รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ประพนธ์ นิลวัชรมณี หารือเรื่องการกู้เงินระหว่างรัฐบาลไทยกับญี่ปุ่น โดยแสดงความพอใจที่รัฐบาลได้แสดงความโปร่งใสและเชื่อมั่นในการใช้เงินกู้นี้ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และขอให้รัฐบาลพิจารณาความจำเป็นในการจ้างที่ปรึกษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลเพิ่มภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทที่ปรึกษา และเตรียมจะนำรายละเอียดของสัญญาเงินกู้นี้มาเสนอ

นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมดีใจนะครับที่รัฐบาลได้ตัดสินใจเอากรอบการเจรจาเงินกู้ระหว่าง ประเทศ แล้วก็สัญญาเงินกู้ระหว่างประเทศนี้เข้ามาให้ทางรัฐสภาได้รับทราบและอนุมัติ หลักการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องปกติธรรมดาของหน่วยราชการที่ได้ กระทํากันมาหลายสิบป้ มีโครงการกู้เงินอย่างนี้นับพันโครงการ ก่อนหน้านี้ผมมี ความคิดเห็นว่า งานอย่างนี้ ภาระอย่างนี้ ไม่จําเปึนที่รัฐบาลต้องนํามาเข้าสู่รัฐสภาและ คิดว่ามาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ผมคิดว่า ไม่น่าจะครอบคลุมถึงภารกิจอันนี้ แต่อย่างไรก็ตามครับ จากที่ได้ฟังการนําเสนอ การอภิปรายทั้งคําชี้แจงของรัฐมนตรีและของเพื่อนสมาชิกนั้น ผมดีใจครับ เพราะเรื่อง อย่างนี้หากรัฐบาลมีความโปร่งใส มีความเชื่อมั่น มีความซื่อสัตย์สุจริตที่จะกู้เงินมาใช้เพื่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่ดีครับ ที่จะทําให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ได้รับทราบ พี่น้องประชาชนที่รับฟังก็จะได้รับทราบส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็จุดเริ่มต้นว่า การกู้เงินนั้นไปเพื่อทําอะไรบ้างอย่างไรครับ ผมจึงดีใจครับที่รัฐบาลได้ตัดสินใจนํากรอบ การเจรจาเงินกู้และสัญญาเงินกู้นี้มาเพื่อให้รัฐสภาได้พิจารณา ผมก็จะไม่ใช้เวลามาก จะไม่ซ้ําประเด็นกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายกันมามากแล้วนะครับ แต่ที่มีการท้วงติงกัน เรื่องเกี่ยวกับการนําเสนอของรัฐบาล เกี่ยวกับกรอบสัญญาเงินกู้นี้ว่าไม่สมบูรณ์นั้น ซึ่งเมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนไปครั้งหนึ่งแล้วว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลได้แสดงความโปร่งใส มาถึงระดับอย่างนี้แล้วก็เปึนที่น่าพอใจ เพราะว่าโครงการอย่างนี้มันเรื่องปกติ มันผิดกับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๙๐ ฉบับ ๒๕๕๐ นั้น การกู้เงินอย่างนี้ครับมันไม่เหมือนกับ สัญญา สัญญาที่ทางรัฐบาลไปทําสัญญาเกี่ยวกับอธิปไตยดินแดนของประเทศ เหมือนอย่างที่รัฐบาลที่แล้วได้ทํามา มันต่างกันมากครับ เพราะนั่นบางที ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ จึงจะมีการทําครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลที่ผมว่ารัฐบาลนี้มีความโปร่งใสมากแล้ว นะครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมมีรายละเอียดของสัญญาเงินกู้ระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ์นที่จะนําเสนอในรายละเอียดอยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกก็คือเรื่องของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง มีความขัดแย้งกันอยู่ บ่อยครั้งระหว่างระเบียบพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลไทย กับของประเทศผู้ให้เงินกู้ หรือเจ้าของโครงการเงินกู้ ไม่ว่าจะเปึน เวิลด์ แบงก์ เอดีบี หรือว่าเจบิกก็ตามครับ ทราบว่าขณะนี้นั้น เวิลด์ แบงก์ แล้วก็กรมบัญชีกลางได้มีการเจรจากันเพื่อทําความเข้าใจ ในเรื่องนี้ให้เปึนทิศทางในแนวเดียวกันนั้น กําลังเจรจาเกี่ยวกับเรื่องการพัสดุอย่างนี้ ยกตัวอย่างเช่น การประกวดราคาของประเทศไทยนั้น หลังจากมีการยื่นซอง เป่ดซอง ดูราคากันแล้ว คณะกรรมการเป่ดพิจารณารับราคานั้นสามารถที่จะต่อรองราคาได้ แม้ราคานั้นจะไม่สูงกว่าราคากลาง แต่ว่าในข้อจํากัดของสัญญาเงินกู้ระดับ เวิลด์ แบงก์ หรือระดับ เจบิก เอดีบี นั้น ได้มีข้อจํากัดไว้ว่า ในเมื่อการประกวดราคานั้นไม่สูงกว่า ราคากลาง ห้ามให้รัฐบาลไทยต่อรองราคาอีก ซึ่งอันนี้นั้นผมว่าพฤติกรรมของการประกวด ราคาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ์น หรือประเทศอื่นนั้นมันมีความแตกต่างกัน ในพฤติกรรมของการปฏิบัติครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ควรจะทําความเข้าใจกันให้เปึนที่ แน่ชัดจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต

