฐบาลไทยจะดําเนินการเจรจาและลงนาม กับแหล่งเงินกู้ทั้ง ๓ แหล่งดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาโดยมีประเด็น ในการเจรจากู้เงินดังนี้

๑. วัตถุประสงค์การกู้เงิน

กําหนดกรอบวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน ตามนัยมาตรา ๒๒ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยให้กระทําได้เมื่อ มีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องใช้เปึน เงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนภาครัฐที่สนับสนุนการเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หรือเปึนการกู้เงิน เมื่อมีความจําเปึนต้องกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ โดยการสนับสนุนมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล

๒. กรอบวงเงินกู้

กําหนดกรอบวงเงินกู้ที่จะขอกู้เงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะขอกู้จากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น

๓. กรอบต้นทุนระยะเวลาในการกู้เงิน

กําหนดกรอบในการกู้เงินโดยจัดเจรจาให้ได้ต้นทุนเงินกู้ในระดับที่ เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะตลาด และมีระยะเวลาการกู้เงินที่สอดคล้องกับ ความสามารถในการชําระหนี้ของรัฐบาลในอนาคต โดยมีระยะเงินกู้เฉลี่ยประมาณ ๗-๑๐ ป้ นอกจากนี้ ในการพิจารณาต้นทุนการกู้เงินจะใช้ต้นทุนที่ได้ทําการแปลงหนี้ ต่างประเทศเปึนเงินบาท แล้วเปรียบเทียบกับต้นทุนการกู้เงินในประเทศของรัฐบาลด้วย

๔. กรอบในการจัดซื้อจัดจ้าง

จะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้กฎระเบียบของราชการไทยเปึนหลัก ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดําเนินโครงการและสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกู้ เพื่อสนับสนุนมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลได้ อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี เพื่อให้การดําเนินโครงการต่าง ๆ มีความโปร่งใสและ สามารถตรวจสอบได้ เห็นควรพิจารณาให้แหล่งเงินกู้ทั้ง ๓ แหล่งเข้ามามีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบการดําเนินโครงการภายหลังการจัดซื้อจัดจ้างได้ในลักษณะโพสท์ ออดิท (Post Audit)

๕. กรอบระยะเวลาในการเบิกจ่ายเงินกู้

กําหนดกรอบและระยะเวลาในการเบิกจ่ายเงินกู้ให้สอดคล้องกับ การดําเนินโครงการของรัฐบาล ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการดําเนินงานประมาณ ๓ ป้ โดยจะเจรจาให้ได้เงื่อนไขที่มีประโยชน์ต่อรัฐบาลไทย

๖. กรอบในการกํากับติดตามและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน

กําหนดกรอบในการกํากับติดตามและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโดยให้ มีการตรวจสอบและกํากับติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแหล่งเงินกู้ ทั้ง ๓ แหล่ง และให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและ การใช้จ่ายเงินของทุกโครงการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สําหรับการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เปึนการกู้เงินต่างประเทศจากแหล่งเงินกู้ทางการ ซึ่งมีต้นทุน และเงื่อนไขการกู้เงินที่ดีกว่าการกู้เงินจากตลาดการเงินระหว่างประเทศ และจะเปึน แหล่งเงินทุนสํารองไว้เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สําคัญในการเสริมสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ดังนั้นจึงขอความเห็นชอบกรอบการเจรจากู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้รัฐบาลสามารถดําเนินการเจรจาและ กู้เงินต่างประเทศจากแหล่งเงินกู้ทางการต่อไป รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภา อันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่าจะดําเนินการเจรจา กู้เงินกับแหล่งเงินกู้ทั้งสาม โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้ง อย่างแท้จริงต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเปึนการ อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ขอเชิญคุณสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว. ครับ เชิญครับ คือตามลําดับเรียงไป

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีเวลาค่อนข้างจํากัด จากเดิมที่คิดว่าจะมีเวลาเปึนจํานวนมาก แต่เนื่องจากความจํากัดของการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีจํานวนไม่น้อยที่ได้สนใจ ดังนั้นในเวลาประมาณ ๑๐ นาที ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมี ๒ ประเด็นสําคัญครับ

ประเด็นแรกผมอยากเรียนว่า ผมเข้าใจเหตุผลความจําเปึนพอประมาณ ของรัฐบาลในการที่จะต้องกู้เงิน ไม่ว่าจากต่างประเทศหรือในประเทศ ที่จริงครั้งนี้ก็คือ จะกู้จากต่างประเทศ ที่จริงครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ครั้งนี้ผมคิดว่าก็เปึนจํานวนกี่ครั้ง ผมไม่แน่ใจนะครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ทางรัฐบาลอาจจะต้องใช้เวลาในการที่จะต้อง ชี้แจงต่อไปนะครับ ซึ่งถ้าผมมีเวลาผมอยากจะพูดเพิ่มเติม ในประเด็นที่ทางรัฐบาล พยายามที่จะอธิบายเรื่องของการกู้เงินหลาย ๆ ครั้ง กระทั่งในอนาคตอีก ๓ ป้นะครับ ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมคิดว่ามันมีเจตนารมณ์บางประการอยู่นะครับ ผมไม่ได้คิดว่าจะเปึน เจตนารมณ์ร้าย แต่ผมคิดว่าผมอาจจะคิดเห็นแตกต่างในบางประการ ซึ่งอาจจะต้อง ตั้งประเด็นไว้ก่อน ท่านครับ ในส่วนของที่รัฐบาลประสงค์จะกู้เงิน จํานวน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ที่ผมเรียนว่าผมเองมีเวลาสั้น ดังนั้นก็อาจจะพูด ๑. ก็คือในเชิงของ หลักการ ซึ่งถ้าจะดูจากวัตถุประสงค์ท่านครับ รัฐบาลท่านได้วางวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน ไว้นี้ค่อนข้างมากครับ ผมขออนุญาตท่านอ่านเพียงบางส่วนนะครับ เช่น ท่านระบุเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว หรือเพื่อขยายสินเชื่อให้กับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการภาคการผลิตอื่น ๆ รวมถึงการให้การค้ําประกันสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และนอกจากนั้นก็ยังมีอีก หลายวัตถุประสงค์

ประเด็นผมอย่างนี้ท่านครับ ผมคิดว่าความสําเร็จของการที่จะทําให้ การกู้เงินบรรลุผลสัมฤทธิ์หรือไม่ มันอยู่ตรงที่มิได้เปึนเรื่องของการที่จะทําให้วัตถุประสงค์ มันหลากหลายและมันเกิดผลนะครับ คือผมไม่เชื่อในทฤษฎีนี้อยู่แล้วว่า ถ้าหากว่าท่านเขียนเรื่องของวัตถุประสงค์ในการกู้ไว้หลากหลาย แล้วถึงที่สุดวัตถุประสงค์ ในการกู้จะทําสําเร็จ เช่น ถ้าท่านมุ่งหวังในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจดังคํากล่าวนะครับ ผมไม่แน่ใจครับว่าถ้าหากท่านกู้เอาไปเพื่อที่จะทําหลายเรื่องมากเกินไปมันจะเกิด ความสําเร็จ อย่างเช่น ถ้าหากว่าท่านไม่มุ่งเน้นนะครับในเรื่องของการกู้เพื่อมาลงทุน ก่อให้เกิดรายได้ แล้วลงทุนในประเด็นหรือในภาคส่วนที่ตรงจุดอย่างมีเหตุมีผลผมก็ไม่เชื่อ ว่าท่านจะทําสําเร็จนะครับ รวมถึงท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าผมอยากขอ วางหลักการว่า ถ้าหากว่าท่านกู้เพื่อเอาไปแจกไม่ได้แปลว่าจะไม่เห็นด้วยทั้งหมดนะครับ แต่ว่ามันมีประเด็นที่จะต้องถกเถียงอีกเยอะครับแต่เนื่องจากเวลาสั้น หรือกู้ไปแล้วไม่เกิด การผลิต กู้ไปแล้วไม่เกิดรายได้ กู้ไปแล้วไม่เกิดการหมุนเวียน อย่างนี้เปึนต้นท่านครับ ถึงแม้นเมื่อว่าเมื่องบกลางป้ที่ผ่านมาผมก็เปึนคนหนึ่งที่ยกมือให้กับรัฐบาลอันนี้ก็ต้องบอก อย่างนี้นะครับ แต่ว่ามิได้แปลว่าจะต้องยกมือให้ตลอดไป ครั้งนี้มิได้แปลว่าจะไม่ยกมือให้ ท่านครับ แต่ผมเห็นว่ารัฐบาลเริ่มที่จะกู้เงินเยอะมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องคิดก็คือว่า และจะต้องตั้งคําถามด้วยว่าท่านจะกู้ไปทําอะไรและทําอย่างไร แน่นอนในเอกสาร ๔๐ กว่าหน้าของท่านมันไม่มีรายละเอียดนะครับ ท่านเพียงแต่วันนี้มาขอกรอบนี่ผมเข้าใจ ผมไม่ติดใจตรงนี้ท่านครับ แต่ผมอยากย้ําเน้นว่า แม้แต่การวางกรอบวัตถุประสงค์ไว้ หลายข้อก็อาจจะเปึนปัญหาให้กับรัฐบาลครับ เหตุเพราะว่าปัญหาเรื่องของความ ไม่มีจุดเน้นนี่ละครับที่ทําให้การดําเนินการของรัฐบาลอาจจะไม่ประสบความสําเร็จ ผมมี ความห่วงใยครับ ผมอยากเห็นนโยบายของรัฐบาลนั้นประสบความสําเร็จ ไม่ได้แปลว่าจะ เชียร์ (Cheer) รัฐบาลหรือไม่เชียร์รัฐบาล แต่ผมคิดว่าอยากเห็นว่าเจตนารมณ์ร่วมกัน ประการหนึ่งก็คือว่า อยากจะให้เงินนี้ที่กู้มาไปก่อประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ผมอยากกราบเรียนครับ ผมมีข้อเสนอแนะบางประการในประเด็นทางหลักการ ผมคิดว่า ก็คงเปึนตัวอย่างสั้น ๆ ในความหลากหลายที่รัฐบาลจะกู้ผมตั้งคําถามกับรัฐบาลและ พร้อมกับมีข้อเสนอแนะไปในตัวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวรัฐบาลให้น้ําหนักให้จุดเน้น อย่างไรครับ โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุงหรือว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลอยากจะทําอยู่แล้ว รัฐบาลให้น้ําหนักอย่างไร ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับ ในภาคใต้ที่จริงยังมีศักยภาพอีกเปึนจํานวนมาก แต่ว่าทางภาคใต้เองและผมก็คิดว่า ทั้งประเทศด้วยนะครับ แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ผมใกล้ตัวผม ผมเปึนคน จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการท่องเที่ยว ค่อนข้างน้อยมากครับ ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ท่านธันยรัศม์ท่านเปึนประธาน คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวท่านก็ฝากผมครับ ท่านห่วงใย ที่จังหวัดภูเก็ตเองนะครับ ขนาดว่าทํารายได้ป้หนึ่งเปึนแสนล้านบาทต่อป้นะครับ ก็มีการปรับปรุงเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานด้านการท่องเที่ยวน้อยมากครับ ดังนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้หรือที่จะมีต่อไป ผมถามเรื่องนี้ว่าท่านจะเอาจริงเอาจังแค่ไหนครับ หรือมันจะกระจัดกระจายไปอีก

๒. ผมคิดว่าเราต้องไม่ลืมพี่น้องประชาชนที่เปึนคนรับจ้างซึ่งวันนี้มีมากขึ้น นะครับ ผู้ที่ทําอาชีพค้าขายรายย่อย ผู้ที่เปึนเกษตรกรรายย่อย ประเด็นก็คือว่าท่านกู้มา เพื่อให้เขายังชีพอยู่ได้หรือไม่อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าท่านต้องมีรูปธรรมและท่านจะต้องมี จุดเน้นเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมดีใจอยู่ประการหนึ่งว่า รัฐบาลนี้ยังให้ ความสําคัญกับเรื่องของ โอทอป (OTOP) ท่านจะทําโอทอปในเดือนหน้า ผมคิดว่า ท่านใจกว้างครับ อันนี้ต้องขอชื่นชมท่านนะครับทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เปึนนโยบายที่ริเริ่มมาจาก รัฐบาลของท่าน ในเมื่อท่านเห็นว่านโยบายนี้ดีส่งผลกระทบในทางบวกต่อ พี่น้องประชาชนนะครับในระดับชุมชน ท่านส่งเสริมอันนี้ผมคิดว่าผมอยากชื่นชมท่าน

ถัดมาท่านครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตและตั้งคําถามว่าเรื่องของ การศึกษาท่านครับ แน่นอนมีนโยบายที่แจ่มชัดพอประมาณของทางรัฐบาลนะครับ และท่านอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมเพื่อที่จะไปดูว่าท่านจะปฏิรูปอย่างไร แต่ผมถามท่านว่าเรื่องของการปฏิรูปที่มุ่งไปที่คนนะครับ เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติมาหลายฉบับที่มุ่งเน้นเรื่องนี้นะครับ การศึกษาของชาติ ปฏิรูปที่ผ่านมาก็ ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะเราไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องคน ดังนั้นเงินที่ท่านจะกู้มานี่คําถามผม ก็คือว่าจะไปลงที่เด็กกับครูมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าถ้าท่านมุ่งเน้นเรื่องของคนนี่นะครับ ท่านจะต้องละเลยเรื่องของครูกับเรื่องของเด็กไม่ได้นะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า จะต้องให้เปึนจุดเน้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังอยากจะเรียนต่อท่าน ว่า เรื่องของการกู้เงิน รัฐบาลอาจจะมีความเข้าใจบางประการที่ผมบอกตั้งแต่ตอนแรก ครับท่านว่า ท่านพยายามในการที่อธิบายหรือสัมภาษณ์สื่อหลายครั้งมากว่าท่านได้กู้เงิน ๑ ๒ ๓ ท่านได้กู้เงินเท่านั้นเท่านี้ กระทั่งในอนาคตท่านยังบอกเลยครับว่า ๓ ป้ข้างหน้า ท่านจะกู้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเจตนาท่านถูกหรือเปล่านะครับ ผมคิดว่าท่านกําลังสร้างความเชื่อมั่น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนไป ยังรัฐบาลด้วยความห่วงใยครับ เราไม่ได้เปึนอเมริกานะครับ และท่านต้องเข้าใจ ความเชื่อมั่นเสียใหม่นะครับ ผมคิดว่าความเชื่อมั่นมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ความเชื่อมั่นจาก ต่างประเทศกับความเชื่อมั่นในประเทศ ท่านกู้เงินหรือพยายามบอกว่าจะกู้เงิน มันไม่เหมือนกับที่อเมริกาเขาพยายามที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าเขามีเงินมากพอ คําถามผม ก็คือ เรามีเงินมากพอเหมือนอเมริกาไหมครับ ไม่มีทางครับ เราไม่ได้ผลิตแบงก์เองเหมือน อเมริกา เรากู้มาแล้วเรามีต้นทุนทางการเงิน อย่างน้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ท่านจะต้องจ่าย ดอกเบี้ย ท่านจะต้องกู้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ใน ๓ ป้ ท่านลองคูณดอกเบี้ยดูสิครับโดยไม่นับ เงินต้น เพราะฉะนั้นผมกําลังจะเรียนท่านว่าประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่น ท่านทําลาย ความเชื่อมั่นของคนในประเทศนะครับ ในขณะนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนกําลังห่วงใยก็คือว่า หนี้สาธารณะจะเกิดขึ้นเท่าไรครับท่าน อันนี้ก็คือปัญหาความเชื่อมั่น แล้วความเชื่อมั่น ภายในประเทศที่อาจจะมีน้อยนี่นะครับ คือคนบอกว่าพอจะเปึนหนี้คนจะเริ่มไม่ใช้จ่าย เมื่อคนไม่ใช้จ่าย เครื่องยนต์ตัวสุดท้ายและเปึนเครื่องยนต์เล็กด้วยครับ ก็คือการใช้จ่าย ภายในประเทศ ซึ่งมีเม็ดเงินที่น้อยมากท่านครับ เมื่อเทียบกับอีก ๓ เครื่องยนต์ ความไม่เชื่อมั่นในประเทศจะเกิด ทีนี้ถามว่าความไม่เชื่อมั่นหรือความเชื่อมั่นของ ต่างประเทศที่มีต่อเราคืออะไรครับ ผมอยากกราบเรียนนะครับ อันนี้จริง ๆ ก็เปึนเรื่อง สําคัญมาก เพราะว่าท่านยอมรับในเอกสารว่าสิ่งที่เราเผชิญวิกฤติอยู่ก็คือว่า เรามีปัญหา เรื่อง ๑. การส่งออก ๒. เรื่องของการท่องเที่ยว และ ๓. เรื่องของการลงทุนจาก ต่างประเทศ ๓ เครื่องยนต์หลักนี้มาจากต่างชาติครับ ซึ่งท่านทราบดีกว่าผมอยู่แล้ว ผมไม่ได้เปึนนักเศรษฐศาสตร์ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนว่า จํานวนเงิน ที่ท่านพยายามบอกนี่ท่านอย่าคิดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุน ต่างประเทศนะครับ หรือให้เกิดขึ้นกับเรื่องนักท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือกระทั่งคนที่จะ ซื้อของของเรานะครับ ความเชื่อมั่นของเขากลับอยู่ในประเด็นอื่นต่างหาก ซึ่งผมเอง พยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะไม่ขยายความมันมีนัยทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ในที่นี้ ไหน ๆ จะพูดก็ต้องบอกรัฐบาลตรง ๆ แค่ตั้งประเด็นไว้เฉย ๆ เพราะไม่มีเวลาอภิปราย ผมคิดว่าความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ผมฟังจากเพื่อนชาวต่างชาติ และฟังจาก นักเศรษฐศาสตร์มามากพอสมควรท่านครับ หลีกไม่พ้นเรื่องของปัญหาประชาธิปไตย หลีกไม่พ้นปัญหาเรื่องของหลักนิติธรรม แน่นอนผมเชื่อว่าสังคมเรากําลังอยู่ในความเปึน นิติรัฐระดับหนึ่ง หลักนิติธรรมผมไม่แน่ใจนะครับท่านครับ แต่ผมย้ําว่าผมไม่อยาก อภิปรายเรื่องนี้มาก ดังนั้นผมอยากฝากท่านว่าถ้าเราจะคุยกันตรง ๆ นะครับ เราไม่มีทาง ที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ และผมก็เข้าใจดีว่านักประชาธิปไตยในรัฐบาลเองซึ่งมีก็อึดอัด ท่านครับ ดังนั้นอยากจะบอกท่านว่าในประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่น ขอให้ท่านอาจจะ ลดการพูดเรื่องของการกู้เงินลงได้หรือเปล่าครับ เพราะว่าจะทําให้ประเด็นภายในประเด็น เรื่องของความเชื่อมั่นไม่ตอบสนองท่านนะครับ ส่วนเรื่องภายนอกประเทศเขาไม่สนใจเงิน จํานวน ๑.๔ ล้านล้านบาท ในระยะเวลา ๓–๔ ป้หรอกครับ เพราะเม็ดเงินท่านไปดูสิครับ วันนี้โอบามาเสนอไปอีกเท่าไรครับ ทีละมันมากกว่าเราเปึน ๕๐ เท่า ๑๐๐ เท่า ท่านครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่นก็เปึน เรื่องที่จะต้องทําความเข้าใจให้ดีนะครับ ผมมีความห่วงใยครับ

ประเด็นสุดท้ายท่านครับ ผมมีข้อสังเกต อาจจะเปึนข้อเสนอแนะไปในตัว นะครับ เพื่อวางไว้เปึนหลักในการที่จะทําหน้าที่ของผมต่อไปในคราวหน้า เมื่อเวลา ท่านคิดจะกู้เงินมากขึ้น คือผมอยากจะช่วยท่านคิดครับ ผมคิดว่ามันมีแนวทางอื่น ไหมครับประเทศไทยของเราในการที่จะทําให้เศรษฐกิจของเราพออยู่ได้ เราไม่หวัง ความรุ่งเรืองครับ วันนี้ถึงแม้น จีดีพี (GDP) เราไม่โต ผมคิดว่าผมทําใจได้ครับ แต่ทําอย่างไรเราจึงจะไม่ให้ ติดลบและมากไปกว่านั้นก็คือว่า ทําอย่างไรจึงจะไม่ให้พี่น้องประชาชนที่ยากไร้ เขาอยู่ได้ ผมมีแนวทางที่อยากจะเสนอท่านให้พิจารณาครับ

ประการแรก ก็คือว่าท่านลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเปึนลงได้ไหมครับ เช่น งบประมาณในการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ท่านลดลงได้ไหมครับ ค่อยซื้อในยามที่ ประเทศเรามีฐานะการเงินดีกว่านี้ได้ไหมครับ

ประการที่สอง ก็คือผมอยากย้ําจุดเดิมว่า ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ วันนี้เราช้าไปเท่าไรในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง ในการปฏิรูปประชาธิปไตยและฟุ๋นฟู หลักนิติธรรมให้เกิดความเชื่อถือจากต่างประเทศ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราไม่มีทางที่จะได้เพิ่ม นักลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพิ่มการส่งออก ผมไม่คิดว่าเราจะทําได้นะครับ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เราจําเปึนที่จะต้องทําอย่างเร่งด่วน ครับ และผมคนหนึ่งพร้อมเพื่อนสมาชิกอีกจํานวนไม่น้อยที่พร้อมที่จะหันหน้ามาร่วม ปรึกษาหารือกัน

ประการที่สาม ท่านครับ ซึ่งอีกไม่นานนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยาก เรียนว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลไม่จําเปึนในการที่จะต้องไปมุ่งเรื่องของการแก้ไขพัฒนายกระดับ อุตสาหกรรมหรือการส่งออกให้มันมากนัก เปล่าเลยครับ ไม่ได้แปลว่าผมไม่เห็นด้วยกับ การพัฒนาอุตสาหกรรมหรือการส่งออก แต่ยามนี้ท่านไปขายให้ใครครับ ท่านกู้เงินมาและ ท่านไปอุดหนุนกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือกระทั่ง ขนาดกลางนะครับ ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วยทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ว่าผมคิดว่าจุดเน้นท่าน คืออะไร ผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านไปหนุนตรงนี้มากขึ้น ท่านก็ไม่รู้จะเพิ่มกําลังผลิตไปขาย ให้ใครครับ วันนี้ทั่วโลกต่างก็ไม่มีเงินซื้อครับ ดังนั้นในยามนี้สิ่งที่ท่านควรจะหันกลับมา ก็คือว่า ท่านกลับมาใช้เงินเพื่อการพัฒนาคนได้ไหมครับ เราทุ่มเทกันครั้งใหญ่ได้ไหมครับ พัฒนาคนอย่างต่อเนื่องให้คนคิดเปึน ทําเปึน มีทักษะในเรื่องของการประกอบการ ในเรื่อง ของการสร้างอาชีพ เราทําได้ไหมครับ เราทําอาชีพที่ยืนอยู่บนฐานของปัญญาอย่าง แท้จริง โดยที่ไม่ทําลายสิ่งแวดล้อม ที่ประเภทกําไรต่ํานะครับ กู้เงินมาลงทุน ในอุตสาหกรรมขนาดหนัก ซึ่งรัฐมนตรีบางคนยังอยากจะอุดหนุนอยู่นะครับ บางคน คิดจะไปสร้างป่โตรเคมีที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ผมอยากเตือนท่านด้วยความเคารพ นะครับ ผมเชื่อว่าคนจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ยอมให้มีการทําลายสุขภาพ ชาวนครศรีธรรมราช นิคมอุตสาหกรรมท่านไปทบทวนใหม่เถอะครับ ป่โตรเคมีท่านไป ทบทวนเถอะครับ โครงการลงทุนเปึนหลายแสนล้านบาท ชาวนครศรีธรรมราช มียุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเปึนของตัวเองครับ ซึ่งเราเน้นเรื่องความยั่งยืน เรื่อง สิ่งแวดล้อม เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการศึกษาและเรื่องการเกษตร ป่โตรเคมีผมแน่ใจว่า ชาวนครศรีธรรมราชไม่เอาครับ แต่ผมยกตัวอย่างนครศรีธรรมราชมันเปึนตัวอย่างใกล้ตัว แต่ผมคิดว่าที่อื่นก็เช่นกัน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เราใช้การซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา เปึนวัตถุดิบมาก ๆ และกําไรต่ํานิดเดียว แล้วเรากดขี่แรงงานนี่นะครับ ผมคิดว่าเราลดลง ได้ไหมครับ เราใช้เวลาในขณะนี้พลิกวิกฤติให้เปึนโอกาสอย่างแท้จริง และก็ไปทบทวน การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเสียใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ทําอย่างไรท่านจะ ปลดปล่อยคนยากคนจน คนที่ยังทําการผลิตได้ไม่มากให้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ให้ช่วยกันในการที่จะนําทรัพยากรของเรามาก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่กับตัว เขาเอง แล้วต่อบ้านเมืองของเรา อันนี้เปึนความห่วงใยที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ นะครับ หมดเวลาพอดีท่านครับ ผมขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายแสดง ความคิดเห็น ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ถ้าผมไม่ได้อภิปรายก็คงจะ นอนไม่หลับอย่างแน่นอน และข้อสําคัญก็เชื่อว่าผมเองก็คงจะต้องเรียนกับท่านประธาน ว่า ไม่ใช่นอนไม่หลับอย่างเดียว ก็คงกินไม่ได้ด้วย อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ถือเปึนอีกวาระหนึ่งที่เปึนความสําคัญอย่างใหญ่หลวงของประเทศของเรา วันนี้รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านได้เสนอ กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คําถามก็คือ ถ้าเราไม่กู้ มันฟุ๋นฟูไม่ได้หรือท่านประธาน เราจะฟุ๋นฟูประเทศมันต้องมาจาก เงินกู้ใช่ไหม อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยของเราเรารู้จัก การกู้เงิน ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ก็ ๒๔๙๓ ที่เรารู้จักการกู้เงินครั้งแรก แล้วเราก็กู้มาโดย สม่ําเสมอเห็นการกู้เปึนเรื่องสนุก ผมเองก็เปึนคนที่ค่อนข้างจะอ่านอดีตมาก แล้วก็ศึกษา ในอดีตพอสมควรทีเดียวก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ยังขอบคุณ บางเรื่อง แม้รัฐธรรมนูญ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ พวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจะบอกว่าไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะว่ามาจากเผด็จการ แต่ส่วนที่ดี ก็คงยังมีบ้าง เช่น ในเรื่องของการที่วันนี้คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องมาเอาเรื่อง ดังกล่าวมาขออนุมัติต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า เรามีกฎหมายอยู่ก็คือกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๔๘ แล้วก็ แก้ไขฉบับที่ ๒ ป้ ๒๕๕๑ แล้วก็รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ จึงทําให้ วันนี้รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่สภา มิเช่นนั้นพี่น้องประชาชน ผู้แทนราษฎรก็คงจะไม่ทราบละครับว่ารัฐบาลไปทําอะไรมาบ้าง ทําไปแล้วถึงขนาดไหน อย่างไร ก็คนที่จะรู้มากก็คือคนที่จะทําอยู่กับมือ ก็คือคนที่เปึนรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี หรือผู้ใกล้ชิด แต่พี่น้องประชาชนสิครับ ที่อยู่ไกลออกไป ถ้าไม่ได้รับข่าวสาร หรือข่าวสาร ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนก็จะเสียโอกาสแล้วก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงโดยแท้ว่า จริง ๆ แล้วบ้านเมืองของเราเปึนอย่างไร เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราพัฒนาประเทศถ้าเราไม่กู้พัฒนาไม่ได้หรือท่านประธาน ผมไม่แน่ใจครับท่านประธาน โดยหลักของการกู้เงินคนที่จะกู้เงินโดยหลักแล้ว ก็คือคนที่ไม่มีเงิน คนขาดเงิน คนเดือดร้อน คนที่เขาเดือดร้อนเขาถึงกู้ ถ้าเขากู้ไปเพื่อที่จะมาก่อสร้างเพื่อมาลงทุน เพื่อมาทําการค้าหรืออะไรอย่างนั้นก็ไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้ากู้มาเพื่อที่จะไปใช้จ่ายโดยที่ ไม่เกิดผลเม็ดเงินในการที่จะพัฒนาแล้วเขาไม่ทํากันนะท่านประธาน ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ ในคําสอนของคัมภีร์ไบเบิ้ล (Bible) ผมเองก็นับถือ ศาสนาพุทธนะครับ แต่ว่าในคัมภีร์ไบเบิ้ลเขาก็มี ถ้าพูดถึงบอกว่าการที่จะทําให้ดีที่สุด ก็คือทําให้คนมีความรู้ในการที่จะดูแลตนเองได้ ก็คือเปรียบเปรยนั่นก็คือถ้าจะเปึนไปได้ ก็คือสอนให้เขาตกปลาเปึน แต่ไม่ใช่หาปลาไปให้เขากิน ถ้าตราบใดก็ตามแต่หาปลา ให้เขากินมันก็ได้แค่นั้นครับท่านประธาน ปลาหมดแล้วก็แล้วไปความยากจนเขายังอยู่ เหมือนเดิม ผมอยากจะกราบเรียนครับวันนี้ก็คงต้องบอกว่าเราก็ต้องลงทุน แต่ว่าลงทุนนั้น ผมไม่อยากจะเห็นการกู้ครับท่านประธานครับ วันนี้ต้องบอกว่าสิ่งสําคัญก็คือ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีครับ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่กู้มาแล้วดอกเบี้ยใครเปึนคนใช้ แล้วเงินต้นที่กู้มาสร้างใครเปึน คนใช้ คณะรัฐมนตรีเปึนคนเอาไปใช้ แต่ใช้เงินนี้ใช้แน่นอนเอาเงินออกมาใช้ แต่คําถาม ก็คือว่าคนที่ใช้หนี้คือใคร ท้ายที่สุดท่านก็ต้องไปขึ้นภาษี ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่าป้นี้เราเก็บภาษียังไม่ได้ตามเปัาเลย แล้วก็จะต้องขยายการเก็บภาษี รัฐบาลก็ได้ตั้งเปัาการเก็บภาษีไว้หลายเรื่องหลายอย่าง เรื่องที่เห็น ๆ ก็ชัด ๆ เจน ๆ ที่ผ่าน ไปก็คือเรื่องน้ํามัน ต่อไปก็จะเปึนภาษีอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเปึนภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือน หรือภาษีอื่น ๆ อีกมากมายที่จะต้องเพิ่มขึ้น วันนี้คนที่เสียภาษีอยู่แล้วก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น คนที่ไม่เคยเสียภาษีก็ต้องเสียภาษี สาเหตุที่เปึนอย่างนั้นเพราะอะไร ท่านประธานครับ ไม่ใช่งบประมาณที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเนื่องจากเราต้องเอาไปใช้หนี้ ป้หน้า เราก็ต้องมีหนี้เพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลกู้ครั้งนี้ต้องกรอบบอกว่าขอกู้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คงจะบอกว่าไม่ใช่เปึนครั้งแรกและครั้งเดียว อีกหลายครั้ง เพราะว่าเท่าที่ติดตามข่าวสารต่าง ๆ แล้วมีการเป่ดเผยพอที่จะมีความเชื่อถือได้ว่ารัฐบาล จะกู้อีกหลายครั้ง แล้วก็จํานวนถึงเปึนล้านล้านบาทนะครับ ดอกเบี้ยเท่าไรท่านประธาน ดอกเบี้ยมหาศาลนะครับ คนที่จะต้องใช้หนี้ใช้สินต้องเรียนต่อท่านประธานนะครับ แน่นอนที่สุดห้างร้านบริษัทต่าง ๆ เขาไม่ได้เสียภาษีหรอกครับ แม้เราไปเก็บเขา เขาก็สามารถที่จะเอาไปในการที่จะเรียกว่าอย่างไร เอาไปปรับเปลี่ยนออกไปได้ นั่นคือ ไปขอคืนได้หรือว่าเอาไปหักลดได้ เอาไปหักออกได้จากการลงทุนของเขา แต่คนที่จะเสีย แน่ ๆ นอน ๆ ก็คือคนปลายทางก็คือชาวบ้าน พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปที่ต้องเสีย วันนี้ต้องเปรียบเปรย ยกตัวอย่างเช่น เงิน ๒,๐๐๐ บาท เอาไปให้พี่น้องประชาชนกับ ขึ้นน้ํามันลิตรละ ๕ บาท แค่ ๔ ลิตรท่านประธาน หมดแล้ว ๒,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่ง ยังไม่ถึงเลยแล้วถามว่าอีก ๑๐ ป้ อีก ๕ ป้ อีกป้หนึ่งเขาจะอยู่กันอย่างไร นี่คือสิ่งที่ มันเกิดขึ้น วันนี้ต้องบอกกับรัฐมนตรีครับ ซึ่งความจริงก็เปึนเพื่อนในคณะกรรมาธิการ ด้วยกันนะครับ อยู่ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ด้วยกัน ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหรือที่มีอยู่ท่านจะบริหารอย่างไร ท่าน จะจัดอย่างไร แล้วท่านจะคาดการณ์ว่ามันจะกลับมาได้อย่างไร ท่านต้องบอกให้ พี่น้องประชาชนได้ทราบได้รู้ว่าท่านจะเอาเงินมา ท่านเอามาแล้วท่านจะเอามาทั้งหมด กี่ครั้ง เอาครั้งนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทดอกเบี้ยมันตั้งเท่าไร แล้วท่านจะคืนเงินเท่าไร ในกรอบนี่ก็บอกว่าจะคืนประมาณสัก ท่านจะเอามาใช้ประมาณ ๓ ป้ ในระยะเวลา ๓ ป้ ท่านจะต้องคืนให้เขาประมาณ ๗-๑๐ ป้ ดอกเบี้ยมันเปึนเท่าไร แล้วข้อสําคัญก็คือ ระยะเวลาของการใช้แล้วท่านจะไปเอาเงินที่ไหนมาใช้ ถ้าเราฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเราจะไป ขยายตรงโน้นได้ขยายตรงนี้ได้ นั่นเปึนสิ่งที่เรียกว่ายังไม่เกิดขึ้น มันยังเปึนลมอยู่เลย ท่านประธาน เมื่อสิ่งที่เปึนลมอยู่ถ้าแล้วมันไม่เปึนจริงท่านประธานเราจะทําอย่างไร ลูกหลานไม่เดือดร้อนกันหมดหรือ ผมไม่แน่ใจนะครับท่านประธานว่าการอนุมัติครั้งนี้ ที่รัฐบาลมาขอมันจะเปึนไปตามต้องด้วยที่เราคิดว่าเราจะบริหารประเทศโดยเศรษฐกิจ พอเพียงหรือไม่อย่างไร เพราะว่าปรัชญาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงพระกรุณามอบให้กับพี่น้องประชาชนพสกนิกรของท่าน ท่านให้ดําเนินวิถีชีวิต โดยเศรษฐกิจพอเพียง ผมไม่มั่นใจเหมือนกันว่าการที่เราไปกู้เงินกันมาก ๆ อย่างนี้ แล้วก็ กู้กันหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ หนมันถูกต้องด้วยกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะฟังจากท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า มันถูกต้องด้วยอย่างไรที่เห็นเปึนเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง แต่เท่าที่ผมมองอย่างไร ก็มองไม่ออกท่านประธาน มองไม่เห็นว่ามันเปึนเศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่าการที่กู้มา ต้องเรียนกับท่านประธานว่ามันสร้างหนี้และสินให้กับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้าน ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่าผมเองนั้นไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลย แล้วในระยะเวลาต้องขอ กราบเรียนท่านประธานครับว่าในระยะเวลาที่ให้มายังไม่มากนัก ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานครับว่าผมเองนั้นต้องขอเรียนว่าสิ่งที่สําคัญที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าได้ถามพี่น้องประชาชนหรือยัง ได้ทําประชาพิจารณ์หรือยัง พี่น้อง ประชาชนนั้นเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือถามคนแค่ ๑๐ คน ๒๐ คน นั่งกันในโต๊ะแล้วก็ บอกว่านี่เห็นด้วยแล้ว แต่ผมเชื่อนะครับท่านประธานว่าวันนี้ถ้าทําประชาพิจารณ์จริง ๆ พี่น้องประชาชนไม่ยอม ไม่เห็นด้วยหรอกครับในการที่จะกู้เงินมา เพราะนั่น หมายถึงความเปึนหนี้สินที่พี่น้องประชาชนจะต้องมารับกัน ต้องมารับภาระโดยลําพัง ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีหนี้สินเราก็อยู่กันลําบากอยู่แล้ว พี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้าน เขาก็อยู่กันลําบากอยู่แล้ว วันนี้ไปกู้เงินมาเปึนภาระให้เขาอีก นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วก็บอกสิ่งที่เกิดขึ้นจะเปึนการพัฒนาเศรษฐกิจ เปึนการพัฒนาประเทศ ถามคําถามว่า ท่านเอาไปพัฒนาตรงไหนบ้างอย่างไร พี่น้องเกษตรกรได้รับมากน้อยขนาดไหน ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า อยากจะขอรายละเอียดแจงด้วยครับท่านประธาน ว่าถ้า เกิดว่าไปสร้างระบบชลประทานให้พี่น้องประชาชนใน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านสร้างไป เท่าไร แล้วถ้าสร้างเปึนถนน ถนนในส่วนไหนเท่าไร นี่คือสิ่งที่อยากจะหาคําตอบอย่าพูด ไปรวม ๆ อ้างพี่น้องประชาชน อ้างเกษตรกร พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวบ้านก็ได้รับการ สมอ้างอยู่เรื่อย แต่ท้ายที่สุดเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสต่อสู้ เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะ โต้เถียงและขัดแย้ง นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า อยากจะทราบ แล้วก็อยากจะได้รับคําชี้แจงจากทางรัฐมนตรี ทางคณะรัฐมนตรี ทางท่าน นายกรัฐมนตรีว่า เอาไปทําอะไรบ้าง เท่าไร เพราะโดยปกตินี่เวลาเสนอมานี่ต้องมี รายละเอียดมาว่า เอาไปทําอะไรเท่าไร นี่เสนอตัวเลขมาเฉย ๆ ว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็บอกว่าจะเอาไปทําโน่นทํานี่ ทําโน่น ทํานี่ แต่ไม่มีรายละเอียดในการที่จะทํา นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานด้วยครับว่า ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง รายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านวินัย นะครับ

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

ท่านประธานครับ ขออนุญาตแป็บเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ ขอท่านรัฐมนตรีอยู่ก่อนได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา คือตอนนี้ ความเข้าใจผมว่าสมาชิกตรงกัน คือที่ให้มาทั้งหมดนี่ไม่มีรายละเอียด คือเราไม่รู้เลยว่า กู้ไปเพื่อทําอะไร ในกรอบมันกว้างมากเกินไปว่ากู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มันกว้างจนเราไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมีการอภิปรายต่อไปนี้ จะขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีตอบก่อนได้ไหมครับ หรือชี้แจงเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งให้ เราสบายใจว่า กู้ไปนี่รายละเอียดเปึนอย่างไร แต่ถ้าไม่มีรายละเอียดเราไม่รู้จะพูดอะไร

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ เดี๋ยวขอท่านวินัยก่อนนะครับ เชิญครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขออภิปราย เรื่องโครงการเงินกู้ของรัฐบาลงวดนี้นะครับ ที่เสนอขอกู้อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่โดยย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วกระผมคาดว่าทางซีกรัฐบาลเอง ก็คงจะเสนอขอกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อเอาไปพัฒนาเศรษฐกิจแล้วก็สังคมนี่ด้วย ความไม่สบายใจ ด้วยความกังวลใจ แต่ก็มีความจําเปึนที่จะต้องขอกู้ เพราะถ้าไม่กู้ ก็ไม่มีงบประมาณที่เราจะจัดเก็บภาษีหรือที่มีอยู่ไปลงทุนได้ คือคนกู้ก็ขอกู้ด้วย ความกังวลใจ ในขณะเดียวกันกระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา แม้นจําเปึนจะต้องเห็นชอบ ในหลักการก็เห็นชอบด้วยความกังวลใจครับ เพราะฉะนั้นด้วยความกังวลใจนี้ กระผม จึงอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาว่าทําอย่างไรครับ เงินที่กู้มาจึงจะเปึน ประโยชน์สูงสุด รัฐบาลเอาไปทําอะไรก็แล้วแต่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความ เหมาะสมที่สุด แล้วก็คุ้มค่าที่สุดที่กระผมเปึนห่วงเปึนกังวลก็เพราะว่า ในท้ายที่สุดรัฐบาล นั้นมาแล้วก็จากไป แต่อมตะนิรันดร์กาลที่ไม่ไปไหนเลย ต้องรอใช้หนี้โดยตลอดก็คือ พี่น้องประชาชนซึ่งไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนจําเปึนจะต้องเปึนผู้ใช้หนี้ กระผมจึงได้ขอฝากข้อห่วงใย ให้ข้อคิดความเห็นโดยย่อๆ ดังต่อไปนี้ เงินที่กู้มา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมไม่ทราบว่าจะมีส่วนเท่าใดที่จะลงไปสู่การนําไปลงทุนทางด้านการขนส่ง ทางด้านโลจิสติกส์ ทางด้านคมนาคม ซึ่งกระผมนั้นจะขออภิปรายเฉพาะประเด็นย่อ ๆ ประเด็นแคบ ๆ เฉพาะในส่วนของการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่งแล้วก็โลจิสติกส์ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ เอาเท่าที่รัฐบาลในอดีตจนกระทั่งมาถึงรัฐบาลชุดนี้ที่ได้ วางแผนไว้แล้ว บางโครงการก็ทําไปบ้างแล้ว บางโครงการก็กําลังจะเริ่มทํา ผมสรุปตัวเลข คร่าว ๆ ว่า ตามแผนที่รัฐบาลในอดีตและรวมถึงปัจจุบันได้วางแผนไว้ งบประมาณที่จะ นําไปใช้เพื่อการลงทุนทางด้านการขนส่งคมนาคมและโลจิสติกส์ โดยประมาณประมาณ ๑ ล้านล้านบาทครับ หรือเกือบเท่า ๆ กับงบประมาณแผ่นดินในแต่ละป้ที่รัฐบาลเสนอมา ทีเดียวครับ ส่วนว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เสนอมาจะเอาไปใช้ทางด้านการขนส่ง คมนาคมโลจิสติกส์เท่าไรนั้นไม่ได้บอกไว้ แต่ถ้าเผื่อเอาตามแผนการขนส่งคมนาคม โลจิสติกส์ที่รัฐบาลได้วางแผนไว้แล้ว เราต้องใช้งบประมาณอย่างน้อยประมาณ ๑ ล้านล้านบาท เช่น โครงการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร รถไฟสีต่าง ๆ ๗ สี สีรุ้งนี่ ณ วันนี้ผมมั่นใจว่าถ้าทํา ๗ สี ๗ สาย เอาตั้งแต่เบื้องต้นไม่เพิ่มเติมสายอื่นใด งบประมาณที่ใช้ประมาณ ๗ แสนล้านบาท โครงการถนน ๔ เลน ระยะที่ ๒ ซึ่งเปึน กากบาทตราหมากรุกจากเหนือลงใต้ ตะวันตกไปตะวันออกขนานกัน ทํามาแล้วถึงวันนี้ก็ ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกอย่างน้อยที่สุด ๑ แสนล้านบาทครับ จึงจะเสร็จตามระยะที่ ๒ ครับ อีกโครงการหนึ่งท่านประธานรัฐสภาครับ โครงการรถไฟ ๔ รางทางคู่ คิดมา วางแผนมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ครับ ตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขณะนั้น ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนถึงวันนี้เพิ่งทําไปได้นิดเดียวครับ ถ้าเผื่อจะ ทําให้เสร็จ โครงการรถไฟ ๔ รางทางคู่ไปทั่วประเทศ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ประมาณ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร งบประมาณเฉพาะที่ท่านจะไปสร้างราง ผมมั่นใจครับ วันนี้ไม่น้อยกว่าอีก ๑ แสนล้านบาท ทั้งนี้ไม่รวมการจะต้องไปจัดซื้อหัวรถจักร โบกี้ โรลลิ่ง สต็อก (Bogie Rolling Stock) อีกไม่น้อยกว่า ๑ แสนล้านบาท เท่าที่ผมได้กล่าวโดยสรุป มาอย่างน้อย ๆ ๑ ล้านล้านบาท จึงจะพอเพียงในการนําไปลงทุนเท่าที่รัฐบาลในอดีตและ มาถึงปัจจุบันได้วางแผนไว้แล้ว แปลว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่ทราบจะเอาไปลงทุน ด้านคมนาคมขนส่งเท่าไร แต่ที่จําเปึนจริง ๆ คือ ๑ ล้านล้านบาท เมื่อเปึนอย่างนี้แปลว่า งบประมาณนั้นมีอยู่อย่างจํากัด ภาวะที่จํากัดจําเขี่ย ความต้องการมีมากมายอย่างนี้ จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องติงเตือนกันให้ข้อคิดเห็นกันถึงความเร่งด่วน การจัดลําดับ ความเร่งด่วนว่า เงินที่ท่านกู้มาจะเอาไปทําอะไรครับ ลําดับก่อนหลังจึงจะเกิดประโยชน์ สูงสุด คุ้มค่าสุดครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ เมื่อพูดถึงลําดับความเร่งด่วน กระผมคิดว่ารัฐบาลจําเปึนจะต้องมีปรับแผนครับ แผนการขนส่งคมนาคม วางแผนไว้ ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ ถึงวันนี้ต่อเนื่องกันมา วันนี้เหตุการณ์บ้านเมือง สถานการณ์การขนส่ง คมนาคมโลจิสติกส์เปลี่ยนแปลงไปมากโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ท่านครับ มีถนน เส้นไหนบ้างครับที่โล่ง ที่ว่าง ที่รถเดินได้สะดวก ไม่มีครับ ผมจึงเปึนกังวลใจครับว่า ถ้ารัฐบาลใดก็แล้วแต่ครับ เอารถประหยัดอีโคโนมี คาร์ (Economy Car) เล็ก ๆ มาวิ่ง กี่หมื่น กี่แสนคันก็แล้วแต่ครับ กระผมจึงเปึนกังวลใจว่ารัฐบาลใดก็แล้วแต่ที่จะเอารถเมล์ อีก ๔,๐๐๐ คัน ๕,๐๐๐ คัน ๖,๐๐๐ คัน เท่าไรก็แล้วแต่มาวิ่งมาเสริมมาเติม รถเล็กรถ ใหญ่เหล่านี้ครับ อุปมาดั่งลิ่มที่จะตอกให้การคมนาคมขนส่งใน กทม. มันมีความบ้าคลั่ง มันมีความติดขัดมากขึ้น ๆ เพราะวันนี้การขนส่งทางถนนใน กทม. นั้นมันอิ่มตัวหมดแล้ว ครับ วันนี้ความเร่งด่วนในการแก้ปัญหา การขนส่งในกรุงเทพมหานครนั้นจึงต้องมองไปที่ การขนส่งทางน้ํา ตามลําน้ําเจ้าพระยา จึงต้องมองไปที่การสร้างรถไฟฟัาใต้ดินครับ รถไฟฟัาใต้ดินสายสีม่วง สีน้ําเงินที่ท่านวางแผนไว้ในอดีต ๑๐ กว่าป้มาแล้ว ถึงวันนี้ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ข้อคิดว่า ชะลอไว้ก่อนเถอะครับ เพราะไม่ว่าสายสีม่วง สายสีน้ําเงินที่ท่านวางแผนไว้ดั้งเดิมถึงวันนี้นี่มันลอยฟัาครับ ถ้าลอยฟัานี่ถนนแคบ ๆ ในเมืองครับ มันไม่เหมาะมันจะทําให้สภาพของสิ่งแวดล้อม ลม ฝน แดด นี่ไม่ทะลุถึงตึกรามบ้านช่องข้างล่าง ระหว่างการก่อสร้าง ๕ ป้ ๖ ป้ การจราจรจะติดบ้าคลั่ง และที่สําคัญอย่างยิ่ง ถนนแคบ ๆ ตามแนวถนน ตามแนวทางที่ รถไฟฟัาสายสีม่วง สายสีน้ําเงินจะผ่านไปนี่นะครับมันผ่านย่านเมืองครับ โดยหลักการ ทางรถไฟฟัานั้นเมื่อผ่านเขตชุมชนย่านเมืองมันจะต้องไม่ลอยฟัามันต้องมุดดิน ตรงนี้ต้อง ปรับแผนครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนให้ข้อคิดว่า ถนนที่มีความเร่งด่วนสูงสุดวันนี้ครับ ไม่ใช่ถนนตามแนวรถไฟฟัาสายสีม่วง สีน้ําเงินครับ แต่เปึนถนนแจ้งวัฒนะ เพราะอะไรครับ แจ้งวัฒนะวันนี้มีหมู่บ้านเมืองทองธานี ๒ แห่ง ครับ เบ้อเร่อเลยครับเปึนอําเภอก็ว่าได้ มีแมคโคร โลตัส บิ๊กซี มีเซ็นทรัลและที่สําคัญ อย่างยิ่งครับ แจ้งวัฒนะทั้งแนวทั้งถนนครับเปึนศูนย์ราชการวันนี้มันติดขัดแย่ยิ่งกว่า ถนนเส้นใด ๆ ในกรุงเทพมหานคร เพราะมันเปึนกรวยที่รองรับการขนส่งจาก จังหวัดปทุมธานี จากรอบเมืองปริมณฑลเข้ามากรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้น ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมอยากให้รัฐบาลได้ปรับแผนครับ รถไฟฟัาใต้ดิน เส้นที่มีความเร่งด่วนสูงสุดเหนือกว่าสีม่วงสีน้ําเงินก็คือ รถไฟฟัาใต้ดินตามแนว ถนนแจ้งวัฒนะครับ ตั้งแต่ท่าน้ําเมืองนนท์ใต้ถนนแจ้งวัฒนะลอดไปเรื่อยครับ ไปถึงโน่นครับ ถนนพหลโยธินครับ ไปถึงตรงอนุสาวรีย์หลักสี่เอาไปบรรจบกับรถ บีทีเอส (BTS) ของ กรุงเทพมหานครครับ นั่นคือการแก้ไขปัญหาครับของรถไฟฟัาใต้ดิน เพราะฉะนั้น สายสีม่วง สายสีน้ําเงินครับ ท่านต้องชะลอไว้ก่อนผมคิดว่าอย่างนั้น นั่นคือบ้านเมืองวันนี้ มันเปลี่ยนแปลงไป

อีกประการหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า เงินงบประมาณที่ท่านไปกู้ยืมกันมานี่ผมอยากให้ท่านได้นําไปกอบกู้ช่วยชีวิต การขนส่งที่แย่ที่สุด ณ วันนี้ วันนี้ครับเปรียบเทียบดูการขนส่งทางอากาศนี้มันพอไปได้ ทางน้ําพอไปได้ ทางถนนรถยนต์นี่พอไปได้ แต่รถไฟนั้นวันนี้แย่สุดขีดครับ รถไฟของเรา วันนี้เดินไปถึงท่านาแร้งแต่ว่าทุกขบวนครับช้า ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมง เพราะอะไรครับ เพราะ รถไฟหัวรถจักรของเรานั้นมันเก่าล้าสมัยมันจะวิ่งไม่ไหวครับ และวันนี้รถจักร รถโบกี้ ขาดแคลน เราแย่ที่สุดก็คือ รถไฟครับ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมอยากให้รัฐบาลเอางบก้อนนี้ครับ ไปสร้างรถไฟ ๔ รางทางคู่ต่อไปครับ จากมาบกะเบา สระบุรี ให้ไปถึงโคราชเสีย จากจังหวัดลพบุรีผ่านทางดับเบิ้ล แทรค (Double Track) ไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ จาก จังหวัดฉะเชิงเทราครับทําไปถึงจังหวัดระยอง แล้วก็ซื้อโบกี้ ซื้อหัวรถจักรมาครับดูสิว่า ถ้าทําอย่างนี้ขนส่งโลจิสติกส์จะถูกลงมาก ถ้าเผื่อท่านไปทํามอเตอร์เวย์ สร้างถนนมอเตอร์เวย์ อย่างที่คิดทําจากกรุงเทพฯ ไปโคราชนี่ทําเท่าไรก็ไม่พอเพราะไม่เปึนการลดจํานวน รถบรรทุกออกไปจากท้องถนน เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะกราบเรียนว่า ความเร่งด่วน สูงสุดในการแก้ปัญหาการขนส่งคมนาคมโลจิสติกส์นั้น ต้องให้ความเร่งด่วนกับระบบราง เปึนระบบหลัก เวลาจํากัดกระผมใคร่ขอกราบเรียนติง เตือน ให้ข้อคิดเพื่อรัฐบาลจะได้ไป จัดระดับความเร่งด่วนให้เหมาะให้สมกับจํานวนเงินที่จํากัดได้ ด้วยความเคารพอย่างสูง ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมจะให้ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ แล้วก็ที่จัดไว้นะครับ ต่อไปก็คือท่านวันชัย ท่านมนต์ชัย แล้วก็ท่านวรวัจน์นะครับ เชิญรัฐมนตรีชี้แจงครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ครับ ความจริงเดิมทีตั้งใจว่าจะฟังข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอีกสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะลุกขึ้นชี้แจง แต่เมื่อมีท่านสมาชิกบางท่านเร่งรัดอยากจะให้มีการชี้แจงใน บางประเด็น ผมก็ต้องขออนุญาตรบกวนเวลาของรัฐสภาในการที่จะให้ข้อมูล

อันดับแรกผมก็เห็นใจท่านสมาชิกนะครับ ทุก ๆ ท่านที่ลุกขึ้นอภิปราย ก็อยากที่จะรู้ถึงรายละเอียดโครงการการลงทุนนะครับของทางรัฐบาล ซึ่งผมก็ต้อง ขออนุญาตก่อนอื่นเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า ในวันนี้เรามาพิจารณากันในเรื่อง ของกรอบการกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เปึนการที่ทางรัฐบาลจะมานําเสนอรายละเอียดของโครงการ ซึ่งอันนั้นน่าจะเปึนวาระของการพิจารณาเรื่องของงบประมาณมากกว่านะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านสมาชิกก็คงมีความรู้สึกว่า ในการที่จะพิจารณาหลักการการกู้ยืมนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะได้รับคําตอบในระดับหนึ่งว่าเมื่อกู้ยืมไปแล้วจะนําเงินที่ได้มาไปใช้ ทําอะไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ ตอนที่ผมได้รายงานต่อรัฐสภานะครับ ถึงที่มา วัตถุประสงค์ ของการกู้เงิน ก็มีความชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่งนะครับว่า อันดับแรกมีความจําเปึน ที่จะต้องผลักดันการลงทุนโดยภาครัฐในระดับที่เร่งรัดมากขึ้นนะครับ สืบเนื่องมาจาก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะการถดถอยของเศรษฐกิจในภาคเอกชน ข้อเท็จจริงอีกประเด็นหนึ่งนะครับที่ต้องยอมรับก็คือ เม็ดเงินลงทุนในส่วนของงบประมาณ ประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นต้องถือว่าน้อยมาก ซึ่งก็เปึนงบประมาณที่เรารับมาจากทางรัฐบาล ก่อนหน้านี้ แต่ก็เข้าใจนะครับ ไม่ได้เปึนการกล่าวโทษแต่อย่างใดนะครับว่ามีข้อจํากัด สืบเนื่องมาจากงบรายจ่ายประจําที่เพิ่มสูงขึ้นทุก ๆ ป้ แต่ข้อเท็จจริงของสถานการณ์ของ ประเทศเรา ณ วันนี้ก็คือ งบลงทุนในงบประมาณประจําป้มีอัตราอยู่เพียงแค่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณโดยรวมครับ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนข้อจํากัดในการที่เราจะ สามารถที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ นะครับที่จะเปึนโครงการที่จะยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ดังนั้นรัฐบาลจึงมี ความจําเปึนต้องสมทบงบลงทุนนะครับที่อยู่ในงบประมาณประจําป้ ด้วยแหล่งที่มาของ แหล่งทุนต่าง ๆ รวมถึงแหล่งที่มาจากเงินกู้ด้วย ท่านก็เข้าใจดีอยู่แล้วนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลก็มีโครงการการกู้เงินในประเทศตามปกติอยู่แล้ว งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ก็เปึนงบขาดทุน ซึ่งตามที่ผมได้เรียนก็เปึนงบที่เรารับมาจากรัฐบาลที่แล้ว งบขาดดุลป้ ๒๕๕๒ ก็จํากัดความจําเปึนของรัฐบาลที่จะต้องกู้ยืมเงินอยู่แล้ว ในวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากนั้นรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้นําเสนองบกลางป้ สืบเนื่องมาจากการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่มองว่าบทบาทของรัฐบาลจะต้อง เพิ่มขึ้น ถ้ารัฐบาลอยู่นิ่งเฉย ไม่ดําเนินการแต่อย่างใดนะครับ ณ วันนี้เราคาดว่าอัตรา การขยายตัวของเศรษฐกิจอาจจะติดลบสูงได้ถึง ๘ หรือ ๙ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นบทบาทของ รัฐบาลจึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีความเข้มข้น ความเข้มข้นในส่วนของบทบาทของ รัฐบาลก็คือการใช้เงินงบประมาณ และตามที่ผมได้เรียนไปก็หลายครั้งในสภาแห่งนี้ การใช้เงินในส่วนของรัฐบาลก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหมายถึงการใช้นโยบายงบประมาณ ขาดดุล ดังนั้นความจําเปึนในการกู้ยืมเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในวันนี้ มีความจําเปึนมากขึ้นเรื่อย ๆ เราก็ได้ประมาณการกันนะครับว่าทุก ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี ที่ถดถอย จะมีผลกระทบต่อการว่าจ้างสูงถึง ๓ แสนคน หรือ ๓๕๐,๐๐๐ คน ดังนั้น ถ้าเราปล่อยปละละเลย รัฐบาลนิ่งเฉย เศรษฐกิจถดถอย ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็คงพอ นึกภาพได้นะครับว่าอาจจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนของเราต้องเดือดร้อนเพียงไร ถูกปลด ออกจากตําแหน่งงานในจํานวนสูงถึงประมาณเกือบๆ ๒ ล้านกว่าคน ดังนั้นรัฐบาล จึงไม่สามารถที่จะหยุดนิ่งเฉยได้ และมีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการในทุกวิถีทางครับ ในการที่จะเพิ่มบทบาทของตัวเองในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นแนววิธีในการที่ รัฐบาลจะต้องกู้ยืมเงินเพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ จึงเปึนสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ เช่นเดียวกันครับผมก็ได้เรียนไปนะครับก็เปึนคําตอบต่อหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว ว่าเสถียรภาพทางการเงินการคลังของทางรัฐบาลเองนั้น ของประเทศไทยนะครับ ขออภัย ก็สามารถที่จะรองรับระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นได้ ท่านถามว่าใครจะเปึนผู้จ่ายดอกเบี้ย ผมก็ขอเรียนครับว่าการคํานวณความสามารถในการรองรับต้นทุนการกู้ยืมก็สามารถ คํานวณได้ โดยการเปรียบเทียบผลต่องบประมาณจากการกู้ยืม ซึ่งรวมทั้งภาระหน้าที่ ในการจ่ายดอกเบี้ย และการคืนเงินต้น ซึ่ง ณ ปัจจุบันนะครับ หลังจากที่ได้มีสมมุติฐานการกู้ยืมรวมถึงการกู้ยืมตามกรอบที่ได้ นําเสนอต่อการพิจารณาของรัฐสภาในวันนี้ อยู่ในสัดส่วนที่ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณประจําป้ ซึ่งก็อยู่ในกรอบของความเปึนไปได้ และอยู่ในกรอบของเสถียรภาพ ที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ให้กับตัวเอง ดังนั้นความสามารถในการที่จะชดใช้หนี้ที่จะรองรับ ปริมาณหนี้ของประเทศนั้นมีสูง สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ จีดีพี ของเราเองก็ยังอยู่ในระดับ ที่ค่อนข้างต่ําเมื่อเทียบกับอีกหลาย ๆ ประเทศ ของประเทศไทยเอง ณ ปัจจุบันนะครับ หลังจากที่ได้กู้ยืมเพิ่มเติมตามที่รัฐบาลได้นําเสนอ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ จีดีพี จะอยู่ที่ ระดับประมาณ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับญี่ปุ์น ณ วันนี้ หนึ่งในมหาอํานาจทางด้าน เศรษฐกิจ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ จีดีพี ของญี่ปุ์น ณ วันนี้ทะลุ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ครับ เพราะฉะนั้นถ้ามองในแง่ของเสถียรภาพ ถ้ามองในแง่ความมั่นคง ผมมั่นใจครับว่า การกู้ยืมเงินส่วนนี้ของทางรัฐบาลนั้นจะส่งประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน และจะไม่เปึน ภาระที่ประเทศของเรารับไม่ได้

ต่อคําถามของสมาชิก ผมขออนุญาตตอบเลยนะครับ ท่าน ส.ว. เมื่อสักครู่ ที่พูดถึงที่มาของความเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมาจากการกู้ยืม และท่านก็ให้คําแนะนําที่เปึน ประโยชน์ต่อทางรัฐบาลว่า ขอกรุณาอย่าให้พูดเรื่องของการกู้ยืมเงินบ่อยครั้งเกินไป อันนี้ ผมน้อมรับครับ และผมเห็นด้วย สาเหตุและความจําเปึนที่เราต้องมาพูดในที่นี้อันดับแรก ก็คือรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่า เรามีความจําเปึนต้องนําเรื่องของการกู้ยืมระหว่างประเทศ มาให้สภาได้พิจารณา ในอดีตไม่เคยจําเปึนที่ต้องทําครับ ทั้ง ๆ ที่การกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศนั้นมีมาตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ ๕ การที่ประเทศไทย ณ วันนั้นวางระบบราง เปึนครั้งแรก ก็เปึนการใช้ทุนจากการกู้ยืมจากต่างประเทศ ครั้งนั้นเปึนเงินปอนด์ครับ ๒,๔๗๐ กว่า ซึ่ง ณ เวลานั้นประโยชน์ของเงินกู้ต่างประเทศที่เราได้รับมาเพื่อพัฒนาระบบ โครงสร้าง ระบบขนส่งของประเทศ ก็ทําให้เราได้มีการยกระดับขีดความสามารถในการ แข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศของเรามาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นถ้าไม่มีความจําเปึน นะครับ ผมก็คิดว่าเราก็ไม่อยากที่จะพูดในประเด็นนี้ แต่ขณะเดียวกันครับ ผมก็มีความ เชื่อว่าเราต้องหยิบยกประเด็นข้อเท็จจริง โดยเฉพาะข้อเท็จจริงทางด้านเศรษฐกิจ มาพูดคุยกันโดยเฉพาะในห้องนี้ และมีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับพี่น้องประชาชน เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนสามารถที่จะทําความเข้าใจกับข้อมูลที่เราแลกเปลี่ยนกัน ในรัฐสภาได้ และนําไปใช้เพื่อเปึนประโยชน์ต่อการกําหนดแผนการดํารงชีวิตของ พี่น้องประชาชนเอง อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ผมก็เห็นด้วยที่มาของความเชื่อมั่นนั้นมาจาก ประเด็นที่หลากหลาย ทั้งตามที่ท่านได้แนะนํานะครับ เรื่องของการพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตย เรื่องของการเมือง เรื่องของแผนการลงทุน เรื่องของนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็เปึนสิ่งที่ทางรัฐสภามีความจําเปึนที่จะต้องนําเสนอ อย่างต่อเนื่องให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ต่อท่านสมาชิกนะครับ ที่ได้ตั้งคําถามไว้ ๓ คําถาม ติด ๆ กัน เพื่อนของผมเอง ท่านชัยวัฒน์ เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านได้ตั้ง คําถามว่า

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะหารือค่ะ ในส่วนของท่านรัฐมนตรีอยากจะให้ท่านชี้แจง หลังจากที่สมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตอะไรได้หรือเปล่าคะ เพราะว่าอาจจะใช้เวลาไปมาก

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ก็เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกเองบอกอยากจะให้ท่านชี้แจงก่อน ก็จะได้อธิบายให้ฟังนะครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผม กรณ์ จาติกวณิช ผมจะสรุปให้รวบรัดนะครับเพื่อไม่ รบกวนเวลาที่จะอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ เดี๋ยวผมวกกลับมาตอบในประเด็นนี้ได้ นะครับ แต่ท่านได้ตั้งคําถามไว้นะครับว่าไม่กู้ฟุ๋นฟูได้ไหม

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านประท้วง อะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานนิดหนึ่งครับ คือ ๑. ของผมยกมือไว้ก่อนก็ยัง ไม่ได้เรียก ก็ไม่ว่า ไม่ได้ติดใจ แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีออกมาอ่านแถลงแล้วบอกว่าแถลง นโยบายต่อรัฐสภา ก็ไม่รู้ว่าตอนแถลงนโยบายแถลงที่นี่หรือไม่ ผมจะถามอยู่ เดี๋ยวรอ รัฐมนตรีตอบทีหลัง ท่านประธานครับ การที่ไปกู้เงินของแต่ละประเทศท่านครับ ชัดเจน ประชาชนบอกรับไม่ได้ วันนี้ท่านประธานต้องเอาประเทศเปึนเดิมพันนะครับ ท่านครับ ฟังพี่น้อง ฟังผู้แทนก่อนท่านครับ ฟังตัวแทนประชาชนที่เขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการ กู้เงิน ผมจะไม่ให้ความคิดเห็นท่านรัฐมนตรีครับว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ตรงนี้ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานนิดเดียวก่อนจะจบ ผมจะยกตัวอย่างการกู้เงินท่านประธานครับ รัฐบาล ไม่ได้เอาเอกสารมาให้ดูเลย เอาเปึนภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ์นมาให้ดู บอกว่ากู้ตามนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามประชาชนอยู่ท้องไร่ ท้องนาจะรู้เรื่องไหม นี่คือมันไม่ถูกต้อง ท่านครับ ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ แต่ถ้าชาวบ้านไปกู้แบงก์ ต้องถามก่อนว่าคุณมีเงินไหม คุณจะส่งฉันเมื่อไร นี่แหละครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ๆ ท่านสุชาติ ประท้วง ประท้วงผมว่าอย่างไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

ผมประท้วงว่า ต้องให้รัฐมนตรีตอบทีหลังตามระเบียบสภาครับ ให้อภิปรายแต่ละที่ ๆ ไป แล้วท่านรัฐมนตรีก็เก็บข้อมูลไว้ท่านครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ได้ ๆ เอานะครับ ก็เมื่อสักครู่ท่านก็บอกอยากจะฟังท่านรัฐมนตรีพูดใช่ไหมครับ ผมก็ตามใจนะครับ เชิญ ครับ เชิญท่าน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

เรียนท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดแพร่ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ที่ผมเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานไป คือไม่ใช่หลักการและเหตุผล ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมาทั้งหมดนี่คือ หลักการและเหตุผล แต่วันนี้ผมคิดว่าวันนี้สมาชิกรัฐสภาที่อยากทราบก็คือว่า รายละเอียดที่ท่านจะเอาเงินไปใช้นี่คืออะไร ท่านบอกมาเพียงแต่ว่าท่านขอเงินไปใช้ ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานขอเวลานิดเดียว คือเหมือนกับสภาเปึนพ่อแม่ เกิดมอบ อํานาจให้ฝ์ายบริหารไปเปึนรัฐบาล วันนี้ฝ์ายบริหารมาบอกขอเงินไปใช้ แต่ไม่บอกเลยว่า เอาเงินไปใช้อะไร วันนี้สภาจะอนุมัติก็ไม่รู้จะอนุมัติอย่างไร เพราะอนุมัติแล้วมันต้องมี รายละเอียดว่าเอาไปแล้วนี่ประเทศมีภาระหนี้อย่างไรเอาเงินไปใช้อย่างไร จะแก้ปัญหา เศรษฐกิจได้หรือไม่ แต่วันนี้ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภาพูดมาทุกคนนี่พูดตรงกันครับ ท่านประธานครับ ไม่มีรายละเอียดเลย เพียงแต่บอกว่าขอเงินไปใช้ในการพัฒนาในเรื่อง ของโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในสิ่งตอนนี้นะครับ หลักการ และเหตุผลทราบว่าจําเปึน แต่ขอรายละเอียดได้ไหมครับว่าจะกู้เงินนี่เอาไปใช้อะไรบ้าง ขอชี้แจงตรงนี้ก่อนท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีนะครับ ชี้แจงสั้น ๆ จะได้ให้ท่านสมาชิกอภิปรายต่อนะครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความจริงวันนี้ที่เรา พิจารณากันนี่ครับก็คือหลักการและเหตุผล นี่คือการพิจารณากรอบการกู้ยืมตาม มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้มาพิจารณากันในแง่ของรายละเอียดของโครงการของทางรัฐบาล แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนสมาชิก ได้พูดถึงตัวเลข ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งท่านเข้าใจผิดเล็กน้อยนะครับ คาดว่านั่นเปึนตัวเลข กู้ยืมทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วเปึนตัวเลขโครงการการลงทุนในช่วง ๓ ป้ข้างหน้าของ ทางรัฐบาล ซึ่งบางส่วนจะเปึนแหล่งทุนที่มาจากเงินงบประมาณ บางส่วนจะมาจาก การร่วมลงทุนของภาคเอกชนและเพียงบางส่วนจะเปึนที่มาจากเงินกู้นะครับ เพราะฉะนั้น จาก ๑.๔ ล้านล้านบาทก็เปึนตัวเลขที่พอชี้ให้เห็นนะครับว่าแผนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในขั้นต่อไปของรัฐบาลเปึนอย่างไร ท่านสมาชิกได้ถามว่าเงินกู้นี้จะเอามาใช้ในโครงการ ประชานิยมหรือไม่นะครับ ผมก็ขออนุญาตตอบนะครับว่า ไม่ ชัดเจนครับ กรอบการใช้เงิน ในส่วนของเงินที่กู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารโลกและองค์การร่วมมือ ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ์นนั้นมีความชัดเจนครับว่าต้องใช้ในโครงการลักษณะใดบ้าง คือมีคณะกรรมการที่จะกลั่นกรองโครงการชัดเจนนะครับ ภายในกระทรวงการคลัง นอกจากนั้นมีเงื่อนไขในส่วนของความจําเปึนในการที่จะต้องใช้เงินตราต่างประเทศ ในสัดส่วนโดยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าของโครงการ หรืออาจจะใช้เงินส่วนนี้ ในการที่จะรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินของประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น เอามา ช่วยใช้ในการที่จะค้ําประกันเงินกู้เพื่อรักษาระบบ เสถียรภาพของระบบทางการเงิน โครงการในลักษณะนี้นี่คือตรงต่อวัตถุประสงค์ตามที่ความจริงผมก็ได้อ่านไปแล้วนะครับ ก่อนหน้านี้ แต่ท่านอาจจะฟังไม่ถนัดหรือฟังไม่ทันนะครับ เพราะฉะนั้นในแง่ของหลักการ แนววิธีใช้เงินส่วนนี้ มันมีความแตกต่างจากเงินงบประมาณทั่วไปนะครับ อันนี้ คืออันดับแรก

ทีนี้ถามว่าในส่วนของโครงการที่พูดถึงนั้นมันครอบคลุมถึงโครงการ ประเภทใดบ้าง เมื่อสักครู่ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านสมาชิกท่านวินัยก็ได้พูดถึง ความจําเปึนในส่วนของการลงทุนในระบบขนส่งของประเทศ และท่านก็ได้กําหนดตัวเลขในฐานะที่ท่านก็เปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาก่อนว่า เม็ดเงินที่จําเปึนที่จะต้องใช้อย่างน้อยที่สุด ๑ ล้านล้านบาท ในการยกระดับ ระบบขนส่งของประเทศไทย ๑ ล้านล้านบาทนั้นแน่นอนที่สุดครับตามที่ผมได้เรียน บางส่วนจะเปึนเงินงบประมาณ แต่เปึนไปไม่ได้ครับที่เราจะสามารถที่จะนําเงิน งบประมาณทั้งหมดมาใช้ในการที่จะลงทุนก่อสร้างในระบบขนส่งของประเทศ ในการ ลงทุนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ตามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่ในระบบขนส่งของประเทศนั้น ล้วนแล้วแต่อาศัยเงินกู้ทั้งสิ้น ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่แตกต่างครับ และระบบขนส่งก็เปึนหนึ่งใน โครงการ ผมคงไม่จําเปึนต้องลงในรายละเอียดกระมังครับว่า จะต้องหมายถึงเส้นทาง ไหนบ้าง เพราะผมเรียนตามตรงครับวันนี้ไม่ใช่วาระ จะเปึนรถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย จะเปึนระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวเข้มหรือสีอะไรก็แล้วแต่นั้น มันไม่ใช่วาระของเรา ที่จะมาอภิปรายกันในรายละเอียด ความจริงจะมีวาระถัดจากวาระนี้นะครับที่จะมีการ พิจารณาถึงการขออนุมัติการเซ็นสัญญาเงินกู้กับไจก้า (JICA) ในการที่จะกู้ยืม เฉพาะเจาะจงเพื่อเอามาลงทุนในรถไฟฟัาเส้นสีแดง ซึ่งเราก็คงจะได้มีโอกาสได้ชี้แจงกับ ทางสภาในวาระถัดไป แต่ในกรณีปัจจุบันนะครับ เรากําลังพิจารณาถึงกรอบการกู้ยืม ซึ่งเมื่อเราไปเจรจาตกลงกับทางสถาบันการเงินแล้ว ผมก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องกลับมาที่ สภาอีกครั้งหนึ่ง ตามบทบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ ที่จะขออนุมัติอํานาจให้ไปลงนามใน สัญญา ผมก็เชื่อนะครับว่าในการพิจารณาในรอบต่อไปเราก็สามารถที่จะซักถามพูดคุยถึง รายละเอียดของตัวสัญญาเงินกู้ลงไปถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของเปัาหมายในการใช้เงิน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ตามที่ผมได้เรียนนะครับ ๑.๔ ล้านล้านบาทในช่วง ๓ ป้ข้างหน้า ก็จะไปลงทุนในโครงการลักษณะนั้นนะครับ ระบบขนส่งมวลชน ระบบขนส่งราง ระบบชลประทาน และโครงการอื่น ๆ นะครับที่คาดว่ามีผลสําคัญต่อการยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณนะครับ เชิญท่านวันชัยนะครับ

(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตเรียนถาม ท่านไม่ได้ชี้แจงประเด็นนี้ครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ขอประท้วงค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวเชิญเอาทีละคน ท่านวรวัจน์ก่อนครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

ผมขอ ประท้วงก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีฟังสมาชิกรัฐสภานิดหนึ่งครับ วันนี้ท่านขอ แบลงค์ เช็ค (Blank cheque) ครับ ท่านขอกว้าง ๆ มาก ๆ เลยจนเราไม่รู้ว่า ท่านเอาไปใช้รายละเอียดอะไร เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่ชี้แจงนี่นะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ เดี๋ยว ท่านวรวัจน์เอาอย่างนี้นะครับ คือท่านประท้วงว่าอย่างไรครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ นี่นะครับ เขาให้ชี้แจง ต้องให้ชี้แจงต่อสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญา แต่ไม่ใช่กรอบกว้าง ๆ บอกขอเงินไปใช้อย่างนี้ไม่ได้ครับ ต้องบอกครับว่า ท่านจะขอเงินไปใช้นี่เอาไปใช้ด้านไหน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ท่านประท้วง ว่าอย่างไรครับ ที่ท่านประท้วง ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

คือท่านให้ รัฐบาลนี่นะครับเอาข้อมูลทั้งหมดมาให้สู่สภาต้องให้ข้อมูลแก่สภาด้วย วันนี้ผมถามว่า ท่านฟังอภิปรายสมาชิกรัฐสภาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภา ไม่ว่าจะเปึนท่านวินัย สมพงษ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยทุกคน อภิปรายเหมือนกันหมด เลยครับ อยากทราบรายละเอียด แต่ท่านไม่มีครับ ท่านช่วยบอกก่อนได้ไหมครับว่า เอาเงินไปใช้อะไร แล้วหลังจากนั้นเราจะดูว่าเงินที่ท่านขอมาใช่หรือไม่ใช่ คุ้มค่า หรือไม่คุ้มค่า

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยว คืออย่างนี้นะครับ ท่านคงไม่ได้ประท้วงอะไร บอกขอให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ ไม่เปึนไรแล้วเดี๋ยว ตอนหลังท่านค่อยชี้แจงอีกทีนะครับ เดี๋ยวเอาทีละคน เชิญครับท่าน

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกรัฐสภานะคะ ดิฉันอยากประท้วง ท่านประธานค่ะ ในกรณีวันนี้ที่เราประชุมร่วมรัฐสภานะคะ เปึนการพิจารณากรอบ การเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่ได้พิจารณาเรื่อง รายละเอียด และในมาตรา ๑๙๐ นี้ ที่กําหนดให้ในรัฐธรรมนูญนั้นว่า การดําเนินที่จะขอกู้ จะต้องเอานําเข้าสภาโดยการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ทีนี้ในการพิจารณากรอบนี้ นะคะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ เราจะต้องดูว่าจะพิจารณาให้ทางรัฐมนตรีนี้กู้เงินหรือไม่ ถ้าพิจารณาผ่านมาแล้ว ท่านจะกู้ กู้อะไรในส่วนที่สมาชิกทุก ๆ ท่านขอแจ้งว่าเงินที่กู้มานั้น ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านจะทําอะไรที่เหมาะสมเหมาะควรในการที่ ให้ท่านไปกู้เงินมา

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คราวนี้ท่านประท้วง อะไรครับ บอกมาเลยประท้วงนะครับ อีกทีนะครับ ท่านประท้วงว่าอย่างไรนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

คือประท้วงท่านประธานนะคะ ในกรณีที่ให้สมาชิกถาม แล้วก็ให้รัฐมนตรีตอบ ซึ่งยังไม่อยู่ใน ขั้นวาระนั้น ดิฉันก็ขอประท้วงในจุดนี้ค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาละ ไม่เปึนไรนะครับ ก็จบไปแล้วนะครับ

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญ ท่านประท้วงอะไร อีกครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานครับ คือ การเรียงลําดับคนที่จะขึ้นอภิปราย ผมอยากให้ท่านประธานทําให้เสมอภาค ฝ์ายค้าน รัฐบาล ส.ว. ฝ์ายค้าน รัฐบาล ส.ว. แต่มาถึงฝ์ายค้านแล้วท่านต้องเรียงลําดับตามที่ พวกผมยกมือครับ ท่านอย่าเรียกคนซึ่งยกทีหลังแล้วไปก่อน เพราะพวกผมไปดูชื่อมา เรียบร้อยแล้วนะครับ เอาให้มันเสมอภาคให้ทัดเทียม ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมชี้แจงให้ท่านฟังนะครับ ผมมาต่อพอดีแล้วผมก็ไม่ได้จัดคิวนี่นะครับ ก็ให้เจ้าหน้าที่เปึนคนจัด แล้วเขาก็จัดมาอย่างนี้ ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวปรับเปลี่ยนอะไรได้ ขอให้ท่านวันชัยต่อไปเลยแล้วกันนะครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ท่านให้เจ้าหน้าที่จัดไม่ได้ครับ ขอประทานอภัยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ก็แจ้ง มาตามที่เห็นอย่างนี้ ผมก็ให้ไปเรียงมา เอาเถอะครับ ไม่เปึนไรนะครับ ขอให้มันผ่าน ไปก่อน เชิญท่านวันชัยก่อนนะครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาคเอกชน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนครับ ท่านประธานจัดให้มันเหมาะสมเสมอภาค เรียกทีละคน รัฐบาล

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

นี่อย่างไรครับก็ฝ์ายค้าน ส.ส. ส.ว. ฝ์ายค้าน รัฐบาล ก็สลับอย่างนี้ถูกแล้วนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ทีนี้ต้องเรียงลําดับให้ได้ครับ เมื่อสักครู่ผมไปคุยกับท่านเลขาธิการรัฐสภาท่านทําหน้า ซื่อบื้อเลยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวจะให้ เขาจัดตามลําดับที่ท่านยก ผมก็พยายามรักษาที่ท่านยกนะครับ

(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อยากจะขอหารือท่านในเรื่องการจัดคิว อยากจะให้ท่านแจ้งรายชื่อผู้ที่จะสามารถอภิปรายได้ในครั้งนี้ได้ไหมคะ เพื่อที่จะได้ให้ ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านได้รู้จักเตรียมตัวและจะได้อภิปรายได้ถูกจุดค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ ก็เมื่อสักครู่ แจ้งแล้ว ผมอุตส่าห์แจ้งแล้ว ก็เลยบอกว่าผิดคิวอีก แจ้งไว้แล้วนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

แจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนออภิปรายนะค่ะ ขอให้ท่านประธานอ่านรายชื่อได้ไหมคะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ เดี๋ยวกําลัง จะให้เจ้าหน้าที่ที่เขารวบรวมรายชื่อว่าใครเสนออย่างไรบ้าง เดี๋ยวเชิญท่านวันชัยก่อน ขณะที่กําลังจัดรายชื่อที่ท่านต้องการนี่นะครับ เชิญครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมขออภิปรายในหัวข้อกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ท่านประธานครับ เนื่องด้วยในปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกําลัง ประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะประเทศผู้นําด้านเศรษฐกิจของโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประเทศญี่ปุ์น และประเทศจีนนะครับ โดยในช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือว่า ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ปรับ ตัวเลขความเสียหายของระบบการเงินของโลก จากเดิมที่ประเมินไว้ประมาณ ๑.๑ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พุ่งขึ้นเปึน ๒.๒ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ประเทศอังกฤษ มีการประเมินว่า ความเสียหายเพิ่มขึ้นจะมากกว่านั้นสําหรับระบบสถาบันการเงิน ของโลก อาจจะถึง ๒.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐด้วยซ้ําไป แสดงให้เห็นถึงความเสียหายของระบบเศรษฐกิจของโลกที่รุนแรงมาก ส่งผลให้การฟุ๋นตัว ของเศรษฐกิจจะต้องใช้เวลายาวนานออกไปอีก ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มากประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของโลกได้หดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในไตรมาส ๔ ของป้ ๒๕๕๑ มีการ ขยายตัวติดลบถึงร้อยละ ๓.๘ สําหรับประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบวิกฤติการเงินของโลก ดังกล่าวเช่นกัน โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทยในป้ ๒๕๕๑ ขยายตัวได้เพียงร้อยละ ๒.๖ ต่อป้ ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการในช่วงครึ่งป้หลัง ของป้ ๒๕๕๑ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นการขยายตัวในอัตราติดลบตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ เปึนต้นมา อัตราการติดลบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนส่งผลให้ ในเดือนมกราคมการขยายตัวติดลบเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๒๖ นับเปึนการขยายตัวต่ําที่สุด ในรอบ ๑๐ ป้ของการส่งสินค้าออกและก็บริการ ท่านประธานครับ ประเทศไทยพึ่งพา ภาคการส่งออกอย่างมาก โดยมีสัดส่วนระหว่างเอ็กซพอร์ต (Export) และก็ จีดีพี ในป้ ๒๕๕๑ สูงถึง ๖๓.๔ เปอร์เซ็นต์ มีการประมาณว่า จีดีพี ของประเทศไทยในป้นี้จะ ติดลบประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ เวลามันไม่เดินครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

เช่นเดียวกับ จีดีพี ของ ๑๔ ประเทศคู่ค้าสําคัญของไทย ซึ่งประเมินว่าจะติดลบประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลมีความประสงค์ที่จะขอความเห็น จากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยเสนอกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จากธนาคารโลกหรือว่าเวิล์ด แบงก์ (World Bank) แล้วก็จากธนาคาร พัฒนาเอเชียหรือว่า เอดีบี (ADB) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น ไจก้า ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้ เมื่อมีความจําเปึนต้องจ่ายเงิน นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และจะต้องใช้เงินตราต่างประเทศหรือ จําเปึนต้องกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ โดยให้ กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้และงบประมาณเพิ่มเติม

ท่านประธานครับ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ กระทรวงการคลังสามารถ กู้เงินจากต่างประเทศได้ในวงเงินไม่เกิน ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประจําป้ ซึ่งในขณะนี้มีโครงการลงทุนของรัฐบาลที่ใช้เงินกู้จาก ต่างประเทศ และได้บรรจุไว้ในแผนบริหารหนี้สาธารณะประจําป้ ๒๕๕๒ แล้ว เปึนวงเงิน ๓๘,๐๖๓ ล้านบาท นั่นหมายความว่ามีวงเงินที่สามารถกู้ได้เพิ่มเติมอีกประมาณ ๑๔๕,๔๓๗ ล้านบาท หรือประมาณ ๔,๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนะครับ ซึ่งรัฐบาล ก็ขอความเห็นชอบกู้เพียง ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย สนับสนุนกรอบการเจรจากู้เงินของรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าเรื่องการเจรจากรอบการกู้เงิน ดังกล่าวนี้มีต้นทุนการกู้เงินประมาณ ๒.๕๓-๓.๗๙ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ระยะเวลากู้ ๗-๑๐ ป้ ซึ่งเปึนต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป เทียบกับกรณีที่รัฐบาลเลือกออกพันธบัตรรัฐบาลอายุ ๑๐ ป้ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ในขณะเดียวกันพันธบัตรรัฐบาลของ ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีอายุ ๑๐ ป้เหมือนกันก็มีอัตราดอกเบี้ยประมาณ ๒.๖-๒.๗ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ จะเห็นว่าการกู้เงินดังกล่าวเพื่อมาเปึนเงินทุนสํารองในการรองรับผลกระทบจากวิกฤติ เศรษฐกิจที่รุนแรงมาก และมีความไม่แน่นอน ผันผวนค่อนข้างสูงนะครับ ผมพิจารณาเห็นว่าเปึนการสํารองที่ดี แต่สิ่งสําคัญที่จะต้องพิจารณาให้ดี ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือเงื่อนไขการกู้เงินที่เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาลไทย เช่น คอมมิทเมนท์ ฟ้ (Commitment Fee) หรือว่าค่าธรรมเนียมในการตกลงกู้เงินและ การทําสัญญานะครับ อัตราดอกเบี้ยที่มีความเหมาะสมและก็ เกรท พีเรียด (Great Period) ก็คือระยะเวลาการปลอดชําระเงินต้นในช่วงป้แรก ๆ เช่น การไม่ต้องชําระคืน เงินต้นในระยะ ๒ ป้แรก เปึนต้นอย่างนี้นะครับ ๔. ก็คือค่าเบี้ยปรับผิดสัญญา หรือ เบี้ยปรับการผิดสัญญาบางประการ การผิดนัดชําระหนี้ เงื่อนไขการกู้เงินเปึนสิ่งที่สําคัญ มาก ซึ่งขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาในรายละเอียดนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า นอกจากการเจรจากู้เงินจากองค์กร ระหว่างประเทศแล้ว รัฐบาลควรมีนโยบายกู้เงินภายในประเทศด้วย เพื่อสนับสนุนฟุ๋นฟู เศรษฐกิจในประเทศอีกทางหนึ่งด้วยนะครับ ซึ่งการกู้เงินภายในประเทศไม่จําเปึนต้องขอ ความเห็นชอบจากรัฐสภาด้วย ท่านก็จะสะดวกมากนะครับ เพราะว่าท่านสามารถกู้เงิน ภายในประเทศได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ ตามมาตรา ๒๑ ของ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ๒๕๔๘ และแก้ไขเพิ่มเติม ๒๕๕๑ บัญญัติว่า การกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในป้งบประมาณหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังกู้เปึนเงินบาทได้นะครับ ไม่เกินวงเงินร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม บวกกับร้อยละ ๘๐ ของงบประมาณ รายจ่ายที่ตั้งไว้นะครับ รวมเปึนวงเงินที่รัฐบาลสามารถกู้ภายในประเทศได้ถึง ๔๔๑,๒๘๐.๘ ล้านบาท แต่เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อจัดทํางบประมาณรายจ่าย แบบขาดดุลของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ไปแล้ว เปึนเงิน ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาท จึงทําให้ รัฐบาลยังคงสามารถกู้เงินภายในประเทศเพิ่มได้อีกถึงประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน รัฐบาลสามารถกู้เงินภายประเทศตามกรอบของกฎหมายได้อีกประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการกู้เงินจากตลาดการเงิน ภายในประเทศมีข้อดีและก็เหมาะสมที่จะดําเนินการในสถานการณ์ปัจจุบันและ ในอนาคตข้างหน้าถ้ามีความจําเปึนนะครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า

๑. ไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

๒. ตามกฎหมายรัฐบาลยังมีวงเงินที่สามารถกู้ภายในประเทศได้ถึง ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท

๓. การกระจายสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม และผู้ส่งออก ผู้ประกอบการภาคการผลิตอื่น ๆ รวมถึงการค้ําประกันสินเชื่อผ่านสถาบัน การเงินของรัฐ ส่วนใหญ่เปึนความต้องการเงินกู้ในรูปของเงินบาท ไม่ใช่เงินตรา ต่างประเทศ นอกจากนั้นโครงการลงทุนภาครัฐบางส่วนก็สามารถใช้เงินกู้ภายในประเทศ ได้นะครับ

๔. ก็คือ รัฐบาลควรพิจารณาความเปึนไปได้ที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้กู้โดยตรงกับสถาบันการเงินของรัฐเพื่อขยายสินเชื่อและให้บริการสินเชื่อ ซึ่งจะทําให้ รัฐบาลกู้เงินได้น้อยลง ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่ากรณีที่รัฐบาลมีความจําเปึนจะต้องใช้ เงินตราต่างประเทศนะครับ รัฐบาลน่าจะพิจารณาความเปึนไปได้ในการที่จะใช้เงิน บางส่วนจากเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินต่างประเทศอยู่ถึง ๑๑๑,๓๖๔ ล้านเหรียญสหรัฐ อันนี้เปึนตัวเลข ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๒ นี้เองครับ ถ้าหากนําไปใช้สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ก็ไม่น่าจะทําให้เกิดความเสี่ยงอะไรนะครับ ด้วยเวลาที่จํากัดที่จริงผมจะกล่าวถึงเงินทุนสํารองระหว่างประเทศนะครับ ที่ประเทศไทย มีเงินทุนสํารองเปึนทรัพย์สินต่างประเทศถึง ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านวันชัย ท่านหมดเวลาแล้วนะครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธาน ครับ ท้ายนี้ก็ขอฝากรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้พิจารณา ทั้งการกู้เงินต่างประเทศและการกู้เงินภายในประเทศนะครับ แล้วก็ขอฝากให้ดูแลการใช้ เงินกู้ต่าง ๆ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์และเปึนประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยรวมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช (รองประธานรัฐสภา) . เดี๋ยวผมอ่านให้ฟัง นะครับ ต่อไปก็คือท่านวรวัจน์ ท่านมนต์ชัย ท่านสุรเดช ท่านสุรพงษ์ แล้วก็ท่านพิเชษฐ นะครับ เชิญท่านวรวัจน์ครับ

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธานครับ ผมยกมือก่อนท่านวรวัจน์ครับ มีพยานด้วย ครับ ท่านไม่ได้เรียกตามลําดับ ท่านบันทึกอย่างไรครับ เมื่อสักครู่เด็กข้างหน้าบันทึกชื่อผม มาก่อน ผมไม่ใช่ว่าอยากจะอภิปรายก่อน แต่ความเสมอความลําดับมันต้องได้ครับ อย่าแซงคิวกันสิครับ ท่านประธานจัดแซงคิวอย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผมไม่ได้จัดแซงคิวอะไร ทั้งสิ้นนะครับ ผมจัดตามลําดับที่บันทึกขึ้นมานะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ไม่ได้ครับ ผมฟัองท่านเลขาธิการเมื่อสักครู่ผมไปดูชื่อผมทีหนึ่งแล้ว ท่านเลขาธิการ ทําหน้าตาเฉยเลย ไม่ได้ครับ ผมอยู่ในลําดับต้น ๆ อยู่แล้ว ผมรองจากท่านชัยวัฒน์ อยากจะอภิปรายใจจะขาดแล้วครับท่านประธาน

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมด้วยนะครับ ผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ไม่เห็นมีชื่อเลยครับ ผมก็ยกมือตั้งแต่ตอนต้นแล้วครับ ทําไมไม่มีชื่อละครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตด้วยครับ อย่าลืมชื่อผมนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ เดี๋ยวจัดต่อ แล้วกันนะครับ เชิญท่านวรวัจน์ไปก่อนนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่ผมถามท่านรัฐมนตรีไปนี่บอกขอรายละเอียด นะครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีรายละเอียดเลย วันนี้ท่านบอกว่ากรอบ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ว่าวันนี้รัฐบาลกําลังขอแบลงค์ เช็ค มาบอกว่าขอเงินไปใช้ วันนี้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ นี่นะครับ ผมคิดว่าวันนี้คนในประเทศนี้ห่วงมาก ห่วงเรื่องการตกงาน ห่วงเรื่องไม่มีงานทํา ห่วงเรื่องไม่มีรายได้ วันนี้รัฐบาลบอกว่ากู้ ท่านประธานครับ ปกติคนไทยชอบเรื่องกู้ แต่บาดใจไหมครับวันนี้ ทําไมรัฐบาลต้องป่ดหูป่ดตาประชาชน บอกก่อนไม่ได้หรือครับ ว่าเอาเงินกู้นั้นกู้ไปทําอะไร ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับ เวลารัฐบาลจะขอเงินไป ต้องบอกก่อนว่าเอาเงินกู้นี้ไปแล้วใช้ประโยชน์อะไร เปึนภาระต่อประเทศหรือไม่ อัตราดอกเบี้ยเท่าไร คือต้องมีรายละเอียดครับ แต่วันนี้ที่รัฐบาลดําเนินการอยู่ตอนนี้คือ ไม่มีรายละเอียด ไม่มีอะไรให้แก่สภาเลยขอกว้าง ๆ ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ รัฐสภา เปรียบเหมือนพ่อเหมือนแม่ ลูก ๆ จะไปกู้เงินธนาคารแต่ไม่บอกว่ากู้ไปทําไม เอาเงินไปใช้ อะไร วันนี้ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศไม่สบายใจ วันนี้ผมคิดว่าสมาชิกแห่งสภานี้ไม่ว่า เปึนวุฒิสภาหรือเปึนฝ์ายค้าน หรือแม้แต่ฝ์ายรัฐบาลเองก็ไม่สบายใจ แต่ถ้ารัฐบาลยังจะ คงถือว่าพวกมากลากไปป่ดหูป่ดตาประชาชนผมไม่เห็นด้วยนะครับ ผมต้องเรียน ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านใช้แบบนี้ไม่ถูก ตามมาตรา ๑๙๐ นี่นะครับ ทําไมต้องกําหนดให้ ท่านมาบอกสภาละครับว่าจะกู้เงินไปทําอะไร เพราะเขาให้อํานาจสภาเปึนตัวถ่วงดุลกับ รัฐบาลว่ารัฐบาลจะเอาเงินไปใช้ต้องบอกสภาก่อน ยิ่งการกู้เงินจากต่างประเทศ วันนี้ คําว่า กู้ กู้ กู้ บาดใจคนไทยเหลือเกินนะครับ ผมเรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิก วุฒิสภาด้วยนะครับ วันนี้ท่านจะมาอาศัยสภาแห่งนี้เปึนแหล่งอนุมัติให้ท่านไปกู้เงินเอา แบลงค์ เช็ค ไปโดยที่ท่านไม่บอกว่าเอาไปใช้อะไร ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วย วันนี้ท่านกําลัง จะเอาสภาไปเปึนทาสน้ําเงินของต่างประเทศ ท่านจําได้ไหมครับ เวลาเรากู้เปึนทาส ไอเอ็มเอฟ เขาจะมากําหนดมาตรการเลย ๑ ๒ ๓ ๔ เราต้องติดข้อผูกพันแบบนั้นแบบนี้ เราเจ็บปวดมามากเท่าไรแล้วนะครับ แต่ว่าวันนี้รัฐบาลจะทําแบบนี้อีก ผมต้องเรียน ท่านประธานผ่านถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ารัฐบาลทําอีกแล้ว ท่านรัฐมนตรีครับ ขอเถอะครับผมอยากให้ท่านบอกรายละเอียดมาด้วยนะครับ ถ้าไม่มีรายละเอียดนี่นะครับ ท่านจะมาทําแบบนี้ผมคิดว่าเราคงยอมให้รัฐบาลทําอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ผมอยากเรียนนะครับว่าสมมุติเราเปึน แม้แต่เปึนบริษัทนี่นะครับ จะอนุมัติให้ผู้จัดการไปกู้ ต้องถามละเอียดว่าเอาไปกู้ไปทําอะไร ไม่ใช่ขอแบลงค์ เช็ค บอกอย่างเดียวขอเงินไปใช้ ผมว่าไม่ไหวนะครับ มันต้องบอกครับว่ากู้ไปแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์อะไร กู้ไปแล้วนี่ประเทศจะมี ภาระอย่างไร ดอกเบี้ยเท่าไร การใช้คืนเปึนอย่างไร หรือว่าจะเกิดรายได้เพื่อใช้คืนอย่างไร ต้องตอบตรงนี้ด้วยนะครับ ท่านกําลังสร้างภาระให้กับประเทศโดยที่ท่านไม่บอกนะครับว่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นภายในอนาคต ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ อยากเรียนท่านประธานผ่าน ถึงรัฐบาล วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ท่านขอเงินไปใช้โดยไม่บอก ผมถาม อย่างนี้ครับ ท่านกู้แบบนี้แล้วคนไม่ตกงานใช่ไหมครับ ท่านยืนยันได้ไหมครับกู้ไปแก้วิกฤติ เศรษฐกิจอย่างนี้แล้วคนไม่ตกงาน ท่านยืนยันได้ไหมครับ ท่านจะไม่รีดนาทาเร้นเก็บภาษี จากประชาชนอีก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าวิธีหาเงินมี ๓ อย่าง ขายทรัพย์สิน กู้ รีดภาษี วันนี้ท่านเอา ๒ อย่างเลย รีดภาษีกับประชาชน ขึ้นภาษีน้ํามันนี่จะกู้อีก แล้วสิ่งนี้นะครับ ไม่ผ่านกฎหมายงบประมาณด้วยนะครับ ท่านเอาไปแล้วท่านเอาไปได้เลย เพราะฉะนั้น วันนี้มันต้องมีรายละเอียดก่อนที่ท่านจะเอาไปใช้นะครับ ท่านต้องตอบครับ คนตกงาน หรือไม่ พอจะขายของได้ไหม คนจะมีรายได้อะไรหลังจากที่ท่านไปกู้ การท่องเที่ยวจะดีขึ้น หรือไม่ ราคาสินค้าที่แพง ๆ อยู่นี้จะลดลงไหม ท่านจะรีดภาษีต่อไปอีกหรือไม่ถ้ากู้แล้ว ส่งออกจะดีขึ้นหรือไม่ ท่องเที่ยวจะดีขึ้นหรือไม่ ถ้าท่านกู้ไปแล้วนะครับท่านทําภาระให้กับ ประเทศแบบนี้แล้วนะครับ ท่านแก้ปัญหาที่ติดอยู่ในพี่น้องประชาชนไม่ได้นะครับ ท่านอย่ากู้ แล้ววันนี้ผมเรียนกับพี่น้องสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ท่านต้องตรวจสอบครับ วันนี้เราจะยอมให้รัฐบาลกู้โดยไม่มีรายละเอียดไม่ได้ รัฐบาลจะขอแบลงค์ เช็ค ไม่ได้ นะครับ ผมยืนยันนะครับ แล้วก็เรียนว่าวันนี้ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมขอปกปัอง ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ถ้าท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่มีรายละเอียดว่าจะกู้เอาไป ทําอะไรผมไม่เห็นด้วย แล้วจะต่อต้านทุกวิถีทาง แล้วผมเรียนด้วยนะครับ คําว่า กรอบ ของท่านนี่มันกว้างเกินไป ผมคิดว่าตรงนี้สิ่งที่ท่านทํานี่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วถ้าท่านกู้ไปแล้วเอาไปให้เปึนภาระแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ วันหนึ่ง นี่เราเปึนทาสน้ําเงินของต่างประเทศ แล้วมีปัญหานี่นะครับ คนที่อนุมัติให้กู้ไป พออนุมัติ กรอบการเจรจาไปท่านจะเปึนตราบาป วันนี้ถ้าท่านอนุมัติให้รัฐบาลทําแบบนี้ไป กู้เงิน โดยไม่มีรายละเอียด ท่านให้แบลงค์ เช็ค ต่อรัฐบาลไป ถ้าเกิดผลเสียหายนี่นะครับ ผมจะเป่ดเผยรายชื่อของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ทุกคนที่ปล่อยให้รัฐบาลทําตามอําเภอใจ แล้วตรงนี้เราจะฟัองพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ารัฐบาลเอาอีกแล้วครับ กู้แล้วไม่มี รายละเอียด ผมเสียใจกับรัฐบาลนี้ที่ทําแบบนี้ แล้วไม่เห็นด้วยกับวิธีการของรัฐบาล โดยเด็ดขาดครับ ฝากสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าการยับยั้งรัฐบาลได้หรือไม่ได้อยู่ที่การลงมติ วันนี้ว่าท่านจะชะลอรัฐบาลไปจนกว่าจะให้รายละเอียดแก่สภาหรือไม่ ถ้าท่านในฐานะ ที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนสามารถระงับรัฐบาลนะครับ อย่าเพิ่งไปดําเนินการอะไร จนกว่าจะให้รายละเอียดแก่สภาว่าเอาเงินไปใช้อะไร ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านมนต์ชัยครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายเกี่ยวกับกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของทางรัฐบาลที่ได้เสนอมายังรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ในครั้งนี้ ซึ่งกรอบการเจรจากู้เงินนั้นกับหัวเรื่องเกี่ยวกับกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผมมองไม่เห็นนะครับว่าในวัตถุประสงค์การกู้เงินที่รัฐบาล ได้ชี้แจงมาเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีแต่กรอบเจรจากู้เงิน เพราะว่าการกู้เงิน มานั้นเพื่อที่จะสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ มันจะต้องมากระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทําโครงสร้างพื้นฐานของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่าเศรษฐกิจของไทยเราทุกวันนี้นะครับ ย่ําแย่เต็มที ส่งออกก็ไม่ได้ ท่องเที่ยวก็ไม่ดี การลงทุนก็ไม่ค่อยเกิด จะมีแต่การบริการ การบริโภคที่ทางรัฐบาลได้กระตุ้นไปงวดแรกนั้น ได้กระทําไปแล้ว ผมเองได้มีโอกาสไปลงพื้นที่พบกับพี่น้องประชาชน ผมก็สะกิดใจ เหมือนกัน ในฐานะที่เปึน ส.ส. จากฝ์ายรัฐบาล ชาวบ้านถามผมมาว่าจะไปกู้เงินมาอีก ทําอะไร ผมเลยให้คําตอบกับพี่น้องประชาชนไปบอกว่า ลองนึกดูตัวเราว่าถ้าเราจะลงทุน ไปประกอบทํากิจการอะไร แต่ขณะนี้เรามีเงินไม่เพียงพอหรือว่าไม่มีเงิน เราก็ต้องไปหา แหล่งทุน แหล่งเงินมาเพื่อที่จะมาทําให้ครอบครัวของเรามีความเข้มแข็ง ให้ตัวเรา สามารถที่จะอยู่ในสังคมนี้ได้ ประเทศก็เหมือนกัน เกี่ยวกับตัวเราเหมือนกัน ประเทศเรา กําลังที่จะไปทําเศรษฐกิจให้มันดีขึ้น ในเมื่อประเทศไทยเรา ปัจจัยต่าง ๆ ที่ผมได้ กราบเรียนมา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการส่งออก ท่องเที่ยวนั้น มันไม่สามารถที่จะขับเคลื่อน ไปได้มาก ก็ต้องอาศัยไปหาเงินมาเพื่อที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชาวบ้านเอง ก็เปึนที่เข้าใจ และที่สําคัญอย่างยิ่งในเรื่องของการที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจจากหัวข้อ การอภิปรายในวันนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น ผมมองเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญอย่างยิ่งที่จะทําให้พี่น้องประชาชน ได้สามารถลืมตาอ้าปากได้นั้นจะต้องเกี่ยวกับเรื่องน้ําเปึนหลัก เพราะว่าในกรอบหรือ วัตถุประสงค์ที่ได้ชี้แจงมานั้นมันไม่มีรายละเอียด ซึ่งจะทําให้พี่น้องประชาชนได้สามารถ ลืมตาอ้าปากได้ โดยจะนําน้ําสู่ไร่นาหรือว่าทําชลประทานให้เกิดผลผลิตทางการเกษตร เพราะว่าบ้านเมืองเราเปึนเมืองเกษตร ดังนั้นจึงขอนําเรียนและขอเสนอแนะไปยังรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ๒ กระทรวงนี้จะดูแลเรื่องน้ํา เปึนหลัก เพื่อพี่น้องประชาชน

และอีกประการหนึ่งนะครับ เรื่องถนนหนทางก็เช่นกัน พอดีท่านรัฐมนตรี ท่านโสภณ ซารัมย์ ได้นั่งอยู่ด้วย ก็คิดว่าจะได้มีโอกาสนํางบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ มาสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปึนการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนและก็เปึนการ กระจายเศรษฐกิจ เพราะว่าการขนส่งไม่ว่าจะเปึนทางบก ทางอากาศ ทางน้ํา ในทุกประเภท จะเปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้เกิดการสร้างงาน การสร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทีนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนทางรัฐบาลว่าเรามองแต่ ภาพด้านที่จะกู้เงินเพื่อที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในส่วนของรายได้ ในประเทศชาติไทย เราที่ยังขาดตกหล่นอีกเยอะแยะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องรายได้จากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ได้ จากทรัพย์สินของทางราชการ อย่างเช่น ที่ราชพัสดุหรือการจัดสรรที่ดินในเขตที่จะให้ พี่น้องประชาชนมาทําการเช่า รายได้ตรงนี้ยังอีกมหาศาลที่จะเปึนรายได้มาพัฒนา ประเทศชาติไทยเรา และรายได้จากการบริการ เช่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ยังกระทําอย่าง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ว่าได้นะครับ มันมีโอกาสที่จะตกหล่นหรือว่าโอกาสที่จะผิดพลาด มากมายจากรัฐวิสาหกิจ อย่างเช่น การรถไฟ หรือรายได้จากรัฐวิสาหกิจในประเภทอื่น ๆ เปึนต้น และที่สําคัญอย่างยิ่งนะครับ เรื่องหวยบนดินทําเถอะครับ ดีกว่าให้หวยนั้นไปอยู่ ใต้ดิน ทุกวันนี้ได้ยิน เวลาลงพื้นที่ใก้ล้ ๆ วันหวยออกชาวบ้านจะไม่ค่อยสนใจที่จะฟัง อบรมหรอกครับ จะโทรศัพท์คุยกันเรื่องเลข ๒ ตัว ๓ ตัว อะไรเหล่านี้เปึนต้น ถ้ามาทําให้ ถูกต้อง รายได้ส่วนนี้ก็จะมาช่วยในการพัฒนาประเทศชาติ มาดูแลลูกหลานของเรา นะครับ ให้ได้มีการศึกษาที่ดีขึ้นนะครับ และบุคลากรของประเทศชาติก็จะเปึนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในอนาคตต่อไปนะครับ เราอย่าไปมองว่าสิ่งเหล่านั้นมันปึนอบายมุขนะครับ เรามองว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมันเปึน ประโยชน์ที่เราสามารถที่จะนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ ท้ายสุดนี้ก็คงจะใช้เวลา ไม่มากนะครับ ก็ขอฝากกับรัฐบาลว่าการทํางานทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถ้าท่านได้คํานึงถึง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ประเทศชาตินะครับ ท่านจะทํางานได้เปึนอย่างดีและ ผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชนเลือกมาจะทําหน้าที่ในการที่จะ ตรวจสอบหรือว่ามาดูแลสนับสนุนรัฐบาลนี้ให้ทํางานไปอย่างตลอดรอดฝัืงครับ ขอบคุณ ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุรเดชครับ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้เรา พิจารณาเรื่องกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นะครับ ก็เปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันนะครับ วิกฤติเศรษฐกิจเปึนกันทั่วโลก เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยก็เปึนส่วนหนึ่งในสังคมเศรษฐกิจของโลก ดังนั้นเอง เศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลกก็มากระทบถึงเมืองไทยอย่างที่บอกว่า ประเทศไทยมีการ ส่งออก พึ่งพาการส่งออกถึง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเองจึงนํามาซึ่งภาวะเศรษฐกิจ ของเราก็มีผลกระทบจนทําให้การพยากรณ์หรือ จีดีพี ติดลบ จะติดลบมากหรือติดลบ น้อยก็อยู่ที่การดําเนินการหลายอย่างนะครับ อย่างที่บอกว่า จีดีพี นั้นเกิดจากอะไร นะครับ อันที่ ๑ จีดีพี ก็เกิดจากการบริโภค ซึ่งรัฐบาลเองก็มีงบเพิ่มเติมให้การกระตุ้น การบริโภคในงบเพิ่มเติมที่จํานวนที่ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ แล้วส่วนเรื่อง การลงทุนของภาคเอกชน ในเมื่อว่าภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ปัญหาการเมืองที่สับสน ทําให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่มีนะครับ และการส่งออกที่ลดน้อยลง เนื่องจากว่า เศรษฐกิจโลกผลกระทบทําให้การส่งออกลดน้อยลง และส่วนการนําเข้าเราเองก็ยังพึ่งพา การนําเข้าอยู่ อย่างเช่น น้ํามัน ดังนั้นเองการที่ทําให้ จีดีพี โตขึ้นหรือทําให้ จีดีพี ติดลบ น้อยลงก็คือการพึ่งพาการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งงบประมาณที่ผ่านมานะครับ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ตั้งไว้ ๑.๘ ล้านบาทก็มีการขาดทุนถึง ๑ แสนกว่าล้านบาท และมีการเก็บภาษีน้อยกว่าอีกแสนกว่าล้านบาท ประมาณ ๒ แสนล้านบาท ดังนั้นเอง นะครับ ผมก็เห็นด้วยในการที่รัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการลงทุนของภาครัฐ เนื่องจากว่าภาคการบริโภคของเอกชน รัฐบาลก็ทํามาแล้วนะครับในงบเพิ่มเติม ภาคการส่งออกก็ลดน้อยลง การลงทุนของเอกชนก็ไม่มีหรือลดน้อยลง ดังนั้นเองการที่จะ ลงทุนของภาคเอกชนก็ไม่มี ดังนั้นเองภาครัฐจําเปึนนะครับ แต่งบประมาณที่จะขอเพิ่มนั้น หรือขอกรอบการกู้เงินจํานวนเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าว หรือ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ที่ทางรัฐบาลจะเจรจานั้นนะครับ ก็ขอฝากในการพิจารณาให้อย่างรอบคอบสักเล็กน้อย อย่างที่บอกว่า รัฐบาลเองจะเจรจาแหล่งเงินกู้ ๓ แห่ง คือ ที่ธนาคารโลกก็ดี หรือธนาคาร พัฒนาเอเชีย หรือว่า ไจก้า ก็ดี ๓ แห่งนั้นนะครับ ซึ่งจากกรอบแล้วผมขอฝากว่าการกู้นั้น เราไม่ใช่ได้เงินได้เปล่า เราต้องชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ดังนั้นเองเงื่อนไขที่มี อยากจะให้ทางรัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราเองเราไม่ได้ขอเขามาฟรี ๆ เรากู้เงิน เราต้องจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้น ดังนั้นเองเงื่อนไขต่างๆ อยากให้รัฐบาลนั้นรักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญ และดูว่าเงินนั้นควรจะลงทุนไปทําอะไร ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายหลายอย่างที่ว่า การที่จะกู้เงินนี้เพื่ออะไร เพื่อที่จะทําฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คําว่า เศรษฐกิจเมืองไทย นั้น เศรษฐกิจเมืองไทยนั้นโดยพื้นฐานเราพึ่งพากับเกษตรกรรม นะครับ เกษตรกรรมจะอยู่ได้อย่างไร อยู่ได้ก็เพราะน้ํา ถ้าตราบใดไม่มีน้ํานะครับเกษตรกรรมอยู่ ไม่ได้ ประเทศไทยเปึนประเทศที่มีน้ําที่ปริมาณมากพอ แต่ประเทศไทยขาดการจัดการน้ํา ที่ดีนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าปริมาณน้ําเรามีเพียงพอ แต่การจัดการน้ําไม่ดี ดังนั้นเองแหล่งน้ํา เปึนสิ่งสําคัญ งบประมาณที่มีจํากัดนั้นควรจะเรื่องฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้นควรจะไปพัฒนา แหล่งน้ําเพื่อเกษตรกรรมให้มีน้ําใช้ ถ้าพื้นที่ใดมีน้ําใช้นะครับจะให้ชาวบ้านมาอพยพ อยู่ในเมืองคงไม่จําเปึนนะครับ เพราะว่าเราต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจว่าอย่าไปพึ่งพา การส่งออกมาก อย่างที่เปึนบทเรียนว่าพอพึ่งพาการส่งออกถึง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ พอเศรษฐกิจโลกมีปัญหาทําให้ จีดีพี เรามีปัญหาด้วย ซึ่งประเทศไทยนั้นมีความ อุดมสมบูรณ์นะครับ น้ํามีอยู่แล้ว เหลือแต่การจัดการน้ําอย่างเดียว ดังนั้นเองไหน ๆ รัฐบาลจะตั้งงบประมาณแล้วควรจะลงทุนทางด้านแหล่งน้ํานะครับ เพื่อให้พี่น้อง เกษตรกรมีแหล่งน้ํา มีน้ําใช้ เพื่ออุปโภคบริโภคนะครับ ชาวบ้านนั้นถ้ามีน้ําก็สามารถ ทํามาค้าขายหรือเพาะปลูกได้

และอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ คือ การท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวนะครับ เปึนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ลงทุนน้อยที่สุดนะครับ เราเพียงแต่ว่าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมนะครับ ต่างชาติเขามาเที่ยว มาเที่ยวธรรมชาติของเรา เพียงแต่อนุรักษ์อย่าให้มันเสื่อมโทรมมากกว่านี้นะครับ เปึนการ ลงทุนที่ถูกที่สุดและรายได้สูงนะครับ ก็ขอฝากเรื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง นะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งคือ การพัฒนาโครงการพื้นฐาน ซึ่งท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปรายมามากแล้วนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็มีโครงการลงทุนถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ใน ๓ ป้ข้างหน้า แต่อย่างที่กราบเรียนแล้วว่างบประมาณที่จํากัดในเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะกู้เงินในกรอบการกู้เงินนั้นจะทําอะไรนะครับ กราบเรียนว่าถ้าเรามี งบประมาณไม่จํากัดทุกคนอยากจะได้หมด ถนนปลอดฝุ์นก็ได้ ทางมอเตอร์เวย์อยากมี หรือทางรถไฟก็มี แต่ผมมองว่าอย่างเช่น ถนนสายมอเตอร์เวย์ สระบุรี-โคราช ใช้เงินถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถนนลงทุนเปึนแสน ๆ ล้านบาทเท่าไรก็ไม่พอนะครับ วันนี้กราบเรียน ท่านประธาน ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังก็ดี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม อยู่ในที่นี้ก็ดี ผมมองว่าถ้ามีเงินไม่จํากัดลงอะไรก็ได้ ลงทั้งหมดที่ขอมา แต่ถ้าเงินจํากัด อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยพิจารณางานระบบราง เพราะระบบรางสร้างมาเกือบ ๑๐๐ ป้แล้ว ขาดการพัฒนานะครับ ล้าหลังกว่าประเทศอื่นเปึนจํานวนมากนะครับ อย่างเช่นในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกผมอยู่จังหวัดปราจีนบุรีมีทางรถไฟสร้างมา ก็หลายสิบป้แล้ว ตั้งแต่เกิดมาเห็นทางรถไฟแล้ว แต่กลับด้อยกว่าเดิมนะครับอย่างที่บอก ว่า เราส่งสินค้าออกที่ประเทศกัมพูชาได้ดุลการค้าป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท แต่เราต้อง ส่งสินค้าทางรถยนต์ ทางรถเทรลเลอร์วันหนึ่งประมาณ ๑๐๐ กว่าเที่ยวหรือ ๒๐๐ เทรลเลอร์ นะครับ ส่งไปยังประเทศกัมพูชา ดังนั้นเองต้นทุนการขนส่ง หรือโลจิสติกส์นั้นเราสูง อันนี้คือยกตัวอย่าง นี่คือภาคตะวันออกที่ผมเห็นและอีกหลาย ๆ อย่างนะครับ ถ้าเราเอง ไม่เคยปรับโครงสร้างการขนส่งนะครับ จะทําให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากว่า การขนส่งทางรถยนต์นั้นต้นทุนการขนส่งสูงมากนะครับ แล้วต้องพึ่งพาน้ํามันเปึนจํานวนมาก ดังนั้นเองน้ํามันเราไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องนําเข้ามา แต่รถไฟนั้นลงทุนครั้งเดียว นะครับจะทําให้ต้นทุนการผลิต การขนส่งถูกลง และอีกอย่างหนึ่งที่ขอฝากนะครับว่า ในกรอบเงินกู้นั้นถ้าเราจะกู้เงินนํามาใช้นะครับ ขอให้พิจารณาเรื่องโครงการที่เปึนโลคัล คอนเทนท์ (Local Content) คือใช้วัสดุในเมืองไทยให้มากที่สุดนะครับ ไม่ใช่ว่า กู้เงินมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อาจจะต้องไปเจอเงื่อนไขว่าต้องใช้วัตถุดิบจาก ต่างประเทศ ใช้ที่ปรึกษาจากต่างประเทศ เงินกู้มาผ่านไปผ่านมา การที่จะกู้เงินนั้นถ้าเรา สามารถกู้เม็ดเงินใน ๑ บาท ถ้าสร้างงานนะครับ สร้างงานก็จะทําให้มีผลงานที่เกิดขึ้น มีการอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่สร้างขึ้น จะเพิ่มขีดความสามารถของประเทศได้สูงขึ้น จะนํามาซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศชาติที่สูงขึ้นหรือเจริญมั่งคั่งในอนาคต ดังนั้นเองเปึนโอกาสดีแล้วครับที่มีความหวังของประเทศชาติที่จะให้รัฐบาลลงทุน แต่ลงทุนนั้นควรจะเลือกลงทุนที่ก่อให้เกิดรายได้หรือมีประโยชน์สูงสุดของส่วนร่วม แล้วก็การที่จะกู้เงินอย่ารับเงื่อนไขต่างชาติ หรืออย่ารับเงื่อนไขธนาคาร ที่ต้องกู้มาว่า ต้องใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ ใช้วิศวกรหรือที่ปรึกษาจากต่างประเทศ วัตถุดิบควรจะหาวัตถุดิบที่ใช้ในเมืองไทย ควรใช้ที่ปรึกษาที่ประเทศไทยนั้นมีความรู้ ความสามารถเปึนจํานวนมากแล้ว แล้วก็ขอให้พิจารณาโครงการที่มีความเหมาะสม โครงการที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่ของประโยชน์ส่วนรวมประเทศชาติเปึนหลัก ก็ขอฝาก นะครับ ในเวลาที่จํากัด ๒๐ นาที ก็ไม่อยากจะรบกวนอะไรมาก ก็ขอฝากทาง ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษากรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ผมเรียนตรง ๆ ว่าจําเปึนต้องกู้ครับ แต่ผมเปึนห่วงว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ ทํานี่กู้ช้าไปครับ กู้ช้าไปเพราะเหตุผลใด ผมอ่านจากเอกสารที่ได้แจกออกมานี่นะครับ แนวนโยบายที่รัฐบาลได้วางไว้จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ ได้มี มติคณะรัฐมนตรีครับ เพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกที่มีต่อ ระบบเศรษฐกิจไทย ท่านประธานคงจะจําได้ตอนนั้นรัฐบาลชุดนี้แหละครับ โดยท่านอภิสิทธิ์กับท่านกรณ์ มักจะหลงลืมตัวเองบอกว่า เศรษฐกิจจะเติบโตสูงถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ที่ท่านได้เขียนไว้ในนี้ว่า จะใช้เงินเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้ตัวเลขมันเปลี่ยนไป เมื่อวานรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์บอกว่า จีดีพี ลบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมถามว่าท่านกู้เงินมา มันจะพอใช้จ่ายไหม ประชาชนจะเดือดร้อนกว่าเดิมไหม สิ่งที่เกิดขึ้นคือท่านมีความหัวดื้อ ดื้อว่าตัวเลขที่ท่านได้มานั้นเปึนตัวเลขที่ถูกต้อง ท่านประธาน แต่ขณะที่นักวิเคราะห์ต่าง ๆ บอกว่าตัวเลขจะติดลบ เศรษฐกิจจะติดลบ ท่านไม่ฟัง หัวดื้อ แล้ววันนี้มาขออนุมัติที่จะ กู้เงิน ที่จริงแล้วในพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ที่อยู่ในมือผม มาตรา ๒๒ เขียนไว้ชัดเจนครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตเท้าความถึงมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ เขียนไว้ว่า วรรคสองครับ การกู้เงินตาม วรรคหนึ่งซึ่งกําหนดไว้ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณประจําป้นั้น ให้กําหนดวัตถุประสงค์ ของการใช้เงินอย่างชัดเจน และเปึนไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี กําหนด โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี ก็อย่างที่ท่านประธานได้ฟังเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก ได้สอบถามว่า รัฐบาลนี้จะกู้เงินไปทําอะไรให้มันชัดเจน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรือ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าท่านประธานได้ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผมได้นําเสนอต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเด็กหนุ่ม ๒ คน จะเห็นชัดเจนเลยครับว่า พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ มาตรา ๒๑ นั้น วงเงินไม่พออยู่แล้ว เพราะเราขาดดุลเกิน แถมยังเก็บภาษีเงินได้ไม่เข้าเปัา อันนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่มาตรา ๒๒ กู้เปึนเงินต่างประเทศ วันนี้ตัวเลขที่ผมได้รับมาครับ รัฐบาลจะกู้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือใน เอกสารที่มาขอเสนอกรอบวงเงินกู้อันนี้คือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปที่ญี่ปุ์น ได้ตกลงที่จะทํารถไฟ ๓ สาย สายสีแดงอะไรนั่นนะครับ ที่จะกู้เปึน เงินประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านเยน หรือ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้กรอบวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๒ นี่แหละครับ ใช้ไปแล้ว คิดเปึนเงินก็ ๙๐๐ กว่าล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ ในขณะนี้วันนี้เพิ่ม มาอีก ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ากู้ไปแล้วใช้เปึนไหม ประชาชนจะ ได้รับความสุขสบายไหม โอบามากู้เงินมหาศาล เขาเริ่มต้นกู้ก่อนเลย แต่ของเรานี่ความรู้สึกช้าครับท่านประธาน ผมไม่ได้ว่าไม่เห็นด้วยกับการกู้นะ ผมว่าท่านกู้ช้าไป เงินท่านใช้ไม่ทันหรอกครับ จะหมุน ไปกี่รอบ อย่าง ๒,๐๐๐ บาทที่ออกไปนั้นคนเขาบ่นกัน มันไปไม่ถึงประชาชนที่ยากไร้ คนยากจน คนยากจนในประเทศไทยมี ๒๓ ล้านคนท่านประธาน เกษตรกรที่มีรายได้น้อย ไม่เพียงพออีก ๒๔ ล้านคน คนเหล่านี้ไม่ได้รับอานิสงส์จากเงิน ๒,๐๐๐ บาทหรอกครับ ผมกําลังบอกว่ารัฐบาลนี้ทําผิด ยิ่งวันนี้เอากรอบวงเงินกู้มา ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ถามว่า จะเอาไปทําอะไรก็ไม่ชัดเจน บอกว่าไม่ได้ต้องมาพิจารณาอีกรอบหนึ่ง เอาล่ะ วันนี้จะให้ ผ่านไป ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ แต่วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านประธานรัฐสภา ก็คือ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ นั่นแหละครับ ที่สร้างปัญหาตลอดเวลา ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใช้พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ รัฐบาล ทําได้เลย ไม่ต้องมากลับไปกลับมาระหว่างสภากับการจะไปกู้เงิน เพราะกลัวครับ กลัวว่า ไปทําสัญญาแล้วจะโดนถอดถอนเหมือนที่อดีตรัฐมนตรีนพดลโดนในมาตรา ๑๙๐ มาตรานี้แหละคือมาตราที่สร้างปัญหา พูดง่าย ๆ สร้างความงี่เง่าให้เกิดขึ้นกับการปฏิบัติ หน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ แทนที่จะได้ดําเนินการกู้หนี้ยืมสินตาม กรอบที่กฎหมายกําหนดไว้ ซึ่งมีบรรทัดฐานเรียบร้อยแล้ว แล้วไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่ต้องมารอผ่านสภาอย่างนี้ แล้วรัฐบาลพยายามจะบอกว่าอยากจะให้ประชาชนมีความ เปึนอยู่มีปากท้องที่ดี ทําไมไม่ทําเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือนล่ะครับ ในเมื่อ วันที่ ๑๓ มกราคม มติ ครม. อนุมัติให้กระตุ้นเศรษฐกิจ รู้ว่าปัญหาโลก ปัญหาอเมริกา ล่มสลาย ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย ถามสิครับว่าทําไมเดือนกุมภาพันธ์ไม่รีบทํา รอมาจนถึงจะปลายเดือนมีนาคมอยู่แล้ว แล้วบอกว่าเปึนห่วงพี่น้องประชาชน เกษตรกร ได้รับความเดือดร้อน คนจนได้รับความเดือดร้อน เงินจะไม่พอกิน คนตกงานเท่าไร ตัวเลขนี้ ยังเก่าไปเลยครับ ล้าสมัยครับ เอาให้ผมมาอ่านตัวเลขเก่า ๆ บอกว่าคนจะตกงาน ๑ ล้านคน ท่านประธาน ทํางานอย่างนี้มันขาดความรอบคอบ วันนี้มันตก ๑ ล้าน ๕ แสนคนแล้วครับ ตัวเลขที่หน่วยงานภาคเศรษฐกิจ หน่วยงานกระทรวงแรงงานต่าง ๆ ให้มา เขาบอกแล้ว ตัวเลขตกงาน ๑ ล้าน ๕ แสนคน อันนี้ยังเพิ่ง ๑ ล้านคนอยู่ แล้วตัวเลขนี้ที่ผมบอก นี่ครับ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบนิดเดียว ตัวเลขจริง ๆ ติดลบมากกว่านี้อีก อันนี้เปึนเอกสารที่ล้าสมัย ถ้าท่านทํางานอย่างนี้ รัฐบาลชุดนี้ทํางานอย่างนี้ ผมว่า ประชาชนอดตายแน่นอน อยู่ไม่รอดหรอกครับ โดยเฉพาะคิดอะไรไม่เปึนท่านประธาน บอกว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาว่า กู้ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๕ ทุกรัฐบาลกู้ทั้งนั้น เขากู้มาแต่เขามีปัญญาใช้ อย่างนายกรัฐมนตรีทักษิณ กู้เงินมาแต่เขามีปัญญาหาเงิน ผมเคยบอกว่าเด็กหนุ่ม ๒ คนนี้หาเงินไม่เปึน กู้มาแล้วไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้จ่าย มาใช้หนี้ ประเทศชาติไม่ล่มจมหรือครับ ผมจะ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ดู นอกจากกู้แล้วนี่นะครับ ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้ ผมเคย อภิปรายท่านว่า จบเมืองนอกมา ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้ มาถึงก็ได้ดิบได้ดี มาทํางานการเมืองคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งก็ขายกระดาษ ผมไม่ได้หมายความว่าเด็กที่จบ เมืองนอกจะไม่เก่ง เด็กที่จบเมืองนอกลูกคนจนที่มีโอกาสได้ไปเรียนเมืองนอกก็เพราะ โครงการหวยบนดินของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่นําเอากําไรนั่นแหละส่งลูกหลานไทย ที่เปึนลูกชาวไร่ชาวนา ได้ไปเรียนถึงเมืองนอก เปึนสิ่งที่ดีครับ เด็กจะได้เป่ดหูเป่ดตา ไม่เหมือนเด็กหนุ่ม ๒ คนที่ผมอภิปรายท่านว่า เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไปเรียน เมืองนอกเมื่อไรคุณพ่อคุณแม่ก็มีเงินจับจ่ายให้ อันนี้คือความแตกต่างครับท่านประธาน โดยเฉพาะวันนี้คิดดูสิครับ นอกจากกู้เงินแล้ว ยังมีวิธีการที่จะหาเงิน จะนําเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่หวยบนดินเคยทํากําไรไว้ จะออกเปึนพระราชกําหนดท่านประธาน ผมถามเถอะครับว่าเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเปึนกําไรซึ่งคณะรัฐมนตรีในสมัย พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ออกหวยบนดินและได้กําไรสะสมไว้ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้จะเอาของกลางซึ่ง ครม. ชุดนั้นถูกกล่าวหา ถูกขึ้นศาลคดียังไม่จบสิ้นแต่จะเอา ของกลางมาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมถามว่าไม่อายเลยหรืออย่างไรครับ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แทนที่จะเอามาทําหวยบนดินด้วยตัวเองนะครับ

ทีนี้ก็มีประเด็นอีก ผมบอกว่าลูกจ้างมืออาชีพ มันไม่ใช่ประสบความสําเร็จ ทุกคนครับ ผมไม่ได้ดูถูกลูกจ้าง ลูกจ้างดี ๆ ก็มีที่ออกมาเปึนเถ้าแก่แล้วประสบ ความสําเร็จในการทํามาค้าขายรู้วิธีการค้าขายก็สามารถนําพาประเทศชาติไปได้ แต่ลูกจ้างมืออาชีพที่ไม่มีประสบการณ์ หมายถึงคนบางคน มันจะนําพาประเทศชาติไป ไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะสร้างหนี้กู้หนี้ยืมสิน และที่สําคัญที่สุดกู้ยังไม่พอ ทํานิสัย ฟุ์มเฟ๋อยท่านประธานเห็นไหมครับ วันก่อนท่านนายกรัฐมนตรีแทนที่จะให้คนไทยนิยมใช้ กินบริโภคของไทย ท่านไปที่จังหวัดชลบุรีท่านไปซื้อสตาร์บัคส์ (Starbucks) กาแฟของ ฝรั่งแทนที่จะซื้อเขาช่องหรือยี่ห้อไทยทั้งหลายครับ ไอวี่อะไรนี่เพื่อเปึนตัวอย่างที่ดี แต่กลับไปซื้อกาแฟสตาร์บัคส์ของฝรั่ง ท่านเห็นภริยาของประธานาธิบดีอเมริกา ไหมครับ โอบามา ภริยาท่านไปปลูกสวนครัวหลังทําเนียบขาวเพื่อเปึนตัวอย่างว่า ปลูกผักแล้วกินได้ ทําไมผู้นําประเทศไทยถึงไม่เปึนตัวอย่างที่ดี วันนี้ออกสปอต (Spot) โฆษณาว่าจะต้องกินของไทย ใช้ของไทย นิยมไทย สํานักนายกรัฐมนตรีออกมาให้รักชาติ แต่ตัวเองประพฤติอย่างนั้นไปโชว์สตาร์บัคส์ นึกว่าเท่ มีวิปครีม (Whipped Cream) อยู่ข้างบน อ้ายขาว ๆ เขาเรียก วิปครีม อย่างนี้มันเปึนตัวอย่างไหมครับท่านประธาน อันนี้คือความฟุ์มเฟ๋อย

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุรพงษ์ครับ เวลาท่านหมดแล้วนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ผมคุยกับวิปฝ์ายค้าน ประธานวิปฝ์ายค้านเขาให้เวลา ผม ที่จริงเราไม่ได้ตกลงกันเรื่อง ๑๐ นาทีนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่จะพูดให้ ประเทศชาติให้ประชาชนคนไทยได้ฟังว่ารัฐบาลชุดนี้จะพาความล่มจมให้กับประเทศชาติ หรือไม่การกู้หนี้ยืมสิน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เขาให้เวลาท่านเท่าไร ครับที่วิปฝ์ายค้าน อีกนิดเดียวนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

อีกนิดเดียวผมจะจบแล้วท่านประธานเกือบจะสรุปแล้วครับ กําลังจะชี้ให้สังคมเห็นว่า ผมไม่ได้คัดค้านที่ท่านจะกู้หนี้ยืมสิน แต่วันนี้กําลังจะชี้ว่าท่านกู้มาแล้วท่านกู้ล่าช้าเกินไป จะใช้ไม่ทันกาล บ้านเมืองมันจะวิกฤติเศรษฐกิจแล้วล่มจมแล้วผู้นําประเทศยังเปึน ตัวอย่างให้คนไทยฟุ์มเฟ๋อย ผมบอกว่า อ้ายแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) แมคโดนัล (McDonalds) เคเอฟซี (KFC) เคนตักกี้ ฟรายส์ ชิกเกน (Kentucky Fries Chicken) ไม่ควรจะกิน ควรจะกินไก่ทอด ไก่ทอดหาดใหญ่ ไก่ทอดที่ตลาดวโรรส จังหวัดเชียงใหม่ กินข้าวเหนียว แทนที่จะไปกินฟูจิอาหารญี่ปุ์นใช่ไหมครับ สเวนเซ่นส์ (Swensens) อย่าไปกิน กินไอศกรีมกะทิ กาแฟไอวี่กินแทนสตาร์บัคส์ มันต้องนิยมไทยครับ ท่านประธานมันถึงจะไปรอด ผมเปึนห่วงว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําพาประเทศไปสู่ความล่มจมหายนะ อย่ามาบอกว่า กู้ กู้ กู้ รัฐบาลไหนก็กู้ กู้ กู้ แต่เขามีปัญญาใช้ครับท่านประธาน นายกรัฐมนตรีในอดีตที่ผ่านมา แต่ละคนมีเครดิตนะครับสามารถที่จะพูดเพียงคําเดียวแล้วต่างชาติยอมให้กู้ แล้ววันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดอะไรรู้หรือไม่ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดเดียวว่าวันนี้ต่างชาติเขา รู้ว่าประเทศไทยไม่ได้เปึนประชาธิปไตยอย่างที่ควรจะเปึน เขาไม่อยากจะคบค้าสมาคม หรอกครับ พูดไปเขาก็ทําพูดดีให้ แต่ลับหลังเขาด่าครับ แล้วเขาก็จะไม่ยอมปล่อยกู้ให้ เพราะเขารู้ว่ารัฐบาลนี้อย่างไรก็อยู่ได้ไม่นานท่านประธาน เพราะมันไม่ได้มาจาก ขบวนการในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ฝรั่งเขาไม่อยากให้กู้หรอกครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอย่างไครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานปล่อยให้สมาชิกท่านนี้อภิปรายเกินเวลานะครับ แล้วก็นอกเรื่องด้วยนะครับไม่ได้อยู่ในประเด็นแต่อย่างใดนะครับ เลอะเทอะ เลื่อนเปุ๋อน มากครับ ขอให้ยุติได้แล้วครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาละครับ เชิญ จบแล้ว ใช่ไหมครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานครับ พอดีเพื่อนสมาชิก อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ เขายกเวลาให้ผม ๑๐ นาที แต่ผมจะไม่ใช้เวลามาก เพื่อนสมาชิกที่ว่าผมเลอะเทอะนี่ ชีวิตเขาคงไม่เคย ทํามาค้าขาย ไม่เข้าใจวิธีการบริหารท่านประธาน ท่านประธานว่าผมเลอะเทอะไหมครับ ผมถามท่านประธานเลย ท่านประธานว่าที่ผมอภิปรายมาเลอะเทอะไหมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับท่านสุรพงษ์ ท่านได้อีก ๑๐ นาทีจากของท่านมานิตย์

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ผมขอเปลี่ยนคําครับ เปึนคําว่า งี่เง่า และ ซื่อบื้อ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานต้องให้คนอย่างนี้ถอนคําพูดนะครับ คําว่า งี่เง่า และ ซื่อบื้อ ต้องให้ถอนครับ ท่านประธาน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมยืนยันนะครับ เปึนคําที่ท่านใช้เมื่อสักครู่นะครับ ท่านใช้กับ ท่านเลขาธิการรัฐสภานะครับว่า ซื่อบื้อ และเมื่อสักครู่นี้ท่านใช้คําว่า งี่เง่า ในสภานี้ครับ ถ้าผมต้องถอน ถามว่าท่านพูดทําไมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ ท่านนั่งลงได้ ท่านสุรพงษ์ ต่อแล้วกันนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานต้องให้คนคนนี้ถอนคําว่า งี่เง่า และ ซื่อบื้อ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยนะครับ คําว่า งี่เง่า และ ซื่อบื้อ เปึนคําไม่สุภาพ ท่านต้องถอน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานจะกรุณาเป่ดเทปดูไหมครับว่าท่านผู้อภิปรายพูดเมื่อสักครู่นี้ท่านได้พูดคํานี้ ด้วยหรือไม่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผมกําลังพูดประเด็นนี้ ประเด็นคํานี้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมยืนยันครับว่าท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านพูดคํานี้มาก่อนครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่เปึนไรนะครับ อันนี้ ประเด็นอยู่ตรงนี้นะครับ ผมวินิจฉัยว่าไม่สุภาพนะครับ ท่านถอนเถอะครับ จะได้จบไปเสีย แล้วจะได้ต่อนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

แล้วท่านสุรพงษ์จะถอนด้วยไหมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

อันนั้นผ่านไปแล้วนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมขอให้ท่านถอนด้วยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ เอาประเด็น ของท่านก่อน ประเด็น งี่เง่า ซื่อบื้อ ที่ท่านพูดกันนี่ อันนี้ผมวินิจฉัยแล้วว่าเปึนคําไม่สุภาพ ขอให้ท่านถอน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ถ้าท่านสุรพงษ์ไม่ถอน ผมไม่ถอนครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คือไม่มีประเด็นเรื่อง อันโน้นนะครับ ผมวินิจฉัยว่าขอให้ท่านถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมถอนให้ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านสุรพงษ์ต่อ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ขอบคุณครับท่านประธาน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงต่อครับท่านประธานครับ ผมประท้วงต่อให้ท่านสุรพงษ์ถอนคําว่า งี่เง่า และ ซื่อบื้อ ที่ท่านพูดครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คือตอนนั้นมันผ่านไปแล้ว ผมยังไม่ได้อยู่ด้วยนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านอยู่ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงต่อครับ ผมใช้สิทธิประท้วงนะครับท่านประธาน ให้ท่านสุรพงษ์ถอนคําว่า งี่เง่า และคําว่า ซื่อบื้อ คําว่า ซื่อบื้อ กล่าวต่อท่านเลขาธิการรัฐสภาเมื่อสักครู่

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่ทราบท่านกล่าวคํานั้น หรือเปล่าครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมไม่ได้พูดให้บุคคลคนนี้เสียหายครับ ผมไม่ได้พูดให้ ส.ส. คนนี้เสียหาย แต่คนคนนี้ กําลังพูดให้ผมเสียหาย ท่านถอนไปน่ะดีแล้วครับท่านประธาน

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประท้วงอีก เชิญนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายครับ เพราะว่าการใช้วาจาไม่สุภาพตามข้อ ๖๑ นั้นเปึนการกล่าวพาดพิงโดยทั่วไปก็ได้ ดังนั้น แม้ว่าท่านจะพูดกะให้ใครเสียหายหรือไม่ ถ้าเปึนคําที่พวกเราสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติฟัง แล้วว่าไม่สุภาพ ต้องถอนครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุรพงษ์ท่านกล่าว คํานั้นหรือเปล่าครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมไม่ได้พูดตอนที่ผมอภิปรายนี้เลยนะครับ ไม่ได้พูดเลยนะครับ คําว่า ซื่อบื้อ หรือ งี่เง่า ท่านประธาน เหตุการณ์นี้มันเกิดไปนานแล้วครับ ท่านฝันไปหรือเปล่า

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยินคําพูดนี้เช่นเดียวกับ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ อีกหลายท่าน ท่านพูดจริง ๆ ครับ และผมขอประท้วงท่านประธาน ท่านต้องควบคุม การอภิปรายให้อยู่ในประเด็นไม่ซ้ําซาก วกวน หรือเสียดสี ท่านสุรพงษ์ท่านใช้เวลา ส่วนใหญ่อย่างไร้ประโยชน์จากการเสียดสีกล่าวร้ายครับ ท่านไม่ยอมขึ้นจากหล่มเก่า ๆ นั้นเสียที ไม่ยอมเดินไปข้างหน้าเสียทีครับ ติดหล่มอยู่อย่างนั้นเท่านั้นเองครับ ท่านต้อง ควบคุมการประชุมให้ได้เวลาที่เหมาะสมจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ท่านสุรพงษ์ นะครับ ถ้าท่านพูดก็ขอให้ท่านถอนเถอะนะครับ ไม่มีอะไร ท่านถอนไปเถอะ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมไม่ได้พูด ตอนไหนครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวก็จะยุ่งมาเป่ดเทป อีกอะไรอีก

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เป่ดเทปเลยแล้วกันนะครับท่านประธาน ผมขอให้ทางฝ์ายเลขาเป่ดเทปแล้วกันครับ พิสูจน์กันเลยครับว่าคนบางคนจะพูดจริงหรือพูดไม่จริงอย่างไร แล้วเราจะเชื่อถือเขา หรือไม่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ก็ตอนนั้นที่ผมพูด ทําไมไม่ประท้วงท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยทีละคนนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

เดี๋ยวผมประท้วงย้อนหลังดีไหมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุรพงษ์ ท่านไม่มีอะไรหรอกนะครับ ถอนไปเถอะ ไม่มีอะไรนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ไม่ครับท่านประธาน มันคนละต่างกรรมต่างวาระเลยครับ เปึนสภาผู้แทนราษฎรกี่สมัย ครับท่าน ถึงไปให้ประท้วงย้อนหลัง อย่างนั้นผมก็ประท้วงย้อนหลังเมื่อป้ที่แล้วก็ได้ นะครับ มันไม่ถูกท่านประธาน ข้อบังคับมันมีครับ ถ้าจะประท้วงก็ประท้วงทันที อย่างนี้ ผมไม่ว่า ถ้าผมพูดจาไม่สุภาพก็ไม่ว่า ประท้วงได้ผมก็จะถอน แต่อันนี้เหตุการณ์มัน ต่างกรรมต่างวาระกันท่านประธาน ทําไมไม่ประท้วงตอนที่ผมพูดล่ะครับ แน่จริงก็ต้อง ประท้วงตอนนั้นสิครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ เอาเถอะครับ ท่านสุรพงษ์ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมพยายามรักษามารยาทนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

นะครับ ท่านสุรพงษ์ ท่านถอนไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอก และเดี๋ยวท่านอภิปรายต่อไปเถอะนะครับ ไม่มีอะไร หรอก เชิญนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานครับ มันคนละต่างกรรมต่างวาระ ผมถอนไม่ได้ เพราะว่าไปพูดตอนไหน เวลาไหนจะให้ถอนตอนกี่โมง ตีสี่หรือครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

มิได้ ในเมื่อท่านพูด นะครับ แล้วก็มีคนประท้วงนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ไม่ได้ท่านประธาน เขาทําไมไม่ประท้วงตอนที่ผมพูดทันทีละครับ ทําไมประท้วงย้อนหลัง อย่างนั้นผมก็ประท้วงเขาย้อนหลังสิครับ ไม่ได้ท่านประธาน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ตกลงเขาจะถอนไหมครับ ท่านครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมเกิดมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างนี้เลยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุรพงษ์นะครับ ผมขอนะครับ ก็ทําอย่างเดียวกันนะครับ ท่านถอนไปเถอะนะครับ แล้วท่านไปพูดต่อได้ นะครับ เอาเถอะนะครับ ถอนเถอะนะครับ เชิญท่านนั่งลงก่อนนะครับ ท่านต้องนั่ง ท่านสุรพงษ์เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ผมเองนี่นะครับ ก็ไม่รู้ว่าบรรทัดฐานของรัฐสภานี้เปึนอย่างไร ในวุฒิสภา จะเปึนอย่างไร ผมก็ไม่รู้ แต่ในสภาผู้แทนราษฎรไม่เคยมีนะครับ ยกมือให้ถอนคําพูด ในอดีตมันไม่เคยมีท่านประธาน มันปฏิบัติไม่ได้ครับ ผมไม่อยากจะดื้อนะครับ แต่มัน ไม่ใช่ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ท่านสุรพงษ์นะครับ มันก็อยู่ในการอภิปรายวันนี้ และเกี่ยวเนื่องติดพันกันอยู่แล้ว ท่าน ถอนเถอะครับ ท่านสุรพงษ์ครับ ผมขอร้อง แล้วทุกอย่างก็จะได้ประชุมต่อกันไปได้นะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมไม่ถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ถ้าไม่ถอน ผมว่าให้ออกจากห้องประชุมไปเลยนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมว่าผมพูดในสิ่งที่ถูกต้อง และยิ่งมาบอกว่าผมมาอภิปรายวกวน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ประเด็นวกวนยังไม่วกวน อะไรหรอกครับ แต่ถ้อยคําอันนั้นนะครับ ท่านต้องถอนนะครับท่านสุรพงษ์ เพราะต้องใช้ มาตรฐานเดียวกันนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานเอาอย่างนี้ครับ ถ้าท่านว่าผมพูดว่างี่เง่า พูดอย่างไรครับว่างี่เง่า ประโยค ตอนไหนที่ผมอภิปราย ผมอธิบายความ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

มีหลายคนประท้วง แล้วครับ เดี๋ยวเอาประเด็นแรกก่อนนะครับ ประเด็นแรกท่านสุรพงษ์ก่อนแล้วกันนะครับ ท่านถอนนะครับ ผมขอร้องให้ถอนนะครับ

(นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

ท่านประธานขออนุญาตประท้วงค่ะ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ถอนอะไรครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ถอนคําพูดที่บอกว่า งี่เง่า อะไรนั่นนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานต้องดูประโยคที่ผมพูดก่อน ผมหมายถึงอะไร ท่านประธานลองไปรีไวนด์ (Rewind) หรือกรอเทปดูสิครับว่าผมพูดว่าอะไร

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ที่ท่านพูดนะครับ คําคํานี้ ที่ท่านพูดในสภาเปึนคําที่ไม่สุภาพนะครับ อย่าเสียเวลาในการมาเป่ดเทปอะไรเลยนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ไม่อย่างนั้นก็ต้องออก: ถ้าไม่ถอนคําพูด ฉะนั้นสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านนั้นต้องกระทําตาม จากห้องประชุม ท่านครับ ขึ้นจากหล่มเถอะครับ อย่าไปติดอยู่ในหล่มเลยครับ จะได้ เดินหน้าอภิปรายสาระกันต่อไป อย่าไปติดอยู่ในหล่มเก่า ๆ มานานนับป้แล้วครับ เดินหน้าต่อไป

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ผมก็ อยากให้ท่านได้อภิปรายต่อ เพราะท่านมีเวลาต่อนะครับ ท่านสุรพงษ์ ผมขอร้องนะครับ

(นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

ท่านประธานขออนุญาตประท้วงค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านอรุณีประท้วงอะไร ครับ

นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงคําวินิจฉัย ผมไม่ได้หรอกนะครับ เพราะข้อบังคับบอกว่า คําวินิจฉัยผมเปึนที่สุดอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ เชิญท่านนั่ง ท่านสุรพงษ์เปึนอย่างไรครับจะได้ดําเนินการต่อนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธานผมเองอยากจะฟังประโยคที่ผมว่านั้นมันเปึนการพูดต่อเนื่องหรือไม่ เดี๋ยวไป ถอนคําพูดแล้วความหมายมันหายหมด ผมแก้ไขคําพูดของผมให้ครบประโยคไม่ได้ ท่านประธาน บันทึกมันจะขาดหายไปครับ ท่านต้องเอาข้อมูลตรงนั้นมา เอาคําพูดตรงนั้น มาแล้วผมจะถอนให้ เพราะไม่อย่างนั้นคําพูดตรงนั้นผมจะเปลี่ยนคําพูดเพื่อให้ประโยค มันสมบูรณ์ไม่ได้ท่านประธาน ท่านประธานเรียนภาษาไทยนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้เดี๋ยวจะให้ เจ้าหน้าที่เอาเทปให้ฟัง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

เอามาดูครับท่านประธาน ผมอยากจะดูประโยคสมบูรณ์ครับ แล้วผมจะได้เปลี่ยนคําว่า งี่เง่า เปึนอะไรสักอย่างหนึ่งก็ได้

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ได้ ได้ ถ้าท่านอยากจะ เอาอย่างนั้น

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วนะครับว่าต้องถอน ถ้าสมมุติไม่ถอนก็ออกจากห้องประชุม

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวอย่างนี้นะครับ ถอน เขาจะถอนอยู่แล้ว แต่ขอจะฟังว่าเปึนอย่างไร เพื่อจะถอนเปึนอะไรนะครับ เชิญท่านนั่ง นะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ผมหาทางออกให้ท่านจะได้ไม่เสียเวลา ผมขอเปลี่ยนคําว่า งี่เง่า เปึน ไม่เข้าท่า โอ.เค. ไหมครับ ถอนคําว่า งี่เง่า แต่เปลี่ยนเปึนว่า ไม่เข้าท่า

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ได้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ไม่น่าเกลียดนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ สรุปว่าสมาชิกท่านนี้พูดคํานี้จริงแล้ว

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เขาถอนแล้วเอาอย่างนี้ เขาถอนแล้วอย่างไร เปลี่ยนเปึน ไม่เข้าท่า แล้ว เอาละ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญท่าน ต่อนะครับ เชิญท่านต่อ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานที่จริงแล้วผมไม่อยากให้เสียเวลาแค่นั้นเอง ผมพูดไว้ ในที่เข้าใจว่าสมมุติว่า ผมพูดคําว่า งี่เงา ก็เปลี่ยนเปึนคําว่า ไม่เข้าท่า เพื่อให้เวลามัน กระชับขึ้นนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายต่อท่านประธาน สิ่งที่ผมเปึนห่วงที่สุดคือเรื่อง จีดีพี ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายอมรับว่า จีดีพี ของประเทศไทยอาจจะลบ ๘–๙ แต่เนื่องจากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาท่านก็เห็นว่า น่าจะลบ ๓ คือวันนี้ยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจนี้มันถดถอยแน่นอนท่านประธาน แต่ที่ ผมเปึนห่วงที่สุดคือว่า เมื่อท่านบริหารบ้านเมืองไปจนจบแล้วท่านมายอมรับต่อสังคมว่า ทั้งหมดที่ท่านกู้มาท่านไม่มีปัญญาใช้หนี้ อันนี้แหละครับเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทย รวมทั้งตัวพวกผมในฐานะที่เปึนพรรคฝ์ายค้านดูแลรัฐบาลไม่ให้กู้เงินเกินตัวจนหนี้สินล้น พ้นตัวไม่มีปัญหาใช้เงินคืนให้กับเจ้าของเงินกู้ได้ อันนี้เปึนอันตรายอย่างยิ่ง และที่สําคัญ ที่สุดคนยากคนจนที่อยู่ในชนบทไม่ได้รับการเหลียวแลและอย่างงบประมาณที่ท่านบอก ว่าจะเอามาใช้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเขียนวัตถุประสงค์การกู้เงินไว้ค่อนข้างที่จะกว้าง กว้างมาก ๆ เลยครับ ผมไม่อยากจะอ่านให้เสียเวลานะครับ กรอบวัตถุประสงค์ของการ กู้เงินจํานวนนี้และที่สําคัญที่สุดท่านประธานลองดูครับ ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ เขาเขียนไว้ข้อ ๖.๑ รัฐบาลสามารถกู้เงินต่างประเทศจากแหล่งเงินกู้ทางการที่ประเทศไทย เปึนสมาชิก ซึ่งจะมีต้นทุนและเงื่อนไขการกู้เงินที่ดีกว่าการกู้เงินจากตลาดการเงิน ระหว่างประเทศ อันนี้ไม่ค่อยติดใจเท่าไรนะครับ แต่ข้อ ๖.๒ รัฐบาลมีแหล่งเงินทุนสํารอง ไว้เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง อันนี้สิครับ อันตราย เพราะอะไร เพราะรัฐบาลนี้ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกําลังต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการป่ดสนามบินส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเปึนอย่างมาก การส่งออกเสียหาย ภาคธุรกิจโรงแรมเสียหายก็เพราะการป่ดสนามบินนี้ล่ะครับ มันเปึนผลกระทบบวกเข้าไปกับภาวะเศรษฐกิจโลก อันนี้ถ้าไม่รู้ตัวและยังไม่ตระหนัก ผมว่าบ้านเมืองนี้จะสู่หายนะ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาถามท่านว่า ท่านจะกู้เพื่อใช้อะไร ท่านบอกท่านยังบอกไม่ได้ และจะต้องนําเสนอในสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ความกล้าหาญมันหมดไปเพราะอะไรท่านประธาน เพราะว่ามาตรา ๑๙๐ ของ รัฐธรรมนูญนี้แหละครับ ทําให้รัฐบาลไม่กล้าที่จะตัดสินใจในการที่จะกู้เงินเพื่อไปกระตุ้น เศรษฐกิจหรือไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ผมอยากให้เพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ทุกคนครับ ทั้งวุฒิสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงจะได้เห็นละครับ ว่ามาตรา ๑๙๐ นั้นถ้าใช้ถูก ใช้ในช่วงที่เหมาะสมมันก็ได้ประโยชน์ แต่ใช้ไปแล้วทําให้ บ้านเมืองเสียหาย ทําให้การตัดสินใจล่าช้ามันก็ไร้ประโยชน์ท่านประธาน อันนี้เปึนปัญหา ที่เกิดขึ้น เพราะมาตรา ๑๙๐ เขียนโดยบุคคลที่ไม่มีความรู้ในระบอบประชาธิปไตยในการ บริหารประเทศชาติบ้านเมือง เขียนในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งผมเองก็รับไม่ได้ ผมต้องยอมรับ ตรง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมไม่รับครับ เพราะมันมีประเด็นมากมายที่มีปัญหา เราต้องพูดความจริง ถ้าเราสามารถแก้ไขมาตรานี้ประเทศชาติจะได้ประโยชน์ รัฐบาล จะได้ทํางานได้คล่องตัวขึ้น แต่ต้องเปึนรัฐบาลที่มีความรู้ มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ และนําพาประเทศไปได้รอด ถ้าจะลอกเลียนแบบนโยบายประชานิยม กระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ต้องเข้าใจในวิธีการที่จะทําให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง วันนี้คนยากคนจนเขาฝาก เขาเปึนห่วง ชาวนา เกษตรกรเปึนห่วง ผู้ใช้น้ํามันเปึนห่วง เพราะว่าวันนี้น้ํามันเราไม่ได้ลดลง สินค้าอุปโภคบริโภคก็ไม่ยอมลดราคาลง มาม่าขึ้นมา ซองหนึ่ง ๖ บาท วันนี้ก็ยังซองหนึ่ง ๖ บาท แต่ขายไม่ได้เพราะคนไม่มีกําลังซื้อ ประชาชน เดือดร้อนครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานฝากไปถึงคณะรัฐมนตรี ฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอย่าไปกินสตาร์บัคส์ โชว์ประชาชนเลยครับ สงสารประชาชน ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวก่อนที่จะเชิญ ท่านพิเชษฐ ผมอ่านคิวต่อไปนะครับ หลังจากท่านพิเชษฐแล้วก็คือท่านอโณทัย ท่านสุชาติ ท่านวรศุลี ท่านตวง และท่านประกิตนะครับ เชิญท่านพิเชษฐครับ ประเกียรติ นะครับขอโทษครับ เชิญท่าน

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตั้งแต่มีรัฐสภาชุดนี้ผมยังไม่เคยพูด ในรัฐสภามาก่อน เพราะผมทราบดีว่าเวลาที่นี่มีค่าสมควรแก่เพื่อนสมาชิกผู้อื่นนําเสนอ สิ่งที่เปึนประโยชน์มากกว่าที่ผมมี แต่ผมตั้งใจอย่างยิ่งว่าผมจะพูดเรื่องของวันนี้คือ กรอบการเจรจาเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งใจไว้หลายเรื่อง ครับ ท่านประธานครับ ว่าที่จะต้องพูดในที่ประชุมรัฐสภาเพื่อความเข้าใจชัดเจนทั้งในสภา และบุคคลภายนอกด้วย แต่พอจะพูดจริง ๆ ก็เจอกติกาว่าเอาเวลามาแจกกันคนละ ๑๐ นาที ท่านประธานครับ ๑๐ นาทีนั่นน่ะ ถ้าไร้สาระ นาทีเดียวมันก็น่าเสียดาย ก็มาก เกินไป แต่ถ้าสิ่งที่จะเปึนสาระควรแก่การพูดมันก็น้อยไปสักนิดหนึ่ง พอดีดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ผู้ที่จะพูดต่อไปในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็สละเวลาให้ผมอีก ๑๐ นาที อย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานเห็นว่าสิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้เปึนสาระประโยชน์ ก็กรุณายืดเวลาให้ผม แต่ถ้าท่านประธานเห็นว่าไร้สาระหรือไม่มีประโยชน์ ท่านประธาน ก็กรุณาหยุดผมได้ทันทีนะครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานในเบื้องแรกผ่าน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งก็คนบ้านเดียวกัน ด้วยความเปึนห่วง ด้วยความเข้าใจ ผมเคยประสบภาวะวิกฤติที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนี้เจอ อยู่แล้ว ผมเข้าไปอยู่ที่กระทรวงการคลังเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๓๕ ไปรับภาวะเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ รสช. และสงครามอ่าวเปอร์เชีย ๒-๓ ป้เราทุกข์ทรมานมากกว่าที่จะแก้ไข ปัญหาภาระต่าง ๆ ผมเข้าไปกระทรวงการคลังครั้งที่ ๒ ไปรับวิกฤติต้มยํากุ้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๐ และวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะเข้าไปกระทรวงการคลังเพื่อรับ วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ตามที่เขาว่า ซึ่งกล่าวขานกันว่าน่าจะรุนแรงเสียกว่าอีก แต่เรียนว่า ทั้ง ๓ ครั้งที่ผมพูดถึง ช่วงฤดูกาลเดียวกันทั้งนั้นเลยครับ เดือนกันยายน เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม คือช่วงไตรมาสสุดท้ายของป้ปฏิทินหรือไตรมาสแรกของป้งบประมาณ ผมพบมาแล้วว่า ผมจะต้องเจออะไรในเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม และเดือนเมษายนตามลําดับ ก็เรียนว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะต้องเจอสิ่งที่หนัก ๆ อีกเยอะ หลายเรื่องมันก็อาจจะร้ายแรงกว่าที่ ท่านคิด หลายเรื่องมันก็ไม่ได้คาดหมายมาก่อน อาศัยปัจจัยหลาย ๆ เรื่องแต่ก็เรียนว่า พวกเราทุกคนก็เอาใจช่วยกระทรวงการคลัง แต่สิ่งที่ผมมาพูดด้วยความวิตกก็คือว่า ท่านไม่ได้ทํางบประมาณป้ ๒๕๕๒ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนงบประมาณที่ตั้งมาตั้งแต่ สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ประทานโทษ สมัคร สุนทรเวช นะครับ ในงบประมาณป้ดังกล่าวนั้น ๑,๘๓๕,๐๐๐ บาท ได้ตั้งงบขาดดุลไว้ถึง ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือเท่ากับ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านนําเสนอวันนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติมาตั้งแต่ เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน แต่บังเอิญว่าเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน รัฐบาลท่านสมัครและรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมชายก็ประสบวิกฤติ ต่าง ๆ เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ทํา มันก็ช้ามาตลอด การที่จะต้องกู้เงินในประเทศหรือต่างประเทศ มันต้องทําตั้งแต่ตอนนี้แล้ว บังเอิญว่าท่านเข้าไปเมื่อเดือนธันวาคม ท่านก็มาเจอ สิ่งเหล่านี้ เข้าไปเดือนธันวาคม ท่านก็มาเจอกับการประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN SUMMIT) แล้วก็เจอกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้เพิ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่ง จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ กู้เงินช้าไปประมาณ ๓ เดือนครับ ควรที่จะเปึนเรื่องที่ทําตั้งแต่เมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว นี่คือปัญหาใหญ่ อีกส่วนหนึ่งที่จะกระทบกับท่านในวันข้างหน้า ผมเรียนท่านรัฐมนตรีด้วย ความเปึนห่วงว่า โดยงบประจําป้ขาดดุลไปประมาณ ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เรายังมีงบกลางป้อีก ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเปึนงบขาดดุลเสีย ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือประมาณ ๑ แสนล้านบาท รวมแล้วตรงนี้ก็ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่า ผมเปึนห่วงเรื่องการจัดเก็บนะครับ ไม่ใช่ความผิดของท่านเลย ผมเปึนห่วงเรื่องการจัดเก็บในไตรมาสสุดท้ายของป้ปฏิทิน ป้ที่แล้ว เข้ามาใหม่ ๆ ท่านยังอุ่นใจว่า ณ สิ้นป้ ท่านมีเงินคงคลังอยู่ถึง ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมเรียนท่านว่าไปดูดี ๆ นะครับ ท่านเข้ามาเมื่อสิ้นป้ สิ้นป้ปฏิทิน แต่ ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท คือ ณ วันสิ้นป้งบประมาณคือ ๓๐ กันยายน แต่ก็ปรากฏว่า ๓๐ กันยายน ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ณ ๓๑ ธันวาคม มันเหลือแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท หายไป ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นเปึนสิ่งที่ท่านอาจจะไม่ได้คาดหมายหรือคาดคิดมาก่อน ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่หายไปเปึนปัญหาอะไรหรือครับ กู้เงินก็ช้า เงินตรงนี้ มันก็หายไป เงินกู้ในประเทศ ต่างประเทศก็ไม่ได้ทํา สุดท้ายก็เอาเงินคงคลังนี่ละครับ ไปหมุนในขณะที่ขาดดุลเงินสด อย่างไรก็ตาม เงินคงคลังหายไป ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อท่านเข้ามา ท่านมาเหลือทุนอยู่เพียงแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ และภาวะการ จัดเก็บงบประมาณ ผมก็เตือนตลอดเวลาว่า ระวังนะครับ ผมเจอมาแล้ว เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เปึนอย่างไร แต่ว่า กระทรวงการคลังก็เคยหวังว่า เราจะขาดดุลงบประมาณสุดท้ายก็ยังพูดถึงตัวเลข ๑.๑–๑.๓ ผมบอกไม่ใช่นะครับ ตัวเลขผมคิดว่าไม่ต่ํากว่า ๒ แสนล้านบาท แต่สุดท้าย ก็ปรากฏว่าเฉพาะไตรมาสแรกของป้ปฏิทินที่แล้วขาดดุลไปถึงเกือบ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑ แสนล้านบาท จนกระทั่งถึงปัจจุบันนะครับ สิ่งที่ท่านจะประสบต่อไปนี้ก็คือว่า งบประมาณขาดดุล ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๑ แสนล้านบาท บวกด้วยอีกประมาณ ๒ แสนล้านบาท ต้องขาดดุลไปถึง ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมด ต้องกู้ทั้งนั้นละครับ และท่านจะทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านกะว่า จะขาดดุลอีกประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี้ขาดทุนรวมแล้วเกือบ ๑ ล้านล้านบาทนะครับ ยังไม่คิด สิ่งที่จะขาดดุลด้วยการรายได้ที่จะขาดในป้ ๒๕๕๓ เพราะป้นี้ที่หายไปเปึนผล ของป้ ๒๕๕๑ มาปรากฏป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๒ ร้ายแรงกว่าป้ ๒๕๕๑ มันจะส่งผลการจัดเก็บในป้ ๒๕๕๓ ซึ่งล้วนแล้วเปึนสิ่งที่จะต้องประสบอย่างรุนแรง ในภาวะเช่นนี้รัฐบาลต้องทําอย่างไรครับ แน่นอนครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ๓ ทางเลือก ขายสมบัติชาติ กู้เงิน หรือขึ้นภาษี ท่านคงจะทราบว่าเรื่องขึ้นภาษีแทบจะ เปึนไปไม่ได้เลย ในภาวะวิกฤติขณะนี้ฐานภาษีของประเทศชาติกําลังจะพังหมด และ การที่จะสรรหาแต่ละตัวมาเพิ่มภาษี ถ้าทางภาคปฏิบัติจริง ๆ ท่านจะยากอย่างยิ่งเลย ขายสมบัติชาติ แน่นอนคือขายหุ้นของกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ หรือขาย รัฐวิสาหกิจซึ่งแปรรูป ซึ่งก็ทําไม่ได้ ท่านมีอย่างเดียวคือท่านต้องกู้เงิน ต้องกู้ อะไรเกิดขึ้นท่านต้องกู้ แต่ก็เรียนว่าทั้งหมดนี้มันช้าไปประมาณ ๓ เดือน อย่างแรกก็ตาม ผมดูกรอบของท่านทั้งหมดนี้นะครับ ท่านก็พูดถึงว่าสําหรับธนาคารโลกที่จะ ขอความเห็นชอบจะมีการนําเสนอรัฐสภาในเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน วันนี้ ถ้าจบวันนี้ได้ท่านได้เวลาไปแล้ว ๑ เดือน คือจบในเดือนมีนาคม ไม่ต้องค้าง ในเดือนเมษายน กรอบต่อไปธนาคารโลกในเดือนพฤษภาคม ที่จะนําเสนอรัฐบาล เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ผมเชื่อว่าเร็วขึ้นได้อีก ๑ เดือน รวมทั้งของทางเจบิก (JBIC) ก็ตาม เพราะถ้าเปึนกรอบเดิมนี้ท่านกว่าจะได้ใช้เงินบาทแรกนะครับ สิ้นเดือน มิถุนายนไปแล้วมันจะไม่ทันกาลหรอกครับ กว่ากระทรวงการคลังจะได้เซ็นสัญญา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะฝากท่านก็คือว่ากรอบเวลาท่านต้องเลื่อนเร็วขึ้นอย่างน้อย ๑ เดือน เช่น วันนี้เข้ารัฐสภาตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนเมษายน วันนี้เดือนมีนาคมจบแล้ว เดือนเมษายน ๑ เดือนท่านจะดําเนินการได้ กรอบที่จะกู้กับธนาคารโลกหรือจาก เอดีบี หรือจาก ไจก้า ก็ตามมันล้วนแล้วแต่เร่ง ๑ เดือน ท่านต้องทําให้เร็วกว่าเดิม

ประการที่จะต้องเสนอแนะต่อไปคือว่า ท่านคงไม่ต้องเจรจารอ เวิลด์ แบงก์ เสร็จ ถึงจะมาเริ่ม เอดีบี ถึงจะมาเริ่ม ไจก้า ท่านต้องหาทางที่ทําคู่ขนานครับ ทําอย่างไร คณะเจรจาทั้งเวิลด์ แบงก์ ทั้ง ไจก้า ทั้ง เอดีบี ไปพร้อมกันเลย เพราะอย่างน้อยที่สุด ผมเชื่อว่าท่านจะต้องได้เงินเข้ามาจากธนาคารโลก ไม่ใช่แค่นี้หรอกครับ มันยังต้องมี งานอื่นที่จะต้องกู้ และต่อไปนี้ท่านจะต้องถูกจุดกระแสเรื่องกู้เงินต่อต้านท่านตลอดเวลา แต่ท่านต้องมั่นคงในการที่จะต้องทําสิ่งที่ควรจะทํา การกู้เงินไม่ใช่ความผิดหรอกครับ ในภาวะอย่างนี้ประเทศไหนก็ต้องกู้ ใครเข้ามาก็ต้องกู้ แต่จะทําอย่างไรให้เงินเข้ามา ทันกาลและใช้เงินให้เปึนประโยชน์มากที่สุด ส่วนนี้ที่ผมจะฝากท่านคือท่านต้องเร่งเวลา ขึ้นมามากกว่าเดิม

ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากท่านประธานไปที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือว่าในกรอบการเจรจานี้ ผมเชื่อว่าพันธะมีครับ พันธะที่จะผูกมัดผู้กู้ เช่นว่าจะต้องใช้วัสดุของเขา จะต้องใช้บริษัทก่อสร้างของเขา หรือความผูกพันจากบริษัทที่จะกู้จากประเทศญี่ปุ์นหลายเรื่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังโชคดีกว่าพวกผมเมื่อป้ ๒๕๔๐ ครับ พวกผมป้ ๒๕๔๐ เข้ามา ขณะที่มีพันธะ ไอเอ็มเอฟ ที่รัฐบาลก่อนนั้นในหนังสือแสดงเจตจํานง ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ที่ทําขึ้นมาแล้วพันคอแทบจะดิ้นไม่หลุดเลย พวกผมต้องพยายามปลอดภาระ ไอเอ็มเอฟ ในพันธะฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ จนประเทศชาติรอดตายในพันธะฉบับที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ แต่ท่านประธานไม่มีในพันธะเหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไม่มี สิ่งที่ผมจะเตือนท่านก็คือว่ากรอบการเจรจาในการกู้เงินทั้งหมด ต้องระวังกรอบพันธะที่จะผูกมัดเราในฐานะผู้ให้กู้จากทางญี่ปุ์นไม่ว่ากําหนดโดย ไจก้า ก็ตาม หรือจากการกําหนดโดย เอดีบี หรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม เกรงว่าจะมีข้อบังคับว่า เงินจํานวนนี้จะเปึนรถไฟ จะเปึนอะไรก็ตามสร้างแล้วจะต้องเปึนบริษัทญี่ปุ์นเข้ามา ประมูล จะต้องใช้วัสดุของเขา จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขอะไรหลายอย่างที่เขาจะกํากับ ดูแล ตรงนี้ก็จะฝาก

เรื่องสุดท้ายที่คิดว่าจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือว่า ผมน้ําท่วมปากมา ๘ ป้เต็ม ๆ ก็คือเรื่อง ไอเอ็มเอฟ ในสภานี้พูดกันตลอดว่า พรรคประชาธิปัตย์เอาประเทศไทยเข้าไปกู้เงิน ไอเอ็มเอฟ ไปจํานอง ไอเอ็มเอฟ เมื่อก่อน ท่านไม่เห็นตัวเลข วันนี้ท่านเข้าไปแล้ว ไปหยิบสัญญา ไอเอ็มเอฟ เงินกู้มาดูสิครับ หนังสือแสดงเจตจํานงฉบับที่ ๑ ที่ลงวันที่ ๑๔ สิงหาคม ฉบับที่ ๒ ที่ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน และฉบับที่ ๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ต่าง ๆ เหล่านั้นมีพันธะอะไรและใครทํา พันธะต่างๆ เหล่านี้ผมคิดว่าท่านต้องเอามาศึกษาว่าเราเกิดสิ่งเหล่านี้ถูกบังคับจาก ไอเอ็มเอฟ แล้ว วันนี้กรอบการเจรจาเราจะต้องไม่ถูกบังคับจาก เอดีบี จากเวิลด์ แบงก์ หรือจาก ไจก้า อีกเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้เปึนส่วนหนึ่งที่ท่านจะต้องระมัดระวัง อีกสิ่งหนึ่งที่ รัฐบาลนี้พูดกันในสภานี้กันมาหลายครั้งเหลือเกินแล้วละครับว่า มีท่านอดีต นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งชําระหนี้ ไอเอ็มเอฟ ก่อนกําหนด ปลดพันธะประเทศไทยจากหนี้ ไอเอ็มเอฟ สิ้นเชิง แต่ที่แท้แล้วจําได้อย่างแม่นยําว่ากลางป้ ๒๕๔๓ คุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ หยุดใช้เงินกู้ ไอเอ็มเอฟ ก่อนกําหนด ๑ ป้ และวันที่หยุดใช้เงินก่อน กําหนดดังกล่าวนี้ปลดพันธะ ไอเอ็มเอฟ ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง เลยสุดท้ายหนี้ ไอเอ็มเอฟ ก็จบก่อนกําหนด ๑ ป้ กลายเปึนสิ่งที่มีท่านผู้หนึ่งมาพูดกันอยู่ตลอดเวลา และก็คนอื่น ก็มาพูดเหล่านี้ซ้ํา ๆ กันในสภา จนผมขี้เกียจจะอธิบายแล้ว กระทรวงการคลังทําความ ชัดเจนหน่อยเถอะครับ เอาสัญญา ไอเอ็มเอฟ ทั้งหมดเป่ดเผยต่อสาธารณะว่า ภาวะเงินกู้ เปึนอย่างไร หนี้งวดสุดท้ายกลางป้ ๒๕๔๓ มันครบกําหนดจะต้องจ่ายเมื่อกลางป้ ๒๕๔๖ เพราะแต่ละงวดมัน ๓ ป้ ป้ ๒๕๔๖ เปึนเวลาที่หนี้ทั้งหมดจะต้องจบตามวาระมันอยู่แล้ว ชักธงชาติอะไรล่ะครับทั้งประเทศ แล้วก็ยังพูดซ้ํา ๆ กันอยู่ครับ ผมก็ไม่อยากที่จะต้อง อธิบาย กระทรวงการคลังต้องอธิบายแล้วต่อไปนี้ เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการไปอยู่ที่นั่น และมันไม่ใช่หน้าที่ของผมแล้ว ผมอธิบายเรื่องนี้แทนท่านมา ๘ ป้แล้วเต็ม ๆ นะครับ ผมสรุปสุดท้ายคือท่านรัฐมนตรีครับ จากวันนี้ต่อไปท่านจะถูกจุดกระแสกล่าวหาเรื่อง กู้เงินและกล่าวหาว่าประชาธิปัตย์มาทุกครั้งก็กู้เงินทุกครั้ง ผมเรียนท่านว่าในวิกฤติต้มยํากุ้ง เงินกู้จาก ไอเอ็มเอฟ ทั้งหมดรัฐบาลได้ใช้เพียงแค่ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญนะครับ คูณด้วย ๔๐ บาท อย่างสูงที่สุดก็ ๓ แสนกว่าล้านบาท พวกผมมีต้นทุน ๓ แสนกว่าล้านบาทจริง ๆ จากเงินกู้ตรงนั้น กับใช้งบขาดดุลในป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ๒ ป้ ป้ ๒๕๔๑ ไม่ขาดดุล อีก ๑ แสนกว่าล้านบาท พวกผมจริง ๆ แล้วมีดุลไม่ถึง ๕ แสนล้านบาท ในการที่จะกอบกู้ ประเทศไทยจากวิกฤติต้มยํากุ้ง วันนี้ท่านรัฐมนตรีมีมากกว่าในตรงนี้นะครับ แต่ที่มีไม่ใช่ เงินที่อยู่ในมือ ท่านต้องกู้เข้ามา กู้เข้ามาอย่างไรท่านจะใช้ให้สมประโยชน์ที่สุดนะครับ ให้สมประโยชน์ที่สุด วันนี้ปัญหาบ้านเมืองยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ และผมไม่อยากให้ท่านพูด อะไรไปล่วงหน้า เพราะท่านมาด้วยความฝันความตั้งใจ จินตนาการที่ดี ๆ ที่จะกู้ชาติให้ได้ แต่เมื่อท่านเข้าไปแล้ว สิ่งที่ท่านคิดเมื่อตอนสิ้นธันวาคมนี่ ตอนสิ้นมกราคมมันไม่ใช่อย่างนั้น มันร้ายแรงมันคิดไม่ถึง เมื่อสิ้นกุมภาพันธ์มันก็ยิ่งกว่านั้นอีก สิ้นมีนาคมท่านจะเจอว่า ไตรมาสแรกของป้ปฏิทินนี้เราจะเจอหลายอย่างที่ล้มเหลว และสุดท้ายท่านจะเจอ วิกฤติหนักในสิ้นมิถุนายนในสิ้นไตรมาสที่ ๒ ของป้ปฏิทิน อย่างไรก็ตามก็อยากที่จะเตือน ท่านว่าท่านเหนื่อยแน่ หนักแน่ กระทรวงการคลังไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน บางครั้ง เราทํางานถึงตี ๔ ตี ๕ กันทุกคืนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ เชิญครับ

นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน กระผมได้อ่านสาระสําคัญกรอบการเจรจากู้เงิน เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ๙ หน้า กระผมก็มีข้อสังเกต ๒ ประการสั้น ๆ ครับ ในหลักการและเหตุผลนี้กระผมเห็นด้วยนะครับ แต่ท่านประธาน ครับ อยากจะให้ท่านประธานดูในหน้าที่ ๗ นะครับท่านประธาน ใน ๕.๒ กรอบวงเงินกู้ กําหนดกรอบวงเงินกู้ที่จะขอกู้เงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะขอกู้จากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และองค์การ ความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น ผมคิดว่าเปึนการล็อกสเปคมากเกินไปที่จะให้ไปกู้ จากประเทศญี่ปุ์นนะครับ กระผมอยากจะให้ต่อท้ายจากข้อความเดิมว่า หรือแหล่งเงินกู้จากประเทศอื่นนะครับ เหตุผลครับท่านประธาน ตามกรอบการเจรจาที่รัฐบาลเสนอมีลักษณะเปึนการผูกขาด ครับท่านประธานครับ ที่จะขอกู้เงินจาก ๓ แหล่งเท่านั้น ก็คือ ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเรารู้กันอยู่ว่า ประเทศญี่ปุ์นมีบทบาทครอบงําสถาบันการเงินทั้ง ๓ แหล่ง และมีข่าวอยู่เสมอว่า ผู้ที่บริหารที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการทุจริตในการทําโครงการของประเทศต่าง ๆ นะครับ ดังเช่นโครงการทุจริตในการสร้างอุโมงค์ที่เปึนข่าวอื้อฉาวตลอดที่ผ่านมา และที่สําคัญที่สุด กระผมคิดว่าประเทศไทยไม่ควรมีเงินกู้ที่จํากัดอยู่ในบางประเทศเท่านั้น ควรจะมี ทางเลือกอื่นที่จําเปึนต้อง กระผมจึงคิดว่ามีความจําเปึนต้องเพิ่มข้อความดังกล่าว เพื่อไม่ให้ล็อกสเปค แต่ทางรัฐบาลท่านประธานจะเห็นว่ากู้จากประเทศญี่ปุ์นก็ยังเปึนไปได้ แต่น่าจะเป่ดทางเลือกไว้ให้มากกว่านั้น ในหน้า ๘ ครับท่านประธาน ในข้อที่ ๕.๔ กรอบ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง ๕ บรรทัดที่ผ่านมานั้น จะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ กฎระเบียบของราชการไทยเปึนหลัก ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดําเนินโครงการ และสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อสนับสนุนมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีเพื่อให้การดําเนินโครงการ ต่าง ๆ มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เห็นควรพิจารณาให้แหล่งเงินกู้ทั้ง ๓ แหล่ง เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดําเนินโครงการภายหลังการจัดซื้อ จัดจ้างได้ในลักษณะโพสท์ ออดิท ถ้าฟังอ่านคร่าว ๆ ดูเหมือนดีนะครับท่านประธาน แต่กระผมคิดว่าน่าจะแก้ไขเพื่อให้เกิดความกว้างและเปึนที่สบายใจของสังคมนะครับ น่าจะยกเลิกข้อความทั้งหมดท่านประธาน อาจจะใช้ข้อความดังต่อไปนี้ จะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้กฎระเบียบของทางราชการไทยเปึนหลัก บนพื้นฐาน แห่งการแข่งขันโดยเสรี โปร่งใส เปึนตัวของตัวเองและมีธรรมาภิบาล ในกรณีที่จําเปึนต้อง มีที่ปรึกษาจะต้องเปึนที่ปรึกษาที่มีสัญชาติไทย และต้องดําเนินการคัดเลือกโดยเป่ดเผย โปร่งใส ในอัตราค่าจ้างไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ เหตุผลเพราะว่าจากร่างเดิมนั้น เป่ดช่องให้มีการแทรกแซงอย่างน้อย ๓ ประการนะครับ คือ การจ้างที่ปรึกษา การกําหนด ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา การเข้าแทรกแซงเรื่องการตรวจสอบโครงการ และการกําหนด ตัวผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมา รวมทั้งสินค้าจากญี่ปุ์นซึ่งทําให้ไทยเสียเปรียบ เปึนช่องทาง การทุจริตที่เกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งสมควรจะยกเลิกนะครับ หลายท่านอาจจะแย้งว่า เงินกู้จาก ญี่ปุ์นมีดอกเบี้ยถูกที่สุดในโลก และก็มีเงื่อนไขการชําระเงินที่ยาวนานที่สุด และเปึน ประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด เพราะฉะนั้นสมควรกู้จากประเทศญี่ปุ์น แต่กระผม มองอย่างลึกซึ้งนะครับ มันเปึนความจริงสมบูรณ์อย่างนั้นหรือไม่ กระผมคิดว่า มีนัยสําคัญหลายประการ

ประการแรกท่านประธานครับ ประเทศผู้กู้จะต้องแบกความรับ ความเสี่ยงภัยจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนกับเงินบาท ที่มีความผันผวนสูงนะครับ ท่านประธาน และมีค่าประกันความเสี่ยงล่วงหน้าสูงที่สุดกว่าเงินตราสกุลอื่น วันดีคืนดี อัตราแลกเปลี่ยนอาจจะอยู่ที่ ๑๒๐ เยนต่อ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ วันดีคืนดีก็เปลี่ยนมาเปึน ๘๐ กว่าเยนต่อ ๑ เหรียญสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศลูกหนี้จะต้องรับภาระค่าใช้จ่าย ที่สูงในการซื้อประกันความเสี่ยงแต่ฝ์ายเดียวนะครับ เพราะประเทศไทยรับภาระตรงนี้ นะครับ

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผู้ให้กู้จะมีข้อกําหนดเบื้องต้นว่า โครงการ ที่จะให้เงินกู้นั้นจะต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่ผู้ให้กู้เห็นชอบ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปึนกลไก เครือข่ายบริวารที่ร่วมทํามาหากินอยู่กับผู้ให้กู้นั่นเองนะครับ ค่าที่ปรึกษาโครงการ ก็เรียก เก็บอัตราตั้งแต่ ๒-๑๒ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ ระยะหลัง ๆ ที่ผ่านมานะครับท่านประธาน ส่วนมากอัตรามันจะอยู่ที่ระดับกลาง บนครับ คือหมายความว่าเกิน ๗ ขึ้นไป ระหว่าง ๒-๑๒ กึ่งกลางก็คือ ๗ นะครับ กลาง บนของช่วงอัตราดังกล่าวเปึนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อ รวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นี้กระผมคิดว่าเปึนจํานวนมหาศาลนะครับท่านประธาน และนี่เปึน ส่วนเองที่ทําให้เปึนกรณีให้สินบนของเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการกู้เงิน เพราะฉะนั้นเปึนประเด็นที่จะต้องดูอย่างเข้มงวด

ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน เวลาให้กู้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะล็อก มาว่าควรจะมีผู้รับเหมา ผู้จัดหาสินค้าอุปกรณ์ในโครงการต่าง ๆ ก็จะต้องเปึนบริษัทที่ ผู้ให้กู้ให้ความเห็นชอบ ซึ่งสถานะดังกล่าวกระผมคิดว่าผู้ให้กู้จะมีอํานาจเหนือเจ้าของ โครงการคือรัฐบาลไทยหรือรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย ซึ่งกระผมคิดว่า ในขณะนี้ก็ยังเปึนประเด็นอยู่นะครับว่ากรณีอย่างนี้มันผิดกฎหมายฮั้วหรือไม่ ยังไม่มีการ ชี้ขาดลงไปนะครับ กระผมคิดว่าเปึนประเด็นพอสมควร ลักษณะเปึนการล็อกสเปค ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทที่ให้ความเห็นชอบจากเจ้าของเงินกู้ก็รับสิทธิส่วนนี้มากขึ้นไป

ประการที่ ๔ ครับท่านประธาน ผู้ที่ให้กู้ก็จะกําหนดอีกว่าสินค้าวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการนั้นจะต้องมีแหล่งผลิตจากญี่ปุ์นในอัตราส่วนที่กําหนดไว้ ไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ซึ่งลักษณะอย่างนี้มันก็จะทําให้ มีราคาสูงกว่าสินค้าจากประเทศอื่น ๆ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่โฆษณาชวนเชื่อว่า ต่ําที่สุดนั้นก็เปึนกําแพงเหล็กที่ทําให้ประเทศไทยไม่สามารถใช้แหล่งเงินกู้จากประเทศอื่น นะครับ ถ้าถามต่อไปว่าจะยกตัวอย่างแหล่งเงินกู้ที่อื่นที่ดีกว่านี้ได้หรือไม่ กระผมมีคําตอบ ครับท่านประธาน กระผมคิดว่าแหล่งเงินกู้ที่ดีในโลกมีอยู่อีกมากนะครับ ที่ไม่มีข้อกําหนด และปัจจัยอย่างนั้น กระผมยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของประเทศจีน ซึ่งจีนเคยเสนอวงเงินกู้ ให้กับประเทศไทยเปึนวงเงินถึง ๘ แสนล้านบาทในอัตราดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ และมีระยะเวลายืนชําระประมาณ ๒๐ ป้ ซึ่งยาวกว่าญี่ปุ์นนะครับ โครงการนี้ได้เริ่มเจรจากัน ในสมัยท่านรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นะครับ และตกลงโครงการแรกไปแล้ว ในวงเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ต่อมาเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไป ๆ มา ๆ ก็คงไม่กู้ จากประเทศจีนหันมากู้ญี่ปุ์นแทน โดยอาศัยเหตุผลเดิม ๆ ว่าดอกเบี้ยถูก ระยะเวลา ชําระยาวอะไรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว ทั้ง ๆ ที่แหล่งเงินกู้จากประเทศจีน ความผันผวนเรื่องเงินหยวนก็มีน้อย เพราะอัตราค่าประกันความเสี่ยงเราก็จะเสียน้อย ในขณะเดียวกันแหล่งเงินกู้จากจีนไม่มีเงื่อนไขบังคับการใช้ต่าง ๆ ครับท่านประธาน ไม่มีต้องบังคับว่าจ้างที่ปรึกษาจากจีน ไม่มีเงื่อนไขบังคับต้องใช้บริษัทของจีนเข้ามา ไม่มีเงื่อนไขต้องใช้วัสดุอุปกรณ์จากจีน เหล่านี้เปึนต้นนะครับ แต่กระผมยังสงสัยว่า ทําไมรัฐบาลที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเงินกู้จะต้องมาจาก ๓ แหล่ง ซึ่งก็มาจากประเทศญี่ปุ์น เปึนส่วนมาก กระผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้น่าที่จะพิจารณาจากข้อจํากัดต่าง ๆ ไม่จําเปึนต้อง ทําเหมือนอดีตที่ผ่านมานะครับ เปึนสิ่งที่สังคมน่าสงสัย และกระผมสงสัยอยากจะ เรียนถามท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ในนามสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านประธานก่อนนะครับ เพราะว่าเดี๋ยว ประธานจะไม่ให้ผมพูดนะครับ วันนี้พอดีรัฐบาลนํากรอบการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและ พัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ทําไมผมต้องขอลุกขึ้นมาอภิปราย ครั้งที่แล้วก่อนที่ ท่านประธานไม่ได้อยู่ก็ได้ประท้วงกันไปนิดหน่อย เหตุที่จะต้องประท้วงเพราะว่า ๑. รัฐบาลได้อ่านขึ้น ท่านรัฐมนตรีได้อ่านบนสภา ได้อ่านเมื่อสักครู่นี้แถลงการณ์ว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ผมถึงประท้วง ท่านประธานครับ เพราะผมมารออยู่ที่รัฐสภา ไม่ได้แถลงนโยบายที่รัฐสภาครับ ไปแถลง นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ไปถึงอ่าน ๆ อ่าน ๆ แล้วจบ ประชาชนไม่ได้อะไรเลย แล้ววันนี้ผมบอกแล้วอย่างไรท่านประธานเปึนคนพูดเองนะท่านประธานครับ ท่านประธานนั่งและท่านประธานบอกว่าเวรกรรมมันมีจริง ใครทําอะไรไว้ต้องได้ รับผิดชอบ ท่านประธานพูดนะครับผมจําได้ วันนี้รัฐบาลนี้เห็นแล้วครับ เห็นแล้วว่าคุณต้องกู้ กู้ที่คุณบอก อย่าบอกว่าไม่กู้ไม่ได้นะ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ต้องขอบคุณท่าน ส.ว. นะครับที่พูดไว้ชัดเจนเหลือเกิน ท่านบอกว่า ไปกู้ญี่ปุ์น ท่านประธานจําได้ไหมตอนผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมบอกว่าไปญี่ปุ์น นี่นะครับท่านประธาน มันเหมือนคนไม่มีสตางค์ไปเยี่ยมคนมีสตางค์ พอไปถึงก็ไปชมว่า ประธานาธิบดีเขาเก่งเหลือเกิน ชื่นชมเขาเหลือเกิน พอหันหลังจะลงกลับบ้านบอก กู้สตางค์หน่อย ญี่ปุ์นก็บอกว่า ไฮ ไฮ แปลว่า สวัสดี ไม่ได้ให้กู้ครับท่านประธานครับ ผมย้อนคําเดิม เขาบอกว่าให้กู้ไปเลย กู้ไป ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเปึนเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนอยู่ในเมืองไทยแทบใจหาย เพราะกู้เงินมานี่พี่น้องประชาชนเปึนหนี้ เปึนสินหมด เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ว. พูดชัดเจนว่า จีนจะให้กู้ ๘ แสนล้านบาท ดอกเบี้ยเพียง ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่ญี่ปุ์นบอกว่า ถ้ากู้ญี่ปุ์นต้องมีเงื่อนไขด้วยท่านประธานครับ มีเงื่อนไข ตรงไหนครับ มีเงื่อนไขว่าญี่ปุ์นต้องตามมาทํางาน ต้องเอาที่ปรึกษามาหาประโยชน์ กลับไป ตรงนี้ต้องตอบพี่น้องประชาชน ผมต้องยกตัวอย่างต่อท่านประธานครับ การกู้เงิน ในประเทศ วันนี้ผมไม่ใช่นักบริหารเศรษฐกิจ เพราะว่าผมมาจากลูกชาวบ้านมาเปึน ผู้แทนราษฎร ประเทศไทยวันนี้ต้องยอมรับว่ามีความแตกแยก ท่านพูดชัดเจนรัฐบาลนี้ บอกชัดเจนว่า ต้องมาบริหารในความแตกแยก ใช่ ยอมรับ แต่การแตกแยกเราเปึนคนไทย ด้วยกัน ทําไมไม่คิดว่าประเทศนี้จะเดินหน้าอย่างไร วิธีการบริหารเศรษฐกิจประเทศไทย ยังทําได้อีกตั้งหลายอย่างท่านประธานครับ ผมต้องบอกตรงนี้ รัฐบาลเดิมที่ดี ๆ เขาทําไว้ ไม่ต้องเกรงใจครับ เอามาทําเลย เพราะกรณีอย่างหวยบนดินท่านประธานครับเห็นไหมครับ เงินอีก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ต้องเอามาใช้บริหารประเทศได้ ในเมื่อหวยใต้ดิน มันไม่ถูกต้องก็เอาขึ้นมาบนดินเสีย มาบริหารประเทศให้เดินหน้าได้ แล้วเรื่องอีกอย่างหนึ่ง เรื่องน้ํามัน ท่านประธานก็คงเข้าใจ รัฐบาลที่ผ่านมานะครับ น้ํามันบาร์เรลละ ๑๗๑ เหรียญต่อบาร์เรล ลิตรละ ๔๐ บาท ช่วงนั้นบอกว่าประเทศแทบแย่ เพราะว่าทั่วโลก ใช้น้ํามันเหมือนกัน แต่วันนี้ท่านประธานครับ น้ํามันบาร์เรลละ ๔๑ เหรียญสหรัฐ แต่น้ํามันขึ้นไปพรวด ๆ รัฐบาลเก็บเงินเข้ากองทุน ถามว่าประชาชนที่น้ํามันขึ้น ตอนนี้ น่าจะได้ใช้น้ํามันแบบถูก ๆ ลิตรละ ๑๑ บาท ๑๒ บาท แต่ก็ไม่ได้ใช้ไม่เปึนไรครับ เพราะ วันนี้ต้องมาอภิปรายเรื่องกรอบ แต่พอดีท่าน ส.ว. ท่านพูดไปพอสมควร ผมก็จะพูดอย่าง ท่านแหละเมื่อสักครู่นี้ครับ แต่พอดีท่านพูดนําหน้าผมไปก่อน ผมก็เลยมาชื่นชมท่านว่า ท่านพูดตรงประเด็น

ท่านประธานครับ วนมาอีกนิดหนึ่ง การกู้เงินนะครับ การกู้เงินครั้งนี้ที่ผมว่า ที่จะต้องแนะนํารัฐบาล ที่ไม่เห็นด้วยก็ตรงที่ว่า พี่น้องประชาชนต้องทําความเข้าใจกับ ประชาชนก่อน ตามกรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทุกรัฐบาลที่มาบริหาร เพราะเราพูด แล้วอย่างไรครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ ที่มามันไม่ถูกต้อง ทุกคนก็ยอมรับว่าที่มา มันมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วมาแก้มาตรา ๑๙๐ รัฐบาลจะบริหารประเทศ ก็บริหารลําบาก เพราะว่าต้องเอามาแจ้งต่อสภา คุณจะไปทําอะไรคุณก็ต้องมาแจ้งหมด แล้วถามว่าคุณจะบริหารประเทศไปได้อย่างไร ผมทําไมต้องพูดอย่างนี้ เพราะกรอบ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธาน ต้องทําประชาพิจารณ์กับประชาชนก่อน ผมถามวันนี้รัฐบาล ยังไม่ได้ทํากรอบประชาพิจารณ์กับประชาชนเลย อยู่ ๆ ท่านบอกว่าเอาเข้าวันที่ ๖ แล้ว ตั้งใจไปกู้ประเทศญี่ปุ์นเลย แล้วก็มาแถลงมาบอกสภาว่า ให้สภาทํากรอบมาตรา ๑๙๐ ผมบอกวันนี้ เมื่อกลางวันผมถามคนที่มาชี้แจงจากกระทรวงการคลัง ก็ถามบอกว่า ประชาชนนี้ได้ประชาพิจารณ์ไปแล้ว ผ่านไปทางเว็บไซต์ (Web site) ผมถามว่า พี่น้องประชาชนคนบ้านผม คนจังหวัดลพบุรีนะครับ ทําไร่ ทํานา จะได้เป่ดเว็บไซต์ที่ไหน ท่านประธานครับ ไม่มีหรอกครับ วันนี้รัฐบาลต้องกล้า ต้องกล้าออกมาบอกว่าจะกู้แล้ว บอกพี่น้องประชาชน ไม่ต้องอายครับ มันต้องบอกให้ประชาชนเขาเข้าใจ วันนี้ผมพูดแทน ราษฎรนะครับ พี่น้องประชาชนเขาบอกท่าน ส.ส. กู้อีกแล้วหรือ แล้วจะให้ผมตอบอย่างไร ผมบอก ไม่ได้กู้ ไม่ได้ ต้องบอกว่า กู้นะครับ นี่แหละครับ นี่คืออาจารย์กู้ที่ประชาชนเขา บอก กู้แล้วจะใช้ตอนไหน ท่านประธานครับ ประเทศไทยนี่ครับ มันต้องเอานโยบาย เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ วันนี้คุณกู้มาคุณบอกชัดเจนว่า กู้ไม่ได้มาแจก แต่ ๒,๐๐๐ บาท ที่ไปแจกกับผู้ใช้แรงงาน ผมเปึนผู้นําแรงงานอยู่ ไม่ทั่วถึงท่านประธานครับ วันนี้คุณจะกู้ อีกไหม ผมถามว่าเหมือนคนกู้ไปให้เขา ๒,๐๐๐ บาท ไม่รู้ว่าพี่น้องประชาชนคนที่ทําไร่ ทํานา ขี่รถมอเตอร์ไซค์ สามล้อ จะได้เงินตรงนี้ไหม ไม่ได้ แต่ผู้ใช้แรงงานได้ไป ๒,๐๐๐ บาท บางคนได้ไป ๒,๐๐๐ บาทท่านประธาน ผมฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ยังไม่ได้ เอาไปไหนเลย มีการขายเช็คล่วงหน้าแล้วครับ มีผู้ใช้แรงงานบอกผม ท่าน ส.ส. สุชาติ ฉันขายไปแล้วเช็ค ๑,๕๐๐ บาท นี่คือความเปึนจริง เพราะว่ามันไม่ได้อะไรเลย คนที่จะ เอาเงินเปึนหมื่น ๆ แสน ๆ ล้านบาทมาบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาประเทศว่า ไปตั้งเปึน กองทุนเสีย ใครตกงานให้กู้เงินตรงนี้กลับไปบ้าน กลับไปทํานา ทําไร่ เอาเงินกองทุนตรงนี้ ไปต่ออาชีพตัวเอง มันก็จะได้เงิน อาจจะให้กู้คนละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ผมว่าตรงนี้จะได้ประโยชน์กว่าไม่ได้แนะนํา นะครับเล่าให้ฟังเฉย ๆ ท่านประธานครับ ก็ต้องวนมาถึงเรื่องกรอบการกู้เงิน แล้วรัฐบาล ยังบอกต่อไปอีกครับว่า จะกู้ก็ไม่มีรายละเอียดประกอบ เพียงแต่บอกว่าเอาเข้ามากรอบ ก่อนขอกู้ก่อน ผมบอกมันเปึนเรื่องแปลกท่านประธานครับ อยู่ ๆ คุณบอกว่ากู้เงินเลย ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ เปึนเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้มีโครงการ ไม่ได้มีอะไรแนบเลย แต่ผมยกตัวอย่างเมื่อกลางวันนะครับคุณเจริญ ผมยกตัวอย่าง ส.ส. เจริญ เปึน นักกฎหมายนะครับประชุมด้วยกัน ท่านเจริญบอก ท่านสุชาติผมจะกู้แบงก์ในเมืองไทย แบงก์มันบอกว่าอย่างไร มันบอกขอใบรับรองก่อน แล้วส่งเจ้าหน้าที่แบงก์ไปตรวจสอบ ด้วยว่าคุณจะกู้ไปสร้างบ้านนี่บ้านขนาดไหน มีเงินส่งไหม มันยังถามต่อด้วยท่านประธาน ครับว่า คุณเปึนผู้แทนราษฎรอยู่นี่แล้วสภาจะอยู่ได้อีกนานไหม ถ้าสภาอยู่ได้ไม่นาน มันไม่ให้กู้แบงก์นะครับท่านครับ นี่เปึนเรื่องแปลกนะครับ เปึนเรื่องแปลกว่ารัฐบาลนี้ไปถึง ญี่ปุ์นกู้เลย กู้เลยไม่ได้บอกโครงการท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนถึงบอกรัฐบาล ว่าต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพราะ ๑. หนี้สาธารณะจะต้องเพิ่มขึ้น คนจะต้องเปึนหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าไร เมื่อสักครู่มีผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งขึ้นมาบอกว่า รัฐบาล ที่ผ่านมาก็กู้เหมือนกัน รัฐมนตรีบอกว่าผมจําได้ผมนั่งอยู่ ผมจะประท้วงตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เขาบอกกู้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ผมบอกเรื่องที่แล้วห้ามเอามาพูด ท่านประธานครับ นั่นเปึนเรื่องดึกดําบรรพ์อย่าไปกล่าวถึงบรรพบุรุษท่าน ท่านกู้เงินแต่ท่านกู้ประเทศไว้ นะครับ แต่ครั้งนี้ท่านอย่าเอาประเทศไปจํานําก็แล้วกัน ทําไมผมพูดอย่างนี้ วันนี้คุณเอา ประเทศไปจํานองจํานํา คุณไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย คุณมีแต่เพียงเอาประเทศไทยแล้วก็ รัฐมนตรีไปกู้ญี่ปุ์น ผมถามว่าคุณเอาอะไรไปค้ําประกัน คุณก็เอาประชาชนกับประเทศ ไปจํานองแน่นอน เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเขามาบอกว่า บ้านเรากู้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ผมถึงบอกว่าท่านกู้ประเทศไว้ให้เรา แต่วันนี้เราเอาประเทศไปจํานองกับเขาครับ ประชาชนตื่นตระหนกหมดว่า คือการที่มากู้ ผมยังจําคําพูดท่าน ส.ว. จากจังหวัดชุมพร นะครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลถ้าจะกู้ก็แอบ ๆ กู้บ้าง ไม่ต้องไปกระโตกโฮกฮากว่า จะกู้เงิน แล้ว จะกู้เงินแล้ว แล้วมันจะบริหารได้อย่างไรท่านประธาน ครั้งที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมพูดชัดเจน รัฐบาลนี้ไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผมก็เลยเขียนข้อสังเกตว่าถ้าทั่วโลก ถ้ารัฐบาลประเทศไทยไปขอกู้เงินให้ระวังดี ๆ เพราะอะไรท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลนี้ กู้แล้วอยู่ไม่ยาว ถ้ารัฐบาลอื่นมาถ้าเขายกเลิกสัญญาหรือไม่ใช้หนี้จะอยู่กันอย่างไร ต้องเผื่ออนาคตด้วยท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าคุณมีอํานาจแล้วคุณกู้อย่างเดียวไม่รู้ว่า ข้างหน้าใครจะใช้ ผมฝากไปถึงรัฐบาลด้วยครับว่า กู้ก็เห็นใจประชาชนหน่อย พ่อแม่ผม ทําไร่ ทํานา พอเริ่มกู้ก็เริ่มตกใจท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงที่ต้องฝาก ไปถึงทางรัฐบาลนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ทําเวลาได้ดีมากครับ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เชิญ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งค่ะ ในวันนี้ดิฉันได้ร่วมพิจารณากรอบการพิจารณา กู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันดีใจ นะคะว่าที่ประเทศชาติเรา ประเทศไทยของเรามีเครดิตขึ้นมา การที่คนที่จะกู้เงินสามารถ กู้เงินได้นะคะ ก็คงมีเครดิตในตนเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้ดิฉันเห็นว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงที่วิกฤติ ประชาชนยากจนแล้วเงินที่ใช้จ่ายตอนนี้ก็ติดขัดไปเรื่อย ๆ จากที่ดิฉันได้ดูในหนังสือพิมพ์ รัฐบาล ปชป. ประกันราคายาง ๔๗ บาท ท่านคะ ตรงนี้ไม่ใช่ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าท่าน สามารถกู้เงินมากระตุ้นให้เพิ่มขึ้น ท่านทราบว่าต้นทุนของเกษตรกรยางกิโลกรัมละ ๕๐ บาท นี่ละค่ะประชาชนจะยากจน ถ้าท่านให้ได้แค่ ๔๗ บาท ถึงบอกว่าในแนวทางที่ท่าน บอกว่าท่านจะกู้เงินเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหลือและพยุงการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย นั้นดิฉันเห็นชอบด้วยนะคะ ดีใจด้วยค่ะ และได้อ่านกรอบการพิจารณานี้ว่าในการที่จะ กู้เงินมานั้นรัฐบาลมีนโยบายที่จะกู้เงินมาเพื่อพัฒนาระบบการบริหารการจัดการน้ําและ การชลประทาน ในกรณีการจัดการน้ําและชลประทานนั้น ดิฉันเห็นว่าในขณะนี้ประเทศไทยของเราเจอ วิกฤติเรื่องน้ํามาตลอดตั้งกี่ป้ ในขณะที่รัฐบาลได้ดูในรายงานนี้ว่า ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๒ ท่านได้ กู้เงินจาก เอดีบี ประเทศไทยได้เปึนสมาชิกของธนาคารโลกนะคะ ถ้าพูดอย่างนี้ว่า เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๙๒ ปัจจุบันประเทศไทยถือหุ้นในธนาคารโลกร้อยละ ๒.๒๕ และประเทศไทยขอใช้เงินกู้จากธนาคารโลกครั้งแรกเมื่อป้ ๒๔๙๓ ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๓ จนถึง ปัจจุบันสามารถที่กู้ยืมเงินมาได้และใช้คืนไปได้ในลักษณะของการที่พัฒนาในโครงการ ทําการก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจร และก็ได้ทําโครงการเขื่อนภูมิพลของกรมชลประทาน โครงการไฟฟัาพลังน้ําลําตะคอง ดิฉันเห็นว่าในการกู้เงินนี้สามารถที่จะพัฒนา ประเทศไทยของเราได้ และสามารถสร้างให้ประชาชนได้มีงานเกิดขึ้น และสามารถได้ กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกนะคะ เพราะดิฉันได้เห็นจากรายงานหน้า ๕ นี้บอกว่า ธนาคารโลกนี้ให้ต้นทุนในการกู้เงินก็คือ ดอกเบี้ย ในส่วนที่กู้มานั้นร้อยละ ๒.๙๙-๓.๗๙ และธนาคาร เอดีบี ให้กู้ร้อยละ ๒.๕๓ นี่ล่ะค่ะ ในสิ่งที่ดิฉันต้องการในส่วนนี้ว่า เราสามารถกู้เงินมาได้ในส่วนนี้นะคะ กู้เงินมาได้ในส่วนนี้และได้ดอกเบี้ยที่ต่ํา ในขณะที่ ท่านให้เกษตรกรหรือประชาชนนั้นกู้เงินในอัตราดอกเบี้ย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าในส่วนนี้ สามารถกู้มาพยุงให้เกษตรกรกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําลง แล้วก็สามารถไปช่วยเหลือ ด้านโครงสร้างพื้นฐานในระบบชลประทานก็จะสามารถสร้างงานให้และก็คุ้มค่าในการที่ กู้เงินมาให้กับประเทศนะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอตั้งข้อสังเกตในการที่กู้นี้ว่าในการ พิจารณากรอบนี้ถ้าทางสภานี้เห็นชอบ โดยให้ท่านกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และในการ พิจารณาในระยะเวลาที่ท่านพิจารณานั้น ท่านจะพิจารณาในเดือนพฤษภาคมและ เดือนมิถุนายน ในช่วงนี้ละค่ะในช่วงที่ท่านจะพิจารณากู้โดยกระทรวงการคลังจะ ดําเนินการเจรจานะคะ ดิฉันอยากจะขอฝากให้ท่านด้วยว่า ในการเจรจานี้ขอให้ท่านใช้สติ ในการเจรจาว่าในการที่ท่านกู้มาแล้วท่านมาทําอะไร โครงสร้างพื้นฐานคืออะไร ท่านจะ ทําถนนในหมู่บ้าน หรือทําถนนในตัวเมือง หรือในตัวชนบท ถึงจะสามารถจะพัฒนา ประเทศชาติของเราได้ในมวลรวมของประชาชนทั้งประเทศนะคะ ดิฉันจึงอยากจะ ขอเสนอว่าอยากจะให้ท่านนั้นเข้าไปกู้เงินของธนาคารที่ท่านบอกไว้นี่นะคะว่า ธนาคารใน ส่วนของธนาคารโลกก็คือ เวิลด์ แบงก์ ถ้าท่านเจรจากู้เงิน อยากจะให้ท่านกู้ในส่วนของ หน้า ๕ วรรคสุดท้าย ที่ในรายงานนี้มีเขียนบอกไว้ว่า ธนาคารโลกได้ให้การช่วยเหลือแบบ ให้เปล่าแก่ประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติใน ๕ ด้านหลัก คือการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการ แข่งขัน การขจัดความยากจนและความไม่เท่าเทียม ในกรณีนี้ท่านกู้ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๒ นะคะ ถ้าหากว่าในครั้งนี้ถ้าท่านเจรจากรอบในส่วนนี้ก็ขอเจรจากู้เงินโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ย เพื่อที่จะขจัดความยากจนเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าในส่วนที่กู้มาในนั้นก็อยากจะให้ท่านหันมา กู้ของธนาคารพัฒนาเอเชียนะคะ ในกรอบที่ท่านเคยได้กู้กับเขามาในด้านการพัฒนา ในสาขาชลประทานและเกษตร สาขาพลังงาน และสาขาคมนาคมขนส่ง ดิฉันเจาะไปที่ว่า ในส่วนที่เปึนโครงการพัฒนาในสาขาชลประทาน ท่านคะ แต่ก่อนนี้ในป้ ๒๔๙๒ ท่านกู้นี้ มาสร้างเขื่อน เขื่อนชลประทานต่าง ๆ ที่เปึนระบบที่ใหญ่คงต้องใช้งบประมาณ ในส่วนมาก ทีนี้ถ้าหากว่าท่านกู้มานี้ในส่วนของธนาคาร เอดีบี ดอกเบี้ยก็อยู่ที่ร้อยละ ๒.๕๓ ซึ่งเปึนดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ๓ ธนาคารหลักที่ท่านกําหนดเอาไว้ ดิฉันว่าถ้าหากว่าท่าน กู้มาในส่วนนี้แล้วน่าจะเข้าข้อนี้ว่าพัฒนาในสาขาชลประทานและเกษตร ท่านคะ ในจังหวัดมุกดาหารของดิฉันนะคะ เปึนพื้นที่จังหวัดที่ติดชายแดนในแถบลุ่มแม่น้ําโขง ลุ่มแม่น้ําโขงเราก็รู้ว่าแม่น้ําโขงนี้จะมีน้ําประมาณเท่าไร แต่ในประเทศไทยของเรามา ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๒ ที่ท่านกู้ยืมเงินมา แล้วมาสร้างเขื่อน และเขื่อนเก็บน้ําต่าง ๆ นั้น ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้ง เรื่องขาดน้ําได้เลย ปัจจุบัน ณ วันนี้จังหวัดมุกดาหารยังเปึน ๑ ใน ๒๔ จังหวัดที่แห้งแล้ง และตอนนี้สถิติเพิ่ม ขึ้นมาเปึน ๔๒ จังหวัดที่แห้งแล้ง ท่านคะ น้ําแม่น้ําโขงที่ติดชายแดน ติดกับประเทศไทย ของเรามีตั้ง ๗-๘ จังหวัดที่ต้องการใช้น้ําตัวนี้ แล้วในนโยบายในกรอบเจรจานี้ท่านกําหนด ไว้เลยว่า จะแก้ไขระบบเรื่องการจัดการน้ําและการชลประทาน ท่านคะ ในส่วนนี้ดิฉัน ก็เลยอยากจะขอฝากท่านว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านประธานนะคะ ในการที่พิจารณาให้สภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ คน ว่าอนุมัติให้ท่านกู้เงินในส่วนนี้ เพื่อที่จะให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับ ในส่วนของสาขาชลประทานและเกษตร อยากจะ ให้ท่านกู้และมาทําในโครงการระบบต่าง ๆ ที่สามารถเอื้อให้กับประชาชนรอบนอกได้ เห็นในกรอบนี้บอกว่าในโครงข่ายระบบขนส่งคมนาคม จะสร้างรถไฟในเขตตัวเมืองในตัว กรุงเทพมหานคร ตอนนี้รถไฟก็มีหลายสายแล้ว ถ้าหากว่าท่านกู้มา ท่านน่าจะเข้ากรอบ นโยบายของท่านที่พัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคม ระบบคมนาคมในส่วนของสาขา คมนาคมขนส่ง พื้นที่ในประเทศไทยเรานี้ไม่ว่าจะกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง แผ่นดิน และกรมทางหลวงชนบท มีพื้นที่ที่ท่านให้ใช้เงินกู้นี้ไปสร้างทางให้เขาได้มาก เท่าที่ควร และสามารถสร้างงานให้เขาได้ และสามารถขจัดความยากจนให้กับเขาได้ จะเข้าในกฎหมายในส่วนที่กรอบนี้กําหนดเอาไว้เลยว่า เรากู้เงินมานี้เราจะสร้างไม่ให้ ประชาชนเปึนหนี้ นี่คือการใช้สติในการที่ตั้งในการใช้เงินที่เรากู้มา

ดิฉันอยากจะขอว่าอยากให้ท่าน ในส่วนที่ดิฉันลงมติว่ายินยอมและพร้อม ว่าขอให้ผู้แทนราษฎร ตัวแทนของประชาชนทั้งหมดนี้ ก็คืออยู่ในสภาอันทรงเกียรตินี้ไม่ว่า จะเปึนวุฒิสมาชิกหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนของประชาชน เพราะ ในการดําเนินการกรณีอนุมัติกรอบการเจรจานี้ก็เพื่อที่จะได้นําไปให้ประชาชนในหน้า ๙ ที่ท่านบอกไว้นะคะ ในหน้า ๙ ที่ท่านบอกไว้ว่า ถ้าหากว่าการเสนอของรัฐสภานี้ได้รับ การเห็นชอบกรอบการเจรจาเงินกู้ ท่านก็จะนํากรอบการเจรจาเงินกู้นี้ในการที่จะกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพื่อให้ประชาชนซึ่งอาจได้ผลกระทบจากการจัดทําสัญญาเงินกู้ เพราะท่านต้องไปทําสัญญาเงินกู้กับต่างประเทศ ธนาคารพัฒนาเศรษฐกิจ ธนาคาร เอดีบี ธนาคารเวิล์ด แบงก์อย่างนี้นะคะ ท่านจะต้องมีกรอบในการทําสัญญาเงินกู้ และใน สัญญาเงินกู้นี้ท่านก็เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า เพื่อให้ประชาชนซึ่งอาจได้รับผลกระทบจาก การจัดทําสัญญาเงินกู้ได้เข้าถึงรายละเอียดของสัญญาเงินกู้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเปึนส่วนดีนะคะ ที่ดิฉันบอกว่า ท่านเจรจานั้น ขอท่านเจรจาในกู้เงินมาแล้ว และก็พัฒนาสาขาของชลประทานและเกษตร และสาขาของ คมนาคมขนส่ง สาขาพลังงานนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาแล้วครับ กลับไปกลับมา อยู่นั่นละ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

สาขาพลังงานนี้ไปเกี่ยวพันกับการเกษตรนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันก็เลยว่าอยากจะขอ ท่านในส่วนนี้ว่าในกรอบการเจรจาของท่าน ในขณะที่ผ่านมติในที่ประชุมนี้แล้ว ให้มีการ เจรจาทําสัญญาเงินกู้จากธนาคารต่างประเทศนี้ ดิฉันก็ขอตั้งข้อสังเกตและขอฝากให้ ท่านประธานในการตั้งสติในการที่ใช้เงินกู้นี้มา ท่านกู้เงินมาแล้วอย่าให้ผลนี้ตกไปให้ ประชาชนเปึนหนี้นะคะ ประชาชนตอนนี้ห่วงว่าจะเปึนหนี้ แต่ความสามารถของท่าน สามารถทําให้ประชาชนไม่เปึนหนี้ได้นะคะ ดิฉันดีใจที่ได้อภิปรายในส่วนนี้ ขอบคุณ ท่านประธานมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านตวง อันทะไชย เชิญครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมคงเริ่มต้นกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลช้า ๆ อย่างนี้ว่า แม้ว่า อํานาจของการกู้นั้นเปึนอํานาจของฝ์ายบริหารตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ก็ตาม แต่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นของ สมาชิกรัฐสภาที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานต่อไปนี้ ท่านประธานครับ ในหลักการผมคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้องกู้อยู่ก็จริง แต่ว่ารัฐบาลยัง จะต้องให้คําตอบกับรัฐสภาให้ชัดเจนก่อนว่าแนวความคิดว่าด้วยการกู้เงินมานั้นมันง่าย ครับ แต่คําถามใหญ่ที่ผมฟังสมาชิกตั้งแต่เช้าซึ่งเปึนสิทธิอันชอบธรรมที่สมาชิกต้องถาม รัฐบาลก็คือว่าแล้วอย่างไรต่อไป จะใช้เงินอย่างไรต่อไป ผมย้อนกลับมาดูที่กรอบ ที่ท่านประธานได้กรุณาให้สมาชิกได้ดูโดยรัฐบาลเสนอมา ผมเรียนท่านประธานว่ากรอบ การเจรจาของท่านในข้อ ๕ ที่เปึนกรอบเจรจานั้นผมเข้าใจว่าวันนี้มันมีปัญหาแล้วครับ มันมีปัญหาที่ไม่สอดคล้องกับวิกฤติของประเทศอย่างแท้จริง เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ ท่านประธานได้ฟังว่าข้อเท็จจริงในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์บ้านนอกอย่างผมคิดต่อ เรื่องนี้อย่างไร ผมเริ่มต้นด้วยคําถามแรกที่ผมคิดว่ารัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องตอบต่อ สภาแห่งนี้ก็คือ รัฐบาลจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหลักการที่เปึนกรอบการเจรจา ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาทั้งหมดถ้าท่านประธานอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกไปถึง บรรทัดสุดท้ายจะพบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับวิกฤติเศรษฐกิจอย่างแท้จริงเลย ตัววิกฤติเศรษฐกิจอย่างแท้จริงท่านรัฐมนตรีทราบดีว่า วันนี้วิกฤติของโลกนั้นมันเกิดจาก วิกฤติที่มีแต่คนขาย แต่ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนซื้อคนก็ตกงาน ผมแปลกใจท่านประธานครับว่า วิกฤติเศรษฐกิจรอบหนึ่งมันหมุนกลับมากลายเปึนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งต้องมาแก้ เหมือนกัน แต่เปึนบนบริบทที่แตกต่างกัน ผมไม่เชื่อว่าเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่เราเผชิญภาวะ วิกฤติเศรษฐกิจ เศรษฐกิจระดับมหภาคที่มันล้มอย่างระเนระนาดรัฐบาลสมัยนั้น ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านเข้ามาแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ คราวนั้น มันแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจระดับบนที่มันล้มลง แต่คราวนี้มันต่างกันก็คือว่าคนข้างล่าง มันล้มด้วย แล้วล้มมากเลย สิ่งที่เหมือนกันของเศรษฐกิจป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๒ ก็คือว่า คราวนี้คนต้องหลั่งไหลกลับบ้านครับท่านประธาน หัวใจสําคัญของคนที่เข้ามาอยู่ กรุงเทพมหานครมาทํามาค้าขาย เวลาที่เขาเผชิญกับภาวะวิกฤติแล้วเขาต้องกลับ บ้านครับ เขาต้องกลับไปหาพ่อหาแม่เขาครับ เขาจะกลับไปทําอะไร พื้นฐานที่ต้อง กลับไปนั้นผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าภายในเดือนสองเดือน ภายใน ๔ วัน ๕ วัน รัฐบาลไม่อาจจะแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้ แต่ผมคิดว่าจะต้องใช้เวลา อย่างน้อยป้หนึ่งรัฐบาลถึงจะสามารถก้าวพ้นวิกฤตินี้ไปได้ คําถามใหญ่ก็คือว่า รัฐบาลจะ ทําให้ประชาชนกลับบ้านมีข้าวกินถือแหลงไปเหวี่ยงหาปลากินได้โดยที่เขาไม่มีรายได้ อยู่ได้อย่างไร รัฐบาลจะต้องกลับไปดูว่าหนี้ครัวเรือนของประชาชนที่อยู่ในชนบทนั้นมันมี มากขึ้นเท่าไร ท่านจะจัดการอย่างไร เงินกู้ที่จะนํามานั้นท่านจะทําอย่างไร ผมยกตัวอย่าง ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ เขาใช้กระบวนการกลไกในการไปกู้เงินที่ท่านอดีตรัฐมนตรี ได้กรุณาชี้แจง กลับไปใช้ตั้งเปึนกองทุนซิฟ (SIF) ท่านประธานจํากองทุนซิฟได้ไหมครับ เปึนกองทุนว่าด้วยการให้ชุมชนลุกขึ้นมาใช้ปัญญา ลุกขึ้นมาใช้ทุนทางสังคมที่มีอยู่ นําตัวเองให้หลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจได้ก่อน ผมคิดว่าหลักการคิดแบบนี้รัฐบาลต้อง กลับมาทบทวนในกรอบการเจรจาที่จะต้องทํา หลักที่จะต้องกลับมาทบทวนตรงนี้เปึน หลักที่รัฐบาลจะต้องอธิบายต่อสภาแห่งนี้อย่างชัดเจนว่าจะนําเงินก้อนนี้กลับไปกอบกู้ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้อย่างไร

ประการที่ ๒ ผมสนใจว่าการกู้เงินของรัฐบาลคราวนี้เปึนครั้งสุดท้ายหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมกลับไปดูตัวเลขโครงสร้างป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่ผมนํามาบอก เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้เห็นร่วมกันว่าการกู้เงินคราวนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ในโครงสร้างป้ ๒๕๕๓ ผิดถูกอย่างไรท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงเองนะครับ ผมพบว่า ในงบประมาณป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลต้องกู้เงินอย่างน้อย ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปหักจ่าย ดอกเบี้ย ๑๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ท่านประธานครับ กู้มา ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเงิน ๑๕๘,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับใช้ในการพัฒนา นี่ผมยังไม่ได้พูดถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมนํามากราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เวลาที่เราจะนําเงินไปกู้มา ต้องคํานึงถึงปัญหาของวิกฤติเศรษฐกิจมันไม่ได้เกิดข้างบนมันเกิดข้างล่าง คนข้างล่าง มันจะตายก่อนอยู่แล้วจะทําอย่างไร จะใช้ทุนทางสังคมที่มีอยู่ให้เขามีชีวิตรอดเพื่อ แก้ปัญหาต่อไป

คําถามที่ ๒ ที่ผมได้ถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือว่า มันคือ คําตอบสุดท้ายใช่ไหมในการกู้เงินคราวนี้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าไม่ใช่ คําตอบสุดท้ายท่านประธานครับ ประเทศเรายังมีทางเลือกที่จะต้องทําแม้วันนี้จะกู้ก็ตาม ผมยกตัวอย่าง การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ความจริงถ้าท่านประธานกลับไปดู ตัวเลขของการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณท่านประธานจะตกใจว่าแม้เราจะไปกู้มาเท่าไร ก็ตาม แม้เราจะอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเปึนแสน ๆ ล้านบาทก็ตาม เราไม่อาจจะกอบกู้ วิกฤติเศรษฐกิจได้ ผมมีตัวเลขจากสํานักงบประมาณมากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลดู ท่านประธานครับ เอาเพียงตัวเลขของงบประมาณเบิกจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม เบิกได้แค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงเท่านี้ก็เปึน คําตอบว่าเราไม่อาจจะกอบกู้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ ที่หนักไปกว่านั้นท่านประธานครับ ที่เราว่ารายงานเงินเหลื่อมป้ตั้งแต่ป้งบประมาณ ๒๕๔๕-๒๕๕๑ ที่เราว่าเงินค้างท่อ ท่านประธานครับ เปึนที่น่าตกใจว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ เปึนต้นมาจนถึงปัจจุบัน ๒๕๕๑ ยังมีเงินที่ไม่สามารถเบิกได้แสนล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือ ทางเลือกหนึ่งในการที่จะกอบกู้ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะต้องทําไปพร้อมกับมีแนวคิดที่ จะไปกู้เงินจากต่างประเทศ

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าปัญหาเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจคราวนี้เมื่อเทียบกับ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ มันใหญ่หลวงเกินกว่าที่รัฐบาลจะทําโดยลําพัง ความคิดเห็น ของสมาชิกรัฐสภาวันนี้รัฐบาลต้องกลับไปไตร่ตรองไปพิจารณาให้ดี วิกฤติคราวนี้มันใหญ่ เกินกว่าที่รัฐบาลจะก้าวข้ามวิกฤติเหล่านี้โดยลําพัง รัฐบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือจาก ประชาชน แต่ผมมีข้อสังเกตที่จะตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่า แม้รัฐบาลจะบอกว่าเราเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลไม่เคยแสดงให้ประชาชนได้ เห็นว่าประชาชนคนไทยอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างไร ประชาชนคนไทยจะก้าวผ่าน วิกฤติเศรษฐกิจเหล่านี้ไปได้อย่างไร ท่านประธานจําได้ไหมครับ เราเผชิญวิกฤติ สมัย ฯพณฯ องคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ฯพณฯ ได้ลุกขึ้นมาทําให้คนไทย ได้เห็นว่ามันมีความจําเปึนที่คนไทยจะต้องจับมือกันให้มั่นก้าวผ่านวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ เช่น การป่ดไฟ การรณรงค์ควบคุมความเร็วของรถ แต่วันนี้กระบวนการเหล่านนี้ไม่ได้เกิด จากรัฐบาลครับ ผมคิดว่ามันมีความจําเปึนและมีความสําคัญ ผมเข้าใจว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบดีว่าการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศนั้น มันเปึนเรื่องของจิตวิทยา ถ้าคนมันเชื่อว่าจะแก้ไขได้ มันแก้ได้ท่านประธานครับ ถ้าคนไม่เชื่อจะแก้ไขได้ ต่อให้กู้มาอีกหลายแสนล้านบาทมันก็แก้ไม่ได้ มันมี ความจําเปึนต้องกลับไปทบทวนว่ารัฐบาลจะเปึนกลไกกลางในการที่จะขับเคลื่อน พาพี่น้องประชาชนฝ์าวิกฤติเศรษฐกิจนี้อย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้รัฐบาลมีคําตอบอยู่แล้ว ผมมีข้อสังเกตที่เปึนข้อห่วงใยในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาที่จะฝากท่านประธานก็คือว่า

ประการที่ ๑ โดยธรรมชาติของคนกู้พอกู้ได้มาแล้วมันจะไม่ค่อยมีวินัย ท่านจะทําอย่างไรในการที่ควบคุมมิให้การใช้จ่ายเงินที่ฟุ์มเฟ๋อย พอกู้ได้มาแล้วใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย พอกู้ได้มาแล้วมันจะต้องตกไปถึงประชาชนอย่างแท้จริง มาตรการตรงนี้ รัฐบาลต้องอธิบายต่อรัฐสภาให้ชัดเจน

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าเปึนหัวใจและเปึนเรื่องสําคัญก็คือ ต้องเรียนรัฐบาล ให้ได้เข้าใจว่ารัฐบาลเปึนคนกู้เงินมาก็จริงครับ แต่คนรับภาระที่จะต้องผูกพันกับชีวิต ของเขาไปก็คือประชาชนคนไทยทุกคน แม้ว่าท่านจะไม่ได้เปึนรัฐบาลสมัยต่อไปก็ตาม หรือเปึนสมัยต่อไปก็ตามประวัติศาสตร์หน้านี้มันจะเขียนเอาไว้อย่างนี้ แล้วมันก็จะเปึน หนี้คนไทยต่อหัวอย่างนี้ตลอดไป ผมจึงกราบเรียนท่านประธานเปึนข้อสังเกตผ่านไปยัง รัฐบาล ได้โปรดนําข้อสังเกตของสมาชิกรัฐสภาไปประกอบในการปรับปรุงแก้ไขกรอบ เจรจาของท่านเพื่อให้สอดคล้องกับวิกฤติของประเทศในอนาคตต่อไป ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณประเกียรติ นาสิมมา

นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกรัฐสภา กระผมไม่นึกไม่ฝันว่า วันนี้จะต้องมาพิจาณากรอบการเจรจาเงินกู้ คงจะเปึนครั้งแรกของสภาแห่งนี้และคงจะมี อีกหลายครั้งต่อไปในอนาคตที่จะต้องมาพิจารณากรอบเงินกู้ที่รัฐบาลจะต้องไป ก่อหนี้สินให้กับประเทศ ฟังจากท่าน ขอประทานโทษที่จะต้องเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งผมเคารพนับถือนะครับ ท่านบอกว่าประเทศไทยคงจะต้องกู้ อีกอย่างน้อยไม่น้อยกว่า ๑ ล้านล้านบาท แต่ ๑ ล้านล้านบาทที่จะกู้ในอนาคตนั้น ไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้หรือเปล่า ผมเองสงสารประเทศไทย สงสารคนไทยที่บังเอิญมาอยู่ในภาวะเช่นนี้ เศรษฐกิจตกต่ําไม่ค่อยจะมีปัญหา คนไทย ก็สามารถที่จะแก้ไขกันได้อยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้นอกจากเศรษฐกิจตกต่ําแล้ว ประเทศไทย ยังขาดความเชื่อถือจากต่างประเทศอีกด้วย เพราะฉะนั้นการที่เราจะทําอะไรต่อไปกับ สังคมโลกนี่เราคงมีต้นทุนสูงอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเปึนดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเปึนค่าใช้จ่าย ทางการเงิน ทั้งหลายนี่เราจะต้องใช้จ่ายสูงแน่นอน เพราะประเทศของเราขาด ความเชื่อถือ สาเหตุเกิดจากการที่พวกเรานี่มีบางกลุ่มที่เข้าไปยึดสนามบิน คือต่อสู้กัน ภายในประเทศไม่ค่อยเท่าไร แต่การไปยึดสนามบินแล้วก็ไม่มีคําตอบให้สังคมโลก มันเกิด ปัญหากับประเทศไทย ปัญหาที่ประเทศไทยที่ถูกถามมากที่สุดก็คือ ความยุติธรรมและก็ เปึนสังคมประชาธิปไตยหรือไม่ อันนี้คือคําถาม ที่จริงผมอยากจะกราบเรียนว่า ผลผลิต มวลรวมของชาติของประเทศของเรา ทุกป้ที่ได้มามันเกิดจาก ๔ ประการด้วยกัน เกิดจาก การใช้จ่าย ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ คือการส่งออก อาศัยการส่งนี้เปึนหลักใหญ่ ซึ่งพอดี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์นั่งฟังอยู่ก็ดีแล้วครับ

