พิเชษฐ พันธุวิชาติกุล หารือประเด็นการเบิกจ่ายล่าช้าของโครงการกู้เงิน และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าและการสนับสนุนธุรกิจบริการไทย
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะขออนุญาตอภิปรายสรุปเปึนประเด็นสั้น ๆ เพียง ๓-๔ ประเด็นครับ
ประเด็นแรกก็คือ เรื่องดอกเบี้ย ในหนังสือที่แสดงต่อรัฐสภาก็ระบุว่าอัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๔ แล้วก็มีค่าผูกพันสําหรับเงินกู้อีกร้อยละ ๐.๑ ต่อวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้ เบิกจ่าย เงินกู้จํานวนนี้เปึนการเบิกจ่ายทั้ง ๗ ป้ ๓ เดือน เพราะฉะนั้นมันก็เปึนการทยอย เบิกจ่ายตามลําดับ แต่สําหรับเงินที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายมีภาระดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๑ เพราะฉะนั้นสรุปแล้วยอดเงินเกือบทั้งหมดภาระดอกเบี้ยจริง ๆ ก็คือร้อยละ ๑.๕ ไม่ใช่ร้อยละ ๑.๔ ดังกล่าว คําถามก็คือว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนี้เปึนอัตราดอกเบี้ย ที่กําหนดประจําตลอดสัญญา ๒๕ ป้หรือไม่ หรือจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แปรผันไปด้วย ศาสนการหรือข้อผูกพันอะไรหรือไม่อย่างไร ซึ่งทางภาษาการเงินก็คงจะเรียกว่า อัตราดอกเบี้ยนี้เปึนอัตราดอกเบี้ยที่ฟ่กซ์ เรท (Fix Rate) เอาไว้หรือเปล่า หรือจะ มีการปรับอัตราดอกเบี้ยไปในวันข้างหน้าด้วย
ในประเด็นที่สอง ก็คือว่า การเบิกจ่ายแล้วก็การชดใช้เงินกู้นี้เปึนระยะ เวลานานมากคือถึง ๒๕ ป้ ใน ๒๕ ป้ดังกล่าวนี้เรากู้เปึนเงินเยน และก็ต้องคืนเปึนเงินเยน แน่นอนครับ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินเยน ณ วันนี้และในอนาคตตลอดไป จนถึงวันที่จะต้องชําระเงินกู้นั้น มีส่วนสัมพันธ์กับยอดเงินที่จะต้องจ่าย ก็อยากทราบว่า กระทรวงการคลังได้มีการพิจารณาเอาไว้ ศึกษาไว้ล่วงหน้าแล้วหรือยังครับว่าใน ๒๕ ป้ ข้างหน้านี้เทียบระหว่างเงินเยนกับเงินบาท เงินใครจะแข็งกว่าหรือไม่อย่างไร แน่นอนครับ วันที่เงินกู้เข้ามาเราก็อยากให้เงินเยนแข็ง เพื่อที่เอาเงินเยนจํานวนดังกล่าวนี้จะได้ แลกอัตราแลกเปลี่ยนเปึนเงินบาทได้มากขึ้น แต่เมื่อวันที่ถึงเวลาที่จะชําระหนี้ ค่าเงินบาท ณ วันนั้นก็เปึนส่วนต่างที่สําคัญอันหนึ่ง บทเรียนในกรณี ไอเอ็มเอฟ ท่านประธานครับ เรียนว่าการรับเงินงวดจาก ไอเอ็มเอฟ ที่เปึนดอลลาร์เทอมหรือเปึนรูปเงินดอลลาร์เข้ามา แต่ละงวดมีส่วนที่ผูกพันกับยอดเงินค่าแลกเปลี่ยนในเงินไทยมาก ตกลงกันทีแรกว่าอยู่ที่ ๑ เหรียญสหรัฐ ประมาณ ๓๐ บาท แต่เมื่อเข้ามาจริง ๆ ก็อาจเปึน ๓๕-๔๐ บาท ก็ทราบว่าตัวเลขจํานวนหนึ่งมีการแปรผันกันอยู่มาก ก็อยากทราบว่าได้มีการศึกษาไว้ ชัดเจนหรือยังว่าในการกู้เงินเยนในลักษณะเช่นนี้ถึงใน ๒๕ ป้ข้างหน้า เมื่อถึงวาระ ที่จะต้องชําระเงินคืนค่าเงินบาทกับค่าเงินเยนจะมีส่วนแปรผันสักประมาณเท่าไร เพราะส่วนแปรผันนั้นในยอดเงินสูง ๆ อย่างนี้มันก็ไม่ใช่น้อยทีเดียวนะครับ