อีกประเด็นหนึ่งครับก็คือว่า เรื่องของในสัญญาเงินกู้นั้นมีภาระแน่ชัดอยู่ อันหนึ่งคือว่าต้องจ้างที่ปรึกษา จ้างที่ปรึกษานี่ก็มี ๒ ระดับ ระดับแรกคือจ้างที่ปรึกษา มาเพื่อพิจารณาโครงการว่ามีผลคุ้มค่าไหม รูปแบบของโครงการเปึนอย่างไร ที่ปรึกษา ระดับสองก็คือว่า หลังจากมีโครงการที่เรียบร้อยแล้ว มีการกู้เงิน มีการเริ่มประกวดราคา เซ็นสัญญานั้น จะมีที่ปรึกษาในระดับของควบคุมดูแลงานก่อสร้างให้เปึนไปตามสัญญา ต่าง ๆ ครับ ที่แล้วมาจากการสอบถาม จากการตรวจสอบว่าที่ปรึกษาที่เราจ้างมานี่ก็ใช้ เงินสูงพอสมควรนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกว่าประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบันนี้ นะครับ ซึ่งเปึนเงินนับร้อยล้านและเปึนพันล้าน แต่ว่าที่ปรึกษาที่เข้ามาให้คําปรึกษา โครงการนี้นะครับ เท่าที่ปฏิบัติมาก็เพียงแต่ว่ามาเหมือนเปึนผู้ที่คอยตรวจสอบว่า การปฏิบัติงานของโครงการนั้นผู้รับเหมาทําไปถึงไหน แล้วก็ตรวจสอบการทํางานว่า มันเรียบร้อยแค่ไหน เพื่อที่จะรับรองรายการเพื่อจะไปเบิกจ่ายเงินจากเงินกู้เท่านั้นครับ ซึ่งอันนี้ผมว่าจ้างที่ปรึกษาในราคาที่สูงความรับผิดชอบน่าจะสูงกว่านั้น ไม่ใช่มีเพียงมา เปึนผู้ที่เหมือนกับไปรษณีย์ มาเพียงเปึนผู้ประทับตราเซ็นชื่อใน เพย์เมนท์ (Payment) อันนี้เปึนเรื่องสําคัญครับท่านประธาน ที่ผมยกมาเปึนประเด็นในการที่เสนอรัฐบาล เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าโครงการนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง อย่างสนามบินสุวรรณภูมินี่ครับ โครงการสนามบินสุวรรณภูมิมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง หลายอย่าง หลังจากที่มีการรับรองตรวจสอบสัญญากันเรียบร้อยแล้วนะครับ ปรากฏว่า มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่าง ๆ ลดสเปกลงจากมาตรฐาน เอ เปึน บี เปึน ซี ลดขนาด ลง แยกส่วนออกไปนะครับ อย่างโครงสร้างของเหล็กก็ลดความหนาลง อันนี้เพื่อนผมเปึน คนไปลดขนาด ลดสเปกกันเองครับ เพราะว่าเพื่อนผมทําด้วยความบริสุทธิ์ใจว่ามันจะ เปึนการลดงบประมาณครับ แต่อันนี้รัฐบาลชุดนั้นก็ออกมาเที่ยวหลอกประชาชนว่า ประกวดราคาแล้วสามารถลดเงินลงได้ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเรื่องที่ เสียหายกับโครงสร้าง เสียหายกับรูปแบบของสนามบินสุวรรณภูมิอย่างยิ่งจนเปึนปัญหา จนถึงปัจจุบันนี้ครับ

อีกประการอย่างหนึ่งอย่างเรื่องของ ซีทีเอ็กซ์ (CTX) เหมือนกันนะครับ ที่ปรากฏความเสียหายกับประเทศชาติ ปรากฏว่าเรื่องอย่างนี้นะครับ บริษัทที่ปรึกษา ที่จ้างมาไม่มีส่วนรับรู้ ไม่มีส่วนจะเสนอแนะ ไม่มีส่วนแสดงความคิดเห็นในการ ที่จะบอกเราซึ่งเปึนเจ้าของเงินงบประมาณว่าโครงการแก้ไขอย่างนี้มันดีหรือไม่อย่างไร นะครับ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องซื้อเครื่อง ซีทีเอ็กซ์ ตั้ง ๒๖ เครื่อง เสียเงินมหาศาล เปึนโครงการที่โด่งดังไปทั้งประเทศว่ามีการคอร์รัปชันกันอย่างมากมายนะครับ ผมจึงขอ ฝากไปถึงรัฐบาลว่าขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเงินกู้ทั้งหลายนี้ได้เพิ่ม ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเราจ้างกันมาเปึนร้อยล้านบาท พันล้านบาทนั้นให้มีภาระรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ด้วยเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติและของประชาชนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