อันที่ ๒ คือ เกิดจากการท่องเที่ยว

อันที่ ๓ คือ เกิดจากการลงทุนจากต่างประเทศ และ

อันที่ ๔ คือ เกิดจากการใช้จ่ายของภาครัฐ

ถ้าจะพูดถึงเรื่อง ๔ เรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนเครื่องบิน ๔ เครื่องยนต์ ขณะนี้ เครื่องยนต์การส่งออก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เข้าใจว่าเครื่องยนต์ดับ นะครับ ส่งออกไม่ได้ คือต่างประเทศไม่ซื้อไม่ใช่เราไม่มีของส่งออก การท่องเที่ยวคนไม่มา เที่ยว เนื่องจากขาดความเชื่อมั่น การลงทุนยิ่งไปกันใหญ่ เพราะว่าไม่แน่ใจว่า วันพรุ่งนี้ เมื่อลงทุนไปแล้วจะมีรัฐบาลหรือเปล่า ลงทุนไปแล้วไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น จะมีกี่มาตรฐาน กับนักลงทุน จะสังเกตได้ว่าสหรัฐอเมริกาไม่เคยลงทุนเปึนทรัพย์สินในประเทศไทย โกยกลับบ้านทุกบาททุกสตางค์ จะหมุนเวียนก็เฉพาะบางสิ่งบางอย่างในประเทศเราเพื่อ แสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่นี่นะครับ ซึ่งเครื่องยนต์ ยังไม่ดับ ก็คือการใช้จ่ายของเงินภาครัฐ พอกลับเข้าไปดูในกระเปิาเงินคงคลัง ก็ปรากฏว่า เมื่อสักครู่นี้ผมทราบตัวเลขมาคร่าว ๆ ว่า เมื่อสิ้นป้งบประมาณมีเงินอยู่ ๒๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาสิ้นป้นี่เหลือเงินอยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินคงคลัง นะครับ ในขณะเดียวกันที่ภาครัฐจะต้องใช้จ่ายวันหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เดือนหนึ่งภาครัฐจะต้องใช้จ่ายเงินอย่างน้อย ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือน แต่เงินคงคลัง ยังมีอยู่ขณะนี้ก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไม่ถึงเดือนครับท่านประธาน นี่แหละจึงเปึนเหตุจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องกู้เงินมา เมื่อสักครู่นี้เพื่อนผมได้พยายามที่จะ ซักถามรัฐบาลให้ตอบหน่อยสิว่า เงินที่กู้มานี่เอามาเพื่ออะไร เอามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช่หรือไม่ และถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ มีเศรษฐกิจ มีโครงการอะไรที่จะนําเงินนี้เข้าไปกระตุ้น ก็ไม่ตอบ เพราะฉะนั้นจึงสามารถที่จะบอกได้เลยว่าถ้ากู้เงินมาก็คงจะเอามาใช้จ่ายในประเทศ เท่านั้น ใช้จ่ายในลักษณะเปึนเงินคงคลังเพิ่มขึ้น เปึนเงินหมุนเวียน อันนี้เปึนผลร้ายต่อ คนไทยทั้งประเทศ เพราะเงินกู้ก็จะเปึนปัญหากับประชาชนทุกคนนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะขอเสนอแนะเพราะเวลาน้อยเหลือเกินนะครับ เงินกู้ที่ทางรัฐบาล เสนอกรอบว่าจะขอกู้เงินประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรืออาจจะมากกว่านั้น ในอนาคตนั้นนี่นะครับ ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ผมคิดว่าประเทศไทยไม่ควรจะก่อหนี้ ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกต้องอาศัยเงินบาทในสภาพที่อัตราแลกเปลี่ยน ที่อ่อนค่าลงไปหน่อย คือขณะนี้เงินบาทแข็งครับ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุล ยูเอสดอลลาร์ เงินบาทตกอยู่ที่ประมาณ ๓๕ บาท ซึ่งเงินบาทลักษณะนี้เราค้าขาย ไม่ได้หรอกครับ อัตราเงินบาทควรจะอยู่ที่ประมาณ ๔๐ บาทต่อยูเอสดอลลาร์ จึงจะพอเหมาะ แต่ทีนี้ถ้าหากว่าเรากู้เงินตราต่างประเทศเข้ามาอะไรจะเกิดขึ้นรู้ไหมครับ ท่าน เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นครับ อาจจะแข็งค่าขึ้นกว่า ๓๕ บาทในปัจจุบัน ผมก็ถามว่า และจะทําอย่างไรเงินบาทถึงจะไม่แข็งมากกว่านี้ ก็มีคําตอบว่าจะมีวิธีการที่เขาเรียกว่า สวอพ (SWOP) ซื้ออัตราความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ซื้อประกันภัยอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งตรงนี้เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งก็บอกว่าการซื้ออัตราจากญี่ปุ์น ค่าใช้จ่าย ตรงนี้สูงมหาศาล สูงกว่าอัตราแลกเปลี่ยนเสียอีก สูงกว่าอัตราดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นอันนี้ จึงเปึนอันตรายมาก ผมขอเสนอแนะอย่างนี้ครับ คือถ้าจะเอาอันนี้มากระตุ้นเพื่อให้มี การส่งออก เพราะมันไม่มีโครงการชัดเจนที่แน่นอนว่าจะไปกระตุ้นตรงไหน ถ้าจะเอาเงิน ส่วนที่กู้ยืมมานี่มากระตุ้นการส่งออก ผมคิดว่าไม่ได้ผล เพราะว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น เพราะคุณมีดอลลาร์สูง มีดอลลาร์มากในประเทศ ผมจึงอยากจะเสนอแนะว่าอย่างนี้ นะครับว่า รัฐบาลควรจะกู้เงินในประเทศมากกว่า แต่การกู้เงินในประเทศนี่นะครับ อย่าให้ไปกระทบกับ แคช โฟลว์ (Cash Flow) ของภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ คือให้ไปกู้ จากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งการกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่กระทบกระเทือน ถึงแคช โฟลว์ ของภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และอัตราดอกเบี้ยก็สามารถเจรจากันได้ ในประเทศ แต่ถ้าหากว่าอีกประการหนึ่งสามารถที่จะกู้ได้จากภาคเอกชน ภาคประชาชน โดยสามารถที่จะออกพันธบัตรไปเพื่อที่จะกู้เงินเข้ามา ตรงนี้จะเหมาะสมกว่า สามารถ ที่จะเลี้ยงเราไปได้ และคนที่ให้รัฐบาลกู้ถ้าจ่ายดอกเบี้ยเปึนรายเดือนก็จะได้ผลประโยชน์ และก็สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย การกู้เงินจากต่างประเทศหลายท่านได้พูด ออกมาว่าไม่รู้ว่ารัฐบาลไหนจะกลับมาใช้เงิน แต่รัฐบาลนี้เปึนคนกู้และคงจะต้องกู้อย่างนี้ ตลอดไป ประชาชนก็คงจะแบกรับอย่างนี้เช่นเดียวกัน ไม่รู้ชาติไหนจึงจะใช้หนี้ ต่างประเทศหมด ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปผมจะอ่านรายชื่อ ท่านที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ มีคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี คุณอนุรักษ์ นิยมเวช คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ คุณมณเฑียร บุญตัน คุณเรวัต สิรินุกุล คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ คุณคํานูณ สิทธิสมาน คุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย เชิญคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนอื่นกระผมขอสร้างความเข้าใจร่วมกัน ของที่มาในการนํากรอบการเจรจาเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ครับ หากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คงไม่ต้องนะครับ เพราะว่าจากเดิม นั้นจํากัดเฉพาะแต่เพียงหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อเรื่องอธิปไตย แล้วก็ดินแดน นะครับรวมไปถึงในเรื่องของหนังสือสัญญาที่ต้องออกเปึนพระราชบัญญัติ แต่แน่นอน ครับเนื่องจากเรามีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๙๐ เกิดขึ้นมาก็เพิ่มหลักการเข้ามา อีก ๒ เรื่องครับ นั้นก็คือหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ สังคมอย่างกว้างขวาง หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน งบประมาณ อย่างมีนัยสําคัญ ตรงนี้เปึนอีก ๒ หลักการที่เพิ่มเข้ามาในมาตรา ๑๙๐ ตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ สาเหตุนั้นก็เพราะเนื่องจากว่าก่อนรัฐบาลก่อนหน้านั้นมีการ เซ็นข้อตกลง เอฟทีเอ (FTA) ไทย-จีน ส่งผลทําให้สินค้าเกษตรนั้นทะลักลงมาเยอะครับ ทางภาคเหนือ การเตรียมการของภาคเอกชน การเตรียมการของภาครัฐเองก็ดูจะมีน้อย เหลือเกินครับ นั่นก็เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พอครั้น สนช. ครับก็พยายามที่จะนําความคิดนี้เข้ามาครับเพื่อจะนําเอาอํานาจที่มีอยู่แต่เดิมของฝ์าย บริหารนั้นให้กลับมาสู่ฝ์ายนิติบัญญัติ กระผมเองต้องขอเรียนนะครับว่าที่ต้องเกริ่นเรื่องนี้ ก่อนเพราะไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกนั้นตั้งข้อรังเกียจมาตรา ๑๙๐ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ มาตรา ๑๙๐ นั้นถ้ามีการตีความให้เข้าประเด็นตรงประเด็นนั้น ต้องบอกว่า หนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ นี้แหละครับมีศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ คําพิพากษาที่ ๑๑/๔๒ และป้ ๒๕๕๑ นะครับ คําพิพากษาที่ ๖-๗/๕๑ นี่นะครับ ก็พูดเอาไว้ครับว่า หนังสือสัญญานั้น หมายถึง ข้อตกลงเปึนหนังสือที่เปึนการกระทําระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐกับ องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศกับองค์กรระหว่างประเทศ ภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อมาดูถึงกรอบเจรจาเงินกู้ในครั้งนี้ครับจะเห็นว่า สัญญาเงินกู้ระหว่างธนาคารโลกก็หมิ่นเหม่ครับ เพราะธนาคารโลกนั้นใช้กฎหมายที่ เกี่ยวกับธนาคารเปึนกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วน เอดีบี นั้นก็เช่นเดียวกันครับเหมือน ธนาคารโลกครับก็ใช้กฎหมายระหว่างประเทศครับ แต่พอมาดู ไจก้า ครับ องค์การ ความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นนั้นเขาใช้กฎหมายภายในของญี่ปุ์นเอง ในส่วนของ ไจก้า นั้นก็ถูกมองว่าเปึนสัญญากู้ยืมเงินที่ไม่เข้าข่ายตามมาตรา ๑๙๐ แต่นี่เปึนความแฟร์ (Fair) ครับ จะว่าความแฟร์ก็ว่าได้ครับ หรืออาจจะเปึนเพื่อ ความปลอดภัยไว้ก่อนก็ว่าได้ของทั้งรัฐบาลและข้าราชการที่นํามาให้แจ้งสู่รัฐสภาแห่งนี้ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะว่าเราเองยังไม่มีกฎหมายลูกในการที่จะต้อง ดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ นะครับ เลยทําให้เรื่องเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้มากสักนิดหนึ่ง แต่มาตรา ๑๙๐ ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจครับ แต่กลับกันเปึนเรื่องดีครับ แล้วนั่นคือที่มา ที่ต้องเกริ่นสักนิดหนึ่งก่อนจะเข้าสู่ข้อเสนอแนะครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับ กรอบเงินกู้ในครั้งนี้นะครับ ต้องเรียนว่าเมื่อพิจารณาดูตามเอกสารนะครับ มาดูในเรื่อง ของเฉลี่ยเวลาเงินกู้ของท่านอยู่ประมาณ ๗-๑๐ ป้นะครับ ท่านบอกว่าท่านจะต้นทุน การกู้เงินหรือดอกเบี้ยนี่นะครับอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๒.๕๓-๓.๗๙ นั่นคือดอกเบี้ยที่กู้ ในต่างประเทศนะครับ มาเปรียบเทียบดูการกู้ในประเทศครับในลักษณะของการออก พันธบัตรรัฐบาล วันนี้อยู่ที่ร้อยละ ๓.๘ ถือว่าดอกเบี้ยที่ท่านไปกู้มานั้นต่ํากว่านะครับ ถือว่าใช้ได้ทีเดียวนะครับเมื่อพิจารณาในเรื่องของดอกเบี้ยนะครับ พอมาดูครับในเรื่อง ของการกู้นอกประเทศในวันนี้กระผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี เพราะเนื่องจากว่าการกู้ ในประเทศนั้นเราเริ่มที่จะเต็มเพดานแล้วนะครับ อีกทั้งวันนี้ถ้ากู้ในประเทศทุกคนทราบ ทั่วกันครับว่าเปึนการดึงสภาพคล่องในระบบออกนะครับ วันนี้กู้ต่างประเทศเอาสภาพ คล่องข้างนอกเข้าสู่ข้างในน่าจะกลายเปึนเรื่องที่ดีกว่าครับ นี่คือเรื่องของกรอบที่กระผม เห็นด้วยนะครับท่านประธาน เอาละครับ อย่างไรก็ดีครับ กระผมอยากให้รัฐสภาแห่งนี้ ทราบอีกสักนิดครับว่าวันนี้นั้นเปึนเพียงการอนุมัติในกรอบเท่านั้น เพราะมาตรา ๑๙๐ นั้น มี ๒ ขั้นตอนครับ ขั้นตอนแรกก็คือการอนุมัติในเรื่องของกรอบ กว่าที่จะมาสู่สภานี้เขาทํา การรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนมา แล้วเสนอในเรื่องของกรอบกว้าง ๆ รัฐมนตรีท่านก็ไปเจรจาครับ ต่อจากนั้นก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญานั้นละครับ ตรงนั้นละเปึนจุดตัดสําคัญ เพราะว่าจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง และ นําเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาแห่งนี้ วันนั้นละครับ ท่านรัฐมนตรีคงจะต้องมีภาระในการ ที่จะบอกว่า เงินกู้ที่จะเซ็นสัญญานั้นจะสอดคล้องกับนโยบายท่านได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ไว้หรือไม่อย่างไร วันนี้การที่กรอบพูดกว้าง ๆ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่แปลกประหลาดครับ แต่วันหน้าวันที่หนังสือสัญญาเข้าก่อนลงนามนั้นละครับ วันนั้นต้องชัดเจนครับ ผมขอ เวลาอีกสักนิดหนึ่งท่านประธานครับว่า เมื่อมาดูครับ รัฐบาลชุดนี้ได้ผ่านงบประมาณ ที่เรียกว่างบกลางป้นะครับ อยู่ที่ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้เมื่อไปดูใน เนื้อหาสาระครับ เปึนมาตรการระยะสั้น นั่นก็คือว่านําเงินอัดฉีดเข้าสู่กระเปิาพี่น้อง ประชาชนให้เร็วที่สุด มาตรการที่ท่านเห็นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเรียนฟรี ชุดนักเรียน อุปกรณ์ฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท เงินเดือนรายเดือนของ อสม. หรือถ้าในกรุงเทพมหานครเขาเรียกว่า อสส. เงินสงเคราะห์ ๒,๐๐๐ บาท กับ ผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา เรื่องโครงการต้นกล้าอาชีพ ฝ๊กงานให้ แล้วได้เงินเดือน ต่าง ๆ เหล่านี้จะเห็นว่าเปึนมาตรการระยะสั้น เงินตรงเข้าสู่กระเปิาเลย นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนั้นมุ่งทํากับเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทที่ออกไปแล้ว แต่เงินกู้ครั้งนี้ล่ะครับ รัฐบาลต้องการไปใช้ในระยะกลางและระยะยาวนั้นคือ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ที่ทุกคนพูดกัน ที่ท่านบอกว่าจะกู้อีกไหม กู้อีกครับ เพราะเดี๋ยวจะมีกรอบเงินกู้ เดี๋ยวจะมี อีกตัวหนึ่งครับ การเซ็นสัญญาเงินกู้เรื่องรถไฟฟัา ก็จะเข้านั่นคือเมกะโปรเจกต์ในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ หลายคนพูดถึงเรื่องของเครื่องยนต์ ๔ ตัวในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นก็คือเครื่องยนต์ ๔ ตัวในการผลักดัน จีดีพี นะครับ ผมสรุปสั้น ๆ ละครับว่า ๒ ตัวแรกนั่นคือการบริโภคภาคในประเทศ รายจ่ายภาครัฐ ๒ ตัวนี้เปึน เครื่องยนต์สําคัญ มันจะเกิดได้ก็คือว่ารัฐบาลแบบนี้ละครับที่ใช้นโยบายทางด้านการเงิน การคลัง ทางด้านงบประมาณในการอัดฉีดลงไปทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว แต่อีก ๒ ตัวที่เหลือ คือ เรื่องของการดุลการค้าระหว่างส่งออกกับนําเข้านะครับ แล้วก็ การลงทุนภายในประเทศ ๒ ตัวนี้ กระผมต้องขอคนที่อยู่ต่างประเทศช่วยกันหน่อยครับ วันนี้ถ้ายังปลุกระดมคนเสื้อแดงอยู่นะครับ วันนี้ถ้าพูดในเชิงปลุกระดม กระผมคิดว่า มีปัญหาครับ แต่ถ้าพูดในเชิงเสนอแนะนั้นกระผมว่ายินดีครับ ๒ เครื่องยนต์ตัวนี้ต้องถาม ทางซีกฝัืงโน้นว่า ต้องช่วยกันด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายครับ กระผมต้อง เรียนว่า การกู้เงินนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ถ้ากู้โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจน การจัด งบประมาณของประเทศเรานั้นใช่ว่าไม่เคยขาดดุลครับ สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ นั้นท่านจัดขาดดุลในป้ ๒๕๔๕ ครับ ขาดดุลหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่ารายจ่ายนั้นมากกว่ารายรับ ส่วนต่างก็ต้องกู้ครับ แล้วก็เปึนการกู้ ภายในประเทศ ป้ ๒๕๔๕ ครับ รัฐบาลทักษิณกู้ครับ ๒ แสนล้านบาทครับ ป้ ๒๕๔๖ ครับ รัฐบาลทักษิณกู้เหมือนกันครับ ๑๗๔,๙๐๐ ล้านบาทครับ ป้ ๒๕๔๗ ก็กู้ครับ กู้อยู่ที่ ๙๙,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ครับ รัฐบาลท่านสมัครก็กู้ครับ ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาทครับ ต่าง ๆ เหล่านี้การกู้ไม่ใช่เปึนเรื่องน่ารังเกียจครับ แต่วันนี้ครับท่านประธานครับ เรากําลังพูดการกู้เหมือนการน่ารังเกียจ กระผมแปลกใจเหลือเกินครับ วันนี้ต้องพูดฝากถึง ฝ์ายค้านครับว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของท่านคือ ท่านสมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวไว้ครับ ในรายการสนทนาประสาสมัคร ในวันที่ ๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ท่านเคยพูดไว้ว่าจะใช้งบ ๔ แสนล้านบาทในการพัฒนาแหล่งน้ํา วันนี้เรานั่งอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พิจารณา งบประมาณด้วยกัน ขอประทานโทษครับ นั่งอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งสองฝ์ายนั้นเคย พิจารณางบประมาณทั้งสิ้นครับ ๔ แสนกว่าล้านบาทเอาเงินจากไหนครับ ท่านสมัครพูด อย่างนั้นคืออะไรครับ เพราะมีเงินกู้ครับ กู้ไม่ใช่น่ารังเกียจครับ อันนี้เปึนสิ่งที่ยืนยันนะครับ ว่ากู้ไม่ใช่น่ารังเกียจครับ ยอมรับเถอะครับว่าเงินจํานวนนี้จําเปึนที่ต้องใช้ ยอมรับเถอะ ครับว่าวันนี้ประเทศมีวิกฤติชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองมีตัวเลขอีกนิดเดียว ครับ ต้องบอกว่า ความแตกต่างกันนะครับ หนี้สาธารณะต่อ จีดีพี นะครับ เราไม่ได้แปลก นะครับ ที่เรามีการเพิ่มมากขึ้น วันนี้ญี่ปุ์นก็เพิ่มครับ สหราชอาณาจักรประเทศอังกฤษขึ้น ครับ ประเทศไทยก็ขึ้นครับ ประเทศจีนขึ้นครับ แล้วเราขึ้นไม่ได้อยู่ในเรท (Rate) หรือว่า ในอัตราที่น่าเกียจเลยครับ ยอมรับครับว่าเราต้องกู้ แล้วใช้เงินก้อนนี้ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ครับ แล้วเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะแสดงให้ท่านเห็นว่า เงินจํานวนนี้จะใช้ในการพัฒนาระยะกลางและ ระยะยาวได้ดี แล้วก็สอดคล้องกับนโยบายที่ท่านได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ครับ ส.ว เชิญครับ

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา นะครับ ในกรอบเจรจาที่ทางรัฐบาลนําเสนอมาก็เปึนไปตามเงื่อนไขของมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนะครับ ในข้อสังเกตของผมนี่ในตัวกรอบการเจรจาดังกล่าวที่จะนําเสนอผ่าน ทางท่านประธานก็คือว่า ก็เข้าใจเหตุผลของรัฐบาลที่จะดําเนินการในการขอเจรจาอนุมัติ กรอบเจรจาเงินกู้ตรงนี้ เนื่องจากเหตุผลภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามา รัฐบาลก็พยายามที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อจะพยายามที่ทําให้เศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเราไม่ทําอะไรเลยเศรษฐกิจของประเทศผมคิดว่ามันคงจะถดถอยไปมากกว่านี้นะครับ โดยเฉพาะที่รัฐบาลพยายามเสนอในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้ที่จะ พยายามที่จะให้เกิดการบริโภคของประเทศ ให้คนมีกําลังซื้อต่าง ๆ แต่คงไม่ได้เน้นในเรื่อง ของการลงทุนอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นจนนํามาสู่ถึงวันนี้ในเรื่องของการขออนุมัติกรอบ การเจรจาเงินกู้ในจํานวนเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งหนึ่งก่อนที่ผมจะไปสู่ในเรื่องของกรอบ เงินกู้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งหนึ่งที่ผมก็ได้บอกทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะในเรื่อง งบประมาณตลอดเวลาว่า ๑. ในการที่จะดําเนินการเรื่องการติดตามงบประมาณต่าง ๆ เหล่านั้น อย่างไรรัฐบาลก็ต้องไปดูเรื่องของงบประมาณค้างจ่ายต่าง ๆ ในเรื่องของ การลงทุนนะครับ ซึ่งตัวเลขการเบิกจ่ายมันก็ยังไม่ค่อยเข้าเปัาเท่าไร หรือเรื่องของตัวงบ ท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น รัฐบาลก็ต้องติดตามด้วย รวมทั้งในเรื่องของงบประมาณ กลางป้ในเรื่องของการเบิกจ่ายต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลบอกว่าจะต้องตั้งคณะกรรมการในการ ติดตาม เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นที่ทางรัฐบาลขอผ่านทางรัฐสภาไป หรือขอผ่าน ทางวุฒิสภาไป ผมไม่อยากให้ละเลยนะครับ อย่างไรก็ต้องดําเนินการตามไปนะครับ ส่วนคราวนี้รัฐบาลก็มาขอในเรื่องของตัวเงินกู้อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในกรอบตรงนี้สิ่งหนึ่ง ที่ผมเปึนห่วงก็คือ ๑.ในเรื่องของวินัยการเงินการคลัง เงินนี่กู้ได้ครับไม่ใช่กู้ไม่ได้ เหมือนคนทั่ว ๆ ไปกู้ได้ แต่สิ่งที่จะกู้ก็ต้องอยู่ในวินัยการเงินการคลัง ก็คือ โอ.เค. ดูว่า มันอยู่ในกรอบของเงินกู้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือเปล่า หรือว่าหนี้สาธารณะเกินหรือเปล่า อันนั้นก็เปึนตัวหนึ่งนะครับ แต่ตัวหนึ่งที่จะต้องพิจารณาคือว่าเงินที่เราไปกู้เอามาใช้นี่ มันก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติจริงหรือไม่จริง เพราะว่าถ้ามันไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์กับประเทศชาติ มันก็ไม่เกิดประโยชน์ในแง่ของการที่จะพัฒนาประเทศหรือ ทําให้ จีดีพี ของประเทศให้มันเกิดขึ้นได้จริงนะครับ ฉะนั้นตรงนั้นคือสิ่งที่สําคัญที่สุดที่ผม มอง เงินที่กู้ตรงนี้ที่เรากําหนดกรอบไว้ ซึ่งสิ่งที่ผมมองเห็นก็คือว่า

ข้อสังเกตประการแรกก็คือว่า วงเงินก็คงอยู่ในกรอบนะครับ ในเรื่องของ วินัยการเงินการคลังคงไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่ามันก็ใกล้เต็ม เดี๋ยวผมก็จะมีข้อสังเกต ว่าถ้าท่านใกล้เต็มแล้วท่านจะทําอย่างไร ซึ่งท่านก็คงต้องรีบทําด้วย เพราะวิกฤติของ ประเทศมันไม่ใช่เกิดจากเมืองไทย มันเกิดจากวิกฤติข้างนอก ถ้ามันถดถอยมากกว่านี้ เงินกู้ไม่พอเราจะทําอย่างไร ทั้งเงินกู้ในประเทศ เงินกู้ต่างประเทศ ในการจะกระตุ้น เศรษฐกิจจะทําอย่างไร ฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องรีบคิดไว้นะครับ ไม่ใช่ว่าสถานการณ์ มันเลวร้ายไปมาก ๆ แล้วก็ยังไม่ได้ตัดสินใจจะทําอะไรมันก็ยิ่งจะช้าไป ตรงนั้นผมจะค่อย เปึนข้อเสนอแนะในตอนหลังนะครับ เช่นวันนี้ในตัว ๒,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ก็คงอยู่ใน กรอบนะครับ แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่าในการที่จะนําเงินไปตามกรอบ ตามวัตถุประสงค์ที่กําหนด ไว้ก็คือว่า ในข้อ ๕.๑ วัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็เปึนกว้าง ๆ นะครับ แต่สิ่งหนึ่งกว้าง ๆ มันก็ทําให้ไม่รู้เลยว่าตกลงจะไปทําอะไร แล้วมันจะก่อให้เกิดการ เจริญเติบโต จีดีพี เท่าไร อย่างไร ฉะนั้นตรงนี้ในแง่ของรัฐบาลที่จะต้องดําเนินการทํางาน ต่อไปเพื่อจะขอสภาอนุมัติในแง่ของการลงนามสัญญากู้คงต้องให้รายละเอียดของสภา อีกครั้งหนึ่งนะครับ ตรงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าโครงสร้างที่รัฐบาลจะเอาเงินตรงนี้ ไปลงทุนในภาครัฐ สนับสนุนการต่าง ๆ การกู้เงินเมื่อมีความจําเปึนต้องกู้เงิน หรือ สนับสนุนมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจต่าง ๆ การเพิ่มสภาพคล่อง การขยายสินเชื่อมันจะทํา อย่างไร แล้วสิ่งที่ต้องทําคือ ทําอะไรก่อนทําอะไรหลังนะครับ ต้องเรียงลําดับด้วยนะครับว่า ทําอะไรแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็อยากให้รัฐบาลไปเรียงลําดับ ความสําคัญด้วยว่าอะไรทําก่อนทําหลังนะครับในเรื่องโครงการต่าง ๆ

อีกประการหนึ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ทําโครงการต่าง ๆ แล้ว ที่จะทําให้โครงการเกิดการกระตุ้นได้ โครงการเหล่านั้นต้องทํารวดเร็วเพื่อให้เกิดมาตรการ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ แต่ทํารวดเร็วต้องโปร่งใสด้วยนะครับ ถ้าทํารวดเร็ว ไม่โปร่งใสก็ไม่ได้นะครับ ถ้ามีปัญหาเรื่องของการอะไรที่ไม่ดีไม่งามไม่ควรนะครับ ฉะนั้น โดยหลักแล้วต้องรวดเร็วให้ทันกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องโปร่งใสด้วยนะครับ ในเอกสารในการกู้ยืมเงินในกรอบการเจรจา ผมฝากผ่านทางท่านประธานรัฐสภาไปยัง ทางท่านรัฐมนตรีนะครับ ในหัวข้อ ข้อ ๗ นี่นะครับ ถ้าเราจะดูรัฐบาลจัดเตรียมเอกสาร บอกว่า การเสนอรัฐสภาในเรื่องเห็นชอบการเจรจาเงินกู้นี่นะครับ มีข้อ ๗.๑ ๗.๒ และ แยกเปึนข้อ ๑ ข้อ ๒ มันขาดข้อ ๓ ไปข้อหนึ่งนะครับ ก็คือว่ารัฐบาลบอกว่า เสนอรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบในการลงนามสัญญาเงินกู้นะครับ ทางเอกสารมีแค่ธนาคารโลกกับ ตัว ไจก้า นะครับ ขาด เอดีบี นะครับ ไม่มีรายละเอียดเลยนะครับว่าตกลงแล้วในส่วนของ เอดีบี จะดําเนินการเดือนอะไรอย่างไร จะเจรจาอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นเอกสารที่ นําส่งมายังขาดความเรียบร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าขาดความเรียบร้อยต้องขอให้ทาง ท่านรัฐมนตรีชี้แจงด้วยว่า ในส่วนของ เอดีบี จะลงนามในสัญญากู้อย่างไรอะไรด้วย นะครับ เพื่อให้ทางท่านสมาชิกได้รับทราบนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าในรัฐบาลในเรื่องของ เศรษฐกิจวันนี้ อย่างไรก็ตามเราเข้าใจว่าเศรษฐกิจถดถอยเกิดจากภาวะส่งออกที่ลดลง การท่องเที่ยวที่ลดลงนะครับ แต่สิ่งหนึ่งถ้าเราเทียบแล้วนี่นะครับก็คือว่าเรายังมีระบบ สถาบันการเงินที่ค่อนข้างที่จะเข้มแข็ง ไม่ได้มีปัญหาในระบบสถาบันการเงินเท่าไร และ ในขณะเดียวกันผมยังคิดว่าตัวเงินตราสํารองระหว่างประเทศที่มีอยู่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ก็เปึนหลักประกันความเข้มแข็งของประเทศอยู่ เพราะฉะนั้นตัวนี้เราก็เปึนตัวที่ ผมว่าเรา เปึนเสาหลักอยู่ใน ๒ ตัวตัวนี้นะครับ ไม่ถึงขนาดแย่ เพียงแต่รัฐบาลก็ต้องพยายามกระตุ้น ในแง่ของเรียล เซคเตอร์ (Real Sector) ให้ได้นะครับ สิ่งหนึ่งที่อยู่ในภาคเอกชนก็คือว่า อยากให้รัฐบาลเร่งทํามาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นออกมาจริงจังนะครับ แล้วก็เร่งทําให้ มันเร็วให้กระตุ้นได้จริง ๆ นะครับ เพื่อรอวันที่เศรษฐกิจจะฟุ๋นตัว แล้วภาคเอกชนซึ่งจะ ดําเนินการในการที่จะรับไม้ต่อจากภาครัฐบาลนะครับ สิ่งหนึ่งผมจะฝากข้อเสนอแนะผ่าน ไปทางท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณานิดหนึ่ง นะครับว่า ถ้าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศมันถดถอยลงไปมาก ๆ แล้วรัฐบาลไม่มีเงิน เกิดจากการที่ว่ารายรับของรัฐบาลในแง่ของภาษีไม่เข้าเปัา ต่ําลงกว่าที่ประมาณการไว้ สมมุติไปถึง ๒ แสนล้านบาท ประมาณการไปถึงตรงนั้นนะครับ แล้วจําเปึนจะต้องกู้ยืม เงินเพิ่มเติมขึ้นอีก รัฐบาลจะต้องรีบดําเนินหามาตรการนะครับ เพื่อจะนําเสนอให้สภา หรือจะออกมาตรการอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่ว่าจะเปึนพระราชกําหนดการก่อหนี้ฉุกเฉิน อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นที่เคยมีมา ผมว่ารัฐบาลต้องรีบดําเนินการคิดว่าจะทําอย่างไรนะครับ ถ้าภาวะเศรษฐกิจของโลกมันถดถอยหลังในควอเตอร์ (Quarter) ที่ ๒ ควอเตอร์ที่ ๓ นะครับ สิ่งที่รัฐบาลจะทํานี่ผมว่าเปึนการประคองเท่านั้นเอง ที่มองว่า จีดีพี มันติดลบไป ๓ ทําอย่างนี้จะติดลบไม่มากอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นนี่นะครับ รัฐบาลต้องคิดนะครับว่าจะทํา อย่างไร

อีกเรื่องหนึ่ง รัฐบาลต้องคิดนะครับว่าเงินสํารองของประเทศ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นักวิชาการออกมาคิดว่ากู้แค่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะต้องมาขอเงื่อนไข ของมาตรา ๑๙๐ แต่ขณะเดียวกันเงิน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันเกิด โอเวอร์ (Over) กว่าความจําเปึนที่ต้องใช้จริง ๆ ที่จะเปึนเงินคลังของประเทศ รัฐบาล จะมีวิธีอย่างไรนะครับ รัฐบาลต้องไปคิดว่าเอามาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ ได้อย่างไรนะครับ ผมฝากให้รัฐบาลคิดไว้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ครับ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปรายในกรอบ การเจรจาเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่านประธานคะ ในชีวิตนี้ไม่มีใครอยากเปึนหนี้หรอกนะคะ โดยเฉพาะแม่บ้าน แต่ถ้าการที่แม่บ้านคนหนึ่ง นั้นครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็ไม่อยากจะให้ครอบครัวเปึนหนี้อยู่แล้วก็ต้องทําเพื่อ ความอยู่รอดค่ะ ถึงแม้จะประหยัดหรือว่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบอยู่แล้ว ไหนจะค่าเช่าบ้าน ไหนจะลูกป์วย ลูกต้องไปโรงเรียน ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ เพราะฉะนั้นครอบครัวก็ต้อง กู้บ้างนะคะ รัฐบาลก็เหมือนกันค่ะ รัฐบาลก็เปรียบเสมือนแม่บ้านของประเทศ และในช่วง วิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก รัฐบาลเองก็มีหน้าที่จะต้อง ดูแลประชาชนของประเทศ ดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้อยู่ดีมีสุข แต่ว่า พอเพียงตามอัตภาพไม่ฟุ์มเฟ๋อย โดยเฉพาะคนจนคนด้อยโอกาสซึ่งต้องได้รับการดูแล เปึนพิเศษ ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้บริหารประเทศมา เปึนเวลา ๓ เดือนก็ได้ตระหนักถึงประชาชนของประเทศเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึนโครงการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะคะ เงิน อสม. โครงการต้นกล้าอาชีพหรือว่าการช่วยเหลือเกษตรกร หลาย ๆ โครงการที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ก็เปึนการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน อยู่แล้ว ในป้ ๒๕๔๐ นั้นวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศเกิดจากวิกฤติต้มยํากุ้งค่ะ แต่ว่า ในวันนี้วิกฤติเกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศมหาอํานาจก็คือสหรัฐอเมริกา แล้วก็ ลุกลามไปทั่วในการเปึนโลกาภิวัตน์นั้นก็ทําให้วิกฤติเหล่านี้ลุกลามไปทั่วทุกมุมโลกอย่าง รวดเร็วและก็รุนแรงด้วย นับเปึนเวลา ๖๕ ป้หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราเองได้ คาดการณ์ไว้ว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้อาจจะเปึนแค่ระยะสั้น ๙ เดือนถึง ๑ ป้เท่านั้น แต่ว่าสหรัฐอเมริกาเองเขาได้ประเมินนะคะ เขาได้ประเมินใหม่แล้วว่า ความเสียหายจะเกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจอย่างน้อยอีก ๓ ป้ข้างหน้า เพราะฉะนั้นรัฐบาล ของเรานั้นก็รอบคอบอยู่แล้วนะคะที่ได้เตรียมการล่วงหน้า ไม่ประมาทที่จะรองรับกับ วิกฤติเศรษฐกิจอีก ๓ ป้ข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลในอดีตตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมาก็ได้กู้เงินประมาณ ๙ แสนล้านบาท ได้ก่อหนี้สาธารณะไว้ใน ช่วงเวลานั้น ซึ่งเวลานั้นเองสภาวะเศรษฐกิจก็ยังเปึนสภาวะเศรษฐกิจปกติอยู่ จีดีพี ของ ประเทศในช่วงนั้นก็ขยายตัวร้อยละ ๕ แต่รัฐบาลในช่วงนั้นก็ยังมีความจําเปึนที่จะต้อง กู้เงินเพื่อมาพัฒนาบริหารประเทศ และในปัจจุบันรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้นก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในไตรมาสที่ ๔ ของป้ ๒๕๕๑ จีดีพี ของประเทศนั้นหดตัวลงติดลบร้อยละ ๔.๓ เพราะฉะนั้นเราก็จะมีความจําเปึน ที่จะต้องหาเงินมาเสริมสภาพคล่องของประเทศ รัฐบาลจะต้องหาเม็ดเงินมาลงทุน ในโครงการเพื่อจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันกับ ต่างประเทศ แล้วก็เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยเราเอง ดิฉันเห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การหาเงินเข้าสู่ประเทศนั้น มีด้วยกัน ๓ วิธีด้วยกัน วิธีแรกก็คือการขึ้นภาษี วิธีที่ ๒ การขายสมบัติชาติ วิธีที่ ๓ ก็คือ การกู้ การขึ้นภาษีรัฐบาลก็ไม่อยากจะทําค่ะ ไม่อยากจะไปเพิ่มภาระให้กับประชาชน ไม่อยากจะทําให้ประชาชนต้องเดือดร้อน การขายสมบัติชาติก็เปึนไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะต้องเหลือแต่วิธีเดียวก็คือการกู้นะคะ ถามว่าทําไมไม่กู้ภายในประเทศ การกู้ภายในประเทศนั้นมีข้อจํากัดจัดเพดานการกู้เงินค่ะ เราไม่สามารถที่จะกู้ในประเทศ ได้เกินกรอบวงเงินในร้อยละ ๒๐ ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําป้ได้ เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงต้องมีการกู้เงินจากต่างประเทศด้วย และถ้าต่างประเทศนั้นให้ความไว้วางใจ ให้การกู้เงินกับประเทศเราก็ถือว่าเขามีความเชื่อมั่นในรัฐบาลของเราใช่ไหมคะ แต่ถ้าเรา ได้รับเงินกู้แล้วดิฉันจะขอฝากประเด็นที่ไม่ควรจะมองข้ามไปนะคะ อย่างเช่น เราจะต้อง ปรับกระบวนคิด กระบวนการทํางานของภาคราชการเอง ที่เคยใช้จ่ายอย่างฟุ์มเฟ๋อยนะคะ ก็ต้องมาคิดแล้วนะว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว คนที่ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาว ที่ใช้จ่ายอย่างฟุ์มเฟ๋อยก็ต้องมาปรับตัวตรงนี้ด้วย แล้วก็อยากจะทําให้ทุกคนนั้นทํา อย่างจริงจังและก็ต่อเนื่อง อีกข้อหนึ่งก็คือการทําประชาพิจารณ์ค่ะ การทําประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อยากจะให้ทําอย่างทั่วถึง ให้ถึงกลุ่มคนต่าง ๆ ทุก ๆ ภาคส่วน แล้วก็กลุ่มคนที่ด้อยโอกาส คนพิการ อยากจะให้ความสนใจกับพวกเขาเปึน กรณีพิเศษด้วยนะคะ ดิฉันเองจะต้องขอพูดถึงคนเหล่านี้ เนื่องจากว่าในโครงการของ รัฐบาลที่ผ่านมา โครงการเมกะโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เงินเปึนแสน ๆ ล้านบาท อย่างเช่น ขอยกตัวอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการเมกะโปรเจกต์นี้นะคะ ท่านประธานทราบ ไหมคะว่า โครงการนี้ตอนที่วางแผนโครงการนั้นไม่ได้เตรียมความพร้อมในสิ่งอํานวย ความสะดวกตามมาตรฐานสากลให้กับคนพิการเลย ดิฉันเองในฐานะกรรมาธิการก็ได้ ลงไปตรวจเยี่ยมพร้อมกับกลุ่มคนพิการทุก ๆ ประเภทที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะที่ ก่อสร้างใกล้จะเสร็จ ในช่วงนั้นเราได้พาผู้พิการลงไปใช้สถานที่จริงเลยนะคะ เวลา คนพิการ ไม่ว่าจะเปึนคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็น คนตาบอด หรือว่าคนหูหนวก เวลาเข้า ห้องน้ํานะคะ ห้องน้ําคนพิการมีค่ะ แต่ทราบไหมคะว่าเวลาเข้าไปในห้องน้ําแล้วรถเข็น ของคนพิการไม่สามารถที่จะกลับตัวได้ เวลาออกจากห้องน้ําจะล้างมือ ก๊อกน้ําก็ไม่ได้ ทําให้อยู่ในระดับของรถเข็น สําหรับคนตาบอด ทางเดินที่เปึนพื้นนูนสําหรับคนตาบอด ก็ไม่ได้มีทั่วถึงในสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วถ้าคนตาบอดขึ้นลิฟท์ด้วยลําพังคนเดียว ก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าเขาจะไปลงชั้นไหน เพราะว่าเขามองไม่เห็น ในลิฟท์เอง ถ้าตามมาตรฐานสากลจะต้องมีเสียงบอกชั้นของลิฟท์ด้วย ส่วนคนหูหนวก เวลาเครื่องบิน จะออกจอที่แสดงภาพจะต้องมีคําเตือนว่า เที่ยวบินไหนกําลังจะออกแล้ว ไม่ใช่มีแต่เสียง อย่างเดียว เมื่อคณะกรรมาธิการของเราได้ไปตรวจเยี่ยมแล้วก็ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาใน คณะกรรมาธิการ ทางโครงการก่อสร้างเองก็ได้พยายามปรับเพิ่ม เสริมอุปกรณ์อํานวย ความสะดวกมาภายหลัง แต่ว่าในการเสริมนี้มันก็ไม่ดีเหมือนกับการที่เราจะทําวางแผน ตั้งแต่ตอนแรก หรือว่าขอยกตัวอย่างโครงการรถไฟลอยฟัานะคะ ท่านประธานทราบไหม คะว่า สถานีสําหรับขึ้นรถไฟลอยฟัาที่มีลิฟท์สําหรับคนพิการมีกี่สถานีด้วยกัน จะมีเพียง สถานีหลัก ๆ ค่ะ อย่างเช่น ที่สถานีสยามสแควร์ ที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ้าคนพิการ เขาอยากจะขึ้นรถไฟลอยฟัาเขาไปขึ้นที่สถานีสยามสแควร์ แล้วเกิดเขาอยากจะไปลงที่ สถานีอื่นที่ไม่มีลิฟท์ให้เขาลงล่ะคะ ดิฉันเคยไปกับคนพิการที่นั่งรถวีลแชร์ (Wheelchair) เราไม่สามารถที่จะเข็นเขาขึ้นบันไดเลื่อนได้สะดวกเลยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าสถานีที่มี ลิฟท์ขึ้นและลงมีเพียงไม่กี่สถานี คนพิการที่เขาจะไปใช้สถานีเหล่านี้มันจะเหมาะสําหรับ คนพิการหรือเปล่า หรือว่าเขาจะต้องไปนั่งแท็กซี่ต่อนะคะ อันนี้ขอฝากข้อคิดเห็นเหล่านี้ไว้ ด้วยนะคะ

และสุดท้ายดิฉันขอเรียนท่านประธานว่าวันนี้ไม่มีใครอยากเปึนหนี้ หรอกนะคะ แต่เมื่อมีความจําเปึนรัฐบาลเองก็จะต้องมีการกู้เพื่อจะมาพัฒนาบริหาร ประเทศ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

รักษาเวลาด้วยครับ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

อีกนิดเดียวค่ะท่านประธาน แล้วก็การที่ประเทศของเราจะออกจากวิกฤติเศรษฐกิจ คนทั้งประเทศจะต้องร่วมมือร่วมใจกันจะต้องช่วยกันพายเรือลํานี้ไป จะต้องช่วยกัน พายรัฐนาวาลํานี้ไปพร้อม ๆ กัน แต่ถ้าใครไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ํา อย่าถ่วงความเจริญ ของประเทศ ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สามารถที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ และนําพาประเทศเราพ้นจากวิกฤติได้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ เกินเวลาคนอื่นเขาครับ รักษาเวลาด้วยครับ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณมณเฑียร บุญตัน ครับ เชิญครับ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมต้อง กราบขอบพระคุณที่ท่านผู้เพิ่งอภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ได้กล่าวถึงความจําเปึนที่จะต้อง พูดถึงประชาชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในภาวะปกติการพัฒนากระแสหลักไม่ค่อยจะรวมไปถึง บุคคลเหล่านี้ แม้ว่าเราจะมีกลุ่มคนพิการและผู้ด้อยโอกาสอยู่ในประเทศไทยเปึน หลายล้านคนก็ตามนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณแทนคนพิการ ด้วยนะครับ เหตุผลที่กระผมจําเปึนต้องอภิปรายในหัวข้อนี้นี่นะครับ กระผมจะไม่พูดถึง เรื่องว่าสมควรหรือไม่สมควรสนับสนุนรัฐบาลในการจัดทํากรอบในครั้งนี้ เพราะกระผมคิดว่า ผู้ที่มีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์หลายท่านก็คงจะพูดในรายละเอียดและหลักการ พอสมควรแล้วนะครับ กระผมจะพูดถึงเรื่องความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินที่รัฐบาลคิดจะไป กู้มานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเงินที่จะนํามาใช้นั้นจะต้องใช้ให้เกิดความเปึนธรรม ให้มากที่สุด หลักการนี้แม้ว่าจะมีเพื่อนสมาชิก ส.ส. และ ส.ว. ได้กล่าวไปแล้วบ้าง แต่กระผมเห็นความจําเปึนจะต้องพูดถึง เพราะว่ากระผมมาจากกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีใคร พูดถึงเท่าไร ตั้งแต่นั่งมานี้ก็เห็นจะได้แก่ท่านที่เพิ่งพูดจบไปนี่นะครับ ที่ท่านได้กรุณาพูดถึง นะครับ ในอดีตที่ผ่านมานั้นการใช้เงินจํานวนมหาศาลในการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เปึนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น ประเทศไทย เรามักจะมีปัญหาไม่ว่าจะเปึนกระบวนการการกําหนดคุณลักษณะ คุณสมบัติของ โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เปึนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เรื่องของระบบขนส่งสาธารณะหรือการสร้างอาคารขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะตกม้าตาย ตั้งแต่การเขียน ทีโออาร์ (TOR) ท่านประธานที่เคารพครับ ภายหลังจากที่เราประสบ ความล้มเหลวในการสร้างหลักประกันว่าสภาพแวดล้อมในสนามบินสุวรรณภูมิจะเกิด ความเปึนธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ได้เปึนประโยชน์เฉพาะสําหรับคนภายในประเทศ แต่จะเปึนประโยชน์สําหรับนักท่องเที่ยวที่มีกําลังซื้อสูงแล้วนี่นะครับ กระผมเองได้ บากหน้าไปพบกับผู้แทนของเจบิก ต้องขอประทานโทษที่นําเรื่องนี้มาเล่าให้ที่ประชุมฟัง แต่ว่าเรื่องมันผ่านมาแล้วหลายป้ก็คงไม่มีใครเดือดร้อนนะครับ กระผมบากหน้าไปพบกับ ตัวแทนของเจบิกในขณะนั้น ท่านก็เล่าให้ฟังเลยครับว่าการพูดคุยในเรื่องของรายละเอียด หรือเงื่อนไขต่าง ๆ กับผู้ดําเนินการฝ์ายไทยนั้นค่อนข้างจะยากลําบาก เพราะว่าฝ์ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กําหนดสเปกหรือกําหนดคุณสมบัติของโครงการต่าง ๆ เขาตั้งธง ไว้หมดแล้ว ทิ้งเนื้อที่เหลือเอาไว้น้อยมากที่จะมีการเปลี่ยนแปลง อันนี้กรณีประเทศญี่ปุ์น ซึ่งขณะนี้ประเทศญี่ปุ์นกําลังก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นเขาจะมีความระมัดระวัง ในการกําหนดนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะในส่วนเหล่านี้อย่างสูงมาก เพราะฉะนั้นเขา ก็คํานึงถึงเรื่องนี้พอสมควร แต่เขาบอกว่าการสื่อสารในเรื่องเหล่านี้กับฝ์ายไทยเรานั้น ค่อนข้างยากลําบาก เพราะว่าฝ์ายไทยเราไม่ค่อยจะเห็นความสําคัญในเรื่องเหล่านี้นะครับ กระผมเองก็เลยได้ พูดกับผู้แทนเจบิกในขณะนั้นว่ากรณีที่จําเปึนจะต้องให้กู้ยืมเงินในอันดับต่อไป โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการลงทุนกับโครงการขนาดใหญ่ โครงการที่มีเม็ดเงินมากแล้วมีผลกระทบต่อ ประชาชนเปึนจํานวนมาก เราอยากจะให้มีการพูดคุยในเรื่องเหล่านี้อย่างมีหลักการ เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าการลงทุนที่ใช้เม็ดเงินสูงขนาดนี้ แต่ว่ามีประชาชนจํานวนหนึ่งไม่ว่า จะเปึนคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ก็ตามที่ไม่ได้รับประโยชน์ไม่ได้รับความเปึนธรรม ในขณะที่เขาก็ต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะไม่ต่างจากบุคคลทั่วไปเช่นกัน ผู้ให้กู้กับผู้กู้ ควรจะต้องทําความตกลงอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะชี้ให้เห็น นะครับว่าเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วทางการไทยเราอาจจะอ้างได้ว่าขณะนั้นไม่มีกฎหมายบังคับ เพราะฉะนั้นไม่มีบรรทัดฐานที่ฝ์ายบริหารจะใช้เปึนตัวยึดหรืออ้างอิงในการปฏิบัติได้ นะครับ อย่างนั้นก็อ้างได้ครับ แต่กระผมตั้งขอสังเกตนะครับว่า เวลาเราจะสร้างอะไร เวลาเราจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่อะไร เราก็มักจะอ้างว่าเราไปดูงานมาแล้ว ต่างประเทศเขาทําไว้ดีแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ทําตาม แต่กระผมไม่เห็นทําตามในสิ่งที่ จะเปึนประโยชน์กับประชาชนกลุ่มเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่กระผมได้พูดถึง นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสก็ตาม เราก็ไปดูงานมาทั้งนั้น แต่เวลากําหนด ทีโออาร์ ทีไรก็ตกหล่นทุกทีครับจึงต้องพูดบ่อย ๆ อย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วเมืองไทยเราอาจจะพูดได้ว่ากฎหมายเราค่อนข้างอ่อน ไม่ได้มีการกําหนด มาตรการเหล่านี้เอาไว้อย่างชัดเจน แต่บัดนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเรานั้น ไม่ว่าจะโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึนอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิคนพิการซึ่งประเทศไทยให้สัตยาบันไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึน กฎหมายระดับพระราชบัญญัติอีก ๒-๓ ฉบับล้วนแล้วแต่กําหนดมาตรการเอาไว้อย่าง ชัดเจนนะครับ

๑. ไม่ว่าจะเปึนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ โดยไม่เปึนธรรม จะต้องมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเชิงบูรณาการ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเหล่านั้นได้อย่างเท่าเทียม กระผมเชื่อว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่ลืมสิ่งเหล่านี้นะครับ แต่อย่างไรกระผมจําเปึนต้องเตือนตั้งแต่แรก เพราะตอนนี้ท่านยังไม่ได้ทํา เพราะท่านทําไปแล้วกระผมเตือนไม่ได้นะครับ หลายครั้ง ที่ทําไปแล้ว แล้วมาแก้ไขภายหลังเตือนไม่ได้ บอกตรง ๆ นะครับแม้กระทั่งขณะนี้โครงการ รถเมล์ ๔,๐๐๐ คัน ซึ่ง ทีโออาร์ ทราบว่าอยู่ในฉบับที่ ๖ แล้ว ท่านก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไปในลักษณะที่สอดรับกับเจตนารมณ์ของกฎหมายนะครับ ท่านก็ไปกําหนดเฉพาะ สายละ ๑ คัน ซึ่งมันผิดจากหลักความเปึนจริง อย่างนี้เปึนต้น ที่ยกตัวอย่างมานะครับ รถไฟฟัาอีกหลายสายซึ่งกําลังจะมีการกําหนดวงเงิน แล้วจะมีการกําหนด ทีโออาร์ ในการ ก่อสร้างก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการจัดสภาพแวดล้อมในลักษณะที่เปึนธรรมเปึนสากล ไม่เลือกปฏิบัติ เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของคนทุกกลุ่มได้ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานที่เคารพ ครับ ถ้าได้มีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมายตั้งแต่ต้นอย่าง เคร่งครัด เชื่อได้ว่าจะเปึนรากฐานสําคัญในการกําหนดยุทธศาสตร์ที่จะช่วยให้การ ท่องเที่ยวในอนาคตนั้นเปึนไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น เพราะกระผมเชื่อว่าผู้ที่จะมาเที่ยวใน ประเทศไทยในอนาคตเปึนจํานวนมากเปึนผู้ที่มีกําลังซื้อสูง ซึ่งจะเปึนคนสูงอายุ จะเปึน คนที่มีสภาพความพิการ ซึ่งเขามีเงินบํานาญเปึนจํานวนมาก สามารถที่จะมาจับจ่าย ใช้สอยในประเทศไทยได้เปึนอย่างดี แต่ถ้าการลงทุนทางเศรษฐกิจ การลงทุนทางสังคม ในวันนี้ หรือในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งพวกเราจะต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะร่วมกันไม่ได้ เปึนไปในทางที่จะก่อให้เกิดความสะดวก ไม่ได้เปึนไปในทางที่ไม่เลือกปฏิบัติ แต่เปึนไป บนพื้นฐานของการพัฒนาเชิงบูรณาการที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันแล้ว เชื่อได้ว่าเราจะเสีย โอกาสในการขยายฐานนักท่องเที่ยวเพื่อให้ครอบคลุมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะเปึน สิ่งที่น่าเสียดายครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะพูดถึงประเด็นอื่นอีกสักเล็กน้อยนะครับ สิ่งที่ กระผมอยากจะฝากไว้ก็คือในเรื่องการใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและให้เกิด ความเปึนธรรมนั้น กระผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้กรุณาพิจารณาลงทุนในด้าน การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาทางที่จะทําให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกกลุ่มภาษาด้วย หรือ ในทุกวัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถเข้าถึงเนื้อหาสาระของตําราเรียนโดยวิธีการที่ยั่งยืน โดย วิธีการที่ประหยัดที่สุด และกระผมคิดว่ารัฐบาลควรจะต้องกําหนดมาตรฐานของหนังสือ ที่เปึนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อที่จะให้มาตรฐานนี้เปึนมาตรฐานเดียวกันนะครับ จะทําให้ การเข้าถึงตําราเรียน จะทําให้เข้าถึงบทเรียนเปึนไปได้ด้วยความเปึนธรรมแล้วก็ เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลที่มีความหลากหลาย ทั้งในเรื่องของภาษา ทั้งในเรื่องของข้อจํากัด ในการเรียนรู้สําหรับคนทุกคน และกระผมอยากจะขอฝากสุดท้ายที่สุดว่าการพัฒนา เศรษฐกิจในอนาคตนี้ประเทศไทยน่าจะลดการพึ่งพาการส่งออกนะครับ แล้วก็หันมา กระตุ้นให้เกิดการผลิตและการบริโภคภายในประเทศให้สูงขึ้น กระผมได้ทราบข่าวมาว่า ประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลียนั้นพึ่งพาการส่งออกไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณมณเฑียรครับ หมดเวลาแล้วครับ

นายมณเฑียร ตันเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ขอบพระคุณมาก ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ

นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ และในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลได้เสนอเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งรัฐสภาได้พิจารณาอยู่นี้นั้น กระผมมีความคิดเห็นใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านได้ชี้แจงว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เปึนงบประมาณซึ่งถือได้ว่าในการจัดงบประมาณ งบลงทุนมีน้อยมาก แล้วก็ ทําให้งบประมาณรายจ่ายประจําเยอะเพิ่มขึ้น เลยเปึนข้อจํากัดในการลงทุน ความจําเปึน ในการกู้เงินเพื่อสมทบจึงมีความจําเปึน ท่านประธานครับ ถ้ารัฐมนตรีคิดอย่างนี้กระผม เชื่อและกระผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่างบประมาณป้ ๒๕๕๓ จะต้องกู้เงินมากกว่านี้ แล้วก็กู้ เรื่อย ๆ เพราะว่าท่านต้องลงทุนในงบลงทุนสูงขึ้น ท่านประธานครับ ในขณะนี้กระผม กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ฟังดูท่านผู้มีเกียรติในรัฐสภาแห่งนี้ได้พูดไปเยอะนะครับว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอย รายได้ประชาชาติหรือ จีดีพี ตกต่ํา ถดถอยเช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนยากจน ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญครับ และเปึนเรื่องที่มาที่ว่าจะทําอย่างไร ที่จะให้ประเทศไทยเราฟุ๋นฟูเศรษฐกิจฟุ๋นฟูอะไรนี่ครับ ต้องกู้เงิน กู้เงินเอามาให้ตรงนี้ ซึ่ง จริง ๆ แล้วกระผมเห็นด้วยครับว่าการกู้เงินนั้นเมื่อเงินเราไม่มีเราก็ต้องกู้ กู้ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ทีนี้เมื่อเปึนอย่างนี้ก็หาเงินกู้จากประเทศญี่ปุ์น ฟังท่านผู้มีเกียรติได้พูดไป ท่านประธานครับการกู้เงินจากญี่ปุ์น เขาก็ต้องดูฐานะของลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องดูฐานะของ ลูกหนี้ครับ เพราะฉะนั้นจะมีเงื่อนไขต่าง ๆ การตรวจสอบต่าง ๆ นี่ครับไปกู้มา ๓ แบงก์ จะเปึน เอดีบี จะเปึนธนาคารโลกและ ไจก้า เขาก็ต้องมาตรวจสอบ ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับก็เลยสงสัยว่า ตรงนี้จะเปึนอุปสรรคไหม สมมุติเราจะมีโครงการ ที่มีปัญหาเร่งด่วนเลยเราก็ต้องปรับเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนโครงการอะไรอย่างนี้ มันทําไม่ได้ เพราะเขาจํากัดด้วยเงื่อนไข ตรงนี้จะเปึนปัญหาไหมครับว่าเราไม่สามารถใช้ เงินอย่างอิสระ ทุกอย่างต้องตรวจสอบไปหมด ท่านประธานครับ การกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน กระผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่าจะให้เศรษฐกิจ ดีขึ้นนี่ ให้เศรษฐกิจดีขึ้นในเรื่องโครงการเรื่องกู้เงินเหล่านี้ มันเปึนไปไม่ได้เลย ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่ได้ยกฐานะของเกษตรกรหรือพี่น้องประชาชนในเรื่องพืชผลการเกษตร เปึนไปไม่ได้ เอามาลงทุนพื้นฐานอย่างไรไม่มีรายได้ พืชผลเกษตรตกต่ําอย่างนี้เศรษฐกิจ ไปไม่ได้ให้ดีขึ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้เปึน สิ่งที่รัฐบาลต้องเอาใจใส่และดูแลด้วย ทําอย่างไรครับพี่น้องเกษตรกรซึ่งยึดอาชีพ ในเกษตรกรรมให้มีราคา ในขณะนี้ปัญหาเรื่องพืชผลการเกษตรตกต่ํานี่เปึนเรื่องใหญ่ นะครับท่านประธานครับ เปึนเรื่องใหญ่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ค้าขายไม่ดี ราคาข้าว ตกต่ํา ราคาอ้อยตกต่ํา มันสําปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา เหล่านี้ครับทําอย่างไรครับ ให้มีราคาดีขึ้น แล้วดีขึ้นนี่ไม่ใช่ว่าป้นี้ดีป้หน้าไม่ดี ไม่ใช่ ต้องดีขึ้นไปเรื่อย ๆ หลาย ๆ ป้ ติดต่อกัน ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญนะครับ กระผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าตรงนี้ท่านต้องดูแลด้วย ดูแลให้พี่น้องเกษตรกร ขายพืชผลให้มีกําไร แล้วสามารถยืนหยัดอยู่ได้บนอาชีพของเขา ถ้าพี่น้องเกษตรกร นะครับท่านประธานครับ สามารถขายพืชผลมีกําไร กระผมเชื่อมั่นครับเศรษฐกิจจะดีขึ้น แน่นอน มันเปึนรายได้ที่สําคัญที่สุดและสิ่งที่จะมีรายได้มานี่ครับท่านประธานครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าตรงนี้เปึนบ่อเกิดแห่งความเสียหายหรือว่าขาดทุน แล้วก็ประสบปัญหาแห่งความยากจน นั่นก็คือเรื่องน้ําครับท่านประธานครับ ฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องน้ํานะครับ น้ํานี่ครับ เรื่องน้ํา ปัญหาแหล่งน้ํา นี่ครับท่านประธานครับ ทําอย่างไรรัฐบาลนี้แก้ไขปัญหาไม่มีแล้งซ้ําซาก ไม่มีน้ําท่วม ซ้ําซาก อันนี้ต้องแก้ไขครับท่านประธานครับ จะไปเอาลงแต่รถไฟฟัาหรือว่าลงแต่ พวกพื้นฐาน ตัดถนนอะไรนี่มันก็ดีนะครับ แต่ว่ามันไม่เท่ากับสิ่งที่จะยืนหยัดอยู่ได้ บนอาชีพของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นกระผมจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานฝาก ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเรื่องน้ํานะครับเปึนหัวใจในการแก้ไข ปัญหาความยากจนของพี่น้องเกษตรกรเลย แก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้อง ประชาชนทั่วไปด้วย ป้ไหนนะครับท่านประธานดูสิครับ แล้งเกิดแล้งขึ้นมานี่พืชผลลงไป พันธุ์ลงไปเสียหายหมด ปุิยลงไปเสียหายหมด แต่ถ้ามีน้ําตลอดทั้งป้ น้ํากินน้ําใช้ ไม่เดือดร้อน เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใช่ว่าจะแก้เฉพาะตรงที่เอามาจาก ที่ว่านี่คือโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน สร้างอะไร เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ปัญหาเศรษฐกิจต้องให้พี่น้องประชาชนมีรายได้บนอาชีพ ของเขา ตรงนี้คือหัวใจ ตรงนี้คือหัวใจครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ กระผมมา นึก ๆ อีกอันหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน วันก่อนนี้ที่มีปัญหานะครับ กระผม มาดูในเอกสารนี้เยอะแยะเลย เอกสารเหล่านี้เปึนเรื่องของกรอบการเจรจาต่าง ๆ ก็เปึน เรื่องที่รัฐสภามาพิจารณามาคุย กระผมว่าตรงนี้ได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์ดีกว่าที่ไปออก กฎหมายหรือว่าที่พูดกันมากนะครับ เมื่อสองวันที่แล้ว อาทิตย์ที่แล้ว เรื่องของที่หลีกเลี่ยง ผิดรัฐธรรมนูญอะไรทํานองนั้นนะครับท่านประธาน นี่เอามาให้รัฐบาลนี่ครับ ไม่ต้องไป ออกกฎหมายฉบับนั้นเลยและเอามาเข้ารัฐสภานี้แล้วพูดกัน ก็ได้ความรู้ ทั้งท่านวุฒิ ทั้งท่าน ส.ส. ความรู้ที่กระผมฟังมานี่ความรู้ดีแล้วก็เปึนประโยชน์ อันนี้กระผมจึงคิดว่า ถ้ากรณีอย่างนี้เอามาเข้าสภาเพื่อความเห็นชอบ ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ และ สิ่งต่าง ๆ ก็เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาลในการพิจารณาแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ กระผม เองก็คงจะมีเรื่องกราบเรียนแค่นี้ แต่ฝากไว้ที่สําคัญต้องย้ําอีกครับ ต้องย้ํา ย้ําแล้วย้ําอีก ครับว่า ถ้ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะกู้เงินอะไรก็แล้วแต่กู้ไปเถอะครับไม่เปึนไร แต่ว่าต้องมีรายได้ไปชําระหนี้เขา การที่จะมีรายได้ชําระหนี้เขานั่นก็คือพี่น้องประชาชน มีรายได้ ฐานอยู่ตรงโน้นครับ พี่น้องประชาชนไม่มีรายได้อยู่ไม่ได้หรอกครับ นี่คือหัวใจ ในการพัฒนาบริหารประเทศชาติ กระผมก็ขอฝากไว้แค่นี้ท่านประธานครับ ขอบคุณมาก ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ ผ่านนะครับ ต่อไป ท่านคํานูณ สิทธิสมาน เชิญครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ไม่เคยอภิปรายดึกขนาดนี้นะครับ แก้ง่วงนะครับ ท่านประธานเคยอ่าน นิยายกําลังภายในไหมครับ กระผมฟังการอภิปรายในเรื่องกรอบเงินกู้มาแล้วนี่นะครับ นึกถึงนิยายกําลังภายในของโกเล้งเรื่องหนึ่งที่กระผมชอบเปึนการส่วนตัว ก็อยากจะมา เล่าให้ฟังโดยสังเขป คิดเสียว่าแก้ง่วงก็แล้วกันนะครับ กระผมชอบเรื่องซาเสี่ยวเอี้ยครับ ซาเสี่ยวเอี้ยนี่เปึนตัวเอกของเรื่องนี้ เปึนมือกระบี่ที่ ๑ ของแผ่นดิน และก็มีคู่แข่งที่เปึน ตัวละครเอกอีกตัวหนึ่งก็คืออี้จับซา อี้จับซานี่นะครับ เขามีเพลงกระบี่ที่เรียกว่า ๑๓ ท่าตาย ของอี้จับซา อี้จับซาพยายามที่จะหาวิธีประลองกระบี่กับซาเสี่ยวเอี้ยเพื่อพิสูจน์ ความเปึนหนึ่งในแผ่นดินกัน แต่ในที่สุดซาเสี่ยวเอี้ยก็หายสาบสูญไปจากยุทธจักรเสียก่อน แต่ในที่สุดก็คืออี้จับซาก็ได้ไปช่วยชีวิตซาเสี่ยวเอี้ยโดยที่ไม่บอกว่าตัวเองเปึนใคร แล้วในที่สุดก็ได้ประลองกัน พลันเมื่อถึงกระบี่ที่ ๑๓ ของอี้จับซานี่นะครับ ยังเปึนรอง ซาเสี่ยวเอี้ยอยู่ท่าครึ่ง มันเปึนอย่างไรกระผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าในระหว่างการต่อสู้ นั้นกระบี่ที่ ๑๓ ของอี้จับซาก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่พลันแปรเปลี่ยนเปึนกระบี่ที่ ๑๔ ก็ยังสูสี ก้ํากึ่งกันอยู่ และในที่สุดนะครับ กระบี่ที่ ๑๔ ของอี้จับซาก็ยังไม่หยุดแปรเปลี่ยนพัฒนา เปึนกระบี่ที่ ๑๕ ตามนิยายนะครับ โกเล้งเขียนไว้ว่า เปึนที่ชัดเจนว่าอี้จับซานั้นจะสามารถ เอาชีวิตซาเสี่ยวเอี้ยได้ในกระบี่ที่ ๑๕ แต่ดูเหมือนอี้จับซานั้นดวงตาตระหนกแตกตื่นใจ และในที่สุดก็วกกระบี่กลับมาปาดคอตัวเองตาย คําเฉลยในที่สุดก็คืออี้จับซารู้ว่า กระบี่ที่ ๑๕ นั้นเปึนกระบี่ที่พัฒนามาจนสูงสุดแล้วก็เปึนอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อ มนุษยชาติ เพราะเปึนกระบี่ที่เจ้าของกระบี่ไม่สามารถจะควบคุมได้ กระผมอยากจะบอกว่า ระบบ ทุนนิยมโลกในขณะนี้เปรียบเสมือนกระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซาครับ กระผมอยากจะบอกว่า เปึนโชคที่ไม่ค่อยดีของรัฐบาลชุดนี้ที่ได้ขึ้นมาบริหารประเทศภายใต้ภาวะวิกฤติทาง เศรษฐกิจ และไม่ใช่วิกฤติทางเศรษฐกิจธรรมดา แต่เปึนวิกฤติเศรษฐกิจโลก เปึนวิกฤติที่ เกิดขึ้นกับระบบทุนนิยมโลก แล้วเกิดขึ้นจากประเทศที่เปึนศูนย์กลางของระบบ ทุนนิยมโลก เกิดขึ้นในขณะที่ทุนนิยมโลกนั้นได้พัฒนานวัตกรรมในการแสวงหากําไร ต่าง ๆ มานานนับสิบป้ จนแม้ในขณะนี้นะครับ นักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญสุด ๆ ของ ระบบทุนนิยมโลกเองนี่ก็ยังคิดกันไม่ออกว่าในที่สุดนี่จะแก้กันอย่างไร ในการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ จี ๒๐ (G ๒๐) ก็ยังตกลงกันไม่ได้ในหลายเรื่อง ท่านประธานครับ นี่คือความโชคไม่ดีของรัฐบาลชุดนี้นะครับ แต่ในขณะเดียวกันถ้าจะถือ ว่าเราสามารถจะแปรวิกฤติเปึนโอกาส ก็ถือว่าเปึนโอกาสอันดียิ่งของรัฐบาลชุดนี้ ปัญหา อยู่ที่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําอย่างไร กรอบการกู้เงินนั้นไม่เปึนปัญหาครับ เมื่อไม่มีเงินก็ต้องกู้ ถ้าคิดกันโดยกรอบความคิดเดิม ๆ แต่ปัญหาก็คือว่ากู้มาแล้วกู้มาทําอะไร แล้วถ้ากู้ มาแล้วทําอะไรแล้วคิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เกิดไม่สําเร็จขึ้นมา เรามีแผน ๒ มีแผน ๓ หรือมีวิธีการคิดนอกกรอบนอกจากการกู้เงินเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่ อันนี้สิครับเปึนปัญหา ท่านประธานครับ หลายท่านก็พูดกันมาแล้วนะครับว่า การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจนี่ เปรียบเหมือนมี ๔ เครื่องยนต์ ตอนนี้ ๓ เครื่องยนต์ก็เดี้ยงไปหมด รัฐบาลก็ทุ่มสรรพกําลัง และทรัพยากรทั้งหมดไปที่การใช้จ่ายของรัฐบาลเปึนเครื่องยนต์หลัก งบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่เปึนการจัดที่กําหนดสภาพการขาดดุลอยู่ที่ระดับ ๒.๔๙ แสนล้านบาทในเบื้องต้น ยังมีงบประมาณกลางป้อีก ๑.๑๕ แสนล้านบาท รวมแล้วเปึน เงินประมาณ ๓.๖๕ แสนล้านบาทที่ถือว่าขาดดุล ขณะเดียวกันรายได้ของรัฐบาล ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ คาดว่าจะปรับตัวลดลงส่งผลให้รัฐบาลต้องการเงินเพื่อนําเข้ามา เสริมทั้งเรื่องการขาดดุลงบประมาณและรายได้ที่หายไปเปึนเงินประมาณ ๔.๗ แสนล้านบาท ส่วนต่างระหว่างการขาดดุลและรายได้ที่หายไป ๔.๗ แสนล้านบาทนี้เองจะ มีผลสะเทือนต่อเพดานเงินกู้เดิมอย่างแน่นอนครับ เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธานครับ เรายังเห็นการเตรียมจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่ง เตรียมการขาดดุลการคลังเอาไว้อีก ๔ แสนล้านบาท สรุปว่าเปึนการขาดดุลในช่วง ระยะเวลา ๒ ป้ถึงกว่า ๘ แสนล้านบาท นับเปึนการเตรียมการขาดดุลครั้งใหญ่ที่สุด ติดต่อกันของประวัติศาสตร์การคลังของประเทศไทย ท่านประธานครับ กระผมไม่ปฏิเสธ เรื่องการกู้เงินของรัฐบาล แต่กระผมมีความกังวลที่จะเสนอต่อรัฐบาลและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ได้ตระหนักปัญหาสําคัญในการกู้ของรัฐบาลนับจากนี้ไป เพราะหาก ล้มเหลว รัฐบาลไม่เพียงจะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้เท่านั้น แต่ว่าหาก การกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สําเร็จประเทศก็อาจจะเข้าสู่ภาวะเงินขาดมือ ขาดความ น่าเชื่อถือในการกู้เงินต่อในอนาคต หรืออาจจะต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงําของเจ้าหนี้ อีกครั้ง โดยเฉพาะเจ้าหนี้ต่างประเทศ เหมือนกับเราที่เคยเผชิญหน้ามาแล้วในยุคไหนครับ ก็ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์บริหารราชการครั้งล่าสุดก่อนหน้าครั้งนี้ เพราะฉะนั้นปัญหา จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะกู้เท่าไร ปัญหาอยู่ที่ว่ากู้มาแล้วเอามาทําอะไรและถ้าล้มเหลวหรือ ไม่ได้ผลแล้วเราจะทําอย่างไรต่อไป มีแผน ๒ แผน ๓ แล้วหรือยัง ที่สําคัญก็คือรัฐบาล วาดภาพรวมให้ประชาชนเห็นแล้วหรือยัง ที่แน่ชัดที่สุดก็คือว่าเรายังอยู่ในกรอบความคิด ของทฤษฎีทุนนิยมเดิมที่กําลังประสบวิกฤติอย่างหนัก ท่านประธานครับ กระผมไม่เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้จะเปึนเด็ก ไม่ว่าจะเปึนคนเดียวหรือเปึน ๒ คนที่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระผมให้เปึนเหมือนว่าเปึนผู้ใหญ่ที่มีความสามารถของประเทศนี้ ๒ คน หรือหลายคน แต่วิกฤติในขณะนี้นะครับ แม้แต่ผู้ใหญ่ของระบบทุนนิยมโลก อย่างที่กระผมกราบเรียนก็ยัง คิดกันไม่ออก หรือหาข้อสรุปกันไม่ได้ว่าจะไปกันอย่างไร ท่านประธานครับ กระผมมีข้อเสนอ มันอาจจะไม่ใช่แผน ๒ หรือแผน ๓ หรือถึงขนาดจะเปึนกรอบความคิดใหม่อะไรหนักหนา แต่กระผมคิดว่าน่าจะเปึนข้อเสนอแนะที่เพิ่มเติมไปนอกจากการกู้เงินนะครับว่ารัฐบาล จะมีความกล้าหาญในการทําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ควบคู่กันไปด้วยหรือไม่

ประการที่ ๑ เปึนเรื่องที่ท้าทายมาก หยุดซื้ออาวุธกันสัก ๒ ป้หรือ ๓ ป้ ได้ไหมครับ

ประการที่ ๒ หยุดโครงการที่ไม่มีความโปร่งใสและโครงการที่เอาใจ ผลประโยชน์ของนักการเมืองและเคร่งครัดต่อการจัดซื้อ จัดจ้าง ให้มีความโปร่งใส เปึนธรรมทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้จ่ายของรัฐบาล

ประการที่ ๓ กระผมเสนอให้เน้นการกู้เงินตรงในประเทศ กระผมเสนอให้ รัฐบาลออกพันธบัตรระยะยาว แต่แทนที่จะให้ธนาคารเข้าซื้อเพื่อดูดซับสภาพคล่องก็ให้ ขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับประชาชนโดยตรงและใช้เงินกู้ต่างประเทศให้น้อยที่สุดเท่าที่ จําเปึนจริง ๆ กระผมมีเหตุผลสนับสนุน แต่คงไม่มีเวลาพอที่จะพูด

ประการที่ ๔ กระผมเสนอให้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารแห่ง ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นทําให้ธนาคารพาณิชย์ทําหน้าที่ของตัวเองในการปล่อยสินเชื่อให้ กระจายมากขึ้นและให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการกําหนดส่วนต่างของอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้ลดลง เพื่อกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ได้ปล่อย สินเชื่อ เพื่อหารายได้ให้กับธนาคารพาณิชย์เองมากขึ้น และ

ประการที่ ๕ สําคัญมากนะครับ เสียดายที่ท่าน ส.ว. รสนา โตสิตระกูล ไม่สามารถจะได้พูดในวันนี้นะครับ ในฐานะที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ปตท. จํากัด และ ปตท.สผ. เปึนไปได้ไหมครับ ที่จะให้รัฐบาลทําการควบคุมราคาสินค้าพลังงาน ทั้งน้ํามันและก๊าซ มิให้มีกําไรส่วนเกินสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหากสามารถทําให้ ปตท. ลดราคาพลังงานลงได้ ย่อมเท่ากับเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกําลังซื้อให้กับ ประชาชนโดยตรง

อันนี้เปึนข้อเสนอ ๕ ประการ ที่กระผมคิดขึ้นมาอย่างเร็ว ๆ ที่อาจจะเปึน แผน ๒ หรือ แผน ๓ แต่ว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ก็เปึนตัวอย่างให้เห็นว่า ภายใต้สภาวการณ์ ที่ระบบทุนนิยมโลกก้าวเข้าสู่สภาวะที่กระผมเรียกว่า กระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซานี้ ท่านจะต้องคิดนอกกรอบครับ และการคิดนอกกรอบที่กระผมยกตัวอย่างมา ๕ ประการ จบแล้วครับท่านประธานครับ น่าเสียดายกระผมขออนุญาตยืมคําของท่าน ส.ว. รสนา โตสิตระกูล มาพูดว่า มันมีเคล็ดวิชา เคล็ดกระบี่ที่จะแก้กระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซานี้ได้อยู่ ๕ คําครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

รับกระบี่ไว้ก็แล้วกันครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ คุณสมเกียรติ วิ่งรอก ซ้าย ขวา เชิญครับ อย่าวิ่งรอก เชิญครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้วิ่งรอกหรอกครับท่านประธานไม่ได้บอก ว่าลําดับต่าง ๆ ใครบ้างเลยไปนั่งอยู่ข้างนอก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุยไม่ฟังนี่นะครับ เขาอ่านครบ ๑๐ ท่านเขาอยู่หมด มีท่านคนเดียวเท่านั้นละที่ไม่อยู่ในที่ประชุม เชิญพูดต่อเลยครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

เปึนอย่างไรวันนี้ท่านประธานดุเหลือเกิน เอาอย่างนี้นะครับ ขอเรียนว่าการอภิปราย ในวันนี้นะครับผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะว่าเรากําลังจะกู้เงินจากต่างประเทศ การกู้เงินจากต่างประเทศนั้นหลายคนมีความภูมิใจว่าเรามีเครดิต เรามีความรู้สึกว่าเราได้กู้ แต่ผมอ่านถึงสาระถึงเงื่อนไขแล้วรู้สึกเศร้า แล้วก็หดหู่ใจเปึนอย่างมากว่าเรานี่เคย เจ็บปวด ตอนเรากู้ ไอเอ็มเอฟ ประเทศเรามีความรู้สึกว่าเราไร้ศักดิ์ศรี ที่ถูกบีบบังคับ ในการกระทําเรื่องนั้นเรื่องนี้ตลอดเวลา แล้วงานนี้เงื่อนไขของ เจบิก หรืออะไรก็ตามก็จะ เอามีเงื่อนไขการใช้กฎหมายของประเทศเขา ผมมีความรู้สึกว่าสมาชิกที่ผ่านมาได้ พูดถึงเรื่องเงินกู้ตลอดเวลา เงื่อนไข วิธีการ ผมก็จะไม่พูดให้ซ้ํา ผมจะพูดถึงว่าเรากู้มาเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจนั้นจริงหรือไม่ แล้วเราจะคืนเงินเขาอย่างไร เราจะพ้นอิสรภาพนั้นอย่างไร ทีนี้มาดูว่าประเด็นของการกู้เงิน ครั้งที่แล้วตอนงบประมาณกลางป้รัฐบาลได้มาพูดถึง เรื่องงบกลางป้นั้น ผมเคยติงรัฐบาลแล้วว่าสมมุติฐานของรัฐบาลนี้ผิด ตั้งสมมุติฐานว่า จีดีพี เรานี่จะโตถึง ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ผมได้พูดครั้งที่แล้วว่า ไม่ใช่จะโต ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ จะลดลง ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป แล้วเมื่อไม่กี่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ได้พูดว่า จริง ๆ แล้วอาจจะถึง ๙ ถ้าเราไม่กระทําอะไรเลย ผมต้องขอ ชื่นชมท่านว่าท่านกล้าที่จะบอกความจริงให้กับประชาชน ผมยังติงไม่ว่าจะเปึน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม หรือว่าของกระทรวงการคลัง หรือว่าแบงก์ชาติ หรือว่าภาคเอกชน ผมบอกให้ทุกคนในฐานะเปึนคนไทยจะต้องติง ต้องพูดข้อเท็จจริง ให้กับรัฐบาลว่า ณ วันนี้ จีดีพี ของเราจะลดลงเท่าไรเพื่อให้ได้เตรียมการทั้งภาคเอกชน และภาครัฐบาล ให้คุ้มว่าเราจะเดินทางไปอย่างไร ทีนี้มาดูกันครับว่าเราได้ฟังข่าว แม้อเมริกา ประเทศมหาอํานาจยุโรป ญี่ปุ์น สิงคโปร์ ยอมรับเลยว่าลดลงขณะที่เขา จีดีพี สูงมากอย่างต่อเนื่อง ป้นี้ก็ยอมรับว่าลดลง แต่ว่าทั้งญี่ปุ์นและก็สิงคโปร์นั้นมีเงินเก็บ มากมายมหาศาล จึงสามารถใช้ระบบเม็ดเงินเข้าไปดัมพ์ (Dump) ในกระบวนการผลิต ของเขาได้ แต่ประเทศเรานั้นเราไม่มีเงินออมมากขนาดนั้น จึงมีความรู้สึกว่ามาตรการ การกู้นี่นะครับ ถ้าท่านมองว่าประเทศเราเหมือนครอบครัวของท่าน ถ้าเกิดปัญหาวิกฤติ ในครอบครัว ถ้าหัวหน้าครอบครัวมองว่าการกู้เปึนปัญหาแรกที่จะต้องแก้ไข ผมคิดว่า คิดผิดครับ หัวหน้าครอบครัวจะต้องเรียกประชุมครอบครัวเลยว่า ทั้งลูก ทั้งญาติพี่น้อง ที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันว่าเราจะประหยัดอย่างไร ก็คือลดรายจ่าย เราจะเพิ่มรายรับ อย่างไร ทําให้คนในครอบครัวทุกคน คนที่ใช้เงินฟุ์มเฟ๋อยเรียนต่างประเทศก็กลับ ลงมาแล้วก็ช่วยกันทํามาหากิน ทําอย่างไรที่จะต้องมองบอกคนในครอบครัวของเรา ๖๔ ล้านคนว่า เราจะทําอย่างไรให้ทุกคนขับเคลื่อนมีงานทํา แล้วก็สร้าง จีดีพี สร้าง โกรว์ธ (Growth) ให้กับสังคมเรา ผมยังมองไม่เห็นเลยว่ารัฐบาลมีการเตรียมการ กันอย่างไร

ทีนี้มาดูครับว่าโครงสร้างของประเทศเรา ผมจะขออนุญาตพูดว่า ทําอย่างไรถึงจะสร้างโกรว์ธ ทําอย่างไรถึงจะได้เงินคืน ผมอยากให้รัฐบาลวิเคราะห์ ให้ลึกซึ้งว่าปัญหานี้เปึนปัญหาของโลก อย่างที่ผมได้มองไว้แล้วว่า อเมริกาอีก ๓-๔ ป้ กว่าจะฟุ๋นได้ ท่านยังมาบอกเลยว่า ไตรมาสที่ ๓ ไตรมาสที่ ๔ นั้นจะเทค ออฟ (Take off) ผมเชื่อครับอีกถึงป้หน้าก็ยัง เพราะว่าเรื่องนี้มันเปึนหายนะของทุนนิยมโลก ไม่ใช่เปึนเรื่อง ปกติธรรมดา เพราะว่าโลกเรานี้ในระบบทุนนิยมสร้างให้ทุกคนโกรว์ธขึ้นมา แล้วก็ถ้าเรา เรียนพวกนีโอ คลาสสิก (Neo classic) ทางด้านเศรษฐศาสตร์ก็จะเห็นได้ว่านี่เปึนทฤษฎี ทางเศรษฐศาสตร์ พอมันถึงมากไปมาก ๆ มันจะต้องดาวน์ (Down) ลง เมื่อเปึนเช่นนี้ ลูกโป์งมันแตกแล้ว การปัืนลักษณะของทุนนิยมมันมากเกินที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นแล้ว เราต้องเตรียมดูครับว่ามันไม่ใช่เกิดเหตุการณ์ปกติ ผมจะขอเรียนว่าในโครงสร้างของ จีดีพี ประเทศเรา โครงสร้างเกษตรกรรมประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรม ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พาณิชยกรรมบริการอีก ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ท่านครับ ท่านกลับมาย้อนดูสิว่าเราจะทําอย่างไรให้สร้างผลผลิตสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ทีนี้เรามา ดูภาคอุตสาหกรรม เห็นดู จีดีพี ที่เกิดขึ้น ๙.๘ หรือล้านล้านบาทนี่นะครับ เปึนทุนนิยม ของต่างประเทศข้ามชาติประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาจะใช้ฐานผลิตในประเทศไทย หรือว่าย้ายฐานผลิตที่อื่นอยู่ที่การตัดสินใจของบริษัทเขาจริง ๆ เพราะฉะนั้นที่เราชื่นชมว่า เราขายสินค้าได้จํานวนมาก เพียงแต่เขาปรับนโยบายนิดเดียวก็ใช้ฐานผลิต หยุดประเทศไทยแล้วไปใช้ที่ประเทศต่าง ๆ ที่เขามีทั่วโลก เพราะฉะนั้นผมอยากให้ รัฐบาลมาแอนนะไลซ์ (Analyze) ดูให้ชัดเลยว่า ภาคเกษตรกรรมเราจะทําอย่างไร ภาคอุตสาหกรรมจะทําอย่างไร ภาคบริการจะทําอย่างไร แล้วก็เงินที่จะกระตุ้น กระตุ้นอย่างไร จึงจะรู้สึกว่าการใช้เม็ดเงินอย่างพิถีพิถันและใช้เม็ดเงินอย่างมี ประสิทธิภาพนั้นจะทําอย่างไร แต่ถ้าท่านดูกรอบของสิ่งเหล่านี้อย่างกว้าง ๆ แล้วนี่ ผมเกรงนะครับว่าถ้าไม่ละเอียดพอ เงินที่ท่านใช้ไปแสนกว่าล้านบาทอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า เงินงบประมาณ กลางป้นั้นใช้เพื่อสังคมสงเคราะห์เสียมากกว่า เงินที่ท่านแจก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมยัง ไม่เห็นคําชมที่คนมาชมรัฐบาลเลย ผมยังเสียดายบอกเรียนท่านว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปสร้างงานจะสร้างได้มาก เสร็จแล้วก็คนที่ได้จะไปใช้กับอีซี่ บาย (Easy buy) ก็ตาม อิออน (Aeon) ก็ตาม หมดครับทุกคน เพราะฉะนั้นมันไม่หมุน เมื่อเปึนสิ่งเหล่านี้แล้วท่าน อย่าเอาสิ่งผิดอันนี้มาเกิดขึ้นอีก ในงบต่อไปที่เรากําลังจะกู้ในงบประจํานี่นะครับ ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมากที่หนี้สินจะเกิดขึ้นกับเราประมาณ ๑๐ ป้ถึง ๒๐ ป้ เพราะฉะนั้นผมจะขอสรุปให้ท่านเห็นว่า สิ่งที่ท่านน่าจะทําที่สุดนะครับ ท่านครับ ท่านเอาเงินไปลงทุนปัจจัยพื้นฐานไม่ว่าจะเปึนรถไฟก็ตาม หรือว่าถนนหนทางหรือระบบ ทางน้ําก็ตาม ผมอยากจะถามว่าเมื่อไปลงสิ่งเหล่านี้ จีดีพี หรือกระบวนการผลิตจะเพิ่มขึ้น อย่างไรนะครับ ขอให้ท่านช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่ามันจะเพิ่มขึ้นอย่างไร มีสิ่งหนึ่งที่ผม อยากเรียนท่านครับ ท่านต้องพัฒนาด้านอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ด้านไอซีที (ICT) ก่อนผมมาผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรี ไอซีที ท่านระนองรักษ์แล้วว่า ท่านก็มองเห็น และพร้อมที่จะกระทํา ท่านรู้ไหมครับว่าในอเมริกาปัจจุบันนี้เวลาจะตรวจหมอที่ โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เขาไม่จ้างหมอแล้ว เวลาทําผลแล็บ (Lab) แล้วจะส่งข้อมูลไปที่ ประเทศอินเดียแล้วหมอที่ประเทศอินเดียจะวินิจฉัยแล้วก็ส่งกลับไปที่อเมริกา ประเทศเรา โรงพยาบาลเรามีความสามารถสูงในการตรวจ แต่ถ้าท่านทําอินฟราสตรัคเจอร์ใน เทคโนโลยีสารสนเทศให้ดีนะครับ ท่านจะสร้างคุณูปการ สร้างประโยชน์ สร้าง จีดีพี ให้กับสังคมเปึนจํานวนมาก ผมจะยกตัวอย่างว่าจะมีอาชีพอะไรเกิดขึ้นมาก ไวท์ คอลลาร์ (White-collar) ที่ตกงานกับบริษัทที่ป่ดใหญ่ ๆ เขามีความรู้เปึนวิศวกร เปึนนักบัญชี ท่านไม่เคยเอาเงินเหล่านี้ไปดัมพ์กับคนเหล่านี้เลย ท่านเอาไปคนชั้นล่างเสร็จแล้วโกรว์ธ มันก็ไม่เกิดขึ้นเพราะว่าสติปัญญาก็ไม่มาก แต่ถ้าท่านดูคนไวท์ คอลลาร์ ที่สามารถที่จะ นําเงินที่มีคุณูปการ มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าจะสร้างฐานผลิตได้มาก ผมจะยกตัวอย่าง สั้น ๆ เพื่อจะเน้นให้เห็นว่า ถ้าเราเอาเงินไปครับ มีการวิจัยของ กทช. แล้วว่าถ้าเราพัฒนา อินฟราสตรัคเจอร์ ท่านรู้ไหมครับว่า แคท เทเลคอม (CAT Telecom) เราได้ไปลงทุนกับ ประเทศต่าง ๆ ในป้นี้แหละครับป้ ๒๕๕๒ ไฟเบอร์ ออพติก (Fiber Optic) ที่ผ่านมาจาก อเมริกาจะมาลงที่ท่าเรือศรีราชา ๖๔๐ จิกะบิต เสร็จแล้วถนนสายใหญ่มาแล้วแต่ท่าน ไม่ยอมทําถนนสายรอง ท่านรู้ไหมครับว่าประเทศเกาหลีตอนเศรษฐกิจตกเมื่อป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ เปลี่ยนล้างระบบไฟเบอร์ ออพติกทั้งประเทศเลยนะครับ เพราะว่าตอนนั้นราคา ถูก ท่านเชื่อไหมครับเศรษฐกิจตกตอนนี้ ถ้าท่านประมูลจะเหลือ ๑ ใน ๔ หรือว่าประมาณ กึ่งหนึ่งของราคาเต็ม ถ้าท่านทํา ไฟเบอร์ ออพติกให้ทั่วทั้งประเทศเรานี่นะครับ จะมีอาชีพ เกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเปึน คอล เซ็นเตอร์ (Call Center) ไม่ว่าโรงพยาบาลออนไลน์ (Online) ไม่ว่าจะเปึนโรงพิมพ์ ไม่ว่าจะเปึนเว็บเพจ (Webpage) ต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น มากมายจะสร้าง จีดีพี เพิ่มขึ้นจาก ๙ ล้านล้านบาท ผมว่าเปึน ๑๕ ล้านล้านบาทได้ แล้วคนที่เปึนนักศึกษานักเรียนต่าง ๆ ก็สามารถทํางานได้มาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาแล้วท่านสมเกียรติครับ หมดเวลา

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอสรุปเลยครับว่า สิ่งเหล่านี้ผมขอกราบเรียนรัฐบาลครับ เรื่องการกู้เงินจากไหน ผมไม่ห่วง แต่การใช้เงินที่มีประสิทธิภาพ สร้างนวัตกรรมความคิดใหม่ ๆ ให้คน ๖๔ ล้านคน สามารถขับเคลื่อน โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่ทํางานใหม่ สามารถจะใช้สติปัญญา ได้มาก เพราะฉะนั้นขอฝากรัฐบาลครับว่าให้ใช้เงินทุกเม็ดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลูกหลานของเราอีก ๒๕ ป้ข้างหน้าจะสามารถมีเงินใช้เขาได้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมวันนี้กราบเรียนตรง ๆ ว่ายังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ จากผู้นําและ ผู้บริหารของประเทศหรือว่าจะมีกระบวนการในการที่จะพาเศรษฐกิจของเราเดินได้ อย่างไร และนอกจากเฉพาะในวันนี้ครับจะเปึนการกู้เงิน เสนอกรอบแนวคิดในการที่จะ กู้เงินจากต่างประเทศแล้วก็ให้ตัวเลขเยอะแยะ ผมเข้าใจว่าในป้ ๒๕๔๐ ตอนที่ผมดู ประเทศผมเจ๊งนี่นะครับ ผมก็ชื่นชมนักการเงิน นักการคลังมาออกทีวีวิพากษ์ระบบ เศรษฐกิจก็ดูไป ส่วนผมเปึนวิศวกรก็ทํางานไปในระบบอุตสาหกรรม ผมก็ดูเขา เออ เก่งนะ เราก็ไม่มีความรู้อย่างนี้ แต่พอดูไป ดูไปหลายป้ พอป้ ๒๕๔๐ เปรี้ยงวันที่ ๒ เดือน ๗ ครับ ลอยค่าเงินบาท เจ๊งเลยครับ ท่านประธานครับ นั่นละครับคือสิ่งที่ผมต้องจดจํา จําหลายป้ จากจุดนั้นมาเห็นแนวคิด วิธีคิด กรอบความคิดของผู้นําของผู้บริหาร ผมบอกว่าถ้าคิดผิด นิดเดียวก็พาประเทศเดินไม่ได้แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเข้าใจว่าไม่ว่า ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กรรมกร ผู้คนทุกสาขาอาชีพหรือไม่ว่าความขัดแย้งของสีเหลือง หรือสีแดงนี่ทุกคนเสียภาษีหมดครับ และวันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี คณะรัฐบาลนี้ ท่านวันนี้เข้ามามีอํานาจมากเหลือเกิน มากจนกระทั่ง ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่มีใครเขาจะไปโค่นล้มท่านได้หรอกครับ แต่ว่าด้วยความ ที่ท่านแข็งแกร่งมากเกินไป ผมเข้าใจว่าถ้าท่านไม่ปรับตัวให้เร็ว ๆ นี่ครับจะก่อปัญหาใน อนาคตตามมา และอาจจะควบคุมไม่ได้ก็ได้ ในวันนี้ครับท่านประธานครับ ผมดูแนวคิด วิธีคิดของท่านนายกรัฐมนตรี ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็บอกแล้วว่า ผมดูเท่านี้นะครับ ผมเข้าใจว่าองค์กรนี้เดินได้นี่มีงานอยู่ ๓ ด้านคือ งานด้านการเงิน งานด้านการตลาด และงานด้านการผลิต วันนี้ท่านรัฐมนตรีมีความสามารถในด้าน การเงิน ไม่เถียงครับจบจากนอกมามีความรู้ มีนักเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ให้ข้อมูลกัน เยอะแยะ แต่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าแต่ก่อนเมื่อป้ ๒๕๔๐ ก็ดูเหมือนกันอย่างนี้ล่ะครับ แต่สุดท้ายประเทศผมก็เจ๊งครับ วันนี้ผมเข้าใจว่าทั้ง ๒ ท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านมีความรู้เฉพาะการเงินครับ แล้วก็พยายาม ที่จะนําระบบการเงินมาทําการตลาด แต่อย่างที่ผมเคยกราบเรียนแล้วว่าท่านไม่มีความรู้ ในเรื่องการผลิตเลย นี่คือสิ่งที่ผมจะฟันธงครับ วันนี้ประเทศของผม คนจะไปเปึน นายกรัฐมนตรี จะเปึนรัฐบาล จะเปึนรัฐมนตรีนี่นะครับ ท่านควรจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการผลิตที่แท้จริง ในเรียล เซคเตอร์ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ท่านหนึ่งท่านก็บอกแล้วว่าในเรื่องของอินดัสเทรียล (Industrial) ในเรื่องของการผลิตอยู่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูนโยบายนี้นะครับ ท่านใช้เม็ดเงินอัดลงไป ๒,๐๐๐ บาท ประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกผมดูท่านแค่นี้ผมก็ ว้าเหว่ใจไม่มีสัญญาณใด ๆ เลยที่จะทําให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น แล้วก็ดู กระบวนการไหลของเม็ดเงินเปึนไปตามคาดครับ ไหลเข้าไปอยู่เฉพาะกลุ่มทุนครับ ส่วนชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ พ่อค้าแม่ขาย ไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าปัญหาเรื่องหนึ่งครับ จ่ายเปึนเช็คครับ เดี๋ยวคอยดูนะครับเปลี่ยนมือได้นะครับ เดี๋ยวไปตรวจสอบกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมดูว่าท่านประธานไม่เปึนก็เพราะว่าท่านไปขึ้นภาษีน้ํามัน ผมก็อุตส่าห์ ชี้ตัวเลขให้แล้วว่าภาษีน้ํามัน ๕ บาท ถ้าท่านมีความรู้จริง ถ้ามีความรู้แบบมือผลิต มือนักการทํางานที่แท้จริงท่านจะต้องจับ ๓ ด้านเลย ไม่ใช่เฉพาะเอาการเงินมาเล่น วันนี้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านให้ข้อมูลเยอะแยะมาก ผมมีความคิดเห็นที่แตกต่างแล้วก็ ผมอยากจะเห็นครับ อยากให้รัฐบาลนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านควรจะมีแนวคิดที่มันแปลก ประหลาดที่มันแข็งแกร่งกล้าคิด กล้าทําที่มันดีกว่านี้ ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าเงินมีเม็ดเงิน เหลืออยู่เท่าไร จีดีพี เท่าไร เก็บภาษีได้เท่าไร แล้วก็มาประมาณการคาดคะเนกัน วิธีการ เก็บของกรมศุลกากร ของกรมสรรพสามิต การเก็บภาษีทั้งหลายมารวม ๆ กันแล้วบอกว่า จะขาดดุลเท่าไร แล้วต้องกู้เท่าไร ผมว้าเหว่ครับ ผมถึงบอกว่าไม่มี ไม่มีสัญญาณใด ๆ เลยที่จะแสดงว่าท่านมีความ พยายามในการที่จะทําให้ประเทศของผมมันรองรับกับระบบเศรษฐกิจที่กระหน่ําลงมา ไม่มีใครทานได้ครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้อย่างไรก็แล้วแต่ประเทศของผม อย่างไรก็ในน้ํา มีปลา ในนามีข้าว อยู่นิ่ง ๆ ได้ไหม ไม่ต้องกู้ หรือว่าเราพยายามไม่กู้ แต่ว่าจับทฤษฎี บางทฤษฎี เหล็กขึ้นไปลอยบนฟัาได้ เหล็กไปลอยในน้ําได้ และเหล็กดําน้ําได้ ก็เพราะเปึน แนวคิดที่แปลก หักล้างทฤษฎีทางฟ่สิกส์ แต่ก็ใช้ทฤษฎีทางฟ่สิกส์ด้านอื่นประกอบเข้ามา วันนี้ทฤษฎีทางการเงินของท่าน ผมว่าเอาอย่างนี้ดีไหมครับเวลาก็ไม่ค่อยมี ผมเข้าใจว่า วันนี้นะครับ ถ้าท่านจะช่วยนะครับ ท่านทําอย่างไรก็ได้ให้ธุรกิจที่มันมีอยู่อย่าเพิ่งป่ดตัว สถาบันการเงินท่านต้องกดเข้าไป ท่านปล่อยให้เขากู้ลงไปให้เขารองรับ ไม่ว่าโครงการ ต่าง ๆ ทั้งหลายที่คนเขาพยายามทําในการผลิตที่แท้จริง ไม่ว่าการก่อสร้างในธุรกิจ ทุกด้าน การผลิต ทางเกษตรกรรมก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี ท่านก็แบคอัพ (Backup) เขาไป ท่านก็สั่งสถาบันการเงินปล่อยเขาไป แล้วท่านก็คอยควบคุมเม็ดเงินไว้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้ถ้าผมขอพูดเข้าเนื้อหาเลยครับ ทฤษฎีแปลกประหลาด คุณธนินท์ เจียรวนนท์ เสนอ ๒ สูง ผมก็มานั่งคิด ๆ สิ่งนี้จริง ๆ แล้วเคยคิด ถ้าประเทศ เจริญทํา ๒ สูงได้ แต่วันนี้ประเทศเจ๊งนี่ ประเทศยังไม่เจ๊งนะครับ ประเทศยังมีเงินอยู่ แต่ว่าท่านกล้าที่จะทําไหมครับ ยกตัวอย่าง วันนี้ผมเปึนกรรมกรค่าแรงขั้นต่ํา รับมา ๒๐๐ บาท แต่ผมก็จ่าย ๒๐๐ บาท ซื้อของ ผมก็อยู่ได้ ไม่มีเงินเก็บ แต่ถ้าวันนี้ผมเหลือ ๑๐๐ บาท เพราะว่าถ้าไม่ให้ผม ๑๐๐ บาท บริษัทก็ต้องป่ด ถ้าจ่ายผม ๑๐๐ บาท แต่ว่า ของก็ถูกลงครึ่งหนึ่งเหมือนกัน ผมก็เอา ๑๐๐ บาทนี่ซื้อของจับจ่ายใช้สอยได้ผมก็อยู่ได้ ลักษณะอย่างนี้ กระบวนการอย่างนี้ท่านได้คิดไหมว่าทําอย่างไรถึงทําให้ต้นทุนการผลิต เราลดลง ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลง ด้วยค่าแรงที่มันต่ําลงได้ไหม โดยประเทศอยู่นิ่ง ๆ ถ้าวันนี้ท่านกู้มา ท่านคิดจะไปขายของ ถึงแม้จะสร้าง โปรดักท์ (Product) ที่มี โปรดักท์ติวิตี้ (Productivity) มีผลผลิตขึ้นมา แต่ท่านก็ส่งออกไม่ได้ถ้าท่านยังส่งออกในต้นทุนที่ยังมี ต้นทุนสูงอยู่เหมือนปกติตรงนี้ไม่มีทาง วันนี้มีแต่ว่าทําอย่างไร วันนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านต้องส่งสัญญาณเลยครับว่า วันนี้การกู้ยังไม่อยากคิดถึงครับ ท่านต้องแสดงก่อนว่า ท่านพยายามควบคุมแล้วในทุกด้านของการใช้เงินไม่มีการคอร์รัปชัน การใช้นโยบาย ที่ไม่ผิดพลาด ไม่มีการอัดเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปซี้ซั้ว ไม่มีการขึ้นภาษีน้ํามัน ไม่มีการใช้ นโยบายที่ดูแล้วมันไม่เกิดผลผลิต แต่ขณะเดียวกันท่านก็ส่งสัญญาณไปเลย บอกว่าให้ คนไทยทุกคนตอนนี้ต้องรับแรงกระแทก เตรียมตัวนะครับ บริษัทที่จะป่ดตัวขออย่าเพิ่งป่ด สถาบันการเงินสนับสนุน รัฐบาลไปค้ําประกัน ในขณะเดียวกันคนทํางานอาจจะต้องรับ เงินเดือนต่ําลงกว่าครึ่งหนึ่ง นี่หมายความว่าถึงสุด ๆ นะครับ ซึ่งทําทฤษฎี ๒ ต่ํา แต่ว่า ควบคุมค่าใช้จ่ายชีวิตประจําวัน บริษัทใหญ่ ๆ ที่ผลิต ไม่ว่าน้ํา ไม่ว่าอะไร ก็แล้วแต่ สินค้าอุปโภค บริโภค ให้ต่ําลงครึ่งหนึ่งได้ไหม มันเปึนความยากเหมือนกับที่จะ ทําให้เหล็กไปลอยในน้ํา ไปบินอยู่บนฟัา หรือไปดําอยู่ในน้ํา แต่ผมบอกว่ามันก็เปึน แนวคิด ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ครับ กระบวนการในการที่จะใช้ความรู้ไม่ใช่เฉพาะ ทางด้านการเงิน ผมบอกแนวคิดที่จะต้องอยู่นะครับ อยู่ได้ด้วยตนเองนะครับ อยู่ได้โดย ลดต้นทุนค่าใช่จ่าย โดยให้พี่น้องคนไทย รีบเตือนไปนะครับ ให้เขาทํางานหนักขึ้นเปึน ๒ เท่า ค่าใช้จ่ายลดลงครึ่งหนึ่งโดยรัฐบาลควบคุม รัฐบาลจะควบคุมสินค้าอุปโภค บริโภค ทั้งหลาย แล้วก็ช่วยให้องค์กรร้านค้าบริษัททั้งหลายให้เขาอยู่ได้โดยสถาบันการเงินเข้าไป แบคอัพไว้ อย่างนี้จะเปึนความท้าทาย แล้วถ้าตอนนั้นเงินไม่พอท่านค่อยกู้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ชุดต่อไปนะครับ คุณนฤมล ศิริวัฒน์ คุณฐิติมา ฉายแสง คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี คุณสรวงศ์ เทียนทอง คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณชลน่าน ศรีแก้ว คงจะจําได้ทุกคนแล้วนะครับ เชิญ ท่านนฤมล ศิริวัฒน์ ครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ คอยมานานทั้งวันเลยนะคะ ก็ด้วยความรู้สึกที่อยากจะแสดงความคิด ความเห็นเพื่อที่จะให้มีการบันทึกเอาไว้ ครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่พวกเราจะได้มีโอกาส พิจารณากรอบการเจรจากู้เงินเพื่อที่จะมาทําการฟุ๋นฟูทางด้านเศรษฐกิจ หรือจะมา ทํางานทางด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ตาม เปึนครั้งแรกค่ะ แต่เผอิญกรอบที่รัฐบาลได้เสนอ เข้ามามันยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่พอสมควร ดิฉันได้ฟังมาเกือบจะเปึนคนสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายก็ว่าได้ หลายท่านที่ได้อภิปรายไปล่วงหน้าแล้วมีความรู้สึกว่าไม่ได้มีความ ขัดข้องนะคะ ยอมรับ เข้าใจว่าจําเปึนถึงเวลาที่เราจะต้องเดินหน้าเพื่อหาทางที่จะสู้กับ ความถดถอยของเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน หรือว่าเปึนฝ์ายรัฐบาลเองมีความห่วงใย ก็คงจะเปึนในเรื่องของวัตถุประสงค์ของการนํา เงินจากข้างนอกมาใช้ ท่านบอกว่ามันมีข้อจํากัดในการที่จะใช้เงินภายในประเทศ เงินกู้ ท่านบอกว่าดอกเบี้ยจากต่างประเทศดีกว่า ถูกกว่า ท่านบอกว่าระยะเวลาในการที่จะใช้ หนี้คืน ๗–๑๐ ป้ เปึนระยะที่เหมาะสม รัฐบาลทําได้ พวกเราก็คิดว่ามันก็มีเหตุผล อยู่ในตัวนะคะ ดิฉันเองก็อยากจะมีสิ่งซึ่งฝากเอาไว้ว่า ความไม่เห็นหรือความเห็น ไม่ลงรอยกันในช่วงของการอภิปรายนี่มันก็เปึนเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิที่จะคิดได้ อาจจะเปึนความเชื่อส่วนตัว ความไม่เชื่อส่วนตัวในเรื่องของความสุจริตของรัฐบาลที่จะ นําเงินกู้มาใช้ก็แล้วแต่บุคคล แต่สําหรับดิฉันเองดิฉันก็อยากจะบอกว่าในเมื่อมองไป ข้างหน้า เราเห็นไม่ชัดเจนว่าท่านจะเอาเงินไปทําอะไรอย่างไรนะคะ จริง ๆ แล้วถ้าว่ากัน ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานรัฐสภาคะ รัฐธรรมนูญในวรรคสามของ มาตรา ๑๙๐ บอกว่า ต้องให้รัฐบาลนําเรื่องราวเหล่านั้น เอากรอบมาเสนอให้ที่ประชุม รัฐสภาได้พิจารณากัน เขาก็ไม่ได้เขียน ท่านประธานคะว่าเอากรอบกว้าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ ที่พูดกันมาท่านก็บอกอันนี้แค่เปึนกรอบ ดิฉันก็เรียนว่า แม้ว่าจะเปึนกรอบนี่นะคะ เปึน กรอบที่มีรายละเอียดสักหน่อย เพื่อให้เรามีข้อมูล มีงานที่จะต้องพิจารณา มีโอกาสที่จะ ได้คิดตามท่านไปอย่างมีเหตุผล นั่นนะคะ คือสิ่งที่ดิฉันคิดว่าถ้าทําเข้ามาปัญหาในการ อภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ มันก็จะลดลง ใช่ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่ามันเปึนกรอบ ไม่แปลกหรอก เอาแบบนี้แหละ แต่ดิฉันบอกว่ามันไม่แปลกก็จริง แต่มันจะดีค่ะ มันจะเปึน ประโยชน์ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มกว่านี้ มันจะลดอะไรที่จะพูดคุยกันอย่างที่เราได้ยินกันมา ในวันนี้ไปได้มากทีเดียวค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าถ้าเรามองไปข้างหน้า เราไม่เห็น อะไรมากมายเลยที่จะใช้เปึนข้อมูลในการที่จะประกอบการตัดสินใจของเราว่าเราจะให้ ความเห็นชอบกับรัฐบาลในเรื่องของการที่จะไปกู้เงิน เราก็ต้องมองย้อนหลังค่ะ เรามอง ย้อนหลังเมื่อ ๒ เดือน ๓ เดือนเศษนี้นะคะ ท่านมีนโยบายฟุ๋นฟูเศรษฐกิจออกมา จะพูดว่า ที่โดดเด่นก็คือจะเปึนเรื่องของ สปส. อะไรนะคะ รบ. ๒๐๐๐ ที่ท่านใช้กันในระบบที่คุย นี่นะคะ ก็คือเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปให้กับผู้ประกันตน แล้วก็บุคลากรของรัฐนี่นะคะ ดิฉันได้เคยอภิปรายไปในคราวที่มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางป้เพิ่มเติมนั้น แล้วว่า โดยหลักการนั้นไม่เห็นด้วย ดิฉันอยากเห็นว่าคนจะได้เงินต้องทํางาน แล้วอยากให้ มันเกิดเปึนค่านิยมที่ถูกต้องอย่างนั้น ในคราวนั้นดิฉันก็พูดไปถึงในเรื่องของความไม่ชัดเจนในเรื่องของการประเมินโครงการ เวลาเราทําโครงการอะไรนี่นะคะ เราอยากที่จะบอกว่าโครงการนี้มันคุ้มค่า คุ้มค่าต่อ การลงทุนด้านใด ๆ มันต้องมีตัวชี้วัดค่ะในครั้งนั้น แล้วจนถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่บอกว่าจะมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนนะคะในเรื่องเกี่ยวกับมาตรการหรือว่าโครงการที่จะ ช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนหรือว่าแรงงานที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือนนะคะ ในเรื่องวิธีการค่ะ ท่านประธานคะวิธีการที่รัฐบาลได้พยายามที่จะนําเสนอ โครงการที่จะช่วยเหลือประชาชน ท่านคะ อีก ๒-๓ วันนี้ วันที่ ๒๖ นี้ก็จะเริ่มแล้วนะคะ โครงการที่ว่านี่ค่ะ ทุกคนอยากจะได้เงินหมดค่ะ ถามไปที่ผู้ประกอบการนะคะวุ่นวาย ไปทีเดียวเลยค่ะ ท่านรู้ไหมคะวิธีการที่ไม่ชัดเจน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ท่านบอกว่า ให้ผู้ประกอบการช่วยส่งชื่อ รายชื่อของบุคคลซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยอันนี้เข้าไปให้ที่ ประกันสังคมในแต่ละเขตอะไรก็แล้วนะคะ ทํากันวุ่นวายไปหมดนะคะ ดิฉันได้ข้อมูล ได้ร้องเรียนมาจากผู้ประกอบการเยอะทีเดียวค่ะ เขาทําให้เสร็จไปเรียบร้อยท่านประธานคะ พอมาถึงวันที่ ๑๓ มีนาคมค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าด้วยอะไรนะคะก็มีหนังสือส่งไปถึง ผู้ประกอบการทั่วไปหมดบอกว่าจะเปึนเช็คที่จะต้องไปรับด้วยตนเองค่ะ เขามีหนังสือ ส่งไปถึงสถานประกอบการบอกว่าต้องมารับด้วยตนเอง ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยชัดเจนเลยค่ะ ท่านคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามค่ะว่าท่านได้คํานึงถึงไหมคะว่ามาตรการที่ทาง ผู้ประกอบการที่จะต้องประสบเวลาที่คนงานของเขาจะต้องกรูกันออกมาทุกคนอยาก ได้เงินหมด มาเพื่อจะมารับเงินอันนี้ของท่านนี้นะคะ สภาพโรงงาน สภาพ สถานประกอบการ สภาพร้านอาหาร โรงแรมของเขาจะเปึนอย่างไร อันนี้คือผลกระทบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในตัวชี้วัดของท่านนะคะ แล้วนี่ค่ะคือความเสียหาย ความไม่มั่นใจในวิธีการ ที่จะนํานโยบายไปปฏิบัติ ความไม่ชัดเจนในเรื่องของตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ความไม่มีตรรก ที่เหมาะสมในการใช้เงินงบประมาณนี้ล่ะค่ะ คือเหตุผลที่ทําให้พี่น้องเพื่อนสมาชิกของเรา เกิดความระแวง เกิดความไม่ชอบใจ เกิดความไม่ไว้วางใจและแน่นอนค่ะ เกิดความไม่เชื่อมั่น ค่ะว่าการกู้มาใหม่อีกครั้งนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทจะทําประโยชน์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ประชาชนจริง ๆ ท่านรู้ไหมคะว่าถ้าวันนั้นมาถึงท่านบอกว่าจะมี ๗,๕๐๐ สถานประกอบการ ที่รัฐบาลจะนําส่งให้ มี ๖๐ ม้าเร็วนําส่งให้ มี ๘ อําเภอ มีสํานักงานประกันสังคมทั้งหลาย ที่จะทําให้ ดิฉันยังคิดไม่ออกเลยค่ะ พนักงานคนสวนที่อยู่ในสนามกอล์ฟที่เขาอยากจะไป รับเงินเขาจะไปกันอย่างไร คนที่เขาไม่มีความพร้อมในด้านของเงินวันนั้นต้องหยุดงาน ๑ วันค่ะ ถ้าประกาศตรงกับวันหยุดของโรงงานก็ดีไม่ต้องเสียเงินวันนั้น ๑ วันรายได้ แต่ถ้าไม่ใช่วันที่เขาหยุดงานเขาจะต้องไปรอกันค่ะไปรอกันอย่างนั้นแล้วจะเสร็จเมื่อไร ก็ไม่มีใครประกันได้ ท่านคะ สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะมันไม่ได้ทําให้เราเกิดความมั่นใจนะคะว่า การเอาเงินกู้ไปเอาเงินกู้มาแล้วจะมาทําแล้วมันเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ ผู้ประกอบการ เสียเงินค่าเดินทางไป ๒ ครั้ง เสียเงินค่ารับจ้างทํางาน ๑ วัน หยุดงานไปบางคนก็เสียเบี้ย โอกาสนะคะ เคยทํางานดีไม่เคยขาดงาน ๑ เดือนได้เงินรางวัล ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ขาดไปค่ะ เพราะว่าอะไรคะ อยากได้ ๒,๐๐๐ บาทนั้นนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผลนะคะ เราพูดกันด้วยความรู้สึกที่หวังดีอยากจะเห็น ว่าเม็ดเงินเหล่านั้นเมื่อจําเปึนต้องกู้ กู้แล้วไม่ได้เสียไม่ได้หายอะไรมากมาย หนี้สาธารณะ ของเราต่อสัดส่วนของ จีดีพี ท่านบอกว่ายังดีอยู่หลายประเทศเปึนอย่างนั้น ดิฉันก็คิดว่า ใช่นะคะ ในแง่ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถ้าไม่ลงมาช่วยเลยจะแย่กว่านี้ ดิฉัน ก็เห็นด้วยค่ะก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดกันไปแล้วนะคะว่า ถ้าหมดก๊อกนี้แล้ว จะมีก๊อกไหนอีกท่านต้องคิดยาวไว้ด้วยค่ะ ในเรื่องของความไม่เชื่อมั่นท่านต้องแก้ค่ะ กรอบของการที่เราจะคุยกันนี่นะคะ ตรงที่เปึน ส่วนของเงินจะเอาไปใช้ ใช้อย่างไร ใช้กับใคร ใครได้ประโยชน์สูงสุด ประโยชน์ทับซ้อน ที่จะได้แก่ใคร ดีแก่ใครบ้าง ดิฉันไม่มีเวลาที่จะพูดนะคะ แต่เรียนเลยค่ะว่าความไม่เชื่อใจ ความไม่เชื่อมั่น มันทําให้เกิดความรู้สึกอย่างวันนี้ที่เกิดขึ้นนะคะ เรามีรัฐธรรมนูญที่ อาจจะไม่สมบูรณ์นักที่ยังต้องมีกฎหมายต่าง ๆ มาเติมในส่วนของกฎหมายลูก แต่ก็ดีค่ะ ในส่วนหนึ่งที่ทําให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้นนะคะ อาจจะเหน็ดเหนื่อย แต่คิดว่าเปึน ประโยชน์แล้วก็เปึนวันที่ท่านจะได้รับข้อมูลจากพวกเราไปทั้ง ๒ สภาแล้วไปดําเนินการ แก้ไขกลับมาค่ะ เรายินดีที่จะช่วยกันเดินไปด้วยกันอย่างนี้ค่ะ ขอบพระคุณนะคะ สวัสดีค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเอง อยากจะเปึนคนที่จะอภิปรายเปึนคนแรก แล้วก็ยกมือตั้งแต่แรกแต่ว่าก็ไม่เปึนไรค่ะ ชื่อมา อยู่ตรงท้าย ๆ นี้แล้วนะคะ ที่ถามว่าทําไมถึงอยากจะอภิปรายเปึนคนแรก เพราะว่าเรื่องที่ ดิฉันจะถามต่อไปนั้นมันเปึนเรื่องที่ควรจะพูดกันตั้งแต่แรก ท่านประธานคะ ดิฉันเองเข้าใจ ว่าการที่จะเซ็นสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศนั้น เราต้องเอาเข้าสู่ รัฐสภา มาทําตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญกัน ซึ่งมาตรา ๑๙๐ นั้นที่เราพูดกันอยู่ เปึนประเด็นที่หนักหน่วงอยู่มากก็คือวรรคสาม ให้รัฐบาลเอาเข้าสภาเพื่อขอกรอบ การเจรจา ดิฉันเห็นด้วยว่าเราจะต้องมาขอกรอบกันก่อน แต่ว่าในวรรคสามของ รัฐธรรมนูญนั้นมันมีคําบางคําที่ดิฉันเองกับหลาย ๆ คนยังคงสงสัยอยู่ค่ะ ว่าก่อนการ ดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตาม วรรคสองนั้น คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบ เจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย ตรงนี้เปึนสิ่งที่ดิฉันเองวันนี้ถามเพื่อน ส.ส. ด้วยกัน ก็ยังมีคนเข้าใจไม่ค่อยจะเหมือนกัน ก็เลยอยากจะถามท่านประธานรัฐสภาผ่าน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ท่านนั้นเข้าใจว่าข้อมูลก็ดีหรือการจัดให้มี รับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นเพื่อจะเอามาชี้แจงต่อรัฐสภา มันเกิดขึ้นก่อนที่จะมา เสนอกรอบ หรือมันจะเกิดขึ้นทีหลังจากการเสนอกรอบนี้แล้ว อยากเรียนถามอันนี้ก่อนค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธานให้ท่านรัฐมนตรีท่านตอบให้ดิฉันฟัง ตรงนี้ก่อนได้ไหมคะ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ยิน ท่านประธานคะ ขอถามคําถามนี้ คําถามเดียวค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านคงจดไว้แล้วครับ เดี๋ยวท่านตอบ เองนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา 🔗

หรือคะ โอ.เค. ถ้าอย่างนั้นมันยังคงสงสัยอยู่ว่า ๒ แนวคิดนี้ แนวคิดหนึ่งที่ดิฉันคิดไว้ก็คือว่า ถ้าการนําเสนอข้อมูลหรือการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะต้องมาก่อนที่จะมา เสนอกรอบ มันก็กลายเปึนว่าดิฉันเองยังไม่ได้รับข้อมูลนั้นหรือความคิดเห็นของประชาชน เลย และวันนี้ดิฉันก็ถามเจ้าหน้าที่ที่ใส่สูทสีแดงว่ามีความคิดเห็นของประชาชนมา นําเสนอต่อสภาไหม เพราะไม่เห็นเลยอยู่บนโต๊ะนี้ เขาก็บอกว่าไม่มี เอาละ ดิฉันเอง ก็ได้รับฟังสมาชิกบางคนพูดว่า เดี๋ยวหลังจากนี้ หลังจากเสนอกรอบแล้ว ก่อนจะไป เซ็นสัญญาก็จะมาเสนอความคิดเห็นต่อไป เพราะฉะนั้นคําถามยังคงมีอยู่ว่า ท่านจะ เสนอ จริง ๆ จะเสนอก่อนเปึนเรื่องที่ ๑ ก่อนจะเสนอกรอบหรือหลังกรอบนะคะ เพราะถ้าก่อนที่จะเสนอกรอบท่านไม่มีให้ ท่านขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านขัดแล้วนะคะ อันนี้มันเปึนหลักใหญ่มากเลยที่ดิฉันคิดว่ามันจําเปึนต้องพูดกันให้ รู้เรื่อง เอาละยังไม่ตอบดิฉันตอนนี้ เดี๋ยวจะต้องตอบให้แน่ชัด ดิฉันเองเปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชน ดิฉันต้องทําหน้าที่ให้ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ถูกกฎหมายที่สุดด้วย เพราะฉะนั้นถูกต้องหรือดีหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีข้อมูลให้ดิฉันเสร็จ ทํางานไม่ได้ ไม่สามารถจะทําได้ดีได้ นี่คือข้อที่ ๑ ที่อยากจะเรียนถามไว้นะคะ

