รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาล โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับเจตนารมณ์และประสิทธิภาพของการกู้เงิน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และพัฒนาคนและทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีเวลาค่อนข้างจํากัด จากเดิมที่คิดว่าจะมีเวลาเปึนจํานวนมาก แต่เนื่องจากความจํากัดของการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีจํานวนไม่น้อยที่ได้สนใจ ดังนั้นในเวลาประมาณ ๑๐ นาที ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมี ๒ ประเด็นสําคัญครับ

ประเด็นแรกผมอยากเรียนว่า ผมเข้าใจเหตุผลความจําเปึนพอประมาณ ของรัฐบาลในการที่จะต้องกู้เงิน ไม่ว่าจากต่างประเทศหรือในประเทศ ที่จริงครั้งนี้ก็คือ จะกู้จากต่างประเทศ ที่จริงครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ครั้งนี้ผมคิดว่าก็เปึนจํานวนกี่ครั้ง ผมไม่แน่ใจนะครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ทางรัฐบาลอาจจะต้องใช้เวลาในการที่จะต้อง ชี้แจงต่อไปนะครับ ซึ่งถ้าผมมีเวลาผมอยากจะพูดเพิ่มเติม ในประเด็นที่ทางรัฐบาล พยายามที่จะอธิบายเรื่องของการกู้เงินหลาย ๆ ครั้ง กระทั่งในอนาคตอีก ๓ ป้นะครับ ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมคิดว่ามันมีเจตนารมณ์บางประการอยู่นะครับ ผมไม่ได้คิดว่าจะเปึน เจตนารมณ์ร้าย แต่ผมคิดว่าผมอาจจะคิดเห็นแตกต่างในบางประการ ซึ่งอาจจะต้อง ตั้งประเด็นไว้ก่อน ท่านครับ ในส่วนของที่รัฐบาลประสงค์จะกู้เงิน จํานวน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ที่ผมเรียนว่าผมเองมีเวลาสั้น ดังนั้นก็อาจจะพูด ๑. ก็คือในเชิงของ หลักการ ซึ่งถ้าจะดูจากวัตถุประสงค์ท่านครับ รัฐบาลท่านได้วางวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน ไว้นี้ค่อนข้างมากครับ ผมขออนุญาตท่านอ่านเพียงบางส่วนนะครับ เช่น ท่านระบุเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว หรือเพื่อขยายสินเชื่อให้กับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการภาคการผลิตอื่น ๆ รวมถึงการให้การค้ําประกันสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และนอกจากนั้นก็ยังมีอีก หลายวัตถุประสงค์

ประเด็นผมอย่างนี้ท่านครับ ผมคิดว่าความสําเร็จของการที่จะทําให้ การกู้เงินบรรลุผลสัมฤทธิ์หรือไม่ มันอยู่ตรงที่มิได้เปึนเรื่องของการที่จะทําให้วัตถุประสงค์ มันหลากหลายและมันเกิดผลนะครับ คือผมไม่เชื่อในทฤษฎีนี้อยู่แล้วว่า ถ้าหากว่าท่านเขียนเรื่องของวัตถุประสงค์ในการกู้ไว้หลากหลาย แล้วถึงที่สุดวัตถุประสงค์ ในการกู้จะทําสําเร็จ เช่น ถ้าท่านมุ่งหวังในการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจดังคํากล่าวนะครับ ผมไม่แน่ใจครับว่าถ้าหากท่านกู้เอาไปเพื่อที่จะทําหลายเรื่องมากเกินไปมันจะเกิด ความสําเร็จ อย่างเช่น ถ้าหากว่าท่านไม่มุ่งเน้นนะครับในเรื่องของการกู้เพื่อมาลงทุน ก่อให้เกิดรายได้ แล้วลงทุนในประเด็นหรือในภาคส่วนที่ตรงจุดอย่างมีเหตุมีผลผมก็ไม่เชื่อ ว่าท่านจะทําสําเร็จนะครับ รวมถึงท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าผมอยากขอ วางหลักการว่า ถ้าหากว่าท่านกู้เพื่อเอาไปแจกไม่ได้แปลว่าจะไม่เห็นด้วยทั้งหมดนะครับ แต่ว่ามันมีประเด็นที่จะต้องถกเถียงอีกเยอะครับแต่เนื่องจากเวลาสั้น หรือกู้ไปแล้วไม่เกิด การผลิต กู้ไปแล้วไม่เกิดรายได้ กู้ไปแล้วไม่เกิดการหมุนเวียน อย่างนี้เปึนต้นท่านครับ ถึงแม้นเมื่อว่าเมื่องบกลางป้ที่ผ่านมาผมก็เปึนคนหนึ่งที่ยกมือให้กับรัฐบาลอันนี้ก็ต้องบอก อย่างนี้นะครับ แต่ว่ามิได้แปลว่าจะต้องยกมือให้ตลอดไป ครั้งนี้มิได้แปลว่าจะไม่ยกมือให้ ท่านครับ แต่ผมเห็นว่ารัฐบาลเริ่มที่จะกู้เงินเยอะมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องคิดก็คือว่า และจะต้องตั้งคําถามด้วยว่าท่านจะกู้ไปทําอะไรและทําอย่างไร แน่นอนในเอกสาร ๔๐ กว่าหน้าของท่านมันไม่มีรายละเอียดนะครับ ท่านเพียงแต่วันนี้มาขอกรอบนี่ผมเข้าใจ ผมไม่ติดใจตรงนี้ท่านครับ แต่ผมอยากย้ําเน้นว่า แม้แต่การวางกรอบวัตถุประสงค์ไว้ หลายข้อก็อาจจะเปึนปัญหาให้กับรัฐบาลครับ เหตุเพราะว่าปัญหาเรื่องของความ ไม่มีจุดเน้นนี่ละครับที่ทําให้การดําเนินการของรัฐบาลอาจจะไม่ประสบความสําเร็จ ผมมี ความห่วงใยครับ ผมอยากเห็นนโยบายของรัฐบาลนั้นประสบความสําเร็จ ไม่ได้แปลว่าจะ เชียร์ (Cheer) รัฐบาลหรือไม่เชียร์รัฐบาล แต่ผมคิดว่าอยากเห็นว่าเจตนารมณ์ร่วมกัน ประการหนึ่งก็คือว่า อยากจะให้เงินนี้ที่กู้มาไปก่อประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ผมอยากกราบเรียนครับ ผมมีข้อเสนอแนะบางประการในประเด็นทางหลักการ ผมคิดว่า ก็คงเปึนตัวอย่างสั้น ๆ ในความหลากหลายที่รัฐบาลจะกู้ผมตั้งคําถามกับรัฐบาลและ พร้อมกับมีข้อเสนอแนะไปในตัวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวรัฐบาลให้น้ําหนักให้จุดเน้น อย่างไรครับ โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุงหรือว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลอยากจะทําอยู่แล้ว รัฐบาลให้น้ําหนักอย่างไร ผมยกตัวอย่างก็ได้ครับ ในภาคใต้ที่จริงยังมีศักยภาพอีกเปึนจํานวนมาก แต่ว่าทางภาคใต้เองและผมก็คิดว่า ทั้งประเทศด้วยนะครับ แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ผมใกล้ตัวผม ผมเปึนคน จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการท่องเที่ยว ค่อนข้างน้อยมากครับ ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ท่านธันยรัศม์ท่านเปึนประธาน คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวท่านก็ฝากผมครับ ท่านห่วงใย ที่จังหวัดภูเก็ตเองนะครับ ขนาดว่าทํารายได้ป้หนึ่งเปึนแสนล้านบาทต่อป้นะครับ ก็มีการปรับปรุงเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานด้านการท่องเที่ยวน้อยมากครับ ดังนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้หรือที่จะมีต่อไป ผมถามเรื่องนี้ว่าท่านจะเอาจริงเอาจังแค่ไหนครับ หรือมันจะกระจัดกระจายไปอีก

๒. ผมคิดว่าเราต้องไม่ลืมพี่น้องประชาชนที่เปึนคนรับจ้างซึ่งวันนี้มีมากขึ้น นะครับ ผู้ที่ทําอาชีพค้าขายรายย่อย ผู้ที่เปึนเกษตรกรรายย่อย ประเด็นก็คือว่าท่านกู้มา เพื่อให้เขายังชีพอยู่ได้หรือไม่อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าท่านต้องมีรูปธรรมและท่านจะต้องมี จุดเน้นเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมดีใจอยู่ประการหนึ่งว่า รัฐบาลนี้ยังให้ ความสําคัญกับเรื่องของ โอทอป (OTOP) ท่านจะทําโอทอปในเดือนหน้า ผมคิดว่า ท่านใจกว้างครับ อันนี้ต้องขอชื่นชมท่านนะครับทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เปึนนโยบายที่ริเริ่มมาจาก รัฐบาลของท่าน ในเมื่อท่านเห็นว่านโยบายนี้ดีส่งผลกระทบในทางบวกต่อ พี่น้องประชาชนนะครับในระดับชุมชน ท่านส่งเสริมอันนี้ผมคิดว่าผมอยากชื่นชมท่าน

