รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องความไม่เห็นด้วยในบางส่วนของสัญญาเงินกู้ และขอให้รัฐบาลเข้าใจรายละเอียดของสัญญานั้น โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีแจ้งนายกรัฐมนตรีและประชาชนเกี่ยวกับการใช้อำนาจ และให้รัฐสภามีบทบาทในการควบคุมอำนาจฝ่ายบริหาร

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงผมเองไม่ได้ตั้งใจที่พูดเมื่อวานนี้ เนื่องจากว่าคิดว่าทางสมาชิกรัฐสภาจะให้ ความเห็นที่หลากหลายแล้ว แต่เมื่อมาตรวจสอบและมานั่งฟังตลอดเห็นว่ามีหลายเรื่อง ที่ต้องขอแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เปึนหลักฐานในสภานี้ ผมพูดทุกครั้งผมจะยึดโยง รัฐธรรมนูญกับรัฐบาล ผมคิดว่ามี ๓ เรื่องที่สําคัญที่อยากจะบอกรัฐบาลให้เข้าใจว่า

เรื่องที่ ๑ มันไม่ได้เปึนกรอบอย่างเดียวอย่างที่ท่านพูดกันนะครับ มันเปึน รายละเอียดของสัญญาเงินกู้ด้วย เปึนสาระสําคัญที่จะต้องมาดูกันว่าสาระสําคัญอย่างนี้ มันจะมีผลต่อรัฐบาล ต่อประชาชนอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ก็คือ พูดกันตลอดว่าที่ต้องนําเข้ามาเนื่องจาก มาตรา ๑๙๐ พูดแค่นี้แล้วก็จะต้องอ้างว่าไม่ต้องไปฟังอะไรมากก็ได้ เพราะมันเริ่มต้นมาแล้วเปึนไปตาม มาตรา ๓๐๕ ฝ์ายบริหารก็คงคิดอย่างนี้ เพราะในมาตรา ๓๐๕ ได้ยกเว้นไว้ แต่ท่านอ่าน ให้ละเอียดนะครับ เขายกเว้นว่า อันไหนที่ทํามาแล้วไม่ต้องนําวรรคสามมาปฏิบัติ แต่อันไหน ที่ยังไม่ได้ทําต้องเข้มงวดในวรรคสาม คุณฐิติมาได้พูด ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ได้ชี้แจงว่า ท่านเห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นไม่พอ ผมจะเพิ่มตรงนี้นิดหนึ่งครับท่านเมื่อเทียบเรากับ อเมริกา ๒ วันนี้ข่าวใหญ่ ผู้มีอํานาจสูงสุดของอเมริกาเขาบอกว่า เขาจําเปึนต้องขอ อํานาจจากรัฐสภาเพื่อไปดําเนินการกับสถาบันการเงิน ซึ่งเขาไม่มีอํานาจควบคุม นั่นแสดงว่ากฎหมายของประเทศเขาเอาอํานาจของฝ์ายบริหารมาไว้ในรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นของ มาตรา ๑๙๐ ให้อํานาจมาอยู่ที่สภา แต่มันหนักเข้าไปอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ ตรงนี้สําคัญนะครับ ท่านรัฐมนตรีต้องนําไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องขออํานาจกับเจ้าของประเทศ โดยตรงนะครับ คือ ประชาชน เวลาผมพูดคุยกับนักกฎหมายของพรรคท่าน ของฝ์ายรัฐบาลซึ่งรู้จักกันดี ผมรู้สึกว่าท่านไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งองคาพยพ ของมัน ไม่ได้หมายความ มาตรา ๑๙๐ ท่านจะเกี่ยวข้องกับวรรคท้ายเท่านั้นนะครับ ท่านไปดู มาตรา ๒๗๑ ชาวบ้าน ๒๐,๐๐๐ คน ถ้าสาระสําคัญมีผลกระทบกับเขา