กอรปศักดิ์ สภาวสุ ขอความเห็นชอบในการเจรจาจัดตั้งกองทุนเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเสนอกรอบการลงขันไม่เกิน ๕,๐๐๐ ลานเหรียญสหรัฐ และชี้แจงรายละเอียดการจัดสรรเงินตามสัดส่วนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศของประเทศไทยเพื่อนำไปประกอบการพิจารณา
ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมเปึน ผู้นําเสนอนะครับ เปึนการนําเสนอกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเปึน พหุภาคี เสนอเพื่อขอให้ทางท่านสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ความจริงเรื่องนี้เกิดมา นานแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเล่าให้ฟังสักนิดหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แล้วก็ทางท่านสมาชิกจะได้ซักถามต่อไปนะครับ มาตรการริเริ่มเชียงใหม่นี่ครับเกิดขึ้น หลังจากที่ประเทศเราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจนะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๐ วิกฤติเศรษฐกิจ ในขณะนั้นเกิดขึ้นเพราะเงินสํารองที่เรามีอยู่ที่เปึนเงินตราต่างประเทศนั้นเสียหายแล้วก็ ลดลงไปเปึนจํานวนมาก รัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในขณะนั้นก็มีความวิตกกังวลครับ ว่าเราควรจะสร้างมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อที่จะปัองกันไม่ให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาอีก เมื่อป้ ๒๕๔๓ ครับ ประเทศญี่ปุ์นก็ได้พยายามที่จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันระหว่าง ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ด้วยกัน ๑๐ ประเทศ แล้วก็มีคําที่ใช้กันก็คือ อาเซียน+๓ หมายความว่ามีญี่ปุ์น มีจีน แล้วก็มีเกาหลีเพิ่มขึ้นมา ในการประชุมกันที่เชียงใหม่เมื่อป้ ๒๕๔๓ จึงมีการตกลงกันว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ ในลักษณะต้มยํากุ้งขึ้นมาอีก ประเทศทั้ง ๑๓ ประเทศนั้นมีเงินสํารองที่เปึนเงินตรา ต่างประเทศที่ต่างกันน่าจะช่วยเหลือหรือหยิบยืมกันได้บ้าง ในขณะนั้นวงเงินที่ตั้งไว้ก็ ๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ข้อตกลงในวันนั้นมีส่วนที่เปึนที่น่าสนใจก็คือว่า เปึน เรื่องที่ว่า ๑๐ บวก ๓ คือ ๑๓ ประเทศนี่ครับเขาตกลงกันว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นเขาจะจับคู่กัน ความหมายก็คือเปึนเรื่องของทวิภาคี ก็ทํากันมาแล้ว แล้วก็ทํากันมานานครับ นานจนกระทั่งมาถึงป้ ๒๕๕๐ เมื่อเข้าไปดูหลังจากดําเนินการมา ๖-๗ ป้ก็เห็นว่าที่บอกว่า ๑๓ ประเทศจะมาจับคู่กันและวงเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ดูท่ามันจะไม่เปึน ประโยชน์ ไม่ได้ผล ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเอามารวมกันแล้วลงขันกันเปึนกองทุนดีกว่า วงเงินในขณะนั้นก็พูดถึงวงเงินเดิมครับ แต่พอพูดถึง ๑๓ ประเทศต้องมาลงขันกันมาเปึน กองใหญ่ พูดแค่นี้ก็ยากแล้วครับ เพราะไม่รู้ว่า ๑๓ ประเทศใครจะลงเท่าไรอย่างไร ก็ไปได้ ไม่ถึงไหนครับ จนกระทั่งเมื่อป้ ๒๕๕๒ ก็เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ก็มีข้อตกลง ตอนนี้เปึน ข้อตกลงในลักษณะการพูดจากันเฉย ๆ นะครับ ว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เราเพิ่มขนาดหน่อย จาก ๘๐,๐๐๐ ขึ้นไปเปึน ๑๒๐,๐๐๐ เนื่องจากมี ๑๐ บวก ๓ เขาก็พูดกันว่าแบ่งกัน อย่างไร ก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ๓ ประเทศใหญ่ ญี่ปุ์น จีน เกาหลี ลงขัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๒๐,๐๐๐ ส่วนที่เหลืออีก ๑๐ ประเทศ คืออาเซียน ให้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็พอพูดจากันรู้เรื่อง แต่ไม่ได้เปึนการเจรจานะครับ เปึนการพูดคุยกัน กรอบกว้าง ๆ ในวันนี้รัฐบาลเตรียมที่จะหารือกันอีก จะมีการประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ ในเร็ว ๆ วันนี้ จึงมีความจําเปึนครับ ตามมาตรา ๑๙๐ ว่ารัฐบาลต้องเอาประเด็น เข้ามาพูดคุยกับทางสภาเพื่อขอความเห็นชอบ อันนี้ก็คือกรอบที่เรากําลังจะนําเสนอท่าน ในวันนี้
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรามาขอความเห็นชอบให้เราไปดําเนินการต่อ ทํางานต่อ ก็คือในส่วนเงินที่จะขอเพิ่มนั้นจะเปึน ๘๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในส่วน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญนั้นตกลงกันเรียบร้อย แล้ว ๓ ประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง รับไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนั้นเปึนเรื่องของเขา ในส่วน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนของอาเซียนนี่ครับ รับมาเต็ม ๆ ๑๒๐,๐๐๐ คูณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๒๔,๐๐๐ คําถามจึงมีอยู่ว่าวันนี้เรามาขอสภาว่าจะขอไปเจรจา ในกรอบว่าเราจะลงขันไม่เกิน ๕,๐๐๐ ครับ ประเด็นมีเท่านี้ครับ ไม่ได้มีมากไปกว่านี้ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่า แม้กระทั่งใน ๑๐ ประเทศ ความสามารถในการลงขันเพื่อ จัดเปึนกองทุนก็ต่างกัน จึงมีคําถามว่าแล้วเขาใช้กฎเกณฑ์อย่างไร เขาดูกันที่เงินสํารอง ระหว่างประเทศที่มีอยู่ในแต่ละประเทศครับ มีบรูไน มีประเทศกัมพูชา มีอินโดนีเซีย มีลาว มาเลเซีย พม่า ฟ่ลิปป่นส์ สิงคโปร์ เวียดนามและประเทศไทย จริง ๆ แล้วเขาแบ่งเปึน ๕ บวก ๕ อีก ๕ หนึ่งก็คือเศรษฐกิจอ่อนแอหน่อย อีก ๕ หนึ่งก็แข็งแรง จึงเปึนข้อตกลงกันว่า บรูไน คอมโบเดีย ลาว พม่า และเวียดนาม เปอร์เซ็นต์ที่ออกลงขันนี่ก็จะน้อยหน่อย ส่วนที่เหลือนั้นก็มาก และในส่วนของประเทศไทยก็ถือเปึนประมาณ ๔.๗๖๘ เปอร์เซ็นต์
-๑๘๙/๑ ความหมายก็คือว่า กองทุน ๑๒๐,๐๐๐ เขาไปพูดคุยกันมาว่า ๑๐ ประเทศน่าจะรับได้ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ญี่ปุ์นบอกฉันรับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพวกเรา ๑๐ ประเทศนี่ครับ เราก็ต้องมาตกลงกันเอง วันนี้ยังไม่มี การตกลงอะไรทั้งสิ้น มีแต่เปึนเพียงกรอบซึ่งจะมาขออนุมัติสภาในวันนี้ว่า ในส่วนที่พูดคุยกัน หารือกันบนโต๊ะอาหารนี่ครับ ออกมาแล้วปรากฏว่าประเทศไทยนี่จะพร้อมและยินดี ที่จะลงขันก็เท่ากับมาเลเซียครับคือ ๔.๗๖๘ เปอร์เซ็นต์และเท่ากับอินโดนีเซียและเท่ากับ สิงคโปร์ เขาดูกันที่เงินสํารองที่มีอยู่ครับ เวลานี้ของเรามีเงินสํารองทั้งหมดมากครับ ๑๐๖.๒๙ แสนกว่าพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ทั้งหมดก็เปึนข้อมูลเพื่อที่จะให้ทาง ท่านประธานแล้วก็ทางท่านสมาชิกได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