กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายเรื่องกองทุนเสริมสภาพคล่องและทุนสำรอง เพื่อหลีกเลี่ยงการประสบวิกฤติทางการเงินอีกครั้ง และให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยขอให้รัฐสภาอนุมัติให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยดําเนินการเจรจาเพื่อลงนามในสัญญานี้
กราบเรียน ประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่ ต้องขออภัยต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับที่เดินทางกลับมาจากการทําภารกิจนอกสภา ไม่ทันต่อการที่จะอ่านคําชี้แจง แต่ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นะครับ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่แทน ท่านกอร์ปศักดิ์ก็ขออนุญาตให้ผม ก่อนอื่นเลยนะครับเรียนแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยนะครับจากสิ่งที่ท่านได้แถลงไป ท่านได้ แถลงในส่วนของส่วนร่วมของแต่ละประเทศที่ได้ระบุว่า แนวส่วนร่วมในส่วนของ ประเทศไทย ยกตัวอย่างนะครับ ที่ ๔.๗๖๘ นั้น ท่านได้แถลงไปเปึนสัดส่วนจาก ร้อยหรือเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่แท้จริงแล้วเปึนตัวเม็ดเงินในสกุลเงินสหรัฐอเมริกา ก็คือ ๔.๗ ๔,๗๖๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าน่าจะเปึนส่วนของประเทศไทยที่จะมีส่วนร่วม ในกองทุนเสริมสภาพคล่อง กองทุนริเริ่มเชียงใหม่นี้นะครับ ในรายละเอียดส่วนของตัวเลข สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการเจรจานะครับ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศอาเซียน อีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๘ วันที่ ๙ เมษายนที่จะถึงนี้ ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมผู้นําสูงสุดที่ เมืองพัทยา และในฐานะประธานอาเซียน กระผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็เปึนผู้ดําเนินการในฐานะประธาน หลังจากนั้นก็คาดว่าน่าจะมีโอกาสที่ จะสรุปในสัดส่วนส่วนแบ่งของประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศอาเซียนได้ แล้วก็จะนําไปสู่ การเจรจาในขั้นสุดท้ายที่บาหลี ที่จะเปึนการพบกันระหว่าง ๑๐ ประเทศอาเซียนบวก ๓ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งในช่วงของส่วนแบ่งระหว่างประเทศบวก ๓ ก็คือ ประเทศจีน เกาหลี ใต้ และญี่ปุ์นนั้น ก็เปึนการเจรจานอกรอบนะครับระหว่าง ๓ ประเทศที่เขาต้องมีกันเอง ระหว่างวันนี้กับวันที่จะมีการประชุมกันที่บาหลีในช่วงเดือนพฤษภาคม ทีนี้ก็มีประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้เรียนถามอยู่หลายประเด็นเหมือนกันนะครับที่กระผมพอจับความได้ นะครับ คําถามที่กระผมคิดว่าน่าจะต้องมีคําตอบมากที่สุดนะครับ ก็เปึนคําถามจากท่านผู้ อภิปรายท่านแรกเลยนะครับ พลเอก เลิศรัตน์ ท่าน ส.ว. ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ถาม นะครับว่าเราจะได้ประโยชน์อะไร กระผมคิดว่าคําถามนี้เปึนคําถามที่จําเปึน ที่จะต้องมีคําตอบนะครับ แต่เพื่อนสมาชิกหลายท่านหลังจากนั้นก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายชี้แจง ถึงที่มา วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนคนไทยจะได้รับจากกองทุนริเริ่ม กองทุนเสริมสภาพคล่องหรือที่เรียกว่า ริเริ่มเชียงใหม่ ที่ได้เริ่มมีการดําเนินการมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๓ สืบเนื่องมาจากประสบการณ์จากวิกฤติทางการเงินของเอเชียที่เราเองก็ได้ ประสบมาในช่วงป้ ๒๕๔๐ วิกฤติการณ์ครั้งนั้นกระผมคิดว่าความชัดเจนในแง่ของผลที่มี ต่อพี่น้องประชาชนคงไม่จําเปึนที่จะต้องบรรยายนะครับ ในช่วงเวลานั้นพี่น้องประชาชนก็ ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในทุกระดับสังคม มีการเลิกจ้างในอัตราที่สูงที่สุดในรอบ หลายป้ มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ติดลบถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วง ๑ ป้หลังจาก วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลทําลายกระบวนการการผลิตของประเทศนะครับ แล้วก็ต้องใช้ เวลาหลายป้กว่าที่จะฟุ๋นตัวกลับคืนเข้าสู่สภาพปกตินะครับ ดังนั้นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในช่วงนั้นของอาเซียน+๓ ได้มีแนวความคิดร่วมกันก็คือ เราไม่อยากที่จะ กลับเข้าไปสู่สภาวะวิกฤติในลักษณะนั้นอีกนะครับ และประเด็นที่สําคัญนะครับ แล้วผมขออนุญาตยืมคําบรรยายหรือนิยามของท่านจุติเมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้เรียนว่า เปึนแนวคิดว่าตนเปึนที่พึ่งของตน ซึ่งในส่วนของ ตรงนี้นี่มันก็สะท้อนให้เห็นนะครับว่าในช่วงป้ ๒๕๔๐ นั้น ความจําเปึนของหลาย ๆ ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย ที่จะต้องพึ่งพากองทุนระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟนะครับ รวมถึงเงื่อนไขผูกพันต่อประเทศในแง่ของการบริหารนโยบายการเงิน และการคลัง ก็เปึนหนึ่งในเหตุผลนะครับที่ทําให้การบริหารจัดการเปึนไปด้วยความ ยากลําบาก และนํามาซึ่งระดับของความเสียหายต่อเศรษฐกิจและผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นในเมื่อในหมู่ประเทศเอเชียเองก็ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มีความสามารถใน การสะสมเงินทุนสํารองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น จนถึงมูลค่ารวมตามที่ท่านสมาชิกได้เรียน ไปเมื่อสักครู่นะครับ ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ก็มีความรู้สึกว่าเราไม่น่าจะมีความ จําเปึนที่จะต้องพึ่งพากองทุนระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว เราน่าจะมีกองทุนที่ตั้ง ขึ้นมาระหว่างพวกเรากันเองที่ปลอดจากเงื่อนไขของทางกองทุนระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ เพื่อเราจะได้ดูแลซึ่งกันและกันได้นะครับ และเบื้องหลังแนวคิดหรือตรรกนี้ นะครับก็คือความเชื่อว่าถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียประสบปัญหา ประเทศอื่น ๆ ก็คงปฏิเสธว่าจะต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นถึงแม้ว่าในส่วนของประเทศ ไทยเอง ด้วยเงินกองทุนระหว่างประเทศสูงถึง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ถือว่าเปึน ปริมาณเม็ดเงินที่อาจจะเรียกได้ว่าเกินต่อความจําเปึนที่จะต้องคงไว้ ณ เวลานี้นะครับ มีการวิเคราะห์ว่าเปึนหนึ่งในประเทศที่มีสถานภาพทางการเงินที่มั่นคงและเข้มแข็งที่สุด ประเทศหนึ่ง เราเองก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้ และการมีกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นั้นก็จะเปึนช่องทางให้กับทุก ๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยในกรณีที่อาจจะเกิดวิกฤติ แต่อย่างน้อยที่สุดในกรณีที่ ไม่มีวิกฤตินะครับก็เปึนตัวที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเปึนภูมิคุ้มกันไม่ให้ผู้ที่คิดจะเข้ามา เก็งกําไรในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียกล้าที่จะเข้ามา เพราะรู้ ว่าไม่ใช่เพียงแค่กองทุนสํารองของแต่ละประเทศเท่านั้นที่พร้อมที่จะหนุนหลังสกุลเงินของ แต่ละประเทศ แต่มีกองทุนที่มีการหนุนหลังโดยกองทุนสํารองของทุก ๆ ประเทศในเอเชีย ร่วมกันแล้วก็เปึนกองทุนสํารองก้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นภูมิคุ้มกันนี้ก็จะเปึนส่วน สําคัญที่จะช่วยให้ผมตอบคําถามของท่านสมาชิกว่าเราพร้อมที่จะยืนยันความมั่นคงของ การเงินการคลังของประเทศของเราได้อย่างไรนะครับ
นอกจากนั้นก็มีการอภิปรายถามถึงที่มาของแหล่งเงินในส่วนของไทยที่ จะต้องมีส่วนร่วมในกองทุนเสริมสภาพคล่องกองทุนนี้ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ผมขอ อนุญาตเอ่ยนาม ท่านพิเชษฐก็ได้ชี้แจงไปอย่างชัดเจนแล้วนะครับ กล่าวคือในส่วนของทุน สํารองระหว่างประเทศนั้นอธิบายง่าย ๆ ก็คือแยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเปึนส่วนของบัญชี ธนาคารแห่งประเทศไทยเอง อีกส่วนหนึ่งเปึนส่วนที่เราเรียกว่า ทุนสํารองเงินตราภายใต้ พ.ร.บ. เงินตรานะครับ ซึ่งส่วนไม่ว่าจะเปึนบัญชีทุนสํารองเงินตรา ผลประโยชน์ประจําป้ หรือส่วนที่เรียกว่า สํารองพิเศษ ก็คือเงินของหลวงตามหาบัวนั้น อยู่ในส่วนของทุนสํารอง เงินตรา ซึ่งมีใครแตะต้องไม่ได้นะครับ จํานวนเม็ดเงินสํารองโดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริง ณ วันนี้นะครับก็แบ่งเปึน ๒ ส่วนเกือบเท่า ๆ นะครับ จะมีส่วนที่อยู่ใน บัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทยสัดส่วนที่มากกว่าเล็กน้อยคือ ๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ สหรัฐ และส่วนที่เราจะนําไปสมทบกองทุนสํารองสภาพคล่อง เสริมสภาพคล่อง หรือกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นี้ก็คือส่วนที่จะมาจากบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย และจะเปึนในลักษณะของสัญญาที่จะกู้นะครับสัญญาแลกเปลี่ยน ซึ่งความหมายของ คําว่า แลกเปลี่ยนก็คือแลกเปลี่ยนเงินทุนสํารองที่เปึนสกุลเงินสหรัฐของบัญชีธนาคาร แห่งประเทศไทยกับเงินสกุลของประเทศที่ต้องการที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนใน กรณีที่เกิดปัญหาสภาพคล่องนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตเรียนโดยการสรุป นะครับว่า กองทุนนี้เมื่อเกิดกองทุนนี้ ระดับความเชื่อมั่นที่จะเกิดขึ้นในทุก ๆ ประเทศใน เอเชียต่อความมั่นคงในเรื่องสภาพคล่องในเรื่องของทุนสํารองจะมีเพิ่มขึ้นทันที เพราะตามที่ผมได้เรียนนะครับ แต่ละประเทศจะมีสิทธิเข้าถึงการเสริมสภาพคล่องผ่าน กองทุนนี้ในปริมาณเม็ดเงิน ๒-๓ เท่า เมื่อเปรียบกับเม็ดเงินสมทบของประเทศนั้นเอง ดังนั้น ถ้าเราสมทบในสัดส่วนของเราที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เราก็สามารถ ที่จะเข้าถึงกองทุนนี้ได้นะครับในกรณีที่เราต้องการมีการเสริมสภาพคล่องในวงเงิน ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ตรงนี้ก็จะมีส่วนในการช่วยที่จะ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุก ๆ ประเทศที่เปึนคู่สัญญาในกองทุนริเริ่มเชียงใหม่นะครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตท่านประธานนะครับที่จะชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาถึงที่มา ความสําคัญ และประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับจากความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นนะครับ จากการที่รัฐสภาอนุมัติให้ทางกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยดําเนินการ ในการที่จะเจรจาในรายละเอียดเพื่อลงนามในสัญญานี้ต่อไป ขอบคุณครับ