รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการกู้เงินจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อการก่อสร้างรถไฟฟ้า และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกู้เงินนั้น โดยเฉพาะเงื่อนไขการกู้เงินจากไจก้า และเรียกร้องการพิจารณาให้รอบคอบในการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศและบุคลากรคนไทยให้มากที่สุด

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การที่ กระทรวงการคลังทําการกู้เงินจากประเทศญี่ปุ์นโดยผ่านทางองค์การความร่วมมือระหว่าง ประเทศแห่งญี่ปุ์น หรือไจก้านั้น ผมถือว่าเปึนทางออกที่ดีทางหนึ่งในการหาเงินทุน มาก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงรังสิต-บางซื่อ ตอนแรกนั้นผมเห็นร่างหนังสือ แลกเปลี่ยนฉบับนี้ก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดจึงกู้เงินจากไจก้า ทําไมไม่กู้เงินจากเจบิก หรือ ธนาคารญี่ปุ์นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะเจบิกนั้นทําหน้าที่ให้เงินกู้ แต่ไจก้า ทําหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า แต่เมื่อกระผมได้ดูข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นั้นมีการปรับโครงสร้างองค์กรในประเทศญี่ปุ์น มีการรวมเจบิกเข้ากับไจก้า ทําให้กลายเปึน นิว ไจก้า (New JICA) หรือไจก้าใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกู้เงินครั้งนี้ดังนี้ครับ

เงื่อนไขการกู้นั้น อัตราดอกเบี้ย ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ระยะเวลาการใช้หนี้ เงินกู้ ๒๕ ป้ และระยะเวลาปลอดหนี้ ๗ ป้นั้น ผมถือว่าเปึนเงื่อนไขที่ดี เปึนเงื่อนไข ผ่อนปรน เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้อื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตามครับ อัตราดอกเบี้ย ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งถือว่าต่ํานั้น ก็ยังสูงอยู่ครับเมื่อเปรียบเทียบกับ อัตราดอกเบี้ยที่เราเคยกู้ได้จากเจบิก คือ ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ เมื่อครั้งที่เราใช้ในการ ก่อสร้างรถไฟฟัาใต้ดินสายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง-บางซื่อ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดี ครับว่าเวลานี้ไจก้าได้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขเงื่อนไขการกู้ ทําให้อัตราดอกเบี้ยนั้น เพิ่มสูงขึ้น แต่ผมก็ดีใจครับที่รัฐบาลของเราได้ตัดสินใจเลือกเงื่อนไขเงินกู้ประเภทนี้ เพราะไม่ทําให้ประเทศไทยของเรานั้นต้องมีข้อผูกมัดกับประเทศญี่ปุ์นในเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง กล่าวคือ เราไม่จําเปึนต้องซื้อสินค้าอุปกรณ์วัสดุจากประเทศญี่ปุ์น ไม่จําเปึนต้องใช้ ผู้รับเหมาญี่ปุ์น เงื่อนไขการกู้บางประเภทนั้น อัตราดอกเบี้ยต่ํามากครับ เช่น ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ระยะเวลาใช้หนี้เงินกู้ยาวนานถึง ๔๐ ป้ และระยะปลอดหนี้นาน ถึง ๑๐ ป้ แต่เงื่อนไขเหล่านั้นมีข้อผูกมัดครับ เช่น เราจําเปึนต้องซื้อสินค้าวัสดุอุปกรณ์ จากญี่ปุ์นไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินสัญญา และจําเปึนต้องใช้ผู้รับเหมาหลัก ที่เปึนบริษัทญี่ปุ์น ท่านประธานครับ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจากไจก้าจะต่ําก็ตาม แต่เมื่อ มีการแปลงหนี้เงินกู้จากหนี้เงินเยนเปึนหนี้เงินบาทแล้ว