ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอกรอบการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และหารือเรื่องการกู้หนี้สาธารณะระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีตอบว่าได้ดำเนินการตามกฎหมาย และเสนอกรอบการเจรจาเพื่อให้รัฐสภาใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณา และหารือเรื่องการกู้เงินจากธนาคารโลก ไจก้า และอื่นๆ โดยเรียกร้องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในการให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้กระผมได้มีโอกาส พูดจาแสดงเหตุแสดงผล ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบการเจรจาในการกู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ช่วยพิจารณา เพื่อให้ความ เห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะลงไป ในรายละเอียด กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าประเด็นไหน ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว กระผมจะไม่ลงไปในรายละเอียด แต่จะเปึนประเด็นที่ เพิ่มเติม เปึนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบที่เสนอมา ท่านประธานครับ โดยรวมแล้วกรอบที่ ทางรัฐบาลเสนอมาในโครงการนี้ที่จะกู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ มีอยู่ ๖ เรื่อง ๖ กรอบใหญ่นะครับ ๖ เรื่อง ๖ กรอบใหญ่ก่อนที่กระผมจะลง รายละเอียด ๖ กรอบใหญ่ตรงนี้ กระผมขออนุญาตท่านประธานถามท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับว่า
เรื่องที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีมีความมั่นใจหรือไม่ว่า ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เรื่องของหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเท่าที่ดูสัดส่วนของตัวเลขจะไม่เกินกรอบวินัยการเงิน การคลังที่ดี ถ้าตามที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือเปึนตามหลักสากล คําถามกระผมตรงนี้นะครับ ถ้าเราดูป้ ๒๕๔๒ หนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔.๐ ล้านล้านบาท ป้ ๒๕๔๓ อยู่ที่ ๔.๔ ล้านล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ แต่รายได้ที่เปึนผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศเรา ถ้าดูตามคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตแล้ว กระผมคิดว่า ดีที่สุดประมาณ ๑ ล้านล้านบาทที่เราจะสูญเสียไป นั่นหมายความว่า ถ้าดูจากป้ ๒๕๕๑ ๙.๑ ล้านล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ โดยประมาณครับ ๘ ล้านล้านบาท ถ้าคาดการณ์อย่างนั้น ถ้าดีที่สุดอยู่ตรงนั้น หรือ ๘ แสนล้านบาท หรือตีว่า ๑ ล้านล้านบาท เพราะว่าจริง ๆ เรา ควรจะมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ ๓ แต่กลับติดลบ ก็คือไป กลับ นั่นคือคําถามข้อแรก ของกระผมเรื่องวินัยการเงินการคลัง
ข้อที่ ๒ ครับ เรียนถามท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของวัตถุประสงค์ที่ท่าน ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ มีสมาชิกหลายท่านแสดงความคิดเห็นไปแล้วว่าท่านยึดเอา ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะป้ ๒๕๔๘ แก้ไขป้ ๒๕๕๑ เปึนแนวทาง กําหนดไว้ในวัตถุประสงค์ แล้วตรงนั้นเองก็บอกว่าการกู้หนี้สาธารณะระหว่างต่างประเทศก็ต้องทําตามมาตรา ๒๒ เพื่อนสมาชิกหลายท่านเน้นไป ต้องมีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบว่าท่านมั่นใจนะครับว่าได้ดําเนินการตามที่กฎหมายกําหนด
ในเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกลับมาลงในรายละเอียด กรอบทั้ง ๖ กรอบที่ท่านเสนอมาให้เราพิจารณานะครับมีกรอบเรื่องของวัตถุประสงค์ของ การกู้เงิน ซึ่งแน่นอนครับพอสรุปย่อ ๆ ได้ ๒ เรื่องใหญ่ ก็คือเรื่องของการสนับสนุน การลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้เงินตราระหว่าง ประเทศ แล้วก็เรื่องที่ ๒ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านการเงินของประเทศตามที่ท่าน ชี้แจงต่อรัฐสภา เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ท่านต้องทํา ๒ อย่างครับ ท่านต้องชี้แจงในรายละเอียดด้วยแล้วก็เสนอกรอบมาด้วย ท่านเสนอมาครับ ๖ กรอบ ความหมายของกระผมในเรื่องนี้เปึนคําถามเหมือนข้อที่ ๒ ก็คือว่า สิ่งที่ท่านต้องนําไปใช้ ถ้าเปึนตามวัตถุประสงค์นี้เพื่อนสมาชิกก็อยากจะรู้ว่าท่านต้องการทําอะไร จะฟุ๋นฟู เศรษฐกิจด้านใดให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่มันจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เพราะว่าเท่าที่ดูระยะเวลาดูกรอบต่าง ๆ ที่ท่านให้มานี่ ท่านคิดว่าจะต้องใช้เงินภายใน ๓ ป้ แล้วกระผมดูกรอบเวลาที่ท่านขอกับสภานี่ครับ เงินเบิกเร็วที่สุดจากธนาคารโลก กรกฎาคมนะครับ จาก เอดีบี จากธนาคารพัฒนาเอเชีย แล้วก็จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ์นในเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๒ นั่นหมายความว่าที่ท่านจะได้เงินมาในเดือนกรกฎาคมแล้วก็เดือนกันยายน ท่านก็เข้าสู่ โครงการ เม็ดเงินอยู่ที่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทราบเม็ดเงินอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเท่าที่กระผมศึกษารายละเอียดของกระบวนการวิธีการกู้เงินของ กระทรวงการคลังเองที่เขียนมาอย่างชัดเจนในเอกสารประกอบของสมาชิกในวันนี้ กระผม ว่าเขาเก่งมากครับที่ทําเรื่องนี้มา มีรายละเอียดมีกระบวนการทั้งหมด มีถึงแม้กระทั่งว่า ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านจะตัดสินใจที่จะ เสนอกรอบในวันนี้กระผมเข้าใจว่ามีโครงการอยู่หมดแล้ว ไม่น่าเกลียดเลยครับที่ท่านจะ เสนอโครงการและแผนงานมาพร้อมกับกรอบเจรจาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ใช้เปึน เครื่องมือในการพิจารณาไม่ได้เสียหายนะครับท่านประธาน ถึงแม้ท่านจะเสนอกรอบ นั่นประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของกรอบตามวัตถุประสงค์
เรื่องที่ ๒ ครับ เปึนกรอบของวงเงินกู้ กระผมจะไม่ลงรายละเอียดครับ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญตรงนี้ เพราะว่าท่านกู้จากธนาคารโลก ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ จาก เอดีบี ๕๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็จาก ไจก้า อีก ๕๐๐ ล้านเหรียญ คําถามที่กระผมจะถามในเรื่องนี้ ก็คือว่า ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญนี่ท่านต้องมีตัวเลขที่ชัดเจนอยู่แล้ว ตอนที่ท่านจะไปรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนหลังจากที่เสนอกรอบแล้ว กระผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้น จะเปึนประโยชน์กับการที่ท่านจะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้ แล้วก็เปึนข้อมูลที่จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่จะได้แสดงความคิดเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญได้กําหนดให้ทางคณะรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลกับ พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและรับฟังความคิดเห็น จริงอยู่ครับท่านจะทําช่วงไหนก็ได้ ยิ่งทําช่วงก่อนที่จะเสนอกรอบให้รัฐสภาได้รับทราบก็ยิ่งเปึนประโยชน์ เพราะว่าท่าน กําหนดกรอบไว้ให้เรา แต่ก็ไม่จําเปึนครับ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุอย่างนั้น ขณะที่ ท่านเสนอกรอบ เสนอเสร็จแล้วท่านจะเอากรอบนี้พร้อมกับรายละเอียดโครงการลงไปให้ พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลโดยละเอียด แล้วก็รับฟังความคิดเห็นเขาไปด้วยก็ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เราอยากเห็นหลังจากที่เราอนุมัติกรอบให้ท่านไปแล้วใน ๖ กรอบ ท่านไปรับฟังความคิดเห็น กระผมเองมีคําถามต่อไปว่าความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้นจะกลับเข้ามาสู่สมาชิก รัฐสภาได้อย่างไร ท่านจะมีการเปลี่ยนแปลงกรอบหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดที่จะเปึนร่างสัญญาที่จะเสนอกลับมาให้เราหรือไม่อย่างไร