วิทยา บุรณศิริ ส.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องความเชื่อมั่นในการชำระหนี้ของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างแรงจูงใจในการสร้างรายได้ และไม่ควรจะใช้เงินงบประมาณอย่างไม่รอบคอบ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ส.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะใช้เวลาของรัฐสภา นะครับ แต่เนื่องจากว่ามันต้องลงมติ เพราะฉะนั้นการลงมติโดยไม่เห็นชอบนั้นคงจะขัด กับความรู้สึกของตัวผมสักนิดหนึ่ง ประเด็นของผมมีในเรื่องของความเชื่อมั่นครับ ที่เรียนตามตรงว่า ผมนั้นไม่สามารถที่จะให้ คํารับรองในกรอบที่รัฐบาลได้นําเสนอนะครับ มาครั้งนี้เรื่องของกรอบการเจรจากู้เงินเพื่อ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กราบเรียนท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีนะครับ ด้วยความเคารพ ผมเรียนตามตรงนะครับว่าผมไม่เชื่อมั่นเรื่องความสามารถในการชําระหนี้ ของรัฐบาล นี่เปึนเรื่องที่ผมได้ติดตามงานของท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีมา ๓ เดือน ประมาณ ๓ เดือนนั้นทําให้ผมและสมาชิกในซีกของฝ์ายค้านได้รับทราบว่า มีหลายประเด็นนะครับที่เรียนตามตรงว่าขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเปึนประเด็นสําคัญนะครับ ที่จะนําไปสู่ในเรื่องของการบริหารการจัดการเรื่องเม็ดเงิน แม้กระทั่งเงินงบประมาณ ที่ได้ผ่านสภาแห่งนี้ไป ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่อยู่ในอํานาจที่รัฐมนตรีหลายท่านรวมถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสามารถกระทําได้ ท่านก็ไม่มีความพยายามที่จะเร่งรัดการใช้จ่าย เม็ดเงินเห็นได้ชัดครับหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการล่าสุดนั้นที่รัฐบาลเพิ่งผ่าน ในเรื่องของการขอกู้เงิน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อสภาแห่งนี้ไป เรียนตามตรงครับ ไปตรวจสอบเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของโครงการที่เกิดขึ้นที่รัฐบาลได้มี โครงการเรื่องการเกี่ยวข้องกับพี่น้องในกระทรวงแรงงาน นั่นคือลูกจ้างหรือแรงงานที่เปึน ประเด็นปัญหาอยู่ ท่านประธานเชื่อหรือไม่นะครับว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนี้มีตัวเลขเทียมที่ เกิดขึ้นครับท่านนายกรัฐมนตรี กองทุนประกันสังคมผมคิดว่าอันตรายมาก เมื่อถูกเลิก จ้างงานนะครับ ทําไมผมต้องพูดถึงประเด็นนี้นะครับ ผมพูดถึงว่าลักษณะของโครงการ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลเองมันขาดความรัดกุม แล้วเกิดความเสียหายจริง ๆ เมื่อผู้ประกันตนตกงาน เอาแค่ง่าย ๆ ครับ การจ่ายเงินชดเชย ๖ เดือน ๆ ละ ๔,๐๐๐ บาท ๔ ๖ ๒๔ ๒๔,๐๐๐ บาทต่อคน ตัวเลขเปึนล้านคนนะครับ เกิดตัวเลขเทียมขึ้นได้อย่างไร ผมงงครับ สิ่งเหล่านี้ก็เปึนเครื่องชี้ให้เห็นนะครับว่าแม้การบริหารการจัดการนี่ ซึ่งจะต้อง ควบคุมดูแลโดยท่านนายกรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้ก็ยังเกิดความบกพร่อง ถามว่ากองทุน ประกันสังคมนั่นอันตรายแล้ว นอกจากจะการจ้างงานยังไม่เกิด นั่นคือที่มาของรายได้ รัฐบาล เรื่องรายได้การส่งออกนะครับ ภาคอุตสาหกรรม ภาคอะไรต่าง ๆ นั้นไม่ได้รับการ ดูแล ถามว่าสิ่งนั้นเปึนภาษีของรัฐที่รัฐควรจะได้ มาตรการบางอย่างที่ ครม. หรือ คณะรัฐมนตรีนั้นไม่เคยแสดงให้เห็นถึงที่มารายได้ ซึ่งจะนําไปสู่ความเชื่อมั่นในการชําระหนี้ ถ้าถามว่าตอนนี้นะครับ ถ้าเปรียบเปึนภาคเอกชนนะครับ เวลาเราเดินไปกู้หนี้ของธนาคาร นี่ครับ สิ่งแรกเลยสําคัญที่สุดก็คือ เขาจะถามเลยขีดความสามารถในการชําระหนี้ของคุณนี่ ถ้ามองดูจากเวิร์ค สเคดดวล (Work schedule) นะครับ หรือสิ่งที่รัฐบาลได้ทําอยู่ปัจจุบันนั้น มันไม่สามารถมีความเชื่อมั่นเลยว่าเราจะสามารถชําระหนี้ได้ และสําคัญที่สุดก็คือ ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้กล่าวในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ซึ่งมันกระทบไปถึงผู้เสียภาษีที่เขาจะต้องมาตอบสนองนะครับ ก็คือต้องเสียเม็ดเงิน เหล่านั้นนะครับตอบแทนให้กับรัฐบาลในเรื่องของเขาต้องทําและปฏิบัติหน้าที่ในการเปึน ผู้เสียภาษี สิ่งนี้จะมองให้เห็นชัดนะครับว่ามันอันตรายเปึนอย่างยิ่ง ถ้าขีดความสามารถ ในการชําระหนี้ไม่สามารถจะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยต่อไปในอนาคตใครที่ยัง ไม่มีบุตรหลานนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน บุตรหลานของท่านคลอด ออกมาก็คงจะเปึนหนี้แล้วแน่นอน กลับมาสู่อีหรอบเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมเรียนตามตรงเลยนอกจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่เปึนประเด็นซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกําลังจะชวนผมและคณะได้มีโอกาสหารือในการปรับปรุงแก้ไขนั้น ผมว่าเปึนสิ่งที่ดีนะครับ ควรที่จะเร่งรีบ และเรียนตามตรงว่า ถ้าดูในรายละเอียดตามที่ผม ได้นําเรียนแล้ว ผมก็ไม่สามารถที่จะมีมติผ่านความเห็นชอบในเรื่องของกรอบที่ คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อรัฐสภานะครับ อันนั้นเปึนสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนต่อ ท่านประธาน การสร้างแรงจูงใจนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน ผมอาจจะกล่าวกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมว่าสิ่งนี้ผมให้กําลังใจตลอด แต่ผมต้องพูดว่า การสร้างแรงจูงใจนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด คือมันสามารถแสดงออกได้โดยที่ไม่จําเปึน ในเรื่องของกฎหมายเหล่านี้ นั่นคือที่มาของรายได้ ผมได้เฝัามองมา ๓ เดือน ท่านไม่เคย สร้างแรงจูงใจสําหรับรายได้ที่จะเกิดขึ้นในภาครัฐเลย เช่น การจัดเก็บ ผมบอกเสมอ นะครับว่าอยากจะให้ทํา มาตรการที่จะสร้างแรงจูงใจกับผู้เสียภาษีให้กับรัฐก็ไม่เคยมี ออกมา อยากจะเห็นจริง ๆ ครับ เอาใจช่วย ผมเคยยกตัวอย่างให้ฟังนะครับว่าถ้าเราซื้อรถ มาคันหนึ่ง ราคา ๕ ล้านบาท ท่านเคยคิดไหมว่า จะให้เขาไปดีแคร์ (Declare) ภาษีสัก ๒ ล้านบาท จากเดิมได้แค่ล้านเดียว มันก็ไม่เคยมี ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าภาษีที่ดินนะครับ รายจ่ายจากซื้อที่ดินในภาคอุตสาหกรรม ในการลงทุนในเรื่องของที่ดินนะครับ เอามา