รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการกู้เงิน 63,000 ล้านเยน จากญี่ปุ่นเพื่อโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต และเน้นย้ำว่าโครงการที่ใช้เงินกู้ควรระบุชัดเจนว่าจะไปใช้ในโครงการไหน และไม่ควรใช้เงินกู้เพื่อการก่อหนี้เพิ่มขึ้น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบคุณท่านประธานครับที่ได้ให้โอกาสกระผมที่จะอภิปรายก่อน ที่จริงแล้วนี่เอกสาร ที่ได้มานี่ครับเปึนร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ์นและร่างสัญญาเงินกู้ ผมไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ นะครับ ผมเห็น ด้วยว่าการกู้เงินนี้ควรจะทํา รัฐบาลควรจะทํา เพราะว่าเปึนโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแน่นอน แต่กระผมมีประเด็นที่อยากจะติติงเพียงเล็กน้อยนะครับท่านประธาน วงเงินกู้ที่เรากําลัง จะกู้จากญี่ปุ์นหรือไจก้านี่นะครับ เปึนเงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ก็คิดง่าย ๆ เปึนเงินไทย ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่จริงแล้วมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก็ได้กําหนดกรอบวงเงินกู้นี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลก็สามารถที่จะดําเนินการได้เลย แต่บังเอิญมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ ผมบอกว่า มาตรานี้เปึนตัวปัญหา เปึนตัวปัญหาที่ทําให้การบริหารงานของรัฐบาลสะดุด ติดขัด เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๑๙๐ ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่ทําให้ถูกต้อง โอกาสที่จะถูกถอดถอน ถูกปลด เกิดขึ้นได้ตลอดเวลานะครับ ผมไม่อยากจะเท้าความถึง ท่านนพดล ปัทมะ ท่านก็โดนมาตรา ๑๙๐ มาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่แหละครับ ตัวปัญหาตัวนี้ที่ทําให้การปฏิบัติงานของรัฐมนตรีต้องสะดุดลง ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วเงินกู้ก้อนนี้ ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ได้ดําเนินการโดยรัฐบาลที่ผ่านมาตกลงกับ รัฐบาลญี่ปุ์นมาโดยต่อเนื่องครับ บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามารับตําแหน่ง ก็ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ์น ก็ได้ไปคุยกันนะครับ ก็ได้มีการตกลงร่วมกัน เพราะว่า รัฐบาลญี่ปุ์นต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งหลาย ได้รับทราบว่า มันมีอย่างนี้ครับว่า งบประมาณของญี่ปุ์นเขาจะสิ้นสุด เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ คือวันที่ ๓๐ นี้แหละครับ เพราะฉะนั้นการลงนามในหนังสือ แลกเปลี่ยนฉบับนี้ การตกลงในสัญญาจะต้องลงนามให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ สมมุติว่า กฎหมายฉบับนี้หรือการพิจารณาวันนี้ไม่ผ่าน ความเสียหายเกิดขึ้นท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลต้องนําหนังสือเข้ามาพิจารณาเกือบจะสิ้นเดือนแล้ว อีก ๔ วันแค่นั้นเอง จะต้องลงนามให้แล้วเสร็จ ความเสียหายมันเกิดขึ้นท่านประธาน ถ้าเกิดแอคซิเดนท์ (Accident) เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความเสียหายเกิดขึ้น พี่น้องประชาชน ก็จะไม่มีรถไฟฟัาสีแดงไว้ใช้ คนที่จะเดินทางจากบางซื่อไปรังสิตก็จะประสบปัญหา เดือดร้อนอีก อย่างนี้นี่นะครับ วันหลังต้องพิจารณาให้รอบคอบ รัฐบาลต้องรีบดําเนินการ อย่าไปเกรงกลัวครับ แผนการขั้นตอนในการทํางานของรัฐบาลต้องจัดให้รูปแบบที่มัน เปึนไปได้มากที่สุด ให้เวลากับตัวเอง ไม่ใช่ทําอะไรลวก ๆ แล้วบ้านเมืองมันจะเสียหาย โดยเฉพาะเงินกู้ก้อนนี้ท่านประธาน เขาบอกว่าการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใน ๗ ป้ ๓ เดือน เงินกู้ก้อนนี้ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยนะครับ การใช้จ่ายเงินก้อนนี้เขาบอกว่าซื้อสินค้า จากต่างประเทศได้ ถามว่าจะไปสนับสนุนให้มีการใช้จ่ายในประเทศ ซื้อสินค้าที่เปึน ผลิตภัณฑ์ในประเทศได้หรือไม่ มันไม่ได้นะครับ เพราะว่า โครงการอย่างนี้มันต้องนําเข้า ทั้งนั้น อย่างตัวรถไฟฟัาก็ดี รางรถไฟก็ดี คงไม่ได้ผลิตในประเทศไทยหรอกครับ ญี่ปุ์น เขาคงจะเอาจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศเขาเองที่ผลิตมา เงินก็ออกนอกประเทศ วันนี้ต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เข้าใจว่า โครงการ ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน หรือ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กําลังจะขออนุมัติสภานี้นะครับ ไม่ใช่เปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเห็นเงินหมุนไป กําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนไป ไม่ใช่นะครับ ผมยังเสียดายว่า เงินยอดนี้ ถ้าไม่ใช่เปึนรถไฟฟัาผมจะคัดค้าน เอามาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจ มาใช้ช่วยพี่น้องเกษตรกรคนยากคนจน เอาเงินไปแจกคนยากคนจน ๒,๐๐๐ บาท เหมือนที่แจกผู้มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทจะดีกว่าไหม อันนี้นะครับ ท่านประธาน ต้องฝากไว้ว่ารัฐบาลต้องฉุกคิด สิ่งไหนที่จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศ ฟุ๋นขึ้นมาโดยเร็ว จําเปึนอย่างยิ่ง ผมก็ไม่อยากจะไปก้าวล่วงถึงงบประมาณส่วนอื่น แต่ก็อยากจะฝากไว้ครับว่า งบประมาณรายจ่ายเหล่านี้มันเปึนประโยชน์ แต่มันจะเปึน ประโยชน์จริง ๆ ต้องเกิดการจ้างงาน เมื่อไปใช้แล้วการจ้างงานเกิดขึ้น พี่น้องประชาชน มีเงินจับจ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียน ผมอยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ไปยัง รัฐบาลด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้าย ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหล่านี้ไม่ใช่เปึนปัญหาใหญ่ เพราะโครงการเหล่านี้จะให้ดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ํา และการใช้หนี้กว่าจะใช้หนี้ก็ใช้ เวลานาน แต่ผมก็ดีใจครับที่ว่าโครงการอย่างนี้ใช้มาตรา ๒๒ ระบุชัดเจนว่าจะไปทําอะไร แต่เมื่อวานนี้ที่เราพิจารณางบก้อนเดียวกัน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ อันนั้นนี่นะครับมีปัญหา เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้บอกว่าจะไปใช้ในโครงการไหนให้ชัดเจน ซึ่งมันเปึนงบประมาณที่ผ่านมาตรา ๒๒ ผมต้องเน้นมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะพูดไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะกู้เงินที่เปึนเงินตราต่างประเทศ จะไปทําอะไร ต้องบอกให้ชัดเจน โครงการอะไรต้องเขียนให้ชัดเจนเพื่อความถูกต้อง อย่างไจก้าถูกต้อง เลยครับ ประชาชนได้รับประโยชน์ ถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไหม มันก็กระตุ้นแต่มันล่าช้า มันจะไม่ทันกิน ๗ ป้ ๓ เดือน กว่าจะเบิกจ่ายเงินกู้นี้ครบ และการก่อสร้างโครงการนี้ ก็จะต้องใช้เวลา อย่างน้อย ๆ ก็ ๕-๖ ป้กว่าจะสร้างเสร็จ หรืออาจจะไม่เสร็จก็แล้วแต่ นะครับท่านประธาน ผมก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ให้รัฐบาลได้ฉุกคิด เพราะวันนี้ เศรษฐกิจของประเทศชาติมีปัญหา เงินที่เรากู้มานั้นร่อยหรอไป เพดานเงินกู้ก็จะติดแล้ว ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มเพดานเงินกู้ให้กู้ได้มากขึ้น วันนี้ก็เริ่มออกมาแล้ว ว่าหนี้สาธารณะไม่เปึนปัญหาในประเทศ เอาละครับ เข้าใจ แต่อย่านําพาให้ประเทศชาติ ไปล่มจมโดยการกู้ กู้มาแล้วใช้เงินไม่เปึน ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ความล่มสลายมันจะ เกิดขึ้นท่านประธาน ผมเปึนห่วงสิ่งเหล่านี้นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ที่เกิดมาทุกคน วันนี้เปึนหนี้เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลชุดนี้มาก่อหนี้อีกก็เปึนหนี้เพิ่มขึ้นอีก ท่านประธาน ผมก็ไม่อยากจะให้ลูกหลานผมต้องใช้หนี้แทนประเทศชาติโดยที่เขาไม่ได้ รับรู้เลย ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