ท่านประธานครับ ด้วยความเข้าใจครับท่านประธานครับ กระผมเองก็พยายามที่จะเอาใจช่วยรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่ง ที่ท่านต้องทําหลังจากที่รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติกรอบท่านแล้ว ท่านต้องลงไปและสิ่งที่จะต้อง กลับมาให้เราในเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายนก็คือร่างสัญญาที่ท่านจะต้องจัดทํา รายละเอียดเพื่อจะไปกู้เงิน อันนั้นเราจะอนุมัติให้ท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมเองมีข้อกังวลและข้อเปึนห่วงที่จะกราบเรียนฝากท่านประธานไป ช่องทางครับ ช่องทางการให้ข้อมูล จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่าจะนําเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ หน่วยราชการเยอะแยะครับ กระทรวงการคลัง สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีการแถลงข่าวและมีการจัดเตรียม ประชุมปรึกษาหารือ กระผมไม่แน่ใจครับว่านี่คือกระบวนการ ให้ข้อมูลถูกต้องครับ แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี่ท่านจะฟังตอนไหน จะให้พี่น้องประชาชนสะท้อนมา ได้อย่างไร ถ้าท่านใช้ช่องทางสื่อเหล่านี้ กระผมคิดว่าเปึนการทําเปึนนามสมมุติอย่างเดียว เพื่อให้ครบตามรัฐธรรมนูญ และท่านอาจจะมีบุคคลใดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ส่งข้อคิดเห็นมา ให้ท่านเพื่อประกอบเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องนี้กระผมคิดว่าไม่น่าจะเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และไม่น่าที่จะปฏิบัติกับรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ว่าต้องให้ข้อมูลโดย ละเอียด ก็รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรอบ ๖ กรอบที่กระผมมีข้อกังวลที่จะต้อง นําเรียนท่านประธานในระยะเวลาจํากัดตรงนี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างครับ การจัดซื้อ จัดจ้าง ท่านบอกว่าจะใช้กฎระเบียบของราชการไทยเปึนหลัก แต่กระผมถามว่าถ้าท่านไปกู้กับไจก้า ๕๐๐ ล้านเหรียญ ไจก้าเขามีข้อแก้ว่าเขาจะใช้ กฎหมายภายในประเทศเขา ถ้าเขายืนยันที่จะทําอย่างนั้น ท่านจะมีวิธีการเจรจาอย่างไร ที่บอกว่าจะต้องใช้กฎหมายไทย ไจก้าเขายืนยันครับ เขาเปึนองค์กรให้ความร่วมมือ ระหว่างประเทศ และเขาปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศเขา ที่ท่านอ้างบอกว่าจริง ๆ กู้กับไจก้าไม่ต้องผ่านสภาก็ได้เนื่องจากไม่ได้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ถ้าสิ่งนั้นเกิด ขึ้นมาท่านจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรในการที่จะเตรียมการในเรื่องของเปึนกรอบเจรจา และเอาเปึนร่างสัญญาที่มาให้เราดู ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเปึนประการสุดท้าย การกู้เงินไม่ผิดหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็พูด ไม่ว่าจะกู้ยุคไหนสมัยไหน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดกู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน กระผมอยากเห็นเม็ดเงินมาฟุ๋นฟูเศรษฐกิจครับ ญาติพี่น้องกระผมกําลัง จะออกจากกรุงเทพมหานคร กําลังจะออกจากเมืองใหญ่กลับไปสู่บ้าน ท่านประธานทราบ หรือเปล่าครับ เขาไปปลูกพริกแค่ ๓ งานครับ ๖ เดือนเขาได้ ๘๐,๐๐๐ บาท ปลูกพริกแค่ ๓ งานนะครับ ๖ เดือนได้ ๘๐,๐๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปรองรับจุดนี้ไหมครับ เพื่อให้สภาพเศรษฐกิจฐานรากมันกลับมาอยู่ในตัวเขาเองได้ ท่านใช้เวลา ๓ ป้ที่จะทํา โครงการชลประทาน ใช้เวลา ๓ ป้ในการทําโครงสร้างพื้นฐาน เม็ดเงินที่จะไปหมุนรอบให้ ท่าน กระผมไม่แน่ใจหรอกครับ ท่านบอกว่า จีดีพี ถ้าไม่ทําอะไรเลยจะลดประมาณ ๘-๙ หรือ ๑๐ แต่ถ้ามีโครงการนี้จะเหลือประมาณ ๔ กระผมไม่มั่นใจ ถ้าท่านมีข้อมูล ข้อเท็จจริงที่จะชี้แจงตรงนี้เหมือนที่หน้าสื่อลง กระผมอยากให้ท่านชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ด้วย กราบขอบคุณครับ