รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

กรณ์ จาติกวณิช หารือเรื่องการกู้ยืมเงินเพื่อโครงการรถไฟฟ้า ช่วงบางซื่อ-รังสิต และเรียกร้องการทําความเข้าใจกับประชาชนตามกฎหมาย

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขออนุญาตที่จะ รบกวนการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกต่อกรอบ ๒ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน สําหรับโครงการ รถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ผมจะขออนุญาตอย่างนี้นะครับ พอดีวันนี้ก็ มารับฟังและก็พร้อมที่จะชี้แจงร่วมกันกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งนั่งอยู่ กับผมตั้งแต่เช้า ต้องขออนุญาตเรียนไว้ล่วงหน้านะครับว่า ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ รายละเอียดของตัวโครงการว่าจะดําเนินการอย่างไร มีผลอย่างไรต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงนโยบายของทางรัฐบาลในการที่จะลงทุนในการยกระดับโครงการต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทั้งในแง่ของสินค้าและมวลชน ผมจะขออนุญาตให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปึนผู้ชี้แจง ซึ่งท่านก็ได้ฝากผมเรียนต่อรัฐสภา นะครับว่า ท่านก็คงจะรอฟังคําอภิปรายและข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิกให้ครบถ้วน ก่อน ส่วนผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าจะต้องขออนุญาต มีภารกิจข้างนอกที่จะต้องรีบออกไปดําเนินการก่อนที่จะกลับมารับฟังข้อเสนอแนะของ เพื่อนสมาชิกในรอบต่อไป ก็คือผมอยากที่จะขออนุญาตเรียนในประเด็นคําถามที่มี เกี่ยวกับเรื่องของการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนตามกฎหมายต่าง ๆ นะครับ และผมก็ดีใจที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็ได้เข้ามาร่วมฟัง การอภิปรายด้วย เพราะว่ามีบางประเด็นที่จริง ๆ แล้วต่อการตอบคําถามของ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพรรคฝ์ายค้านควรที่จะถามกับท่านมากกว่าที่จะถามกับผมนะครับ เพราะกระบวนการขั้นตอนในส่วนของการดําเนินการในเรื่องของรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เปึนโครงการที่ได้มีการริเริ่มมาตั้งแต่สมัยช่วงป้ ๒๕๔๘ เรื่อยมาจนถึงวันนี้ ซึ่งก็อยู่ในช่วงสุดท้ายในส่วนของการพิจารณารายละเอียดของสัญญา การกู้ยืมเงิน ก่อนที่ทางกระทรวงการคลังจะไปดําเนินการในการเซ็นสัญญาต่อไป กล่าวคือบทบาทหน้าที่ในการทําความเข้าใจ การทําประชาพิจารณ์กับพี่น้องประชาชนนั้น ความจริงได้มีการริเริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้ว ในส่วนของโครงการเส้นสีแดง แล้วก็ได้ มีการดําเนินการตลอดมาจนกระทั่งโครงการนี้ได้รับการอนุญาตที่เขาเรียกว่า อีไอเอ (EIA) นะครับ และก็ได้มีการทําการประชาพิจารณ์เพิ่มเติมต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นในส่วนของ ความครบถ้วนหรือไม่ต่อการทําประชาพิจารณ์นั้น จริง ๆ แล้วผมต้องขออนุญาตเรียนด้วย ความเคารพนะครับ เปึนคําถามที่จะต้องถามกับรัฐบาลชุดที่แล้ว และเปึนคําถามที่ จะต้องถามกับท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คราวนี้พูดถึงหน้าที่ทาง กฎหมาย ในส่วนของทางรัฐบาลที่จะต้องดําเนินการในเรื่องของการทําความเข้าใจกับ ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ก็มีการอภิปรายกันหลายท่านในประเด็นนี้ ผมจะ ขออนุญาตเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญความจริงก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่งเกี่ยวกับ ภาระหน้าที่ทางกฎหมายในการทําประชาพิจารณ์ ในการทําความเข้าใจ ในวรรคสองของ มาตรา ๑๙๐ ก็พูดไว้ชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่าน ก่อนการ ดําเนินการเพื่อการทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้อง ๑. ผมสรุป จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ ๒. ชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบ การเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อความเห็นชอบด้วย เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เรากระทําเมื่อวานนี้ ต่อกรอบ ๑ เรื่องของการกู้ยืมเงินจาก ๓ องค์กรระหว่างประเทศ ก็เปึนการเสนอกรอบ การเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อความเห็นชอบ จากนั้นก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องไปดําเนินการ ข้อ ๑ และข้อ ๒ ต่อไป ข้อ ๑ ก็คือเรื่องของการทําความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ข้อ ๒ ก็คือเอารายละเอียดสัญญากลับเข้ามาให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณา ส่วนกรอบ ๒ วันนี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ก็คือขั้นตอนที่ ๒ ก็คือการนําเอารายละเอียดสัญญานี่กลับ เข้ามาให้กับรัฐสภาพิจารณา ระหว่างก่อนหน้านั้นท่านถามว่ามีการทําประชาพิจารณ์แล้ว หรือยัง ผมก็ตอบนะครับ เท่าที่ผมได้ตรวจสอบจากทางกระทรวงคมนาคม ผู้ที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๔๘ ก็ได้มีการรายงานนะครับว่ามีการทําประชาพิจารณ์แล้ว เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมไม่ได้ตําหนิติเตียนท่านอดีตรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่ต่อคําถามที่เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านมีต่อประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของการทํา ประชาพิจารณ์ จริง ๆ ต้องถามท่านอดีตรัฐมนตรีครับ ไม่ใช่ถามผม ในส่วนของตรงนี้ แต่บทบาทหน้าที่ทางกฎหมายในส่วนของผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปัจจุบันนะครับก็มีต่อเนื่อง และเราก็ยังจะดําเนินการในส่วนของการทําความเข้าใจ รวมไปถึงในวรรคสุดท้ายนะครับของรัฐธรรมนูญในการที่จะแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการนะครับ ก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งบทบาทในส่วนของทางกระทรวงการคลังในเรื่องนี้นะครับ ก็คือเมื่อมีการลงนามใน สัญญาเงินกู้แล้วทางกระทรวงการคลังก็จะนํารายละเอียดของสัญญาเงินกู้ไปประกาศ นะครับ ทั้งในราชกิจจานุเบกษาและเผยแพร่โดยสื่อต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้เข้าถึงรายละเอียดของสัญญาตามบทบัญญัติของทาง รัฐธรรมนูญ จริง ๆ ผมมีประเด็นที่น่าจะต้องถามเพิ่มเติมนะครับต่อข้อทักท้วงว่าเราได้ ดําเนินการตรงตามกฎหมายแล้วหรือยังในการพิจารณากรอบ ณ ปัจจุบัน ผมขอเรียน อย่างนี้นะครับว่าอย่างน้อยที่สุดนี่ทางรัฐสภาก็กําลังได้รับโอกาสในการที่จะได้รับฟัง รายละเอียดของสัญญาเงินกู้ในส่วนของรถไฟฟัาเส้นสีแดงนะครับ ในขณะที่ท่านรัฐมนตรี หรือท่านอดีตรัฐมนตรีก็คงต้องชี้แจงต่อสภานะครับว่า ด้วยเหตุใดท่านถึงมิได้นําสัญญา เงินกู้ที่ท่านเองได้เปึนผู้ดําเนินการและลงนามในช่วงมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ เข้าต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณา เพราะฉะนั้นประเด็นในเรื่องของการทําประชาพิจารณ์ หรือทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนนั่นคือส่วนหนึ่งนะครับ และเราได้ดําเนินการไปแล้ว ท่านเองในระดับหนึ่งก็ได้ดําเนินการไปแล้ว แต่เพื่อนสมาชิกในฝัืงของท่านยังมีความ เคลือบแคลงใจว่ามีความละเอียดถี่ถ้วนหรือความครบถ้วนอย่างไร ท่านก็ควรจะชี้แจง แต่ส่วนประเด็นว่าทําไมท่านถึงไม่ได้นําสัญญาให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณานะครับตาม มาตรา ๑๙๐ ที่ระบุไว้นั้นท่านก็คงให้คําชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกของท่านเองเช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมคิดว่านอกจากการทําความเข้าใจและรับฟังความ คิดเห็นจากพี่น้องประชาชนแล้วเราก็ได้แสดงถึงเจตนาตั้งใจในความที่จะยึดตาม บทบัญญัติของทางรัฐธรรมนูญ ของทางกฎหมาย และในหลักการความโปร่งใสในการ ดําเนินการในทุกขั้นตอน ด้วยการนํารายละเอียดของสัญญาเงินกู้เพื่อดําเนินการโครงการ รถไฟฟัาชานเมืองสายสีแดงนั้นเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา เพราะฉะนั้นผมถือว่าขั้นตอน การดําเนินการของทางรัฐบาลครบถ้วนทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