แล้วท่านไม่ให้ความรู้เขาเพียงพอ ไม่ให้เขาเข้าถึงในกรอบนี้ เขา ๒๐,๐๐๐ คนนะครับ ก็สามารถดําเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ได้เลย ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนปัญหาแน่นอน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าวันนี้คนปริวิตกไม่ไว้ใจองค์กรใด ๆ เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐบาลของเราเอง หรือรัฐสภาเอง หรือประชาชนเอง ไม่ได้มีอํานาจจริง ๆ อํานาจ ของประเทศไทยไปอยู่ที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นฝ์ายบริหารจะไปคิดว่า ท่านผ่านกระบวนการนี้โดยมือมากยกให้ผ่านได้ท่านจะยุติ เพราะว่าคําอภิปรายของผม และของหลาย ๆ ท่านมันจะเปึนใบเสร็จที่สําคัญว่า ท่านไม่ได้ห่วงใยหรือใช้อํานาจตาม รัฐธรรมนูญ จะเข้ามาตรา ๒๗๐ นะท่านนะ หลายท่านเวลาผมพูดก็หาว่าผมข่มขู่ ผมบอก ว่าไม่ใช่ ท่านดูให้ดีนะครับ ผมจะฉายภาพสั้น ๆ ให้ท่านดู ท่านเห็นไหมครับ ท่านผ่านมติ ครม. วันที่ ๑๐ วันนี้วันที่ ๒๕ เพียง ๑๕ วันนะครับ และสาระสําคัญของสัญญาเงินกู้ ใครจะรู้ ท่านเผยแพร่ผ่านสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ องค์กรต่าง ๆ ของประชาชนเขาไม่รับรู้ นะท่าน เพราะฉะนั้นเมื่อพูดประเด็นนี้ท่านต้องระมัดระวังเรื่องไหน ท่านครับ ยังไม่มีใคร พูดถึงว่าร่างสัญญาเงินกู้รายละเอียดสาระสําคัญเปึนอย่างไร ท่านดูนะครับ ข้อ ๑ ๑.๑ บอกจํานวนเงินที่จะได้กู้ ๑.๒ บอกดอกเบี้ย ๑.๓ บอกระยะเวลา นี่เราได้นะครับ แต่ตั้งแต่ ข้อ ๑.๒. (๑) (๒) (๓) เรายังได้ แต่พอ ๑.๓ ท่านครับ เปึนข้อผูกมัดเลยนะท่าน เปึนข้อ ผูกมัดว่า การขนส่งทางเรือ การประกันภัย เรายุ่งเขาไม่ได้นะครับ เขาให้ยกเว้นนะครับ ยกเว้นเอกสิทธิ์ของประเทศไทยเราเลย ๑.๔ การชําระเงินต้น ก็ยกเว้นเอกสิทธิ์อีก เหมือนกัน แล้ว ๑.๕ ต้องดูแลความปลอดภัยคนของเขาด้วย นี่เปึนข้อผูกมัดที่ท่านคิดว่า ชาวบ้านโดยทั่วไปวันนี้เขายอมได้หรือ ผมมีตัวอย่างเล็ก ๆ ที่สําคัญมากนะครับ ที่รัฐสภา แห่งนี้ต้องรับทราบ ทําไมผมเรียกว่า มันเล็ก ๆ เพราะว่าไม่มีใครสนใจเลย วันนี้ประเทศไทย ปกครองโดยอะไร ผมถามท่านผ่านท่านประธานไป ท่านครับ สภาพัฒน์เราเปึนกังวล ก็มีสภาที่ปรึกษาเข้ามาแก้ แต่มีหน่วยงานอื่นนะท่านประธานครับ หน่วยงานที่สําคัญ หน่วยงานหนึ่งทําผิดหน้าที่ วันนี้ต้องบอกอย่างนี้นะครับ ผมกล่าวหากฤษฎีกาครับ กฤษฎีกาโดยอํานาจคุณเปึนที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาล ถามว่ากฎหมายมันขัด หรือแย้งกันอย่างไรคุณก็บอกมา แต่วันนี้กฤษฎีกาทําหน้าที่เปึนนักยุทธศาสตร์ประเทศ ไม่เห็นด้วย ใช้ไม่ได้เลยนะครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การลงทุน ผมพูดให้มันเห็นว่า