ข้อที่ ๒ ดิฉันพยายามจะอ่านรายละเอียดของกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งบอกว่าในประเด็นการเจรจาเพื่อเสนอกับ รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบนี่มันมีประเด็นเต็มเลย อยู่ในที่นําเสนอว่า เช่น วัตถุประสงค์การกู้เงิน กรอบวงเงินกู้เอย กรอบต้นทุน ระยะเวลาการกู้เงิน กรอบการจัดซื้อ จัดจ้าง กรอบระยะเวลา กรอบการกํากับติดตามตรวจสอบการใช้เงิน ท่านประธาน ในประเด็นนี้วัตถุประสงค์การกู้เงิน กําหนดว่าให้เปึนไปตามนัยของมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็แก้ไข ป้ ๒๕๕๑ ดิฉันก็หยิบ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะนี้มาอ่าน โดยเฉพาะมาตรา ๒๒ เขาก็บอกไว้ว่า การกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําโดยมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงิน นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ต้องใช้เปึนเงินตราต่างประเทศหรือ จําเปึนต้องกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศอย่างนั้นอย่างนี้ พอมา วรรคสองบอกว่า การกู้เงินตามวรรคหนึ่งนั้น ให้กําหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินอย่าง ชัดเจน ประเด็นคําว่า ชัดเจน จะเห็นว่า ท่านสมาชิกไม่ว่าท่าน ส.ส. หรือ ส.ว. นั้นท่านได้ พูดว่ามันไม่ชัดเจนมาตั้งแต่เช้า เราพูดกันว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าจะเอาไปทําอะไร ดิฉันเอง ก็สงสัยเช่นนั้นเหมือนกันท่านประธาน สงสัยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น จะกู้เงินนั้น เอาเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญไปทําอะไร โครงการ อะไรบ้าง ด้านไหนบ้าง จะด้านเกษตรกรรม หรือด้านอุตสาหกรรม หรือด้านคมนาคม แต่ละโครงการจะใช้เงินเท่าไร สงสัยเหมือนกัน แต่ละโครงการจะไปเกี่ยวข้องกับประชาชน กลุ่มไหน อาชีพอะไรบ้าง คาดว่าจะเกิดผลกระทบกับประชาชนกลุ่มไหน คนพวกนั้น อาศัยอยู่ที่ไหน ดิฉันก็สงสัยหมดเลย ทีนี้มาตรา ๒๒ บอกว่า ต้องพูดให้ชัดเจน ทีนี้มันเปึน ปัญหาว่ามันไม่ชัดเจนนะสิท่านประธาน ทําอะไรก็ไม่รู้ ที่ไหนก็ไม่รู้ อย่างไรก็ไม่รู้ เท่าไร ก็ไม่รู้ ใครได้ประโยชน์ก็ไม่รู้ ใครได้โทษก็ไม่รู้ คาดว่าผลกระทบไปเกิดกับใครก็ไม่รู้ สรุป มันไม่ชัดเจน เมื่อมันไม่ชัดเจนมันก็หมายความว่ามันอาจจะขัดกับกฎหมายนะสิ ท่านประธาน มันขัดกับมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ มันอาจจะขัดต่อกฎหมายได้ ทีนี้ถามว่าพูดกันมาเยอะ เรายกตัวอย่างกันหน่อยดีกว่าว่า ทําไมถึงอยากจะรู้นัก ทําไมต้องชัดเจน ทําไม ส.ส. ส.ว. ต้องอยากจะรู้นัก ท่านประธาน สมมุติว่าเปึนหุ้นส่วนบริษัท เอาละ กรรมการผู้จัดการอะไรก็แล้วแต่จะไปกู้เงินสัก ๑๐๐ ล้านบาท หุ้นส่วนนี้ก็บอกว่าอยากจะรู้เหลือเกินว่า ๑๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไร กรรมการผู้จัดการก็บอกว่า ไม่ต้องรู้หรอก เอาน่าขอให้อนุมัติแล้วกันนะ ๑๐๐ ล้านบาทนี่ นี่มันคือความไม่ชัดเจน ถามว่าเขาทํากันหรือ เขาไม่ทํา เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นว่ามันขัด ทั้ง ๒ เรื่อง ในความคิดของดิฉันอ่านวรรคสามของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแล้ว คิดว่า จะต้องมีความคิดเห็นของประชาชนมาก่อน มีข้อมูลที่ละเอียดมาให้ ถ้าไม่มีมันขัดกับมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ส่วนรายละเอียดไม่ชัดเจนก็ขัดกับมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะอีก สรุปดิฉันมีความรู้สึกว่ามันขัดทั้ง ๒ เรื่องเลย แต่ถามว่าดิฉันเองมีความห่วงใยในหลาย ๆ ด้านไหม ห่วงใย แต่รัฐบาลต้องทําถูกกฎหมาย เปึนห่วงใยอันนี้อีก ทีนี้ที่ดิฉันท้วงติงไม่ได้หมายความว่าดิฉันเองจะไปค้านการมาขอกรอบ การเจรจานะคะ เห็นด้วยว่าต้องมาขอกรอบการเจรจา เห็นด้วยว่าต้องทํา แต่ว่าท่านประธานคะ ถ้าคราวหน้าถ้ารัฐมนตรีตอบว่ามันควรจะอยู่หลังจากกรอบการเจรจาครั้งนี้ ก่อนจะไป เซ็นสัญญาจะมาบอกนะว่าจะมีความคิดเห็นประชาชนอย่างไร รายละเอียดจะมีอย่างไร ถ้าจะมาบอกคราวหน้า ได้ แต่ถ้าคราวหน้าไม่บอกละก็หมายความว่า หมายความว่า ท่านจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดิฉันคงต้องใช้ มาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเล่นงานท่านต่อไปค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ หมดเวลาพอดี ได้เวลา ต่อไปคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมได้เห็นการทํางานของรัฐบาล ในการเสนอกรอบการเจรจากู้เงินต่างประเทศ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท การกู้เงินต่างประเทศ มาใช้นั้นประเด็นคือว่าอย่างที่สมาชิกหลายท่าน แต่ว่าเราจะเอาเงินมาทําอะไร รายละเอียดอย่างไร ซึ่งนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีหลายอย่าง หลายข้อ ซึ่งเราไม่สามารถอธิบายกับประชาชนได้ อย่างเช่น เงิน ๒,๐๐๐ บาท คือก่อนจะ ทําอะไรนะครับนโยบายต่าง ๆ เรียนโจทย์ เขียนโจทย์ ต้องตอบคําถามให้ได้ อย่างเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้นเราเขียนโจทย์ว่าเราจะแจกผู้มีเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ตอน ตอบจะแจกแบบไหนหาคําตอบใช้เวลานาน ผมถึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ทางด้านเศรษฐกิจรัฐบาลชุดนี้นะครับ จะทําอะไรควรจะ ปรึกษาหารือในหมู่คณะ คือถ้าเกิดเราทําอะไรโดยพลการปัญหาจะเกิดภายหลัง เพราะว่า ไม่สามารถอธิบายกับประชาชนได้เฉพาะ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลเอง ยิ่งผมเปึน ส.ส. พรรค ประชาธิปัตย์นะครับ จะตอบกับชาวบ้านหรือตอบสังคมผมยังหาคําตอบไม่ได้ เพราะ โจทย์ผมไม่ได้เปึนคนตั้ง ท่านเปึนคนตั้งโจทย์ แต่ให้ผมเปึนคนตอบคําถาม เรื่องนี้ ก็เหมือนกันนะครับว่ากรอบเจรจาการกู้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถามว่าท่านมาให้เราดูวันนี้ ศึกษาเพียงวันเดียว โดยไม่ผ่านความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ การทําอะไรก็ตามนะครับ การกู้เงินซึ่งเปึนเศรษฐกิจที่ระยะนี้เราจําเปึนต้องใช้สิ่งสําคัญนะครับ บ้านเมืองจะดีขึ้นนั้นการกู้เงินนั้นต้องมีประโยชน์มากที่สุด ประโยชน์มากที่สุดก็คือ การท่องเที่ยว และเมืองเกษตรกรรม เพราะประเทศไทยเปึนเมืองเกษตร แต่ชั่วโมงนี้ การท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นตกต่ําอย่างมาก เหตุเกิดจากหลายประการครับ เรื่อง เกิดมาจาก ๒-๓ เดือนที่แล้วมีการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ปัญหาประเทศชาติสูญเสีย รายได้ เงินถึง ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าวันนั้นไม่เกิด วันนี้เราคงไม่กู้เงินใครมา คิดอยู่ว่า เรากู้เงินวันนี้แล้วปัญหาบ้านเมืองภายในยังไม่สงบ เรากู้เงินมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปัญหาภายในประเทศไทยยังกู้ไม่ได้เลย กู้ปัญหาให้คนไทยรักกัน เพราะฉะนั้น การกู้เงินต่างประเทศมาช่วยเหลือคนไทยด้วยกันให้ฟุ๋นฟูนั้นอยากให้คณะรัฐมนตรี กู้ความดี กู้ความสัมพันธ์ ความสมานฉันท์ในประเทศชาติให้ได้เสียก่อน คือบ้านเรายัง ไม่เรียบร้อย เราจะเอาเงินต่างประเทศมาทําอะไร จะกู้มาทําอะไร กู้ความรักความสามัคคี ในบ้านเมืองก่อนไม่ดีหรือครับ ผมเห็นด้วยเรื่องเศรษฐกิจตอนนี้ทั่วโลก มีเศรษฐกิจต้องกู้เงินมาเยียวยา แต่เราจะเยียวยา หัวใจของคนไทยให้ไม่มีแบ่งค่ายได้อย่างไร นี่คือปัจจัยสําคัญของคนไทยทุกคน ทําอย่างไรให้คนไทยม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง ถ้าเสียเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาททําให้คนไทย รักกัน ผมว่าไม่ต้องกู้จะดีกว่า แต่จะทําอย่างไรให้คนไทยจํานวน ๖๕ ล้านคนรักกันสําคัญ มากกว่า กว่าที่จะไปกู้เงินต่างชาติ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะวันนี้เศรษฐกิจมันอยู่ที่ คนไทยด้วยกัน ทุกวันนี้คนไทยแบ่งค่ายแบ่งฝ์าย กู้เงินมาก็ไม่มีประโยชน์นะครับ เพราะว่า บริหารประเทศชาติก็คงลําบาก จะทําอะไรก็เกิดการขัดขวาง อนาคตพืชไร่อย่างที่บ้านผม นะครับ เดี๋ยวเงาะก็ออก ทุเรียนก็ออก ก็ต้องมาเทหน้าศาลากลาง รัฐบาลก็หาราคา ประกันพืชผลมาอีก คือเขาเรียกว่าเรียนผูกแต่ไม่เรียนแก้ เราแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุของ เศรษฐกิจอยู่ที่ไหนครับ อยู่ที่พวกเรานะครับ สมาชิกรัฐสภาทุกคนต้องสมานฉันท์กันก่อน ก่อนที่จะให้ประเทศชาติเดินไปได้ ตอนนี้ในสมาชิกด้วยกันนี่ยังไม่สมานฉันท์กันเลย แล้ว เราจะกู้เงินมานะครับ ต่างชาติเขามองเราอยู่นะครับว่าประเทศเรา การเมืองของเราสงบนิ่ง หรือยัง พวกผมที่ทํางานเกี่ยวกับโรงแรมนะครับ แหล่งท่องเที่ยว ทุกวันนี้โทรหาทุกวัน ไม่คิดจะเที่ยวเมืองไทยเลย ไปเที่ยวมาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ์นนะครับ ไม่เคยคิด จะมาเที่ยวเมืองไทยเพราะไม่มั่นใจในศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวของเราว่า มาแล้วจะได้ กลับบ้านไหม มาแล้วจะมีปัญหาเกิดไหม นั่นคือปัญหา ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ทําอะไรถ้าถูกต้องผมมั่นใจผมเห็นด้วย แต่ถ้าทําอะไรผิด รัฐธรรมนูญ ผิดระเบียบผมคงไม่เห็นด้วยนะครับ อย่างเช่นมาตรา ๑๙๐ นั้น ก่อน ดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญาอะไรก็ตาม เราต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบ ไม่ใช่ให้ เอกสารมาเท่านี้และเราไม่สามารถลึกซึ้งเข้าใจว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ประโยชน์ของที่ กู้เงินมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ทําอะไรบ้าง ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ควรจะทําหนังสือชี้แจง ให้มากกว่านี้ เพราะเราเห็นด้วยการกู้เศรษฐกิจของประเทศชาติเราเห็นด้วย แต่ว่าจะทํา อย่างไรให้คนไทยทุกคน ประชาชนทุกคนที่อยู่ทางบ้านรับรู้ด้วยว่าจะเปึนอย่างไร อย่าให้ เขามาต่อว่ารัฐบาลได้ว่า รัฐบาลนี้มาแล้วก็กู้ ทางเราก็เสียไปด้วย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเปึนฝ์ายนิติบัญญัติตรวจสอบซึ่งอยากให้รัฐบาลทํางานไปได้ดีนะครับ ทางฝ์าย นิติบัญญัติทั้งสองฝ์ายทั้งวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เคยขัดขวางการทํางาน ของรัฐบาล แต่การชี้แจงของรัฐบาลนั้นผมอยากให้ชี้แจงด้วยความชัดเจนและเปึน ประโยชน์ให้มากที่สุดนะครับ ผมเห็นว่าเอกสารที่ให้มาทั้งหมดนี้ บางครั้งก็ให้มาทั้ง ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และ ส.ส. ส.ว. ทุกคนไม่สามารถจะอ่านออกได้นะครับ ไม่สามารถเก่งเหมือนนักเรียนนอกได้นะครับ ก็อยากให้เขียนให้เข้าใจมากกว่า ดีกว่าไป เขียนภาษาจีน ผมต้องไปถามคนอื่นเพราะผมไม่ได้เรียนมาว่ามันหมายถึงอะไร พอศึกษา มาแล้วว่าประเทศไทยยังไม่ได้เซ็น ก็หวังว่างานวันนี้นะครับที่จะให้ผ่านการกู้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คิดว่าพวกเราทุกคนสนับสนุนอยู่แล้ว แต่อยากว่าเที่ยวหน้าหรือครั้งต่อไป ควรจะมีอะไรให้ชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อทุกคนจะได้สบายใจในการสนับสนุนรัฐบาลที่มาได้ ถูกต้อง อาจจะไม่ถูกใจใครก็ได้ แต่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ผมกลัวจะผิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่ทางพรรคเพื่อไทยได้พูดแล้วว่าเรามีสิทธิแก้ไขถ้าเที่ยวหน้า ท่านเอาคําชี้แจงหรือเอารายละเอียดมาให้มากกว่านี้ ทางผมไม่เห็นว่าจะเอาไปขัด การทํางานของรัฐบาลเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ขอให้รัฐบาลคิดถึงว่า กู้เงินมาแล้วนี่มันเปึน ภาระของทุกคน ความรับผิดชอบร่วมกันทั้งวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกก็มากู้เงินแล้วผมคงไม่มีวันลืม ซึ่งเปึนวันที่ผมต้องกู้เงิน ต่างประเทศคือได้ร่วมด้วยได้ยกมือเห็นด้วย แต่ถ้าคนไทยเปึนหนี้ คนที่รับผิดชอบคือฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติได้ฟังบริหารชี้แจง เราก็เห็นด้วยเพราะอยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ แต่ก็จะฝากฝ์ายบริหารว่าการกู้สตางค์ มาแล้ว ก่อนอื่นควรจะกู้ชาติก่อน กู้ประเทศชาติให้มั่นคงให้เลิกความขัดแย้ง สิ่งไหนที่ พวกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาเสนอท่านได้ ท่านพยายามทํา ทําเถอะครับ ทําเพื่อประเทศชาติของเรา ถ้าเรามัวแต่ขัดแย้งกู้เงินมากี่รอบ สัก ๔-๕ รอบนะครับ ตามรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบของมาตรา ๒๒ มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเรากู้ให้คนไทย รักกันยังกู้ไม่ได้เลยครับ ก็ผมคงมีเรื่องแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ ทางฝ์ายค้าน ขอสลับตัวผู้อภิปรายนะครับ โดยขอเอาคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ มาก่อนคุณสรวงศ์ เทียนทอง เชิญคุณชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมารัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาต่อสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงครึ่งค่อนวันนะครับท่านประธาน ไม่น่าเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาของสภา โดยรัฐบาลได้ถอนร่างนั้นไป นะครับ กระผมไม่คิดว่าเสียงของฝ์ายค้านซึ่งน้อยกว่าจะไปโน้มน้าวรัฐบาลให้ถอน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปได้ แต่สิ่งที่ทําให้รัฐบาลต้องถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ออกไปน่าจะมาจากความเห็นของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการ ต่างประเทศ ซึ่งมีความเห็นเปึนลายลักษณ์อักษรเขียนไว้ชัดเจนว่า การกู้เงินจาก ธนาคารโลก จากธนาคารพัฒนาเอเชียเพื่อมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีผลผูกพันด้าน งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ตรงนี้สําคัญครับท่านประธาน ทําให้วันนี้ รัฐบาลได้มาเสนอกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คือมาขอความเห็นชอบจาก รัฐสภา กระผมเห็นด้วยกับทางคุณฐิติมาซึ่งได้อภิปรายก่อนกระผมไปเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม เห็นด้วยกับคุณเกียรติกรครับที่อภิปรายผ่านไปเมื่อสักครู่ว่าตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ได้บัญญัติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รัฐบาลได้ ดําเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วหรือยัง ตรงนี้เปึนประเด็นแรกที่กระผมอยากจะ สอบถามทางรัฐบาลเช่นกัน ในประเด็นถัดมาครับ ท่านประธานครับ หัวใจของปัญหาของ บ้านเมืองในปัจจุบันคืออะไร ปัญหาของประเทศในปัจจุบันนี้มีมากมายครับท่านประธาน ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง แต่การจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต้องทราบหัวใจของ ปัญหา ขณะนี้รัฐบาลให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งก็เปึนเรื่องจริงที่ต้อง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเกิดภาวะถดถอยทั่วโลก แล้วก็วิกฤติที่ซ้ําเติมขึ้นมาในประเทศ ของเราเอง แต่ในขณะเดียวกันหัวใจสําคัญของปัญหาของประเทศที่กระผมเห็นว่า สําคัญยิ่ง ก็คือปัญหาทางด้านการเมือง รัฐบาลยังให้ความสําคัญตรงนี้น้อย ท่านประธาน ความเชื่อมั่นของต่างประเทศสําคัญที่สุด เพราะว่าประเทศเราไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้ใบเดียว โดยประเทศเดียวนะครับ เราอยู่กับประชาคมโลก ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปโรดโชว์ (Road Show) ที่กรุงดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ หรือไปที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปที่ญี่ปุ์น และไปกรุงโตเกียว ความเชื่อมั่นจะไม่เกิดขึ้นหรอกครับท่านประธาน ไม่ว่าจะโรดโชว์ อย่างไรก็ตามแต่ ถ้าความไม่มั่นคงในทางการเมือง ความไม่นิ่งในทางการเมือง ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเกิดปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ที่ผ่านมา ประเทศเสียหายอย่างมากมายไม่อาจที่จะประมาณค่าได้นะครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทําให้การเมืองอ่อนแอ กฎหมายรัฐธรรมนูญถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทําลายคนคนเดียว มีการกล่าวกันว่าจะจับหนูในบ้าน ๑ ตัว แต่เผาบ้านเสียวอดวาย เจ้าของบ้านไม่เหลืออะไรเลย หรือจะจับเสือสักตัวในป์านี่เผาป์าวอด มีการกล่าวกันถึง ขนาดนั้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียกร้อง ความสามัคคีเพื่อกู้วิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ เรียกร้องความปรองดองความสมานฉันท์ บ่อยครั้งขึ้น ๆ ถี่ขึ้น ๆ กระผมเห็นใจ เพื่อนสมาชิกก็เห็นใจครับท่านประธานที่อยากเห็น การปรองดอง อยากเห็นความสมานฉันท์ แต่ถ้ารัฐบาลลองมองย้อนกลับไปใกล้ ๆ รัฐบาล ของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เอาใกล้ ๆ นี่เลยท่านยิ่งได้เรียกร้องความเห็นใจ เรียกร้อง ความสมัครสมานสามัคคี เรียกร้องความปรองดอง ความสมานฉันท์ แต่นั่นท่านหนักกว่า ครับท่านประธาน ท่านไม่มีทําเนียบอยู่ ท่านเปึนรัฐบาลนอกทําเนียบ นี่ก็คือความ ไม่สามัคคีที่เกิดขึ้นในยุคนี้ในสมัยนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาบ้านเมืองไม่เปึน ประชาธิปไตย กฎกติกานั้นเห็นชัดเจนว่ามาจากรากเหง้าของเผด็จการ มีการกล่าวกันว่า ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด หรือถ้าบ้านเมืองมี ๒ มาตรฐาน ความ สมัครสมานสามัคคีก็ไม่เกิด นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากไปยังรัฐบาล เมื่อสักครู่กระผม ดีใจครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงมาแก้ปัญหาการเมือง จะมีการพบปะกันในวันพุธหรือ วันพฤหัสบดีนี้ กระผมอยากเห็นบรรยากาศเช่นนี้จริง ๆ แล้วก็มีการแก้ไขปัญหากันอย่าง จริงจัง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถสําเร็จได้ถ้าบ้านเมืองมันยังยุ่งกันอยู่ทุกวันนี้ มันต้องไปด้วยกัน ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลต้องกล้าหน่อยครับท่านประธาน กล้าแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพราะว่าปัญหามันสุกงอมแล้ว อย่าเลยครับ อย่าไปทําในเรื่อง ของการที่จะปฏิรูปการเมือง มันเหมือนกับการซื้อเวลา เมื่อปัญหามันสุกงอมแล้ว เห็นตรงกันแล้วเอาเลยแก้ให้ตรงจุด กระผมไม่เคยคิดที่จะแก้ไขปัญหาให้กับคนคนเดียว นี่พูดด้วยความสัตย์จริงนะครับ ไม่เคยคิดแก้ปัญหาให้คนคนเดียวเหมือนอย่างที่มีการ กระแหนะกระแหนกัน เพียงแต่คนคนเดียวนั้นเขาได้รับความเปึนธรรมไหม กฎกติกานั้น มันมาตามระบอบประชาธิปไตยไหม กฎกติกาที่จัดการกับเขานั้นมันมาจากรากเหง้า เผด็จการหรือเปล่า ตรงนี้สังคมทั่วโลกเขามองอยู่ หรือคนไทยทั่วประเทศก็มองอยู่ นี่คือ สิ่งที่กระผมอยากจะเรียนไว้เปึนประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ครับ ประเด็นสุดท้าย การกู้ไม่น่ารังเกียจครับท่านประธาน การกู้ไม่น่ารังเกียจ แต่ถ้ากู้มาแล้วมันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มาแจกกันเพื่อคนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือเปึนประชานิยมจนเลยเถิด ไม่ได้เกิดการจ้างงาน ตรงนี้เปึนการกู้ ที่น่ารังเกียจครับ สิ่งที่กระผมอยากจะยกตัวอย่าง เราเพิ่งพิจารณางบกลางป้กันไปเมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับ ก็เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลนั้นเอาเงินส่วนหนึ่งมาแจก เงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับคนบางกลุ่ม หรืองบประชานิยมอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดการจ้างงาน ตรงนี้จะมีหลักประกันอะไรที่รัฐบาล จะทําให้เห็นชัดเจนว่า งบที่กู้มานั้นจะไม่ใช่การกู้มาเพื่อแจก รัฐบาลเพิ่งอนุมัติเงินสําหรับ เบี้ยยังชีพคนชรา ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินค่าตอบแทนตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการสร้างหนี้ในอนาคต รัฐบาลจะเอาเงินตรงนี้ เอาค่าใช้จ่ายตรงนี้ มาจากไหน กู้อีกหรือเปล่า ท้องถิ่นกําลังตกอกตกใจว่า เอ๊ะ ฉันจะหาเงินที่ไหนมาให้กับ คนชรา เพราะปัจจุบันนี้คนชราอายุยืนขึ้น เขาจะต้องมีจํานวนมากขึ้น ๆ รัฐบาลจะหาเงิน มาจากไหน ต้องกู้อีกหรือเปล่า ตรงนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน กระผมจบ พอดีครับท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลชี้แจงเรื่องวัตถุประสงค์ในการกู้ให้ชัดเจนไม่ได้ ให้เห็น ชัดเจนนะครับว่า กู้มาเพื่อทําอะไร กระผมค่อนข้างที่จะรับลําบาก ในขณะเดียวกัน ก็อยากจะให้กําลังใจทางรัฐบาล ทําให้จริงนะครับวันพุธ วันพฤหัสบดีนี้ ในการที่จะสร้าง ความปรองดอง สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้น รัฐบาลเท่านั้นแหละครับที่จะ ทําได้ เพราะต้องเอื้อมมือก่อนเนื่องจากเปึนผู้นํา ขอขอบคุณครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ลงจาก บัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านสรวงศ์ เทียนทอง ครับ

นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระแก้ว 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สระแก้ว พรรคประชาราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้สิทธิในการอภิปรายกรอบ การเจรจาเพื่อจะเอาไปกู้เงินจากประเทศญี่ปุ์น ดังต่อไปนี้นะครับ

พรรคประชาราชของเรานั้นไม่ได้ใช้สิทธิในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา เพราะว่าเรายังเห็นว่าการทํางานของรัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้ส่อถึงการทุจริตอย่างไร แต่วันนี้ เปึนสิ่งที่สําคัญที่กระผมนั้นขออนุญาตใช้สิทธิที่จะอภิปราย เพราะว่าประเด็นหลัก ๆ ๓ ประเด็นที่กระผมขออนุญาตพูดก็คือ

๑. รัฐบาลจะกู้เงินอันนี้ไปทําอะไร อย่างที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูด มาตั้งแต่ช่วงบ่ายนะครับ

๒. รัฐบาลมีแนวทางที่จะใช้คืนเงินนี้อย่างไร

๓. ก็คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ

ข้อ ๑ ครับท่านประธาน รัฐบาลนี้จะกู้เงินนี้ไปทําอะไร รายละเอียดเปึน อย่างไร อย่างที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ทั้งสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกฝ์ายรัฐบาลแล้วก็ ฝ์ายค้านได้พูดมาตั้งแต่ต้นนะครับว่า การที่เราจะกู้เงินหรือการที่เราจะยืมเงิน ไม่ว่า จะเปึนในประเทศหรือต่างประเทศก็แล้วแต่ กระผมอยากจะเห็นรายละเอียดที่ทางรัฐบาล ได้แจงกับพวกเราได้ทราบว่าจะเอาไปทําอะไรบ้าง แต่ท่านรัฐมนตรีก็บอกนะครับว่ามันยัง ไม่ถึงวาระนั้น กระผมก็หวังว่าเปึนอย่างนั้นนะครับว่า ถึงวาระแล้วคงจะมีรายละเอียด อะไรมาให้พวกเราได้มากกว่านี้นะครับ คราวนี้พูดถึงถ้ารัฐบาลจะเอาเงินนี้ไปทําอะไร กระผมอยากจะมีข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับว่า การที่พวกเราซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรลงพื้นที่ แล้วก็เห็นการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น การให้เงินกับท้องถิ่น ส่วนใหญ่แล้วการที่ประชาชนได้รับเงินงบประมาณไปบริหารประเทศ ส่วนมากจะเปึนเบี้ย หัวแตกนะครับ ที่นี่ได้ไปส่วนหนึ่ง ที่นี่ได้ไปส่วนหนึ่ง ส่วนมากแล้วจะเอาไปเพื่อจะ แก้ปัญหา ไม่ใช่ไปปัองกันปัญหา ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานในฐานะที่กระผมเอง ก็เปึนประธานคณะกรรมาธิการปัองกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณ ภัยเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสท่านสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนกรรมาธิการ อยู่นะครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ได้เชิญกรรมาธิการพวกเราไปจังหวัดสุโขทัยนะครับ ไปได้ดูได้เห็นสิ่งที่กระผมเองซึ่งก็เปึน ส.ส. มาสมัยนี้สมัยที่ ๒ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าแม่น้ํายม ซึ่งเปึนแม่น้ําหลักของประเทศไทยนะครับ มีชาวบ้านลงไปเตะฟุตบอลกันในแม่น้ําครับ จะเรียกว่าเปึนคูก็ไม่ได้นะครับ แต่เปึนแม่น้ํา มันเปึนสิ่งที่พวกกระผมเห็นแล้วอึดอัด นะครับตรงนี้ กระผมอยากจะกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธาน กระผม อยากจะเอาตรงนี้เปึนตัวอย่างง่าย ๆ ว่า เงินที่เราจะได้มากระผมขอเถอะครับ ขอว่าให้เรา ได้เพ็งเล็งไปในการแก้ปัญหาหลัก ๆ ใหญ่ของประเทศนะครับ อย่าเอาไปกระจายในการ แก้ปัญหาเพราะมันไม่ใช่การแก้ปัญหามันเปึนการไปเยียวยานะครับ ไม่ใช่การแก้ปัญหา อย่างที่เขาเรียกว่า บูรณาการนะครับ ต่อมากระผมอยากจะให้รัฐบาลได้คํานึงถึงการที่จะ แก้ปัญหาประเทศนะครับ การแก้ปัญหาประเทศไม่จําเปึนต้องใช้เงินมากมาย ไม่จําเปึนต้องไปกู้เขาก็ได้นะครับ อย่างที่ท่าน ส.ส. เกียรติกร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ส.ส. จากจังหวัดปราจีนบุรี ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ กระผมยังเห็นว่าการท่องเที่ยว หรือการอะไรก็แล้วแต่ ณ บัดนี้เปึนสิ่งที่พวกเรานั้นอาจจะกู้ไม่ขึ้นนะครับ เพราะว่าเปึน ปัญหาทั้งโลก หมายถึงว่าวิกฤติของโลกตอนนี้เปึนกันทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ประเทศเดียวนะครับ การที่เราจะส่งเสริมการท่องเที่ยว กระผมคิดว่าป์วยการครับ เพราะว่าคนที่เขาจะมาเที่ยวประเทศไทยมีน้อยลงอยู่แล้ว แล้วเขาก็มาจับจ่ายประเทศไทย น้อยลงอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้เปึนทั้งโลก กระผมยังมองว่าควร จะใช้วิกฤติให้เปึนโอกาสครับ ควรจะใช้วิกฤติให้เปึนโอกาสโดยการที่เราควรจะป่ดบ้าน เลยครับ คือไม่เชิงว่าป่ดเศรษฐกิจรอบนอกนะครับ แต่เราต้องหันมาดูประเทศของเราว่า มีปัญหาอะไรตอนนี้ เหมือนบ้านที่กําลังผุ ตอนนี้เขามาเที่ยวบ้านเราน้อย เราควรจะใช้ตรงนี้ ให้เปึนโอกาสในการที่จะสร้างหรือว่าแก้ปัญหาซ่อมบ้านเรานะครับ กระผมได้เคย อภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้แล้วว่า สิ่งหนึ่งที่กระผมอยากจะเห็น อยากจะเห็นพี่น้อง ชาวอีสานได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ จากทางภาคใต้ของเรา อยากจะเห็นพี่น้อง ภาคใต้ได้ทานข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียวใหม่ ๆ อร่อย ๆ จากทางภาคอีสานนะครับ กระผมว่ามันเปึนลูกโซ่ที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า มีคนไปซื้อของ คนซื้อของก็มีเงิน ไปซื้อของจากผู้ที่ผลิตแล้วก็วนอยู่อย่างนี้แค่นั้นนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับเวลามีน้อยมาก กระผมอยากจะถามรัฐบาลนิดหนึ่งว่า ความสามารถในการที่จะคืนเงินตรงนี้อยู่ตรงไหน ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็พูดว่าเศรษฐกิจของ โลกตอนนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัว หรือว่าดีขึ้นโอกาสตรงนี้น้อยมากนะครับ แล้วกระผม อยากจะเรียนถามว่าความเชื่อมั่นของชาวต่างประเทศที่จะมาลงทุนในประเทศไทย มีมากน้อยแค่ไหน กระผมเปึน ส.ส. จากจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเปึนจังหวัดชายแดนนะครับ แล้วจังหวัดสระแก้วเองก็มีตลาดซึ่งเปึนตลาดที่กระผมว่าทําเงินให้กับประเทศไทย ก็ไม่น้อย ชื่อว่า ตลาดโรงเกลือ สิ่งต่าง ๆ วันนี้ได้รับความกรุณาจากท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดฝากมาเรื่องหนึ่งว่า ไม่ต้องดูอะไรมาก ดูจากเศรษฐกิจจากตลาดโรงเกลือ ซึ่งเคย เฟ๋ืองฟูมาก ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยว ไม่ว่าเปึนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศเขมรก็ดี หรือว่าจะมาเปึน แบค แพ็ก (Bag pack) ก็ดีนะครับ เศรษฐกิจลดลง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ครับท่าน ๓ เดือนที่ผ่านมา กระผมไม่ได้ว่าหรือตําหนิรัฐบาลเพราะว่ามันเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ ท่านมารับตําแหน่งพอดี นั่นคือเหตุผลที่พรรคประชาราชไม่ได้อภิปรายในเรื่องของ ความไม่ไว้วางใจนะครับ กระผมก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่า อย่างไรต้องหาทาง แล้วก็เสนอกับสภาให้ได้ว่าท่านมีแนวทางที่จะชดใช้เงินส่วนนี้อย่างไรนะครับ

ประเด็นที่ ๓ กระผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องของตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านฐิติมา ฉายแสง ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ กระผม มีความเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่ารัฐธรรมนูญสิ่งที่ท่านกําลังทําอยู่ตอนนี้ คือ เอากรอบเข้าการประชุมสภา แต่สิ่งที่ท่านยังไม่ได้ทําอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการขอความ คิดเห็นจากประชาชน ซึ่งถ้าดูตามรัฐธรรมนูญแล้วมาก่อนนะครับ แล้วไม่ใช่ว่าท่านจะ เลือกทําได้อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญได้เขียนว่า และ ไม่ใช่ หรือ เพราะฉะนั้น กระผมกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีนะครับ กระผมอยากจะเห็นประเทศนี้เดินทาง การแก้ปัญหานี้ให้ถูกทาง กู้เราไม่ว่านะครับ ไม่ใช่ว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ท่าน ต้องแจงให้กับที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบว่า รัฐบาลนี้ มีแนวทางที่จะกู้เงินตรงนี้ไปทําอะไร จะใช้คืนอย่างไร แล้วอย่าลืมทําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้เรียกร้อง ก็ขออนุญาต อภิปรายเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้กระผมได้มีโอกาส พูดจาแสดงเหตุแสดงผล ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบการเจรจาในการกู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ช่วยพิจารณา เพื่อให้ความ เห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะลงไป ในรายละเอียด กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าประเด็นไหน ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว กระผมจะไม่ลงไปในรายละเอียด แต่จะเปึนประเด็นที่ เพิ่มเติม เปึนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบที่เสนอมา ท่านประธานครับ โดยรวมแล้วกรอบที่ ทางรัฐบาลเสนอมาในโครงการนี้ที่จะกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ มีอยู่ ๖ เรื่อง ๖ กรอบใหญ่นะครับ ๖ เรื่อง ๖ กรอบใหญ่ก่อนที่กระผมจะลง รายละเอียด ๖ กรอบใหญ่ตรงนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานถามท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับว่า

เรื่องที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีมีความมั่นใจหรือไม่ว่า ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เรื่องของหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเท่าที่ดูสัดส่วนของตัวเลขจะไม่เกินกรอบวินัยการเงิน การคลังที่ดี ถ้าตามที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือเปึนตามหลักสากล คําถามกระผมตรงนี้นะครับ ถ้าเราดูป้ ๒๕๔๒ หนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔.๐ ล้านล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ อยู่ที่ ๔.๔ ล้านล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ แต่รายได้ที่เปึนผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศเรา ถ้าดูตามคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตแล้ว กระผมคิดว่า ดีที่สุดประมาณ ๑ ล้านล้านบาทที่เราจะสูญเสียไป นั่นหมายความว่า ถ้าดูจากป้ ๒๕๕๑ ๙.๑ ล้านล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ โดยประมาณครับ ๘ ล้านล้านบาท ถ้าคาดการณ์อย่างนั้น ถ้าดีที่สุดอยู่ตรงนั้น หรือ ๘ แสนล้านบาท หรือตีว่า ๑ ล้านล้านบาท เพราะว่าจริง ๆ เรา ควรจะมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ ๓ แต่กลับติดลบ ก็คือไป กลับ นั่นคือคําถามข้อแรก ของกระผมเรื่องวินัยการเงินการคลัง

ข้อที่ ๒ ครับ เรียนถามท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของวัตถุประสงค์ที่ท่าน ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ มีสมาชิกหลายท่านแสดงความคิดเห็นไปแล้วว่าท่านยึดเอา ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะป้ ๒๕๔๘ แก้ไขป้ ๒๕๕๑ เปึนแนวทาง กําหนดไว้ในวัตถุประสงค์ แล้วตรงนั้นเองก็บอกว่าการกู้หนี้สาธารณะระหว่างต่างประเทศก็ต้องทําตามมาตรา ๒๒ เพื่อนสมาชิกหลายท่านเน้นไป ต้องมีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบว่าท่านมั่นใจนะครับว่าได้ดําเนินการตามที่กฎหมายกําหนด

ในเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกลับมาลงในรายละเอียด กรอบทั้ง ๖ กรอบที่ท่านเสนอมาให้เราพิจารณานะครับมีกรอบเรื่องของวัตถุประสงค์ของ การกู้เงิน ซึ่งแน่นอนครับพอสรุปย่อ ๆ ได้ ๒ เรื่องใหญ่ ก็คือเรื่องของการสนับสนุน การลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินตราระหว่าง ประเทศ แล้วก็เรื่องที่ ๒ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านการเงินของประเทศตามที่ท่าน ชี้แจงต่อรัฐสภา เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านต้องทํา ๒ อย่างครับ ท่านต้องชี้แจงในรายละเอียดด้วยแล้วก็เสนอกรอบมาด้วย ท่านเสนอมาครับ ๖ กรอบ ความหมายของกระผมในเรื่องนี้เปึนคําถามเหมือนข้อที่ ๒ ก็คือว่า สิ่งที่ท่านต้องนําไปใช้ ถ้าเปึนตามวัตถุประสงค์นี้เพื่อนสมาชิกก็อยากจะรู้ว่าท่านต้องการทําอะไร จะฟุ๋นฟู เศรษฐกิจด้านใดให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่มันจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เพราะว่าเท่าที่ดูระยะเวลาดูกรอบต่าง ๆ ที่ท่านให้มานี่ ท่านคิดว่าจะต้องใช้เงินภายใน ๓ ป้ แล้วกระผมดูกรอบเวลาที่ท่านขอกับสภานี่ครับ เงินเบิกเร็วที่สุดจากธนาคารโลก กรกฎาคมนะครับ จาก เอดีบี จากธนาคารพัฒนาเอเชีย แล้วก็จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นในเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๒ นั่นหมายความว่าที่ท่านจะได้เงินมาในเดือนกรกฎาคมแล้วก็เดือนกันยายน ท่านก็เข้าสู่ โครงการ เม็ดเงินอยู่ที่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบเม็ดเงินอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเท่าที่กระผมศึกษารายละเอียดของกระบวนการวิธีการกู้เงินของ กระทรวงการคลังเองที่เขียนมาอย่างชัดเจนในเอกสารประกอบของสมาชิกในวันนี้ กระผม ว่าเขาเก่งมากครับที่ทําเรื่องนี้มา มีรายละเอียดมีกระบวนการทั้งหมด มีถึงแม้กระทั่งว่า ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านจะตัดสินใจที่จะ เสนอกรอบในวันนี้กระผมเข้าใจว่ามีโครงการอยู่หมดแล้ว ไม่น่าเกลียดเลยครับที่ท่านจะ เสนอโครงการและแผนงานมาพร้อมกับกรอบเจรจาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ใช้เปึน เครื่องมือในการพิจารณาไม่ได้เสียหายนะครับท่านประธาน ถึงแม้ท่านจะเสนอกรอบ นั่นประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของกรอบตามวัตถุประสงค์

เรื่องที่ ๒ ครับ เปึนกรอบของวงเงินกู้ กระผมจะไม่ลงรายละเอียดครับ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญตรงนี้ เพราะว่าท่านกู้จากธนาคารโลก ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ จาก เอดีบี ๕๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็จาก ไจก้า อีก ๕๐๐ ล้านเหรียญ คําถามที่กระผมจะถามในเรื่องนี้ ก็คือว่า ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญนี่ท่านต้องมีตัวเลขที่ชัดเจนอยู่แล้ว ตอนที่ท่านจะไปรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนหลังจากที่เสนอกรอบแล้ว กระผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้น จะเปึนประโยชน์กับการที่ท่านจะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้ แล้วก็เปึนข้อมูลที่จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่จะได้แสดงความคิดเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญได้กําหนดให้ทางคณะรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลกับ พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและรับฟังความคิดเห็น จริงอยู่ครับท่านจะทําช่วงไหนก็ได้ ยิ่งทําช่วงก่อนที่จะเสนอกรอบให้รัฐสภาได้รับทราบก็ยิ่งเปึนประโยชน์ เพราะว่าท่าน กําหนดกรอบไว้ให้เรา แต่ก็ไม่จําเปึนครับ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุอย่างนั้น ขณะที่ ท่านเสนอกรอบ เสนอเสร็จแล้วท่านจะเอากรอบนี้พร้อมกับรายละเอียดโครงการลงไปให้ พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลโดยละเอียด แล้วก็รับฟังความคิดเห็นเขาไปด้วยก็ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เราอยากเห็นหลังจากที่เราอนุมัติกรอบให้ท่านไปแล้วใน ๖ กรอบ ท่านไปรับฟังความคิดเห็น กระผมเองมีคําถามต่อไปว่าความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้นจะกลับเข้ามาสู่สมาชิก รัฐสภาได้อย่างไร ท่านจะมีการเปลี่ยนแปลงกรอบหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดที่จะเปึนร่างสัญญาที่จะเสนอกลับมาให้เราหรือไม่อย่างไร ท่านประธานครับ ด้วยความเข้าใจครับท่านประธานครับ กระผมเองก็พยายามที่จะเอาใจช่วยรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่ง ที่ท่านต้องทําหลังจากที่รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติกรอบท่านแล้ว ท่านต้องลงไปและสิ่งที่จะต้อง กลับมาให้เราในเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายนก็คือร่างสัญญาที่ท่านจะต้องจัดทํา รายละเอียดเพื่อจะไปกู้เงิน อันนั้นเราจะอนุมัติให้ท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมเองมีข้อกังวลและข้อเปึนห่วงที่จะกราบเรียนฝากท่านประธานไป ช่องทางครับ ช่องทางการให้ข้อมูล จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่าจะนําเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ หน่วยราชการเยอะแยะครับ กระทรวงการคลัง สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีการแถลงข่าวและมีการจัดเตรียม ประชุมปรึกษาหารือ กระผมไม่แน่ใจครับว่านี่คือกระบวนการ ให้ข้อมูลถูกต้องครับ แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี่ท่านจะฟังตอนไหน จะให้พี่น้องประชาชนสะท้อนมา ได้อย่างไร ถ้าท่านใช้ช่องทางสื่อเหล่านี้ กระผมคิดว่าเปึนการทําเปึนนามสมมุติอย่างเดียว เพื่อให้ครบตามรัฐธรรมนูญ และท่านอาจจะมีบุคคลใดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ส่งข้อคิดเห็นมา ให้ท่านเพื่อประกอบเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องนี้กระผมคิดว่าไม่น่าจะเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และไม่น่าที่จะปฏิบัติกับรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ว่าต้องให้ข้อมูลโดย ละเอียด ก็รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรอบ ๖ กรอบที่กระผมมีข้อกังวลที่จะต้อง นําเรียนท่านประธานในระยะเวลาจํากัดตรงนี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างครับ การจัดซื้อ จัดจ้าง ท่านบอกว่าจะใช้กฎระเบียบของราชการไทยเปึนหลัก แต่กระผมถามว่าถ้าท่านไปกู้กับไจก้า ๕๐๐ ล้านเหรียญ ไจก้าเขามีข้อแก้ว่าเขาจะใช้ กฎหมายภายในประเทศเขา ถ้าเขายืนยันที่จะทําอย่างนั้น ท่านจะมีวิธีการเจรจาอย่างไร ที่บอกว่าจะต้องใช้กฎหมายไทย ไจก้าเขายืนยันครับ เขาเปึนองค์กรให้ความร่วมมือ ระหว่างประเทศ และเขาปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศเขา ที่ท่านอ้างบอกว่าจริง ๆ กู้กับไจก้าไม่ต้องผ่านสภาก็ได้เนื่องจากไม่ได้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ถ้าสิ่งนั้นเกิด ขึ้นมาท่านจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรในการที่จะเตรียมการในเรื่องของเปึนกรอบเจรจา และเอาเปึนร่างสัญญาที่มาให้เราดู ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเปึนประการสุดท้าย การกู้เงินไม่ผิดหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็พูด ไม่ว่าจะกู้ยุคไหนสมัยไหน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดกู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน กระผมอยากเห็นเม็ดเงินมาฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ ญาติพี่น้องกระผมกําลัง จะออกจากกรุงเทพมหานคร กําลังจะออกจากเมืองใหญ่กลับไปสู่บ้าน ท่านประธานทราบ หรือเปล่าครับ เขาไปปลูกพริกแค่ ๓ งานครับ ๖ เดือนเขาได้ ๘๐,๐๐๐ บาท ปลูกพริกแค่ ๓ งานนะครับ ๖ เดือนได้ ๘๐,๐๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปรองรับจุดนี้ไหมครับ เพื่อให้สภาพเศรษฐกิจฐานรากมันกลับมาอยู่ในตัวเขาเองได้ ท่านใช้เวลา ๓ ป้ที่จะทํา โครงการชลประทาน ใช้เวลา ๓ ป้ในการทําโครงสร้างพื้นฐาน เม็ดเงินที่จะไปหมุนรอบให้ ท่าน กระผมไม่แน่ใจหรอกครับ ท่านบอกว่า จีดีพี ถ้าไม่ทําอะไรเลยจะลดประมาณ ๘-๙ หรือ ๑๐ แต่ถ้ามีโครงการนี้จะเหลือประมาณ ๔ กระผมไม่มั่นใจ ถ้าท่านมีข้อมูล ข้อเท็จจริงที่จะชี้แจงตรงนี้เหมือนที่หน้าสื่อลง กระผมอยากให้ท่านชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ด้วย กราบขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านอดุลย์ นะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของเศรษฐกิจ ทุกคนทราบว่าเรากําลังเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะ ประเทศเราแต่เกิดทั่วโลก เปึนจริงครับท่านประธาน แต่การที่จะแก้วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ กระผมเห็นว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นนี้เปึนสิ่งสําคัญ พูดง่าย ๆ เลย ครับท่านประธาน การค้าใด บริษัทใด ถ้าหากว่าไม่มีผู้คนที่เชื่อมั่นหรือไม่มีนายทุนหรือการค้าใด ๆ ไม่มีความเชื่อมั่นแล้ว ไม่มีทางที่จะรุ่งเรืองขึ้นมาได้มีแต่จะล้มหายตายจากไป เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิก ได้พูดมาว่า ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่เกิดความเชื่อมั่นแล้ว กู้เงินมาเท่าไรมันก็ละลายหายไปหมด ท่านประธานครับ ที่มาของความเชื่อมั่น เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็พูดเองว่ามาจากประเด็นที่หลากหลาย กระผมเห็นด้วยครับท่านประธานครับ ประเด็น ที่มาของการจัดตั้งรัฐบาลก็มีความสําคัญ ประเด็นภาพลักษณ์ของตัวรัฐมนตรียิ่งสําคัญ ประเด็นของความจริงใจที่รัฐบาลจะทําให้ประเทศนี้เปึนนิติรัฐก็สําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โดยเฉพาะประเด็นของความจริงใจในการที่จะบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลอย่าง เคร่งครัด ด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม และมีการปฏิบัติจริง ๆ ไม่ใช่ปฏิบัติด้วยลมปาก กระผมว่ามีความสําคัญที่สุดครับท่านประธานครับ ที่กระผมพูดไปแล้ว ยกตัวอย่างมานั้น มีการอภิปรายมาหลายวาระหลายครั้ง และการตอบสนองต่อประเด็นต่าง ๆ ของ ฝ์ายรัฐบาลต่อประเด็นที่กระผมพูดไปนั้น เปึนอย่างไรก็เปึนที่รู้ ๆ กัน ซึ่งกระผมจะไม่พูดลึก เข้าไปเพราะเวลาน้อย ท่านประธานครับ แต่เพียงอยากจะย้ําให้รัฐบาลเข้าใจ เข้าใจถึง จิตใจของคนที่ถูกกระทํา โดยเฉพาะประเด็นของคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ ใครจะ ปฏิเสธอย่างใดก็แล้วแต่ แต่กระผมเชื่อว่า ความเข้าใจของคนครึ่งค่อนประเทศ หรือ อาจจะของต่างประเทศด้วยที่ติดตามการเมืองของประเทศไทยแล้ว กระผมมั่นใจว่า ผู้คนต่าง ๆ มีความเข้าใจ และมองภาพพรรคใหญ่ซึ่งเปึนแกนนําของรัฐบาลว่า มีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อเหลือง และมีการสนับสนุนอุ้มชูกันมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ดังนั้นถ้าหากมีผู้ใดในซีกพรรคใหญ่ซึ่งเปึนแกนนําของรัฐบาลมาเรียกร้องเรื่อง ความสมานฉันท์ มาเรียกร้องให้คนเสื้อแดงหยุดความเคลื่อนไหว มาเรียกร้องบอกว่า ให้หยุดเถอะ จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศชาติยิ่งย่อยยับไปอีก ท่านประธานครับ มันเหมือนกับพระเอกมาบอกว่าอีกฝ์ายเปึนผู้ร้าย กระผมว่าคนเสื้อแดงท่านประธานจะยิ่ง เจ็บช้ําน้ําใจ มันเหมือนยั่วยุเขา มันเหมือนทําให้เขาเคียดแค้น ท่านประธานครับ กระผมว่า เลิกพูดเลิกเรียกร้องได้แล้ว ให้ทําจริง ๆ ดําเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว เคร่งครัด เสมอภาคและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง กระผมว่าทุกอย่างก็จะยุติไปเอง ประเทศชาติก็จะกลายเปึนนิติรัฐอย่างแท้จริง และความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมา การฟุ๋นฟูเศรษฐกิจจะง่ายดายมากท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่งของการเกิด ความเชื่อมั่นนะครับ ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ท่านบอกว่าต้องหยิบยกประเด็นเรื่องเศรษฐกิจมาพูดกันอย่าง ตรงไปตรงมา ขอเน้นนะครับท่านประธานครับ ตรงไปตรงมา ต้องมีการสื่อสารกันอย่าง ตรงไปตรงมาด้วย ท่านประธานครับ กระผมขอเพิ่มเข้าไปอีกนิดหนึ่ง คือจะต้องมีการ คาดการณ์เศรษฐกิจอย่างถูกต้องแม่นยํา และก็นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเองจะพูดแต่ละครั้งท่านประธานครับ พูดแล้วมันต้องค่อนข้างถูกต้อง หน่อยท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข อย่าไปเถียงเลยครับ ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่า เศรษฐกิจจะติดลบ ท่านประธานคิดดู เขาบอกว่าเศรษฐกิจจะติดลบ บางท่านบอกว่า จะติดลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ออกมาเถียงไม่จริง ไม่จริง เปึนบวกหรืออย่างเลวที่สุดก็เปึน ๐ ท่านประธานครับ บริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลกวิเคราะห์บอกว่าเศรษฐกิจจะติดลบ ๙ เปอร์เซ็นต์ เอาละ ก็เถียงก็ว่าเขาอะไรเขา เสร็จแล้วเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาพูดเอง บอกว่าถ้าหากไม่กู้แล้วก็รีบมีมาตรการ เศรษฐกิจลงไป เศรษฐกิจจะติดลบถึง ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ท่านพูดเองวันนี้ นี่ครับท่านประธานครับ หลายครั้ง ๆ ที่เกิดขึ้น พอพูดมาแล้วมันก็ขัดแย้งกับที่เคยพูดมาตอนแรก ๆ เพราะฉะนั้น อย่าพูดมากเกินไป อันนี้ยิ่งทําให้เกิดความไม่เชื่อมั่น คิดดูสิครับท่านประธานครับ ตอนเสนองบประมาณ รายจ่ายมีการท้วงติงกันว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ น่าจะไปทําให้ เกิดประโยชน์ ทําให้เกิดผล ไปลงทุน มีการท้วงติงว่ามันเหมือนกับไปซื้อเสียงล่วงหน้า มันไม่เกิดการฟุ๋นฟูทางเศรษฐกิจนะ กระผมจําได้ว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาล ๒ ท่านนั่นละก็บอกว่า ให้รอดูผลอีก ๒-๓ เดือน เดี๋ยวจะเกิดผลดี พอไตรมาส ๓ เศรษฐกิจที่ถดถอยก็จะหยุด พอไตรมาส ๔ การฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นผล ท่านประธานครับ นี่เปึนเรื่องของ ความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าเกิดว่ามีการผิดพลาด และพอพูดไป ๆ มันเหมือนกับ ความรู้สึกกระผม มันเชื่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าตรงไหนจะเปึนจุดต่ําสุด ตรงไหนจะเปึนสิ่งที่แท้จริง ท่านประธานครับ ในวันนี้การนํากรอบการเจรจา กรอบการเจรจาการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน นําเข้ามาปรากฏว่าก็มีคนที่เรียกร้อง มีรายละเอียดคร่าว ๆ สักนิดก็ยังดี แต่ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าเปึนการพิจารณาหลักการและ เหตุผล ไม่จําเปึนจะต้องมีรายละเอียดในการใช้เงิน ซึ่งหมายถึงว่าไม่จําเปึนจะต้องบอกว่า นําไปลงทุนโครงการอะไรบ้าง ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตัวนั้นก็เปึนการกู้เงินมา แต่ก็มีการเสนอต่อสภานี้ มีทั้งหลักการและเหตุผล มีทั้งรายละเอียดต่าง ๆ มีหมดครับ อันนี้มันก็น่าจะเช่นเดียวกัน มันก็คล้าย ๆ กับการเสนอ กฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง มีหลักการ มีเหตุผล แล้วมันก็น่าจะมีรายละเอียดมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ถามว่ามีเวลาไหม มีครับท่านประธาน มติ ครม. ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี่วันที่ ๒๔ มีนาคม เดือนกว่าครับท่านประธานครับ คือที่จริงมันต้องรู้แล้วก่อนที่ จะไปกู้เขา พ่อค้าที่จะไปกู้เงินแบงก์มันต้องมีโครงการ มันต้องไปโน้มน้าว มันจะต้อง โน้มเหนี่ยวใจให้เขาอนุมัติให้กู้ท่านประธาน อันนี้จะมาให้สภานี้อนุมัติไม่มีอะไรเลย ท่านประธานครับ ไม่มีรายละเอียดใด ๆ ที่จะมาโน้มน้าวให้กระผมอยากจะเห็นด้วยเลย แล้วกระผมจะให้ฉันทานุมัติให้ไปทําได้อย่างไร โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ ๒๕๕๒ เอาไปใช้แทบไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ท่านประธานครับ หลักการก่อหนี้ สาธารณะในหนังสือที่เขียนมานี้ เขียนมาเองครับท่านประธานครับ เงินกู้นั้นควรจะ นําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ คือเกิดดอกออกผล ดังนั้นการกู้เงินที่ดีควรยึดหลักว่าเปึนการกู้ เพื่อการลงทุนให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะเปึนการกู้เพื่อใช้จ่ายหมดไป โดยไม่ทําให้เกิดดอก ออกผล ซึ่งมักเรียกว่าเปึนการกู้เพื่อการบริโภค งบประมาณส่วนใหญ่ของงบรายจ่าย เพิ่มเติมกลางป้ ๒๕๕๒ เข้าหลักนี้เลยครับท่านประธาน เงินจํานวนมากนําไปใช้เปึนการกู้ เพื่อการบริโภค ดังนั้นในวันนี้เมื่อท่านขอกรอบการกู้เงินมาโดยไม่มีรายละเอียดบางส่วน หรือทําให้เราเข้าใจได้ว่าจะนําไปใช้ในการลงทุนเพื่อเกิดประโยชน์จริง ๆ กระผม ก็ไม่สามารถที่จะอนุมัติให้ท่านมีกรอบไปเจรจาการกู้เงินได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ต่อไปก็ท่านวิทยา เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา 🔗

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ส.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะใช้เวลาของรัฐสภา นะครับ แต่เนื่องจากว่ามันต้องลงมติ เพราะฉะนั้นการลงมติโดยไม่เห็นชอบนั้นคงจะขัด กับความรู้สึกของตัวผมสักนิดหนึ่ง ประเด็นของผมมีในเรื่องของความเชื่อมั่นครับ ที่เรียนตามตรงว่า ผมนั้นไม่สามารถที่จะให้ คํารับรองในกรอบที่รัฐบาลได้นําเสนอนะครับ มาครั้งนี้เรื่องของกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กราบเรียนท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีนะครับ ด้วยความเคารพ ผมเรียนตามตรงนะครับว่าผมไม่เชื่อมั่นเรื่องความสามารถในการชําระหนี้ ของรัฐบาล นี่เปึนเรื่องที่ผมได้ติดตามงานของท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีมา ๓ เดือน ประมาณ ๓ เดือนนั้นทําให้ผมและสมาชิกในซีกของฝ์ายค้านได้รับทราบว่า มีหลายประเด็นนะครับที่เรียนตามตรงว่าขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเปึนประเด็นสําคัญนะครับ ที่จะนําไปสู่ในเรื่องของการบริหารการจัดการเรื่องเม็ดเงิน แม้กระทั่งเงินงบประมาณ ที่ได้ผ่านสภาแห่งนี้ไป ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่อยู่ในอํานาจที่รัฐมนตรีหลายท่านรวมถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสามารถกระทําได้ ท่านก็ไม่มีความพยายามที่จะเร่งรัดการใช้จ่าย เม็ดเงินเห็นได้ชัดครับหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการล่าสุดนั้นที่รัฐบาลเพิ่งผ่าน ในเรื่องของการขอกู้เงิน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อสภาแห่งนี้ไป เรียนตามตรงครับ ไปตรวจสอบเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของโครงการที่เกิดขึ้นที่รัฐบาลได้มี โครงการเรื่องการเกี่ยวข้องกับพี่น้องในกระทรวงแรงงาน นั่นคือลูกจ้างหรือแรงงานที่เปึน ประเด็นปัญหาอยู่ ท่านประธานเชื่อหรือไม่นะครับว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนี้มีตัวเลขเทียมที่ เกิดขึ้นครับท่านนายกรัฐมนตรี กองทุนประกันสังคมผมคิดว่าอันตรายมาก เมื่อถูกเลิก จ้างงานนะครับ ทําไมผมต้องพูดถึงประเด็นนี้นะครับ ผมพูดถึงว่าลักษณะของโครงการ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลเองมันขาดความรัดกุม แล้วเกิดความเสียหายจริง ๆ เมื่อผู้ประกันตนตกงาน เอาแค่ง่าย ๆ ครับ การจ่ายเงินชดเชย ๖ เดือน ๆ ละ ๔,๐๐๐ บาท ๔ ๖ ๒๔ ๒๔,๐๐๐ บาทต่อคน ตัวเลขเปึนล้านคนนะครับ เกิดตัวเลขเทียมขึ้นได้อย่างไร ผมงงครับ สิ่งเหล่านี้ก็เปึนเครื่องชี้ให้เห็นนะครับว่าแม้การบริหารการจัดการนี่ ซึ่งจะต้อง ควบคุมดูแลโดยท่านนายกรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้ก็ยังเกิดความบกพร่อง ถามว่ากองทุน ประกันสังคมนั่นอันตรายแล้ว นอกจากจะการจ้างงานยังไม่เกิด นั่นคือที่มาของรายได้ รัฐบาล เรื่องรายได้การส่งออกนะครับ ภาคอุตสาหกรรม ภาคอะไรต่าง ๆ นั้นไม่ได้รับการ ดูแล ถามว่าสิ่งนั้นเปึนภาษีของรัฐที่รัฐควรจะได้ มาตรการบางอย่างที่ ครม. หรือ คณะรัฐมนตรีนั้นไม่เคยแสดงให้เห็นถึงที่มารายได้ ซึ่งจะนําไปสู่ความเชื่อมั่นในการชําระหนี้ ถ้าถามว่าตอนนี้นะครับ ถ้าเปรียบเปึนภาคเอกชนนะครับ เวลาเราเดินไปกู้หนี้ของธนาคาร นี่ครับ สิ่งแรกเลยสําคัญที่สุดก็คือ เขาจะถามเลยขีดความสามารถในการชําระหนี้ของคุณนี่ ถ้ามองดูจากเวิร์ค สเคดดวล (Work schedule) นะครับ หรือสิ่งที่รัฐบาลได้ทําอยู่ปัจจุบันนั้น มันไม่สามารถมีความเชื่อมั่นเลยว่าเราจะสามารถชําระหนี้ได้ และสําคัญที่สุดก็คือ ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้กล่าวในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ซึ่งมันกระทบไปถึงผู้เสียภาษีที่เขาจะต้องมาตอบสนองนะครับ ก็คือต้องเสียเม็ดเงิน เหล่านั้นนะครับตอบแทนให้กับรัฐบาลในเรื่องของเขาต้องทําและปฏิบัติหน้าที่ในการเปึน ผู้เสียภาษี สิ่งนี้จะมองให้เห็นชัดนะครับว่ามันอันตรายเปึนอย่างยิ่ง ถ้าขีดความสามารถ ในการชําระหนี้ไม่สามารถจะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยต่อไปในอนาคตใครที่ยัง ไม่มีบุตรหลานนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน บุตรหลานของท่านคลอด ออกมาก็คงจะเปึนหนี้แล้วแน่นอน กลับมาสู่อีหรอบเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมเรียนตามตรงเลยนอกจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่เปึนประเด็นซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกําลังจะชวนผมและคณะได้มีโอกาสหารือในการปรับปรุงแก้ไขนั้น ผมว่าเปึนสิ่งที่ดีนะครับ ควรที่จะเร่งรีบ และเรียนตามตรงว่า ถ้าดูในรายละเอียดตามที่ผม ได้นําเรียนแล้ว ผมก็ไม่สามารถที่จะมีมติผ่านความเห็นชอบในเรื่องของกรอบที่ คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อรัฐสภานะครับ อันนั้นเปึนสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนต่อ ท่านประธาน การสร้างแรงจูงใจนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน ผมอาจจะกล่าวกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมว่าสิ่งนี้ผมให้กําลังใจตลอด แต่ผมต้องพูดว่า การสร้างแรงจูงใจนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด คือมันสามารถแสดงออกได้โดยที่ไม่จําเปึน ในเรื่องของกฎหมายเหล่านี้ นั่นคือที่มาของรายได้ ผมได้เฝัามองมา ๓ เดือน ท่านไม่เคย สร้างแรงจูงใจสําหรับรายได้ที่จะเกิดขึ้นในภาครัฐเลย เช่น การจัดเก็บ ผมบอกเสมอ นะครับว่าอยากจะให้ทํา มาตรการที่จะสร้างแรงจูงใจกับผู้เสียภาษีให้กับรัฐก็ไม่เคยมี ออกมา อยากจะเห็นจริง ๆ ครับ เอาใจช่วย ผมเคยยกตัวอย่างให้ฟังนะครับว่าถ้าเราซื้อรถ มาคันหนึ่ง ราคา ๕ ล้านบาท ท่านเคยคิดไหมว่า จะให้เขาไปดีแคร์ (Declare) ภาษีสัก ๒ ล้านบาท จากเดิมได้แค่ล้านเดียว มันก็ไม่เคยมี ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าภาษีที่ดินนะครับ รายจ่ายจากซื้อที่ดินในภาคอุตสาหกรรม ในการลงทุนในเรื่องของที่ดินนะครับ เอามา สามารถดีแคร์ภาษีได้ ไม่เคย ๓ เดือนที่ผมเฝัาดูนะครับว่าพยายามจะมองว่ารัฐบาลจะมี กลไกอะไรใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในเรื่องของรายได้ ไม่มี ยิ่งหนี้สาธารณะในส่วนของ รัฐวิสาหกิจ ไม่มีเลย และถามจริง ๆ ว่าวันนี้ ถ้าเราจะต้องกู้เรามาเพิ่มหนี้สาธารณะขนาดนี้ ผมคิดว่ากรอบการเจรจายิ่งต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ยิ่งต้องรับฟัง ความคิดเห็นเขาอย่างมาก เพราะเขาเหล่านั้นกําลังได้รับผลกระทบในอนาคตแน่นอน แต่ถ้ามาตรการที่ผมบอกสร้างแรงจูงใจมันยังเนียนนะ ที่ผมบอกเรื่องที่ ๑ ก็คือ สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ที่เขาเสียภาษีให้เราที่มีจิตและวิญญาณอยากจะเสียภาษีให้ใน ฐานะช่วยเหลือประเทศชาติอย่างไร อันนี้นายกรัฐมนตรีต้องทําครับ ฟังออกมาต่อพับลิค (Public) ที่มีเสมอเลยนะครับว่า กู้ กู้ กู้ มันเปึนภาพที่สะท้อนให้เห็นแล้วครับอยากจะกู้ แต่เราไม่ขัดข้องที่จะให้กู้ แต่ว่าในกรอบที่จะต้องเจรจา แต่โปรดกรุณาได้สร้างความมั่นใจ ในการชําระหนี้ให้ด้วย เพื่อให้บุตรหลานที่เขายังเปึนรุ่นน้องเรา หรือรุ่นลูกเราได้มีความ เชื่อมั่นว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มีความมั่นคงหรือมีความสามารถในการชําระหนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นการแก้ไขนะครับ หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เคยมีมาเลย ตอนนี้ยังไม่เห็นเลย เอาแค่รถไฟ หนี้เปึนแสนล้านบาทนะครับ ยังไม่เห็นเลยครับว่าเรื่องแอสเซท (Asset) ของ รถไฟจะทําอย่างไร ต้องรีบนะครับ เดี๋ยวจะอันที่ ๒ เดี๋ยวจะพูดแล้วเรื่องรถไฟความเร็วสูง หรือสายสีอะไรต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องประเมินผลนะครับว่าจุดคุ้มทุนมันอยู่ที่ไหน โรงงานอุตสาหกรรมเขาเจ๊ง เราทําไว้เพื่อรองรับคนงานนะครับ สิ่งเหล่านี้เราต้องพูดกัน ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าภาระต่าง ๆ มันเกิดขึ้นตอนท่านมารับ ผมฟังอยู่เสมอและเอาใจช่วย แต่อยากให้มีมาตรการ นอกจากการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว การสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องคนไทยที่เขาต้องต่อสู้ฟันฝ์าภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ อันนี้มีความจําเปึน ผมได้ฟังความจากผู้ประกอบการเยอะแยะมาก ๆ รออยู่นะครับ ตอนนี้ เอ็นพีแอล (NPL) มันเริ่มกลับมา ๓ เดือนอย่าลืมครับ ตั้งแต่ท่านรับงานเปึนนายกรัฐมนตรี และเปึนรัฐบาล มาครบ ๓ เดือนพอดีนะครับ เอ็นพีแอล เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่อง เอ็นพีแอล รีเอนทรี (Re entry) มันก็ต้องเตรียมไว้นะครับ แก้ปัญหาเรื่องรีสตรัคเจอร์ (Restructure) หนี้ ก็ต้องเตรียมครับ แฮร์คัท (Hair Cut) หนี้ก็ต้องเตรียมครับ แต่ไม่มีในมาตรการที่จะต้อง แสดงไว้ให้เห็น ผมเรียนตามตรงนะครับ ในกรอบนี้ผมขออนุญาตเบื้องต้นนะครับ เพื่อให้ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านน่าที่จะปฏิบัติตาม ถ้าท่านปฏิบัติตามแล้ว ผมจึงจะ เห็นชอบจึงขอได้แสดงความคิดเห็นไว้ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ มีท่านที่ขออภิปราย แต่ไม่มีในบัญชีของวิปนะครับ วิปฝ์ายค้านท่านอนุญาตได้ไหมครับ คนละ ๕ นาที ได้ไหมครับ เชิญท่านกิตติศักดิ์นะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเสนอป่ดอภิปรายได้ไหมครับท่านครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายนั้น ก็ได้มีผู้ที่ได้เสนอในประเด็นต่าง ๆ มากันอย่างรอบคอบแล้ว อย่างครบถ้วนแล้ว แล้วก็ หลายประเด็นก็ซ้ํากันด้วยซ้ําไป ผมขอให้ท่านประธานใช้อํานาจของท่านประธาน ในข้อ ๖๖ นะครับ ประธานจะขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าจะป่ดอภิปรายหรือไม่ก็ได้ ขอให้ ท่านพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านเสนอให้ป่ดอภิปราย ใช่ไหมครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ป่ดอภิปรายนะครับ อภิปรายเปึนอันยุติ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ ท่านมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเสนอขอเป่ดอภิปรายต่อครับ เนื่องจากมี ผู้ประสงค์ที่จะอภิปรายอยู่ ๒-๓ คนครับท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมทราบว่ายังมีเพื่อนสมาชิกที่จะขออภิปรายอีก ๒ ท่านนะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้กรุณาว่าได้ให้อภิปรายอีก ๒ ท่าน คนละ ๕ นาที นะครับ ผมคิดว่าทางพรรคร่วมรัฐบาลไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าหากตกลงกันได้ครับ ไม่ต้อง ลงมติครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ เอานะครับ เอาอีก ๒ ท่าน เชิญ ท่านบุญยอดถอนนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ คนละ ๕ นาที นะครับ เชิญท่านกิตติศักดิ์นะครับ เชิญท่านขจิตร ขอโทษ เชิญท่านขจิตรครับ ต่อไปคือ ท่านกิตติศักดิ์เปึนคนสุดท้ายนะครับ เชิญท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด มหาสารคาม ผมนั่งฟังมาก็ความเห็นของท่านสมาชิกไม่ตรงกับที่ผมคิด ผมเลยต้องขอ อภิปราย ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า เวลาเรา พูดถึงเศรษฐกิจเรากําลังเดินตามเศรษฐกิจแบบที่ไปสู่ความล้มเหลว เวลาไม่มีเงิน เรามักจะกู้มา แต่วันดีคืนดีเราก็พูดถึงว่า เศรษฐกิจพอเพียง เวลาบ้านเมืองมีปัญหา เวลาขาดเงิน วัตถุดิบซึ่งเปึนเรื่องจริงก็คือ ข้าว ปลา เปึนของจริง เงินทองเปึนของมายา วันนี้เรากําลังวิ่งตามสิ่งที่เปึนมายา เราบอกว่าเงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ท่านเสนอเข้ามา ในกรอบการเจรจานี่ถามว่าใช้อะไร ก็ยังไม่ชัดเจนอีก บอกถ้าจะเปึนประโยชน์กับ คนชนบทบ้างไหม มันจะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้โดยตรงหรือเปล่า ผมก็ไม่มั่นใจ ผมขออนุญาต แลกเปลี่ยนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ในหลักการถ้าพูดถึงว่าเวลาบ้านเมืองเกิดวิกฤติ เราบอกว่าเราต้องหันไปพึ่งตัวเองเปึนหลัก ต้องเชื่อมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียง ผมก็ดู ไม่เห็นว่าเขาจะต้องรีบไปกู้เงินมา ผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่บอกเงินที่ค้างอยู่ตามท่อ เปึนแสนล้าน ท่านก็ไม่คิดที่จะไปไล่ออกมาให้มันถึงมือประชาชน ท่านก็คิดแต่ว่าต้องไปกู้ มองออกไปข้างนอกกู้เงินต่างประเทศเข้ามา เวลาจะกู้เงินต่างประเทศท่านก็บอกว่า ดอกเบี้ยมันถูกกว่าในประเทศ เวลาค่าเงินเปลี่ยนแปลงมา ดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นเท่าตัว บ้านเมืองก็ล่มจม คนที่เสนอกู้วันนี้ ว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ก็ไม่มีใครโผล่หน้ามารับผิดชอบบ้านเมือง ผลสุดท้ายก็มีแต่ ประชาชนเท่านั้นที่รับหนี้ไว้ ท่านประธานครับ ด้วยความเห็นที่แตกต่างอย่างยิ่ง ผมไม่เห็นด้วยกับหลักการที่จะกู้เงินด้วยซ้ําไป แล้วยิ่งไม่มีรายละเอียดว่าพี่น้องประชาชน จะได้รับผลอย่างไร ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจอย่างไร โครงสร้างพื้นฐาน ถ้าท่านบอกว่าจะเอาไปทํา ถนนปลอดฝุ์นให้ชาวบ้าน ฝุ์นเต็มหมู่บ้าน ในเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชาวชนบท ต้องกินฝุ์นกันอยู่ตลอดเวลาท่านก็ไม่เอาไปนะครับ เงินจํานวนนี้ท่านก็ตอบยังไม่ชัดเจน ด้วยว่าท่านได้ตัดสินใจเอาไปทําอะไรแล้ว เวลานี้ท่านขออนุมัติไปแสนกว่าล้านบาท งบประมาณกลางป้ เรื่องโครงการเรียนฟรี วันนี้ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นในโรงเรียน มีการเรียก ผู้ปกครองไปหลายโรงเรียนมากตามที่ ส.ส. หลายท่านได้ถามรัฐบาล ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ผู้อํานวยการโรงเรียนเรียกผู้ปกครองไปให้ขอเขียนสละสิทธิว่าไม่รับเงิน ช่วยดูหน่อยครับ ว่าทําไมถึงมีอย่างนี้อยู่ หรือว่ามันเปึนการกระซิบกันภายในบอกเงินไม่มีนะ ใครสละสิทธิ ไม่เอางบจากรัฐบาลให้โล่ให้รางวัลกันไปก็มีบางโรงเรียน ไปช่วยดูกันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เชื่อครับ ไม่เชื่อว่าการกู้เงินมานี่บอกว่า ถ้าไม่กู้เศรษฐกิจจะติดลบก็เลยไปกู้เสียเลย มันลบก่อนที่จะทําอีกครับ คือไปลบเสียก่อน มันของง่าย ๆ ผมพูดไม่ต้องใช้หลัก เศรษฐศาสตร์อะไรมากหรอก ใช้หลักชาวบ้าน วันนี้ถ้าผมฟังชาวบ้านมานะ ถ้าเอาเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไปประกันราคาพืชผล คนที่เขามีผลิตผลมันสําปะหลัง อ้อย เขาจะขึ้น จากตันละ ๖๐๐ บาท เปึนตันละ ๑,๒๐๐ บาทเหมือนเดิมอีกเขาจะมีเงินทันทีเลย แล้วท่านทําไมไม่เอาไปนะครับ ท่านทําไมไม่เอาลงไป เสร็จแล้วเวลาท่านมีเงิน ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านก็ไม่ได้ทําสิ่งเหล่านี้ ผลงานของประชาชนที่เขาผลิต ภาคการผลิต ที่เขาผลิตกันกองทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่เวลานี้มีปัญหาเรื่องราคา ทําไมท่าน ไม่จัดเงินลงไปแก้ปัญหาในเรื่องนี้ วันนี้ก็ไปคิดกันอีกบอกว่าเอามานี่ต้องสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน สร้างแหล่งน้ํา สร้างอะไร สร้างทําไมที่ไม่มี เวลานี้เราบอกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ รุนแรง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงมันต้องฉับไว ทัน แล้วเข้าถึง ผลผลิต ภาคการผลิต ขณะนี้กองเต็มบ้านเต็มเมือง ท่านก็บอกว่าใช้เงินไปมากแล้ว พอเวลากู้มาท่านก็เอาไปลง ซึ่งห่างไกลจากมือของประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วย สิ่งต่าง ๆ ที่ประชาชนเขาสร้างเปึน ผลงานขึ้นมา วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าสิ่งที่จะต้อง พิสูจน์ก็คือว่าผลงานจากน้ําพักน้ําแรงของพี่น้องประชาชน ทําให้มันมีค่ามีราคา ทําให้มัน เปึนเงิน เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นเปึนเงิน แทนที่จะเปึนความยากลําบากของชาวบ้านหยาดเหงื่อ แรงงานเหล่านั้น ท่านกู้มาแล้วก็ท่านไปเปลี่ยนผลงานเหล่านั้นให้เปึนเงิน ให้เปึนเม็ดเงิน ยังจะดีกว่าที่ท่านจะเอาไป ทําไมจะต้องไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งต้องระยะยาว กว่าจะ สร้างแหล่งน้ํา กว่าจะเอาไปเปึนการเกษตร วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนไม่ใช่ อย่างนั้น ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนคือ ผลผลิตที่เขาสามารถสร้างขึ้นมา มันไม่เปึนราคา แล้วท่านบอกมีนโยบายประกันราคาพืชผลด้วย เมื่อไรท่านจะประกาศ ประกันราคาให้ประชาชนสามารถที่จะฟุ๋นเศรษฐกิจของเขาได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ต่อรัฐบาลว่าท่านเสนอกรอบการเจรจามาโดยไม่ระบุ โดยไม่ยอมบอกชัดเจน เสมือนหนึ่ง ว่าท่านมีอะไรจะเอาไปอยู่แต่บอกไม่ได้อะไรอย่างนี้

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านขจิตรครับ หมดเวลา แล้วนะครับ เชิญท่านสรุปอีกนิดหนึ่งนะครับ เชิญ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ครับ เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือว่า ถ้าผมฟังโดยผมเปึนผู้แทนประชาชนมานี่ ประชาชน เขาก็ไม่รู้อะไรมากหรอก แต่เพียงว่ากู้มาหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท ในครอบครัวเขาก็ ไม่มีอะไรจะเพิ่มขึ้น เขายังยากจนอยู่ ถ้าเขาขายผลิตผลไม่ได้เขาก็ยังขาดทุนอยู่ เพราะฉะนั้นกู้มาแสนล้านบาทก็ไม่ได้มีผลถึงชาวบ้านในทันที วิกฤติเศรษฐกิจวันนี้ มันต้องการเห็นผลทันที ถ้าเอาเงินไปซื้อผลผลิตเขา เขาก็ได้เงินทันที เขาสามารถใช้หนี้สินได้ ทําไมท่านไม่ทําแบบนั้น ท่านประธานครับ ผมไม่อาจจะรับรองอันนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา จริง ๆ แล้วกระผมก็ได้รับฟังสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดไปหลายท่านนะครับ ท่านประธาน กระผมก็ไม่อยากจะมาใช้เวลาตรงนี้หรอกครับนะครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ มีชาวบ้านโทรศัพท์มาหาผม ที่จังหวัดอุดรธานีเขาโทรศัพท์มาบอกว่า เอ้า รัฐบาลนี้กู้ อีกแล้วหรือ เขาว่านะครับท่านประธาน กระผมยิ่งมาอ่านตัวนี้ว่า ร่างหนังสือแลกเปลี่ยน ว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น กระผมสมัยนั้นยัง ไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรนะครับท่านประธาน แต่ตอนนี้ก็เปึนใหม่นะครับยังไม่ถึง ๓ เดือน เลยนะครับท่านประธาน มาเห็นญี่ปุ์นผมก็ตกใจ เอ๊ะ มิยาซาวาอีกแล้วหรือนะครับ ทีนี้ผมก็เลยอยากจะเล่าถึงชาวบ้านที่เล่าเรื่องรัฐบาล ขอประทานอภัยนะครับที่เอ่ยนาม ท่านรัฐบาลชวน หลีกภัย นะครับซึ่งขณะนั้นเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้น จังหวัดอุดรธานีผมได้ผู้แทนราษฎรตั้ง ๗ คนนะครับพรรคประชาธิปัตย์ สมัยท่านชวน นะครับ ทีนี้นะครับท่านประธาน เมื่อมารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ชาวบ้านผมว่ารูปหล่อนะครับ แต่พอมาเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วท่านจะไปกู้เงินนี่ท่านทําให้เขาเชื่อมั่นในตัวของท่าน หรือยังนะครับ ชาวบ้านพูดนะครับไม่ใช่ผมพูด บอกว่าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีคราวนี้ ถ้าพูดตามหลักก็เปึนไม่ถูกทํานองคลองธรรมนะครับท่านประธาน เปึนพรรคอันดับ ๒ แต่เขาพูดว่า ปล้นมาเปึนรัฐบาลนะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็บอกว่าท่านไปทําความเชื่อมั่น หรือยังท่านนายกรัฐมนตรี

(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เพชรบุรี) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ท่านประธาน ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ผมประท้วง ผู้อภิปรายครับท่านประธานครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอให้ถอนคําว่า ปล้น ครับ คําว่า ปล้น นี่ผิดกฎหมายนะครับ ปล้น เขามาเปึนรัฐบาลต้องถอนครับ ผิดกฎหมายนะครับถ้าปล้นมา นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ติดคุกเลยนะครับ ต้องถอนครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ชาวบ้านเขาพูดมานะครับ ผมเปรียบเทียบให้ฟังนะครับ ท่านประธาน

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ท่านประธาน ครับ ต้องถอนครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คือเอาอย่างนี้

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ คือผมเปรียบเทียบให้ฟัง ชาวบ้านเขาพูดมานะครับท่านประธาน เปรียบเทียบให้ฟังนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ เปึนการเปรียบเทียบนะครับ เปรียบเปรยนะครับ ไม่เปึนไรนะครับ ผมวินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่งลงได้ครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เผอิญว่ามีข้อความส่งมาที่ผมนะครับเปึนคนจังหวัดเพชรบุรีครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

นะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว นะครับ เชิญท่านนั่งได้นะครับ เชิญท่านนั่งลงได้ครับ เชิญนั่งลงได้ เชิญท่านนั่งนะครับ ท่านที่ประท้วงเชิญท่านนั่งครับ ท่านประท้วงอะไรอีกครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

เสียหาย นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าพรรคผมนะครับ ชาวบ้านได้ฟังอยู่แล้วมันเปึนเรื่อง เสียหาย คําว่า ปล้นเขามาเปึนรัฐบาล นี่ครับ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

นะครับ คือมันก็เปึน คําพูดธรรมดานะครับ ก็เปรียบเปรยนะครับ เปรียบเปรยนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ท่านประธาน ครับ ถ้าท่านประธานคิดว่าเปึนคําเปรียบเปรย ท่านประธานปล้นตําแหน่งประธาน วุฒิสภามาหรือเปล่าครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ต้องเปึนเด็ดขาดแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งได้นะครับ เกี่ยวกับ เรื่องปล้นนี่นะครับ เชิญท่านนั่งลงได้ เชิญท่านต่อครับ ที่ท่านประท้วงนี่

(นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ผมขอ อนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน ถ้าท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้กระผมถามว่าต่อไป สภาผู้แทนราษฎรจะประชุมกันอย่างไรครับ ถ้ากระผมเปรียบเทียบว่าคนที่พูดนี่เหมือนโจร

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ ข้อบังคับบอกว่าผมวินิจฉัยแล้วเปึนที่สุดนะครับ ผมวินิจฉัยตามนั้นนะครับ ตามที่ผมรู้สึก เพราะผมรู้สึกว่าก็เปึนคําเปรียบเปรยธรรมดาเท่านั้นแหละ ท่านนั่งลงได้นะครับ ประเด็นนี้ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมเคารพในคําวินิจฉัยของท่านประธาน และผมคิดว่าผมไม่สามารถเปลี่ยนคําวินิจฉัย ของท่านประธานได้ ถ้าท่านประธานท่านอื่นนั่งทําหน้าที่อยู่ผมจะไม่ลุกขึ้นประท้วงครับ แต่ว่าท่านเปึนผู้พิพากษาที่ทําหน้าที่มาอย่างสูงส่ง เปึนนักกฎหมาย ท่านบอกว่าเปึน คําเปรียบเทียบ ผมเรียนท่านแล้วว่าผมยอมรับคําวินิจฉัยของท่าน ขอความรู้ผมสักนิด เถอะครับ ถือว่าผมเปึนลูกศิษย์ของท่านก็แล้วกัน ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ เปรียบเทียบมันต้องมีสิ่ง ๒ สิ่งมาเปรียบเทียบกัน ท่านกําลังเปรียบเทียบตอนนี้กับ อะไรครับ คําว่า ปล้นเขามา ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่ใช่ มันเปึนคํากล่าว ของชาวบ้านธรรมดา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านอธิบาย สิครับ ผมจะได้ขอความรู้จากท่าน

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัย ผมอธิบาย ว่าผู้อภิปรายพูดเปรียบเปรยเท่านั้นเองนะครับ เปรียบเปรยว่าการที่เข้ามาเปึนรัฐบาลนั้น นะครับ อย่างโน้นอย่างนี้เท่านั้นแหละ มันไม่ได้ร้ายแรงอะไรถึงขนาดนั้นนะครับ ผมไม่ได้ อยู่ในความกลัวอะไรทั้งสิ้นนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วต้องเปึนอย่างนั้นนะครับ นี่อย่างไร ความรู้ผมก็ให้แล้วก็เปึนอย่างนี้แหละ ก็เปรียบเทียบบอกว่า การที่เข้ามาเปึนรัฐบาล แย่งกันมาอะไรเท่านั้นเอง ก็ไม่เปึนไรนะครับ ก็คือผมวินิจฉัยว่าก็ใช้คําแย่งกันมา นั่นแหละ แต่เปึนคําชาวบ้านเท่านั้นเอง ก็คือโหวตกันมา คืออย่าวุ่นวายนะครับผมว่า คือผมว่าถ้าอย่างนั้นประชุมไม่ได้นะครับ ถ้าเผื่อท่านไม่เคารพในคําวินิจฉัยของผม ก็อธิบายแล้วอย่างไรครับ ก็ผมอธิบายแล้วนะครับ ก็อธิบายว่าที่เขาเปรียบเปรยว่า แย่งกันมาเท่านั้นแหละ ก็โหวตกันอย่างไรครับ เชิญนั่งได้นะครับ จะได้ประชุมต่อ ไม่ใช่ ก็ผมบอกแล้วอย่างไรเปึนคําเปรียบเปรย ผมวินิจฉัยแล้วว่าไม่ได้เปึนการเสียดสีนะครับ ไม่ต้องถอน ไม่เปึนไรครับ ผมวินิจฉัยแล้วต้องถือตามคําวินิจฉัยนั้นนะครับ ผมอธิบาย ไปแล้วอย่างไร ก็บอกว่าเหมือนแย่งกันมาเท่านั้นเอง ก็โหวตกันอย่างไรครับ ก็โหวตกัน นั่นแหละ คืออย่างนี้นะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เห็นใจเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นประท้วงนะครับ คือผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า เมื่อท่านประธานวินิจฉัยแล้วพวกกระผมก็คงทําเปึน อย่างอื่นไม่ได้ นอกจากยอมรับคําวินิจฉัยของท่านประธาน แต่ว่าแม้ว่าท่านประธาน จะบอกว่านี่เปึนการเปรียบเปรย ซึ่งความจริงการเปรียบเปรยก็อย่างที่ท่านสมาชิกกล่าว นะครับ ก็ต้องมีถามว่าเปรียบกับอะไร แต่ว่าคําพูดของเพื่อนสมาชิกแม้ว่าจะอ้างว่าเปึน คําพูดของชาวบ้านก็เปึนการกล่าวหาที่รุนแรง ถ้าท่านประธานจะยืนยันคําวินิจฉัยนี้ หลังจากท่านอภิปราย กระผมก็คงต้องขอใช้สิทธิในการชี้แจง และอธิบายว่าการปล้นซึ่ง เปึนการกระทําที่ผิดกฎหมายมันควรจะเปรียบกับอะไร เช่น การทําผิดกฎหมายเลือกตั้ง ครับ ศาลวินิจฉัยว่าทําผิดกฎหมายครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมให้ท่านชี้แจง เชิญท่านต่อนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับท่านประธาน เพื่อให้สมาชิกพรรครัฐบาลได้สบายใจนะครับ เมื่อคํากล่าวของผมที่เอาจากชาวบ้านมาว่ามันรุนแรง ผมก็บอกว่าไม่เปึนไร ไม่ได้บอกว่า ปล้นมาก็ได้นะครับ ขอถอนก็ได้คําว่า ปล้น นะครับท่านประธาน ผมเปึนสมาชิกใหม่ นะครับท่านประธาน ยังไม่ถึง ๒ เดือนดังที่กล่าว เพราะผมเปึนชาวบ้าน ชาวบ้านเลือกผมมา เขาพูดอย่างนั้น มันก็จริงนะครับ เมื่อครั้งที่ผมยังไม่เปึนผู้แทนราษฎร สมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านก็ไปกู้เงินมิยาซาวาอย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน อันนี้มา ก็จะกู้อีกแล้วจากญี่ปุ์นอีกแล้วนะครับท่านประธาน กู้ที่ผมอ่านไปก็มีจะมาสร้างรถไฟใน กรุงเทพมหานครนะครับท่านประธาน

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรอีกครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมต้อง ประท้วงอีกครั้งนะครับ ท่านครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมคิดว่าผมให้อภัยท่านได้ ท่านบอกว่าท่านเปึน ส.ส. ใหม่ และท่านครับ และใครเปึนคนกู้ล่ะครับ กู้ ไอเอ็มเอฟ ของมิยาซาวาที่ท่านพูดถึง ท่านมีหลักฐานไหมครับ รัฐบาลไหน ท่านจะดูหลักฐานมาดูที่ผมเลยครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวตอนนี้ประเด็นอยู่ที่ ท่านประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมประท้วง ว่า กล่าวคําเท็จเสียดสีครับ ซึ่งไม่เปึนความจริงครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ว่าอย่างไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวก็จบแล้วครับท่านประธาน ทนนิดเดียวนะครับ มิยาซาวา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านถอน ก่อนสิครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ต่อมาก็เปึน ไอเอ็มเอฟ นะครับท่านประธาน กําลังจะไปถึง ไอเอ็มเอฟ นะครับ ท่านประธาน นิดเดียวนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

อย่างนี้ต้อง ถอนครับ ท่านประธานครับ ใครไปกู้ ไอเอ็มเอฟ ล่ะครับ ผมจะอ่านให้ฟังไหมครับ เสียเวลาหน่อยนะครับ ท่านจะฟังไหมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ฟังครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

คนที่กู้ ไอเอ็มเอฟ นะครับ มีบันทึกเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ผมไม่อ่านทั้งหมดนะครับ คนที่ ลงนามในการกู้ ไอเอ็มเอฟ ครั้งที่ ๑ เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ท่านทราบไหมครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง นายทนง พิทยะ ครับ และก็ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ครับ รัฐบาลนั้นเปึนรัฐบาลของ พลเอก ชวลิต ครับ ต้องถอน คําพูดครับ ท่านครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ว่าอย่างไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอประท้วง

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยว่าอย่างไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านวินิจฉัย ที่ผมพูดก่อนสิครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ผมประท้วงท่านที่

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยว ผมถามท่านเกียรติ์อุดมก่อนว่าอย่างไร ที่พูดนี่ท่านจะถอนคําพูดไหม เชิญครับ เดี๋ยว ท่านสุนัยนั่งลงก่อนนะครับ เอาทีละคนนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ คือผมก็ได้เรียน ท่านประธานไปแล้วว่าผมเปึนผู้แทนราษฎรใหม่นะครับ เพราะว่าตอนนั้นผมยังไม่ได้เปึน ส.ส. ชาวบ้านเขาเล่ากันว่าขณะนั้น

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยว ๆ ท่าน เอาอย่างนี้ นะครับ ข้อมูลที่ท่านได้ผิดแล้วนะครับ ท่านถอนใช่ไหมครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ถอนก็ได้ครับท่านประธาน ไม่มีปัญหานะครับ ถอนก็ได้นะครับท่านประธานนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ถอนแล้ว คราวนี้ ท่านสุนัยมีอะไรครับ ท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าบรรยากาศการอภิปราย มันก็ดึกแล้ว แล้วก็ทราบมาว่ายังจะต้องอีกฉบับหนึ่ง คือท่านเกียรติ์อุดมนี่ครับ ท่านก็เปึน ส.ส. ใหม่ท่านก็บอกแล้ว ผมคิดว่าท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ก็เปึน ส.ส. หลายสมัย ท่านก็ ไม่ได้ดื้อรั้นครับท่านครับ เมื่อให้ถอนท่านก็ถอนแล้วยังจะเอาอะไรกันอีก แล้วกระทําผิด ข้อบังคับครับไปกล่าวถึงบุคคลภายนอก คือท่าน พลเอก ชวลิต ผมว่าการกระทําอย่างนี้ ไม่ได้ส่งผลในเรื่องที่

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ท่านสุนัยเอาละครับ เขาเรียบร้อยแล้วครับ เรียบร้อยแล้วครับ เอาอย่างนี้ น่ากลัวยุ่งแล้วผม ประท้วงหลาย ประท้วงเหลือเกินนะครับ เอาท่านสุนัย เอาทีละคน ท่านสุนัยก่อนนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นี่คือมัน ๒ อย่างครับ

อย่างที่ ๑ คือท่านประธานก็คงจะดึกไป ก็ด้วยความเคารพท่าน ท่านก็เลย ปล่อยให้ผู้ประท้วงเห็นว่าอาวุโสก็เลยให้พูดไป พอพูดไปก็ผิดข้อบังคับ อันที่ ๑

อันที่ ๒ ก็ดูจะไม่มีน้ําใจเลยต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาเพิ่งมา ไม่ถึง ๒ เดือน เขาก็พยายามจะทําหน้าที่ของเขาในการสะท้อนความรู้สึกของประชาชน หลายคนกลับไปแล้วครับ แต่เขายังอยู่ นี่ต้องให้เกียรติเขาว่าเขาได้พยายามทําหน้าที่ อันนี้ พอดําเนินการอย่างนี้มันก็ยิ่งทําให้เรื่องขยายวงใหญ่ อย่างกรณีที่ไปกล่าวพาดพิงถึง บุคคลภายนอกจะไปตีกินกับ ท่าน พลเอก ชวลิต ทําไมครับ เขาเปึนบุคคลภายนอกนี่เปึน การผิดข้อบังคับครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

จบแล้วนะครับ จบแล้ว ท่านประท้วงอะไรอีกครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอเวลาสั้น ๆ ครับท่านประธาน ประมาณสัก ๑ นาทีที่อธิบายให้ ท่านประธานฟังว่าเพราะอะไรผมถึงต้องประท้วง เมื่อสักครู่ผมฟังท่านสุนัยได้กล่าว พาดพิงถึงท่านนิพิฏฐ์ว่าไม่มีน้ําใจ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าพี่น้องประชาชนทางบ้าน ฟังแล้วเหมือนกับท่านนิพิฏฐ์นั้นไม่มีน้ําใจจริง ๆ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าถึงท่านผู้ที่ กล่าวอภิปรายตอนแรกที่อ้างบอกว่าเปึนสมาชิกใหม่ ๒ เดือน แต่การอยู่ร่วมกันใน สภาผู้แทนราษฎรนั้นต้องใช้ข้อบังคับการประชุม สิ่งที่ท่านนิพิฏฐ์ได้ทําการประท้วงนั้น ประท้วงตามข้อบังคับการประชุมไม่ใช่เรื่องของน้ําใจครับ อยากให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ ถอน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ ข้อเท็จจริงทุกอย่างคนพูดต้องรับผิดชอบเอาเองอยู่แล้วนะครับ

(นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

เชิญท่านประท้วงอะไร ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ผมเปึนอดีตสมาชิก พรรคความหวังใหม่สมัย พลเอก ชวลิต เปึนหัวหน้าพรรคนะครับ เมื่อสักครู่มีการพาดพิง ถึงท่าน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับท่านประท้วง อะไรครับ ท่านประท้วงอะไร

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ มีการกล่าวถึงบุคคลภายนอกทําให้ท่านเสียหาย แล้วก็ผมมีข้อมูล ข้อเท็จจริงซึ่งเปึนรายงานของ ศปร. ศปร. นี้เปึนองค์กรกลางนะครับท่านประธาน แล้วก็ แต่งตั้งโดยรัฐบาลนะครับ รายงานของ ศปร. นะครับท่านประธาน การเป่ดเสรีทางด้าน การเงิน การผ่อนคลายกับการปริวรรตเงินตรานะครับ อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างคงที่ สินเชื่อวิเทศธนกิจ บีไอบีเอฟ (BIBF) ท่านประธานครับ คําเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในรายงาน ของ ศปร. ว่าเปึนจุดเริ่มต้นของกลไกที่บกพร่อง

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านชวลิตครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านอย่า เพิ่งขัดผม ให้ผมจบเหลืออีก ๒ บรรทัดเองครับท่านประธาน คําเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ใน รายงานของ ศปร. ว่าเปึนจุดเริ่มต้นของกลไกที่บกพร่อง ทําให้เกิดการก่อหนี้ต่างประเทศ ของภาคเอกชนครั้งประวัติศาสตร์ แล้วก็เปึนผลทําให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ เรื่องที่บอกว่าวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นในสมัย พลเอก ชวลิต ก็พูดกันไป พูดกันมาโทษกันไปโทษกันมา แต่ตรงนี้เปึนรายงานของ ศปร. ครับ เปึนขององค์กรกลาง ก็อยากจะย้อนกลับไปว่า ผมจะไม่พาดพิงเพื่อเอ่ยชื่อพรรคให้เสียหาย แต่อยากจะกล่าว กลับไปว่า ตรงนี้เกิดขึ้นในสมัยใด ผมมีเท่านี้ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เอาสัก ๒ นาทีก็พอครับ แล้วจะได้ยุติสักทีนะครับ ชาวอุดรเขาฟังดีอยู่แล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ค้างอยู่นาทีเดียวครับ ๑๒ นาที

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

๒ นาทีครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

แต่ว่าไม่เปึนไรครับ ให้ เพราะว่า ท่านเปึนคนอาวุโส คือว่าเพิ่งได้รับเลือกตั้ง

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ขอบพระคุณท่านประธานมากนะครับ สมกับที่ผมเคารพท่านเหมือนคุณพ่อนะครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านต้องยอมรับอีกนิดหนึ่งว่าผมก็เคยได้ยินว่า สมัยนั้นท่านก็ไปกู้เงินมาก็จะขอระยะเวลาชําระคืน ๒๕ ป้ มาวันนี้ก็ ๒๕ ป้อีกแล้วครับ ท่านประธาน ๒๕ ป้อีกแล้วนะครับ แล้วก็รวมระยะเวลาปลดหนี้ ๗ ป้นะครับ ท่านประธาน แล้วก็จะมีการตั้งงบประมาณไว้ชําระดอกเบี้ยอีก ๓๐,๐๐๐ ไปไหนแล้วไม่รู้นะครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ยังอยู่ เพราะว่าผมเปึนสมาชิกใหม่นะครับ ท่านประธาน เดี๋ยวนะครับ ท่านผู้มีเกียรติอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ ให้อ่านบ้างนะครับ ท่านประธาน

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พัทลุง) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เดี๋ยว หยุดสักเดี๋ยวมีผู้ประท้วง เชิญคุณนิพิฏฐ์ ผมว่าไม่ประท้วงกระมังครับ จะจบแล้วครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากให้ท่านประธาน

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

จะจบแล้วนะครับ ท่านประธาน เดี๋ยวผมพูด ๒๕ ป้ ๗ ป้นี่ก็จะจบแล้วนะครับ ท่านประธาน ท่านก็เปึนสมาชิกหลายสมัยแล้วนะครับ ทนหน่อยนะครับ ฝ์ายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าใจแคบนะครับ ท่านประธาน อันนี้ในสภานะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาพอดีแล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ก็ประท้วงอยู่ก็หมดเวลาหรือครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาพอดีแล้วครับ เดี๋ยวเราค่อย พูดต่ออีกไม่เปึนไร

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผมยังไม่จบนะครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ เท่านี้ชาวจังหวัด อุดรธานีเขาปลื้มใจแล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ขอให้ ผมจบก่อนนะครับท่านประธาน ผมก็ยังจะฝากนายกรัฐมนตรี ผมชื่นชมนายกรัฐมนตรี นะครับ ท่านเปึนคนรุ่นใหม่นะครับ แม้ว่าท่านจะนําบุคคลที่เปึนรัฐมนตรีผมไม่ชอบ ผมก็ ยังศรัทธาท่านอยู่นะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ดีแล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ถ้าท่านปลดวันนี้ก็ยิ่งดีนะครับท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ถ้าอย่างนั้นเอาแค่นี้ก็ได้ครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ อย่างไร ก็ตามพี่น้องประชาชนคนไทยก็ยังรอท่านที่จะบริหารประเทศชาติ ผมไม่อยากจะได้ยินว่า รัฐบาลมีแต่กู้นะครับ ผมไม่อยากจะได้ยินนะครับท่านประธาน เพราะว่าผมเปึนสมาชิก กว่าจะได้มานี่ลําบากนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จบได้แล้วครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอขอบคุณนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

รับฝากแล้วครับ นั่งลงครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมเกรงใจท่านประธานนะครับ แล้วก็ผมเรียนท่านประธานว่าผมให้เกียรติท่านสมาชิก ใหม่นะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกใหม่ก็ต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสมในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ที่ท่านพูดทั้งหมดนี่เปึนความเท็จทั้งสิ้นนะครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไปกู้มาและใช้เวลากู้ ๒๕ ป้ เปึนเท็จทั้งสิ้นครับ เอามาจากไหนครับ ต้องทําการบ้าน นะครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อุดรธานี) ได้ยืนและยกมือขึ้น)

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ตอนนี้ประท้วงนะครับท่านประธาน ผมขอให้ ท่านสมาชิกได้ถอนคําพูดบอกว่า สมาชิกใหม่ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม นะครับ ทุกคนมี

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

และท่าน ต้องพูดความจริงสิครับ ผมไม่อยากประท้วงสมาชิกใหม่เลยครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่านพูด ผมเรียนชัด ๆ นะครับ ฟังให้ดีนะครับ ที่ท่านพูดเปึนความเท็จทั้งสิ้น

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมขอให้ถอนนะครับ คําว่า

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

เปึนความเท็จ ผมถอนไม่ได้นี่คือหลักฐานในมือผมครับ ท่านเอามาจากไหนละครับว่าประชาธิปัตย์กู้ ๒๕ ป้ ร ๔/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) วีรพร ๑๑๘/๔

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมนี่ครับท่านประธาน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

เอามาจาก ไหนล่ะครับ ๒๕ ป้

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผมจบปริญญาตรีนะครับท่านประธาน ปริญญาตรีนะครับท่านประธาน เปึน ส.จ. มาแล้ว นะครับ ผมเปึนคณะกรรมการการกระจายอํานาจสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน นะครับ เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่า

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผมเท็จอะไรล่ะครับท่านประธาน ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมอะไรครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เหมาะสมอยู่แล้วครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ก็ให้ถอนครับ ให้เพื่อนสมาชิกถอนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมคิดว่าไม่จําเปึนต้องถอนหรอก ครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอกันได้ครับ อย่างนี้เชิญนั่งเถอะครับ คุณนิพิฏฐ์พอแล้วครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ครึ่งนาที ครับไม่อย่างนั้นผมเสียหายครับ พรรคผมเสียหายครับ ผมเรียนสั้น ๆ เพื่อเปึนความรู้ ท่านสมาชิกใหม่ด้วย เมื่อสักครู่ผมบอกว่ารัฐบาลสมัยนั้นนะครับกู้ ไอเอ็มเอฟ มา เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายทนง พิทยะ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือจะไปกันใหญ่แล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ คุณนิพิฏฐ์ครับ คือประท้วง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมเข้าใจ ครับท่าน ผมเข้าใจครับ ผมต้องชี้แจงผมเสียหายครับ ผมเปึนรัฐบาลอยู่ในขณะนั้นครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้สั้น ๆ ครึ่งนาทีครับว่าเมื่อรัฐบาลในสมัยนั้นใคร เปึนนายกรัฐมนตรีผมไม่พูดถึงแล้วนะครับ ไปกู้ ไอเอ็มเอฟ มานี่ก็มีข้อตกลงว่า

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้กําลังที่จะอภิปรายไม่ใช่ประท้วงแล้วครับท่านประธาน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผมชี้แจง อย่างไรครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ท่านอยู่นานแล้วทําไมท่านไม่รู้ข้อบังคับ ท่านประธานครับ ท่านต้อง วินิจฉัยนะครับท่านประธาน ท่านต้องวินิจฉัย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เปึนบรรยากาศที่ดีนะครับ หายเครียดนิดหน่อย ไม่เปึนไรครับ เชิญนั่งลงเถอะ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านต้องให้ผู้กําลังอภิปรายนั่งก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวจะนั่งทั้งสองฝ์ายนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ถ้าผู้กําลังอภิปรายนั่งผมก็จะนั่งครับ เพราะว่าผมเปึนผู้อภิปรายในเวลา ท่านผู้กําลัง อภิปรายมาประท้วง แต่มาอภิปรายไม่ได้ดูข้อบังคับครับท่านประธาน ทุกคนนี่ครับมีภาวะ ทั้งนั้นละครับท่านประธานครับ กว่าจะได้เปึน ส.ส. มานี่ไม่ใช่ธรรมดานะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เอาพอแล้ว

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านให้คุณกําลังอภิปรายนั่งลงก่อนครับท่านประธาน ผมก็จะนั่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าไม่นั่ง ผมก็จะให้ยืนทั้งคู่ละครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ก็ดีครับ ไม่มีปัญหาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ฉะนั้นก็ช่วยยืนทั้งคู่นะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

เพราะว่าผมไปพูดที่สนามหลวงก็ยืนทั้งวันทั้งคืนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ช่วยยืนนะครับ อย่าเพิ่งนั่งลงครับ แต่ป่ดไมค์นะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ต้องป่ดทั้งคู่นะครับท่านประธาน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมไม่ตลกด้วยนะครับ ผมประท้วงตามสิทธิของผมครับ

(นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงอยู่ข้างหลังนะครับ คุณนิพิฏฐ์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

.ให้ผมประท้วง ก่อนได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เขาประท้วงอยู่ข้างหลัง ประท้วงใคร ประท้วงผมหรือประท้วง

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายเสร็จไปเมื่อสักพักนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ประท้วงใครนะให้มันชัด ๆ หน่อยสิ

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ส.ส. ใหม่ เหมือนกัน ผมก็ ส.ส. ใหม่เหมือนกัน ผมอยากจะประท้วง ส.ส. ใหม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ใหม่ทั้งคู่ไม่ใช่หรือ

นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

ใช่ครับ ผมใหม่ทั้งคู่ครับ จะได้สมน้ําสมเนื้อหน่อยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมนิดเดียว ท่านประธานครึ่งนาทีครับ คืออย่างนี้ครับท่านครับ เมื่อรัฐบาลไปกู้ ไอเอ็มเอฟ มา เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยอมไม่ได้ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขากําลังอภิปรายครับท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานขอร้องทุกคนให้นั่งลงเถอะครับ ให้บรรยากาศกําลังมาดีเหลืออภิปราย อยู่คนเดียว

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

บรรยากาศเริ่มดีแล้วนะครับ ผมขอ พักการประชุม ๒ นาทีครับ

พักการประชุมเวลา ๒๓.๒๘ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๒๓.๓๑ นาฬิกา

ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่าน นะครับ ผมพัก ๒ นาทีได้เวลาแล้วนะครับ ต่อไปนี้ผมขอความกรุณาท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอป่ดการอภิปราย เพราะเราได้อภิปรายมาพอสมควรแล้ว นะครับ ขอป่ดอภิปรายนะครับ ต่อไปนะครับ ผมขอเชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออภัยสมาชิก รัฐสภานะครับ วันนี้ก็ได้นั่งฟังข้อเสนอแนะและการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ มาร่วม ๑๐ ชั่วโมงก็เกือบรวดนะครับ ก็ต้องขออภัยที่บางครั้งบางคราวต้องลุกขึ้นจากที่นั่ง บนบัลลังก์ อย่างไรก็แล้วแต่ถึงแม้ไม่ได้อยู่บนที่นั่งบนนี้ก็ได้ฟังแล้วก็ได้จดข้อเสนอแนะ และคําถามของท่านสมาชิกไว้เกือบครบถ้วนนะครับ แต่ด้วยเวลาที่ล่วงไปผมไม่ได้มี ความตั้งใจที่จะใช้เวลาของรัฐสภามากเกินไปในการที่จะชี้แจงครับ ก่อนอื่นก็อยากจะเรียน นะครับว่า ผมและคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่ประเทศประสบ สภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ํามากที่สุดเปึนประวัติการณ์จริง ๆ ก็เปึนเรื่องที่ทําให้เราหนักใจ ท่านสมาชิกวันนี้ก็ได้อภิปรายแนวความคิดไปหลายทิศหลายทาง บางท่านก็เร่งรัดให้เรากู้ มากขึ้นเร็วขึ้น บางท่านก็ตักเตือนว่าไม่อยากให้กู้ยืมเลย ข้อเท็จจริงก็คือทางเลือกของ รัฐบาลค่อนข้างจํากัด ถ้าเราเลือกที่จะใช้งบประมาณเพียงเทียบเท่ากับรายได้ของรัฐบาล ผมเรียนตามตรงเลยครับว่าประเทศชาติประสบปัญหาแน่นอน ไม่ต้องคิดมากนะครับ เพียงแค่เปรียบเทียบกับงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ถ้าเราเลือกที่จะใช้งบประมาณ เทียบเท่ากับรายได้ของรัฐบาล ผมเรียนกับท่านสมาชิกได้เลยครับว่า รัฐบาลจะไม่มี งบลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียว ซ้ําแล้วงบรายจ่ายประจําอาจจะต้องถูกตัดทอนลงมาอีก ด้วยซ้ําไปนะครับเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่เก็บได้จริง ดังนั้นเบี้ยผู้สูงอายุจะไม่มี การเรียนฟรีจะไม่มี การรักษาพยาบาลจะต้องถูกตัด นี่คือเงื่อนไขและข้อจํากัดของรัฐบาล และนี่คือสาเหตุนะครับที่แม้แต่ในสมัยที่เราเปึนพรรคฝ์ายค้านในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์เราก็ได้ยืนยันการสนับสนุนในหลักการในส่วนของการของบขาดดุล ในส่วนของงบประจําป้ ๒๕๕๒ เพราะเราก็ตระหนักถึงความจําเปึนที่รัฐบาลมีความ จําเปึน ณ วันนั้นที่จะต้องกู้ยืมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อันนี้ในส่วนของข้อเสนอแนะ และคําตักเตือนนะครับ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์เกือบทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเด็นของหลาย ๆ ท่านที่ได้แนะนําให้รัฐบาลมีความระมัดระวังต่อการใช้ เงินกู้ยืม ตรงนี้ต้องเรียนว่าเปึนข้อเสนอและการตักเตือนที่มีค่าและเปึนประโยชน์ ส่วนข้อเสนอที่เราควรที่จะนําเงินกู้นี้ไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้มีการพึ่งพา ธุรกิจส่งออกหรืออุตสาหกรรมส่งออกให้ลดน้อยลง เช่นเดียวกันครับ ผมคิดว่าเปึนข้อคิดที่ เราต้องหาวิธีที่จะนําไปสู่การปฏิบัติ

ประเด็นข้อเสนอที่ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อรัฐบาลก็คือ คําเตือน นะครับว่า เศรษฐกิจไม่มีทางที่จะรุ่งเรืองได้ตราบใดที่รายได้ของเกษตรกรอยู่ในระดับ ที่ต่ําเกินไป มีหลายท่านนะครับได้อภิปรายว่าทําไมเราถึงไม่หาวิธีในการใช้เงินกู้ส่วนนี้ ไปอุ้มชูรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ผมขออนุญาตเรียนนะครับ จากแถลงการณ์ที่ผม ได้แถลงไปสู่รัฐสภาเมื่อประมาณ ๑๐ ชั่วโมงที่แล้ว เราได้เรียนว่าเนื่องจากเงินกู้ส่วนนี้ เปึนเงินกู้เงินตราต่างประเทศ ข้อจํากัดมี ตามพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ข้อจํากัด มีในแง่ของความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินกู้ส่วนนี้กับโครงการที่มีสัดส่วนการนําเข้าสินค้าทุน จากต่างประเทศ กล่าวคือความจําเปึนที่จะต้องมีส่วนในการใช้เงินตราต่างประเทศ หรือไม่ก็เปึนการใช้ในการส่งเสริมเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ดังนั้นการที่เราจะใช้เงินกู้ ส่วนนี้ในการค้ําประกันราคาพืชผล ยกตัวอย่างข้อเสนอของท่านสมาชิกบางท่าน โดยตรงนั้นเปึนสิ่งที่เราทําไม่ได้ แต่ผมก็จะขออนุญาตเรียนกับท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ ว่าเงินก็คือเงิน ได้มาจากไหนค่าของมันก็เท่ากัน ดังนั้นการที่เราสามารถที่จะกู้ยืมเงิน ส่วนนี้มาได้ก็จะทําให้ส่วนที่เหลืออยู่ที่ตามกฎหมายสามารถนําไปใช้ในการค้ําประกัน ราคาพืชผลให้กับพี่น้องเกษตรกรนั้นสามารถทําได้มากขึ้น ยกตัวอย่างโดยตรงเลยนะครับ ณ ปัจจุบันนโยบายการค้ําประกันรายได้พืชผลของพี่น้องเกษตรกรนี่เราใช้สัดส่วน การค้ําประกันเงินกู้โดยรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ถ้าในอนาคตผมไม่จําเปึนที่จะต้อง ให้กระทรวงการคลังไปค้ําประกันเงินกู้ในส่วนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ที่ไปลงทุนในระบบขนส่งมวลชน เปึนต้น เพราะผมได้เงินกู้จากต่างประเทศส่วนนี้ไปใช้ ในโครงการในลักษณะนั้น วงเงินค้ําประกันของผมที่เหลืออยู่เพื่อที่จะใช้กับ พี่น้องเกษตรกรก็จะมีมากขึ้น นี่คือสาเหตุที่ในเมื่อเราพิจารณาความจําเปึนในการระดมทุน จากแหล่งเงินต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเราต้องมองให้ครบถ้วน ใช้ทุกมิติและเครื่องมือ ที่รัฐบาลมีนะครับ อันนี้ก็เปึนคําอธิบายนะครับว่ากรอบของการใช้เงินส่วนนี้เราสามารถ ที่จะใช้ทําอะไรได้อย่างไร แต่ผมก็เห็นด้วยครับ เศรษฐกิจไทยจะฟุ๋นฟูได้ พี่น้องเกษตรกร รายได้ต้องดีขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือความจําเปึนในการที่จะต้องเพิ่ม บทบาทของทางรัฐบาลในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วผมก็พูดแล้วพูดอีก เน้นหลายครั้งว่าถ้ารัฐบาลนิ่งเฉย ผู้ที่จะรับเคราะห์ ผู้ที่จะเดือดร้อนก็คือพี่น้องประชาชน เพราะตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจในส่วนของภาคเอกชนถดถอย ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้ชี้ให้เราเห็นแล้วในประเด็นนี้ บทบาทของรัฐบาลที่จําเปึนที่จะต้องเพิ่มขึ้นก็เพื่อที่จะ ช่วยลดประเด็นปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของการว่างงานของพี่น้องประชาชน ผมเรียน เลยครับถ้ารัฐบาลไม่เร่งเกียร์ ไม่เพิ่มบทบาท ไม่อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในวิธีต่าง ๆ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแน่ ตกงานแน่ ทีนี้ต่อส่วนคําอภิปรายนะครับว่ารัฐบาล อย่ามัวแต่ถกเถียงกับผู้รู้หรือผู้อ้างว่ารู้ในเรื่องของการคาดการณ์เศรษฐกิจ ผมต้อง ขออนุญาตเรียนนะครับว่าทั้งผมและท่านนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเพื่อนสมาชิก ในคณะรัฐมนตรีไม่เคยออกไปถกเถียงกับใครหรอกครับ เรารับฟัง เราอาจจะซักถาม ในประเด็นสมมุติฐานที่เขาใช้ แต่สุดท้ายแล้วภาพที่ปรากฏชัดไม่สามารถที่จะเถียงได้ก็คือ สภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายต่อพวกเราทุก ๆ คน ผมได้เรียนไปแล้วว่าถ้ารัฐบาลไม่ทําอะไร ปริมาณประชาชนที่จะตกงานจะเพิ่มขึ้น ก็มีคําถามว่า ตอบได้ไหมว่าการกู้ยืมเงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณในครั้งนี้จะส่งผลต่ออัตราการจ้างงานเท่าใด ผมก็ตอบ ไม่ได้อย่างแม่นยํานะครับ แต่ผมขอเสนออย่างนี้ว่าผมคาดว่าส่วนของ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยตรงมีผลต่อเศรษฐกิจประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี แต่เมื่อรัฐบาลสามารถใช้ เปึนเชื้อทุน และอาจจะมีการสมทบโดยทุนจากแหล่งอื่น คิดว่าผลต่อการขยายตัวของ เศรษฐกิจจะมีมากขึ้น ที่เราประมาณการไว้ในกระทรวงการคลัง เราประมาณว่าถ้าใช้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในแนววิธีที่หลาย ๆ ท่านได้นําเสนอที่จะส่งผลต่ออัตราการ ขยายตัวของเศรษฐกิจ เราสามารถที่จะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานได้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐- ๒๐๐,๐๐๐ อัตรา ผลต่อ จีดีพี ไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะความสําคัญของผลต่อ จีดีพี ที่มีก็คือ ผลต่อพี่น้องประชาชน และตามที่ผมได้เรียนครับ ถ้าพวกเราสามารถที่จะเห็นพ้องต้องกัน ในการอนุมัติกรอบให้กระทรวงการคลังไปเจรจากู้ยืมเงินส่วนนี้ได้ผมเชื่อว่าผู้ที่ได้รับ ประโยชน์โดยตรงคือพี่น้องประชาชนประมาณ ๒ แสนคนที่จะมีงานทํา

ต่อคําถามว่า ผมจะขอเรียนอย่างนี้นะครับ จริง ๆ ผมได้สรุปประเด็น คําถามไว้ทั้งหมด ๘ ประเด็น เมื่อสักครู่ผมได้ตอบในแง่ของความจําเปึนของการใช้เงิน ส่วนนี้ ในประเด็นที่ ๒ ที่มีคําถามก็คือในเรื่องเงื่อนไขที่เกี่ยวกับกฎหมาย คืออย่างนี้ครับ วันนี้เรากําลังจะพิจารณากรอบ จากการพิจาณากรอบกระทรวงการคลังก็ตามที่ผม ได้เรียนจะไปเจรจาในตัวรายละเอียดสัญญา หน้าที่ผมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปที่จะพิจารณาเรื่องนี้ก็คือการนํารายละเอียดของ สัญญามาให้ท่านพิจารณา ความจริงรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงรายละเอียดของโครงการเลย นะครับ ครั้งต่อไปผมมีหน้าที่ที่จะนําเสนอรายละเอียดของสัญญาให้ท่านได้พิจารณา แต่แน่นอนที่สุดครับ เวลาผ่านไปผมก็เชื่อว่าเราสามารถที่จะตอบคําถามของท่านในแง่ ของรายละเอียดการใช้เงินได้มากขึ้นกว่าที่เราได้ทําในวันนี้ อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ คําถามที่ท่านควรที่จะต้องมีก็คือ การกู้ยืมเงินส่วนนี้อยู่ในกรอบของกฎหมายหรือไม่ กฎหมายที่ว่าก็คือ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ และกรอบที่เปึนกฎหมายกํากับวงเงินกู้ในกรณีนี้ ก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่าย ซึ่งผมเรียนได้เลยครับว่าการกู้ยืมครั้งนี้อยู่ใน กรอบ ก็มีท่านสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ความจริงเราใช้ประมาณเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของ วงเงินที่เราสามารถกู้ยืมภายใต้กรอบนี้ได้