ก็พบว่าอัตราดอกเบี้ยนี้นั้นจะเพิ่ม สูงขึ้นครับ สูงขึ้นกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ซึ่งอาจจะสูงกว่าการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้อื่น เช่น จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือ เอดีบี หรือจากธนาคารโลก ดังนั้นผมขอให้รัฐบาล พิจารณาให้รอบคอบครับว่า ควรจะกู้จากแหล่งใดมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ผมต้องการฝาก ไปถึงรัฐบาลก็คือ ขอให้รัฐบาลใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศให้มากที่สุด รวมทั้ง บุคลากรคนไทยต้องใช้มากที่สุดด้วยครับ เพราะผมไม่ต้องการให้ประเทศไทย ของเราต้องขาดดุลทางวิชาการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้นเรายังมีความจําเปึน เรายังใช้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศอยู่ไม่น้อยครับ ทั้ง ๆ ที่บุคลากรของเรามีความรู้ ความสามารถอยู่แล้ว นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เราขาดดุลทางวิชาการ การขาดดุลทาง วิชาการนั้นเริ่มตั้งแต่ช่วงการศึกษาจนถึงระยะเวลาการทํางานเลยทีเดียว ในช่วง การศึกษานั้นเราต้องซื้ออุปกรณ์ตําราจากต่างประเทศ บางสถาบันนั้นต้องจ้างอาจารย์ เปึนชาวต่างประเทศ บางคนส่งลูกไปเรียนตั้งแต่เยาว์วัย บางคนส่งไปเรียนช่วงป่ดเทอม บางคนไปเรียนขั้นอุดมศึกษา บางคนไปเรียนด้วยทุนเอง บางคนไปเรียนด้วยทุนรัฐบาล หรือบางคนไปเรียนด้วยทุนบริษัท เหล่านี้ล้วนเปึนการขนเงินออกนอกประเทศทั้งนั้น การลงทุนเพื่อการศึกษานั้นผมถือว่ามีความจําเปึน แม้ว่าเราจะขาดดุลในช่วงการศึกษา ก็ตาม แต่ถ้าเราสามารถนําความรู้มาพัฒนาประเทศของเราโดยไม่ต้องพึ่งพา ชาวต่างประเทศได้ ผมถือว่าเปึนการลงทุนที่เหมาะสม และหากบางคนสามารถนําความรู้ ความสามารถไปช่วยพัฒนาประเทศอื่นได้ และสามารถนําเงินตรากลับเข้าสู่ประเทศเราได้ ผมถือว่าเปึนการใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างคุ้มค่า แต่ท่านประธานครับ เมื่อมองไปที่ การพัฒนาบางโครงการกลับพบว่าคนไทยของเรานั้นถูกป่ดกั้นโอกาสอยู่ไม่น้อยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานนั้นมีขั้นตอนหลัก ๓ ขั้นตอน ก็คือ ๑.การทําการศึกษาความเหมาะสม ๒. ออกแบบรายละเอียด และ ๓. ทําการก่อสร้าง บทบาทของต่างประเทศนั้นนะครับ มีตั้งแต่ช่วงศึกษาความเหมาะสมจนถึงการก่อสร้าง ในช่วงการศึกษาความเหมาะสมนั้น ต่างประเทศมักจะให้เงินฟรีเปึนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าครับ แต่การทําธุรกิจนั้น ไม่มีคําว่า ฟรี หรอกครับ เขาจะส่งผู้เชี่ยวชาญของเขามาทําการศึกษาให้เราเปึน การขนเงินกลับประเทศของเขา คนไทยของเราได้ส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยครับในการ ร่วมมือทําการศึกษาของเขา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ข้อมูลที่ดีกลับไปประเทศของเขาด้วย ข้อมูลเหล่านี้เปึนลู่ทางทําธุรกิจที่ดีในขั้นตอนต่อไป เพราะในขั้นตอนการศึกษา ความเหมาะสมแบบรายละเอียดนั้นเขามักจะเสนอแนะให้ใช้อุปกรณ์วัสดุต่าง ๆ ที่ทําหรือ ผลิตในประเทศของเขาไม่ทางตรงก็ทางอ้อมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หนทางแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้นั้นหนีไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องหาทางให้คนไทยได้มีโอกาสทํางาน ให้มากที่สุดทุกขั้นตอน พูดได้ว่าพยายามหาทางให้เงินไหลเวียนอยู่ในประเทศ จะอยู่ที่ บริษัทใดนั้นไม่ใช่ประเด็นสําคัญ การให้คนไทยทํางานนั้นนอกจากใช้ค่าใช้จ่ายต่ํากว่า แล้วเรายังมีความรักบ้านเมืองของเรา ต้องการเห็นการพัฒนาเปึนไปอย่างถูกทิศถูกทาง ต่างกับคนต่างชาติครับ เขาทํางานเสร็จแล้วก็กลับบ้านไป บางคนยังทิ้งปัญหาต่าง ๆ นานาให้เราแก้ไขกันอีก ดังที่หลายท่านได้ประจักษ์ปัญหาในหลายโครงการนะครับ แม้ว่าจะเปึนการดําเนินงานโดยชาวต่างประเทศที่เราคิดว่าเปึนผู้เชี่ยวชาญก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ผมไม่ได้หมายความว่าเราไม่จําเปึนต้องใช้ ชาวต่างประเทศเลย เรายังมีความต้องการ ยังมีความจําเปึนต้องใช้ชาวต่างประเทศครับ แต่ควรจะใช้ให้น้อยลง เพื่อลดการขาดดุลทางวิชาการครับ ท่านประธานครับ การกู้จากไจก้าครั้งนี้เรากู้ ๖๓,๐๑๘ ล้านเยน คิดเปึนเงินไทยเงินบาทประมาณ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่วงเงิน การก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้นะครับ คิดเปึนเงินทั้งหมด ๗๕,๕๔๘ ล้านบาท เรายังขาดเงินอยู่ประมาณ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะหาจากที่ไหน หรือมีแนวทางให้เอกชนร่วมลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการบริหารรถไฟฟัา เรื่องนี้ต้องฝากไปที่รัฐบาลด้วยครับ พูดถึงค่าก่อสร้างแล้วครับ ผมรู้สึกเปึนห่วงครับ ค่าก่อสร้างนั้นมีการปรับขึ้นเปึนระยะ ๆ เริ่มในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๘ ราคาก่อสร้าง รถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้นะครับอยู่ที่ ๔๖,๐๖๖ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ครับเพิ่มขึ้นมาเปึน ๗๕,๕๔๘ ล้านบาทครับ เพิ่มขึ้นมากทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ํามันถูกลง ทั้ง ๆ ที่เงินบาทของ เราแข็งตัวขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลทบทวนอีกครั้งครับว่าราคาก่อสร้างนั้นควรจะปรับ ลดลงได้หรือไม่ การก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงช่วงนี้ผมถือว่ารัฐบาลตัดสินใจถูกต้องครับ เพราะเปึนเส้นทางที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารเปึนจํานวนมาก เปึนการเชื่อมชานเมืองกับ ตัวเมือง เปึนการขนคนจากแหล่งที่อยู่อาศัยมาสู่แรงงานครับ และอีกทั้งเรามีสถานี ปลายทางคือ สถานีรังสิต ซึ่งถือว่าเปึนศูนย์รวมของการเดินทางจากชานเมืองตอนเหนือ กรุงเทพฯ ฯ ครับ เปึนการขนคนจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมือง ท่านประธานครับ ผมอยาก เห็นโครงการนี้ได้รับความสําเร็จเปึนรูปธรรมโดยเร็วครับ ก็อยากจะฝากว่ารัฐบาลต้อง มีรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจนนะครับว่า เราจะลงทุนโดยภาครัฐนั้นเปึนเงินเท่าไร จากจํานวนเงินทั้งหมด ๗๕,๕๔๘ ล้านบาทนั้น รัฐต้องควักกระเปิาเท่าไร ต้องหาเงินกู้หรือ เอกชนร่วมลงทุนเท่าไร ต้องคิดให้รอบคอบนะครับว่าถ้าเอกชนลงทุนนั้นดีหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการเดินรถไฟฟัา ดังเช่น โครงการรถไฟฟัาใต้ดิน สายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง–บางซื่อครับ ภาครัฐลงทุนทั้งหมด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ ที่เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึนการให้เอกชนลงทุนครับ เปึนการให้สัมปทาน ระยะเวลา ๓๐ ป้ในรูปแบบ บีทีโอ (BTO) บิวด์ ทรานเฟอร์ โอเพอเรท (Build Transfer Operate) ครับ ผมขอฝากทั้งหมดนี้ไปที่รัฐบาลครับ ขอบคุณครับ