การลงทุนครั้งหนึ่ง และกฤษฎีกาทําให้มีปัญหาอย่างไรท่านดูนะครับ การลงทุนใน กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกระทรวงกลาโหม มูลค่าเปึนแสนล้านบาท นะครับ เงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท วันนี้รัฐบาลโดยรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็ไปขอให้ กฤษฎีกาดูว่า ทหารเขาขอเปลี่ยนแปลงกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของทหารให้เหมือน ต่างประเทศเขา คําตอบคืออะไรครับ ทําไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าจะแข่งขันกับ เอกชน นี่แสดงว่ากฤษฎีกาต้องการให้ประเทศนี้ตกอยู่ในใต้อุ้งตีนของนายหน้าค้าอาวุธ หรือครับ ผมกล่าวหาแรง ๆ อย่างนี้เลย เพราะอะไรครับ มีโรงงานอาวุธโรงงานหนึ่งลงทุน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท หลายป้มานี้ผลิตแค่ ๑๐.๘ เปอร์เซ็นต์ครับท่าน แล้วต้องไปซื้อ ต่างประเทศเพราะอะไรครับ ลงทุนก็ไม่ได้ ร่วมทุนก็ไม่ได้ ประเทศอื่นเขาไม่เปึนอย่างเรา นี่กฤษฎีกาต้องทบทวนตัวเอง นะครับ ผมฝากรัฐสภาช่วยดูแลด้วย ท่านประธานที่เคารพ ทําไมผมมีอารมณ์กับ เรื่องนี้มาก ในวิกฤติการเมืองอย่างนี้ วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ การลงทุนมันเกิดได้ อย่างเดียวคือลงทุนในอุตสาหกรรมทหาร เราซื้อเราต้องมีเงื่อนไขที่จะให้เขามาลงทุนด้วย เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะพูดไหม เกี่ยวครับ ในข้อผูกมัดของเรานี่เราซื้อ เขาบอกว่าให้เราได้ซื้อ กับประเทศไหนก็ได้ เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ซื้อของคุณแล้วคุณต้องมาลงทุนในเราด้วย ยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ ซื้อรถไฟคุณมาลงทุนประกอบบ้านเราบ้างไหม แล้วไปขายให้ ต่างประเทศอีก อย่างตอนนี้นะครับ ถ้าเปลี่ยนกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียว ที่อนุมัติให้ซื้อรถ หุ้มเกราะ หลายประเทศเขาพร้อมจะมาลงทุนหลายหมื่นล้านบาทเพื่อจะขาย เราซื้อแค่ ๙๐ คัน แล้วเขาจะขายให้ประเทศเพื่อนบ้านเราได้หลายร้อยคัน เราก็ยังได้กําไรส่วนนั้น อยู่ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะข้อผูกมัดในสาระสําคัญแห่งสัญญาเงินกู้ ท่านต้องกลับไปพิจารณาและทําไปแก้ไข อย่าเอาเท่านี้นะครับ ถ้าท่านเอาเท่านี้ผมคิดว่า ชาวบ้านเขาคงรับไม่ได้ ผมมีเวลาแค่นี้เอง ท่านประธานครับ แต่ผมจะสรุปอย่างนี้นะครับว่า ผมไม่เห็นด้วยเลยที่ละเลยอํานาจของเจ้าของประเทศที่แท้จริง แล้ววันนี้สภานี้ผ่านให้คุณ นะครับ ถ้าประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนไม่ผ่าน ท่านต้องรับกรรมตามมาตรา ๒๗๑ ในกระบวนการมาตรา ๒๗๐ ขอบคุณครับท่านประธานครับ