รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องการขยายเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป โดยเห็นว่าควรให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ และเสนอขยายระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมทวิภาคี 2 ปี เนื่องจากมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับสิทธิบัตร ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และไม่มีข้อเสีย

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก

ท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่กระผมจะขออภิปรายวันนี้คือ เรื่องของการ ขยายเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาเพื่อขอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ อันที่จริงจะว่าไปแล้วเรื่องนี้แม้จะมีความสําคัญอยู่บ้าง แต่กระผมเห็นว่า ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดที่น่าจะเข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่เรื่องที่ต้อง นําเข้ามาในนี้ก็เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีหนังสือหารือ ไปยังกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และกรมสนธิสัญญา ให้ความเห็นว่า เรื่องการขยายเวลาแผนกิจกรรมนี้โดยการแลกเปลี่ยนหนังสือน่าจะเปึน การทําหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และแผนกิจกรรมนี้มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเปึนเรื่องที่อ่อนไหวและอาจกระทบต่อ ประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจท้องถิ่น และเมื่อคํานึงถึงคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ แล้ว การขยายเวลาแผนกิจกรรมโดยการ ทําหนังสือแลกเปลี่ยนจึงน่าจะเข้าข่ายมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ แทบไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่า บัดนี้แม้แต่การแลกเปลี่ยนหนังสือหรือ เอ็กซเชนจ์ ออฟ เลตเตอร์ (Exchange of letter) ก็เข้าข่ายเปึนสนธิสัญญาไปแล้ว เช่นเดียวกับแถลงการณ์ร่วม หรือ จอยน์ คอมมูนิเก้ (Joint communique) ในกรณีของปราสาทพระวิหาร เมื่อเปึนเช่นนี้กระผมก็เชื่อว่าต่อไป นะครับ รัฐสภาแห่งนี้ก็คงจะต้องมีเรื่องทํานองนี้เข้ามาเพื่อขอความเห็นชอบกันมากมาย อย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งถ้าหากเปึนเช่นนี้ หากการพิจารณาของรัฐสภาเกิดความล่าช้า เนื่องจากพิจารณาไม่ทันหรือจะด้วยสาเหตุใดก็ตามใครจะเปึนคนรับผิดชอบครับ แล้วก็ อนาคตของประเทศไทยจะเปึนเช่นไรก็สุดที่จะคาดเดา เอาละครับ ไหน ๆ เรื่องนี้ ก็เข้ามาแล้ว รัฐสภาก็คงจะต้องพิจารณาว่าควรจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ จากคําแถลง ของท่านรัฐมนตรีช่วยอลงกรณ์ พลบุตร และคําชี้แจงของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ที่มาอรรถาธิบายให้กับคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจ การพาณิชย์ และการลงทุน วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคมที่ผ่านมา ก็ค่อนข้าง จะชัดเจนว่าความร่วมมือที่กระทรวงพาณิชย์มีอยู่กับสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป มีวัตถุประสงค์หลักที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับระบบสิทธิบัตรยุโรปในระดับสากล จากหน่วยงาน ที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านเทคโนโลยีอันหลากหลาย เพื่อที่จะได้นําความรู้มาใช้ ในการพัฒนาระบบสิทธิบัตรของไทยอันเปึนพื้นฐานสําคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยของเรา ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมได้อ่านแผนกิจกรรมทวิภาคีฉบับนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้ว รวมทั้งศึกษารายละเอียดเพื่อตอบคําถามตัวเองว่า การขยายความตกลงนี้จะเปึน ประโยชน์ต่อประเทศไทย จะมีผลดีหรือผลเสียต่อประเทศไทยอย่างไรบ้างนะครับ ก็พบว่า ในด้านผลดีหรือผลประโยชน์ มีประโยชน์ที่ไทยจะรับอย่างน้อย ๓ ประการ

ประการแรกคือ การได้เข้าถึงฐานข้อมูลของสํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ภายใต้ระบบ อีพอค เน็ท (EPOQUE Net ระบบสืบค้นสิทธิบัตร) ซึ่งเปึนฐานข้อมูล สิทธิบัตรในสาขาเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ ๖๕ ล้านข้อมูล ขอย้ํานะครับว่า ๖๕ ล้านข้อมูล ฐานข้อมูลนี้เปึนการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลการจดทะเบียนสิทธิบัตร ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น และเกาหลี การเข้าถึงข้อมูลภายใต้ระบบ อีพอค เน็ท ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรของไทย สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสืบหา ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องค้นหาจากฐานข้อมูลหลาย ๆ แห่ง ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยยังสามารถใช้ ประโยชน์จากโปรแกรมการค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบข้อมูล มีความรัดกุมและถูกต้องมากขึ้น

ประการที่ ๒ การได้รับความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญจากสํานักงาน สิทธิบัตรยุโรป ความช่วยเหลือนี้จะช่วยให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาสามารถปรับปรุง กระบวนการพิจารณาคําขอสิทธิบัตรของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อให้เปึนที่ยอมรับของนานาประเทศ และโดยที่ประเทศไทยกําลังจะเข้าเปึนภาคีของ อนุสัญญาว่าด้วยความร่วมมือทางสิทธิบัตร ด้านสิทธิบัตร หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า พีซีที (PCT) ซึ่งเปึนชื่อย่อของ แพเทนต์ คอร์ปอเรชั่น ทริตตี้ (Patent Cooperation Treaty) โดยเปึนความตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ รวม ๑๒๙ ประเทศ เพื่อร่วมมือ กันจัดระบบการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศและอํานวยความสะดวก ในการยื่นขอจดระหว่างกัน เพราะฉะนั้นการได้รับความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญ จากสํานักงานสิทธิบัตรยุโรปจะทําให้ไทยสามารถเข้าสู่ระบบดังกล่าวได้โดยง่ายและ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๓ การได้รับความช่วยเหลือด้านการจัดฝ๊กอบรมการยกร่าง คําขอจดทะเบียนสิทธิบัตร การยกร่างคําขอนี้เปึนงานที่ยากที่จะต้องอาศัยศิลปะ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเปึนพิเศษ จึงจะดําเนินการได้อย่างสําเร็จและราบรื่น ดังนั้นการได้รับความช่วยเหลือด้านการฝ๊กอบรมให้ความรู้เรื่องนี้ก็จะช่วยให้ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและวิศวกรของไทยสามารถเข้าถึงวิชาการร่างคําขอจดทะเบียน สิทธิบัตรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล

นอกจากประโยชน์ทั้ง ๓ ประการดังกล่าวแล้ว ในระยะที่ผ่านมาสํานักงาน สิทธิบัตรยุโรปยังให้ทุนฝ๊กอบรมแก่เจ้าหน้าที่ของไทยจํานวน ๑๒ ทุน และแน่นอนว่า การขยายเวลาออกไปอีก ๒ ป้ก็จะทําให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรจัดทุน ฝ๊กอบรมอย่างน้อยป้ละ ๕ ทุน ซึ่งจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสิทธิบัตร ของไทย รวมทั้งการพัฒนากรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ไปสู่การเปึนองค์กรที่พึ่งตัวเองได้ ในอนาคตอันใกล้ ประโยชน์ที่สํานักงานสิทธิบัตรยุโรปได้รับจากความร่วมมือนี้ ซึ่งอาจจะ มองว่าเปึนข้อเสียของไทยนะครับ ก็อาจจะมีเพียงได้รับอย่างที่สํานักงานสิทธิบัตรยุโรป ได้รวบรวมข้อมูลสิทธิบัตรของไทยไว้ในฐานข้อมูลของสํานักงานเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ประเทศ ไทยก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเปึนการช่วยเผยแพร่สิทธิบัตรของไทยให้เปึน ที่รู้จักของนานาประเทศมากขึ้น

สําหรับความเห็นของกรมสิทธิสัญญาและกฎหมายที่กระผมได้กราบเรียน ตอนต้นที่เห็นว่าแผนกิจกรรมทวิภาคีนี้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สิน ทางปัญญา ซึ่งเปึนเรื่องที่อ่อนไหวและกระทบต่อประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจของ ท้องถิ่นนั้น กระผมเห็นว่าน่าจะเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเนื้อหาในแผน กิจกรรมทวิภาคีเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิบัตรล้วน ๆ ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์ คือ จีโอกราฟฟ่ค อินดิเคเตอร์ (Geographic Indicator) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ ประชาชนและเศรษฐกิจของท้องถิ่นเลย และทั้ง ๒ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ จากที่กระผมได้กล่าวมานี้นะครับ โดยพยายามมองว่าจะมีข้อเสียอะไรบ้าง ปรากฏว่า ข้อเสียนี่แทบจะไม่มีเลยนะครับ ถ้าจะบอกว่าเขาอาจจะขอความลับ เปึนความลับที่เรา อาจจะสูญเสียไป แต่ในโลกปัจจุบันนี้นะครับ ความลับมันป่ดไม่ได้นะครับ การที่เราคบหา สมาคมแลกเปลี่ยนหรือว่าขอความช่วยเหลือจากประเทศที่เจริญกว่าเราอย่างสหภาพ ยุโรปนี้ น่าจะเปึนผลดีมากกว่าผลเสียนะครับ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงเห็นว่าการขยาย ระยะเวลาแผนกิจกรรมทวิภาคีออกไปอีก ๒ ป้ จึงน่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา ของเรา