คํานูณ สิทธิสมาน หารือเรื่องกรอบเงินกู้และวิกฤติเศรษฐกิจโลก พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการควบคุมราคาพลังงาน การกู้เงินในประเทศ การกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ และการคิดนอกกรอบในการแก้ไขปัญหาทุนนิยมโลก
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ไม่เคยอภิปรายดึกขนาดนี้นะครับ แก้ง่วงนะครับ ท่านประธานเคยอ่าน นิยายกําลังภายในไหมครับ กระผมฟังการอภิปรายในเรื่องกรอบเงินกู้มาแล้วนี่นะครับ นึกถึงนิยายกําลังภายในของโกเล้งเรื่องหนึ่งที่กระผมชอบเปึนการส่วนตัว ก็อยากจะมา เล่าให้ฟังโดยสังเขป คิดเสียว่าแก้ง่วงก็แล้วกันนะครับ กระผมชอบเรื่องซาเสี่ยวเอี้ยครับ ซาเสี่ยวเอี้ยนี่เปึนตัวเอกของเรื่องนี้ เปึนมือกระบี่ที่ ๑ ของแผ่นดิน และก็มีคู่แข่งที่เปึน ตัวละครเอกอีกตัวหนึ่งก็คืออี้จับซา อี้จับซานี่นะครับ เขามีเพลงกระบี่ที่เรียกว่า ๑๓ ท่าตาย ของอี้จับซา อี้จับซาพยายามที่จะหาวิธีประลองกระบี่กับซาเสี่ยวเอี้ยเพื่อพิสูจน์ ความเปึนหนึ่งในแผ่นดินกัน แต่ในที่สุดซาเสี่ยวเอี้ยก็หายสาบสูญไปจากยุทธจักรเสียก่อน แต่ในที่สุดก็คืออี้จับซาก็ได้ไปช่วยชีวิตซาเสี่ยวเอี้ยโดยที่ไม่บอกว่าตัวเองเปึนใคร แล้วในที่สุดก็ได้ประลองกัน พลันเมื่อถึงกระบี่ที่ ๑๓ ของอี้จับซานี่นะครับ ยังเปึนรอง ซาเสี่ยวเอี้ยอยู่ท่าครึ่ง มันเปึนอย่างไรกระผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าในระหว่างการต่อสู้ นั้นกระบี่ที่ ๑๓ ของอี้จับซาก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่พลันแปรเปลี่ยนเปึนกระบี่ที่ ๑๔ ก็ยังสูสี ก้ํากึ่งกันอยู่ และในที่สุดนะครับ กระบี่ที่ ๑๔ ของอี้จับซาก็ยังไม่หยุดแปรเปลี่ยนพัฒนา เปึนกระบี่ที่ ๑๕ ตามนิยายนะครับ โกเล้งเขียนไว้ว่า เปึนที่ชัดเจนว่าอี้จับซานั้นจะสามารถ เอาชีวิตซาเสี่ยวเอี้ยได้ในกระบี่ที่ ๑๕ แต่ดูเหมือนอี้จับซานั้นดวงตาตระหนกแตกตื่นใจ และในที่สุดก็วกกระบี่กลับมาปาดคอตัวเองตาย คําเฉลยในที่สุดก็คืออี้จับซารู้ว่า กระบี่ที่ ๑๕ นั้นเปึนกระบี่ที่พัฒนามาจนสูงสุดแล้วก็เปึนอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อ มนุษยชาติ เพราะเปึนกระบี่ที่เจ้าของกระบี่ไม่สามารถจะควบคุมได้ กระผมอยากจะบอกว่า ระบบ ทุนนิยมโลกในขณะนี้เปรียบเสมือนกระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซาครับ กระผมอยากจะบอกว่า เปึนโชคที่ไม่ค่อยดีของรัฐบาลชุดนี้ที่ได้ขึ้นมาบริหารประเทศภายใต้ภาวะวิกฤติทาง เศรษฐกิจ และไม่ใช่วิกฤติทางเศรษฐกิจธรรมดา แต่เปึนวิกฤติเศรษฐกิจโลก เปึนวิกฤติที่ เกิดขึ้นกับระบบทุนนิยมโลก แล้วเกิดขึ้นจากประเทศที่เปึนศูนย์กลางของระบบ ทุนนิยมโลก เกิดขึ้นในขณะที่ทุนนิยมโลกนั้นได้พัฒนานวัตกรรมในการแสวงหากําไร ต่าง ๆ มานานนับสิบป้ จนแม้ในขณะนี้นะครับ นักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญสุด ๆ ของ ระบบทุนนิยมโลกเองนี่ก็ยังคิดกันไม่ออกว่าในที่สุดนี่จะแก้กันอย่างไร ในการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ จี ๒๐ (G ๒๐) ก็ยังตกลงกันไม่ได้ในหลายเรื่อง ท่านประธานครับ นี่คือความโชคไม่ดีของรัฐบาลชุดนี้นะครับ แต่ในขณะเดียวกันถ้าจะถือ ว่าเราสามารถจะแปรวิกฤติเปึนโอกาส