คําถามที่ ๓ ที่ควรจะมี และท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้ถาม ก็คือประเทศเรา รับภาระหนี้ที่เพิ่มเติมขึ้นได้หรือไม่ แล้วก็มีคําถามต่อเนื่องจากท่านสมาชิกหลายท่านว่า แล้วเราจะคืนหนี้ส่วนนี้ได้อย่างไร ต่อคําถามว่าเรารับภาระหนี้ส่วนนี้ได้หรือไม่ ผมเรียน นะครับว่า ภาระหนี้ต่องบประมาณหลังจากที่จะมีการกู้ยืมเงินส่วนนี้บวกกับการกู้ยืม ในส่วนของงบประมาณกลางป้จะอยู่ที่ประมาณ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แผ่นดิน กล่าวคือเราสามารถที่จะแบกรับภาระนี้ได้ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ จีดีพี พูดกัน ไปแล้วหลายท่านนะครับ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และยังต่ํากว่าเกณฑ์เมื่อสิบกว่าป้ก่อน อยู่อีกหลายเปอร์เซ็นต์ คืนเงินอย่างไร ก็จะคืนเงินนะครับ อันดับแรก นี่เปึนการกู้ยืมเงิน ในระยะยาว ยังไม่มีความจําเปึนต้องคืนเงินต้นอีก ๗-๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นการขยายตัวของ เศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นก็จะสามารถทําให้เราคืนเงินทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยได้

คําถามที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องของการขอความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ก็คือการทําประชาพิจารณ์ ก็มีหลายท่านได้อภิปรายในเรื่องนี้นะครับ มีคําถามว่า ทําแล้ว หรือยัง จริง ๆ ตามกฎหมายจะต้องทําช่วงไหน ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับว่า เราก็ได้ อิงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ฉบับป้ ๒๕๔๘ ขออภัยครับ แล้วก็จะขออนุญาตเรียนต่อสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า ทางกระทรวงการคลังก็ได้เริ่มดําเนินการไปแล้ว ในลําดับแรกเราก็ได้ให้ข้อมูลผ่านระบบ สารสนเทศ แล้วก็ได้เป่ดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านทางไปรษณีย์ ทางโทรศัพท์ โทรสาร และถ้าท่านเข้าไปดูในระบบสารสนเทศท่านก็จะเห็นนะครับว่าพี่น้องประชาชน ก็ได้เริ่มส่งความคิดเห็นเข้ามาสู่ระบบสู่กระทรวงการคลังแล้ว ซึ่งเปึนความคิดเห็น ที่หลากหลายครับ มีทั้งท่านที่เห็นด้วย มีทั้งท่านที่ไม่เห็นด้วย แล้วผมก็พร้อมนะครับ ความจริงท่านไม่ต้องขอให้ผมนํามาเสนอต่อสภาในการพิจารณาในครั้งต่อไปเลย เพราะท่านสามารถเข้าไปดูได้ด้วยความโปร่งใสนะครับ แล้วก็สามารถที่จะร่วมแสดง ความคิดเห็นในที่นั้นได้ด้วย การดําเนินการในเรื่องนี้ความจริงเริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบการเจรจาไปในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๒๐ มีนาคม ทางกระทรวงการคลังก็ได้ขอความร่วมมือเพิ่มเติมนะครับจากทางสื่อมวลชน ให้ช่วยเผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบการเจรจากู้เงิน แล้วเราก็มีแผนดําเนินการ ในช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมก่อนที่จะกลับมาขออนุมัติในส่วนของ รายละเอียดสัญญาต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีการจัดประชุมปรึกษาหารือระดับตัวแทน กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่มีผลกระทบโดยตรง เพราะฉะนั้นนั่นก็คือ ส่วนและกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นของทางกระทรวงการคลังที่ได้ดําเนินการไป แล้ว

คําถามที่ ๕ ก็คือ อัตราดอกเบี้ยสมเหตุสมผลอย่างไรหรือไม่ ความจริงก็มี ผู้อภิปรายไปหลายท่านว่า อัตราดอกเบี้ยหลังจากที่แปลงมาเปึนเงินบาทแล้วก็ยังอยู่ใน ระดับที่ต่ํากว่าทางเลือกอื่นของทางรัฐบาล นอกจากนั้นระยะเวลาในการคืนเงินต้นก็เปึน เงื่อนไขที่เปึนประโยชน์ โดยเฉพาะต่อโครงการที่ใช้เวลาในการลงทุนและใช้เวลาในการ ส่งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและทางสังคม เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการคลังก็ได้ พิจารณารอบคอบนะครับว่า ทางเลือกทั้ง ๓ นี้เปึนทางเลือกที่เปึนประโยชน์สูงสุดต่อ ประเทศเราในฐานะผู้กู้ยืม

คําถามที่ ๗ ก็คือ มีความรอบคอบในการใช้เงินหรือไม่อย่างไร อันนี้ก็เปึน คําถามเกี่ยวกับกรอบการใช้เงิน ซึ่งกว้าง ๆ นะครับ ก็ได้เรียนนะครับว่าตามกฎหมายนี่ ก็เปึนการกู้ยืมเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนภาครัฐที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งผมก็ได้เรียนไปเมื่อจังหวะที่ผมได้ชี้แจงไปเมื่อประมาณ ๙ ชั่วโมงที่แล้วนะครับว่า ตรงนี้ จริง ๆ ก็คือรวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่เปึนโครงการยกระดับมาตรฐานสาธารณูปโภคของ ประเทศ รวมถึงขนส่งมวลชน ขนส่งสินค้า และถึงแม้เราอาจจะไม่ใช้เงินกู้นี้ในการพัฒนา ระบบชลประทานโดยตรง แต่ด้วยเงื่อนไขและตรรกเดียวกันกับที่ผมได้หยิบยกไป เมื่อสักครู่กับการค้ําประกันราคาพืชผล การที่เราสามารถที่จะนําเงินส่วนนี้ไปลงทุน ในโครงการที่ตรงต่อวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมได้ ก็จะทําให้เงินส่วนที่เรากู้ยืมในประเทศ สามารถนําไปใช้ในการพัฒนาระบบชลประทานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้นนะครับ ก็เปึนการกู้ยืมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ ซึ่งในส่วนของตรงนี้ก็จะ รวมถึงเรื่องของการเข้ามาค้ําประกันโดยผ่านสถาบันการเงินของรัฐในการที่จะค้ําประกัน สินเชื่อ ในการที่จะค้ําประกันการส่งออกต่าง ๆ นานา ซึ่งก็มีผลโดยตรงต่อความมั่นคง ทางการเงินของประเทศ

คําถามสุดท้ายก็คือคําถามว่า การกู้ยืมนั้นมีเงื่อนไขผูกมัดอย่างไรหรือไม่ ในประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า ก็มีหลายท่านสมาชิกได้ อภิปรายด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเงื่อนไขผูกพัน ผมต้องขอเรียนว่าการกู้ยืมจาก ทั้ง ๓ องค์กรนี้เปึนการกู้ยืมที่เรียกกันว่า โปรแกรม โลน (Program Loan) ต้อขออภัยที่ใช้ ศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่เปึนการกู้ยืมที่ปราศจากเงื่อนไขจากผู้ปล่อยกู้ ความจริงเงื่อนไข ทั้งหมดที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ เรื่องของสัดส่วน การลงทุนในโครงการที่ต้องใช้เงินตรา ต่างประเทศ เรื่องของการลงทุนในโครงการที่เสริมความมั่นคงทางการเงินของประเทศ ล้วนแล้วแต่เปึนเงื่อนไขของไทยเองที่กําหนดให้กับตัวเราเอง แต่ในส่วนของผู้ปล่อยกู้ ในกรณีนี้เงื่อนไขไม่มีเลยครับ จริง ๆ เรายืมมาแล้วเราจะไปแจกจ่ายตามที่ท่านได้ตักเตือน ขอไม่ให้ทํา เราก็ทําได้ ตามเงื่อนไขการกู้ แต่เราได้ตีกรอบให้กับตัวเราเองเพื่อให้สร้างความมั่นใจในส่วนของท่านสมาชิกและ พี่น้องประชาชนว่ารอบสองของการฟุ๋นฟูของเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้คือการลงทุนในระบบ โครงสร้างที่จะส่งผลในระยะกลาง ระยะยาวต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติโดยรวม ซึ่งก็สะท้อนต่อความเหมาะสมของการใช้เงินตราต่างประเทศเช่นเดียวกัน มีบางท่านถาม นะครับว่าทําไมถึงจํากัดอยู่แค่กับ ๓ องค์กรนี้ โดยเฉพาะทําไมต้องกู้ยืมจากญี่ปุ์นอีก ทําไมไม่ไปเจรจากับทางรัฐบาลจีน ผมก็ต้องขอเรียนนะครับว่าทางกระทรวงการคลัง ก็มีความรอบคอบเราก็ได้พิจารณาทุกแหล่งที่มาในแง่ของความเปึนไปได้ของการกู้ยืม ประเทศจีนเองนะครับเงื่อนไขผมเรียนตามตรงผมจะไม่ลงในรายละเอียดครับ แต่ว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเปึนเงื่อนไขที่ทําให้ประเทศเราในฐานะผู้กู้ยืมเสียประโยชน์นะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับเงื่อนไขการกู้ยืมจาก ๓ องค์กรที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ยกตัวอย่าง นะครับการกู้ยืมจาก ไชน่า เอ็กซิมแบงก์ (China Exim Bank) ธนาคารเพื่อการส่งออกของ จีนนะครับ ก็มีข้อกําหนดว่าจะต้องซื้อสินค้าจากจีนไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๕๐ ของวงเงิน โครงการ นอกจากนั้นอัตราดอกเบี้ยก็สูงกว่าที่ ๓ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินสกุลสหรัฐ มีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นานาที่สูงกว่าการกู้ยืมจาก ๓ องค์กรที่เรากําลังพิจารณาอยู่ นอกจากนั้นมีประเด็นว่าเมื่อเกิดเหตุรัฐบาลจีนสามารถยึดทรัพย์สินของราชการได้ ซึ่งก็ขัดต่อกฎหมายของไทย ดังนั้นก็เปึนเงื่อนไขที่ผมคิดว่าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ ก็เปึนสาเหตุที่สุดท้ายแล้วหลังจากการพิจารณาเราไม่ได้นําเสนอในการที่จะ ขอกรอบเจรจากับทางองค์กรของทางจีน ทั้งหมดนี้นะครับก็คือคําถามหลัก ๆ จาก ท่านสมาชิก ผมหวังว่าผมได้ให้ความกระจ่างไปเท่าที่ทําได้ในเวลาที่ค่อนข้างจํากัด

ประเด็นที่ผมเห็นใจท่านสมาชิกนะครับก็คือเรื่องของความชัดเจน ในรายละเอียดของโครงการ ผมก็ต้องขออนุญาตนะครับว่านี่เปึนครั้งแรกที่พวกเราได้ พิจารณากรอบการกู้เงินภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๙๐ ความจริงการกู้เงินภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ จากองค์การต่างประเทศนั้นเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งพวกเราคงจําได้ คือ เมื่อป้ที่แล้วทางรัฐบาลก็ได้มีการกู้ยืมไปแล้วนะครับรัฐบาลที่แล้วของท่านสมัคร สุนทรเวช ขออนุญาตเอ่ยนาม เปึนโครงการการกู้ยืมเพื่อลงทุนในรถไฟฟัาสายสีม่วง ก็เปึนการกู้ยืม จากองค์การเศรษฐกิจระหว่างประเทศของญี่ปุ์นเช่นเดียวกับที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ในวันนี้ละครับ แต่เปึนการกู้ยืมที่รัฐบาลนั้นไม่ได้นําเสนอให้รัฐสภามีโอกาสได้พิจารณา ผมเข้าใจนะครับว่าก็ยังมีการตีความกันอยู่ว่าสุดท้ายแล้วมีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหน ที่จะต้องนําสัญญากู้กับองค์การนี้เข้าสู่การพิจารณาภายใต้มาตรา ๑๙๐ ตามที่ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไป แต่ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบันของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราพิจารณาว่าความโปร่งใสน่าจะมาก่อนและคิดว่าพี่น้องประชาชนและ ที่สําคัญที่สุดก็คือ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาน่าจะได้ประโยชน์จากการที่จะรับฟังการชี้แจงและ ในส่วนของรัฐบาลก็น่าจะได้ประโยชน์จากการรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิก แต่สุดท้ายนะครับความคิดเห็นที่หลากหลายในเรื่องนี้ก็เปึนความคิดเห็น ที่พวกเราทุกคนในคณะรัฐมนตรีน้อมรับและมีความเคารพ ไม่ว่าจะกู้เร็วไป กู้ช้าไป กู้มากไป หรือกู้น้อยไป แต่สุดท้ายหน้าที่ของพวกเราที่อยู่ในฝ์ายบริหารก็คือเราต้องตัดสินใจและ ผมก็สุดท้ายเพียงต้องการที่ยืนยันกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาว่า เราจะยึดผลประโยชน์ของ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนในการพิจารณารายละเอียดของกรอบเงินกู้และ รายละเอียดของสัญญาเงินกู้ ถ้าท่านอนุมัติให้เราดําเนินการต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ถือว่าเปึนการป่ดอภิปรายไปแล้ว นะครับ ต่อไปผมจะขอมติ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไร

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

อนุญาต ไหมคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ คุณฐิติมามีอะไร

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากว่าคําตอบที่ท่านรัฐมนตรีท่านได้ตอบนั้น เปึนตอบคําถามของดิฉันค่ะ แต่ว่ามันยังไม่ค่อยที่จะชัดเจนนักก็เลยอยากจะขออนุญาต ท่านประธานพูดสักเล็กน้อยได้ไหมคะ เพื่อที่จะถามท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ป่ดการอภิปรายแล้วครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ก็ท่าน ยังไม่ได้ตอบคําถามดิฉันเลยนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อย่างนั้นเราก็โหวตเอาก็แล้วกันครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

โหวตดิฉัน ก็คงจะแพ้แน่ ๆ อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าพวกท่านมากกว่านะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็อย่าฝ๋นข้อบังคับเลยครับ เพราะว่า เราป่ดแล้วก็ถือว่าเปึนการป่ด

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

มันเปึนเรื่อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนะคะท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ตีความเอาครับ เอาตอนนั้น ไม่เปึนไรครับ พอแล้ว ขอบคุณครับ ผมขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับ กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่นะครับ ก่อนที่ผมจะลงมติก็ขอนับองค์ประชุมก่อน ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญ สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของ รัฐสภาเข้าห้องประชุมแล้วก็นั่งประจําที่ เสียบบัตรแสดงตนทุกท่านด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ เสร็จแล้ว ใช่ไหมครับ เสียบบัตรแสดงตนกันหมดแล้วใช่ไหมครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบมีไหมครับ ช่วยเสียบให้เร็วหน่อยก็แล้วกันครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ป่ดการแสดงตนนะครับ ส่งผลของผู้เข้าอยู่ในห้องประชุมครับ ขณะนี้ในห้องประชุมมีผู้เข้าประชุม ๓๓๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ องค์ประชุม ๓๐๗ ท่าน เกินนะครับ

ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ท่านใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิของท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าใช้ สิทธิเรียบร้อยแล้วก็แสดงผล ขณะนี้จํานวนผู้เข้าอยู่ในห้องประชุมที่ใช้สิทธิออกเสียง ๓๖๗ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยในกรอบการเจรจาการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟู เศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ก็ถือว่าผ่านนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ ร่างหนังสือหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความ ร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ เชิญรัฐมนตรี แถลงครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามที่ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือทาบทามขอใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นอย่างเปึนทางการไปยัง รัฐบาลญี่ปุ์น โดยผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ์นประจําประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ เพื่อเสนอโครงการพัฒนาที่ขอใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น สําหรับโครงการ รถไฟฟัา ๓ สาย คือโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่–บางซื่อ และสายสีน้ําเงิน ช่วงหัวลําโพง–บางแค และช่วงบางซื่อ–ท่าพระ ของการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟัาสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ซึ่งต่อมาเรียกว่า โครงการรถไฟฟัา ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ– รังสิต มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง โดยทําให้สถานีบางซื่อรองรับ การเปึนศูนย์กลางด้านการเดินทาง เปึนศูนย์การการคมนาคมเพื่อการเดินรถไฟทางไกล สายเหนือและสายอีสาน รวมทั้งเปึนศูนย์กลางด้านการเดินทางจากภาคใต้และตะวันออก ในอนาคต โดยจะเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมืองช่วงบางซื่อ–ตลิ่งชัน ซึ่งเปึน การอํานวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนรวมทั้งลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง กระทรวงการคลังได้ดําเนินการเกี่ยวกับการกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ์น สําหรับโครงการรถไฟ ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสํานักนโยบายและ แผนการขนส่งและจราจร และ รฟท. หารือและเจรจารายละเอียดโครงการกับคณะผู้แทน รัฐบาลญี่ปุ์น เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จากนั้นองค์การความร่วมมือระหว่าง ประเทศของญี่ปุ์น หรือ ไจก้า ได้มาหารือรวม ๒ ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมิน โครงการ เมื่อวันที่ ๑๒–๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ และเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ถึง วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ต่อมานายทาโร อาโซะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ์น ได้ประกาศ ความพร้อมในการให้เงินกู้อย่างเปึนทางการแก่ประเทศไทย สําหรับโครงการรถไฟ ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ระหว่างการหารือทวิภาคีในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ์น เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ รัฐบาลไทยได้ขอให้ ฝ์ายญี่ปุ์นเร่งรัดการพิจารณาเงินกู้โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เมื่อรัฐบาลญี่ปุ์นได้ประกาศให้เงินกู้แก่ประเทศไทย สําหรับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงแล้ว สัญญาเงินกู้โครงการดังกล่าวจําเปึนที่จะต้อง มีการลงนามภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนกําหนดสิ้นป้งบประมาณของ ประเทศญี่ปุ์น เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ์นได้จัดสรรเงินงบประมาณสําหรับโครงการดังกล่าวไว้แล้ว การลงนามในสัญญาเงินกู้หลังเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ อาจจะกระทบวงเงินกู้ที่รัฐบาลญี่ปุ์น ให้แก่ประเทศไทยในป้งบประมาณใหม่ของประเทศญี่ปุ์น ซึ่งจะเริ่มในเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นอกจากนั้นหากการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวล่าช้า การพิจารณาเงินกู้ โครงการอื่น ๆ ก็อาจจะล่าช้าออกไป โดยตามแนวทางปฏิบัติต้องมีการลงนามระหว่าง รัฐบาลในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินและระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ ในสัญญาเงินกู้

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ได้กําหนดว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือ สัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบด้วย อย่างไรก็ดีภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ (๕) ระบุว่า การใดที่ เกี่ยวกับการจัดทําหรือดําเนินการตามหนังสือสัญญาที่ได้ดําเนินการไปแล้วก่อน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้เปึนอันใช้ได้ และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใช้บังคับ แต่ให้นําบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับกับการดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่และ ต้องดําเนินการต่อไป กระทรวงการคลังได้มีการเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ์นและไจก้า มาต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ อย่างไรก็ตามเพื่อความรอบคอบในการดําเนินงาน กระทรวงการคลังจึงนําเรื่องเงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นสําหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต เสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยก่อนลงนามในสัญญาเงินกู้และเอกสารที่ เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีจะต้องนําเสนอร่างสัญญาเงินกู้และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบ กระทรวงการคลังได้ดําเนินการเจรจาตกลงใน

๑. หลักการของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และ

๒. รายละเอียดของร่างสัญญาเงินกู้สําหรับโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต โดยมีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้

๑. ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลญี่ปุ์น เปึนหนังสือมาตรฐานระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลที่รัฐบาลญี่ปุ์นลงนามกับ รัฐบาลของประเทศที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น สรุปสาระสําคัญได้ดังนี้

๑.๑ รัฐบาลญี่ปุ์นตกลงที่จะให้กระทรวงการคลังกู้เงินโดยผ่านองค์การ ความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นหรือไจก้า จํานวน ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน สําหรับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต

๑.๒ เงินกู้ดังกล่าวข้างต้นมีเงื่อนไขดังนี้

๑. อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ ต่อป้ ยกเว้นอัตราดอกเบี้ยสําหรับส่วนของ การจ้างที่ปรึกษาอัตราร้อยละ ๐.๐๑ ต่อป้ โดยมีค่าธรรมเนียมผูกพันเงินกู้ร้อยละ ๐.๑ ต่อป้ ของวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย

๒. ระยะเวลาชําระเงินกู้ ๒๕ ป้ รวมระยะปลอดหนี้ ๗ ป้

๓. ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินกู้ เงื่อนไขการซื้อสินค้าและบริการให้ดําเนินการ ตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของไจก้า โดยจัดซื้อได้จากทุกประเทศ

๔. การเบิกจ่ายเงินกู้ภายใน ๗ ป้ ๓ เดือน

๑.๓ สําหรับการขนส่งทางเรือและการประกันภัยทางทะเลของสินค้า ที่จัดซื้อด้วยเงินกู้สําหรับโครงการนี้ รัฐบาลไทยต้องงดเว้นการกําหนดข้อบังคับใด ๆ ที่อาจเปึนอุปสรรคต่อการแข่งขันโดยเสรีและเปึนธรรมระหว่างบริษัทเดินเรือและ บริษัทประกันภัยของประเทศทั้งสอง

๑.๔ การชําระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้วงเงินกู้ดังกล่าวจะได้รับ การยกเว้นในเรื่องของภาษีอากรและเอกสิทธิ์ที่ใช้บังคับในราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลไทยจะต้องอนุญาตให้บุคคลสัญชาติญี่ปุ์นที่จําเปึนต้องเข้ามาในประเทศไทย เพื่อปฏิบัติงานตามโครงการเงินกู้ รวมทั้งพํานักอยู่ในประเทศไทยได้ตามกฎหมาย เท่าที่จําเปึน

๑.๕ รัฐบาลไทยจะต้องใช้เงินกู้อย่างเหมาะสมสําหรับโครงการดูแล ความปลอดภัยของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการดําเนินโครงการและดูแลให้ สิ่งก่อสร้างที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นได้รับการใช้และบํารุงรักษาอย่างเหมาะสม

๑.๖ รัฐบาลไทยจะแจ้งข้อมูลที่จําเปึนและแจ้งความคืบหน้าของโครงการ ให้รัฐบาลญี่ปุ์นและไจก้าทราบ

๑.๗ รัฐบาลทั้งสองจะหารือหากมีประเด็นใดเกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้าง ความเข้าใจที่ตรงกัน

ข้อ ๒ ร่างสัญญาเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจรจาในรายละเอียดของร่างสัญญาเงินกู้สําหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสําคัญสอดคล้องกับเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น ดังกล่าวข้างต้น โดยสัญญาเงินกู้เปึนเอกสารมาตรฐานที่รัฐบาลญี่ปุ์นใช้กับทุกประเทศ ที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น ซึ่งมีเนื้อหาแบ่งเปึน ๓ ส่วนหลักดังนี้

ส่วนที่ ๑ รายละเอียดเกี่ยวกับเงินกู้ วงเงินกู้ และวัตถุประสงค์เงินกู้ รวมทั้งแนวทางการใช้เงินกู้

ส่วนที่ ๒ การชําระคืนเงินกู้ ดอกเบี้ย เงื่อนไขเงินกู้และค่าธรรมเนียมผูกพัน เงินกู้

ส่วนที่ ๓ เงื่อนไขทั่วไปในการจัดซื้อจัดจ้าง แนวทางการเบิกจ่ายเงินกู้และ แนวทางในการใช้เงินกู้

รายละเอียดอื่น ๆ ของร่างสัญญาเงินกู้จะเกี่ยวกับโครงการและขั้นตอน ต่าง ๆ ดังนี้

รายละเอียดโครงการ แนวทางการจัดสรรเงินกู้ ตารางการชําระคืนเงินกู้ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ขั้นตอนและวิธีการเบิกจ่ายเงิน

ท่านประธานที่เคารพครับ การลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วย ความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และสัญญาเงินกู้ได้ภายใน เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ จะทําให้สามารถดําเนินโครงการรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ได้อย่างรวดเร็วเปึนการกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนและเปึนการสร้าง ความเชื่อมั่นของรัฐบาลไทยในสายตานานาประเทศ นอกจากนี้เมื่อโครงการเสร็จสิ้น ยังเปึนการอํานวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและการขนส่งสินค้า รวมทั้งลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงขอความเห็นชอบให้กระทรวงการคลังลงนาม ในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และสัญญาเงินกู้ รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่าจะใช้เงินกู้โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชน ชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริงต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านสมาชิกจะอภิปรายแสดง ความคิดเห็น เชิญท่านเจตน์ ศิรธรานนท์

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคนใน กทม. และคนในปริมณฑล ที่จะได้มีความหวังในการจะใช้รถไฟฟัาเพิ่มขึ้นอีก ๑ สาย นโยบายในกรอบการกู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลส่งมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภานี้ ที่กําหนดกรอบเอาไว้ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชียและองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นนั้น มีงบประมาณ มีกรอบการกู้เงินของรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟ ซึ่งมีวงเงิน ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน รวมอยู่ด้วย ตรงนี้เมื่อทอนเปึนเงินบาทคิดที่ ๑๐๐ เยนต่อ ๓๖ บาทแล้ว ก็จะได้ประมาณ ๒๒,๖๐๐ ล้านบาทเศษ หรือ ๓๒.๓ หรือ ร้อยละ ๓๒.๓ ซึ่งเปึนการกู้มาจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์น ท่านประธานครับ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีที่ท่านกล่าวว่า กรอบในการกู้เงินจากญี่ปุ์น ไม่มีพันธสัญญาอะไรต่อกัน ผมก็ดีใจ แต่จากที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายไปเมื่อ หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ก็ติงไว้ด้วยความเปึนห่วงในการกู้เงินจากองค์การความร่วมมือ ระหว่างประเทศของญี่ปุ์นนั้น เพราะว่าในอดีตเราเคยมีปัญหาเรื่องที่มีความผูกพัน หลาย ๆ เรื่อง ในเรื่องนี้ก็คงเช่นเดียวกัน กรอบในนี้องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ ของญี่ปุ์น ตอนที่เสนอแผนของรถไฟสายสีแดง ซึ่งรถไฟสายสีแดงนี้จริง ๆ แล้ว มีสายสีแดงกับสายสีแดงอ่อน สายสีแดงก็คือช่วงบางซื่อ-รังสิต บางซื่อ-หัวลําโพง หัวลําโพง-มหาชัย สายสีแดงอ่อนก็คือแอร์พอร์ท ลิงค์ (Airport Link) แล้วก็บางซื่อ-ตลิ่งชัน กับบางซื่อ-มักกะสัน ซึ่งถ้าหากว่าเครือข่ายของรถไฟชานเมืองนั้นเสร็จสมบูรณ์ก็สามารถ ที่จะเชื่อมโยงเข้าเปึนขนส่งมวลชนภายในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปึนประโยชน์ต่อประชาชน อย่างดียิ่งนะครับ ปัญหาก็คือว่า ข้อแนะนําขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์นนั้นแนะให้รวมค่าตู้รถไฟฟัาเพิ่มอีก ๖,๕๖๐ ล้านบาท ซึ่งจํานวนเงินนั้นอ้างเหตุผล ว่า เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้การเดินรถสามารถเชื่อมเปึนระบบเดียวกันได้ ตรงนี้ผมอยากจะ ฝากไว้เปึนข้อสังเกตข้อหนึ่ง แล้วก็จะตามดูว่าตู้รถไฟฟัาที่เพิ่มขึ้นมาที่เราจะต้องซื้อนั้น ผลสุดท้ายมันจะเปึนบริษัทของญี่ปุ์นหรือไม่นะครับ การลงทุนรถไฟฟัาหรือการลงทุนใน ขนส่งมวลชนในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ํา ยุคที่เศรษฐกิจถดถอย ยุคที่เศรษฐกิจมีปัญหา เปึนการลงทุนที่ผมเชื่อว่าเปึนการลงทุนที่เหมาะสมแล้วก็คุ้มค่ามากที่สุด โดยเฉพาะ ในอนาคต เมื่อเรามีความเชื่อว่าการขนส่งทางรางเปึนการขนส่งที่มีสัดส่วนแค่ร้อยละ ๑๗ โดยที่ว่าส่วนใหญ่เปึนการขนส่งทางบกแล้วนั้น จะเห็นว่าการพัฒนาของประเทศชาติ ด้วยการใช้ขนส่งสาธารณะขนส่งมวลชน เน้นหนักไปทางขนส่งทางถนนหรือการขนส่ง ด้วยรถ นานาประเทศล้วนแต่เปึนการพัฒนาที่ผิดทิศผิดทาง แท้ที่จริงแล้วการพัฒนา เราต้องมุ่งเน้นไปที่เรื่องของขนส่งมวลชนด้วยระบบราง ฉะนั้นตรงนี้คือส่วนหนึ่งที่จะมา ชดเชยแก้ไขความผิดพลาดที่เรามีมาแต่ในอดีต ท่านประธานครับ ผมให้กําลังใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมให้กําลังใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง และผมก็ให้กําลังใจกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทําโครงการเหล่านี้ ให้เกิดความสําเร็จ เพื่อจะช่วยเรื่องของการนําเข้าน้ํามันซึ่งเปึนปัญหาเรื่องของพลังงาน ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามผมมีปัญหาในเรื่องนี้ในการเลือกเส้นทางสายนี้ซึ่งเปึน เส้นทางสายบางซื่อ-รังสิต มีคําถามฝากผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๓ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๑ นโยบายสนามบินเดี่ยว หรือ ซิงเกิล อินเตอร์เนชันแนล แอร์พอร์ต (Single International Airport) นั้น เรามีเหตุผลที่ว่า อันที่ ๑ การบินไทยบอกว่าขาดทุนป้ละ ๖๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็อีกข้อหนึ่งก็คือว่า ผู้โดยสารไม่สะดวกในการที่ขนส่งแล้วก็ ลงจากสนามบินหนึ่งแล้วก็ไปต่ออีกสนามบินหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการสร้างทางรถไฟ ที่เชื่อมโยงระหว่างบางซื่อ-รังสิต ซึ่งผ่านดอนเมือง ต่อไปดอนเมืองก็จะสามารถเดินทาง ด้วยรถไฟฟัาหรือรถขนส่งมวลชนมาที่บางซื่อ ต่อมาที่พญาไทไปมักกะสันแล้วต่อไป สนามบินสุวรรณภูมิตามโครงข่ายที่เปึนแผนแม่บทตรงนั้นแล้ว ถามว่าตรงนั้นมีเหตุผล หรือไม่ เพราะถ้าหากท่านคิดว่าเปึนสนามบิน มีทั้งดอนเมืองและมีสุวรรณภูมิด้วย เส้นทางสายนี้ก็จะแก้ปัญหาในข้อที่ ๒ นั้นได้ เพราะว่าสามารถที่ใช้การคมนาคม ใช้ขนส่งมวลชนนี่เชื่อมโยงระหว่าง ๒ สถานีนั้นได้ ซึ่งก็จะทําให้ปัญหาที่อ้างว่าไม่สะดวก ในการเปลี่ยนเครื่องบินจาก ๒ สนามบินนี้หมดไป เพราะฉะนั้นน้ําหนักในการที่คง สนามบินดอนเมืองไว้ก็น่าจะมีน้ําหนักที่สูงอยู่นะครับ พอดีเผอิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านก็ได้นั่งอยู่ในที่นี้ ท่านเคยคุยกับผมแล้วก็ให้ความเห็นว่า ความคิดเห็นที่คงดอนเมืองไว้จะด้วยเปึนที่สําหรับโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low Cost Airline) หรือเปึนศูนย์ซ่อมเครื่องบินอะไรก็ตาม ผมก็คิดว่ามันเปึนความคิดเห็นที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าเรามีความเห็นว่าถ้าวันหนึ่งข้างหน้า สนามบินสุวรรณภูมิเกิดความแออัดขึ้นมา เกิดมีปัญหาขึ้นมานะครับ หรือนโยบายของรัฐบาลใน ๓ ป้ข้างหน้าเปลี่ยนแปลง เพราะว่า รถไฟสายสีแดงนี้มีระยะเวลาก่อสร้างนาน ๓ ป้ เกิดผู้บริหารเปลี่ยนแปลงเราก็สามารถใช้ สนามบิน ๒ สนามนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ผมมีความคิดเห็นว่า ไม่น่าจะยุบให้เปึนสนามบินเดียว และก็ควรจะใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองให้คุ้ม

ข้อที่ ๒ ในแบบข้อก่อสร้างที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว เราพบว่า รถไฟสายสีแดงเข้มนี้จะสร้างอยู่บนโครงสร้างเก่าของตอม่อของเส้นทางโฮปเวลล์ เพราะว่าสะดวกแทบไม่ต้องเวนคืน ไล่ที่เฉพาะบ้าน ๖๔๐ หลัง เพิง ๗๑ หลัง แผงร้านค้า ๑๗๐ แห่ง และก็อื่น ๆ อีก ๑๔๔ หน่วย เพราะฉะนั้นเปึนการที่เวนคืนน้อย สร้างง่าย นะครับ การตัดสินใจตรงนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่ข้อสําคัญก็คือ บริษัท โฮปเวลล์ ประเทศไทย ยังมีคดีความอยู่กับกระทรวงคมนาคม เพราะว่าอนุญาโตตุลาการตัดสินให้ กระทรวงคมนาคมซึ่งเปึนผู้คัดค้านที่ ๑ และการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเปึนผู้คัดค้านที่ ๒ แพ้คดีต่อบริษัท โฮปเวลล์ ต้องคืนเงินที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการถึง ๙,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อป้ รวมเปึนเงิน ๑๒,๓๘๘.๗๕ ล้านบาทให้แก่ผู้เรียกร้อง เนื่องจากการบอกเลิกสัญญาในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๑ ในสมัยท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ ขัดกับเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน คําถามก็คือว่า ผลของคดีความจาก อนุญาโตตุลาการจะมีปัญหาต่อการเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้างของรถไฟชานเมืองสายสีแดง หรือไม่ น่าจะไม่สามารถเข้าใช้พื้นที่เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด แล้วท่านนายกรัฐมนตรี จะมาอนุมัติให้กู้เงินเพื่อมาก่อสร้างทางรถไฟชานเมืองสายนี้ได้อย่างไร ในเมื่อข้อพิพาท กับบริษัทอยู่ในชั้นศาล ทําไมไม่รอให้คดีถึงที่สุด

ข้อ ๓ นี่สําคัญมาก ผมตั้งคําถามถึงท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ทําไมขนาดความกว้างของรางจึงมีขนาด เท่ารางรถไฟทั่วไปคือมีขนาดเพียง ๑ เมตร ในขณะที่ขนส่งมวลชนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนรถไฟ บีทีเอส รถไฟฟัามหานคร แม้กระทั่งรถไฟฟัาขนส่งมวลชนทั่วโลกมีขนาดความกว้างของ ราง ๑.๔๓๕ เมตร แม้กระทั่งสายแอร์พอร์ต ลิงค์ ซึ่งเปึนของการรถไฟด้วยกัน ก็ยังมีขนาด ความกว้าง ๑.๔๓๕ เมตร เช่นเดียวกัน ผมตั้งคําถามผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี แล้วกันนะครับว่า เปึนไปได้หรือไม่ว่าหัวรถจักรแล้วก็รถโบกี้นั้นมีขนาดรางเมตรเดียว ผลิตในญี่ปุ์นเท่านั้น ไม่มีในประเทศอื่น ๆ เพราะว่าเขาเลิกใช้กันแล้ว ไม่ว่าจะเปึนในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ยุโรป หรือประเทศอื่น ๆ ผมตั้งคําถาม ตรงนี้ฝากเอาไว้นะครับ เพราะว่าเราลงทุนตั้ง ๖๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งทั้งทีทําไมเราไม่ เปลี่ยนระบบรางตรงนี้ให้มันเปึนระบบที่ถูกต้องนะครับ เพราะว่าถ้ามันเปลี่ยนเปึนระบบที่ ถูกต้องแล้วในอนาคตข้างหน้าเราก็สามารถพัฒนาต่อ ๆ กันไปได้ครับ อันนี้ก็ฝากเปึน คําถามไว้ ๓ ข้อ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพรักทุกท่านนะครับ เนื่องจากเราได้อภิปรายกันมาตั้งแต่กลางวันจนถึงขณะนี้ นะครับ ๖ ทุ่มล่วงแล้ว กระผมก็ถือโอกาสนี้พักการประชุม ประชุมต่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ ขอเชิญท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านพร้อมเพรียงกันในการประชุม ในวันนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เปึนต้นไป จนถึง ๑๓.๐๐ นาฬิกา ขอขอบคุณครับ ทุกท่านครับ

พักการประชุมเวลา ๐๐.๒๔ นาฬิกา

ของวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา

ของวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราก็เริ่ม ประชุมไปจนจะเสร็จสิ้นนะครับ เพราะว่าอย่าให้มันค้างอยู่ในระเบียบวาระ เราจะดําเนินการต่อไป แล้วก็สภากําลังออกหนังสือครับ เมื่อวานนี้เปึนการพิจารณา เรื่องด่วนที่ ๓ คือร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นและร่างสัญญาเงินกู้ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ และ คณะรัฐมนตรีได้เสนอเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็มีทางวุฒิสมาชิกคือ ท่านเจตน์ได้อภิปราย ไปแล้ว ต่อไปก็เปึนผู้ที่ยกมือค้างการอภิปรายเมื่อวาน ๔ ท่านด้วยกันคือ มีท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ๔ ท่าน ด้วยกันนะครับ ส่วนท่านใดที่จะอภิปรายต่อเดี๋ยวจะเพิ่มรายชื่อต่อ ขอให้ ๔ ท่านนี้ก่อน เชิญครับท่านสามารถครับ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การที่ กระทรวงการคลังทําการกู้เงินจากประเทศญี่ปุ์นโดยผ่านทางองค์การความร่วมมือระหว่าง ประเทศแห่งญี่ปุ์น หรือไจก้านั้น ผมถือว่าเปึนทางออกที่ดีทางหนึ่งในการหาเงินทุน มาก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงรังสิต-บางซื่อ ตอนแรกนั้นผมเห็นร่างหนังสือ แลกเปลี่ยนฉบับนี้ก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดจึงกู้เงินจากไจก้า ทําไมไม่กู้เงินจากเจบิก หรือ ธนาคารญี่ปุ์นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะเจบิกนั้นทําหน้าที่ให้เงินกู้ แต่ไจก้า ทําหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า แต่เมื่อกระผมได้ดูข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นั้นมีการปรับโครงสร้างองค์กรในประเทศญี่ปุ์น มีการรวมเจบิกเข้ากับไจก้า ทําให้กลายเปึน นิว ไจก้า (New JICA) หรือไจก้าใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกู้เงินครั้งนี้ดังนี้ครับ

เงื่อนไขการกู้นั้น อัตราดอกเบี้ย ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ระยะเวลาการใช้หนี้ เงินกู้ ๒๕ ป้ และระยะเวลาปลอดหนี้ ๗ ป้นั้น ผมถือว่าเปึนเงื่อนไขที่ดี เปึนเงื่อนไข ผ่อนปรน เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้อื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามครับ อัตราดอกเบี้ย ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งถือว่าต่ํานั้น ก็ยังสูงอยู่ครับเมื่อเปรียบเทียบกับ อัตราดอกเบี้ยที่เราเคยกู้ได้จากเจบิก คือ ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ เมื่อครั้งที่เราใช้ในการ ก่อสร้างรถไฟฟัาใต้ดินสายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง-บางซื่อ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดี ครับว่าเวลานี้ไจก้าได้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขเงื่อนไขการกู้ ทําให้อัตราดอกเบี้ยนั้น เพิ่มสูงขึ้น แต่ผมก็ดีใจครับที่รัฐบาลของเราได้ตัดสินใจเลือกเงื่อนไขเงินกู้ประเภทนี้ เพราะไม่ทําให้ประเทศไทยของเรานั้นต้องมีข้อผูกมัดกับประเทศญี่ปุ์นในเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง กล่าวคือ เราไม่จําเปึนต้องซื้อสินค้าอุปกรณ์วัสดุจากประเทศญี่ปุ์น ไม่จําเปึนต้องใช้ ผู้รับเหมาญี่ปุ์น เงื่อนไขการกู้บางประเภทนั้น อัตราดอกเบี้ยต่ํามากครับ เช่น ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ระยะเวลาใช้หนี้เงินกู้ยาวนานถึง ๔๐ ป้ และระยะปลอดหนี้นาน ถึง ๑๐ ป้ แต่เงื่อนไขเหล่านั้นมีข้อผูกมัดครับ เช่น เราจําเปึนต้องซื้อสินค้าวัสดุอุปกรณ์ จากญี่ปุ์นไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินสัญญา และจําเปึนต้องใช้ผู้รับเหมาหลัก ที่เปึนบริษัทญี่ปุ์น ท่านประธานครับ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจากไจก้าจะต่ําก็ตาม แต่เมื่อ มีการแปลงหนี้เงินกู้จากหนี้เงินเยนเปึนหนี้เงินบาทแล้ว ก็พบว่าอัตราดอกเบี้ยนี้นั้นจะเพิ่ม สูงขึ้นครับ สูงขึ้นกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งอาจจะสูงกว่าการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้อื่น เช่น จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือ เอดีบี หรือจากธนาคารโลก ดังนั้นผมขอให้รัฐบาล พิจารณาให้รอบคอบครับว่า ควรจะกู้จากแหล่งใดมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ผมต้องการฝาก ไปถึงรัฐบาลก็คือ ขอให้รัฐบาลใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศให้มากที่สุด รวมทั้ง บุคลากรคนไทยต้องใช้มากที่สุดด้วยครับ เพราะผมไม่ต้องการให้ประเทศไทย ของเราต้องขาดดุลทางวิชาการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้นเรายังมีความจําเปึน เรายังใช้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศอยู่ไม่น้อยครับ ทั้ง ๆ ที่บุคลากรของเรามีความรู้ ความสามารถอยู่แล้ว นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เราขาดดุลทางวิชาการ การขาดดุลทาง วิชาการนั้นเริ่มตั้งแต่ช่วงการศึกษาจนถึงระยะเวลาการทํางานเลยทีเดียว ในช่วง การศึกษานั้นเราต้องซื้ออุปกรณ์ตําราจากต่างประเทศ บางสถาบันนั้นต้องจ้างอาจารย์ เปึนชาวต่างประเทศ บางคนส่งลูกไปเรียนตั้งแต่เยาว์วัย บางคนส่งไปเรียนช่วงป่ดเทอม บางคนไปเรียนขั้นอุดมศึกษา บางคนไปเรียนด้วยทุนเอง บางคนไปเรียนด้วยทุนรัฐบาล หรือบางคนไปเรียนด้วยทุนบริษัท เหล่านี้ล้วนเปึนการขนเงินออกนอกประเทศทั้งนั้น การลงทุนเพื่อการศึกษานั้นผมถือว่ามีความจําเปึน แม้ว่าเราจะขาดดุลในช่วงการศึกษา ก็ตาม แต่ถ้าเราสามารถนําความรู้มาพัฒนาประเทศของเราโดยไม่ต้องพึ่งพา ชาวต่างประเทศได้ ผมถือว่าเปึนการลงทุนที่เหมาะสม และหากบางคนสามารถนําความรู้ ความสามารถไปช่วยพัฒนาประเทศอื่นได้ และสามารถนําเงินตรากลับเข้าสู่ประเทศเราได้ ผมถือว่าเปึนการใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างคุ้มค่า แต่ท่านประธานครับ เมื่อมองไปที่ การพัฒนาบางโครงการกลับพบว่าคนไทยของเรานั้นถูกป่ดกั้นโอกาสอยู่ไม่น้อยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานนั้นมีขั้นตอนหลัก ๓ ขั้นตอน ก็คือ ๑.การทําการศึกษาความเหมาะสม ๒. ออกแบบรายละเอียด และ ๓. ทําการก่อสร้าง บทบาทของต่างประเทศนั้นนะครับ มีตั้งแต่ช่วงศึกษาความเหมาะสมจนถึงการก่อสร้าง ในช่วงการศึกษาความเหมาะสมนั้น ต่างประเทศมักจะให้เงินฟรีเปึนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าครับ แต่การทําธุรกิจนั้น ไม่มีคําว่า ฟรี หรอกครับ เขาจะส่งผู้เชี่ยวชาญของเขามาทําการศึกษาให้เราเปึน การขนเงินกลับประเทศของเขา คนไทยของเราได้ส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยครับในการ ร่วมมือทําการศึกษาของเขา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ข้อมูลที่ดีกลับไปประเทศของเขาด้วย ข้อมูลเหล่านี้เปึนลู่ทางทําธุรกิจที่ดีในขั้นตอนต่อไป เพราะในขั้นตอนการศึกษา ความเหมาะสมแบบรายละเอียดนั้นเขามักจะเสนอแนะให้ใช้อุปกรณ์วัสดุต่าง ๆ ที่ทําหรือ ผลิตในประเทศของเขาไม่ทางตรงก็ทางอ้อมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หนทางแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้นั้นหนีไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องหาทางให้คนไทยได้มีโอกาสทํางาน ให้มากที่สุดทุกขั้นตอน พูดได้ว่าพยายามหาทางให้เงินไหลเวียนอยู่ในประเทศ จะอยู่ที่ บริษัทใดนั้นไม่ใช่ประเด็นสําคัญ การให้คนไทยทํางานนั้นนอกจากใช้ค่าใช้จ่ายต่ํากว่า แล้วเรายังมีความรักบ้านเมืองของเรา ต้องการเห็นการพัฒนาเปึนไปอย่างถูกทิศถูกทาง ต่างกับคนต่างชาติครับ เขาทํางานเสร็จแล้วก็กลับบ้านไป บางคนยังทิ้งปัญหาต่าง ๆ นานาให้เราแก้ไขกันอีก ดังที่หลายท่านได้ประจักษ์ปัญหาในหลายโครงการนะครับ แม้ว่าจะเปึนการดําเนินงานโดยชาวต่างประเทศที่เราคิดว่าเปึนผู้เชี่ยวชาญก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ผมไม่ได้หมายความว่าเราไม่จําเปึนต้องใช้ ชาวต่างประเทศเลย เรายังมีความต้องการ ยังมีความจําเปึนต้องใช้ชาวต่างประเทศครับ แต่ควรจะใช้ให้น้อยลง เพื่อลดการขาดดุลทางวิชาการครับ ท่านประธานครับ การกู้จากไจก้าครั้งนี้เรากู้ ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน คิดเปึนเงินไทยเงินบาทประมาณ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่วงเงิน การก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้นะครับ คิดเปึนเงินทั้งหมด ๗๕,๕๔๘ ล้านบาท เรายังขาดเงินอยู่ประมาณ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะหาจากที่ไหน หรือมีแนวทางให้เอกชนร่วมลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการบริหารรถไฟฟัา เรื่องนี้ต้องฝากไปที่รัฐบาลด้วยครับ พูดถึงค่าก่อสร้างแล้วครับ ผมรู้สึกเปึนห่วงครับ ค่าก่อสร้างนั้นมีการปรับขึ้นเปึนระยะ ๆ เริ่มในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๘ ราคาก่อสร้าง รถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้นะครับอยู่ที่ ๔๖,๐๖๖ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ครับเพิ่มขึ้นมาเปึน ๗๕,๕๔๘ ล้านบาทครับ เพิ่มขึ้นมากทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ํามันถูกลง ทั้ง ๆ ที่เงินบาทของ เราแข็งตัวขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลทบทวนอีกครั้งครับว่าราคาก่อสร้างนั้นควรจะปรับ ลดลงได้หรือไม่ การก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้ผมถือว่ารัฐบาลตัดสินใจถูกต้องครับ เพราะเปึนเส้นทางที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารเปึนจํานวนมาก เปึนการเชื่อมชานเมืองกับ ตัวเมือง เปึนการขนคนจากแหล่งที่อยู่อาศัยมาสู่แรงงานครับ และอีกทั้งเรามีสถานี ปลายทางคือ สถานีรังสิต ซึ่งถือว่าเปึนศูนย์รวมของการเดินทางจากชานเมืองตอนเหนือ กรุงเทพฯ ฯ ครับ เปึนการขนคนจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมือง ท่านประธานครับ ผมอยาก เห็นโครงการนี้ได้รับความสําเร็จเปึนรูปธรรมโดยเร็วครับ ก็อยากจะฝากว่ารัฐบาลต้อง มีรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจนนะครับว่า เราจะลงทุนโดยภาครัฐนั้นเปึนเงินเท่าไร จากจํานวนเงินทั้งหมด ๗๕,๕๔๘ ล้านบาทนั้น รัฐต้องควักกระเปิาเท่าไร ต้องหาเงินกู้หรือ เอกชนร่วมลงทุนเท่าไร ต้องคิดให้รอบคอบนะครับว่าถ้าเอกชนลงทุนนั้นดีหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการเดินรถไฟฟัา ดังเช่น โครงการรถไฟฟัาใต้ดิน สายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง–บางซื่อครับ ภาครัฐลงทุนทั้งหมด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ ที่เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึนการให้เอกชนลงทุนครับ เปึนการให้สัมปทาน ระยะเวลา ๓๐ ป้ในรูปแบบ บีทีโอ (BTO) บิวด์ ทรานเฟอร์ โอเพอเรท (Build Transfer Operate) ครับ ผมขอฝากทั้งหมดนี้ไปที่รัฐบาลครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คือเนื่องจากเมื่อวาน นี่นะครับ มีรายชื่อ ๔ ท่าน ดังที่ผมเรียนแล้วนะครับ ทีนี้ผมถามคุณฐิติมา คือจะให้ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายก่อน เชิญ เพราะผมจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เดี๋ยวจะหาว่าผมลําเอียง เปึนกลางเต็มที่ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบคุณท่านประธานครับที่ได้ให้โอกาสกระผมที่จะอภิปรายก่อน ที่จริงแล้วนี่เอกสาร ที่ได้มานี่ครับเปึนร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นและร่างสัญญาเงินกู้ ผมไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ นะครับ ผมเห็น ด้วยว่าการกู้เงินนี้ควรจะทํา รัฐบาลควรจะทํา เพราะว่าเปึนโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแน่นอน แต่กระผมมีประเด็นที่อยากจะติติงเพียงเล็กน้อยนะครับท่านประธาน วงเงินกู้ที่เรากําลัง จะกู้จากญี่ปุ์นหรือไจก้านี่นะครับ เปึนเงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ก็คิดง่าย ๆ เปึนเงินไทย ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่จริงแล้วมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก็ได้กําหนดกรอบวงเงินกู้นี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลก็สามารถที่จะดําเนินการได้เลย แต่บังเอิญมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ ผมบอกว่า มาตรานี้เปึนตัวปัญหา เปึนตัวปัญหาที่ทําให้การบริหารงานของรัฐบาลสะดุด ติดขัด เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๑๙๐ ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่ทําให้ถูกต้อง โอกาสที่จะถูกถอดถอน ถูกปลด เกิดขึ้นได้ตลอดเวลานะครับ ผมไม่อยากจะเท้าความถึง ท่านนพดล ปัทมะ ท่านก็โดนมาตรา ๑๙๐ มาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่แหละครับ ตัวปัญหาตัวนี้ที่ทําให้การปฏิบัติงานของรัฐมนตรีต้องสะดุดลง ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วเงินกู้ก้อนนี้ ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ได้ดําเนินการโดยรัฐบาลที่ผ่านมาตกลงกับ รัฐบาลญี่ปุ์นมาโดยต่อเนื่องครับ บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามารับตําแหน่ง ก็ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ์น ก็ได้ไปคุยกันนะครับ ก็ได้มีการตกลงร่วมกัน เพราะว่า รัฐบาลญี่ปุ์นต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย ได้รับทราบว่า มันมีอย่างนี้ครับว่า งบประมาณของญี่ปุ์นเขาจะสิ้นสุด เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ คือวันที่ ๓๐ นี้แหละครับ เพราะฉะนั้นการลงนามในหนังสือ แลกเปลี่ยนฉบับนี้ การตกลงในสัญญาจะต้องลงนามให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ สมมุติว่า กฎหมายฉบับนี้หรือการพิจารณาวันนี้ไม่ผ่าน ความเสียหายเกิดขึ้นท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลต้องนําหนังสือเข้ามาพิจารณาเกือบจะสิ้นเดือนแล้ว อีก ๔ วันแค่นั้นเอง จะต้องลงนามให้แล้วเสร็จ ความเสียหายมันเกิดขึ้นท่านประธาน ถ้าเกิดแอคซิเดนท์ (Accident) เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความเสียหายเกิดขึ้น พี่น้องประชาชน ก็จะไม่มีรถไฟฟัาสีแดงไว้ใช้ คนที่จะเดินทางจากบางซื่อไปรังสิตก็จะประสบปัญหา เดือดร้อนอีก อย่างนี้นี่นะครับ วันหลังต้องพิจารณาให้รอบคอบ รัฐบาลต้องรีบดําเนินการ อย่าไปเกรงกลัวครับ แผนการขั้นตอนในการทํางานของรัฐบาลต้องจัดให้รูปแบบที่มัน เปึนไปได้มากที่สุด ให้เวลากับตัวเอง ไม่ใช่ทําอะไรลวก ๆ แล้วบ้านเมืองมันจะเสียหาย โดยเฉพาะเงินกู้ก้อนนี้ท่านประธาน เขาบอกว่าการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใน ๗ ป้ ๓ เดือน เงินกู้ก้อนนี้ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยนะครับ การใช้จ่ายเงินก้อนนี้เขาบอกว่าซื้อสินค้า จากต่างประเทศได้ ถามว่าจะไปสนับสนุนให้มีการใช้จ่ายในประเทศ ซื้อสินค้าที่เปึน ผลิตภัณฑ์ในประเทศได้หรือไม่ มันไม่ได้นะครับ เพราะว่า โครงการอย่างนี้มันต้องนําเข้า ทั้งนั้น อย่างตัวรถไฟฟัาก็ดี รางรถไฟก็ดี คงไม่ได้ผลิตในประเทศไทยหรอกครับ ญี่ปุ์น เขาคงจะเอาจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศเขาเองที่ผลิตมา เงินก็ออกนอกประเทศ วันนี้ต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เข้าใจว่า โครงการ ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน หรือ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กําลังจะขออนุมัติสภานี้นะครับ ไม่ใช่เปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเห็นเงินหมุนไป กําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนไป ไม่ใช่นะครับ ผมยังเสียดายว่า เงินยอดนี้ ถ้าไม่ใช่เปึนรถไฟฟัาผมจะคัดค้าน เอามาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจ มาใช้ช่วยพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน เอาเงินไปแจกคนยากคนจน ๒,๐๐๐ บาท เหมือนที่แจกผู้มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทจะดีกว่าไหม อันนี้นะครับ ท่านประธาน ต้องฝากไว้ว่ารัฐบาลต้องฉุกคิด สิ่งไหนที่จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศ ฟุ๋นขึ้นมาโดยเร็ว จําเปึนอย่างยิ่ง ผมก็ไม่อยากจะไปก้าวล่วงถึงงบประมาณส่วนอื่น แต่ก็อยากจะฝากไว้ครับว่า งบประมาณรายจ่ายเหล่านี้มันเปึนประโยชน์ แต่มันจะเปึน ประโยชน์จริง ๆ ต้องเกิดการจ้างงาน เมื่อไปใช้แล้วการจ้างงานเกิดขึ้น พี่น้องประชาชน มีเงินจับจ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียน ผมอยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ไปยัง รัฐบาลด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้าย ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหล่านี้ไม่ใช่เปึนปัญหาใหญ่ เพราะโครงการเหล่านี้จะให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ํา และการใช้หนี้กว่าจะใช้หนี้ก็ใช้ เวลานาน แต่ผมก็ดีใจครับที่ว่าโครงการอย่างนี้ใช้มาตรา ๒๒ ระบุชัดเจนว่าจะไปทําอะไร แต่เมื่อวานนี้ที่เราพิจารณางบก้อนเดียวกัน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ อันนั้นนี่นะครับมีปัญหา เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้บอกว่าจะไปใช้ในโครงการไหนให้ชัดเจน ซึ่งมันเปึนงบประมาณที่ผ่านมาตรา ๒๒ ผมต้องเน้นมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะพูดไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะกู้เงินที่เปึนเงินตราต่างประเทศ จะไปทําอะไร ต้องบอกให้ชัดเจน โครงการอะไรต้องเขียนให้ชัดเจนเพื่อความถูกต้อง อย่างไจก้าถูกต้อง เลยครับ ประชาชนได้รับประโยชน์ ถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไหม มันก็กระตุ้นแต่มันล่าช้า มันจะไม่ทันกิน ๗ ป้ ๓ เดือน กว่าจะเบิกจ่ายเงินกู้นี้ครบ และการก่อสร้างโครงการนี้ ก็จะต้องใช้เวลา อย่างน้อย ๆ ก็ ๕-๖ ป้กว่าจะสร้างเสร็จ หรืออาจจะไม่เสร็จก็แล้วแต่ นะครับท่านประธาน ผมก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ให้รัฐบาลได้ฉุกคิด เพราะวันนี้ เศรษฐกิจของประเทศชาติมีปัญหา เงินที่เรากู้มานั้นร่อยหรอไป เพดานเงินกู้ก็จะติดแล้ว ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มเพดานเงินกู้ให้กู้ได้มากขึ้น วันนี้ก็เริ่มออกมาแล้ว ว่าหนี้สาธารณะไม่เปึนปัญหาในประเทศ เอาละครับ เข้าใจ แต่อย่านําพาให้ประเทศชาติ ไปล่มจมโดยการกู้ กู้มาแล้วใช้เงินไม่เปึน ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ความล่มสลายมันจะ เกิดขึ้นท่านประธาน ผมเปึนห่วงสิ่งเหล่านี้นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ที่เกิดมาทุกคน วันนี้เปึนหนี้เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลชุดนี้มาก่อหนี้อีกก็เปึนหนี้เพิ่มขึ้นอีก ท่านประธาน ผมก็ไม่อยากจะให้ลูกหลานผมต้องใช้หนี้แทนประเทศชาติโดยที่เขาไม่ได้ รับรู้เลย ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ครับ เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อวานดิฉันได้ อภิปรายเรื่องเกี่ยวกับการขอกรอบการเจรจากู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว สิ่งที่ดิฉัน เป่ดไว้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ซึ่งดิฉันได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า การให้ข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แล้วมาชี้แจงต่อ สภาเสนอกรอบการเจรจาด้วยนั้น การรับฟังความคิดเห็นนั้นมาก่อนการเสนอกรอบ การเจรจาหรือมาหลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตอบดิฉันว่า กระทรวงการคลังนั้นได้ลงในเว็บไซต์เพื่อขอความคิดเห็นจากประชาชน ให้ประชาชนตอบ กลับมา และให้พวกเราตัวแทนปวงชนชาวไทยไปดูในเว็บไซต์ได้เลย โดยที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้นําความคิดเห็นของประชาชนมาชี้แจงต่อสภา นั่นหมายความว่าท่านไม่ได้ทําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม อย่างถูกต้อง ท่านให้ดิฉันหรือ ส.ส. ไปดูในเว็บไซต์เอาเอง ประเด็นการดูในเว็บไซต์ ท่านประธาน นอกจากดิฉันเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยซึ่งควรจะได้รับการชี้แจงในสภาอยู่แล้ว เมื่อเราคํานึงถึงประชาชน ตาสี ตาสา คนตาดํา ๆ เขาจะเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ เข้าถึง อินเทอร์เน็ตได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเขาก็จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของเขาไม่ได้ด้วย เช่นกัน อันนี้คือเรื่องที่เปึนส่วนสําคัญมาก ๆ ส่วนวันนี้ดิฉันมาอภิปรายเรื่องของการกู้เงิน ของการที่จะลงนามในสัญญาการกู้เงินเพื่อที่จะทํารถไฟฟัาสายสีแดง ดิฉันก็คงยังเกิดคําถามอยู่เช่นเดียวกันว่า แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น จะเอาความคิดเห็นของประชาชนอยู่ช่วงไหน เพราะขณะนี้ดิฉันก็ยังไม่ได้รับความคิดเห็น ของประชาชนเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟัาสายสีแดงมาอยู่ในมืออยู่ดี ยังไม่มีค่ะท่านประธาน ดิฉันเลยงงว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ท่านจงใจที่จะทําผิดรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า ไม่มีอยู่ในมืออยู่ดี แล้วอย่างนี้คืออะไรคะท่านประธาน จะให้ดิฉันพิจารณากัน อย่างไรคะ และการที่เราจะดูรัฐธรรมนูญหรือดูกฎหมายนั้นมันไม่ได้หมายความว่าเราจะ มาแปลกันได้ว่า เรื่องนี้แปลตรงนี้แล้วกัน เอามาก่อนเสนอกรอบแล้วกัน หรือไม่ก็ฉันคิดว่า อย่างนี้ ฉันเอามาหลังเสนอกรอบกับรัฐสภาแล้วกัน มันทําแบบนั้นไม่ได้ท่านประธาน กฎหมายมันคือกฎหมายมันต้องแน่ชัด เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธาน อย่างนี้ค่ะว่า ดิฉันมี พาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ชุดหนึ่งท่านประธานคะ เปึนขั้นตอน ของมาตรา ๑๙๐ ง่าย ๆ สั้น ๆ เลยค่ะ ขออนุญาตท่านประธานนําเสนอได้ไหมคะ นิดเดียวเองค่ะท่านคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ยังไม่ได้ตรวจสอบ ไม่มีมลพิษนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ไม่มีค่ะ ไม่มีความน่ากลัวโหดร้ายใด ๆ ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

แน่นอนนะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ไม่มีเลยค่ะ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นอนุญาต

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ขอเชิญ เจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์ช่วยเป่ดให้หน่อยได้ไหมคะ ท่านคะนี่คือเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่ดิฉันและหลายคนเมื่อวานนี้เข้าใจว่าการให้ข้อมูล ก็ดี การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก็ดี ที่จะต้องมาชี้แจงต่อสภานั้นควรจะมาก่อน การเสนอกรอบ คือเอามาเสนอกรอบนี่ถูกต้องแล้วทําตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เสนอกรอบกับสภา เห็นด้วย เมื่อวานดิฉันก็บอกว่า เห็นด้วย แต่ว่าต้องมีความคิดเห็นของ ประชาชนมาก่อน แต่ในที่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดเหมือนกับว่าจะมา หรือว่า ส.ส. ท่านอื่นของพรรคประชาธิปัตย์ก็ตามนะคะ พูดเหมือนกับว่ามาทีหลังก็ได้ ดิฉันเลยงง ก็เลยจะขอให้ฉายภาพที่ ๒ ของ พาวเวอร์พอยท์ ดิฉันค่ะ จากเจตนารมณ์ มาตรา ๑๙๐ วรรคสามนี้นะคะท่านประธาน ขั้นตอนค่ะ ขั้นตอนของการจัดทําหนังสือ สัญญานี้ที่ดิฉันเข้าใจ เชิญต่อเลยค่ะ ครม. จัดทํากรอบการเจรจาค่ะ จัดทํากรอบ การเจรจาแล้วก็ส่งต่อมา เชิญต่อเลยค่ะ ส่งต่อมาให้รัฐสภาเพื่อขอกรอบการเจรจา ขณะนี้เราอยู่เมื่อวานนี้เปึนขั้นนี้นะคะ ทีนี้ขั้นต่อไปเชิญเลยค่ะ ขั้นต่อไปตรงนี้ ครม. มาขอไปดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญา นี่ถามว่านะคะ ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน เชิญเลยค่ะ มันจะอยู่ในช่วงไหน การให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนอยู่ช่วงไหนคะ อยู่ช่วงที่ ๑ ขณะนี้กําลังนําเสนอเลยนะคะ ขั้นที่ ๑ คือระหว่าง ก่อนจะมาเสนอกรอบ ต่อเลยค่ะ หรือขั้นที่ ๒ คือหลังเสนอกรอบการเจรจา จะเอาอย่างไร แน่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐบาลชุดนี้จะเอาอย่างไรแน่คะ ดิฉัน ไม่เข้าใจเพราะขณะนี้ดิฉันยังไม่มีความคิดเห็นของประชาชนอยู่ในมืออยู่ดี ไม่ว่าจะเปึน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะเสนอกรอบก็ไม่มี ไม่มีความชัดเจนใด ๆ หรือหลังจากเสนอ กรอบแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงก่อนเซ็นหนังสือสัญญาก็ไม่มีความคิดเห็นของประชาชนอยู่ดี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังทําผิดขั้นตอนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสามค่ะท่านประธาน ขัดต่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพราะฉะนั้นคําถามของดิฉันจึงยังคงถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ซึ่งขณะนี้ท่านยังไม่มาให้เห็น แต่ฝากคําถามไว้ ว่าท่านจะเอาอย่างไรแน่ และขอหารือท่านประธานเลยว่า ขณะนี้ดิฉันพูดอภิปรายอยู่ ในรัฐสภา ท่านประธานฟังดิฉันอยู่ ขอให้ท่านประธานเปึนพยานและดําเนินการขั้นต่อไป เลยนะคะว่า ส่งต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเลยค่ะ ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ รัฐบาลชุดนี้คาดว่า จงใจจะทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เพราะไม่มีความคิดเห็นของประชาชนมาให้ดิฉันซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ที่ต้องการที่จะทําหน้าที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ดีที่สุด ที่ถูกต้องที่สุด แล้วก็ปกปัอง ผลประโยชน์ของชาติ และทําถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้ดิฉันคงจะมีเรื่องเพียงแค่นี้ ท่านประธาน เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่ดิฉันไม่ได้ขัดแย้งหรือว่าเปึนเรื่องที่ดิฉันไม่เห็นด้วยต่อ การที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ไม่ใช่นะคะ ดิฉันเห็นด้วยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของ ชาติ แต่ต้องทําให้ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญ คุณประพนธ์ นิลวัชรมณี

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมดีใจนะครับที่รัฐบาลได้ตัดสินใจเอากรอบการเจรจาเงินกู้ระหว่าง ประเทศ แล้วก็สัญญาเงินกู้ระหว่างประเทศนี้เข้ามาให้ทางรัฐสภาได้รับทราบและอนุมัติ หลักการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องปกติธรรมดาของหน่วยราชการที่ได้ กระทํากันมาหลายสิบป้ มีโครงการกู้เงินอย่างนี้นับพันโครงการ ก่อนหน้านี้ผมมี ความคิดเห็นว่า งานอย่างนี้ ภาระอย่างนี้ ไม่จําเปึนที่รัฐบาลต้องนํามาเข้าสู่รัฐสภาและ คิดว่ามาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ผมคิดว่า ไม่น่าจะครอบคลุมถึงภารกิจอันนี้ แต่อย่างไรก็ตามครับ จากที่ได้ฟังการนําเสนอ การอภิปรายทั้งคําชี้แจงของรัฐมนตรีและของเพื่อนสมาชิกนั้น ผมดีใจครับ เพราะเรื่อง อย่างนี้หากรัฐบาลมีความโปร่งใส มีความเชื่อมั่น มีความซื่อสัตย์สุจริตที่จะกู้เงินมาใช้เพื่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่ดีครับ ที่จะทําให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ได้รับทราบ พี่น้องประชาชนที่รับฟังก็จะได้รับทราบส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็จุดเริ่มต้นว่า การกู้เงินนั้นไปเพื่อทําอะไรบ้างอย่างไรครับ ผมจึงดีใจครับที่รัฐบาลได้ตัดสินใจนํากรอบ การเจรจาเงินกู้และสัญญาเงินกู้นี้มาเพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณา ผมก็จะไม่ใช้เวลามาก จะไม่ซ้ําประเด็นกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายกันมามากแล้วนะครับ แต่ที่มีการท้วงติงกัน เรื่องเกี่ยวกับการนําเสนอของรัฐบาล เกี่ยวกับกรอบสัญญาเงินกู้นี้ว่าไม่สมบูรณ์นั้น ซึ่งเมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนไปครั้งหนึ่งแล้วว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลได้แสดงความโปร่งใส มาถึงระดับอย่างนี้แล้วก็เปึนที่น่าพอใจ เพราะว่าโครงการอย่างนี้มันเรื่องปกติ มันผิดกับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๙๐ ฉบับ ๒๕๕๐ นั้น การกู้เงินอย่างนี้ครับมันไม่เหมือนกับ สัญญา สัญญาที่ทางรัฐบาลไปทําสัญญาเกี่ยวกับอธิปไตยดินแดนของประเทศ เหมือนอย่างที่รัฐบาลที่แล้วได้ทํามา มันต่างกันมากครับ เพราะนั่นบางที ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ จึงจะมีการทําครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลที่ผมว่ารัฐบาลนี้มีความโปร่งใสมากแล้ว นะครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมมีรายละเอียดของสัญญาเงินกู้ระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ์นที่จะนําเสนอในรายละเอียดอยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกก็คือเรื่องของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง มีความขัดแย้งกันอยู่ บ่อยครั้งระหว่างระเบียบพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลไทย กับของประเทศผู้ให้เงินกู้ หรือเจ้าของโครงการเงินกู้ ไม่ว่าจะเปึน เวิลด์ แบงก์ เอดีบี หรือว่าเจบิกก็ตามครับ ทราบว่าขณะนี้นั้น เวิลด์ แบงก์ แล้วก็กรมบัญชีกลางได้มีการเจรจากันเพื่อทําความเข้าใจ ในเรื่องนี้ให้เปึนทิศทางในแนวเดียวกันนั้น กําลังเจรจาเกี่ยวกับเรื่องการพัสดุอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่น การประกวดราคาของประเทศไทยนั้น หลังจากมีการยื่นซอง เป่ดซอง ดูราคากันแล้ว คณะกรรมการเป่ดพิจารณารับราคานั้นสามารถที่จะต่อรองราคาได้ แม้ราคานั้นจะไม่สูงกว่าราคากลาง แต่ว่าในข้อจํากัดของสัญญาเงินกู้ระดับ เวิลด์ แบงก์ หรือระดับ เจบิก เอดีบี นั้น ได้มีข้อจํากัดไว้ว่า ในเมื่อการประกวดราคานั้นไม่สูงกว่า ราคากลาง ห้ามให้รัฐบาลไทยต่อรองราคาอีก ซึ่งอันนี้นั้นผมว่าพฤติกรรมของการประกวด ราคาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ์น หรือประเทศอื่นนั้นมันมีความแตกต่างกัน ในพฤติกรรมของการปฏิบัติครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ควรจะทําความเข้าใจกันให้เปึนที่ แน่ชัดจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต

อีกประเด็นหนึ่งครับก็คือว่า เรื่องของในสัญญาเงินกู้นั้นมีภาระแน่ชัดอยู่ อันหนึ่งคือว่าต้องจ้างที่ปรึกษา จ้างที่ปรึกษานี่ก็มี ๒ ระดับ ระดับแรกคือจ้างที่ปรึกษา มาเพื่อพิจารณาโครงการว่ามีผลคุ้มค่าไหม รูปแบบของโครงการเปึนอย่างไร ที่ปรึกษา ระดับสองก็คือว่า หลังจากมีโครงการที่เรียบร้อยแล้ว มีการกู้เงิน มีการเริ่มประกวดราคา เซ็นสัญญานั้น จะมีที่ปรึกษาในระดับของควบคุมดูแลงานก่อสร้างให้เปึนไปตามสัญญา ต่าง ๆ ครับ ที่แล้วมาจากการสอบถาม จากการตรวจสอบว่าที่ปรึกษาที่เราจ้างมานี่ก็ใช้ เงินสูงพอสมควรนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกว่าประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบันนี้ นะครับ ซึ่งเปึนเงินนับร้อยล้านและเปึนพันล้าน แต่ว่าที่ปรึกษาที่เข้ามาให้คําปรึกษา โครงการนี้นะครับ เท่าที่ปฏิบัติมาก็เพียงแต่ว่ามาเหมือนเปึนผู้ที่คอยตรวจสอบว่า การปฏิบัติงานของโครงการนั้นผู้รับเหมาทําไปถึงไหน แล้วก็ตรวจสอบการทํางานว่า มันเรียบร้อยแค่ไหน เพื่อที่จะรับรองรายการเพื่อจะไปเบิกจ่ายเงินจากเงินกู้เท่านั้นครับ ซึ่งอันนี้ผมว่าจ้างที่ปรึกษาในราคาที่สูงความรับผิดชอบน่าจะสูงกว่านั้น ไม่ใช่มีเพียงมา เปึนผู้ที่เหมือนกับไปรษณีย์ มาเพียงเปึนผู้ประทับตราเซ็นชื่อใน เพย์เมนท์ (Payment) อันนี้เปึนเรื่องสําคัญครับท่านประธาน ที่ผมยกมาเปึนประเด็นในการที่เสนอรัฐบาล เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าโครงการนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง อย่างสนามบินสุวรรณภูมินี่ครับ โครงการสนามบินสุวรรณภูมิมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง หลายอย่าง หลังจากที่มีการรับรองตรวจสอบสัญญากันเรียบร้อยแล้วนะครับ ปรากฏว่า มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่าง ๆ ลดสเปกลงจากมาตรฐาน เอ เปึน บี เปึน ซี ลดขนาด ลง แยกส่วนออกไปนะครับ อย่างโครงสร้างของเหล็กก็ลดความหนาลง อันนี้เพื่อนผมเปึน คนไปลดขนาด ลดสเปกกันเองครับ เพราะว่าเพื่อนผมทําด้วยความบริสุทธิ์ใจว่ามันจะ เปึนการลดงบประมาณครับ แต่อันนี้รัฐบาลชุดนั้นก็ออกมาเที่ยวหลอกประชาชนว่า ประกวดราคาแล้วสามารถลดเงินลงได้ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเรื่องที่ เสียหายกับโครงสร้าง เสียหายกับรูปแบบของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างยิ่งจนเปึนปัญหา จนถึงปัจจุบันนี้ครับ

อีกประการอย่างหนึ่งอย่างเรื่องของ ซีทีเอ็กซ์ (CTX) เหมือนกันนะครับ ที่ปรากฏความเสียหายกับประเทศชาติ ปรากฏว่าเรื่องอย่างนี้นะครับ บริษัทที่ปรึกษา ที่จ้างมาไม่มีส่วนรับรู้ ไม่มีส่วนจะเสนอแนะ ไม่มีส่วนแสดงความคิดเห็นในการ ที่จะบอกเราซึ่งเปึนเจ้าของเงินงบประมาณว่าโครงการแก้ไขอย่างนี้มันดีหรือไม่อย่างไร นะครับ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องซื้อเครื่อง ซีทีเอ็กซ์ ตั้ง ๒๖ เครื่อง เสียเงินมหาศาล เปึนโครงการที่โด่งดังไปทั้งประเทศว่ามีการคอร์รัปชันกันอย่างมากมายนะครับ ผมจึงขอ ฝากไปถึงรัฐบาลว่าขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเงินกู้ทั้งหลายนี้ได้เพิ่ม ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเราจ้างกันมาเปึนร้อยล้านบาท พันล้านบาทนั้นให้มีภาระรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ด้วยเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติและของประชาชนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ ไม่ใช่ครับ ประทานโทษครับ คุณสงวน พงษ์มณี ขอประทานอภัย

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงผมเองไม่ได้ตั้งใจที่พูดเมื่อวานนี้ เนื่องจากว่าคิดว่าทางสมาชิกรัฐสภาจะให้ ความเห็นที่หลากหลายแล้ว แต่เมื่อมาตรวจสอบและมานั่งฟังตลอดเห็นว่ามีหลายเรื่อง ที่ต้องขอแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เปึนหลักฐานในสภานี้ ผมพูดทุกครั้งผมจะยึดโยง รัฐธรรมนูญกับรัฐบาล ผมคิดว่ามี ๓ เรื่องที่สําคัญที่อยากจะบอกรัฐบาลให้เข้าใจว่า

เรื่องที่ ๑ มันไม่ได้เปึนกรอบอย่างเดียวอย่างที่ท่านพูดกันนะครับ มันเปึน รายละเอียดของสัญญาเงินกู้ด้วย เปึนสาระสําคัญที่จะต้องมาดูกันว่าสาระสําคัญอย่างนี้ มันจะมีผลต่อรัฐบาล ต่อประชาชนอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ก็คือ พูดกันตลอดว่าที่ต้องนําเข้ามาเนื่องจาก มาตรา ๑๙๐ พูดแค่นี้แล้วก็จะต้องอ้างว่าไม่ต้องไปฟังอะไรมากก็ได้ เพราะมันเริ่มต้นมาแล้วเปึนไปตาม มาตรา ๓๐๕ ฝ์ายบริหารก็คงคิดอย่างนี้ เพราะในมาตรา ๓๐๕ ได้ยกเว้นไว้ แต่ท่านอ่าน ให้ละเอียดนะครับ เขายกเว้นว่า อันไหนที่ทํามาแล้วไม่ต้องนําวรรคสามมาปฏิบัติ แต่อันไหน ที่ยังไม่ได้ทําต้องเข้มงวดในวรรคสาม คุณฐิติมาได้พูด ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ได้ชี้แจงว่า ท่านเห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นไม่พอ ผมจะเพิ่มตรงนี้นิดหนึ่งครับท่านเมื่อเทียบเรากับ อเมริกา ๒ วันนี้ข่าวใหญ่ ผู้มีอํานาจสูงสุดของอเมริกาเขาบอกว่า เขาจําเปึนต้องขอ อํานาจจากรัฐสภาเพื่อไปดําเนินการกับสถาบันการเงิน ซึ่งเขาไม่มีอํานาจควบคุม นั่นแสดงว่ากฎหมายของประเทศเขาเอาอํานาจของฝ์ายบริหารมาไว้ในรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นของ มาตรา ๑๙๐ ให้อํานาจมาอยู่ที่สภา แต่มันหนักเข้าไปอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ ตรงนี้สําคัญนะครับ ท่านรัฐมนตรีต้องนําไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องขออํานาจกับเจ้าของประเทศ โดยตรงนะครับ คือ ประชาชน เวลาผมพูดคุยกับนักกฎหมายของพรรคท่าน ของฝ์ายรัฐบาลซึ่งรู้จักกันดี ผมรู้สึกว่าท่านไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งองคาพยพ ของมัน ไม่ได้หมายความ มาตรา ๑๙๐ ท่านจะเกี่ยวข้องกับวรรคท้ายเท่านั้นนะครับ ท่านไปดู มาตรา ๒๗๑ ชาวบ้าน ๒๐,๐๐๐ คน ถ้าสาระสําคัญมีผลกระทบกับเขา แล้วท่านไม่ให้ความรู้เขาเพียงพอ ไม่ให้เขาเข้าถึงในกรอบนี้ เขา ๒๐,๐๐๐ คนนะครับ ก็สามารถดําเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ได้เลย ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนปัญหาแน่นอน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าวันนี้คนปริวิตกไม่ไว้ใจองค์กรใด ๆ เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐบาลของเราเอง หรือรัฐสภาเอง หรือประชาชนเอง ไม่ได้มีอํานาจจริง ๆ อํานาจ ของประเทศไทยไปอยู่ที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นฝ์ายบริหารจะไปคิดว่า ท่านผ่านกระบวนการนี้โดยมือมากยกให้ผ่านได้ท่านจะยุติ เพราะว่าคําอภิปรายของผม และของหลาย ๆ ท่านมันจะเปึนใบเสร็จที่สําคัญว่า ท่านไม่ได้ห่วงใยหรือใช้อํานาจตาม รัฐธรรมนูญ จะเข้ามาตรา ๒๗๐ นะท่านนะ หลายท่านเวลาผมพูดก็หาว่าผมข่มขู่ ผมบอก ว่าไม่ใช่ ท่านดูให้ดีนะครับ ผมจะฉายภาพสั้น ๆ ให้ท่านดู ท่านเห็นไหมครับ ท่านผ่านมติ ครม. วันที่ ๑๐ วันนี้วันที่ ๒๕ เพียง ๑๕ วันนะครับ และสาระสําคัญของสัญญาเงินกู้ ใครจะรู้ ท่านเผยแพร่ผ่านสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ องค์กรต่าง ๆ ของประชาชนเขาไม่รับรู้ นะท่าน เพราะฉะนั้นเมื่อพูดประเด็นนี้ท่านต้องระมัดระวังเรื่องไหน ท่านครับ ยังไม่มีใคร พูดถึงว่าร่างสัญญาเงินกู้รายละเอียดสาระสําคัญเปึนอย่างไร ท่านดูนะครับ ข้อ ๑ ๑.๑ บอกจํานวนเงินที่จะได้กู้ ๑.๒ บอกดอกเบี้ย ๑.๓ บอกระยะเวลา นี่เราได้นะครับ แต่ตั้งแต่ ข้อ ๑.๒. (๑) (๒) (๓) เรายังได้ แต่พอ ๑.๓ ท่านครับ เปึนข้อผูกมัดเลยนะท่าน เปึนข้อ ผูกมัดว่า การขนส่งทางเรือ การประกันภัย เรายุ่งเขาไม่ได้นะครับ เขาให้ยกเว้นนะครับ ยกเว้นเอกสิทธิ์ของประเทศไทยเราเลย ๑.๔ การชําระเงินต้น ก็ยกเว้นเอกสิทธิ์อีก เหมือนกัน แล้ว ๑.๕ ต้องดูแลความปลอดภัยคนของเขาด้วย นี่เปึนข้อผูกมัดที่ท่านคิดว่า ชาวบ้านโดยทั่วไปวันนี้เขายอมได้หรือ ผมมีตัวอย่างเล็ก ๆ ที่สําคัญมากนะครับ ที่รัฐสภา แห่งนี้ต้องรับทราบ ทําไมผมเรียกว่า มันเล็ก ๆ เพราะว่าไม่มีใครสนใจเลย วันนี้ประเทศไทย ปกครองโดยอะไร ผมถามท่านผ่านท่านประธานไป ท่านครับ สภาพัฒน์เราเปึนกังวล ก็มีสภาที่ปรึกษาเข้ามาแก้ แต่มีหน่วยงานอื่นนะท่านประธานครับ หน่วยงานที่สําคัญ หน่วยงานหนึ่งทําผิดหน้าที่ วันนี้ต้องบอกอย่างนี้นะครับ ผมกล่าวหากฤษฎีกาครับ กฤษฎีกาโดยอํานาจคุณเปึนที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาล ถามว่ากฎหมายมันขัด หรือแย้งกันอย่างไรคุณก็บอกมา แต่วันนี้กฤษฎีกาทําหน้าที่เปึนนักยุทธศาสตร์ประเทศ ไม่เห็นด้วย ใช้ไม่ได้เลยนะครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การลงทุน ผมพูดให้มันเห็นว่า การลงทุนครั้งหนึ่ง และกฤษฎีกาทําให้มีปัญหาอย่างไรท่านดูนะครับ การลงทุนใน กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกระทรวงกลาโหม มูลค่าเปึนแสนล้านบาท นะครับ เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท วันนี้รัฐบาลโดยรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็ไปขอให้ กฤษฎีกาดูว่า ทหารเขาขอเปลี่ยนแปลงกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของทหารให้เหมือน ต่างประเทศเขา คําตอบคืออะไรครับ ทําไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าจะแข่งขันกับ เอกชน นี่แสดงว่ากฤษฎีกาต้องการให้ประเทศนี้ตกอยู่ในใต้อุ้งตีนของนายหน้าค้าอาวุธ หรือครับ ผมกล่าวหาแรง ๆ อย่างนี้เลย เพราะอะไรครับ มีโรงงานอาวุธโรงงานหนึ่งลงทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท หลายป้มานี้ผลิตแค่ ๑๐.๘ เปอร์เซ็นต์ครับท่าน แล้วต้องไปซื้อ ต่างประเทศเพราะอะไรครับ ลงทุนก็ไม่ได้ ร่วมทุนก็ไม่ได้ ประเทศอื่นเขาไม่เปึนอย่างเรา นี่กฤษฎีกาต้องทบทวนตัวเอง นะครับ ผมฝากรัฐสภาช่วยดูแลด้วย ท่านประธานที่เคารพ ทําไมผมมีอารมณ์กับ เรื่องนี้มาก ในวิกฤติการเมืองอย่างนี้ วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ การลงทุนมันเกิดได้ อย่างเดียวคือลงทุนในอุตสาหกรรมทหาร เราซื้อเราต้องมีเงื่อนไขที่จะให้เขามาลงทุนด้วย เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะพูดไหม เกี่ยวครับ ในข้อผูกมัดของเรานี่เราซื้อ เขาบอกว่าให้เราได้ซื้อ กับประเทศไหนก็ได้ เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ซื้อของคุณแล้วคุณต้องมาลงทุนในเราด้วย ยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ ซื้อรถไฟคุณมาลงทุนประกอบบ้านเราบ้างไหม แล้วไปขายให้ ต่างประเทศอีก อย่างตอนนี้นะครับ ถ้าเปลี่ยนกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียว ที่อนุมัติให้ซื้อรถ หุ้มเกราะ หลายประเทศเขาพร้อมจะมาลงทุนหลายหมื่นล้านบาทเพื่อจะขาย เราซื้อแค่ ๙๐ คัน แล้วเขาจะขายให้ประเทศเพื่อนบ้านเราได้หลายร้อยคัน เราก็ยังได้กําไรส่วนนั้น อยู่ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะข้อผูกมัดในสาระสําคัญแห่งสัญญาเงินกู้ ท่านต้องกลับไปพิจารณาและทําไปแก้ไข อย่าเอาเท่านี้นะครับ ถ้าท่านเอาเท่านี้ผมคิดว่า ชาวบ้านเขาคงรับไม่ได้ ผมมีเวลาแค่นี้เอง ท่านประธานครับ แต่ผมจะสรุปอย่างนี้นะครับว่า ผมไม่เห็นด้วยเลยที่ละเลยอํานาจของเจ้าของประเทศที่แท้จริง แล้ววันนี้สภานี้ผ่านให้คุณ นะครับ ถ้าประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนไม่ผ่าน ท่านต้องรับกรรมตามมาตรา ๒๗๑ ในกระบวนการมาตรา ๒๗๐ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญคุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครนายก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครนายก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธาน แล้วก็ขอให้ข้อมูลกับ ท่านประธานในฐานะที่ได้เคยพูดจาในสภานี้เกี่ยวกับเรื่องรถไฟสายสีม่วงที่รัฐบาลได้มี เจตนารมณ์ในการนําเรื่องนี้เข้ามาเพื่อจะขออนุมัติให้ไปเซ็นกรอบสัญญาเงินกู้กับประเทศ ญี่ปุ์นหรือไจก้า เดิมทีเปึนเจบิก อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ขณะนี้ ๒ หน่วยงานรวมกัน ไปเรียกเจบิก ผมต้องชมรัฐบาลนะครับที่การตัดสินใจแล้วก็ไม่ตีความเข้าข้างตัวเอง การใช้มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ในเมื่อลงนามตามสัญญาและเจตนาผูกพัน ตามวรรคสอง ต้องให้รัฐสภาได้เห็นชอบก่อน อันนี้ถือว่าเปึนการกระทําโดยเพื่อต้องการ ให้เกิดความโปร่งใสและปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เปึนประโยชน์กับเพื่อน สมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เพราะว่าเรื่องทั้งหลายทั้งปวงก่อนที่ฝ์ายบริหารจะไปทําอะไร เดิมทีเราไม่เคยทราบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กําหนดไว้ว่า ต่อไปนี้ต้องขออนุมัติต่อรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกซึ่งเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยได้รับทราบเรื่องผูกพัน และความผูกพัน ในอนาคต และความเสียหายจะเกิดขึ้นเช่นไร อันนี้เปึนเจตนารมณ์ชัดเจน ถือว่า ข้อกฎหมายไม่ได้เปึนการสุ่มเสี่ยง หรือว่าเปึนการตีความเข้าข้างตัวเอง หรือจะไปทํา ตามใจชอบที่ฝ์ายบริหารจะทําได้ อันนี้หลักข้อกฎหมายถือว่ารัฐบาลได้เป่ดใจกว้าง อันที่ ๑ ต้องยอมรับว่าเป่ดใจกว้าง ๒. ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด ๒ เรื่องนี้ ผมจะมีข้อเปรียบเทียบจากข้อมูลที่ผมได้ทําการศึกษา ๖ เดือน มันมีข้อเท็จจริงปรากฏ อย่างนี้ครับท่านประธานครับ เรื่องข้อกฎหมายผมจะชี้แจงท่านประธานให้ทราบให้ครบ เมื่อรัฐบาลที่แล้วได้มีการ ๒ รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการกําหนดโครงการเมกะโปรเจกต์ที่จะ ขอกู้เงินในลักษณะเช่นนี้ แล้วเอามาสร้างรถไฟฟัาทั้งหมด ๙ สาย เปึนวงเงินทั้งหมด ๕ แสนกว่าล้านบาท เดิมที ต่อมาปรากฏว่าน้ํามันขึ้นราคา เหล็กขึ้นราคา ไปปรับวงเงิน ขึ้นอีก ๒ แสนล้านบาท เปึน ๗ แสนล้านบาท หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ๒ รัฐบาลที่ผ่านมาคือรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัครและท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ก็ได้ตั้งงบประมาณไว้อย่างนี้ แล้วถามว่าไปทําอะไร เราถามเขาในกรรมาธิการ ป.ป.ช. เขาบอกว่า เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็หมายความว่าในขณะนั้นป้ ๒๕๕๑ รัฐบาลก็รู้แล้ว ว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ก็ยืนยันว่าเศรษฐกิจไม่ได้ถึงขนาดล้มเหลวขนาดนี้ เศรษฐกิจ ทั่วโลกไม่ได้ถึงขนาดที่จะกระทบกระเทือนไปทั่วโลกขณะนี้ และยังมองว่า จีดีพี ยังจะโต ประมาณ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ด้วย ไม่ได้ติดลบอีกด้วย วันนั้นก็ยังตั้งงบประมาณไว้ถึง ๕ แสนล้านบาท และเพิ่มไปอีก ๒ แสนล้านบาท เปึน ๗ แสนล้านบาท ในกรณีที่เอามา สร้างรถไฟฟัา ๙ สาย เพราะฉะนั้นวันนี้ที่พูดกันคือ ๑ ใน ๙ สายนั้นด้วย แต่ในรัฐบาล ขณะนั้นไม่ได้ใช้มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ยอมปฏิบัติตามนั้นด้วย เหตุเพราะว่าผมไปตรวจสอบเจอพบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น รถไฟฟัาสายสีม่วงมีการจัดประมูลราคา ประมูลรถไฟฟัาสายสีม่วง วงเงินเดิมมีอยู่ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท บินไปเจรจาที่ประเทศญี่ปุ์นด้วยมติ ครม. แล้วไปขอวงเงินเพิ่มอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จนเปึนเหตุให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเกิดขึ้น แล้วด้วย นั่นเรื่องของการดําเนินการก็ว่ากันไป แต่ว่ากรอบว่าด้วยเรื่องการใช้กฎหมายนั้น แล้วก็ให้เกียรติกับรัฐสภา แล้วให้ความชัดเจนกับเปัาหมายในการใช้เงินเพื่ออะไร เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตรงไหน แล้วก็ให้รายละเอียดได้เท่าที่จะทําได้ หลังจาก นั้นไปก็คงจะเปึนรายละเอียดที่รัฐบาลต้องนําเสนออีกที ผมกราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาว่า ในฐานะที่ได้ทําการศึกษาเรื่องนี้ ผมดูแล้วยืนยันและเปึนการบันทึกไว้ในสภา แห่งนี้นะครับ ๒ รัฐบาลได้ทํามาแล้ว และไปขอเตรียมการจะกู้เงินไว้ ๕ แสนล้านบาท มากกว่าที่เราพูดกัน ณ วันนี้

แล้วมีอีกเรื่องหนึ่งขอบันทึกเอาไว้เลย บังเอิญผมเปึนคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณเรื่องน้ํา มีการของบประมาณในการจะสร้างแหล่งน้ําที่จะไปต่อท่อ จากประเทศลาวอีก ๓ แสนกว่าล้านบาท รวม ๒ โครงการเมกะโปรเจกต์ในรัฐบาล ขณะนั้น เบ็ดเสร็จก่อนที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมชายจะไปคือประมาณ ๑ ล้านล้านบาทเข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนั้นเปึนเรื่องข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เปึนผู้ดําเนินการ ศึกษาและสอบสวน มีเพื่อนสมาชิกทุกพรรคการเมืองรับรู้ด้วยกันทั้งหมด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมพูดไปนั้นเปึนข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นแล้ว การที่นํามาตรา ๑๙๐ เอามาให้รัฐสภา แห่งนี้ได้ทราบข้อเท็จจริงเปึนเรื่องที่ดี และเราในฐานะเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยจะได้ ทราบ และได้ท้วงติง และเสนอแนะได้ เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงปรากฏอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ต้องต่อว่าต่อเถียงกันเลย แต่ว่าเปึนเรื่องที่จําเปึน จะต้องพูดให้เกิดความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและเรียนท่านประธานด้วย เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่รัฐบาลนํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ทั้งหมด ผมพูดเฉพาะฉบับสายสีแดง ท่านจะเห็นว่าเงินที่กู้ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเยนนั้น จริง ๆ รัฐบาลกู้ก็ยังไม่ครบหรอกครับ ถ้าจะศึกษาตามแบบแล้ว ผมมีแบบทั้งหมด ๑๖ ลัง เขาส่งมาให้ผมตรวจสอบหมด แล้วก็ ราคาก็อยู่ในราคาที่เรากําลังตรวจสอบ เพราะฉะนั้นผมไม่กังวลที่รัฐบาลจะไปทํา เพราะว่าเราได้ใช้เครื่องมือกรรมาธิการได้ตรวจสอบในฝ์ายนิติบัญญัติอยู่ แต่วันนี้ ที่รัฐบาลเอาเข้ามาสู่รัฐสภาเพื่อจะขอกรอบวงเงิน เรายังไม่พูดรายละเอียดกัน เพราะรายละเอียดนั้นรัฐบาลต้องนํามาเสนอทีหลัง เพราะฉะนั้นกรอบวงเงินวันนี้ที่ต้องรีบ อนุมัติ เพราะรัฐบาลญี่ปุ์นจะต้องใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ภายในวันที่ ๑ เมษายน เขาต้องเข้าสภาของเขาเหมือนกัน เพราะเปึนเงินภาษีประชาชน ที่เราไปกู้นั้นไม่ใช่เปึนเงิน ธนาคารนะครับ แต่เปึนเงินภาษีประชาชน เขาจําเปึนต้องเข้าสภาเพื่อขออนุมัติการกู้เงินนี้ ให้กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทําวันนี้คือ ถ้าคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ชอบและ จําเปึนต้องทําเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างงาน และผมเรียนท่านประธานในขณะที่ได้ ศึกษาเรื่องไว้ว่า รถไฟสายสีแดงที่จะทําจากบางซื่อไปรังสิต มีอยู่ตัวหนึ่งครับถกเถียงกันมา ประมาณ ๑๕ ป้ไม่จบสิ้นสักทีหนึ่ง คือเรามีจุดข้ามรถไฟผ่านกลางเมือง ๘ จุด รถต้องติด อยู่ตรงทางแยกเปึนเวลา ๑๐ ป้ แต่ละป้เราสูญเสียงบประมาณ เสียดุลการค้า ผมขออนุญาตครับ ขอโทษใช้คําผิด เสียดุลการค้า คือน้ํามันที่เราจอดและเผาผลาญ น้ํามันเพื่อรอรถไฟวิ่งไปวิ่งมา เช้าร้อยกว่าเที่ยว เย็นร้อยกว่าเที่ยว ป้ละไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเสียไปโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเร่งทําได้ ก็จะเปึนประโยชน์ ๕ ป้ก็เท่ากับแสนล้านบาท ถ้าลงทุนตรงนี้ ๕ ป้ ก็ดึงเงินส่วนที่จะเสียไป เหมือนครอบครัวใหญ่มันเสียโดยใช่เหตุ ฟุ์มเฟ๋อยโดยใช่เหตุ แล้วก็ไม่แก้ไขตรงนี้ให้จบสิ้น สักทีหนึ่ง

อันที่ ๒ การขนส่งมวลชน ก็คือเอาจากคนในเมืองออกไปสู่รังสิต ซึ่งเปึน หมู่บ้านใหญ่ จังหวัดใหญ่ แล้วก็มีหมู่บ้านคนเข้าออกวันละเปึนจํานวนเกือบล้านคน ถ้าใช้ตรงนี้ได้ทําให้การใช้รถในถนนจะน้อยลงไป อันนี้คือผลที่เห็นชัด เพราะฉะนั้น กรอบวงเงินที่จะต้องขออนุมัติวันนี้ ผมถือว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลทําด้วยชอบ แล้วก็เปึนเรื่อง ควรจะสนับสนุน เพียงแต่ขออย่างเดียวครับ จากที่เราศึกษามาโครงการจะช้าทุกโครงการ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คือมีเรื่องทุจริต เพราะฉะนั้นผมฝากเรียนท่านประธานไปทาง รัฐบาลว่าให้เข้มงวดเรื่องนี้ และผมก็ดีใจครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ติดตามการทํางานของกรรมาธิการ มีรถไฟสายสีม่วงที่พวกเราได้ใช้เวลาในการศึกษา ๖ เดือนเหมือนกันว่า ราคาที่แท้จริงในการประมูลควรจะเปึนเท่าไร เนื่องจากท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตเอ่ยนามด้วยว่า เปึนเรื่องจริงเกิดขึ้น คือท่านรัฐมนตรีสันติ ท่านบินไปเจรจา ขอเพิ่มวงเงินแล้วเอาไปใส่ในงบประมาณ เปึนกรอบวงเงิน จะทําให้เกิดการทุจริตง่ายขึ้น แล้ววันนี้มันมีเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ราคากลางไม่มี เราได้ช่วยคิดราคากลางให้กับรัฐบาล ไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้พยายามถามตลอดเวลาว่า คณะกรรมาธิการได้คิดตัวเลข เหล่านี้เสร็จหรือยัง ผมถือว่ารัฐมนตรีกรณ์ต้องพูดกับท่านตรงไปตรงมาในฐานะที่ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรับฟังความเห็นกับกรรมาธิการ แล้วท่านขอข้อมูลด้วย เพื่อจะให้ท่านรัฐมนตรีโสภณในฐานะที่เปึนคนดูแลเรื่องนี้ รัฐมนตรีโสภณก็พยายามที่จะ ต่อรองราคาเรื่องนี้จากข่าวสื่อมวลชน เป่ดราคาซองขึ้นมา ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท มีการเจรจาต่อรองราคาไปเหลือ ๑๕,๕๐๐ ล้านบาท นี่ผมพูดถึงรถไฟสีม่วงนะครับ ที่มีการเป่ดซองในสัญญาที่ ๑ และบอร์ดมีมติไม่เห็นชอบด้วยราคาที่ต่อรอง ให้ไปต่อรอง ลดลงมาให้เหลือ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีโสภณท่านเองก็ใช้ ความพยายามในฐานะเปึนผู้กํากับดูแลว่าควรจะลดราคามากกว่า ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมได้ให้ข้อมูลกับรัฐมนตรีกรณ์ไปเพื่อจะได้ไปเปึนข้อมูลในการที่จะไปปกปัองรักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านรัฐมนตรีกรณ์ก็จะเทียวไล้เทียวขื่อ พยายามจะขอ ข้อมูลนี้ เพิ่งจะเสร็จครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเพิ่งจะเสร็จ และเพิ่งจะส่งให้ แล้วผมยัง ไม่ได้รายงานต่อสภา ก็ขออนุญาตกล่าวสรุปโดยความเห็นของผมว่าเปึนเรื่องที่ต้องรีบ ดําเนินการครับ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหา เพราะว่าเรามีเวลาทํางานน้อย เงินจํานวนนี้เปึน ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกที่สุด ๒. เงื่อนไขน้อยที่สุด แล้วไม่มีพันธะผูกพัน แล้วก็เปึนเรื่องที่ จําเปึนต้องทําครับ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ สภายินดีต้อนรับ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร อําเภอฝาง อําเภอแม่อาย และอําเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความยินดีนะครับ อีกกลุ่มหนึ่ง สภายินดีต้อนรับครู นักเรียน จากโรงเรียน บ้านโนนยาง อําเภอน้ําขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปเชิญ คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมวิชาญครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ยังไม่มีใครพาดพิงถึงท่านเลย

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายจบไปนั้นพาดพิงถึงรัฐบาลชุดที่ ผ่านมาครับ บังเอิญผมอยู่ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่มีพาดพิงอะไร เพียงแต่ว่า

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

มีสิครับ ท่านประธานครับ ท่านพูดบอกว่า ในกรรมาธิการมีการตรวจสอบในเรื่องของ โครงการเงินกู้ดังกล่าว แล้วก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดที่แล้วในการใช้จ่ายหรือกู้เงิน นั้นเกินกรอบวงเงินที่สูงขึ้นไป อ้างว่า ราคาค่าน้ํามัน ค่าเหล็ก ค่าของ ขึ้นมาเปึนปัจจัย แล้วก็เกิดปัญหาว่าจะมีการทุจริตนะครับ แล้วมีเรื่องส่งไป ถ้าผมฟังไม่ผิดมีการส่งเรื่องไป ที่ ป.ป.ช. แล้ว ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ท่านพูดแล้วนี่ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตอภิปรายนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ ท่านต้องให้อภิปรายชี้แจงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าเดี๋ยวพอท่านมาลงชื่อแล้ว ก็อภิปรายพ่วงไปก็ได้ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ก็ขออนุญาตตรงนี้ก่อนครับ เพราะว่าเดี๋ยวผู้ที่จะต้องมาชี้แจงเพราะว่าพาดพิงไปถึง อดีตท่านรัฐมนตรีสันติด้วยนะครับ บังเอิญเมื่อสักครู่นี้ท่านโทรคุยกับผม ก็ขอแจ้งตรงนี้ นิดหนึ่งครับ ขออนุญาตท่านประธาน คงไม่ใช้เวลามากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญสัก ๒ นาทีครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จากสักครู่ที่มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายถึงกรอบวงเงินที่เรากําลังพิจารณาอยู่ แล้วก็มองไปถึงในเรื่องของวงเงินซึ่งเปึน วงเงินสมัยรัฐบาลทักษิณนะครับ ที่มีการกู้เงินประมาณ ๕ แสนล้านบาทใน ๙ เส้นทาง แล้วก็มีการเพิ่มเติมในส่วนเงินเพิ่มอีกประมาณ ๒ แสนล้านบาท ซึ่งก็ไปกล่าวพาดพิงถึง รัฐบาล ๒ รัฐบาล คือสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช กับสมัยท่านสมชาย ขออนุญาตครับ บังเอิญ ผมอยู่ในคณะของรัฐบาลทั้งสองชุดนะครับ ขออนุญาตชี้แจงว่าในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น มีการเสนอขอกรอบวงเงินนะครับ ซึ่งเปึนการพิจารณาโดยรวมของสํานักงบประมาณและ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องว่าขณะนี้มีอัตราของราคาของน้ํามันที่มีราคาสูงขึ้น ก็เปึนเหตุเปึนผล ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของราคาในขณะนั้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วภาวะดังกล่าว นะครับ ต้องยอมรับว่าทุกครั้งเมื่อมีการปรับในเรื่องของราคานี่นะครับ โดยเฉพาะเรื่อง น้ํามันเปึนเรื่องสําคัญก็จะมีการนําเสนอเรื่องต่าง ๆ เข้ามา ซึ่ง ค.ร.ม. เองก็มีมติไป แต่ส่วนที่สําคัญนะครับในเรื่องมติต่าง ๆ ก็ให้ไปดูการประกวดราคาที่แท้จริงในขณะวันนั้น นะครับ อันนี้ก็คงขออนุญาตชี้แจงว่า มันเปึนช่วงเวลาซึ่งก็เปึนธรรมเนียมปฏิบัติต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ถ้าไม่สามารถดําเนินการได้ก็จะมีการร้องขอมาเปึนส่วน ๆ แต่ละส่วนของ หน่วยงาน ผมขออนุญาตนะครับว่า ในส่วนของรถไฟที่จริง ๆ แล้วที่มีการอนุมัติแล้วก็ ประกวดราคาในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็คือสายสีน้ําเงินเท่านั้นเอง ส่วนสายแดงนั้นก็เปึน เพียงแต่ขั้นตอนที่ได้ดําเนินการ แต่ยังไม่มีการพิจารณาถึงในเรื่องของรายละเอียดนะครับ ก็คงขออนุญาตท่านประธานครับว่า การพิจารณาบางอย่างนั้นถ้าจะพาดพิงนี่ก็คงจะต้อง มีเหตุผลครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คุณสถาพรไม่พูด กระมัง เพราะว่าคุณวิชาญพูดไปแล้ว เชิญครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณเงินกู้ที่จะ ก่อหนี้สาธารณะให้กับคน ๖๓ ล้านคนทั่วประเทศ เพราะผมถือว่าเปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทย ข้อสังเกตของกระผมนั้นคงจะสะท้อนนัยถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน กรอบวงเงินงบประมาณที่จะนํามาสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเฉพาะส่วนของ กรุงเทพมหานครนั้น ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นํามาสร้างถนนรถไฟสายสีแดงเพื่อให้ พี่น้องประชาชนชานเมืองของกรุงเทพฯ ฯ เข้าเมืองโดยสะดวก สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะตั้ง ข้อสังเกตก็คือว่า การกระจายงบประมาณเข้ามากระจุกตัวในกรอบวงเงินกู้ของคน ๖๓ ล้านคนนั้น การเรียงลําดับพี่น้องประชาชนในภาคชนบทที่ต้องการความสะดวก ต้องการความสบายก็มีครับ ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างถนน ๔ ช่องทางจราจรที่จะ เข้าไปยังเขตภาคเหนือ ถนนพหลโยธิน ๑๐๖ วันนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมคือท่านโสภณว่า ถนนเส้นนี้นั้นก็เปึนความต้องการของพี่น้องประชาชน เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการดูแลทุกยุคทุกสมัย แต่ในขณะเดียวกันนั้นถ้าพี่น้อง ทางกรุงเทพฯ ฯ มีความอึดอัดต้องการความสะดวกสบายต้องวิ่งไปกู้เงินเสียดอกเบี้ยแต่ ใเปึนหนี้ของคนทั้งหมด ๖๓ ล้านคน ผมเห็นด้วยครับ ในแง่ของการเข้ามาพัฒนา แต่อยากจะ

นั้นห้ มีการกระจายภาระหนี้ให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องภาคชนบท ถนนพหลโยธิน ๑๐๖ ออกจากอําเภอเถินเข้ามาสู่อําเภอลี้เข้ามาสู่จังหวัดลําพูนและทะลุไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เปึนการประหยัดงบประมาณในการเดินทางส่งสินค้าเกษตรจากจังหวัดเชียงใหม่ ลําพูน เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ไปกลับ ๑๒๐ กิโลเมตร ซึ่งจะได้ประหยัดงบประมาณ ได้ประหยัด เรื่องของน้ํามัน เรื่องของการขนส่งสินค้า นี่ก็มีความจําเปึนเร่งด่วนที่ต้องการก่อสร้าง แต่รัฐบาลเองใช้งบปกติครับ ซึ่งตามแผนนั้นงบปกติอีก ๓๐ ป้ครับถึงจะได้ก่อสร้าง แต่ในขณะที่พี่น้องกรุงเทพมหานครนั้นมีความต้องการเหมือนกัน แต่มีเสียงดังกว่า ตรงนี้เปึนเรื่องที่เราเองในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย เราอยากจะให้ความเปึนธรรมกับ พี่น้องชนบทเหมือนกัน

ส่วนที่ ๒ งบเรื่องแหล่งน้ําครับ งบเรื่องแหล่งน้ํานั้นไม่เห็นมีใคร กระเหี้ยนกระหือรือในการที่จะไปกู้เงินมาสร้างงบแหล่งน้ําเพื่อกระจายความเจริญ ของแหล่งน้ําไปสู่ภาคชนบท ผมเห็นถนนบางเส้นในกรุงเทพมหานครนั้นเปึนที่หลบฝน ครับ เวลาฝนตกจะมีมอเตอร์ไซค์มาหลบใต้ถนนทางด่วนเต็มหมดเลยครับ เงินไม่รู้ กี่แสนล้านบาทครับ มากองมาทับมาถมอยู่ตรงนี้ แต่ในภาคชนบนนั้นไม่เคยเห็นมี แหล่งเงินกู้เลยครับ เข้าหาแหล่งเงินกู้เปึนความยากลําบาก ผมเองไม่ใช่สะท้อนเฉพาะ รัฐบาลชุดนี้ ทุกสมัยทุกรัฐบาล ในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พยายามสะท้อน ให้เห็นว่าภาคชนบทนั้นต้องการเงินกู้เหมือนกันครับ กู้มาพัฒนาแหล่งน้ําครับ ผมยกตัวอย่างเช่น โครงการผันน้ําแม่กวง แม่งัด เพื่อที่จะปัองกันน้ําท่วมเชียงใหม่ ลําพูน ใช้งบทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลไม่พยายามที่จะกระตุ้นเลยครับว่างบตรงนี้ มีความเปึนไปได้ไหมครับที่จะต้องกู้เงินเข้ามาลงทุน เพราะต้องการน้ําจากเขื่อนแม่งัด เข้าสู่เขื่อนแม่กวงแล้วก็ระบายน้ําจากเชียงใหม่เข้าสู่ลําพูน โดยน้ําไม่ต้องท่วมเชียงใหม่ ลําพูน กักเก็บน้ําไว้ในเวลาหน้าฝน แล้วก็ระบายสู่ท้องไร่ท้องนาเวลาหน้าแล้ง น้ําจะไหล ๑๒ เดือน ซึ่งตรงนี้จะได้ทั่วถึง ไม่มีใครสะท้อนครับ เราก็ต้องการ พี่น้องประชาชน ก็ต้องการ เข้าไปพบพื้นที่เขาก็พร้อมที่จะเปึนหนี้ครับ พร้อมที่จะลืมตาอ้าปาก และพร้อม ที่จะชดใช้หนี้เหมือนกัน นี่คือข้อสังเกตของกระผมว่าการก่อหนี้สาธารณะ ชื่อก็บอกว่า หนี้สาธารณะไม่ควรกระจุกที่จะสร้างความเจริญเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ เพราะว่าเปึนเมือง ที่ได้รับการดูแลดีเหลือเกินครับ ถนนทุกเส้นทางด่วนเก็บเงินก็กู้เงินมาสร้าง แต่เปึนเฉพาะ ส่วนของกรุงเทพมหานคร ผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะคัดค้านโครงการเหล่านี้ แต่ควรที่จะกระจาย คําว่า หนี้สาธารณะ นั้นสร้างความเจริญให้ทั่วประเทศบ้าง ไม่ใช่กระจุกเฉพาะ กรุงเทพมหานคร นี่ยังมีอีกหลายเส้นนะครับเส้นสีน้ําเงิน เส้นสีน้ําตาล เส้นสีม่วงอ่อน เส้นสีม่วงแก่ ไม่รู้กี่เส้นครับ ที่เราจะต้องรับภาระในการเปึนหนี้สาธารณะ แต่ปรากฏว่า ถนนเร่งด่วนภาคอีสานก็ต้องการ ภาคเหนือก็ต้องการ เข้าทะลุถึงเขมร เวียดนาม ลาว เรา ก็ต้องการทั้งนั้นแหละครับ แต่ไม่มีใครที่กระตือรือร้นที่จะต้องก่อหนี้สาธารณะเพื่อให้กับ พี่น้องภาคชนบท เหมือนกับภาคกรุงเทพมหานคร และหรือกรุงเทพมหานครคือ ประเทศไทย ที่ผมได้เสนอตรงนี้ก็คืออยากจะให้รัฐบาลนั้นพยายามดูเมกะโปรเจกต์ ในภาคชนบทบ้าง ไม่ใช่ดูเฉพาะเมกะโปรเจกต์ในส่วนที่เปึนของกรุงเทพมหานคร ในภาคชนบทนั้นเมกะโปรเจกต์หลายเมกะโปรเจกต์ที่ยังต้องการเงินกู้ แต่สิ่งที่ผมยังตั้ง ข้อสังเกตอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของขั้นตอนของกฎหมายในการทําประชาพิจารณ์ เราเองถ้าเราทําประชาพิจารณ์อย่างถูกต้องตามมาตรา ๑๙๐ เราจะได้สะท้อนความเห็น ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศประกอบการพิจารณาว่า กรอบการที่จะเปึนหนี้ ลูกหลานเรา จะเปึนหนี้ ประเทศจะเปึนหนี้นั้น เขามีความคิดเห็นอย่างไร แล้วเราจะได้สรุปความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณาในรัฐสภา เพราะเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่เมื่อก่อนนั้นการกู้เงิน ของรัฐบาลเมื่อก่อนนั้นไม่เคยผ่านสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา ปล่อยอํานาจบริหารกู้เงิน จนกระทั่งเราต้องเข้าเงื่อนไข ไอเอ็มเอฟ จนกระทั่งลูกหลานต้องเปึนหนี้ จนกระทั่ง เราจะต้องมีความไม่สบายใจกันทั้งประเทศในกรอบการก่อหนี้ นี่คือเจตนารมณ์ของ มาตรา ๑๙๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อมาตรา ๑๙๐ ได้เปึนกรอบในการดําเนินการ ทางรัฐบาลเองก็เสนอเข้ามาพิจารณา แต่ความพิจารณาจะให้สมบูรณ์นั้นมันจะต้องมี ข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนด้วยประกอบการพิจารณาว่างบ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะไปกู้ประเทศญี่ปุ์นนั้นเอามาใช้อะไรบ้าง เอามาแยกแยะบ้าง จะใช้หนี้เราจะเอาเงิน ที่ไหนมาใช้หนี้ กรอบการใช้หนี้เราจะดึงเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ดอกเบี้ยเท่าไร เวลาพิจารณานั้นพี่น้อง ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไร ตรงนี้เปึนสาระสําคัญที่ทางรัฐบาลจะต้องดําเนินการ ให้ได้ ในการที่จะให้ข้อมูลของรัฐสภาแห่งนี้สมบูรณ์ในการประกอบการพิจารณา เพราะเงินมันไม่ใช่บาทสองบาท เงินเปึนแสน ๆ ล้านบาท เพราะฉะนั้นต้องฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเปึนส่วนรวม ท้ายที่สุดนี้ครับ ผมเองนั้นย้ําอยู่เสมอว่า การประกอบกิจการของรัฐบาลนั้นในการจะก่อหนี้ภาคสาธารณะนั้น ควรอย่างยิ่งที่ไม่ควร ก่อหนี้เชิงกระจุกตัวเฉพาะเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ควรจะคิดถึงเรื่องของ การกระจายภาคชนบท เรื่องของถนน ๔ เลน เรื่องของถนนไร้ฝุ์น ถ้าการจะก่อหนี้เหล่านั้น อย่างน้อยเปึนการเยียวยาให้พี่น้องภาคชนบทได้มีส่วนร่วมบ้างก็จะเปึนการดี การก่อหนี้สาธารณะนั้นถ้าจะเปึนการดีก็ควรจะเปึนการก่อหนี้ในเชิงแหล่งน้ํา ไม่ว่าการจัด ให้มีระบบชลประทานทางท่อ การเจาะอุโมงค์ผันน้ําในเขตภาคเหนือ การก่อสร้าง เมืองใหม่ลําพูน สันกําแพง เชียงใหม่ เมืองใหม่ ซึ่งเปึนการพัฒนาในกรอบของภาคชนบท ก็จะเปึนการดี ผมหวังไว้ว่ากรอบการอภิปรายตั้งข้อสังเกตของกระผมนั้นคงจะทําให้ ทางรัฐบาลได้เอาไปใช้ และได้ไปตั้งข้อสังเกตในการที่จะพิจารณากรอบการสร้าง ก่อหนี้สาธารณะในอนาคตต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ครับ

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ ในการพิจารณาในตัวให้ความเห็นชอบในการลงนามในตัวสัญญาเงินกู้ ดังกล่าวนะครับ ในประการแรกนะครับ อยากให้ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้คําชี้แจง นิดหนึ่งนะครับว่า ในการดําเนินการดังกล่าวได้ผ่านเงื่อนไขของมาตรา ๓๐๕ ในเรื่องของ กรอบการเจรจา ซึ่งคิดว่ากรอบเจรจาเกิดก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นะครับ ถ้ากรอบการเจรจาเกิดขึ้นก่อนก็คงไม่ต้องขอความยินยอมจากรัฐสภา แต่หลังจากนั้น ถ้าในการก่อนจะลงนามในตัวสัญญาเข้าเงื่อนไขมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ในหลักการถ้ายัง ดําเนินการไม่เสร็จ ก็คงต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนนะครับ คงอยากจะ ถามผ่านไปทางท่านประธานรัฐสภาไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า การรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในส่วนของสัญญาเงินกู้ดังกล่าวนี้มีสะท้อนอะไรออกมาแล้วหรือเปล่านะครับ ในกรณีนี้ในตัวสัญญาเงินกู้ดังกล่าว ผมมีข้อพิจารณาสังเกตดังต่อไปนี้นะครับว่า

ประการแรก ในตัวสัญญาเงินกู้ดังกล่าวที่จะกู้จากไจก้า เทอม (Term) ที่เราได้รับเมื่อเปรียบเทียบกับเทอมอื่น พอดีผมไม่ได้เคยเห็นกรอบการเจรจาว่าเรา เปรียบเทียบกับแหล่งเงินกู้อื่น ไม่ว่าจะเปึนเวิลด์ แบงก์ หรือ เอดีบี ในเทอมของตัวไจก้า เปึนเทอมที่ดีที่สุดหรือเปล่านะครับ ไม่ว่าจะเปึนตัวระยะเวลาเงินกู้คืน ในตัวดอกเบี้ยของ ตัวค่าธรรมเนียมการกู้ต่าง ๆ หรือว่าเงื่อนไขข้อจํากัดในการเบิกจ่ายเงินกู้ว่า เปึนเทอมที่ดี หรือเปล่านะครับ ก่อนที่จะลงนามในสัญญาเงินกู้ก็ขอให้รัฐบาลให้คําชี้แจงนะครับว่า เปึนเทอมที่ดีหรือเปล่า

ประการที่สอง การกู้เงินกู้ดังกล่าวประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านเยนตรงนี้ นะครับ อยู่ในกรอบของการก่อหนี้สาธารณะ ก็คงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่อยากจะขอข้อมูลก็คือว่า การกู้เงินดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ ในทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่เราเรียกภาษาทางการเงินว่า อีไออาร์อาร์ (EIRR) นี่นะครับ คือเห็นทางข้อมูลเอกสารให้ข้อมูลผลตอบแทนของโครงการว่า ในโครงการบางซื่อ-รังสิต ให้ อีไออาร์อาร์ ประมาณ ๑๖.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ปกติในข้อมูลตัวนี้ ในทางธุรกิจก็คงต้องมีข้อมูลประกอบว่าผลตอบแทนมันเปึนอย่างไร คิดอย่างไร ซึ่งก็ไม่มี เอกสารประกอบในแง่ของโครงการนี้ว่ามีลักษณะได้ประโยชน์ประเภทไหนอย่างไร

อีกอันหนึ่งสิ่งที่เปึนข้อสังเกตก็คือว่า การที่จะดําเนินการในการกู้ยืมเงิน ดังกล่าวมันก่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับประเทศคงต้อง ดูด้วยว่าสิ่งที่เอาเงินตรงนี้ไปโดยรายละเอียดบอกว่าจะเริ่มที่จะมีการก่อสร้างในโครงการ ตรงนี้ประมาณป้ ๒๕๕๓ เงินที่จะเข้าไปจะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจก็คงประมาณแถว ๆ ป้หน้า กว่าจะเซ็นสัญญาเงินกู้ กว่าจะมีการเบิกถอน สิ่งหนึ่งอยากจะให้รัฐบาลไป พิจารณาก็คือว่า ในการที่จะนําเงินดังกล่าวไปใช้ก็คงต้องเป่ดโอกาสให้ผู้รับเหมา ไทยได้มีส่วนในการที่จะได้รับในแง่ของการเข้าไปมีโอกาสในการประมูลงานนี้ ซึ่งเท่าที่ ผมดูนี่นะครับ ในโครงการนี้มีสัญญาที่อาจจะต้องมีการประมูล แล้วก็อาจจะต้องให้ โอกาสผู้รับเหมาไทยประมาณ ๓ สัญญา ก็คือ สัญญาที่ ๑ สัญญางานโยธา ในสถานีกลางบางซื่อในวงเงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันที่ ๒ ก็คือว่า สัญญาที่ ๒ คืองานโยธาจากบางซื่อไปรังสิต ประมาณ ๗ สถานี ก็วงเงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกอันที่ ๓ งานระบบไฟฟัาและเครื่องกลรวมสายบางซื่อ-ตลิ่งชัน วงเงินประมาณ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้นะครับ ถ้าให้โอกาสในแง่ของผู้รับเหมาไทยไปดําเนินการ ก็สามารถที่จะทําให้เกิดเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพียงแต่ว่าในแง่ของการประมูลงาน ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องมีความโปร่งใส อย่างที่ผมเคยเรียนไปแล้วว่า ถ้าทําเร็วก็อาจจะ ขาดความโปร่งใส แต่ถ้าทําช้าก็อาจจะทําให้ไม่เกิดมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ก็เลยอยากจะเรียนนะครับว่าในการดําเนินการดังกล่าวต้องให้โอกาสตัวผู้รับเหมาไทย ในการเข้าไปดําเนินการดังกล่าว

อีกประการหนึ่งในข้อสังเกตของผมก็คือว่า ในการดําเนินการกู้ยืมเงิน ในเงินกู้ต่างประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อมาใช้ในโครงการสาธารณูปโภค ผมได้เรียนชี้แจงว่า ก็คือรัฐบาลมีความจําเปึนว่าต้องเอาเงินกู้ดังกล่าวมาลงทุนในโครงการพื้นฐาน แต่ขณะเดียวกันก็เกิดเปึนปัญหาหนี้สาธารณะกับประเทศขึ้นมา ผมอยากจะให้รัฐบาล เร่งนะครับ เร่งการลงทุนในแง่ของปัจจัยสาธารณปูโภคพื้นฐานต่าง ๆ แต่มีลักษณะของ การลงทุนร่วมกัน อย่างเช่น ในโครงการไม่ว่าจะเปึนตัว ๓ จี หรือโครงการสาธารณูปโภค ต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะดึงนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งจะทําให้เกิด การแบ่งเบา เปึนลักษณะแบ่งเบาเงินกู้ เปึนลักษณะของการ จอยน์ เวนเจอร์ (Joint Venture) หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะทําให้เปึนการแบ่งเบาไม่ก่อให้เกิด หนี้สาธารณะ และดึงต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนนะครับ และอยากให้รัฐบาลลองมองหา แนวทางตรงนั้นบ้าง เพื่อจะลดภาระปัญหาหนี้สาธารณะ และให้เกิดการลงทุนในประเทศ ให้ได้นะครับ

ประการสุดท้ายนะครับว่า ในการดําเนินการในโครงการดังกล่าวอยากให้ รัฐบาลดูเทอม นะครับ โดยเฉพาะเทอมการกู้ ในส่วนของตัวพันธะผูกพันภายใต้ ร่างสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะในตัวตารางที่ ๔ ว่ามีการจํากัดขอบเขตการดําเนินงาน หรือเปล่า เพราะว่าถ้ามีการดําเนินการการจํากัดขอบเขตว่าต้องได้รับความยินยอมจาก รัฐบาลญี่ปุ์น อาจจะเปึนการดําเนินการที่ทําให้ผู้รับเหมาไทยอาจจะไม่ได้มีโอกาสในการ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะรับเหมางานต่าง ๆ เหล่านั้น เลยฝากให้ทางรัฐบาลผ่าน ทางท่านประธานรับไว้พิจารณานะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ขอกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมขอสนับสนุนวาระที่ ๓ นะครับ ร่างหนังสือ แลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โครงการนี้ประเทศไทยคอยมานานมากครับท่านประธาน ครับ นับตั้งแต่มีการวางแผนกัน พ.ศ. ๒๕๔๖ ครับท่านประธาน จนถึงปัจจุบันนี้เปึนเวลา ๖ ป้ ใน ๖ ป้นั้นค่าก่อสร้างท่านประธานครับได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ ครั้งแรกได้ประมาณการไว้ที่ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ขณะนั้นก็มีเพียง ๕ สถานี ต่อมาก็ได้ มีการปรับปรุงค่าก่อสร้าง เพราะว่าปรับปรุงตามราคาน้ํามันและราคาเหล็ก ซึ่งต้นทุน ในการก่อสร้างนั้นได้ถูกประมาณการสูงไปถึง ๗๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมีการประเมินใหม่ ว่าราคาน้ํามันและต้นทุนของเหล็กและต้นทุนค่าก่อสร้างนั้นลดลงมาก็มีการประเมินราคา ว่า ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้กราบเรียนท่านประธานว่ามันจําเปึน อย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จก่อนที่จะมีต้นทุนที่สูงไปกว่านี้ สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานคือว่า ตรงนี้ถ้าเกิดการก่อสร้างขึ้น ท่านประธานครับ มันจะมีผลของเศรษฐกิจติดตามมาอย่างมากมาย

ประเด็นแรกคือการจ้างงานครับ แล้วก็ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง รวมถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในภาวะซบเซาอยู่ ถ้ามีรถไฟฟัาที่ไหน ท่านประธานเห็นได้ว่าจะมีโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ฉะนั้นหากรัฐสภา ให้การเห็นชอบ กระผมเชื่อว่ารถไฟฟัาเส้นบางซื่อ-รังสิต จะเกิดประโยชน์ในความคุ้มค่า อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเปึนเงินกู้ เพราะว่าวันนี้เรามีเงินไม่พอที่จะใช้ในการก่อสร้างจาก งบประมาณ เราก็จําเปึนต้องกู้ เมื่อกู้แล้วมันเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ

ประการแรกก็คือรถไฟทางไกลที่สายภาคเหนือ สายภาคตะวันออก เฉียงเหนือมากรุงเทพฯ ตรงนั้นจะมีความสะดวกมาก เพราะว่าประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้อยู่ การเดินรถวันละ ๗๕ เที่ยวต่อวันก็จะเกิดขึ้น การขนส่งผู้โดยสารวันละ ๒ แสนกว่าคน ก็จะเกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วกระผมไปดูว่าสิ่งที่คาดว่าจะมีปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการทําประชาพิจารณ์ว่ามีการทําทั่วถึงหรือไม่นะครับ แล้วก็ประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบนั้นได้มีการตกลงกันเปึนที่พอใจหรือไม่ ก็ทราบว่าในสัญญาเงินกู้ที่เราตั้งใจ จะไปเซ็นกู้กับเขานี่นะครับ ทางไจก้าทางประเทศญี่ปุ์นมีข้อผูกมัดค่อนข้างเข้มงวด ในเรื่องมาตรฐานของการทําประชาพิจารณ์และมาตรฐานของสิ่งแวดล้อมครับ ถึงขนาดว่า กระทรวงการคลังนั้นต้องไปเจรจากับผู้ที่เข้ามาบุกรุกที่รถไฟ ๑,๒๙๖ ครัวเรือน ในที่สุดแล้ว ตกลงกันว่าต้องจ่ายค่าขนย้ายให้แต่ละครัวเรือนนั้นเปึนจํานวนเงินถึง ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือนครับ แล้วก็ตรงนี้ก็เปึนต้นทุนอันหนึ่งที่รัฐบาลนั้นจะต้องดูแลผลกระทบที่ เกิดขึ้นกับประชาชน

ประการที่สองครับ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นผมกลับไปดูก็ปรากฏว่า มีการทําสิ่งแวดล้อม คือตรวจสอบเรื่องสิ่งแวดล้อมนี่ผ่านถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๔๘ ส่วนครั้งที่ ๒ นั้นเพิ่งผ่านให้ครับเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ เมื่อป้ที่แล้วเอง ฉะนั้นตรงนี้กระผมคิดว่าตรงนี้มีความพร้อมอย่างมาก ในการที่จะทําให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ แล้วก็เกิดการจ้างงานกับประชาชน กระผมตามไปดูว่าในสัญญาเงินกู้นั้นสอดคล้องกับร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วย ความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นหรือไม่ ก็ปรากฏว่าถ้าเผื่อใคร สนใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย เรื่องระยะเวลาการกู้เงินนั้น อัตรากู้ไปดูในอาร์ติเคิล ๒ (Article 2) เซคชั่น ๒ (Section 2) ก็จะพบครับว่าอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ว่าไม่มีรายละเอียด ส่วนในเรื่องของ สัญญาเงินกู้นั้น โลน อะกรีเมนท์ (Loan Agreement) ก็อาร์ติเคิล ๑ แล้วก็เซคชั่น ๑ ก็ระบุไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นตรงนี้กระผมก็ค่อยค่อนข้างสบายใจ หลังจากตอนแรกที่นั้น มีความตระหนกตกใจว่าจะมีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น แต่ตรงนี้ก็ได้รับการชี้แจงจากเอกสาร จนได้รับความชัดเจนแล้ว

ประการต่อมาครับ ท่านประธานครับ หากโครงการนี้เกิดขึ้นได้เร็ว กระผมยืนยันเลยครับว่า ตรงนี้ละครับรถใน กทม. ที่ติดขัดกัน ๘ แห่ง ๘ จุด ซึ่งเปึน จุดวิกฤติของกรุงเทพมหานครที่เปึนอัมพาตอยู่นี่มันจะเกิดการแก้ไข เพราะว่ารถไฟฟัา พวกนี้ก็จะหลบลงใต้ดิน ฉะนั้นจะมีการประหยัดค่าน้ํามัน ประหยัดเวลา ค่าเสียโอกาส ต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ที่สําคัญครับท่านประธานครับ โครงการนี้จะเปึนโครงการบูรณาการ ระหว่างรถขนส่งสินค้า รถผู้โดยสาร แล้วก็รถไฟฟัาชานเมืองอยู่ด้วยกัน ฉะนั้นตรงนี้กระผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมขอสนับสนุนให้รัฐสภานั้น ได้ผ่านร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ์นไปนะครับ นอกจากนั้นแล้วกระผมอยากฟังจากทางรัฐบาลด้วยว่า เงินกู้ที่ สมาชิกรัฐสภาบางท่านบอกว่ากู้แล้วก็มาถมแต่กรุงเทพฯ กระผมก็เห็นด้วยว่า คนไทยนั้น มี ๖๓ ล้านคน จะเฉพาะกรุงเทพฯ คงไม่ได้ กระผมอยากได้ความกระจ่างชัดเจนว่า กระทรวงการคลังก็ตาม กระทรวงคมนาคมก็ตามที่ดูแลอยู่ เงินกู้ที่รัฐสภาจะอนุมัติให้วันนี้ ทั้งกรอบเมื่อคืนแล้วก็กรอบวันนี้จนถึงเสร็จ กระผมอยากจะทราบว่าประชาชนในชนบทจะ เกิดการจ้างงานเท่าใด กระผมประเมินคร่าว ๆ นะครับจากรายงานจาก ผลวิเคราะห์ของนักวิชาการฝ์ายต่าง ๆ ก็ปรากฏว่าหากรัฐบาลนําเงินกู้เหล่านี้นะครับ ไปลงทุนในรถไฟรางคู่ก็ตาม ไปลงทุนในถนนไร้ฝุ์นก็ตาม ไปลงทุนในรถไฟฟัานี่ก็ตาม ไปลงทุนในแหล่งน้ําเพื่อการเกษตรก็ตาม ท่านใช้ความคุ้มค่านี้ให้ถูกต้อง อย่างน้อยที่สุด ถ้าท่านดําเนินโครงการนี้พร้อม ๆ กัน การจ้างงานโดยตรงนั้นจะเกิดขึ้นประมาณ ๒ แสนอัตราครับท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วถ้าเผื่อมีเรื่องของพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เกิดขึ้น อิฐ หิน ปูน ดิน ทราย แรงงาน คนงาน เหล็กทั้งหลาย วัสดุทั้งหลายในการก่อสร้างนั้น ก็จะกระเตื้องไปด้วย ตรงนั้นนะครับจะมีคนที่มีอาชีพเกี่ยวเนื่องทางอ้อมอีกประมาณ ๕ แสนอัตรา ฉะนั้นกระผมอยากจะให้รัฐบาลนั้นและรัฐสภานั้นได้เห็นความสําคัญและ เร่งอนุมัติและก็ดําเนินการให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ครับ กระผมจึงอยากจะขอให้ ทุกท่านนั้นได้ช่วยกรุณาสนับสนุนร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณชวลิต วิชยสุทธิ์

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลได้เสนอร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ สรุปสาระสําคัญว่ารัฐบาลญี่ปุ์น ตกลงที่จะให้กระทรวงการคลังกู้เงิน โดยผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์นหรือไจก้านะครับ สําหรับโครงการรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธาน ในการพิจารณาเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น ผมได้ นําเรื่องโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม มีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่ กระทรวงคมนาคมเสนอ อนุมัติกรอบวงเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟัาชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ รัฐบาลเก่านะครับท่านประธาน เคยอนุมัติไว้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วงเงินกลมๆ นะครับ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรับเปึนเงิน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดซึ่งผมจะไม่กล่าวถึงนะครับ ผมมีข้อสงสัยครับ ท่านประธาน มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ก็อยู่กันสั้น ๆ นะครับท่านประธาน ในช่วงนั้น ค่าน้ํามัน ค่าเหล็ก สูงนะครับ ยุคปัจจุบันนี้น้ํามันลดลง เหล็ก วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ก็ลดลง แต่ทําไมวงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากมาย ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ตรงนี้ผมคิดว่าเราคงจะมาเสนอแต่เพียงเอกสารสั้น ๆ ให้ รัฐสภาพิจารณาคงไม่ได้ ท่านอาจจะพิจารณากันในคณะรัฐมนตรี พิจารณากันในฐานะ พรรคร่วมรัฐบาล แต่สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ร่วมพิจารณาด้วยในขั้นรายละเอียด ผมถึง อยากจะเห็นเอกสารว่า รวมทั้งเพื่อนสมาชิกด้วยทั้ง ส.ส. ส.ว. ว่ามีเหตุผลใดถึงเพิ่มวงเงิน ค่าก่อสร้างมากมายขนาดนั้น

-๑๕๐/๑ เพื่อน ๆ สมาชิกสภาด้วยกันถึงกับแซวว่ารางรถไฟนี้เลี่ยมทองหรือเปล่า ผมหวังว่าคงไม่ใช่ อย่างนั้นครับท่านประธาน คงมีเหตุผลอะไรที่พวกเรายังไม่ทราบ ก็อยากจะได้เปึนเอกสาร เปึนหลักฐาน ไม่ได้เพียงคําชี้แจงเท่านั้นท่านประธาน มีข้อที่น่าสงสัยในเรื่องราคา ดังที่กล่าวแล้ว ผมยังติดใจในประเด็นมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านประธาน ที่ได้อภิปราย ไว้เมื่อวานนี้ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม พูดถึงเรื่องสําคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย ท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ นั่นเปึนเรื่องใหญ่มาก ที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน การใช้จ่ายงบประมาณที่มีนัยสําคัญ ตรงนี้ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ครม. เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคมนี้ เอง รัฐบาลจะฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนได้ทันได้อย่างไรในการใช้เงินกู้ จํานวนมากเช่นนี้ ผมยังติดใจในประเด็นของขั้นตอนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นสุดท้าย เพื่อไม่ให้ เสียเวลากับเพื่อนสมาชิกในจํานวนมากก็คือว่า การที่รัฐบาลได้กู้เงินมาจํานวนมากเพื่อ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกจํานวนมากที่ได้ อภิปรายไปก่อนหน้านี้ แต่ผมอยากจะลงลึกในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน ของประเทศ ซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็คือพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ใน ชนบทยากจนข้นแค้น จํานวนประชากรก็มากกว่า มากมาย โดยเฉพาะพี่น้องใน ภาคอีสานของพวกผม พื้นที่ชลประทานมีเพียง ๑๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ทําอย่างไรพื้นที่ ชลประทานถึงจะเพิ่มขึ้นถึง อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ พี่น้องชาวอีสานของผม ถึงจะได้มีน้ําทํานา มีน้ําเพื่อการเกษตรแก้ไขปัญหาความยากจน ทําอย่างไรเขาถึงจะ ไม่อพยพพลัดพรากจากครอบครัวมาอยู่ในกรุง หรืออยู่ในเมืองใหญ่ สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่า ทําอย่างไรเงินกู้ที่ได้มาจากการกู้เงิน ต่างประเทศ และคนไทยทั่วประเทศต้องเปึนหนี้เปึนสินไปด้วย ทําอย่างไรเม็ดเงินนั้น ถึงจะส่งผลกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเรื่องน้ําซึ่งกรมชลประทานเปึนเลขานุการในเรื่องนี้ มีข้อมูล พร้อมอยู่แล้วที่รัฐบาลสามารถที่จะนําข้อมูลของกรมชลประทานมาเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้ได้อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในอีกกี่ป้ข้างหน้าก็ว่ามา ผมอยากจะเห็นอย่างนั้นครับ ท่านประธาน ผมขอมอบเวลาที่เหลือให้คุณประเกียรติ นาสิมมา ที่จะอภิปรายในโอกาส ต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้กระผมดีใจนะครับท่านประธาน ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยรัฐบาลได้เอาร่างสนธิสัญญาที่เปึนข้อผูกพัน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น ในการขอกู้เงินเพื่อมาทําโครงการรถไฟฟัาชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต กระผมถือว่าโครงการดังกล่าวนั้นเปึนโครงการที่ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คือช่วงรังสิตได้รอคอย มาหลายป้ เมื่อสักครู่นี้ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้กล่าวมาแล้วว่าโครงการนี้ประชาชนรอคอย มาถึง ๖ ป้ และอย่างน้อย ๆ โครงการดังกล่าวจะทําให้พี่น้องประชาชนได้เห็นอนุสาวรีย์ ที่มันบาดหูบาดตาได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดูดีขึ้น กระผมจําเปึนจะต้องขออนุญาตลงรายละเอียดให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบในเงื่อนไข เอกสารที่ทางรัฐบาลได้เขียนมาให้พวกเราได้รู้ อย่างน้อยประชาชนได้รับรู้ว่าเงินก้อนนี้ เมื่อรัฐบาลได้มาแล้วรัฐบาลจะเอาไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง โครงการ ดังกล่าวนั้นเปึนโครงการรถไฟฟัาระยะทางทั้งสิ้น ๒๖ กิโลเมตร ลักษณะของโครงการนี้ เปึนโครงการยกระดับโดยที่แบ่งช่วงยกระดับตั้งแต่ช่วงบางซื่อมาถึงช่วงดอนเมืองเปึน ช่วงที่ ๑ และช่วงที่ ๒ คือเปึนช่วงที่ดินครับ ก็คือตั้งแต่ช่วงดอนเมืองไปถึงช่วงรังสิต โดยแบ่งเปึน ๒ ช่วง และลักษณะโครงการดังกล่าวก็จะมีกําแพงหรือว่ามีรั้วตลอดโครงการ ทั้งสิ้น นี่คือโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะ สรุปเปึนประเด็นที่ตามเอกสารที่รัฐบาลแจ้งให้พวกเราได้รับรู้ อย่างน้อยพี่น้องประชาชน ที่ได้ฟังรายการวิทยุของรัฐสภาจะได้รับทราบว่า วันนี้รัฐบาลไทยจะไปเซ็นสัญญากู้เงิน จากต่างประเทศประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง เราหวังว่าโครงการดังกล่าวนั้น อย่างที่กระผมกราบเรียนไปแล้วว่า คือ

ข้อที่ ๑ โครงการโฮปเวลล์ที่พี่น้องประชาชนขับรถผ่านไปผ่านมาเห็นเปึน อนุสาวรีย์นั้นจะได้รับการพัฒนา กระผมทราบจากเอกสารที่รัฐบาลแจกมาว่าโครงการ รถไฟสายสีแดงนั้นจะเปึนการพัฒนาต่อยอดพื้นฐานสิ่งที่เกิดขึ้นจากโครงการโฮปเวลล์ และ

ข้อที่ ๒ คืออย่างน้อย ๆ ปัญหาของโครงการดังกล่าวจะเปึนการช่วยลด หรือแก้ไขปัญหาจราจรที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่เส้นทางที่ออกไป ทางด้านรังสิต มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับว่าเอกสารที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้แจ้งพวกเรามาว่าจะเปึนการลดแก้ปัญหาจุดตัดที่ทําให้จราจรติดขัดถึง ๘ จุดที่เกิดขึ้น ในช่วงชานเมืองที่เกิดขึ้น

ในส่วนที่ ๓ หวังไว้ว่าโครงการดังกล่าวนั้นจะช่วยในการขนถ่ายประชาชน หรือผู้โดยสารในเรื่องของการขนถ่ายประชาชนจํานวนปริมาณมาก ๆ ซึ่งคาดว่าโครงการ ดังกล่าวจะสามารถขนถ่ายผู้โดยสารได้ถึง ๒๗๒,๕๐๐ คนต่อวัน ซึ่งถือว่าเปึนปริมาณ ที่สูงพอสมควร และ

ในข้อที่ ๔ เขาคาดว่าถ้าโครงการดังกล่าวได้รับการต่อยอดไปถึงชุมทาง บ้านภาชีจะทําให้การขนถ่ายผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก ๒๗๕,๐๐๐ คน ขึ้นไปถึง ๔ แสนคน ต่อวัน ซึ่งถือว่าเปึนปริมาณที่สูงมากเช่นกัน และ

สุดท้ายจากการศึกษาโครงการนี้จะทําให้มีการประหยัดพลังงานหรือ ประหยัดน้ํามันเปึนมูลค่าถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมถึงปริมาณเงินที่ได้กําไรคืนทุน ทั้งสิ้น ๗๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ในตลอดระยะเวลาโครงการ ๓๐ ป้ ท่านประธานที่เคารพ ครับ เมื่อฟังเหตุผลถึงความจําเปึนดังกล่าวที่เกิดขึ้นที่ทางรัฐบาลได้แจ้งให้พวกเราได้รับ ทราบและได้ทราบว่าพี่น้องประชาชนรอคอยกันมานาน ขณะเดียวกันกระผมถือว่าเรื่องนี้ เราต้องให้เครดิตทุกรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง กระผมทราบมาว่ารัฐบาลอดีตที่ผ่านมาได้มีมติ คณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ ๑๖ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีในยุคนั้น ได้อนุมัติโครงการดังกล่าว ถ้าเรามองย้อนไปตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๐ จนกระทั่งถึง ปัจจุบันก็คือมีนาคม ๒๕๕๒ นั่นผ่านมาถึงรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาล เราต้องให้เครดิต นะครับว่าถึงแม้แต่โครงการนี้จะสําเร็จมาในช่วงท่านรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็มีรัฐบาลอย่างน้อย ๆ หลาย ๆ รัฐบาลได้มีส่วนในการผลักดันโครงการ ดังกล่าว ดังนั้นกระผมถือว่าทุกคนต้องรับเครดิตร่วมกัน ขณะเดียวกันโครงการนี้ได้ มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดําเนินการติดต่อหาแหล่งเงินกู้ ซึ่งวันนี้เอกสารดังกล่าว ก็เปึนการบ่งบอกว่ากระทรวงการคลังได้ดําเนินการหน้าที่นี้แล้ว โดยได้แหล่งเงินกู้จาก รัฐบาลญี่ปุ์นผ่านไปที่เจบิก ซึ่งสมัยก่อนเรียกชื่อว่า เจบิก และช่วงหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อ จากเจบิก เปึนไจก้า ในวงเงินทั้งสิ้น ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเยน ท่านประธานครับ กระผม มีข้อกังวลหลาย ๆ ส่วนที่มีเพื่อนสมาชิกได้มีการกล่าวพาดพิงถึงโครงการดังกล่าว พยายามที่จะอ่านเอกสารที่ทางรัฐบาลหรือกระทรวงการคลังได้แจกให้กับพวกเรา อย่างน้อยก็รับมาว่าโครงการนี้ได้มีการเตรียมแผนการมาอย่างดี ได้มีการศึกษาผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและได้มีการรายงานว่าโครงการดังกล่าวนั้นไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ และกระผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าในโครงการดังกล่าวนั้นได้รับการบรรจุเปึนแผน โครงการหลักในแผนการก่อหนี้ต่างประเทศภายใต้แผนบริหารหนี้สาธารณะตั้งแต่ งบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ เรียบร้อยแล้ว คําถามมีอยู่นิดเดียวครับว่า ทําไมรัฐบาล จะต้องเร่งรีบให้โครงการนี้อนุมัติภายในวันนี้ กระผมเพิ่งได้รับทราบจากเพื่อนสมาชิกและ เอกสารที่แจ้งมาว่า เนื่องจากว่าโครงการดังกล่าวนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ์นได้จัดสรรงบประมาณ รอรับรัฐบาลไทยไว้เรียบร้อยแล้ว และรัฐบาลญี่ปุ์นก็มีแผนงานงบประมาณของเขาเปึน ป้งบประมาณ ซึ่งทราบข่าวว่าป้งบประมาณของรัฐบาลญี่ปุ์นจะเริ่มต้นในเดือนเมษายน ดังนั้นถ้ารัฐสภาอนุมัติโครงการนี้ล่าช้า ดูแล้วในระยะยาวจะมีผลกระทบเสียมากกว่าผล ในเชิงบวก กระผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า ในเงื่อนไขของการกู้เงินประมาณ ๖๐,๐๐๐- ๗๐,๐๐๐ ล้านเยน ถามว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้างที่ประชาชนจะต้องรับทราบ อย่างน้อย ๆ ในดอกเบี้ยของโครงการซึ่งได้รับการอนุมัติมาในอัตราดอกเบี้ย ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งถือว่า เปึนอัตราดอกเบี้ยที่น้อยนะครับ โดยที่ดอกเบี้ยในส่วนค่าจ้างที่ปรึกษาคือ ๐.๐๑ ต่อป้ ก็ถือว่าน้อย ระยะเวลาการชําระคืนเงินกู้ ๒๕ ป้ ปลอดหนี้ ๗ ป้ ก็ถือว่าเปึนเงื่อนไขที่ใช้ได้ และสุดท้ายคือการเบิกจ่ายเงินกู้ ใช้ระยะเวลา ๗ ป้ ๓ เดือน ซึ่งกระผมดูในเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลได้แจ้งให้กับพวกเราได้รับทราบ กระผมถือว่าพี่น้องประชาชนควรจะต้องรับรู้ ตรงนี้ด้วย และกระผมเชื่อว่าเงื่อนไขดังกล่าวนี้น่าจะเปึนเงื่อนไขที่พี่น้องประชาชนพอใจ กระผมอยากจะเพิ่มเติมอยู่นิดหนึ่งว่า ในช่วงที่ผ่านมาถ้าเราได้อ่านเอกสารทางเศรษฐกิจ เราจะเห็นนักคิดทางด้านเศรษฐศาสตร์ให้คําแนะนํารัฐบาลอยู่หลายเรื่อง อย่างเช่น บางสํานักก็เสนอว่า ในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบันนี้รัฐบาลต้องลงทุนใน เมกะโปรเจกต์ เช่น โครงการรถไฟฟัาเพื่อมาแก้วิกฤติเศรษฐกิจ และขณะนี้รัฐบาลได้ ดําเนินการแล้ว มีบางสํานักที่บอกว่า รัฐบาลจะต้องเอาเงินลงไปสู่พี่น้องประชาชนระดับ รากหญ้าให้รวดเร็วแล้วก็มีผลมากที่สุด ผมขอชื่นชมรัฐบาลว่าวันนี้รัฐบาลได้ทํา ทั้ง ๒ อย่าง รัฐบาลได้ทําทั้งเอาเงินไปสู่พี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้า ขณะเดียวกัน ขณะนี้รัฐบาลได้กําลังเริ่มต้นโครงการที่เรียกว่า เมกะโปรเจกต์ ก็คือโครงการรถไฟฟัา สายสีแดง กระผมอยากจะสรุปเปึนประเด็นให้ท่านได้รับทราบว่า โครงการกระตุ้นเงินที่มี นักวิชาการ นักคิดบางคนเสนอว่ารัฐบาลต้องเอาเงินลงสู่รากหญ้า เช่น โครงการ เช็คช่วยชาติ ซึ่งวันที่ ๒๖ นี้มีผลแล้วกับพี่น้องประชาชน ก็คือคนที่ทําประกันสังคม และส่วนราชการประมาณ ๑๐ ล้านคน นอกจากนี้แล้วโครงการประกันราคาพืชผลทาง การเกษตร กระผมขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติ ที่เร่งในการรับจํานําข้าวในฤดูกาลนี้เร็วขึ้นถึงครึ่งเดือนครับ เพราะช่วงเดือน มีนาคมที่ผ่านมาไม่มีการรับจํานําข้าว พี่น้องประชาชนจะมีปัญหาอย่างยิ่งเนื่องจากว่า ข้าวราคาจะตก แล้วก็เกษตรกรต้องเอาเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. ภายในเดือนมีนาคม วันนี้ รัฐบาลได้รับจํานําข้าวเร็วขึ้นครึ่งเดือน นอกจากนี้แล้วโครงการเบี้ยกตัญ็ูหรือเบี้ยยังชีพ ที่ดูแลผู้สูงอายุ ๕ ล้านคน ยังมีโครงการ อสม. ที่ดูแล อสม. เดือนละ ๖๐๐ บาทต่อเดือน กับ อสม. ๑ ล้านคน หรือแม้กระทั่งโครงการเรียนฟรีที่รัฐบาลจะดูแลโครงการเรียนฟรี ทั้งสิ้น ๑๕ ป้ ที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งสิ้นประมาณ ๑๒ ล้านคน เปึน เด็กนักเรียนที่เราจะต้องอุดหนุนลงไป และสุดท้ายที่กระผมคิดว่าจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง บอกก็คือโครงการเพิ่มเงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่รัฐบาลได้มีมติที่จะเพิ่ม ในวันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้ ดังนั้นกระผมชื่นชมรัฐบาลที่รัฐบาลทําทั้ง ๒ แนวคิดที่นักคิด นักวิชาการต่าง ๆ เสนอมา ทั้งเมกะโปรเจกต์ และโครงการที่อัดเม็ดเงินงบประมาณลงสู่ รากหญ้า ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก็คือโครงการเมกะโปรเจกต์ ซึ่งกระผมคิดว่า ท่านประธาน โดยเฉพาะสมาชิกรัฐสภาน่าจะเห็นด้วยให้ผ่านโครงการนี้ออกไป เพื่อจะได้ มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาจราจรของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมพาดพิงครับ ขออนุญาตท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญนะครับ สั้น ๆ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์ นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีประเด็นที่เมื่อสักครู่สมาชิกฝ์ายทาง ประชาธิปัตย์ได้พาดพิงผมเกี่ยวกับเรื่องโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วง ที่ขณะนี้เรากําลัง พิจารณากันอยู่ในเรื่องของกรอบแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการเงินระหว่างไทยกับ ญี่ปุ์นนะครับ ก็คงต้องเรียนแบบนี้นะครับว่า กรอบความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ์นนั้น ก็ต้องบอกว่าเปึนสิ่งดี เพราะว่าประเทศของเรานั้นก็ยังไม่ใช่ประเทศที่มีความร่ํารวยนะครับ การจะสร้าง สาธารณูปโภคพื้นฐาน หรือสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในการที่จะพัฒนาประเทศเพื่อให้ พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีและเพื่อการลดต้นทุนในการดํารงชีพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่า ในกรุงเทพฯ ปริมณฑลหรือในชนบทนั้นเปึนสิ่งที่จะต้องทํานะครับ และการกู้เงินก็คงเปึน ทางเลือกหนึ่งของรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา รวมถึงรัฐบาลนี้นะครับ ดังนั้นนี่นะครับ การกู้เงิน ก็คงมีความจําเปึน แต่ในเรื่องของระหว่างการกู้เงินระหว่างไทยกับญี่ปุ์นนั้นก็ต้องบอกว่า ก็มีข้อครหาตลอดมาในเรื่องของการกู้เงินแล้วนํามาใช้จ่ายนะครับ ก็จะถูกกล่าวหาว่า ไม่โปร่งใสโดยตลอดนะครับ ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้นะครับ พาดพิงถึงผมในสมัยที่ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่นั้นนะครับ ก็คงมีหลาย ๆ โครงการ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงนะครับ บางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งได้ประมูลไปแล้ว ตอนหนึ่ง เป่ดซองแล้ว ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ครับ ทาง รฟม. ในสมัยนั้น นะครับ ได้คิดคํานวณราคา ช่วงตอนคิดคํานวณราคาครั้งแรกนะครับ เปึนประมาณ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ นะครับ คิดคํานวณราคาไว้ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ขณะนั้นราคาน้ํามันบาร์เรลละประมาณ ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรลนะครับ หลังจากที่ใกล้ ๆ จะเริ่มประมูลนะครับ น้ํามันก็ขึ้นมาประมาณ ๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล ทาง รฟม. ก็ไปปรับ กรอบวงเงินของตนเองขึ้นมาประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท และต่อมาอีกประมาณ เดือนเศษ ๆ นะครับ น้ํามันในตลาดโลกได้ขยับขึ้นมาถึง ๑๕๐ เหรียญต่อบาร์เรลนะครับ ก็ทําให้ทาง รฟม. ได้ถูกเจบิก สมัยนั้นยังชื่อเจบิกอยู่นะครับ ทักท้วงว่า ถ้าหากว่า ใช้ราคาเดิมนะครับ ๑๑,๐๐๐ หรือ ๑๓,๐๐๐ นะครับ ก็จะไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล ทาง รฟม. โดยที่ปรึกษาของ รฟม. ที่ปรึกษาโครงการของ รฟม. ก็ได้คิดคํานวณราคาว่า กรอบวงเงิน ในปัจจุบันตอนนั้นควรจะเปึนประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เมื่อได้ส่งมาถึงผมนะครับ ผมก็มาตรวจดูรายละเอียดแล้วนะครับ ตรวจดูแล้วก็เปึนกรอบวงเงินเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ราคานั้นนะครับ แต่ก็เปึนกรอบวงเงินก็ได้นําเข้า ครม. ไปเพื่อขอ ขยายกรอบวงเงินนะครับ ซึ่งขณะนั้นน้ํามันบาร์เรลละ ๑๕๐ เหรียญ ดังนั้นขณะนี้น้ํามัน ลดลงไปเหลือบาร์เรลละ ๔๐ กว่าเหรียญ ดังนั้นราคามันก็ควรจะกลับไปอยู่ตรงประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเมื่อการยื่นซองเป่ดซองออกมา มันก็ได้ในราคา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมเองต้องขอเรียนว่ากําลังดูรัฐบาลอยู่ กําลังดู ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านรัฐมนตรี คมนาคมอยู่ว่า ขณะนี้น้ํามันลงราคามาขนาดนี้นะครับ ก็ยังไม่มีผู้ใดในรัฐบาลนี้ ทําหนังสือขอปรับกรอบวงเงินที่เมื่อตอน ๑๕๐ เหรียญได้ปรับขึ้นไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ขณะนี้ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจแล้วก็น้ํามันลดราคาลงมาขนาดนี้ ก็น่าจะปรับกรอบวงเงินให้เปึนปกติตามภาวะน้ํามันในปัจจุบัน ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า โดยเฉพาะรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปเยือนญี่ปุ์นแล้วกลับมาได้แถลง อย่างดีอกดีใจว่า เพราะท่านไปทางญี่ปุ์นก็ถึงได้ให้กู้เงินมาอีกประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ที่จะมาทํารถไฟสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ก็ต้องบอกว่าเปึนสิ่งดีที่จะได้สร้าง สักที เพราะเส้นทางนี้มีจุดตัดของทางรถยนต์เปึนจํานวนมากทําให้การจราจรติดขัด แต่ท่านทราบไหมครับว่ารถไฟเส้นนี้มีกรอบวงเงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ช่วยดูในเรื่องกรอบราคาเหล่านี้ เพราะว่าขณะนี้ราคามันได้ปรับลงมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ครม. น่าจะลงมาดูตรงนี้ให้มันมีความเหมาะสม แต่ถ้ากรอบวงเงินยังไป คาอยู่อย่างนั้นนะครับ เพราะว่าวงเงินเดี๋ยวนี้มันเปึนที่เป่ดเผย ผู้รับเหมาก็อาจจะหลงผิด แล้วก็ยื่นราคาสูง ๆ ทําให้เกิดปัญหาในการเจรจาต่อรอง ถ้าลดมากเกินไปมันก็ดูไม่ดี นะครับ ถ้าหากว่าปรับกรอบ ถ้าหากรัฐบาลมีความจริงใจถ้าได้ดําเนินการดังนี้ก็จะเปึน ประโยชน์นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ยินได้ฟังรัฐบาลบอกว่าใน ๒-๓ ป้นี้จะกู้เงินให้ชน เพดาน เงินกู้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมก็คงอยากจะฝากนะครับว่าถ้ากู้เงินมาแล้ว เพราะรัฐบาลเสียงมากไม่เปึนไร กู้มาแล้วก็เอามาใช้ให้เปึนประโยชน์ อย่าเอามาแจก อย่างเงิน ๒,๐๐๐ บาทอีกนะครับ อย่าเอามาแจก เพราะว่าแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ใช้ ๓ วันก็หมด ๕ วันก็หมดนะครับ ถ้ากู้เงินมาแล้วถ้ามาสร้างรถไฟฟัา มาสร้างถนน ปลอดฝุ์นตามโครงการของรัฐบาลที่แล้วที่ทําเอาไว้นะครับ ผมก็ว่าสมควรจะกู้มาพัฒนา ประเทศได้นะครับ แต่การกู้เงิน ๑.๔ ล้านล้านบาทนั้นมีความสําคัญนะครับว่าเราได้เอา ประชาชนทั้ง ๖๓ ล้านคนเข้าไปค้ําประกัน เพราะว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว ต่อคนนะครับ เท่ากับประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท เราได้นําประชาชนทั้งประเทศของเรา เข้าไปค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลจะกู้มา เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนรัฐบาลไว้ว่าต้อง พึงสังวรว่าเงินส่วนนี้เปึนเงินของประชาชนนะครับ เกิดมาร้องอูแว้เดียวก็ ๒๕,๐๐๐ บาท แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้รัดกุม ถ้ากู้มาแจกผมไม่เห็นด้วย นะครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านมีอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ คงเปึนเรื่องที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานครับ ตามข้อบังคับที่เราอนุโลมมาบังคับใช้ระหว่าง ที่กําลังร่างข้อบังคับก็คือ ข้อ ๘ ของการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ

นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

เมื่อสักครู่ ท่านประธานจะเห็นได้ว่ากระผมไม่อยากจะขัดจังหวะท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมที่มาชี้แจง ซึ่งท่านบอกว่าใช้สิทธิพาดพิง แต่ถ้าท่านประธานจําได้ก่อนหน้านี้ นะครับ ก็มีสมาชิกของพรรคฝ์ายค้านท่านหนึ่งซึ่งเปึนอดีตรัฐมนตรีเช่นเดียวกันก็ลุกขึ้นมา ใช้สิทธิพาดพิงไปแล้ว แต่ท่านประธานก็ยังให้ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาใช้สิทธิพาดพิงอีก ซึ่งกระผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ เพราะจะทําให้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น แต่ประเด็นของปัญหา ก็คือมันไม่ใช่ใช้สิทธิพาดพิง แต่เปึนการอภิปราย และตรงนี้ครับมันทําให้ในกรอบที่ ๒ ของเราซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกาแล้ว มันก็ช้าไปอีก ซึ่งถ้าหากท่านประธานจะได้ กรุณาในการทําหน้าที่ของท่านประธานตามข้อบังคับ ถ้าเปึนใช้สิทธิพาดพิงหมดประเด็น พาดพิงก็จบครับ แต่ถ้าท่านปล่อยให้อภิปรายไปอีกนี่ครับมันก็ยาว และเวลาต่าง ๆ นี่ครับ เราก็มีค่าในการ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เอาละครับ เดี๋ยวก็ยิ่งช้า ไปใหญ่ครับ เอาละครับ เดี๋ยวเชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงก่อนนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ ผมเข้าใจจุดของท่านแล้ว

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขออนุญาตที่จะ รบกวนการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกต่อกรอบ ๒ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน สําหรับโครงการ รถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ผมจะขออนุญาตอย่างนี้นะครับ พอดีวันนี้ก็ มารับฟังและก็พร้อมที่จะชี้แจงร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งนั่งอยู่ กับผมตั้งแต่เช้า ต้องขออนุญาตเรียนไว้ล่วงหน้านะครับว่า ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ รายละเอียดของตัวโครงการว่าจะดําเนินการอย่างไร มีผลอย่างไรต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงนโยบายของทางรัฐบาลในการที่จะลงทุนในการยกระดับโครงการต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทั้งในแง่ของสินค้าและมวลชน ผมจะขออนุญาตให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปึนผู้ชี้แจง ซึ่งท่านก็ได้ฝากผมเรียนต่อรัฐสภา นะครับว่า ท่านก็คงจะรอฟังคําอภิปรายและข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิกให้ครบถ้วน ก่อน ส่วนผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าจะต้องขออนุญาต มีภารกิจข้างนอกที่จะต้องรีบออกไปดําเนินการก่อนที่จะกลับมารับฟังข้อเสนอแนะของ เพื่อนสมาชิกในรอบต่อไป ก็คือผมอยากที่จะขออนุญาตเรียนในประเด็นคําถามที่มี เกี่ยวกับเรื่องของการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนตามกฎหมายต่าง ๆ นะครับ และผมก็ดีใจที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็ได้เข้ามาร่วมฟัง การอภิปรายด้วย เพราะว่ามีบางประเด็นที่จริง ๆ แล้วต่อการตอบคําถามของ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพรรคฝ์ายค้านควรที่จะถามกับท่านมากกว่าที่จะถามกับผมนะครับ เพราะกระบวนการขั้นตอนในส่วนของการดําเนินการในเรื่องของรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เปึนโครงการที่ได้มีการริเริ่มมาตั้งแต่สมัยช่วงป้ ๒๕๔๘ เรื่อยมาจนถึงวันนี้ ซึ่งก็อยู่ในช่วงสุดท้ายในส่วนของการพิจารณารายละเอียดของสัญญา การกู้ยืมเงิน ก่อนที่ทางกระทรวงการคลังจะไปดําเนินการในการเซ็นสัญญาต่อไป กล่าวคือบทบาทหน้าที่ในการทําความเข้าใจ การทําประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนนั้น ความจริงได้มีการริเริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้ว ในส่วนของโครงการเส้นสีแดง แล้วก็ได้ มีการดําเนินการตลอดมาจนกระทั่งโครงการนี้ได้รับการอนุญาตที่เขาเรียกว่า อีไอเอ (EIA) นะครับ และก็ได้มีการทําการประชาพิจารณ์เพิ่มเติมต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของ ความครบถ้วนหรือไม่ต่อการทําประชาพิจารณ์นั้น จริง ๆ แล้วผมต้องขออนุญาตเรียนด้วย ความเคารพนะครับ เปึนคําถามที่จะต้องถามกับรัฐบาลชุดที่แล้ว และเปึนคําถามที่ จะต้องถามกับท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คราวนี้พูดถึงหน้าที่ทาง กฎหมาย ในส่วนของทางรัฐบาลที่จะต้องดําเนินการในเรื่องของการทําความเข้าใจกับ ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ก็มีการอภิปรายกันหลายท่านในประเด็นนี้ ผมจะ ขออนุญาตเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญความจริงก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่งเกี่ยวกับ ภาระหน้าที่ทางกฎหมายในการทําประชาพิจารณ์ ในการทําความเข้าใจ ในวรรคสองของ มาตรา ๑๙๐ ก็พูดไว้ชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่าน ก่อนการ ดําเนินการเพื่อการทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้อง ๑. ผมสรุป จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ ๒. ชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบ การเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อความเห็นชอบด้วย เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เรากระทําเมื่อวานนี้ ต่อกรอบ ๑ เรื่องของการกู้ยืมเงินจาก ๓ องค์กรระหว่างประเทศ ก็เปึนการเสนอกรอบ การเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อความเห็นชอบ จากนั้นก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องไปดําเนินการ ข้อ ๑ และข้อ ๒ ต่อไป ข้อ ๑ ก็คือเรื่องของการทําความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ข้อ ๒ ก็คือเอารายละเอียดสัญญากลับเข้ามาให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณา ส่วนกรอบ ๒ วันนี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ก็คือขั้นตอนที่ ๒ ก็คือการนําเอารายละเอียดสัญญานี่กลับ เข้ามาให้กับรัฐสภาพิจารณา ระหว่างก่อนหน้านั้นท่านถามว่ามีการทําประชาพิจารณ์แล้ว หรือยัง ผมก็ตอบนะครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบจากทางกระทรวงคมนาคม ผู้ที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๔๘ ก็ได้มีการรายงานนะครับว่ามีการทําประชาพิจารณ์แล้ว เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมไม่ได้ตําหนิติเตียนท่านอดีตรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่ต่อคําถามที่เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านมีต่อประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของการทํา ประชาพิจารณ์ จริง ๆ ต้องถามท่านอดีตรัฐมนตรีครับ ไม่ใช่ถามผม ในส่วนของตรงนี้ แต่บทบาทหน้าที่ทางกฎหมายในส่วนของผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปัจจุบันนะครับก็มีต่อเนื่อง และเราก็ยังจะดําเนินการในส่วนของการทําความเข้าใจ รวมไปถึงในวรรคสุดท้ายนะครับของรัฐธรรมนูญในการที่จะแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการนะครับ ก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งบทบาทในส่วนของทางกระทรวงการคลังในเรื่องนี้นะครับ ก็คือเมื่อมีการลงนามใน สัญญาเงินกู้แล้วทางกระทรวงการคลังก็จะนํารายละเอียดของสัญญาเงินกู้ไปประกาศ นะครับ ทั้งในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่โดยสื่อต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้เข้าถึงรายละเอียดของสัญญาตามบทบัญญัติของทาง รัฐธรรมนูญ จริง ๆ ผมมีประเด็นที่น่าจะต้องถามเพิ่มเติมนะครับต่อข้อทักท้วงว่าเราได้ ดําเนินการตรงตามกฎหมายแล้วหรือยังในการพิจารณากรอบ ณ ปัจจุบัน ผมขอเรียน อย่างนี้นะครับว่าอย่างน้อยที่สุดนี่ทางรัฐสภาก็กําลังได้รับโอกาสในการที่จะได้รับฟัง รายละเอียดของสัญญาเงินกู้ในส่วนของรถไฟฟัาเส้นสีแดงนะครับ ในขณะที่ท่านรัฐมนตรี หรือท่านอดีตรัฐมนตรีก็คงต้องชี้แจงต่อสภานะครับว่า ด้วยเหตุใดท่านถึงมิได้นําสัญญา เงินกู้ที่ท่านเองได้เปึนผู้ดําเนินการและลงนามในช่วงมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ เข้าต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณา เพราะฉะนั้นประเด็นในเรื่องของการทําประชาพิจารณ์ หรือทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนนั่นคือส่วนหนึ่งนะครับ และเราได้ดําเนินการไปแล้ว ท่านเองในระดับหนึ่งก็ได้ดําเนินการไปแล้ว แต่เพื่อนสมาชิกในฝัืงของท่านยังมีความ เคลือบแคลงใจว่ามีความละเอียดถี่ถ้วนหรือความครบถ้วนอย่างไร ท่านก็ควรจะชี้แจง แต่ส่วนประเด็นว่าทําไมท่านถึงไม่ได้นําสัญญาให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณานะครับตาม มาตรา ๑๙๐ ที่ระบุไว้นั้นท่านก็คงให้คําชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกของท่านเองเช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมคิดว่านอกจากการทําความเข้าใจและรับฟังความ คิดเห็นจากพี่น้องประชาชนแล้วเราก็ได้แสดงถึงเจตนาตั้งใจในความที่จะยึดตาม บทบัญญัติของทางรัฐธรรมนูญ ของทางกฎหมาย และในหลักการความโปร่งใสในการ ดําเนินการในทุกขั้นตอน ด้วยการนํารายละเอียดของสัญญาเงินกู้เพื่อดําเนินการโครงการ รถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงนั้นเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา เพราะฉะนั้นผมถือว่าขั้นตอน การดําเนินการของทางรัฐบาลครบถ้วนทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านชลน่านนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสันติเชิญนั่งนะครับ เชิญท่านชลน่านครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรี

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

คือผมฟังแล้วนะครับ ก็ไม่มีหรอก ไม่ได้พาดพิงอะไรถึงท่านอะไรนะครับ เชิญท่านสันตินั่งนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีมีภารกิจที่ต้องออกไปข้างนอกไม่สามารถที่จะฟังคําอภิปราย ของผมได้ ท่านประธานครับ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างสัญญาหรือร่างหนังสือ สัญญา ผมใช้คําว่า หนังสือสัญญา ครับถึงแม้ท่านจะไม่เขียนว่าเปึนหนังสือสัญญา เปึนร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางด้านการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ์น ก็คือร่างหนังสือสัญญา กับร่างสัญญาเงินกู้มาให้รัฐสภาแห่งนี้พิจารณา เพื่อให้ความเห็นชอบให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ผมเน้นนะครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เพราะเปึนขั้นตอนที่ท่านได้ไปทําการเจรจา ได้ไปทําความตกลงในเบื้องต้นมาหมดแล้ว แล้วก็เพื่อจะทําหนังสือสัญญาเพื่อจะลงนาม ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่า สมาชิกรัฐสภาอย่างเช่นผมจะต้องมาดูในกรอบของสัญญา ไม่ใช่กรอบครับ สาระ ของสัญญาเลยว่าสาระของหนังสือสัญญานี้ที่ท่านจะไปให้ความร่วมมือด้านการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นนี่โดยผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์นคือไจก้านี่ มีสาระสําคัญอย่างไร เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ที่แท้จริงหรือไม่ ถึงจะสามารถให้ความเห็นชอบได้ และก็ร่างสัญญานี้มี ๒ อย่างครับ เปึนสัญญาเงินกู้ด้วย ท่านบอกว่าร่างสัญญาเงินกู้มีเนื้อหาสาระเช่นเดียวกับร่างสัญญาแลกเปลี่ยน ความร่วมมือด้านการเงิน เพราะฉะนั้นผมก็ถือว่าเปึนร่างสัญญาเดียวกันก็ใช้กรอบนี้พิจารณา ท่านประธานที่เคารพ ครับ ร่างหนังสือสัญญาฉบับนี้มีสาระสําคัญอยู่ทั้งหมด ๗ เรื่อง ทั้ง ๗ เรื่องนี่นะครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องของวงเงิน ซึ่งผมจะขออนุญาตมาลงรายละเอียดทีหลัง

เรื่องที่ ๒ เรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะดําเนินการ ไม่ว่าจะเปึนอัตราดอกเบี้ยระยะชําระคืนเงินกู้ ขั้นตอนการเบิกจ่าย การเบิกจ่ายเงินกู้อะไร ต่าง ๆ

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องการขนส่ง

เรื่องที่ ๔ การชําระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยภายในวงเงินกู้ที่มีรายละเอียด ที่จะเขียนนะครับ

เรื่องที่ ๔ กับเรื่องที่ ๕ เปึนเรื่องที่ผมจะลงรายละเอียดกับท่านประธาน เพื่อที่จะขอคําชี้แจงจากทางรัฐบาลเพิ่มเติม และ

เรื่องที่ ๖ เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องแจ้งข้อมูลที่จําเปึนและแจ้ง ความคืบหน้าของโครงการให้รัฐบาลญี่ปุ์นและไจก้าทราบ

เรื่องที่ ๗ รัฐบาลทั้งสองจะหารือ หากมีประเด็นใดเกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้าง ความเข้าใจที่ตรงกัน ขออนุญาตอ่านในเอกสารที่ทางรัฐบาลส่งมาให้

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน สืบเนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีเองได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า ร่างหนังสือสัญญานี้ได้ผ่านกระบวนการการเจรจา ก็คือกรอบการเจรจาได้ดําเนินการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ จนกระทั่งรัฐบาลชุด ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เมื่อเดือนตุลาคมป้ ๒๕๕๐ ได้ลงนาม ได้มีมติครับ ไม่ได้ลงนาม มีมติของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุมัติให้ไปกู้เงิน แล้วมีวงเงินกํากับตอนนั้นคือ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาทนะครับ วงเงินรวม เม็ดเงินรวมของ โครงการ มีมติชัดเจนตรงนั้น จริงอยู่ครับที่เพื่อนสมาชิกให้เกียรติกับให้เครดิตกับรัฐบาล ทุกรัฐบาลที่ช่วยกันทําเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับ ในหลักการผมเห็นด้วยว่าประเทศชาติบ้านเรานี่จําเปึนจะต้องใช้เม็ดเงินในการ ที่จะมาพัฒนาสิ่งที่มีความจําเปึน โดยเฉพาะการลงทุนหรือการสร้างงานที่มีผลต่อ ประเทศชาติในเรื่องของด้านเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเรื่องการคมนาคมขนส่ง ตรงนี้แหละครับเปึนสิ่งที่ผม เชื่อว่าสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะไม่ว่าฝ์ายค้านหรือรัฐบาลหรือท่านสมาชิกวุฒิสภา มีความเห็นคล้ายกันครับ ไม่ได้ปฏิเสธเลย เปึนเรื่องจําเปึนครับ เพราะว่าเราต้องเพิ่ม ขีดความสามารถในการที่จะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ แข่งขันกับนานาอารยธรรม ประเทศได้ เปึนเรื่องดีครับ มันเปึนเรื่องดีเมื่อเปรียบเทียบกับการที่รัฐบาลมากู้เงินแล้วก็ เอาไปใช้จ่ายในโครงการที่ไม่ก่อเกิดการสร้างงาน ก่อเกิดการสร้างรายได้ เพียงหวังว่า จะต้องเอาเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการไปเพิ่มเรื่องการใช้จ่ายภาคประชาชน ตรงนั้นเหมือนกับเอาเงินโยนลงไปในแม่น้ําหายต๋อม ผลกลับคืนมาเท่าไรผมไม่ทราบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คาดการณ์ว่า จีดีพี ที่จะได้นี่ ๐.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ได้ตามจริงหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ท่านประธานครับ ผมกลับมาในร่างสัญญาที่ผมมีข้อคําถามที่จะกราบเรียน ถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล

ประเด็นที่ ๑ เรื่องวงเงิน ในร่างสัญญานี้ท่านต้องกู้เงินเปึนเงินเยนนะครับ ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน ตีเปึนเงินไทยประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เม็ดเงินที่จะใช้ ในระยะแรก ในระยะแรกก็คือโครงการสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตเท่านั้น แต่โครงการ ทั้งหมดนี้รัฐบาลต้องใช้เงินถ้าตาม ครม. เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ อนุมัติไว้นี่ ตัวเลขกลม ๆ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคมครับ วันที่ ๑๑ มีนาคมนะครับ ผมเข้าใจว่าผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว อนุมัติวงเงินเพิ่มในโครงการทั้งหมดเปึน ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท เฉพาะบางซื่อ-รังสิต ๖๒,๗๔๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถามว่าทําไมเม็ดเงินมันเพิ่มขึ้น เมื่อสภาวะ การพิจารณาขณะที่เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ กับเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ นี่ปัจจัยเรื่องน้ํามัน มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตรงนี้รัฐบาลต้องตอบนะครับในเรื่องที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่จะเปึนปัญหากับรัฐบาลไทยในเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตาม แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของไจก้า ซึ่งเขามีเงื่อนไขอยู่ แล้วเขาก็ใช้ กฎหมายภายในประเทศเขามาเปึนตัวกําหนด ไม่ใช่กฎหมายระหว่างประเทศ ตรงนี้รัฐบาลต้องตอบให้กับสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้อย่างชัดเจนนะครับว่า ถ้าท่านได้ ดําเนินการแล้ว ผลประโยชน์หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเทียบข้อดีข้อเสีย เราได้หรือเสีย อันนั้นเปึนสิ่งที่ต้องตอบ ในร่างสัญญาข้อ ๑.๔ ให้เอกสิทธิ์เรื่องของภาษีอากร เรื่องของจะให้บุคคลสัญชาติญี่ปุ์นที่เข้ามาทํางานในบ้านเรา เข้ามาพํานักอาศัยภายใต้ กฎหมายที่จําเปึน และก็ ๑.๕ เรื่องของดูแลความปลอดภัยของบุคคลและก็วัสดุอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราต้องให้สิทธิเขา ที่เขาต้องมาปฏิบัติงานเรา เขาอยู่ใน สัญญา ถามสิ่งเหล่านี้ถ้าให้ไปอย่างนี้จะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนเราหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ความจําเปึนที่จะต้องลงนามในช่วงเดือนมีนาคม ผมเห็นกรอบเวลาที่รัฐบาลทํามา สัญญานี้ลงนามแล้วมีผลบังคับใช้และผูกพันเลยนะครับ ไม่ใช่กรอบสัญญาครับ เปึนสัญญาที่ลงนามและมีผลใช้บังคับใช้แล้วผูกพัน กุมภาพันธ์ถึงมีนาคม รัฐบาลและ ไจก้า ลงนามประกาศให้กู้เงิน ก็คือท่านไปเจรจากรอบเงินกู้มาเรียบร้อยแล้ว เอามาผ่าน รัฐสภามีนาคม ก็จะลงนามในช่วงเมษายนที่ท่านให้เหตุผลแนบท้ายกับเอกสารสัญญาว่า จําเปึนและเร่งรีบมาก จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาภายในมีนาคม เพราะว่า รัฐบาลญี่ปุ์นป้งบประมาณเขาสิ้นมีนาคม ถ้าไม่เซ็นสัญญาตรงนี้ เงินที่เขาให้มาหรือ วงเงินที่กําหนดมาให้อาจจะตกไปหรือมีผลกระทบกับโครงการเงินกู้อื่น ๆ ที่จะต้อง ขอจากเขา ซึ่งผมเองจะต้องถามและท่านรัฐมนตรีตอบผ่านท่านประธานว่า ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เหลือนะครับ ใช้ไป ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเงินไทย ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เหลือนี่ ท่านจะกู้อย่างไร จะทําสัญญาอย่างไร มีกรอบเจรจา แล้วหรือไม่ สิ่งนี้ต้องชี้แจงกับทางรัฐสภาด้วยครับ ท่านเอาโครงการมา ๑ โครงการ มา บอกว่ามีความจําเปึนมากต้องกู้และที่เหลือท่านก็บอกว่ามันจําเปึนเช่นกัน เพราะกู้เขาไป แล้วส่วนหนึ่ง เหมือนมัดมือชกครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ สิ่งนี้ต้องมาชี้แจงกับทางรัฐสภาด้วยว่า กรอบที่เหลือนี่ท่านมีกรอบการเจรจาเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องต่อไปที่มีเพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นไว้เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีพูดเองนะครับว่า สิ่งที่ดําเนินการมาแล้ว รัฐบาลชุดก่อนต้องชี้แจงกับสมาชิกของรัฐสภา จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ผู้เสนอขอต่อสมาชิกรัฐสภาต้องมาชี้แจงกับรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ วรรคสามเขียน ชัดเจนครับ ต้องมีกรอบหรือหนังสือสัญญา และก็มาชี้แจงเกี่ยวกับหนังสือสัญญา นั่นหมายความสิ่งที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการให้ข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต้องเปึนสาระที่นํามาชี้แจงด้วย ถ้าจะปฏิบัติตามให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่ามันต่างกันอย่างไร สมาชิกหลายท่านบอกว่าทําไปแล้วครับ อีไอเอ ก็ทําไปแล้ว ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมทําไปแล้ว รับฟังความคิดเห็นก็ทําไปแล้ว แต่ท่านนํามาชี้แจงต่อรัฐสภาหรือไม่ มันจะต้องเปึน หลักฐานซึ่งบันทึกไว้ในรัฐสภาแห่งนี้นะครับท่านประธานครับ เพื่อประกอบการพิจารณา ท่านบอกว่าก็ไปเป่ดเว็บไซต์เอาสิ ไปศึกษาเอาข้อมูลที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสิ ไม่ใช่หน้าที่ครับ แต่หน้าที่ท่านต้องมาชี้แจงเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้นกับรัฐสภา ตรงนี้แหละครับที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า รัฐบาลอาจจะพลาดเรื่องนี้ ไม่สายครับ ถ้าท่านส่งเอกสารมานะครับ นํามาประกอบให้รัฐสภาแห่งนี้ได้รู้ได้เห็นว่าสิ่งที่ท่านทํา ท่านได้ผ่านความรอบคอบในการที่จะศึกษาผลกระทบที่มีผลกับพี่น้องประชาชนไม่ว่าเปึน ผู้ประกอบการ ผมฟังรัฐมนตรีบอกว่า ท่านมีมาตรการที่จะเยียวยาหลังจากเซ็นสัญญา แล้วก็แจ้งไปแล้ว นั่นท่านทําตามวรรคสี่ถูกต้องครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่สิ่งที่ท่านจะต้องทํา ท่านอย่าลืมนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันซ่อนพิษไว้เยอะ มันซ่อนพิษไว้เยอะครับ ท่านรัฐมนตรีเองเมื่อสักครู่นี้ก็สรุปมันก็ไม่ถูกทั้งหมดครับ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ให้ข้อมูลด้วย นะครับ ไม่ใช่รับฟังความคิดเห็นอย่างเดียว ต้องให้ข้อมูลด้วย ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้คือความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภา ผมว่าหลายท่านให้ความเห็นชอบ ผมเองก็ไม่ปฏิเสธครับ ผมเองอยากเห็นโครงการนี้ เกิดขึ้นเปึนภาพรวมของประเทศ ถึงแม้มันจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าสิ่งที่ท่านมาเสนอต่อสภาต้องเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านไม่อยากให้ เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ไปแก้ครับ แก้แล้วทํากฎหมายมารองรับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ให้อํานาจสักนิดหนึ่งนะครับในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านชลน่าน หมดเวลาแล้วนะครับ เอาอีกสักนาทีหนึ่งนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

สรุปครับ ท่านครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้มันเปึนผลพวงที่รัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ ส่วนหนึ่งมีประโยชน์ เพราะงบประมาณที่มันผูกพันกับประเทศที่ทําให้ทุกคนเปึนหนี้ สมาชิกรัฐสภาควรจะให้ความเห็นชอบ แต่สิ่งที่บางอย่างมันไม่จําเปึน ถ้าสมมุติว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกแก้ไขนะครับ เขียนไว้สักนิดก็ได้ครับ ให้มีกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับ รายละเอียดของหนังสือสัญญา หรือประเภทหนังสือสัญญา เหมือนเขียนว่า ค่า ครับ แต่ว่า ค่า นี่เปึนขั้นตอนและวิธีการการจัดทํา ไม่ใช่ประเภทหนังสือสัญญา พวกเราเอง อาจจะมีข้อกังวลน้อยกว่านี้ แล้วก็สามารถพิจารณาในเรื่องเนื้อหาสาระที่จําเปึนได้ ท่านประธานครับ มันถึงเวลาแล้วครับ สมาชิกรัฐสภาของพวกเราจําเปึนต้องมาดูกติกา กลางทั้งระบบว่ามันเปึนสิ่งที่เอื้ออํานวยกับการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองเราหรือไม่ ผมไม่ปฏิเสธครับหนังสือสัญญานี้มีประโยชน์ แล้วผมก็จะฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจง ถ้าเปึน คําถามที่ผมถามแล้วท่านชี้แจง ผมพอใจ ผมยินดีให้ความเห็นชอบครับ กราบขอบคุณ ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ก่อนที่จะเชิญ ท่านพิเชษฐนะครับ ที่จัดไว้อย่างนี้นะครับ หลังจากท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล แล้วก็ ท่านซูการ์โน มะทา ท่านประเกียรติ นาสิมมา แล้วก็ท่านขจิตร ชัยนิคม นะครับ เชิญ ท่านพิเชษฐครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตจะเสนอป่ดอภิปรายครับ ท่านครับ เพราะว่าคิดว่าเราได้ฟังเนื้อหาสาระมา อย่างครบถ้วนรอบด้านทั้ง ๓ ด้านแล้วครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานว่าเราได้พิจารณา กันเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานมาจนถึงวันนี้นะครับ แล้วก็คิดว่าเนื้อหาสาระคงจะได้อย่าง ครบถ้วนแล้วครับ จึงอยากจะขอเสนอในการป่ดอภิปรายในประเด็นนี้ครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(สมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมอยากขอร้องเพื่อนสมาชิกนะครับ ความจริงก็พูดกันไม่รุนแรงนะครับ ความจริง อย่าป่ดปากคนเลย ถ้าท่านไปป่ดความคิดเห็นของคนอื่น ตอนนี้แม้แต่ท่านประธาน รัฐสภาท่านยังบอกให้ประชุมต่อเลยครับ มีหนังสือมา ผมก็ไม่รู้ว่าผิดระเบียบหรือเปล่า มีหนังสือมาว่าให้ประชุมต่อ ถ้าท่านจะป่ดอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวต่อไปจะมีปัญหา มีปัญหา แน่นอน พวกผมไม่ได้ก่อกวนนะครับ ผมเสนอความคิดเห็น ซึ่งจริง ๆ ท่านประธานครับ ในความเห็นผม ผมขอร้องเขา ผมได้เสนอว่าจะให้ แต่ว่าถ้าอย่างนี้ความร่วมมือ มันจะไม่มีนะครับ ความร่วมมือจะไม่เกิดขึ้นนะครับ แล้วต่อไปหลายอย่างนะครับ ท่านประชุมต่อไม่ได้หรอกนะ ท่านจะประชุมต่อไม่ได้ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวขออย่างนี้ได้ไหม ครับ ก็เอาเท่าที่ผมอ่าน ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านซูการ์โน มะทา ท่านประเกียรติ นาสิมมา ท่านขจิตร ชัยนิคม แค่นี้พอไหมครับ ท่านถอนขอป่ดไปเสียนะครับ

(นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

ขอประท้วงค่ะ ท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

มีท่านชมภูอีกคนนะครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

ประท้วง ท่านประธานค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ว่าอย่างไรครับ

นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

ดิฉัน ชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานคะ ประท้วงท่านประธานเพราะว่าท่านจะป่ดแค่นั้นไม่ได้ค่ะ ตัวดิฉันเองอยากให้ท่านป่ดตามรายชื่อที่ทางเจ้าหน้าที่เราได้เสนอท่านประธานไว้ค่ะ เพราะว่า ส.ส. สมาชิกแต่ละท่านที่เปึนตัวแทนของประชาชนมีความเดือดร้อน ไม่เหมือนกันค่ะท่านประธาน ให้เขามีโอกาสได้พูดบ้างค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

อันนั้นคงไม่ใช่ประท้วง ที่ผมพูดนี่หมายความว่าขอให้ท่านถอนญัตติที่ป่ดไปแล้วก็ให้พูดเท่าที่มีได้ไหมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็ทางฝ์ายรัฐสภานั้นไม่ได้ต้องการหรือว่า มีความประสงค์ที่จะไปป่ดปากใครนะครับ สภาแห่งนี้มีไว้สําหรับการแสดงความคิดเห็น อันเปึนประโยชน์และเปึนสาระต่อประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ ทางฝ์ายรัฐบาลก็ยินดี ครับที่จะถอนการป่ดอภิปรายนะครับ ขอให้อภิปรายต่อไป แต่ขอให้อยู่ในประเด็นด้วย ครับ ขอบพระคุณท่านประธาน

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณนะครับ ต่อไปนี้ ก็จะมีท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านซูการ์โน มะทา ท่านประเกียรติ นาสิมมา ท่านขจิตร ชัยนิคม และท่านชมภู จันทาทอง หลังจากนั้นก็ป่ดเลยนะครับ เชิญท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะขออนุญาตอภิปรายสรุปเปึนประเด็นสั้น ๆ เพียง ๓-๔ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกก็คือ เรื่องดอกเบี้ย ในหนังสือที่แสดงต่อรัฐสภาก็ระบุว่าอัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ แล้วก็มีค่าผูกพันสําหรับเงินกู้อีกร้อยละ ๐.๑ ต่อวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้ เบิกจ่าย เงินกู้จํานวนนี้เปึนการเบิกจ่ายทั้ง ๗ ป้ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นมันก็เปึนการทยอย เบิกจ่ายตามลําดับ แต่สําหรับเงินที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายมีภาระดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๑ เพราะฉะนั้นสรุปแล้วยอดเงินเกือบทั้งหมดภาระดอกเบี้ยจริง ๆ ก็คือร้อยละ ๑.๕ ไม่ใช่ร้อยละ ๑.๔ ดังกล่าว คําถามก็คือว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนี้เปึนอัตราดอกเบี้ย ที่กําหนดประจําตลอดสัญญา ๒๕ ป้หรือไม่ หรือจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แปรผันไปด้วย ศาสนการหรือข้อผูกพันอะไรหรือไม่อย่างไร ซึ่งทางภาษาการเงินก็คงจะเรียกว่า อัตราดอกเบี้ยนี้เปึนอัตราดอกเบี้ยที่ฟ่กซ์ เรท (Fix Rate) เอาไว้หรือเปล่า หรือจะ มีการปรับอัตราดอกเบี้ยไปในวันข้างหน้าด้วย

ในประเด็นที่สอง ก็คือว่า การเบิกจ่ายแล้วก็การชดใช้เงินกู้นี้เปึนระยะ เวลานานมากคือถึง ๒๕ ป้ ใน ๒๕ ป้ดังกล่าวนี้เรากู้เปึนเงินเยน และก็ต้องคืนเปึนเงินเยน แน่นอนครับ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินเยน ณ วันนี้และในอนาคตตลอดไป จนถึงวันที่จะต้องชําระเงินกู้นั้น มีส่วนสัมพันธ์กับยอดเงินที่จะต้องจ่าย ก็อยากทราบว่า กระทรวงการคลังได้มีการพิจารณาเอาไว้ ศึกษาไว้ล่วงหน้าแล้วหรือยังครับว่าใน ๒๕ ป้ ข้างหน้านี้เทียบระหว่างเงินเยนกับเงินบาท เงินใครจะแข็งกว่าหรือไม่อย่างไร แน่นอนครับ วันที่เงินกู้เข้ามาเราก็อยากให้เงินเยนแข็ง เพื่อที่เอาเงินเยนจํานวนดังกล่าวนี้จะได้ แลกอัตราแลกเปลี่ยนเปึนเงินบาทได้มากขึ้น แต่เมื่อวันที่ถึงเวลาที่จะชําระหนี้ ค่าเงินบาท ณ วันนั้นก็เปึนส่วนต่างที่สําคัญอันหนึ่ง บทเรียนในกรณี ไอเอ็มเอฟ ท่านประธานครับ เรียนว่าการรับเงินงวดจาก ไอเอ็มเอฟ ที่เปึนดอลลาร์เทอมหรือเปึนรูปเงินดอลลาร์เข้ามา แต่ละงวดมีส่วนที่ผูกพันกับยอดเงินค่าแลกเปลี่ยนในเงินไทยมาก ตกลงกันทีแรกว่าอยู่ที่ ๑ เหรียญสหรัฐ ประมาณ ๓๐ บาท แต่เมื่อเข้ามาจริง ๆ ก็อาจเปึน ๓๕-๔๐ บาท ก็ทราบว่าตัวเลขจํานวนหนึ่งมีการแปรผันกันอยู่มาก ก็อยากทราบว่าได้มีการศึกษาไว้ ชัดเจนหรือยังว่าในการกู้เงินเยนในลักษณะเช่นนี้ถึงใน ๒๕ ป้ข้างหน้า เมื่อถึงวาระ ที่จะต้องชําระเงินคืนค่าเงินบาทกับค่าเงินเยนจะมีส่วนแปรผันสักประมาณเท่าไร เพราะส่วนแปรผันนั้นในยอดเงินสูง ๆ อย่างนี้มันก็ไม่ใช่น้อยทีเดียวนะครับ

ในประเด็นต่อมา เนื่องจากว่าการเบิกจ่ายเงินใช้เวลาถึง ๗ ป้ ๓ เดือน ก็แน่นอนครับ ป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ เริ่มโครงการก็ยังแทบจะไม่ได้ใช้เงินอะไรมากนัก เพราะฉะนั้น เงินกู้จํานวนนี้ก็ไม่หวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งน่าที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ได้ โครงการ ที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งน่า ณ ขณะนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเตรียมเพื่อโครงการอื่น อีกหลาย ๆ อย่าง แต่โครงการนี้คาดหวังได้ก็คือโปรแกรมในระยะยาวในวันข้างหน้า จะได้ผลหรือไม่ ณ ถึงวันนั้นภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของเราอาจจะจบไปแล้วหรืออาจจะ รุนแรงขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกาลข้างหน้า สิ่งที่ผมได้เตือนไว้เมื่อวาน อย่างหนึ่งก็คือว่าเงินกู้จํานวนนี้ภาระผูกพันมีแค่ไหน ท่านรัฐมนตรีก็ตอบทํานองว่า ไม่มีพันธะผูกพันอย่างอื่นใดทั้งสิ้น แต่ถ้าดูตามเอกสารที่สภานี้ได้แจกนะครับ ในหน้าที่ ๑ ก็ได้มีการะบุไว้ในข้อ ๑.๓ ว่า สําหรับการขนส่งทางเรือและการประกันภัยทางทะเล สินค้าที่จัดซื้อด้วยเงินกู้ สําหรับโครงการนี้รัฐบาลไทยต้องงดเว้นการกําหนดข้อบังคับใด ๆ ที่อาจเปึนอุปสรรคต่อการแข่งขันโดยเสรีและโดยชอบธรรม ก็เรียนว่าการซื้อขายสินค้าคิด ว่าส่วนที่จะต้องนําเข้าจากประเทศญี่ปุ์นไม่ใช่น้อยเลยจากเงินหลาย ๆ หมื่นล้านดังกล่าว นี้นะครับ และสินค้าที่จะเข้าหรือวัสดุปัจจัยทั้งหลายคงเปึนราคา ซีไอเอฟ (CIF) ราคา ซีไอเอฟ ดังกล่าวคือ ราคาบวกด้วยประกันภัยและบวกด้วยค่าระวาง ค่าระวางและประกันภัยเปึน ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจบริการในทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะสําคัญ เพราะฉะนั้นโอกาส เช่นนี้ถ้าถูกกําหนดเช่นนี้เราจะไม่มีโอกาสช่วยพาณิชย์นาวีไทย และเราจะไม่มีโอกาสที่จะ ใช้เงินจํานวนนี้ช่วยระบบประกันวินาศภัยของไทยได้เลยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ส่วนหนึ่ง ก็อยากคิดว่าในการเจรจาในกรอบดังกล่าวต่อไปนี้ รัฐบาลก็น่าที่จะได้มีการพิจารณา สิ่งเหล่านี้เปึนสําคัญส่วนหนึ่งด้วย

ท่านประธานครับ ผมก็คงจะมีสั้น ๆ เพียงแค่ไม่กี่เรื่อง ก็ขอทบทวน ในประเด็นก็คือว่า ดอกเบี้ย ๑.๔ และผูกพันกับเงินที่ยังไม่ได้เบิกอีก ๐.๑ จริง ๆ แล้ว ดอกเบี้ยก็จะรวมกันแล้วประมาณ ๑.๕ เปึนดอกเบี้ยที่ฟ่กซ์ เรทเอาไว้หรือเปล่า เปึน กําหนดแน่นอนตลอดสัญญาเช่นนี้หรือเปล่า หรือมีตัวแปรผันสําหรับดอกเบี้ยอย่างนี้ ตรงนี้อย่างไรบ้าง ใน ๒๕ ป้ข้างหน้าศึกษาหรือยังว่าค่าเงินบาทกับค่าเงินเยน อัตราแลกเปลี่ยนมันจะเปึนอย่างไร แล้วก็ ณ วันที่จะต้องชําระคืนจะเปึนอย่างไร ฝากเพียงว่าขณะนี้ญี่ปุ์นเขาก็ประสบภาวะเศรษฐกิจรุนแรงไม่แพ้เราหรืออาจจะหนักหนา กว่าเราด้วย การที่มาตรการช่วยเหลือเราทั้งหมดในการที่จะให้กู้เงินก็ดี ในการช่วยเหลือ ต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่อาศัยด้วยอัธยาศัยอย่างเดียว หรือไปเรื่องไมตรีอย่างเดียว เขาต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ในภายภาคหน้าไว้อย่างชัดเจน อย่างน้อยที่สุดเงินจํานวน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเยน ถ้ามีการปล่อยเรากู้และกําหนดเวลามันก็เหมือนกับว่าฟ่กซ์ เรท อัตราแลกเปลี่ยนของ ๒๕ ป้ข้างหน้าของเขาเอาไว้เลยตรงนี้ ซึ่งอันนี้ก็อยากให้ผู้ไปเจรจา ทั้งหลายได้เปึนข้อสังเกตพึงพิจารณาด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญ ท่านซูการ์โน นะครับ

นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยะลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาและเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า วันนี้เรากําลังพิจารณาเรื่องสําคัญซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ พี่น้องประชาชน ๖๓ ล้านคนที่จะต้องเปึนผู้ที่รับผิดชอบต่อภารกิจที่เราจะต้องดําเนินการ ในรัฐสภาแห่งนี้ แต่น่าเสียดายครับท่านประธานที่เคารพ ในขณะที่รัฐบาลพยายามที่จะ นําเรื่องสําคัญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนและพวกเราในฐานะที่ เปึนสมาชิกรัฐสภานั้นได้เข้าถึงข้อมูลของกรอบการเจรจาหรือสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่ได้ เสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๑ วันที่ผ่านมาเราก็จะได้พิจารณา ๑๐ ชั่วโมงที่พยายาม อภิปราย และมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตหรือท้วงติงการดําเนินการ ของรัฐบาล ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาถึงรัฐบาลว่า กฎหมายหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญมีความสําคัญมากกว่าความโปร่งใส ฉะนั้น จะเห็นได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านพยายามตั้งข้อสังเกตและประเด็นว่า วันนี้ข้อชี้แจง ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นอาจจะส่อให้เห็นถึงเจตนาที่จะปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการ แผ่นดินที่อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ทางรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกและหลาย ๆ รัฐบาล ก็ได้ชี้ให้เห็นว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล หลาย ๆ รัฐบาล แต่วันนี้เพื่อให้การพิจารณาของรัฐสภาแห่งนี้เปึนไปที่ก่อเกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดการกระจายเสียงของวิทยุรัฐสภา ได้เข้าใจถึงว่า ภารกิจหน้าที่ที่พวกเราในรัฐสภาแห่งนี้ที่จะต้องทําและจะต้องท้วงติงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา และเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้าน ก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องชี้จุดด้อยของรัฐบาล ในการดําเนินการตามขั้นตอนของทางรัฐบาล และเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกของฝ์ายรัฐบาล ก็จําเปึนที่จะต้องชี้จุดเด่นของท่าน แต่วันนี้ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา ก็ขออนุญาต ท่านประธานชี้ประเด็นที่เปึนจุดด้อยและข้อห่วงใยของพวกเราในส่วนที่เปึนสมาชิก ซีกฝ์ายค้านว่า ท่านประธานที่เคารพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลนํากฎหมายสําคัญ เข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ แต่รัฐบาลกลับเร่งรีบจํากัดเรื่องของเวลาในการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณเรื่องของการเงินหรือการก่อหนี้สาธารณะหรือเอ็นพีแอลนั้น ท่านให้เวลาเพียง ๑๐-๑๕ นาที แต่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่มีความรู้ความเข้าใจในประเด็นของหนี้ สาธารณะหรือการก่อหนี้ผูกพันของรัฐบาลนั้น พยายามที่จะชี้จุดด้อยที่จะส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้าในอนาคตนั้นหลายท่าน แต่ทุกคนก็ไม่สามารถที่จะ ลงลึกในประเด็นเหล่านั้น ผมอยากเรียนฝากผ่านท่านประธานรัฐสภาถึงคณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องให้เวลา ให้ความสําคัญกับรัฐสภาแห่งนี้ เพราะรัฐสภาแห่งนี้เปึนศูนย์รวมของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่า จะเปึนจากซีกรัฐบาลหรือซีกของฝ์ายค้าน แต่ทุกคนมีหน้าที่อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นว่า ฝ์ายรัฐบาลก็ต้องชี้จุดเด่น ฝ์ายผมซึ่งเปึนฝ์ายค้านก็ต้องชี้จุดด้อยเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อมั่นครับท่านประธานว่าในประเด็นวันนี้ที่เราพยายาม อภิปรายนั้นหลายคนก็มีความห่วงใยว่าทําไมรัฐบาลจะต้องเร่งรีบที่จะต้องผ่านกรอบ หนังสือสัญญาที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ทั้ง ๆ ที่หลายคน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้ชี้แจงและอภิปรายแล้วว่า ป้งบประมาณของรัฐบาลญี่ปุ์นที่จะให้เงินกู้นั้น ก็มีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้ ขึ้นวันที่ ๑ เมษายนก็ป้งบประมาณใหม่ ทําไมเราจะ ไม่ดําเนินการให้ถูกต้องตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง และ วรรคสาม แล้วนํามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าจากคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นของมาตรา ๑๙๐ วรรคสองและวรรคสาม ผมก็จะ ไม่พูดถึง แต่ผมจะพูดถึงในมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่รัฐมนตรีพยายามขึ้นมาชี้แจงหลาย ครั้งแล้ว เมื่อวานก็ชี้แจง วันนี้ก็ชี้แจง และวันนี้ยังมีการพาดพิงถึงรัฐบาลที่ผ่านมาว่า รัฐบาลที่ผ่านมานั้นได้ดําเนินการ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าการดําเนินการของรัฐบาลนั้นได้ ปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ สิ่งเหล่านี้มีเพื่อนสมาชิกหลาย ท่านเมื่อสักครู่ก็ได้พูดถึง มันเปึนหน้าที่ของรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้อง ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของรัฐบาลที่ผ่านมา วันนี้ผมเชื่อมั่นว่า การดําเนินการของคณะรัฐมนตรีนั้นไม่ได้ดําเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญ วรรคสาม ก่อนการดําเนินการนั้นท่านจะต้องเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล และต้องรับฟังความ คิดเห็นของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ก็ได้ขึ้นมาชี้แจงในสภาแห่งนี้ อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ นะครับ ท่านจะได้ชี้แจงในประเด็นเหล่านี้ว่า แนวเดียวกับ ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช นะครับ ท่านบอกว่าข้อมูลเหล่านี้เป่ดเผยในสารบบหรือ สารสนเทศของรัฐบาล ผมถามว่ามีพี่น้องประชาชนที่เปึนคนในระดับรากหญ้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกี่คนครับ ท่านรัฐมนตรีที่เข้าถึงระบบสนเทศสามารถดูข้อมูลข่าวสารในระบบอินเตอร์เน็ต ตาสี ตาสา นายดํา นายแดง ที่สุดท้ายหากดําเนินการตามมาตรการหรือนโยบายของรัฐบาล แล้วมาก่อหนี้ผูกพันต้องรับผิดชอบร่วมกันกับพี่น้องประชาทุกคนนั้นเขาได้เข้าถึงหรือไม่ ผมพยายามฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายแล้วไม่มีส่วนไหนนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่ามีข้อมูลได้ดําเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ผมเรียนฝากท่านรัฐมนตรีที่จะมาชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมาย ผมยังยืนยัน คําเดิมนะครับท่านรัฐมนตรีและท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าความถูกต้องตาม กฎหมายต้องมาก่อนความโปร่งใส ท่านอย่าได้บอกว่าความโปร่งใสต้องมาก่อน ความถูกต้องครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประเกียรติ นะครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเพื่อไทยครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทรัพยากรของประเทศเหมือนขนมเค้กอยู่บนจาน กรีดจากอาบเหงื่อต่างน้ําของประชาชนพลเมืองของประเทศ ๖๓ ล้านคน มาวางบนจาน เพื่อที่จะให้นักการเมืองเปึนคนจัดสรร จัดสรรไม่พอนะครับอาจจะบอกว่าถลุงก็ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปญี่ปุ์นที่ผ่านมารีบร้อนเดินไปนั้นน่ะมีความจริงอยากจะบอก คนไทยเจ้าของประเทศหรือเปล่า ปกป่ดความจริงอะไรไว้หรือเปล่า ผมอ่านกรอบการเจรจา ที่ส่งมานี้มันเปึนความคับแค้นถ้าคนไทย ๖๓ ล้านคนได้อ่านเหมือนผมและเข้าใจเหมือน ผม ตรงนี้เราเปึนทาสญี่ปุ์นเงิน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในโครงการที่กําลังขอรัฐสภา เพื่ออนุมัติ ถ้าคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ที่ญี่ปุ์นจะได้กําไรจากจุดนี้ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงินเท่าไรท่านประธาน นั่นคือเราต้องสูญเสีย ฟรี ๆ ไปที่ประเทศญี่ปุ์น แต่ก็ยังมีเค้กที่จะต้องแบ่งกันในประเทศไทยอีกเท่าไรยังไม่ได้คิด ผมอยากจะกราบเรียนว่าข้อผูกมัดและเงื่อนไขเมื่อวานนี้ก็ได้พูดกันแล้ว การเจรจากับ ญี่ปุ์นก็ขอให้ระวังหน่อยนะ เงื่อนไขที่ประเทศไทยที่จะต้องแบกรับมีอะไรบ้าง อย่าไป อยู่ในภายใต้เงื่อนไขที่จํากัดจนเกินไป เอาล่ะ เรื่องดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ เปึนดอกเบี้ยถาวร เราดูเหมือนได้ประโยชน์ แต่พอกลับมาดูสิทธิต่าง ๆ หรืออภิสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เราควรจะมี กลับถูกตัดสิทธิไปหมด โครงการนี้ต้องซื้ออุปกรณ์วัตถุดิบทุกอย่างจากญี่ปุ์นหมด หรือประเทศที่ญี่ปุ์นยอมรับ แรงงานคนงานอยู่ที่ญี่ปุ์นจะตัดสินใจ เมื่อสร้างเสร็จญี่ปุ์นเปึน คนที่จะต้องมาอนุมัติเรื่องค่าโดยสาร ท่านประธานที่เคารพ ดูแล้วมันน่าเจ็บใจที่สุด ญี่ปุ์นเชิญท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศญี่ปุ์น เพื่อที่จะบีบให้ทางญี่ปุ์นมาขอสภาแห่งนี้ อนุมัติเรื่องนี้ เพราะญี่ปุ์นได้ประโยชน์ แล้วยังแถมบอกว่าถ้าอนุมัติเรื่องนี้แล้วก็จะให้กู้ เรื่องอื่น ๆ อีกต่อไป นี่คือความเจ็บช้ํา ผมว่ารถไฟสายนี้ไม่ได้ก่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความคุ้มค่าไม่มีเลยนะครับ เพราะเปึนระยะทางสายสั้น ขนคนออกจากเมืองมาสู่รังสิต ขนคนจากรังสิตเข้าไปสู่เมือง ตัวที่จะขนนี่ผมอ่านจากตัวภาษาอังกฤษเขียนว่า เปึนโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับแมส ทรานซิส ซิสเต็ม โปรเจกต์ (Mass Transit System Project) มันขนทั้งคนและสินค้า แต่ถ้าจะได้ ประโยชน์จริง ๆ รถไฟสายนี้ต้องไปถึงโน่นครับ อยุธยานะครับ ต้องไปถึงอยุธยา นวนคร ต้องผ่านครับ เพราะศูนย์อุตสาหกรรมของเราอยู่ที่โน่น เราจะได้ขนสินค้าที่เกิดจาก อุตสาหกรรมขนถ่ายได้ แต่กรณีนี้ค่ารถไฟก็อาจจะต้องแพง ในขณะเดียวกันทําคู่ขนานกับ รถไฟที่เรามีอยู่ ถ้าขนคน รถไฟชั้น ๓ เราขึ้นฟรีกันอยู่แล้ว คนก็ต้องขึ้นตรงนั้น นี่แหละคือ สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วเราจะเสียเปรียบญี่ปุ์นอย่างมหาศาล ความคุ้มประโยชน์ คุ้มค่าไม่มีสําหรับรถไฟสายนี้นะครับ ถ้าอยากจะให้คุ้มค่าคุ้มประโยชน์ต้องครบวงจรครับ ต้องทําให้ครบโครงการจึงจะคุ้มค่าคุ้มประโยชน์ ที่บอกว่าคุ้มอย่างโน้นคุ้มอย่างนี้ ผมฟัง แล้วผมก็วิเคราะห์ไม่ออก วิเคราะห์ไม่ถูกนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากสิ่งที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า เราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วเรายังเสียเปรียบญี่ปุ์นมหาศาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ธรรมาภิบาลนี่พูดกันจังในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ว่าจะต้องมีธรรมาภิบาล มีนิติรัฐนะครับ แต่ธรรมาภิบาลตัวจริงไม่ทราบว่าท่านประธาน ทราบไหม รัฐบาลทราบหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่อย่างไรก็ตามผมพอได้อ่านเรื่องธรรมาภิบาล ของประเทศอังกฤษมาบ้าง ผมก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ แล้วก็จะได้ บอกไปทางรัฐบาลว่ามันมีอะไรบ้างประกอบไปด้วยอะไร คือจริง ๆ แล้วหลักของธรรมาภิบาล แล้วข้อที่ ๑ มันคือหลักความเสียสละให้แก่สาธารณะ หลักที่ ๒ ก็คือความโปร่งใส หลักที่ ๓ ก็คือการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หลักที่ ๔ ก็คือหลักการ มีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย หลักที่ ๕ ก็คือหลักของการบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้มแข็ง และหลักความยุติธรรมที่เข้มแข็ง แต่ว่าของเรานี่นะครับ จากที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะเปึนนิติรัฐ เคยใช้ระบบนิติรัฐอย่างเข้มแข็งไหมครับ ผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีเพื่อนผมหลายคนได้พูดถึงว่ามันไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เลย แม้กระทั่งว่าได้บอกว่ารัฐบาลที่แล้วน่าจะมีการได้รับฟังความคิดเห็น ของประชาชนแล้ว แต่ความคิดเห็นของประชาชนในนี้ก็ไม่ได้ส่งมา ถ้ามีจริงก็คงต้องส่ง มาแล้วนะครับ นี่ก็คือเรื่องที่ไม่ได้ปฏิบัติตามนิติรัฐจริงจัง อะไรที่ได้ประโยชน์ก็คงจะทํา นะครับ และ

อีกอันหนึ่งในเรื่องราคาของโครงการนี้มันมากเกินไป ในภาวะปัจจุบันนี้ มากจริง ๆ เพราะขณะที่ประมูลเรื่องนี้มันอยู่ที่ราคาน้ํามันที่ ๑๕๐ ยูเอสดอลลาร์ต่อ บาร์เรล วันนี้อยู่ที่ประมาณ ๔๐-๕๐ บาทต่อบาร์เรล ราคาน้ํามันลดลงครับ เปรียบเทียบ กับสายสีม่วงประมูล ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท รฟม. ขณะประมูลราคาน้ํามันอยู่ที่ ๑๕๐ บาร์เรลต่อยูเอสดอลลาร์ พอน้ํามันลดลง รฟม. ได้ทําหนังสือถึงไจก้าบอกว่าราคา ที่เปึนธรรมและเปึนกลางที่สุดคือ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น สายสีม่วงนะครับ แต่ก็ยังมี ความพยายามที่จะไปตกลงกับญี่ปุ์นเปึน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้เหลือประมาณ สัก ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอา ๒ หารนะครับ เรื่องนี้ก็เหมือนกันคณะรัฐมนตรีน่าจะ ทําการประชุมปรึกษาหารือกันว่า การประมูลขณะนั้นอยู่ที่น้ํามัน เหล็ก ราคาที่สูงลิ่วในตลาดโลก ในตลาดที่ไหนก็สูงลิ่ว ทั้งนั้น แต่ขณะนี้เหล็กและน้ํามันลดลงมาแล้วครับ ลดลงกว่า ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ละคือถูก ญี่ปุ์นบีบให้มาจํายอมทําสัญญาเพราะเขามีกําไรมหาศาล คณะรัฐมนตรีน่าจะขอปรับ ราคานี้ลง ถ้าปรับลงได้ ผมคิดว่าปรับลงได้ไม่ต่ํากว่าหมื่นล้านบาทนะครับ แต่ก็ไม่ยอมปรับ เพราะอะไรครับ มีการเจรจากันหรือเปล่า ๓ หารหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเค้ก ประเทศไทย นอกจากคนไทยจะเอาไปเปึนประโยชน์ของตนแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อต่างชาติอีกหรือ ตรงนี้ละครับที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจ ไม่อนุมัติโครงการนี้

อีกประการหนึ่งเมื่อวานนี้พูดไม่จบ อยากจะเหลือเวลาไว้สักเล็กน้อย อยากจะถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเหมือนกัน เรื่องที่ว่าจะต้อง ๑. จะต้องขายทรัพย์สินของประเทศ ๒. กู้ ๓. ขึ้นภาษีที่จะมีรายได้ในภาครัฐเพื่อที่จะมาใช้ จ่ายเปึนเม็ดเงินในเครื่องยนต์เครื่องที่ ๔ ที่ผมพูดไว้เมื่อวานนี้ ผมขอแม้กระทั่งเมื่อเช้านี้ ผมไปกราบเรียนถาม ฯพณฯ พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ว่าทองคําที่เปึนรีเซิร์ฟ (Reserve) ของ เราสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีประมาณ ๙๒ ตัน ทองคํานะครับ ฝากไว้ที่ฟอร์ดน็อค ที่ประเทศอเมริกา ทองคําตรงนั้น เที่ยวที่ท่านเปึนรัฐมนตรีผมก็เคยไปถาม ท่านก็บอกว่า ยังมีอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ในลักษณะใด ผมก็จึงอยากจะถาม ฯพณฯ กรณ์ จาติกวณิช เหมือนกันว่า ท่านค้นหาได้ไหมทองคํา ๙๒ ตันนี่ ผมรู้ด้วยนะว่า ๙๒ ตันเปึนซีรีส์ นัมเบอร์ (Series number) ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเอาทองอื่นมาแทนที่ได้ ตรงนี้ถ้าเราเอาไปขาย วันนี้ ไม่ใช่สมบัติชาตินะครับ ทองสมัยนั้นเอาไว้ทําเปึนรีเซิร์ฟ แต่ทุกวันนี้ไม่จําเปึน ทุกวันนี้เราใช้ทรัพยากร ใช้ จีดีพี ใช้ตะกร้าเงินเปึนเรื่องรีเซิร์ฟนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรา สามารถที่จะเอาทอง ๙๒ ตันมาขายนี่เราจะได้เงินเท่าไรรู้ไหมครับ ๙๒ ตันนะครับ ตันหนึ่งก็มี ๑,๐๐๐ กิโลกรัม กิโลกรัมหนึ่งมี ๓๒.๑๔๘ ออนซ์ ผมทราบว่าราคาทองคําอยู่ ที่ออนซ์ละประมาณ ๑,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ ท่านลองเอา ๑,๐๐๐ คูณประมาณ ๓๕ และ คูณเปึนตัวเลขออกมาผมคูณให้คร่าว ๆ จะได้เงิน ๒ ล้าน ๘ แสนล้านบาท ค้นหาได้ไหม ครับ ทองคําก้อนนี้อยู่ที่ไหน ใครเก็บ หรือมีหรือไม่มี ชี้แจงต่อประชาชนให้รับทราบได้ไหม เพราะทองคํานี้ความจริงคือมันมี แต่มันมีอยู่ที่ไหน อยากจะขอให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ค้นหาหน่อยได้ไหมครับ เพื่อที่จะเปึนประโยชน์กับประชาชนตาดํา ๆ ที่ไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนี้ ให้เขารู้เขาเห็นเกิดความกระจ่างเสียว่าประเทศไทยนี้ยังมีทรัพย์สิน ที่สามารถที่จะขายเปลี่ยนเปึนเงินมาช่วยเศรษฐกิจชาติได้นะครับ ถ้าหากว่าสามารถที่จะ ทําได้ผมก็จะขอขอบพระคุณ แล้วก็จริง ๆ แล้วถ้าได้จริงเรื่องนี้ไม่ต้องอาศัยเงินกู้จาก ต่างประเทศ ไม่ต้องไปถูกบีบจากรัฐบาลญี่ปุ์น อย่าไปเปึนทาสรัฐบาลญี่ปุ์นอีกต่อไปเลย ผมขอร้องครับ ขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ในเรื่องของกรอบที่จะไปเจรจาเพื่อกู้เงินจากประเทศญี่ปุ์นที่เรากําลัง พูดกันอยู่นี่

-๑๖๖/๑

ประการแรก ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าผมไม่เห็นด้วย ที่ไม่เห็นด้วยเปึนเรื่องใหญ่ไม่มีเวลาพูด มันเปึนความเชื่อ ท่านเชื่อในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ที่ท่านเรียนมาจากตะวันตก ผมเชื่อและมุ่งมั่นและเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าถ้าจะกอบกู้ ประเทศไทยวันนี้ต้องใช้ทฤษฎีพอเพียงอย่างที่ในหลวงท่านตรัสไว้ ไม่ใช่ว่ากล่าวถึงเฉย ๆ แล้วเวลาทําก็สวนทางกันหมด เหมือนที่กําลังทําอยู่วันนี้ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจา ที่กําลังจะพูดกันนี้ก็คือขอกู้เงิน ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อป้ ๒๕๕๐ ครม. ชุดก่อนอนุมัติ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวนมาก ในขณะที่น้ํามัน เหล็ก อะไร ลงวินาศสันตะโร แต่ว่า ครม. ชุดนี้มีความเชี่ยวชาญเก่งกาจมาก สามารถใช้หลักเหตุผล อธิบายแล้วเพิ่มงบประมาณได้ ก็ไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ท่านประธาน ครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่านอกจากผมไม่เห็นด้วยในหลักการ หลักทฤษฎี ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้แล้ว ผมยังไม่เห็นด้วยในการที่จะเอามาทํารถไฟฟัาหรือ รถไฟชานเมือง สายบางซื่อ-รังสิตที่เสนออยู่นี้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่า วันนี้พี่น้องประชาชนชานเมืองสะดวกสบายครับ แล้วท่านย้ายสนามบินดอนเมืองออกไป ทางเส้นนี้โล่งเลยครับ โล่งจนมีชาวบ้านมาประท้วงบอกต่อไปการจราจรแถวนี้มันจะโล่ง มาก นี่ท่านเลิกสนามบินไปแล้ว ทางด่วนก็มี ๓-๔ เส้นทางระบายคนออกไป ไม่มีเหตุผล ถ้าใช้สติปัญญาคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะสร้างรถไฟสายนี้ แล้วไม่มี ความเร่งด่วนด้วย อย่ามาบอกว่าประเทศญี่ปุ์นเขาจะป่ดงบประมาณเดือนมีนาคม นี่ไปเปึนสาขาของประเทศญี่ปุ์นตั้งแต่เมื่อไรรัฐบาลชุดนี้ เขาจะป่ดก็ป่ดไป เราเอา งบประมาณของเรา หรือว่าป้หน้าเขาไม่มีองค์กรนี้เขาจะยุบใช่ไหม นี่อย่ามาอ้างเหตุผลนี้ แล้วขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มีวุฒิภาวะในการตอบผม หน่อย อย่ามาตอบว่าให้ผมไปถามรัฐบาลชุดที่แล้ว ทุกคนอนุมัติวันที่ ๑๑ คนที่เปึน ครม. อยู่ต้องรับผิดชอบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ทําเหมือนเด็ก ชี้ไปว่าให้ผมไปถามรัฐบาล ชุดก่อน ขอความกรุณาเถอะครับ นี่ผมเตือน ต่อไปผมจะด่าถ้าไม่ฟัง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าจะสร้างรถไฟจริง ๆ ทําไมท่านไม่สร้างสายอีสาน-กลาง บ้านผมยังไม่มี จากชุมทางบ้านไผ่ไปจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม รถไฟธรรมดาเขายังไม่มีเลยประชาชนประเทศไทยด้วยกัน ทําไมท่าน ไม่สร้างก่อน ระบบรถไฟที่ลําเลียงไปปกติ แล้วทําไมท่านมาคิดถึงแต่ประชาชนชานเมือง วันนี้ถ้าพูดกันจริง ๆ ถ้าพูดเรื่องทางรถไฟมันต้องไปสายนั้น แต่ถ้าผมทําได้ วันนี้ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมไม่ทําเลย ผมจะทําถนน ปลอดฝุ์นซึ่งกรมทางหลวงชนบทนี่ ขณะนี้พี่น้องผมต้องกินฝุ์น ๒๔ ชั่วโมง อยู่หลาย หมู่บ้านในชนบท ท่านโสภณก็มาจากชนบททําไมท่านลืมชนบทไปแล้ว ทําไมไม่ทํา ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ครึ่งเดียว ครึ่งเดียวของ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท คนชนบทคุณภาพ ชีวิตในโครงสร้างพื้นฐานเรื่องถนน เรื่องเหล่านี้เขาก็ต้องการความสะดวก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านด้วยความจริงใจว่าถ้ามีโอกาสถ้าจัดได้ เงิน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท จํานวนมหาศาลมาก ทําไมไม่ดูแลชีวิตโครงสร้างในชนบท เรื่อง ถนนปลอดฝุ์น ถนนลาดยางคอนกรีตก็ได้ เชื่อมทุกหมู่บ้าน วันนี้ อบต. รอเงินอยู่ทุก อบต. จัดลงไปนี่ กู้ไปหรือว่าเขาไม่ให้กู้ เพราะว่าต้องไปผูกพันกับซื้อรางรถไฟกว้าง ๑ เมตร มันเปึนของที่เขาเหลืออยู่เขาต้องขายหรือเปล่า พอยืมมาปุ็บเขาต้องได้ ท่านประเกียรติ พูดว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เกือบทําลาดยางทั่วประเทศไทยได้ ทั้งหมด ทําไมไม่ทํา นี่คือสิ่งที่ผมให้เหตุผลว่าผมไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าบอกว่าถ้าไม่เอาเงินมารัฐบาลไม่มีเงิน ประชาชนจะอยู่ไม่ได้ ภายในระยะเวลาสั้น ต้องไปกู้เขามา รีบเอาเงินใส่ลงไป ไม่จริงครับ ผมรับรองว่าคนที่จะ ตายก็ตาย แต่ว่าถ้าไม่กู้เงินนี้คนที่จะตายก็ตาย คนที่จะไม่ตายก็ไม่ตาย ไม่ได้เปึน เพราะว่าไม่มีทางสายนี้แล้วบ้านเมืองจะเดือดร้อน ไม่ใช่ แล้ววันนี้มันอยู่ในภาวะวิกฤติ ท่านพูดใช่ไหม รัฐบาลก็พูดใช่ไหม ท่านบอกว่าท่านกําลังบริหารเศรษฐกิจในภาวะวิกฤติ อย่างยิ่ง แล้วในภาวะวิกฤติอย่างยิ่งท่านจะยืมเงินตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทเอามาใส่อย่างนี้หรือครับ เอามาใส่เพื่อให้คนนั่งรถไฟเร็วขึ้นอย่างนี้หรือครับ มันไม่เหมาะสมในการที่จะใช้บริหารงบประมาณ จริงอยู่เปึนเงินกู้ ผมถามท่านจริงๆ เถอะครับ ถามผ่านท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีอันดับ ๑ ไม่ได้อยู่ก็ตาม ท่านต้อง ฟังอยู่ อันดับ ๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันดับ ๓ ท่านที่นั่งอยู่ ท่านโสภณ น้องรักผม เปึนครูมาแต่ก่อน ผมก็เปึนครูกับท่าน ท่านเก่งจริง ๆ พอมานี้ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนี่เก่งมาก นอกจากเสนองบประมาณโครงการเดิมได้ มากกว่าแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็เอาตามหมด นี่ครับผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่า สิ่งที่ท่านกําลังทํานี้มันไม่ใช่ความเร่งด่วนอะไร ในภาวะวิกฤติถ้ายืมเงินมาได้ทําไมไม่ใส่ ลงไปกับคนที่เขาเดือดร้อน ทําไมไปใส่เพื่อให้คนนั่งรถไฟเร็วขึ้นอะไรอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่ รถยนต์ก็จะสะดวกขึ้นอย่างที่ผมอภิปรายมาแล้ว ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามจริง ๆ ถามผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีที่นั่งเปึนคณะอนุมัติเรื่องนี้ ผมถามด้วย ความเคารพแล้วตอบผมด้วยความจริงใจหน่อย ถ้าบอกว่าโครงการนี้มันคุ้มค่าทาง เศรษฐกิจ จําเปึนเร่งด่วนมหาศาล ผมในฐานะที่เปึนรัฐบาลถ้ายึดอํานาจจากท่านได้วันนี้ ผมจะถามท่านให้คณะท่านไปกู้ แล้วเอาสมบัติของท่านมาค้ําประกัน ท่านจะทําไหม โครงการนี้ คณะรัฐมนตรีทุกคนเอาไปกู้เลย เอาสมบัติของพวกท่านมา ไม่ต้องเอา ประชาชนของผมไปค้ําประกัน ท่านจะกู้ไหมผมถามจริง ๆ เถอะ ท่านไม่กู้ ท่านกู้มาทําไม ประชาชนเดือดร้อนอยู่ทุกหย่อมหญ้า จะเดินทางในชนบทแถวเขตเลือกตั้งผม ในชนบท ท่านเหมือนกัน บางตําบลหลายตําบลไม่มีทางที่ปลอดฝุ์น เปึนฝุ์นแดงอยู่ ทั้งหมด ในชนบท แล้วท่านทําไมไม่มองเห็น หรือจะให้คนในชนบทลุกขึ้นมาทั้งประเทศท่านถึงจะ มองเห็น นี่ท่านมาเล่นสร้างรถไฟวิ่งให้มันเร็วขึ้นแค่นั้น เอามาอ้าง ไม่ใช่หรอกครับ อย่ามา อธิบายเลยครับ ไม่ใช่เรื่องจริงละครับ แล้วประโยคที่ท่านเขียนมาเปึนร้อยแก้วนี่ เขียนที่จะ ให้ผมเห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วยละครับ แล้วผมท้าเลย รัฐมนตรีทั้งหมด คณะทั้งหมดนี่เป่ดเลย ไฮด์ ปาร์ค (Hyde Park) เลย ประชาชน ผมคนเดียวนี่ ผมอธิบายแล้วประชาชนต้องลงมติ ไม่เห็นด้วย ไหนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ใช่ไหม ขอทวน หน่อย ทบทวนหน่อย พรรคประชาธิปัตย์ประชาชนต้องมาก่อนใช่ไหม จะไปกู้เรื่องนี้ ประชาชนรู้สักคนหรือยัง ทําไมไม่ประชาพิจารณ์ อย่ามาอ้างนะว่ารัฐบาลก่อน ประชาพิจารณ์แล้ว ถ้าประชาพิจารณ์แล้วเอามาสิหลักฐานเอามาให้ผม เราพูดวันนี้ความ รับผิดชอบต้องเกิดวันนี้ ไม่ใช่พูดเหมือนเด็ก บอกถามวันนี้ให้กลับไปถามรัฐบาลก่อน วันนี้ คุณไม่เปึนรัฐบาลหรืออย่างไร ถ้าคุณเปึนแล้วรัฐมนตรีแต่ละคนอย่าพูดอย่างนี้อีกนะ ผมบอกให้ ต้องพูดด้วยความรับผิดชอบ ท่านประธานครับ เวลา ๑๐ นาทีของผมหมด นะครับ แต่ว่าเหลืออีก ๕ นาทีของท่านชวลิตนะครับ ที่โอนมาให้ท่านประเกียรติไม่ใช้แล้ว ให้ผมใช้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ของท่านประเกียรติใช้ไป แล้วนะครับที่โอนเมื่อสักครู่นี้

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ด้วยเหตุด้วยผล แล้ว ในภาวะที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ชนบทยังเต็มไปด้วยฝุ์น ตลบอบอวล ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นท่านไม่ทํา ท่านไม่ทํา วันนี้ผมไม่ได้ว่าไม่ได้อิจฉาคนอยู่ชานเมือง เพราะเขาสะดวกมากอยู่แล้ว รถยนต์ก็วิ่ง สบายอยู่แล้ว ทางด่วนรถยนต์วิ่งสบายสะดวกมาก ท่านประธานครับ แต่พี่น้องประชาชน ในชนบทของกระผมขอถนนลาดยางเชื่อมทุกหมู่บ้านยังไม่มีโอกาสเลย เพราะฉะนั้น ผมพูดไว้นะครับ ถ้าพูดว่าคิดถึงคนชนบทนี่อย่าสักแต่พูด โครงการแบบนี้ไม่ใช่มาก่อน ทําให้นั่งรถไฟได้เร็วขึ้นนี่ไม่ใช่เรื่องจําเปึนกว่าคนที่กินฝุ์นอยู่ในหมู่บ้านอยู่ในชนบท ทุกวัน ๆ ขอบคุณมากครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญ ท่านชมภูนะครับ

นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองจะใช้ เวลานิดเดียวค่ะ เพราะว่าสมาชิกทุกท่านนั้นก็ได้ชี้ประเด็นหลาย ๆ อย่างที่เปึน ข้อบกพร่องของรัฐบาลในการเสนอโครงการทําระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงนี้ค่ะ ตัวดิฉันเองในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางภาคอีสานค่ะท่าน หลาย ๆ ท่าน อย่างเช่น ส.ส. ทางลําพูนก็พูดถึงเรื่องปัญหาและความเดือดร้อนของภาคเหนือ ตัวดิฉัน เองก็อยากจะพูดทางภาคอีสานบ้างนะคะ ตามที่รัฐบาลได้ทําเสนอกรอบกู้เงินทางรัฐบาล ญี่ปุ์น ตัวดิฉันเองนี่ขอสนับสนุนเหมือนกันค่ะแต่ว่าโครงการใหญ่ ๆ เมกะโปรเจกต์ใหญ่ ๆ อย่างนี้ทางภาคอีสานในสภาแห่งนี้มี ส.ส. มากที่สุดในรัฐสภาแห่งนี้ค่ะ แต่ว่าโครงการ ใหญ่ ๆ ภาคอีสานนั้นไม่เคยได้รับ ได้รับก็น้อยค่ะท่านประธาน โครงการของสายไฟฟัา โครงการระบบไฟฟัาสายสีแดงนี่ค่ะก็จะเปึนการพัฒนาและก็ดูแลความเดือดร้อนของ พี่น้องชุมชนในชุมชนเมือง ตัวดิฉันเองในชุมชนชนบทนะคะ ตัวดิฉันเองนั้นก็น้อยใจกับ ประชาชนที่อยู่ทางภาคอีสานของเราไม่เคยได้รับระบบในโครงการใหญ่ ๆ อย่างนี้เลย นะคะ ตัวดิฉันเองอยากพูดถึงประเด็นในความเดือดร้อนที่ทางภาคอีสานของเราที่ได้รับ ความเดือดร้อน อย่างเช่น ท่าน ส.ส. ที่พูดเมื่อสักครู่นี้พวกเราเดือดร้อนเรื่องถนนค่ะ เรา ได้รับฝุ์นตลบตลอด ถ้าท่านมาหารในเงินที่ยืมมานี่นะคะแล้วไปทําระบบถนนไร้ฝุ์นที่ทาง รัฐบาลที่ผ่านมาเขาทําเสนอโครงการไว้นะคะ แล้วจะทําให้แก้ไขปัญหาและประชาชน ทั่วประเทศก็จะได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดและเขาก็จะยอมรับอย่างน่าหน้าชื่นตาบานที่จะ เปึนหนี้ร่วมกับทางรัฐบาลที่ได้เสนอไว้นะคะ

อีกประเด็นหนึ่ง ตัวดิฉันเองอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล ที่มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่จะมีส่วนร่วม ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการมีส่วนร่วมที่จะอนุมัติเงินครั้งนี้นะคะว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ดิฉันขอสนับสนุนท่าน ส.ส. ฐิติมา ฉายแสง ที่ได้พูดใน รัฐสภาแห่งนี้ว่าปัญหาในการที่จะปฏิบัติงานที่จะอนุมัติงบประมาณโครงการอะไรต่าง ๆ ก็ตามนะคะ หลาย ๆ ท่านก็พูดเหมือนกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทํางานเราจะต้องให้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการที่จะอนุมัติเงินแล้วก็รู้เห็นทุกครั้งไปนะคะ ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อสักครู่ท่านก็ตอบไปแล้วว่าให้ทาง ส.ส. ฝ์ายค้านได้ ถามอดีตรัฐมนตรี ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ว่าตอบสิว่าได้ขอความคิดเห็นจากทางประชาชน หรือยัง แต่ว่ารัฐบาลปัจจุบันของพรรคประชาธิปัตย์นะคะท่าน แล้วก็ปัจจุบันท่านได้ทําหรือยัง ถ้าทําเหมือนท่านขจิตรพูด ก็อยากจะขอหลักฐาน เหมือนกัน ประชาชนต้องรับรู้แล้วก็รับทราบ แล้วก็ได้มีส่วนร่วมในการอนุมัติเงินที่จะกู้ยืม ตรงนี้ด้วยนะคะ ตัวดิฉันเองในฐานะอยู่ในเขตชายแดนในเขตภาคอีสานตอนบนนี่คะท่าน มีความเดือดร้อนเรื่องเกี่ยวกับผูกพัน ดิฉันเองผูกพันกับระบบน้ําโขง ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนนั้น เรื่องการแก้ไขปัญหาทําเขื่อนปัองกันตลิ่ง แก้ไขปัญหาเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในการเสียดินแดน บ้านเรือนที่อยู่ริมโขงพลัดตกหายไปกับแม่น้ําโขงได้รับ ความเดือดร้อน รัฐบาลไหนก็ตาม ตัวดิฉันเองเปึน ส.ส. ใหม่ค่ะท่านประธาน เสนอหารือ ประมาณ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้งแล้วค่ะ แต่งบประมาณสมัยที่แล้ว ตัวดิฉันเองนี่ค่ะก็อนุมัติไปแค่ ๖-๗ โครงการแค่นั้น เหลืออีกมากมายที่รัฐบาลยังไม่ได้ดูแล ก็ขอฝากทางรัฐบาลนะคะว่า การอนุมัติกู้ยืมเงินของใครก็ตาม ประเทศญี่ปุ์นนี้ก็ตามนะคะ แต่ขอให้กระจายเงิน งบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนทั่วทั้งประเทศค่ะ ไม่ใช่ว่ากระจุกอยู่แค่ชุมชนเมืองแค่ นั้นค่ะ ดิฉันก็ฝากด้วยขอบคุณมากค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ เมื่อสักครู่ที่ตกลงกัน ไว้ว่าท่านชมภู ท่านสุดท้ายแล้ว จะมีคนขออภิปรายอีกไหมครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมขอสิทธิหน่อยนะครับท่านประธาน เพราะว่าผมไม่ได้พูด ชุดที่แล้ว ผมก็ไม่ได้พูด อันนี้ผมไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลยนะครับท่านประธาน มันเหลืออยู่ ไม่กี่คนนะครับท่านประธาน เพราะว่ามันก็เหลือไม่กี่คนท่านประธานก็ให้พูดแสดง ความคิดเห็น ผมว่าเรื่องเงินกู้มันเรื่องสําคัญครับ เรื่องถัดต่อไปนี่ผมว่าคนพูดไม่มากครับ ท่านประธานเรื่องถัดต่อไปนี่ แต่เรื่องนี้มันสําคัญกับประเทศนะครับ เราไปกู้เงินเขา นะครับ ฝากท่านประธานพิจารณาครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ขอรัฐมนตรีชี้แจง ก่อนครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใคร่กราบเรียนต่อท่านประธานและรัฐสภาแห่งนี้ ก่อนที่กระผมจะได้ตอบคําถามของ ท่านสมาชิกรัฐสภา กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานได้ทราบถึงความกังวล จากที่ฟังการอภิปรายในกรอบที่หนึ่งเมื่อวานนี้ อยากกราบเรียนนะครับว่าเมื่อวานนี้เราขอ กรอบการเจรจากู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็โครงสร้างพื้นฐาน หลายท่านก็เปึน ที่กังวลว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ดูแลคนชนบทก็พูดกันไปถึงเรื่องภารกิจของกระทรวงคมนาคม ก็คือถนนที่ท่านบอกว่าถนนปลอดฝุ์น วันนี้รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ให้ความสําคัญเรื่องถนน แต่ได้เปลี่ยนจากถนนปลอดฝุ์น เปึนถนนไร้ฝุ์น คนก็ถามอีกว่า เอ๊ะ แค่ปลอดฝุ์น ไร้ฝุ์น มีความหมายเปึนลักษณะของโครงการ คือโครงการของถนนไร้ฝุ์นที่รัฐบาลชุดนี้ที่จะได้ ทําขึ้นให้แก่พี่น้องประชาชนในชนบท คือเปึนการเชื่อมโครงข่ายถนนที่มีอยู่แล้วระหว่าง ตําบล อําเภอไปยังทางหลวงแผ่นดินก็อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เพราะฉะนั้นวันนี้เงินที่ท่านอนุมัติให้รัฐบาลไปเจรจาขอกู้ในกรอบวงเงินที่ท่านได้อนุมัติ ไปแล้ว ได้ลงมติไปเมื่อคืนนี้ เงินส่วนนั้นละครับที่จะกลับมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนใน เขตชนบทที่ท่านจะได้รับอานิสงส์จากรัฐสภาแห่งนี้ครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่าน นะครับที่ท่านมีส่วนที่จะช่วยให้ภารกิจของกระทรวงคมนาคมที่จะบําบัดความเดือดร้อน ในเรื่องถนนไร้ฝุ์น ซึ่งต่างจากที่เราจะไปลาดยางในถนนหมู่บ้าน ซึ่งในอดีตที่เราเรียกว่า ถนนปลอดฝุ์น เพราะฉะนั้นต้องขอกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้โดยภารกิจของ กระทรวงคมนาคมไม่ได้ทอดทิ้ง ไม่ได้ละเลยในภารกิจที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในชนบท คือถนนไร้ฝุ์นที่เราจะทําในอนาคต โดยใช้เงินที่จะได้จากกรอบการเจรจาในขั้นที่อนุมัติ ไปแล้ว อันนี้ขอกราบเรียนนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาได้ทราบนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ท่านทั้งหลาย ตามที่ผมฟังการอภิปรายของทุกท่าน ล้วนเห็นด้วยกับประโยชน์ที่จะให้มีโครงการรถไฟฟัา สายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน บางซื่อ-รังสิต ทุกท่านเห็นด้วย ก็มีบางท่านผมขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาว่าผมจะไม่เอ่ยนามสมาชิกท่านใด เกรงว่าจะเปึน ผลกระทบ ท่านทั้งอภิปรายสนับสนุนและอภิปรายที่เห็นแย้ง ก็ไม่เปึนไร ครับ เปึนหน้าที่ที่ ผมจะต้องกราบเรียนชี้แจง ส่วนที่ท่านไม่เห็นด้วยว่า โครงการนี้ไม่มีประโยชน์ โครงการนี้ ไม่เปึนประโยชน์ ไม่เปึนโครงการที่เร่งด่วน ผมกราบเรียนนะครับว่า โครงการนี้ไม่ได้ เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ โครงการนี้ดําริเมื่อป้ ๒๕๔๘ ก็ไปจบลงตอนป้ ๒๕๕๐ โดย ในรัฐบาลชุดนั้นได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ประมาณที่ท่านสนใจนะครับ ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท ซึ่งกรอบวงเงินตอนนั้นแบบก็ยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีแบบเลยครับ เพียงแต่ ครม. ได้อนุมัติ กรอบให้ไปสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางชื่อ-รังสิต อนุมัติกรอบกว้าง ๆ ไว้ อย่างนี้นะครับ โดยให้ไปทํางานโยธาและระบบไฟฟัา วันนี้หลังจากนั้นแล้ว ทาง รฟท. คือ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้มาจัดทําแบบ เมื่อทําแบบเสร็จแล้ว ซึ่งเปึนตามข้อเท็จจริง นะครับ เมื่อทําแบบเสร็จแล้วท่านทั้งหลาย ผมจะลําดับให้เห็นว่าผมอธิบายแค่ว่าแพงแค่ นั้น วันนี้ที่มีคนสงสัยว่า มันแพง ผมจะอธิบายให้ท่านฟังว่า กรอบที่อนุมัติคราวที่แล้ว ๕๙,๘๘๘ ล้านบาท วันนี้กรอบมาเปึน ๖๕,๑๘๘ ล้านบาทก็ต้องขอบคุณละครับที่มีคนชม ว่าผมอภิปรายให้คนได้เห็นด้วยว่า เพิ่มวงเงินได้ ต้องขอบคุณนะครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ คือ วงเงินตอนนั้น แบบยังไม่เรียบร้อย เมื่อแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เขาก็ทําแบบเสร็จ เรียบร้อยก็ไปคิดราคาเปึนที่เรียกว่า ราคาต่อหน่วยหรือ ยูนิต คอสท์ (Unit Cost) ก็ได้ วงเงินโดยประมาณการขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ นะครับ โดยราคาน้ํามันขณะนั้น เหล็กขณะนั้น ได้วงเงิน ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท จึงเปึนเหตุเพิ่มวงเงินมา ๖๕,๑๔๘ ล้านบาท ท่านที่เคารพครับอธิบายต่อไปอีกว่า ท่านที่ยังสงสัยว่าโครงการนี้ไม่ควรทํา ไม่ควรทํา อย่างไรครับ โครงการนี้เขาสร้างแล้ว เขาสร้างโครงการรถไฟฟัาบางซื่อ-ตลิ่งชัน โครงการนี้ จะสมบูรณ์แบบใช้เกิดประโยชน์ก็คือ ทําบางซื่อ-ตลิ่งชัน กับ บางซื่อ-รังสิต ในขณะนั้น รัฐบาลที่แล้วก็ไปดําเนินการก่อสร้างบางซื่อ-ตลิ่งชัน แต่ไม่ได้พูดถึงระบบรถเอาไว้ ว่าท่าน จะเอารถจากไหนมา ไม่ได้ตั้งงบประมาณซื้อรถเอาไว้ ฉะนั้นจึงเปึนเหตุว่าเมื่อเราทํา โครงการเสร็จเรียบร้อยนะครับ เมื่อทําโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เสนอเงินกู้ การกู้ ไจก้าก็ไม่ได้กู้โดยดําริของรัฐบาลชุดนี้ ก็รัฐบาลที่แล้วก็ดําเนินการขอกู้ไจก้ามา ไจก้า เขามาประเมินโครงการ เขาก็มีข้อเสนอแนะซึ่งร่วมกันก็เห็นชอบร่วมกันว่า ๑. คุณไม่ตั้งงบ ซื้อรถไฟไว้เลย เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเอารถจากไหนมาวิ่ง บางคนบอกว่า สร้างเสร็จแล้ว ค่อยไปซื้อระบบตู้ เดี๋ยวก็ไปโดนล็อก เพราะรางมันสร้างเสร็จแล้ว ระบบสร้างเสร็จแล้ว ก็จะไปโดนข้อหาล็อกสเปกอีก ฉะนั้นวันนี้จึงไปพร้อมกัน จึงเกิดเหตุให้มีการเพิ่มวงเงินให้ ซื้อรถไฟนะครับ ซื้อรถไฟซึ่งเพิ่มวงเงินออกมาเปึนที่ผมจะต้องกราบเรียนว่า ให้มาเพิ่ม ทั้งสอง ซึ่งบางซื่อ-ตลิ่งชัน ไม่ได้เพิ่มวงเงินซื้อรถตู้ไว้เลย เปึนงานซื้อรถตู้ไฟฟัาจากบางซื่อ- รังสิต ๖,๕๖๐ ล้านบาท อันนี้กรอบเก่าไม่ได้ตั้งเอาไว้ แล้วก็งานตู้รถไฟฟัาจากบางซื่อ-ตลิ่งชัน อีก ๓,๘๔๐ ล้านบาท เปึนวงเงิน ๑๐,๔๐๐ ล้านบาท เงินตัวนี้ละครับที่บ่งบอกว่ามันเกิน แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ที่เกินมาก็คือ อยากกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า เมื่อญี่ปุ์นมาดูการอพยพผู้คน เขาก็บอกว่า ไจก้าเขาก็มีความกังวลแล้วก็มีเงื่อนไขว่าต้อง อพยพผู้คนไปในคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะที่ประเมินโครงการนี้มีผู้บุกรุก ๗๐๐ ครอบครัว แต่พอทําจริง ๆ นะครับ ผู้บุกรุก ๑,๒๐๐ กว่าครอบครัว เงินที่ตั้งไว้ขณะนั้น ๒๕ ล้านบาท พอเอาจริง ๆ ก็เปึนเงิน ๑๐๕ ล้านบาท ฉะนั้นตัวเงินที่โป์งมาที่ท่านสมาชิกบอกว่าผมมี ความสามารถอะไร จึงไม่ใช่ มันเปึนไปตามข้อเท็จจริงว่าเราซื้อตู้รถ เราไปเพิ่มชดเชย อพยพผู้คนให้ที่ได้รับความเดือดร้อนออกไปให้อยู่ในคุณภาพที่ดี ฉะนั้นผมก็ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานรัฐสภาว่าวันนี้โครงการนี้ที่จะสําเร็จได้ก็มันเริ่มต้นมาจากหลายรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้มาแก้ แก้คือ ๑. ต้องไปดูเรื่องรถ ทําเสร็จแล้วท่านที่เคารพครับ ซึ่งผมก็ ไม่อยากเอ่ยในเรื่องงานในอดีต เพราะว่าเมื่อผมมารับผิดชอบตรงนี้ ผมปฏิเสธ ความรับผิดชอบ ไม่ว่าเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ เรื่องอะไรทั้งหลายที่ท่านสงสัยก็จะอธิบาย ในอนาคต ฉะนั้นสิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาด้วยความเคารพว่า เรื่องการรับฟังความคิดเห็น ท่านที่เคารพครับ รัฐบาลชุดนี้ได้ทําถูกต้องตามกระบวนการ กฎหมายครอบคลุมทุกอย่างถูกต้อง แต่ว่าจะครอบคลุมหรือไม่นั่นต้องไปดูที่ข้อกฎหมาย รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทําผิดกฎหมายครับ ถูกต้องรัฐธรรมนูญทุกอย่าง แต่จะให้ครอบคลุม ประชาชนทุกคน รัฐบาลไม่ปฏิเสธครับ สภาเราต้องมาดูครับ ต้องมาแก้ไข เราต้องไปดูว่า กฎหมายลูก การรับฟังความคิดเห็นจะให้ดําเนินการถึงขั้นไหน เราต้องออกกฎหมายลูก ขึ้นมานะครับ ฉะนั้นเรื่องอนาคตต่อไปรัฐสภาแห่งนี้ต้องแก้ไขอันนี้นะครับ สิ่งที่ต้อง กราบเรียนต่อท่านผู้มีความห่วงใยเรื่องราง เรื่องรางท่านสมาชิกรัฐสภาได้พูดไว้เมื่อคืน ก็ต้องกราบขอบคุณท่านนะครับ ท่านสงสัยว่าทําไมไม่ให้มันเปึนสแตนดาร์ด (Standard) ซึ่งเปึนราง ๑ เมตรกว่า ๆ ซึ่งทั่วโลกเขาใช้ แล้วท่านเกรงว่าถ้าเราทําราง ๑ เมตร จะเปึน การโบราณ ความหมายก็คือโบราณ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ เราต้องการรถไฟชานเมือง เราอยากเชื่อมกับรถไฟที่มีแล้ว ณ ปัจจุบัน วันนี้ถ้าเราทํารางรถไฟเหมือนแอร์พอร์ต ลิงค์ เราเชื่อมใครไม่ได้เลย เพราะรถไฟที่มีอยู่ขณะนี้รางรถไฟที่มีอยู่ในประเทศขณะนี้คือ ๑ เมตร ต่อไปเราก็จะเอารถไฟที่มีอยู่ที่ทําวิ่งยกขึ้นข้างบน ก็จะแก้ไขปัญหาการจราจร ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่ได้ล็อกสเปก เพราะว่ามีผู้ที่ใช้รถไฟราง ๑ เมตร อยู่ทั่วโลกประมาณ ๓๐ กว่าประเทศ แล้วก็เปึนเรื่องที่ผมต้องกราบเรียนต่อ ท่านประธานรัฐสภา ต่อท่านสมาชิกว่าท่านก็ต้องดูต่อไปว่าการดําเนินโครงการจะเปึนไป อย่างโปร่งใส นั่นท่านต้องดู เรื่องอนาคตอย่างที่ผมกราบเรียนต่อรัฐสภาแห่งนี้

ส่วนเรื่องที่อันนี้ผมต้องตอบ เพราะว่ามีคนสงสัยเรื่องสายสีม่วงหรืออะไร ทั้งหลาย ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นนี้ ทําไมขณะนี้ เพราะมันเกี่ยวกันว่าวงเงินเดิมกรอบวงเงิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ครม. ไปอนุมัติ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้มีผู้ยื่นซองที่กําลังเจรจา กันอยู่อย่างที่ท่านเอ่ยว่า ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท หมื่นอะไรทั้งหลายที่ทั้งสมาชิกที่ฝ์ายรัฐบาล หรือฝ์ายค้านที่สงสัย ผมก็อยากเรียนอย่างนี้นะครับ ขั้นตอนสายสีม่วงนี่เกินที่รัฐบาลจะ ไปขอลดกรอบวงเงิน มีแล้วในอดีตครับ ในอดีตเราไปขอลดกรอบวงเงินหลังจากที่ ผู้รับเหมายื่นซอง จึงเปึนเหตุให้ ป.ป.ช. ชี้มูลอยู่ขณะนี้ กําลังสอบสวนอยู่ขณะนี้ ฉะนั้นวันนี้หน้าที่ของกระทรวงคมนาคมคือไปเจรจาลดให้เปึนไป ตามราคาที่เปึนจริงอยู่ขณะนี้ จึงเปึนหน้าที่ของผมนะครับที่จะดําเนินการอยู่ ณ ขณะนี้ นะครับ ก็ต้องดูกัน ถึงแม้นว่าทางประเทศญี่ปุ์นเองจะไม่เจรจา แต่เราก็ขอที่จะให้เปึนไป ในราคาตามความเปึนจริง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาว่า โครงการอะไรทั้งหลายทั้งปวงที่รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการขึ้นมา ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ความดีนี้ก็ไม่ใช่ว่ามาเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่มันมาสําเร็จ ในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลชุดก่อนก็ได้ดําริมา สิ่งไหนที่เปึนปัญหารัฐบาลชุดนี้ก็แก้ไขนะครับ ที่จะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน กราบขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เนื่องจากมีท่านมีความประสงค์ จะอภิปรายอีก ๔ ท่านด้วยกัน ก็อยากจะขอความกรุณาคุณบุญยอดนะครับ คือว่าให้ ท่านอภิปรายไปนะครับ สภานี้เปึนที่ที่สําหรับพูด ให้เขาพูดคนละ ๑๐ นาที อีก ๔๐ นาที ก็จบนะครับ เราจะได้ป่ดการอภิปรายนะครับ ก็ขอความกรุณานะครับ เชิญตามลําดับ นะครับ คุณนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ มีคุณนิยม ช่างพินิจ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณสันติ พร้อมพัฒน์ คนสุดท้ายนะครับ แต่ว่าคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง มากั้นนะครับ เชิญครับ

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน เปึนอย่างมากที่ได้ให้โอกาส ได้นําข้อเสนอแนะมาพูดคุยในสภาแห่งนี้นะครับ สิ่งที่สําคัญ ของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศไทยกับรัฐบาล ญี่ปุ์น หรือพูดง่าย ๆ ก็ร่างสัญญาเงินกู้นะครับ

ท่านประธานครับ โครงการระบบไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ- รังสิตนะครับ ในรายละเอียดเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายและเสนอแนะไปมากมาย หลายเรื่อง แต่สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าสิ่งที่สําคัญของ การอภิปรายเรื่องนี้ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ เพราะเปึนเรื่องของข้อตกลงในการกู้เงินระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และเปึนสิ่งที่สําคัญมาก กระผมดูจากเอกสารก็จะบ่งบอกถึง ผลประโยชน์ที่ได้รับ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเปึนผู้บริหารด้วยใจอันบริสุทธิ์ ก็ควรจะบอก ข้อเท็จจริงนะครับว่าสิ่งที่ได้ประโยชน์นั้นมีอะไรบ้าง และสิ่งที่ผลกระทบด้วยข้อเท็จจริง ก็ระหว่างความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเขามีความรู้สึกอย่างไรนะครับ ไม่ว่าจะเปึนใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ระบุไว้ว่าให้ทํากรอบการเจรจาการทําประชาพิจารณ์อย่างนี้ แล้วก็ช่องทางในการกระทําประชาพิจารณ์ก็ค่อนข้างจะแคบนะครับ ก็ดูจาก ในการเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตนะครับ ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ถ้าเปึนผู้บริหาร จริง ๆ ก็ควรจะมาตอบเลยนะครับ ตอบว่าหรือไม่ก็ตอบในเอกสารนี้ก็ได้ ในเอกสารนี้ ไม่มีเลย มีแต่ผลประโยชน์ทั้งนั้นนะครับ ก็ควรจะตอบไปเลยว่าสิ่งที่สําคัญผลกระทบ ในความรู้สึกของพี่น้องประชาชนมีอะไรบ้างนะครับ แล้วก็ตอบให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบ และเพื่อนสมาชิกเองก็จะได้ข้อเสนอแนะ แนวทางในการแก้ไขหรือในการแก้ปัญหา เพราะว่าในการสร้างหนี้ครั้งนี้ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นเปึนเงินจํานวนมาก นะครับ ตั้ง ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะเชื่อได้ว่าทุกคนที่เกิดมาก็ต้องเปึนหนี้ร่วมกัน นะครับ แต่สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าในฐานะที่กระผมเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนซึ่งเกิดในชนบท ในความรู้สึกของกระผม ถ้าจะมาสร้าง เศรษฐกิจในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้ สิ่งที่สําคัญกระผมอยากจะให้คํานึงพื้นที่ ในส่วนของภูมิภาค ส่วนของชนบท ไม่ว่าจะเปึนในการสร้างงานในชนบทและต่าง ๆ นะครับ เพราะการสร้างทางรถไฟกระผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญนะครับในเขตพื้นที่ของ กทม. แต่สิ่งสําคัญว่ากระผมมองว่ามันเปึนการมองที่มันกระจายทรัพยากรที่มีค่าแล้วกู้ มาด้วย มันกระจุก มันไม่กระจายสู่ส่วนภูมิภาค ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก เราทําอย่างไรครับ คํานึงถึงการที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติ แก้วิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ทําอย่างไรถึงจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้นะครับ ท่านประธาน โดยคํานึงถึงว่าเราจะไปประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้จะทําอย่างไร ก็คํานึงถึงว่าเราจะลด รายจ่ายเขานี่ไปสร้างโรงงานปุิยแห่งชาติ สร้างโรงงานปุิยอําเภอละ ๑ โรง ตําบลละ ๑ โรง อย่างนี้ผมว่าจะสร้างงานแล้วก็จะลดรายจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วผมเชื่อได้ว่า ถ้าเปึนการกู้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรนั้น ผมว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้เห็นด้วย

อีกเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลยุคไหน ผมต้องอภิปรายอยู่แล้ว ในการกู้นี่นะครับ กู้มาสร้าง ผมมองว่าพัฒนาด้านวัตถุก็แล้วกันนะครับ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟฟัานะครับ สิ่งที่สําคัญผมยังไม่เห็นเลยว่าจะกู้มาเพื่อพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษานะครับ ถึงวันนี้เองรัฐบาลจะให้ความสําคัญไม่ว่า จะเปึนเรียนฟรีอะไรต่าง ๆ ก็ช่าง แต่สิ่งที่สําคัญผมว่ามันยังไม่ตรงจุดนะครับ สาเหตุที่ ไม่ตรงจุดเพราะว่าวันนี้เองเมื่อวันที่ ๒๓ จะเห็นได้ว่านักเรียนในชนบทเข้ามาสอบเรียนต่อ ในมัธยมศึกษา พ่อแม่ร้องห่มร้องไห้สอบไม่ติด ซึ่งแตกต่างกับนักเรียนในเมืองนะครับ นักเรียนในเมืองส่วนใหญ่จะสอบได้หมด ตรงนี้ผมถามว่าการกระจายสื่อการเรียน การสอนและกระจายความรู้ ผมว่ามันไม่เกิดความเสมอภาค และสิ่งที่สําคัญไปกว่านั้น นะครับ วันนี้ต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริงในฐานะที่เปึนตัวแทน การศึกษาถือว่าเปึนสิ่งที่ สําคัญมาก บางโรงเรียนมีเด็ก ๓๐ คน ๔๐ คน มีครู ๒ คน ครู ๓ คน ซึ่งเทียบกับ อัตราส่วนและการบริหารการจัดการ ผมว่ามันเกิดความไม่เสมอภาคซึ่งเทียบกับโรงเรียน ในเมือง ตรงนี้เองนะครับ แล้วรัฐบาลเองก็จ่ายไปสนับสนุน โดยจ่ายเปึนรายหัวนะครับ ท่านลองมองสิครับ เราลองนึกว่าตัวเราประกอบธุรกิจ ลองคิดสิครับท่านประธาน คิดอย่างไรว่าโรงเรียนที่มีเด็ก ๒๐ คน ๓๐ คน จ่ายรายหัวมาก ๆ หน่อยตามอัตราส่วน ส่วนโรงเรียนที่มีเด็กมากก็ลดหลั่นลงมาครับ ตรงนี้มันจะช่วยในการพัฒนา อย่างโรงเรียน ที่มีเด็ก ๔๐ คน ๕๐ คนอย่างนี้ ลองเทียบจ่ายรายหัวเท่ากันทั่วประเทศนะครับ ผมตั้ง ข้อสังเกตให้นะครับว่าจ่ายรายหัวทั่วประเทศมันจะได้เงินสักเท่าไร กับโรงเรียนที่มี ๒๐๐-๓๐๐ คน แต่จ่ายนี่จ่ายเท่ากันนะครับ จ่ายเท่ากัน ตรงนี้ผมในฐานะที่ผมเปึน ตัวแทน แล้วก็เกิดในพื้นที่ชนบท ผมจึงเห็นว่าควรจะให้ความสําคัญ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ โครงสร้างพื้นฐานในส่วนภูมิภาคนะครับ ไม่ว่า จะเปึนการส่งเสริมอาชีพ ตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่สําคัญมากนะครับ ทําอย่างไรเรากู้มาแล้วเอา เม็ดเงินลงไปสู่ส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่น แล้วทําให้เกิดการสร้างงานและเกิดการ หมุนเวียน อย่างนี้เองถ้าโครงการอย่างนี้ครับ ถ้าถามคนใน กทม. เห็นด้วย แต่ผมถามว่า ถ้าถามคนในชนบท ผมว่าน้อยคนที่จะเห็นด้วย และสิ่งที่สําคัญครับท่านประธาน กรอบในการใช้หนี้นะครับ ไหน ๆ ก็จะเอาพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องส่วนภูมิภาคหรือ ชนบทเปึนหนี้เปึนสินแล้ว ลองมาช่วยคิดสักนิดเถอะครับ ในกรอบการใช้นี่ลองคิด สักหน่อยว่า ญี่ปุ์นเขาก็ต้องการพืชผลทางการเกษตรนะครับ ไม่ว่าจะเปึนข้าว ข้าวโพด หรืออะไรทุกสิ่งทุกอย่าง ลองมีการชําระหนี้เอาพืชผลเกษตรไปแลกเปลี่ยนได้ไหมในการ ชําระหนี้อย่างนี้นะครับ ผมว่าเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลว่า แนวทางการชําระหนี้ลองนึกดูนะครับ เอาพืชผลทางการเกษตรไป ชําระหนี้แทน โดยคํานึงถึงว่าไม่ว่ารัฐบาลญี่ปุ์นอยู่ได้ เราอยู่ได้ แล้วเราก็ไม่ได้คํานึงถึง กําไรอะไรมากมาย คํานึงถึงพี่น้องเกษตรกร ผลผลิตน่ะเหลือพออยู่ได้ พอนะครับ ถ้าในการประกอบธุรกิจสิ่งที่สําคัญในฐานะที่ผมก็ประกอบธุรกิจผมจะคําถึงอยู่ ๔ อย่างด้วยกัน ๑. ผู้ว่าจ้างอยู่ได้ ๒. ตัวเราอยู่ได้ ๓. เพื่อนร่วมงานเราอยู่ได้ และ ๔. สังคมอยู่ได้ อย่างนี้เปึนต้น ในการที่จะมาตอบ ผมขอสรุปตอนท้ายนะครับเนื่องจากเวลามีน้อย ผมจะสรุปไว้ว่าในการที่ทางรัฐบาลนําเสนอมานี้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลตอบได้แล้วตอบได้ดี ด้วยนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีก็ดีนะครับ ไม่ใช่ตอบให้ เพื่อนสมาชิกที่ตั้งข้อสังเกตแล้วก็ซักถาม ตอบความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็ขอให้ ตระหนักและคํานึงถึงด้วยว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนอย่างไร เพราะทุกคน เขาเปึนหนี้ร่วมกับเราหมด และตรงนี้เปึนสิ่งที่สําคัญมาก ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภา ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลได้นําเสนอ ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาล ญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ ต้องยอมรับนะครับว่า ผมได้ศึกษารายละเอียด ผมมีความ สงสัยหลายอย่าง อยากเรียนท่านประธานครับว่าตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจของโลกมีปัญหา ทุกคนยอมรับ การกู้เงินทุกคนก็รู้นะครับว่าจะต้องกู้เงิน แต่กู้เงินแล้วท่านประธานครับ มันต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประชาชนทั้งประเทศต้องได้รับทั้งหมดท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่าผมไปอ่านดูวงเงินกู้ ๖๓,๐๑๘ ล้านเยนนะครับท่านประธาน ในข้อตกลง ทั้งหลายผมก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลไปเจรจาอย่างไร โดยเฉพาะ ๑. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ ๑.๔ รวมค่าธรรมเนียมอีกนะครับ ๐.๑ รวมแล้วจะเสียดอกเบี้ยประมาณ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ท่านประธานทราบไหมครับ ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของญี่ปุ์น ใกล้ ๐ แล้วครับ ไม่ทราบว่ารัฐบาลใช้ความสามารถหรือเปล่า ขอร้องเขาหรือเปล่า ว่าคิดดอกเบี้ยมันมากเกินไปหรือเปล่า เราเปึนเพื่อนสมาชิกที่มีความสัมพันธ์กัน อย่างยาวนาน ผมว่าเราสามารถตกลงลดลงไปได้นะท่านประธานในความเห็นผมนะครับ เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองของเราไม่มีเงินจะจ่ายแล้วครับ เงินนี่ลําบากมาก ตอนนี้เราติดหนี้ติดสิน เปึนหนี้สินเดือนกันยายน ๒๕๕๑ ประเทศไทยเปึนหนี้ไจก้า ๕๖๓,๖๖๘ ล้านเยนที่เราไปกู้เขาอยู่ เราขอเจรจาผ่อนผันเขาได้ไหมครับดอกเบี้ย ให้ลดลง หน่อยได้ไหม ดอกเบี้ยเก่าเราก็ลําบากนะครับ ป้นี้ผมว่าลําบาก และอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ผมอ่านดูข้อ ๒ คือระยะเวลาชําระเงินกู้ ๒๕ ป้ บอกว่ามีรวมระยะปลอดหนี้แล้ว ๗ ป้ แต่ท่านประธานดูในข้อ ๔ บอกว่า การเบิกจ่ายเงินต้องใช้เวลาถึง ๗ ป้กับ ๓ เดือน ผมก็ไม่ทราบว่าระยะปลอดหนี้ ๗ ป้ มันเปึนอย่างไรครับ อยากถามทางรัฐมนตรีนะครับว่า มันนับจากไหนครับ นับจากที่จ่ายเงินหมดแล้วหรือว่าพอกู้ปุ็บก็นับเลย อย่างนี้ เขาไม่เรียกว่าปลอดหนี้ละครับ เพราะเราจ่ายเงินกว่าจะได้เสร็จสิ้นโครงการ ๗ ป้ กับ ๓ เดือน ผมมีความสงสัยมากครับท่านประธาน ถึงอยากฝากท่านประธาน แล้วข้อ ๓ อ่านดู แล้วเราเสียเปรียบมากเลยนะครับท่านประธาน นั่งอ่านดูแล้วแบบนี้เราก็เสียเปรียบ กู้เงิน ตอนนี้ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่า ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะครับโครงการนี้ แล้วผมก็ ไม่อยากมีความคิดเหมือนเพื่อนสมาชิก ไม่อยากให้รัฐมนตรีไหนพูดว่า ก็โครงการของคุณ ความผิดของคุณ อย่างนั้นก็อย่าไปเปึนรัฐมนตรีเลยครับ ถ้าอยากเปึนรัฐมนตรีท่านทําเลย ครับ อย่าไปโทษคนนั้นโทษคนนี้ ให้พวกผมโทษครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องพูด แต่ท่านเปึนรัฐบาล ท่านประธานครับ ขอร้องเถอะครับ อย่าไปบอกก็โครงการของคุณ ผมดูแล้วมันไม่เข้าท่าเลยครับ บอกว่าเขาไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไปทําตามเขา นี่ก็ เมกะโปรเจกต์ สิ่งที่ดี ๆ มันน่าจะเอามามากกว่านี้ ชะลอได้ไหมครับ โครงการสีแดง ถาม ผมว่าเห็นความสําคัญไหม เห็นครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานคร เห็นครับ แต่ถามท่านประธานว่าทําไปแล้วมันกระตุ้นเศรษฐกิจ ขนาดไหนครับ ผมอ่านดูแล้วนะครับ มันจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะกลุ่มพ่อค้าบางกลุ่ม เท่านั้นเอง ประชาชนจะไม่ได้มากเท่าที่ควร โครงการต่าง ๆ เมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาล ที่ทํามาก่อน เมกะโปรเจกต์เยอะเลยครับ ไม่ว่าจะเรื่องกระทรวงสาธารณสุขครับ สมัยท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ท่านทําไว้ ๒ แสนล้าน ตอนนี้ต้องยอมรับครับ ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ทั่วประเทศเลยครับร้องเรียนเรื่อง อุปกรณ์การแพทย์ เรื่องอะไรต่ออะไรทางการแพทย์ ถ้าเราไม่ดูแลแพทย์ ไม่ดูแล กระทรวงสาธารณสุข ในอนาคตนี่ท่านประธานมีปัญหาแน่นอน ถ้าสุขภาพร่างกายของ คนไทยไม่ดีอย่าไปโทษหมอนะครับ ตอนนี้ก็ออกกฎหมายหลายอันมาบีบบังคับ ตอนนี้ครับอุปกรณ์เขาได้จากการบริจาค ท่านประธานครับ หมอนี่ต้องไปขอต้องมีกล่องบริจาคครับ ใครจะบริจาคหย่อนลง ท่านประธานน่าสงสารไหมครับท่านประธาน ทําไมรัฐบาลไม่ทําเมกะโปรเจกต์ครับ ต้องยอมรับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ มานี่มีปัญหา เพราะว่ารัฐบาลสมัยนั้นท่านให้ค่าต่อหัวนะครับ ๑,๕๐๐ บาท มันไปกินเงินหลายอย่างนะครับ มันไปทําให้เงินอื่น ๆ ที่จะพัฒนาทาง การแพทย์มันหมดไป ฯพณฯ ทักษิณ พิจารณาป้ ๒๕๔๖ ครับทําเปึนเมกะโปรเจกต์ จะหาเงินอีกก้อนหนึ่ง ตอนนั้นกําลังหาเงินอีก ๒ แสนล้านบาทในการพัฒนาของ โรงพยาบาลทั้งหมด ไม่ว่าจะเครื่องมือแพทย์ ไม่ว่าจะอุปกรณ์การแพทย์ ตึกนะครับ ตอนนี้ท่านไปดูครับทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศมีเตียงเสริมทั้งนั้นครับ จังหวัดชัยภูมิ ๕๐๐ เตียง เสริมเปึนพันเตียงนอนตามทางเดินเต็มไปหมดครับท่านประธาน แออัด โรคอย่างนี้โรคติดต่อจะเกิดขึ้นอย่างมากมายครับ คนบางคนเปึนโรคนี้เข้าไปแถม อีกโรคหนึ่งท่านประธาน มันไม่มีห้องแยกไม่มีห้องอะไรเลย ถ้าเราไม่มีการพัฒนา ผมอยากฝากไปถึงรัฐบาล มันถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะต้องมาคิดเรื่องอย่างนี้บ้าง ไม่ใช่อะไรก็เอาโครงการสายใหญ่ ๆ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดมันมีผลประโยชน์เยอะ แล้วก็ที่ท่านรัฐมนตรีโสภณท่านตอบกระผมว่ากระผมอ่านดูแล้วมันไม่เหมือนกับที่ท่านพูด นะครับ เรื่องตู้รถไฟมันเปึนอีกโครงการหนึ่งนะครับ หมื่นล้านบาทมันคนละอันกับที่ท่าน พูด ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท คนละอันกันนะครับ กระผมฟังท่านแล้วกระผมมานั่งอ่าน กระผม ก็งง ๆ เอ๊ะ ท่านตอบประเด็นเดียวกันหรือเปล่า อยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ฝากหน่อยครับ ฝากไปถึงท่านโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ความจริงเมกะโปรเจกต์ของ กระทรวงสาธารณสุขมันจะกระจายไปหมดเลยครับ เงิน ๒ แสนล้านบาทที่เปึน เมกะโปรเจกต์อันเก่า

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องการเกษตร ต้องยอมรับครับวิกฤติเศรษฐกิจ ทุกทีประเทศไทยอยู่ได้เพราะเปึนภาคเกษตร เมื่อก่อนเจ๊ง ใครเจ๊ง ปรากฏว่าเกษตรกร ทําให้กู้ชาติมานะครับเกษตรกรนี้ ถ้าเราไม่มีเกษตรกร ไม่มีข้าว ไม่มีอะไร เราตายแล้ว นะครับ ถ้าเราเปึนเหมือนสิงคโปร์ตอนนี้เราลําบากมาก ป้ ๒๕๔๐ ก็โดนไปครั้งหนึ่ง ป้นี้โดนอีก กระผมก็เชื่อว่าภาคเกษตรจะช่วยนะครับท่านประธาน กระผมว่าจะช่วยเหลือ ชีวิตของคนไทย นี่คือภาคเกษตร แต่ปรากฏว่าเงินที่ท่านลงไปมันไม่มีเลยนะ จะไปพัฒนา แหล่งน้ํา จะไปพัฒนาอะไรต่ออะไร ไปด้านอื่น ๆ เกือบหมดเลยครับ น่าสงสารภาคอีสาน ครับ จังหวัดชัยภูมิมีพื้นที่สําหรับชลประทานแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ มันน่าน้อยใจนะ ท่านประธานเทียบกับภาคกลางแล้วต่างกันมากครับ บ้านกระผมตอนนี้แล้งมากเลย ท่านประธานโครงการเมกะโปรเจกต์ของท่านสมัคร ๒ แสนล้านบาทไม่หยิบขึ้นมาครับ มันเปึนเมกะโปรเจกต์อันเก่าอยู่แล้วครับ แต่ท่านไปหยิบรถไฟสายสีแดงสายนี้กระผม ไม่ได้เห็นคัดค้าน แต่กระผมว่าชะลอไปได้ไหม เอาเงินนี้เงินที่เราจะได้นี่ถ้าเราจะไปกู้ ตรงไหนดูถามพี่น้องประชาชนหน่อย เดือดร้อนกันหมดครับเกษตรกรน้ําก็ไม่มี วัวก็ขาย ราคาตก พืชไร่ก็ไปกันหมดแล้วครับ ถ้าเมืองไทยไม่ตัดสินใจกู้เงินมาสร้างแหล่งน้ํา กระผมว่าชาติหน้าก็ยังทําไม่ได้เลยครับ ไม่มีละครับจะเอาเงินงบจากกรมชลประทาน กี่หมื่นล้านบาทก็ไปลงโปรเจกต์ของมือใครยาวสาวได้ก็สาวเอาท่านประธาน ก็มีอยู่ ไม่กี่จังหวัดครับที่ได้เงินงบประมาณในการพัฒนาแหล่งน้ํา กระผมดีใจคิดว่าสมัยนั้น เราตั้งอนุกรรมการขึ้นมาท่านเสนาะเปึนประธาน กระผมเห็นศึกษา กระผมดีใจมากคิดว่า จะได้งบเม็ดเงินไม่ได้สักบาทครับท่านประธาน ไม่ได้เลย ไม่ได้เลย กระผมถึงบอกว่า เมืองไทยไม่ใช่เมืองเกษตรหรือท่านประธาน กระผมว่ามันน่าจะพัฒนาด้านเกษตร กระผม สงสารเกษตรกรนะครับ ฝากท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีนะครับว่าสมควรที่จะนี่กู้เลยครับ เรื่องแหล่งน้ํากู้เลยครับ เรื่องพัฒนาภาคเกษตรกู้เลยครับ อย่าไปกู้แบบนี้นะครับ แบบนี้ กระผมว่าชะลอไว้ก่อน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะครับ ชะลอไว้ก่อน ท่านบอกประชาชนต้องมา ก่อนตอนนี้มันกลายเปึนพ่อค้าต้องมาก่อนนะท่านประธาน พ่อค้าต้องมาก่อน ผลประโยชน์มันเกิดขึ้น เดี๋ยวก็มีการอภิปรายกันอีกก็อยากฝากท่านประธานเพื่อผ่าน ข้อคิดนี้ให้ตอบหน่อยครับลดดอกเบี้ย ผลประโยชน์มันเกิดขึ้น เดี๋ยวก็มีการอภิปรายกันอีก นะครับ ก็อยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านข้อคิดนี่นะครับ ให้ตอบหน่อยครับ ลดดอกเบี้ย ได้ไหมนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ นะครับ เมื่อวานนี้วันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ เรามีประชุมร่วมรัฐสภาครั้งหนึ่ง วันนี้ต่อเนื่องมาเปึนวันที่สอง ต้องขอประทานอภัยท่านประธานว่า เมื่อวานนี้เปึนเรื่องของ กรอบการกู้เงินที่รัฐบาลนําเรื่องเข้าสู่สภาในการขออนุมัติกู้เงินฉบับที่ ๑ เมื่อวานนี้นะครับ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้อีก ๖๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันจะมีต่อเนื่องอีกสักกี่สิบฉบับที่จะกู้ไปอย่างนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ กระผมเองเมื่อวานนี้ได้พูดในที่นี้ต่อท่านประธานว่าไม่เห็นด้วยกับการกู้ เช่นเดียวกันวันนี้ ก็ไม่เห็นด้วยกับการกู้ด้วยครับ และก็ยิ่งเห็นโครงการที่จะทํายิ่งไม่น่ากู้ใหญ่เลย เมื่อวานนี้ กระผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีว่า ถ้าไม่กู้นี่มีวิธีอื่นทําไหม ท่านบอกทําได้ ๓ วิธี ข้อที่ ๑ ท่านบอกว่าเปึนของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ อันที่ ๑ ก็คือกู้ แล้วถ้าพูดถึงอันที่ ๓ ท่านบอกว่าต้องขายสมบัติชาตินะครับ สิ่งเหล่านี้อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ท่านคิดว่าวิธีอื่นไม่มีแล้วหรือ อยากจะกราบเรียนครับ ๖๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเรื่องที่เอามาสร้างรถไฟฟัา เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอก มีความจําเปึนต้องทําไหม คําถามถามง่าย ๆ ท่านลองตอบว่าถ้าเปึนเงินท่าน ท่านจะ ทําไหมท่านรัฐมนตรี เปึนเงินท่าน ท่านจะทําไหมในสภาวะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ตกต่ํา ขนาดนี้ มีนักลงทุนคนไหนบ้างที่เศรษฐกิจมันตกต่ําแล้วลงทุนเพิ่ม มีไหม ไม่มี ไม่มีเลย กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้ามีนี่มันย้อนกับหลักวิชาการแล้ว หลักวิชา เขาทําไม่ได้ อยากจะกราบเรียนว่าถ้ายังดื้อจะทํา ถ้าดื้อจะทํานะ มันมีวิธีที่ไม่กู้มี นั่นก็คือ ให้เอกชนเขามาสัมปทานไปเสีย ให้เอกชนเขามาทํา รัฐบาลยังได้สตางค์ แต่ถ้ารัฐบาล ลงทุนเอง ปรากฏไหนจะเงินกู้ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระยะทางนี่ ๑๕ กิโลเมตรเท่านั้นนะ ท่านประธาน ๑๕ กิโลเมตร ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แล้วมันมีอีกเปึนสิบ ๆ โครงการที่จะต้องต่อเนื่องไม่รู้อีกเท่าไร กู้กันพูดง่าย ๆ เปึนแสนล้าน นี่คือสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น นับหลายแสนล้าน นับเปึนเงินล้าน ๆ บาทนะท่าน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ กระผมยกตัวอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย วันนี้ถามว่าการรถไฟขาดทุนเท่าไร ประเทศไทย วัน ๆ หนึ่ง ป้ ๆ หนึ่งต้องเอาเม็ดเงินในงบประมาณที่เก็บภาษีพี่น้องประชาชน โดยรถไฟ อ้างว่าทําเพื่อคนยากคนจน เปึนรถไฟราคาถูกเพื่อวิ่งให้คนยากคนจน ถามคําถามว่า ป้หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทงบประมาณใส่ลงไป ขาดทุนอีกป้หนึ่ง ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ สมบัติชาติที่มีอยู่เปึนอาณาเขตบริเวณที่เปึนรถไฟฟัามหาศาล ในประเทศไทย ที่ให้คนโน้นคนนี้ไปเช่า ไปอยู่ ได้รับค่าเช่ามา ปรากฏเอาใส่ลงไปด้วย ท่านประธาน ค่าเช่าไม่ใช่นิดหน่อยนะ กระผมยกตัวอย่างที่เราพูดกันมากแถว ๆ ถนนรัชดาภิเษก ห้างเซ็นทรัลที่บริเวณแยกลาดพร้าว ยกตัวอย่าง รายได้มหาศาล พอสมควรที่ได้ค่าเช่าเม็ดเงิน ปรากฏเอาใส่ลงไปด้วยนะท่านประธาน ยังขาดทุนเลย ท่านประธาน ต้องใช้งบประมาณอีกป้หนึ่ง ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าแล้วถ้าไม่มี รถไฟล่ะ ถ้าพี่น้องประชาชนคนยากคนจนต้องใช้รถเมล์ทั่วไปที่คนอื่นที่เขาไม่มีโอกาสได้ใช้ แล้วใช้รถเมล์เลย คําถามว่า รัฐต้องเสียเงินอีก ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ต้องเสียใช่ไหม แต่นี่ต้องไปเก็บภาษีเขาใช่ไหม แล้วทําไมไม่ใช้วิธีที่เราจะใช้สัมปทาน รัฐก็ไม่ต้องเงินอีก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วพอทําไปแล้ว จดบันทึกไว้ด้วยนะให้ลูกหลานอ่าน ว่าป้ต่อไป โอกาสต่อไปในสมัยลูกหลานมันจะขาดทุนอีกป้หนึ่งเท่าไร กระผมบอกไว้ได้เลยว่ามันต้อง ขาดทุน บางเรื่องบางอย่างมันจําเปึนต้องใช้งบประมาณ เพราะว่าหาคนร่วมลงทุนไม่ได้ หาคนสัมปทานไม่ได้ จําเปึน แต่บางเรื่องมันไม่จําเปึน แล้วทําไมใช้วิธีนี้ ถ้าใช้วิธีนี้มันก็ ผลาญเงินชาติ ผลาญเงินประเทศ ผลาญเงินพี่น้องประชาชน กระผมเองบอกได้เลย ไม่เห็นด้วย พี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวบ้าน ข้าราชการทั่วไปหรือใครก็ตามแต่ต้องเสีย ภาษีให้กับรัฐนี่เพื่อหวังผลว่า รัฐจะได้มีโอกาสมาสร้างผลประโยชน์ความกินดีอยู่ดี โอกาส ฐานะ ความเปึนสุขให้พี่น้องประชาชน เปล่า ถามคําถามว่าวันนี้เก็บภาษีเขาเยอะแยะ มากมายมหาศาลตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันนี้ถามว่าเงินเดือนข้าราชการมันเหมาะไหม มันพอเพียงไหม มันไม่เหมาะไม่พอสม ไม่พอเพียงใช่ไหม แล้วเอาไปใช้กันที่ไหน ความเสียหายอย่าง ขสมก. อย่างนี้เปึนต้น ความเสียหายป้หนึ่งเสียหายเท่าไร โดยประมาณก็คือ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือความเสียหายชาติ แล้วท่านลองไปคิด โดยเก็บสิว่า โดยเก็บค่าโดยสารแล้วนี่คนหนึ่งตกเกือบ ๑๐๐ บาทนะท่านประธาน ต่อครั้ง ต่อหัว รัฐต้องซับซิดี้ (Subsidy) ลงไป ต้องใช้เงินเข้าไปช่วยนี่เคยคิดตัวเลขกลับกันบ้างไหม มันมีที่ไหนรถเมล์แค่นี้วิ่งเส้นหนึ่ง คนหนึ่งต้องใช้เปึนร้อย ๆ บาท มันผลาญกันชัด ๆ กระผมไม่ได้ว่าข้าราชการเขาโกงหรือพนักงานเขาโกง แต่ว่าวิธีการบริหารการจัดการ มันใช้ไม่ได้ มันผิด มันไม่ถูกมันต้องแก้ไขใหม่ ถ้าถามว่าไม่แก้ไขใหม่ วิธีการที่ทําอยู่อย่างนี้ ตรงนั้นก็ ๗๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็ ๘๐,๐๐๐ บาท ตรงนั้นก็ ๓๐,๐๐๐ บาท ถามคําถามว่า มันไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ บาทนะ มัน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าแล้วประเทศมันจะเอาเงินที่ไหน เก็บภาษีกันอย่างไรไหว มันไม่ไหว นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเปลี่ยนใหม่ได้ไหม ไม่ใช้วิธีนั้น ถ้าใช้วิธีสัมปทาน รัฐจะได้ เงินค่าสัมปทานแต่ละป้ แล้วรัฐไม่ต้องปวดหัวกับงบประมาณที่ต้องรวมตัวไว้ ที่จะต้องไป เก็บเงินภาษีพี่น้องประชาชน ข้าราชการ ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา เอามาไว้เวลาขาดทุน เอามาไว้เวลาซ่อม นี่เราเอาเงินงบประมาณ ภาษีพี่น้องประชาชนไปทําอย่างอื่นไม่ได้หรือ บางเรื่องมันทําได้ ผมยกตัวอย่างที่ท่านทําในขณะนี้ขัดแย้งกัน เวลารถไฟท่านก็จะขอ งบประมาณไปสร้างเลย ไม่ใช้วิธีที่เรียกว่าอะไร ที่ผมบอกว่า สัมปทาน ขณะที่รถเมล์ ขสมก. ท่านจะใช้วิธีอย่างไร ใช้วิธีเช่า นี่มันขัดแย้งกันเอง ท่านใช้ทฤษฎีอะไรมา การบริหาร ใช้หลักการอะไรมาวิธีการจัดการ พอเวลาเรื่องนี้ท่านก็อธิบายไปแบบโน้นแบบนี้ อ้างสารพัดแบบ พอไปเวลาเรื่องนี้ท่านก็อ้างสารพัดอย่าง อย่างนี้มันได้อย่างไร มันไม่ใช่ ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ในสมัยอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคมแล้วก็อื่น ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสร้างรถไฟ กระผมก็ได้มีโอกาสอภิปรายเรื่องนี้ ศึกษาเรื่องนี้ กระผมบอกได้เลย กระผมไม่เห็นด้วย กับวิธีการจัดการของบ้านเรา เรามีความรู้เพียงพอแล้วหรือในการบริหารในการจัดการ อย่างนี้ วันนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า เรื่องน้ํา เรื่องระบบ ชลประทาน เราให้คนอื่นมาสัมปทานในการทําเส้นทางน้ําในระบบชลประทานให้พี่น้อง เกษตรกรมันทําไม่ได้ คนที่จะมาสัมปทานเรื่องนี้มันไม่มี มันหายาก ถ้าอย่างนี้เราต้องใส่ งบประมาณลงไป รัฐกระตุ้นตรงนี้ลงไป แล้วผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรมันก็จะดีขึ้น ทําอย่างไรให้พี่น้องประชาชนนี่ชีวิตเขาไม่อยู่กับฟัาได้ไหม วันนี้ฝนไม่ตกอย่างเดียวตายหมดเลยคน แล้วท่านทราบหรือไม่ท่านประธาน เวลาผลผลิต ไม่ได้ ๑ คราวจนไป ๓ ป้นะ อีก ๓ ป้ที่ได้ผลผลิตนะถึงจะคืนทุนลงมา แล้วถ้าเกิดบอกว่า ใน ๓ ป้ถ้าเกิดว่าเกิดความเสียหายอีกท่านประธาน อะไรจะเกิดขึ้น พี่น้องเกษตรกรก็แย่อีก แล้วเราก็บอกว่าพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจนหลังสู้ฟัาหน้าสู้ดิน มันไม่สู้ฟัาหน้าสู้ดินได้ อย่างไร ก็เพราะอย่างนี้ครับ เวลาเราจะกู้ทั้งทีแทนที่จะคิดถึงพี่น้องเกษตรกร คิดถึง ชาวบ้านชาวช่องว่าตรงนั้นเงินเม็ดนี้เรากู้มาแล้วจะมีผลประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร เราก็ กลับไม่ทํา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

หมดเวลาครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

กระผมเข้าใจท่านประธานว่าหมดเวลา แต่กระผมเชื่อว่าถ้าถามพี่น้องเกษตรกรพี่น้อง ชาวบ้านเขาอยากให้กระผมพูดแล้วนะ เพราะว่าเรื่องที่พูดนี่คือพี่น้องเกษตรกร วันนี้กู้เพื่อใครล่ะ กู้ไปทําอะไร แจกแจงได้ไหมว่าผลประโยชน์ตรงนี้ใครจะได้รับ ไม่ได้หมายความว่า ท่านรัฐมนตรีจะได้รับ หมายความว่าคนที่จะได้รับในเรื่องของการขายราง ขายโครงการ มันสักกี่คน เงินตั้ง ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คนที่จะได้รับ ครอบครัวที่จะได้รับอานิสงส์ จาก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมีกี่คน ศึกษาไปหรือยัง ถ้าเราใช้ระบบนี้ว่าเอาเงินเม็ดนี้ ลงเข้าไปทําคู คลอง ไร่นา หรือไปทําถนน พี่น้องเกษตรกรได้อานิสงส์นับเปึนแสน ๆ ครอบครัว เปึนล้าน ๆ ครอบครัว

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อย่าติดพันมากเลยครับ ได้เนื้อหา สาระพอสมควรแล้วนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

นี่คือ สิ่งที่อยากจะเกิดขึ้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ต้องขอกราบขอบคุณมาก เปึนอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามแต่ไม่เห็นด้วยกับการกู้นะครับ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับโครงการ อย่างนี้ครับ แต่ว่าถ้าจะทําต้องใช้วิธีสัมปทาน รัฐจะได้เงิน แต่ไม่ใช่กู้มาทํา ถ้ากู้มาทําต้อง เปึนเงินของท่านเองนะครับ ถ้าเปึนเงินของพวกกระผม กระผมไม่ยอมนะครับ ขอบคุณ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปทางฝ์าย ซีกทางนี้ครับ เชิญท่านคํานูณ สิทธิสมาน ครับ เชิญ ๕ นาทีครับ ท่านจํากัดเวลาของท่านเอง ครับ ๕ นาที

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้จะไม่ชวนท่านประธานอ่านกําลังภายในนะครับ เพราะว่าเปึนเวลา กลางวันอยู่ครับ ท่านประธานครับ กระผมมีเรื่องที่อยากจะสอบถามจุดยืนของรัฐบาล นะครับ คือไม่ถามไม่สบายใจครับ คือการอภิปรายในครั้งนี้นะครับ กระผมเห็นว่าเปึน ประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็เปึนคุณประโยชน์ของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึนของใหม่ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ทําให้เรื่องการจะไปกู้เงิน การจะไปค้ําประกันเงินกู้ที่ไหน จะต้องเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภานะครับ แต่เรื่องที่ทําให้กระผมไม่สบายใจก็คือ ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานก็คงจะทราบดีนะครับ ว่ารัฐบาลเสนอร่างกฎหมายลูกของมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า เข้าสู่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร กระผมไม่สบายใจก็คือว่าในร่างกฎหมายของรัฐบาลฉบับนั้น ในมาตรา ๔ วรรคสอง ระบุไว้ว่า หนังสือสัญญาตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหนังสือสัญญา กู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้ที่รัฐบาลไทยหรือราชอาณาจักรไทยทําขึ้นตามกฎหมายที่ให้ อํานาจไว้เปึนการเฉพาะหรือเปึนการทั่วไป ท่านประธานครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต้องตอบกระผมครับ รัฐบาลต้องตอบกระผมครับว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรกันแน่ เห็นว่า เรื่องเงินกู้นี้จะต้องเข้าสภาตามมาตรา ๑๙๐ นี้ต่อไปหรือไม่ ในวันนั้นรัฐบาลแก้ต่างว่า นี่เปึนร่างของกฤษฎีกา ไม่ใช่ครับ กฤษฎีกาเปึนหน่วยงานของรัฐบาล ทําในนามของ รัฐบาล มันอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล รัฐบาลอ้างต่อไปว่ากฤษฎีกานั้นเพิ่มคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญเข้าไป เพราะเห็นว่าเรื่องเงินกู้นี้เปึนไปตามพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังไว้เปึนเอกเทศ เปึนการเฉพาะ ท่านประธานครับ กระผมอุตส่าห์ไปค้นหามาดู คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนั้นมีขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ในกรณี แอลโอไอ (LOI) ที่กู้เงินจาก ไอเอ็มเอฟ เปึนคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะก็เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๘ ก่อนมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะอ้างอย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธานครับ เพราะถ้ารัฐบาลจะอ้างอย่างนี้ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด ป้ ๒๕๕๑ เรื่องไทย- กัมพูชา นั้นก็เสมือนหนึ่งได้เพิ่มเงื่อนไขของสัญญาที่ต้องเข้าสู่รัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ขึ้นไปอีกเรื่องหนึ่งก็คือ หนังสือสัญญาที่อาจทําให้เสียอาณาเขตประเทศไทย เพิ่มคําว่า อาจ เข้าไป แต่กฤษฎีกาก็ไม่เห็นเขียนเพิ่มไว้ในเงื่อนไขของร่างกฎหมายลูกตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ท่านประธานครับ แม้ในที่สุดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานก็ทราบดีว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นท่ามกลางเสียงคัดค้านอย่างหนักนั้น รัฐบาลต้องถอนร่างออกไป รัฐบาลอ้างว่าเจตนาของรัฐบาลนั้นต้องการให้สัญญาเงินกู้เข้าสู่ สภาแล้วก็ยกตัวอย่างเรื่องทั้งหลายที่เข้าสู่วันนี้ ๒ เรื่อง กระผมเห็นด้วยครับท่านประธาน ครับ แต่กระผมเห็นว่ารัฐบาลมีท่าทีชอบกล ๆ อย่างไรอยู่ กระผมต้องการทราบจุดยืน ที่แท้จริงของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ท่านเห็นว่าเรื่องสัญญาเงินกู้ สัญญา ค้ําประกันเงินกู้จําเปึนจะต้องเข้าสู่รัฐสภาต่อไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านจะให้สัญญาได้ไหมว่า ร่างกฎหมายลูกฉบับใหม่ที่รัฐบาลรับกลับไปทบทวนที่จะ นําเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้น จะต้องไม่มีเช่นกรณีของมาตรา ๔ วรรคสอง อีกต่อไป หรือว่า รัฐบาลยังมีความคิดเห็นที่ลังเลในเรื่องนี้ว่าจะเอาอย่างไรกัน ซึ่งถ้าเผื่อรัฐบาลมีความลังเลว่า ต่อไปเรื่องเงินกู้ เรื่องค้ําประกันเงินกู้ไม่ต้องเข้าสภา รัฐบาลก็ต้องทบทวนเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครับ ไม่ใช่ลักไก่ หรือพยายามจะลักไก่ออกกฎหมายลูก แล้ว เมื่อถูกคัดค้านก็บอกว่าเปึนเรื่องของกฤษฎีกา อันนี้ไม่ได้ครับท่านประธานครับ กระผมมี ข้อสังเกตแล้วก็เปึนความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการฟังคําตอบจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหัวหน้ารัฐบาล ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ถ้าสัก ๕ นาทีได้ก็ดีครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

ท่านประธานครับ ใช้เวลาไม่มากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ จังหวัดเชียงรายไม่มีรถไฟครับ ทั้ง ๆ ที่เปึนจังหวัดชายแดนซึ่งติดต่อกับพม่า ลาว แล้วก็จีน ตอนนี้ประเทศจีนก็ทําถนนมาเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วรถไฟก็มาจ่ออยู่แล้ว กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอย่างนี้นะครับ ประเทศไทยนั้น ขณะนี้เรื่องของรถไฟพัฒนาไปไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เลยเมื่อเทียบกับประเทศยุโรป คือ ประเทศเราเปึนประเทศเกษตรกรรมนะครับ ถ้าเกิดว่าเราได้พัฒนาเรื่องการรถไฟ ให้เจริญก้าวหน้ากว่านี้ เราจะขนส่งยางพารา จะขนส่งข้าวเข้าสู่ท่าเรือหรือเข้าสู่ตลาดกลาง มันก็จะง่ายขึ้น ฉะนั้นวันนี้กระผมมองแล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมที่จะจน และ พร้อมที่จะอยู่อย่างนี้ กระผมคิดว่าข้าราชการทั้งหลายก็เปึนเสมือนกับลูกน้องของสหภาพ แรงงานการรถไฟ ไปดูบ้านพักก็เก่าโทรมซอมซ่อ ไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลง และชอบที่จะ มีหนี้อยู่ตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเสนอให้ตั้งกระทรวงรถไฟ รีบตั้ง เถอะครับ ท่านรัฐมนตรี กระทรวงรถไฟนี่ถ้าเกิดในยุคท่านนะครับ กระผมคิดว่ารูป ของท่านก็จะได้ติดตามกระทรวงและก็ตามสํานักงานรถไฟใต้ดินพวกนี้นะครับ กระผม อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีเอาเรื่องเข้าสภาทีละเส้น วันนี้สีแดง เดี๋ยวเดือนหน้าสีน้ําเงิน แล้วก็ สีเขียว สีอะไร ทําไมท่านไม่เอาเข้าทีเดียวล่ะครับ บอกเลยครับว่ารถไฟทั้งหมด รถไฟใต้ดิน ทั้งหมดนี้ ๕ แสนล้านบาท เอามาเข้าทีเดียวเลยครับ ไหน ๆ ก็โดนด่าแล้วก็ให้มันด่า ทีเดียว ท่านประธานที่เคารพ ที่กระผมเปึนห่วงนะครับ กระผมอยากจะขอร้อง ท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าท่านทําได้ รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ศึกษามาแล้วหลายรอบ จะเกิด ๆ ก็ไม่เกิด ตอนนั้นงบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้น่าจะเปึน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปแล้วนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรี อย่างไรคนเหนือก็รอคอยมาตลอดนะครับ หวังว่า วันนี้กระผมได้พูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ฝากท่านรัฐมนตรีแล้ว กระผมจะไปตาม นะครับ หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้ให้ความสนใจเส้นนี้ด้วยนะครับ ก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปคุณนฤมล ศิริวัฒน์ ท่านขอ เวลา ๓ นาที เชิญครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะคะ ท่านประธานคะ ๓ นาทีนี้จะเปึน ๓ นาทีที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อพวกเราที่จะมี หน้าที่ที่จะให้ความเห็นชอบนะคะ เพราะในหมู่ของพวกที่เปึนวุฒิสมาชิกของเรานี่นะคะ ยังมีความเข้าใจไม่ชัดเจนกันนะคะ ยังมีความเห็นที่แตกแยกกันว่า โครงการสายสีแดง ที่ท่านว่านี่ค่ะ ที่ท่านรัฐมนตรีว่านี้คือโครงการรถไฟฟัาหรือรถไฟดีเซล ความเห็นของเรา ยังมีความเห็นที่แตกต่าง คําถามที่ ๑ เปึนรถไฟฟัาหรือเปึนรถดีเซล คําถามที่ ๒ ถ้าเปึน รถไฟฟัาทําไมไม่ใช้รางที่เปึนรางสแตนดาร์ด เกท (Standard Gate) เลย คือ ๑ ใน ๔๓ นะคะ และถ้าเปึนรถดีเซล ทําไม ๒๕ กิโลเมตรถึงได้มีค่าก่อสร้างถึง ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณว่านะคะ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ความคาดหวังของประชาชนสูงค่ะ เขามองกันนะคะว่าเขาจะได้รถไฟฟัาที่จะไปเชื่อมต่อกับระบบ เช่นเดียวกับรถไฟฟัาที่เรา ใช้กันอย่างสะดวกสบายในเมืองคือรถสีน้ําเงิน สีเขียวนะคะ แล้วก็รถของ กทม. นะคะ สีม่วงอะไรที่จะเกิดขึ้นนี่ละค่ะหรือแอร์พอร์ต ลิงค์ ซึ่งเปึนมาตรฐาน ถ้าจะเปึนอย่างนั้น อย่างที่บอกท่านต้องให้เราชัดเจนกว่านี้ค่ะ เราถึงจะสบายใจนะคะ ประชาชนเองนี่นะคะ เขามีความเห็นแตกต่างกัน ดิฉันอยู่ภาคเหนือค่ะ เปึนสะใภ้จังหวัดอุตรดิตถ์ ดิฉัน ก็อยากจะให้มีรถไฟความเร็วสูงขึ้นไปภาคเหนือของเรานะคะ พี่น้องภาคเหนือลงมา ไล่ลงมาเรื่อยก็จะได้มีโอกาสที่จะได้ความสะดวกสบายแบบอย่างนี้บ้างนะคะ แน่นอนค่ะ รถไฟดีเซลหรือรถไฟฟัานะคะ ท่านตอบพวกเรานะคะ ดิฉันคิดว่าเวลา ๓ นาทีนี่นะคะ ไม่มากแต่ว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งเพื่อนสมาชิกของเรา เอกสารของท่าน ท่านบอกว่าเปึนรถที่จะลากด้วยดีเซล เปึนรถที่จะลากเฉพาะสินค้าหรือว่าจะลากคนขึ้นไป ด้วยค่ะ ถ้าเปึนดีเซลจะลากคนขึ้นไปบนโครงสร้างของโฮปเวลล์นี่ละค่ะท่านมันจะ พิลึกพิลั่นไหมคะ แต่ถ้าสมมุติว่าเปึนไฟฟัานี่นะคะท่านมันก็จะมีข้อครหาในเรื่องของ มลพิษอะไรน้อยลงไปได้นะคะ เรื่องค่าต้นทุนของพลังงานก็ลดลงไปได้ ท่านอภิปรายว่า เปึนรถไฟฟัานะคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นนี่ค่ะ กรุณาเถอะค่ะ ว่าให้เราได้ความชัดเจนเราจะได้ทําหน้าที่ของเราได้อย่างสมบูรณ์นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

นายชัย ชิดชอบ รองประธานรัฐสภา

ครับ ใช้เนื้อหาสาระดีมากครับ เวลาเหลือนิดหน่อยครับ เปึนพระคุณครับ ต่อไปท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาไม่นาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขออนุญาตสักนิดได้ไหมครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ทางสภายินดีต้อนรับลูกหลาน เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการยุวชนประชาธิปไตย ประจําป้ ๒๕๕๒ ทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชม รัฐสภาในวันนี้ เราเปึนกําลังสําคัญในอนาคตข้างหน้าดูตัวอย่างเอาไว้นะลูก ๆ หลาน ๆ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ผมก็คงจะ ใช้เวลาไม่มากนะครับ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ๒-๓ วันที่แล้วผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ ได้พบข้อความของกระทรวงคมนาคมนะครับที่ได้ดําริที่จะดําเนินการรถไฟฟัาเพิ่มขึ้น อีกสายหนึ่งก็คือสายสีชมพูนะครับที่จะไปผ่านศูนย์ราชการ เพราะว่าศูนย์ราชการตอนที่ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการอยู่นั้นนะครับก็ได้รับการร้องเรียนอย่างมากมาย เพราะว่า ในอนาคตนี่ศูนย์ราชการถ้าเป่ดแล้วก็จะมีข้าราชการผู้คนไปใช้หลายหมื่นคนที่นั่น ก็ทราบว่า จะมีการเพิ่มสายสีชมพูนะครับ ก็ต้องขอถือโอกาสขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ คนปัจจุบันที่ได้ห่วงใยในปัญหาของการจราจรของบ้านเมืองนะครับ โครงการระบบ รถไฟฟัาที่เรากําลังจะกู้เงินอยู่วันนี้นั้น ก็ต้องเรียนว่าในอดีตเปึนความปรารถนาดีแล้วก็ เปึนความตั้งใจของรัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในสมัยนั้นนะครับ ถ้าพวกเราจําไม่ผิดสมัยนั้นก็ ๗ เส้นทางจะใช้เงินประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ พอมาถึงรัฐบาลของท่านสมัคร ซึ่งมีผมเปึนรัฐมนตรีว่าการอยู่นั้นนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้ปรับปรุงเปึนประมาณ ๙ เส้นทาง จะใช้งบประมาณประมาณ ๗ แสนกว่าล้านบาท ก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ พอมาถึงรัฐบาลนี้ก็จะเพิ่มอีกเส้นหนึ่งก็คงจะเปึน ๑๐ เส้นทาง ก็เปึนประโยชน์นะครับ ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะว่าระบบ รถไฟฟัาขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นก็ต้องบอกว่าเมื่อเราสามารถสร้าง เสร็จจากการศึกษาตอนผมอยู่นั้น จะสามารถคืนทุนประมาณ ๗ แสนกว่าล้านบาทนี้ จะสามารถคืนทุนภายในไม่เกิน ๗ ป้เท่านั้น แล้วมันยังช่วยระบบอะไรต่าง ๆ ในบ้านเรา มากมาย รวมทั้งคุณภาพชีวิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเพิ่มเวลาให้กับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ไม่ต้องขับรถมาติดอยู่บนถนน ๒ ชั่วโมงเช้า ๒ ชั่วโมงเย็น แล้วก็สามารถที่จะจอดรถเอาไว้บ้าน ลดการใช้เชื้อเพลิง ลดต้นทุนของ การดํารงชีวิตของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างอเนกอนันต์ มากมายมหาศาล นะครับ ก็ต้องขอบคุณนะครับที่ได้คิดเรื่องรถไฟฟัาสายสีชมพู ผมจะกลับมาที่เมื่อตอนต้น นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้บอกว่าให้ไปถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมคนก่อน ก็คือมาถามผมนั่นเอง ในเรื่องของรถไฟสายสีแดงนี้ ในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อมก็ดี ในเรื่องของการทําประชาพิจารณ์ก็ดี พูดในทํานองว่าประสิทธิภาพผมนี่ ไม่ดีนะครับ คือทําช้า ไม่เร่งรีบ ผมก็จะขอกราบเรียนที่มาที่ไปของรถไฟสายสีแดง บางซื่อ- รังสิต เส้นนี้ให้พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกรัฐสภาได้รับทราบในสิ่งที่เปึนไปและ เปึนมานะครับ ก็คงต้องเรียนว่าโครงการนี้ก็เกิดตามที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงก็คือเกิดตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็เริ่มมาจะจบประมาณป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ดําเนินการเรื่อยมานะครับ เรื่องของสิ่งแวดล้อมก็คงเปึนไปตามขั้นตอน เพราะว่าสิ่งแวดล้อมนั้นมีขั้นมีตอนของมัน อยู่ เราคงไปลัดขั้นตอนนี้ไม่ได้ การทําประชาพิจารณ์ก็มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะต้องให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ก็เปึนขั้นเปึนตอนของมันนั่นเองนะครับ แต่เมื่อ มาถึงผม ทางกระทรวงการคลังได้เจรจากับทางเจบิกในสมัยนั้นว่าจะขอกู้เงินโครงการนี้ และที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าโครงการนี้นั้นตอนประเมินราคา ประเมินค่าก่อสร้าง ตอนนั้น เปึนเงินเพียง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ คร่าว ๆ ยังไม่ค่อยมีรายละเอียดอะไร เปึนความจริง คําว่า ไม่ค่อยมีรายละเอียด อะไรนั้นก็คงหมายความว่า ไม่มีเรื่องหัวรถจักร ไม่มีรายละเอียดเรื่องราง เรื่องอะไรต่าง ๆ หลังจากที่ออกแบบจนใกล้ที่จะเสร็จแล้วเสนอ มาถึงผม ผมก็ได้ถามไปทางที่ปรึกษา แล้วก็ทางรถไฟ ตลอดจน สนข. ว่าเพราะเหตุใด ผมได้ถามไปเหมือนกับท่านวุฒิสมาชิกท่านนฤมล ศิริวัฒน์ วุฒิสมาชิกของจังหวัด อุตรดิตถ์ ขอโทษครับที่เอ่ยนามและถ้าผมจําไม่ผิดนะครับว่า รถไฟของการรถไฟ สายสีแดงนั้นเปึนรถไฟดีเซลรางหรือเปึนรถไฟฟัา สรุปว่าเปึนรถไฟฟัาครับ เปึนรถไฟฟัา ผมจึงได้ถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า แล้วเราใช้ขนาดรางขนาดเท่าไร ก็ได้รับคําตอบว่า เปึนขนาดมิดเดิล เกท (Middle Gate) ก็คือรางขนาด ๑ เมตรนั่นเอง ผมจึงได้ถามไปทาง รถไฟ สนข. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าโลกกําลังพัฒนา แล้วโลกส่วนใหญ่ขณะนี้เขาใช้ สแตนดาร์ด เกท หมดแล้ว โดยเฉพาะรถไฟขนส่งมวลชนที่เรากําลังทําอยู่ก็ใช้สแตนดาร์ด เกท ทั้งสิ้นนะครับ สแตนดาร์ด เกท ก็คือขนาดราง ๑.๔๓๕ เมตร คือรางขนาดใหญ่ ใหญ่ทั้งความกว้างและใหญ่ทั้งตัวราง ซึ่งสามารถรับน้ําหนักได้มากกว่าขนาดมิดเดิล เกท เกือบ ๑ เท่าตัว

แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมได้ถามไปทางเจ้าหน้าที่แล้วให้นโยบายไปว่า แอร์พอร์ต ลิงค์ ของเราก็ใช้รางขนาดสแตนดาร์ด เกท ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตรเช่นเดียวกัน แล้วระบบรถไฟทางคู่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประมาณ ๒,๔๓๕ กิโลเมตรทั่วประเทศที่จะทํา ขึ้นใหม่ รถไฟทางคู่ ก็จะใช้รางขนาดรางสแตนดาร์ด เกท เช่นเดียวกัน ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตรเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าหากว่ารถไฟสายสีแดงเส้นนี้ถ้าเราใช้มิดเดิล เกท ก็จะเกิดปัญหาในการเชื่อมต่อ เพราะรถไฟเส้นนี้ในอนาคตก็จะต้องเชื่อมกับแอร์พอร์ต ลิงค์ จะเชื่อมกันอย่างไร แล้วจะทําอย่างไรถ้าหากว่าเรารีบที่จะกู้เงินแล้วมาทํา แล้วอนาคต การรีบไปกู้เงินมาก่อสร้าง แล้วถ้าเราจะเปลี่ยนระบบรางมิดเดิล เกท เปึน สแตนดาร์ด เกท ในระหว่างที่เราไปขอเงินกู้มาแล้ว ผมก็เจรจากับญี่ปุ์น ญี่ปุ์นบอกไม่ได้ ถ้าขอกู้แบบ สแตนดาร์ด เกท ก็คือสแตนดาร์ด เกท ถ้าขอกู้แบบมิดเดิล เกท จะไปเปลี่ยนเปึน สแตนดาร์ด เกท นี่ไม่ได้ ผมเลยหารือกับทางกระทรวงการคลังว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะช้า นิดหนึ่งได้ไหม ขอให้บริษัทที่ปรึกษาไปออกแบบ ไปแก้ไขเปึนสแตนดาร์ด เกท เสีย เพื่อให้ ได้เข้ามาตรฐานของนโยบายของเรา และเข้ามาตรฐานของตลาดโลกนะครับ ทางกระทรวงการคลังก็นําไปพิจารณา แต่เมื่อรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงก็กลับมาเปึน เช่นนี้อีก ก็ต้องบอกว่าเราจะรีบร้อนไปขนาดไหน เราจะรีบร้อนไปทําไม เพราะว่าเรื่องของ รถไฟนั้นเราจะใช้ไปอีก ๑๐๐ ป้ ๒๐๐ ป้ เราจะใช้ไปอีกยาวนาน แล้วเราก็ต้องตัดสินใจว่า เราจะใช้ระบบ ๑.๔๓๕ เมตร หรือจะใช้ระบบ ๑ เมตร ทั้ง ๑ เมตร และทั้ง ๑.๔๓๕ เมตรนั้น ก็คงมีข้อดีข้อเสีย ข้อดีของ ๑.๔๓๕ เมตร สแตนดาร์ด เกท ก็คือขณะนี้การผลิตในโลกนี้ ส่วนใหญ่เขาก็มุ่งเน้นไปที่สแตนดาร์ด เกท ทั้งสิ้น มุ่งเน้นไปที่นั่น แล้วการผลิตจํานวนมาก ๆ ในสมัยใหม่และเปึนความนิยมก็จะทําให้ตัวรถก็ดี สิ่งต่าง ๆ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะมีผู้ผลิต อยู่ตลอดเวลา และตัวรถก็จะถูกลง ๆ ตลอดเวลา แต่เปึนมิดเดิล เกท นั้น หลายประเทศ เลิกผลิตไปแล้ว หลายประเทศก็ผลิตเพื่อทดแทนของเก่าเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าเราสั่งทํา เขาก็ผลิตให้ ซึ่งต้องใช้เวลายาวนาน อย่างรถไฟขณะนี้ การรถไฟก็มีปัญหาเรื่องลูกล้อ ล้อเลื่อน เรื่องแหวนวงล้ออะไรต่าง ๆ ซึ่งเวลาสั่งไป ทางต่างประเทศก็ไม่ผลิตแล้ว ถ้าจะ ผลิตก็ต้องสั่งเปึนจํานวนมากๆ สั่งจํานวนเปึนหลาย ๆ ร้อยล้านบาท หลาย ๆ พันล้านบาท ซึ่งการรถไฟก็ไม่สามารถที่จะสั่งวงล้อเหล่านี้มาสต็อกไว้ได้ ก็จะมีปัญหาไปซื้อจาก จีนบ้าง ซื้อจากมาเลเซียบ้าง ซื้อมาแล้วลูกล้อเหล่านี้คุณภาพก็ต่ํา ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะมี ปัญหาตลอด ก็ทําให้รถไฟจอดเสียเปึนจํานวนมากในระบบล้อ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ สภาแห่งนี้วันนี้จะต้องตัดสินใจว่าเราจะใช้ระบบที่ได้มาตรฐานของโลกที่เขาใช้อยู่ หรือเรา จะใช้ในระบบเก่า อันนี้มีความสําคัญ มีความจําเปึน ผมจึงมีความเห็นว่าไม่น่าจะรีบร้อน ถอนออกไปก่อน แล้วไปปรับปรุงให้เรียบร้อย เพราะว่าสภาแห่งนี้วันนี้ถ้าอนุมัติโครงการนี้ ออกไปแล้ว อนุมัติเงินกู้ตัวนี้ไปแล้ว แล้วในอนาคตจะไปเชื่อมต่อกับแอร์พอร์ต ลิงค์ ได้อย่างไร จะไปเชื่อมต่อกับระบบรถไฟรางคู่ ๒,๔๓๕ กิโลเมตรที่เราจะทําทั่วประเทศ ได้อย่างไรนะครับ การตัดสินใจวันนี้มีความสําคัญ ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะต้องไปปรับรถไฟ ทางคู่ทั้งหมดให้มันเปึนมิดเดิล เกท มิดเดิล เกท นั้นสามารถที่จะบรรทุกสินค้าได้ไม่มาก น้อยมาก สิ่งนี้เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นก็เลยต้องกราบเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาว่าจะต้องดู การกู้เงินอันนี้เปึนพิเศษให้เปึนต้นแบบ ก็คงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ การตัดสินใจวันนี้นั้นจะส่งผลและมีผลถึงระบบขนส่งมวลชน ระบบการขนส่งสินค้า ทั่วประเทศตลอดไป ถ้าวันนี้เราตัดสินใจผิดอนาคตเศรษฐกิจลูกหลานจะมองเราอย่างไร วันนี้ก็เลยต้องขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คนสุดท้ายนะครับ ในการอภิปราย ผมก็ให้เกียรตินะครับ ความจริงก็ควรจะจบแล้ว แต่ว่าให้เกียรติคุณสุรชัย เบ้าจรรยา ครับ รวบรัดสัก ๕ นาทีก็พอครับ เชิญครับ

นายสุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพรักครับ ผม นายสุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพรักครับ จริง ๆ ผมเตรียมข้อมูลไว้เยอะ แต่ท่านประธานบอกว่าไม่เกิน ๕ นาที ก็จําเปึนอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องรวบรัดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายสุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูร่างสัญญาหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทาง การเงินกับประเทศญี่ปุ์น ซึ่งเปึนเงินกู้จํานวนเงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน หรือเงินไทย ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยดอกเบี้ย ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ระยะผ่อน ๒๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพ รักครับ ในระยะผ่อนส่ง ๒๕ ป้ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านประธานกับผมจะได้ผ่อนหมดหรือยังก็ยัง ไม่ทราบนะครับ เพราะว่าระยะ ๒๕ ป้ก็นานเหลือเกิน ท่านประธานครับ ผมขอแสดง ความคิดเห็นสําหรับโครงการเงินกู้แห่งนี้ ผมไม่ได้ขัดขวาง แล้วก็ไม่ได้ห้าม แต่ผมอยากจะให้ รัฐบาลระมัดระวังแล้วก็ไม่รวบรัดเสียจนเกินไป การกระจายอํานาจนั้นท่านประธานครับ ก็ต้องไปทั่วทุกภาคหรือทั่วทั้งประเทศของประเทศไทย โดยเฉพาะต่างจังหวัดครับ เปึน รูปธรรมชัดเจนครับ เมืองหลวงของพวกเราก็ต้องมีความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะรัฐบาล ไปกู้เงินจากญี่ปุ์นมา มาสร้างโครงการรถไฟฟัาสีแดง ถามว่าเห็นสมควรไหม จริง ๆ แล้วก็ สมควร ต่างประเทศเมืองหลวงของเขาเจริญรุ่งเรือง ไม่ว่าประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ หรือว่ากรุงลอนดอน ผมอยากขอยกตัวอย่างครับ ใกล้ ๆ บ้านเราก็คือ ประเทศสิงคโปร์ อันนั้นก็ต้องยอมรับครับว่ามีความเจริญรุ่งเรืองในเมืองหลวง แต่ขณะเดียวกันครับท่านประธานครับ ต่างจังหวัดของพวกเรามีทั้งหมด ๗๖ จังหวัด ก็ต้องมีความเจริญรุ่งเรืองด้วย ในความคิดของผมอยากจะฝากถึงรัฐบาล เมืองหลวง เจริญสัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ต่างจังหวัดสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังดีครับสําหรับเงินกู้มาแห่งนี้ ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าต่างจังหวัดกําลังรอคอย รอคอยความหวังกับ รัฐบาล ขอให้ทั่วหน้าทั่วถึงกัน โดยเฉพาะทางภาคอีสานความเจริญรุ่งเรืองมันลดหลั่นกันมาก ไม่เหมือนภาคกลางหรือว่าภาคอื่น ๆ เขา ฉะนั้นวันนี้ครับท่านประธานครับ ผมอยากจะ บอกท่านประธานผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโครงการนี้ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชาชนทุกหมู่เหล่าเขาก็อยากเห็นความ เจริญรุ่งเรืองในการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็อยากให้รัฐบาลชุดนี้ครับให้ทัดเทียมกัน จริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องถนนหนทาง ท่านประธานที่เคารพรักครับ บางจังหวัดฝุ์นละออง เยอะ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างยิ่ง แล้วเงินส่วนต่าง ๆ นี่ท่านประธานครับ ผมว่าถ้ามีก็ยังดี ถ้ามีเยอะก็จะดีเพราะว่าจะได้สมน้ําสมเนื้อที่เราบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมขอฝากเรื่องคือ การบริหารเงิน รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ก็บอกว่า จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ผมยังจําแม่นเสมอว่าเมื่อก่อนนี้ครับ โครงการมิยาซาวา แพลน (Miyazawa Plan) เกิดจากรัฐบาลนี้ละครับที่ไปกู้เงินญี่ปุ์นมา แต่ผลสุดท้ายครับ ลงสู่ท้องถิ่น ให้เงินผู้นําองค์กรสู่ท้องถิ่นไปทําความเจริญ ไปดายหญ้า ไปทําถนนลูกรัง พอดีฝนตกลงมาครับท่านประธานครับ ยังไม่ถึงเดือน ก็เซาะขาดลงมาหมด อันนั้นการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ํารอยครับ ท่านประธานครับ อยากให้รัฐบาลตั้งความจริง แล้วก็ความจริงใจกับประชาชน ทุกหมู่เหล่านะครับ โดยเฉพาะการบริหารประเทศชาติให้ทัดเทียมกันครับ กรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวง ของประเทศไทย ผมก็ใฝ์ฝันว่าอยากจะให้มีความรุ่งเรืองแล้วก็เจริญเหมือนกับ ประเทศอื่นเขา ในขณะเดียวกันครับท่านประธานครับ ๗๖ จังหวัดของประเทศไทย ก็มีความเจริญรุ่งเรืองเท่า ๆ กัน ผมขอฝากท่านประธานแค่นี้ละครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ ถือว่าการอภิปราย สิ้นสุดแล้วนะครับ ก็ด้วยความขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ ที่ไปด้วย ความเรียบร้อย เชิญตอบครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั้น ๆ หน่อยครับ เวลามันจํากัด เหลืออีกตั้ง ๗ เรื่อง ๖ เรื่อง

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ใช้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมนะครับที่ชี้แจงเกือบหมดแล้ว เสียดายเกือบ ถ้าท่านชี้แจงในพรรคกระผมจะ ไม่ได้เครียดขนาดนี้นะครับ เรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภา ก็คือ

ประการแรกนะครับ โครงการนี้ที่รัฐบาลให้กู้โครงการนี้ ไม่กระทบกับ โครงการที่จะนําเงินไปพัฒนาในชนบท ไม่ว่าจะเปึนโครงการที่ อย่างกระผมที่กราบเรียน ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า โครงการนี้ไม่กระทบกับเงินที่จะนําไปพัฒนาชนบท ไม่ว่าจะเปึน เรื่องถนน น้ํา เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าไม่กระทบนะครับ

ส่วนเรื่องที่สอง ที่บอกว่า โครงการนี้จําเปึนเร่งด่วน ชะลอได้ไหม ชะลอ ไม่ได้ครับ เพราะโครงการนี้ได้สร้างไปแล้วนะครับ โครงการรถไฟฟัาชานเมือง รถไฟฟัา ความเร็วสูงชานเมือง ได้สร้างไปแล้วคือบางซื่อ-ตลิ่งชัน ใช้งบประมาณทางราชการ ๘,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณทางราชการสร้างไปแล้ว ถ้าท่านไม่สร้างตัวนี้ ถ้าท่านไม่ซื้อตู้รถไฟฟัามาก็ไม่สามารถมาดําเนินการได้ก็จะเปึนอนุสาวรีย์ เพราะฉะนั้น จึงดําเนินการไปตามกระบวนการที่ศึกษาวางแผนเอาไว้

ส่วนเรื่องที่ท่านสมาชิกสงสัยว่า ราง ๑ เมตร ที่บอกว่าสแตนดาร์ด เกท มิดเดิล เกท คือ ๑ เมตรกับ ๑.๔ เมตร วันนี้ทําไมเราไม่ใช่ สแตนดาร์ด เกท เพราะว่า เราจะเอารถอย่างที่ท่านสมาชิกท่านสงสัยว่าที่มีดีเซลขึ้น คือเอารถทั้งความเร็วสูง รถไฟฟัาความเร็วสูงวิ่ง แล้วก็เอารถไฟฟัาที่มีอยู่ขณะนี้วิ่ง ทั้ง ๒ ระบบพร้อมกัน ฉะนั้น กราบเรียนว่าวันนี้ทําไมเราไม่รื้อใช้ สแตนดาร์ด เกท ทั้งหมด ก็อย่างที่กระผมกราบเรียน ว่าประเทศชาติกําลังยากจน ประเทศหลายประเทศก็ยังใช้ระบบราง ๑ เมตรอยู่ ฉะนั้น ถ้าเราไปรื้อระบบ ประเทศชาติเรากําลังยากจนนะครับ ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าเรื่องนี้ได้ ผ่านการศึกษาแล้ว จึงเดินหน้าไปนะครับ ตามผลที่ได้ศึกษา

อีกเรื่องหนึ่งที่กระผมต้องกราบเรียนว่า เรื่องสัมปทาน ท่านครับ รัฐบาลเอง ก็เข้าใจเรื่องนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีดําริที่จะให้เอกชนมาร่วมทุนหรือ ให้สัมปทาน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนนโยบายของรัฐบาล แต่ท่านครับบางเรื่องท่านต้องเข้าใจว่า เปึนการบริการสาธารณะเชิงสังคม อย่างที่ท่านพูดถึงเรื่องรถเมล์รถอะไรทั้งหลาย วันนี้ถ้าเราให้ไปสัมปทานก็จะผลักภาระนี้ไปให้ประชาชนก็ไปขึ้นค่าโดยสารอะไรทั้งหลาย ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าโครงการนี้ได้ผ่านการศึกษาแล้วแล้วก็ผ่านมา หลายยุคหลายสมัยของรัฐบาลที่ดําเนินการมา กระผมในฐานะผู้รับผิดชอบที่จะไปปฏิบัติ กระทรวงการคลังในฐานะผู้รับผิดชอบในการหาเงิน กระผมก็ขอกราบเรียนยืนยันต่อ รัฐสภาแห่งนี้ว่าจะดําเนินการโครงการนี้ให้สมประโยชน์และให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านสมาชิกรัฐสภากรุณาได้ให้ข้อเสนอแนะของกระผมที่จะให้ตรวจสอบ ให้เปึนที่สมประโยชน์ของทุกฝ์าย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตผมนิดหนึ่ง พาดพิงนิดหนึ่งครับ ผม สันติ พร้อมพัฒน์

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือผมป่ดอภิปรายแล้วนะครับ ป่ดอภิปรายแล้ว ค่อยต่อเรื่องอื่นมันเกี่ยวโยงเยอะครับ เหลืออีกตั้ง ๕-๖ เรื่อง ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวได้พูดครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านฐิติมาก็เหมือนกัน รอ ไม่ต้อง หรอกลูก เปึนคนพูดเก่งที่สุดอยู่แล้วใคร ๆ เขาก็ยอมรับอยู่แล้วในสภา พอเถอะครับ ขอป่ดการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับ ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาล ญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้หรือไม่นะครับ แต่ก่อนที่จะลงมติกระผมขอสอบเรื่อง องค์ประชุมก่อน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เชิญท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมทุกท่านนะครับ เชิญครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ช่วยกรุณาเข้ามานับองค์ประชุมด้วยนะครับ เชิญครับ ทุกท่านนะครับ ท่านที่อยู่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหยุดประชุมให้หมดนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านนะครับ ครบแล้วนะครับ ทุกท่านนะครับ เมื่อท่านเสียบบัตรแล้วโปรดกดบัตร แสดงตนให้มันชัดว่าได้ใช้สิทธิแล้วนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ เชิญเร็วหน่อยครับด้วยความกรุณาครับไปหลับอยู่ที่ไหนล่ะครับ ทุกท่านพร้อมแล้วนะครับ ก็ถือว่าทุกคนได้เสียบบัตรแสดงตนหมดแล้ว เชิญหน่อยครับ เอ๊ะ ผมว่าพวกเราเปึน คนขยันนะทําไมช้าเหลือเกิน คือยังเหลืออีกหลายฉบับนะครับ แล้วก็วันนี้จะต้องโหวตกัน ทุกฉบับนะครับ ช่วยกรุณาอย่าออกนอกพื้นที่ของสภานะครับ ให้อยู่ให้พร้อมเพรียงกัน ขอความกรุณาด้วยครับ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเสร็จแล้วนะครับ ก็ขอผลคะแนน ผลปรากฏว่าอยู่ในห้องประชุม ๓๕๐ ท่าน ครบองค์ประชุม องค์ประชุม ๓๐๗ คน อยู่ใน ห้องประชุม ๓๕๐ คน ก็ดําเนินการลงมติได้นะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกที่จะใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ ขอโปรดลงคะแนนเห็นชอบ ผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ครั้งแรกนะครับ เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ ทุกท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ท่านใดยัง ไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มี ถือว่าทุกท่านได้ใช้สิทธิสมบูรณ์แบบแล้วนะครับ ป่ดการใช้ สิทธิ ส่งผลคะแนนมา ตอนนี้มีผู้เข้าประชุม ๓๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน ผลปรากฏว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบตามที่รัฐบาลเสนอ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่

๕.๑ ขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ไทย–ลาว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว และกลไกอื่น ๆ ของไทย ภายในใต้กรอบนี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้ร้องขอให้มีการ ประชุมลับ ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อวานนี้กระผม ได้ขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ เรื่องด่วนที่ ๓ ลําดับต่อไปจะเปึนวาระเรื่องด่วน ที่ ๕.๖ กรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคีครับ ขออนุญาต ท่านประธานได้ดําเนินการตามที่ได้ขอเลื่อนไว้แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เลื่อนทั้งหมดนี่ครับ คุณเลื่อน ทั้งหมดไม่ใช่หรือครับ เลื่อนทุกฉบับไม่ใช่หรือครับ ทางสภาก็บรรจุระเบียบวาระตามที่คุณ ขอเสนอเลื่อน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

แต่ได้เสนอเลื่อนเปึน ตามลําดับที่ได้เสนอเรื่องเมื่อวานนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็มี ๕.๑ แล้วก็ ๕.๒ ๕.๓ ๕.๔ ๕.๕ ก็มีตามนี้ทั้งหมด นอกจากที่ท่านจะเสนอว่าจะรวมการพิจารณาหรือไม่เท่านั้นเอง ระเบียบวาระมันก็มี มีอะไรว่ามาเชิญครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลได้ขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมดังต่อไปนี้ครับ ท่านได้เลื่อนเรื่องด่วนเรื่องที่ ๒ ขึ้นพิจารณาก่อน เสร็จจากนั้นให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๓ เสร็จ เรียบร้อยแล้วให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๕.๖ ตามด้วย ๕.๑ ตามด้วย ๕.๕ ตามด้วย ๕.๒ ๕.๓ และ ๕.๔ ตามลําดับครับ ผมยืนยันสิ่งที่ท่านประธานวิปได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือหมายความว่าตั้งแต่ ๕.๑–๕.๖ นี้ คุณชินวรณ์ลองพูดใหม่สิ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมคิดว่าประเด็นที่กระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานนั้น เปึนประเด็นที่กระผมได้ขออนุมัติจากที่ประชุมนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ ในการเรียง ตามลําดับนะครับ เข้าใจว่าฝ์ายเลขาธิการได้นําเสนอต่อท่านแล้วในขณะนี้นะครับ กระผมอยากเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานว่า เมื่อมีการที่จะขอเลื่อนตามลําดับ นะครับ เพื่อที่จะให้เปึนกลุ่มของรัฐมนตรีที่จะได้ชี้แจงนะครับ ซึ่งก็จะเริ่มจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลําดับต่อไป ๕.๖ นี้กระทรวงการคลังนะครับ ลําดับ ต่อไป ๕.๑ ๕.๒ นี่กระทรวงการต่างประเทศ ลําดับต่อไป ๕.๒ กระทรวงคมนาคมนะครับ ๕.๓ กระทรวงพาณิชย์ และ ๕.๔ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือตอนนี้เราพิจารณาเสร็จไปแล้ว ๒ เรื่องใช่ไหมครับ ยังอยู่เฉพาะเรื่อง ๕.๖ ใช่ไหมครับ อย่างนั้นหรือเปล่า

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ถูกต้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เราก็จะพิจารณา ๕.๖ ก่อน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ถูกต้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ฉะนั้นก็ดําเนินการได้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับตามที่ชีท (Sheet) นี้ ก็เพิ่งเห็นครับ เชิญรัฐมนตรีเสนอครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีอะไรอีกครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

เพื่อทําความตกลงให้เข้าใจโดยทั่วกันนะครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อวานนี้ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้กรุณาเลื่อนอย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ถูกต้อง แล้วครับ คือขณะนี้จะพิจารณาเรื่องที่ ๕.๖ เสร็จจากนี้เราจะพิจารณาเรื่องที่ ๕.๑ แล้วก็ จะไปที่ ๕.๕ ต่อด้วย ๕.๒ ๕.๓ และ ๕.๔ เปึนเรื่องสุดท้ายครับ ขอทําความเข้าใจอย่างนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ ก็พอเข้าใจครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับลูกหลาน ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมเปึน ผู้นําเสนอนะครับ เปึนการนําเสนอกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึน พหุภาคี เสนอเพื่อขอให้ทางท่านสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ความจริงเรื่องนี้เกิดมา นานแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเล่าให้ฟังสักนิดหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ทางท่านสมาชิกจะได้ซักถามต่อไปนะครับ มาตรการริเริ่มเชียงใหม่นี่ครับเกิดขึ้น หลังจากที่ประเทศเราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจนะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๐ วิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะนั้นเกิดขึ้นเพราะเงินสํารองที่เรามีอยู่ที่เปึนเงินตราต่างประเทศนั้นเสียหายแล้วก็ ลดลงไปเปึนจํานวนมาก รัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในขณะนั้นก็มีความวิตกกังวลครับ ว่าเราควรจะสร้างมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อที่จะปัองกันไม่ให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาอีก เมื่อป้ ๒๕๔๓ ครับ ประเทศญี่ปุ์นก็ได้พยายามที่จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันระหว่าง ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ด้วยกัน ๑๐ ประเทศ แล้วก็มีคําที่ใช้กันก็คือ อาเซียน+๓ หมายความว่ามีญี่ปุ์น มีจีน แล้วก็มีเกาหลีเพิ่มขึ้นมา ในการประชุมกันที่เชียงใหม่เมื่อป้ ๒๕๔๓ จึงมีการตกลงกันว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ ในลักษณะต้มยํากุ้งขึ้นมาอีก ประเทศทั้ง ๑๓ ประเทศนั้นมีเงินสํารองที่เปึนเงินตรา ต่างประเทศที่ต่างกันน่าจะช่วยเหลือหรือหยิบยืมกันได้บ้าง ในขณะนั้นวงเงินที่ตั้งไว้ก็ ๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ข้อตกลงในวันนั้นมีส่วนที่เปึนที่น่าสนใจก็คือว่า เปึน เรื่องที่ว่า ๑๐ บวก ๓ คือ ๑๓ ประเทศนี่ครับเขาตกลงกันว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นเขาจะจับคู่กัน ความหมายก็คือเปึนเรื่องของทวิภาคี ก็ทํากันมาแล้ว แล้วก็ทํากันมานานครับ นานจนกระทั่งมาถึงป้ ๒๕๕๐ เมื่อเข้าไปดูหลังจากดําเนินการมา ๖-๗ ป้ก็เห็นว่าที่บอกว่า ๑๓ ประเทศจะมาจับคู่กันและวงเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ดูท่ามันจะไม่เปึน ประโยชน์ ไม่ได้ผล ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเอามารวมกันแล้วลงขันกันเปึนกองทุนดีกว่า วงเงินในขณะนั้นก็พูดถึงวงเงินเดิมครับ แต่พอพูดถึง ๑๓ ประเทศต้องมาลงขันกันมาเปึน กองใหญ่ พูดแค่นี้ก็ยากแล้วครับ เพราะไม่รู้ว่า ๑๓ ประเทศใครจะลงเท่าไรอย่างไร ก็ไปได้ ไม่ถึงไหนครับ จนกระทั่งเมื่อป้ ๒๕๕๒ ก็เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ก็มีข้อตกลง ตอนนี้เปึน ข้อตกลงในลักษณะการพูดจากันเฉย ๆ นะครับ ว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เราเพิ่มขนาดหน่อย จาก ๘๐,๐๐๐ ขึ้นไปเปึน ๑๒๐,๐๐๐ เนื่องจากมี ๑๐ บวก ๓ เขาก็พูดกันว่าแบ่งกัน อย่างไร ก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ๓ ประเทศใหญ่ ญี่ปุ์น จีน เกาหลี ลงขัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๒๐,๐๐๐ ส่วนที่เหลืออีก ๑๐ ประเทศ คืออาเซียน ให้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็พอพูดจากันรู้เรื่อง แต่ไม่ได้เปึนการเจรจานะครับ เปึนการพูดคุยกัน กรอบกว้าง ๆ ในวันนี้รัฐบาลเตรียมที่จะหารือกันอีก จะมีการประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ ในเร็ว ๆ วันนี้ จึงมีความจําเปึนครับ ตามมาตรา ๑๙๐ ว่ารัฐบาลต้องเอาประเด็น เข้ามาพูดคุยกับทางสภาเพื่อขอความเห็นชอบ อันนี้ก็คือกรอบที่เรากําลังจะนําเสนอท่าน ในวันนี้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรามาขอความเห็นชอบให้เราไปดําเนินการต่อ ทํางานต่อ ก็คือในส่วนเงินที่จะขอเพิ่มนั้นจะเปึน ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในส่วน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้นตกลงกันเรียบร้อย แล้ว ๓ ประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง รับไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนั้นเปึนเรื่องของเขา ในส่วน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนของอาเซียนนี่ครับ รับมาเต็ม ๆ ๑๒๐,๐๐๐ คูณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๒๔,๐๐๐ คําถามจึงมีอยู่ว่าวันนี้เรามาขอสภาว่าจะขอไปเจรจา ในกรอบว่าเราจะลงขันไม่เกิน ๕,๐๐๐ ครับ ประเด็นมีเท่านี้ครับ ไม่ได้มีมากไปกว่านี้ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า แม้กระทั่งใน ๑๐ ประเทศ ความสามารถในการลงขันเพื่อ จัดเปึนกองทุนก็ต่างกัน จึงมีคําถามว่าแล้วเขาใช้กฎเกณฑ์อย่างไร เขาดูกันที่เงินสํารอง ระหว่างประเทศที่มีอยู่ในแต่ละประเทศครับ มีบรูไน มีประเทศกัมพูชา มีอินโดนีเซีย มีลาว มาเลเซีย พม่า ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ เวียดนามและประเทศไทย จริง ๆ แล้วเขาแบ่งเปึน ๕ บวก ๕ อีก ๕ หนึ่งก็คือเศรษฐกิจอ่อนแอหน่อย อีก ๕ หนึ่งก็แข็งแรง จึงเปึนข้อตกลงกันว่า บรูไน คอมโบเดีย ลาว พม่า และเวียดนาม เปอร์เซ็นต์ที่ออกลงขันนี่ก็จะน้อยหน่อย ส่วนที่เหลือนั้นก็มาก และในส่วนของประเทศไทยก็ถือเปึนประมาณ ๔.๗๖๘ เปอร์เซ็นต์

-๑๘๙/๑ ความหมายก็คือว่า กองทุน ๑๒๐,๐๐๐ เขาไปพูดคุยกันมาว่า ๑๐ ประเทศน่าจะรับได้ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ญี่ปุ์นบอกฉันรับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพวกเรา ๑๐ ประเทศนี่ครับ เราก็ต้องมาตกลงกันเอง วันนี้ยังไม่มี การตกลงอะไรทั้งสิ้น มีแต่เปึนเพียงกรอบซึ่งจะมาขออนุมัติสภาในวันนี้ว่า ในส่วนที่พูดคุยกัน หารือกันบนโต๊ะอาหารนี่ครับ ออกมาแล้วปรากฏว่าประเทศไทยนี่จะพร้อมและยินดี ที่จะลงขันก็เท่ากับมาเลเซียครับคือ ๔.๗๖๘ เปอร์เซ็นต์และเท่ากับอินโดนีเซียและเท่ากับ สิงคโปร์ เขาดูกันที่เงินสํารองที่มีอยู่ครับ เวลานี้ของเรามีเงินสํารองทั้งหมดมากครับ ๑๐๖.๒๙ แสนกว่าพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ทั้งหมดก็เปึนข้อมูลเพื่อที่จะให้ทาง ท่านประธานแล้วก็ทางท่านสมาชิกได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ลงจาก บัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ก็เชิญท่านแรกนะครับ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เชิญครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ใคร่ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่หรือ เชียงใหม่ อินนิชิเอทีฟ (Chiang Mai Initiative) ไปสู่การเปึนพหุภาคี ซึ่งจริง ๆ ที่ผมได้ เสนอตัวอภิปรายในเรื่องนี้ก็เพราะว่าดูแล้วเหมือนกับเปึนเรื่องใหญ่ แต่ข้อมูลที่ให้มาเพียง หน้าเดียวแล้วก็เปึนข้อมูลที่ไม่ค่อยชัดเจน ก็จึงได้พยายามตั้งใจฟังท่านผู้แทนรัฐบาลได้ กรุณาชี้แจง ซึ่งท่านก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม จึงอยากจะเรียนตั้งเปึนประเด็นคําถาม มากกว่าที่จะอภิปรายในตัวโครงการ เพราะตัวโครงการเองก็ค่อนข้างที่จะสั้น ๆ เพียง ๑ หน้า แล้วก็มีข้อความหลายข้อความที่ผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาอ่านแล้วก็คงจะ ไม่ได้ ไม่มีความเข้าใจหรือได้ใจความอะไรมากนัก ซึ่งถ้าเราจะอนุมัติให้รัฐบาลไป ดําเนินการเจรจาต่อหรือไปลงนามในสัญญาในอนาคต เราก็ควรที่จะมีความเข้าใจในสิ่งที่ เราจะได้อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ อย่างเช่นในเรื่องของการจัดทํากองทุนลักษณะเช่นนี้ ซึ่งผมก็เชื่อว่าเปึนเรื่องที่ดี คล้าย ๆ กับ ไอเอ็มเอฟ อันนี้ก็จะเรียกว่าเปึน เอเอ็มเอฟ (AMF) คือเปึนอาเซียน มอนิทารี่ ฟันด์ (Asian Monetary Fund) เพื่อช่วยเหลือกันเองในยามที่ ประเทศหนึ่งประเทศใดประสบปัญหาวิกฤติทางด้านการเงินหรือทางด้านเศรษฐกิจ โดยช่วยเหลือกันก่อนที่จะไปพึ่งพากองทุน ไอเอ็มเอฟ หรืออาจจะพึ่งพาไม่ได้ แต่ข้อเสนอ ที่จะให้เราอนุมัตินั้นยังค่อนข้างจะไม่ค่อยชัดเจน จึงอยากจะให้ทาง ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีได้กรุณาให้ข้อมูลกับเราเพิ่มเติม เพราะถ้าถามว่า เรื่องนี้มีผลต่อประเทศแล้วก็เปึนการดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า ใช่ เพราะในกรอบวงเงินที่ฝ์ายไทยต้องสมทบเปึนเงินถึงประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็เปึนเงินที่ไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นจึงคิดว่า ทางรัฐบาลควรจะได้ให้ความมั่นใจกับเพื่อนสมาชิกหรือรัฐสภาแห่งนี้ในข้อมูลต่าง ๆ ที่ชัดเจนขึ้นว่า เราจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าไปร่วม อะไรที่เราจะต้องคอมมิท (Commit) หรือที่เราจะต้องใส่เข้าไป เพราะลักษณะของกองทุน ไอเอ็มเอฟ นั้นค่อนข้างจะ ชัดเจน ประเทศที่เดือดร้อน เมื่อไปร้องขอความช่วยเหลือ ถ้า ไอเอ็มเอฟ เห็นชอบก็ได้รับ ตัวเงิน เปึนเงินอย่างชัดเจนแล้วก็มีขั้นตอนมีเงื่อนไขการชําระคืนเหมือนกับที่เราก็เคยเปึน ลูกค้า ไอเอ็มเอฟ มาแล้วในอดีต แล้วปัจจุบันก็มีหลายประเทศในโลกนี้ที่ไปพึ่งพากองทุน ไอเอ็มเอฟ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก แต่ในส่วนของกองทุนนี้ซึ่งเราเรียกว่ากองทุน เอเอ็มเอฟ หรือว่าเชียงใหม่ อินนิชิเอทีฟ นั้น ถ้าเราจะเข้าไปร่วมแล้วต้องไปคอมมิทเงินถึงเกือบ ๒ แสนล้านบาท ก็น่าจะมีหลาย ๆ คําถามที่จะต้องให้ชัดเจนก่อนที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ อย่างเช่น ในเรื่อง ของเงินสํารองระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ในความดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยถ้าผม เข้าใจไม่ผิด ตรงนี้รัฐบาลจะไปคอมมิทแทนธนาคารแห่งประเทศไทยได้หรือไม่อย่างไร นะครับ แล้วก็เปึนเงินที่ไม่ใช่น้อย แล้วก็ตัวเงินสํารองของประเทศในอนาคตจะเปึน อย่างไร เพราะการจัดทําหรือความริเริ่มในเรื่องของเชียงใหม่ อินนิชิเอทีฟนี้ได้มีกันมา หลายป้แล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่วันนี้เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทุกประเทศ แทบจะเดือดร้อน สิงคโปร์เองก็ถูกคาดการณ์ว่าจะเปึนประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ประเทศหนึ่งในเอเชีย ในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะลบมากที่สุด เพราะฉะนั้น ก็จึงคิดว่าในเมื่อเรากําลังจะไปเจรจาในเรื่องนี้ในภาวะที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นจริง ๆ เรา ก็ควรจะให้ความมั่นใจแก่ทางรัฐสภา อย่างคําพูดที่ว่าวงเงินเบิกถอนความช่วยเหลือ กลุ่มอาเซียนสามารถเบิกถอนวงเงินความช่วยเหลือได้ไม่ต่ํากว่า ๒ เท่าของวงเงินสมทบ ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเปึนคําพูดที่ถูกต้องที่บอกไม่ต่ํากว่า ๒ เท่า แสดงว่ามันไม่มีลิมิต (Limit) ข้างบน ไม่มีแคพ (Cap) ไว้ข้างบน จึงน่าจะมีการแปลที่ผิดพลาด ที่จริงในบางครั้ง เรามีภาษาอังกฤษแนบมาให้ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็บอกให้มาทั้งจีน ทั้งญี่ปุ์น ทั้งอเมริกา ทั้งภาษาอังกฤษ แต่บางครั้งเมื่อไม่มีภาษาอังกฤษแล้วพอมีความพยายาม ที่จะแปลเปึนภาษาไทยก็ทําให้เราไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าคําแปลนั้นถูกต้อง หรือไม่ เพราะฉะนั้นความช่วยเหลือที่กลุ่มอาเซียนจะเบิกถอนเงิน ความช่วยเหลือนั้น ไม่ต่ํากว่า ๒ เท่า แล้วไม่มีแคพไว้ข้างบนก็ไม่น่าจะเปึนสิ่งที่ถูกต้องนะครับ

อีกประการหนึ่ง กรณีของประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วม ไอเอ็มเอฟ โปรแกรม (Program) จะสามารถเบิกถอนได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินความช่วยเหลือ อันนี้ก็ยัง ไม่มีความชัดเจนว่าร้อยละ ๒๐ ของวงเงินความช่วยเหลือตัวนี้ กับที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ จะต้องดูว่าวงเงินกองไหนมากกว่ากันหรือไม่ หรือน้อยกว่ากันที่จะให้ความช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าโครงการนี้ที่ให้ข้อมูลมาเพียงหน้าเดียวเพื่อไปเจรจา และส่วนใหญ่ แล้วเมื่อไปเจรจาแล้วพอกลับมาที่สภาแห่งนี้พอเราจะแก้อะไรก็ยากแล้ว เพราะถือว่า ไปตกลงกันแล้ว ยิ่ง ๑๓ ประเทศด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขอความกรุณา ผ่านท่านประธานสภาไปยังทางรัฐบาลที่จะให้ข้อมูลกับพวกเราให้ชัดเจนเพิ่มเติมก่อนที่ เราจะไปคอมมิทเงินถึง ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งวันนี้เราอาจจะยังไม่ต้องใส่เงินกองนี้ ลงไป ก็เปึนการคอมมิทกันทางบัญชี แต่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าน่าจะมี ประเทศที่เดือดร้อนและอยากใช้เงินกองนี้ก่อนที่จะไป ไอเอ็มเอฟ เพราะฉะนั้นโอกาสที่ ถ้าเราไปคอมมิทแล้วเราจะต้องใส่เงินไปเพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านของเรากู้ ถ้ารัฐบาล ของเราสามารถที่จะรักษาสภาพเศรษฐกิจที่ดีไม่ต้องไปพึ่งพาอาศัยกองทุนกองนี้ อย่างที่ ทางรัฐบาลได้มีความตั้งใจและพยายามแล้วก็ได้กล่าวอยู่เสมอ เราก็จะต้องดูให้ชัดเจนว่า ถ้าเราเข้าร่วมในสัญญาเพื่อจัดทําเชียงใหม่ อินนิชิเอทีฟ ให้เปึนกองทุน เอเอ็มเอฟ ขึ้นมา จริง ๆ แล้ว ประเทศไทยจะสามารถที่จะสนับสนุนวงเงินงบประมาณนั้นได้แล้วก็ได้รับ ประโยชน์จากการที่เข้าไปร่วมอยู่ในสัญญาแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนามสมาชิกรัฐสภา ซึ่งกระผมขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาในการ ให้ความคิดเห็นก่อนที่จะมีการเห็นชอบในกรอบการเจรจาริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึน พหุภาคี สิ่งที่กระผมได้ศึกษาคร่าว ๆ ในข้อตกลงฉบับนี้ก็คือว่าประเทศไทยและ ประเทศเอเชียคงมีประสบการณ์ในวิกฤติต้มยํากุ้งในป้ ๒๕๔๐ ซึ่งห้วงเวลานั้นถ้าเราจํากันได้ ผู้นําของแต่ละประเทศตกอกตกใจวิ่งขอกู้เงิน วิ่งกันอุตลุด ไปหมด ซึ่งถือว่าเปึนสภาวะฉุกเฉินที่เห็นแล้วก็ทําให้เราไม่ค่อยสบายใจว่า การที่มีนักเล่นเงิน หรือนักปัืนเงินเข้ามาโจมตีค่าเงินของแต่ละประเทศ แล้วอาศัยจุดอ่อนของเงินคงคลังของ แต่ละประเทศเปึนเครื่องมือหรือว่าไปอินไซด์ (Inside) ข้างในแล้ว แล้วตัวเองมีกําลัง ในการที่จะเข้าโจมตีแล้วเอาสภาวะอย่างนั้นไปสร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศ ทุนนิยมขนาดใหญ่ ซึ่งก็ถือว่าเปึนบทเรียนอันเจ็บปวดของประเทศเรา ณ ขณะนั้น ผมเห็นด้วย ครับที่ประเทศในอาเซียนหรือในเอเชียจะรวมกันเพื่อที่จะถ่วงดุลกองทุน ไอเอ็มเอฟ ก็ดี ถ่วงดุลในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าของเราก็ดี แต่ข้อห่วงใยของกระผมนั้น ก็หมายความว่า กรอบการที่ประเทศไทยจะไปเจรจานั้น ข้อห่วงใยก็คือถ้าเจอวิกฤติจริง ๆ แล้ว เหมือนสภาวะวันนี้ ป้ ๒๕๕๒ นี่ ซึ่งทั่วโลกมีเศรษฐกิจที่ตกต่ํา กองทุนนี้ยังจะใช้ โมเดล (Model) เดิม ๆ หรือรูปแบบเดิม ๆ ในการที่จะเจรจากันอยู่หรือไม่ เพราะวิกฤติ วันนี้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับตอนที่เราเจอ ไอเอ็มเอฟ วิกฤติวันนี้เปึนวิกฤติทั้งการเลิก จ้างงาน วิกฤติค่าเงิน วิกฤติความไม่มั่นใจในสถานภาพของเศรษฐกิจในขณะนี้ว่าเราจะ เดินกันอย่างไร เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจาในอนาคตข้างหน้า ควรที่รัฐบาลควรจะศึกษา รูปแบบที่จะเปึนประโยชน์ในสถานการณ์ของประเทศไทยที่วันนี้เงินคงคลังเราก็มีจํากัด อัตราการส่งออกเราก็ถดถอย ผู้คนก็ตกงาน เราจะใช้กรอบเหล่านี้ไปสร้างความเข้มแข็ง ให้กับประเทศของเราอย่างไร สินค้าเกษตรของเราแต่ละตัวนั้นก็เปึนคู่แข่งกันไปแต่ละส่วน เวียดนามก็มีข้าว เราก็มีข้าว เวียดนามมียางพารา เราก็มียางพารา เพราะฉะนั้นวิกฤติ เหล่านี้มันก็เปึนวิกฤติเหมือน ๆ กันหมด ถ้ากรอบการเจรจาของเรานั้นถ้าจะทําให้ประเทศเรา มีความเสียเปรียบหรือไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขไปได้นี่ ท่าทีตรงนี้ของรัฐบาลควร ดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นข้อตกลงกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การ เปึนพหุภาคี ที่เดิมนั้นก็คงจะเปึนการสร้างเอเชียหรือเอเชีย บอนด์ (Asia Bond) ให้เข้มแข็ง แล้วนําไปสู่การถ่วงดุลของกองทุนระหว่างประเทศ เปึนรูปแบบที่เราเอาวิกฤติ ต้มยํากุ้งเปึนตัวตั้ง แต่ในขณะนี้มันไม่ใช่วิกฤติต้มยํากุ้ง เพราะฉะนั้นกระผมก็อยาก จะได้ฟังทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ทิศทางในการจะเข้าไปเจรจาเพื่อที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้มีความ สบายใจ เงินตั้ง ๒ แสนล้านบาทที่เราจะเอาเข้าไปสํารองไว้ตรงนั้นมันจะเปึนประโยชน์ ในแง่ของทางบัญชีก็ดี ในแง่ของทางเศรษฐกิจก็ดี และในแง่ของทางความมั่นคง ความ เชื่อถือของประเทศก็ดีนั้นผลเปึนอย่างไรนะครับ กระผมเองก็คงจะต้องขอคําอธิบายความ ของทางรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่า กรอบการเจรจานั้นจะทําให้ประเทศของเรานั้นมีความ มั่นคง มีความมั่นใจ และจะทําให้นําไปสู่การเจรจาที่เปึนไปได้ ควรจะเปึนอย่างไรครับ กระผมคงต้องรอฟังทางรัฐมนตรีชี้แจงอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคีนั้น กระผม รับได้นะครับ เพราะอย่างน้อยก็ใช้ชื่อเชียงใหม่ ซึ่งกระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดเชียงใหม่ นับว่าเปึนเกียรติครับที่พี่น้องชาวเชียงใหม่จะได้มีส่วนร่วมให้ ประเทศอาเซียนบวก ๓ ได้มีกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในกรณีที่ ประเทศต่าง ๆ ประสบปัญหาขาดเงินขาดทอง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่กระผมได้ฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจง กระผมมีประเด็นที่ อยากจะถามเพราะว่าท่านบอกว่าประเทศไทยจะต้องใช้เงินประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ วันนี้พี่น้องประชาชนฟังการอภิปรายของพวกกระผมอยู่ พี่น้องประชาชนอาจจะแปลกใจว่า เอ๊ะ เราจะเอาเงินที่ไหนไป ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ เพราะ เมื่อวานรัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาที่รัฐบาลจะไปกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ประชาชน งงแน่นอนครับ ประชาชนคนจนที่อยู่ในชนบทเป่ดวิทยุฟังการอภิปรายในวันนี้งงเปึน ไก่ตาแตกท่านประธาน ก็เมื่อวานยังอภิปรายอยู่ดี ๆ ว่าจะไปกู้ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ วันนี้จะเอาเงิน ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญไปใช้อย่างไร เอาที่ไหนไป แล้วประเด็นที่อยากจะถาม ครับว่าพอไปตกลงกันแล้วกองทุนนี้จะเริ่มต้นเมื่อไร เงินนี้ประเทศไทยเราจะเปึน ประเทศแรกที่ต้องกู้จากกองทุนนี้หรือไม่ วันนี้ต้องตอบให้ได้นะครับ เพราะสิ่งที่กระผม ถามนั้นเปึนห่วงอย่างยิ่งท่านประธาน เปึนห่วงว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะย่อยยับ ย่อยสลายเร็วกว่าประเทศในอาเซียนอื่น ๆ เนื่องจากว่าผลกระทบของเศรษฐกิจโลกบวก กับการป่ดสนามบินของพันธมิตรสร้างความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างใหญ่หลวง เพราะฉะนั้นก็เปึนห่วงว่าเราจะกู้ทันไหม เราจะเปึนประเทศแรกที่ไปกู้เงิน จากองทุนนี้หรือไม่ อันนี้เปึนประเด็นสําคัญท่านประธาน และเงินคงคลังเรานั้นที่บอกว่ามี แสนล้านเหรียญนั้นไปเป่ดเซฟดูได้ไหมครับ หรือมันเก็บเปึนทองคําไว้อย่างไร เพราะ เงินคงคลังนั้นถ้าจําไม่ผิด สมัยที่หลวงตามหาบัวก็ได้มีการบริจาคทองคําเอาเก็บไว้ใน เงินคงคลังอันนี้ ถามว่าถ้าวันนี้ไปเป่ดดูในตู้เซฟที่เก็บไว้มันจะแสนล้านเหรียญจริง ๆ หรือไม่ อันนี้เปึนข้อสงสัยครับท่านประธาน สําหรับตัวกระผมเองนั้นเข้าใจแต่พี่น้อง ประชาชนเขาอยากจะได้ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเราไม่ได้จนอย่างที่คิดหรือไม่ เพราะ วันนี้ท่านประธานครับ ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยถึงขั้นตกงาน เปึนเรื่องใหญ่มาก ๆ พี่น้องประชาชนได้เงินไปจับจ่ายไม่รู้จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจจริง หรือไม่ เพราะว่ามีประเทศเดียวในโลกครับที่แจกเงินไปแล้วต้องไปคอยบอกว่า ต้องจับจ่ายนะ แม้กระทั่งช่อง ๓ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ท่านประธานได้ดูไหมครับ ใส่เสื้อยืดสีขาวบอกจับจ่าย ๆ กลัวคนเอาไปออมไว้โดยไม่จ่ายเงิน อันนี้คือปัญหาใหญ่ ครับท่านประธาน แต่อย่างไรผมก็ภาคภูมิใจครับที่ว่ากรอบการเจรจามาตรการริเริ่ม เชียงใหม่ อันนี้จังหวัดกระผมเลยครับ กระผมดีใจมาก ดีไม่เปลี่ยนไปเปึนจังหวัดอื่น แทนนะครับ และอย่างน้อยก็น่าจะมีให้เกียรติคนที่ริเริ่มการประชุม ๓ รัฐมนตรีระดับ อาเซียน+๓ ประเทศนี่นะครับ ควรจะให้เกียรติเขาสักเล็กน้อย อย่างน้อยในเอกสารนี้เขียน ชื่อรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้รัฐบาลไหนบ้าง ไม่น่าอายหรอกครับให้เกียรติกัน สภาแห่งนี้ต้องรู้จัก ให้เกียรติกันซึ่งกันและกัน ท่านประธานผมขออภิปรายแค่นี้ละครับ ขอบคุณมากครับที่ใช้ ชื่อเชียงใหม่ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับเพื่อกันมิให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วอาจจะเกิด เปึนกระแสไปวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ข้างนอกมากด้วยความเข้าใจผิดก็จําเปึนที่จะต้อง อภิปรายแสดงความชัดเจนในบางส่วน ดูตามเอกสารของสภา กรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคี เรียนว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐-๒๕๔๑ ขณะที่เรามีวิกฤติต้มยํากุ้ง และผมไปเกี่ยวข้อง อยู่ที่กระทรวงการคลัง สิ่งที่เกรงจะเกิดปัญหาให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ผิดก็คือว่า ในบรรทัด สุดท้ายที่ ๑ และที่ ๒ ก็คือ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ในการขอผูกพันวงเงินทุนสํารอง ระหว่างประเทศในวงเงินไม่เกิน ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการลงเงินในกองทุน ซีเอ็มไอเอ็ม (CMIM) ดังกล่าว ที่เกรงจะเกิดความเข้าใจผิดประการแรก เพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้พูดไปถึงเรื่องเงินคงคลัง เรียนว่าความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินคงคลัง แต่กําลังพูดถึงการใช้ทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศที่อยู่ในการดูแลของธนาคารแห่ง ประเทศไทย พอไปพูดถึงทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศก็เกรงจะเปึนการเข้าใจผิดและ วิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้กําลังเอาทุนสํารองออกมาใช้ ก็จะเปึนความเข้าใจผิดที่จะ ไปกันใหญ่ ผมกราบเรียนสรุปว่าทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศที่อยู่ในการดูแลของ ประเทศไทยจะมีกี่บัญชีก็ตาม แต่แบ่งได้ ๒ กลุ่มครับ

กลุ่มแรกประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในการดูแลของฝ์ายกิจการธนาคาร ทุนสํารองเงินตราในฝ์ายกิจการธนาคารในประเทศประมาณครึ่งหนึ่งนี้ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เปึนเงินสด และสามารถซื้อขายทันทีหรือซื้อขายล่วงหน้าหรือในการที่จะ ออกตั๋วอะไรต่าง ๆ ได้โดยอิสระเสรี

ส่วนอีกประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในการดูแลของฝ์ายออกบัตร ซึ่งคือฝ์ายพิมพ์ ธนบัตร ฝ์ายออกบัตรก็ประมาณครึ่งหนึ่งดังกล่าวนี้ละครับคือส่วนที่หลวงตามหาบัว เรียกว่า คลังหลวง ในทุนของฝ์ายออกบัตรนี้มีพระราชบัญญัติเงินตราเขียนไว้ว่า ทั้งทุนประเดิมและกําไรดอกผลทั้งหมดในกองนี้ห้ามเอาไปใช้ทั้งสิ้น พระราชบัญญัติ เงินตราควบคุมไว้ดังกล่าว หลวงตามหาบัวจึงเอาทองคําที่ท่านหาได้ทั้งหมดอยู่ในฝ์ายนี้ เพราะในกองนี้มันห้ามใช้ สิ่งที่เปึนพันธะที่เรากําลังพิจารณาหารือกันนี้ก็คือ การใช้เงินไป บัญชีของฝ์ายกิจการธนาคาร ฝ์ายกิจการธนาคารที่ทําการปริวรรตเงินตรา ซื้อขายเงินตรา กิจการธนาคารอยู่ทุกวัน ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับเงินในคลังหลวงหรือของฝ์ายออกบัตร หรือฝ์ายพิมพ์ธนบัตรที่ถือว่าเปึน แบคอัพ เคอเรนซี่ ฟันด์ (Backup Currency Fund) หรือ จํานวนค่าเงินบาทจะไม่เกี่ยวกันเลย ในบัญชีของฝ์ายออกบัตรหรือฝ์ายพิมพ์ธนบัตร ดังกล่าวนั้น ขอกราบเรียนว่าไม่ใช่เปึนเงินสดทั้งหมด อาจจะเปึนทองคํา อาจจะเปึน ตั๋วตราสาร อาจจะเปึนสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่จะพึงมีของประเทศไทยที่มีอยู่ ณ ต่างประเทศที่คํานวณแล้วเปึนเงินเหรียญสหรัฐ อาจจะเปึนเงินทุกตระกูลในโลก เมื่อคํานวณแล้วเปึนเงินเหรียญสหรัฐเท่าไรอยู่ตรงส่วนนี้ ในบัญชีของฝ์ายออกบัตรมีอยู่ เท่าไร ไม่ได้แปลว่าเปึนเงินสดเท่านั้น อาจจะมีเงินสดเพียงจํานวนเดียว แต่ตัวเลขผม ไม่ทราบชัดเจนว่า ณ วันนี้เรามีทองคําอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเท่าไร มีทองคําอยู่ที่ ธนาคารกลางของอังกฤษเท่าไร มีทองคําอยู่ที่ เฟดเดอรัล แบงก์ (Federal bank) หรือ ธนาคารชาติของสหรัฐอเมริกาเท่าไร นี่เปึนส่วนหนึ่ง ผมเรียนว่าผมมีความห่วงว่าที่เราไป ดีใจกันว่าทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศของเราเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายป้ แต่ผมเกรง ว่าส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาเพราะเราไปตีราคาทองคําจากราคาเดิมที่คิดเปึนเงินไทยบาทละ ไม่กี่ร้อย แล้วบัดนี้เราไปปรับเปึนราคาเปึนหมื่น ตรงนั้นหรือเปล่าอย่างนั้นไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามนั่นเปึนส่วนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเลย มาตรการที่กําลังพิจารณาของสภา ณ ขณะนี้จะไม่ไปเกี่ยวข้องใด ๆ กับทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศที่อยู่ในบัญชีของ ฝ์ายออกบัตร หรือที่หลวงตามหาบัวเรียกว่า คลังหลวง เด็ดขาด เพียงแต่นําบัญชีของฝ์าย ที่อยู่ในกิจการธนาคารที่จะทํา สวอพ จะทําสปอท จะซื้อขายแลกเปลี่ยน จะปริวรรต โดยปกติ และขณะนี้ถ้า ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญก็คงจะไม่ใช่เอาเงินทั้งหมดออกไปหรือใช้ แต่น่าจะไปออกเปึนหลักฐานตั๋วเงินอะไรให้ไปเข้ากองทุนไว้ เผื่อเรียกในวันข้างหน้า เท่านั้นครับ ผมเปึนห่วงอย่างเดียวว่ามันจะเปึนข่าวที่กระแสที่เข้าใจผิด และจะเกิด วิพากษ์วิจารณ์ว่า วันนี้รัฐบาลกําลังจะถลุงทุนสํารองเงินตราระหว่างประเทศ กําลังจะเอา คลังหลวงเอาไปใช้ ก็เพื่อความชัดเจน ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียง ๕ นาที ชี้แจงตรงนี้ เพื่อความชัดเจนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา 🔗

ครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พิษณุโลก) กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจุติ ไกรฤกษ์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจําเปึนจะต้องอภิปรายสนับสนุนกรอบการเจรจามาตรการ ริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคี กระผมคิดว่าข้อสงสัยหลายประการถ้าเผื่อประชาชน ฟังอยู่นั้น อาจจะมีความสับสน ผมจึงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคําถามของ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ และอาจจะหมายถึง คําถามของผมด้วย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วหลักการของกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่พหุภาคีนั้นก็เปึนสิ่งที่ ริเริ่มมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ เปึนการนําสรุปเอาบทเรียนประวัติศาสตร์วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นมาเปึนบทเรียนแล้วก็บอกว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดซ้ําขึ้นกับ ประเทศไทยอีก สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ถ้าท่านประธานไปดูนะครับ ท่านประธานครับ ว่าในหลักการอันนี้กรอบการเจรจา มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ มันเปึนผลที่พัฒนาขึ้นมาจากป้ ๒๕๔๓ และจนถึงป้ ๒๕๕๒ ครับ ท่านประธาน เกือบ ๑๐ ป้ กว่าที่จะมาขอกรอบเจรจาไปเจรจากับ ๑๒ ประเทศเพื่อนบ้าน กระผมคิดว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนและก็ถ้าเผื่อรัฐสภาอนุมัตินั้นจะเปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อผู้ที่ทํามาค้าขาย ผู้ที่ทํางาน พึ่งพาเศรษฐกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าถ้าท่านประธานไปดูว่าในรอบ ๑๒ ป้ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกครับ มีวิกฤติเศรษฐกิจ ๒ ครั้งใหญ่ ๆ คือต้มยํากุ้ง ที่เริ่มต้นที่ ประเทศไทย แล้วก็วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา แต่วันนี้มาตรการริเริ่ม ของเชียงใหม่นั้นกําลังจะบอกว่า ตนเปึนที่พึ่งแห่งตน อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ ก็คือว่า พวกเราคนเอเชียด้วยกัน ๑๓ ประเทศ มารวมกันให้แข็งแกร่ง ถ้าท่านประธานไปดูนะครับว่า อาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกจีน ญี่ปุ์น เกาหลี มีประชากรรวมกัน ๒,๐๐๐ ล้านคน และใน ๑๓ ประเทศนี้จะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ จีดีพี รวมกัน ๙ ล้านล้านเหรียญ สหรัฐครับ มูลค่าของจีดีพี นอกจากนั้นแล้ว ๑๓ ประเทศนี้ก็จะมีทุนสํารองรวมกันครับ ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐครับ และท่านประธานเห็นไหมครับว่า ถ้าลําพังทุนสํารองของ ประเทศจีนประเทศเดียวบอกว่ามี ๒ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าเผื่อรวมกัน ๑๓ ประเทศ จะมีสูงถึง ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าบอกว่าลําพังทุนสํารองระหว่าง ประเทศของประเทศไทยวันนี้มีอยู่ ๑ แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็บอกว่าดูน้อย แต่ถ้าเผื่อ รวมกัน ๑๓ ประเทศแล้วทําให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ท่านประธานจะได้เห็น ครับว่า ตราบใดที่เราสร้างความเชื่อมั่นว่ามีทุนสํารองระหว่างประเทศมั่นคง นั่นหมายถึงว่าค่าเงินในภูมิภาคนี้จะมีเสถียรภาพ เมื่อค่าเงินมีเสถียรภาพแล้ว นั่นคือ การส่งเสริมสินค้าส่งออกและนําเข้า ทุกคนจะมีความมั่นใจในการคํานวณต้นทุนครับ สินค้าส่งออก นําเข้า ว่าเมื่อผลิตไปแล้วมีขายยอดกําไรที่ชัดเจน ไม่ปัืนป์วน และก็ ไม่ประสบภาวะขาดทุน นั่นก็หมายถึงว่านักธุรกิจนั้นเมื่อมั่นใจแล้วก็สามารถส่งออกสินค้า ได้มากขึ้นเสรีมากขึ้น หมายถึงการจ้างงานในภูมิภาคนี้ก็จะมีมากขึ้น แต่หากถ้าเผื่อเรา เห็นแก่ตัวปล่อยให้ตัวใครตัวมัน ประเทศเล็ก ๆ ประสบปัญหาท่านประธานครับ อย่าคิดว่า ปัญหาเหล่านั้นจะไม่ถึงประเทศไทย มันถึงกันทั่วกันหมด ท่านประธานเห็นแล้วว่าเหตุเกิดที่ สหรัฐอเมริกา แต่คนแถวเอเชียตกงาน คนในยุโรปตกงานมันถึงกันหมด บ้านเราไม่เว้น ท่านประธานครับ สมมุติเพื่อนบ้านเราเกิดมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เขาก็ต้องหนีข้ามแดน มาหางานทําในเมืองไทย มีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาสังคมอีกมากมาย ฉะนั้นตรงนี้ครับ เปึนมาตรการปัองกันอย่างดีที่สุดที่เรานั้นจะสามารถร่วมมือกันได้ใน ๑๓ ประเทศ สิ่งที่ผมอยากให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า หลายท่านมีความไม่มั่นใจว่า เอ๊ะทุนสํารอง ระหว่างประเทศของประเทศไทยนั้นมีอยู่ ๑ แสนล้านเหรียญ ถ้าเผื่อเราบอกว่าเราเป่ด วงเงินไว้ให้ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้น จะมีอะไรไหม ผมบอกท่านประธานได้ว่าวันนี้ ทุนสํารองระหว่างประเทศของประเทศไทยนั้นมีความมั่นคงมากกว่าในอดีต เราสามารถ มีถึงแสนล้านเหรียญ เราจะสามารถบอกว่าหากเพื่อนบ้านเรามีวิกฤติ เรามีข้อจํากัดใน วงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หลายท่านบอกว่าเปึนเงินถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีเดียว แต่นั่นไม่ได้เปึนเงินที่ควักออกไปให้เขาครับ เป่ดวงเงินไว้เพื่อความอุ่นใจของเพื่อน ร่วมสมาชิกอีก ๑๒ ประเทศ ผมอยากให้ท่านประธานเห็นเพื่อความมั่นใจครับของ ประชาชนในประเทศไทยว่า ทุนสํารองของประเทศไทยวันนี้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นคือป้ ๒๕๕๒ ในอดีตเราก็มีทุนสํารองที่มีปัญหามาแล้วเปึนบทเรียนครับ และเราก็ ไม่ต้องการให้ซ้ําอีก ผมอยากจะได้ความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าวันนี้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะไม่กลับไปเหมือนเมื่อป้ ๒๕๔๐ ผมต้องการความมั่นใจ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เมื่อป้ ๒๕๓๘ ครับ เรามีทุนสํารอง ๓๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ ป้ ๒๕๓๙ เรามีทุนสํารอง ๓๘,๗๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็ป้ ๒๕๔๐ ก่อนเข้า ไอเอ็มเอฟ ครับ เรามีทุนสํารองอยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ภายหลัง สิ้นป้ ๒๕๔๐ เรามีเพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นั่นเปึนจุดที่ต่ําสุดและทําให้มีที่มา ของว่าบ้านเมืองเรามีวิกฤติจากค่าเงินบาท ในวันนั้นทุกคนจําได้ว่าคนไทยเจ๊งทั้งประเทศ แต่ก็มีมหาเศรษฐีเกิดใหม่จากกําไรค่าเงินบาทอีกหลายคน นอกจากนั้นแล้ว ถ้าท่านประธานไปดูครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปดูว่า ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นสิ้นรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ก็ได้สร้างจาก ๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเปึน ๓๒,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐในทุนสํารองระหว่างประเทศ แล้วป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ จาก ๓๒,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ก็ขึ้นมาเปึน ๓๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงเมื่อ สิ้นป้ ๒๕๔๙ ครับ ประเทศไทยนั้นมีทุนสํารองระหว่างประเทศสูงถึง ๖๗,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ จากป้ ๒๕๔๙ มาจนถึงป้ ๒๕๕๒ ครับ ก็รัฐบาลที่ผ่านมา ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ก็ตาม รัฐบาลท่านสมัครก็ตาม ท่านสมชายก็ตาม ก็ได้สะสมจาก ๖๗,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้นมาเปึน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ที่ผมลําดับให้ท่านประธาน มาให้ฟังนี้ผมต้องการคํามั่นจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า แนวนโยบาย ของท่านถ้ามาตรการริเริ่มของเชียงใหม่แล้ว ประเทศไทยจะไม่กลับไปสู่หุบเหวเดิมเหมือน เมื่อป้ ๒๕๔๐ คนไทยจะไม่ประสบปัญหาต้มยํากุ้งเหมือนในอดีต แต่ผมอยากจะให้ คนไทยนั้นได้เห็นครับ ได้เห็นว่าถ้าเผื่อเราร่วมมือกัน พึ่งพากัน น้ําพึ่งเรือ เสือพึ่งป์า พี่ช่วย น้องช่วยนั้น เราสามารถรวบรวมนะครับ กําลังซื้อของประชากร ๒,๐๐๐ ล้านคนครับ เศรษฐกิจมหาศาล การท่องเที่ยวมหาศาล เรามีผลิตภัณฑ์มวลรวม จีดีพี ครับ ๙ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใน ๑๓ ประเทศครับ เรามีทุนสํารองระหว่างประเทศร่วมกัน ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ฉะนั้นผมต้องการความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้ประเทศไทยได้ ประโยชน์จากข้อตกลงกรอบเจรจาที่ไปขอตกลงกับต่างประเทศเขา ๑๓ ประเทศว่า ประเทศไทยนั้นได้ประโยชน์ เศรษฐกิจไทยนั้นได้ประโยชน์ ธุรกิจไทยนั้นประโยชน์ คนไทย ได้รับการจ้างงาน มีความมั่นคงในชีวิตครับ ผมอยากจะฟังคําตอบนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

ครับ ไม่มีผู้ใดขออภิปราย นะครับ ถือว่าการอภิปรายเปึนอันยุตินะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจง

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่ ต้องขออภัยต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับที่เดินทางกลับมาจากการทําภารกิจนอกสภา ไม่ทันต่อการที่จะอ่านคําชี้แจง แต่ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นะครับ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่แทน ท่านกอร์ปศักดิ์ก็ขออนุญาตให้ผม ก่อนอื่นเลยนะครับเรียนแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยนะครับจากสิ่งที่ท่านได้แถลงไป ท่านได้ แถลงในส่วนของส่วนร่วมของแต่ละประเทศที่ได้ระบุว่า แนวส่วนร่วมในส่วนของ ประเทศไทย ยกตัวอย่างนะครับ ที่ ๔.๗๖๘ นั้น ท่านได้แถลงไปเปึนสัดส่วนจาก ร้อยหรือเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่แท้จริงแล้วเปึนตัวเม็ดเงินในสกุลเงินสหรัฐอเมริกา ก็คือ ๔.๗ ๔,๗๖๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าน่าจะเปึนส่วนของประเทศไทยที่จะมีส่วนร่วม ในกองทุนเสริมสภาพคล่อง กองทุนริเริ่มเชียงใหม่นี้นะครับ ในรายละเอียดส่วนของตัวเลข สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการเจรจานะครับ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศอาเซียน อีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๘ วันที่ ๙ เมษายนที่จะถึงนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมผู้นําสูงสุดที่ เมืองพัทยา และในฐานะประธานอาเซียน กระผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็เปึนผู้ดําเนินการในฐานะประธาน หลังจากนั้นก็คาดว่าน่าจะมีโอกาสที่ จะสรุปในสัดส่วนส่วนแบ่งของประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศอาเซียนได้ แล้วก็จะนําไปสู่ การเจรจาในขั้นสุดท้ายที่บาหลี ที่จะเปึนการพบกันระหว่าง ๑๐ ประเทศอาเซียนบวก ๓ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งในช่วงของส่วนแบ่งระหว่างประเทศบวก ๓ ก็คือ ประเทศจีน เกาหลี ใต้ และญี่ปุ์นนั้น ก็เปึนการเจรจานอกรอบนะครับระหว่าง ๓ ประเทศที่เขาต้องมีกันเอง ระหว่างวันนี้กับวันที่จะมีการประชุมกันที่บาหลีในช่วงเดือนพฤษภาคม ทีนี้ก็มีประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้เรียนถามอยู่หลายประเด็นเหมือนกันนะครับที่กระผมพอจับความได้ นะครับ คําถามที่กระผมคิดว่าน่าจะต้องมีคําตอบมากที่สุดนะครับ ก็เปึนคําถามจากท่านผู้ อภิปรายท่านแรกเลยนะครับ พลเอก เลิศรัตน์ ท่าน ส.ว. ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ถาม นะครับว่าเราจะได้ประโยชน์อะไร กระผมคิดว่าคําถามนี้เปึนคําถามที่จําเปึน ที่จะต้องมีคําตอบนะครับ แต่เพื่อนสมาชิกหลายท่านหลังจากนั้นก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายชี้แจง ถึงที่มา วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนคนไทยจะได้รับจากกองทุนริเริ่ม กองทุนเสริมสภาพคล่องหรือที่เรียกว่า ริเริ่มเชียงใหม่ ที่ได้เริ่มมีการดําเนินการมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๓ สืบเนื่องมาจากประสบการณ์จากวิกฤติทางการเงินของเอเชียที่เราเองก็ได้ ประสบมาในช่วงป้ ๒๕๔๐ วิกฤติการณ์ครั้งนั้นกระผมคิดว่าความชัดเจนในแง่ของผลที่มี ต่อพี่น้องประชาชนคงไม่จําเปึนที่จะต้องบรรยายนะครับ ในช่วงเวลานั้นพี่น้องประชาชนก็ ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในทุกระดับสังคม มีการเลิกจ้างในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ หลายป้ มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ติดลบถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วง ๑ ป้หลังจาก วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลทําลายกระบวนการการผลิตของประเทศนะครับ แล้วก็ต้องใช้ เวลาหลายป้กว่าที่จะฟุ๋นตัวกลับคืนเข้าสู่สภาพปกตินะครับ ดังนั้นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในช่วงนั้นของอาเซียน+๓ ได้มีแนวความคิดร่วมกันก็คือ เราไม่อยากที่จะ กลับเข้าไปสู่สภาวะวิกฤติในลักษณะนั้นอีกนะครับ และประเด็นที่สําคัญนะครับ แล้วผมขออนุญาตยืมคําบรรยายหรือนิยามของท่านจุติเมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้เรียนว่า เปึนแนวคิดว่าตนเปึนที่พึ่งของตน ซึ่งในส่วนของ ตรงนี้นี่มันก็สะท้อนให้เห็นนะครับว่าในช่วงป้ ๒๕๔๐ นั้น ความจําเปึนของหลาย ๆ ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย ที่จะต้องพึ่งพากองทุนระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟนะครับ รวมถึงเงื่อนไขผูกพันต่อประเทศในแง่ของการบริหารนโยบายการเงิน และการคลัง ก็เปึนหนึ่งในเหตุผลนะครับที่ทําให้การบริหารจัดการเปึนไปด้วยความ ยากลําบาก และนํามาซึ่งระดับของความเสียหายต่อเศรษฐกิจและผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นในเมื่อในหมู่ประเทศเอเชียเองก็ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มีความสามารถใน การสะสมเงินทุนสํารองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น จนถึงมูลค่ารวมตามที่ท่านสมาชิกได้เรียน ไปเมื่อสักครู่นะครับ ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ก็มีความรู้สึกว่าเราไม่น่าจะมีความ จําเปึนที่จะต้องพึ่งพากองทุนระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว เราน่าจะมีกองทุนที่ตั้ง ขึ้นมาระหว่างพวกเรากันเองที่ปลอดจากเงื่อนไขของทางกองทุนระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ เพื่อเราจะได้ดูแลซึ่งกันและกันได้นะครับ และเบื้องหลังแนวคิดหรือตรรกนี้ นะครับก็คือความเชื่อว่าถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียประสบปัญหา ประเทศอื่น ๆ ก็คงปฏิเสธว่าจะต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นถึงแม้ว่าในส่วนของประเทศ ไทยเอง ด้วยเงินกองทุนระหว่างประเทศสูงถึง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ถือว่าเปึน ปริมาณเม็ดเงินที่อาจจะเรียกได้ว่าเกินต่อความจําเปึนที่จะต้องคงไว้ ณ เวลานี้นะครับ มีการวิเคราะห์ว่าเปึนหนึ่งในประเทศที่มีสถานภาพทางการเงินที่มั่นคงและเข้มแข็งที่สุด ประเทศหนึ่ง เราเองก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้ และการมีกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นั้นก็จะเปึนช่องทางให้กับทุก ๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยในกรณีที่อาจจะเกิดวิกฤติ แต่อย่างน้อยที่สุดในกรณีที่ ไม่มีวิกฤตินะครับก็เปึนตัวที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเปึนภูมิคุ้มกันไม่ให้ผู้ที่คิดจะเข้ามา เก็งกําไรในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียกล้าที่จะเข้ามา เพราะรู้ ว่าไม่ใช่เพียงแค่กองทุนสํารองของแต่ละประเทศเท่านั้นที่พร้อมที่จะหนุนหลังสกุลเงินของ แต่ละประเทศ แต่มีกองทุนที่มีการหนุนหลังโดยกองทุนสํารองของทุก ๆ ประเทศในเอเชีย ร่วมกันแล้วก็เปึนกองทุนสํารองก้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นภูมิคุ้มกันนี้ก็จะเปึนส่วน สําคัญที่จะช่วยให้ผมตอบคําถามของท่านสมาชิกว่าเราพร้อมที่จะยืนยันความมั่นคงของ การเงินการคลังของประเทศของเราได้อย่างไรนะครับ

นอกจากนั้นก็มีการอภิปรายถามถึงที่มาของแหล่งเงินในส่วนของไทยที่ จะต้องมีส่วนร่วมในกองทุนเสริมสภาพคล่องกองทุนนี้ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ผมขอ อนุญาตเอ่ยนาม ท่านพิเชษฐก็ได้ชี้แจงไปอย่างชัดเจนแล้วนะครับ กล่าวคือในส่วนของทุน สํารองระหว่างประเทศนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็คือแยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเปึนส่วนของบัญชี ธนาคารแห่งประเทศไทยเอง อีกส่วนหนึ่งเปึนส่วนที่เราเรียกว่า ทุนสํารองเงินตราภายใต้ พ.ร.บ. เงินตรานะครับ ซึ่งส่วนไม่ว่าจะเปึนบัญชีทุนสํารองเงินตรา ผลประโยชน์ประจําป้ หรือส่วนที่เรียกว่า สํารองพิเศษ ก็คือเงินของหลวงตามหาบัวนั้น อยู่ในส่วนของทุนสํารอง เงินตรา ซึ่งมีใครแตะต้องไม่ได้นะครับ จํานวนเม็ดเงินสํารองโดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริง ณ วันนี้นะครับก็แบ่งเปึน ๒ ส่วนเกือบเท่า ๆ นะครับ จะมีส่วนที่อยู่ใน บัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทยสัดส่วนที่มากกว่าเล็กน้อยคือ ๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ สหรัฐ และส่วนที่เราจะนําไปสมทบกองทุนสํารองสภาพคล่อง เสริมสภาพคล่อง หรือกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นี้ก็คือส่วนที่จะมาจากบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย และจะเปึนในลักษณะของสัญญาที่จะกู้นะครับสัญญาแลกเปลี่ยน ซึ่งความหมายของ คําว่า แลกเปลี่ยนก็คือแลกเปลี่ยนเงินทุนสํารองที่เปึนสกุลเงินสหรัฐของบัญชีธนาคาร แห่งประเทศไทยกับเงินสกุลของประเทศที่ต้องการที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนใน กรณีที่เกิดปัญหาสภาพคล่องนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตเรียนโดยการสรุป นะครับว่า กองทุนนี้เมื่อเกิดกองทุนนี้ ระดับความเชื่อมั่นที่จะเกิดขึ้นในทุก ๆ ประเทศใน เอเชียต่อความมั่นคงในเรื่องสภาพคล่องในเรื่องของทุนสํารองจะมีเพิ่มขึ้นทันที เพราะตามที่ผมได้เรียนนะครับ แต่ละประเทศจะมีสิทธิเข้าถึงการเสริมสภาพคล่องผ่าน กองทุนนี้ในปริมาณเม็ดเงิน ๒-๓ เท่า เมื่อเปรียบกับเม็ดเงินสมทบของประเทศนั้นเอง ดังนั้น ถ้าเราสมทบในสัดส่วนของเราที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เราก็สามารถ ที่จะเข้าถึงกองทุนนี้ได้นะครับในกรณีที่เราต้องการมีการเสริมสภาพคล่องในวงเงิน ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ตรงนี้ก็จะมีส่วนในการช่วยที่จะ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุก ๆ ประเทศที่เปึนคู่สัญญาในกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นะครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาถึงที่มา ความสําคัญ และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับจากความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นนะครับ จากการที่รัฐสภาอนุมัติให้ทางกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยดําเนินการ ในการที่จะเจรจาในรายละเอียดเพื่อลงนามในสัญญานี้ต่อไป ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ต่อไปจะขอมติ ที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกท่านอภิปรายไม่ได้อีกแล้วนะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ผมบอกแล้วครับอภิปรายเปึนอันยุติแล้วนะครับ ก็ต้องลงมติครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานคะ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะยืนขึ้นนะคะ ดิฉันก็ยกมือนะคะแต่ว่าท่านยังไม่ได้ให้โอกาสดิฉันได้ พูดในตอนนั้นค่ะ ก็อยากจะเรียนไม่ใช่การอภิปรายอะไรมากมายค่ะ เปึนการตั้งข้อสังเกต ไว้สั้น ๆ ๑ นาทีเท่านั้นค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านนฤมลครับ ต้องขอโทษนะครับ เผอิญไปบอกคําว่าอภิปรายยุติแล้วตามข้อบังคับอภิปรายไม่ได้อีกเลย นะครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

แต่เมื่อสักครู่ ท่านประธานไม่เห็นดิฉันนะคะ ดิฉันยกมือ แต่ว่าท่านเลขาธิการรัฐสภา สุวิมล ก็พยายาม จะชี้ให้ท่านดู ท่านไม่ได้เห็นนะคะ ก็ไม่เปึนไรค่ะ ดิฉันก็อยากจะบอกว่าถ้าเปึน ๓ หน้ากระดาษ แล้วมีคําภาษาอังกฤษปนมาในคําชี้แจงเยอะ ๆ มันยากแก่สมาชิกที่จะ ทําความเข้าใจค่ะ เอาคําง่าย ๆ เลย เซอร์เวเลินซ์ (Surveilance) นี่นะคะ จะกี่คนในสภา มันไม่ใช่ง่ายค่ะ ขอบคุณค่ะ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมเข้าห้องประชุมด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมขอเชิญเข้าห้อง ประชุมนะครับเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความ เห็นชอบกับกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคีหรือไม่ ก่อนออก เสียงลงคะแนนเพื่อให้ความเห็นชอบ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ขอเชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนครับ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ ตอนนี้สมาชิกวุฒิสภากําลังเดินทางเข้ามาครับ เมื่อสักครู่นี้เขาโทร แจ้งมาครับ ขอแป็บเดียวครับ อยู่ที่อาคารรัฐสภา ๒ ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

รอ ๒ นาทีนะครับ ลบคะแนนก่อน

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ตกลงว่าให้กดแสดงตนแล้วหรือยังครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่เห็นว่ามีการ ล้างตัวเครื่องไปรอบหนึ่งใช่ไหมครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ยังครับ เดี๋ยวจะเริ่มใหม่ นะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ยังนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานส่งเสียงนิดหนึ่ง เพราะตึกโน้นจะไม่ได้ยินเสียงนะครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ได้ครับ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เข้ามาในห้องประชุม ครบหมดแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โดยเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

แสดงตนเสร็จแล้วนะครับ เชิญส่งผลมาได้ครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๑๑ คนนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ เจ้าหน้าที่ติดต่อท่านด้วย เรียบร้อยนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอป่ดการลงคะแนนนะครับ เชิญส่งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๒ เห็นด้วย ๓๓๘ ไม่เห็นด้วย ๘ งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ นะครับ แสดงว่าที่ประชุมเห็นชอบกับกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ ไปสู่การเปึนพหุภาคีนะครับ

ต่อไปก็เปึนเรื่อง ๕.๑ ขอความเห็นชอบกรอบการเจรจาการสํารวจและ จัดทําหลักเขตแดนไทย-ลาว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว และกลไกอื่น ๆ ของไทยภายใต้กรอบนี้ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้ร้องขอให้ประชุมลับโดยเห็นว่ากรอบการเจรจานี้ มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ผมจึงขอดําเนินการประชุมลับตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ

ดังนั้นขอเชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกห้องประชุมและขอให้งด การกระจายเสียงทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์วงจรป่ดด้วย ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลง

(ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมและผู้เข้าฟังการประชุม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม ได้ออกไปจากห้องประชุม)

ต่อไปก็ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรด กดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ใช้ สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ส่งผล ลงคะแนนมาได้ ผลของการลงคะแนนมีดังนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๘ ท่าน แสดงว่า ที่ประชุมเห็นชอบในกรอบการเจรจาการสํารวจและจัดทําเขตแดนไทย-ลาว ในกรอบของ คณะกรรมาธิการร่วมไทย-ลาว และกลไกอื่น ๆ ของไทยภายใต้กรอบนี้

นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ขออภัยกดไม่ติดค่ะ อานิก อัมระนันทน์ เบอร์ ๓๙๕ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เห็นด้วยค่ะ เบอร์ ๑ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เจ้าหน้าที่เพิ่มไปนะครับ เชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติเพื่อนําเสนอต่อที่ประชุม นะคะ สืบเนื่องจากวาระที่รัฐสภาของเราจะได้พิจารณาในวาระต่อไปนั้น ในญัตติที่ ๕.๒ ๕.๓ ๕.๔ และ ๕.๕ เปึนญัตติที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณา เรื่องของกรอบเจรจาการค้าซึ่งมีความหลากหลายในการอภิปรายนะคะ แล้วก็เชื่อมโยง สัมพันธ์กัน จึงขออนุญาตเสนอต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๔) ขอเสนอให้มีการ รวมพิจารณาแล้วก็แยกกันลงมติค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

รวมกันพิจารณานะครับ ก็เอากรอบให้ท่านแถลงทั้ง ๕ กรอบเลยใช่ไหมครับ

เอา ๕.๒ ก่อนแล้วกันนะครับ

๕.๒ พิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ในนามคณะรัฐมนตรี ขอเสนอที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาการให้สัตยาบัน พิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของการบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย การบริการของอาเซียนด้วยเหตุผลและความจําเปึนตลอดจนหลักการและพิธีสารดังที่จะ กล่าวต่อไปนี้

เหตุผลและความจําเปึน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกราบเรียนว่า ในการเจรจาการค้าการบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบความตกลงอาเซียน ว่าด้วยการบริการของอาเซียนรอบที่ ๑ ๒ ๓ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙–๒๕๔๗ ประเทศสมาชิก อาเซียนได้ตกลงจัดทําข้อผูกพัน จํานวน ๔ ชุด สําหรับการเป่ดเสรีการขนส่งทางอากาศ จํานวน ๔ บริการ ได้แก่

๑. บริการการซ่อมและการบํารุงท่าอากาศยาน

๒. บริการการขายและการตลาดของการขนส่งทางอากาศ

๓. บริการสํารองที่นั่งด้วยคอมพิวเตอร์ และ

๔. การบริการเช่าอากาศยานไม่มีลูกเรือ

ต่อมาได้มีการเจรจารอบที่ ๔ ระหว่างป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๔๙ ประเทศ สมาชิกได้ทําความตกลงที่จะจัดทําข้อผูกพันชุดที่ ๕ ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอเป่ด ตลาดบริการตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งรัฐมนตรีขนส่งอาเซียนได้ร่วมกัน ลงนามพิธีสารข้อผูกพันดังกล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ณ กรุงเทพมหานคร

ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ณ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ที่ประชุมได้ขอให้ประเทศอาเซียนได้ให้สัตยาบันพิธีสารดังกล่าว เนื่องจากพิธีสารจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนได้ให้สัตยาบัน ปัจจุบันนี้ประเทศที่ให้สัตยาบันแล้วได้แก่ ประเทศกัมพูชา สปป. ลาว พม่า และสิงคโปร์ จาก ๔ ประเทศ หลักการและสาระที่สําคัญในพิธีสาร โดยหลักการและสาระสําคัญของ พิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของการขนส่งอากาศภายใต้กรอบความตกลงด้วยการบริการ อาเซียน ในส่วนของประเทศไทยก็คือการเป่ดบริการตลาดตัวแทนการขนส่งสินค้าทาง อากาศในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้

ด้านที่ ๑ เปึนการให้บริการข้ามแดนของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น โดยไม่มีการตั้งบริษัทในประเทศไทย เช่น การให้บริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทําได้ยาก ในทางปฏิบัติ

ด้านที่ ๒ เปึนการให้บริโภคในต่างแดน ผู้ที่ได้รับบริการชาวไทยจะได้รับ บริการในประเทศอาเซียนซึ่งสามารถกระทําได้อยู่แล้ว

ด้านที่ ๓ การตั้งกิจการตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศในประเทศไทย คนในชาติสมาชิกอาเซียนสามารถทําได้ ทั้งนี้ ต้องถือหุ้นไม่เกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์

ด้านที่ ๔ เปึนเรื่องที่บุคคลธรรมดาชาวต่างชาติที่เข้ามาทําธุรกิจในประเทศ ไทย ซึ่งระบุให้เปึนไปตามกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้อง กล่าวโดยสรุปก็คือ ข้อผูกพันชุดนี้ เปึนการแจ้งเงื่อนไขในการเข้าสู่ตลาดของคนชาติอาเซียนที่ต้องดําเนินการธุรกิจแทน จัดการขนส่งสินค้าทางอากาศในไทย ซึ่งเปึนไปตามกฎหมายภายในของไทย ในการ ปฏิบัติของชาวต่างชาติสามารถร่วมทุนกับไทยและถือหุ้นไม่เกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและตัวแทนภาคเอกชนได้หารือสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ ของไทยและสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของไทยเห็นว่า การให้สัตยาบันพิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ดังกล่าวจะสอดคล้องและเป่ดเสรีทางการบิน เที่ยวบินขนส่งในอาเซียน จะเปึนการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการซึ่ง จะเปึนประโยชน์ต่อการส่งออกมากยิ่งขึ้น และยังทําให้เกิดการจ้างงานด้วย กระผมจึงขอ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาเพื่อให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณาอนุมัติให้ประเทศไทยให้ สัตยาบันพิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของการบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความ ตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียน ดังที่ผมกราบเรียนข้างต้น ขอกราบขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไป ๕.๓ การขยาย ระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอเรื่องการขอขยายระยะเวลาแผน กิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรปให้รัฐสภาให้ความ เห็นชอบ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก่อนมอบให้กระทรวงพาณิชย์ดําเนินการขยายระยะเวลาต่อไป

แผนกิจกรรมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงาน สิทธิบัตรยุโรป เปึนเอกสารความร่วมมือที่มีการลงนามระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ในขณะนั้น กับประธานสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป มีผลบังคับใช้เปึนเวลา ๒ ป้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และสามารถขยายอายุ ได้คราวละ ๒ ป้ โดยการแลกเปลี่ยนหนังสือแสดงเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ์าย กระทรวงพาณิชย์จึงได้นําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เห็นชอบการขอขยายระยะเวลา แผนกิจกรรม และได้ส่งเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบของรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ โดยแผนกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือนี้เปึนความร่วมมือ ทางด้านวิชาการ และเปึนการให้เปล่า มีขอบเขตครอบคลุมการพัฒนาระบบสิทธิบัตร ใน ๕ ด้าน ได้แก่

๑. การสร้างความตระหนักถึงความสําคัญของสิทธิบัตรแก่สาธารณชน

๒. การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนากฎหมายภายในของไทยที่เกี่ยวข้อง กับสิทธิบัตรเท่าที่ฝ์ายไทยเสนอและเห็นสมควรเท่านั้น

๓. การพัฒนาบุคลากรด้านสิทธิบัตร

๔. การปรับปรุงระบบการตรวจสอบสิทธิบัตรของไทย

๕. การพัฒนาระบบอัตโนมัติของการบริหารงานทรัพย์สินทางปัญญาไทย

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแล้วเห็นว่า กิจกรรมที่ผ่านมาเปึน ประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสิทธิบัตรของไทย ประกอบกับยังมีกิจกรรมที่ต้องการขอรับ ความร่วมมือจากสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป เช่น การศึกษาแนวทางการเปึนองค์กรพึ่งพา ตนเองของกรมทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรในด้านเทคโนโลยีที่มี การพัฒนาและเกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา และการพัฒนาระบบสิทธิบัตรของไทย เปึนต้น จึงเห็นควรให้มีการขยายระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และ สํานักงานสิทธิบัตรยุโรปออกไปอีก ๒ ป้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบ ทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จึงนําเรียนท่านประธานรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาต่อไปครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไป ๕.๔ บันทึก ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างจีนและประเทศสมาชิก อาเซียน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ด้านสื่อสารมวลชนระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ

เรื่องนี้เปึนเรื่องสืบเนื่องจากประเทศไทยในฐานะสมาชิกของอาเซียน ได้ร่วมลงนามในประกาศว่าด้วยหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพและความมั่นคง ระหว่างอาเซียนกับจีน เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๖ ที่ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากนั้นได้ มีการจัดทําแผนปฏิบัติการเพื่อขยายความร่วมมือระหว่างกันด้านสารสนเทศและสื่อ ป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๗ ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ เพื่อขยายความ ร่วมมือในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนสื่อและการร่วมผลิตรายการ ตลอดจนการขยายเครือข่ายสารสนเทศ และสื่อของอาเซียนและจีน ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนและจีน ผู้รับผิดชอบงานด้าน สารสนเทศและสื่อ ซึ่งจัดขึ้นที่เขตปกครองกวางสีจ้วง ระหว่างวันที่ ๑๓–๑๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ โดยประเทศอาเซียนทั้งเก้ายินดีลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ยกเว้นประเทศไทย ซึ่งต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาก่อน

บันทึกความเข้าใจดังกล่าวแบ่งเปึน ๑๐ ข้อ มีวัตถุประสงค์สําคัญที่จะ ขยายและส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารระหว่างประเทศ อาเซียนและประเทศจีน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน ด้าน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยสอดคล้องกับกฎหมายภายใน ระเบียบ นโยบาย และ แนวทางการบริหารของแต่ละประเทศ ขอบเขตความร่วมมือจะมีทั้งระยะกลางและระยะยาว ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีการนําเข้าที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีแล้ว

ในเรื่องนี้ก็มีประเด็นว่ามีการกล่าวถึงเรื่องของการส่งเสริมอํานวยความ สะดวกในการผลิตสื่อภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งการตลาด โดยข้อความหนึ่งระบุว่า คู่ภาคี จะอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงตลาดผลิตภัณฑ์โสตทัศน์ โดยการเจรจาและ ปรึกษาหารือ ซึ่งจากการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ตอบว่าไม่ขัดข้องในการ ลงนาม แต่ในเอกสารเห็นว่าน่าจะตัดประโยคนี้ออก เพราะอาจมีนัยทางกฎหมายในการ อํานวยความสะดวกให้สินค้าประเภทโสตทัศน์เข้าสู่ตลาด แต่หากไม่ตัดประโยคดังกล่าว ออกต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนการดําเนินการ

ในความเห็นและการดําเนินงานของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนหน่วยงาน ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่นั้น เห็นว่าแนวคิดนโยบายประเทศอาเซียนเพื่อลงนามในความตกลง ฉบับนี้ เริ่มมาแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ดังจะเห็นได้จากการลงนามในประกาศร่วมว่าหุ้นส่วน ทางยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศจีนกับอาเซียน และในการ จัดทําแผนปฏิบัติการเพื่อขยายความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนด้านสารสนเทศและสื่อ ป้ ๒๕๔๙–๒๕๕๓ ซึ่งผู้นําอาเซียนเห็นชอบแล้ว

ในเรื่องนี้ยังมีกิจกรรมต้องดําเนินงานตาม เอ็มโอยู (MOU) ในกรอบ อาเซียนนี้ เช่นเดียวกับนานาประเทศมาแล้วโดยลําดับ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติแต่อย่างใด ทางรัฐบาลจึงเห็นว่าควรจะนําเรื่องนี้เข้า ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยก่อนนําเข้าความเห็นชอบในวันนี้นั้นได้มีการนําสาระ ของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเผยแพร่เพื่อเชิญชวนประชาชนแสดงความคิดเห็นในเรื่อง สาระสําคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวแล้ว จึงเสนอมาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเปึน ๕.๕ กรอบ การเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น เจเทปปัา (JTEPA) เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรงพาณิชย์ ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอกรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น หรือเจเทปปัาต่อที่ ประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อกรอบการเจรจาดังกล่าว ก่อนที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ กล่าวคือกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน จะได้นํากรอบที่ว่านี้ไปเจรจากับฝ์ายญี่ปุ์น สําหรับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น ซึ่งเริ่มการเจรจาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนกระทั่งลงนามและมีผลใช้บังคับในป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้ระบุให้มีเรื่องที่จะต้องเจรจา เพิ่มเติม รวมทั้งทบทวนกันอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการค้าสินค้า การค้าบริการ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า และการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา

ในส่วนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ซึ่งเปึนประเด็นที่จะขอ ความเห็นชอบกรอบการเจรจาจากรัฐสภานั้นมี ๖ ประเด็นย่อย ซึ่งกําหนดไว้ใน ความตกลงว่าทั้ง ๒ ฝ์ายมีสัญญาหรือพันธกรณีจะต้องเข้าสู่การเจรจาและให้ได้ข้อสรุป ภายใน ๒ ป้ หลังจากที่ความตกลงเจเทปปัามีผลใช้บังคับ คือภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นี้ เปึนอย่างช้า รายละเอียดของพันธกรณีดังกล่าวนี้ปรากฏอยู่ในบทที่ ๙ ข้อ ๑๒๑ และ ภาคผนวก ๗ ของความตกลง โดยใน ๖ พันธกรณีขั้นต้นนั้นขอเรียนสรุปดังนี้

พันธกรณีของไทย ๔ เรื่อง ได้แก่

๑. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องข้อกําหนดอัตราส่วนการจ้างงาน คนไทย ๔ ต่อคนต่างชาติ ๑ คน

๒. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องข้อกําหนดจํานวนคนต่างชาติ ไม่เกิน ๑๐ คนต่อ ๑ บริษัท

๓. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องกฎระเบียบพนักงานต่างชาติ ที่โอนย้ายเข้ามาประจําในไทย

๔. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องกระบวนการแจ้งต่อกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับการเข้ามาทํางานของคนต่างชาติ และ

พันธกรณีของญี่ปุ์น ๒ เรื่อง ได้แก่

๑. ความเปึนไปได้ที่จะเป่ดตลาดแรงงงานสําหรับคนไทยเพื่อเข้าไปทํางาน เปึนคนผู้ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ์น

๒. ความเปึนไปได้ที่จะเป่ดตลาดแรงงานสําหรับคนไทยเพื่อเข้าไปทํางาน เปึนพนักงานสปาในญี่ปุ์น

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เนื่องจากมีข้อจํากัดในแง่ของเงื่อนเวลา ที่จะต้องสรุปการเจรจาให้ได้ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีจึงได้พิจารณา เรื่องข้างต้นและมีมติเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบให้เสนอกรอบการเจรจา ในเรื่องขั้นต้นต่อรัฐสภาโดยมีสาระและเปัาหมาย ดังนี้

๑. ในส่วนของข้อผูกพันของไทย เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจ ญี่ปุ์นในประเทศไทยเท่าที่จะกระทําได้ตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องของไทย เช่น ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทํางานของ คนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๗ และคําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ ๗๗/๒๕๕๑ ข้อ ๒.๑ เรื่อง อัตราส่วนการจ้างคนต่างด้าว ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ ด้านการค้า การลงทุนของญี่ปุ์นกับประเทศไทยที่มีความสําคัญยิ่งต่อการพัฒนา ขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ การกระตุ้นสภาวะการจับจ่ายใช้สอยด้านอสังหาริมทรัพย์ และการจ้างงานในประเทศไทย

๒. ในส่วนของข้อผูกพันของญี่ปุ์น เพื่อเป่ดตลาดการจ้างแรงงานไทย ในธุรกิจสปาและคนดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ์น ทั้งนี้ โดยคํานึงถึง

๑. การพัฒนาขีดความสามารถ ความพร้อมของแรงงาน รวมทั้ง สภาวการณ์ของตลาดการจ้างงานในไทย

๒. มาตรฐานความเปึนอยู่ศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ ความ เหมาะสมของอัตราค่าจ้าง

๓. การให้ความคุ้มครองด้านกงสุลและสิทธิในการเข้าถึงการให้ สวัสดิการพื้นฐานทางสังคมของประเทศผู้รับ

กระผมขอเรียนด้วยว่าคู่ขนานไปกับการเสนอกรอบเจรจาเพื่อขอรับ ความเห็นชอบจากรัฐสภานี้ รัฐบาลได้ดําเนินการจัดให้มีเวทีสาธารณะเพื่อให้ข้อมูลและ รับฟังข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเตรียม จะจัดเวทีสาธารณะในลักษณะเช่นนี้ตลอดระยะเวลาของการเจรจาหลังจากจบสิ้น การเจรจา รวมทั้งก่อนที่จะมีการลงนามในหนังสือสัญญา หากการเจรจาได้ข้อสรุป ในลักษณะที่จะต้องมีการทําหนังสือสัญญา นอกจากนี้ยังได้ดําเนินการให้ มีการศึกษาวิจัยผลกระทบและมาตรการเยียวยาจากการเจรจานี้ ซึ่งสํานักงานกองทุน เพื่อการวิจัยหรือ สกว. ได้รับที่จะเปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กระผมจึง ขอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้ บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น ดังกล่าว เพื่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้นําไปใช้ในการเจรจากับฝ์ายญี่ปุ์นต่อไป จึงขอความ เห็นชอบมายังรัฐสภา

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็น เชิญท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ครับ

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตอภิปรายถึงเรื่องของกรอบเจรจาพันธกรณีภายใต้ บทที่ ๙ ของการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาในเรื่องของเจเทปปัา ซึ่งทางราชการได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมการร่วมไทย-ญี่ปุ์น ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาในกลุ่มนี้ ตั้งแต่เมื่อ ป้ ๒๕๕๑ และมีการประชุมไปแล้ว ๒ ครั้งในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ ได้มีการเริ่มยกร่างกรอบเจรจาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์นี้เองนะครับ สักประมาณ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมา แล้วจากนั้นก็มีการเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา จากนั้น ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงการรับฟังข้อมูลความคิดเห็น เปึนการกระทํา ๑ ครั้ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมประมาณ ๑๐๐ คน ซึ่งตัวเลขนี้ คงจะมีความหมายเหมือนกันสําหรับการเตรียมการในการที่จะเข้าสู่ข้อตกลงอันนี้อย่างมี นัยสําคัญ ฉะนั้นในการจัดเวทีสาธารณะเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์นั้น ก็มีภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วม และดูแล้วถ้าหากว่าจะศึกษาจากเอกสารที่ได้รับจากทางสํานักเลขาธิการ เราจะพบได้ว่าภาคส่วนต่าง ๆ นั้นยังไม่ครอบคลุมถึง แล้วก็จํานวนน้อยจนเกินไป ในขณะ ที่ก่อนหน้านั้นมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเวทีสาธารณะเพียงแค่ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การต่างประเทศ แล้วเว็บไซต์ของเจเทปปัาเอง เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์เปึนต้นมา จากนั้น ในตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีกระบวนการในการศึกษาวิจัยผลกระทบ ทั้งที่เปึนนักวิจัยและคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้ก็คงจะเปึนประเด็นที่ว่า คณะศึกษาวิจัยจะต้องศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบและมาตรการเยียวยา ซึ่งเรื่องนี้จะเปึน เรื่องที่สําคัญและจะต้องมีผลในอนาคตอย่างแน่นอนนะครับ โดยที่ในระหว่างนี้หลังจากที่ ครม. ผ่านเรื่องเข้าสู่สภาแล้ววันนี้สภาผ่านให้ไปนี่นะครับ ปลายเดือนมีนาคม กรมเอเชีย ตะวันออกก็จะมีการจัดประชุมอนุกรรมการ ครั้งที่ ๓ ใช้เรียกว่า เปึนการหยั่งท่าทีเพิ่มเติม ในการหยั่งท่าทีเพิ่มเติมในครั้งนี้คงจะมีความหมายเปึนอย่างมาก เพราะว่าอยู่ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเจรจาต่อรอง นั่นคือสิ่งที่สําคัญก็คือภาคเอกชนผู้มีส่วนได้เสีย และสิ่งที่สําคัญที่สุดคงเรียกว่า ผู้มีส่วนได้เสีย หรือว่าสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ขออภัยนะครับที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศ นั่นก็คือผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ (Cluster) หรือกลุ่มต่าง ๆ ในสายอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายอาชีพที่ได้มีการพูดถึงอยู่ใน รายงานอันนี้ นอกจากนี้ก็มีกลุ่มนักวิชาการแล้วก็ประชาชนทั่วไปที่จะมีการเข้ามาร่วม ในเวทีสาธารณะ ครั้งที่ ๓ เท่าที่ดู จากรายงาน ภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้ทุกอย่างจะต้อง จบ เพื่อที่จะมีการสรุปผลการเจรจาแล้วก็รายงานต่อรัฐบาลและรายงานต่อรัฐสภา อีกครั้งหนึ่ง โดยที่ในเดือนพฤศจิกายนจะเผยแพร่ให้กับประชาชนทราบผลการเจรจา แล้วก็นําเสนอสิ่งที่เรียกว่า เปึนมาตรการเยียวยา ซึ่งเรื่องนี้เราคงจะได้เห็นผลกระทบใน เชิงวงกว้างจากผู้ประกอบการในวงการต่าง ๆ ถ้าหากว่ากระบวนการจากวันนี้เปึนต้นไป จนถึงเดือนพฤศจิกายนนั้น ถ้าทําไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างเท่าที่ควร นอกจากนี้ ถ้าหากว่าจะศึกษาจากเอกสารที่ได้กล่าวถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน ๑-๒ ป้หลังจากที่ เจเทปปัามีผล ซึ่งเริ่มมีผลมาตั้งแต่เมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตอนนี้ ก็ผ่านไปแล้วป้เศษ ความจริงทางญี่ปุ์นจะเป่ดโอกาสให้ประเทศไทยนั้นสามารถนําเสนอ ได้ครอบคลุมถึงผู้ดูแลผู้สูงอายุ พนักงานสปา แล้วก็พนักงานนวดของไทย ในขณะที่ ในระยะเวลา ๑-๓ ป้ ก็คืออีกประมาณ ๒ ป้ข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องอํานวยความ สะดวกเร่งรัดขั้นตอนในการแจ้งกระทรวงแรงงานตามมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ.การทํางาน ของคนต่างด้าวเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับคนญี่ปุ์นเข้ามาในประเทศไทย ต้องมีการ ผ่อนผันข้อบังคับเกี่ยวกับผู้โอนย้ายภายในกิจการของญี่ปุ์น ต้องมีการทําข้อบังคับ เกี่ยวกับการเข้าเมืองในการจ้างไทยสี่ต่อต่างชาติหนึ่ง แล้วก็การผ่อนผันข้อจํากัดในการ ออกใบอนุญาตในเรื่องกําหนดคนต่างชาติไม่เกิน ๑๐ คน ต่อ ๑ บริษัท ซึ่งตรงนี้ ประเทศไทยยังจะต้องมีการทํา วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ทั้งวีซ่า ทั้งใบอนุญาตการทํางาน อํานวยความสะดวกสําหรับพนักงานในบริษัทเครือญี่ปุ์นที่มา ทํางานในสาขาประเทศไทย แล้วก็มีการลงทุนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท หรือว่าผู้ให้บริการ สัญชาติญี่ปุ์น ลูกจ้างในบริษัทไทยที่มีเงินชําระแล้วไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท รวมทั้ง นักลงทุนญี่ปุ์นที่นําเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท

ท่านประธานครับ เท่าที่ดูข้อตกลงในส่วนที่จะเปึนการแลกเปลี่ยน ในข้อตกลงอันนี้ ถ้าดูแล้วเราคงจําเปึนนะครับที่จะพิจารณาเห็นได้ว่าความจริงแล้ว การค้าขายระหว่างไทยกับญี่ปุ์นความสัมพันธ์ในเรื่องของแรงงานมีมาโดยนานแล้ว นะครับ ไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ์นจะก้าวหน้าพัฒนาไปอย่างไรก็ตาม แต่ว่าในส่วนของ ประเทศไทยนั้นยังคงด้อยแล้วก็ยังล้าหลังตามเขาไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การใช้ภาษา สิ่งที่สําคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องของข้อมูลพื้นฐานที่ประเทศไทยมีอยู่ในการ ทํางานเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ์นไม่ใช่ว่าเปึนเรื่องยาก แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องที่กีดกัน จากประเทศญี่ปุ์นเอง นอกเหนือจากทางเรื่องของภาษาแล้วยังมีเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนมาตรฐานข้อกําหนดทางด้านการให้บริการ ข้อกําหนดด้านคุณภาพ ข้อกําหนดด้านสุขอนามัย ด้านสาธารณสุข ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนเรื่องที่ทําให้ประเทศไทยนั้น มีโอกาสที่จะใช้ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน มีโอกาสที่จะใช้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ หรือจะเรียกว่ามีความสามารถในการใช้โอกาสที่มีนั้นยังไม่ได้เต็มที่เท่าที่ควร ดังนั้น ในวันนี้ผมคงจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีไม่ว่าจะเปึนธุรกิจ ในคลัสเตอร์ใด ๆ ก็ตาม ทั้งอาหารกล่อง บริการด้านไอที รักษาพยาบาล สปา นวด เสริมสวย จัดส่งแรงงานภาคเกษตร จัดส่งแรงงานทักษะปานกลาง และแรงงานทักษะ ปานกลางทั้งทั่วไปและแรงงานหนักด้วยนะครับ รวมทั้งธุรกิจรับซักรีด มีความเปึนไปได้ มีความเปึนจริงแค่ไหนในทางปฏิบัติ มีการสนับสนุนจากภาคส่วนของราชการที่รับผิดชอบ ในหน่วยงานเหล่านี้อย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่าการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการทํา การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ์นนั้นที่จริงที่ผ่านมามีมากมาย แต่ได้นําเอามาใช้ในการปฏิบัติ ในการดําเนินการในช่วงนี้เพื่อเตรียมการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ มีการวางแผนรับฟัง ความคิดเห็นและติดตามแก้ไขการเยียวยาทําอย่างรัดกุมเพียงพอแล้วหรือยังจาก ๑๐๐ คนที่ได้มาร่วมประชุมภาคส่วนต่าง ๆ ที่เคยเปึนผู้ที่ไปทําการค้าอยู่ในประเทศญี่ปุ์น เองแล้ว แม้กระทั่งร้านอาหาร ๒๐๐-๓๐๐ แห่งที่อยู่ในประเทศญี่ปุ์นเอง ไม่ว่าจะ ถูกกฎหมายไม่ถูกกฎหมายก็ตามเขามีประสบการณ์มีบทเรียนและรู้ถึงรสชาติชีวิตที่อยู่ใน ญี่ปุ์นดี รวมทั้งพนักงานสปาไทยที่ไปอยู่ในประเทศญี่ปุ์น แต่ในที่สุดก็จําเปึนจะต้องไป แต่งงานกับชาวต่างชาติเพื่อที่จะดํารงชีวิตอยู่ต่อไป คนต่าง ๆ เหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนใน การให้ข้อคิดเห็นในการที่จะพัฒนาภารกิจตรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นผมได้สังเกต ไหมครับจากส่วนราชการที่เข้ามา ไม่ว่าจะเปึนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงสาธารณสุขทั้งหลายคงจะต้องเรียนว่ามีกรมส่งเสริม อุตสาหกรรมไหม มีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือเปล่าที่จะต้องมีบทบาทเข้าไปช่วยเสริม ให้กับภารกิจของผู้ประกอบการแล้วมีความสามารถในการที่จะใช้โอกาสที่ได้รับจากการ เจรจาในครั้งนี้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม คงต้องบอกว่านี่คือเปัาหมายหลักเปัาหมายหนึ่งในเปัาหมายหลาย ๆ เปัาหมายในการที่จะขยายภารกิจด้านธุรกิจของประเทศไทยเราภายใต้ข้อตกลงของ เจเทปปัาที่มี สําหรับทางญี่ปุ์นนั้นเขาได้เปรียบเราอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว โอกาสที่เขามา ลงทุนมีมากอยู่แล้ว สิ่งที่สําคัญผมอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่าเปึนทีมประเทศไทย ที่ผู้ประกอบการที่เจ้าของผู้ประกอบการเปึนคลัสเตอร์ต่าง ๆ จริง คลัสเตอร์ของ ผู้ประกอบการสปา คลัสเตอร์ของผู้ประกอบการแรงงานส่งไปญี่ปุ์น คลัสเตอร์ของ ผู้ประกอบการด้านอื่น ๆ ที่อยู่ในเปัาหมายนะครับ ได้มารวมตัวกันภายใต้การสนับสนุน ภายใต้การผลักดัน ภายใต้การดูแล การใต้การโอบอุ้มและการบ่มเพาะ จริง ๆ แล้ว คงจะต้องใช้คําว่า บ่มเพาะ อีกมากเลยทีเดียว เพราะผู้ประกอบการในธุรกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ของประเทศไทยล้วนแต่เปึนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งขนาดกลาง ขนาดย่อม พร้อมที่จะ โดนภัยอันตราย คือแรงคุกคามต่าง ๆ ในกระบวนการของการทําธุรกิจระหว่างประเทศ นอกเหนือจากจุดอ่อนทางด้านภาษาอย่างเดียว ดังนั้นผมคงคาดหวังนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีและทีมงานคงจะสามารถจัดตั้งทีมไทยแลนด์เพื่อที่จะอาศัยโอกาสในการที่ เรามีการเจรจาในเรื่องของเจเทปปัาให้ได้ผลมากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ขอขอบพระคุณ ครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พันเอก วินัย ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้พิจารณาพิธีสารข้อผูกพันชุดที่ ๕ ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียนแล้ว กระผมได้พิจารณาด้วยความ รอบคอบ แล้วก็อยากจะให้ข้อคิดความเห็นต่อท่านประธานรัฐสภาโดยย่อ ๆ ดังต่อไปนี้ ครับ

อันที่จริงประเทศไทยเราค่อนข้างจะโชคร้ายในเรื่องที่ตั้งทําเลของประเทศ ในทางทะเลนั้นถือว่าเราตั้งอยู่ในทําเลในจุดภูมิศาสตร์ที่ค่อนข้างจะเสียเปรียบ เรามีที่ตั้ง ทางทะเล มีอ่าว มีที่จอดเรือ มีท่าเรือในกรุงเทพฯ ซึ่งเปึนเหมือนซอยที่ต้องเว้าลึกเข้ามา เหมือนโรงแรมดี ๆ มีชื่อเสียง แต่ว่าไปตั้งอยู่ในซอยลึก ๆ เหมือนอย่างท่าเรือคลองเตย แม้รัฐบาลจะแก้ไขโดยมีท่าเรือน้ําลึกทางซีกตะวันออกของประเทศ อย่างไรก็แล้วแต่ที่ตั้ง ทางทะเลที่แก้ไขไปนั้นก็ยังเปึนปมด้อยอยู่ดี เพราะเรือทะเลที่จะขนส่งสินค้าไปยัง ต่างประเทศหรือนําสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทย ก็ต้องอ้อมแหลมมะละกา เข้ามายัง อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern seaboard) อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ก็นับเปึนความ โชคดีของประเทศเราที่แม้นเราจะมีปมด้อยในเรื่องที่ตั้งทางทะเล แต่เราประเทศไทยนั้น เปึนประเทศที่มีปมเด่น เปึนความโดดเด่นในเรื่องที่ตั้งทางอากาศของประเทศไทย จนกระทั่งประเทศไทยนั้นบรรพบุรุษของเราได้มีความภาคภูมิใจมาถึงปัจจุบันว่าเรา ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางทางอากาศ เปึน ฮับ (Hub) ของการขนส่งสินค้าพัสดุ ผู้คน ในทางอากาศดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เราเปึน ศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารทั่วโลก ป้ ๆ หนึ่งเราจะมีผู้โดยสารมาใช้สนามบินของไทย เรานะครับ ที่ดอนเมือง ๔๕ ล้านคนกว่านั้น จนกระทั่งต้องไปสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้สนามบินสุวรรณภูมิ ๔๕ ล้านคน ก็แออัดจนจําเปึนจะต้องขยายเพิ่มมากขึ้น หรือต้อง ใช้สนามบินถึง ๒ แห่ง คือไม่ว่าจะเปึนดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ มันสะท้อนถึงความเปึน แอร์ ฮับ (Air hub) เปึนศูนย์การขนส่งทางอากาศที่มีประสิทธิภาพที่มีความเหมาะสม เราเปึนศูนย์กลางของด้านการขนส่งโลจิสติกส์ สินค้าและบริการต่าง ๆ กรุงเทพฯ เปึน ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าพวกแอร์เฟรท (Airfreight) จิปาถะ มาทางอากาศ มาทางเรือไม่แพ้กัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อเราเปึนศูนย์กลางของการขนส่ง ไม่ว่าจะเปึนสินค้าหรือผู้คน เราถึงได้ชื่อว่าเปึนฮับที่ดีที่สุดใน เซาท์ อีสท์ เอเชีย (South East Asia) ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) มันเปึนจังหวะที่พอเหมาะพอดีในเรื่อง ทําเลที่ตั้ง ไม่ว่าสินค้าหรือผู้คนจะมาจากทางตะวันตกมาจากทางยุโรป เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ประเทศไทยมันเปึนจุดพอดี ๆ พอเหมาะที่ไม่ว่าคนหรือว่าเครื่องบินครับครับ มันเปึน จุดพักเครื่องเปึนจุดถ่ายคน เปึนประตูสู่หลาย ๆ ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นเดียวกันครับ ไม่ว่าผู้คนหรือสินค้าที่มาจากทางซีกตะวันออก อเมริกา ญี่ปุ์น เกาหลี พอมาถึงกรุงเทพฯ ประเทศไทยมันเปึนจุดพอดี ๆ พอเหมาะที่เครื่องบินจะต้องร่อนลงพัก เติมน้ํามัน ซ่อมบํารุง ขนถ่ายผู้คนต่าง ๆ นี่ล่ะครับ เปึนความโชคดีของประเทศไทยในเรื่อง การเปึนแอร์ ฮับ เปึนศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ เพราะฉะนั้นกระผมจึงได้พิจารณา ประเด็นที่ทางรัฐบาลจะไปทําข้อตกลงทําพิธีสารกับกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะประเด็นทางด้านการบริการซ่อมบํารุงรักษาอากาศยาน เมนเทนแนนซ์ (Maintenance) ซึ่งเราก็ทําได้ที่ดอนเมืองเปึนอย่างดี ที่สุวรรณภูมิเริ่มทําได้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการขาย การตลาด บริการขนส่งทางอากาศ ไม่ว่าจะเปึนการบริการสํารอง ที่นั่งโดยระบบคอมพิวเตอร์ หรือการบริการให้เช่าเครื่องบินแบบเหมาลํา ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ สมมุติว่า ๓-๔ ประเด็นที่กระผมได้กราบเรียนท่านนี่ ประเทศไทยเปึน ประเทศเดียวที่ไม่ยอมไปลงนามทําสัญญา ไม่ลงนามในพิธีสารกับเพื่อน ๆ บ้านในกลุ่ม อาเซียนด้วยกัน ถ้าเราทําอย่างนั้น คือไม่ยอมลงนามเราป่ดตัวเราเอง กระผมว่า

๑. เราจะไม่อยู่ในระบบของความเปึนสากลของการเดินอากาศนะครับ เรา ต้องอยู่ในระบบสากล เพราะการเดินอากาศนั้นอยู่ในระบบสากลครับ เปึนการแข่งขันเสรี

อันที่ ๒ ถ้าเราไม่ไปลงนามกับเขา เราจะเสียประโยชน์ เราจะไม่ได้รับความ เสมอภาคกับกลุ่มอาเซียนด้วยกัน เพราะการลงนามนั้นประเทศอาเซียนด้วยกันนั้นจะได้ ผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกันและโดยเสมอภาคนะครับ เราก็จะถูกโดดเดี่ยว กระผมกราบเรียนว่า ๓-๔ ประเด็นนี้เพื่อประโยชน์ร่วมกันครับ เราไม่เสียเปรียบเขา แล้วเขาไม่เสียเปรียบเรา เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า ๓-๔ ประเด็นกรอบการพิจารณา เราน่าจะให้ความเห็นชอบในการที่จะให้รัฐบาลนั้นไปลงนามร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน นะครับ มิฉะนั้นเราก็จะเสียเปรียบ ไม่ได้ประโยชน์ ไม่สมกับที่เปึนแอร์ ฮับของกลุ่ม อาเซียนของเรา อย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ การไปลงนามนั้น มันอยู่ในเอกสารในพิธีสารมันอยู่ในหนังสือครับ สําคัญอย่างยิ่งก็คือ กระผมอยากจะฝาก ขอให้ทางรัฐบาลหรือกระทรวงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เมื่อลงนามแล้วได้จัดเจ้าหน้าที่ ผู้คนครับ เอาใจใส่กํากับดูแลให้เปึนไปตามพิธีสารข้อตกลงนั้น เมื่อตกลงแล้วเราไม่เอาใจ ใส่ดูแลเราก็เสียเปรียบอยู่ดี อย่าลืมนะครับว่ากลุ่มอาเซียนนั้นมีจุดอ่อนที่สําคัญ ๆ อยู่ ๓ ประการครับ จุดอ่อนสําคัญ ๆ ของอาเซียน ๓ ประการครับ ถ้าเราฟันฝ์าประเด็น จุดอ่อนหรืออุปสรรค ๓ ประการนี้ได้ อาเซียนก็จะไม่แพ้กลุ่มประเทศในอียู (EU) ในยุโรป หรือ ไม่ว่าจะเปึนอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ที่เขารวมตัวกันในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การทหารครับ ประเด็นจุดอ่อน ๓ ข้อของกลุ่มอาเซียน แม้นเราจะตั้งมาเปึน สิบๆ ป้ แต่วันนี้เราก็ยังไม่สามารถจะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้มี ๓ ข้อ ที่กระผมอยากจะ ขอให้รัฐบาลนั้นได้ระแวดระวัง

ข้อแรกก็คือกลุ่มอาเซียนนั้น ๑๐ ประเทศที่เราทําสัญญากัน ทั้ง ๑๐ ประเทศก็ว่าได้ครับ เรามีจุดอ่อนอันหนึ่ง ข้อแรกก็คือ เรามีความขมขื่นในทาง ประวัติศาสตร์ร่วมกันครับ เรามีความขมขื่นกับเพื่อนบ้านรอบ ๆ ตัว ไทยกับเพื่อนบ้านไม่ ว่าประเทศไหนครับ เราทะเลาะเบาะแว้งกันนะครับ มีประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นต่อ การรบราฆ่าฟันกันมาทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าเราว่าเขา๑๐ ประเทศเปึนอย่างนี้หมดครับเพื่อน บ้าน นั่นคือประวัติศาสตร์อันขมขื่น คือรบราฆ่าฟันกันมา

ข้อที่ ๒ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ แม้ลงนามกันมาอยากจะเปึนป๊กเปึนแผ่น พยายามอย่างยิ่งเปึนสิบๆ ป้ แต่ไม่สําเร็จ เพราะ๑๐ ประเทศอาเซียนนั้นไม่มีความเปึนเอกภาพ ไม่มี โฮโมจีเนียซ (Homogeneous) นะครับ ขอโทษที่ใช้คําภาษาอังกฤษ ไม่มี โฮโมจีนิตี้ (Homogeneity) นะครับ คือแปลว่า ๑๐ ประเทศนี่ ต่างภาษา ต่างขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม น้อยนักที่จะเข้าใจคล้ายกัน ยกเว้นไทยกับลาวอย่างนี้พอไปกันได้ แต่กับประเทศอื่น ไม่ว่าจะเปึนพม่า เขมร มาเลเซีย เราคนละภาษา ศาสนา และประเพณี วัฒนธรรม เช่นเดียวกันครับ มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศเพื่อนบ้านเขาก็จะขาดความเปึน เอกภาพทางด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มยุโรป เห็นไหมครับ นั่นคือ ปัญหาข้อที่ ๒ และ

ปัญหาข้อที่ ๓ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ๑๐ ประเทศในกลุ่ม อาเซียนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราได้ดิ้นรนต่อสู้เปึนการภายในแข่งขันแก่งแย่งแข่งดี กันมาโดยตลอด หนังสือว่าอย่างไร ว่าไปเซ็นไป แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ๑๐ ประเทศนี้ ก็จะแก่งแย่งแข่งดีกัน แข่งกันค้าข้าว แข่งกันค้ายาง ประเทศนี้มียางมากมาย มีน้ํามัน มากมาย แต่เวลาไทยขาดน้ํามัน ต้องไปซื้อประเทศอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มอาเซียน นี่คือการต่อสู้ ภายในอินฟราสตรัคเจอร์ที่เรายังแก้ปัญหาไม่ตก ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ปัจจัย จุดอ่อน ๓ ประการคือ ๑. ประวัติศาสตร์อันขมขื่นที่มีต่อกัน ๒. ขาดความเปึนเอกภาพ ในทางภาษา ศาสนา ประเพณี และข้อที่ ๓ ครับ ๑๐ ประเทศแข่งขันแก่งแย่งแข่งดีมา ตลอดยังแก้ไม่ตก เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลลงนามในพิธีสารแล้ว ความสําเร็จให้บรรลุ วัตถุประสงค์นั้นท่านจะต้องจัดผู้คนไปคอยกํากับดูแล เพื่อให้การปฏิบัติเปึนไปตาม ข้อตกลงทุกประการ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าเราควรจะให้ความเห็นชอบต่อกรอบ ข้อตกลงนี้ครับ ด้วยความเคารพครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญ ท่านชรินทร์ หาญสืบสาย ครับ

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่กระผมจะขออภิปรายวันนี้คือ เรื่องของการ ขยายเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาเพื่อขอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ อันที่จริงจะว่าไปแล้วเรื่องนี้แม้จะมีความสําคัญอยู่บ้าง แต่กระผมเห็นว่า ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดที่น่าจะเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่เรื่องที่ต้อง นําเข้ามาในนี้ก็เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีหนังสือหารือ ไปยังกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และกรมสนธิสัญญา ให้ความเห็นว่า เรื่องการขยายเวลาแผนกิจกรรมนี้โดยการแลกเปลี่ยนหนังสือน่าจะเปึน การทําหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และแผนกิจกรรมนี้มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเปึนเรื่องที่อ่อนไหวและอาจกระทบต่อ ประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจท้องถิ่น และเมื่อคํานึงถึงคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ แล้ว การขยายเวลาแผนกิจกรรมโดยการ ทําหนังสือแลกเปลี่ยนจึงน่าจะเข้าข่ายมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ แทบไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า บัดนี้แม้แต่การแลกเปลี่ยนหนังสือหรือ เอ็กซเชนจ์ ออฟ เลตเตอร์ (Exchange of letter) ก็เข้าข่ายเปึนสนธิสัญญาไปแล้ว เช่นเดียวกับแถลงการณ์ร่วม หรือ จอยน์ คอมมูนิเก้ (Joint communique) ในกรณีของปราสาทพระวิหาร เมื่อเปึนเช่นนี้กระผมก็เชื่อว่าต่อไป นะครับ รัฐสภาแห่งนี้ก็คงจะต้องมีเรื่องทํานองนี้เข้ามาเพื่อขอความเห็นชอบกันมากมาย อย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งถ้าหากเปึนเช่นนี้ หากการพิจารณาของรัฐสภาเกิดความล่าช้า เนื่องจากพิจารณาไม่ทันหรือจะด้วยสาเหตุใดก็ตามใครจะเปึนคนรับผิดชอบครับ แล้วก็ อนาคตของประเทศไทยจะเปึนเช่นไรก็สุดที่จะคาดเดา เอาละครับ ไหน ๆ เรื่องนี้ ก็เข้ามาแล้ว รัฐสภาก็คงจะต้องพิจารณาว่าควรจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ จากคําแถลง ของท่านรัฐมนตรีช่วยอลงกรณ์ พลบุตร และคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ที่มาอรรถาธิบายให้กับคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจ การพาณิชย์ และการลงทุน วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคมที่ผ่านมา ก็ค่อนข้าง จะชัดเจนว่าความร่วมมือที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่กับสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป มีวัตถุประสงค์หลักที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับระบบสิทธิบัตรยุโรปในระดับสากล จากหน่วยงาน ที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านเทคโนโลยีอันหลากหลาย เพื่อที่จะได้นําความรู้มาใช้ ในการพัฒนาระบบสิทธิบัตรของไทยอันเปึนพื้นฐานสําคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยของเรา ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมได้อ่านแผนกิจกรรมทวิภาคีฉบับนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้ว รวมทั้งศึกษารายละเอียดเพื่อตอบคําถามตัวเองว่า การขยายความตกลงนี้จะเปึน ประโยชน์ต่อประเทศไทย จะมีผลดีหรือผลเสียต่อประเทศไทยอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่า ในด้านผลดีหรือผลประโยชน์ มีประโยชน์ที่ไทยจะรับอย่างน้อย ๓ ประการ

ประการแรกคือ การได้เข้าถึงฐานข้อมูลของสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ภายใต้ระบบ อีพอค เน็ท (EPOQUE Net ระบบสืบค้นสิทธิบัตร) ซึ่งเปึนฐานข้อมูล สิทธิบัตรในสาขาเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๖๕ ล้านข้อมูล ขอย้ํานะครับว่า ๖๕ ล้านข้อมูล ฐานข้อมูลนี้เปึนการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตร ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และเกาหลี การเข้าถึงข้อมูลภายใต้ระบบ อีพอค เน็ท ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรของไทย สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสืบหา ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องค้นหาจากฐานข้อมูลหลาย ๆ แห่ง ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยยังสามารถใช้ ประโยชน์จากโปรแกรมการค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบข้อมูล มีความรัดกุมและถูกต้องมากขึ้น

ประการที่ ๒ การได้รับความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญจากสํานักงาน สิทธิบัตรยุโรป ความช่วยเหลือนี้จะช่วยให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถปรับปรุง กระบวนการพิจารณาคําขอสิทธิบัตรของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อให้เปึนที่ยอมรับของนานาประเทศ และโดยที่ประเทศไทยกําลังจะเข้าเปึนภาคีของ อนุสัญญาว่าด้วยความร่วมมือทางสิทธิบัตร ด้านสิทธิบัตร หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า พีซีที (PCT) ซึ่งเปึนชื่อย่อของ แพเทนต์ คอร์ปอเรชั่น ทริตตี้ (Patent Cooperation Treaty) โดยเปึนความตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ รวม ๑๒๙ ประเทศ เพื่อร่วมมือ กันจัดระบบการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศและอํานวยความสะดวก ในการยื่นขอจดระหว่างกัน เพราะฉะนั้นการได้รับความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญ จากสํานักงานสิทธิบัตรยุโรปจะทําให้ไทยสามารถเข้าสู่ระบบดังกล่าวได้โดยง่ายและ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๓ การได้รับความช่วยเหลือด้านการจัดฝ๊กอบรมการยกร่าง คําขอจดทะเบียนสิทธิบัตร การยกร่างคําขอนี้เปึนงานที่ยากที่จะต้องอาศัยศิลปะ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเปึนพิเศษ จึงจะดําเนินการได้อย่างสําเร็จและราบรื่น ดังนั้นการได้รับความช่วยเหลือด้านการฝ๊กอบรมให้ความรู้เรื่องนี้ก็จะช่วยให้ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและวิศวกรของไทยสามารถเข้าถึงวิชาการร่างคําขอจดทะเบียน สิทธิบัตรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล

นอกจากประโยชน์ทั้ง ๓ ประการดังกล่าวแล้ว ในระยะที่ผ่านมาสํานักงาน สิทธิบัตรยุโรปยังให้ทุนฝ๊กอบรมแก่เจ้าหน้าที่ของไทยจํานวน ๑๒ ทุน และแน่นอนว่า การขยายเวลาออกไปอีก ๒ ป้ก็จะทําให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรจัดทุน ฝ๊กอบรมอย่างน้อยป้ละ ๕ ทุน ซึ่งจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสิทธิบัตร ของไทย รวมทั้งการพัฒนากรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ไปสู่การเปึนองค์กรที่พึ่งตัวเองได้ ในอนาคตอันใกล้ ประโยชน์ที่สํานักงานสิทธิบัตรยุโรปได้รับจากความร่วมมือนี้ ซึ่งอาจจะ มองว่าเปึนข้อเสียของไทยนะครับ ก็อาจจะมีเพียงได้รับอย่างที่สํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ได้รวบรวมข้อมูลสิทธิบัตรของไทยไว้ในฐานข้อมูลของสํานักงานเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ประเทศ ไทยก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเปึนการช่วยเผยแพร่สิทธิบัตรของไทยให้เปึน ที่รู้จักของนานาประเทศมากขึ้น

สําหรับความเห็นของกรมสิทธิสัญญาและกฎหมายที่กระผมได้กราบเรียน ตอนต้นที่เห็นว่าแผนกิจกรรมทวิภาคีนี้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา ซึ่งเปึนเรื่องที่อ่อนไหวและกระทบต่อประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจของ ท้องถิ่นนั้น กระผมเห็นว่าน่าจะเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเนื้อหาในแผน กิจกรรมทวิภาคีเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิบัตรล้วน ๆ ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์ คือ จีโอกราฟฟ่ค อินดิเคเตอร์ (Geographic Indicator) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ ประชาชนและเศรษฐกิจของท้องถิ่นเลย และทั้ง ๒ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ จากที่กระผมได้กล่าวมานี้นะครับ โดยพยายามมองว่าจะมีข้อเสียอะไรบ้าง ปรากฏว่า ข้อเสียนี่แทบจะไม่มีเลยนะครับ ถ้าจะบอกว่าเขาอาจจะขอความลับ เปึนความลับที่เรา อาจจะสูญเสียไป แต่ในโลกปัจจุบันนี้นะครับ ความลับมันป่ดไม่ได้นะครับ การที่เราคบหา สมาคมแลกเปลี่ยนหรือว่าขอความช่วยเหลือจากประเทศที่เจริญกว่าเราอย่างสหภาพ ยุโรปนี้ น่าจะเปึนผลดีมากกว่าผลเสียนะครับ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงเห็นว่าการขยาย ระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีออกไปอีก ๒ ป้ จึงน่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา ของเรา

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศสมาชิก ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ ใน ๒ ประเด็นสั้น ๆ ครับ

ประเด็นแรก กระผมไม่คิดว่าเนื้อหาของเรื่องนี้ซึ่งอ่านหลายเที่ยวแล้ว นี่นะครับจะเข้าข่ายหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ถึงแม้ว่าท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะได้พยายาม ชี้แจง เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการนะครับ ไม่ว่าจะเปึนว่าเรื่องนี้เปึนเพียงบันทึกความ เข้าใจหรือ เอ็มโอยู เท่านั้น เปึนการลงนามร่วมกันระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน แล้วก็ ในเนื้อหาแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะมีผลกระทบอย่างมีน้ําหนักหรือรุนแรงต่อประเทศไทย ตามวรรคสองของมาตรา ๑๙๐ นอกจากนั้นในเนื้อหาของ เอ็มโอยู ฉบับนี้ในด้านการเงิน ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายนะครับ กิจกรรมที่จะจัดนั้นก็เฉพาะกรณีที่มีเงินทุนที่มีอยู่ ขอบเขตของความร่วมมือ เช่น การแลกเปลี่ยน การเยือน การแลกเปลี่ยนภาพยนตร์ต่าง ๆ การจัดเทศกาลภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เปึนเรื่องซึ่งทํากันอยู่เปึนปกติแล้วกับ หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วก็ยังมีเขียนไว้อีกว่าเอ็มโอยูนี้ก็จะไม่มีผลกระทบต่อ การปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ อันเกิดจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เรา รับผิดชอบอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากตั้งเปึนข้อสังเกตว่า เรื่องลักษณะเช่นนี้ ถ้านํามาเข้ารัฐสภาอยู่เปึนประจํา ๆ ก็คงจะทําให้เสียทั้งเวลาและไม่มีเหตุผลอันควรที่จะ นําเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ แต่เนื่องจากนํามาแล้วผมก็อยากจะชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจของผม ที่ไม่ตรงกับความเข้าใจของคณะรัฐมนตรีอยู่นิดหนึ่งนะครับ ในหน้าแรกเลยที่เปึนหนังสือ ที่ส่งมาจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงนามมาถึงสภา ใช้ชื่อเรื่องว่า บันทึก ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างจีนและประเทศสมาชิก อาเซียน ชื่อเรื่องผมคิดว่ายังไม่ตรงกับบันทึกความเข้าใจที่มาให้เราให้ความเห็นชอบ อาจจะเปึนว่าผู้แปลหรือเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความละเอียดเพียงพอต่อความหมายของ เนื้อหา ในภาษาอังกฤษ เอ็มโอยู ฉบับนี้เปึน เอ็มโอยู ที่เกี่ยวกับ อินฟอร์เมชั่น แอนด์ มีเดีย คอร์เปอเรชั่น (Information and media corporation) ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษ อินฟอร์เมชั่น แอนด์ มีเดีย คอร์เปอเรชั่น ก็เปึน ๒ เรื่อง อินฟอร์เมชั่น (Information) เราก็มาแปลกันว่าสารสนเทศหรือสารสนเทศ ส่วน มีเดีย (Media) เราบางทีก็ใช้ทับศัพท์ กันเยอะนะครับ แต่ถ้าจะแปลให้ได้ใจความมากที่สุดก็น่าจะแปลว่า สื่อ มันก็จะมี อีกหลายตัวที่ใกล้เคียงกัน เราจะคุ้นเคยกับคําว่า สื่อสารมวลชน ซึ่งเปึนชื่อเรื่องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ส่งมาให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ เขาจึงตีขลุมไปเลยว่าทั้งหมดนี้คือ สื่อสารมวลชน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่าไม่ครอบคลุม ถ้าจะว่าสื่อสารมวลชนครอบคลุมมีเดียไหม อันนี้ ก็พอจะอนุโลมได้ เพราะมีเดียเปึนสื่อ สื่อก็คือคน คือเครื่องมือ คือสื่อที่เราใช้เพื่อนํา เรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าแมส มีเดีย (Mass Media) ก็นําเรื่องนี้ไปบอกกับประชาชน ตั้งมีเดียก็เปึนตัวกลาง จะเปึนคน เปึนสื่อก็แล้วแต่ ฉะนั้นตัวมีเดียก็จึงเปึนส่วนหนึ่งของ สื่อสารมวลชนซึ่งพออนุโลมได้ แต่ตัวอินฟอร์เมชั่นนี่ครับ สารสนเทศ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ สื่อสารมวลชนแน่นอนเลยนะครับ ไปดูชื่อกระทรวงก็รู้ ก็มีกระทรวง อินฟอร์เมชั่น แยกออกไป เพราะฉะนั้นเวลาทําเรื่องมาถึง หรือทําเรื่องเข้า ครม. ก็ไปใช้คําว่า ด้านสื่อสารมวลชน เท่านั้น ซึ่งในเนื้อหาไม่ว่าจะเปึนฉบับภาษาอังกฤษหรือ ฉบับภาษาไทยก็แล้วแต่ ก็ชัดเจนเกือบทุกวรรค ทุกข้อ จะพูดถึงทั้ง อินฟอร์เมชั่น กับ มีเดีย ควบคู่กันไปตลอด เพราะฉะนั้นเปึนความร่วมมือของ ๒ ด้าน ไม่ใช่ความร่วมมือ ของด้านเดียว คือไม่ใช่ด้านมีเดียหรือด้านแมส คอมมิวนิเคชั่น (Mass communication) คือด้านสื่อสารมวลชนเท่านั้น ก็จึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้เห็นเพื่อให้เข้าใจนะครับ และ แม้แต่ผู้ลงนามเราก็ยังไม่กล้าเขียนลงไปเลยว่าจะเอารัฐมนตรีกระทรวงไหน ของคนอื่นเขาเขียนไว้หมดเลยว่ามาจากกระทรวงไหน กระทรวงไหน อาจจะยังไม่แน่ใจว่า จะให้กระทรวงไหนเซ็นก็ได้นะครับ เพราะว่ามันเปึน ๒ เรื่อง ผมก็คงจะรบกวนเวลาของ สภาเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เหลือท่านสมาชิกที่แสดง ความจํานงอภิปรายอีก ๒ ท่านนะครับ คือท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย กับท่านประสาร มฤคพิทักษ์ เดี๋ยวเชิญท่านสุรชัยครับ

(นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)

ท่านประสารอยู่ไหมครับ เชิญท่านประสารครับ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาวุฒิสภา ภาควิชาการ

ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมคงไม่ไปพูดถึงสาระเนื้อหาในสิ่งที่นําเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการขยาย ระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป แต่ผมใคร่จะขอเรียนว่าที่ผ่านมามีอุปสรรคในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิทางปัญญา ซึ่งเกี่ยวโยงกับปัญหาการประกาศ ซี/แอล (C/L) ยา การประกาศ ซี/แอล ยา ก็คือการที่ ทําให้ประชาชนไทยสามารถจะเข้าถึงยาได้ในราคาถูก ปรากฏว่าที่ผ่านมามีผู้บริหาร กระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อ ได้ถือเอาเรื่องของการประกาศสิทธิบัตรยาของ กระทรวงสาธารณสุขกลายมาเปึนอุปสรรค อุปสรรคก็คือทําให้เกิดผลกระทบต่อ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทําให้มีปัญหากระทบตามมานะครับ กลายเปึนว่าเรื่อง ของการประกาศสิทธิบัตรยากับเรื่องของการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทรัพย์สินทาง ปัญญากลายเปึนสิ่งที่มาพัวพันกัน เพราะฉะนั้นพอพัวพันกันก็กลายเปึนปัญหาทําให้เกิด อุปสรรค ทําให้เกิดความยุ่งยากของทางกระทรวงสาธารณสุข บังเอิญผมมีโอกาสเข้าไป เปึนคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมในระหว่างป้ ๒๕๕๐ ก็ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการ ประกาศสิทธิบัตรยา ที่ผ่านมานะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า ยาละลายลิ่มเลือดที่มีชื่อเปึน ทางการว่า พลาวิกซ์ (Plavix) ของบริษัท ซาโนฟ้ ของประเทศฝรั่งเศส เราอยู่ในการ คุ้มครอง คือหมายถึงเขาผูกขาดยาตัวนี้มาในระยะเวลา ๒๐ ป้ เม็ดละ ๗๗ บาท ท่านทราบนะครับว่าขณะนี้ยาตัวนี้หลังจากประกาศสิทธิบัตรยาก็เหลือแค่เม็ดละ ๑ บาท ๒๒ สตางค์เท่านั้น ๑ บาท ๒๒ สตางค์นะครับ เทียบกับเม็ดละ ๗๗ บาท ท่านที่เคยรู้จัก ยาตัวนี้ก็คงจะรู้ดีนะครับว่า มันเป่ดโอกาสมากน้อยแค่ไหนในการเข้าถึงยา ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก ยาเปึนสินค้าคุณธรรมครับ ยาไม่ใช่กระเปิาเสื้อผ้า ไม่ใช่รองเท้า ไม่ใช่อะไรอื่นที่เปึนสินค้าทั่ว ๆ ไป แต่มันเปึนสินค้าคุณธรรม ซึ่งไม่เฉพาะ ที่ทําให้ราคาถูกเท่านั้น แต่สําหรับประเทศไทยเรายังมีปัญหาไม่ว่าจะเปึนโรคระบาดก็เคย เกิดขึ้นแล้วนะครับ ไข้หวัดนก ไม่ว่าจะเปึนสึนามิซึ่งต้องใช้ยาจํานวนมากภัยพิบัติก็เปึน โอกาสหรือเปึนความจําเปึนที่จะต้องใช้ยาจํานวนมหาศาล เพราะฉะนั้นการเข้าถึงยาจึง เปึนสิ่งที่สําคัญ ขอเรียนว่าถ้าหากเอาเรื่องการประกาศสิทธิบัตรยาซึ่งเปึนเรื่องดี แล้วก็ เปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์อันนั้นเปึนเรื่องที่ไม่ผิดกฎเกณฑ์ทางการค้าของโลกเปึนไปตาม ข้อตกลงทริส (TRIS) มาเปึนเงื่อนไขพัวพันกับการเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญหาแล้วก็จะ ทําให้คนไทยเสียโอกาส เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะครับ จึงขอฝากแง่มุมตรงนี้ไว้พิจารณา เพื่อที่ทางกระทรวงพาณิชย์จะได้นําไปเปึนข้อสังเกต ร่วมกันในเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ ไม่มีสมาชิกผู้ใด ขออภิปรายนะครับ การอภิปรายเปึนอันยุตินะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงสรุปครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ในนามคณะรัฐมนตรี ขอตอบข้อซักถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ แผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ซึ่งขอความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ สําหรับประเด็นที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ซักถามและตั้งเปึนข้อสังเกตโดยแสดงความห่วงใยในเรื่องของ ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญากับเรื่องของ ซี/แอลนั้น กระผมใคร่ขอชี้แจงเพื่อให้เกิด ความเข้าใจตรงกันว่าประเทศไทยเปึนภาคีสมาชิกภายใต้ข้อตกลงทริสขององค์การการค้าโลก ข้อตกลงทริสนั้นเปึนเรื่องข้อตกลงที่ว่าด้วยการค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา มีบางประเทศที่เปึนคู่ค้าสําคัญของประเทศไทยได้นําตัวบทกฎหมายภายในประเทศ มาเกี่ยวโยงระหว่างเรื่องของการค้ากับเรื่องของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาได้มีการใช้กฎหมายการค้าซุปเปอร์ ๓๐๑ (Super 301) เปึน มาตรการในการโยงเรื่องของการค้ากับประเทศคู่ค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญหาและในแต่ละป้ก็จะมีการจัดอันดับประเทศเหล่านั้นว่ามีสถานะเปึนอย่างไร เช่น ๒ ป้ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับว่าเปึนประเทศที่ต้องถูกจับตาเปึนพิเศษ ที่เรียกว่า พีดับบลิวแอล (PWL) เนื่องจากว่ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญหาไม่ว่าเปึน เรื่องของลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือว่าสิทธิบัตร ขณะเดียวกันถามบอกว่าการจัด อันดับดังกล่าวโดยสํานักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ หรือ ยูเอสทีอาร์ (USTR) ซึ่งดูแล เรื่องการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลอเมริกันนั้นจะมีการประกาศสถานะของประเทศ คู่ค้าดังกล่าวในเดือนเมษายน และตั้งแต่ต้นป้เปึนต้นมานั้นสํานักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือยูเอสทีอาร์ก็ได้เป่ดให้กับสมาคมอุตสาหกรรมภายในประเทศได้แจ้งรายงานไปยัง ยูเอสทีอาร์ พร้อมกันนั้นก็เป่ดให้มีการชี้แจงต่อสาธารณะของประเทศที่ถูกจัดอันดับ ผมได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาโดยบัญชาของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้พบปะกับผู้แทนยูเอสทีอาร์ พบปะกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิกหลายท่านในรัฐสภาสหรัฐ และได้พบกับสมาคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาไม่น้อยกว่า ๑๐ สมาคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อเรื่องของการค้าและเรื่องของ ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านกลุ่มอุตสาหกรรมยา ซึ่งเกี่ยวโยงกับ เรื่องของการประกาศ ซี/แอล ของประเทศไทยในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ต้องเรียนว่าทําไม จึงต้องเดินทางไปและมีความจําเปึนอย่างไร ก็ต้องเรียนว่าสหรัฐอเมริกาเปึนประเทศ ที่เปึนคู่ค้าอันดับ ๓ ของประเทศ และเปึนประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงอยู่ในระดับต้นของ ประเทศไทย มีความสัมพันธ์ ๑๗๕ ป้ เราส่งออกไปเปึนมูลค่ากว่า ๗ แสนล้านบาท เราได้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ จีเอสพี กว่า ๓,๔๐๐ รายการ เปึนมูลค่ากว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สิทธิพิเศษดังกล่าวทางภาษีนั้นโยงใยไปถึงกฎหมายการค้า ซุปเปอร์ ๓๐๑ ดังนั้นปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอุปสรรคทางการค้าที่มีต่อกัน เกิด เพราะการดําเนินการของยูเอสทีอาร์นั้นจะมีผลอย่างยิ่งต่อการพิจารณาทบทวนการให้ สิทธิพิเศษทางภาษี ซึ่งจะมีอายุสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมนี้ด้วย นอกเหนือจากการ จัดสถานะอันดับประเทศของประเทศคู่ค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพราะฉะนั้นการรักษาไว้ซึ่งสิทธิพิเศษทางภาษีจึงถือเปึนนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อปกปัองคุ้มครองเกษตรกรผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการ ทั้งภาคผลิต อุตสาหกรรม ภาคการเกษตร คนยากคนจน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากกรณีที่เรามีปัญหาในการ ส่งออกไปสู่ตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะในยามที่เกิดภาวะวิกฤติของเศรษฐกิจโลกที่ร้ายแรง ที่สุดในรอบ ๗๐ ป้ แต่ด้วยนโยบายที่มีความชัดเจนของรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราถือว่าเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญานั้นเปึนวิถีทางที่จะนํา ประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไปสู่สังคมและเศรษฐกิจฐานความรู้ เพื่อสร้าง ความมั่นคงมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนไทยและประเทศไทย เพราะฉะนั้น การประดิษฐ์คิดค้นในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ ๆ จําเปึนจะต้องได้รับการคุ้มครอง การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเปึนอาชญากรรมที่จะต้องปราบปรามอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นในห้วงเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาการกวาดล้างจับกุมจึงได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเด็ดขาด จนทําให้บรรดาสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ลดหายไปกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจําเปึนต้องเรียนเรื่องนี้เพราะว่ามันเปึนความจําเปึน สมาชิกหลายท่าน อาจไม่ให้ความสําคัญ แต่ผมต้องเรียนว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจในนโยบายเรื่องนี้ เพราะ มันจะมีผลกระทบต่อการสร้างความไม่เข้าใจในนโยบายเรื่องซี/แอล เพราะฉะนั้นจึง จําเปึนต้องเรียนอธิบายให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงว่า การดําเนินการดังกล่าวของรัฐบาล นอกจากมีการกวาดล้างปราบปรามอย่างจริงจัง ทําให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้ ประโยชน์ไม่ต่ํากว่า ๓ แสนล้านบาท อุตสาหกรรมภาพยนตร์ซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท ถูกเทปผีซีดีเถื่อนนั้นทําลายจนเหลือ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท อุตสาหกรรมเพลง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือเพียง ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเปึนวัฒนธรรม พื้นฐานของประเทศไทยที่ต้องรักษาธํารงไว้ ปล่อยให้อาชญากรทั้งหลายนั้นมาแสวง ประโยชน์ด้วยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยไม่ได้ ซอฟต์แวร์ (Software) อุตสาหกรรมของเรานั้น ถ้าเราลดการละเมิดได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะสามารถที่จะทําให้ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาคนไทยในด้านไฮเทค (High-tech) นั้นมี มูลค่าเพิ่มขึ้น ๓๗,๕๐๐ ล้านบาท รวมไปถึงอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ รองเท้า เครื่องประดับทั้งหลาย ซึ่งมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นําเข้าจากต่างประเทศลักลอบเถื่อน ๆ เข้ามา ทําให้อุตสาหกรรมของเล่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ แฟชั่น เสียหายกว่า แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นการดําเนินนโยบายจึงเปึนการดําเนินนโยบายเพื่อคนไทย แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดมาตรฐานของการรักษาซึ่งพันธกรณีความตกลง ตรงนี้เองที่ ทําให้เราสามารถได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี จีเอสพี และทําให้สินค้าประมง สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม ภาคบริการทั้งหลายได้สิทธิ ประโยชน์ตรงนี้กว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะตลาดของสหรัฐอเมริกา ส่วนเรื่องของ ซี แอล กระผมได้นํานโยบายของรัฐบาลไปยืนยันต่อทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่า ประเทศ ไทยสงวนสิทธิในการประกาศใช้มาตรการ ซี/แอล เพื่อเปึนไปตามประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อการค้าที่เรียกว่า พับลิค นอน คอมเมอร์เชียล ยูส (Public non commercial use) ซึ่งเปึนภายใต้ข้อตกลงทริส ของ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เพื่อให้การเข้าถึงยาที่จําเปึน มีราคาแพงของคนยากคนจนหรือผู้ป์วย โดยเฉพาะโรคเอดส์ โรคมะเร็งนั้นสามารถ เข้าถึงได้ เพื่อรักษาซึ่งชีวิตและการใช้สิทธิดํารงชีวิตของประชาชนคนไทยจึงเปึนสิทธิที่เรา ได้ดําเนินการภายใต้กติกาสากลคือข้อตกลงทริส ดังนั้นจึงเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาที่มี ความห่วงใยต่อประเด็นเรื่องของ ซี/แอล ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แต่ขณะเดียวกันประเทศคู่ค้าสําคัญของเราอย่างสหรัฐอเมริกาเปึนต้น ได้มีการนําเรื่อง ของการละเมิดทรัพย์สินหรือกรณีของ ซี/แอลนั้นไปเปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องโยงใยกับเรื่อง ของการค้าพาณิชย์และมีผลต่อเรื่องสิทธิพิเศษทางภาษี ผมจึงได้เดินทางไปและได้ ยืนยันผลตอบรับมีแนวโน้มที่ดีที่เราจะรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ได้ และขณะเดียวกันก็สงวนสิทธิในการที่ให้คนยากคนจนผู้ป์วยในโลกที่ยามีราคาแพงและ เข้าถึงยากนั้นสามารถที่จะได้รับการดูแลคุ้มครองจากมาตรการ ซี/แอล แต่ทั้งนี้รัฐบาล จะใช้แนวทางของความร่วมมือในการที่จะเจรจาหารือในระหว่างทางการหน่วยงานของรัฐ เครือข่ายผู้ป์วยตลอดจนเจ้าของผู้ทรงสิทธิทั้งคนไทยและต่างประเทศ เพื่อให้การ ดําเนินการดังกล่าวนั้นเปึนไปภายใต้ข้อตกลงทริส นั่นคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ซี/แอลนะครับ

สําหรับประเด็นในเรื่องของสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ซึ่งมีความห่วงใย เกี่ยวกับเรื่องของการ พับลิค เฮียริ่ง (Public Hearing) การเป่ดเผย เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่เกี่ยวข้องกับแผนกิจกรรมทวิภาคีดังกล่าวนั้นว่าเปึนอย่างไร และขณะเดียวกันได้ ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสามหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าได้ดําเนินการ ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและการเป่ดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมของ สาธารณชนอย่างโปร่งใสเปึนส่วนหนึ่งของแนวทางการดําเนินการ ด้วยตระหนักว่า ข้อผูกพันใด ๆ ของรัฐบาลเปึนอาณัติที่มาจากรัฐสภาอันเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย ดังนั้นจึงถือว่าความผูกพันในข้อตกลงระหว่างประเทศใด ๆ ที่จะพึงดําเนินการเจรจาใน กรอบที่ขออนุมัติจากรัฐสภาแล้วนั้นถือว่าเปึนส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบที่เราจะต้องให้ คนไทยทุกคนได้มีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นทั้งผู้ที่มีส่วนได้รับผลได้เสียโดยตรง หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงวิชาการ ดังนั้นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนเหล่านี้ นั้นขอเรียนยืนยันว่าทั้งก่อนและระหว่างการเจรจานั้นก็จะเป่ดให้มีการดําเนินการ

ส่วนประเด็นที่มีการสอบถามว่าประเทศไทยจะได้หรือเสียอย่างไร ก็ขอเรียนตอบประเด็นนี้ว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากโครงการความร่วมมือ ดังกล่าว ซึ่งเปึนความร่วมมือทางด้านวิชาการและเปึนการให้เปล่า ซึ่งมีขอบเขต ครอบคลุมใน ๕ ด้านที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสิทธิบัตร ซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์ โดยตรงอยู่ ๒ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือ ในด้านของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งสํานักงานสิทธิบัตร ยุโรปได้ให้ทุนอบรมเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านสิทธิบัตรต่าง ๆ ในหลายด้านหลายสาขาป้ละหลายทุนด้วยกัน

ประการที่ ๒ ก็คือ ในด้านการพัฒนาระบบสิทธิบัตร สํานักงานสิทธิบัตร ยุโรปสนับสนุนกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการจัดและส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระดับ หัวหน้าสํานักงานสิทธิบัตรทั้งในระดับสากลและระดับภูมิภาค พร้อมกับสนับสนุนการ ติดตั้งระบบข้อมูลสิทธิบัตรเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบคําขอจดทะเบียน สิทธิบัตรของไทยให้มีความสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น

- ๒๓๘/

ส่วนกรณีของกรอบพันธกรณีภายใต้บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์นหรือเจเทปปัา ซึ่งเปึนของกระทรวงการ ต่างประเทศและกระผมได้รับการมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศให้นําเสนอและตอบข้อชี้แจงในเรื่องนี้ซึ่งมีข้อกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาภายใต้ความตกลงเจเทปปัาระหว่างไทยกับญี่ปุ์น ซึ่งเปึน เรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องของบุคคลที่เข้ามาทํางานในประเทศไทยของญี่ปุ์น ซึ่งญี่ปุ์น ถือได้ว่าเปึนประเทศซึ่งเปึนคู่ค้าติดอันดับ ๑ ใน ๒ ของประเทศไทย และมีการลงทุน โดยตรงในประเทศไทยมากที่สุดประเทศหนึ่ง แน่นอนที่สุดว่าการทําความตกลงหุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจมีอยู่หลายเรื่อง หลายหัวข้อ หลายมิติ และแต่ละมิตินั้นได้มีข้อตกลงที่ กําหนดไว้ว่าหลังจากมีการลงนามให้สัตยาบันเห็นชอบในความตกลงดังกล่าวระหว่าง รัฐบาลไทยและญี่ปุ์นแล้ว จะต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมลงในรายละเอียดเพื่อเป่ดโอกาส กันและกันในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ซึ่งในประเด็นนี้นั้น ท่านสมาชิกรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของทั้งเอกชน นิติบุคคล รวมไปถึง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กระผมจึงใคร่ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาชี้แจง ในประเด็นดังกล่าว ตอบข้อซักถามว่าในการรับฟังความคิดเห็นและอภิปรายสาธารณะ ในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาภายใต้เจเทปปัา ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ได้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามีส่วนร่วม มากน้อยเพียงใด ซึ่งปรากฏว่าในการจัดรับฟังความคิดเห็นและอภิปรายสาธารณะใน ครั้งนั้นได้มีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ครับ

๑. ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

๒. ผู้แทนกรมเอเชียตะวันออก

๓. ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข

๔. ผู้แทนกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน

๕. ผู้แทนกรมการจัดหางาน

สําหรับภาคส่วนที่ ๒ ก็คือภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้เสีย

๑. ผู้แทนสภาการพยาบาลและสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย

๒. ผู้แทนสมาพันธ์สปาไทย

๓. ผู้แทนสมาคมสปาไทย

๔. ผู้แทนโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

๕. ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ

รวมไปถึงความเห็นเพิ่มเติมอีก ๓ หน่วยงานด้วยกันก็คือ

๑. ผู้แทนสมาคมพยาบาลอาชีวะอนามัยแห่งประเทศไทย

๒. ผู้แทนสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือจีดีอาร์ไอ (GDRI)

๓. ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนความเห็นที่มีข้อเสนอแนะมาว่าควรจะต้องมีผู้แทนของกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ก็ดี ผู้แทนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมก็ดี ผู้แทนของ สํานักงานส่งเสริม เอสเอ็มอี ก็ดี และมีความเห็นว่าควรที่จะจัดกระบวนทัพในการเจรจา ในรูปแบบของทีมไทยแลนด์นั้น กระผมน้อมรับข้อคิดเห็นอันทรงค่าและข้อสังเกตดังกล่าว ในการดําเนินการต่อไปนะครับ ส่วนการดําเนินการที่เหลือจากนี้หากว่ารัฐสภาให้ความ เห็นชอบแล้ว

๑. ก็จะได้มีการจัดพิมพ์ข้อมูลพื้นฐานและผลการอภิปรายเวทีสาธารณะ อย่างละเอียดเผยแพร่ต่อสาธารณชนนะครับ โดยสังเขป

๒. คือการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนในบทความการสรุปผลการพิจารณา ดังกล่าวนะครับ

๓. คือการให้ข้อมูลผ่านสื่อวิทยุและหนังสือพิมพ์โดยให้ข้อมูลเปึนระยะ ๆ ระหว่างที่เรามีการเจรจาระหว่างไทยกับญี่ปุ์นนะครับ รวมไปถึงการจัดเวทีอภิปราย สาธารณะ ครั้งที่ ๒ ในเดือนมิถุนายน และเวทีสาธารณะ ครั้งที่ ๓ ในเดือนกันยายนครับ ผมเรียนยืนยันว่าโอกาสของสปาไทยก็ดี หรือในส่วนของบุคลากรซึ่งเราได้มีการเจรจา ต่อรองเพื่อเป่ดโอกาสให้เรามีส่วนในการที่จะเข้าไปเปึนอาชีพใหม่ของคนไทย เช่น ผู้ดูแล ผู้สูงอายุนั้นถือได้ว่าเปึนสาขาอาชีพที่จะทําให้คนไทยนั้นมีโอกาสเข้าไปในตลาดแรงงาน ของญี่ปุ์น ซึ่งเปึนสังคมของผู้สูงอายุ และประเทศไทยนั้นมีศักยภาพในการที่จะนําในเรื่อง บุคลากรด้านสปาก็ดี บุคลากรด้านดูแลผู้สูงอายุก็ดีนั้น ที่จะเข้าไปสู่ตลาดของญี่ปุ์น ภายใต้การเจรจาครั้งนี้ แต่แน่นอนการเจรจาหรือข้อตกลงใด ๆ นั้นต้องมีการแลกเปลี่ยน กันเปึนธรรมดา เพียงแต่การเจรจาต่อรองดังกล่าวนั้น รัฐบาลไทยจะคํานึงถึงผลประโยชน์ สูงสุดของประชาชนคนไทย ผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญ อะไรที่เสียเปรียบ เราจะไม่อ่อนข้อ อะไรที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนคนไทยเราจะไม่ดําเนินการตกลง ด้วย นั่นคือจุดยืนที่เข้มแข็งในเรื่องนี้ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิก รัฐสภาครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานชี้แจงเพื่อนสมาชิกซึ่งซักถามตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ เพียง ๓ ประเด็นเท่านั้นครับ ก็คือ

ประเด็นที่ ๑ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของ ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนกับจีน ซึ่งว่าด้วยเรื่องของคําแปลนั้นก็เปึนจริงอย่างที่ ท่านว่านะครับ ระหว่างหนังสือที่ส่งมาจากสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งใช้คําแปลว่า เปึนข้อตกลงเรื่องของสื่อสารมวลชน แต่ในบันทึกความเข้าใจซึ่งได้แนบมายัง เพื่อนสมาชิกนั้นใช้คําว่า ว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ ซึ่งน่าจะเปึน ข้อที่มีการแปลที่ถูกต้อง ก็จึงเรียนขอบคุณเพื่อนสมาชิกซึ่งได้มีข้อสังเกตที่สําคัญนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของบันทึกความเข้าใจนั้นก็จะอยู่ในลักษณะที่เปึนทางการในรูป ของการเปึนข้อตกลงที่เปึนภาษาอังกฤษและเปึนภาษาไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ แปลและยึดถือคําว่า ว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ

ประเด็นที่ ๒ ครับ เปึนประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกตว่า จะเปึนรัฐมนตรีใด ชี้แจงนั้น เนื่องจากเรื่องนี้ ความเปึนมานั้นผู้ที่ได้รับเชิญไปเมื่อป้ ๒๕๔๖ นั้นต่อเนื่องมาถึง ป้ ๒๕๕๑ ก็คือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้ผมรับผิดชอบอยู่ครับ

ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเปึนประเด็นที่ท่านให้ข้อสังเกตว่า ประเด็นซึ่งมีข้อความ เพียงสั้น ๆ ว่าด้วยเรื่องการเข้าถึงเรื่องของตลาดโสตทัศน์นั้น ทั้งที่มีข้อความอื่นซึ่งปัองกัน ไว้อยู่แล้วว่าจะไม่กระทบในเรื่องอื่น ทําไมจึงยังเข้ามาเปึนประเด็นซึ่งขอความเห็นชอบอยู่ ประเด็นนี้ต้องเรียนครับว่า คณะรัฐมนตรีก็มีข้อสังเกตและมีการอภิปรายกันอย่าง กว้างขวางนะครับ แต่เนื่องจากก็เกรงปัญหาเรื่องของการตีความว่า คําว่า การเข้าถึง ตลาดโสตทัศน์ นั้นก็อาจจะเปึนประเด็นซึ่งอาจจะถูกตีความได้ว่ามีความคาบเกี่ยวกับ เรื่องของข้อผูกพันทางด้านการค้าและการลงทุน ก็จึงมีการส่งเรื่องนี้เข้ามาให้ความ เห็นชอบยังรัฐสภา แต่ความกังวลนี้ครับท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าคณะรัฐมนตรี เองจึงได้พยายามที่จะเร่งรัดให้มีกฎหมายซึ่งมารองรับการเสนอเรื่องต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาโดยเร็ว ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างความชัดเจนในการที่จะต้องเสนอ เรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในขณะนี้ก็ผ่าน การรับหลักการในวาระที่หนึ่ง และตั้งคณะกรรมาธิการไปแล้ว ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่า เรื่องดังกล่าวนี้ก็จะมีความชัดเจนในการทํางานของแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีเองก็จะให้ความสนใจเปึนพิเศษว่าเรื่องใดซึ่งเข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ และต้อง ยื่นบ้าง ต้องเรียนท่านประธานว่าบางเรื่อง แม้ว่าจะยังไม่เข้าข่ายชัดเจนนัก แต่เนื่องจาก เห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญ อย่างเช่น กรอบการกู้เงินซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เสนอเรื่องนี้มาพิจารณา ในรัฐสภาด้วย ทั้งนี้ ก็คํานึงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ประสงค์จะให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบในเรื่องที่กระทบต่อเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับเรื่องสําคัญ ๆ ของประเทศ ก็ต้องเรียนท่านประธานเพื่อเรื่องนี้จะได้ผ่านคณะกรรมาธิการ เพราะก็ทราบดีว่าในการ พิจารณาแต่ละครั้งรัฐสภาก็ต้องใช้เวลาที่ยาวนาน อย่างเช่นวันนี้เปึนต้น ซึ่งเราพิจารณา กันดึกดื่นตั้งแต่เมื่อคืน และต่อเนื่องมาถึงวันนี้ ก็ต้องถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านซึ่งให้ความสนใจและติดตามเรื่องนี้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วย ก็ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ผมเห็นความเหนื่อยล้าของบรรดาเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ตรากตรํามาพอสมควร ครับ ๒ วัน ๒ คืนแล้ว เห็นใจ แล้วเราก็จะต้องมีการโหวตถึง ๔ ญัตตินะครับ ผมเห็นว่าความ เหนื่อยล้าของท่านทั้งหลายนั้นควรจะมีเวลาพักผ่อนนะครับ จึงขอความกรุณาเลื่อน การโหวตไปวันพรุ่งนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๑๑ นาฬิกา