เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ และวิพากษ์วิจารณ์ความเข้าใจของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชน
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศสมาชิก ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อ ใน ๒ ประเด็นสั้น ๆ ครับ
ประเด็นแรก กระผมไม่คิดว่าเนื้อหาของเรื่องนี้ซึ่งอ่านหลายเที่ยวแล้ว นี่นะครับจะเข้าข่ายหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ถึงแม้ว่าท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะได้พยายาม ชี้แจง เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการนะครับ ไม่ว่าจะเปึนว่าเรื่องนี้เปึนเพียงบันทึกความ เข้าใจหรือ เอ็มโอยู เท่านั้น เปึนการลงนามร่วมกันระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน แล้วก็ ในเนื้อหาแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะมีผลกระทบอย่างมีน้ําหนักหรือรุนแรงต่อประเทศไทย ตามวรรคสองของมาตรา ๑๙๐ นอกจากนั้นในเนื้อหาของ เอ็มโอยู ฉบับนี้ในด้านการเงิน ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายนะครับ กิจกรรมที่จะจัดนั้นก็เฉพาะกรณีที่มีเงินทุนที่มีอยู่ ขอบเขตของความร่วมมือ เช่น การแลกเปลี่ยน การเยือน การแลกเปลี่ยนภาพยนตร์ต่าง ๆ การจัดเทศกาลภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เปึนเรื่องซึ่งทํากันอยู่เปึนปกติแล้วกับ หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วก็ยังมีเขียนไว้อีกว่าเอ็มโอยูนี้ก็จะไม่มีผลกระทบต่อ การปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ อันเกิดจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เรา รับผิดชอบอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากตั้งเปึนข้อสังเกตว่า เรื่องลักษณะเช่นนี้ ถ้านํามาเข้ารัฐสภาอยู่เปึนประจํา ๆ ก็คงจะทําให้เสียทั้งเวลาและไม่มีเหตุผลอันควรที่จะ นําเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ แต่เนื่องจากนํามาแล้วผมก็อยากจะชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจของผม ที่ไม่ตรงกับความเข้าใจของคณะรัฐมนตรีอยู่นิดหนึ่งนะครับ ในหน้าแรกเลยที่เปึนหนังสือ ที่ส่งมาจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงนามมาถึงสภา ใช้ชื่อเรื่องว่า บันทึก ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างจีนและประเทศสมาชิก อาเซียน ชื่อเรื่องผมคิดว่ายังไม่ตรงกับบันทึกความเข้าใจที่มาให้เราให้ความเห็นชอบ อาจจะเปึนว่าผู้แปลหรือเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความละเอียดเพียงพอต่อความหมายของ เนื้อหา ในภาษาอังกฤษ เอ็มโอยู ฉบับนี้เปึน เอ็มโอยู ที่เกี่ยวกับ อินฟอร์เมชั่น แอนด์ มีเดีย คอร์เปอเรชั่น (Information and media corporation) ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษ อินฟอร์เมชั่น แอนด์ มีเดีย คอร์เปอเรชั่น ก็เปึน ๒ เรื่อง อินฟอร์เมชั่น (Information) เราก็มาแปลกันว่าสารสนเทศหรือสารสนเทศ ส่วน มีเดีย (Media) เราบางทีก็ใช้ทับศัพท์ กันเยอะนะครับ แต่ถ้าจะแปลให้ได้ใจความมากที่สุดก็น่าจะแปลว่า สื่อ มันก็จะมี อีกหลายตัวที่ใกล้เคียงกัน เราจะคุ้นเคยกับคําว่า สื่อสารมวลชน ซึ่งเปึนชื่อเรื่องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ส่งมาให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ เขาจึงตีขลุมไปเลยว่าทั้งหมดนี้คือ สื่อสารมวลชน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่าไม่ครอบคลุม ถ้าจะว่าสื่อสารมวลชนครอบคลุมมีเดียไหม อันนี้ ก็พอจะอนุโลมได้ เพราะมีเดียเปึนสื่อ สื่อก็คือคน คือเครื่องมือ คือสื่อที่เราใช้เพื่อนํา เรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าแมส มีเดีย (Mass Media) ก็นําเรื่องนี้ไปบอกกับประชาชน ตั้งมีเดียก็เปึนตัวกลาง จะเปึนคน เปึนสื่อก็แล้วแต่ ฉะนั้นตัวมีเดียก็จึงเปึนส่วนหนึ่งของ สื่อสารมวลชนซึ่งพออนุโลมได้ แต่ตัวอินฟอร์เมชั่นนี่ครับ สารสนเทศ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ สื่อสารมวลชนแน่นอนเลยนะครับ ไปดูชื่อกระทรวงก็รู้ ก็มีกระทรวง อินฟอร์เมชั่น แยกออกไป เพราะฉะนั้นเวลาทําเรื่องมาถึง หรือทําเรื่องเข้า ครม. ก็ไปใช้คําว่า ด้านสื่อสารมวลชน เท่านั้น ซึ่งในเนื้อหาไม่ว่าจะเปึนฉบับภาษาอังกฤษหรือ ฉบับภาษาไทยก็แล้วแต่ ก็ชัดเจนเกือบทุกวรรค ทุกข้อ จะพูดถึงทั้ง อินฟอร์เมชั่น กับ มีเดีย ควบคู่กันไปตลอด เพราะฉะนั้นเปึนความร่วมมือของ ๒ ด้าน ไม่ใช่ความร่วมมือ ของด้านเดียว คือไม่ใช่ด้านมีเดียหรือด้านแมส คอมมิวนิเคชั่น (Mass communication) คือด้านสื่อสารมวลชนเท่านั้น ก็จึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้เห็นเพื่อให้เข้าใจนะครับ และ แม้แต่ผู้ลงนามเราก็ยังไม่กล้าเขียนลงไปเลยว่าจะเอารัฐมนตรีกระทรวงไหน ของคนอื่นเขาเขียนไว้หมดเลยว่ามาจากกระทรวงไหน กระทรวงไหน อาจจะยังไม่แน่ใจว่า จะให้กระทรวงไหนเซ็นก็ได้นะครับ เพราะว่ามันเปึน ๒ เรื่อง ผมก็คงจะรบกวนเวลาของ สภาเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