ก็ถือว่าเปึนโอกาสอันดียิ่งของรัฐบาลชุดนี้ ปัญหา อยู่ที่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําอย่างไร กรอบการกู้เงินนั้นไม่เปึนปัญหาครับ เมื่อไม่มีเงินก็ต้องกู้ ถ้าคิดกันโดยกรอบความคิดเดิม ๆ แต่ปัญหาก็คือว่ากู้มาแล้วกู้มาทําอะไร แล้วถ้ากู้ มาแล้วทําอะไรแล้วคิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เกิดไม่สําเร็จขึ้นมา เรามีแผน ๒ มีแผน ๓ หรือมีวิธีการคิดนอกกรอบนอกจากการกู้เงินเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่ อันนี้สิครับเปึนปัญหา ท่านประธานครับ หลายท่านก็พูดกันมาแล้วนะครับว่า การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจนี่ เปรียบเหมือนมี ๔ เครื่องยนต์ ตอนนี้ ๓ เครื่องยนต์ก็เดี้ยงไปหมด รัฐบาลก็ทุ่มสรรพกําลัง และทรัพยากรทั้งหมดไปที่การใช้จ่ายของรัฐบาลเปึนเครื่องยนต์หลัก งบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่เปึนการจัดที่กําหนดสภาพการขาดดุลอยู่ที่ระดับ ๒.๔๙ แสนล้านบาทในเบื้องต้น ยังมีงบประมาณกลางป้อีก ๑.๑๕ แสนล้านบาท รวมแล้วเปึน เงินประมาณ ๓.๖๕ แสนล้านบาทที่ถือว่าขาดดุล ขณะเดียวกันรายได้ของรัฐบาล ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ คาดว่าจะปรับตัวลดลงส่งผลให้รัฐบาลต้องการเงินเพื่อนําเข้ามา เสริมทั้งเรื่องการขาดดุลงบประมาณและรายได้ที่หายไปเปึนเงินประมาณ ๔.๗ แสนล้านบาท ส่วนต่างระหว่างการขาดดุลและรายได้ที่หายไป ๔.๗ แสนล้านบาทนี้เองจะ มีผลสะเทือนต่อเพดานเงินกู้เดิมอย่างแน่นอนครับ เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธานครับ เรายังเห็นการเตรียมจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่ง เตรียมการขาดดุลการคลังเอาไว้อีก ๔ แสนล้านบาท สรุปว่าเปึนการขาดดุลในช่วง ระยะเวลา ๒ ป้ถึงกว่า ๘ แสนล้านบาท นับเปึนการเตรียมการขาดดุลครั้งใหญ่ที่สุด ติดต่อกันของประวัติศาสตร์การคลังของประเทศไทย ท่านประธานครับ กระผมไม่ปฏิเสธ เรื่องการกู้เงินของรัฐบาล แต่กระผมมีความกังวลที่จะเสนอต่อรัฐบาลและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ได้ตระหนักปัญหาสําคัญในการกู้ของรัฐบาลนับจากนี้ไป เพราะหาก ล้มเหลว รัฐบาลไม่เพียงจะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้เท่านั้น แต่ว่าหาก การกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สําเร็จประเทศก็อาจจะเข้าสู่ภาวะเงินขาดมือ ขาดความ น่าเชื่อถือในการกู้เงินต่อในอนาคต หรืออาจจะต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงําของเจ้าหนี้ อีกครั้ง โดยเฉพาะเจ้าหนี้ต่างประเทศ เหมือนกับเราที่เคยเผชิญหน้ามาแล้วในยุคไหนครับ ก็ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์บริหารราชการครั้งล่าสุดก่อนหน้าครั้งนี้ เพราะฉะนั้นปัญหา จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะกู้เท่าไร ปัญหาอยู่ที่ว่ากู้มาแล้วเอามาทําอะไรและถ้าล้มเหลวหรือ ไม่ได้ผลแล้วเราจะทําอย่างไรต่อไป มีแผน ๒ แผน ๓ แล้วหรือยัง ที่สําคัญก็คือรัฐบาล วาดภาพรวมให้ประชาชนเห็นแล้วหรือยัง ที่แน่ชัดที่สุดก็คือว่าเรายังอยู่ในกรอบความคิด ของทฤษฎีทุนนิยมเดิมที่กําลังประสบวิกฤติอย่างหนัก ท่านประธานครับ กระผมไม่เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้จะเปึนเด็ก