รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

อลงกรณ์ เสนอกรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้บทที่ 9 การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น และขอความเห็นชอบจากสภา โดยมีเป้าหมายที่จะขอความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นในด้านการลงทุนและการค้า และเตรียมดำเนินการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรงพาณิชย์ ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอกรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น หรือเจเทปปัาต่อที่ ประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อกรอบการเจรจาดังกล่าว ก่อนที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ กล่าวคือกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน จะได้นํากรอบที่ว่านี้ไปเจรจากับฝ์ายญี่ปุ์น สําหรับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น ซึ่งเริ่มการเจรจาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนกระทั่งลงนามและมีผลใช้บังคับในป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้ระบุให้มีเรื่องที่จะต้องเจรจา เพิ่มเติม รวมทั้งทบทวนกันอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการค้าสินค้า การค้าบริการ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า และการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา

ในส่วนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ซึ่งเปึนประเด็นที่จะขอ ความเห็นชอบกรอบการเจรจาจากรัฐสภานั้นมี ๖ ประเด็นย่อย ซึ่งกําหนดไว้ใน ความตกลงว่าทั้ง ๒ ฝ์ายมีสัญญาหรือพันธกรณีจะต้องเข้าสู่การเจรจาและให้ได้ข้อสรุป ภายใน ๒ ป้ หลังจากที่ความตกลงเจเทปปัามีผลใช้บังคับ คือภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ นี้ เปึนอย่างช้า รายละเอียดของพันธกรณีดังกล่าวนี้ปรากฏอยู่ในบทที่ ๙ ข้อ ๑๒๑ และ ภาคผนวก ๗ ของความตกลง โดยใน ๖ พันธกรณีขั้นต้นนั้นขอเรียนสรุปดังนี้

พันธกรณีของไทย ๔ เรื่อง ได้แก่

๑. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องข้อกําหนดอัตราส่วนการจ้างงาน คนไทย ๔ ต่อคนต่างชาติ ๑ คน

๒. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องข้อกําหนดจํานวนคนต่างชาติ ไม่เกิน ๑๐ คนต่อ ๑ บริษัท

๓. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องกฎระเบียบพนักงานต่างชาติ ที่โอนย้ายเข้ามาประจําในไทย

๔. ความเปึนไปได้ที่จะผ่อนปรนเรื่องกระบวนการแจ้งต่อกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับการเข้ามาทํางานของคนต่างชาติ และ

พันธกรณีของญี่ปุ์น ๒ เรื่อง ได้แก่

๑. ความเปึนไปได้ที่จะเป่ดตลาดแรงงงานสําหรับคนไทยเพื่อเข้าไปทํางาน เปึนคนผู้ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ์น

๒. ความเปึนไปได้ที่จะเป่ดตลาดแรงงานสําหรับคนไทยเพื่อเข้าไปทํางาน เปึนพนักงานสปาในญี่ปุ์น

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เนื่องจากมีข้อจํากัดในแง่ของเงื่อนเวลา ที่จะต้องสรุปการเจรจาให้ได้ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีจึงได้พิจารณา เรื่องข้างต้นและมีมติเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบให้เสนอกรอบการเจรจา ในเรื่องขั้นต้นต่อรัฐสภาโดยมีสาระและเปัาหมาย ดังนี้

๑. ในส่วนของข้อผูกพันของไทย เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจ ญี่ปุ์นในประเทศไทยเท่าที่จะกระทําได้ตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องของไทย เช่น ระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทํางานของ คนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๗ และคําสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ ๗๗/๒๕๕๑ ข้อ ๒.๑ เรื่อง อัตราส่วนการจ้างคนต่างด้าว ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ ด้านการค้า การลงทุนของญี่ปุ์นกับประเทศไทยที่มีความสําคัญยิ่งต่อการพัฒนา ขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ การกระตุ้นสภาวะการจับจ่ายใช้สอยด้านอสังหาริมทรัพย์ และการจ้างงานในประเทศไทย

๒. ในส่วนของข้อผูกพันของญี่ปุ์น เพื่อเป่ดตลาดการจ้างแรงงานไทย ในธุรกิจสปาและคนดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ์น ทั้งนี้ โดยคํานึงถึง

๑. การพัฒนาขีดความสามารถ ความพร้อมของแรงงาน รวมทั้ง สภาวการณ์ของตลาดการจ้างงานในไทย

๒. มาตรฐานความเปึนอยู่ศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ ความ เหมาะสมของอัตราค่าจ้าง

๓. การให้ความคุ้มครองด้านกงสุลและสิทธิในการเข้าถึงการให้ สวัสดิการพื้นฐานทางสังคมของประเทศผู้รับ

กระผมขอเรียนด้วยว่าคู่ขนานไปกับการเสนอกรอบเจรจาเพื่อขอรับ ความเห็นชอบจากรัฐสภานี้ รัฐบาลได้ดําเนินการจัดให้มีเวทีสาธารณะเพื่อให้ข้อมูลและ รับฟังข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเตรียม จะจัดเวทีสาธารณะในลักษณะเช่นนี้ตลอดระยะเวลาของการเจรจาหลังจากจบสิ้น การเจรจา รวมทั้งก่อนที่จะมีการลงนามในหนังสือสัญญา หากการเจรจาได้ข้อสรุป ในลักษณะที่จะต้องมีการทําหนังสือสัญญา นอกจากนี้ยังได้ดําเนินการให้ มีการศึกษาวิจัยผลกระทบและมาตรการเยียวยาจากการเจรจานี้ ซึ่งสํานักงานกองทุน เพื่อการวิจัยหรือ สกว. ได้รับที่จะเปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่อให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กระผมจึง ขอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาพันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้ บทที่ ๙ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น ดังกล่าว เพื่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้นําไปใช้ในการเจรจากับฝ์ายญี่ปุ์นต่อไป จึงขอความ เห็นชอบมายังรัฐสภา