รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒

นฤมล ศิริวัฒน์ อภิปรายเรื่องกรอบการเจรจากรัฐบาลที่จะนำเงินกู้มาใช้ เธอพูดว่ากรอบนี้ยังมีความไม่สมบูรณ์ เธอยังบอกว่าในกรอบนี้ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้เงิน และไม่มีตัวชี้วัดในการประเมินโครงการ เธอยังถามว่ารัฐบาลจะใช้เงินไปที่ไหน และจะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ คอยมานานทั้งวันเลยนะคะ ก็ด้วยความรู้สึกที่อยากจะแสดงความคิด ความเห็นเพื่อที่จะให้มีการบันทึกเอาไว้ ครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่พวกเราจะได้มีโอกาส พิจารณากรอบการเจรจากู้เงินเพื่อที่จะมาทําการฟุ๋นฟูทางด้านเศรษฐกิจ หรือจะมา ทํางานทางด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ตาม เปึนครั้งแรกค่ะ แต่เผอิญกรอบที่รัฐบาลได้เสนอ เข้ามามันยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่พอสมควร ดิฉันได้ฟังมาเกือบจะเปึนคนสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายก็ว่าได้ หลายท่านที่ได้อภิปรายไปล่วงหน้าแล้วมีความรู้สึกว่าไม่ได้มีความ ขัดข้องนะคะ ยอมรับ เข้าใจว่าจําเปึนถึงเวลาที่เราจะต้องเดินหน้าเพื่อหาทางที่จะสู้กับ ความถดถอยของเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน หรือว่าเปึนฝ์ายรัฐบาลเองมีความห่วงใย ก็คงจะเปึนในเรื่องของวัตถุประสงค์ของการนํา เงินจากข้างนอกมาใช้ ท่านบอกว่ามันมีข้อจํากัดในการที่จะใช้เงินภายในประเทศ เงินกู้ ท่านบอกว่าดอกเบี้ยจากต่างประเทศดีกว่า ถูกกว่า ท่านบอกว่าระยะเวลาในการที่จะใช้ หนี้คืน ๗–๑๐ ป้ เปึนระยะที่เหมาะสม รัฐบาลทําได้ พวกเราก็คิดว่ามันก็มีเหตุผล อยู่ในตัวนะคะ ดิฉันเองก็อยากจะมีสิ่งซึ่งฝากเอาไว้ว่า ความไม่เห็นหรือความเห็น ไม่ลงรอยกันในช่วงของการอภิปรายนี่มันก็เปึนเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิที่จะคิดได้ อาจจะเปึนความเชื่อส่วนตัว ความไม่เชื่อส่วนตัวในเรื่องของความสุจริตของรัฐบาลที่จะ นําเงินกู้มาใช้ก็แล้วแต่บุคคล แต่สําหรับดิฉันเองดิฉันก็อยากจะบอกว่าในเมื่อมองไป ข้างหน้า เราเห็นไม่ชัดเจนว่าท่านจะเอาเงินไปทําอะไรอย่างไรนะคะ จริง ๆ แล้วถ้าว่ากัน ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานรัฐสภาคะ รัฐธรรมนูญในวรรคสามของ มาตรา ๑๙๐ บอกว่า ต้องให้รัฐบาลนําเรื่องราวเหล่านั้น เอากรอบมาเสนอให้ที่ประชุม รัฐสภาได้พิจารณากัน เขาก็ไม่ได้เขียน ท่านประธานคะว่าเอากรอบกว้าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ ที่พูดกันมาท่านก็บอกอันนี้แค่เปึนกรอบ ดิฉันก็เรียนว่า แม้ว่าจะเปึนกรอบนี่นะคะ เปึน กรอบที่มีรายละเอียดสักหน่อย เพื่อให้เรามีข้อมูล มีงานที่จะต้องพิจารณา มีโอกาสที่จะ ได้คิดตามท่านไปอย่างมีเหตุผล นั่นนะคะ คือสิ่งที่ดิฉันคิดว่าถ้าทําเข้ามาปัญหาในการ อภิปรายเรื่องราวต่าง ๆ มันก็จะลดลง ใช่ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่ามันเปึนกรอบ ไม่แปลกหรอก เอาแบบนี้แหละ แต่ดิฉันบอกว่ามันไม่แปลกก็จริง แต่มันจะดีค่ะ มันจะเปึน ประโยชน์ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มกว่านี้ มันจะลดอะไรที่จะพูดคุยกันอย่างที่เราได้ยินกันมา ในวันนี้ไปได้มากทีเดียวค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าถ้าเรามองไปข้างหน้า เราไม่เห็น อะไรมากมายเลยที่จะใช้เปึนข้อมูลในการที่จะประกอบการตัดสินใจของเราว่าเราจะให้ ความเห็นชอบกับรัฐบาลในเรื่องของการที่จะไปกู้เงิน เราก็ต้องมองย้อนหลังค่ะ เรามอง ย้อนหลังเมื่อ ๒ เดือน ๓ เดือนเศษนี้นะคะ ท่านมีนโยบายฟุ๋นฟูเศรษฐกิจออกมา จะพูดว่า ที่โดดเด่นก็คือจะเปึนเรื่องของ สปส. อะไรนะคะ รบ. ๒๐๐๐ ที่ท่านใช้กันในระบบที่คุย นี่นะคะ ก็คือเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปให้กับผู้ประกันตน แล้วก็บุคลากรของรัฐนี่นะคะ ดิฉันได้เคยอภิปรายไปในคราวที่มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางป้เพิ่มเติมนั้น แล้วว่า โดยหลักการนั้นไม่เห็นด้วย ดิฉันอยากเห็นว่าคนจะได้เงินต้องทํางาน แล้วอยากให้ มันเกิดเปึนค่านิยมที่ถูกต้องอย่างนั้น ในคราวนั้นดิฉันก็พูดไปถึงในเรื่องของความไม่ชัดเจนในเรื่องของการประเมินโครงการ เวลาเราทําโครงการอะไรนี่นะคะ เราอยากที่จะบอกว่าโครงการนี้มันคุ้มค่า คุ้มค่าต่อ การลงทุนด้านใด ๆ มันต้องมีตัวชี้วัดค่ะในครั้งนั้น แล้วจนถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่บอกว่าจะมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนนะคะในเรื่องเกี่ยวกับมาตรการหรือว่าโครงการที่จะ ช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนหรือว่าแรงงานที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือนนะคะ ในเรื่องวิธีการค่ะ ท่านประธานคะวิธีการที่รัฐบาลได้พยายามที่จะนําเสนอ โครงการที่จะช่วยเหลือประชาชน ท่านคะ อีก ๒-๓ วันนี้ วันที่ ๒๖ นี้ก็จะเริ่มแล้วนะคะ โครงการที่ว่านี่ค่ะ ทุกคนอยากจะได้เงินหมดค่ะ ถามไปที่ผู้ประกอบการนะคะวุ่นวาย ไปทีเดียวเลยค่ะ ท่านรู้ไหมคะวิธีการที่ไม่ชัดเจน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ท่านบอกว่า ให้ผู้ประกอบการช่วยส่งชื่อ รายชื่อของบุคคลซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยอันนี้เข้าไปให้ที่ ประกันสังคมในแต่ละเขตอะไรก็แล้วนะคะ ทํากันวุ่นวายไปหมดนะคะ ดิฉันได้ข้อมูล ได้ร้องเรียนมาจากผู้ประกอบการเยอะทีเดียวค่ะ เขาทําให้เสร็จไปเรียบร้อยท่านประธานคะ พอมาถึงวันที่ ๑๓ มีนาคมค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าด้วยอะไรนะคะก็มีหนังสือส่งไปถึง ผู้ประกอบการทั่วไปหมดบอกว่าจะเปึนเช็คที่จะต้องไปรับด้วยตนเองค่ะ เขามีหนังสือ ส่งไปถึงสถานประกอบการบอกว่าต้องมารับด้วยตนเอง ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยชัดเจนเลยค่ะ ท่านคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามค่ะว่าท่านได้คํานึงถึงไหมคะว่ามาตรการที่ทาง ผู้ประกอบการที่จะต้องประสบเวลาที่คนงานของเขาจะต้องกรูกันออกมาทุกคนอยาก ได้เงินหมด มาเพื่อจะมารับเงินอันนี้ของท่านนี้นะคะ สภาพโรงงาน สภาพ สถานประกอบการ สภาพร้านอาหาร โรงแรมของเขาจะเปึนอย่างไร อันนี้คือผลกระทบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในตัวชี้วัดของท่านนะคะ แล้วนี่ค่ะคือความเสียหาย ความไม่มั่นใจในวิธีการ ที่จะนํานโยบายไปปฏิบัติ ความไม่ชัดเจนในเรื่องของตัวชี้วัดนะคะ แล้วก็ความไม่มีตรรก ที่เหมาะสมในการใช้เงินงบประมาณนี้ล่ะค่ะ คือเหตุผลที่ทําให้พี่น้องเพื่อนสมาชิกของเรา เกิดความระแวง เกิดความไม่ชอบใจ เกิดความไม่ไว้วางใจและแน่นอนค่ะ เกิดความไม่เชื่อมั่น ค่ะว่าการกู้มาใหม่อีกครั้งนี้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทจะทําประโยชน์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ประชาชนจริง ๆ ท่านรู้ไหมคะว่าถ้าวันนั้นมาถึงท่านบอกว่าจะมี ๗,๕๐๐ สถานประกอบการ ที่รัฐบาลจะนําส่งให้ มี ๖๐ ม้าเร็วนําส่งให้ มี ๘ อําเภอ มีสํานักงานประกันสังคมทั้งหลาย ที่จะทําให้ ดิฉันยังคิดไม่ออกเลยค่ะ พนักงานคนสวนที่อยู่ในสนามกอล์ฟที่เขาอยากจะไป รับเงินเขาจะไปกันอย่างไร คนที่เขาไม่มีความพร้อมในด้านของเงินวันนั้นต้องหยุดงาน ๑ วันค่ะ ถ้าประกาศตรงกับวันหยุดของโรงงานก็ดีไม่ต้องเสียเงินวันนั้น ๑ วันรายได้ แต่ถ้าไม่ใช่วันที่เขาหยุดงานเขาจะต้องไปรอกันค่ะไปรอกันอย่างนั้นแล้วจะเสร็จเมื่อไร ก็ไม่มีใครประกันได้ ท่านคะ สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะมันไม่ได้ทําให้เราเกิดความมั่นใจนะคะว่า การเอาเงินกู้ไปเอาเงินกู้มาแล้วจะมาทําแล้วมันเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ ผู้ประกอบการ เสียเงินค่าเดินทางไป ๒ ครั้ง เสียเงินค่ารับจ้างทํางาน ๑ วัน หยุดงานไปบางคนก็เสียเบี้ย โอกาสนะคะ เคยทํางานดีไม่เคยขาดงาน ๑ เดือนได้เงินรางวัล ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ขาดไปค่ะ เพราะว่าอะไรคะ อยากได้ ๒,๐๐๐ บาทนั้นนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผลนะคะ เราพูดกันด้วยความรู้สึกที่หวังดีอยากจะเห็น ว่าเม็ดเงินเหล่านั้นเมื่อจําเปึนต้องกู้ กู้แล้วไม่ได้เสียไม่ได้หายอะไรมากมาย หนี้สาธารณะ ของเราต่อสัดส่วนของ จีดีพี ท่านบอกว่ายังดีอยู่หลายประเทศเปึนอย่างนั้น ดิฉันก็คิดว่า ใช่นะคะ ในแง่ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถ้าไม่ลงมาช่วยเลยจะแย่กว่านี้ ดิฉัน ก็เห็นด้วยค่ะก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดกันไปแล้วนะคะว่า ถ้าหมดก๊อกนี้แล้ว จะมีก๊อกไหนอีกท่านต้องคิดยาวไว้ด้วยค่ะ ในเรื่องของความไม่เชื่อมั่นท่านต้องแก้ค่ะ กรอบของการที่เราจะคุยกันนี่นะคะ ตรงที่เปึน ส่วนของเงินจะเอาไปใช้ ใช้อย่างไร ใช้กับใคร ใครได้ประโยชน์สูงสุด ประโยชน์ทับซ้อน ที่จะได้แก่ใคร ดีแก่ใครบ้าง ดิฉันไม่มีเวลาที่จะพูดนะคะ แต่เรียนเลยค่ะว่าความไม่เชื่อใจ ความไม่เชื่อมั่น มันทําให้เกิดความรู้สึกอย่างวันนี้ที่เกิดขึ้นนะคะ เรามีรัฐธรรมนูญที่ อาจจะไม่สมบูรณ์นักที่ยังต้องมีกฎหมายต่าง ๆ มาเติมในส่วนของกฎหมายลูก แต่ก็ดีค่ะ ในส่วนหนึ่งที่ทําให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้นนะคะ อาจจะเหน็ดเหนื่อย แต่คิดว่าเปึน ประโยชน์แล้วก็เปึนวันที่ท่านจะได้รับข้อมูลจากพวกเราไปทั้ง ๒ สภาแล้วไปดําเนินการ แก้ไขกลับมาค่ะ เรายินดีที่จะช่วยกันเดินไปด้วยกันอย่างนี้ค่ะ ขอบพระคุณนะคะ สวัสดีค่ะ