สามารถดีแคร์ภาษีได้ ไม่เคย ๓ เดือนที่ผมเฝัาดูนะครับว่าพยายามจะมองว่ารัฐบาลจะมี กลไกอะไรใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในเรื่องของรายได้ ไม่มี ยิ่งหนี้สาธารณะในส่วนของ รัฐวิสาหกิจ ไม่มีเลย และถามจริง ๆ ว่าวันนี้ ถ้าเราจะต้องกู้เรามาเพิ่มหนี้สาธารณะขนาดนี้ ผมคิดว่ากรอบการเจรจายิ่งต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ยิ่งต้องรับฟัง ความคิดเห็นเขาอย่างมาก เพราะเขาเหล่านั้นกําลังได้รับผลกระทบในอนาคตแน่นอน แต่ถ้ามาตรการที่ผมบอกสร้างแรงจูงใจมันยังเนียนนะ ที่ผมบอกเรื่องที่ ๑ ก็คือ สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ที่เขาเสียภาษีให้เราที่มีจิตและวิญญาณอยากจะเสียภาษีให้ใน ฐานะช่วยเหลือประเทศชาติอย่างไร อันนี้นายกรัฐมนตรีต้องทําครับ ฟังออกมาต่อพับลิค (Public) ที่มีเสมอเลยนะครับว่า กู้ กู้ กู้ มันเปึนภาพที่สะท้อนให้เห็นแล้วครับอยากจะกู้ แต่เราไม่ขัดข้องที่จะให้กู้ แต่ว่าในกรอบที่จะต้องเจรจา แต่โปรดกรุณาได้สร้างความมั่นใจ ในการชําระหนี้ให้ด้วย เพื่อให้บุตรหลานที่เขายังเปึนรุ่นน้องเรา หรือรุ่นลูกเราได้มีความ เชื่อมั่นว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์มีความมั่นคงหรือมีความสามารถในการชําระหนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นการแก้ไขนะครับ หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เคยมีมาเลย ตอนนี้ยังไม่เห็นเลย เอาแค่รถไฟ หนี้เปึนแสนล้านบาทนะครับ ยังไม่เห็นเลยครับว่าเรื่องแอสเซท (Asset) ของ รถไฟจะทําอย่างไร ต้องรีบนะครับ เดี๋ยวจะอันที่ ๒ เดี๋ยวจะพูดแล้วเรื่องรถไฟความเร็วสูง หรือสายสีอะไรต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องประเมินผลนะครับว่าจุดคุ้มทุนมันอยู่ที่ไหน โรงงานอุตสาหกรรมเขาเจ๊ง เราทําไว้เพื่อรองรับคนงานนะครับ สิ่งเหล่านี้เราต้องพูดกัน ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าภาระต่าง ๆ มันเกิดขึ้นตอนท่านมารับ ผมฟังอยู่เสมอและเอาใจช่วย แต่อยากให้มีมาตรการ นอกจากการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว การสร้างความเชื่อมั่น ให้กับพี่น้องคนไทยที่เขาต้องต่อสู้ฟันฝ์าภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ อันนี้มีความจําเปึน ผมได้ฟังความจากผู้ประกอบการเยอะแยะมาก ๆ รออยู่นะครับ ตอนนี้ เอ็นพีแอล (NPL) มันเริ่มกลับมา ๓ เดือนอย่าลืมครับ ตั้งแต่ท่านรับงานเปึนนายกรัฐมนตรี และเปึนรัฐบาล มาครบ ๓ เดือนพอดีนะครับ เอ็นพีแอล เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่อง เอ็นพีแอล รีเอนทรี (Re entry) มันก็ต้องเตรียมไว้นะครับ แก้ปัญหาเรื่องรีสตรัคเจอร์ (Restructure) หนี้ ก็ต้องเตรียมครับ แฮร์คัท (Hair Cut) หนี้ก็ต้องเตรียมครับ แต่ไม่มีในมาตรการที่จะต้อง แสดงไว้ให้เห็น ผมเรียนตามตรงนะครับ ในกรอบนี้ผมขออนุญาตเบื้องต้นนะครับ เพื่อให้ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านน่าที่จะปฏิบัติตาม ถ้าท่านปฏิบัติตามแล้ว ผมจึงจะ เห็นชอบจึงขอได้แสดงความคิดเห็นไว้ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน