อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ หารือเรื่องเศรษฐกิจ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเชื่อมั่น ความสมานฉันท์ และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของเศรษฐกิจ ทุกคนทราบว่าเรากําลังเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะ ประเทศเราแต่เกิดทั่วโลก เปึนจริงครับท่านประธาน แต่การที่จะแก้วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ กระผมเห็นว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นนี้เปึนสิ่งสําคัญ พูดง่าย ๆ เลย ครับท่านประธาน การค้าใด บริษัทใด ถ้าหากว่าไม่มีผู้คนที่เชื่อมั่นหรือไม่มีนายทุนหรือการค้าใด ๆ ไม่มีความเชื่อมั่นแล้ว ไม่มีทางที่จะรุ่งเรืองขึ้นมาได้มีแต่จะล้มหายตายจากไป เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิก ได้พูดมาว่า ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่เกิดความเชื่อมั่นแล้ว กู้เงินมาเท่าไรมันก็ละลายหายไปหมด ท่านประธานครับ ที่มาของความเชื่อมั่น เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็พูดเองว่ามาจากประเด็นที่หลากหลาย กระผมเห็นด้วยครับท่านประธานครับ ประเด็น ที่มาของการจัดตั้งรัฐบาลก็มีความสําคัญ ประเด็นภาพลักษณ์ของตัวรัฐมนตรียิ่งสําคัญ ประเด็นของความจริงใจที่รัฐบาลจะทําให้ประเทศนี้เปึนนิติรัฐก็สําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โดยเฉพาะประเด็นของความจริงใจในการที่จะบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลอย่าง เคร่งครัด ด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม และมีการปฏิบัติจริง ๆ ไม่ใช่ปฏิบัติด้วยลมปาก กระผมว่ามีความสําคัญที่สุดครับท่านประธานครับ ที่กระผมพูดไปแล้ว ยกตัวอย่างมานั้น มีการอภิปรายมาหลายวาระหลายครั้ง และการตอบสนองต่อประเด็นต่าง ๆ ของ ฝ์ายรัฐบาลต่อประเด็นที่กระผมพูดไปนั้น เปึนอย่างไรก็เปึนที่รู้ ๆ กัน ซึ่งกระผมจะไม่พูดลึก เข้าไปเพราะเวลาน้อย ท่านประธานครับ แต่เพียงอยากจะย้ําให้รัฐบาลเข้าใจ เข้าใจถึง จิตใจของคนที่ถูกกระทํา โดยเฉพาะประเด็นของคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ ใครจะ ปฏิเสธอย่างใดก็แล้วแต่ แต่กระผมเชื่อว่า ความเข้าใจของคนครึ่งค่อนประเทศ หรือ อาจจะของต่างประเทศด้วยที่ติดตามการเมืองของประเทศไทยแล้ว กระผมมั่นใจว่า ผู้คนต่าง ๆ มีความเข้าใจ และมองภาพพรรคใหญ่ซึ่งเปึนแกนนําของรัฐบาลว่า มีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อเหลือง และมีการสนับสนุนอุ้มชูกันมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ดังนั้นถ้าหากมีผู้ใดในซีกพรรคใหญ่ซึ่งเปึนแกนนําของรัฐบาลมาเรียกร้องเรื่อง ความสมานฉันท์ มาเรียกร้องให้คนเสื้อแดงหยุดความเคลื่อนไหว มาเรียกร้องบอกว่า ให้หยุดเถอะ จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศชาติยิ่งย่อยยับไปอีก ท่านประธานครับ มันเหมือนกับพระเอกมาบอกว่าอีกฝ์ายเปึนผู้ร้าย กระผมว่าคนเสื้อแดงท่านประธานจะยิ่ง เจ็บช้ําน้ําใจ มันเหมือนยั่วยุเขา มันเหมือนทําให้เขาเคียดแค้น ท่านประธานครับ กระผมว่า เลิกพูดเลิกเรียกร้องได้แล้ว ให้ทําจริง ๆ ดําเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว เคร่งครัด เสมอภาคและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง กระผมว่าทุกอย่างก็จะยุติไปเอง ประเทศชาติก็จะกลายเปึนนิติรัฐอย่างแท้จริง และความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมา การฟุ๋นฟูเศรษฐกิจจะง่ายดายมากท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่งของการเกิด ความเชื่อมั่นนะครับ ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ท่านบอกว่าต้องหยิบยกประเด็นเรื่องเศรษฐกิจมาพูดกันอย่าง ตรงไปตรงมา ขอเน้นนะครับท่านประธานครับ ตรงไปตรงมา ต้องมีการสื่อสารกันอย่าง ตรงไปตรงมาด้วย ท่านประธานครับ กระผมขอเพิ่มเข้าไปอีกนิดหนึ่ง คือจะต้องมีการ คาดการณ์เศรษฐกิจอย่างถูกต้องแม่นยํา และก็นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเองจะพูดแต่ละครั้งท่านประธานครับ พูดแล้วมันต้องค่อนข้างถูกต้อง หน่อยท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข อย่าไปเถียงเลยครับ ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกว่า เศรษฐกิจจะติดลบ ท่านประธานคิดดู เขาบอกว่าเศรษฐกิจจะติดลบ บางท่านบอกว่า จะติดลบ ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ออกมาเถียงไม่จริง ไม่จริง เปึนบวกหรืออย่างเลวที่สุดก็เปึน ๐ ท่านประธานครับ บริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลกวิเคราะห์บอกว่าเศรษฐกิจจะติดลบ ๙ เปอร์เซ็นต์ เอาละ ก็เถียงก็ว่าเขาอะไรเขา เสร็จแล้วเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาพูดเอง บอกว่าถ้าหากไม่กู้แล้วก็รีบมีมาตรการ เศรษฐกิจลงไป เศรษฐกิจจะติดลบถึง ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ท่านพูดเองวันนี้ นี่ครับท่านประธานครับ หลายครั้ง ๆ ที่เกิดขึ้น พอพูดมาแล้วมันก็ขัดแย้งกับที่เคยพูดมาตอนแรก ๆ เพราะฉะนั้น อย่าพูดมากเกินไป อันนี้ยิ่งทําให้เกิดความไม่เชื่อมั่น คิดดูสิครับท่านประธานครับ ตอนเสนองบประมาณ รายจ่ายมีการท้วงติงกันว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ น่าจะไปทําให้ เกิดประโยชน์ ทําให้เกิดผล ไปลงทุน มีการท้วงติงว่ามันเหมือนกับไปซื้อเสียงล่วงหน้า มันไม่เกิดการฟุ๋นฟูทางเศรษฐกิจนะ กระผมจําได้ว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาล ๒ ท่านนั่นละก็บอกว่า ให้รอดูผลอีก ๒-๓ เดือน เดี๋ยวจะเกิดผลดี พอไตรมาส ๓ เศรษฐกิจที่ถดถอยก็จะหยุด พอไตรมาส ๔ การฟุ๋นตัวทางเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นผล ท่านประธานครับ นี่เปึนเรื่องของ ความเชื่อมั่น ซึ่งถ้าเกิดว่ามีการผิดพลาด และพอพูดไป ๆ มันเหมือนกับ ความรู้สึกกระผม มันเชื่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าตรงไหนจะเปึนจุดต่ําสุด ตรงไหนจะเปึนสิ่งที่แท้จริง ท่านประธานครับ ในวันนี้การนํากรอบการเจรจา กรอบการเจรจาการกู้เงินเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน นําเข้ามาปรากฏว่าก็มีคนที่เรียกร้อง มีรายละเอียดคร่าว ๆ สักนิดก็ยังดี แต่ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่าเปึนการพิจารณาหลักการและ เหตุผล ไม่จําเปึนจะต้องมีรายละเอียดในการใช้เงิน ซึ่งหมายถึงว่าไม่จําเปึนจะต้องบอกว่า นําไปลงทุนโครงการอะไรบ้าง ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ตัวนั้นก็เปึนการกู้เงินมา แต่ก็มีการเสนอต่อสภานี้ มีทั้งหลักการและเหตุผล มีทั้งรายละเอียดต่าง ๆ มีหมดครับ อันนี้มันก็น่าจะเช่นเดียวกัน มันก็คล้าย ๆ กับการเสนอ กฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง มีหลักการ มีเหตุผล แล้วมันก็น่าจะมีรายละเอียดมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ถามว่ามีเวลาไหม มีครับท่านประธาน มติ ครม. ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี่วันที่ ๒๔ มีนาคม เดือนกว่าครับท่านประธานครับ คือที่จริงมันต้องรู้แล้วก่อนที่ จะไปกู้เขา พ่อค้าที่จะไปกู้เงินแบงก์มันต้องมีโครงการ มันต้องไปโน้มน้าว มันจะต้อง โน้มเหนี่ยวใจให้เขาอนุมัติให้กู้ท่านประธาน อันนี้จะมาให้สภานี้อนุมัติไม่มีอะไรเลย ท่านประธานครับ ไม่มีรายละเอียดใด ๆ ที่จะมาโน้มน้าวให้กระผมอยากจะเห็นด้วยเลย แล้วกระผมจะให้ฉันทานุมัติให้ไปทําได้อย่างไร โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ ๒๕๕๒ เอาไปใช้แทบไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ท่านประธานครับ หลักการก่อหนี้ สาธารณะในหนังสือที่เขียนมานี้ เขียนมาเองครับท่านประธานครับ เงินกู้นั้นควรจะ นําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ คือเกิดดอกออกผล ดังนั้นการกู้เงินที่ดีควรยึดหลักว่าเปึนการกู้ เพื่อการลงทุนให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะเปึนการกู้เพื่อใช้จ่ายหมดไป โดยไม่ทําให้เกิดดอก ออกผล ซึ่งมักเรียกว่าเปึนการกู้เพื่อการบริโภค งบประมาณส่วนใหญ่ของงบรายจ่าย เพิ่มเติมกลางป้ ๒๕๕๒ เข้าหลักนี้เลยครับท่านประธาน เงินจํานวนมากนําไปใช้เปึนการกู้ เพื่อการบริโภค ดังนั้นในวันนี้เมื่อท่านขอกรอบการกู้เงินมาโดยไม่มีรายละเอียดบางส่วน หรือทําให้เราเข้าใจได้ว่าจะนําไปใช้ในการลงทุนเพื่อเกิดประโยชน์จริง ๆ กระผม ก็ไม่สามารถที่จะอนุมัติให้ท่านมีกรอบไปเจรจาการกู้เงินได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