ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องร่างสัญญาเงินกู้จากญี่ปุ่นสำหรับโครงการรถไฟฟ้าและเสนอแนวคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรในภาคอีสานที่มีปัญหาการทํานาและน้ำท่วม และแนะนำให้รัฐบาลเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ถึง 50% เพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลได้เสนอร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และร่างสัญญาเงินกู้ สรุปสาระสําคัญว่ารัฐบาลญี่ปุ์น ตกลงที่จะให้กระทรวงการคลังกู้เงิน โดยผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของ ญี่ปุ์นหรือไจก้านะครับ สําหรับโครงการรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธาน ในการพิจารณาเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้น ผมได้ นําเรื่องโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม มีข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่ กระทรวงคมนาคมเสนอ อนุมัติกรอบวงเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟัาชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ รัฐบาลเก่านะครับท่านประธาน เคยอนุมัติไว้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วงเงินกลมๆ นะครับ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรับเปึนเงิน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดซึ่งผมจะไม่กล่าวถึงนะครับ ผมมีข้อสงสัยครับ ท่านประธาน มีข้อสงสัยว่ารัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ก็อยู่กันสั้น ๆ นะครับท่านประธาน ในช่วงนั้น ค่าน้ํามัน ค่าเหล็ก สูงนะครับ ยุคปัจจุบันนี้น้ํามันลดลง เหล็ก วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ก็ลดลง แต่ทําไมวงเงินค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากมาย ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ตรงนี้ผมคิดว่าเราคงจะมาเสนอแต่เพียงเอกสารสั้น ๆ ให้ รัฐสภาพิจารณาคงไม่ได้ ท่านอาจจะพิจารณากันในคณะรัฐมนตรี พิจารณากันในฐานะ พรรคร่วมรัฐบาล แต่สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ร่วมพิจารณาด้วยในขั้นรายละเอียด ผมถึง อยากจะเห็นเอกสารว่า รวมทั้งเพื่อนสมาชิกด้วยทั้ง ส.ส. ส.ว. ว่ามีเหตุผลใดถึงเพิ่มวงเงิน ค่าก่อสร้างมากมายขนาดนั้น
-๑๕๐/๑ เพื่อน ๆ สมาชิกสภาด้วยกันถึงกับแซวว่ารางรถไฟนี้เลี่ยมทองหรือเปล่า ผมหวังว่าคงไม่ใช่ อย่างนั้นครับท่านประธาน คงมีเหตุผลอะไรที่พวกเรายังไม่ทราบ ก็อยากจะได้เปึนเอกสาร เปึนหลักฐาน ไม่ได้เพียงคําชี้แจงเท่านั้นท่านประธาน มีข้อที่น่าสงสัยในเรื่องราคา ดังที่กล่าวแล้ว ผมยังติดใจในประเด็นมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านประธาน ที่ได้อภิปราย ไว้เมื่อวานนี้ ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม พูดถึงเรื่องสําคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย ท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ นั่นเปึนเรื่องใหญ่มาก ที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน การใช้จ่ายงบประมาณที่มีนัยสําคัญ ตรงนี้ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ครม. เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคมนี้ เอง รัฐบาลจะฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนได้ทันได้อย่างไรในการใช้เงินกู้ จํานวนมากเช่นนี้ ผมยังติดใจในประเด็นของขั้นตอนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นสุดท้าย เพื่อไม่ให้ เสียเวลากับเพื่อนสมาชิกในจํานวนมากก็คือว่า การที่รัฐบาลได้กู้เงินมาจํานวนมากเพื่อ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกจํานวนมากที่ได้ อภิปรายไปก่อนหน้านี้ แต่ผมอยากจะลงลึกในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน ของประเทศ ซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็คือพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ใน ชนบทยากจนข้นแค้น จํานวนประชากรก็มากกว่า มากมาย โดยเฉพาะพี่น้องใน ภาคอีสานของพวกผม พื้นที่ชลประทานมีเพียง ๑๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ทําอย่างไรพื้นที่ ชลประทานถึงจะเพิ่มขึ้นถึง อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ พี่น้องชาวอีสานของผม ถึงจะได้มีน้ําทํานา มีน้ําเพื่อการเกษตรแก้ไขปัญหาความยากจน ทําอย่างไรเขาถึงจะ ไม่อพยพพลัดพรากจากครอบครัวมาอยู่ในกรุง หรืออยู่ในเมืองใหญ่ สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่า ทําอย่างไรเงินกู้ที่ได้มาจากการกู้เงิน ต่างประเทศ และคนไทยทั่วประเทศต้องเปึนหนี้เปึนสินไปด้วย ทําอย่างไรเม็ดเงินนั้น ถึงจะส่งผลกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเรื่องน้ําซึ่งกรมชลประทานเปึนเลขานุการในเรื่องนี้ มีข้อมูล พร้อมอยู่แล้วที่รัฐบาลสามารถที่จะนําข้อมูลของกรมชลประทานมาเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้ได้อย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในอีกกี่ป้ข้างหน้าก็ว่ามา ผมอยากจะเห็นอย่างนั้นครับ ท่านประธาน ผมขอมอบเวลาที่เหลือให้คุณประเกียรติ นาสิมมา ที่จะอภิปรายในโอกาส ต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน