รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการกู้เงินจากญี่ปุ่นเพื่อโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง โดยจะเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ และยังอธิบายรายละเอียดของร่างสัญญาเงินกู้ กรณี จาติกวณิช ยังขอให้รัฐสภาอนุมัติการลงนามในสัญญาเงินกู้สำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง เพื่อไม่ให้กระทบวงเงินกู้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้แก่ประเทศไทยในปีงบประมาณใหม่

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามที่ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือทาบทามขอใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นอย่างเปึนทางการไปยัง รัฐบาลญี่ปุ์น โดยผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ์นประจําประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ เพื่อเสนอโครงการพัฒนาที่ขอใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น สําหรับโครงการ รถไฟฟัา ๓ สาย คือโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่–บางซื่อ และสายสีน้ําเงิน ช่วงหัวลําโพง–บางแค และช่วงบางซื่อ–ท่าพระ ของการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟัาสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ซึ่งต่อมาเรียกว่า โครงการรถไฟฟัา ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ– รังสิต มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง โดยทําให้สถานีบางซื่อรองรับ การเปึนศูนย์กลางด้านการเดินทาง เปึนศูนย์การการคมนาคมเพื่อการเดินรถไฟทางไกล สายเหนือและสายอีสาน รวมทั้งเปึนศูนย์กลางด้านการเดินทางจากภาคใต้และตะวันออก ในอนาคต โดยจะเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมืองช่วงบางซื่อ–ตลิ่งชัน ซึ่งเปึน การอํานวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนรวมทั้งลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง กระทรวงการคลังได้ดําเนินการเกี่ยวกับการกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ์น สําหรับโครงการรถไฟ ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสํานักนโยบายและ แผนการขนส่งและจราจร และ รฟท. หารือและเจรจารายละเอียดโครงการกับคณะผู้แทน รัฐบาลญี่ปุ์น เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ จากนั้นองค์การความร่วมมือระหว่าง ประเทศของญี่ปุ์น หรือ ไจก้า ได้มาหารือรวม ๒ ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมิน โครงการ เมื่อวันที่ ๑๒–๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ และเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ถึง วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ต่อมานายทาโร อาโซะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ์น ได้ประกาศ ความพร้อมในการให้เงินกู้อย่างเปึนทางการแก่ประเทศไทย สําหรับโครงการรถไฟ ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ระหว่างการหารือทวิภาคีในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ์น เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ รัฐบาลไทยได้ขอให้ ฝ์ายญี่ปุ์นเร่งรัดการพิจารณาเงินกู้โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เมื่อรัฐบาลญี่ปุ์นได้ประกาศให้เงินกู้แก่ประเทศไทย สําหรับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงแล้ว สัญญาเงินกู้โครงการดังกล่าวจําเปึนที่จะต้อง มีการลงนามภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนกําหนดสิ้นป้งบประมาณของ ประเทศญี่ปุ์น เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ์นได้จัดสรรเงินงบประมาณสําหรับโครงการดังกล่าวไว้แล้ว การลงนามในสัญญาเงินกู้หลังเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ อาจจะกระทบวงเงินกู้ที่รัฐบาลญี่ปุ์น ให้แก่ประเทศไทยในป้งบประมาณใหม่ของประเทศญี่ปุ์น ซึ่งจะเริ่มในเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นอกจากนั้นหากการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวล่าช้า การพิจารณาเงินกู้ โครงการอื่น ๆ ก็อาจจะล่าช้าออกไป โดยตามแนวทางปฏิบัติต้องมีการลงนามระหว่าง รัฐบาลในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินและระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ ในสัญญาเงินกู้

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ได้กําหนดว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือ สัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบด้วย อย่างไรก็ดีภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ (๕) ระบุว่า การใดที่ เกี่ยวกับการจัดทําหรือดําเนินการตามหนังสือสัญญาที่ได้ดําเนินการไปแล้วก่อน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้เปึนอันใช้ได้ และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใช้บังคับ แต่ให้นําบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับกับการดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่และ ต้องดําเนินการต่อไป กระทรวงการคลังได้มีการเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ์นและไจก้า มาต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ อย่างไรก็ตามเพื่อความรอบคอบในการดําเนินงาน กระทรวงการคลังจึงนําเรื่องเงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นสําหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต เสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยก่อนลงนามในสัญญาเงินกู้และเอกสารที่ เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีจะต้องนําเสนอร่างสัญญาเงินกู้และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบ กระทรวงการคลังได้ดําเนินการเจรจาตกลงใน

๑. หลักการของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงิน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และ

๒. รายละเอียดของร่างสัญญาเงินกู้สําหรับโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต โดยมีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้

๑. ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลญี่ปุ์น เปึนหนังสือมาตรฐานระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลที่รัฐบาลญี่ปุ์นลงนามกับ รัฐบาลของประเทศที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น สรุปสาระสําคัญได้ดังนี้

