รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ประสพสุข บุญเดช เสนอการขอเชิญท่านจุติและหารือเรื่องมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่พหุภาคี โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาเพื่อความมั่นคงของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุติการอภิปรายเพื่อให้รัฐมนตรีชี้แจง

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พิษณุโลก) กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจุติ ไกรฤกษ์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจําเปึนจะต้องอภิปรายสนับสนุนกรอบการเจรจามาตรการ ริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึนพหุภาคี กระผมคิดว่าข้อสงสัยหลายประการถ้าเผื่อประชาชน ฟังอยู่นั้น อาจจะมีความสับสน ผมจึงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคําถามของ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ และอาจจะหมายถึง คําถามของผมด้วย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วหลักการของกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่พหุภาคีนั้นก็เปึนสิ่งที่ ริเริ่มมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ เปึนการนําสรุปเอาบทเรียนประวัติศาสตร์วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นมาเปึนบทเรียนแล้วก็บอกว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดซ้ําขึ้นกับ ประเทศไทยอีก สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ถ้าท่านประธานไปดูนะครับ ท่านประธานครับ ว่าในหลักการอันนี้กรอบการเจรจา มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ มันเปึนผลที่พัฒนาขึ้นมาจากป้ ๒๕๔๓ และจนถึงป้ ๒๕๕๒ ครับ ท่านประธาน เกือบ ๑๐ ป้ กว่าที่จะมาขอกรอบเจรจาไปเจรจากับ ๑๒ ประเทศเพื่อนบ้าน กระผมคิดว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนและก็ถ้าเผื่อรัฐสภาอนุมัตินั้นจะเปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อผู้ที่ทํามาค้าขาย ผู้ที่ทํางาน พึ่งพาเศรษฐกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังว่าถ้าท่านประธานไปดูว่าในรอบ ๑๒ ป้ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกครับ มีวิกฤติเศรษฐกิจ ๒ ครั้งใหญ่ ๆ คือต้มยํากุ้ง ที่เริ่มต้นที่ ประเทศไทย แล้วก็วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา แต่วันนี้มาตรการริเริ่ม ของเชียงใหม่นั้นกําลังจะบอกว่า ตนเปึนที่พึ่งแห่งตน อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ ก็คือว่า พวกเราคนเอเชียด้วยกัน ๑๓ ประเทศ มารวมกันให้แข็งแกร่ง ถ้าท่านประธานไปดูนะครับว่า อาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกจีน ญี่ปุ์น เกาหลี มีประชากรรวมกัน ๒,๐๐๐ ล้านคน และใน ๑๓ ประเทศนี้จะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ จีดีพี รวมกัน ๙ ล้านล้านเหรียญ สหรัฐครับ มูลค่าของจีดีพี นอกจากนั้นแล้ว ๑๓ ประเทศนี้ก็จะมีทุนสํารองรวมกันครับ ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐครับ และท่านประธานเห็นไหมครับว่า ถ้าลําพังทุนสํารองของ ประเทศจีนประเทศเดียวบอกว่ามี ๒ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าเผื่อรวมกัน ๑๓ ประเทศ จะมีสูงถึง ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าบอกว่าลําพังทุนสํารองระหว่าง ประเทศของประเทศไทยวันนี้มีอยู่ ๑ แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็บอกว่าดูน้อย แต่ถ้าเผื่อ รวมกัน ๑๓ ประเทศแล้วทําให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ท่านประธานจะได้เห็น ครับว่า ตราบใดที่เราสร้างความเชื่อมั่นว่ามีทุนสํารองระหว่างประเทศมั่นคง นั่นหมายถึงว่าค่าเงินในภูมิภาคนี้จะมีเสถียรภาพ เมื่อค่าเงินมีเสถียรภาพแล้ว นั่นคือ การส่งเสริมสินค้าส่งออกและนําเข้า ทุกคนจะมีความมั่นใจในการคํานวณต้นทุนครับ สินค้าส่งออก นําเข้า ว่าเมื่อผลิตไปแล้วมีขายยอดกําไรที่ชัดเจน ไม่ปัืนป์วน และก็ ไม่ประสบภาวะขาดทุน นั่นก็หมายถึงว่านักธุรกิจนั้นเมื่อมั่นใจแล้วก็สามารถส่งออกสินค้า ได้มากขึ้นเสรีมากขึ้น หมายถึงการจ้างงานในภูมิภาคนี้ก็จะมีมากขึ้น แต่หากถ้าเผื่อเรา เห็นแก่ตัวปล่อยให้ตัวใครตัวมัน ประเทศเล็ก ๆ ประสบปัญหาท่านประธานครับ อย่าคิดว่า ปัญหาเหล่านั้นจะไม่ถึงประเทศไทย มันถึงกันทั่วกันหมด ท่านประธานเห็นแล้วว่าเหตุเกิดที่ สหรัฐอเมริกา แต่คนแถวเอเชียตกงาน คนในยุโรปตกงานมันถึงกันหมด บ้านเราไม่เว้น ท่านประธานครับ สมมุติเพื่อนบ้านเราเกิดมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เขาก็ต้องหนีข้ามแดน มาหางานทําในเมืองไทย มีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาสังคมอีกมากมาย ฉะนั้นตรงนี้ครับ เปึนมาตรการปัองกันอย่างดีที่สุดที่เรานั้นจะสามารถร่วมมือกันได้ใน ๑๓ ประเทศ สิ่งที่ผมอยากให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า หลายท่านมีความไม่มั่นใจว่า เอ๊ะทุนสํารอง ระหว่างประเทศของประเทศไทยนั้นมีอยู่ ๑ แสนล้านเหรียญ ถ้าเผื่อเราบอกว่าเราเป่ด วงเงินไว้ให้ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้น จะมีอะไรไหม ผมบอกท่านประธานได้ว่าวันนี้ ทุนสํารองระหว่างประเทศของประเทศไทยนั้นมีความมั่นคงมากกว่าในอดีต เราสามารถ มีถึงแสนล้านเหรียญ เราจะสามารถบอกว่าหากเพื่อนบ้านเรามีวิกฤติ เรามีข้อจํากัดใน วงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หลายท่านบอกว่าเปึนเงินถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีเดียว แต่นั่นไม่ได้เปึนเงินที่ควักออกไปให้เขาครับ เป่ดวงเงินไว้เพื่อความอุ่นใจของเพื่อน ร่วมสมาชิกอีก ๑๒ ประเทศ ผมอยากให้ท่านประธานเห็นเพื่อความมั่นใจครับของ ประชาชนในประเทศไทยว่า ทุนสํารองของประเทศไทยวันนี้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นคือป้ ๒๕๕๒ ในอดีตเราก็มีทุนสํารองที่มีปัญหามาแล้วเปึนบทเรียนครับ และเราก็ ไม่ต้องการให้ซ้ําอีก ผมอยากจะได้ความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าวันนี้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะไม่กลับไปเหมือนเมื่อป้ ๒๕๔๐ ผมต้องการความมั่นใจ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เมื่อป้ ๒๕๓๘ ครับ เรามีทุนสํารอง ๓๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ ป้ ๒๕๓๙ เรามีทุนสํารอง ๓๘,๗๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็ป้ ๒๕๔๐ ก่อนเข้า ไอเอ็มเอฟ ครับ เรามีทุนสํารองอยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ภายหลัง สิ้นป้ ๒๕๔๐ เรามีเพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นั่นเปึนจุดที่ต่ําสุดและทําให้มีที่มา ของว่าบ้านเมืองเรามีวิกฤติจากค่าเงินบาท ในวันนั้นทุกคนจําได้ว่าคนไทยเจ๊งทั้งประเทศ แต่ก็มีมหาเศรษฐีเกิดใหม่จากกําไรค่าเงินบาทอีกหลายคน นอกจากนั้นแล้ว ถ้าท่านประธานไปดูครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปดูว่า ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นสิ้นรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ก็ได้สร้างจาก ๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเปึน ๓๒,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐในทุนสํารองระหว่างประเทศ แล้วป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ จาก ๓๒,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ก็ขึ้นมาเปึน ๓๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงเมื่อ สิ้นป้ ๒๕๔๙ ครับ ประเทศไทยนั้นมีทุนสํารองระหว่างประเทศสูงถึง ๖๗,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ จากป้ ๒๕๔๙ มาจนถึงป้ ๒๕๕๒ ครับ ก็รัฐบาลที่ผ่านมา ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ก็ตาม รัฐบาลท่านสมัครก็ตาม ท่านสมชายก็ตาม ก็ได้สะสมจาก ๖๗,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้นมาเปึน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ที่ผมลําดับให้ท่านประธาน มาให้ฟังนี้ผมต้องการคํามั่นจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า แนวนโยบาย ของท่านถ้ามาตรการริเริ่มของเชียงใหม่แล้ว ประเทศไทยจะไม่กลับไปสู่หุบเหวเดิมเหมือน เมื่อป้ ๒๕๔๐ คนไทยจะไม่ประสบปัญหาต้มยํากุ้งเหมือนในอดีต แต่ผมอยากจะให้ คนไทยนั้นได้เห็นครับ ได้เห็นว่าถ้าเผื่อเราร่วมมือกัน พึ่งพากัน น้ําพึ่งเรือ เสือพึ่งป์า พี่ช่วย น้องช่วยนั้น เราสามารถรวบรวมนะครับ กําลังซื้อของประชากร ๒,๐๐๐ ล้านคนครับ เศรษฐกิจมหาศาล การท่องเที่ยวมหาศาล เรามีผลิตภัณฑ์มวลรวม จีดีพี ครับ ๙ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใน ๑๓ ประเทศครับ เรามีทุนสํารองระหว่างประเทศร่วมกัน ๓.๖ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ฉะนั้นผมต้องการความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้ประเทศไทยได้ ประโยชน์จากข้อตกลงกรอบเจรจาที่ไปขอตกลงกับต่างประเทศเขา ๑๓ ประเทศว่า ประเทศไทยนั้นได้ประโยชน์ เศรษฐกิจไทยนั้นได้ประโยชน์ ธุรกิจไทยนั้นประโยชน์ คนไทย ได้รับการจ้างงาน มีความมั่นคงในชีวิตครับ ผมอยากจะฟังคําตอบนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

ครับ ไม่มีผู้ใดขออภิปราย นะครับ ถือว่าการอภิปรายเปึนอันยุตินะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจง