อนุศักดิ์ คงมาลัย หารือเรื่องการเจรจาพันธกรณีภายใต้บทที่ 9 ของการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาในเรื่องของเจเทปปัา และการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาข้อมูลพื้นฐานและมาตรฐานในการค้าขายระหว่างสองประเทศ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในการผลักดันธุรกิจของประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตอภิปรายถึงเรื่องของกรอบเจรจาพันธกรณีภายใต้ บทที่ ๙ ของการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาในเรื่องของเจเทปปัา ซึ่งทางราชการได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมการร่วมไทย-ญี่ปุ์น ว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาในกลุ่มนี้ ตั้งแต่เมื่อ ป้ ๒๕๕๑ และมีการประชุมไปแล้ว ๒ ครั้งในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ ได้มีการเริ่มยกร่างกรอบเจรจาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์นี้เองนะครับ สักประมาณ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมา แล้วจากนั้นก็มีการเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา จากนั้น ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงการรับฟังข้อมูลความคิดเห็น เปึนการกระทํา ๑ ครั้ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมประมาณ ๑๐๐ คน ซึ่งตัวเลขนี้ คงจะมีความหมายเหมือนกันสําหรับการเตรียมการในการที่จะเข้าสู่ข้อตกลงอันนี้อย่างมี นัยสําคัญ ฉะนั้นในการจัดเวทีสาธารณะเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์นั้น ก็มีภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วม และดูแล้วถ้าหากว่าจะศึกษาจากเอกสารที่ได้รับจากทางสํานักเลขาธิการ เราจะพบได้ว่าภาคส่วนต่าง ๆ นั้นยังไม่ครอบคลุมถึง แล้วก็จํานวนน้อยจนเกินไป ในขณะ ที่ก่อนหน้านั้นมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเวทีสาธารณะเพียงแค่ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวง การต่างประเทศ แล้วเว็บไซต์ของเจเทปปัาเอง เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์เปึนต้นมา จากนั้น ในตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีกระบวนการในการศึกษาวิจัยผลกระทบ ทั้งที่เปึนนักวิจัยและคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้ก็คงจะเปึนประเด็นที่ว่า คณะศึกษาวิจัยจะต้องศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบและมาตรการเยียวยา ซึ่งเรื่องนี้จะเปึน เรื่องที่สําคัญและจะต้องมีผลในอนาคตอย่างแน่นอนนะครับ โดยที่ในระหว่างนี้หลังจากที่ ครม. ผ่านเรื่องเข้าสู่สภาแล้ววันนี้สภาผ่านให้ไปนี่นะครับ ปลายเดือนมีนาคม กรมเอเชีย ตะวันออกก็จะมีการจัดประชุมอนุกรรมการ ครั้งที่ ๓ ใช้เรียกว่า เปึนการหยั่งท่าทีเพิ่มเติม ในการหยั่งท่าทีเพิ่มเติมในครั้งนี้คงจะมีความหมายเปึนอย่างมาก เพราะว่าอยู่ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเจรจาต่อรอง นั่นคือสิ่งที่สําคัญก็คือภาคเอกชนผู้มีส่วนได้เสีย และสิ่งที่สําคัญที่สุดคงเรียกว่า ผู้มีส่วนได้เสีย หรือว่าสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ขออภัยนะครับที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศ นั่นก็คือผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ (Cluster) หรือกลุ่มต่าง ๆ ในสายอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายอาชีพที่ได้มีการพูดถึงอยู่ใน รายงานอันนี้ นอกจากนี้ก็มีกลุ่มนักวิชาการแล้วก็ประชาชนทั่วไปที่จะมีการเข้ามาร่วม ในเวทีสาธารณะ ครั้งที่ ๓ เท่าที่ดู จากรายงาน ภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้ทุกอย่างจะต้อง จบ เพื่อที่จะมีการสรุปผลการเจรจาแล้วก็รายงานต่อรัฐบาลและรายงานต่อรัฐสภา อีกครั้งหนึ่ง โดยที่ในเดือนพฤศจิกายนจะเผยแพร่ให้กับประชาชนทราบผลการเจรจา แล้วก็นําเสนอสิ่งที่เรียกว่า เปึนมาตรการเยียวยา ซึ่งเรื่องนี้เราคงจะได้เห็นผลกระทบใน เชิงวงกว้างจากผู้ประกอบการในวงการต่าง ๆ ถ้าหากว่ากระบวนการจากวันนี้เปึนต้นไป จนถึงเดือนพฤศจิกายนนั้น ถ้าทําไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างเท่าที่ควร นอกจากนี้ ถ้าหากว่าจะศึกษาจากเอกสารที่ได้กล่าวถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน ๑-๒ ป้หลังจากที่ เจเทปปัามีผล ซึ่งเริ่มมีผลมาตั้งแต่เมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตอนนี้ ก็ผ่านไปแล้วป้เศษ ความจริงทางญี่ปุ์นจะเป่ดโอกาสให้ประเทศไทยนั้นสามารถนําเสนอ ได้ครอบคลุมถึงผู้ดูแลผู้สูงอายุ พนักงานสปา แล้วก็พนักงานนวดของไทย ในขณะที่ ในระยะเวลา ๑-๓ ป้ ก็คืออีกประมาณ ๒ ป้ข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องอํานวยความ สะดวกเร่งรัดขั้นตอนในการแจ้งกระทรวงแรงงานตามมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ.การทํางาน ของคนต่างด้าวเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับคนญี่ปุ์นเข้ามาในประเทศไทย ต้องมีการ ผ่อนผันข้อบังคับเกี่ยวกับผู้โอนย้ายภายในกิจการของญี่ปุ์น ต้องมีการทําข้อบังคับ เกี่ยวกับการเข้าเมืองในการจ้างไทยสี่ต่อต่างชาติหนึ่ง แล้วก็การผ่อนผันข้อจํากัดในการ ออกใบอนุญาตในเรื่องกําหนดคนต่างชาติไม่เกิน ๑๐ คน ต่อ ๑ บริษัท ซึ่งตรงนี้ ประเทศไทยยังจะต้องมีการทํา วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ทั้งวีซ่า ทั้งใบอนุญาตการทํางาน อํานวยความสะดวกสําหรับพนักงานในบริษัทเครือญี่ปุ์นที่มา ทํางานในสาขาประเทศไทย แล้วก็มีการลงทุนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท หรือว่าผู้ให้บริการ สัญชาติญี่ปุ์น ลูกจ้างในบริษัทไทยที่มีเงินชําระแล้วไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท รวมทั้ง นักลงทุนญี่ปุ์นที่นําเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท
ท่านประธานครับ เท่าที่ดูข้อตกลงในส่วนที่จะเปึนการแลกเปลี่ยน ในข้อตกลงอันนี้ ถ้าดูแล้วเราคงจําเปึนนะครับที่จะพิจารณาเห็นได้ว่าความจริงแล้ว การค้าขายระหว่างไทยกับญี่ปุ์นความสัมพันธ์ในเรื่องของแรงงานมีมาโดยนานแล้ว นะครับ ไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ์นจะก้าวหน้าพัฒนาไปอย่างไรก็ตาม แต่ว่าในส่วนของ ประเทศไทยนั้นยังคงด้อยแล้วก็ยังล้าหลังตามเขาไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การใช้ภาษา สิ่งที่สําคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องของข้อมูลพื้นฐานที่ประเทศไทยมีอยู่ในการ ทํางานเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ์นไม่ใช่ว่าเปึนเรื่องยาก แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องที่กีดกัน จากประเทศญี่ปุ์นเอง นอกเหนือจากทางเรื่องของภาษาแล้วยังมีเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนมาตรฐานข้อกําหนดทางด้านการให้บริการ ข้อกําหนดด้านคุณภาพ ข้อกําหนดด้านสุขอนามัย ด้านสาธารณสุข ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนเรื่องที่ทําให้ประเทศไทยนั้น มีโอกาสที่จะใช้ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน มีโอกาสที่จะใช้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ หรือจะเรียกว่ามีความสามารถในการใช้โอกาสที่มีนั้นยังไม่ได้เต็มที่เท่าที่ควร ดังนั้น ในวันนี้ผมคงจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีไม่ว่าจะเปึนธุรกิจ ในคลัสเตอร์ใด ๆ ก็ตาม ทั้งอาหารกล่อง บริการด้านไอที รักษาพยาบาล สปา นวด เสริมสวย จัดส่งแรงงานภาคเกษตร จัดส่งแรงงานทักษะปานกลาง และแรงงานทักษะ ปานกลางทั้งทั่วไปและแรงงานหนักด้วยนะครับ รวมทั้งธุรกิจรับซักรีด มีความเปึนไปได้ มีความเปึนจริงแค่ไหนในทางปฏิบัติ มีการสนับสนุนจากภาคส่วนของราชการที่รับผิดชอบ ในหน่วยงานเหล่านี้อย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่าการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการทํา การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ์นนั้นที่จริงที่ผ่านมามีมากมาย แต่ได้นําเอามาใช้ในการปฏิบัติ ในการดําเนินการในช่วงนี้เพื่อเตรียมการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ มีการวางแผนรับฟัง ความคิดเห็นและติดตามแก้ไขการเยียวยาทําอย่างรัดกุมเพียงพอแล้วหรือยังจาก ๑๐๐ คนที่ได้มาร่วมประชุมภาคส่วนต่าง ๆ ที่เคยเปึนผู้ที่ไปทําการค้าอยู่ในประเทศญี่ปุ์น เองแล้ว แม้กระทั่งร้านอาหาร ๒๐๐-๓๐๐ แห่งที่อยู่ในประเทศญี่ปุ์นเอง ไม่ว่าจะ ถูกกฎหมายไม่ถูกกฎหมายก็ตามเขามีประสบการณ์มีบทเรียนและรู้ถึงรสชาติชีวิตที่อยู่ใน ญี่ปุ์นดี รวมทั้งพนักงานสปาไทยที่ไปอยู่ในประเทศญี่ปุ์น แต่ในที่สุดก็จําเปึนจะต้องไป แต่งงานกับชาวต่างชาติเพื่อที่จะดํารงชีวิตอยู่ต่อไป คนต่าง ๆ เหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนใน การให้ข้อคิดเห็นในการที่จะพัฒนาภารกิจตรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นผมได้สังเกต ไหมครับจากส่วนราชการที่เข้ามา ไม่ว่าจะเปึนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงสาธารณสุขทั้งหลายคงจะต้องเรียนว่ามีกรมส่งเสริม อุตสาหกรรมไหม มีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือเปล่าที่จะต้องมีบทบาทเข้าไปช่วยเสริม ให้กับภารกิจของผู้ประกอบการแล้วมีความสามารถในการที่จะใช้โอกาสที่ได้รับจากการ เจรจาในครั้งนี้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม คงต้องบอกว่านี่คือเปัาหมายหลักเปัาหมายหนึ่งในเปัาหมายหลาย ๆ เปัาหมายในการที่จะขยายภารกิจด้านธุรกิจของประเทศไทยเราภายใต้ข้อตกลงของ เจเทปปัาที่มี สําหรับทางญี่ปุ์นนั้นเขาได้เปรียบเราอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว โอกาสที่เขามา ลงทุนมีมากอยู่แล้ว สิ่งที่สําคัญผมอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่าเปึนทีมประเทศไทย ที่ผู้ประกอบการที่เจ้าของผู้ประกอบการเปึนคลัสเตอร์ต่าง ๆ จริง คลัสเตอร์ของ ผู้ประกอบการสปา คลัสเตอร์ของผู้ประกอบการแรงงานส่งไปญี่ปุ์น คลัสเตอร์ของ ผู้ประกอบการด้านอื่น ๆ ที่อยู่ในเปัาหมายนะครับ ได้มารวมตัวกันภายใต้การสนับสนุน ภายใต้การผลักดัน ภายใต้การดูแล การใต้การโอบอุ้มและการบ่มเพาะ จริง ๆ แล้ว คงจะต้องใช้คําว่า บ่มเพาะ อีกมากเลยทีเดียว เพราะผู้ประกอบการในธุรกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ของประเทศไทยล้วนแต่เปึนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งขนาดกลาง ขนาดย่อม พร้อมที่จะ โดนภัยอันตราย คือแรงคุกคามต่าง ๆ ในกระบวนการของการทําธุรกิจระหว่างประเทศ นอกเหนือจากจุดอ่อนทางด้านภาษาอย่างเดียว ดังนั้นผมคงคาดหวังนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีและทีมงานคงจะสามารถจัดตั้งทีมไทยแลนด์เพื่อที่จะอาศัยโอกาสในการที่ เรามีการเจรจาในเรื่องของเจเทปปัาให้ได้ผลมากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ขอขอบพระคุณ ครับ