๑.๑ รัฐบาลญี่ปุ์นตกลงที่จะให้กระทรวงการคลังกู้เงินโดยผ่านองค์การ ความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นหรือไจก้า จํานวน ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน สําหรับ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต

๑.๒ เงินกู้ดังกล่าวข้างต้นมีเงื่อนไขดังนี้

๑. อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ ต่อป้ ยกเว้นอัตราดอกเบี้ยสําหรับส่วนของ การจ้างที่ปรึกษาอัตราร้อยละ ๐.๐๑ ต่อป้ โดยมีค่าธรรมเนียมผูกพันเงินกู้ร้อยละ ๐.๑ ต่อป้ ของวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย

๒. ระยะเวลาชําระเงินกู้ ๒๕ ป้ รวมระยะปลอดหนี้ ๗ ป้

๓. ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินกู้ เงื่อนไขการซื้อสินค้าและบริการให้ดําเนินการ ตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของไจก้า โดยจัดซื้อได้จากทุกประเทศ

๔. การเบิกจ่ายเงินกู้ภายใน ๗ ป้ ๓ เดือน

๑.๓ สําหรับการขนส่งทางเรือและการประกันภัยทางทะเลของสินค้า ที่จัดซื้อด้วยเงินกู้สําหรับโครงการนี้ รัฐบาลไทยต้องงดเว้นการกําหนดข้อบังคับใด ๆ ที่อาจเปึนอุปสรรคต่อการแข่งขันโดยเสรีและเปึนธรรมระหว่างบริษัทเดินเรือและ บริษัทประกันภัยของประเทศทั้งสอง

๑.๔ การชําระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้วงเงินกู้ดังกล่าวจะได้รับ การยกเว้นในเรื่องของภาษีอากรและเอกสิทธิ์ที่ใช้บังคับในราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลไทยจะต้องอนุญาตให้บุคคลสัญชาติญี่ปุ์นที่จําเปึนต้องเข้ามาในประเทศไทย เพื่อปฏิบัติงานตามโครงการเงินกู้ รวมทั้งพํานักอยู่ในประเทศไทยได้ตามกฎหมาย เท่าที่จําเปึน

๑.๕ รัฐบาลไทยจะต้องใช้เงินกู้อย่างเหมาะสมสําหรับโครงการดูแล ความปลอดภัยของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการดําเนินโครงการและดูแลให้ สิ่งก่อสร้างที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์นได้รับการใช้และบํารุงรักษาอย่างเหมาะสม

๑.๖ รัฐบาลไทยจะแจ้งข้อมูลที่จําเปึนและแจ้งความคืบหน้าของโครงการ ให้รัฐบาลญี่ปุ์นและไจก้าทราบ

๑.๗ รัฐบาลทั้งสองจะหารือหากมีประเด็นใดเกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้าง ความเข้าใจที่ตรงกัน

ข้อ ๒ ร่างสัญญาเงินกู้ กระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจรจาในรายละเอียดของร่างสัญญาเงินกู้สําหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสําคัญสอดคล้องกับเงื่อนไข ที่กําหนดไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น ดังกล่าวข้างต้น โดยสัญญาเงินกู้เปึนเอกสารมาตรฐานที่รัฐบาลญี่ปุ์นใช้กับทุกประเทศ ที่ใช้เงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น ซึ่งมีเนื้อหาแบ่งเปึน ๓ ส่วนหลักดังนี้

ส่วนที่ ๑ รายละเอียดเกี่ยวกับเงินกู้ วงเงินกู้ และวัตถุประสงค์เงินกู้ รวมทั้งแนวทางการใช้เงินกู้

ส่วนที่ ๒ การชําระคืนเงินกู้ ดอกเบี้ย เงื่อนไขเงินกู้และค่าธรรมเนียมผูกพัน เงินกู้

ส่วนที่ ๓ เงื่อนไขทั่วไปในการจัดซื้อจัดจ้าง แนวทางการเบิกจ่ายเงินกู้และ แนวทางในการใช้เงินกู้

รายละเอียดอื่น ๆ ของร่างสัญญาเงินกู้จะเกี่ยวกับโครงการและขั้นตอน ต่าง ๆ ดังนี้

รายละเอียดโครงการ แนวทางการจัดสรรเงินกู้ ตารางการชําระคืนเงินกู้ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ขั้นตอนและวิธีการเบิกจ่ายเงิน

ท่านประธานที่เคารพครับ การลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วย ความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และสัญญาเงินกู้ได้ภายใน เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ จะทําให้สามารถดําเนินโครงการรถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต ได้อย่างรวดเร็วเปึนการกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนและเปึนการสร้าง ความเชื่อมั่นของรัฐบาลไทยในสายตานานาประเทศ นอกจากนี้เมื่อโครงการเสร็จสิ้น ยังเปึนการอํานวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและการขนส่งสินค้า รวมทั้งลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงขอความเห็นชอบให้กระทรวงการคลังลงนาม ในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์น และสัญญาเงินกู้ รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่าจะใช้เงินกู้โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชน ชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริงต่อไป ขอบคุณครับ