ไม่ว่าจะเปึนคนเดียวหรือเปึน ๒ คนที่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระผมให้เปึนเหมือนว่าเปึนผู้ใหญ่ที่มีความสามารถของประเทศนี้ ๒ คน หรือหลายคน แต่วิกฤติในขณะนี้นะครับ แม้แต่ผู้ใหญ่ของระบบทุนนิยมโลก อย่างที่กระผมกราบเรียนก็ยัง คิดกันไม่ออก หรือหาข้อสรุปกันไม่ได้ว่าจะไปกันอย่างไร ท่านประธานครับ กระผมมีข้อเสนอ มันอาจจะไม่ใช่แผน ๒ หรือแผน ๓ หรือถึงขนาดจะเปึนกรอบความคิดใหม่อะไรหนักหนา แต่กระผมคิดว่าน่าจะเปึนข้อเสนอแนะที่เพิ่มเติมไปนอกจากการกู้เงินนะครับว่ารัฐบาล จะมีความกล้าหาญในการทําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ควบคู่กันไปด้วยหรือไม่
ประการที่ ๑ เปึนเรื่องที่ท้าทายมาก หยุดซื้ออาวุธกันสัก ๒ ป้หรือ ๓ ป้ ได้ไหมครับ
ประการที่ ๒ หยุดโครงการที่ไม่มีความโปร่งใสและโครงการที่เอาใจ ผลประโยชน์ของนักการเมืองและเคร่งครัดต่อการจัดซื้อ จัดจ้าง ให้มีความโปร่งใส เปึนธรรมทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้จ่ายของรัฐบาล
ประการที่ ๓ กระผมเสนอให้เน้นการกู้เงินตรงในประเทศ กระผมเสนอให้ รัฐบาลออกพันธบัตรระยะยาว แต่แทนที่จะให้ธนาคารเข้าซื้อเพื่อดูดซับสภาพคล่องก็ให้ ขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับประชาชนโดยตรงและใช้เงินกู้ต่างประเทศให้น้อยที่สุดเท่าที่ จําเปึนจริง ๆ กระผมมีเหตุผลสนับสนุน แต่คงไม่มีเวลาพอที่จะพูด
ประการที่ ๔ กระผมเสนอให้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารแห่ง ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นทําให้ธนาคารพาณิชย์ทําหน้าที่ของตัวเองในการปล่อยสินเชื่อให้ กระจายมากขึ้นและให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการกําหนดส่วนต่างของอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้ลดลง เพื่อกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ได้ปล่อย สินเชื่อ เพื่อหารายได้ให้กับธนาคารพาณิชย์เองมากขึ้น และ
ประการที่ ๕ สําคัญมากนะครับ เสียดายที่ท่าน ส.ว. รสนา โตสิตระกูล ไม่สามารถจะได้พูดในวันนี้นะครับ ในฐานะที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ปตท. จํากัด และ ปตท.สผ. เปึนไปได้ไหมครับ ที่จะให้รัฐบาลทําการควบคุมราคาสินค้าพลังงาน ทั้งน้ํามันและก๊าซ มิให้มีกําไรส่วนเกินสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหากสามารถทําให้ ปตท. ลดราคาพลังงานลงได้ ย่อมเท่ากับเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มกําลังซื้อให้กับ ประชาชนโดยตรง
อันนี้เปึนข้อเสนอ ๕ ประการ ที่กระผมคิดขึ้นมาอย่างเร็ว ๆ ที่อาจจะเปึน แผน ๒ หรือ แผน ๓ แต่ว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ก็เปึนตัวอย่างให้เห็นว่า ภายใต้สภาวการณ์ ที่ระบบทุนนิยมโลกก้าวเข้าสู่สภาวะที่กระผมเรียกว่า กระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซานี้ ท่านจะต้องคิดนอกกรอบครับ และการคิดนอกกรอบที่กระผมยกตัวอย่างมา ๕ ประการ จบแล้วครับท่านประธานครับ น่าเสียดายกระผมขออนุญาตยืมคําของท่าน ส.ว. รสนา โตสิตระกูล มาพูดว่า มันมีเคล็ดวิชา เคล็ดกระบี่ที่จะแก้กระบี่ที่ ๑๕ ของอี้จับซานี้ได้อยู่ ๕ คําครับ