ในประเด็นต่อมา เนื่องจากว่าการเบิกจ่ายเงินใช้เวลาถึง ๗ ป้ ๓ เดือน ก็แน่นอนครับ ป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ เริ่มโครงการก็ยังแทบจะไม่ได้ใช้เงินอะไรมากนัก เพราะฉะนั้น เงินกู้จํานวนนี้ก็ไม่หวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งน่าที่เปึนอยู่ ณ ขณะนี้ได้ โครงการ ที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งน่า ณ ขณะนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเตรียมเพื่อโครงการอื่น อีกหลาย ๆ อย่าง แต่โครงการนี้คาดหวังได้ก็คือโปรแกรมในระยะยาวในวันข้างหน้า จะได้ผลหรือไม่ ณ ถึงวันนั้นภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของเราอาจจะจบไปแล้วหรืออาจจะ รุนแรงขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกาลข้างหน้า สิ่งที่ผมได้เตือนไว้เมื่อวาน อย่างหนึ่งก็คือว่าเงินกู้จํานวนนี้ภาระผูกพันมีแค่ไหน ท่านรัฐมนตรีก็ตอบทํานองว่า ไม่มีพันธะผูกพันอย่างอื่นใดทั้งสิ้น แต่ถ้าดูตามเอกสารที่สภานี้ได้แจกนะครับ ในหน้าที่ ๑ ก็ได้มีการะบุไว้ในข้อ ๑.๓ ว่า สําหรับการขนส่งทางเรือและการประกันภัยทางทะเล สินค้าที่จัดซื้อด้วยเงินกู้ สําหรับโครงการนี้รัฐบาลไทยต้องงดเว้นการกําหนดข้อบังคับใด ๆ ที่อาจเปึนอุปสรรคต่อการแข่งขันโดยเสรีและโดยชอบธรรม ก็เรียนว่าการซื้อขายสินค้าคิด ว่าส่วนที่จะต้องนําเข้าจากประเทศญี่ปุ์นไม่ใช่น้อยเลยจากเงินหลาย ๆ หมื่นล้านดังกล่าว นี้นะครับ และสินค้าที่จะเข้าหรือวัสดุปัจจัยทั้งหลายคงเปึนราคา ซีไอเอฟ (CIF) ราคา ซีไอเอฟ ดังกล่าวคือ ราคาบวกด้วยประกันภัยและบวกด้วยค่าระวาง ค่าระวางและประกันภัยเปึน ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจบริการในทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะสําคัญ เพราะฉะนั้นโอกาส เช่นนี้ถ้าถูกกําหนดเช่นนี้เราจะไม่มีโอกาสช่วยพาณิชย์นาวีไทย และเราจะไม่มีโอกาสที่จะ ใช้เงินจํานวนนี้ช่วยระบบประกันวินาศภัยของไทยได้เลยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ส่วนหนึ่ง ก็อยากคิดว่าในการเจรจาในกรอบดังกล่าวต่อไปนี้ รัฐบาลก็น่าที่จะได้มีการพิจารณา สิ่งเหล่านี้เปึนสําคัญส่วนหนึ่งด้วย
ท่านประธานครับ ผมก็คงจะมีสั้น ๆ เพียงแค่ไม่กี่เรื่อง ก็ขอทบทวน ในประเด็นก็คือว่า ดอกเบี้ย ๑.๔ และผูกพันกับเงินที่ยังไม่ได้เบิกอีก ๐.๑ จริง ๆ แล้ว ดอกเบี้ยก็จะรวมกันแล้วประมาณ ๑.๕ เปึนดอกเบี้ยที่ฟ่กซ์ เรทเอาไว้หรือเปล่า เปึน กําหนดแน่นอนตลอดสัญญาเช่นนี้หรือเปล่า หรือมีตัวแปรผันสําหรับดอกเบี้ยอย่างนี้ ตรงนี้อย่างไรบ้าง ใน ๒๕ ป้ข้างหน้าศึกษาหรือยังว่าค่าเงินบาทกับค่าเงินเยน อัตราแลกเปลี่ยนมันจะเปึนอย่างไร แล้วก็ ณ วันที่จะต้องชําระคืนจะเปึนอย่างไร ฝากเพียงว่าขณะนี้ญี่ปุ์นเขาก็ประสบภาวะเศรษฐกิจรุนแรงไม่แพ้เราหรืออาจจะหนักหนา กว่าเราด้วย การที่มาตรการช่วยเหลือเราทั้งหมดในการที่จะให้กู้เงินก็ดี ในการช่วยเหลือ ต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่อาศัยด้วยอัธยาศัยอย่างเดียว หรือไปเรื่องไมตรีอย่างเดียว เขาต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ในภายภาคหน้าไว้อย่างชัดเจน อย่างน้อยที่สุดเงินจํานวน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเยน ถ้ามีการปล่อยเรากู้และกําหนดเวลามันก็เหมือนกับว่าฟ่กซ์ เรท อัตราแลกเปลี่ยนของ ๒๕ ป้ข้างหน้าของเขาเอาไว้เลยตรงนี้ ซึ่งอันนี้ก็อยากให้ผู้ไปเจรจา ทั้งหลายได้เปึนข้อสังเกตพึงพิจารณาด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