ถัดมาท่านครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตและตั้งคําถามว่าเรื่องของ การศึกษาท่านครับ แน่นอนมีนโยบายที่แจ่มชัดพอประมาณของทางรัฐบาลนะครับ และท่านอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมเพื่อที่จะไปดูว่าท่านจะปฏิรูปอย่างไร แต่ผมถามท่านว่าเรื่องของการปฏิรูปที่มุ่งไปที่คนนะครับ เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติมาหลายฉบับที่มุ่งเน้นเรื่องนี้นะครับ การศึกษาของชาติ ปฏิรูปที่ผ่านมาก็ ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะเราไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องคน ดังนั้นเงินที่ท่านจะกู้มานี่คําถามผม ก็คือว่าจะไปลงที่เด็กกับครูมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าถ้าท่านมุ่งเน้นเรื่องของคนนี่นะครับ ท่านจะต้องละเลยเรื่องของครูกับเรื่องของเด็กไม่ได้นะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า จะต้องให้เปึนจุดเน้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังอยากจะเรียนต่อท่าน ว่า เรื่องของการกู้เงิน รัฐบาลอาจจะมีความเข้าใจบางประการที่ผมบอกตั้งแต่ตอนแรก ครับท่านว่า ท่านพยายามในการที่อธิบายหรือสัมภาษณ์สื่อหลายครั้งมากว่าท่านได้กู้เงิน ๑ ๒ ๓ ท่านได้กู้เงินเท่านั้นเท่านี้ กระทั่งในอนาคตท่านยังบอกเลยครับว่า ๓ ป้ข้างหน้า ท่านจะกู้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจเจตนาท่านถูกหรือเปล่านะครับ ผมคิดว่าท่านกําลังสร้างความเชื่อมั่น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนไป ยังรัฐบาลด้วยความห่วงใยครับ เราไม่ได้เปึนอเมริกานะครับ และท่านต้องเข้าใจ ความเชื่อมั่นเสียใหม่นะครับ ผมคิดว่าความเชื่อมั่นมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ความเชื่อมั่นจาก ต่างประเทศกับความเชื่อมั่นในประเทศ ท่านกู้เงินหรือพยายามบอกว่าจะกู้เงิน มันไม่เหมือนกับที่อเมริกาเขาพยายามที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าเขามีเงินมากพอ คําถามผม ก็คือ เรามีเงินมากพอเหมือนอเมริกาไหมครับ ไม่มีทางครับ เราไม่ได้ผลิตแบงก์เองเหมือน อเมริกา เรากู้มาแล้วเรามีต้นทุนทางการเงิน อย่างน้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ท่านจะต้องจ่าย ดอกเบี้ย ท่านจะต้องกู้ ๑.๔ ล้านล้านบาท ใน ๓ ป้ ท่านลองคูณดอกเบี้ยดูสิครับโดยไม่นับ เงินต้น เพราะฉะนั้นผมกําลังจะเรียนท่านว่าประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่น ท่านทําลาย ความเชื่อมั่นของคนในประเทศนะครับ ในขณะนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนกําลังห่วงใยก็คือว่า หนี้สาธารณะจะเกิดขึ้นเท่าไรครับท่าน อันนี้ก็คือปัญหาความเชื่อมั่น แล้วความเชื่อมั่น ภายในประเทศที่อาจจะมีน้อยนี่นะครับ คือคนบอกว่าพอจะเปึนหนี้คนจะเริ่มไม่ใช้จ่าย เมื่อคนไม่ใช้จ่าย เครื่องยนต์ตัวสุดท้ายและเปึนเครื่องยนต์เล็กด้วยครับ ก็คือการใช้จ่าย ภายในประเทศ ซึ่งมีเม็ดเงินที่น้อยมากท่านครับ เมื่อเทียบกับอีก ๓ เครื่องยนต์ ความไม่เชื่อมั่นในประเทศจะเกิด ทีนี้ถามว่าความไม่เชื่อมั่นหรือความเชื่อมั่นของ ต่างประเทศที่มีต่อเราคืออะไรครับ ผมอยากกราบเรียนนะครับ อันนี้จริง ๆ ก็เปึนเรื่อง สําคัญมาก เพราะว่าท่านยอมรับในเอกสารว่าสิ่งที่เราเผชิญวิกฤติอยู่ก็คือว่า เรามีปัญหา เรื่อง ๑. การส่งออก ๒. เรื่องของการท่องเที่ยว และ ๓. เรื่องของการลงทุนจาก ต่างประเทศ ๓ เครื่องยนต์หลักนี้มาจากต่างชาติครับ ซึ่งท่านทราบดีกว่าผมอยู่แล้ว ผมไม่ได้เปึนนักเศรษฐศาสตร์ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนว่า จํานวนเงิน ที่ท่านพยายามบอกนี่ท่านอย่าคิดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุน ต่างประเทศนะครับ หรือให้เกิดขึ้นกับเรื่องนักท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือกระทั่งคนที่จะ ซื้อของของเรานะครับ ความเชื่อมั่นของเขากลับอยู่ในประเด็นอื่นต่างหาก ซึ่งผมเอง พยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะไม่ขยายความมันมีนัยทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ในที่นี้ ไหน ๆ จะพูดก็ต้องบอกรัฐบาลตรง ๆ แค่ตั้งประเด็นไว้เฉย ๆ เพราะไม่มีเวลาอภิปราย ผมคิดว่าความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ผมฟังจากเพื่อนชาวต่างชาติ และฟังจาก นักเศรษฐศาสตร์มามากพอสมควรท่านครับ หลีกไม่พ้นเรื่องของปัญหาประชาธิปไตย หลีกไม่พ้นปัญหาเรื่องของหลักนิติธรรม แน่นอนผมเชื่อว่าสังคมเรากําลังอยู่ในความเปึน นิติรัฐระดับหนึ่ง หลักนิติธรรมผมไม่แน่ใจนะครับท่านครับ แต่ผมย้ําว่าผมไม่อยาก อภิปรายเรื่องนี้มาก ดังนั้นผมอยากฝากท่านว่าถ้าเราจะคุยกันตรง ๆ นะครับ เราไม่มีทาง ที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ และผมก็เข้าใจดีว่านักประชาธิปไตยในรัฐบาลเองซึ่งมีก็อึดอัด ท่านครับ ดังนั้นอยากจะบอกท่านว่าในประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่น ขอให้ท่านอาจจะ ลดการพูดเรื่องของการกู้เงินลงได้หรือเปล่าครับ เพราะว่าจะทําให้ประเด็นภายในประเด็น เรื่องของความเชื่อมั่นไม่ตอบสนองท่านนะครับ ส่วนเรื่องภายนอกประเทศเขาไม่สนใจเงิน จํานวน ๑.๔ ล้านล้านบาท ในระยะเวลา ๓–๔ ป้หรอกครับ เพราะเม็ดเงินท่านไปดูสิครับ วันนี้โอบามาเสนอไปอีกเท่าไรครับ ทีละมันมากกว่าเราเปึน ๕๐ เท่า ๑๐๐ เท่า ท่านครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่าประเด็นเรื่องของความเชื่อมั่นก็เปึน เรื่องที่จะต้องทําความเข้าใจให้ดีนะครับ ผมมีความห่วงใยครับ

ประเด็นสุดท้ายท่านครับ ผมมีข้อสังเกต อาจจะเปึนข้อเสนอแนะไปในตัว นะครับ เพื่อวางไว้เปึนหลักในการที่จะทําหน้าที่ของผมต่อไปในคราวหน้า เมื่อเวลา ท่านคิดจะกู้เงินมากขึ้น คือผมอยากจะช่วยท่านคิดครับ ผมคิดว่ามันมีแนวทางอื่น ไหมครับประเทศไทยของเราในการที่จะทําให้เศรษฐกิจของเราพออยู่ได้ เราไม่หวัง ความรุ่งเรืองครับ วันนี้ถึงแม้น จีดีพี (GDP) เราไม่โต ผมคิดว่าผมทําใจได้ครับ แต่ทําอย่างไรเราจึงจะไม่ให้ ติดลบและมากไปกว่านั้นก็คือว่า ทําอย่างไรจึงจะไม่ให้พี่น้องประชาชนที่ยากไร้ เขาอยู่ได้ ผมมีแนวทางที่อยากจะเสนอท่านให้พิจารณาครับ

ประการแรก ก็คือว่าท่านลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเปึนลงได้ไหมครับ เช่น งบประมาณในการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ท่านลดลงได้ไหมครับ ค่อยซื้อในยามที่ ประเทศเรามีฐานะการเงินดีกว่านี้ได้ไหมครับ

ประการที่สอง ก็คือผมอยากย้ําจุดเดิมว่า ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ วันนี้เราช้าไปเท่าไรในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง ในการปฏิรูปประชาธิปไตยและฟุ๋นฟู หลักนิติธรรมให้เกิดความเชื่อถือจากต่างประเทศ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราไม่มีทางที่จะได้เพิ่ม นักลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพิ่มการส่งออก ผมไม่คิดว่าเราจะทําได้นะครับ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เราจําเปึนที่จะต้องทําอย่างเร่งด่วน ครับ และผมคนหนึ่งพร้อมเพื่อนสมาชิกอีกจํานวนไม่น้อยที่พร้อมที่จะหันหน้ามาร่วม ปรึกษาหารือกัน

ประการที่สาม ท่านครับ ซึ่งอีกไม่นานนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยาก เรียนว่า ณ ขณะนี้รัฐบาลไม่จําเปึนในการที่จะต้องไปมุ่งเรื่องของการแก้ไขพัฒนายกระดับ อุตสาหกรรมหรือการส่งออกให้มันมากนัก เปล่าเลยครับ ไม่ได้แปลว่าผมไม่เห็นด้วยกับ การพัฒนาอุตสาหกรรมหรือการส่งออก แต่ยามนี้ท่านไปขายให้ใครครับ ท่านกู้เงินมาและ ท่านไปอุดหนุนกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือกระทั่ง ขนาดกลางนะครับ ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วยทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ว่าผมคิดว่าจุดเน้นท่าน คืออะไร ผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านไปหนุนตรงนี้มากขึ้น ท่านก็ไม่รู้จะเพิ่มกําลังผลิตไปขาย ให้ใครครับ วันนี้ทั่วโลกต่างก็ไม่มีเงินซื้อครับ ดังนั้นในยามนี้สิ่งที่ท่านควรจะหันกลับมา ก็คือว่า ท่านกลับมาใช้เงินเพื่อการพัฒนาคนได้ไหมครับ เราทุ่มเทกันครั้งใหญ่ได้ไหมครับ พัฒนาคนอย่างต่อเนื่องให้คนคิดเปึน ทําเปึน มีทักษะในเรื่องของการประกอบการ ในเรื่อง ของการสร้างอาชีพ เราทําได้ไหมครับ เราทําอาชีพที่ยืนอยู่บนฐานของปัญญาอย่าง แท้จริง โดยที่ไม่ทําลายสิ่งแวดล้อม ที่ประเภทกําไรต่ํานะครับ กู้เงินมาลงทุน ในอุตสาหกรรมขนาดหนัก ซึ่งรัฐมนตรีบางคนยังอยากจะอุดหนุนอยู่นะครับ บางคน คิดจะไปสร้างป่โตรเคมีที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ผมอยากเตือนท่านด้วยความเคารพ นะครับ ผมเชื่อว่าคนจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ยอมให้มีการทําลายสุขภาพ ชาวนครศรีธรรมราช นิคมอุตสาหกรรมท่านไปทบทวนใหม่เถอะครับ ป่โตรเคมีท่านไป ทบทวนเถอะครับ โครงการลงทุนเปึนหลายแสนล้านบาท ชาวนครศรีธรรมราช มียุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเปึนของตัวเองครับ ซึ่งเราเน้นเรื่องความยั่งยืน เรื่อง สิ่งแวดล้อม เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการศึกษาและเรื่องการเกษตร ป่โตรเคมีผมแน่ใจว่า ชาวนครศรีธรรมราชไม่เอาครับ แต่ผมยกตัวอย่างนครศรีธรรมราชมันเปึนตัวอย่างใกล้ตัว แต่ผมคิดว่าที่อื่นก็เช่นกัน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เราใช้การซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา เปึนวัตถุดิบมาก ๆ และกําไรต่ํานิดเดียว แล้วเรากดขี่แรงงานนี่นะครับ ผมคิดว่าเราลดลง ได้ไหมครับ เราใช้เวลาในขณะนี้พลิกวิกฤติให้เปึนโอกาสอย่างแท้จริง และก็ไปทบทวน การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเสียใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ทําอย่างไรท่านจะ ปลดปล่อยคนยากคนจน คนที่ยังทําการผลิตได้ไม่มากให้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ให้ช่วยกันในการที่จะนําทรัพยากรของเรามาก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างเต็มที่กับตัว เขาเอง แล้วต่อบ้านเมืองของเรา อันนี้เปึนความห่วงใยที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ นะครับ หมดเวลาพอดีท่านครับ ผมขอขอบพระคุณครับ