ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา และวิพากษ์วิจารณ์การกู้ยืมเงินของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมเงินให้ชัดเจน และแก้ไขปัญหาการเมืองที่ยุ่งยากและไม่มีความสามัคคี
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมารัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาต่อสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงครึ่งค่อนวันนะครับท่านประธาน ไม่น่าเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาของสภา โดยรัฐบาลได้ถอนร่างนั้นไป นะครับ กระผมไม่คิดว่าเสียงของฝ์ายค้านซึ่งน้อยกว่าจะไปโน้มน้าวรัฐบาลให้ถอน ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปได้ แต่สิ่งที่ทําให้รัฐบาลต้องถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ออกไปน่าจะมาจากความเห็นของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการ ต่างประเทศ ซึ่งมีความเห็นเปึนลายลักษณ์อักษรเขียนไว้ชัดเจนว่า การกู้เงินจาก ธนาคารโลก จากธนาคารพัฒนาเอเชียเพื่อมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีผลผูกพันด้าน งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ตรงนี้สําคัญครับท่านประธาน ทําให้วันนี้ รัฐบาลได้มาเสนอกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คือมาขอความเห็นชอบจาก รัฐสภา กระผมเห็นด้วยกับทางคุณฐิติมาซึ่งได้อภิปรายก่อนกระผมไปเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม เห็นด้วยกับคุณเกียรติกรครับที่อภิปรายผ่านไปเมื่อสักครู่ว่าตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ได้บัญญัติให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รัฐบาลได้ ดําเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วหรือยัง ตรงนี้เปึนประเด็นแรกที่กระผมอยากจะ สอบถามทางรัฐบาลเช่นกัน ในประเด็นถัดมาครับ ท่านประธานครับ หัวใจของปัญหาของ บ้านเมืองในปัจจุบันคืออะไร ปัญหาของประเทศในปัจจุบันนี้มีมากมายครับท่านประธาน ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง แต่การจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต้องทราบหัวใจของ ปัญหา ขณะนี้รัฐบาลให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งก็เปึนเรื่องจริงที่ต้อง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเกิดภาวะถดถอยทั่วโลก แล้วก็วิกฤติที่ซ้ําเติมขึ้นมาในประเทศ ของเราเอง แต่ในขณะเดียวกันหัวใจสําคัญของปัญหาของประเทศที่กระผมเห็นว่า สําคัญยิ่ง ก็คือปัญหาทางด้านการเมือง รัฐบาลยังให้ความสําคัญตรงนี้น้อย ท่านประธาน ความเชื่อมั่นของต่างประเทศสําคัญที่สุด เพราะว่าประเทศเราไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้ใบเดียว โดยประเทศเดียวนะครับ เราอยู่กับประชาคมโลก ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปโรดโชว์ (Road Show) ที่กรุงดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ หรือไปที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปที่ญี่ปุ์น และไปกรุงโตเกียว ความเชื่อมั่นจะไม่เกิดขึ้นหรอกครับท่านประธาน ไม่ว่าจะโรดโชว์ อย่างไรก็ตามแต่ ถ้าความไม่มั่นคงในทางการเมือง ความไม่นิ่งในทางการเมือง ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเกิดปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ที่ผ่านมา ประเทศเสียหายอย่างมากมายไม่อาจที่จะประมาณค่าได้นะครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทําให้การเมืองอ่อนแอ กฎหมายรัฐธรรมนูญถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทําลายคนคนเดียว มีการกล่าวกันว่าจะจับหนูในบ้าน ๑ ตัว แต่เผาบ้านเสียวอดวาย เจ้าของบ้านไม่เหลืออะไรเลย หรือจะจับเสือสักตัวในป์านี่เผาป์าวอด มีการกล่าวกันถึง ขนาดนั้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียกร้อง ความสามัคคีเพื่อกู้วิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ เรียกร้องความปรองดองความสมานฉันท์ บ่อยครั้งขึ้น ๆ ถี่ขึ้น ๆ กระผมเห็นใจ เพื่อนสมาชิกก็เห็นใจครับท่านประธานที่อยากเห็น การปรองดอง อยากเห็นความสมานฉันท์ แต่ถ้ารัฐบาลลองมองย้อนกลับไปใกล้ ๆ รัฐบาล ของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เอาใกล้ ๆ นี่เลยท่านยิ่งได้เรียกร้องความเห็นใจ เรียกร้อง ความสมัครสมานสามัคคี เรียกร้องความปรองดอง ความสมานฉันท์ แต่นั่นท่านหนักกว่า ครับท่านประธาน ท่านไม่มีทําเนียบอยู่ ท่านเปึนรัฐบาลนอกทําเนียบ นี่ก็คือความ ไม่สามัคคีที่เกิดขึ้นในยุคนี้ในสมัยนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาบ้านเมืองไม่เปึน ประชาธิปไตย กฎกติกานั้นเห็นชัดเจนว่ามาจากรากเหง้าของเผด็จการ มีการกล่าวกันว่า ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด หรือถ้าบ้านเมืองมี ๒ มาตรฐาน ความ สมัครสมานสามัคคีก็ไม่เกิด นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากไปยังรัฐบาล เมื่อสักครู่กระผม ดีใจครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงมาแก้ปัญหาการเมือง จะมีการพบปะกันในวันพุธหรือ วันพฤหัสบดีนี้ กระผมอยากเห็นบรรยากาศเช่นนี้จริง ๆ แล้วก็มีการแก้ไขปัญหากันอย่าง จริงจัง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่สามารถสําเร็จได้ถ้าบ้านเมืองมันยังยุ่งกันอยู่ทุกวันนี้ มันต้องไปด้วยกัน ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลต้องกล้าหน่อยครับท่านประธาน กล้าแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพราะว่าปัญหามันสุกงอมแล้ว อย่าเลยครับ อย่าไปทําในเรื่อง ของการที่จะปฏิรูปการเมือง มันเหมือนกับการซื้อเวลา เมื่อปัญหามันสุกงอมแล้ว เห็นตรงกันแล้วเอาเลยแก้ให้ตรงจุด กระผมไม่เคยคิดที่จะแก้ไขปัญหาให้กับคนคนเดียว นี่พูดด้วยความสัตย์จริงนะครับ ไม่เคยคิดแก้ปัญหาให้คนคนเดียวเหมือนอย่างที่มีการ กระแหนะกระแหนกัน เพียงแต่คนคนเดียวนั้นเขาได้รับความเปึนธรรมไหม กฎกติกานั้น มันมาตามระบอบประชาธิปไตยไหม กฎกติกาที่จัดการกับเขานั้นมันมาจากรากเหง้า เผด็จการหรือเปล่า ตรงนี้สังคมทั่วโลกเขามองอยู่ หรือคนไทยทั่วประเทศก็มองอยู่ นี่คือ สิ่งที่กระผมอยากจะเรียนไว้เปึนประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ครับ ประเด็นสุดท้าย การกู้ไม่น่ารังเกียจครับท่านประธาน การกู้ไม่น่ารังเกียจ แต่ถ้ากู้มาแล้วมันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มาแจกกันเพื่อคนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือเปึนประชานิยมจนเลยเถิด ไม่ได้เกิดการจ้างงาน ตรงนี้เปึนการกู้ ที่น่ารังเกียจครับ สิ่งที่กระผมอยากจะยกตัวอย่าง เราเพิ่งพิจารณางบกลางป้กันไปเมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับ ก็เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลนั้นเอาเงินส่วนหนึ่งมาแจก เงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับคนบางกลุ่ม หรืองบประชานิยมอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดการจ้างงาน ตรงนี้จะมีหลักประกันอะไรที่รัฐบาล จะทําให้เห็นชัดเจนว่า งบที่กู้มานั้นจะไม่ใช่การกู้มาเพื่อแจก รัฐบาลเพิ่งอนุมัติเงินสําหรับ เบี้ยยังชีพคนชรา ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินค่าตอบแทนตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนการสร้างหนี้ในอนาคต รัฐบาลจะเอาเงินตรงนี้ เอาค่าใช้จ่ายตรงนี้ มาจากไหน กู้อีกหรือเปล่า ท้องถิ่นกําลังตกอกตกใจว่า เอ๊ะ ฉันจะหาเงินที่ไหนมาให้กับ คนชรา เพราะปัจจุบันนี้คนชราอายุยืนขึ้น เขาจะต้องมีจํานวนมากขึ้น ๆ รัฐบาลจะหาเงิน มาจากไหน ต้องกู้อีกหรือเปล่า ตรงนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน กระผมจบ พอดีครับท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลชี้แจงเรื่องวัตถุประสงค์ในการกู้ให้ชัดเจนไม่ได้ ให้เห็น ชัดเจนนะครับว่า กู้มาเพื่อทําอะไร กระผมค่อนข้างที่จะรับลําบาก ในขณะเดียวกัน ก็อยากจะให้กําลังใจทางรัฐบาล ทําให้จริงนะครับวันพุธ วันพฤหัสบดีนี้ ในการที่จะสร้าง ความปรองดอง สร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้น รัฐบาลเท่านั้นแหละครับที่จะ ทําได้ เพราะต้องเอื้อมมือก่อนเนื่องจากเปึนผู้นํา ขอขอบคุณครับท่านประธาน